46 บทที่ 1 เรื่อง วัสดุสารสนเทศงานหองสมุด ............................................................................................................................................. จุดประสงคการเรียนรู 1. อธิบายความหมายและบอกลักษณะของวัสดุสารสนเทศได 2. จําแนกประเภทของวัสดุสารสนเทศได 3. บอกประโยชนและใชวัสดุสารสนเทศประเภทตาง ๆ ได วัสดุสารสนเทศ หมายถึง ความรู ขาวสาร ขอมูล ที่ถูกบันทึกลงในวัสดุตาง ๆ กัน เชน หนังสือ สิ่งพิมพ แถบ บันทึกเสียง แถบบันทึกภาพ อุปกรณอิเล็กทรอนิกส วัสดุสารสนเทศในหองสมุดสามารถแบงออกเปน 2 ประเภทใหญ ๆ ดังนี้ 1. วัสดุตีพิมพ (Printed materials) 2. วัสดุไมตีพิมพ (No printed materials) 1. หนังสือ ( Book ) ซึ่งมีรายละเอียดชนิดของหนังสือดังนี้ดังนี้ 1.1 หนังสือตําราวิชาการ เปนหนังสือที่เขียนขึ้นตามหลักสูตรในสถาบันการศึกษาระดับตาง ๆ โดยเลมหนึ่ง อาจเขียนครอบคลุมเนื้อหาในรายวิชาหนึ่งอยางครบถวน ใชสําหรับประกอบการเรียนการสอน และคนควา ประกอบการเรียนการสอนตางวิชา และตางระดับการศึกษาได เชน ตําราวิชาคณิตศาสตร ตํารากลศาสตร แบบเรียนวิชาตาง ๆ 1.2 หนังสืออานประกอบ เปนหนังสือที่เขียนขึ้นเพื่อใชอานประกอบเนื้อหาวิชาตาง ๆ ที่เลาเรียนอยูในสถานศึกษา โดยมีเนื้อหาละเอียดขึ้นพิสดารขึ้น เจาะลึกขึ้น สําหรับผูที่สนใจศึกษา คนควาเพิ่มเติมใหไดความรูที่กวางขวางขึ้น เชน หนังสืออานประกอบระดับมัธยมศึกษาที่จัดพิมพเผยแพรโดยกรมวิชาการ เปนตน 1.3 หนังสือความรูทั่วไป เปนหนังสือที่ผูเขียนเรียบเรียงเรื่องที่ตนเองสนใจศึกษาคนควา หรือรวบรวมได มิได มุงหวังจะใหเปนตําราวิชาหนึ่งวิชาใด แตเปนการเสนอความรูในประเด็นใดประเด็นหนึ่ง หรือเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เชน ไฟฟาใน ชีวิตประจําวัน คอมพิวเตอร กฎหมายที่ประชาชนควรรู เปนตน 1.4 หนังสืออางอิง เปนหนังสือที่จัดทําขึ้นมาเปนพิเศษ เพื่อใชศึกษาคนควาหาคําตอบในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง โดยไมจําเปนตองอานตลอดทั้งเลมมีลักษณะการเรียบเรียงที่สะดวกตอการใช โดยเรียบเรียงตามลําดับอักษรของเรื่อง หรือเนื้อหาที่ตองการจะคน 1.5 หนังสือบันเทิงคดี (Fiction books) เปนหนังสือที่เขียนขึ้นจากจินตนาการ มุงใหความบันเทิง เปนสําคัญ ไดแก หนังสือนวนิยาย หนังสือรวมเรื่องสั้น หนังสือสําหรับเด็กและเยาวชน เปนตน วัสดุตีพิมพแบงออกเปน 4 ประเภท ดังนี้
47 2. สิ่งตีพิมพประเภทสิ่งพิมพตอเนื่อง (Serials) ไดแก 2.1 หนังสือพิมพรายวัน เปนสิ่งพิมพที่มีการกําหนดออกเปนประจําทุกวัน เพื่อเสนอขาวความเคลื่อนไหว เหตุการณปจจุบัน บทความทางวิชาการ บทความแสดงความคิดเห็น สาระนารูตาง ๆ เรื่องยอ นวนิยาย และเรื่องที่อยู ในความสนใจของประชาชน 2.2วารสาร และนิตยสาร เปนสิ่งที่มีกําหนดออกเปนเวลาตามกําหนด เชน วารสารรายสัปดาห มีกําหนดออก สัปดาหละ 1 ฉบับ วารสารรายปกษ มีกําหนดออก 2 สัปดาห/ 1 ฉบับ วารสารจะเนนหนักเนื้อหาวิชาการ แต นิตยสารเนนความบันเทิง เนื้อหาในวารสารและนิตยสารจะหลากหลายตามวัตถุประสงคของวารสาร และนิตยสาร 2.3 หนังสือรายป เปนสิ่งพิมพที่ออกประจําตอเนื่องกันทุกป เชน รายงานประจําป รายงานการประชุม ประจําป สวนใหญจะจัดรวมอยูกับหนังสืออางอิง 3. จุลสาร (Pamphlet) เปนสิ่งพิมพที่จัดพิมพโดยหนวยงานรัฐ หรือเอกชน มีเนื้อหาเกี่ยวของกับหนวยงานที่ผลิต มี จํานวนหนาประมาณ 60 หนา หรืออาจจะหนาบางกวานี้ เนื้อหาในจุลสารจะจบภายในเลมเดียว และสวนใหญ เปน สิ่งพิมพที่จัดทําขึ้น เพื่อแจกจาย เผยแพรความรู เชน จุลสารเกี่ยวกับโรคตาง ๆ และวิธีดูแลตัวเองเมื่อปวยเปนโรค ดังกลาว หรือวิธีระวังปองกัน ไมใหเปนโรคดังกลาว ของกระทรวงสาธารณสุข จุลสารเผยแพรความรูทางการปลูก พืชชนิดตาง ๆ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ เปนตน 4. กฤตภาค (Clippings) เปนสิ่งตีพิมพที่หองสมุดจัดทําขึ้น เพื่อใหบริการแกผูใช โดยตัดบทความ ภาพ ขาว สาระนารู ที่มีประโยชนตอผูใช จากหนังสือพิมพ หรือวารสาร ฉบับลวงเวลา แลวมาผนึกลงบนแบบฟอรมที่ หองสมุดกําหนด บอกแหลงที่มา ใหหัวเรื่องสําหรับคนควา และนําไปจัดเรียงเขาแฟมตามลําดับอักษรของหัวเรื่อง เพื่อคนควาตอไป ภาพประกอบ วารสาร นิตยสาร หนังสือพิมพ
48 1. โสตวัสดุ คือ วัสดุสารสนเทศที่ใชเสียงเปนสื่อในการถายทอดสารสนเทศ เชน แผนเสียง แถบบันทึกเสียง หรือเทปบันทึกเสียง เปนตน 2. ทัศนวัสดุ คือ วัสดุสารสนเทศที่ผูรับตองใชสายตารับรู อาจดูดวยตาเปลา หรือใชเครื่องฉายชวย เชน รูปภาพ แผนที่ ภาพเลื่อน หรือฟลมสตริบภาพนิ่ง หรือสไลด ภาพแผนใส 3. วัสดุยอสวน เปนการเก็บขอมูลลงในวัสดุขนาดเล็ก โดยการถายหรือพิมพยอสวนลงไป เชน ไมโครฟลม ไมโคร ฟช ไมโครการด และไมโครพรินท 4. โสตทัศนวัสดุ เปนสารสนเทศที่มีทั้งภาพและเสียง เชน ภาพยนตร สไลดประกอบเสียง หรือสไลดมัลติวิชั่น 5. วัสดุอิเล็กทรอนิกส เปนวัสดุสารสนเทศที่มีการแปลงสารสนเทศเปนสัญญาณอิเล็กทรอนิกสกลับ คือ เปนภาพ และเสียง เชน วีดีทัศน (Videotape) และซีดีรอม (CD-ROM = Compact Disc Read Only - Memory) ซีดีรอม เปนแผนโลหะผสมพิเศษ มีความแข็ง และเบา ขนาดเสนผาศูนยกลาง 5 นิ้ว บันทึกขอมูลบนพื้นผิว สามารถจุขอความ ไดมากมาย เทียบเทาหนังสือหนาประมาณ 250,000 หนา วัสดุไมตีพิมพ แบงออกเปน 5 ประเภท ดังนี้ สมุดข่อย Computer CD Rom หุ่นจําลอง ศิลาจารึก Microfilms
49 ใบงานที่ 1 เรื่อง วัสดุสารสนเทศงานหองสมุด ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1 รายวิชา ท20282 การใชหองสมุดเพื่อการศึกษาคนควา ผลการเรียนรูที่คาดหวัง มีความรู ความเขาใจเกี่ยวกับวัสดุสารสนเทศ และสามารถใชประโยชนจากสารสนเทศได คําสั่ง ใหนักเรียนศึกษาเรื่องวัสดุสารสนเทศงานหองสมุด แลวตอบคําถามตอไปนี้ 1. ใหนักเรียนเขียนแผนภูมิความคิด เรื่องวัสดุสารสนเทศงานหองสมุด วัสดุสารสนเทศ หองสมุด
50 2. จงอธิบาย และยกตัวอยางวัสดุสารสนเทศตอไปนี้ 2.1 โสตวัสดุ คือ............................................................................................................................. เชน ............................................................................................................................................................ 2.2 ทัศนวัสดุ คือ ......................................................................................................................... เชน ........................................................................................................................................................... 2.3 วัสดุยอสวน คือ...................................................................................................................... เชน............................................................................................................................................................. 2.4 โสตทัศนวัสดุ คือ..................................................................................................................... เชน .......................................................................................................................................................... 2.5 วัสดุอิเล็กทรอนิกส คือ ............................................................................................................ เชน ........................................................................................................................................................... 3. ใหนักเรียนวาดภาพวัสดุสารสนเทศ มา 1 ประเภท แลวระบายสีใหสวยงาม นี่คือวัสดุสารสนเทศ ชื่อ.......................................................................
51 แบบฝกหัด บทที่ 1 เรื่อง วัสดุสารสนเทศงานหองสมุด ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1 รายวิชา ท20282 การใชหองสมุดเพื่อการศึกษาคนควา คําสั่ง จงเลือกคําตอบที่ถูกตองที่สุด เพียงคําตอบเดียว 1. ขอใดคือความหมายของวัสดุสารสนเทศ ก. ความรู ขาวสาร ขอมูล ที่ถูกบันทึกลงไปในหนังสือ ข. ความรู ขาวสาร ขอมูล ที่ถูกบันทึกลงไปในซีดี วีดีโอ ค. ความรู ขาวสาร ขอมูล ที่ถูกบันทึกลงไปในศิลาจารึก ง. ความรู ขาวสาร ขอมูล ที่ถูกบันทึกลงไปในวัสดุตาง ๆ กัน 2. วัสดุสารสนเทศในงานหองสมุดสามารถแบงเปน 2 ประเภทใหญ ๆ คือขอใด ก. วัสดุตีพิมพและวัสดุไมตีพิมพ ข. วัสดุแข็งกับวัสดุออน ค. วัสดุสําหรับอานและวัสดุสําหรับคนควา ง. วัสดุที่สามารถยืมไดและวัสดุที่ไมสามารถยืมได 3. หนังสือ จัดเปนวัสดุประเภทใด ก. วัสดุตีพิมพ ข. วัสดุไมตีพิมพ ค. วัสดุแข็ง ง. วัสดุออน 4. ซีดีรอม จัดเปนวัสดุสารสนเทศประเภทใด ก. วัสดุตีพิมพ ข. วัสดุไมตีพิมพ ค. วัสดุแข็ง ง. วัสดุออน 5. ขอใดจัดเปนหนังสือประเภทตําราวิชาการ ก. หนังสือชุดเอาชีวิตรอดในภูเขาไฟ ข. แบบเรียนวิชาวิทยาศาสตร ม.1 ค. หนังสือการตูนโดราเอมอน ง. หนังสือเรื่องอยูกับกง
52 6. สิ่งพิมพตอเนื่องหมายความวาอยางไร ก. เปนสิ่งพิมพที่ออกมาเปนตอนๆ และติดตอกันเปนเวลา 3 เดือน ข. เปนสิ่งพิมพที่ออกเปนวาระ มีกําหนดเวลาออก ที่แนนอน และสม่ําเสมอ ค. เปนสิ่งพิมพที่ตองนําออกมาจําหนายใหตอเนื่องกันตลอดทั้งป ง. เปนสิ่งพิมพที่พิมพออกมาทุก ๆ วัน เชน หนังสือพิมพ 7. ขอใดเปนโสตวัสดุ ก. วิทยุ ข. ภาพยนตร ค. ไมโครฟช ง. CD Rom 8. ขอใดเปนทัศนวัสดุ ก. วิทยุ ข. ภาพยนตร ค. ไมโครฟช ง. รูปภาพ 9. ขอใดเปนโสตทัศวัสดุ ก. วิทยุ ข. ภาพยนตร ค. ไมโครฟช ง. CD Rom 10. ขอใดเปนวัสดุอิเล็กทรอนิกส ก. วิทยุ ข. ภาพยนตร ค. ไมโครฟช ง. CD Rom
53 บทที่ 2 เรื่อง สวนตาง ๆ ของหนังสือ ..................................................................................................................................................... จุดประสงคการเรียนรู 1. สามารถบอกประโยชนและความสําคัญของสวนตาง ๆ ของหนังสือได 2. สามารถใชประโยชนจากสวนตาง ๆ ของหนังสือได ความหมายของหนังสือ หนังสือ คือ ทรัพยสินทางปญญาอยางหนึ่งที่มนุษยสรางขึ้น โดยการนําเอาความรู ความคิด และประสบการณมา ประมวลเขาดวยกัน ถายทอดสูผูอานโดยใชตัวอักษรและภาพประกอบเปนสื่อ ( ธาดาศักดิ์ วชิรปรีชาพงษ. 2548 : 39 ) ความสําคัญของหนังสือ ในโลกปจจุบันถึงแมวาเทคโนโลยีจะเขามามีบทบาทในชีวิตประจําวันมากขึ้น แตความรูที่อยูในหนังสือยัง เปนที่นิยมและมีความสําคัญมาก เพราะหนังสือสะดวกตอการใช สามารถอานไดตลอดเวลา โดยไมจํากัดสถานที่ ซึ่งตางจากอินเทอรเน็ต หรือ E – Book ที่ตองมีสถานที่เฉพาะ ทั้งนี้หนังสือยังใหรายละเอียดเนื้อหาไดมาก และ ลึกซึ้งกวาสื่ออื่น ๆ ทั้งยังมีราคาถูกกวา นอกจากนี้หนังสือจะสงเสริมการสรางนิสัยรักการอาน และศึกษาคนควาได มากกวาสื่ออื่น ๆ เพราะสามารถสัมผัสไดดวยตนเอง ประโยชนของหนังสือ 1. ชวยใหผูอานไดทราบเรื่องราวในอดีต สนับสนุนใหมีการศึกษาคนควาใหกวางขวางตอไป 2. ชวยสรางนิสัยรักการอาน และสงเสริมใหการอานเปนความจําเปนของชีวิต เมื่อตองการ ทราบและ แกไขปญหาตางๆ ดวยวิธีการแสวงหาคําตอบจากหนังสือ 3. หนังสือจะกลอมเกลาจิตใจผูอานใหเกิดอารมณสุนทรี และประทับใจกับบุคคล และเหตุการณ บางอยาง 4. หนังสือเปนเพื่อนคลายเหงา ชวยใหผูอานรูจักใชเวลาวางใหเปนประโยชน 5. หนังสือชวยอธิบายเรื่องที่ไมรูใหกระจางได ในขอบเขต และความสามารถของแตละบุคคล 6. หนังสือจะสงเสริมความใฝรูใหแกผูอานจากภาษาที่เขาใจงาย และรูปเลมที่ดึงดูดความสนใจ หนังสือและสวนตาง ๆ ของหนังสือ
54 การใชหนังสือเพื่อการศึกษาคนควาใหไดรับประโยชนอยางเต็มที่และรวดเร็วนั้น ผูใชจําเปนจะตองรูจักสวน ตาง ๆ ของหนังสือวาแตละสวนมีความสําคัญในการใหขอมูลที่เปนประโยชนอยางไร 1. ใบหุมปก ( Book Jacket ) คือสวนที่หุมปกนอกของหนังสือ มีลักษณะเปนกระดาษที่ออกแบบ ตกแตงใหมี ลวดลายสีสันสวยงามสะดุดตา จะมีชื่อเรื่อง ชื่อผูแตงอยูดานหลัง สวนดานหลังหรือสวนที่พับเขาขางในมักจะเปน ประวัติสั้น ๆ ของผูแตงและผลงาน รวมทั้งเรื่องยอ หรือคําวิจารณหนังสือเลมนั้น ดังนั้นใบหุมปกนอกจะชวยให หนังสือโดยเฉพาะปกนอกใหม และสะอาดแลวยังดึงดูดความสนใจใหคนอยากอาน และใหความรูเกี่ยวกับหนังสือ และประวัติผูแตงโดยสังเขปอีกดวย ประโยชนของใบหุมปก 1. ดึงดูดความสนใจของผูอาน ใหมาอานหนังสือเลมดังกลาว 2. ปกปองไมใหหนังสือชํารุดไดเร็ว 3. ใหรายละเอียดเกี่ยวกับหนังสือ คําวิจารณของหนังสือ 4. ใหรายละเอียดเกี่ยวกับประวัติ และผลงานของผูเขียน 2. ปกนอก (Cover) คือ สวนที่หุมเนื้อเรื่องทั้งหมดรวมเขาเปนเลมหนังสือประกอบดวยปกหนาและปกหลัง โดยมี สันหนังสือเปนสวนกลางยึดปกหนา และปกหลังเขาดวยกัน อาจเปนปกออนหรือปกแข็งก็ได หนังสือสวนใหญจะมี ชื่อเรื่อง ชื่อผูแตงอยูบนหนาปก หรือตรงสวนที่เปนสันหนังสือ ซึ่งเปนสวนที่มองเห็น ไดชัดเจนเวลาจัดเรียงหนังสือ ขึ้นชั้น หนังสือปกออน ซึ่งโดยปกติมักไมมีใบหุมปก จะมีชื่อเรื่อง ชื่อผูแตง ชื่อสํานักพิมพ และปที่พิมพไวครบถวน ลักษณะของการออกแบบ ปกออน จะเนนความสวยงามและสะดุดตาเชนเดียวกับใบหุมปก สวนตาง ๆ ของหนังสือ ความสําคัญและประโยชนของหนังสือ ภาพที่ 1 ตัวอย่างใบหุ้มปก ที่มา : หนังสือไม้ดอกหอม เล่ม 2 เขียนโดย ปิยะ เฉลิมกลิ่น
55 3. ใบยึดปก ( End papers) คือสวนที่อยูถัดจากปกนอกกับตัวเลมเขามาทั้งดานหนาและดานหลัง ทําหนาที่ยึดปกนอกกับตัวเลมหนังสือเขาดวยกัน จึงมักเปนกระดาษที่มีคุณภาพ เหนียวทนทาน โดยไมมีขอความใด ๆ บนใบยึดปก แตหนังสือบางเลมอาจจะมีแผนที่ แผนภูมิ หรือเครื่องหมายของสํานักพิมพอยูที่ใบยึดปก ประโยชน ของใบยึดปก ชวยยึดปกและตัวเลมหนังสือใหติดกัน 4. ใบรองปก (Fly leaves) คือหนากระดาษเปลาที่ไมมีขอความใดๆ อยูถัดจากใบยึดปกทั้งดานหนาและดานหลัง ชวยเสริมใหหนังสือแข็งแรงยิ่งขึ้น ประโยชนของใบรองปก คือ ชวยเสริมใหหนังสือแข็งแรง 5. หนาชื่อเรื่อง ( Half – Title page) คือหนาที่อยูถัดจากใบรองปกมีเพียงชื่อเรื่องของหนังสือ หนังสือบางเลมไมมี หนาชื่อเรื่อง ประโยชนของหนาชื่อเรื่อง คือ เมื่อปกหนังสือขาดหายไปก็ยังคงทราบชื่อเรื่องหนังสือได ภาพที่ 2 ภาพตัวอย่างปกนอก ที่มา : หนังสือ พหุปัญญาในห้องเรียน : วิธีการสอนเพื่อพัฒนาปัญญาหลายด้าน เขียนโดย กระทรวงศึกษาธิการ ภาพที่ 3 ตัวอยางหนาชื่อเรื่อง ที่มา : หนังสือ ภาพลายเสนอนุรักษสัตวหิมพานต เขียนโดย ภิญโญ สุวรรณคีรี
56 6. หนาปกใน ( Title page) จัดวาเปนหนาที่สําคัญที่สุดของหนังสือ เพราะใหรายละเอียดทางบรรณานุกรมของ หนังสือเลมนั้น ๆ อยางสมบูรณ ไดแก ชื่อเรื่อง ชื่อผูแตง ครั้งที่พิมพ และพิมพลักษณซึ่งประกอบดวย สถานที่ พิมพ สํานักพิมพ หรือผูจัดพิมพ และปที่พิมพ ประโยชนของหนาปกใน 1. เจาหนาที่หองสมุด สามารถนํารายละเอียดทางบรรณานุกรม มาบันทึกลงระบบคอมพิวเตอร เพื่อ บันทึกขอมูลของหนังสือแตละเลม เพื่อจัดทําบรรณานุกรมของหนังสือและลงทะเบียนหนังสือ 2. ผูอานสามารถนําขอมูล เพื่อทําบรรณานุกรมประกอบการคนควา ในการทํารายงานหรืองานวิจัยได 7. หนาลิขสิทธิ์( Copyright data page ) โดยมากจะอยูดานหลังของปกในและบางครั้งอยูหนาเดียวกับปกใน หนา ปลิขสิทธิ์จะแจงวาหนังสือเลมนั้น ไดรับลิขสิทธิ์ในการจัดพิมพ ป พ.ศ. ที่เทาไร ใครเปนผูถือลิขสิทธิ์หนังสือเลมนั้น หนังสือตางประเทศทุกเลมจะมีหนาปลิขสิทธิ์ แตหนังสือภาษาไทยมีเพียงบางเลมเทานั้น ประโยชนของหนาลิขสิทธิ์ คือ ทําใหทราบวาใครเปนเจาของลิขสิทธิ์ ผูที่ตองการนําไปคัดลอก หรือพิมพ หนังสือจะไดแจงผูถือลิขสิทธิ์ไดอยางถูกตอง ภาพที่ 4 ตัวอย่างหน้าปกใน และ หน้าลิขสิทธิ์ ที่มา : หนังสือ How I Play Golf เขียนโดย อาทิตย์ ประชาเรืองวิทย์
57 8. หนาภาพพิเศษ ( Frontispiece) คือหนาที่มีภาพสําคัญในเลม เปนภาพขนาดใหญเต็มหนา หันหนา ภาพเขาหาหนาปกใน คือหนาภาพพิเศษจะอยูดานซาย และหนาปกในอยูทางดานขวา ภาพในหนาภาพพิเศษอาจเปนภาพบุคคลสําคัญ ถาเปนหนังสือชีวประวัติ ภาพงานศิลปชิ้นเดน ๆ ถ า เ ป น หนังสือทางดานศิลปกรรม เปนตน ประโยชนของหนาภาพพิเศษ 1. ทําใหทราบเนื้อเรื่องในหนังสือไดดี 2. สามารถนําภาพไปจัดนิทรรศการหรือปายนิเทศได 3. ชวยดึงดูดความสนใจ และชวยรวบรวมแนวความคิดกอนอานเนื้อเรื่องในหนังสือไดมาก ภาพที่ 5 ตัวอย่างหน้าภาพพิเศษ ที่มา : หนังสือขวัญข้าว ขวัญแผ่นดิน เขียนโดย ธนาคารเพื่อการเกษตร
58 9. หนาคําอุทิศ ( Dedication page ) เปนหนาที่ผูเขียนแสดงความปรารถนา ในการเขียนหนังสือเพื่อใคร ผูเขียนจะอุทิศมอบใหแกผูมีอุปการคุณ หรือบุคคลที่รักใครสนิทสนมอาจเปนบิดามารดา สามีภรรยา หรือบุตร หรือครูอาจารยผูมีพระคุณทั้งหลาย ตลอดจนสิ่งที่รักอื่นๆ 10. หนาคํานํา ( Preface, Foreword, Introduction) เปนหนาที่แจงใหผูอานทราบวัตถุประสงค ความเปนมาของ หนังสือ แนวเนื้อหาสาระที่จะมีในเลม และคําขอบคุณตอผูใหความชวยเหลือ บางเลมอาจจะมีคํานิยมเขียนโดย ผูทรงคุณวุฒิแนะนําผูเขียน และยกยองหนังสือ เพื่อใหผูอานสามารถพิจารณาหนังสือนั้นในเบื้องตน ประโยชนหนาคํานํา 1. ทําใหผูอานทราบวัตถุประสงคของผูเขียน 2. ชวยใหผูอานทราบวาเนื้อหาของหนังสือวาตรงกับความตองการของตนเองหรือไม ภาพที่ 7 ตัวอย่างหน้าคํานํา ที่มา : หนังสือเมืองไทย เขียนโดย บุญส่ง เลขะกุล ภาพที่ 6 ตัวอย่างหน้าคําอุทิศ ที่มา : หนังสือ How I Play Golf เขียนโดย อาทิตย์ ประชาเรืองวิทย์
59 11. หนาสารบาญ หรือ สารบัญ ( Table of Contents) คือหนาที่มากอนเนื้อหาของหนังสือ บอกเนื้อหาสาระ ของหนังสือดวยการแบงออกเปนบท เปนตอน ตามที่ลําดับปรากฏในหนังสือ พรอมบอกหมายเลขหนากํากับวาบท ตอน เรื่องนั้น ๆ อยูในหนาใดของหนังสือ เปนการอํานวยความสะดวกแกผูอาน ประโยชนของหนาสารบัญ 1. ชวยใหผูอานทราบวา เนื้อหาในหนังสือเลมนี้มีอะไรบางและอยูหนาใด 2. ชวยใหผูอานทราบวาเนื้อหาในหนังสือตรงตามความตองการหรือไม ภาพที่ 8 ตัวอย่างหน้าสารบัญ ที่มา : หนังสือชุด ขุมทรัพย์โลกวิทยาศาสตร์ ร่างกายของเรา เล่ม 2 เขียนโดย สํานักพิมพ์ ไทม์ไลฟ์
60 12. หนาประกาศคุณูปการ ( Acknowledgement) คือขอความที่ผูเขียนกลาวขอบคุณผูชวยเหลือ และใหความ รวมมือในการเขียนหนังสือเลมนั้น บางครั้งอาจเขียนคํากลาวขอบคุณรวมอยูดวย หนาประกาศคุณูปการ หรือหนา “ กิตติกรรมประกาศ” จะอยูถัดจากหนาคํานํา ประโยชนของหนาประกาศคุณูปการ คือ ทําใหผูอานทราบชื่อบุคคลผูทรงคุณวุฒิในดานตาง ๆ ที่หนังสือนั้น ๆ เกี่ยวของ ภาพที่ 9 ตัวอย่างหน้าประกาศคุณูปการ หรือ หน้ากิตติกรรมประกาศ ที่มา : หนังสือความต้องการพัฒนาตนเองทางด้านวิชาการของข้าราชการ โรงเรียนมัธยมศึกษา เขียนโดย ประทีป โชติคุณเศรษฐ
61 13. หนารายชื่อแผนที่และรูปภาพ ( Lists of Maps Illustrations ) หนังสือที่มีแผนที่แผนภูมิ และ ภาพประกอบอื่น ๆ อยูในเลมมากและมีความสําคัญพอที่จะมีรายชื่อของภาพหรือแผนที่เหลานั้น และจะระบุวาอยู ในหนาใดในหนังสือเลมนั้น เชน หนังสือภูมิศาสตร หนังสือประวัติศาสตร หนังสือชีววิทยา เปนตน ภาพประกอบที่มีเพื่อประกอบขอความใหเดนชัดเพียงเล็ก ๆ นอย ๆ ไมมีความสําคัญอะไรมากนัก ก็จะไมมีบัญชีภาพ ประโยชนของหนารายชื่อ แผนที่ และรูปภาพ 1. ทําใหผูอานทราบบัญชีรายชื่อแผนที่ และภาพประกอบวาอยูหนาใด 2. ชวยในการคนหาขอมูลไดอยางรวดเร็ว ภาพที่ 10 ตัวอย่างหน้ารายชื่ อ แผนที่ และรูปภาพ ที่มา : หนังสือความต้องการพัฒนาตนเองทางด้านวิชาการของข้าราชการ โรงเรียนมัธยมศึกษา เขียนโดย ประทีป โชติคุณเศรษฐ
62 14. เนื้อหาของหนังสือ (Text) เปนสวนสําคัญของหนังสือทั้งเลม เพราะบรรจุรายละเอียดของเนื้อหาตั้งแตตนจนจบ โดยแบงเปนบท เปนตอน ตามที่ปรากฏอยูในสารบัญ ประโยชนของเนื้อหาของหนังสือ คือ ทําใหผูอานทราบเนื้อเรื่อง โดยละเอียดตั้งแตหนาแรกจนถึงหนาสุดทาย 15. เชิงอรรถ ( Footnote ) คือ ขอความที่อยูลางสุดของหนา เพื่อบอกใหผูอานทราบถึงที่มาของขอความตอนที่ ยกมา หรืออธิบายเรื่องราวที่นารูเกี่ยวกับขอความตอนนั้นเพิ่มเติม หรือขยายความใหละเอียดยิ่งขึ้น หนังสือบาง เลมอาจรวมเชิงอรรถทั้งหมดไวทายบทหรือทายเลม ( ดวงเนตร เบี้ยวไขมุก. 2533 : 26 ) ประโยชนของหนาเชิงอรรถ 1. ทําใหผูอานทราบที่มาของขอความที่ยกมา 2. ทําใหผูอานเขาใจเรื่องราวที่อธิบายละเอียดยิ่งขึ้น 3. ทําใหผูอานมีแนวทางในการศึกษาคนควาเพิ่มเติม ภาพที่ 11 ตัวอย่างหน้าเชิงอรรถ ที่มา : หนังสือประวัติศาสตร์ชนชาติไทย เขียนโดย กัญญา ลีลาลัย
63 16. บรรณานุกรม ( Bibliography) คือ รายชื่อหนังสือ เอกสารและวัสดุสารสนเทศตาง ๆ ที่ผูเขียน ใชเปนหลักฐาน คนควาประกอบการเรียน และเรียบเรียงหนังสือนั้น บรรณานุกรมอาจอยูทายบทแตละบท หรือจัดรวมไวทายเลมตอ จากบทสุดทายของหนังสือ บรรณานุกรมมีประโยชนตอผูอาน คือ สามารถคนหาเอกสารคนควาเพิ่มเติมได หนังสือ บางเลมเรียกบรรณานุกรมวา เอกสารอางอิง หรือ หนังสืออางอิง ประโยชนของบรรณานุกรม 1. ทําใหทราบวาผูเขียนไดมีการคนความาก ทําใหหนังสือมีเนื้อหานาเชื่อถือ สามารถนํามาอานและ อางอิงได 2. ผูอานสามารถคนควาหาความรูเพิ่มเติมจากรายชื่อตาง ๆ ที่เรียบเรียงอยูในบรรณานุกรม ภาพที่ 12 ตัวอย่างหน้าบรรณานุกรม ที่มา : หนังสือไม้ดอกแสนสวย ไม้ดอกไม้ประดับ เขียนโดย ธัญญะ เตชะศีลพิทักษ์
64 17. ภาคผนวก ( Appendix ) คือสวนประกอบนอกเหนือเนื้อหาที่เพิ่มเติมเขามาเพื่ออธิบายเนื้อหาของหนังสือ ใหชัดเจนยิ่งขึ้น ใหความรูกวางขวาง และทันสมัยเปนประโยชนตอผูอาน ภาคผนวกอยูตอจาก บรรณานุกรมอาจมีมากกวา 1 ภาคผนวกก็ได หนังสือบางเลมอาจไมมีภาคผนวกเลย ประโยชนของภาคผนวก ทําใหผูอานมีความรูมากขึ้นเกี่ยวกับหนังสือเลมนั้น ๆ ภาพที่ 13 ตัวอย่างหน้าภาคผนวก ที่มา : หนังสือไดโนเสาร์สัตว์โลกล้านปี เขียนโดย ประกายธรรม ไชยแถน
65 18. อภิธานศัพท ( Glossary)คือ บัญชีคําเฉพาะ หรือคําศัพทยาก ๆ ที่กลาวอยูในเนื้อเรื่องนํามารวบรวมไวเปนสวนหนึ่ง ตอจากภาคผนวก โดยปกติจะเรียงตามลําดับอักษรของคํา โดยใหคําอธิบาย หรือคําจํากัดความสั้น ๆ เพื่อชวยใหผูอาน เขาใจคําศัพทเหลานั้น และสามารถคนหาคําอธิบายไดสะดวก และรวดเร็ว ประโยชนของหนาอภิธานศัพท 1. ชวยใหผูอานมีความเขาใจ ความหมายของศัพทที่ปรากฏอยูในเนื้อหาของหนังสือ 2. ชวยใหผูอานมีความเขาใจเนื้อหาของหนังสือ ภาพที่ 14 ตัวอย่างหน้าอภิธานศัพท์ ที่มา : หนังสือชุดขุมทรัพย์โลกวิทยาศาสตร์ เรื่อง สภาพลมฟ้าอากาศ เขียนโดย บริษัทไทม์-ไลฟ์, ประเทศไทย
66 19. ดัชนี ( Index ) ดัชนีหรือดรรชนี บางที่เรียกวา สารบัญคนเรื่อง คือบัญชีคําหรือหัวขอยอยที่สําคัญ ที่ กลาวถึงในหนังสือเลมนั้น นํามาจัดเรียงตามลําดับตัวอักษรพรอมทั้งบอกเลขหนาที่มีคํานั้น ๆ ปรากฏอยู เพื่อใหผูอาน คนหาความรูเรื่องปลีกยอยเหลานั้นไดสะดวกและรวดเร็ว ดัชนีมักอยูทายเลม แตถาเปนหนังสือชุดหลายเลมจบ อาจมีดัชนีรวมแยกไวเปนเลมสุดทายตางหาก เชน หนังสือประเภทสารานุกรมหนังสือทางวิชาการสวนใหญจะมีดัชนี ทั่วไป มีบางเลมเทานั้นที่มีดัชนีหัวเรื่อง ดัชนีผูแตง และดัชนี ชื่อเรื่อง ( ธาดาศักดิ์ วชิรปรีชาพงษ. 2548 : 36 ) ประโยชนของดัชนี ทําใหผูอานสามารถคนหาขอมูลไดอยางรวดเร็ว โดยไมตองเปดสารบัญ ภาพที่ 15 ตัวอย่างหน้าดัชนี ที่มา : หนังสือสารานุกรมไทยสําหรับเยาวชน โดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
67 ใบงานที่ 2 เรื่อง สวนตางๆ ของหนังสือ ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1 รายวิชา ท20282 การใชหองสมุดเพื่อการศึกษาคนควา ผลการเรียนรูที่คาดหวัง มีความรูความเขาใจเกี่ยวกับหนังสือ และสวนตาง ๆ ของหนังสือ คําสั่ง ใหนักเรียนศึกษาเรื่องสวนตาง ๆ ของหนังสือ แลวตอบคําถามตอไปนี้ 1. จงอธิบายสวนตางๆ ของหนังสือและประโยชน ตอไปนี้ 1.1 ใบหุมปก คือ ___________________________________________________________ ประโยชนของใบหุมปก_______________________________________________________________ _______________________________________________________________________________ 1.2 หนาปกใน คือ___________________________________________________________ _______________________________________________________________________________ ประโยชนของหนาปกใน________________________________________________________ _______________________________________________________________________________ 1.3 หนาเชิงอรรถ____________________________________________________________ _______________________________________________________________________________ ประโยชนของเชิงอรรถ_________________________________________________________ _______________________________________________________________________________ 1.4 หนาบรรณานุกรม คือ______________________________________________________ _______________________________________________________________________________ ประโยชนของหนาบรรณานุกรม__________________________________________________ _______________________________________________________________________________ 1.5 หนาอภิธานศัพท คือ______________________________________________________ _______________________________________________________________________________ ประโยชนของหนาอภิธานศัพท___________________________________________________ _______________________________________________________________________________ 1.6 หนาภาคผนวก คือ _______________________________________________________ _______________________________________________________________________________ ประโยชนของหนาภาคผนวก____________________________________________________ _______________________________________________________________________________
68 แบบฝกหัด บทที่ 2 เรื่อง สวนตาง ๆ ของหนังสือ ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1 รายวิชา ท20282 การใชหองสมุดเพื่อการศึกษาคนควา คําสั่ง จงเลือกคําตอบที่ถูกตองที่สุด เพียงคําตอบเดียว 1. สวนใดของหนังสือที่มีสวนชวยดึงดูดความสนใจ ทําใหหนังสือนาหยิบขึ้นมาอาน ก. หนาดัชนี ข. ปกนอก ค. ใบยึดปก ง ใบรองปก 2. หนาใดเปนการกลาวแสดงความกตัญูกตเวทีตอผูมีพระคุณ ก. หนาคําอุทิศ ข. หนาปลิขสิทธิ์ ค. หนาภาพพิเศษ ง. หนารายชื่อภาพประกอบ 3. หนาที่บอกขอบเขตของเนื้อหา บอกวัตถุประสงคในการจัดพิมพหนังสือเลมนั้น คือหนาใด ก. หนาปกใน ข. หนาคําอุทิศ ค. หนาคํานํา ง. หนาสารบัญ 4. ขอใดตอไปนี้ คือหนาที่ใหรายละเอียดทางบรรณานุกรมของหนังสือ ก. หนาปกใน ข. หนาปลิขสิทธิ์ ค. หนาประกาศคุณูประการ ง. หนารายชื่อภาพประกอบ 5. สวนใดของหนังสือที่ไมจําเปนตองมีในหนังสือทุกเลม ก. ปกนอก ข. คํานํา ค. สารบัญ ง. ภาคผนวก
69 6. ถาตองการทราบวาเนื้อหาที่ตองการอยูหนาใด นักเรียนตองเปดดูที่หนาใด ก. ปกนอก ข. คํานํา ค. สารบัญ ง. ภาคผนวก 7. หนาใดที่ผูเขียนไดเขียนกลาวขอบคุณผูใหความชวยเหลือในการจัดทําหนังสือเลมนั้น ก. หนาคําอุทิศ ข. หนาปลิขสิทธิ์ ค. หนาประกาศคุณูประการ ง. หนารายชื่อภาพประกอบ 8. ประวัติและผลงานสั้น ๆ ของผูแตง รวมทั้งเนื้อเรื่องยอ มักจะอยูที่หนาใด ก. ใบหุมปก ข. ปกนอก ค. ใบยึดปก ง. ใบรองปก 9. สวนใดของหนังสือที่ถือวาเปนสวนที่สําคัญที่สุดในเลม ก. ดัชนี ข. สารบัญ ค. บรรณานุกรม ง. เนื้อหาของหนังสือ 10. สวนอางอิงที่แสดงที่มาของความคิดเห็นอันเปนประโยชน ซึ่งจะปรากฏอยูตอนลางของหนาคือสวนใด ก. ดรรชนี ข. เชิงอรรถ ค. ภาคผนวก ง. อภิธานศัพท
70 บทที่ 3 เรื่อง การรักษาหนังสือ ………………………………………………………………………………………………………………..... จุดประสงคการเรียนรู 1. สามารถอธิบายสาเหตุของการชํารุดของหนังสือลักษณะตาง ๆ ได 2. สามารถบอกวิธีการระวังรักษาหนังสือได การระวังรักษาหนังสือ หนังสือมีคุณคาตอผูอานอยางมาก ชวยใหผูอานไดมีความรูเกี่ยวกับเรื่องราวของสิ่งตาง ๆ ที่อยูไกลตัวออกไป เชน เรื่องของดวงดาวและอวกาศ ผูอานไดทราบถึงรายละเอียดและภาพในหวงอวกาศ โดยที่ไมตองออกไปนอกโลก เหมือนนักบินอวกาศ หนังสือยังชวยใหผูอานทราบถึงเหตุการณที่เกิดขึ้นแลวในอดีต เชนสงครามโลกครั้งที่ 2 การ ประกาศอิสรภาพของพระนเรศวรมหาราชเปนตน ดังนั้นผูอานควรเปนมิตรที่ดีตอหนังสือและชวยกันดูแลหนังสือใหดี ที่สุด หนังสือทุกเลมจะมีความคงทนไมชํารุดงาย มีอายุการใชประโยชนไดนาน การระวังรักษาหนังสือทั้งหนังสือ สวนตัวและสวนรวมมีขอปฏิบัติดังนี้ 1. ขอปฏิบัติเมื่อไดหนังสือมาใหม 1.1 ตรวจสอบความถูกตองและความสมบูรณของหนังสือ เชน การเย็บเลมเขาปกเรียบรอยหรือไม ความ แข็งแรง จํานวนหนาตองครบถวน พิมพตัวอักษรและภาพประกอบชัดเจน 1.2 ควรหุมปกหนังสือดวยพลาสติก หรือกระดาษเพื่อปองกันความสกปรก และทําใหหนังสือไม เกาเร็ว 1.3 การเปดหนังสือใหถูกวิธี หนังสือใหมควรมีวิธีเปดที่ถูกตองโดยการปฏิบัติดังนี้ • วางหนังสือบนโตะ โดยเอาสันหนังสือวางทาบกับพื้นโตะ • เปดปกหนาและปกหลังออกใหกางแนบกับพื้นโตะจับสวนที่เปนตัวหนังสือใหตั้งฉากใชหัวแมมือคอย ๆ รีดกระดาษตามสันใหเรียบรอยทั้งสองดาน • ตอจากนั้นเปดหนังสือถัดจากปกหนาและปกหลังครั้งละ 5-10 แผน สลับกันใชนิ้วรีดกระดาษตอนที่ ติดกับสันใหเรียบ ทําเชนนี้สลับกันไปเรื่อย ๆ จนพบกันกลางเลม • หนังสือจะอยูในลักษณะเปดกางไวเต็มที่ทํามุม 180 องศา • ประโยชนของการเปดหนังสือใหมใหถูกวิธีนี้จะชวยยืดอายุหนังสือใหใชไดนานกวาปกติ 1.4 ถาพบหนังสือหนาติดกัน เพราะตัดริมกระดาษไมขาด ใหใชมีดคม ๆ สอดตัด อยาใชมีดหนา ๆ ปากกา ดินสอ หรือไมบรรทัดตัด เพราะจะทําใหหนากระดาษแหวงหรือฉีกขาดไมเรียบรอย
71 2. ขอควรปฏิบัติในการอานหนังสือ 2.1 เมื่อหยิบหนังสืออกจากชั้น ใหจับตรงกลางเลมหนังสือที่ตองการแลวดึงออกมา อยาใชนิ้วดึง สวนบน ของสันหนังสือออกมา เพราะจะทําใหสันชํารุดฉีกขาดไดและไมควร จัดหนังสือบนชั้นใหแนนจนเกินไป ควรใชที่กั้น หนังสือ เพื่อปองกันไมใหหนังสือลม 2.2 ควรลางมือใหสะอาดและเช็ดมือใหแหงกอนหยิบหนังสืออาน เพื่อปองกันไมใหหนังสือ สกปรก 2.3 เมื่อเปดหนาหนังสือ ใชมือขวาจับมุมบนของหนังสือ แลวเปดอานอยางระมัดระวังไม ควรเอามือแตะ น้ําลายมาเปดหนังสือ จะทําใหกระดาษเปอน 2.4 ไมควรเปดหนังสือกางอานเกิน 180 องศา 2.5 เมื่ออานหนังสือยังไมจบ หรือจําเปนตองหยุดการอานควรใชที่คั่นหนังสือคั่น 2.6 เวลาอานหนังสือไมควรรับประทานอาหารหรือของขบเคี้ยวไปดวย เพราะเศษอาหาร อาจทําใหหนังสือ เปรอะเปอน 2.7 ไมเขียนขอความใด ๆ ลงไปในหนังสือ หรือทําเครื่องหมาย 2.8 ไมฉีก ตัด ขอความใด ๆ ออกจากหนังสือ ถาตองการควรถายเอกสาร 2.9 ไมวางหนังสือซอนกันหลาย ๆ เลม เพราะทําใหหนังสือเสียรูปทรงและชํารุดได
72 การปฏิบัติตอหนังสือไมถูกตองของผูอาน ก็เปนสาเหตุที่ทําใหหนังสือชํารุด แตยังมีสภาพแวดลอมก็ เปนสิ่งสําคัญในการทําใหหนังสือชํารุดเชนเดียวกัน โดยพอสรุปไดดังนี้ 1. แสงแดด แสงแดดที่สองหนังสือโดยตรงจะทําใหหนังสือหดตัว ปกงอ ควรหามานมาติดในกรณีที่โดน แสงแดดโดยตรง 2. ความชื้น ละอองฝนและอากาศชื้นจะทําใหปกหนังสือ หรือหนังสือขึ้นราได ควรระวังไมให หนังสือโดนละอองฝนหรือความชื้น 3. สัตว สัตวที่รบกวนหนังสือไดแก หนู ปลวก และแมลงตาง ๆ 4. สถานที่จัดเก็บหนังสือ ควรอยูในที่ไมรอนจนเกินไป อากาศถายเทไดสะดวก ลมพัด ควรติดเครื่องปรับอากาศเพื่อชวยรักษาสภาพหนังสือใหใชไดนาน 1. หนังสือที่หนาปกเปนรอยฉีกขาด ซอมโดยใชสกอตเทปใสติดดานใน 2. หนังสือที่หนาหลุดออกมานอกเลม เพียงหนาหรือ สองหนา แตสวนอื่นยังอยูในสภาพดีการซอมแซมควรใชสวาน ไฟฟาสําหรับเจาะหนังสือเจาะสัน 3 รู แลวใชเข็มเย็บ ดึงดายใหแนนแลวใชเทปกาวยนปดทับอีกครั้ง 3. หนังสือที่หนาบางหนาขาด ซอมโดยใชสกอตเทปใสติดดานใดดานหนึ่ง สวนการชํารุดของหนังสือที่ปกหลุดควรสง ใหรานซอมบํารุงจะดีที่สุด หรือถาหนังสือเกามากไปควรจําหนายออกแลวซื้อเลมใหมมาทดแทน หนังสือที่ทางหองสมุดควรซอมเองทันที 1. หนังสือที่หนาฉีกขาดเล็กนอย 2. หนังสือหลุดออกบางหนา 3. สันหนังสือดานนอกหลุด 4. เลมหนังสือหลุดจากปก ทั้งปกและเลมยังอยูในสภาพเรียบรอย ลักษณะหนังสือที่ขาดชํารุดและควรไดรับการซอมอยางงาย ๆ ใหอยูในสภาพดีมีดังนี้ สาเหตุที่ทําใหหนังสือชํารุด
73 ใบงานที่ 3 เรื่อง การรักษาหนังสือ ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1 รายวิชา ท20282 การใชหองสมุดเพื่อการศึกษาคนควา ผลการเรียนรูที่คาดหวัง 1. มีความรู ความเขาใจ เกี่ยวกับการระวังรักษาหนังสือ คําสั่ง ใหนักเรียนศึกษาใบความรูเรื่องการระวังรักษาหนังสือ แลวตอบคําถามตอไปนี้ ตอนที่ 1 1. จงอธิบายขอปฏิบัติเมื่อไดหนังสือใหมมา 1.1 _________________________________________________________________________ 1.2 _________________________________________________________________________ 1.3 _________________________________________________________________________ 1.4 _________________________________________________________________________ 2. จงบอกขอปฏิบัติในการอานหนังสือ 2.1_________________________________________________________________________ 2.2_________________________________________________________________________ 2.3_________________________________________________________________________ 2.4_________________________________________________________________________ 3. บอกสาเหตุที่ทําใหหนังสือชํารุด และอธิบาย 3.1 _______________________________________________________________________ 3.2 _______________________________________________________________________ 3.3 _______________________________________________________________________ 4. จงอธิบายวิธีการซอมแซมหนังสืออยางงาย ๆ ใหอยูในสภาพดี 4.1 ________________________________________________________________________ 4.2 ________________________________________________________________________ 4.3 ________________________________________________________________________ 5. หนังสือที่หองสมุดควรซอมเองทันทีมีอะไรบาง 5.1 ________________________________________________________________________ 5.2 ________________________________________________________________________ 5.3 ________________________________________________________________________ ตอนที่ 1 ใหนักเรียนทําแผนพับ หรือวาดภาพเพื่อเลาเรื่องราว “เรื่องการรักษาหนังสือ” เพียง 1 หนา
74 แบบฝกหัด บทที่ 3 เรื่อง การรักษาหนังสือ ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1 รายวิชา ท20282 การใชหองสมุดเพื่อการศึกษาคนควา คําสั่ง จงเลือกคําตอบที่ถูกตองที่สุด เพียงคําตอบเดียว 1. เมื่อไดหนังสือใหมมา นักเรียนควรปฏิบัติอยางไรเปนอันดับแรก เพื่อรักษาสภาพหนังสือใหมีสภาพใหมไป อีกนาน ๆ ก. พับหนาที่ชอบไว ข. หอดวยปกพลาสติก ค. เก็บเขาชั้นอยางเปนระเบียบ ง. เขียนชื่อของตัวเองไวในหนังสือ 2. ขอใดเปนวิธีเปดหนังสือที่ไมถูกวิธี ก. เปดหนังสือโดยกางใหได 360 องศาจะทําใหหนังสือเปดงายขึ้น ข. รีดกระดาษทั้งดานหนาและดานหลังจนพบกันกลางเลม ค. เปดหนังสือกางไมเกิน 180 องศา ง. ถูกทุกขอ 3. ถาพบหนังสือหนาติดกัน จะมีวิธีตัดกระดาษอยางไรหนังสือจึงจะไมฉีกขาด ก. ใชไมบรรทัดตัด ข. ใชกรรไกรตัด ค. ใชมีดคัตเตอรคม ๆ ตัด ง. คอย ๆ ฉีกสวนที่หนาติดกันออก 4. ขอใดคือวิธีการหยิบหนังสือออกจากชั้นที่ถูกตอง ก. ดึงที่ดานบนสุดของหนังสือ ข. จับตรงกลางเลมแลวดึงออกมา ค. จับที่สวนบนของสันหนังสือแลวดึงออกมา ง. ผลักหนังสือที่ไมตองการออกไปแลวหยิบเลมที่ตองการ 5. ขอใดคือสาเหตุที่ทําใหหนังสือชํารุดเสียรูปทรง ก. ใชมือแตะน้ําลายเพื่อเปดหนังสือ ข. กางหนังสืออานไมเกิน 180 องศา ค. วางหนังสือซอนกันหลาย ๆ เลม ง. รับประทานขนมพรอม ๆ กับอานหนังสือไปดวย
75 6. ถาพบขอความหรือภาพที่ตองการในหนังสือ ควรทําอยางไร ก. ใชปากกาเนนขอความสีแดงขีดจะไดเห็นชัดเจน ข. ทําเครื่องหมายไวหนาขอความที่ตองการ ค. ใชดินสอขีดเสนใตขอความนั้น ง. นําไปถายเอกสาร 7. ขอใดคือสาเหตุที่ทําใหหนังสือขึ้นรา ก. แมลง ข. อากาศ ค. ความชื้น ง. แสงแดด 8. สิ่งใดที่จะชวยยืดรักษาสภาพหนังสือไวไดนานขึ้น ก. เครื่องดูดฝุน ข. แสงแดดออน ๆ ค. เครื่องปรับอากาศ ง. น้ําหอมปรับอากาศ 9. ถาหนาปกหนังสือเปนรอยฉีกขาดเล็กนอย นักเรียนจะมีวิธีการซอมแซมอยางไร ก. ใชสกอตเทปใสติด ข. หอปกพลาสติก ค. เปลี่ยนปกใหม ง. ใชกาวติด 10. หนังสือที่ชํารุดในขอใดที่หองสมุดควรจําหนายออก ก. สันหนังสือดานนอกหลุด ข. หนังสือที่หนาฉีกขาดเล็กนอย ค. หนังสือที่มีเนื้อหาและสภาพเกามาก ง. หนังสือที่ปกหลุดออกมาจากนอกเลม
76 บทที่ 4 การจัดหมูหนังสือ ............................................................................................................................... จุดประสงคการเรียนรู 1. บอกความหมาย ความสําคัญและประโยชนของการจัดหมูหนังสือได 2. สามารถวิเคราะหเลขหมูหนังสือตามระบบทศนิยมของดิวอี้ การจัดหมูหนังสือ หมายถึง การจัดหนังสือที่มีเนื้อเรื่อง หรือ แบบการประพันธอยางเดียวกันไวดวยกัน และใชสัญลักษณแทนประเภทของหนังสือเหลานั้น เมื่อหองสมุดทําการจัดหมูหนังสือแลวจะเขียนสัญลักษณแทน ประเภทของหนังสือไวที่สันหนังสือ สัญลักษณ ก็คือเลขหมูหนังสือ หนังสือที่อยูในสาขาวิชาเดียวกันก็จะมีเลขหมู เหมือนกันทุกเลม การจัดหมวดหมูทรัพยากรสารสนเทศ คือ การกําหนดสัญลักษณ (Notation) ใหกับทรัพยากร สารสนเทศประเภทตางๆ ในหองสมุดทั้งประเภทตีพิมพ และไมตีพิมพ เพื่อใหเขาถึงสารสนเทศ ไดอยาง สะดวก และ รวดเร็ว การจัดหมูหนังสือระบบทศนิยมดิวอี้ เปนการแบงหนังสือตามเนื้อหาอยางมีเหตุผล โดยแบงออกเปน 10 หมวดใหญ โดยมีตัวเลขเปนสัญลักษณใชแทนเนื้อหาวิชา ผูคิดคนระบบนี้ คือ เมลวิล ดิวอี้ เปนบรรณารักษชาว สหรัฐอเมริกา ดิวอี้แบงความรูออกเปนหมวดตางๆ ในตอนแรกได 9 หมวดใหญ โดยยึดแนววิวัฒนาการของมนุษย เปนหลักในการพิจารณา ดังนี้ 1. ปรัชญา วิชาที่มนุษยอยากทราบวาตนคือใคร เกิดมาทําไม 2. ศาสนา วิชาที่มนุษยตองการทราบความจริง การหลุดพนจากความทุกข 3. สังคมศาสตร วิชาที่กลาวถึงความสัมพันธของมนุษย เมื่อมนุษยมาอยูรวมกันเปนสังคมขึ้นมา 4. ภาษา วิชาที่ชวยในการสื่อสารของมนุษย ใหเขาใจซึ่งกันและกัน 5. วิทยาศาสตร วิชาที่มนุษยตองการทราบความจริงของธรรมชาติ 6. วิทยาศาสตรประยุกต วิชาที่มนุษยเอาความรูเกี่ยวกับความจริงของธรรมชาติ มาประยุกตใชใหเกิด ประโยชนกับตน 7. ศิลปะและนันทนาการ วิชาที่มนุษยสรางสรรคขึ้นเพื่อความจรรโลงใจของตน 8. วรรณคดี วิชาที่มนุษยตองการแสดงความคิด ความประทับใจไวดวยสัญลักษณ ที่เปนตัวอักษร 9. ประวัติศาสตร วิชาที่มนุษยไดบันทึกเหตุการณที่เกิดขึ้นในยุคสมัยตางๆ เพื่อใหคนรุนหลังไดทราบ แนวคิดการแบงหมูหนังสือของดิวอี้
77 เมลวิล ดิวอี้ (Melvil Dewey ) เปนบรรณารักษชาวอเมริกัน เปนผูคิดระบบการจัดหมูหนังสือแบบ ทศนิยมขึ้น ดิวอี้เปนที่รูจักทั่วโลกในวงการหองสมุดและบรรณารักษศาสตร เพราะนอกจากจะเปนผูคิดระบบการจัด หมูแบบทศนิยมแลว ยังเปนผูกอตั้งสมาคมหองสมุดอเมริกัน ซึ่งเปนสมาคมอาชีพบรรณารักษแหงแรกในโลก ดิวอี้มีความสนใจงานหองสมุดเปนพิเศษ ในขณะที่เปนนักศึกษาชั้นปที่ 3 ในวิทยาลัยแอมเฮิรสต ในรัฐแมส ชาชูเสตต ไดสมัครเขาทํางานหองสมุดของวิทยาลัยนั้น ในตําแหนงผูชวยบรรณารักษ ดิวอี้จึงไดไปดูงานดานการจัด หนังสือเพื่อใหสะดวกแกการใชบริการในหองสมุดตาง ๆ ถึง 50 แหง แลวจึงไดเริ่มคิดระบบการจัดหมูหนังสือแบบ ทศนิยมขึ้น ในเดือนพฤษภาคม 2416 ไดนําเสนอตอคณะกรรมการหองสมุดของวิทยาลัย และไดรับอนุมัติใหใชใน หองสมุดของวิทยาลัยนั้น รูปภาพ : เมลวิล ดิวอี้ ประวัติของ เมลวิน ดิวอี้
78 000 เบ็ดเตล็ด ความรูทั่วไป (Generalities) 100 ปรัชญาและจิตวิทยา (Philosophy & psychology) 200 ศาสนา (Religion) 300 สังคมศาสตร (Social sciences) 400 ภาษา (Language) 500 วิทยาศาสตรธรรมชาติและคณิตศาสตร (Natural sciences & mathematics) 600 เทคโนโลยี (วิทยาศาสตรประยุกต) (Technology (Applied sciences)) 700 ศิลปะ และนันทนาการ (The arts) 800 วรรณคดีและวาทศิลป (Literature & rhetoric) 900 ภูมิศาสตร ประวัติศาสตรและการทองเที่ยว (Geography & history) 1. ผูใชหองสมุดและเจาหนาที่หองสมุดสามารถคนหาหนังสือที่ตองการไดงายและประหยัด เวลา เพราะมี การจัดหมูอยางมีระเบียบที่สันหนังสือทุกเลมมีเลขเรียกหนังสือ ผูใชหองสมุดสามารถคนหนังสือไดโดย เปดดูเลขหมูหนังสือจากบัตรรายการหรือจากคอมพิวเตอรทําใหคนหาหนังสือไดรวดเร็ว เจาหนาที่ หองสมุดก็สามารถเก็บหนังสือเขาชั้นไดสะดวกรวดเร็ว 2. หนังสือที่มีเนื้อหาอยางเดียวกัน หรือคลายคลึงกันจะรวมอยูในหมวดหมูเดียวกัน ชวยใหผูใชหองสมุดมี โอกาสเลือกหนังสือเนื้อเรื่องที่ตองการจากหนังสือหลาย ๆ เลมได 3. หนังสือที่มีเนื้อเรื่องเกี่ยวเนื่องกันหรือสัมพันธกันจะอยูใกลกันซึ่งจะชวยใหผูอาน สามารถหาหนังสือที่มี เรื่องราวเหมือนกันมาประกอบเนื้อหาใหสมบูรณยิ่งขึ้น 4. ชวยใหทราบวามีจํานวนหนังสือในแตละหมวดมากนอยเทาใด เมื่อไดหนังสือใหมเขามาในหองสมุดก็ สามารถจัดหมวดหมูแลวนําออกวางรวมกับหนังสือที่มีอยูกอนเพื่อบริการไดรวดเร็ว การแบงหมูหนังสือในระบบทศนิยมดิวอี้ แบงออกเปน 10 หมวดใหญ ประโยชนของการจัดหมูหนังสือ
79 ใบงานที่ 4 เรื่อง การจัดหมูหนังสือ ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1 รายวิชา ท20282 การใชหองสมุดเพื่อการศึกษาคนควา คําสั่ง ใหนักเรียนศึกษาใบความรูที่ 4 เรื่องการจัดหมูหนังสือ แลวตอบคําถามตอไปนี้ 1. การจัดหมูหนังสือ หมายถึง______________________________________________________ _______________________________________________________________________________ _______________________________________________________________________________ 2. จงบอกแนวคิดการแบงหมูหนังสือของดิวอี้ที่ยึดแนววิวัฒนาการของมนุษยเปนหลักในการพิจารณา 2.1 ปรัชญา________________________________________________________________ 2.2 ศาสนา________________________________________________________________ 2.3 สังคมศาสตร____________________________________________________________ 2.4 ภาษา_________________________________________________________________ 2.5 วิทยาศาสตร____________________________________________________________ 3. การจัดหมูหนังสือมีประโยชนอยางไรบาง จงอธิบาย 3.1 ______________________________________________________________________ 3.2 ______________________________________________________________________ 3.3 ______________________________________________________________________ 4. จงบอกหมวดหมูของหนังสือ ดังตอไปนี้ 4.1 หนังสือเรื่องหนาที่ของชาวพุทธ หมวด _______________ 4.2 หนังสือจิตวิทยาวัยรุน หมวด _______________ 4.3 หนังสือทองเที่ยวยุโรป หมวด _______________ 4.4 หนังสืออานขาวภาษาอังกฤษแนวใหม หมวด _______________ 4.5 หนังสือการปลูกพืชไรดิน หมวด _______________ 4.6 หนังสือโครงงานวิทยาศาสตร หมวด _______________ 4.7 หนังสือวัฒนธรรมและประเพณีไทย หมวด _______________ 4.8 หนังสือชีวประวัติของสุนทรภู หมวด _______________ 4.9 หนังสือการวาดภาพและการระบายสีน้ํา หมวด _______________ 4.10 หนังสือเรื่องขุนชางขุนแผน หมวด _______________
80 แบบฝกหัด บทที่ 4 เรื่อง การจัดหมูหนังสือ ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1 รายวิชา ท20282 การใชหองสมุดเพื่อการศึกษาคนควา คําสั่ง จงเลือกคําตอบที่ถูกตองที่สุด เพียงคําตอบเดียว 1. ขอใดใหความหมายถูกตองที่สุดเกี่ยวกับการจัดหมูหนังสือ ก. การจัดหมูหนังสือที่มีเนื้อเรื่องสัมพันธกันอยูใกลกัน ข. การจัดหมูหนังสือตามเนื้อเรื่องอยางเดียวกันอยูดวยกัน ค. การจัดหมูหนังสือตามลักษณะคําประพันธอยางเดียวกันอยูดวยกัน ง. ถูกทุกขอ 2. ขอใดกลาวไมถูกตองเกี่ยวกับประโยชนของการจัดหมูหนังสือ ก. เพื่อสะดวกในการคนควาของผูใชบริการ ข. เพื่อสรางความประทับใจแกผูเขาใชบริการ ค. เพื่อความเปนระเบียบสวยงามของหนังสือบนชั้น ง. เพื่อสะดวกในการจัดเรียงหนังสือของเจาหนาที่หองสมุด 3. การจัดหมูหนังสือระบบทศนิยมดิวอี้ใชอะไรแทนเนื้อหาของหนังสือแตละเลม ก. ตัวเลข ข. ตัวอักษร ค. อักษรยอ ง. ถูกทุกขอ 4. ขอใดกลาวไมถูกตองเกี่ยวกับการจัดหมูหนังสือระบบทศนิยมของดิวอี้ ก. สามารถแบงเนื้อหาของหนังสือยอยออกไดถึง 3 ครั้ง คือ หมวดใหญ หมวดยอย และ หมูยอย ข. สามารถใชตัวเลขทศนิยมแบงเนื้อหาของหนังสือใหยอยอยางละเอียดไดตามตองการ ค. สามารถใชตัวอักษรตาง ๆ เพิ่มจากตัวเลขชวยกําหนดแทนเนื้อหาของหนังสือได ง. สามารถเพิ่มสัญลักษณพิเศษอื่น ๆ เพื่อแยกประเภทของหนังสือ และประกอบเลขหมูหนังสือได ตามความตองการของหองสมุดแตละแหง 5. เลขหมูหนังสือมีความหมายตรงกับขอใด ก. ตัวเลขอันเปนสัญลักษณแทนเนื้อหาของหนังสือ ข. ตัวอักษรอันเปนสัญลักษณแทนเนื้อหาของหนังสือ ค. ตัวเลข หรือตัวอักษรอันเปนสัญลักษณแทนเนื้อหาของหนังสือ ง. ตัวเลข หรือตัวอักษรอันเปนสัญลักษณแทนเนื้อหาของหนังสือ และอักษรยอตัวแรก ของชื่อผูแตง
81 6. หนังสือชื่อ “ ธรรมะดับรอน” จัดอยูหมวดใด ก. 100 ข. 200 ค. 300 ง. 900 7. วรรณกรรมเรื่อง “อิเหนา” อยูในหมวดใด ก. 500 ข. 600 ค. 700 ง. 800 8. ตองการหาหนังสือชื่อ “หลักภาษาไทย” จะหาไดที่หมวดใด ก. 400 ข. 500 ค. 600 ง. 700 9. ตองการหาหนังสือ “การปลูกผักสวนครัว” จะหาไดที่หมวดใด ก. 600 ข. 700 ค. 800 ง. 900 10. ตองการหาหนังสือเกี่ยวกับ “กติกาการเลนฟุตบอล” จะหาไดที่หมวดใด ก. 600 ข. 700 ค. 800 ง. 900 11. ตองการหาหนังสือ “หนาตางสูโลกกวาง ออสเตรเลีย” จะหาไดที่หมวดใด ก. 600 ข. 700 ค. 800 ง. 900 12. ตองการหาหนังสือ “เซลลในรางกายมนุษย” จะหาไดที่หมวดใด ก. 500 ข. 600 ค. 700 ง. 800 13. ตองการหาหนังสือ “ฝกพูดภาษาญี่ปุน ใน 7 วัน” จะหาไดที่หมวดใด ก. 200 ข. 300 ค. 400 ง. 500 14. ตองการหาหนังสือ “หัดวาดการตูน” จะหาไดที่หมวดใด ก. 600 ข. 700 ค. 800 ง. 900 15. ตองการหาหนังสือ “วัฒนธรรมญี่ปุน” จะหาไดที่หมวดใด ก. 100 ข. 200 ค. 300 ง. 400
82 บทที่ 5 เรื่อง เลขเรียกหนังสือ .............................................................................................................................. จุดประสงคการเรียนรู 1. บอกความหมายของเลขเรียกหนังสือได 2. สามารถวิเคราะหเลขเรียกหนังสือประเภทตาง ๆได ความหมายของเลขเรียกหนังสือ เลขเรียกหนังสือ (Call Number) หมายถึง สัญลักษณ ที่หองสมุดกําหนดใหหนังสือแตละเลม โดยเฉพาะ เพื่อชวยใหทราบตําแหนงที่อยูของหนังสือเลมนั้นในหองสมุด เลขเรียกหนังสือประกอบดวย เลขหมูหนังสือ อักษรยอตัวแรกของชื่อผูแตง ( การใชอักษรยอชื่อผูแตง คนไทยใชอักษรยอชื่อตัว ชาว ตางประเทศใชอักษรยอชื่อสกุล ) และอักษรยอตัวแรกของชื่อหนังสือ เลขเรียกหนังสือ คือ สัญลักษณที่หองสมุดกําหนดขึ้นใชแทนเนื้อหาของหนังสือ แตละเลม เพื่อบอกที่อยูของหนังสือ จะปรากฏที่สันหนังสือเปนสําคัญ เลขเรียกหนังสือประกอบดวย 1. เลขหมูหนังสือ 2. อักษรยอตัวแรกของชื่อผูแตง 3. และอักษรยอตัวแรกของชื่อหนังสือ
83 ตัวอยางเลขเรียกหนังสือ ตัวอยางเลขเรียกหนังสือทั่วไป 796.342 คือ เลขหมูหนังสือ ( ประเภท ศิลปะ และนัทนาการ ) ส คือ อักษรยอของชื่อผูแตง (สกายบุกส ) ท คือ อักษรยอของชื่อหนังสือ (เทนนิส ) ตัวอยางเลขเรียกหนังสือนวนิยาย น คือ สัญลักษณของหนังสือนวนิยาย ส คือ อักษรยอตัวแรกของชื่อผูแตง (สุวิทย ขาวปลอด ) ห คือ อักษรยอตัวแรกของชื่อหนังสือ ( เหี้ยมไมเงียบ ) ตัวอยางเลขเรียกหนังสือคูมือเตรียมสอบ ต คือ สัญลักษณของหนังสือคูมือเตรียมสอบ 300 คือ เลขหมูหนังสือ หมวดสังคมศาสตร ส คือ อักษรยอตัวแรกของชื่อผูแตง (สมสวย เห็นงาม ) ส คือ อักษรยอตัวแรกของชื่อหนังสือ (สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ) 796.342 ส - ท น ส - ห ต 300 ส - ส
84 ตัวอยางเลขเรียกหนังสืออางอิง อ คือ สัญลักษณของหนังสืออางอิง 930 คือ เลขหมูหนังสือของหมวดภูมิศาสตร และประวัติศาสตร อ คือ อักษรยอตัวแรกของชื่อผูแตง (เอมอร เอาฬาร ) ล คือ อักษรยอตัวแรกของชื่อหนังสือ ( โลกยุคกอนประวัติศาสตร ) ซึ่งพอจะสรุปไดดังนี้ เลขเรียกหนังสือ คือ สัญลักษณที่หองสมุดกําหนดใหกับหนังสือทุกเลมใน หองสมุด ประกอบดวยสวนสําคัญ 3 สวน คือ 1. เลขหมูหนังสือ (Class Number ) 2. อักษรยอตัวแรกของชื่อผูแตง (Author Number ) 3. อักษรยอตัวแรกของชื่อหนังสือ ( Work Mark ) อ 930 อ -ล
85 ใบงานที่ 5 เรื่อง เลขเรียกหนังสือ ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1 รายวิชา ท20282 การใชหองสมุดเพื่อการศึกษาคนควา ผลการเรียนรูที่คาดหวัง มีความรูความเขาใจเกี่ยวกับเลขเรียกหนังสือ และสามารถบอกที่อยูของหนังสือ ตามเลขเรียก หนังสือได ตอนที่ 1 คําสั่ง จงใชเครื่องหมาย หนาขอที่กลาวถูกตอง และใชเครื่องหมาย หนาขอที่กลาวไมถูกตอง _________1. เลขเรียกหนังสือมีไวเพื่อบอกที่อยูของหนังสือ _________2. เลขเรียกหนังสือ คือสัญลักษณที่หองสมุดกําหนดขึ้นใชแทนเนื้อหาของหนังสือแตละเลม _________3. หนังสือทุกเลมในหองสมุดตองมีเลขเรียกหนังสือ _________4. วารสาร และนิตยสารตองใสเลขเรียกหนังสือดวยเชนกันเพราะเปนสิ่งพิมพที่อยูใน หองสมุด _________5. เลขเรียกหนังสือจะติดไวที่สันหนังสือ _________6. สวนประกอบของเลขเรียกหนังสือ คือ เลขหมูหนังสือ อักษรยอชื่อผูแตง และอักษร ยอชื่อหนังสือ _________7. หนังสือคูมือเตรียมสอบ ใชสัญลักษณ ต _________8. หนังสืออางอิง ใชสัญลักษณเลขเรียกหนังสือ อ - อ _________9. หนังสือที่ไมตองใสเลขเรียกหนังสือ ไดแก หนังสือที่ไดรับบริจาค _________10. บรรณารักษจะเปนผูที่ใหเลขเรียกหนังสือแตละเลมกอนนํามาใหบริการ _________11. เลขเรียกหนังสือมีตั้งแต 000 - 1000 _________12. เลขเรียกหนังสือ ทําใหเจาหนาที่สามารถเก็บหนังสือเขาชั้นไดงายขึ้น _________13. หนังสือหมวดเยาวชนใชสัญลักษณ ย ไมถือเปนเลขเรียกหนังสือ เพราะไมใชตัวเลข _________14. เลขเรียกหนังสือ จะตองเปนตัวเลขเทานั้น _________15. หนังสือพิมพและกฤตภาค ไมตองใสเลขเรียกหนังสือ
86 ตอนที่ 2 คําสั่ง ใหนักเรียนศึกษาใบความรูที่ 10 เรื่องเลขเรียกหนังสือ แลวตอบคําถามตอไปนี้ 1. ใหนักเรียนจดเลขเรียกเลขหนังสือหมวด 000 - 500 จํานวน 2 เลม แลวบอกรายละเอียดของ เลขเรียกหนังสือ _______________________________________________________ _______________________________________________________ _______________________________________________________ _______________________________________________________ _______________________________________________________ _______________________________________________________ 2. ใหนักเรียนจดเลขเรียกเลขหนังสือ หมวดคูมือเตรียมสอบ และหมวดอางอิง อยางละ 1 เลม แลวบอกรายละเอียดของเลขเรียกหนังสือ _______________________________________________________ _______________________________________________________ _______________________________________________________ _______________________________________________________ _______________________________________________________ _______________________________________________________ _______________________________________________________ _______________________________________________________ 3. จงจดเลขเรียกเลขหนังสือหมวด นวนิยาย เรื่องสั้น และเยาวชน อยางละ 1 เลม แลวบอกรายละเอียดของเลขเรียกหนังสือ _______________________________________________________ _______________________________________________________ _______________________________________________________ _______________________________________________________ _______________________________________________________ _______________________________________________________ _______________________________________________________ _______________________________________________________ _______________________________________________________
87 แบบฝกหัด บทที่ 5 เรื่อง เลขเรียกหนังสือ ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1 รายวิชา ท20282 การใชหองสมุดเพื่อการศึกษาคนควา คําสั่ง จงเลือกคําตอบที่ถูกตองที่สุด เพียงคําตอบเดียว 1. ขอใดไมใชสวนประกอบของเลขเรียกหนังสือ ก. เลขหมูหนังสือ ข. เลขทะเบียนหนังสือ ค. อักษรยอตัวแรกของชื่อผูแตง ง. อักษรยอตัวแรกของชื่อหนังสือ 2. เลขเรียกหนังสือ คืออะไร ก. ตัวเลขที่สามารถบอกถึงแหลงที่มาของหนังสือแตละเลมไดถูกตอง ข. สัญลักษณที่หองสมุดกําหนดขึ้นใชแทนเนื้อหาของหนังสือแตละเลม ค. ตัวเลขที่หองสมุดกําหนดขึ้นเอง เพื่อใชแทนเนื้อหาของหนังสือแตละเลม ง. สัญลักษณที่เปนตัวแทนของหนังสือแตละเลม เพื่อบอกเรื่องราวของหนังสือ 3. จากภาพ ขอใดอธิบายความหมายไดถูกตอง ก. เปนหนังสือประเภทนวนิยาย ผูแตง-บัณฑิต เรื่อง- เจาตูบผูนารัก ข. เปนหนังสือประเภทวิทยาศาสตร เรื่อง-สุนัขของฉัน ผูแตง-หมูยาง(นามแฝง) ค. เปนหนังสือประเภทนันทนาการ เรื่อง-สนุกกับกรีฑา ผูแตง-นิภาพร ง. เปนหนังสือประเภทวิทยาศาสตรประยุกต ผูแตง-สิทธิพร เรื่อง-หมาของฉันเปนอะไร 4. เลขเรียกหนังสือมักจะติดไวที่สวนใดของหนังสือ ก. มุมดานบนของหนาปกหนังสือ ข. สันของหนังสือ ค. ดานหลังของหนังสือ ง. มุมหนังสือดานลางสุด 5. ขอใดไมใชเลขเรียกหนังสือ ก. ข. ค. ง. 636.7 ส - ห ร.ศ. พ - น น ป - ก 495.6 ป - ภ ต 510 ส - ล
88 6. สิ่งพิมพในขอใดไมจําเปนตองมีเลขเรียกหนังสือ ก. นิตยสารดิฉัน ข. หนังสือธรรมะ ค. นวนิยายแนวสืบสวน ง. หนังสือชุดการตูนความรู 7. ขอใดกลาวถึง เลขเรียกหนังสือในหองสมุดโรงเรียนเศรษฐบุตรบําเพ็ญ ไดถูกตอง ก. เลขเรียกหนังสือ จะตองเปนตัวเลขเทานั้น ข. เลขเรียกหนังสือสวนใหญใชตัวเลข 4 หลัก ค. เลขเรียกหนังสือ ตองใสเปนตัวเลขอารบิกเทานั้น ง. เลขเรียกหนังสือไมจําเปนตองเปนตัวเลขเพียงอยางเดียว แตใชตัวอักษรแทนได 8. เหตุใดหนังสือพิมพ และกฤตภาคไมตองใสเลขเรียกหนังสือ ก. เพราะ หนังสือพิมพและกฤตภาค ไมใชหนังสือ ข. เพราะ หนังสือพิมพและกฤตภาค เปนสิ่งพิมพปกออน ค. เพราะ หนังสือพิมพและกฤตภาค ไมไดระบุชื่อผูแตงไว ง. เพราะ หนังสือพิมพและกฤตภาค ไมมีสันหนังสือใหติดเลขเรียกหนังสือ 9. ขอใดคือประโยชนของเลขเรียกหนังสือ ก. ทําใหผูใชรูจักหนังสือในหองสมุดมากขึ้น ข. ทําใหหนังสือแตละเลมมีรูปลักษณที่สวยงาม ค. ทําใหเจาหนาที่สามารถเก็บหนังสือเขาชั้นไดงาย ง. ชวยใหเจาหนาที่สังเกตไดงายวาเลมใดเปนของหองสมุด 10. จากเลขเรียกหนังสือที่ปรากฏ ขอใดคืออักษรยอตัวแรกของชื่อหนังสือ ก. 495.6 ข. ป ค. ภ ง. ไมมีขอถูก 495.6 ป - ภ
89 บทที่ 6 การเรียงหนังสือเขาชั้น ..................................................................................................................................... จุดประสงคการเรียนรู 1. สามารถอธิบายหลักเกณฑในการจัดเรียงหนังสือเขาชั้นได 2. สามารถจัดเรียงหนังสือเขาชั้นไดถูกตอง หลักการจัดหนังสือบนชั้น ในการจัดเรียงหนังสือเขาชั้น มีหลักการจัดดังนี้ 1. จัดเรียงจากซายไปขวา ตามเข็มนาฬิกา 2. จัดเรียงหนังสือจากชั้นบนสุด ถัดลงมาตามลําดับจนถึงชั้นลางสุด 3. จัดเรียงตามเลขเรียกหนังสือ โดยดูจากเลขหมู • เรียงจากเลขจํานวนนอยไปหาเลขจํานวนมาก คือ 000 – 900 • ถาเลขหมูซ้ํากัน ใหดูอักษรผูแตงจาก ก ข ค…ฮ หรือ A B C…..Z • ถาอักษรผูแตงซ้ํากันใหดูอักษรชื่อเรื่อง จาก ก ข ค…ฮ หรือ A B C……Z • ถาอักษรซ้ํากันอีก ใหเรียงตามลําดับเลม เชน เลม 1 เลม 2 เลม 3......... เปนตน • หนังสือชุดใชวิธีเรียงโดยใหชุดเดียวกันอยูดวยกัน แลวเรียงตามลําดับตอน เชน ตอนที่ 1 2 3....เปนตน ภาพตัวอยางการจัดเรียงหนังสือจากบนสุด ลงชั้นลางสุด แผนภูมิแสดงการเรียงหนังสือบนชั้น
90 ตัวอยางที่ 1 แสดงการจัดเรียงจากเลขจํานวนนอยไปหาเลขจํานวนเลขมาก ตัวอยางที่ 2 แสดงการจัดเรียงจากอักษรผูแตงจาก ก ข ค…ฮ ตัวอยางที่ 3 แสดงการจัดเรียงหนังสือชุด และการเรียงตามลําดับเลม นอกจากนี้ยังมีหนังสือบางประเภท ไดแก หนังสืออางอิง หนังสือสําหรับเด็กและเยาวชน เปนตน จะมีสัญลักษณพิเศษเพิ่มเติม ไวเหนือเลขหมู หรือใชสัญลักษณแทนเลขหมูนั้น หองสมุดนิยมจัดขึ้นชั้นแยกออกจากหนังสือทั่วไป เพื่อความสะดวกในการหยิบใชและใหบริการสําหรับ หนังสือที่หองสมุดใหสัญลักษณพิเศษเพิ่มเติมไวมีดังนี้ 400 T - U 410 P - Y 420 R - E 430 O - 440 L - Q 900 ก – ม 900 ข – ว 900 ค – ล 900 ง – พ 900 ล – อ น ส – ฮ ล.1 น ส – ฮ ล.2 น ส – ฮ ล.3 น ส – ฮ ล.4 น ส – ฮ ล.5
91 ประเภทหนังสือ สัญลักษณ ตัวอยางเลขเรียกหนังสือ หนังสืออางอิง อ ( สําหรับอางอิงภาษาไทย ) R (สําหรับหนังสืออางอิงตางประเทศ) อ R 030 423 ร - พ S - D หนังสือสําหรับ เด็กและเยาวชน ย ย บ - ส หนังสือประเภท คูมือเตรียมสอบ ต ต 530 ก - ฟ เรื่องสั้น ร.ส. ร.ส. ป - ช นวนิยาย น ( นวนิยายไทย ) F ( นวนิยายตางประเทศ ) น ศ - บ ขอเสนอแนะในการจัดหนังสือเขาชั้น ในการปฏิบัติงานจัดชั้นหนังสือ กอนจะนําหนังสือตางๆ เขาชั้นควรดําเนินการ ดังตอไปนี้ 1. แยกประเภทหนังสือ โดยสังเกตจากสัญลักษณพิเศษ ไดแก อ – อางอิง, น – นวนิยาย ย – หนังสือ สําหรับเด็กและเยาวชน เปนตน 2. แยกหนังสือแตละประเภทตามเลขหมู ไดแก 000,100,200 ….…900 3. จัดหนังสือแตละหมวดหมูขึ้นชั้น ใหตรงกับปายบอกหมวดหมู 4. ในการจัดหนังสือแตละชั้น ไมควรใหหนังสือแนนเกินไป จะทําใหหยิบใชไมสะดวก และขาดงาย 5. ควรใชเหล็กฉากคั่นหนังสือ เพื่อรักษารูปทรงหนังสือ
92 ใบงานที่ 6 เรื่อง การจัดเรียงหนังสือเขาชั้น ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1 รายวิชา ท20282 การใชหองสมุดเพื่อการศึกษาคนควา ผลการเรียนรูที่คาดหวัง มีความรูความเขาใจเกี่ยวกับการจัดเรียงหนังสือเขาชั้น และสามารถคนหาหนังสือในชั้นไดอยางถูกตอง คําสั่ง จงตอบคําถามตอไปนี้ใหถูกตอง 1. จงบอกหลักการในการจัดเรียงหนังสือเขาชั้น 1. ____________________________________________________________________ 2. ____________________________________________________________________ 3. ____________________________________________________________________ 2. จงอธิบายสัญลักษณของหนังสือ ตอไปนี้ R = ____________________________________________________ ย = ____________________________________________________ ร.ส. = ____________________________________________________ ต = ____________________________________________________ F = ____________________________________________________ 3. จงอธิบายวิธีการจัดเรียงหนังสือตอไปนี้ 3.1 กรณีที่เลขหมูหนังสือซ้ํากัน จะมีวิธีการเรียงอยางไร ___________________________________________________________________________ ___________________________________________________________________________ 3.2 กรณีที่ผูแตงซ้ํากัน จะมีวิธีเรียงอยางไร ___________________________________________________________________________ ___________________________________________________________________________ 3.3 กรณีที่อักษรยอชื่อผูแตงกับอักษรยอชื่อหนังสือซ้ํากัน จะมีวิธีการเรียงอยางไร ___________________________________________________________________________ 4. จงบอกขอเสนอแนะในการจัดหนังสือเขาชั้น 4.1 _____________________________________________________________________ 4.2 _____________________________________________________________________ 4.3 _____________________________________________________________________ 4.4 _____________________________________________________________________ 4.5 _____________________________________________________________________
93 แบบฝกหัด บทที่ 6 เรื่อง การจัดเรียงหนังสือเขาชั้น ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1 รายวิชา ท20282 การใชหองสมุดเพื่อการศึกษาคนควา คําสั่ง จงเลือกคําตอบที่ถูกตองที่สุด เพียงคําตอบเดียว จงตอบคําถาม ขอ 1 - 3 ขอใดเรียงลําดับเลขเรียกหนังสือบนชั้นไดถูกตอง 1. ก. ข. ค. ง. 2. ก. ข. ค. ง. 741.66 ม - ศ 791.43 ต - ล 738.2 ค - ต 759.1 ต - ฟ 770 ย - ก 710 ย – ม 720 ก - จ 741.66 ม - ศ 791.43 ต - ล 738.2 ค - ต 639.9 ส - ก 658.15 บ - ก 738.2 ค - ต 741.66 ม - ศ 759.1 ต - ฟ 658.15 บ - ก 639.9 ศ - บ 738.2 ก - ต 741.66 ม - ศ 759.1 ต - ฟ 665.95 ส – ช 666.36 ล – ห 641.40 อ – ส 610 บ – ม 631.20 น - ต 425.20 ว - ง 425.25 ง – ว 425.26 ล – ก 422.80 ย – ห 427.20 ก - ย 730 ว - จ 795.10 บ - ก 741.66 ม - ศ 791.43 ต - ล 738.2 ค - ต 510 ข – ง 510 ช – ก 510 บ – ห 550 ล – ป 590 ข - ฟ
94 3. ก. 320 บ – ร 320 ช – อ 330 ท – ซ 310 พ – ล 330 ฆ – ค ข. 990 ย – ล 991 ย –ม 991 น – ช 900 พ – ค 900 พ - ท ค. 811.5 ซ – ย 815 บ – บ 818.6 ด – ก 829 ก – ง 890 ส - ป ง. 741.66 ม - ศ 791.43 ต - ล 738.2 ค - ต 759.1 ต - ฟ 770 ย - ก 4. ในการจัดหนังสือบนชั้น ขอใดกลาวถูกตอง ก. เรียงจากขวาไปซาย ทวนเข็มนาฬิกา ข. เรียงจากซายไปขวา ตามเข็มนาฬิกา ค. เรียงจากดานหนาไปถึงดานหลังจนเต็มชั้น ง. เรียงจากหลังไปถึงดานหนาจนเต็มชั้น 5. การจัดเรียงตามเลขเรียกหนังสือ ควรเรียงอยางไร ก. เรียงจากจํานวนเลขนอยไปหาเลขจํานวนมาก ข. เรียงจากจํานวนเลขมากไปหาเลขจํานวนนอย ค. เรียงจากเลขจํานวนคูไปหาเลขจํานวนคี่ ง. เรียงจากเลขจํานวนคี่ไปหาตัวเลขจํานวนคู 6. กรณีที่เลขหมูหนังสือซ้ํากันควรดูจากอะไรเปนลําดับตอไป ก. ตัวเลข ข. ลําดับเลม ค. อักษรผูแตง ง. อักษรชื่อหนังสือ
95 7. กรณีที่ชื่อผูแตงและชื่อหนังสือซ้ํากันควรเรียงจากอะไรเปนลําดับตอไป ก. เลขหมู ข. ลําดับเลม ค. อักษรผูแตง ง. อักษรชื่อหนังสือ 8. หนังสือประเภท “หนังสืออางอิง” จะมีสัญลักษณคือ อ ถาเปนหนังสือภาษาตางประเทศจะใชสัญลักษณ ตัวใด ก. A ข. E ค. O ง. R 9. ขอใดคือสัญลักษณของหนังสือคูมือเตรียมสอบ ก. ต ข. ต.ส. ค. ค ง. ค.ต. 10. ขอใดคือสัญลักษณของหนังสือประเภทนวนิยายที่เปนภาษาตางประเทศ ก. F ข. G ค. R ง. N