ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรูว้ ทิ ยาศาสตร์
ประกอบการสอนแบบเนน้ แผนผงั มโนทศั น์
กลมุ่ สาระการเรยี นรูว้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
รายวชิ าชีววทิ ยา 5 รหสั วชิ า ว30250 ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 6
หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 2 เรอ่ื ง ระบบประสาทและอวยั วะรบั ความรูส้ กึ
ชดุ ท่ี 2 เรอ่ื ง เซลลป์ ระสาท
นางบญุ ลอ้ ม แกว้ ดอน
ตาแหน่ง ครู วทิ ยฐานะ ครูชานาญการพเิ ศษ
โรงเรยี นเบ็ตต้ีดูเมน 2 ช่องเมก็ อาเภอสริ นิ ธร จงั หวดั อบุ ลราชธานี
องคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวดั อบุ ลราชธานี
ชดุ ท่ี 2 : เซลลป์ ระสาท หน้า |ก
คำนำ
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่อง ระบบประสาทและอวัยวะรับความรู้สึก
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จัดทำขึ้นเพื่อเป็นสื่อนวัตกรรมประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
รายวิชาชีววิทยา 5 รหัสวิชา ว30250 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 เพื่อให้ผู้เรียนใช้ประกอบ
กจิ กรรมการเรียนการสอนและสามารถเรียนรู้ด้วยตนเอง นำไปใช้ในการเรียนการสอนซ่อมเสริมได้
หรือใช้ในการสอนแทนได้เป็นอย่างดี เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจและพัฒนาผลสัมฤทธ์ิ
ทางการเรียนของผู้เรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์เป็นนวัตกรรมที่ช่วยลดบทบาทของครู
ตามแนวทางการปฏริ ปู การเรยี นรทู้ ยี่ ดึ ผู้เรียนเปน็ สำคัญ เปน็ กจิ กรรม การเรยี นรู้ทส่ี ง่ เสริมใหผ้ ู้เรยี น
เกิดการเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง ทำเป็น คิดเป็น แก้ปัญหาได้ สามารถพัฒนาตนเอง ได้เต็มตาม
ศักยภาพ ซึ่งสอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับ
ปรับปรุง พ.ศ.2560) ที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาทั้งด้านความรู้ กระบวนก ารคิด
กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การแก้ปัญหา ความสามารถในการสื่อสาร การตัดสินใจ การนำ
ความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน ตลอดจนส่งเสริมให้ผู้เรียนมีจิตวิทยาศาสตร์คุณธรรมและค่านิยมท่ี
ถูกตอ้ งเหมาะสม
ผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์นี้จะทำให้ผู้เรียน
มีความรู้ ความเข้าใจในเรื่องระบบประสาทและอวัยวะรับความรู้สึกได้เป็นอย่างดี มีทักษะ
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น สามารถใช้เพื่อศึกษาค้นคว้า
ด้วยตนเองเป็นสื่อที่มีประสิทธิภาพ สามารถอำนวยประโยชน์ต่อการเรียนการสอนให้บรรลุ
วัตถปุ ระสงค์ของหลกั สูตรได้
ผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ชุดน้ี จะมีประโยชน์ต่อ
นักเรียนและผู้สนใจที่จะนำไปใช้สอนและฝึกเด็กในปกครองในการพัฒนากระบวนการเรียนรู้
วทิ ยาศาสตร์ใหม้ คี ุณภาพมากยิ่งขึ้นต่อไป
บญุ ลอ้ ม แกว้ ดอน
โดย : นางบญุ ลอ้ ม แกว้ ดอน ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเบต็ ต้ีดูเมน 2 ช่องเมก็
ชุดที่ 2 : เซลลป์ ระสาท หน้า |ข
สารบญั หน้า
ก
เรอื่ ง ข
คำนำ ค
สารบญั ง
คำช้แี จงเกีย่ วกบั การใชช้ ุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ จ
แผนภูมิลำดับขัน้ ตอนการใช้ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ ช
คำชแ้ี จงการใช้ชุดกจิ กรรมการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์สำหรับครู 1
คำชี้แจงการใช้ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์สำหรบั นกั เรยี น 2
2
สาระการเรียนรู้/ผลการเรยี นรู้ 3
จุดประสงค์การเรยี นรู้ 4
แนวความคิดรวบยอด 7
สาระสำคญั 19
แบบทดสอบกอ่ นเรยี น 20
บัตรเนื้อหา ชดุ ท่ี 2 เรอ่ื ง เซลล์ประสาท 21
บัตรกจิ กรรมท่ี 2.1 สรุปสาระสำคัญ เรอ่ื ง เซลล์ประสาท 22
บตั รกจิ กรรมท่ี 2.2 ผังมโนทศั น์ เรอื่ ง เซลลป์ ระสาท 24
บัตรกิจกรรมท่ี 2.3 ถอดบทเรยี น เรอื่ ง เซลลป์ ระสาท 27
แบบฝึกหดั เรือ่ ง เซลลป์ ระสาท 28
แบบทดสอบหลังเรียน 29
กระดาษคำตอบแบบทดสอบก่อนเรยี นและหลังเรียน 30
บรรณานกุ รม 31
ภาคผนวก 32
เฉลยบตั รกิจกรรมท่ี 2.1 สรปุ สาระสำคญั เร่ือง เซลลป์ ระสาท 33
เฉลยบตั รกจิ กรรมท่ี 2.2 ผังมโนทัศน์ เร่อื ง เซลล์ประสาท 35
เฉลยบัตรกจิ กรรมที่ 2.3 ถอดบทเรยี น เร่อื ง เซลล์ประสาท 36
เฉลยแบบฝกึ หดั เรอ่ื ง เซลล์ประสาท
เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรยี นและหลงั เรยี น
ประวัตยิ ่อผู้จัดทำ
โดย : นางบญุ ลอ้ ม แกว้ ดอน ตาแหน่ง ครู วทิ ยฐานะ ครูชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเบ็ตต้ีดูเมน 2 ช่องเม็ก
ชดุ ท่ี 2 : เซลลป์ ระสาท หน้า |ค
คำชแี้ จงเกย่ี วกบั ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์
1. ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง ระบบประสาทและ
อวัยวะรับความรู้สึก กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อใช้ประกอบการจัดการ
เรียนรู้ วิชาชีววิทยา 4 รหัสวิชา ว30244 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยให้สอดคล้องตามหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560) กระทรวงศึกษาธิการ
หลักจิตวิทยาการเรียนรู้ ยึดแนวทางการฝึกที่เหมาะสมกับระดับและวัย เพื่อให้นักเรียนเกิดความ
กระตือรือร้น มีความสุขในการทำกิจกรรมการเรียนรู้ และเพื่อส่งเสริมเจตคติที่ดี นักเรียนจะได้
พัฒนากระบวนการคิด กระบวนการตัดสินใจ กระบวนการแก้ปัญหา และสามารถนำความรู้ไปใช้
ในชีวิตประจำวันได้ มุ่งเน้นพัฒนาผู้เรียนให้เกิดการเรียนรู้ เข้าใจหลักการทางวิทยาศาสตร์ เกิด
ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ วิธีสำรวจตรวจสอบข้อมูล การคิดแก้ปัญหา ตลอดจนการ
เสริมสร้างจิตวทิ ยาศาสตร์ ซง่ึ ประกอบดว้ ยชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ จำนวน 7 ชุด ดังน้ี
ชดุ ที่ 1 เรื่อง การรับรู้และการตอบสนองของสัตว์
ชุดท่ี 2 เรื่อง เซลลป์ ระสาท
ชดุ ที่ 3 เรอื่ ง การทำงานของเซลลป์ ระสาท
ชดุ ที่ 4 เรือ่ ง ศูนยค์ วบคมุ ระบบประสาท
ชุดที่ 5 เรื่อง การทำงานของระบบประสาท
ชดุ ที่ 6 เรื่อง อวยั วะรบั ความรสู้ ึก (1)
ชุดท่ี 7 เรอื่ ง อวัยวะรบั ความรู้สกึ (2)
2. ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์นี้เป็น ชุดที่ 2 เรื่อง เซลล์ประสาท ใช้เวลา 2
ชั่วโมง
3. ผ้ใู ชช้ ุดกจิ กรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์นี้ควรศึกษาขน้ั ตอนการใช้ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้
อยา่ งละเอยี ดกอ่ นใช้
4. ในการทำกิจกรรมและแบบทดสอบต่าง ๆ ให้นักเรียนทำด้วยความตั้งใจ และมีความ
ซือ่ สัตยต์ อ่ ตนเองให้มากท่สี ุดโดยไมด่ เู ฉลยก่อนทำใบกจิ กรรมและแบบทดสอบก่อนหรอื หลังเรียน
โดย : นางบญุ ลอ้ ม แกว้ ดอน ตาแหน่ง ครู วทิ ยฐานะ ครูชานาญการพเิ ศษ โรงเรยี นเบต็ ต้ดี ูเมน 2 ช่องเม็ก
ชุดที่ 2 : เซลลป์ ระสาท หน้า |ง
แผนภมู ิลำดับข้นั ตอนการใชช้ ุดกิจกรรมการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์
อ่านคำช้ีแจงและคำแนะนำในการใชช้ ุดกิจกรรมการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์
ศกึ ษาตวั ชีว้ ัดและจุดประสงค์การเรียนรู้ เสริมพืน้ ฐาน
ทดสอบกอ่ นเรียน ผู้มีพื้นฐานต่ำ
ศึกษาชดุ กจิ กรรมการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์ตามขั้นตอน
ประเมนิ ผลการจดั กิจกรรมการเรียนรจู้ ากชุดกิจกรรม
ไม่ผ่าน ทดสอบหลังเรยี น
การทดสอบ
ผา่ นการทดสอบ
ศึกษาชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์เรอื่ งตอ่ ไป
ชดุ ที่ 2 เรื่อง เซลลป์ ระสาท
โดย : นางบญุ ลอ้ ม แกว้ ดอน ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชานาญการพเิ ศษ โรงเรยี นเบ็ตต้ดี ูเมน 2 ช่องเมก็
ชดุ ท่ี 2 : เซลลป์ ระสาท หน้า |จ
คำช้แี จงการใช้ชุดกจิ กรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตรส์ ำหรับครู
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ที่ครูผู้สอนได้ศึกษาต่อไปนี้คือ ชุดที่ 2 เรื่อง เซลล์
ประสาท ใชเ้ วลาในการทำกิจกรรม 2 ชัว่ โมง ซึ่งนักเรยี นจะไดส้ ำรวจ สังเกตและรวบรวม ข้อมูล
มาสรุปเป็นองค์ความรู้ โดยใช้กระบวนการคิด กระบวนการสืบค้นข้อมูล กระบวนการทางสังคม
ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการเผชิญสถานการณ์และแก้ปัญหา ผ่านทาง
กระบวนการกลุ่ม เพื่อช่วยให้การดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้บรรลุจุดประสงค์และมี
ประสทิ ธภิ าพ ครผู ู้สอนควรดำเนินการดังน้ี
1. ครูผู้สอนต้องศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับคำชี้แจงการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้
สำหรับครู และแผนการจัดการเรียนรู้ เพ่ือท่คี รผู สู้ อนสามารถนำชุดกจิ กรรมการเรียนรู้ไปใช้ในการ
จัดกจิ กรรมการเรยี นร้ไู ด้อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ
2. ครผู ู้สอนเตรยี มส่ือการเรียนการสอนให้พร้อม
3. ก่อนดำเนินการจัดกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ ครูต้องเตรียมชุดกิจกรรมการเรียนรู้ไว้
บนโต๊ะประจำกลุ่มให้เรียบร้อยและเพียงพอกับนักเรียนในกลุ่มซึ่งนักเรียนจะได้รับคนละ 1 ชุด
ยกเวน้ สอื่ การสอนทตี่ อ้ งใช้ร่วมกัน
4. ครูต้องชแ้ี จงให้นักเรยี นรู้เก่ียวกับบทบาทของนกั เรียนในการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้
ดังนี้
4.1 ศกึ ษาบทบาทของนักเรียนจากการปฏิบตั ิกิจกรรมให้เขา้ ใจก่อนการเรียนรู้โดยใช้
ชุดกจิ กรรมการเรียนรู้
4.2 ปฏิบัติกิจกรรมตามลำดับขั้นตอน อ่านคำชี้แจงจากใบกิจกรรม เพื่อจะได้ทราบ
ว่าจะปฏิบัติกิจกรรมอะไร อยา่ งไร
4.3 นักเรียนต้องตั้งใจปฏิบัติกิจกรรมอย่างเต็มความสามารถ ต้องให้ความร่วมมือ
ช่วยเหลอื ซ่ึงกันและกนั ไมร่ บกวนผู้อ่ืน และไม่ชักชวนเพ่อื นใหอ้ อกนอกลูน่ อกทาง
4.4 หลังจากปฏิบตั ิกิจกรรมแลว้ นักเรียนจะต้องจัดเก็บอปุ กรณท์ ุกชน้ิ ใหเ้ รยี บร้อย
4.5 เมอ่ื มีการประเมนิ ผลนกั เรียนต้องปฏบิ ตั ิตนอย่างต้งั ใจและรอบคอบ
5. การดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบเน้นแผนผังมโนทัศน์ (Concept Based
Teaching)
6. ขณะท่นี กั เรียนทุกกลุ่มปฏิบัตกิ ิจกรรม ครูไม่ควรพูดเสียงดงั หากมีอะไรจะพูดต้องพูด
เป็นรายกลุ่มหรือรายบคุ คล ตอ้ งไม่รบกวนกจิ กรรมของนกั เรียนกลมุ่ อนื่
โดย : นางบญุ ลอ้ ม แกว้ ดอน ตาแหน่ง ครู วทิ ยฐานะ ครูชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเบต็ ต้ีดูเมน 2 ช่องเมก็
ชุดท่ี 2 : เซลลป์ ระสาท หน้า |ฉ
7. ครูผู้สอนต้องเดินดูการทำงานของนักเรียนแต่ละกลุ่มอย่างใกล้ชิด หากมีนักเรียนคน
ใดหรือกลมุ่ ใดมปี ัญหาควรเขา้ ไปใหค้ วามชว่ ยเหลอื จนปญั หานนั้ คลคี่ ลายลง
8. การสรุปผลทีไ่ ด้จากกิจกรรมการเรียนรูค้ วรเป็นกิจกรรมรว่ มของนักเรียนทุกกลุ่มหรอื
ตัวแทนของกลุ่มรว่ มกัน ครคู วรเปิดโอกาสให้นกั เรียนแสดงออกใหม้ ากที่สดุ
9. ประเมนิ ผลการเรยี นรู้ของนักเรยี น เพื่อตรวจสอบผลการเรยี นร้ขู องนักเรียน
ตง้ั ใจศึกษา
ชดุ กจิ กรรมนะคะ
เด็ก ๆ
โดย : นางบญุ ลอ้ ม แกว้ ดอน ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชานาญการพเิ ศษ โรงเรยี นเบ็ตต้ีดูเมน 2 ช่องเม็ก
ชดุ ท่ี 2 : เซลลป์ ระสาท หน้า |ช
คำช้แี จงการใช้ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู้วิทยาศาสตรส์ ำหรบั นักเรยี น
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ที่นักเรียนได้ศึกษาต่อไปนี้คือ ชุดที่ 2 เรื่อง เซลล์
ประสาท ซึ่งนักเรียนจะได้สำรวจ สังเกต และรวบรวมข้อมูลมาสรุปเป็นองค์ความรู้ โดยใช้
กระบวนการคิด กระบวนการสืบค้นข้อมูล กระบวนการทางสังคม ทักษะกระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์ กระบวนการเผชิญสถานการณ์ และแก้ปัญหาผ่านทางกระบวนการกลุ่ม เพื่อให้เกิด
ประโยชนส์ งู สดุ นักเรยี นควรปฏิบัติตามคำช้ีแจง ดังตอ่ ไปน้ี
1. ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้ ชุดท่ี 2 เร่อื ง เซลล์ประสาท ใชเ้ วลาในการทำกิจกรรม 2
ช่ัวโมง
2. นกั เรยี นทำแบบทดสอบกอ่ นเรียน จำนวน 10 ขอ้
3. นักเรียนทำกจิ กรรมเป็นรายกล่มุ และศึกษาวธิ ดี ำเนินกิจกรรมให้เข้าใจ
4. นักเรียนปฏบิ ัตกิ จิ กรรมในชุดกจิ กรรมการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์
5. นกั เรยี นทำกิจกรรมในชดุ กิจกรรมการเรียนรูใ้ หค้ รบ
6. นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน จำนวน 10 ขอ้
โดย : นางบญุ ลอ้ ม แกว้ ดอน ตาแหน่ง ครู วทิ ยฐานะ ครูชานาญการพเิ ศษ โรงเรยี นเบ็ตต้ีดูเมน 2 ช่องเม็ก
ชุดท่ี 2 : เซลลป์ ระสาท หน้า |1
ชดุ ท่ี 2
เซลลป์ ระสาท
สาระการเรยี นรแู้ ละผลการเรยี นรู้
สาระ ชวี วทิ ยา
4. เข้าใจการยอ่ ยอาหารของสตั ว์และมนุษย์ รวมทั้งการหายใจและการแลกเปล่ยี น
แกส๊ การลำเลยี งสารและการหมนุ เวียนเลือด ภมู คิ มุ้ กนั ของรา่ งกาย การขบั ถ่าย
การรับรู้และการตอบสนอง การเคลื่อนที่ การสืบพันธุ์ และการเจริญเติบโต
ฮอร์โมนกับการรักษาดุลยภาพ และพฤติกรรมของสัตว์ รวมทั้งนำความรู้ไปใช้
ประโยชน์
ผลการเรยี นรู้
2. อธบิ ายเกีย่ วกับโครงสรา้ งและหนา้ ท่ขี องเซลล์ประสาท
โดย : นางบญุ ลอ้ ม แกว้ ดอน ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชานาญการพเิ ศษ โรงเรยี นเบต็ ต้ีดูเมน 2 ช่องเมก็
ชุดท่ี 2 : เซลลป์ ระสาท หน้า |2
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. อธบิ ายโครงสร้างและหน้าทขี่ องเซลล์ประสาท (K)
2. สามารถจำแนกประเภทของเซลล์ประสาท (K)
3. ใชเ้ ครอื่ งมือและอปุ กรณ์ทางวิทยาศาสตรไ์ ด้อย่างถูกตอ้ ง (P)
4. ประยกุ ต์ใช้หลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงเกี่ยวกับโครงสร้างและหนา้ ท่ีของเซลล์
ประสาท ในการร่วมกิจกรรมการเรียนการสอนและนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวนั (A)
5. สนใจใฝ่รใู้ นการศึกษาและมงุ่ มั่นในการทำงาน ทำงานร่วมกบั ผ้อู ่นื อย่างสรา้ งสรรค์
ยอมรับความคิดเห็นของผู้อ่นื ได้ (A)
แนวความคิดรวบยอด
ต่อเน่ือง
เซลล์ประสาท
หน่วยทำงานของระบบประสาท คือ เซลล์ประสาท ซึ่งประกอบด้วยตัวเซลล์และเส้น
ใยประสาททท่ี ำหนา้ ท่รี บั และสง่ กระแสประสาทเรยี กว่า เดนไดรต์และแอกซอน ตามลำดบั
เซลล์ประสาทจำแนกตามหน้าที่ ได้เป็นเซลล์ประสาทรับความรู้สกึ เซลล์ประสาทส่ัง
การและเซลล์ประสาทประสานงาน
เซลล์ประสาทจำแนกตามรูปร่างได้เป็นเซลล์ประสาทขั้วเดียว เซลล์ประสาทขั้วเดียว
เทียมเซลลป์ ระสาทสองขั้ว และเซลล์ประสาทหลายข้ัว
เซลล์ประสาททำหน้าที่รับและส่งสัญญาณประสาทไปยังเซลล์ต่าง ๆ ทั่วร่างกาย
มีโครงสร้างแบง่ ออกเปน็ 2 ส่วน ได้แก่ ตัวเซลล์ประกอบด้วยนิวเคลียสและไซโทพลาซมึ ที่มี
ออร์แกเนลล์อยู่ภายใน ทำหน้าที่สังเคราะห์สารที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของเซลล์ และเส้น
โดย : นางบญุ ลอ้ ม แกว้ ดอน ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเบต็ ต้ีดูเมน 2 ช่องเมก็
ชุดที่ 2 : เซลลป์ ระสาท หน้า |3
ใยประสาททำหนา้ ทีร่ บั และส่งกระแสประสาท แบ่งออกเปน็ 2 ชนิด ได้แก่ เดนไดรต์ทำหนา้ ที่
นำกระแสประสาทเขา้ สู่ตัวเซลลแ์ ละแอกซอน ทำหน้าท่ีนำกระแสประสาทออกจากตัวเซลล์
เซลล์ประสาทจำแนกตามหน้าที่การทำงานได้ 3 ประเภท ได้แก่ เซลล์ประสาทรับ
ความรู้สึก เซลล์ประสาทสั่งการ และเซลล์ประสาทประสานงาน และจำแนกตามรูปร่างได้
4 ประเภท ได้แก่ เซลล์ประสาทขั้วเดียว เซลล์ประสาทขั้วเดียวเทียม เซลล์ประสาทสองขั้ว
และเซลลป์ ระสาทหลายข้วั
สาระสำคัญ
เซลล์ประสาททำหน้าที่รับและส่งสัญญาณประสาทไปยังเซลล์ต่าง ๆ ทั่วร่างกาย
มีโครงสร้างแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ตัวเซลล์ประกอบด้วยนิวเคลียสและไซโทพลาซึมที่มีออร์
แกเนลลอ์ ยภู่ ายใน ทำหนา้ ที่สังเคราะห์สารที่จำเป็นต่อการดำรงชีวติ ของเซลล์ และเส้นใยประสาททำ
หน้าที่รับและส่งกระแสประสาท แบ่งออกเป็น 2 ชนิด ได้แก่ เดนไดรต์ทำหน้าที่นำกระแสประสาท
เขา้ ส่ตู วั เซลลแ์ ละแอกซอน ทำหนา้ ท่ีนำกระแสประสาทออกจากตัวเซลล์
เซลล์ประสาทจำแนกตามหน้าที่การทำงานได้ 3 ประเภท ได้แก่ เซลล์ประสาทรับ
ความรู้สึก เซลล์ประสาทสั่งการ และเซลล์ประสาทประสานงาน และจำแนกตามรูปร่างได้ 4
ประเภท ได้แก่ เซลล์ประสาทขั้วเดียว เซลล์ประสาทขั้วเดียวเทียม เซลล์ประสาทสองขั้ว และเซลล์
ประสาทหลายข้ัว
โดย : นางบญุ ลอ้ ม แกว้ ดอน ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเบ็ตต้ีดูเมน 2 ช่องเม็ก
ชุดท่ี 2 : เซลลป์ ระสาท หน้า |4
รายวิชาชีววิทยา 5 แบบทดสอบก่อนเรียน ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 6
เรื่อง เซลลป์ ระสาท
รหสั วิชา ว30250
คำชีแ้ จง 1. แบบทดสอบฉบบั นี้ จำนวน 10 ข้อ คะแนนเต็ม 10 คะแนน เวลาทใ่ี ช้ 10 นาที
2. จงเลือกคำตอบทถี่ ูกต้องท่สี ดุ แล้วเขียนเครอ่ื งหมาย ลงในกระดาษคำตอบ
1. ข้อใดเปน็ อวัยวะทเี่ กี่ยวข้องกบั ระบบประสาท
ก. สมอง ไขสนั หลัง และเซลลป์ ระสาท
ข. สมองและเสน้ ประสาท
ค. สมองและไขสนั หลงั
ง. สมอง
จากภาพตอบคำถามข้อ 2.
2. ส่วนประกอบ A และ B ในเซลล์ประสาทคือส่วนใด
ก. A – แอกซอน B – เดนไดรต์
ข. A – เดนไดรต์ B – แอกซอน
ค. A – นวิ เคียส B – เดนไดรต์
ง. A – นิวเคยี ส B – แอกซอน
โดย : นางบญุ ลอ้ ม แกว้ ดอน ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเบ็ตต้ีดูเมน 2 ช่องเม็ก
ชุดท่ี 2 : เซลลป์ ระสาท หน้า |5
3. ขอ้ ใดจับคู่ระหว่างชนิดของเซลลป์ ระสาทและหนา้ ทไ่ี ดไ้ มถ่ กู ตอ้ ง
ก. เซลลป์ ระสาทประสานงาน-รับกระแสประสาทจากเซลล์หนึ่งส่งไปยงั อีกเซลล์หนึ่ง
ข. เซลลป์ ระสาทรบั ความรู้สึก-รบั ความรูส้ กึ จากส่วนต่างๆ แล้วส่งไปยังระบบประสาท
สว่ นกลาง
ค. เซลล์ประสาทนำคำสั่ง-นำกระแสประสาทจากหนว่ ยปฏบิ ตั ิงานเขา้ สูร่ ะบบประสาท
ส่วนกลาง
ง. เซลล์ประสาทนำคำสั่ง-นำกระแสประสาทออกจากระบบประสาทส่วนกลางไปยังหน่วย
ปฏิบัตงิ าน
4. สว่ นใดทำให้เซลลป์ ระสาทสง่ กระแสประสาทเร็วขน้ึ
ก. แอกซอน
ข. เดนไดรต์
ค. เยอื่ ไมอีลนิ
ง. โนดออฟแรนเวียร์
5. เซลลป์ ระสาทมีลักษณะอย่างไร
ก. ตวั เซลล์กลมแบน ตรงกลางเว้า
ข. ตัวเซลลม์ ีเสน้ ใยประสาทแยกออกมา
ค. ตวั เซลลม์ ีลักษณะกลม นิวเคลียสมลี ักษณะเปน็ พู
ง. ตัวเซลลม์ ีลกั ษณะกลมหรอื รี มีนิวเคลยี สอยตู่ รงกลาง
6. เซลล์ประสาทสองขัว้ พบบรเิ วณใดของรา่ งกาย
ก. สมอง
ข. ไขสันหลงั
ค.กล้ามเนอ้ื เรียบ
ง. เรตนิ าของลกู ตา
โดย : นางบญุ ลอ้ ม แกว้ ดอน ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชานาญการพเิ ศษ โรงเรยี นเบ็ตต้ีดูเมน 2 ช่องเมก็
ชุดที่ 2 : เซลลป์ ระสาท หน้า |6
7. เซลลป์ ระสาทประสานงานพบบริเวณส่วนใดของรา่ งกาย
ก. สมอง
ข. กล้ามเน้ือ
ค. ต่อมไร้ทอ่
ง. อวัยวะรับความร้สู ึก
8. เยอื่ ไมอีลนิ ทีพ่ บในเซลลป์ ระสาทของสตั ว์มีกระดกู สันหลงั สร้างจากโครงสรา้ งใด
ก. แอกซอน
ข. เดนไดรต์
ค. เซลล์ชวนั น์
ง. ตวั เซลล์ของเซลลป์ ระสาท
9. เซลลป์ ระสาทสองขัว้ พบทสี่ ่วนตา่ ง ๆ ของร่างกาย ยกเว้นขอ้ ใด
ก. ต่อมรบั รส
ข. ไขสนั หลงั
ค. เยื่อบจุ มูก
ง. คอเคลีย
10. ข้อใดคอื ศนู ยค์ วบคุมระบบประสาทสว่ นกลาง
ก. สมอง
ข. ไขสันหลัง
ค. ใยประสาท
ง. ถูกต้องทงั้ ข้อ 1 และ 2
โดย : นางบญุ ลอ้ ม แกว้ ดอน ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชานาญการพเิ ศษ โรงเรยี นเบต็ ต้ีดูเมน 2 ช่องเมก็
ชดุ ท่ี 2 : เซลลป์ ระสาท หน้า |7
บัตรเนื้อหา
ชุดกิจกรรมการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ชุดท่ี 2 เซลลป์ ระสาท
เซลลป์ ระสาท
ร่างกายของมนุษย์มีเซลล์ประสาท (nerve cell) จำนวนมาก ทำหน้าที่รับและส่ง
สัญญาณประสาทไปยงั เซลลท์ วั่ รา่ งกาย เซลลป์ ระสาทแตล่ ะเซลล์จะเชื่อมโยงกบั เซลล์ประสาทอื่น ๆ
ทำให้รบั และส่งสญั ญาณไดอ้ ยา่ งเป็นระบบ
เซลล์ประสาทของมนุษย์เป็นส่วนประกอบของเนื้อเยื่อประสาท (nervous tissue)
ที่พัฒนามาจากนิวรัลทิวบ์ (neural tulbe) ด้านหัวขยายใหญ่และพัฒนาเป็นสมอง ส่วนท่ีเหลือ
พัฒนาเป็นไขสันหลัง เซลล์ประสาททำหน้าที่รับและส่งสัญญาณประสาทระหว่างสิ่งเร้าภายนอกกับ
ภายในร่างกาย เซลล์ประสาทบางชนิดทำหน้าที่กระตุ้นหรือยับย้ังการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ บาง
ชนิดเปลี่ยนแปลงเป็นเซลล์ผลิตสารเคมีที่มีลักษณะคล้ายฮอร์โมน เรียกว่า นิวโรซีครีทอรีเซลล์
(neurosecretory cell)และบางชนดิ เป็นเซลล์เน้ือเย่ือเกย่ี วพันประสาทหรือเซลล์ค้ำจนุ (neuroglia)
เซลลป์ ระสาทมีโครงสรา้ ง 2 ส่วน ได้แก่ ตวั เซลล์ และเสน้ ใยประสาท
นิวรัลทิวบ์ (neural tulbe) เป็นโครงสร้างที่พัฒนามาจากเนื้อเยื่อชั้นเอ็กโทเดิร์ม พบ
ในชว่ งแรกของระยะเอ็มบรโิ อของสตั ว์มีกระดูกสนั หลัง มีลกั ษณะเปน็ หลอดกลวงยาวท่ีพองออกเป็น
ส่วน ๆ ซงึ่ จะพัฒนาเป็นระบบประสาทสว่ นกลาง (CNS) ไดแ้ ก่ สมอง และไขสันหลัง
นิวโรซีครที อรีเซลล์ นวิ โรซคี รที อรเี ซลล์เป็นเซลลป์ ระสาทท่ีสามารถผลติ ฮอร์โมนได้ พบใน
สมองส่วนไฮโพทาลามัส ฮอร์โมนที่ผลิตจากนิวโรซีครีทอรีเซลล์ เรียกว่า นิวโรฮอร์โมน
(neurohormone) ได้แก่ ฮอร์โมนแอนติไดยูเรดิก (antidiuretic hormone) ทำหน้าที่ควบคุมการ
ดูดน้ำกลับของท่อหน่วยไต ออกซิโทซิน (oxytocin) ทำหน้าที่กระตุ้นการบีบตัวของกล้ามเนื้อมดลูก
ขณะคลอดและกระตุ้นการหดตัวของกล้ามเนื้อเรียบในเต้านมทำให้หลั่งน้ำนมมากขึ้น ฮอร์โมน
เหลา่ นี้ถกู ส่งมายงั ต่อมใต้สมองส่วนหลงั เพื่อหลัง่ สรู่ ะบบหมุนเวียนเลือดของรา่ งกาย
โดย : นางบญุ ลอ้ ม แกว้ ดอน ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชานาญการพเิ ศษ โรงเรยี นเบต็ ต้ีดูเมน 2 ช่องเม็ก
ชดุ ที่ 2 : เซลลป์ ระสาท หน้า |8
ภาพท่ี 2.1 นิวโรซีครีทอรีเซลล์
ทีม่ า : หนังสือเรยี นรายวิชาเพม่ิ เตมิ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชีววิทยา
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 6 เล่ม 1 บรษิ ทั อักษรเจรญิ ทัศน์ อจท. จำกัด (หนา้ 44)
เปรยี บเทยี บลักษณะของเซลลป์ ระสาทและเซลล์ชนิดอ่ืน ๆ
เซลล์ประสาท เซลล์กลา้ มเนอ้ื
เซลลเ์ ยอ่ื บุขา้ งแก้ม เซลล์เม็ดเลือด
ภาพที่ 2.2 เปรียบเทียบลกั ษณะของเซลล์ประสาทและเซลลช์ นิดอน่ื ๆ
ทม่ี า : คลังภาพ อจท.
โดย : นางบญุ ลอ้ ม แกว้ ดอน ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเบต็ ต้ีดูเมน 2 ช่องเมก็
ชุดที่ 2 : เซลลป์ ระสาท หน้า |9
โครงสรา้ งของเซลลป์ ระสาท
ภาพที่ 2.3 โครงสร้างของเซลลป์ ระสาท
ทม่ี า : หนังสอื เรียนรายวิชาเพิ่มเติมวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชวี วิทยา
ช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ 6 เล่ม 1 บรษิ ัทอักษรเจรญิ ทศั น์ อจท. จำกดั (หนา้ 45)
โดย : นางบญุ ลอ้ ม แกว้ ดอน ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเบ็ตต้ีดูเมน 2 ช่องเมก็
ชุดที่ 2 : เซลลป์ ระสาท ห น ้ า | 10
นิวเคลยี ส
ตวั เซลล์
แอกซอน
เย่ือไมอีลนิ
โนดออฟแรนเวียร์
เดนไดรต์
ภาพท่ี 2.4 โครงสร้างของเซลล์ประสาท
ทม่ี า : คลังภาพ อจท.
ตวั เซลล์ มีขนาดประมาณ 4-25 ไมโครเมตร
- นิวเคลียสมีขนาดใหญ่และมีออร์แกเนลล์ตา่ ง ๆ ในไซโทพลาซมึ
- ทำหน้าทส่ี งั เคราะห์สารทจี่ ำเปน็ ตอ่ การดำรงชวี ติ ของเซลล์ประสาทและส่งสารไปยงั
- เซลลป์ ระสาทอน่ื ๆ
เสน้ ใยประสาท (nerve fiber)
- แขนงประสาทท่แี ยกออกจากตวั เซลล์
- แบง่ ออกเปน็ 2 ชนดิ ไดแ้ ก่ เดนไดรต์และแอกซอน
- อาจมเี ดนไดรต์หนึ่งเสน้ ใย หลายเสน้ ใย หรอื ไม่มีเดนไดรต์เลย แต่แอกซอนจะมเี พยี ง
เส้นใยเดียว
- แอกซอนอาจมเี ย่ือไมอลี ินหุ้ม
โดย : นางบญุ ลอ้ ม แกว้ ดอน ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชานาญการพเิ ศษ โรงเรยี นเบ็ตต้ีดูเมน 2 ช่องเมก็
ชุดที่ 2 : เซลลป์ ระสาท ห น ้ า | 11
เซลล์ประสาทจำแนกตามหน้าท่แี ละจำแนกตามรูปร่างได้ ดังน้ี
ประเภทของเซลล์ประสาทจำแนกตามหนา้ ท่ี
ภาพท่ี 2.5 ประเภทของเซลล์ประสาทจำแนกตามหน้าท่ี
ทม่ี า : หนังสอื เรยี นรายวชิ าเพิม่ เตมิ วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชีววิทยา
ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 6 เล่ม 1 บรษิ ทั อักษรเจรญิ ทศั น์ อจท. จำกดั (หนา้ 46)
เซลล์ประสาทรับความรู้สึก (sensory neuron) เซลล์ประสาทที่รับกระแสประสาท
จากหน่วยรับความรู้สึกของร่างกาย มีเดนไดรต์ต่อกับอวัยวะรับความรู้สึกต่างๆ เช่น หู จมูก ตา
ผิวหนัง และแอกซอนต่อกับเซลล์ประสาทอื่น ๆ ทำหน้าที่นำกระแสประสาทเข้าสู่สมองและไขสัน
หลงั
เซลล์ประสาทประสานงาน (association neuron) เป็นเซลล์ประสาทที่อยู่ในสมอง
และไขสันหลังทำหน้าทีเ่ ชื่อมต่อระหว่างเซลล์ประสาทรับความรู้สึกและเซลล์ประสาทสัง่ การ เส้นใย
ประสาทของเซลล์ประสาทประสานงานอาจมคี วามยาวเพยี ง 4-5 ไมโครเมตรเท่านนั้
เซลล์ประสาทสั่งการ (motor neuron) เป็นเซลล์ประสาทที่มีเดนไดรต์ต่อกับเซลล์
ประสาทอื่น ๆ และแอกซอนต่อกับกล้ามเนื้อ ต่อมมีท่อ หรือต่อมไร้ท่อ ซึ่งมักมีแอกซอนยาวกว่า
เดนไดรต์ และอาจมคี วามยาวถงึ 1 เมตร เพราะเซลล์ประสาทสั่งการตอ้ งส่งกระแสประสาทออกจาก
ไขสันหลังเพื่อนำกระแสประสาทไปยังหน่วยปฏิบัติงาน เช่น กล้ามเนื้อแขนและขา ซึ่งอยู่ไกลจาก
ไขสนั หลงั มาก
โดย : นางบญุ ลอ้ ม แกว้ ดอน ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเบต็ ต้ีดูเมน 2 ช่องเม็ก
ชุดท่ี 2 : เซลลป์ ระสาท ห น ้ า | 12
ภาพท่ี 2.6 ประเภทของเซลลป์ ระสาทจำแนกตามรูปรา่ ง
ทีม่ า : หนังสอื เรยี นรายวิชาเพม่ิ เตมิ วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชีววิทยา
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 6 เล่ม 1 บรษิ ทั อักษรเจริญทัศน์ อจท. จำกัด (หน้า 47)
เซลล์ประสาทขั้วเดียว (unipolar neuron) มีแอกซอนแยกออกจากตัวเซลล์เพียง 1
เสน้ ใย พบในเซลล์ประสาททห่ี ลั่งฮอร์โมนในสัตว์
เซลล์ประสาทขั้วเดียวเทียม (pseudouni polar neuron)มีเส้นใยประสาทแยกออก
จากตัวเซลล์เส้นใยเดียวแล้วแตกเป็น 2 เส้นใย บริเวณปลายของเส้นใยหนึ่งแตกออกเป็นเดนไดรต์
ทำหน้าที่รับสัญญาณจากหน่วยรับความรู้สึกและส่งสัญญาณไปยังอีกเส้นใยหนึ่งโดยไม่ผ่านตัวเซลล์
แล้วไปเชื่อมกบั เซลลป์ ระสาทประสานงานในไขสันหลัง พบบริเวณปมประสาทรากบนของไขสนั หลงั
เซลล์ประสาทสองขั้ว (bipolar neuron)มีเส้นใยประสาท 2 เส้นใย เส้นใยหนึ่งเป็น
แอกซอนและอีกเส้นใยเป็นเดนไดรส์ ซึ่งมีความยาวใกล้เคียงกัน พบบริเวณเซลล์ประสาทรับ
ความรูส้ กึ เช่น เรตนิ าของตา คอเคลยี ของหู เยื่อบจุ มูก
เซลล์ประสาทหลายขั้ว (multipolar neuron) มีแอกซอน 1 เส้นใย และเดนไดรด์ 2
เส้นใย หรือมากกว่า ซึ่งแอกซอนและเดนไดรค์มีขนาดสั้น ทำหน้าที่นำคำสั่งไปยังอวัยวะตอบสนอง
พบในสมอง
โดย : นางบญุ ลอ้ ม แกว้ ดอน ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชานาญการพเิ ศษ โรงเรยี นเบ็ตต้ีดูเมน 2 ช่องเมก็
ชดุ ที่ 2 : เซลลป์ ระสาท ห น ้ า | 13
ภาพที่ 2.7 ประเภทของเซลลป์ ระสาทจำแนกตามรปู รา่ ง
ที่มา : หนังสอื เรยี นรายวิชาเพม่ิ เตมิ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชวี วิทยา
ช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ 6 เล่ม 1 บรษิ ทั อกั ษรเจรญิ ทศั น์ อจท. จำกัด (หนา้ 48)
ภาพท่ี 2.8 เซลลป์ ระสาท
ท่ีมา : https://www.baanjomyut.com/library_2/extension-1/neurons/index.html
โดย : นางบญุ ลอ้ ม แกว้ ดอน ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชานาญการพเิ ศษ โรงเรยี นเบ็ตต้ีดูเมน 2 ช่องเม็ก
ชุดที่ 2 : เซลลป์ ระสาท ห น ้ า | 14
ใยประสาท (Nerve fiber)
แบง่ ตามการทำหนา้ ท่ี เปน็ ใยประสาท 2 ชนิด คอื เดนไดรต์และแอกซอน
• เดนไดรต์ (dendrite) คือ ส่วนของใยประสาททท่ี ำหน้าท่ีรับการกระตุ้นของส่ิงเร้า ท้ังส่ิงเร้า
จากภายนอกและจากเซลล์ประสาทอื่นๆ เดนไดรต์มีหลายเส้น ลักษณะเป็นเส้นใยที่แตก
แขนงสน้ั ๆ โดยทั่วไปเป็นใยประสาทท่นี ำกระแสประสาทในทศิ ทางเขา้ สู่ตวั เซลล์
• แอกซอน (Axon) คอื สว่ นของใยประสาทท่ีทำหน้าท่ีนำกระแสประสาทออกจากบริเวณเดน
ไดรต์ ไปสเู่ ซลลอ์ ่ืนๆ โดยทว่ั ไปแอกซอนมีเส้นเดียว ลักษณะเปน็ เส้นใยยาวมาก มีส่วนปลาย
ที่แตกแขนงเล็กน้อย ความยาวของเซลล์ประสาทมากจากความยาวของแอกซอน เช่น เซลล์
ประสาทรับความรู้สึกที่นิ้วเท้าเซลลห์ นึ่งมีตัวเซลลข์ นาด 0.1 มิลลิเมตร มีแอกซอนยาวเป็น
เมตรไปถงึ ไขสันหลัง
ตำแหน่งของตัวเซลล์ ในเซลล์ประสาททั่วไป ตัวเซลล์อยู่ระหว่างแอกซอนกับเดนไดรต์
กล่าวคือ มีแอกซอนอยู่ด้านหนึ่งและเดนไดรต์อยู่ด้านตรงข้ามของตัวเซลล์ แต่เซลล์ประสาทมีชนิด
และหน้าที่ต่างๆ กันมากมาย พบว่าตำแหน่งของตัวเซลล์อาจอยู่ที่ช่วงไหนของใยประสาทก็ได้
ตัวอย่างเช่น เซลล์ประสาทรับความรู้สึกเซลล์หนึ่งของผิวหนัง มีตัวเซลล์ยื่นออกมาจากแอกซอน
จำนวนและความยาวของใยประสาท ข้ึนอย่กู ับชนดิ และหนา้ ที่ ของเซลลป์ ระสาทเช่นกัน ใยประสาท
มีลักษณะเป็นเส้นละเอียดบางๆ เหมือนกัน แต่มีขนาดความยาวต่างกันมาก อาจยาวตั้งแต่ไขสัน
หลังจากปลายเท้า (ประมาณ 1 เมตร) ในขณะที่เซลล์ประสาทประสานงานสมองและไขสันหลังมีใย
ประสาทขนาดเล็กและเรียงอัดแน่น-แอกซอนที่อยู่ภายนอกระบบประสาทกลาง มีเยื่อหุ้มเป็นสาร
ไขมันเรียนกว่า ไมอีลิน (myelin sheath) ซึ่งมีต้นกำเนิดเป็นเย่ือหุ้มเซลล์ของเซลล์ชวานน์
(Schwann cell) ทล่ี ้อมรอบแอกซอนอยู่ และทำหน้าที่ให้อาหารแก่เซลล์ประสาท แอกซอนมีเย่ือไม
อลี นิ หมุ้ อยเู่ ปน็ ช่วงๆจุดทไี่ ม่ถูกหุม้ เรยี กวา่ โนดออฟแรนเวยี ร์ (node of Ranvier)
แอกซอนที่อยู่ภายในระบบประสาทกลาง มีเยื่อหุ้มไมอีลิน สร้างจากเซลล์ เรียกว่า
นวิ โรเกลีย (neuroglia) ทำหน้าท่ปี อ้ งกันและหล่อเลีย้ งเซลล์ประสาทในสมอง
เซลลป์ ระสาท หรอื นิวรอน เป็นเซลล์เรา้ ไดด้ ว้ ยกระแสไฟฟ้าท่ีทำหน้าท่ีประมวลและ
สง่ ข้อมูลผ่านสัญญาณไฟฟ้าและเคมี โดยสง่ ผ่านจดุ ประสานประสาท (synapse) ซึง่ เป็นการเชื่อมต่อ
โดยเฉพาะกับเซลล์อื่น ๆ นิวรอนอาจเชื่อมกันเป็นโครงข่ายประสาท (neural network) และเป็น
องค์ประกอบหลักของสมองกับไขสันหลังในระบบประสาทกลาง (CNS) และของปมประสาท
(ganglia) ในระบบประสาทนอกส่วนกลาง (PNS) นิวรอนทีท่ ำหนา้ ท่โี ดยเฉพาะ ๆ รวมทงั้
เซลล์ประสาทรบั ความรู้สกึ (sensory neuron) ตอบสนองตอ่ สมั ผสั เสยี ง แสง และส่ิง
เรา้ อ่ืน ๆ แล้วส่งตอ่ สญั ญาณ/ข้อมลู ไปยังไขสันหลงั และสมองต่อไป
โดย : นางบญุ ลอ้ ม แกว้ ดอน ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเบต็ ต้ีดูเมน 2 ช่องเมก็
ชุดที่ 2 : เซลลป์ ระสาท ห น ้ า | 15
เซลล์ประสาทสั่งการ (motor neuron) รับสัญญาณจากสมองและไขสันหลัง แล้วทำ
ใหก้ ลา้ มเนอ้ื เกร็งคลาย และทำให้ตอ่ มต่าง ๆ หลงั่ สาร
เซลล์ประสาทต่อประสาน (interneuron) เชื่อมนิวรอนต่าง ๆ ในสมองเขตเดียวกัน
หรือเชอื่ มเปน็ โครงขา่ ยประสาทในไขสันหลงั
นิวรอนโดยทั่วไปจะมีตัวเซลล์ที่เรียกว่า soma, ใยประสาทนำเข้า/เดนไดรต์
(dendrite), และแกนประสาทนำออก/แอกซอน (axon) คำภาษาอังกฤษว่า neurite สามารถใช้
เรียกทั้งเดนไดรต์และแอกซอน โดยเฉพาะในระยะที่เซลล์ยังไม่พัฒนาแยกเป็นเซลล์โดยเฉพาะ ๆ
(undifferentiated) ส่วนเดนไดรต์เป็นโครงสร้างบาง ๆ ที่ยื่นออกจากตัวเซลล์ บ่อยครั้งยาว
เป็นร้อย ๆ ไมโครเมตรและแยกออกเป็นสาขา ๆ รวมกันเป็นต้นไม้เดนไดรต์ (dendritic tree)
ที่ซับซ้อน แอกซอน (หรือเรียกว่า nerve fiber ถ้ามีปลอกไมอีลิน) เป็นโครงสร้าง (process) ที่ยื่น
ออกจากตัวเซลล์ตรงตำแหน่งเฉพาะที่เรียกว่า axon hillock และอาจยาวถึง 1 เมตรในมนุษย์หรือ
มากกว่านั้นในสปีชีส์อื่น ๆ "nerve fiber" บ่อยครั้งรวมตัวกันเป็น "nerve fascicle" และในระบบ
ประสาทนอกส่วนกลาง (PNS) fascicle จะรวมตัวกันเปน็ "nerve" แม้ว่าตวั เซลลป์ ระสาทเองอาจจะ
มีเดนไดรตย์ น่ื ออกหลายอนั แตจ่ ะมแี อกซอนย่นื ออกเพยี งแค่อันเดียว ถงึ กระนน้ั แอกซอนก็อาจแตก
สาขาเปน็ ร้อย ๆ คร้งั ก่อนจะส้นิ สุดลง
ในจุดประสานประสาทโดยมาก สัญญาณจะดำเนินจากแอกซอนของเซลล์หนึ่ง ไปยัง
เดนไดรต์ของอีกเซลลห์ น่งึ แตว่ า่ ก็มีข้อยกเว้นมากมาย เชน่ นวิ รอนอาจไร้เดนไดรต์ หรอื ไร้แอกซอน
และจดุ ประสานประสาทสามารถเช่อื มแอกซอนกับแอกซอน หรอื เชื่อมเดนไดรต์กบั เดนไดรต์
นิวรอนทั้งหมดสามารถเร้าได้โดยกระแสไฟฟ้า โดยรักษาศักย์ไฟฟ้าที่ต่างกันระหว่าง
ภายในภายนอกเซลล์ข้ามเย่ือหมุ้ เซลล์ โดยใช้ปม๊ั ไอออน (หรอื ion transporter) บวกกบั ช่องไอออน
ที่ฝังอยู่ในเย่ือหุ้มเซลล์เพือ่ รักษาความเขม้ ข้นของไอออนตา่ ง ๆ (เช่น โซเดียม โพแทสเซียม คลอไรด์
และแคลเซียม) ในระดับที่ต่างกันระหว่างภายในภายนอกเซลล์ ความเปลี่ยนแปลงของความต่าง
ศักย์ไฟฟ้าข้ามเยื่อหุ้มเซลล์อาจเปลี่ยนการทำงานของช่องไอออนที่เปิดปิดโดยศักย์ไฟฟ้า (Voltage-
gated ion channel) ถ้าศักย์ต่างเปลี่ยนมากพอ ก็จะมีผลเป็นศักยะงาน (action potential) ที่ยิง
แบบเกิดหรือไม่เกิด (all-or-none) และเป็นพัลส์ไฟฟ้าเคมีที่วิ่งไปอย่างรวดเร็วทางแอกซอนของ
เซลล์ แลว้ จบลงดว้ ยการส่งสญั ญาณข้ามเซลล์ทจ่ี ุดประสานประสาท (โดยเซลล์ประสาทต่อไปอาจส่ง
สัญญาณตอ่ )
ในกรณีโดยมาก นิวรอนเกิดจากเซลล์ต้นกำเนิดโดยเฉพาะ ๆ และนิวรอนในสมอง
ผู้ใหญ่ปกติจะไม่มีการแบ่งเซลล์ แต่ก็พบว่า astrocyte ซึ่งเป็นเซลล์เกลีย (glial cell) รูปดาว
สามารถเปลี่ยนเป็นนิวรอนได้เพราะมีลักษณะ pluripotency ของเซลล์ต้นกำเนิด กำเนิดของเซลล์
ประสาท (Neurogenesis) โดยมากในสมองจะหยุดลงเมื่อถึงวัยผู้ใหญ่ แต่ก็มีหลักฐานที่ชัดเจนว่ามี
โดย : นางบญุ ลอ้ ม แกว้ ดอน ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชานาญการพเิ ศษ โรงเรยี นเบต็ ต้ีดูเมน 2 ช่องเม็ก
ชุดที่ 2 : เซลลป์ ระสาท ห น ้ า | 16
นิวรอนเกิดใหม่จำนวนมากในเขตสมองสองเขต คือท่ีฮิปโปแคมปัส และที่ olfactory bulb ซึ่งเป็น
โครงสรา้ งประสาทในสมองสว่ นหนา้ ทีม่ หี นา้ ที่เก่ยี วกับการได้กลิ่น
นิวรอนเป็นเซลล์โดยเฉพาะที่พบในสัตว์กลุ่ม eumetozoa ทุกอย่าง และมีสัตว์เพียง
บางอยา่ งเช่น ฟองนำ้ และสตั วไ์ ม่ซับซอ้ นบางประเภท ทีไ่ ร้นิวรอน
ลักษณะที่เป็นตัวกำหนดนิวรอนก็คือสามารถเร้าได้ด้วยกระแสไฟฟ้า[4] และการมีจุด
ประสานประสาท (synapse) ซึ่งเปน็ จุดต่อซับซ้อนของเย่อื หุ้มเซลล์ท่สี ่งสญั ญาณไปยงั เซลล์อนื่ ๆ
นิวรอนกับเซลล์เกลียที่เป็นตัวสนับสนุนโดยโครงสร้างและเมแทบอลิซึม รวมกันเป็น
ระบบประสาท ในสัตว์มีกระดูกสันหลัง นิวรอนส่วนมากจะอยู่ในระบบประสาทกลาง (CNS) แต่ก็มี
บางส่วนอยู่ที่ปมประสาท (ganglia) ในระบบประสาทนอกส่วนกลาง (PNS) และมีเซลล์ประสาทรับ
ความรู้สึกจำนวนมากในอวยั วะรับความรู้สกึ เช่นจอตาและหูชน้ั ในรปู หอยโข่ง (cochlea)
นิวรอนปกติจะแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ ตัวเซลล์ (soma หรือ cell body) ใยประสาท
นำเข้า/เดนไดรต์ (dendrite) และแกนประสาทนำออก/แอกซอน (axon) ตัวเซลลป์ กตจิ ะมีลักษณะ
กระชับ แตเ่ ดนไดรตแ์ ละแอกซอนจะยื่นออกไปจากตวั เซลล์ เดนไดรตป์ กติจะมีสาขามากมาย โดยแต่
ละสาขาจะบางลง ๆ และจะยื่นออกไปไกลที่สุด 2-3 ร้อยไมโครเมตรจากตัวเซลล์ ส่วนแอกซอนจะ
ยื่นออกจากตัวเซลล์ที่ axon hillock และสามารถไปได้ไกล โดยมีสาขาเป็นร้อย ๆ แต่ว่าไม่
เหมอื นกับเดนไดรต์ แอกซอนจะดำรงขนาดไปจนสุด ตัวเซลล์อาจจะมีเดนไดรต์มากมายแต่จะมีแอก
ซอนเพียงแคอ่ ันเดียว
ตัวเซลล์และเดนไดรต์เป็นตัวรับสัญญาณไซแนปส์จากเซลล์ประสาทอื่น ๆ ส่วน
สัญญาณจะส่งผ่านแอกซอน ดังนั้น จุดประสานประสาทโดยทั่วไปก็คือการเชื่อมต่อกันระหว่างแอก
ซอนของเซลล์หนึ่งไปยังเดนไดรต์หรือตัวเซลล์ของนิวรอนอีกตัวหนึ่ง สัญญาณที่ส่งอาจจะเป็นแบบ
เร้า (excitatory) หรือแบบห้าม (inhibitory) ถ้าการเร้าสุทธิที่นิวรอนได้รับในระยะเวลาสั้น ๆ
มีระดับเพียงพอ นิวรอนก็จะสร้างพัลส์ที่เรียกว่าศักยะงาน (action potential) เริ่มที่ตัวเซลล์แล้ว
ส่งไปอย่างรวดเร็วทางแอกซอน เมื่อถึงที่สุด ปลายนิวรอน (axon terminal) ก็จะส่งสัญญาณต่อท่ี
จดุ ประสานประสาทไปยังนิวรอนอ่นื ๆ ทเี่ ช่อื มต่อ
นิวรอนจำนวนมากมลี ักษณะดงั ที่ว่า แตว่ ่าก็มีขอ้ ยกเว้นทุกอย่าง คอื มีท้ังนิวรอนท่ีไม่มี
ตัวเซลล์ ไม่มีเดนไดรต์ และไม่มีแอกซอน นอกจากจุดประสานประสาทที่ส่งสัญญาณไปยังเดนไดรต์
(axodendritic) หรือตัวเซลล์ (axosomatic) แล้ว ยังมีจุดประสานท่ีส่งสัญญาณจาก แอกซอนไปยัง
แอกซอน (axoaxonic, axon-to-axon) หรือจากเดนไดรต์ไปยังเดนไดรต์ (dendrodendritic,
dendrite-to-dendrite)
โดย : นางบญุ ลอ้ ม แกว้ ดอน ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเบต็ ต้ีดูเมน 2 ช่องเมก็
ชุดท่ี 2 : เซลลป์ ระสาท ห น ้ า | 17
หน้าที่หลักของนิวรอนก็คือการส่งสัญญาณข้ามจุดประสานประสาท ซึ่งโดยส่วนหนึ่ง
เป็นทางไฟฟา้ และส่วนหนง่ึ เปน็ ทางเคมี คุณลักษณะทางไฟฟา้ จะข้นึ อยู่กบั คณุ สมบตั ิของเยื่อหุ้มเซลล์
ประสาท
เหมือนกับเซลล์อื่น ๆ ในสัตว์ ตัวเซลล์ของนิวรอนจะหุ้มด้วยเยื่อหุ้มเซลล์ ซึ่งเป็น
โมเลกุลลิพิด 2 ชั้นที่มีโครงสร้างโปรตีนต่าง ๆ ฝังอยู่ เยื่อลิพิด 2 ชั้นเช่นนี้เป็นฉนวนไฟฟ้าที่ดี แต่ใน
นวิ รอน โครงสรา้ งโปรตีนท่ีฝังอยใู่ นเยื่อจะมีฤทธ์ิทางไฟฟ้า รวมทง้ั ช่องไอออนที่เปิดให้ไอออนข้ัวบวก
หรือลบขา้ มผา่ นเย่อื และป๊มั ไออนที่ป๊มั ไอออนจากด้านหนึง่ ของเย่อื ไปยังอีกด้านหนงึ่
ช่องไอออนโดยมากเปิดให้ไอออนโดยเฉพาะ ๆ ข้าม บางอย่างเปิดปิดโดยศักย์ไฟฟ้า
(voltage gated) ซึ่งหมายความว่าจะอยู่ในสภาพเปดิ ปิดขึน้ อยู่กับความแตกต่างของศักย์ไฟฟ้าข้าม
เยื่อบางอยา่ งเปิดปดิ ทางเคมี (chemically gated) ซงึ่ หมายความว่าจะอยู่ในสภาพเปิดปิดโดยอาศัย
ปฏสิ มั พนั ธท์ างเคมกี ับของเหลวท่ีอยรู่ ะหวา่ งเซลล์
ปฏิสัมพันธ์ของช่องไอออนและปั๊มไอออนทำให้เกิดความต่างศักย์ข้ามเยื่อหุ้มเซลล์
โดยปกติอยู่ที่ประมาณน้อยกว่า 1/10 โวลต์เล็กน้อย ศักย์ไฟฟ้าที่ว่ามีหน้าที่สองอย่าง อย่างแรกคือ
เป็นแหล่งพลังงานสำหรับโครงสร้างโปรตีนท่ีเปิดปิดโดยศักย์ไฟฟ้าที่ฝงั อยู่ในเย่ือ อย่างที่สองคือเป็น
มูลฐานการสง่ สัญญาณไฟฟ้าระหว่างส่วนต่าง ๆ ของเยื่อห้มุ เซลล์
นิวรอนส่งสัญญาณผ่านจุดประสานประสาททางเคมี (chemical synapse) และจุด
ประสานประสาททางไฟฟ้า (electrical synapse) ในกระบวนการที่เรียกว่าการสื่อประสาท
(neurotransmission) หรือการสื่อผ่านไซแนปส์ (synaptic transmission) กระบวนการหลักท่ี
จุดชนวนให้เซลล์ปล่อยสารสื่อประสาท (neurotransmitter) ก็คือศักยะงาน (action potential)
ซงึ่ เป็นสญั ญาณไฟฟ้าว่ิงผ่าน และสรา้ งโดยอาศัยความต่างศักย์ของเย่ือหุ้มเซลล์/เยื่อหุ้มเซลล์ที่เร้าได้
ดว้ ยไฟฟา้ โดยเกิดในลกั ษณะเปน็ คล่ืนของการลดขวั้ (depolarization)
โดย : นางบญุ ลอ้ ม แกว้ ดอน ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเบ็ตต้ีดูเมน 2 ช่องเม็ก
ชดุ ท่ี 2 : เซลลป์ ระสาท ห น ้ า | 18
ภาพที่ 2.9 แผนผังแสดงเซลลส์ ่ังการ (motor neuron) ท่ัวไปของสัตว์มกี ระดกู สันหลัง
โดยประกอบด้วยปลอกไมอลี ิน
ทม่ี า : https://th.wikipedia.org/wiki
โดย : นางบญุ ลอ้ ม แกว้ ดอน ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเบต็ ต้ีดูเมน 2 ช่องเมก็
ชุดท่ี 2 : เซลลป์ ระสาท ห น ้ า | 19
บัตรกิจกรรมท่ี 2.1
สรุปสาระสำคัญ เร่ือง เซลล์ประสาท
คำส่งั ใหน้ ักเรียนสรปุ สาระสำคัญ เรอ่ื ง เซลล์ประสาท
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
เจา้ ของผลงาน ช่ือ……………………………..…………………………………ชั้น……………..เลขท่ี…………
โดย : นางบญุ ลอ้ ม แกว้ ดอน ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชานาญการพเิ ศษ โรงเรยี นเบต็ ต้ีดูเมน 2 ช่องเมก็
ชุดที่ 2 : เซลลป์ ระสาท ห น ้ า | 20
บตั รกจิ กรรมท่ี 2.2
แผนผังมโนทศั น์ เรือ่ ง เซลลป์ ระสาท
คำชี้แจง ให้นักเรียนสรุปความรู้ที่เกี่ยวกับ “เซลล์ประสาท” เป็นแผนผังมโนทัศน์ (Concept
Mapping) ในกระดาษที่แจกให้แลว้ นำเสนอผลงานหน้าชน้ั เรยี น
โดย : นางบญุ ลอ้ ม แกว้ ดอน ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเบต็ ต้ีดูเมน 2 ช่องเมก็
ชุดท่ี 2 : เซลลป์ ระสาท ห น ้ า | 21
บตั รกิจกรรมที่ 2.3
ถอดบทเรยี น เร่ือง เซลล์ประสาท
คำชี้แจง ให้นักเรียนถอดบทเรียนที่เกี่ยวกับ “เซลล์ประสาท” ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียงเป็น ในกระดาษชาร์ตท่ีกำหนดใหแ้ ลว้ นำเสนอผลงานโดยนำไปตดิ ป้ายนิเทศหน้าชัน้ เรยี น
โดย : นางบญุ ลอ้ ม แกว้ ดอน ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชานาญการพเิ ศษ โรงเรยี นเบต็ ต้ีดูเมน 2 ช่องเม็ก
ชดุ ท่ี 2 : เซลลป์ ระสาท ห น ้ า | 22
แบบฝกึ หัด
เรื่อง เซลล์ประสาท
คำชี้แจง : ใหน้ ักเรยี นตอบคำถามตอ่ ไปนใี้ หถ้ ูกต้องทีส่ ดุ
1. เซลล์ประสาทมีลกั ษณะอยา่ งไร
............................................................................................................................. .................................
................................................................................................. .............................................................
............................................................................................................................. .................................
..............................................................................................................................................................
2. เซลล์ประสาทที่สังเกตเห็นภายใต้กล้องจุลทรรศน์จำแนกตามรูปร่างได้เป็นประเภทใด อธิบาย
ประกอบ
..............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................
............................................................................................................................. .................................
..............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................
.......................................................................................................................................... ....................
3. เซลลป์ ระสาทมีรูปรา่ งเหมาะสมต่อการทำหนา้ ท่ีอยา่ งไร
............................................................................................................................. .................................
................................................................................................. .............................................................
............................................................................................................................. .................................
..............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................
............................................................................................................................. .................................
..............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................
................................................................................................. .............................................................
โดย : นางบญุ ลอ้ ม แกว้ ดอน ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเบ็ตต้ีดูเมน 2 ช่องเม็ก
ชุดท่ี 2 : เซลลป์ ระสาท ห น ้ า | 23
4. แอกซอนและเดนไดรต์มีลักษณะแตกตา่ งกันอย่างไร
............................................................................................................................. .................................
................................................................................................. .............................................................
............................................................................................................................. .................................
..............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................
............................................................................................................................. .................................
5. เซลล์ประสาทเมอื่ แบง่ ตามรปู รา่ งลักษณะรปู รา่ งสามารถแบง่ ออกไดเ้ ปน็ กี่ประเภท แต่ละประเภท
แตกตา่ งกันอย่างไร
............................................................................................................................. .................................
..............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................
............................................................................................................................. .................................
................................................................................................ ..............................................................
............................................................................................................................. .................................
................................................................................................. .............................................................
............................................................................................................................. .................................
..............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................
............................................................................................................................. .................................
..............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................
................................................................................................. .............................................................
โดย : นางบญุ ลอ้ ม แกว้ ดอน ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเบต็ ต้ีดูเมน 2 ช่องเม็ก
ชดุ ท่ี 2 : เซลลป์ ระสาท ห น ้ า | 24
รายวิชาชีววิทยา 5 แบบทดสอบหลังเรียน ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 6
เรอื่ ง เซลล์ประสาท
รหสั วชิ า ว30250
คำชแี้ จง 1. แบบทดสอบฉบับนี้ จำนวน 10 ข้อ คะแนนเตม็ 10 คะแนน เวลาท่ีใช้ 10 นาที
2. จงเลือกคำตอบท่ถี ูกต้องทส่ี ดุ แล้วเขียนเคร่อื งหมาย ลงในกระดาษคำตอบ
1. เซลลป์ ระสาทมีลักษณะอย่างไร
ก. ตวั เซลล์กลมแบน ตรงกลางเวา้
ข. ตวั เซลลม์ เี ส้นใยประสาทแยกออกมา
ค. ตวั เซลล์มลี ักษณะกลม นิวเคลียสมีลกั ษณะเป็นพู
ง. ตวั เซลลม์ ลี ักษณะกลมหรอื รี มนี ิวเคลียสอยูต่ รงกลาง
2. เซลลป์ ระสาทสองข้ัวพบบรเิ วณใดของรา่ งกาย
ก. สมอง
ข. ไขสนั หลงั
ค. กลา้ มเนอ้ื เรยี บ
ง. เรตนิ าของลกู ตา
3. ข้อใดเป็นอวัยวะท่เี กี่ยวข้องกับระบบประสาท
ก. สมอง ไขสนั หลงั และเซลลป์ ระสาท
ข. สมองและเสน้ ประสาท
ค. สมองและไขสันหลัง
ง. สมอง
4. ส่วนใดทำให้เซลล์ประสาทสง่ กระแสประสาทเรว็ ขึ้น
ก. แอกซอน
ข. เดนไดรต์
ค. เยื่อไมอลี นิ
ง. โนดออฟแรนเวียร์
โดย : นางบญุ ลอ้ ม แกว้ ดอน ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชานาญการพเิ ศษ โรงเรยี นเบต็ ต้ีดูเมน 2 ช่องเม็ก
ชดุ ที่ 2 : เซลลป์ ระสาท ห น ้ า | 25
จากภาพตอบคำถามข้อ 5.
5. สว่ นประกอบ A และ B ในเซลลป์ ระสาทคือส่วนใด
ก. A – แอกซอน B – เดนไดรต์
ข. A – เดนไดรต์ B – แอกซอน
ค. A – นิวเคียส B – เดนไดรต์
ง. A – นิวเคียส B – แอกซอน
6. เซลลป์ ระสาทประสานงานพบบริเวณสว่ นใดของร่างกาย
ก. สมอง
ข. กล้ามเนอ้ื
ค. ตอ่ มไร้ท่อ
ง. อวัยวะรบั ความรสู้ กึ
7. ข้อใดจับค่รู ะหวา่ งชนดิ ของเซลล์ประสาทและหนา้ ทีไ่ ดไ้ ม่ถูกต้อง
ก. เซลล์ประสาทประสานงาน-รบั กระแสประสาทจากเซลล์หน่งึ สง่ ไปยงั อกี เซลลห์ นึง่
ข. เซลลป์ ระสาทรบั ความรู้สึก-รับความรู้สกึ จากสว่ นต่างๆ แลว้ สง่ ไปยังระบบประสาท
สว่ นกลาง
ค. เซลลป์ ระสาทนำคำสงั่ -นำกระแสประสาทจากหนว่ ยปฏิบัติงานเขา้ สรู่ ะบบประสาท
ส่วนกลาง
ง. เซลล์ประสาทนำคำสง่ั -นำกระแสประสาทออกจากระบบประสาทส่วนกลางไปยังหนว่ ย
ปฏิบตั ิงาน
โดย : นางบญุ ลอ้ ม แกว้ ดอน ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชานาญการพเิ ศษ โรงเรยี นเบ็ตต้ีดูเมน 2 ช่องเม็ก
ชดุ ท่ี 2 : เซลลป์ ระสาท ห น ้ า | 26
8. ขอ้ ใดคือศูนย์ควบคมุ ระบบประสาทส่วนกลาง
ก. สมอง
ข. ไขสันหลงั
ค. ใยประสาท
ง. ถกู ต้องทงั้ ข้อ 1 และ 2
9. เซลลป์ ระสาทสองข้วั พบทส่ี ่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ยกเว้นข้อใด
ก. ตอ่ มรบั รส
ข. ไขสันหลัง
ค. เยื่อบจุ มูก
ง. คอเคลีย
10. เยอื่ ไมอลี ินท่พี บในเซลล์ประสาทของสัตว์มกี ระดูกสนั หลงั สร้างจากโครงสรา้ งใด
ก. แอกซอน
ข. เดนไดรต์
ค. เซลล์ชวันน์
ง. ตวั เซลล์ของเซลล์ประสาท
โดย : นางบญุ ลอ้ ม แกว้ ดอน ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชานาญการพเิ ศษ โรงเรยี นเบต็ ต้ีดูเมน 2 ช่องเม็ก
ชดุ ที่ 2 : เซลลป์ ระสาท ห น ้ า | 27
กระดาษคำตอบ
แบบทดสอบก่อนเรยี นและหลงั เรยี น
ชุดท่ี 2 เซลล์ประสาท
แบบทดสอบก่อนเรียน ง แบบทดสอบหลังเรยี น ง
ขอ้ ก ข ค ขอ้ ก ข ค
1 1
2 2
3 3
4 4
5 5
6 6
7 7
8 8
9 9
10 10
คะแนนเตม็ 10 คะแนน คะแนนเตม็ 10 คะแนน
ได้ ...................คะแนน ได้ ...................คะแนน
โดย : นางบญุ ลอ้ ม แกว้ ดอน ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเบ็ตต้ีดูเมน 2 ช่องเมก็
ชดุ ที่ 2 : เซลลป์ ระสาท ห น ้ า | 28
บรรณานุกรม
เกศทิพย์ อศิ รางกรู ณ อยุธยา และฤทธ์ิ วัฒนชยั ย่ิงเจรญิ . (2564). หนังสือเรียนรายวิชาเพ่มิ เติม
วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชวี วิทยา ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 6 เล่ม 1. (พิมพ์ครัง้ ท่ี 3)
กรุงเทพฯ : ไทยรม่ เกลา้ , บริษัทอักษรเจริญทัศน์ อจท. จำกดั .
จริ สั ย์ เจนพาณชิ ย์ (2558). ชวี วิทยาสำหรบั นักเรียนมัธยมปลาย. กรุงเทพมหานคร :
หจก.สามลดา.
ซีร์สตาร์ (2552). ชวี วิทยา เล่ม 1. (แปลจาก Biology 1 Concepts and Applications
โดยทีมคณาจารย์ ภาควิชาชีววิทยามหาวิทยาลยั ขอนแกน่ , ผูแ้ ปล). กรงุ เทพมหานคร :
เจเอสที พับลิชชง่ิ จำกัด.
นงลกั ษณ์ สวุ รรณพินิจ และ ปรีชา สวุ รรณพินจิ (2552). จุลชวี วิทยาท่วั ไป. กรุงเทพมหานคร :
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลยั .
ปรีชา สวุ รรณพินจิ และนงลกั ษณ์ สุวรรณพนิ จิ (2549). ชีววทิ ยา 2. กรุงเทพมหานคร :
จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั .
วันดี วัฒนชยั ยง่ิ เจรญิ (2552). การจัดจำแนกสงิ่ มีชีวติ . ภาควชิ าชวี วิทยา คณะวทิ ยาศาสตร์ :
มหาวทิ ยาลยั นเรศวร.
ศึกษาธิการ, กระทรวง. (2560). ตวั ชี้วดั และสาระการเรยี นรู้แกนกลาง กลุม่ สาระการเรียนรู้
วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลกั สูตรแกนกลาง
การศึกษาชั้นพืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551. กรุงเทพมหานคร : โรงพมิ พ์ซมุ นมุ สหกรณ์
การเกษตรแหง่ ประเทศไทย.
ส่งเสรมิ การสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, สถาบนั . (2554). หนังสอื เรียนรายวชิ าชวี วิทยา
เพ่มิ เติมเล่ม 5. กรงุ เทพมหานคร : สกสค.
สง่ เสริมการสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี, สถาบนั . (2555). คู่มือครูรายวชิ าชีววทิ ยาเพมิ่ เตมิ
เลม่ 5. กรุงเทพมหานคร : สกสค.
สง่ เสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, สถาบัน. (2556). หนงั สอื เรียนรายวชิ าเพ่ิมเดิม
ชีววทิ ยา เลม่ 2 ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี 4-6 กลุม่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร.์
พมิ พ์ครง้ั ที่ 9. กรงุ เทพมหานคร : โรงพมิ พค์ ุรสุ ภาลาดพรา้ ว.
สง่ เสริมการสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี, สถาบนั .(2558). หนงั สอื เรียนรายวชิ าเพ่ิมเดมิ
ชวี วทิ ยา เลม่ 1 ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 4-6 กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร.์
พิมพค์ ร้งั ที่ 9. กรงุ เทพมหานคร : โรงพมิ พค์ รุ สุ ภาลาดพรา้ ว.
สตาร์, ซซี าย. (2553). ชีววทิ ยา เล่ม 2. กรงุ เทพมหานคร : เซนเกจ เลนิ นง่ิ .
โดย : นางบญุ ลอ้ ม แกว้ ดอน ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเบ็ตต้ีดูเมน 2 ช่องเม็ก
ชดุ ที่ 2 : เซลลป์ ระสาท ห น ้ า | 29
โดย : นางบญุ ลอ้ ม แกว้ ดอน ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชานาญการพเิ ศษ โรงเรยี นเบ็ตต้ีดูเมน 2 ช่องเมก็
ชุดที่ 2 : เซลลป์ ระสาท ห น ้ า | 30
บตั รกิจกรรมท่ี 2.1
สรุปสาระสำคัญ เร่ือง เซลล์ประสาท
คำสง่ั ให้นักเรยี นสรุปสาระสำคัญ เรอื่ ง เซลล์ประสาท
…แ…น…ว…ค…ำต…อ…บ…………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………ห…น…่ว…ยท…ำ…ง…าน…ข…อ…งร…ะ…บ…บ…ป…ระ…ส…า…ท…ค…ือ…เซ…ล…ล…์ป…ระ…ส…า…ท…ซ…ึ่ง…ป…ระ…ก…อ…บ…ด้ว…ย…ต…ัวเ…ซ…ลล…์แ…ล…ะ…เส…้น…ใย…
…ป…ร…ะ…ส…าท…ท…ที่ …ำ…หน…า้ …ท…่รี …บั แ…ล…ะ…ส…ง่ ก…ร…ะแ…ส…ป…ระ…ส…า…ท…เร…ยี ก…ว…า่ …เ…ดน…ไ…ด…รต…์แ…ล…ะแ…อ…ก…ซ…อน……ต…าม…ล…ำด…ับ………………
………………เ…ซล…ล…ป์ …ระ…ส…า…ท…จำ…แ…น…ก…ตา…ม…ห…น…้าท…ี่ …ได…เ้ ป…็น…เ…ซล…ล…์ป…ระ…ส…า…ท…รบั …ค…ว…าม…ร…้สู …ึก…เซ…ล…ล…์ป…ระ…ส…าท…ส…ง่ั …ก…าร…
…แ…ล…ะ…เซ…ล…ล…์ปร…ะ…ส…าท…ป…ร…ะ…สา…น…งา…น………………………………………………………………………………………………
………………เ…ซล…ล…์ป…ระ…ส…า…ทจ…ำ…แ…น…กต…า…ม…รูป…ร…่าง…ไ…ด้เ…ป…็น…เซ…ล…ล์ป…ร…ะ…สา…ท…ข…ั้วเ…ด…ียว……เซ…ล…ล์ป…ร…ะ…สา…ท…ข…ั้ว…เด…ีย…วเ…ท…ียม…
…เ…ซ…ลล…์ป…ร…ะส…า…ท…สอ…ง…ข…ว้ั …แล…ะ…เซ…ล…ล…์ป…ระ…ส…าท…ห…ล…าย…ข…้วั ………………………………………………………………………
………………เ…ซล…ล…์ป…ร…ะ…ส…าท…ท…ำ…ห…น…้า…ท…ี่ร…ับ…แล…ะ…ส…่ง…ส…ัญ…ญ…า…ณ…ป…ร…ะส…า…ท…ไป…ย…ัง…เ…ซล…ล…์ต…่า…ง…ๆ……ทั…่วร…่า…ง…กา…ย…
…ม…ีโ…ค…รง…ส…ร้า…ง…แ…บ่ง…อ…อ…ก…เป…็น…2…ส…่ว…น…ไ…ด…้แก…่ …ต…ัวเ…ซ…ลล…์ป…ร…ะ…กอ…บ…ด…้ว…ยน…ิว…เค…ล…ีย…ส…แ…ละ…ไ…ซโ…ท…พ…ล…าซ…ึม…ท…ี่ม…ีอ…อร…์
…แ…ก…เน…ล…ล…์อ…ย่ภู…า…ย…ใน…ท…ำ…ห…น…้าท…สี่ …ังเ…ค…รา…ะ…ห…ส์ า…ร…ท…่จี ำ…เ…ปน็…ต…่อ…ก…าร…ด…ำ…รง…ช…ีวิต…ข…อ…งเ…ซ…ลล…์ …แ…ละ…เส…น้ …ใ…ยป…ร…ะ…ส…าท…
…ท…ำ…ห…น…้า…ท…ี่รับ…แ…ล…ะ…ส่ง…ก…ร…ะแ…ส…ป…ร…ะส…า…ท…แ…บ…่ง…อ…อก…เ…ป…็น…2…ช…น…ิด……ได…้แ…ก…่ เ…ดน…ไ…ด…รต…์ท…ำ…ห…น…้าท…ี่น…ำ…ก…ร…ะแ…ส…
…ป…ร…ะ…ส…าท…เ…ขา้ …ส…ู่ต…วั เ…ซล…ล…แ์ …ล…ะแ…อ…ก…ซ…อน……ท…ำ…ห…น…า้ ท…ีน่ …ำ…กร…ะ…แ…สป…ร…ะ…ส…าท…อ…อ…กจ…า…ก…ตัว…เ…ซล…ล…์ ……………………
………………เ…ซล…ล…์ป…ร…ะ…ส…าท…จ…ำ…แ…น…กต…า…ม…ห…น…้า…ท…ี่กา…ร…ท…ำ…งา…น…ได…้…3…ป…ร…ะ…เภ…ท……ได…้แ…ก…่ เ…ซ…ล…ล์…ปร…ะ…ส…า…ท…รับ…
…ค…ว…า…ม…รู้ส…ึก……เซ…ล…ล…์ปร…ะ…ส…าท…ส…ั่ง…ก…าร……แ…ละ…เ…ซล…ล…์ป…ร…ะ…สา…ท…ป…ร…ะส…า…น…ง…าน……แ…ละ…จ…ำ…แน…ก…ต…า…ม…รูป…ร…่า…งไ…ด…้ 4…
…ป…ร…ะ…เภ…ท……ได…้แ…ก…่ เ…ซล…ล…์ป…ร…ะส…า…ท…ข…ั้ว…เด…ีย…ว…เซ…ล…ล…์ป…ระ…ส…า…ท…ขั้ว…เ…ดีย…ว…เท…ีย…ม……เซ…ล…ล…์ปร…ะ…ส…าท…ส…อ…ง…ข…ั้ว …แ…ละ…
…เ…ซ…ลล…ป์ …ร…ะ…สา…ท…ห…ล…าย…ข…้ัว…………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
เจา้ ของผลงาน ช่ือ……………………………..…………………………………ชั้น……………..เลขที่…………
โดย : นางบญุ ลอ้ ม แกว้ ดอน ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชานาญการพเิ ศษ โรงเรยี นเบต็ ต้ีดูเมน 2 ช่องเมก็
ชดุ ท่ี 2 : เซลลป์ ระสาท ห น ้ า | 31
เฉลยบตั รกจิ กรรมท่ี 2.2
แผนผงั มโนทัศน์ เร่ือง เซลล์ประสาท
คำชี้แจง ให้นักเรียนสรุปความรู้ที่เกี่ยวกับ “เซลล์ประสาท” เป็นแผนผังมโนทัศน์ (Concept
Mapping) ในกระดาษท่แี จกให้แล้วนำเสนอผลงานหน้าชัน้ เรียน
ขึน้ อยู่กบั ดลุ พินิจของครผู สู้ อน
โดย : นางบญุ ลอ้ ม แกว้ ดอน ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชานาญการพเิ ศษ โรงเรยี นเบต็ ต้ีดูเมน 2 ช่องเม็ก
ชดุ ที่ 2 : เซลลป์ ระสาท ห น ้ า | 32
เฉลยบัตรกิจกรรมท่ี 2.3
ถอดบทเรียน เรื่อง เซลลป์ ระสาท
คำชี้แจง ให้นักเรียนถอดบทเรียนที่เกี่ยวกับ “เซลล์ประสาท” ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพยี งเป็น ในกระดาษชารต์ ทกี่ ำหนดให้แลว้ นำเสนอผลงานโดยนำไปติดปา้ ยนเิ ทศหน้าช้ันเรียน
ข้ึนอยู่กับดลุ พินจิ ของครผู สู้ อน
โดย : นางบญุ ลอ้ ม แกว้ ดอน ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเบต็ ต้ีดูเมน 2 ช่องเม็ก
ชดุ ที่ 2 : เซลลป์ ระสาท ห น ้ า | 33
เฉลยแบบฝึกหัด
เรอ่ื ง เซลล์ประสาท
คำชแ้ี จง : ใหน้ ักเรยี นตอบคำถามตอ่ ไปนใี้ ห้ถูกต้องทส่ี ดุ
1. เซลล์ประสาทมลี กั ษณะอยา่ งไร
.แ..น...ว..ค...ำ..ต..อ...บ........................................................................................................... .................................
.........เ.ซ...ล..ล...์ป..ร..ะ...ส..า..ท...ป..ร..ะ...ก..อ..บ...ด...ว้ ..ย..ต..ัว..เ..ซ..ล...ล..์.ซ...ึ่ง..ม..ีน...ิว..เ.ค...ล..ีย..ส...แ..ล...ะ..อ..อ..ร..์แ..ก...เ.น...ล..ล...์ต..่า..ง...ๆ....อ..ย...ู่ใ.น...ไ..ซ..โ.ท...พ...ล..า..ซ...ึม...
.แ..ล..ะ...ม..เี.ส...้น..ใ..ย..ป...ร..ะ..ส..า..ท...แ..ย...ก..อ..อ...ก..จ..า..ก...ต..ัว..เ..ซ..ล..ล...์ .แ..บ...่ง..เ.ป...น็ ..เ..ด..ร..น...ไ.ซ...ต..์แ..ล...ะ..แ..อ...ก..ซ..อ...น..........................................
..............................................................................................................................................................
2. เซลล์ประสาทที่สังเกตเห็นภายใต้กล้องจุลทรรศน์จำแนกตามรูปร่างได้เป็นประเภทใด อธิบาย
ประกอบ
.แ..น...ว..ค...ำ..ต...อ..บ........................................................................................................... .................................
.........ค...ำ..ต..อ...บ..ข...ึ้น...อ..ย...ู่ก..ับ...ส..ไ..ล..ด...์ถ..า...ว..ร..ข..อ...ง.เ..ซ..ล...ล..์ป...ร..ะ..ส...า..ท..ท...ี่น...ำ..ม...า..ป..ร..ะ...ก..อ...บ..ก...า..ร..ส..อ...น....เ.ช...่น...เ.ซ...ล..ล...์ป...ร..ะ..ส..า..ท....
.ส..อ...ง..ข..ั้ว..ม...ีเ.ส..้.น..ใ..ย..ป...ร..ะ..ส...า..ท..แ...ย..ก...อ..อ...ก..จ..า..ก...ต..ัว..เ..ซ..ล...ล..์ ..2...เ..ส..้ น....เ..ส..้น...ห...น..ึ่ง..เ..ป..็น. .เ..ด..ร..น...ไ.ด...ร..ต..์.แ..ล..ะ...อ..ีก...เ.ส..้น...เ.ป...็น...แ..อ...ก...
.ซ..อ...น....ห..ร..ื.อ..เ.ซ...ล..ล..์ป...ร..ะ..ส...า..ท...ห..ล...า..ย..ข..้ัว..ม...ีเ.ส...น้ ..ใ..ย..ป...ร..ะ..ส..า..ท...แ..ย...ก..อ...อ..ก...จ..า..ก..ต...ัว..เ.ซ..ล...ล..์จ...ำ..น..ว..น..ม...า..ก...ซ...ึ่ง..ม..ีเ..ด..ร..น...ไ.ด...ร..ต..์.
.2....เ.ส..้น....ห...ร..อื ..ม...า..ก..ก..ว..่า....แ..ต..่ม...แี..อ..ก...ซ..อ..น...เ.พ...ีย..ง..เ..ส..้น..เ..ด..ีย..ว...................................................................................
............................................................................................................................. .................................
3. เซลลป์ ระสาทมีรูปร่างเหมาะสมต่อการทำหนา้ ท่ีอย่างไร
..แ..น...ว..ค...ำ..ต...อ..บ............................................................................................ ...............................................
..........เ..ซ..ล..ล...์ป..ร...ะ..ส..า..ท...ท...ำ.ห...น...้า..ท...่ีร..ับ..แ...ล..ะ..ส...ง่ ..ส..ัญ...ญ...า..ณ....ป..ร...ะ..ส..า..ท...ไ.ป...ย..ัง..เ..ซ..ล..ล...์ต..่า..ง...ๆ....ท...ั่ว..ร.่.า..ง.ก...า..ย...ม...ีโ.ค...ร..ง..ส..ร..า้..ง...
..แ..บ...่ง..อ...อ..ก...เ.ป...็น....2....ส...่ว..น....ไ..ด..้แ...ก..่..ต..ัว...เ.ซ..ล...ล..์.ป..ร...ะ..ก..อ...บ...ด..้ว...ย..น...ิว..เ..ค..ล...ีย..ส...แ..ล...ะ..ไ..ซ..โ..ท...พ..ล...า..ซ..ึ.ม..ท...ี่ม...ีอ...อ..ร..์แ...ก..เ..น..ล...ล..์.
..อ..ย...ภู่ ..า..ย...ใ.น....ท...ำ..ห..น...้า..ท...ีส่ ..ัง..เ.ค..ร..า..ะ...ห..ส์...า.ร..ท...ีจ่..ำ..เ..ป..น็...ต..อ่...ก..า..ร..ด..ำ..ร..ง..ช...ีว..ิต..ข..อ...ง..เ.ซ..ล...ล..์..แ..ล..ะ..เ..ส..น้..ใ.ย...ป..ร..ะ...ส..า..ท...ท..ำ..ห...น..้า..ท...ี่.
..ร..ับ...แ..ล..ะ...ส..่ง..ก..ร..ะ...แ..ส..ป...ร..ะ..ส...า..ท....แ..บ...่ง..อ..อ...ก..เ.ป...็น....2....ช..น...ิด...ไ..ด..้.แ..ก..่..เ.ด...น..ไ..ด..ร..ต...์ท...ำ..ห..น...้า..ท...ี่น..ำ..ก. .ร..ะ..แ...ส..ป...ร..ะ..ส...า.ท...เ.ข...้า..ส..ู่ .
..ต..ัว..เ..ซ..ล..ล...์แ..ล..ะ...แ..อ..ก...ซ..อ...น....ท..ำ..ห...น..า้..ท...นี่...ำ..ก..ร..ะ..แ..ส...ป..ร..ะ...ส..า..ท...อ..อ..ก..จ...า..ก..ต..วั..เ..ซ..ล..ล...์ ..................................................
............................................................................................................................. .................................
................................................................................................................................................... ...........
....................................................................................................................... .......................................
โดย : นางบญุ ลอ้ ม แกว้ ดอน ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชานาญการพเิ ศษ โรงเรยี นเบต็ ต้ีดูเมน 2 ช่องเม็ก
ชุดที่ 2 : เซลลป์ ระสาท ห น ้ า | 34
4. แอกซอนและเดนไดรต์มลี ักษณะแตกตา่ งกันอยา่ งไร
.แ...น..ว...ค..ำ..ต...อ..บ........................................................................................................... .................................
...............เ.ด...น..ไ..ด..ร..ต...์เ.ป...น็ ..เ.ส...้น..ใ..ย..ป...ร..ะ..ส...า..ท..ท...นี่...ำ..ก..ร..ะ..แ...ส..ป...ร..ะ..ส..า..ท...เ.ข...า้ .ส..ู่ต...วั ..เ.ซ...ล..ล..์..เ.ซ...ล..ล..ป์...ร..ะ..ส..า..ท.....1...เ..ซ..ล...ล..์อ..า..จ...
.ม...ีเ.ด...น..ไ..ด..ร..ต...์แ..ย...ก..อ...อ..ก...จ..า..ก...ต..ัว..เ..ซ..ล...ล..์ ..1....เ.ส...้น..ใ..ย....ห..ร...ือ..ห...ล..า..ย...เ.ส...้น..ใ..ย....ส..่ว...น..แ...อ..ก...ซ..อ..น...เ.ป. ..็น..เ..ส..้น...ใ..ย..ป...ร..ะ..ส...า..ท..ท...ี่ .
.น...ำ..ก..ร..ะ..แ...ส..ป...ร..ะ..ส..า..ท...อ..อ..ก...จ..า..ก..ต...ัว..เ.ซ..ล...ล..์..เ.ซ..ล...ล..์ป...ร..ะ..ส..า..ท....1....เ.ซ..ล...ล..จ์...ะ..ม..ีแ...อ..ก..ซ...อ..น...เ.พ...ยี ..ง...1....เ.ส..น้....เ..ท..า่..น...นั้.............
............................................................................................................................. .................................
............................................................................................................................. .................................
5. เซลลป์ ระสาทเมอ่ื แบ่งตามรปู ร่างลักษณะรปู รา่ งสามารถแบง่ ออกได้เปน็ ก่ีประเภท แต่ละประเภท
แตกตา่ งกนั อย่างไร
..แ..น...ว..ค...ำ..ต..อ...บ.....แ...บ..ง่..อ..อ...ก..เ.ป...น็ ......4....ป...ร..ะ..เ..ภ..ท.............................................................. .................................
.............เ.ซ..ล...ล..์ป...ร..ะ..ส..า..ท...ข..ัว้..เ.ด...ีย..ว....(.u...n..i.p..o...l.a..r....n..e...u..r.o...n..)...ม..ีแ...อ..ก..ซ...อ..น...แ..ย..ก...อ..อ...ก..จ..า..ก...ต..ัว..เ..ซ..ล..ล...์เ.พ...ีย..ง....1...เ.ส...้น...ใ.ย..
..พ..บ...ใ..น..เ.ซ...ล..ล...์ป..ร..ะ..ส...า..ท..ท...่หี ...ล..ง่ั ..ฮ..อ...ร..์โ.ม..น...ใ..น..ส...ัต..ว..์ .......................................................... .................................
.............เ.ซ..ล...ล..์ป...ร..ะ..ส...า..ท...ข..ั้ว..เ..ด..ีย...ว..เ.ท...ีย...ม....(.p...s..e..u..d...o..u...n..i..p...o..l..a..r....n..e..u...r.o...n..).ม...ีเ.ส...้น..ใ..ย..ป...ร..ะ..ส..า..ท...แ...ย..ก...อ..อ...ก..จ..า...ก..
..ต..ัว...เ.ซ..ล...ล...์เ.ส..้.น..ใ..ย..เ..ด..ีย...ว..แ..ล...้ว..แ...ต..ก...เ.ป...็น....2....เ.ส...้น...ใ.ย....บ...ร..ิเ..ว..ณ...ป...ล...า..ย..ข. .อ..ง..เ..ส..้น...ใ..ย..ห...น...ึ่ง..แ..ต...ก..อ...อ..ก...เ.ป...็น...เ.ด...น..ไ..ด...ร..ต..์
..ท..ำ..ห...น...้า..ท..่รี ..ับ...ส..ัญ...ญ....า..ณ...จ..า..ก...ห..น...ว่ ..ย..ร..ับ...ค...ว..า..ม..ร..ูส้ ..ึ.ก..แ..ล...ะ..ส..่ง..ส..ัญ....ญ...า..ณ...ไ..ป..ย...ัง..อ..ีก...เ.ส..้น...ใ.ย...ห..น.. ่ึง..โ..ด..ย..ไ..ม...่ผ..่า..น...ต..ัว..เ..ซ..ล..ล...์
..แ..ล...้ว..ไ..ป...เ.ช...ื่อ...ม...ก..ั.บ..เ..ซ...ล..ล..์.ป...ร..ะ..ส...า..ท...ป...ร..ะ..ส...า..น...ง..า..น...ใ..น..ไ..ข...ส..ัน...ห...ล...ัง...พ...บ...บ...ร..ิ.เ.ว..ณ....ป...ม...ป..ร...ะ..ส...า..ท...ร..า..ก...บ...น..ข...อ..ง..
..ไ.ข...ส..นั ..ห...ล..ัง.............................................................................................................. .................................
.............เ.ซ..ล...ล..์ป...ร..ะ..ส...า..ท...ส..อ...ง..ข..ั้ว....(..b..i.p..o...l.a..r....n...e..u..r..o..n...).ม..ีเ..ส..้น...ใ..ย..ป...ร..ะ..ส...า..ท....2....เ.ส...้น...ใ.ย... เ..ส..้น...ใ..ย..ห...น..ึ.่ง..เ.ป...็น...แ..อ...ก..
..ซ..อ...น..แ...ล..ะ..อ...ีก..เ.ส...้น..ใ..ย..เ..ป..็น...เ.ด...น..ไ..ด..ร..ส...์ .ซ...ึ่ง..ม..ีค...ว..า..ม..ย..า..ว..ใ..ก..ล...้เ.ค...ีย..ง..ก..ัน....พ...บ...บ...ร..ิเ.ว..ณ....เ.ซ..ล...ล..์ป...ร..ะ..ส..า..ท...ร..ับ...ค..ว...า..ม..ร..ู้ส...ึก..
..เ.ช..่น....เ..ร..ต..ิน...า.ข...อ..ง..ต..า....ค..อ...เ.ค..ล...ีย..ข..อ...ง.ห...ู ..เ.ย..่ือ...บ..ุจ..ม...กู ........................................................ .................................
.............เ.ซ..ล...ล..์ป...ร..ะ..ส..า..ท...ห..ล...า..ย..ข..ั้ว....(.m....u..l.t..i.p..o...l.a..r....n...e..u..r..o..n..)...ม...แี ..อ..ก...ซ..อ..น....1....เ.ส..้น...ใ..ย...แ...ล..ะ..เ.ด...น..ไ.ด...ร..ด..์..2...เ.ส...้น..ใ..ย..
..ห..ร..ือ...ม..า..ก...ก..ว..่า....ซ..ึ่ง..แ..อ...ก..ซ...อ..น...แ..ล..ะ...เ.ด..น...ไ..ด..ร..ค...์ม..ีข..น...า..ด...ส..ั้น....ท...ำ.ห...น...้า..ท...ี่น..ำ..ค...ำ.ส...ัง่ .ไ..ป...ย..ัง..อ..ว..ัย...ว..ะ..ต...อ..บ...ส..น...อ..ง...พ...บ...ใ.น...
..ส..ม...อ..ง.................................................................................................................... .................................
..............................................................................................................................................................
โดย : นางบญุ ลอ้ ม แกว้ ดอน ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชานาญการพเิ ศษ โรงเรยี นเบต็ ต้ีดูเมน 2 ช่องเมก็
ชุดท่ี 2 : เซลลป์ ระสาท ห น ้ า | 35
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรยี นและหลังเรียน
ชดุ ท่ี 2 เซลล์ประสาท
แบบทดสอบก่อนเรยี น แบบทดสอบหลังเรยี น
ข้อ ก ข ค ง ข้อ ก ข ค ง
1 1
2 2
3 3
4 4
5 5
6 6
7 7
8 8
9 9
10 10
โดย : นางบญุ ลอ้ ม แกว้ ดอน ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนเบต็ ต้ีดูเมน 2 ช่องเมก็
ชุดที่ 2 : เซลลป์ ระสาท ห น ้ า | 36
ประวตั ยิ ่อผจู้ ดั ทำ
ช่ือ – สกลุ นางบุญลอ้ ม แก้วดอน
วัน เดือน ปี เกดิ วนั ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2517
สถานที่เกดิ บา้ นเลขท่ี 9 หมู่ 11
บา้ นนางาม ตำบลนาดี อำเภอเดชอุดม
จงั หวดั อุบลราชธานี 34160
โทรศพั ท์ 091-828-417-9
ตำแหนง่ หน้าท่ีปัจจบุ ัน ครู วิทยฐานะ ครชู ำนาญการพเิ ศษ
สถานท่ที ำงานในปัจจบุ ัน โรงเรียนเบ็ตตี้ดูเมน 2 ชอ่ งเม็ก ตำบลชอ่ งเมก็
อำเภอสิรนิ ธร จงั หวดั อบุ ลราชธานี
สังกัดองค์การบรหิ ารส่วนจังหวัดอบุ ลราชธานี
ประวัติการศึกษา
พ.ศ. 2541 ปรญิ ญาตรี วทิ ยาศาสตรบัณฑิต วชิ าเอก ชวี วทิ ยาประยกุ ต์
สถาบันราชภัฏอบุ ลราชธานี
พ.ศ. 2542 ประกาศนียบตั รบัณฑติ วชิ าชีพครู สถาบันราชภัฏอบุ ลราชธานี
ประสบการณ์การทำงาน
พ.ศ. 2542 ตำแหน่ง อาจารย์ 1 ระดับ 3 โรงเรียนช่องเมก็ วิทยา
อำเภอสิรินธร จงั หวัดอุบลราชธานี
พ.ศ. 2547 ครู โรงเรียนชอ่ งเม็กวิทยา อำเภอสริ นิ ธร จังหวัดอุบลราชธานี
พ.ศ. 2550 ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการ โรงเรยี นเบ็ตตี้ดูเมน 2 ชอ่ งเม็ก
อำเภอสริ ินธร จังหวดั อบุ ลราชธานี
สงั กัดองคก์ ารบรหิ ารสว่ นจังหวัดอุบลราชธานี
พ.ศ. 2558 ครู วทิ ยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนเบต็ ต้ีดูเมน 2 ชอ่ งเม็ก
อำเภอสริ นิ ธร จังหวดั อบุ ลราชธานี
สงั กัดองค์การบริหารส่วนจังหวดั อบุ ลราชธานี
โดย : นางบญุ ลอ้ ม แกว้ ดอน ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชานาญการพเิ ศษ โรงเรยี นเบ็ตต้ีดูเมน 2 ช่องเมก็
ชดุ กจิ กรรมกำรเรยี นรูว้ ทิ ยำศำสตร์
ประกอบกำรสอนแบบเนน้ แผนผงั มโนทศั น์
โรงเรยี นเบ็ตต้ดี ูเมน 2 ช่องเมก็ อำเภอสริ นิ ธร จงั หวดั อบุ ลรำชธำนี
องคก์ ำรบรหิ ำรสว่ นจงั หวดั อบุ ลรำชธำนี