The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by toncome, 2022-02-24 03:27:43

หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา

ชุดที่ 2 ขันธ์ 5 (อายตนะ)

1

2

คำนำ

หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ เร่ือง หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา
ศาสนาและวฒั นธรรม รายวิชา สังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม ระดับช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ 2 ชุดท่ี 2
เรื่อง หลักธรรมสาคัญในกรอบอริยสัจ 4 (อายตนะ) จัดทาขึ้นเพื่อให้นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจ
เกี่ยวกับหลักธรรมสาคัญในกรอบอริยสัจ 4 ที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ค้นพบเพ่ือให้มนุษย์ทั้งหลายได้
หลดุ พน้ จากความทุกขท์ ั้งปวง จนบรรลุนพิ พานอนั เปน็ เปา้ หมายสูงสุดของพระพุทธศาสนา

ในการจัดทาหนังสืออิเล็กทรอนิกส์เล่มน้ี นักเรียนสามารถนาไปใช้ในการเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง
เป็นการพัฒนาตนเองตามความสามารถ ศักยภาพ และความแตกต่างของนักเรียนเป็นสาคัญ

หวังเป็นอย่างย่ิงว่าหนังสืออิเล็กทรอนิกส์เล่มน้ี จะเป็นประโยชน์สาหรับครูผู้สอน
กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม รายวิชา สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
สาหรบั นักเรียนระดบั ชั้นมัธยมศกึ ษาท่ี 2 และผู้ที่สนใจได้เป็นอย่างดี

อัญชลีย์ สำยแวว

สำรบญั 3

เรอื่ ง หน้ำ

คาช้แี จงสาหรบั นกั เรียน 1
มาตรฐานการเรยี นรู้ สาระการเรียนรู้ 2
จุดประสงค์การเรียนรู้ สาระสาคัญ 3
แบบทดสอบก่อนเรียน เรอ่ื ง หลกั ธรรมสาคัญในกรอบอริยสจั 4 (อายตนะ) 5
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน 8
หลกั ธรรมสาคญั ในกรอบอรยิ สจั 4 9
แบบทดสอบหลังเรยี น เร่ือง หลักธรรมสาคัญในกรอบอรสิ ัจ 4 (อายตนะ) 18
เฉลยแบบทดสอบหลังเรยี น 21
บรรณานกุ รม 22

1

คำช้แี จงสำหรบั นักเรยี น

หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ เร่ือง หลักธรรมในพระพุทธศาสนา กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา
ศาสนาและวฒั นธรรม รายวชิ า สงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม สาหรับนกั เรยี นระดับชั้นมัธยมศึกษาปี
ที่ 2

1. ภายในหนังสืออเิ ลก็ ทรอนิกส์ เล่มนีป้ ระกอบไปดว้ ย

1.1 แบบทดสอบกอ่ นเรียน
1.2 เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน
1.3 เน้ือหา
1.4 แบบฝึกหดั
1.5 เฉลยแบบฝึกหัด
1.6 แบบทดสอบหลงั เรยี น

2. ใหน้ กั เรียนเลอื กประธานกลุ่ม เพ่อื ดูแลและควบคมุ การทางานของสมาชกิ ภายในกลมุ่ และ
เลือกเลขานุการเพอ่ื บนั ทกึ ผลการทาแบบฝึกหัดของสมาชกิ ในกลุ่ม

3. นกั เรยี นทกุ คนต้องรว่ มปฏิบตั กิ ิจกรรมและแลกเปลย่ี นเรียนรู้รว่ มกนั

2

มำตรฐำนกำรเรียนรู้
สำระที่ 1 ศำสนำ ศีลธรรมและจรยิ ธรรม

มำตรฐำน ส 1.1 รู้ และเข้าใจประวตั ิ ความสาคญั ศาสดา หลักธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรอื ศาสนา ท่ี
ตนนับถือและศาสนาอ่ืน มีศรัทธาทถ่ี ูกต้อง ยดึ มั่นและปฏิบัตติ ามหลกั ธรรมเพ่ืออย่รู ว่ มกนั อยา่ งสนั ตสิ ุข

ตัวช้ีวัด

ส 1.1 ม.2/8 อธบิ ายธรรมคุณและข้อธรรมสาคัญในกรอบอรยิ สัจ 4 หรือหลกั ธรรมของศาสนาทตี่ นนับถือ
ตามท่ีกาหนด เหน็ คุณคา่ และนาไปพฒั นาแกป้ ญั หาของชมุ ชนและสังคม

สำระกำรเรยี นรู้
1. อรยิ สัจ 4

1.1 ทุกข์ (ธรรมท่ีควรร)ู้
- อายตนะ

3

สำระสำคัญ

ขอ้ ธรรมสาคญั ในกรอบอรยิ สัจ 4 ประกอบดว้ ย ทกุ ข์ สมุทัย นโิ รธ และมรรค เปน็ หลกั สาคญั ใน
การดาเนนิ ชวี ติ ทน่ี าไปสู่ความพ้นทุกข์ หรือหมดปญั หา ซึ่งทุกคนควรมจี ติ สานึกในพระธรรมคณุ และ
ปฏิบัติตามหลักธรรม

จดุ ประสงค์กำรเรยี นรู้

1. อธบิ ายความหมาย วเิ คราะหก์ ารกระทาตามหลักธรรมสาคญั ในกรอบอริยสจั 4
2. ตระหนกั และเหน็ คุณคา่ ในหลกั ธรรมในกรอบอรยิ สจั 4
3. ปฏิบตั ิตนหลกั ธรรมในกรอบอริยสจั 4

4

กอ่ นศึกษำเน้ือหำในหนงั สืออเิ ลก็ ทรอนกิ ส์
มำลองทำแบบทดสอบกอ่ นเรยี นดกู ่อนนะคะ

5

แบบทดสอบกอ่ นเรียน

เรอื่ ง หลกั ธรรมสำคญั ในกรอบอริยสัจ 4 (อำยตนะ)

คำชแี้ จง แบบทดสอบชดุ นี้ เปน็ แบบปรนัย 4 ตวั เลือก จานวน 10 ข้อ 10 คะแนน
คำสัง่ ให้นักเรยี นทาเครอ่ื งหมายกากบาท (X) เลอื กข้อท่ีถูกตอ้ งทสี่ ดุ เพียงข้อเดยี วลงใน
กระดาษคาตอบที่แจกให้

1. เครื่องรบั ร้แู ละสิ่งทีถ่ ูกรบั รเู้ รยี กว่าอะไร
ก. อารมณ์
ข. อายตนะ
ค. อินทรีย์
ง. โผฏฐัพพะ

2. ตาเป็นเครือ่ งรบั รู้ รปู จะเป็นอะไร
ก. สิ่งท่ีถูกรบั รู้
ข. รู้อายตนะภายใน
ค. เคร่ืองติดต่อภายใน
ง. อายตนะภายนอก

3. อะไรเป็นอายตนะภายนอก
ก. หู
ข. เสยี ง
ค. จมูก
ง. กาย

4. ถา้ หคู ่กู บั เสียง จมูกจะคู่กับอะไร
ก. กลน่ิ
ข. รปู
ค. รส
ง. เสยี ง

6

5. ข้อใดจัดเปน็ อายตนะภายนอก
ก. ตา หู รูป เสียง รส
ข. ตา หู จมกู ปาก คอ
ค. หน้า มือ ขา แขน ลาตัว
ง. รูป เสียง กลิน่ สัมผสั รส

6. เพราะเหตใุ ดอายตนะจงึ จัดเป็นทุกข์
ก. เพราะเปน็ ธรรมท่ีควรรู้
ข. เพราะเปน็ ธรรมทค่ี วรละ
ค. เพราะเป็นธรรมทค่ี วรบรรลุ
ง. ถกู ทุกข้อ

7. อะไรไม่ใช่อายตนะภายใน
ก. รูป
ข. กาย
ค. ลน้ิ
ง. ตา

8. อายตนะภายใน ได้แก่ข้อใด
ก. หัวใจ ปอด ไต ตับ กระเพาะ
ข. ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ
ค. เสียง คอ จมูก ตา
ง. ปาก จมกู ตา ลน้ิ

7

9. เพราะเหตุใดเสียงจงึ จัดเป็น 1 ในอารมณ์ 6
ก. เพราะทาหน้าที่ไดย้ ิน
ข. เพราะเปน็ เครอื่ งรับรู้
ค. เพราะเป็นสงิ่ ท่ถี ูกรับรู้
ง. เพราะเกิดความร้สู ึกข้ึนเม่ือได้เห็น

10. เมื่อลิน้ ได้ชมิ รสของอาหารทอี่ ร่อย เวทนาใดจะเกิดขนึ้
ก. สุข
ข. ทุกข์
ค. เฉย ๆ
ง. ถูกทกุ ข้อ

8

เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรียน
เรื่อง หลกั ธรรมสำคญั ในกรอบอริยสจั 4ขันธ์ (อำยตนะ)

1. ข
2. ข
3. ก
4. ก
5. ค
6. ค
7. ก
8. ค
9. ง
10. ก

9

หลกั ธรรมสำคญั ในกรอบอริยสัจ 4

อำยตนะ

อายตนะ (อ่านวา่ อายะตะนะ) แปลวา่ เครือ่ งตดิ ต่อหรือที่เช่ือมต่อ โดยรวมแล้ว
หมายถึงส่ิงทเ่ี ป็นสอ่ื ใช้สาหรับในการตดิ ต่อกนั ระหวา่ งสิ่งภายนอกและสิ่งภายใน โดยทาให้
เกิดความรสู้ กึ ข้ึน ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 อยา่ งด้วยกนั น่นั ก็คือ อายตนะภายนอก ทีห่ มายถึงส่งิ ที่
อยูภ่ ายนอกตัวเรา 6 อย่าง และอายตนะภายใน หมายถึงส่ิงท่อี ยู่ภายในตวั เรา 6 อยา่ ง โดย
ทง้ั สองอย่างน้เี ป็นส่ิงท่ีต้องค่กู ันอย่เู สมอ ไม่สามารถแยกออกจากกนั ได้

อำยตนะภำยนอกมีอะไรบำ้ ง

1. รูปายตนะ คือ รปู หรอื สีต่าง ๆ ที่มากระทบกบั ตาของเรา
2. สัททายตนะ คือ เสียงตา่ ง ๆ ทีม่ ากระทบกับหขู องเรา
3. คันธายตนะ คือ กล่ินตา่ ง ๆ ท่ีมากระทบกับจมูกของเรา
4. รสายตนะ คอื รสตา่ ง ๆ ท่ีมากระทบกบั ลิน้ ของเรา
5. โผฏฐพั พายตนะ คอื สัมผสั ต่าง ๆ ไม่วา่ จะเป็นภาวะร้อน, เย็น, หย่อน, แขง็ ซึง่
เป็นธรรมชาติที่มากระทบกับกายของเรา
6. ธัมมายตนะ คือ อารมณ์ต่าง ๆ ทเี่ กดิ ข้ึนซึ่งมากระทบกบั จิตใจของเรา

10

อำยตนะภำยในมอี ะไรบ้ำง

1. จักขายตนะ คอื ประสาทตาที่ไดร้ ับการมองเหน็ ในสง่ิ ต่าง ๆ
2. โสตายตนะ คอื โสตประสาท หรือประสาทหู ทไี่ ดร้ บั การไดย้ นิ ในเสยี งตา่ ง ๆ
3. ฆานายตนะ คือ ฆานประสาท หรือประสาทรบั กลนิ่ ที่ได้รับในกลิ่นต่าง ๆ
4. ชวิ หายตนะ คอื ชวิ หาประสาท หรอื ประสาทรับรสในการได้รับรสตา่ ง ๆ
5. กายายตนะ คือ กายประสาท หรอื ประสาทที่ได้รับการสัมผสั ตา่ ง ๆ
6. มนายตนะ คือ จติ ทร่ี บั รูค้ วามเปน็ อารมณท์ ั้งหมด เปน็ ธรรมชาตทิ ่ีรบั รูอ้ ารมณ์
ความรูส้ ึกนกึ คิดตา่ ง ๆ

อายตนะมคี ุณสมบตั ิสาคัญแบ่งออกเป็น 5 อย่าง คือ

อายตนะภายใน เปน็ ท่เี กิดแห่งวถิ จี ิตอยเู่ สมอ จะเกิดในชาติใดภพใดก็ตาม วถิ ีจิต ไมเ่ กดิ ท่ีอ่ืน
ตอ้ งเกิดตามอายตนะเหลา่ น้ี คือ ตา หู จมูก ล้นิ กาย ใจ

อายตนะภายในเหลา่ น้ี มีลกั ษณะเหมือนเป็นท่ีอย่ขู องวิถีจติ เหมือนพิณ เม่ือมีผูด้ ดี ก็จะมีเสยี งดงั
ขึน้ คล้ายกบั วา่ เสียงอยใู่ นสายพิณ วิถีจติ ก็เช่นเดยี วกันเมื่ออายตนะกระทบกนั ข้นึ วิถจี ิตจงึ เกิด

อายตนะภายในเหล่าน้ี เกิดขึ้นอยู่ในสตั วท์ วั่ ไป ไม่เลือกชั้นสูง ตา่ สตั ว์เล็ก สัตวใ์ หญ่ คือไม่วา่ จะ
เป็นมนษุ ย์ เทวดา สตั วเ์ ดรัจฉาน กต็ ้องมี ตา จมกู ลน้ิ กาย ใจ ดว้ ยกันทง้ั ส้ิน

อายตนะภายนอก เป็นทป่ี ระชมุ ของวถิ ีจิตทั้งหลาย คือวิถีจิตต่างๆ ท่เี กิดข้นึ ต้องมีการรับ
อารมณ์เสมอ การรับอารมณ์คลา้ ยกบั วา่ เขา้ ไปประชุมอยใู่ นอายตนะภายนอกเหล่าน้ัน

อายตนะทัง้ ภายในและภายนอกจานวนอย่างละ 6 น้ี เปน็ เหตุให้วถิ ีจิตเกิด ถา้ ไม่มีอายตนะ
เหล่าน้เี สยี แล้ว วิถีจิตย่อมเกดิ ไมไ่ ด้

11

อำยตนะมคี ณุ สมบัตสิ ำคญั แบง่ ออกเปน็ 5 อยำ่ ง คอื

อายตนะภายใน เป็นทเ่ี กิดแห่งวิถจี ิตอยเู่ สมอ จะเกดิ ในชาติใดภพใดกต็ าม วิถจี ิต ไม่เกดิ
ที่อ่นื ต้องเกิดตามอายตนะเหล่าน้ี คอื ตา หู จมูก ล้นิ กาย ใจ

อายตนะภายในเหล่าน้ี มีลักษณะเหมือนเป็นท่ีอย่ขู องวถิ ีจติ เหมอื นพิณ เมื่อมีผู้ดดี กจ็ ะมี
เสยี งดังขน้ึ คลา้ ยกับว่าเสียงอยู่ในสายพิณ วถิ ีจิตกเ็ ช่นเดียวกันเม่ืออายตนะกระทบกนั ข้นึ วถิ จี ติ
จงึ เกิด

อายตนะภายในเหลา่ น้ี เกดิ ข้ึนอยใู่ นสตั ว์ท่ัวไป ไม่เลอื กชน้ั สูง ต่า สัตว์เลก็ สัตวใ์ หญ่ คอื
ไมว่ ่าจะเปน็ มนุษย์ เทวดา สตั วเ์ ดรัจฉาน ก็ตอ้ งมี ตา จมูก ลิ้น กาย ใจ ด้วยกันทง้ั สน้ิ

อายตนะภายนอก เปน็ ท่ีประชุมของวิถีจติ ทงั้ หลาย คือวิถีจิตตา่ ง ๆ ท่ีเกดิ ข้ึน ตอ้ งมีการ
รับอารมณ์เสมอ การรบั อารมณ์คลา้ ยกับวา่ เข้าไปประชุมอยใู่ นอายตนะภายนอกเหล่าน้ัน

อายตนะทงั้ ภายในและภายนอกจานวนอย่างละ 6 น้ี เปน็ เหตใุ หว้ ิถีจิตเกิด ถ้าไม่มี
อายตนะเหล่านี้เสยี แล้ว วถิ จี ติ ยอ่ มเกิดไมไ่ ด้

12

กำรทำหน้ำทข่ี องอำยตนะ

อายตนะ ทาใหเ้ กิดความรซู้ ่ึงเกิดจากการเชอ่ื มต่อระหวา่ งอายตนะภายนอกกบั อายตนะ
ภายใน เมื่ออายตนะภายในซึ่งเป็นแดนรับรกู้ ระทบกบั อารมณ์ คืออายตนะภายนอก ซึ่งเปน็ ส่ิงทถ่ี กู รู้
ก็จะเกดิ ความรจู้ าเพาะดา้ นของอายตนะแตล่ ะอยา่ งๆ ขึ้น เชน่ ตากระทบรปู เกิดความรู้ เรยี กวา่
เหน็ หกู ระทบเสยี ง เกิดความรู้ เรยี กวา่ ไดย้ นิ เป็นตน้ ความรจู้ าเพาะแต่ละดา้ นนี้เรียกว่า วญิ ญาณ
แปลวา่ ความรแู้ จ้ง คอื รู้อารมณ์ ดงั นั้นจึงมวี ิญญาณ 6 อย่างเทา่ กับอายตนะ และอารมณ์ 6 คู่ คอื
วิญญาณทางตา ได้แก่ เหน็ วญิ ญาณทางหู ไดแ้ ก่ ได้ยิน วิญญาณทางจมูก ได้แก่ ได้กลิน่ วญิ ญาณ
ทางลิน้ ได้แก่ รูร้ ส วิญญาณทางกาย ได้แก่ รสู้ ิ่งต้องกาย วิญญาณทางใจ ได้แก่ ร้อู ารมณ์ทางใจ หรือ
รเู้ รอื่ งในใจ

13

สรุปได้ว่ำ อำยตนะ 6 อำรมณ์ 6 และวิญญำณ 6 มีควำมเกยี่ วเนอ่ื งกนั คอื

1. จกั ขุ ตา เป็นแดนรบั รู้รปู เกดิ ความรู้คือ จักขวุ ิญญาณ-เห็น
2. โสตะ หู เป็นแดนรับรู้เสียง เกดิ ความรูค้ ือ โสตวิญญาณ-ได้ยนิ
3. ฆานะ จมูก เปน็ แดนรบั รู้กล่นิ เกิดความรู้คือ ฆานวิญญาณ-ไดก้ ล่ิน
4. ชิวหา ลนิ้ เป็นแดนรบั ร้รู ส เกดิ ความรู้คือ ชวิ หาวญิ ญาณ-รรู้ ส
5. กาย กาย เปน็ แดนรบั รู้โผฏฐัพพะ เกดิ ความรู้คือ กายวญิ ญาณ-รูส้ ิง่ ตอ้ งกาย
6. มโน ใจ เป็นแดนรับรธู้ รรมารมณ์ เกิดความร้คู ือ มโนวญิ ญาณ-ร้เู รือ่ งในใจ

14

การรบั รู้จะเกดิ ขึน้ ได้เม่ือวญิ ญาณเกดิ ขึ้น ซง่ึ โดยปกตวิ ิญญาณจะเกิดขนึ้ เม่ือเกดิ การ
กระทบกันระหวา่ งอายตนะภายนอกกบั อายตนะภายใน แตใ่ นบางกรณกี ็ไม่เกดิ การรับรู้ เช่น ถูก
สมั ผสั ขณะหลบั หรอื มองส่งิ ต่าง ๆ ขณะเหมอ่ ลอย จะไมเ่ กิดการรบั รู้ใด ๆ การรบั รจู้ ะเกิดข้นึ
ตอ่ เมื่อมีองคป์ ระกอบเกิดข้นึ ครบทงั้ 3 อย่าง ได้แก่ อายตนะ อารมณ์ และวญิ ญาณ เรยี กวา่
ผสั สะ หรือสมั ผสั แปลวา่ การกระทบ หรือหมายความว่า การบรรจบพร้อมกนั แห่งอายตนะ
อารมณ์ และวญิ ญาณ

เมอื่ ผัสสะเกดิ ข้ึน กระบวนการรับรกู้ ็ดาเนนิ ตอ่ ไป เริ่มต้ังแต่ความรสู้ กึ ตอ่ อารมณ์ท่ีรบั รู้
เข้ามานนั้ การจาหมาย การคิดปรงุ แตง่ ตลอดจนการแสดงออกต่าง ๆ ทส่ี ืบเน่ืองไปตามลาดบั
ความรู้สึกตอ่ อารมณ์ทีร่ บั รู้นี้เรียกว่า เวทนา แปลวา่ การเสวยอารมณ์ หรือการเสพรสอารมณ์ คือ
ความรูส้ ึกตอ่ อารมณ์ทร่ี บั รู้เข้ามานั้นโดยเปน็ สุขสบาย ไมส่ บาย หรือเฉย ๆ อยา่ งใดอย่างหนึ่ง
โดยเวทนามีการเกิดตามช่องทางของอายตนะท่ีเกิดขน้ึ เช่น เวทนาทีเ่ กดิ จากสัมผัสทางตา เวทนา
ท่เี กิดจากการสมั ผสั ทางหู เปน็ ตน้ ซ่งึ สามารถจดั ระดับเวทนาออกเป็น 3 ระดับ ไดแ้ ก่ สุข ทกุ ข์
อทุกขมสขุ หรือถา้ จดั ให้ละเอียดลงไปอีกกจ็ ะได้ 5 ระดบั ไดแ้ ก่ สขุ ทกุ ข์ โสมนัส โทมนัส และ
อุเบกขา สามารถสรปุ กระบวนการรบั รู้ได้ดังนี้

15

กระบวนกำรรบั รู้

อายตนะ + อารมณ์ + วิญญาณ = สมั ผัส → เวทนา
ทางรับรู้ สงิ่ ทีถ่ ูกรู้ ความรู้ การรบั รู้ เกดิ ความรสู้ ึกต่ออารมณ์
อายตนะจึงมคี วามหมายในลักษณะทีว่ า่ เป็นธรรมท่ีมีสภาพคล้ายๆ กับพยายามเพ่ือให้
เกดิ ผลตามคุณสมบัติของตน เชน่
อายตนะท่ีเรียกวา่ ตา กระทบหรอื เชอื่ มต่อกับอายตนะท่ีเรียกวา่ สี จึงมกี ารเห็นสี
อายตนะทเี่ รยี กวา่ หู เชื่อมต่อกับอายตนะท่เี รียกวา่ เสยี ง จึงมีการได้ยินเกิดขน้ึ
อายตนะที่เรยี กว่าจมูก เชื่อมตอ่ กบั อายตนะทเี่ รียกวา่ กลน่ิ จึงมกี ารรกู้ ลิ่นเกิดข้นึ
ดงั นั้น จึงอาจกล่าวได้วา่ อายตนะภายในและอายตนะภายนอก เปน็ เหตใุ ห้มผี ลเกิดข้ึน
เช่น
จักขายตนะกบั รูปายตนะ (เป็นเหต)ุ การเหน็ (เปน็ ผล)
โสตายตนะกบั สทั ทายตนะ (เป็นเหต)ุ การได้ยิน (เป็นผล)
ฆานายตนะกบั คนั ธายตนะ (เปน็ เหต)ุ การไดก้ ลิ่น (เปน็ ผล)
ชิวหายตนะกบั รสายตนะ (เป็นเหต)ุ การรรู้ ส (เป็นผล)
กายายตนะกบั โผฏฐัพพายตนะ (เป็นเหตุ) การรู้สัมผสั (เปน็ ผล)
มนายตนะกับธมั มายตนะ (เป็นเหต)ุ การรเู้ รื่องราวต่าง ๆ (เปน็ ผล)

16

เหตกุ บั ผลทกี่ ล่าวมานี้ เป็นไปตามสภาวะ อายตนะต่าง ๆ เหลา่ นี้ มีการขวนขวาย
พยายาม เพ่ือใหผ้ ลของตนเกิด

ส่งิ ทเ่ี ชอ่ื มต่อเหล่านี้ ทาให้จติ และเจตสิกธรรมกวา้ งขวางเจริญขึน้ คอื เมอ่ื อายตนะภายใน
และภายนอกมากระทบกันเข้า เกดิ การรู้อารมณท์ างทวารนัน้ ๆ วิถีจติ ต่าง ๆ มีจักขุทวาร วิถยี อม
เกิดขน้ึ วิถีจิตนน้ั เม่ือเกิด มใิ ช่เกิดเพยี งวิถีเดียว แตจ่ ะเกิดจานวนนบั ไมถ่ ้วน ในวิถจี ติ หนึ่งๆ นัน้ มี
จิตหลายชนดิ เกดิ ขน้ึ ทงั้ กุศลและอกุศล ทง้ั วิบาก ท้ังกริ ยิ า อาการทเ่ี กิดข้นึ ดังกล่าวนีเ้ รียกว่า จติ
เจตสกิ เจริญกว้างข้นึ

นอกจากน้ี กศุ ลธรรม มีศรัทธา สติ ปัญญา อกุศลธรรม มีโลภะ โทสะ เป็นตน้ เมอื่ เกดิ ใน
ระยะแรกยังมีกาลังอ่อน แตเ่ มอ่ื วถิ ีจติ เกดิ วนเวยี นซา้ หลายรอบเขา้ กาลงั แหง่ กศุ ล และอกุศล
เหล่านีก้ ็เพ่ิมมากข้นึ ตามลาดับ กระทัง่ สาเรจ็ เปน็ สุจริต ทุจริต ลักษณะดังกล่าวน้เี รยี กวา่ จติ เจตสิก
มคี วามเจริญกวา้ งขวางเพราะอาศัยการกระทบเชอ่ื มต่อของอายตนะภายใน ภายนอกน้เี อง

17

ศกึ ษำเนือ้ หำในหนังสอื อิเลก็ ทรอนกิ ส์เสร็จสิ้น
มำลองทำแบบทดสอบหลังเรียน

เพ่อื วัดควำมรคู้ วำมเข้ำใจหลงั เรียนกนั ค่ะ

18

แบบทดสอบหลงั เรยี น

เรื่อง ขันธ์ (อำยตนะ)

คำชีแ้ จง แบบทดสอบชุดน้ี เป็นแบบปรนยั 4 ตวั เลอื ก จานวน 10 ขอ้ 10 คะแนน
คำส่งั ใหน้ ักเรยี นทาเครอื่ งหมายกากบาท (X) เลอื กข้อที่ถูกต้องท่สี ดุ เพยี งข้อเดียวลงใน
กระดาษคาตอบท่ีแจกให้

1. ขอ้ ใดจดั เป็นอายตนะภายนอก
ก. ตา หู รูป เสียง รส
ข. ตา หู จมูก ปาก คอ
ค. หน้า มอื ขา แขน ลาตัว
ง. รปู เสียง กล่นิ สัมผสั รส

2. เพราะเหตใุ ดอายตนะจงึ จัดเป็นทุกข์
ก. เพราะเปน็ ธรรมทีค่ วรรู้
ข. เพราะเป็นธรรมที่ควรละ
ค. เพราะเป็นธรรมทคี่ วรบรรลุ
ง. ถูกทกุ ขอ้

3. อะไรไมใ่ ช่อายตนะภายใน
ก. รูป
ข. กาย
ค. ลน้ิ
ง. ตา

4. อายตนะภายใน ไดแ้ ก่ขอ้ ใด
ก. หวั ใจ ปอด ไต ตบั กระเพาะ
ข. ตา หู จมกู ลิน้ กาย ใจ
ค. เสียง คอ จมูก ตา
ง. ปาก จมูก ตา ล้ิน

19

5. เครื่องรบั รแู้ ละส่ิงที่ถูกรับรเู้ รียกว่าอะไร
ก. อารมณ์
ข. อายตนะ
ค. อนิ ทรยี ์
ง. โผฏฐพั พะ

6. ตาเปน็ เครื่องรบั รู้ รปู จะเป็นอะไร
ก. สิง่ ทถ่ี กู รบั รู้
ข. รู้อายตนะภายใน
ค. เคร่อื งตดิ ต่อภายใน
ง. อายตนะภายนอก

7. อะไรเป็นอายตนะภายนอก
ก. หู
ข. เสยี ง
ค. จมูก
ง. กาย

8. ถ้าหูคกู่ ับเสยี ง จมูกจะค่กู ับอะไร
ก. กลิ่น
ข. รูป
ค. รส
ง. เสยี ง

20

9. เมอ่ื ล้นิ ไดช้ ิมรสของอาหารทอ่ี ร่อย เวทนาใดจะเกดิ ข้นึ
ก. สุข
ข. ทกุ ข์
ค. เฉย ๆ
ง. ถูกทุกข้อ

10. เพราะเหตุใดเสียงจึงจัดเป็น 1 ในอารมณ์ 6
ก. เพราะทาหนา้ ท่ีได้ยนิ
ข. เพราะเปน็ เครื่องรับรู้
ค. เพราะเปน็ สง่ิ ท่ถี ูกรบั รู้
ง. เพราะเกิดความรูส้ ึกข้นึ เม่ือได้เห็น

21

เฉลยแบบทดสอบหลงั เรยี น
เรื่อง ขันธ์ (อำยตนะ)

1. ค
2. ค
3. ก
4. ค
5. ข
6. ข
7. ก
8. ก
9. ก
10. ง

22

บรรณำนุกรม

วิทย์ วิศทเวทย์,เสฐียรพงษ์ วรรณปก. (2559). พระพุทธศำสนำ ม.2. กรงุ เทพฯ.
สานกั พิมพ์อักษรเจริญทัศน.์

พระมหามนสั กติ ตฺ ิสาโร. (2558). พระพุทธศำสนำ ม.2. กรงุ เทพฯ
สานักพมิ พส์ ถาบนั พัฒนาวิชาการ.

เกรด็ ความร้.ู net. (2562). อำยตนะ 6 คอื อะไร มอี ะไรบำ้ ง.
สืบคน้ จาก https://www.เกรด็ ความร.ู้ net/อายตนะ-6.

gotoknow.org. (2561). อำยตนะ12(อำยตนะภำยใน6 อำยตนะภำยนอก6)
สืบคน้ จาก https://www.gotoknow.org/posts/649002.

23


Click to View FlipBook Version