ชุดกิจกรรมการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
รายวชิ าโลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ รหสั วชิ า ว30104
ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 6
นางพชั รี คูณทอง
ตําแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูเชีย่ วชาญ
ชดุ ท่ี 1 ขอ้ มลู ในการศึกษาและแบ่งชนั้ โครงสรา้ งโลก
คำนำ
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่อง กระบวนการเปลี่ยนแปลงภายในโลก
ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 6 จัดทาข้ึนเพื่อเปน็ สอ่ื นวัตกรรมประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
รายวิชาโลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ รหัสวชิ า ว30104 เพ่ือให้ผู้เรียนใช้ประกอบกิจกรรมการ
เรียนการสอนและสามารถเรียนร้ดู ้วยตนเอง นาไปใชใ้ นการเรียนการสอนซ่อมเสริมได้ หรือใช้ใน
การสอนแทนได้เป็นอย่างดี เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจและพัฒนาผลสัมฤทธ์ิทางการ
เรียนของผู้เรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์เป็นนวัตกรรมที่ช่วยลดบทบาทของครูตาม
แนวทางการปฏิรปู การเรียนรู้ท่ียึดผู้เรียนเปน็ สาคญั เป็นกิจกรรม การเรียนรู้ที่สง่ เสริมให้ผูเ้ รียน
เกิดการเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง ทาเป็น คิดเป็น แก้ปัญหาได้ สามารถพัฒนาตนเอง ได้เต็มตาม
ศักยภาพ ซ่ึงสอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับ
ปรับปรุง พ.ศ.2560) ที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาทั้งด้านความรู้ กระบวนการคิด
กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การแก้ปัญหา ความสามารถในการสื่อสาร การตัดสนิ ใจ การนา
ความรไู้ ปใช้ในชีวิตประจาวนั ตลอดจนสง่ เสริมให้ผ้เู รียนมีจิตวิทยาศาสตรค์ ุณธรรมและคา่ นยิ มที่
ถกู ตอ้ งเหมาะสม
ผู้จัดทาหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์นี้จะทาให้ผู้เรียน
มีความรู้ ความเข้าใจในเรื่องโลกและการเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลกได้เป็นอย่างดี มีทักษะ
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และมผี ลสัมฤทธ์ิทางการเรียนสูงขึ้น สามารถใชเ้ พื่อศึกษาค้นคว้า
ด้วยตนเองเป็นส่ือที่มีประสิทธิภาพ สามารถอานวยประโยชน์ต่อการเรียนการสอนให้บรรลุ
วตั ถุประสงค์ของหลักสูตรได้
พัชรี คณู ทอง
โดย นางพชั รี คณู ทอง ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูเช่ยี วชาญ ก
ชดุ ท่ี 1 ข้อมูลในการศึกษาและแบ่งชน้ั โครงสรา้ งโลก
สำรบัญ
เรื่อง หนำ้
คำนำ ก
สำรบญั ข
คำชแี้ จงเกย่ี วกบั กำรใช้ชดุ กจิ กรรมกำรเรยี นรู้วทิ ยำศำสตร์ ค
แผนภูมลิ ำดับขน้ั ตอนกำรใช้ชุดกิจกรรมกำรเรียนรู้วทิ ยำศำสตร์ ง
คำชี้แจงกำรใช้ชุดกจิ กรรมกำรเรียนรู้วทิ ยำศำสตร์สำหรบั ครู จ
คำชีแ้ จงกำรใช้ชุดกจิ กรรมกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์สำหรบั นักเรยี น ช
1
สาระการเรียนรู้ / มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตัวชีว้ ดั 1
จุดประสงค์การเรียนรู้ 2
ลาดบั ความคิดต่อเนื่อง 3
สาระสาคัญ 4
แบบทดสอบกอ่ นเรียน 7
บัตรเนื้อหา ชดุ ท่ี 1 เรื่อง ข้อมลู ในการศึกษาและแบ่งชน้ั โครงสร้างโลก 21
บตั รกิจกรรมท่ี 1.1 เรื่อง การศกึ ษาคลน่ื ไหวสะเทอื นท่ผี ่านโครงสร้างโลก 26
บัตรกิจกรรมที่ 1.2 ผงั มโนทศั น์ เร่ือง ขอ้ มลู ในการศกึ ษาและแบ่งชัน้ โครงสรา้ งโลก 27
บัตรกิจกรรมท่ี 1.3 ถอดบทเรียน เร่อื ง ขอ้ มูลในการศึกษาและแบง่ ชน้ั โครงสรา้ งโลก 2
แบบฝกึ หดั เรอื่ ง ข้อมลู ในการศึกษาและแบง่ ช้นั โครงสรา้ งโลก 29
แบบทดสอบหลงั เรยี น 32
กระดาษคาตอบแบบทดสอบกอ่ นเรยี นและหลังเรียน
33
บรรณำนุกรม
34
ประวตั ิยอ่ ผูจ้ ดั ทำ
โดย นางพัชรี คูณทอง ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครูเชี่ยวชาญ ข
ชดุ ท่ี 1 ข้อมูลในการศึกษาและแบ่งชนั้ โครงสรา้ งโลก
คำชีแ้ จงเก่ียวกบั ชดุ กิจกรรมกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์
1. ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 เรื่อง กระบวนการ
เปล่ียนแปลงภายในโลก กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อใช้ประกอบการ
จัดการเรียนรู้ รายวิชาโลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ รหัสวิชา ว30104 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6
โดยให้สอดคล้องตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง
พ.ศ. 2560) กระทรวงศึกษาธิการ หลักจิตวิทยาการเรียนรู้ ยึดแนวทางการฝึกทเ่ี หมาะสมกับระดับ
และวัย เพ่ือให้นักเรียนเกิดความกระตือรือร้น มีความสุขในการทากิจกรรมการเรียนรู้ และเพื่อ
ส่งเสริมเจตคติที่ดี นักเรียนจะได้พัฒนากระบวนการคิด กระบวนการตัดสินใจ กระบวนการ
แก้ปัญหาและสามารถนาความรู้ไปใช้ในชีวิตประจาวันได้ มุ่งเน้นพัฒนาผู้เรียนให้เกิดการเรียนรู้
เข้าใจหลกั การทางวิทยาศาสตร์ เกิดทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ วิธีสารวจตรวจสอบขอ้ มูล
การคิดแก้ปัญหา ตลอดจนการเสริมสร้างจิตวิทยาศาสตร์ ซึ่งประกอบด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้
จานวน 9 ชุด ดงั นี้
ชุดท่ี 1 เรอ่ื ง ขอ้ มูลในการศึกษาและแบ่งชน้ั โครงสร้างโลก
ชดุ ท่ี 2 เรอื่ ง การแบง่ ช้ันโครงสร้างโลก
ชดุ ที่ 3 เรอ่ื ง แนวคิดของทฤษฎที วีปเลอื่ นและหลกั ฐานสนบั สนนุ
ชุดที่ 4 เรื่อง แนวคิดของทฤษฎีการแผ่ขยายพน้ื สมทุ รและหลกั ฐานสนับสนุน
ชดุ ท่ี 5 เรอ่ื ง การแปรสณั ฐานของแผ่นธรณี
ชุดท่ี 6 เรื่อง ธรณสี ณั ฐานและโครงสรา้ งทางธรณีท่เี กดิ จากการเคลอ่ื นทข่ี องแผน่ ธรณี
ชดุ ท่ี 7 เรอ่ื ง ภเู ขาไฟระเบิด
ชดุ ท่ี 8 เรื่อง แผน่ ดินไหว
ชุดท่ี 9 เรือ่ ง สึนามิ
2. ชุดกิจกรรมการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์นี้เป็น ชุดท่ี 1 เร่ือง ข้อมูลในกำรศึกษำและแบง่ ชั้น
โครงสร้ำงโลก ใช้เวลำ 2 ช่ัวโมง
3. ผู้ใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์น้คี วรศึกษาข้นั ตอนการใชช้ ุดกิจกรรมการเรียนรู้
อยา่ งละเอยี ดก่อนใช้
ผู้จัดทาหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ชุดนี้ จะมีประโยชน์ต่อ
นักเรียนและผู้สนใจที่จะนาไปใช้สอนและฝึกเด็กในปกครองในการพัฒนากระบวนการเรียนรู้
วทิ ยาศาสตรใ์ หม้ คี ุณภาพมากยิ่งขึ้นต่อไป
โดย นางพัชรี คณู ทอง ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูเชยี่ วชาญ ค
ชดุ ท่ี 1 ขอ้ มลู ในการศึกษาและแบ่งชน้ั โครงสร้างโลก
แผนภูมลิ ำดับข้นั ตอนกำรใช้ชุดกจิ กรรมกำรเรยี นรู้วิทยำศำสตร์
อา่ นคาชีแ้ จงและคาแนะนาในการใช้ชดุ กิจกรรมการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์
ศึกษาตวั ชวี้ ดั และจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ เสรมิ พืน้ ฐำน
ทดสอบกอ่ นเรียน ผมู้ ีพื้นฐำนต่ำ
ศึกษาชดุ กิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ตามข้นั ตอน
ประเมนิ ผลการจดั กิจกรรมการเรียนรู้จากชดุ กิจกรรม
ไมผ่ ่ำน ทดสอบหลังเรียน
กำรทดสอบ
ผำ่ นกำรทดสอบ
ศกึ ษาชดุ กิจกรรมการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์เรื่องต่อไป
แผนภมู ิลำดบั ขนั้ ตอนกำรเรยี นโดยใช้ชดุ กิจกรรมกำรเรยี นรู้วทิ ยำศำสตร์
ชุดท่ี 1 เรื่อง เรอื่ ง ข้อมูลในกำรศกึ ษำและแบง่ ชั้นโครงสรำ้ งโลก
โดย นางพชั รี คูณทอง ตาแหน่ง ครู วทิ ยฐานะ ครูเชยี่ วชาญ ง
ชุดท่ี 1 ขอ้ มลู ในการศกึ ษาและแบ่งชั้นโครงสรา้ งโลก
คำชี้แจงกำรใช้ชุดกจิ กรรมกำรเรียนร้วู ิทยำศำสตรส์ ำหรบั ครู
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ที่ครูผู้สอนได้ศึกษาต่อไปน้ีคือ ชุดที่ 1 เรื่อง เร่ือง
ข้อมูลในกำรศึกษำและแบ่งช้ันโครงสร้ำงโลก ใช้เวลำในกำรทำกิจกรรม 2 ชั่วโมง ซ่ึงนักเรียน
จะได้สารวจ สังเกตและรวบรวม ข้อมูลมาสรุปเป็นองค์ความรู้ โดยใช้กระบวนการคิด กระบวนการ
สืบค้นข้อมูล กระบวนการทางสังคม ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการเผชิญ
สถานการณ์และแก้ปัญหา ผ่านทางกระบวนการกลุ่ม เพ่ือช่วยให้การดาเนินการจัดกิจกรรมการ
เรียนรู้บรรลจุ ดุ ประสงคแ์ ละมปี ระสทิ ธิภาพ ครูผูส้ อนควรดาเนินการดังนี้
1. ครูผู้สอนต้องศึกษาและทาความเข้าใจเก่ียวกับคาชี้แจงการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้
สาหรับครู และแผนการจัดการเรยี นรู้ เพ่ือท่ีครูผู้สอนสามารถนาชุดกิจกรรมการเรียนร้ไู ปใช้ในการ
จดั กิจกรรมการเรยี นรไู้ ด้อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ
2. ครูผ้สู อนเตรยี มสอื่ การเรียนการสอนใหพ้ ร้อม
3. ก่อนดาเนินการจัดกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ ครูต้องเตรียมชุดกิจกรรมการเรียนรู้ไว้
บนโต๊ะประจากลุ่มให้เรียบร้อยและเพียงพอกับนักเรียนในกลุ่มซึ่งนักเรียนจะได้รับคนละ 1 ชุด
ยกเวน้ ส่ือการสอนทีต่ อ้ งใชร้ ว่ มกนั
4. ครูต้องชี้แจงใหน้ ักเรียนรู้เกี่ยวกับบทบาทของนักเรียนในการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้
ดังนี้
4.1 ศกึ ษาบทบาทของนกั เรียนจากการปฏิบัติกจิ กรรมให้เข้าใจก่อนการเรยี นรู้โดยใช้
ชุดกิจกรรมการเรยี นรู้
4.2 ปฏิบัติกิจกรรมตามลาดับขั้นตอน อ่านคาช้ีแจงจากใบกิจกรรม เพ่ือจะได้ทราบ
ว่าจะปฏิบัตกิ ิจกรรมอะไร อยา่ งไร
4.3 นักเรียนต้องตั้งใจปฏิบัติกิจกรรมอย่างเต็มความสามารถ ต้องให้ความร่วมมือ
ช่วยเหลอื ซึ่งกันและกนั ไมร่ บกวนผู้อ่นื และไม่ชักชวนเพื่อนให้ออกนอกลูน่ อกทาง
4.4 หลังจากปฏิบัติกิจกรรมแลว้ นักเรยี นจะตอ้ งจัดเกบ็ อปุ กรณท์ ุกช้นิ ให้เรียบร้อย
4.5 เม่ือมกี ารประเมนิ ผลนักเรยี นต้องปฏิบัติตนอยา่ งตัง้ ใจและรอบคอบ
5. การดาเนินการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 7 ข้ัน (7E) แบ่งออกเป็น
7 ขั้นตอน ดังน้ี
5.1 ขัน้ ท่ี 1 ขัน้ ตรวจสอบความรเู้ ดิม
5.2 ข้ันท่ี 2 ขั้นสร้างความสนใจ
5.3 ขนั้ ท่ี 3 ขนั้ สารวจและคน้ หา
โดย นางพชั รี คณู ทอง ตาแหนง่ ครู วิทยฐานะ ครูเชยี่ วชาญ จ
ชดุ ท่ี 1 ขอ้ มลู ในการศึกษาและแบ่งช้ันโครงสรา้ งโลก
5.4 ขนั้ ท่ี 4 ขนั้ อธบิ ายและลงข้อสรปุ
5.5 ขน้ั ท่ี 5 ขน้ั ขยายความรู้
5.6 ขน้ั ท่ี 6 ขั้นประเมนิ
5.7 ขนั้ ท่ี 7 ขั้นนาความรูไ้ ปใช้
6. ขณะท่ีนกั เรียนทุกกลุ่มปฏิบัติกิจกรรม ครูไม่ควรพูดเสียงดัง หากมีอะไรจะพูดต้องพูด
เป็นรายกลมุ่ หรือรายบคุ คล ตอ้ งไม่รบกวนกิจกรรมของนกั เรยี นกลมุ่ อ่นื
7. ครูผู้สอนต้องเดินดูการทางานของนักเรียนแต่ละกลุ่มอย่างใกล้ชิด หากมีนักเรียนคน
ใดหรอื กลมุ่ ใดมีปญั หาควรเข้าไปให้ความช่วยเหลือจนปัญหานน้ั คล่ีคลายลง
8. การสรุปผลที่ได้จากกิจกรรมการเรียนรู้ควรเปน็ กิจกรรมร่วมของนักเรียนทุกกลุ่มหรือ
ตัวแทนของกลมุ่ ร่วมกัน ครคู วรเปดิ โอกาสใหน้ ักเรียนแสดงออกให้มากที่สุด
9. ประเมินผลการเรียนรูข้ องนักเรียน เพื่อตรวจสอบผลการเรียนรู้ของนกั เรียน
โดย นางพชั รี คูณทอง ตาแหนง่ ครู วิทยฐานะ ครูเชี่ยวชาญ ฉ
ชุดที่ 1 ข้อมูลในการศกึ ษาและแบ่งชัน้ โครงสรา้ งโลก
คำชี้แจงกำรใช้ชุดกิจกรรมกำรเรยี นร้วู ทิ ยำศำสตรส์ ำหรับนกั เรยี น
ชุดกจิ กรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ที่นกั เรยี นได้ศึกษาต่อไปนี้คือ ชุดท่ี 1 เรื่อง ข้อมูลใน
กำรศึกษำและแบ่งชั้นโครงสร้ำงโลกซึ่งนักเรียนจะได้สารวจ สังเกต และรวบรวมข้อมูลมาสรุป
เป็นองค์ความรู้ โดยใช้กระบวนการคิด กระบวนการสืบค้นข้อมูล กระบวนการทางสังคม ทักษะ
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการเผชิญสถานการณ์ และแกป้ ัญหา ผา่ นทางกระบวนการ
กลุม่ เพอ่ื ให้เกดิ ประโยชนส์ ูงสุด นักเรยี นควรปฏบิ ตั ิตามคาชีแ้ จง ดังต่อไปนี้
1. ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชดุ ท่ี 1 เร่ือง ข้อมูลในกำรศึกษำและแบ่งชั้น
โครงสรำ้ งโลก ใช้เวลำในกำรทำกิจกรรม 2 ชัว่ โมง
2. นักเรยี นทาแบบทดสอบกอ่ นเรยี น จานวน 10 ข้อ
3. นักเรยี นทากจิ กรรมเปน็ รายกลุม่ และศกึ ษาวธิ ดี าเนินกิจกรรมให้เขา้ ใจ
4. นกั เรยี นปฏิบัตกิ ิจกรรมในชุดกจิ กรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
5. นักเรยี นทากจิ กรรมในชดุ กจิ กรรมการเรยี นรใู้ หค้ รบ
6. นกั เรยี นทาแบบทดสอบหลังเรียน จานวน 10 ข้อ
โดย นางพัชรี คณู ทอง ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูเช่ียวชาญ ช
ชุดท่ี 1 ขอ้ มูลในการศึกษาและแบ่งชั้นโครงสร้างโลก
ชุดท่ี 1
ข้อมลู ในการศกึ ษาและแบ่งชนั้ โครงสรา้ งโลก
สาระที่ 3 วิทยาศาสตร์โลกและอวกาศ
มาตรฐาน ว 3.2 เข้าใจองค์ประกอบและความสัมพันธ์ของระบบโลก
กระบวนการเปล่ียนแปลงภายในโลก และบนผวิ โลก ธรณีพบิ ัติ
ภัย กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศและภูมิศาสตร์โลก
รวมทงั้ ผลต่อสง่ิ มีชวี ติ และสิ่งแวดลอ้ ม
ตัวช้ีวัด
ว 3.2 ม.6/1 อธบิ ายการแบ่งชน้ั และสมบตั ิของโครงสร้างโลก พร้อมยกตัวอยา่ ง
ข้อมลู ท่สี นบั สนุน
จุดประสงค์การเรยี นรู้สตู่ วั ชว้ี ดั
1. สืบค้นและอธิบายข้อมูลที่สนับสนุนการแบ่งช้ันโครงสรา้ งโลก ตามองค์ประกอบทางเคมี
และการแบ่งช้ันโครงสร้างโลกตามสมบตั ิเชิงกล
2. วเิ คราะหข์ ้อมลู คลืน่ ไหวสะเทอื น และอธบิ ายการแบ่งชนั้ โครงสรา้ งโลก และสมบัติเชงิ กล
ของโครงสร้างโลกแต่ละชนั้
3. สร้างแบบจา ลองโครงสรา้ งโลก และอธิบายสมบัติของโครงสร้างโลกในแต่ละชนั้ ได้
4. ประยุกต์ใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเก่ียวกับข้อมูลในการศึกษาและแบ่งชั้น
โครงสร้างโลก ในการร่วมกิจกรรมการเรียนการสอนและนาความรู้ไปใช้ในชีวิตประจาวัน
(A)
โดย นางพชั รี คูณทอง ตาแหนง่ ครู วิทยฐานะ ครูเชีย่ วชาญ 1
ชุดท่ี 1 ขอ้ มูลในการศกึ ษาและแบ่งช้ันโครงสร้างโลก
5. มีความสนใจใฝ่เรียนรู้หรืออยากรู้อยากเห็น ทางานร่วมกับผู้อ่ืนอย่างสร้างสรรค์ ยอมรับ
ความคดิ เห็นของผ้อู นื่ ได้ (A)
ลาดับความคิดต่อเนอ่ื ง
โครงสร้างโลก
การศึกษาโครงสร้างโลกศึกษาจากข้อมูลหลายด้าน เช่น องค์ประกอบทางเคมีของหิน
และแร่ อกุ กาบาตท่ีพบบนโลก ข้อมลู คล่ืนไหวสะเทือนทเ่ี คลอ่ื นท่ผี า่ นโลก
การศึกษาโครงสร้างโลกจากข้อมูลคล่ืนไหวสะเทือนท่ีเคลื่อนท่ีผ่านภายในโลกนั้นใช้
สมบัติของคลื่นในตัวกลางเป็นหลัก ซ่ึงแบ่งออกเป็น คล่ืนปฐมภูมิที่เคลื่อนท่ีผ่านตัวกลางได้
ทุกสถานะ และคล่ืนทุติยภูมิซึ่งไม่สามารถเคล่ือนท่ีผ่านตัวกลางท่ีมีสถานะเป็นของเหลวได้
โดยคล่นื ทงั้ สองชนิดจะเปล่ยี นแปลงความเรว็ เมือ่ เคลอ่ื นทผี่ า่ นตวั กลางต่างชนิดกนั
นักวิทยาศาสตร์ใช้ข้อมูลหาความหนาแน่นเฉลี่ยของโลกซ่ึงคานวณได้จากค่าความ
หนาแนน่ ของแร่เหลก็ จากอกุ กาบาตเหล็ก หินแข็งท่ีเคยอยู่ในระดับลึกใตเ้ ปลือกโลก และหิน
ท่ีพบบนโลก รวมทั้งข้อมูลความหนาของโครงสร้างโลกแต่ละชั้นท่ีได้จากการศึกษาคล่ืนไหว
สะเทือน จึงมีการแบ่งช้ันโครงสร้างโลกโดยใชท้ ั้งตามองค์ประกอบทางเคมี และสมบัติเชิงกล
เปน็ เกณฑ์ในการแบ่ง
การแบง่ โครงสรา้ งโลกโดยใชอ้ งคป์ ระกอบทางเคมแี บ่งได้เป็น 3 ช้นั ได้แก่ เปลือกโลก
เน้ือโลก และแก่นโลก โดยเปลือกโลกมีองค์ประกอบหลักเป็นสารประกอบของซิลิกอน
และออกซิเจน เน้ือโลกมีองค์ประกอบหลักเป็นสารประกอบของเหล็กและแมกนีเซียม
แก่นโลกมีองคป์ ระกอบหลักเป็นสารประกอบของ เหลก็ และนิกเกิล
การแบ่งโครงสร้างโลกตามสมบัติเชิงกลแบ่งได้เป็น 5 ชั้น ได้แก่ ธรณีภาค ฐานธรณี
ภาค มชั ฌิมภาค แก่นโลกช้ันนอก และแก่นโลกชัน้ ใน ซ่ึงแต่ละชน้ั มสี มบตั ิเชิงกลแตกต่างกัน
ซึ่งวิเคราะห์ได้จากความเร็วของคลื่นไหวสะเทือนท่ีเปลี่ยนไปในแต่ระดับความลึกเมื่อ
เคลือ่ นทผี่ า่ นชนั้ โครงสร้างโลก
โดย นางพัชรี คูณทอง ตาแหนง่ ครู วิทยฐานะ ครูเชี่ยวชาญ 2
ชดุ ที่ 1 ข้อมลู ในการศึกษาและแบ่งช้นั โครงสรา้ งโลก
สาระสาคัญ
การศึกษาโครงสร้างโลกใช้ข้อมูลสาคัญในการสนับสนุนการแบ่งชั้นโครงสร้างโลกทั้งการ
แบ่งตามองค์ประกอบทางเคมีและการแบ่งตามสมบัติเชิงกล เช่น องค์ประกอบทางเคมีของหิน
และแร่ อุกกาบาตเหล็ก และข้อมูลคล่ืนไหวสะเทือนท่ีเคลื่อนที่ภายในโลก ซ่ึงข้อมูลดังกล่าวยัง
สามารถนามาใชอ้ ธิบายองค์ประกอบทางเคมแี ละสมบัติเชิงกลของโครงสรา้ งโลกแต่ละชน้ั
ทีม่ า : https://www.trueplookpanya.com/blog/content/63710/-blo-sciear-sci-
โดย นางพัชรี คณู ทอง ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครเู ชี่ยวชาญ 3
ชดุ ท่ี 1 ขอ้ มลู ในการศกึ ษาและแบ่งชัน้ โครงสรา้ งโลก
แบบทดสอบก่อนเรียน
เรอ่ื ง ข้อมูลในการศกึ ษาและแบ่งชัน้ โครงสร้างโลก
รายวชิ าโลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ รหสั วิชา ว30104 ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 6
คาชีแ้ จง 1. แบบทดสอบฉบบั น้ี จานวน 10 ข้อ คะแนนเตม็ 10 คะแนน เวลาทใี่ ช้ 10 นาที
2. จงเลอื กคาตอบทีถ่ ูกต้องท่สี ุด แล้วเขียนเครอ่ื งหมาย ลงในกระดาษคาตอบ
1. ข้อความในข้อใดไมถ่ กู ตอ้ ง
ก. ในปจั จุบนั ยังไม่สามารถสรปุ ได้วา่ โลกเกดิ ขึน้ ได้อยา่ งไร
ข. ทฤษฎตี า่ ง ๆ อาจถูกลม้ เลกิ ได้ เมอ่ื มีขอ้ มูลใหมท่ เี่ ชื่อถือได้มากกว่า
ค. แนวความคดิ ต่าง ๆ อาจถูกล้มเลกิ ได้ เมื่อมีข้อมูลใหม่ทเี่ ชอ่ื ถอื ได้มากกว่า
ง. กฎและทฤษฎเี ปน็ สิ่งท่ีไดร้ บั การพสิ ูจนแ์ ละยอมรบั แลว้ วา่ เป็นจรงิ จงึ ล้มเลกิ ไมไ่ ด้
2. อายุเทียบสัมพนั ธ์ (Relative age) หมายถึงอะไร
ก. อายหุ ินจรงิ
ข. อายหุ นิ เปรยี บเทียบ
ค. อายุซากดึกดาบรรพ์
ง. อายหุ ินที่มีซากดึกดาบรรพ์
2. โครงสรา้ งโลกแบ่งตามลักษณะมวลสารได้ช้ันใหญๆ่ สามช้ันอะไรบา้ ง
ก. ช้ันเปลือกโลก ใต้เปลือกโลก แกน่ โลก
ข. ช้นั เปลอื กโลก เนอ้ื โลก ธรณภี าค
ค. ชน้ั เปลือกโลก เน้ือโลก หินหนดื
ง. ชั้นเปลือกโลก เน้ือโลก แก่นโลก
3. ช้นั เปลอื กโลก (Crust) มสี ว่ นประกอบใดบ้าง
ก. เปลือกโลกภาคพ้นื ทวปี
ข. เปลอื กโลกภาคพ้ืนมหาสมุทร
ค. เปลือกโลกใต้มหาสมทุ ร
ง. ทั้งขอ้ ก. และ ค.
โดย นางพชั รี คณู ทอง ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครูเชย่ี วชาญ 4
ชุดท่ี 1 ข้อมูลในการศกึ ษาและแบ่งช้นั โครงสรา้ งโลก
4. เปลือกโลกภาคพน้ื ทวปี ประกอบไปด้วยอะไรบ้าง
ก. ซิลคิ อนและซลิ กิ า
ข. เหลก็ และทองแดง
ค. ซลิ ิคอนและอะลมู ินา
ง. ซลิ คิ อนและแมกนีเซียม
5. เปลือกโลกแบ่งออกเปน็ 2 บริเวณคือบรเิ วณใด
ก. เปลือกโลกช้ันนอกและเปลือกโลกชัน้ ใน
ข. เปลือกโลกภาคพื้นดินและเปลือกโลกภาคพน้ื นา้
ค. เปลือกโลกภาคพน้ื ทวปี และเปลือกโลกภาคพ้นื น้า
ง. เปลอื กโลกภาคพ้นื ทวปี และเปลอื กโลกใตม้ หาสมุทร
6. ช้นั เนือ้ โลกส่วนบนกับชน้ั เปลือกโลกรวมกนั เรียกว่าอะไร
ก. แมนเทลิ
ข. ธรณภี าค
ค. ธรณภี าคพนื้ ทวปี
ง. ธรณภี าคพ้ืนเปลือกโลก
7. เปลอื กโลกใต้มหาสมทุ รประกอบด้วยธาตุอะไรบา้ ง
ก. ซิลิคอนและเหล็ก
ข. ซิลคิ อนและซิลกิ า
ค. ซลิ คิ อนและอะลมู ินา
ง. ซลิ คิ อนและแมกนีเซียม
8. แกน่ โลกชน้ั ในประกอบด้วยส่วนใดบา้ ง
ก. โลหะเหลก็ และนกิ เกลิ แข็งรอ้ น
ข. โลหะเหลก็ และนิกเกิลเหลวรอ้ น
ค. โลหะเหลก็ และแมกนเี ซียมแข็งรอ้ น
ง. โลหะเหลก็ และแมกนเี ซยี มเหลวรอ้ น
โดย นางพชั รี คูณทอง ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครูเชี่ยวชาญ 5
ชุดที่ 1 ข้อมูลในการศึกษาและแบ่งช้นั โครงสร้างโลก
9. ช้ันบนสุดของเนื้อโลกมีลักษณะอย่างไร
ก. เปน็ หินทเี่ กดิ จากการเย็นตัวลงแล้ว บางส่วน
ข. เปน็ หนิ ทีเ่ กิดจากการหลอมเหลวและกาลังเป็นหินหนดื
ค. เปน็ หินทีเ่ กิดจากการอดั ตัวมรี พู รุน บางส่วนเปน็ หินเปราะ
ง. เป็นหนิ ทเ่ี กิดจากการอัดตวั จนแกร่ง แต่บางสว่ นเป็นช้ันหินจงึ เกดิ รอยแตก
10. ทฤษฎใี ดนาไปอธบิ ายถึงการเกิดแผ่นดนิ ไหว มหาสมุทรและซากส่ิงมชี ีวติ ที่ทบั ถมในหิน
บนเปลอื กโลก
ก. ทฤษฎกี ารแปรสัณฐานแผ่นธรณภี าค
ข. ทฤษฎกี ารเล่ือนไหลของแผ่นทวีป
ค. ทฤษฎกี ารขยายตวั ของแผ่นทวปี
ง. ทฤษฎีการหดตัวของแผ่นทวีป
โดย นางพชั รี คูณทอง ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครเู ชี่ยวชาญ 6
ชุดที่ 1 ข้อมลู ในการศกึ ษาและแบ่งชน้ั โครงสรา้ งโลก
บตั รเนื้อหา
ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์
ชดุ ท่ี 1 ข้อมูลในการศกึ ษาและแบ่งชน้ั โครงสร้างโลก
ขอ้ มลู ในการศึกษาและแบ่งชัน้ โครงสร้างโลก
รูปท่ี 1.1 โครงสรา้ งโลก
ทม่ี า : หนังสอื เรียนรายวิชาพืน้ ฐานวทิ ยาศาสตร์ วิชาวิทยาศาสตร์โลก และอวกาศ (หนา้ 88)
สถาบันส่งเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี กระทรวงศึกษาธกิ าร
โลกของเราเปล่ียนแปลงอยู่ตลอดเวลาท้ังบริเวณพ้ืนผิวโลกและภายในโลก ในช่วง
ระยะเวลาประมาณ 4,500 ล้านปีที่ผ่านมา การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวส่งผลให้เกิดภูมิประเทศรูปที่
แบบต่าง ๆ และธรณีพิบัตภิ ยั เช่น แผ่นดนิ ไหว ภเู ขาไฟระเบิด ซึ่งปรากฏการณ์เหล่าน้ีส่งผลทัง้ ที่เป็น
ประโยชน์และเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตและส่ิงแวดล้อม ดังน้ันมนุษย์จึงพยายามทาความเข้าใจ
ปรากฏการณ์ตา่ ง ๆ ท่เี กดิ ขึน้ บนโลก โดยเรมิ่ จากการศกึ ษาลกั ษณะโครงสร้างภายในโลก
โลกเป็นดาวเคราะห์หิน ดวงหน่ึงที่เกิดขึ้นเม่ือประมาณ 4,500 ล้านปีก่อนในระบบ
สุริยะ โลกเริ่มกาเนิดโดยการพอกพูนมวลจากการปะทะและหลอมรวมกันของวัตถุท่ีเหลือจากการ
กอ่ ตัวของดวงอาทติ ย์ จนทาให้โลกมีขนาดใหญ่ขึ้นและมมี วลมากข้ึน ซง่ึ ในช่วงต้นของการกาเนิดโลก
โดย นางพัชรี คูณทอง ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครูเชย่ี วชาญ 7
ชุดท่ี 1 ขอ้ มลู ในการศกึ ษาและแบ่งช้นั โครงสรา้ งโลก
นั้น โลกมีอุณหภูมิสูงทาให้สสารต่าง ๆ หลอมเข้าด้วยกัน ต่อมาอุณหภูมิค่อย ๆ ลดลง สสาร
จึงแยกช้ันจากกันตามความหนาแน่น โดยสสารท่ีเป็นธาตุหนัก มีความหนาแน่นมาก เช่น เหล็ก
นิกเกิลจะรวมตัวอยู่บริเวณใจกลางโลก ส่วนธาตุที่น้าหนักเบากว่า มีความหนาแน่นน้อยกว่า เช่น
ซิลิกอน อะลูมิเนียม แมกนีเซียมมีการรวมตัวกันอยู่บริเวณรอบนอก ขณะเดียวกันอุณหภูมิของโลกมี
การลดลงอย่างช้า ๆ โดยที่ส่วนนอกสุดของโลกมีอุณหภูมิลดลงและแข็งตัวเร็วกว่าส่วนอ่ืน
กระบวนการท่กี ล่าวมาท้ังหมดนีท้ าใหโ้ ลกเกดิ การแบ่งช้ัน ดังรูปที่ 1.2 นักเรยี นคิดวา่ นักวิทยาศาสตร์
ใชข้ ้อมลู หรือหลักฐานใดบา้ งมาสนับสนนุ การแบ่งชั้นโครงสร้างโลกแตล่ ะช้ัน
รปู ที่ 1.2 กระบวนการกาเนิดโลกท่ีทาให้โลกเกิดการแบ่งช้ัน
ท่ีมา : หนังสอื เรยี นรายวชิ าพืน้ ฐานวิทยาศาสตร์ วิชาวิทยาศาสตร์โลก และอวกาศ (หนา้ 89)
สถาบันส่งเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
(ก) ชว่ งต้นของการกาเนดิ โลกที่เกิดจากการปะทะและหลอมรวมกนั ของวตั ถุทเี่ หลืออยจู่ ากการ
กอ่ ตัวของดวงอาทิตย์
(ข) ช่วงทอี่ ณุ หภมู ขิ องโลกเรม่ิ ลดต่าลงทาให้ผวิ ชัน้ นอกสดุ เกดิ การแข็งตวั
(ค) โครงสรา้ งภายในโลกทแี่ บ่งเป็นช้นั ๆ
นกั วิทยาศาสตรส์ นใจทีจ่ ะศึกษาโครงสรา้ งโลกมาเปน็ เวลานาน เซอร์ไอแซค นวิ ต้น (Sir
Isaac Newton) เป็นนักวิทยาศาสตร์ที่มีบทบาทสาคัญในการศึกษาโครงสร้างโลก จากการท่ีนิวตัน
ศึกษาความโน้มถ่วงของโล กในเว ลาต่อมานักวิทยาศาสตร์ ใช้กฎแรงโน้มถ่ว งส ากลของนิวตั น
คานวณหาความหนาแน่นเฉลี่ยของโลก พบว่าความหนาแน่นเฉล่ียของโลกมคี ่าเป็น 2 เท่าของความ
หนาแน่นของหินบนผิวโลก จึงสันนิษฐานว่าโลกไมไ่ ด้เป็นเนอ้ื เดียวกันทั้งหมด และส่วนท่ีอยู่ลึกลงไป
ภายในโลกน่าจะมีความหนาแนน่ มากกว่าหินบนผวิ โลก
โดย นางพัชรี คูณทอง ตาแหน่ง ครู วทิ ยฐานะ ครูเชย่ี วชาญ 8
ชุดที่ 1 ขอ้ มลู ในการศึกษาและแบ่งชนั้ โครงสรา้ งโลก
ต่อมานักวิทยาศาสตร์ได้มีการสารวจหินบนเปลือกโลกและศึกษาหินท่ีเกิดจากการ
ระเบิดของภูเขาไฟ พบว่าสมบัติทางกายภาพและองค์ประกอบทางเคมีของหินบนเปลือกโลกคล้าย
กับหินท่ีเกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟ แต่เมื่อเทียบกับหินแปลกปลอม (xenolith) ที่ถูกพาขึ้นมา
พร้อมลาวา พบว่ามีสมบัติทางกายภาพและองค์ประกอบทางเคมีแตกต่างออกไป นอกจากน้จี ากการ
เจาะสารวจทาให้ทราบวา่ โลกมีอุณหภูมิและความดันเพ่ิมข้ึนตามระดับความลึก และจากการระเบิด
ของภเู ขาไฟทาให้ทราบวา่ ภายใต้ผิวโลกลงไปบางสว่ นมีหินหลอมเหลว
รูปท่ี 1.3 อกุ กาบาตเหลก็ แคมโป เดล เชียโล (Campo del Cielo) ประเทศอารเ์ จนตินา
ทม่ี า : หนังสอื เรียนรายวิชาพ้นื ฐานวทิ ยาศาสตร์ วิชาวิทยาศาสตรโ์ ลก และอวกาศ (หน้า 91)
สถาบันสง่ เสริมการสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี กระทรวงศึกษาธิการ
นักวิทยาศาสตร์สามารถศึกษาการแบ่งช้ันโลกตามโครงสร้างโลก โดยการใช้คล่ืนไหว
สะเทอื น ซ่ึงมี 2 ประเภทไดแ้ ก่ คล่ืนปฐมภูมิ และคล่ืนทุติยภูมิ
ประวตั ิลาดบั การศึกษาโครงสร้างโลก
- นิวตัน (Newton) ค้นพบวิธีการคานวณค่าความหนาแน่นเฉลี่ยของโลก และพบว่ามี
ค่าประมาณ 2 เท่าของความหนาแนน่ ของหินบนผิวโลก
- นกั วิทยาศาสตร์สารวจโครงสร้างโลก จากสิ่งที่ระเบิดออกมาจากภูเขาไฟ ซึ่งแสดงว่า
บางบริเวณภายในโลกมีความร้อน และความดันทีห่ ลอมเหลวหนิ ได้
- มีการวัดอุณหภูมิในบริเวณเหมืองลึก และภายในหลุมเจาะ พบว่าอุณหภมู ภิ ายในโลก
สูงขึ้นตามระดบั ความลกึ จากผวิ โลก
โดย นางพัชรี คูณทอง ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครเู ชี่ยวชาญ 9
ชุดท่ี 1 ข้อมูลในการศกึ ษาและแบ่งช้นั โครงสร้างโลก
ปัจจุบันยังไม่มีเทคโนโลยีใด ท่ีสามารถเก็บตัวอย่างและข้อมูลสภาพแวดล้อมภายใน
โลก ท่ีระดับความลึกมากๆ ได้ แต่มนุษย์พยายามหาข้อมูลจากหลายๆ วิธี เช่น ศึกษาจากการเจาะ
สารวจ การศึกษาชุดหินโอฟิโอไลต์ การศึกษาหินภูเขาไฟ การศึกษาองค์ประกอบทางเคมี
ของอุกกาบาตท่ีตกบนโลก ตัวอย่างหินจากดวงจันทร์ เป็นต้น หรือศึกษาสมบัติภายในโลกทางอ้อม
จากคลื่นไหวสะเทือนที่เกิดจากแผ่นดินไหว คล่ืนท่ีมนุษย์สร้างขึ้น และการวัดค่าแรงโน้มถ่วงบริเวณ
ผิวโลก เป็นต้น
รูปท่ี 1.4 โครงสรา้ งภายในของโลก
ภาพ : shutterstock.com
ทมี่ า : https://www.trueplookpanya.com/learning/detail/34151
นกั วิทยาศาสตร์ทราบลักษณะโครงสร้างโลกได้ จากการศึกษาข้อมลู คล่ืนแผ่นดินไหว หรือท่ี
เรียกวา่ คล่นื ไหวสะเทอื น และศึกษาขอ้ มูลต่างๆ ที่ได้จากแผน่ ดินไหวและภูเขาไฟระเบดิ
คลน่ื ไหวสะเทือนเป็นคล่ืนทีเ่ คลื่อนที่ผา่ นตัวกลาง และมีการส่งผ่านพลังงานผ่านอนุภาคของ
ตวั กลาง อนุภาคของตัวกลางมีการเคลื่อนท่ี แต่ไม่ได้เคล่ือนท่ีตามคลนื่ ไปดว้ ย
คลน่ื ไหวสะเทอื น แบ่งออกเปน็ 2 ประเภท ไดแ้ ก่
1. คล่ืนในตัวกลาง (Body wave) เป็นคลื่นที่มีจุดกาเนิดอยภู่ ายในโลก และเคล่ือนท่ี
ผา่ นโครงสร้างภายในโลก คลนื่ ในตัวกลางแบง่ เปน็ 2 ชนิดไดแ้ ก่
โดย นางพชั รี คณู ทอง ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครเู ช่ียวชาญ 10
ชดุ ท่ี 1 ขอ้ มูลในการศกึ ษาและแบ่งชัน้ โครงสรา้ งโลก
- คล่ืนปฐมภูมิ (Primary waves, P waves) มีลักษณะเป็นคลื่นตามยาว อนุภาค
ตัวกลางเคล่ือนที่ไปแนวเดียวกับทิศทางการเคลื่อนท่ีของคลื่น สามารถเคล่ือนที่ผ่านตัวกลางได้ทุก
สถานะ มีความเรว็ มากกวา่ คลื่นทุติยภูมิ
- คล่ืนทุติยภูมิ (Secondary waves, S waves) มีลักษณะเป็นคลื่นตามขวาง อนุภาค
ตัวกลางเคลื่อนท่ีในทิศทางตั้งฉากกับทิศทางการเคลื่อนที่ของคล่ืน เคล่ือนที่ผ่านได้เฉพาะตัวกลางที่
เป็นของแข็งเทา่ น้นั
2. คล่ืนพื้นผิว (Surface wave) เป็นคลื่นที่เคล่ือนที่ตามแนวผิวโลกหรือใกล้ผิวโลก
เม่ือคลื่นไหวสะเทือนเคลื่อนที่ผ่านส่วนต่างๆ ของโลก จะเกิดการหักเห สะท้อน บริเวณรอยต่อของ
ชัน้ โครงสร้างโลก ที่ประกอบด้วยหินหรือสารท่ีมีสมบัติแตกต่างกัน ทาให้สามารถแบ่งโครงสร้างโลก
เปน็ ช้ันได้
จากการศึกษาข้างต้นยังไม่ทาให้ทราบถึงข้อมูลของโครงสร้างโลกในระดับลึกได้
นกั วิทยาศาสตร์จึงใช้ความรู้จากทฤษฎีกาเนดิ ระบบสุรยิ ะ และสมบตั ิของคล่ืนไหวสะเทือน (seismic
wave) มาชว่ ยในการศกึ ษา
จากการศึกษาองค์ประกอบทางเคมีและความหนาแน่นของอุกกาบาตเหล็ก (iron
meteorite) ที่พบในระบบสุริยะดังรูปท่ี 1.4 พบว่ามีองค์ประกอบหลักทางเคมีเป็นเหล็กและนิกเกิล
เม่ือนาคา่ ความหนาแน่นของอกุ กาบาตเหลก็ และหินบนเปลือกโลกไปคานวณและเปรียบเทียบกับค่า
ความหนาแน่นของโลกที่ได้คานวณไว้ พบว่ามีค่าใกล้เคียงกันและเมื่อเช่ือมโยงทฤษฎีกาเนิดระบบ
สุริยะ ที่กล่าวว่า อุกกาบาตเป็นวัตถุที่เหลือจากการกาเนิดระบบสุริยะ จึงทาให้นักวิทยาศาสตร์
สันนษิ ฐานวา่ ส่วนหนึ่ง
ของวัสดุก่อกาเนิดโลกจะมีองค์ประกอบเป็นเหล็กและนิกเกิล จึงนามาสู่ข้อสรุปว่า
สว่ นหนง่ึ ภายในโลกมอี งค์ประกอบหลกั ทางเคมเี ปน็ เหล็กและนิกเกลิ
นอกจากน้ีนักวิทยาศาสตร์ได้นาสมบัติของคล่ืนไหวสะเทือนมาศึกษาสมบัติเชิงกลของ
โครงสร้างโลก คลื่นไหวสะเทือนเป็นคล่ืนกลท่ีเกิดจากแรงส่ันสะเทือนจากแผ่นดินไหวหรือคล่ืนกล
ท่ีมนุษย์สร้างข้ึน คลื่นไหวสะเทือนแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ คล่ืนในตัวกลาง (body wave)
และคลนื่ พื้นผิว (surface wave) ทั้งนใ้ี นการศกึ ษาโครงสร้างโลกน้นั ใชส้ มบตั ิของคลนื่ ในตัวกลางเป็น
หลักซึ่งแบ่งออกเป็น คล่ืนปฐมภูมิ (primary wave, P-wave) และ คลื่นทุติยภูมิ (secondary
wave, S-wave) โดยคล่นื ปฐมภมู แิ ละคลน่ื ทตุ ิยภูมิมสี มบตั ดิ ังน้ี
คลื่นปฐมภูมิ เป็นคล่ืนตามยาว สามารถความแข็งแกร่ง (stiffness) ในที่นี้คือการ
เคลื่อนท่ีผ่านตัวกลางได้ทุกสถานะ เม่ือเคล่ือนท่ีตอบสนองของโครงสร้างโลกแต่ละช้ันผ่านตัวกลาง
ทาให้อนุภาคของตัวกลางเกิดการอัดเมื่อคลื่นไหวสะเทือนเคล่ือนที่ผ่านและขยายในทิศทางเดียวกับ
โดย นางพชั รี คณู ทอง ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครเู ชี่ยวชาญ 11
ชดุ ที่ 1 ข้อมูลในการศกึ ษาและแบ่งชนั้ โครงสรา้ งโลก
การเคล่ือนที่ของคล่ืนเทียบได้กับลักษณะการอัดและขยายของขดลวดสปริงไปตามแนวยาว ดังรูป
ที่ 1.5 นอกจากน้ี
รปู ท่ี 1.5 แสดงลักษณะการเคล่ือนท่ขี องคลนื่ ปฐมภมู เิ ทียบกบั ลักษณะการเคล่ือนท่ีของคลนื่
ที่เกิดจากขดลวดสปริงถูกอดั ขยาย
ท่มี า : หนงั สือเรียนรายวิชาพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์ วิชาวิทยาศาสตร์โลก และอวกาศ (หน้า 93)
สถาบันสง่ เสริมการสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี กระทรวงศกึ ษาธิการ
คลื่นปฐมภูมิยังเป็นคล่ืนไหวสะเทือนที่มีความเร็วมากท่ีสุด และเดินทางมาถึง
เครื่องตรวจวัดเป็นอันดับแรกคลื่นทุติยภูมิ เป็นคล่ืนตามขวาง เคลื่อนที่ผ่านได้เฉพาะตัวกลาง
ที่มีสถานะเป็นของแข็งเม่ือเคล่ือนที่ผ่านตัวกลางทาให้อนุภาคของตัวกลางส่ันตั้งฉากกับ ทิศทางการ
เคล่อื นทขี่ องคลื่นเทียบได้กบั ลักษณะการสะบัดขดลวดสปริงไปทางซ้ายและขวาสลับกนั ดงั รูปท่ี 1.6
คล่ืนทุติยภูมิเคลื่อนท่ีได้ข้ากว่าคล่ืนปฐมภูมิ จึงเป็นคล่ืนท่ีเดินทางมาถึงเคร่ืองตรวจวัดได้เป็น
อันดบั สอง
โดย นางพชั รี คูณทอง ตาแหนง่ ครู วิทยฐานะ ครเู ชี่ยวชาญ 12
ชุดท่ี 1 ข้อมลู ในการศึกษาและแบ่งชั้นโครงสรา้ งโลก
รูปที่ 1.6 แสดงลักษณะการเคลื่อนทขี่ องคลน่ื ทุติยภูมเิ ทยี บกบั ลกั ษณะการเคลือ่ นที่ของคลนื่
ท่เี กดิ จากการสะบัดสปริง
ท่ีมา : หนงั สอื เรยี นรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ วชิ าวิทยาศาสตรโ์ ลก และอวกาศ (หนา้ 93)
สถาบันส่งเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
การศึกษาโครงสร้างโลกใช้ข้อมูลด้านต่าง ๆ เช่น องค์ประกอบทางเคมีของหินและแร่
องค์ประกอบทางเคมีของอุกกาบาต ข้อมูลคลื่นไหวสะเทือนท่ีเคล่ือนที่ผ่านโลก ทาให้แบ่งชั้น
โครงสร้างโลกได้ 2 แบบ คือ โครงสร้างโลกตามองค์ประกอบทางเคมี จะแบ่งได้เป็น 3 ช้ัน ได้แก่
เปลือกโลก เน้ือโลก และแก่นโลก และโครงสร้างโลกตามสมบัติเชิงกล จะแบ่งได้เป็น 5 ชั้น ได้แก่
ธรณีภาค ฐานธรณีภาค มัชฌิมภาค แก่นโลกชั้นนอก และแก่นโลกช้ันใน โดยหากเปรียบเทียบการ
แบ่งช้ันโครงสร้างโลกตามเกณฑ์ท้ังสองแบบไดด้ ังรูปที่ด้านล่าง ส่วนของเปลอื กโลกและเนื้อโลกตอน
บนสดุ คือธรณภี าค เน้ือโลกตอนบน คือฐานธรณภี าค เนอื้ โลกตอนล่างคือ มชั ฌิมภาค และหาก แบ่ง
ตามสมบัติเชงิ กลจะแบ่งแกน่ โลกออกเปน็ แกน่ โลกชนั้ นอก และแก่นโลกชน้ั ใน
การแบ่งชั้นโครงสร้างโลกโดยใช้ข้อมูลคล่ืนไหวสะเทือนเป็นเกณฑ์ สามารถนามาอธิบาย
ชั้นต่าง ๆ ของโครงสร้างโลกได้แตกต่างจากการใช้เกณฑ์องค์ประกอบทางเคมี นอกจากทาให้แบ่ง
ช้ันโครงสร้างโลกได้ละเอียดขึ้นแล้วยังเป็นข้อมูลพ้ืนฐานในการอธิบายเก่ียวกับการเคลื่อนท่ีของ
แผน่ ธรณี และการเกิดธรณพี บิ ตั ภิ ยั อีกด้วย
โดย นางพชั รี คณู ทอง ตาแหน่ง ครู วทิ ยฐานะ ครูเชีย่ วชาญ 13
ชดุ ท่ี 1 ข้อมลู ในการศกึ ษาและแบ่งช้ันโครงสรา้ งโลก
ขอ้ มูลในการศึกษาและแบ่งชน้ั โครงสรา้ งโลก
โลกเป็นดาวเคราะห์หิน (terestrial planet) ดวงหน่ึงที่เกิดข้ึนเม่ือประมาณ 4,500 ล้านปี
ก่อนในระบบสุริยะโลกเร่ิมกาเนิดโดยการพอกพูนมวลจากการปะทะและหลอมรวมกันของวัตถุที่
เหลือจากการก่อตัวของดวงอาทิตย์จนทาให้โลกมีขนาดใหญ่ข้ึนและมีมวลมากขึ้นซึ่งในช่วงต้นของ
การกาเนิดโลกน้ันโลกมีอุณหภูมิสูงทาให้สสารต่าง ๆ หลอมเข้าด้วยกันต่อมาอุณหภูมิค่อย ๆ ลดลง
สสารมีการแยกจากกันตามความหนาแน่นโดยสสารท่ีเป็นธาตุหนักมีความหนาแน่นมากเช่นเหล็ก
นิกเกิลจะรวมตัวอยู่บริเวณใจกลางโลกส่วนธาตุท่ีน้าหนักเบากว่ ามีความหนาแน่นน้อยกว่าเช่น
ซิลิกอนอะลูมิเนียมแมกนีเซียมมีการรวมตัวกันอยู่บริเวณรอบนอกขณะเดียวกันอุณหภูมิของโลกมี
การลดลงอย่างช้า ๆ โดยที่ส่วนนอกสุดของโลกมีอุณหภูมิลดลงและแข็งตัวเร็วกว่าส่วนอ่ืน
กระบวนการที่กล่าวมาท้ังหมดน้ีทาให้โลกเกิดการแบ่งชั้นดังรูปที่ 1.7 นักวิทยาศาสตร์ใช้ข้อมูลหรือ
หลกั ฐานใดบ้างมาสนบั สนุนการแบ่งช้ันโครงสร้างโลกแตล่ ะชนั้
รปู ที่ 1.7 โครงสรา้ งของโลก
ทีม่ า : https://ngthai.com/science/23866/structureofearth/
นักวิทยาศาสตร์มีความสนใจที่จะศึกษาโครงสร้างโลกมาเป็นเวลานานเซอร์ไอแซคนิวตัน
(Sir Isaac Newton) เป็นนักวิทยาศาสตร์ที่มีบทบาทสาคัญในการศึกษาโครงสร้างโลกจากการท่ี
นิวตันศึกษาความโน้มถ่วงของโลก ซึ่งในเวลาต่อมานักวิทยาศาสตร์ใช้กฎแรงดึงดูดระหว่างมวลของ
นวิ ตันคานวณหาความหนาแน่นเฉลี่ยของโลกพบว่าความหนาแน่นเฉลี่ยของโลกมีค่าเป็น 2 เท่าของ
โดย นางพชั รี คณู ทอง ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูเชย่ี วชาญ 14
ชุดท่ี 1 ขอ้ มูลในการศึกษาและแบ่งชั้นโครงสรา้ งโลก
ความหนาแน่นของหินบนผิวโลก จึงสันนษิ ฐาน ว่าโลกไม่ได้เป็นเน้ือเดียวกันทัง้ หมดและส่วนท่ีอยู่ลึก
ลงไปภายในโลกน่าจะมคี วามหนาแนน่ มากกวา่ หนิ บนผิวโลก
ต่อมานักวิทยาศาสตร์ได้มีการสารวจหินบนเปลือกโลกและศึกษาหินท่ีเกิดจากการระเบิด
ของภูเขาไฟพบว่าสมบัติทางกายภาพและองค์ประกอบทางเคมีของหินบนเปลือกโลกคล้ายกับหินท่ี
เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟ แต่เมื่อเทียบกับหินแปลกปลอม (xenolith) ท่ีถูกพาข้ึนมาพร้อม
ลาวาพบว่ามีสมบัติทางกายภาพและองค์ประกอบทางเคมีแตกต่างออกไปนอกจากนี้จากการเจาะ
สารวจทาให้ทราบว่าโลกมีอุณหภูมิและความดันเพิ่มข้ึนตามระดับความลึกและจากการระเบิด
ของภเู ขาไฟทาใหท้ ราบวา่ ภายใตผ้ ิวโลกลงไปบางสว่ นมีหนิ หลอมเหลว
หินแปลกปลอมคืออะไร โดยท่ัวไปหินแปลกปลอมหมายถึงเศษของหินท้องที่ท่ีเข้าไปอยู่ใน
แมกมาหรือลาวา แตข่ ้อมูลท่ีใช้ในการศกึ ษาโครงสร้างโลกน้ันหนิ แปลกปลอมนี้เป็นเศษหินแข็งท่ีมีต้น
กาเนิดอยู่ในระดับลึกใต้เปลือกโลกซึ่งพบปนอยู่ในเนื้อของมวลหินอัคนีท่ีเกิดจากการปะทุของลาวา
ข้นึ มาบนผวิ โลกและประกอบด้วยแรท่ ี่มธี าตุเหล็กและแมกนเี ซยี มปริมาณมากกวา่ หนิ บนเปลอื กโลก
จากการศึกษาข้างต้นยังไม่ทาให้ทราบถึงข้อมูลของโครงสร้างโลกในโลกระดับลึกได้
นกั วิทยาศาสตร์จึงใช้ความรู้จากทฤษฎีกาเนิดระบบสุริยะและสมบัติของคล่ืนไหวสะเทือน (Seismic
waves) มาช่วยในการศึกษา
รปู ที่ 1.8 หนิ แปลกปลอม
ทีม่ า : หนงั สือเรียนรายวชิ าพืน้ ฐานวทิ ยาศาสตรว์ ทิ ยาศาสตร์โลก และอวกาศ (หนา้ 90)
สถาบนั สง่ เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงศึกษาธกิ าร
จากการศึกษาองค์ประกอบทางเคมีและความหนาแน่นของอุกกาบาตเหล็ก ( iron
rneteorites) ทพ่ี บในระบบสรุ ยิ ะดังรูปท่ี 1.8 พบว่ามีองคป์ ระกอบหลกั ทางเคมีเป็นเหล็กและนิกเกิล
และเมื่อนาค่าความหนาแน่นของอุกกาบาตเหล็กและหินบนเปลือกโลกไปคานวณและเปรียบเทียบ
โดย นางพัชรี คณู ทอง ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครูเชยี่ วชาญ 15
ชุดที่ 1 ขอ้ มลู ในการศกึ ษาและแบ่งชั้นโครงสรา้ งโลก
กับค่าความหนาแน่นของโลกท่ีนักวิทยาศาสตร์ได้คานวณไว้พบว่ามีค่าใกล้เคียงกันและเมื่อเช่ือมโยง
ทฤษฎีกาเนิดระบบสุริยะที่กล่าวว่าอุกกาบาตคือวัตถุท่ีเหลือจากการกาเนิดระบบสุริยะจึงทาให้
นักวิทยาศาสตร์สันนิษฐานว่าส่วนหน่ึงของวัสดุก่อกาเนิดโลกจะมีองค์ประกอบเป็นเหล็กและนิกเกิล
จงึ นามาสูข่ อ้ สรุปว่าภายในโลกมอี งคป์ ระกอบทางเคมีเปน็ เหล็กและนิกเกลิ
รูปที่ 1.9 อกุ กาบาตเหล็กแคมโปเดลเขียโล (Campo del Cielo) ประเทศอารเ์ จนตินา
ท่ีมา : หนังสอื เรยี นรายวิชาพ้ืนฐานวทิ ยาศาสตร์ วิชาวิทยาศาสตร์โลก และอวกาศ (หน้า 91)
สถาบนั สง่ เสรมิ การสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี กระทรวงศึกษาธกิ าร
นักวิทยาศาสตร์ได้นาสมบัติของคลื่นไหวสะเทือนมาศึกษาสมบัติเชิงกลของโครงสร้างโลก
คลื่นไหวสะเทอื นเป็นคลน่ื กลทเี่ กดิ จากแรงสั่นสะเทอื นจากแผน่ ดนิ ไหวหรอื ทมี่ นุษย์สร้างข้นึ คล่นื ไหว
สะเทือน แบ่งออกเป็น 2 ประมาทคือคล่ืนในตัวกลาง (body waves) และคลื่นพ้ืนผิว (surface
Waves) ท้ังน้ีในการศึกษาโครงสร้างโลกนั้นใช้สมบัติของคล่ืนในตัวกลางเป็นหลัก ซึ่งแบ่งออกเป็น
คล่ืนปฐมภูมิ (primary wave), P-Wave) และทุติยภูมิ (secondary wave, S-wave) โดยคล่ืนปฐม
ภมู ิและทตุ ยิ ภมู มิ สี มบตั ิ ดังน้ี
คล่ืนปฐมภูมิ เป็นคลื่นตามยาวสามารถเคลื่อนที่ผ่านตัวกลางได้ทุกสถานะเม่ือเคลื่อนท่ีผ่าน
ตวั กลางทาใหอ้ นุภาคของตวั กลางเกิดการอดั และขยายในทิศทางเดียวกับการเคลื่อนที่ของคลื่นเทียบ
ได้กับลักษณะการอัดและขยายของขดลวดสปริงไปตามแนวยาว นอกจากนี้คลื่นปฐมภูมิยังเป็นคล่ืน
ไหวสะเทอื นทีม่ ีความเรว็ มากที่สุดและเดนิ ทางมาถึงเคร่ืองตรวจวดั เป็นอันดบั แรก
คลื่นทุติยภูมิ เป็นคลื่นตามขวางเคลื่อนท่ีผ่านได้เฉพาะตัวกลางท่ีมีสถานะเป็นของแข็งเมื่อ
เคลื่อนท่ผี ่านตัวกลางทาให้อนุภาคของตัวกลางสั่นต้งั ฉากกับทิศทางการเคลือ่ นท่ีของคลนื่ เทียบได้กับ
โดย นางพัชรี คณู ทอง ตาแหนง่ ครู วิทยฐานะ ครูเช่ียวชาญ 16
ชดุ ท่ี 1 ข้อมลู ในการศึกษาและแบ่งชน้ั โครงสรา้ งโลก
ลักษณะการสะบัดขดลวดสปริงไปทางซ้ายและขวาสลับกัน คล่ืนทุติยภูมิเคล่ือนท่ีได้ช้ากว่าคล่ืน
ปฐมภูมจิ งึ เป็นคลน่ื ที่เดนิ ทางมาถึงเคร่ืองตรวจวดั ไดเ้ ปน็ อันดับสอง
เมื่อคลื่นปฐมภูมิและคล่ืนทุติยภูมิเคลื่อนที่ผ่านตัวกลางต่างชนิดกัน หรือตัวกลางท่ีมีความ
หนาแน่นไมเ่ ท่ากัน คลื่นจะมีความเรว็ เปล่ยี นไป เกดิ การหกั เหและ/หรอื สะทอ้ น ทบ่ี ริเวณรอยต่อของ
ตัวกลางนน้ั
เมื่อคลื่นปฐมภูมิและคลื่นทุติยภูมิเคล่ือนท่ีผ่านตัวกลางต่างชนิดกันหรือตัวกลางท่ีมีความ
หนาแน่นไม่เท่ากัน คล่ืนจะมีความเร็วเปล่ียนไปรวมทั้งเกิดการหักเหและ/หรือสะท้อนที่บริเว ณ
รอยต่อของตวั กลางนน้ั คลน่ื ไหวสะเทือนที่เคล่อื นท่ีผ่านภายในโลกจึงมีทิศทางที่เปลี่ยนแปลงไปดังรูป
ท่ี 1.10 ทาใหท้ ราบวา่ ภายในโลกมีการแบง่ เป็นชั้น ๆ ตามสถานะและความหนาแน่นทีแ่ ตกต่างกัน
รปู ที่ 1.10 การเคลอ่ื นที่ของคลื่นไหวสะเทอื นเมอ่ื ผ่านภายในโลก
ทีม่ า : หนังสือเรียนรายวชิ าพน้ื ฐานวิทยาศาสตร์ วิชาวิทยาศาสตร์โลก และอวกาศ (หนา้ 94)
สถาบนั สง่ เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี กระทรวงศกึ ษาธิการ
นักวิทยาศาสตร์ตั้งสมมติฐานว่าหากภายในโลกเป็นเน้ือเดียวกันโดยตลอดคล่ืนไหวสะเทือน
ที่เคล่ือนที่ผ่านภายในโลกจะมีความเร็วคงท่ีและเดินทางเป็นเส้นตรงดังรูปท่ี 1.11 (ก) แต่ถ้าวัสดุ
โดย นางพชั รี คณู ทอง ตาแหนง่ ครู วิทยฐานะ ครเู ชี่ยวชาญ 17
ชดุ ท่ี 1 ข้อมลู ในการศึกษาและแบ่งชน้ั โครงสร้างโลก
ภายในโลกมีความหนาแน่นและความดันเพ่ิมข้ึนเร่ือย ๆ ตามระดับความลึกคลื่นไหวสะเทือน
จะเคล่ือนผ่านภายในโลกด้วยความเร็วท่ีเพิ่มข้ึนตามการเพิ่มขึ้นของความหนาแน่นและความดัน
และเส้นทางการเคล่ือนที่ของคลื่นจะไม่เป็นเส้นตรงดังรูปท่ี 1.11 (ข) แต่จากการศึกษาการเคลื่อนท่ี
ของคล่นื ไหวสะเทอื นผา่ นภายในโลก พบว่ามลี ักษณะดังรูปท่ี 1.11 (ค) ทาให้สันนิษฐานวา่ ภายในโลก
อาจแบ่งเป็นช้ัน ๆ ตามสถานะและความหนาแน่นทแ่ี ตกตา่ งกนั
(ก) แต่ถ้าวัสดุภายในโลกมีความหนาแน่นและความดันเพ่ิมข้ึนเร่ือย ๆ ตามระดับความลึก
คลน่ื ไหวสะเทือน
(ข) แต่จากการศึกษาการเคลื่อนท่ขี องคลน่ื ไหวสะเทือนผา่ นภายในโลก
(ค) ทาให้สันนิษฐานว่าภายในโลกอาจแบ่งเป็นชั้น ๆ ตามสถานะและความหนาแน่นท่ี
แตกต่างกัน
รปู ที่ 1.11 การเคล่ือนที่ของคลื่นไหวสะเทือนเมอ่ื ผา่ นภายในโลกตามสมมตฐิ านต่าง ๆ
ท่มี า : หนังสือเรยี นรายวิชาเพ่มิ เติมวทิ ยาศาสตร์ โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ เล่ม 1 (หนา้ 8)
สถาบนั ส่งเสริมการสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงศึกษาธิการ
การศึกษาโครงสร้างภายในของโลก โดยศึกษาการเดินทางของ “คล่ืนซิสมิค” (Seismic
waves) ซงึ่ มี 2 ลกั ษณะ คือ
คลื่นปฐมภูมิ (P wave) เป็นคลื่นตามยาวท่ีเกิดจากความไหวสะเทือนในตัวกลาง
โดยอนุภาคของตัวกลางน้ันเกิดการเคล่ือนไหวแบบอัดขยายในแนวเดียวกับที่คลื่นส่งผ่านไป คล่ืนนี้
โดย นางพัชรี คณู ทอง ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูเชยี่ วชาญ 18
ชดุ ที่ 1 ขอ้ มูลในการศกึ ษาและแบ่งชนั้ โครงสร้างโลก
สามารถเคลื่อนท่ีผ่านตัวกลางท่ีเป็นของแข็ง ของเหลว และก๊าซ เป็นคลื่นที่สถานีวัดแรงสั่นสะเทือน
สามารถรับได้ก่อนชนิดอ่ืน โดยมีความเร็วประมาณ 6 – 8 กิโลเมตร/วินาที คลื่นปฐมภูมิทาให้เกิด
การอัดหรือขยายตวั ของช้นั หนิ
รปู ที่ 1.12 ลกั ษณะคลนื่ ปฐมภูมิ
ทีม่ า : https://sites.google.com/site/krongsanglok/khorngsrang-lok
คลื่นทุติยภูมิ (S wave) เป็นคลื่นตามขวางท่ีเกิดจากความไหวสะเทือนในตัวกลางโดย
อนุภาคของตัวกลางเคลื่อนไหวตั้งฉากกับทิศทางท่ีคล่ืนผ่าน มีท้ังแนวต้ังและแนวนอน คล่ืนชนิดนี้
ผ่านได้เฉพาะตัวกลางท่ีเป็นของแขง็ เท่านัน้ ไมส่ ามารถเดินทางผา่ นของเหลว คลืน่ ทุตยิ ภูมิมคี วามเร็ว
ประมาณ 3 – 4 กิโลเมตร/วินาที คล่ืนทุติยภูมิทาให้ชั้นหินเกิดการคดโค้ง ขณะท่ีเกิดแผ่นดินไหว
(Earthquake) จะเกิดแรงส่ันสะเทือนหรือคลื่นซิสมิคขยายแผ่จากศูนย์เกิดแผ่นดินไหวออกไป
โดยรอบทุกทิศทุกทาง เนื่องจากวัสดุภายในของโลกมีความหนาแน่นไม่เท่ากัน และมีสถานะต่างกัน
คลื่นทั้งสองจึงมีความเร็วและทิศทางท่ีเปลี่ยนแปลงไปดังภาพที่ 4 คล่ืนปฐมภูมิหรือ P wave
สามารถเดินทางผ่านศูนย์กลางของโลกไปยังซีกโลกตรงข้ามโดยมีเขตอับ ( Shadow zone)
อยู่ระหว่างมุม 100 – 140 องศา แต่คลืน่ ทุตยิ ภมู ิ หรือ S wave ไมส่ ามารถเดินทางผา่ นชั้นของเหลว
ไดจ้ ึงปรากฏแตบ่ นซกี โลกเดยี วกับจดุ เกดิ แผ่นดนิ ไหว โดยมีเขตอับอยู่ทีม่ ุม 120 องศาเป็นต้นไป
โดย นางพชั รี คูณทอง ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครูเชี่ยวชาญ 19
ชุดท่ี 1 ข้อมลู ในการศึกษาและแบ่งชั้นโครงสร้างโลก
รูปที่ 1.13 ลกั ษณะคล่นื ทตุ ิยภมู ิ
ทีม่ า : https://sites.google.com/site/krongsanglok/khorngsrang-lok
การแบ่งโครงสร้างโลก
โครงสร้างของโลกตามลักษณะมวลสารเป็นชั้นใหญ่ 3 ช้ัน คือ ชั้นเปลือกโลก เน้ือโลก
และแก่นโลก
1. ช้นั เปลือกโลก (crust) เป็นผิวด้านนอกท่ีปกคลุมโลก ส่วนท่ีบางที่สุดของชน้ั เปลอื กโลก
อยทู่ ่ีมหาสมุทรแปซิฟกิ ทางตะวันออกของฟิลปิ ปินส์ และส่วนท่ีหนาทีส่ ุดอยูท่ แ่ี นวยอดเขา ช้ันเปลือก
โลกแบง่ เปน็ 2 บรเิ วณ คอื
1) เปลือกโลกภาคพื้นทวีป หมายถึง ส่วนท่ีเป็นแผ่นดินท้ังหมด ประกอบด้วยธาตุ
ซิลิคอนร้อยละ 65275 และอะลูมิเนียมร้อยละ 25235 เป็นส่วนใหญ่ มีสีจาง เรียกหินชั้นนี้ว่า
หินไซอัล (sial) ไดแ้ ก่ หินแกรนติ ผิวนอกสุดประกอบดว้ ยดนิ และหนิ ตะกอน
2) เปลือกโลกใต้มหาสมุทร หมายถึง ส่วนของเปลือกโลกท่ีปกคลุมด้วยน้า
ประกอบด้วยธาตุซิลิคอนร้อยละ 40250 และแมกนีเซยี มร้อยละ 50260 เป็นส่วนใหญ่ มีสีเข้ม เรียก
หนิ ช้ันน้ีว่า หินไซมา (sima) ได้แก่ หินบะซอลต์ติดตอ่ กับชั้นหินหนดื มีความลึกตั้งแต่ 5 กิโลเมตรใน
สว่ นท่อี ยู่ใตม้ หาสมุทรลงไปจนถงึ 70 กโิ ลเมตรในบรเิ วณทอี่ ยูใ่ ต้เทอื กเขาสูงใหญ่
โดย นางพัชรี คณู ทอง ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูเชย่ี วชาญ 20
ชุดที่ 1 ข้อมูลในการศึกษาและแบ่งช้นั โครงสรา้ งโลก
2. ช้ันเน้ือโลก (mantle) อยู่ถัดลงไปจากช้ันเปลือกโลก ส่วนมากเป็นของแข็ง มีความลึก
ประมาณ 2,900 กิโลเมตรนับจากฐานลา่ งสดุ ของเปลือกโลกจนถึงตอนบนของแก่นโลก เป็นหินหนืด
ร้อนจัด ประกอบดว้ ยธาตเุ หล็ก ซลิ คิ อน และอะลมู เิ นียม แบ่งเปน็ 3 ชั้น คอื
1) ชั้นเน้ือโลกส่วนบน เป็นหินท่ีเย็นตัวแล้ว บางส่วนมีรอยแตก เนื่องจากความเปราะ
ช้ันเนื้อโลก ส่วนบนกับชั้นเปลือกโลกรวมกันเรียกว่า ธรณีภาค (lithosphere) ซึ่งมีรากศัพท์มาจาก
ภาษากรีกท่แี ปลว่า ชั้นหนิ ช้ันธรณภี าคมคี วามหนาประมาณ 100 กโิ ลเมตรนบั จากผิวโลกลงไป
2) ชน้ั ฐานธรณีภาค (asthenosphere) มีความลกึ 1002350 กิโลเมตร เปน็ ชัน้ ที่มแี มก
มา ซ่ึงเป็นหนิ หนดื หรือหินหลอมละลายร้อน หมนุ วนอยภู่ ายในโลกอยา่ งชา้ ๆ
3) ช้ันเน้ือโลกชั้นล่างสุด อยู่ที่ความลึก 35022,900 กิโลเมตร เป็นช้ันท่ีเป็นของแข็ง
ร้อนแต่แน่นและหนดื กว่าตอนบน มีอุณหภูมสิ งู ประมาณ 2,25024,500 องศาเซลเซียส
3. ชน้ั แกน่ โลก (core) แบง่ เปน็ 2 ส่วน คือ
1) แก่นโลกช้ันนอก อยู่ที่ความลึก 2,90025,100 กิโลเมตร เช่ือว่าประกอบด้วยสาร
เหลวร้อนของโลหะเหลก็ และนิกเกิลเปน็ ส่วนใหญ่ มคี วามรอ้ นสูงมาก มีความถว่ งจาเพาะ 12
2) แก่นโลกช้ันใน อยู่ที่ความลึก 5,10026,370 กิโลเมตร มีส่วนประกอบเหมือนแก่น
โลกช้ันนอก แต่อยู่ในสภาพแข็ง เนื่องจากมีความดันและอุณหภูมิสูงมาก อาจสูงถึง 6,000 องศา
เซลเซียส มีความถ่วงจาเพาะ 17 ชนั้ ต่างๆ ของโลกมีลักษณะและสมบตั ิแตกต่างกนั ทง้ั ดา้ นกายภาพ
และส่วนประกอบทางเคมี โครงสร้างและส่วนประกอบภายในของโลกจึงเป็นสาเหตุหน่ึงที่ทาให้เกิด
ปรากฏการณ์ทางธรณีวทิ ยา คือ แผ่นดินไหว และภูเขาไฟระเบดิ
โดย นางพชั รี คณู ทอง ตาแหนง่ ครู วิทยฐานะ ครูเชีย่ วชาญ 21
ชุดที่ 1 ขอ้ มลู ในการศึกษาและแบ่งชั้นโครงสรา้ งโลก
บตั รกจิ กรรมท่ี 1.1
เรื่อง การศึกษาคลืน่ ไหวสะเทอื นทีผ่ า่ นโครงสร้างโลก
จดุ ประสงคก์ ิจกรรม
แปลความหมายและอธิบายขอ้ มูลการเคลื่อนท่ีของคลื่นไหวสะเทือนตามระดบั ความลกึ ของ
โครงสรา้ งโลกจากกราฟที่กาหนดให้
วสั ดุ-อปุ กรณ์
1. กราฟแสดงความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งความเร็วของคลื่นไหวสะเทือนกับระดับความลกึ
2. ภาพขยายกราฟแสดงความสัมพันธ์ระหว่างความเร็วของคล่ืนไหวสะเทือนกับระดับ
ความลกึ ชว่ ง 0 – 660 กิโลเมตร จากผิวโลก
กราฟแสดงความสัมพันธ์ระหว่างความเรว็ ของคลนื่ ไหวสะเทอื นกบั ระดบั ความลึก
โดย นางพชั รี คณู ทอง ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครเู ชย่ี วชาญ 22
ชุดท่ี 1 ขอ้ มลู ในการศกึ ษาและแบ่งชน้ั โครงสรา้ งโลก
ภาพขยายกราฟแสดงความสัมพันธ์ระหวา่ งความเร็วของคลน่ื ไหวสะเทือน
กบั ระดับความลึกช่วง 0 – 660 กิโลเมตร จากผิวโลก
วธิ กี ารทากจิ กรรม
1. สังเกตการเปล่ียนแปลงความเร็วของคล่ืนปฐมภมู ิและคลื่นทุติยภูมจิ ากกราฟในแต่ละชว่ ง
ระดบั ความลกึ และบนั ทกึ ผลที่ได้ลงในตารางบันทึกผล
2. นาผลการสังเกตจากข้อท่ี 1 มาวิเคราะห์และอภิปรายถึงสาเหตุที่คลื่นปฐมภูมิและคลื่น
ทุติยภูมิเปลี่ยนแปลงความเร็วโดยเช่ือมโยงกับสถานะของตัวกลางและสรุปแนวคิดการแบ่งช้ัน
โครงสร้างโลก
3. ออกแบบและสร้างแบบจาลองแสดงแนวคิดในการแบ่งช้ันโครงสร้างโลกโดยอาศัยข้อมูล
คลื่นไหวสะเทอื นและนาเสนอพร้อมเหตุผลสนบั สนุน
4. รวบรวมข้อมูลที่ได้จากการนาเสนอและอภิปรายร่วมกันในชั้นเรียนมาปรับปรุง
แบบจาลองการแบ่งชนั้ โครงสร้างโลกใหส้ มบรู ณ์และถูกต้องยงิ่ ขนึ้
ตารางบันทกึ ผล การเปลยี่ นแปลงความเรว็ สถานะของตัวกลาง
ระดบั ความลึก
(กิโลเมตร) คลนื่ ปฐมภูมิ คลื่นทุตยิ ภูมิ
0 – 100
100 – 660
660 – 2,900
2,900 – 5,150
5,150 – 6,370
โดย นางพชั รี คณู ทอง ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครูเช่ียวชาญ 23
ชดุ ท่ี 1 ข้อมลู ในการศึกษาและแบ่งช้นั โครงสรา้ งโลก
สรปุ ผลการทากิจกรรม
…………………………………………………………………………………………………………………………………………....
…………………………………………………………………………………………………………………………………………....
…………………………………………………………………………………………………………………………………………....
…………………………………………………………………………………………………………………………………………....
…………………………………………………………………………………………………………………………………………....
…………………………………………………………………………………………………………………………………………....
…………………………………………………………………………………………………………………………………………....
…………………………………………………………………………………………………………………………………………....
คาถามทา้ ยกิจกรรม
1. จากกิจกรรมกราฟทก่ี าหนดให้แสดงข้อมลู เรื่องใดบ้าง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………....
…………………………………………………………………………………………………………………………………………....
…………………………………………………………………………………………………………………………………………....
…………………………………………………………………………………………………………………………………………....
…………………………………………………………………………………………………………………………………………....
…………………………………………………………………………………………………………………………………………....
…………………………………………………………………………………………………………………………………………....
…………………………………………………………………………………………………………………………………………....
2. ขอ้ มลู ในกราฟมคี วามสัมพันธ์กันอยา่ งไรความลึกที่เพ่ิมข้ึนทาให้ความเรว็ ของคลน่ื ไหว
สะเทอื นเปล่ยี นแปลงอย่างไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………....
…………………………………………………………………………………………………………………………………………....
…………………………………………………………………………………………………………………………………………....
…………………………………………………………………………………………………………………………………………....
…………………………………………………………………………………………………………………………………………....
…………………………………………………………………………………………………………………………………………....
…………………………………………………………………………………………………………………………………………....
โดย นางพชั รี คูณทอง ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครูเช่ยี วชาญ 24
ชุดที่ 1 ข้อมลู ในการศกึ ษาและแบ่งชัน้ โครงสร้างโลก
3. โครงสรา้ งโลกแตล่ ะระดับความลกึ มีสถานะเหมือนหรือแตกตา่ งกนั อย่างไรทราบได้
อย่างไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………....
…………………………………………………………………………………………………………………………………………....
…………………………………………………………………………………………………………………………………………....
…………………………………………………………………………………………………………………………………………....
…………………………………………………………………………………………………………………………………………....
…………………………………………………………………………………………………………………………………………....
…………………………………………………………………………………………………………………………………………....
…………………………………………………………………………………………………………………………………………....
โดย นางพัชรี คูณทอง ตาแหนง่ ครู วิทยฐานะ ครูเช่ียวชาญ 25
ชุดท่ี 1 ข้อมลู ในการศึกษาและแบ่งช้ันโครงสรา้ งโลก
บตั รกิจกรรมท่ี 1.2
แผนผงั มโนทัศน์ เรอื่ ง ข้อมลู ในการศึกษาและแบง่ ชัน้ โครงสรา้ งโลก
คาช้ีแจง ให้นักเรียนสรุปความรู้ที่เกี่ยวกับ “การศึกษาคล่ืนไหวสะเทือนที่ผ่านโครงสร้างโลก”
เป็นแผนผงั มโนทัศน์ (Concept Mapping) ในกระดาษที่แจกให้แลว้ นาเสนอผลงานหน้าช้นั เรยี น
โดย นางพัชรี คูณทอง ตาแหน่ง ครู วทิ ยฐานะ ครูเช่ยี วชาญ 26
ชุดท่ี 1 ข้อมูลในการศกึ ษาและแบ่งช้นั โครงสรา้ งโลก
บตั รกิจกรรมท่ี 1.3
ถอดบทเรียน เรื่อง การศึกษาคลืน่ ไหวสะเทือนทผ่ี ่านโครงสรา้ งโลก
คาช้ีแจง ให้นักเรียนถอดบทเรียนท่ีเกี่ยวกับ “การศึกษาคลื่นไหวสะเทือนท่ีผ่านโครงสร้างโลก”
ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็น ในกระดาษชาร์ตท่ีกาหนดให้แล้วนาเสนอผลงาน
โดยนาไปตดิ ป้ายนิเทศหนา้ ชน้ั เรยี น
โดย นางพชั รี คูณทอง ตาแหนง่ ครู วิทยฐานะ ครูเช่ยี วชาญ 27
ชุดท่ี 1 ขอ้ มูลในการศกึ ษาและแบ่งชัน้ โครงสรา้ งโลก
แบบฝกึ หดั
เรื่อง ข้อมลู การศึกษาและแบ่งชั้นโครงสร้างโลก
1. จงทาเครอ่ื งหมาย หน้าขอ้ ความท่ีถูกตอ้ ง และทาเครื่องหมาย หนา้ ข้อความท่ผี ิด
คาตอบ ขอ้ ความ
1. การศึกษาองค์ประกอบทางเคมีของช้ันเนื้อโลกส่วนหนึ่งได้ตัวอย่างมาจาก
หนิ แปลกปลอมในระดบั ลึกทล่ี าวาพาขน้ึ มาบนผิวโลก
2. ผลจากการศึกษาอุกกาบาตเหล็กท่ีตกลงมายังโลก เป็นหลักฐานหนึ่งที่ทา
ให้ทราบองคป์ ระกอบของแก่นโลก
3. ถ้าแบ่งโครงสร้างโลกตามองค์ประกอบทางเคมี แก่นโลกเป็นโครงสร้างช้ัน
ทม่ี ีความหนามากท่ีสดุ
4. เปลอื กโลกทวปี ประกอบด้วยหินบะซอลต์เป็นสว่ นมาก
5. เปลือกโลกทวีปมคี วามหนาแน่นเฉล่ียมากกว่าเปลือกโลกมหาสมุทร
6. แหล่งกาเนิดคลื่นไหวสะเทือนมีท้ังท่ีมาจากปรากฏการณ์ธรรมชาติ และ
จากการกระทาของมนุษย์
7. คลื่นปฐมภูมิมีความเร็วเพ่ิมข้ึนเมื่อเคลื่อนที่ผ่านธรณีภาคและมัชฌิมภาค
และมคี วามเรว็ เป็นศนู ยเ์ มอื่ เคล่ือนที่ผ่านแกน่ โลกชัน้ นอก
8. คล่ืนทุติยภูมิไม่สามารถเคลื่อนที่ผ่านโครงสร้างโลกที่มีสถานะเป็น
ของเหลวได้
9. คล่ืนปฐมภูมิมีความเร็วน้อยกว่าคลื่นทุติยภูมิ เม่ือคล่ืนท้ังสองเคล่ือนที่
ผา่ นช้ันฐานธรณีภาค
10. เขตความเร็วต่า อยู่ในชั้นธรณีภาค และเขตเปลี่ยนแปลง อยู่ในช้ันฐาน
ธรณีภาค
2. เพราะเหตุใดผลการศึกษาอุกกาบาตเหล็กจงึ ใชเ้ ปน็ ข้อมูลอธิบายองค์ประกอบของแก่นโลกได้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………....
…………………………………………………………………………………………………………………………………………....
…………………………………………………………………………………………………………………………………………....
…………………………………………………………………………………………………………………………………………....
…………………………………………………………………………………………………………………………………………....
…………………………………………………………………………………………………………………………………………....
โดย นางพัชรี คูณทอง ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูเช่ียวชาญ 28
ชุดที่ 1 ข้อมูลในการศกึ ษาและแบ่งช้ันโครงสรา้ งโลก
แบบทดสอบหลังเรียน
เร่อื ง ข้อมลู ในการศึกษาและแบ่งชนั้ โครงสรา้ งโลก
รายวิชาโลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ รหสั วชิ า ว30104 ช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ 6
คาชีแ้ จง 1. แบบทดสอบฉบับน้ี จานวน 10 ขอ้ คะแนนเต็ม 10 คะแนน เวลาท่ใี ช้ 10 นาที
2. จงเลอื กคาตอบทถ่ี ูกต้องทส่ี ดุ แลว้ เขียนเครอื่ งหมาย ลงในกระดาษคาตอบ
1. อายเุ ทียบสัมพันธ์ (Relative age) หมายถึงอะไร
ก. อายหุ นิ จริง
ข. อายหุ ินเปรียบเทียบ
ค. อายซุ ากดกึ ดาบรรพ์
ง. อายุหินทีม่ ีซากดึกดาบรรพ์
2. ขอ้ ความในข้อใดไม่ถกู ต้อง
ก. ในปัจจบุ นั ยังไมส่ ามารถสรุปได้ว่าโลกเกดิ ขน้ึ ไดอ้ ยา่ งไร
ข. ทฤษฎตี า่ ง ๆ อาจถูกลม้ เลิกได้ เม่ือมีขอ้ มูลใหม่ท่เี ช่ือถือได้มากกว่า
ค. แนวความคิดตา่ ง ๆ อาจถูกล้มเลิกได้ เม่อื มีขอ้ มูลใหม่ท่เี ชอื่ ถือได้มากกว่า
ง. กฎและทฤษฎีเปน็ ส่ิงท่ีได้รบั การพิสูจน์และยอมรบั แลว้ ว่าเป็นจรงิ จึงล้มเลิกไม่ได้
3. เปลือกโลกภาคพนื้ ทวปี ประกอบไปด้วยอะไรบา้ ง
ก. ซิลิคอนและซิลิกา
ข. เหล็กและทองแดง
ค. ซลิ คิ อนและอะลูมินา
ง. ซลิ ิคอนและแมกนเี ซียม
4. เปลอื กโลกแบ่งออกเปน็ 2 บรเิ วณคอื บริเวณใด
ก. เปลือกโลกช้นั นอกและเปลือกโลกชนั้ ใน
ข. เปลอื กโลกภาคพ้ืนดินและเปลอื กโลกภาคพื้นนา้
ค. เปลอื กโลกภาคพนื้ ทวีปและเปลือกโลกภาคพนื้ นา้
ง. เปลอื กโลกภาคพ้นื ทวปี และเปลอื กโลกใตม้ หาสมุทร
โดย นางพชั รี คูณทอง ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูเชย่ี วชาญ 29
ชดุ ท่ี 1 ขอ้ มูลในการศกึ ษาและแบ่งชั้นโครงสรา้ งโลก
5. การเรียงลาดบั ชัน้ เปลือกโลก เขา้ สูศ่ นู ยก์ ลางท่ีถูกต้องคอื ข้อใด
ก. เนอ้ื โลก แกน่ โลก
ข. แก่นโลก เน้อื โลก
ค. แมนเทิล เนือ้ โลก
ง. เนื้อโลก แมนเทิล
6. อายุทางธรณวี ทิ ยาแบ่งออกไดก้ ่แี บบ อะไรบ้าง
ก. 1 แบบ คอื อายจุ รงิ ทางธรณวี ิทยา
ข. 1 แบบ คอื อายเุ ทยี บสมั พันธ์
ค. 1 แบบ คอื อายสุ ัมบูรณ์
ง. 2 แบบ คือ อายเุ ทียบสมั พันธ์ และอายุสัมบรู ณ์
7. ทฤษฎีใดนาไปอธิบายถงึ การเกดิ แผ่นดินไหว มหาสมุทรและซากสิง่ มชี ีวติ ที่ทับถมในหินบน
เปลอื กโลก
ก. ทฤษฎกี ารแปรสัณฐานแผ่นธรณภี าค
ข. ทฤษฎกี ารเล่ือนไหลของแผน่ ทวีป
ค. ทฤษฎกี ารขยายตวั ของแผ่นทวีป
ง. ทฤษฎีการหดตวั ของแผน่ ทวีป
8. เปลอื กโลกใต้มหาสมทุ รประกอบด้วยธาตุอะไรบ้าง
ก. ซิลคิ อนและเหล็ก
ข. ซิลิคอนและซลิ กิ า
ค. ซลิ ิคอนและอะลูมินา
ง. ซิลิคอนและแมกนีเซียม
9. แก่นโลกชนั้ ในประกอบด้วยส่วนใดบา้ ง
ก. โลหะเหลก็ และนกิ เกลิ แขง็ ร้อน
ข. โลหะเหล็กและนกิ เกลิ เหลวรอ้ น
ค. โลหะเหลก็ และแมกนเี ซียมแข็งรอ้ น
ง. โลหะเหลก็ และแมกนีเซยี มเหลวรอ้ น
โดย นางพัชรี คณู ทอง ตาแหน่ง ครู วทิ ยฐานะ ครเู ชยี่ วชาญ 30
ชุดท่ี 1 ขอ้ มูลในการศึกษาและแบ่งชัน้ โครงสร้างโลก
10. ชั้นบนสดุ ของเน้ือโลกมีลกั ษณะอย่างไร
ก. เปน็ หินทเ่ี กิดจากการเยน็ ตัวลงแล้ว บางสว่ น
ข. เปน็ หนิ ทเี่ กดิ จากการหลอมเหลวและกาลังเป็นหนิ หนดื
ค. เป็นหนิ ทเ่ี กดิ จากการอัดตัวมีรพู รุน บางส่วนเป็นหนิ เปราะ
ง. เป็นหนิ ท่เี กิดจากการอัดตวั จนแกรง่ แตบ่ างส่วนเป็นชัน้ หินจงึ เกิดรอยแตก
โดย นางพัชรี คณู ทอง ตาแหนง่ ครู วิทยฐานะ ครเู ชีย่ วชาญ 31
ชดุ ท่ี 1 ข้อมูลในการศกึ ษาและแบ่งชน้ั โครงสรา้ งโลก
กระดาษคาตอบ
แบบทดสอบกอ่ นเรยี นและหลงั เรียน
ชดุ ที่ 1 ข้อมลู ในการศกึ ษาและแบ่งชั้นโครงสรา้ งโลก
แบบทดสอบก่อนเรียน ง แบบทดสอบหลงั เรียน ง
ข้อ ก ข ค ข้อ ก ข ค
1 1
2 2
3 3
4 4
5 5
6 6
7 7
8 8
9 9
10 10
คะแนนเตม็ 10 คะแนน คะแนนเต็ม 10 คะแนน
ได้ ...................คะแนน ได้ ...................คะแนน
โดย นางพัชรี คณู ทอง ตาแหนง่ ครู วิทยฐานะ ครูเชี่ยวชาญ 32
ชุดท่ี 1 ข้อมูลในการศกึ ษาและแบ่งชั้นโครงสรา้ งโลก
บรรณานกุ รม
กรมทรพั ยากรธรณี. (2544), ธรณีวิทยาประเทศไทยเฉลิมพระเกยี รตพิ ระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ ัว
เนือ่ งในวโรกาสพระราชพิธมี หามงคลเฉลมิ พระชนมพรรษา 6 รอบ 5 ธนั วาคม
2542. (พิมพค์ ร้งั ที่ 1). กรงุ เทพฯ : กองธรณวี ทิ ยากรมทรัพยากรธรณี.
กรมทรัพยากรธรณี. (2550), ธรณวี ทิ ยาประเทศไทย. (พมิ พค์ ร้งั ท่ี 2). กรุงเทพฯ : โรงพมิ พด์ อกเบ้ีย.
ราชบัณฑติ ยสถาน. (2558) พจนานุกรมศพั ท์ธรณีวทิ ยา A-M. (พิมพค์ รั้งที่ 2). กรุงเทพฯ :
สานักพมิ พ์คณะรัฐมนตรีและราชกจิ จานุเบกษา.
ราชบณั ฑติ ยสถาน. (2558), พจนานกุ รมศพั ท์ธรณวี ทิ ยา N-Z. (พิมพ์คร้ังที่ 2). กรงุ เทพฯ :
สานักพิมพ์คณะรัฐมนตรแี ละราชกิจจานเุ บกษา.
สถาบันสง่ เสริมการสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2551). หนงั สอื เรยี นรายวิชาพื้นฐาน
วทิ ยาศาสตร์ ดวงดาวและโลกของเรา. (พมิ พค์ รงั้ ท่ี 1). กรงุ เทพฯ : โรงพิมพ์ สกสค.
ลาดพร้าว.
สถาบันส่งเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลย.ี (2554). หนังสอื เรยี นรายวิชาเพิม่ เตมิ
โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ. (พิมพค์ รง้ั ที่ 1). กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พ์ สกสค. ลาดพรา้ ว.
สถาบันสง่ เสรมิ การสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลย.ี (2561). หนงั สือเรียนรายวชิ าเพม่ิ เติม
วิทยาศาสตร์โลก และอวกาศ. (พิมพ์ครัง้ ท่ี 1). กรงุ เทพฯ : โรงพิมพ์ สกสค. ลาดพรา้ ว.
สถาบันสง่ เสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลย.ี (2561). หนังสอื เรียนรายวิชาเพ่มิ เติม
โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ เลม่ 1. (พิมพค์ รั้งที่ 1). กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พ์
แห่งจุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลยั .
สถาบันส่งเสริมการสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลย.ี (2563). หนงั สือเรยี นรายวชิ าพน้ื ฐาน
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วทิ ยาศาสตร์โลก และอวกาศ. (พมิ พค์ รั้งท่ี 1).
กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พ์ สกสค. ลาดพร้าว.
สถาบนั สง่ เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี. (2563). ค่มู อื ครูรายวชิ าพ้ืนฐาน
วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์โลก และอวกาศ. (พิมพ์ครงั้ ท่ี 1).
กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ สกสค. ลาดพรา้ ว.
https://sites.google.com/site/krongsanglok/khorngsrang-lok
https://www.trueplookpanya.com/blog/content/63710/-blo-sciear-sci
https://ngthai.com/science/23866/structureofearth/
https://www.trueplookpanya.com/learning/detail/34151
โดย นางพัชรี คูณทอง ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูเชยี่ วชาญ 33
ชุดท่ี 1 ขอ้ มลู ในการศึกษาและแบ่งชั้นโครงสร้างโลก
ประวตั ิยอ่ ผูจ้ ดั ทา
ช่อื – สกลุ นางพชั รี คูณทอง
วัน เดือน ปี เกดิ 4 พฤศจิกายน 2522
สถานท่ีเกิด อาเภอสริ นิ ธร จังหวดั อบุ ลราชธานี
ทอ่ี ยู่ปัจจบุ นั 111 หมู่ 12 บ้านโนนสมบตั ิ ตาบลโนนกลาง
อาเภอพบิ ลู มังสาหาร จงั หวัดอบุ ลราชธานี
เรมิ่ รบั ราชการ 12 กรกฎาคม 2545 ตาแหน่ง อาจารย์ 1 ระดับ 3
โรงเรยี นขมน้ิ พทิ ยาสรรพ์ อาเภอเมือง จงั หวัดกาฬสินธุ์
ตาแหน่งหนา้ ท่ปี จั จุบัน ครู วิทยฐานะ ครเู ชยี่ วชาญ
สถานที่ทางานในปจั จบุ นั โรงเรียนโนนกลางวิทยาคม ตาบลโนนกลาง อาเภอพิบูลมังสาหาร
องค์การบริหารสว่ นจงั หวดั อุบลราชธานี
ประวตั กิ ารศึกษา ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 โรงเรยี นบ้านหินสูง ตาบลชอ่ งเมก็ อาเภอสิรินธร
พ.ศ. 2535 จังหวดั อุบลราชธานี
มัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเบต็ ตี้ดูเมน 2 ช่องเม็ก ตาบลช่องเม็ก
พ.ศ. 2538 อาเภอสริ ินธร จังหวัดอบุ ลราชธานี
มธั ยมศึกษาปีท่ี 6 โรงเรยี นสริ นิ ธรวิทยานุสรณ์ อาเภอสริ ินธร
พ.ศ. 2541 จงั หวัดอุบลราชธานี
ปริญญาครุศาสตรบ์ ัณฑิต (ค.บ.) สาขาวิชาฟสิ กิ ส์
พ.ศ. 2545 มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏอบุ ลราชธานี จังหวดั อบุ ลราชธานี
ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบณั ฑิต (ศษ.ม.) สาขาวิชาหลกั สูตรและการสอน
พ.ศ. 2556 มหาวทิ ยาลยั ราชธานี จังหวดั อุบลราชธานี
โดย นางพชั รี คณู ทอง ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูเช่ียวชาญ 34