The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by patcharee01k, 2022-05-11 04:58:39

3_ระบบขับถ่าย

3_ระบบขับถ่าย

ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์

ประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E)

เร่อื ง ระบบอวยั วะตา่ ง ๆ ในรา่ งกายมนุษย์

ชุดที่ 3 ระบบขบั ถ่าย

กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
รายวิชาวทิ ยาศาสตร์ 3 รหัสวิชา ว22101 ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 2

นางพัชรี คูณทอง
ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูเชีย่ วชาญ
โรงเรยี นโนนกลางวิทยาคม อาเภอพบิ ูลมังสาหาร จงั หวัดอุบลราชธานี
สังกัดองคก์ ารบริหารสว่ นจงั หวัดอบุ ลราชธานี

ชดุ กิจกรรมการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์ ชดุ ที่ 3 ระบบขับถ่าย

คำนำ

ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่อง ระบบอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายมนุษย์
ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 2 จัดทาข้ึนเพื่อเป็นสอ่ื นวัตกรรมประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว22101 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 เร่ือง ระบบอวัยวะต่าง ๆ ใน
ร่างกายมนุษย์ ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 2 เพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และพัฒนา
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เป็นนวัตกรรมที่ช่วยลด
บทบาทของครูตามแนวทางการปฏริ ูปการเรียนรูท้ ่ียดึ ผู้เรียนเป็นสาคัญ เป็นกิจกรรม การเรยี นรู้
ที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง ทาเป็น คิดเป็น แก้ปัญหาได้ สามารถพัฒนา
ตนเอง ได้เต็มตามศักยภาพ ซ่ึงสอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน
พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) ที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาท้ังด้านความรู้
กระบวนการคิด กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การแก้ปัญหา ความสามารถในการสื่อสาร
การตัดสินใจ การนาความรู้ไปใช้ในชีวิตประจาวัน ตลอดจนส่งเสริมให้ผู้เรียนมีจิตวิทยาศาสตร์
คุณธรรมและคา่ นิยมทถ่ี ูกตอ้ งเหมาะสม

ผู้จัดทาหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์น้ีจะทาให้ผู้เรียน
มีความรู้ ความเข้าใจในเร่ืองอาหารกับการดารงชีวิตได้เป็นอย่างดี มีทักษะกระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์ และมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น สามารถใช้เพ่ือศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง
เป็นสื่อท่ีมีประสิทธิภาพ สามารถอานวยประโยชน์ต่อการเรียนการสอนให้บรรลุวัตถุประสงค์
ของหลักสูตรได้

ผ้จู ัดทาขอขอบพระคุณผทู้ ่ีมีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่านที่ให้การสนับสนุน ใหค้ าแนะนา
และเป็นท่ีปรึกษาท่ีดีในการจัดทาชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ การพัฒนาปรับปรุง/
ตรวจสอบแก้ไข จนได้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ที่มีประสิทธิภาพ และเป็นประโยชน์
ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ให้กับนักเรียน หวังเป็นอย่างยิ่งว่าชุดกิจกรรม
การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ชุดน้ี จะเป็นประโยชน์ต่อนักเรียน เพ่ือนร่วมวิชาชีพ ตลอดจนผู้สนใจ
ในการนาไปพัฒนาผูเ้ รียนให้เกดิ การเรยี นรทู้ ม่ี ีประสิทธิภาพต่อไป

พชั รี คูณทอง

โดย นางพชั รี คณู ทอง ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครูเช่ียวชาญ ก

ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรูว้ ทิ ยาศาสตร์ ชดุ ที่ 3 ระบบขบั ถ่าย

สำรบญั

เรอ่ื ง หนำ้
คำนำ ก
สำรบญั ข
คำชแ้ี จงเก่ยี วกับกำรใช้ชุดกจิ กรรมกำรเรยี นรู้วิทยำศำสตร์ ค
แผนภูมิลำดบั ข้ันตอนกำรใช้ชดุ กจิ กรรมกำรเรียนรู้วทิ ยำศำสตร์ ง
คำชี้แจงกำรใชช้ ดุ กิจกรรมกำรเรยี นรู้วิทยำศำสตร์สำหรับครู จ
คำชแ้ี จงกำรใชช้ ดุ กิจกรรมกำรเรยี นรู้วทิ ยำศำสตรส์ ำหรับนักเรยี น ช
1
สาระการเรียนรู้/มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวช้ีวดั 1
จุดประสงค์การเรียนร้สู ู่ตวั ช้ีวดั 2
สาระสาคัญ 3
แบบทดสอบก่อนเรียน 6
บตั รเน้อื หา ชุดท่ี 3 ระบบขบั ถ่าย 22
บตั รกจิ กรรมที่ 3.1 เรอ่ื ง ศึกษาโครงสร้างและสว่ นประกอบของไต 25
บตั รกจิ กรรมท่ี 3.2 เรอ่ื ง การดแู ลรกั ษาไต 27
บัตรกจิ กรรมท่ี 3.3 เร่ือง ระบบขับถา่ ย 29
แบบทดสอบหลงั เรียน 32
กระดาษคาตอบแบบทดสอบก่อนเรียนและหลงั เรียน
33
บรรณำนุกรม
35
ภำคผนวก 36
เฉลยบตั รกจิ กรรมที่ 3.1 เรอ่ื ง ศกึ ษาโครงสรา้ งและส่วนประกอบของไต 39
เฉลยบตั รกจิ กรรมที่ 3.2 เรื่อง การดูแลรกั ษาไต 41
เฉลยบตั รกจิ กรรมท่ี 3.3 เร่อื ง ระบบขบั ถา่ ย 43
เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรียนและหลงั เรยี น
44
ประวัตยิ ่อผู้จัดทำ

โดย นางพัชรี คณู ทอง ตาแหนง่ ครู วิทยฐานะ ครูเช่ยี วชาญ ข

ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ ชุดที่ 3 ระบบขบั ถา่ ย

คำชีแ้ จงเกีย่ วกับชดุ กจิ กรรมกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์

1. ชุดกจิ กรรมการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ หน่วยการเรียนรูท้ ี่ 2 เรอ่ื ง ระบบอวัยวะต่าง ๆ ใน
ร่างกายมนุษย์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จัดทาข้ึนเพื่อใช้ประกอบการ
จัดการเรียนรู้ รายวิชาวิทยาศาสตร์ 3 รหัสวิชา ว22101 สาหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
โดยให้สอดคล้องตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง
พ.ศ. 2560) กระทรวงศึกษาธิการ หลักจิตวิทยาการเรียนรู้ ยึดแนวทางการฝึกท่เี หมาะสมกบั ระดับ
และวัย เพื่อให้นักเรียนเกิดความกระตือรือร้น มีความสุขในการทากิจกรรมการเรียนรู้ และเพื่อ
ส่งเสริมเจตคติที่ดี นักเรียนจะได้พัฒนากระบวนการคิด กระบวนการตัดสินใจ กระบวนการ
แก้ปญั หา และสามารถนาความรไู้ ปใช้ในชีวติ ประจาวันได้

2. ผู้สอนได้รวบรวมเน้ือหาสาระและกิจกรรม เพ่ือพัฒนาทักษะทางวิทยาศาสตร์
จากหนังสือและแหล่งความรู้ต่าง ๆ นามาจัดทาเป็นเอกสารประกอบการเรียนให้เหมาะสมกับ
ผู้เรียน มุ่งเน้นพัฒนาผู้เรียนให้เกิดการเรียนรู้ เข้าใจหลักการทางวิทยาศาสตร์ เกิดทักษะ
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ วิธีสารวจตรวจสอบขอ้ มลู การคิดแก้ปัญหา ตลอดจนการเสรมิ สร้าง
จิตวิทยาศาสตร์ ผู้สอนหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์น้ี จะก่อให้เกิด
ประโยชน์ ต่อการจัดการเรียนรู้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ให้มีคุณภาพต่อไป
ซ่งึ ประกอบด้วยชุดกจิ กรรมการเรยี นรู้ จานวน 5 ชดุ ดงั น้ี

ชดุ ท่ี 1 เรอื่ ง ระบบหมนุ เวยี นเลอื ด
ชดุ ท่ี 2 เร่ือง ระบบหายใจ
ชุดท่ี 3 เรื่อง ระบบขบั ถ่าย
ชุดที่ 4 เรอ่ื ง ระบบประสาท
ชุดที่ 5 เรอ่ื ง ระบบสืบพนั ธุ์
3. ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์น้ีเป็น ชุดกิจกรรมกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์ ชุดท่ี 3
เรอื่ ง ระบบขบั ถำ่ ย ใช้เวลำ 3 ชวั่ โมง
4. ผใู้ ช้ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์น้ีควรศึกษาข้ันตอนการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้
อยา่ งละเอียดก่อนใช้
ผู้จัดทาหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ชุดนี้ จะมีประโยชน์ต่อ
นักเรียนและผู้สนใจที่จะนาไปใช้สอนและฝึกเด็กในปกครองในการพัฒนากระบวนการเรียนรู้
วิทยาศาสตรใ์ หม้ คี ุณภาพมากยง่ิ ข้ึนตอ่ ไป

โดย นางพัชรี คณู ทอง ตาแหนง่ ครู วิทยฐานะ ครูเชี่ยวชาญ ค

ชดุ กจิ กรรมการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์ ชุดที่ 3 ระบบขับถา่ ย

แผนภมู ิลำดับข้นั ตอนกำรใช้ชุดกจิ กรรมกำรเรียนรวู้ ิทยำศำสตร์

อ่านคาช้ีแจงและคาแนะนาในการใช้ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์

ศกึ ษาตัวชวี้ ัดและจดุ ประสงค์การเรียนรู้ เสรมิ พื้นฐำน
ทดสอบก่อนเรียน ผูม้ พี นื้ ฐำนต่ำ

ศกึ ษาชุดกจิ กรรมการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์ตามขน้ั ตอน

ประเมินผลการจดั กิจกรรมการเรียนรจู้ ากชดุ กิจกรรม

ไม่ผ่ำน ทดสอบหลังเรยี น
กำรทดสอบ

ผ่ำนกำรทดสอบ

ศึกษาชุดกจิ กรรมการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์เรอื่ งต่อไป

แผนภูมิลำดบั ขนั้ ตอนกำรเรียนโดยใชช้ ดุ กจิ กรรมกำรเรียนรู้วทิ ยำศำสตร์
ชุดท่ี 3 เรือ่ ง ระบบขับถำ่ ย

โดย นางพชั รี คณู ทอง ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครูเช่ียวชาญ ง

ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ ชุดที่ 3 ระบบขบั ถ่าย

คำช้ีแจงกำรใช้ชดุ กจิ กรรมกำรเรยี นรวู้ ทิ ยำศำสตรส์ ำหรับครู

ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ที่ครูผู้สอนได้ศึกษาต่อไปน้ีคือ ชุดที่ 3 เรื่อง ระบบ
ขบั ถ่ำย ใช้เวลำในกำรทำกิจกรรม 3 ช่ัวโมง ซึ่งนักเรียนจะได้สารวจ สังเกตและรวบรวม ข้อมูล
มาสรุปเป็นองค์ความรู้ โดยใช้กระบวนการคิด กระบวนการสืบค้นข้อมูล กระบวนการทางสังคม
ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการเผชิญสถานการณ์และแก้ปัญหา ผ่านทาง
กระบวนการกลุ่ม เพ่ือช่วยให้การดาเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้บรรลุจุดประสงค์และมี
ประสทิ ธิภาพ ครูผู้สอนควรดาเนินการดงั นี้

1. ครูผู้สอนต้องศึกษาและทาความเข้าใจเกี่ยวกับคาชี้แจงการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้
สาหรับครู และแผนการจดั การเรยี นรู้ เพอ่ื ที่ครูผู้สอนสามารถนาชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ไปใช้ในการ
จดั กิจกรรมการเรยี นร้ไู ด้อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ

2. ครผู ูส้ อนเตรียมสื่อการเรียนการสอนให้พร้อม
3. ก่อนดาเนินการจัดกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ ครูต้องเตรียมชุดกิจกรรมการเรียนรู้ไว้
บนโต๊ะประจากลุ่มให้เรียบร้อยและเพียงพอกับนักเรียนในกลุ่มซึ่งนักเรียนจะได้รับคนละ 1 ชุด
ยกเว้นสื่อการสอนที่ตอ้ งใชร้ ่วมกัน
4. ครูต้องช้ีแจงให้นักเรียนรู้เก่ียวกับบทบาทของนักเรียนในการใชช้ ุดกจิ กรรมการเรยี นรู้
ดงั น้ี

4.1 ศกึ ษาบทบาทของนกั เรียนจากการปฏิบัติกจิ กรรมให้เข้าใจก่อนการเรียนรู้โดยใช้
ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้

4.2 ปฏิบัติกิจกรรมตามลาดับข้ันตอน อ่านคาชี้แจงจากใบกิจกรรม เพื่อจะได้ทราบ
วา่ จะปฏิบัติกิจกรรมอะไร อยา่ งไร

4.3 นักเรียนต้องตั้งใจปฏิบัติกิจกรรมอย่างเต็มความสามารถ ต้องให้ความร่วมมือ
ช่วยเหลือซึง่ กนั และกัน ไมร่ บกวนผู้อ่นื และไมช่ กั ชวนเพอ่ื นให้ออกนอกลนู่ อกทาง

4.4 หลงั จากปฏิบัติกิจกรรมแล้ว นกั เรียนจะตอ้ งจดั เก็บอุปกรณ์ทุกช้นิ ใหเ้ รียบรอ้ ย
4.5 เม่ือมกี ารประเมนิ ผลนักเรียนตอ้ งปฏิบัติตนอยา่ งตงั้ ใจและรอบคอบ
5. การดาเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) แบ่งออกเป็น 5
ข้ันตอน ดงั น้ี
5.1 ขนั้ ท่ี 1 ขน้ั สร้างความสนใจ
5.2 ขั้นที่ 2 ข้ันสารวจและค้นหา
5.3 ข้นั ท่ี 3 ขน้ั อธิบายและลงขอ้ สรุป

โดย นางพัชรี คณู ทอง ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครูเช่ียวชาญ จ

ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ ชดุ ท่ี 3 ระบบขบั ถา่ ย

5.4 ข้ันท่ี 4 ขั้นขยายความรู้
5.5 ข้ันท่ี 5 ขน้ั ประเมิน
6. ขณะท่ีนกั เรียนทุกกลุม่ ปฏิบัติกิจกรรม ครูไม่ควรพูดเสียงดัง หากมีอะไรจะพูดต้องพูด
เป็นรายกลมุ่ หรอื รายบคุ คล ตอ้ งไม่รบกวนกิจกรรมของนกั เรียนกล่มุ อืน่
7. ครูผู้สอนต้องเดินดูการทางานของนักเรียนแต่ละกลุ่มอย่างใกล้ชิด หากมีนักเรียนคน
ใดหรือกลมุ่ ใดมปี ญั หาควรเข้าไปให้ความช่วยเหลอื จนปญั หานั้นคล่คี ลายลง
8. การสรุปผลท่ีไดจ้ ากกิจกรรมการเรียนรู้ควรเปน็ กิจกรรมร่วมของนักเรียนทุกกลุ่มหรือ
ตวั แทนของกลุ่มร่วมกัน ครคู วรเปดิ โอกาสให้นักเรียนแสดงออกใหม้ ากทสี่ ดุ
9. ประเมนิ ผลการเรยี นรู้ของนกั เรยี น เพื่อตรวจสอบผลการเรยี นร้ขู องนกั เรยี น

โดย นางพชั รี คณู ทอง ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูเชี่ยวชาญ ฉ

ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ ชดุ ที่ 3 ระบบขบั ถา่ ย

คำช้แี จงกำรใช้ชดุ กิจกรรมกำรเรยี นรวู้ ทิ ยำศำสตรส์ ำหรับนักเรียน

ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ที่นักเรียนได้ศึกษาต่อไปนี้คือ ชุดกิจกรรมการเรียนรู้
แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ชุดที่ 3 เร่ือง ระบบขับถ่ำย ซึ่งนักเรียนจะได้สารวจ สังเกต
และรวบรวมข้อมูลมาสรุปเป็นองค์ความรู้ โดยใช้กระบวนการคิด กระบวนการสืบค้นข้อมูล
กระบวนการทางสังคม ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการเผชิญสถานการณ์
และแก้ปัญหา ผ่านทางกระบวนการกลุ่ม เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด นักเรียนควรปฏิบัติตาม
คาช้ีแจง ดงั ตอ่ ไปน้ี

1. ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชุดท่ี 3 เรื่อง ระบบขับถ่ำย ใช้เวลำจัด
กจิ กรรมกำรเรยี นรู้ 3 ชวั่ โมง

2. นกั เรียนทาแบบทดสอบก่อนเรียน จานวน 10 ขอ้
3. นักเรยี นทากิจกรรมเป็นรายกลุม่ และศกึ ษาวิธดี าเนินกิจกรรมให้เขา้ ใจ
4. นกั เรียนปฏบิ ตั กิ จิ กรรมในชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
5. นกั เรยี นทากจิ กรรมในชุดกิจกรรมการเรยี นรใู้ ห้ครบ
6. นกั เรยี นทาแบบทดสอบหลังเรยี น จานวน 10 ข้อ

โดย นางพัชรี คณู ทอง ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูเชีย่ วชาญ ช

ชุดกจิ กรรมการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์ ชุดท่ี 3 ระบบขบั ถา่ ย

สาระการเรียนรู้ / มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตัวชวี้ ัด
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ / สาระสาคญั

ชุดที่ 3 ระบบขบั ถา่ ย

สาระท่ี 1 วิทยาศาสตร์ชีวภาพ

มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบัติของส่ิงมีชีวิตหน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิตการลาเลียงสารเข้า
และออกจากเซลล์ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ของระบบต่าง ๆ
ของสตั วแ์ ละมนษุ ยท์ ท่ี างานสมั พันธ์กันความสัมพนั ธข์ องโครงสรา้ งและหน้าที่
ของอวยั วะตา่ ง ๆ ของพชื ทท่ี างานสัมพันธ์กันรวมทั้งนาความรูไ้ ปใช้ประโยชน์

ตวั ชวี้ ดั ระบุอวยั วะและบรรยายหนา้ ทข่ี องอวยั วะในระบบขับถา่ ยในการกาจัดของ
ว 1.2 ม.2/4 เสียทางไต
ตระหนักถงึ ความสาคัญของระบบขบั ถ่ายในการกาจัดของเสียทางไต
ว 1.2 ม.2/5 โดยการบอกแนวทางในการปฏิบัติตนที่ช่วยให้ระบบขับถ่าย ทาหน้าท่ีได้
อย่างปกติ

จุดประสงค์การเรยี นรสู้ ู่ตวั ชี้วัด

1. อธบิ ายโครงสร้างและหน้าที่ของอวัยวะในระบบขับถ่ายได้ (K)
2. อธบิ ายการทางานของหนว่ ยไตได้ (K)
3. เปรียบเทียบปริมาณสารต่าง ๆ ในนา้ เลอื ดและในนา้ ปสั สาวะได้ (K)
4. เขียนขน้ั ตอนการเคล่ือนที่ของของเสียออกจากรา่ งกายในรปู ปัสสาวะได้ (P)
5. อธบิ ายการขบั ถ่ายของเสียของร่างกายมนุษย์ได้ (K)
6. ตระหนกั ถึงความสาคญั ของไตและการดูแลรักษาไต (A)

โดย นางพชั รี คณู ทอง ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครูเชย่ี วชาญ

1

ชดุ กิจกรรมการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์ ชดุ ท่ี 3 ระบบขบั ถา่ ย

7. สนใจใฝ่รู้ในการศกึ ษา (A)
8. เปน็ นกั ใชก้ ระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ หรือกระบวนการเรียนรู้เพือ่ หาคาตอบอย่าง
สนกุ สนาน (A)

สาระสาคญั

ระบบขับถ่ายมีอวัยวะท่ีเกี่ยวข้อง ได้แก่ ไต ท่อไต กระเพาะปัสสาวะ และท่อปัสสาวะ
ภายในไต มหี นว่ ยไตทาหน้าทก่ี าจัดของเสียต่าง ๆ ออกจากเลือด และดดู สารที่มีประโยชน์กลับเขา้ สู่
เลือด ของเหลวท่ีผ่านการทางานของหน่วยไตจะไหลผ่านท่อไตไปเก็บในกระเพาะปัสสาวะเพื่อกาจัด
ออกจากร่างกายผ่าน ท่อปัสสาวะ ซึ่งการเลือกรับประทานอาหารที่ไม่มีรสจัดและการดื่มน้าอย่าง
เพยี งพอเป็นแนวทางในการดแู ลรกั ษาอวัยวะในระบบขับถา่ ยให้ทางานอย่างปกติ

การขับถ่าย หมายถงึ การนาของเสยี ที่ร่างกายไม่ต้องการออกนอกร่างกาย ของเสีย ได้แก่
น้า คาร์บอนไดออกไซด์ และยูเรีย

การกาจัดของเสยี ของร่างกายมนุษย์
1. ไต กาจัดปสั สาวะ
2. ผิวหนงั กาจัดเหงื่อ
3. ลาไส้ใหญ่ กาจดั อจุ จาระ
4. ปอด กาจดั แก๊ส

โดย นางพชั รี คณู ทอง ตาแหน่ง ครู วทิ ยฐานะ ครูเชี่ยวชาญ

2

ชดุ กจิ กรรมการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์ ชดุ ที่ 3 ระบบขับถา่ ย

รายวิชาวิทยาศาสตร์ 3 แบบทดสอบกอ่ นเรยี น หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 2
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2 ชุดกจิ กรรมการเรียนร้ทู ่ี 3 ระบบอวัยวะในร่างกายของเรา
เวลา 10 นาที
เรอ่ื ง ระบบขบั ถ่าย 10 คะแนน

คาชแี้ จง 1. แบบทดสอบฉบบั น้ี จานวน 10 ข้อ คะแนนเต็ม 10 คะแนน เวลาท่ีใช้ 10 นาที
2. จงเลือกคาตอบทถี่ ูกต้องทส่ี ดุ แล้วเขียนเคร่ืองหมาย  ลงในกระดาษคาตอบ

1. ขอ้ ใดจัดเปน็ ของเสียท่ีรา่ งกายจาเป็นต้องกาจัดทงิ้
ก. ยเู รยี
ข. เกลือแร่สว่ นเกนิ
ค. แกส๊ คาร์บอนไดออกไซด์
ง. ถูกต้องทุกข้อ

2. ข้อใดไมจ่ ัดเป็นอวัยวะกาจดั ของเสีย
ก. ไต
ข. ปอด
ค. ผิวหนงั
ง. กระเพาะปสั สาวะ

3. สว่ นใดทาหนา้ ที่เป็นตัวกรองของเสียจาพวกปสั สาวะ
ก. หนว่ ยไต
ข. หลอดไต
ค. ท่อไต
ง. ถกู ต้องท้งั ขอ้ ข และ ค

4. ปสั สาวะประกอบด้วยสารใดเป็นหลกั
ก. น้ากบั ยเู รีย
ข. นา้ กบั โซเดียม
ค. นา้ กบั เกลือแร่
ง. นา้ กับแอมโมเนยี

โดย นางพชั รี คณู ทอง ตาแหนง่ ครู วิทยฐานะ ครูเชี่ยวชาญ

3

ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์ ชดุ ท่ี 3 ระบบขบั ถ่าย

5. นักเรยี นคนใดกลา่ วกับผิวหนงั ไดไ้ มถ่ ูกตอ้ ง
ก. ธิดากล่าววา่ ผิวหนังทาหน้าท่ีระบายความร้อน
ข. สมชายกลา่ ววา่ ผิวหนงั ทาหนา้ ทปี่ อ้ งกันเชอื้ โรค
ค. วิชยั กล่าวว่าผิวหนังทาหนา้ ท่ีแลกเปล่ยี นสารเข้า-ออก
ง. อาภรณก์ ลา่ วว่าผิวหนังทาหน้าที่กาจัดของเสยี ในรูปของเหงื่อ

6. เหตใุ ดเหง่ือท่ีถกู ขับออกจากร่างกายจงึ มีกล่นิ
ก. เพราะผิวหนังมีแบคทเี รียทคี่ อยทาปฏกิ ริ ิยากบั เหง่อื
ข. เพราะสารมีการสมั ผัสอากาศก่อให้เกิดปฏิกริ ิยาเคมขี ้ึน
ค. เพราะเหงือ่ มีสารจาพวกโซเดียมคลอไรด์ทาให้เหงือ่ มกี ลน่ิ
ง. เพราะเหงอื่ มีสว่ นประกอบของสารยเู รียและแอมโมเนยี ท่ีเป็นสารมกี ล่นิ

7. เมือ่ ไตมอี าการผดิ ปกติจะมีสารตามข้อใดปนออกมากับปัสสาวะบ้าง
ก. เม็ดเลอื ดแดง กรดอะมโิ น และโซเดยี ม
ข. เม็ดเลือดแดง กรดอะมิโน และกลโู คส
ค. เม็ดเลือดแดง ยูเรยี และกรดแลกตกิ
ง. คลอรนี เม็ดเลือดแดง และโซเดยี ม

8. ลาไสใ้ หญน่ อกจากจะทาหน้าทก่ี าจดั ของเสยี แล้วยงั สามารถดูดซึมสารบางอยา่ งกลบั สู่
รา่ งกายได้ สารนั้นได้แกอ่ ะไรบา้ ง

ก. โปรตีน กลโู คส และนา้
ข. น้า เกลือแร่ และวิตามิน
ค. โปรตนี นา้ และเกลือแร่
ง. กลโู คส โปรตีน และกรดไขมนั

9. ขอ้ ใดเป็นของเสียในร่างกายซ่งึ ถกู ขับออกทางปอด
ก. นา้
ข. แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์
ค. แกส๊ คาร์บอนมอนอกไซด์
ง. ถูกท้ังข้อ ก. และ ข.

โดย นางพชั รี คณู ทอง ตาแหน่ง ครู วทิ ยฐานะ ครูเชย่ี วชาญ

4

ชดุ กิจกรรมการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ ชุดท่ี 3 ระบบขบั ถ่าย

10. นกั เรยี นคนใดสามารถบรรเทาอาการท้องผูกของตนได้อยา่ งถูกวิธี
ก. ปกรณด์ ืม่ ชาเขียววนั ละ 2 ขวด
ข. ปริญสบู บุหร่เี พิม่ ขนึ้ วนั ละ 1 มวน
ค. มาร์ก้รี ับประทานอาการทีม่ กี ากใยมาก
ง. ชาลดิ ารับประทานอาหารรสจดั เปน็ ประจา

โดย นางพชั รี คณู ทอง ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูเชีย่ วชาญ

5

ชุดกจิ กรรมการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์ ชดุ ที่ 3 ระบบขับถ่าย

บัตรเน้ือหา
ชดุ กิจกรรมการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์
ชุดท่ี 3 ระบบขบั ถ่าย (Urinary system)

ระบบขับถ่าย (excretory system)
การสลายสารอาหารภายในเซลล์ การสังเคราะหส์ ารอาหารตา่ ง ๆ ทาให้เกิดสารหลายชนิด

ท้ังสารท่ีมีประโยชน์และของเสียท่ีต้องกาจัดออกจากร่างกาย เช่น แก๊สคาร์บอนไดออไซด์ ยูเรีย
แอมโมเนยี เป็นต้น ซงึ่ รา่ งกายจะกาจดั สารตา่ ง ๆ เหลา่ น้ีโดยอาศยั การทางานของระบบขับถ่าย

ระบบขบั ถ่าย (excretory system) เป็นระบบที่ทาหน้าที่กาจดั ของเสยี ที่เกิดจากกิจกรรม
ต่าง ๆ ของร่างกาย โดยการขับถ่ายของเสียของมนุษย์ อาจอยู่ในรูปของแก๊สผ่านการหายใจออก
รปู ของเหลวผ่านทางเหงื่อและปัสสาวะ หรอื รปู ของแข็งผ่านทางอุจจาระ

ภาพท่ี 3.1 อวัยวะในระบบขับถา่ ย
ท่ีมา : หนงั สือเรียนรายวชิ าพน้ื ฐานวิทยาศาสตร์ เลม่ 1 ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 2

บรษิ ทั อกั ษรเจริญทัศน์ อจท. จากดั (หนา้ 13)

3.1 โครงสรา้ งและหน้าท่ขี องอวัยวะในระบบขบั ถ่าย
มนุษย์มีไต (kidney) เป็นอวัยวะหลักของระบบขับถ่าย โดยขับถ่ายของเสียในรูปปัสสาวะ

ไตทาหน้าท่ีกรองของเสียที่เกิดจากกิจกรรมต่าง ๆ ของร่างกาย และสารปลกปลอมต่าง ๆ ท่ีเข้าสู่
ร่างกาย เช่น นิโคติน แอลกอฮอล์ กาเฟอีน เป็นต้น ออกจากเลือด แล้วจึงกาจัดขงเสียและสาร
แปลกปลอมเหล่านี้ออกจากร่างกายทางปัสสาวะ นอกจากน้ัน ไตยังทาหน้าท่ีเก่ียวกับการรักษา
สมดุลของน้าและแร่ธาตุในร่างกายบางชนิด ระบบขับถ่ายของมนุษย์รวมถึงอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับ
ระบบขับถา่ ย ไดแ้ ก่ ทอ่ ไต กระเพาะปัสสาวะ และทอ่ ปัสสาวะ

โดย นางพัชรี คณู ทอง ตาแหนง่ ครู วิทยฐานะ ครูเชยี่ วชาญ

6

ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ ชดุ ที่ 3 ระบบขับถา่ ย

อวัยวะในระบบขับถ่าย

ภาพที่ 3.2 โครงสรา้ งของอวัยวะในระบบขับถา่ ย
ท่มี า : หนังสือเรียนรายวิชาพืน้ ฐานวิทยาศาสตร์ เลม่ 1 ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 2

บริษทั อกั ษรเจริญทศั น์ อจท. จากดั (หน้า 13)

โดย นางพชั รี คณู ทอง ตาแหน่ง ครู วทิ ยฐานะ ครูเช่ยี วชาญ

7

ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ ชุดที่ 3 ระบบขับถ่าย

ระบบขับถ่ายเป็นระบบการขับของเสียออกจากร่างกาย ได้แก่ ลมหายใจ เหงื่อ ปัสสาวะ
และอจุ จาระ

ภาพที่ 3.3 อวัยวะในระบบขบั ถ่าย
ที่มา : https://sites.google.com/site/rabbrangkay2/home/rabb-khab-thay-passawa

เมื่อร่างกายเกิดกระบวนการเผาผลาญพลงั งาน รา่ งกายมเี กิดของเสยี สว่ นเกนิ ขึ้น กลไกของ
รา่ งกายจะขับของเสยี เหลา่ น้ัน ผา่ นระบบ การขับถ่ายของเสีย ในรูปต่างๆ

ระบบขับถ่ายของเสยี เป็นระบบท่รี า่ งกายขับถ่ายของเสียออกจากระบบต่างๆ ในร่างกาย
โดยขับของเสียออกในหลายรูปแบบ ได้แก่ ของเสยี ในรูปแกส๊ คอื ลมหายใจออก ของเหลว คอื เหงือ่
และปสั สาวะ ของเสียในรูปของแข็ง คือ อจุ จาระ

3.2 กลไกการกาจดั ของเสีย
ภายในไตประกอบด้วยหน่วยไต (nephron) จานวนมากทาหน้าท่ีกรองของเสียและสาร

ต่าง ๆ ออกจากเลือดโดยเลือดเข้าสู่ไตทางหลอดเลือดอาร์เตอรี (artery) สารที่ผ่านการกรอง
ประกอบดว้ ยสารท่มี ขี นาดเล็กเชน่ นา้ กลูโคสของเสียตา่ ง ๆ แต่สารทีม่ ขี นาดใหญ่เช่นโปรตนี เซลล์เม็ด
เลือดจะไม่ผ่านการกรองจากนั้นสารท่ีผ่านการกรองที่เป็นสารท่ีมีประโยชน์เช่นน้ากลูโคสจะถูกดูด

โดย นางพชั รี คณู ทอง ตาแหนง่ ครู วิทยฐานะ ครูเช่ียวชาญ

8

ชดุ กิจกรรมการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ ชุดท่ี 3 ระบบขับถา่ ย

กลับเข้าสู่หลอดเลือดฝอยซ่ึงหลอดเลือดฝอยจะรวมกันแล้วนาเลือดออกจากไตกลับเข้าสู่หัวใจทาง
หลอดเลือดเวน (vein) ส่วนของเสยี และสารอ่ืน ๆ ท่ีไม่ตอ้ งการรวมเรียกว่าปัสสาวะจะถูกลาเลยี งไป
ยังกระเพาะปสั สาวะเพื่อรอการขับออกจากร่างกายผ่านทางท่อปสั สาวะ

ภาพที่ 3.4 โครงสร้างของอวัยวะในระบบขับถ่าย
ที่มา : หนังสอื เรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ เลม่ 1 ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 2

บรษิ ัท อักษรเจรญิ ทศั น์ อจท. จากดั (หน้า 15)

3.2.1 การกาจัดของเสียออกทางลาไส้ใหญ่
เมื่อลาไส้เล็กยอ่ ยและดดู ซึมสารอาหารแล้ว จะส่งกากอาหารไปยังลาไส้ใหญ่ ลาไส้ใหญค่ ร่ึง
แรกจะดูดซึมสารอาหารที่ยังเหลืออยู่ ส่วนคร่ึงหลังจะเป็นที่พักกากอาหารท่ีเป็นกึ่งของแข็ง จากน้ัน
ลาไส้ใหญ่จะบีบตัวและขับเมือกออกมาหล่อลื่น เพื่อให้กากอาหารเคลื่อนท่ีไปรวมกันท่ีลาไส้ตรง
และขับถ่ายเป็นอุจจาระออกทางทวารหนกั แต่ถ้าอุจจาระตกคา้ งอยู่ในลาไส้ใหญห่ ลายวนั ลาไส้ใหญ่
จะดูดน้ากลับ ทาให้อุจจาระแข็ง ขับถ่ายลาบาก เกิดอาการท้องผูก และผู้ท่ีท้องผูกนานๆ อาจทาให้
เป็นโรคริดสีดวงทวาร วิธีป้องกันท้องผูกก็คือการด่ืมน้า การรับประทานผักผลไม้ท่ีมีกากใยทุกวัน
เพอื่ ชว่ ยให้ลาไส้ใหญ่ขับถ่ายสะดวก

โดย นางพชั รี คณู ทอง ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูเชย่ี วชาญ

9

ชุดกจิ กรรมการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์ ชุดท่ี 3 ระบบขบั ถ่าย

ภาพท่ี 3.5 แสดงโครงสรา้ งของลาไส้ใหญ่
ทม่ี า : https://sites.google.com/site/akadahtwongrat/1-sing-mi-chiwit-kab-

krabwnkar-darng-chiwit/04

การย่อยอาหารจะสิ้นสุดลงบริเวณรอยต่อระหวา่ งลาไส้เล็กกับลาไส้ใหญ่ เนื่องจากอาหารที่
ลาไส้เล็กย่อยแล้วจะเป็นของเหลว หน้าท่ีของลาไส้ใหญ่ส่วนต้น (Cecum) คือดูดซึมของเหลว น้า
เกลือแร่ และน้าตาลกลูโคส ท่ีตกค้างอยู่ในกากอาหาร ส่วนลาไส้ใหญ่ส่วนปลาย (Colon) จะเป็นท่ี
พักกากอาหารซึ่งมีลักษณะกึง่ ของแข็ง ลาไส้ใหญ่จะขับเมอื กออกมาหล่อล่ืนเพื่อให้อุจจาระเคลื่อนไป
ตามลาไส้ใหญ่ได้ง่ายขึ้น ถ้าลาไส้ใหญ่ดูดน้ามากเกินไป เนื่องจากกากอาหารตกค้างอยู่ในลาไส้ใหญ่
หลายวัน จะทาใหก้ ากอาหารแขง็ จนนาไปสอู่ าการท้องผูก

โดย นางพชั รี คณู ทอง ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูเช่ียวชาญ

10

ชดุ กิจกรรมการเรยี นรูว้ ทิ ยาศาสตร์ ชดุ ท่ี 3 ระบบขบั ถา่ ย

การย่อยอาหารซ่ึงจะสิ้นสุดลงบริเวณรอยต่อระหว่างลาไส้เล็กกับลาไส้ใหญ่ ลาไส้ใหญ่ยาว
ประมาณ 5 ฟุต ภายในมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2.5 น้ิว เนื่องจากอาหารที่ลาไส้เล็กย่อยแล้วจะ
เป็นของเหลวหน้าที่ของลาไส้ใหญ่คร่ึงแรกคือดูดซึมของเหลว น้า เกลือแร่และน้าตาลกลูโคสท่ียัง
เหลืออยู่ในกากอาหาร ส่วนลาไส้ใหญ่คร่ึงหลังจะเป็นท่ีพักกากอาหารซึ่งมีลักษณะกึ่งของแข็ง ลาไส้
ใหญ่จะขับเมือกออกมาหลอลื่นเพ่ือให้อุจจาระเคลื่อนไปตามลาไส้ใหญ่ได้ง่ายขึ้น ถ้าลาไส้ใหญ่ดูดน้า
มากเกินไป เน่ืองจากกากอาหารตกค้างอยู่ในลาไส้ใหญ่หลายวัน จะทาให้กากอาหารแข็ง เกิดความ
ลาบากในการขับถา่ ย ซง่ึ เรียกวา่ ทอ้ งผกู

สาเหตุของอาการท้องผูก
1. กินอาหารทมี่ ีกากอาหารนอ้ ย
2. กนิ อาหารรสจัด
3. การถ่ายอจุ จาระไม่เปน็ เวลาหรอื กลนั้ อุจจาระตดิ ต่อกันหลายวัน
4. ดืม่ น้าชา กาแฟ มากเกินไป
5. สูบบุหร่ีจัดเกินไป
6. เกิดความเครียด หรือความกงั วลมาก

โดยปกติ กากอาหารผ่านเข้าสู่ลาไส้ใหญป่ ระมาณวันละ 300-500 ลูกบาศก์เซนติเมตร ซึ่งจะ
ทาให้เกิด อจุ จาระประมาณวนั ละ 150 กรัม

ประโยชน์ของการขบั ถ่ายของเสียต่อสุขภาพ
การขับถ่ายเป็นระบบกาจัดของเสียร่างกายและช่วยควบคุมปริมาณของน้าในร่างกาย

ให้สมบูรณ์ประกอบด้วย ไต ตับและลาไส้ เป็นต้น การปฏิบัติตนในการขับถ่ายของเสียให้เป็นปกติ
หรือกิจวัตรประจาวันเป็นส่ิงจาเป็นอย่างย่ิงต่อสุขภาพอนามัยของมนุษย์ เราไม่ควรให้ร่างกายเกิด
อาการท้องผูกเป็นเวลานานเพราะจะทาให้เกิดเปน็ โรคริดสีดวงทวารหนกั ได้

การปัสสาวะ ถือเป็นการขับถ่ายของเสียประการหนึ่ง ที่ร่างกายเราขับเอาน้าเสียใน
ร่างกายออกมาหากไม่ขับถ่ายออกมาหรือกล้ันปัสสาวะไว้นานๆ จะทาใหเ้ กิดเป็นโรคน่ิวในไตหรือทา
ให้กระเพาะปัสสาวะอกั เสบและไตอกั เสบได้

การด่ืมน้า การรับประทานผักผลไม้ทุกวัน จะช่วยให้ร่างกายขับถ่ายได้สะดวกข้ึน
การดื่มน้าและรับประทานทานอาหารท่ีถูกสุขลักษณะ ตลอดจนการรับประทานอาหารท่ีมีเส้นใย
อาหารเปน็ ประจาจะทาให้ร่างกายขับถ่ายของเสียอย่างปกติ

โดย นางพชั รี คณู ทอง ตาแหน่ง ครู วทิ ยฐานะ ครูเชยี่ วชาญ

11

ชุดกจิ กรรมการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ ชุดท่ี 3 ระบบขับถ่าย

การปฏิบตั ิตนเพอ่ื ดแู ลรักษาอวยั วะในระบบขับถ่าย
1. ดื่มนา้ สะอาดวนั ละมาก ๆ รบั ประทานอาหารทีส่ ุกใหม่ ๆ
2. ไมก่ ลน้ั อจุ จาระและปสั สาวะเปน็ เวลานาน ๆ
3. ควรอาบนา้ ชาระรา่ งกายทกุ วัน
4. ออกกาลังกายอย่างเหมาะสม
5. ถา้ มอี าการผดิ ปกติตอ้ งรบี ปรกึ ษาแพทย์

3.2.2 การขับถ่ายของเสียทางผวิ หนัง

ภาพที่ 3.6 แสดงกายวิภาคของต่อมเหง่อื และผิวหนัง
ที่มา : https://sites.google.com/site/akadahtwongrat/1-sing-mi-chiwit-kab-

krabwnkar-darng-chiwit/04

ในผิวหนังของคนเราสามารถขับถ่ายของเสียออกจากร่างกายทางรูขุมขน ซึ่งส่ิงที่ถูกขับ
ออกมาคอื เหงอื่ เหงอ่ื ทถี่ กู ขับออกมาทางตอ่ มเหงอื่ ในเหง่อื ประกอบด้วยน้าประมาณ 99 เปอร์เซน็ ต์
สารอื่น ๆ อีก 1 เปอร์เซ็นต์ เป็นพวกเกลือโซเดียมคลอไรด์ สารอินทรีย์ พวกยูเรีย และมีน้าตาล
แอมโมเนีย กรดแลคตรกิ และกรดอะมโิ นอีกเล็กนอ้ ย

ประโยชน์ของการระเหยของเหง่ือ คือ เป็นการปรับระดับอุณหภูมิของร่างกาย โดยระบาย
ความร้อนไปกับเหง่ือที่ระเหย ปริมาณเหงื่อที่ถูกขับออกมาจะเกิดขึ้นได้ดีที่อุณหภูมิประมาณ 32
องศาเซลเซียส

โดย นางพชั รี คณู ทอง ตาแหนง่ ครู วิทยฐานะ ครูเชี่ยวชาญ

12

ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ ชุดท่ี 3 ระบบขับถา่ ย

เหง่ือเป็นของเสียที่ถูกขับออกทางผิวหนังของมนุษย์ผ่านทางรูขุมขน เหง่ือที่ถูกขับออกมา
ทางต่อมเหง่ือประกอบด้วยน้าประมาณร้อยละ 99 สารประกอบอื่นๆ อีกร้อยละ 1 ได้แก่ โซเดียม
คลอไรด์ สารอนิ ทรยี พ์ วกยูเรยี แอมโมเนยี กรดแล็กตกิ และกรดอะมโิ นอีกเล็กนอ้ ย

ผิวหนงั มตี อ่ มเหงอ่ื ท่ีเป็นท่อขดไปมาและกลุม่ หลอดเลือดฝอยรอบๆ ทท่ี าหนา้ ที่ลาเลียงของ
เสียมายังต่อมเหงื่อ เม่ือของเสียมาถึงต่อมเหงื่อก็จะแพร่ออกจากหลอดเลือดฝอยเข้าสู่ท่อในต่อม
เหงื่อ จากนั้นของเสียก็จะถูกขับออก ซ่ึงก็คือเหงื่อ เหง่ือจากต่อมเหง่ือประกอบด้วยน้าร้อยละ 99
ส่วนอีกร้อยละ 1 เป็นสารอื่นๆ ได้แก่ โซเดียมคลอไรด์ ยูเรีย แอมโมเนีย กรดอะมิโน น้าตาล
และกรดแลกตกิ นอกจากขับของเสียแลว้ เหง่ือทีร่ ะเหยยังช่วยระบายความรอ้ นออกไปด้วย

3.2.3 การขับถ่ายของเสยี ทางไต
ไต (Kidney) ทาหน้าท่ีกาจัดของเสียในรูปของน้าปัสสาวะ ไตมีรูปร่างคล้ายเม็ดถ่ัวดา
วางตัวอยู่ในช่องท้องสองข้างของกระดูกสันหลังระดับเอว ประกอบดว้ ยเนอ้ื เย่ือ 2 ชั้น คอื เปลือกไต
ช้ันนอกกับเปลือกไตชั้นใน มีขนาดยาวประมาณ 10 เซนติเมตร กว้างประมาณ 6 เซนติเมตร และ
หนา 3 เซนติเมตร บริเวณตรงกลางของไตมีส่วนเว้าเป็นกรวยไต มีท่อไตต่อไปยังกระเพาะปัสสาวะ
ไตแต่ละข้างประกอบด้วยหน่วยไตนับล้านหน่วย เป็นท่อท่ีขดไปมาโดยมีปลายท่อข้างหนึ่งตัน เรียก
ปลายท่อที่ตันน้ีว่า โบว์แมนส์แคปซูล (Bowman’s Capsule) ซ่ึงมีลักษณะเป็นแอ่งคล้ายถ้วย
ภายในแอ่งจะมีกลุ่มหลอดเลือดฝอยพันกันเป็นกระจุก เรียกว่า โกลเมอรูลัส (Glomerulus) ซ่ึงทา
หน้าทก่ี รองของเสียออกจากเลือดทีไ่ หลผ่านไต

ภาพท่ี 3.7 อวัยวะในระบบขับถา่ ย
ท่มี า : หนงั สือเรียนรายวชิ าพ้นื ฐานวทิ ยาศาสตร์ เล่ม 1 ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 2

สถาบนั ส่งเสริมการสอนวทิ ยาศาสตร์ (หน้า 83)

โดย นางพัชรี คณู ทอง ตาแหน่ง ครู วทิ ยฐานะ ครูเชยี่ วชาญ

13

ชุดกจิ กรรมการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์ ชดุ ท่ี 3 ระบบขบั ถา่ ย

ไตเป็นอวัยวะท่ีมีลักษณะคล้ายถ่ัว มี 2 ข้าง ติดกับด้านหลังของช่องท้อง ไตแต่ละข้าง
ประกอบด้วยหน่วยไตนับล้านหน่วย ตรงกลางของไตเว้าเป็นกรวยไต มีท่อไตต่อไปยังกระเพาะ
ปัสสาวะ

ไตแต่ละข้างแบ่งเป็น 2 ชั้น ได้แก่ ไตช้ันนอกและไตชั้นใน ดังภาพท่ี 3.5 ซ่ึงแต่ละช้ันจะมี
หลอดเลือดแทรกและแตกแขนงอยู่ทั่วไต ภายในไตประกอบไปด้วย หน่วยไต (nephron) เล็ก ๆ
เป็นจานวนมาก

ภาพท่ี 3.8 สว่ นประกอบของไต
ที่มา : หนงั สือเรียนรายวิชาพืน้ ฐานวิทยาศาสตร์ เลม่ 1 ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 2

สถาบันส่งเสริมการสอนวทิ ยาศาสตร์ (หน้า 83)

บริเวณของหน่วยไตมีการดูดซึมสารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น แร่ธาตุ น้าตาลกลูโคส
กรดอะมิโน รวมทั้งน้า กลับคืนสู่หลอดเลือดฝอยและเข้าส่หู ลอดเลอื ดดา ส่วนของเสียอื่นๆ ที่เหลือก็
คือ ปัสสาวะ จะถูกส่งมาตามท่อไตเข้าสู่กระเพาะปัสสาวะ ซึ่งมีความจุประมาณ 500 ลูกบาศก์
เซนติเมตร แต่กระเพาะปัสสาวะสามารถที่จะหดตัวขับปัสสาวะออกมาได้ เม่ือมีปัสสาวะมาขังอยู่
ประมาณ 250 ลูกบาศก์เซนติเมตร ในแต่ละวันร่างกายจะขับปัสสาวะออกมาประมาณ 1-1.5 ลิตร
เมื่อไตผิดปกติจะทาให้สารบางชนิดออกมาปนกับปัสสาวะ เช่น เม็ดเลือดแดง กรดแอมิโน น้าตาล
กลูโคส ปัจจุบันแพทย์มีการใช้ไตเทียมหรืออาจจะใช้การปลูกถ่ายไตให้กับผู้ป่วยท่ีไตไม่สามารถ
ทางานปกติได้

กระบวนการกาจัดของเสีย เริ่มจากหลอดเลือดดาจะส่งเลอื ดเขา้ หนว่ ยไต หน่วยไตจะกรอง
สารที่อย่ใู นเลือด ซึ่งสารทย่ี ังมปี ระโยชน์จะถูกหน่วยไตดูดซึมกลับคนื ส่วนของเสียจะถกู ส่งไปตามท่อ
ไตลงสู่กระเพาะปัสสาวะที่มีความจุ 500 ลูกบาศก์เซนติเมตร แต่เมื่อมีน้าปัสสาวะ 250 ลูกบาศก์

โดย นางพัชรี คณู ทอง ตาแหน่ง ครู วทิ ยฐานะ ครูเชีย่ วชาญ

14

ชุดกจิ กรรมการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตร์ ชุดที่ 3 ระบบขับถ่าย

เซนติเมตร เราก็จะปวดปัสสาวะ คนเราขับปัสสาวะออกมาประมาณ 1 – 1.5 ลิตรต่อวัน แต่หาก
กลั้นปสั สาวะไว้นานๆ กอ็ าจทาให้เป็นโรคนวิ่ ในไตหรือกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

ภาพที่ 3.9 โครงสรา้ งของอวัยวะในระบบขับถา่ ย
ท่ีมา : หนงั สือเรยี นรายวชิ าพ้ืนฐานวิทยาศาสตร์ เลม่ 1 ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 2

บริษทั อกั ษรเจริญทศั น์ อจท. จากัด (หนา้ 16)

จากระบบการหมุนเวียนโลหิต เลือดท้ังหมดในร่างกายจะต้องหมุนเวียนผ่านไต โดยนาสาร
ทั้งท่ียังมีประโยชน์และสารท่ีไม่มีประโยชน์แล้วมาท่ีไต ของเสียจะถูกไตกาจัดออกมาในรูปปัสสาวะ
ไต มีลักษณะคล้ายเมล็ดถ่ัว มีอยู่ 2 ขา้ ง ติดอยู่กับด้านหลังของช่องท้องยาวประมาณ 11 เซนติเมตร
กว้าง 6 เซนติเมตร และหนา 3 เซนติเมตร ตรงกลางเว้าเป็นกรวยไต มีหลอดไตต่อไปยังกระเพาะ
ปัสสาวะ ภายในไตมีหนว่ ยไตเลก็ ๆ อยู่เป็นจานวนมาก

กระบวนการขับถ่าย เริ่มจากหลอดเลือดท่ีนาเลือดมาจากหัวใจ เลือดและสารท่ีมากับเลือด
จะถูกส่งเข้าหน่วยไต หน่วยไตจะกรองสารที่มีอยู่ในเลือด สารที่ยังมีประโยชน์จะถูกหน่วยไตดูดซึม
กลับคืนมา ส่วนของเสียอ่ืน ๆ จะถูกส่งไปตามหลอดไตลงสู่กระเพาะปัสสาวะซ่ึงมีความจุประมาณ
ครึง่ ลติ ร

ในวันหนึ่ง ๆ คนเราจะขับถ่ายปัสสาวะออกมาประมาณ 1-1.5 ลิตร ปริมาณการขับถ่ายใน
แตล่ ะวนั จะมากหรอื น้อยขึ้นอย่กู ับสงิ่ ตอ่ ไปนี้

 ปรมิ าณนา้ ที่รา่ งกายไดร้ บั
 ชนิดของอาหารและเครื่องด่ืม เช่น แตงโม เหลา้ ทาให้การขบั ถา่ ยปสั สาวะมากขึ้น
 การเสยี น้าของร่างกายทางอ่ืน

โดย นางพชั รี คณู ทอง ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูเชย่ี วชาญ

15

ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชดุ ท่ี 3 ระบบขับถา่ ย

ภาพที่ 3.10 แสดงสว่ นประกอบของไต
ที่มา : https://sites.google.com/site/akadahtwongrat/1-sing-mi-chiwit-kab-

krabwnkar-darng-chiwit/04

3.2.4 การขับถา่ ยของเสยี ทางปอด
ปอดทาหน้าท่ีแลกเปลี่ยนแก๊ส โดยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดจากการใช้พลังงาน
ของร่างกายจะออกจากเซลล์แพร่เข้าไปในหลอดเลือด ลาเลียงไปยังปอดและแพร่เข้าสู่ถุงลมปอด
ผา่ นหลอดลมแลว้ ออกทางจมูก
ปอดคืออวัยวะท่ีทาหน้าที่แลกเปลี่ยนก๊าซ น้า และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ซ่ึงเป็นส่ิงที่
ร่างกายไม่ต้องการแล้วจะออกจากเซลล์แพร่เข้าไปในเส้นเลือด แล้วลาเลียงไปยังปอดเกิดการแพร่
ของน้าและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้าสู่ถุงลมปอดแล้วเคลื่อนผ่านหลอดลมออกจากร่างกายทาง
จมูก
เราได้ทราบจากเร่ืองระบบหายใจแล้วว่า ปอดคืออวัยวะที่ทาหน้าท่ีแลกเปล่ียนก๊าซ น้า
และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งเป็นส่ิงท่ีร่างกายไม่ต้องการแล้วจะออกจากเซลล์แพร่เข้าไปใน

โดย นางพัชรี คณู ทอง ตาแหนง่ ครู วิทยฐานะ ครูเชยี่ วชาญ

16

ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชุดท่ี 3 ระบบขบั ถา่ ย

เส้นเลือด แล้วลาเลียงไปยังปอดเกิดการแพร่ของน้าและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้าสู่ถุงลมปอด
แลว้ เคลือ่ นผ่านหลอดลมออกจาก ร่างกายทางจมกู

3.2.5 ระบบขบั ถ่ายปัสสาวะ (Urinary system)
รา่ งกายมนษุ ยม์ ีกลไกตา่ ง ๆ คล้ายเครื่องยนต์ รา่ งกายตอ้ งใช้พลังงาน การเผาผลาญพลังงาน
จะเกิดของเสีย ของเสียทร่ี ่างกายต้องกาจัดออกไปมีอยู่ 2 ประเภท

1. สารทเ่ี ป็นพษิ ต่อร่างกาย
2. สารทม่ี ปี ริมาณมากเกินความต้องการ
ระบบการขับถ่าย เป็นระบบท่รี ่างกายขบั ถา่ ยของเสียออกไป ของเสียในรูปแก๊สคือลมหายใจ
ของเหลวคือเหงื่อและปสั สาวะ ของเสียในรปู ของแขง็ คืออุจจาระ
 อวยั วะที่เกี่ยวข้องกับการขับถ่ายของเสยี ในรูปของแข็งคือ ลาไสใ้ หญ่ (ดรู ะบบย่อย

อาหาร)
 อวัยวะทีเ่ กี่ยวข้องกบั การขบั ถ่ายของเสยี ในรูปของแก๊สคือ ปอด (ดูระบบหายใจ)
 อวยั วะที่เกยี่ วข้องกับการขบั ถ่ายของเสียในรปู ของเหลวคอื ไต และผวิ หนงั
 อวยั วะท่เี กย่ี วข้องกบั การขบั ถ่ายของเสยี ในรปู ปัสสาวะ ไดแ้ ก่ ไต หลอดไต

กระเพาะปสั สาวะ
 อวัยวะที่เกี่ยวข้องกบั การขบั ถ่ายของเสียในรูปเหงอื่ คือผวิ หนัง ซึ่งมตี อ่ มเหง่ืออยู่ใน

ผิวหนังทาหน้าทข่ี บั เหงื่อ

ภาพที่ 3.11 แสดงส่วนประกอบของไต
ทม่ี า : https://www.lp-yaem.com/check-urine/

ปัสสาวะของคนปกติมักมีสีเหลืองอ่อนหรือสีอาพัน แต่ถ้าปัสสาวะมากสีจะจางลงและถ้า
ปัสสาวะน้อยสีจะเข้มข้ึนในบางกรณีสามารถใช้สีของปัสสาวะท่ีเปล่ียนแปลงไปบ่งบอกถึงความ

โดย นางพัชรี คณู ทอง ตาแหนง่ ครู วิทยฐานะ ครูเชีย่ วชาญ

17

ชุดกิจกรรมการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์ ชุดท่ี 3 ระบบขบั ถา่ ย

ผดิ ปกติในร่างกายหรือโรคบางชนดิ เบ้ืองต้นได้เช่นสีเหลืองเข้มหรือเหลืองปนเขียวพบในผู้ป่วยที่เป็น
โรคตับอักเสบหรือท่อน้าดีถูกอุดกั้นสีเหลืองปนแดงเน่ืองจากมีเซลล์เม็ดเลือดแดงออกมาในปัสสาวะ
มักพบในผู้ท่ีมีอาการกระเพาะปัสสาวะอักเสบและสีขาวเหมือนน้านมเกิดจากการอุดก้ันและแตก
ของท่อน้าเหลืองทาให้มีไขมันปนออกมาในปัสสาวะอย่างไรก็ตามสีของปัสสาวะยังข้ึนอยู่กับสีของ
อาหารทบี่ ริโภครวมทง้ั ผกั ผลไม้และยาท่บี รโิ ภคด้วย

ในทางการแพทย์มีการนาปัสสาวะมาตรวจวินิจฉัยเบื้องต้นเก่ียวกับภาวะของโรคต่าง ๆ ได้
หลายโรคเช่นโรคเบาหวานโรคตับโรคกระเพาะปสั สาวะอักเสบซ่งึ การวิเคราะห์ส่วนประกอบและสาร
ตา่ ง ๆ ท่ีพบในปสั สาวะจะเปน็ ตัวช้ีวดั ความผดิ ปกตขิ องรา่ งกายได้

กรณีที่ไตทางานผิดปกติการกรองและการดูดกลับสารต่าง ๆ ท่ีไตอาจจะบกพร่องไปทาให้มี
ส่ิงแปลกปลอมในปัสสาวะเช่นโปรตีนบางชนิดกลูโคสหรือแม้กระทั่งเซลล์เม็ดเลือดแดงและถ้าไตไม่
สามารถทางานได้อย่างปกติจะเกิดอันตรายถึงชีวิตเพราะร่างกายไม่สามารถขับถ่ายของเสียท่ีเกิดข้ึน
ตลอดเวลาได้รวมท้ังเกิดภาวะเสียสมดุลของน้าและเกลือแร่นักเรียนจะมีวิธีการปฏิบัติตนอย่างไร
เพ่ือให้ไตทางานอย่างปกติ

ปัสสาวะเป็นผลจากการทาหน้าที่ของไตในการผ่านทางขับถ่ายสารของเสียท่ีไม่ต้องการ
หรือส่วนเกินสารน้าของร่างกายการท่ีปัสสาวะเข้มหรือจางเกินไปมากหรือน้อยเกินไป ขุ่นข้น
สีผิดปกติ มีกลิ่นผิดปกติ แพทย์แผนจีนบอกได้ในด้านกว้างๆ ว่าเป็นเพราะมีความเย็น ความร้อน
ความชื้น หรือเป็นเพราะระบบสมดุลของอวัยวะภายในส่วนใดพร่อง โดยเฉพาะของไต ม้าม
หรอื ปอด

แพทย์แผนปัจจุบันให้รายละเอียดของความผิดปกติที่ชัดเจนกว่า บอกถึงภาวะการติดเชื้อ
ตาแหนง่ ของเลอื ดทอี่ อก ความผดิ ปกติของไตชนิดต่างๆ เป็นต้น ซงึ่ ใหร้ ายละเอยี ดมากขนึ้ เชน่ ภาวะ
ร้อนชื้นของกระเพาะปสั สาวะ หมายถึง ภาวะอกั เสบ

3.3 การดูแลรกั ษาอวัยวะในระบบขบั ถ่าย
ไตเป็นอวัยวะสาคัญในระบบขับถ่ายและการรกั ษาดุลยภาพของนา้ และแร่ธาตุในร่างกาย

ซ่งึ หากไตทางานผิดปกติการกรองของเสียและการลาเลียงสารต่าง ๆ ของหน่วยไตอาจบกพร่องทาให้
มสี ่ิงแปลกปลอมปนออกมาพร้อมกับปัสสาวะ เช่น กลูโคสโปรตีนเซลลเ์ ม็ดเลือดแดงเป็นตน้ หรอื อาจ
ทาใหเ้ กิดโรคบางโรค เช่น

โรคไตวาย เป็นภาวะที่ไตท้ังสองข้างถูกทาลายจนไม่สามารถทางานได้ หรือทางานได้
น้อยกว่าปกติทาให้ร่างกายสูญเสียความสามารถในการกรองของเสียออกจากเลือด จนไม่สามารถ
ขับของเสียออกจากร่างกายผ่านทางปัสสาวะได้ ซึ่งอาจทาให้มีของเสียสะสมอยู่ในร่างกายจนเป็น
อันตรายถงึ ชวี ิต รวมท้งั ไตจะไมส่ ามารถควบคมุ สมดุลของน้าและเกลือแร่ตา่ ง ๆ ในรา่ งกายได้

โดย นางพชั รี คณู ทอง ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครูเช่ียวชาญ

18

ชดุ กิจกรรมการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตร์ ชุดท่ี 3 ระบบขบั ถ่าย

สาหรับผู้ป่วยโรคไตวายนั้นแพทย์สามารถรักษาโดยการปลูกถ่ายไตซึ่งเป็นการนาไตจาก
ผอู้ ื่นมาใส่ให้กับผปู้ ่วยโรคไตวายหรือรักษาโดยการฟอกเลือดด้วยไตเทียมซึ่งเป็นเครื่องมือท่ีทาหน้าที่
แทนไตได้

ภาพที่ 3.12 การปลูกถา่ ยไตเปน็ วธิ ีการรกั ษาไตวาย
ท่มี า : หนงั สอื เรยี นรายวชิ าพื้นฐานวิทยาศาสตร์ เล่ม 1 ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 2

บรษิ ัท อกั ษรเจรญิ ทศั น์ อจท. จากดั (หน้า 17)

โรคนิ่ว เป็นโรคที่เกิดจากการจับตัวกันของแร่ธาตุต่าง ๆ ซงึ่ ตกตะกอนรวมกันเป็นก้อน
บริเวณไตท่อไตและกระเพาะปัสสาวะมีสาเหตุจากหลายปัจจัยเช่นการอยู่ในบริเวณท่ีร้อนทาให้
ร่างกายสูญเสียเหง่ือได้ง่ายแล้วด่ืมน้าน้อยจึงทาให้ปัสสาวะมีความเข้มข้นสูงขึ้นและเกิดเป็นตะกอน
นิ่วหรือการรับประทานอาหารที่มีสารออกซาเลตสูงเช่นผกั โขมใบชะพลูใบยอยอดกระถินงาถ่ัวชสี นม
โยเกริ ต์ น้าอดั ลม เปน็ ตน้

ผปู้ ่วยโรคนิ่วอาจมีอาการปวดอย่างรุนแรงหรือเล็กน้อยบริเวณเอวคอ่ นไปด้านหลงั แพทย์
สามารถรักษาโดยการใช้ยาการผ่าตัด หรือการสลายนิว่ โดยใช้คลืน่ เสียงความถีส่ งู

โรคน่ิวไตเป็นปัญหาสาธารณสุขที่พบมากทั่วโลก และอุบัติการณ์โรคนิ่วไตมีแนวโน้ม
สูงข้ึนเรื่อยๆ ในประเทศไทยมีอุบัติการณ์โรคนิ่วไตสูงมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ
ร้อยละ 10-16 การมีน่ิวในระบบทางเดินปัสสาวะจะส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนอ่ืนๆ ได้ เช่น การ
ติดเช้ือในระบบทางเดินปัสสาวะ การทางานของไตเสื่อมลง และอาจร้ายแรงจนถึงเกิดภาวะไตวาย
เรือ้ รงั และโรคไตระยะสุดทา้ ย ซ่ึงทาใหถ้ ึงแกค่ วามตายได้ นอกจากนีโ้ รคน่ิวไตมอี บุ ัติการณก์ ารเปน็ นิ่ว
ซ้าสูงมาก ทาให้ทั้งผู้ป่วยและภาครัฐต้องสูญเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาและป้องกันการเกิดน่ิว

โดย นางพัชรี คณู ทอง ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูเช่ียวชาญ

19

ชุดกิจกรรมการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์ ชดุ ที่ 3 ระบบขับถา่ ย

ซ้าสูงมาก ดังน้ันโรคน่ิวไตจึงจัดเป็นปัญหาสุขภาพท่ีส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชากรไทย
เป็นอย่างยิ่ง

สาเหตุของโรคน่ิวไตเกิดจากหลากหลายปัจจัย ทั้งปัจจัยเสี่ยงทางด้านส่ิงแวดล้อม เม
แทบอลิซึม พันธุกรรม วิถีการดาเนินชีวิต และอุปนิสัยการกินอาหารของตัวผู้ป่วยเอง ชนิดของน่ิวมี
หลากหลายชนิด องค์ประกอบส่วนใหญ่ในก้อนนิ่วเป็นผลึกแร่ธาตุ เช่น แคลเซี่ยมออกซาเลต
แคลเซียมฟอสเฟต ยูเรต แมกนเี ซ่ียมแอมโมเนี่ยมฟอสเฟต เปน็ ต้น น่ิวที่พบมากที่สดุ ในประเทศไทย
คือ นิ่วแคลเซ่ียมฟอสเฟตประมาณร้อยละ 80 รองลงมาคือน่ิวกรดยูริกพบประมาณร้อยละ 10-20
สาเหตุเร่ิมต้นของการเกิดนิ่วคือการก่อผลึกแร่ธาตุในปัสสาวะ สารท่ีกระตุ้นการก่อผลึกเหล่าน้ี
เรียกว่า “สารก่อน่ิว” ได้แก่ แคลเซี่ยม ออกซาเลต ฟอสเฟต และกรดยูริก สาหรับสารท่ีป้องกันการ
ก่อผลึกในปัสสาวะเรียกว่า “สารยับย้ังนิ่ว” ท่ีสาคัญได้แก่ ซิเทรต โพแทสเซียม และแมกนีเซียม
ปจั จยั เส่ยี งด้านความผดิ ปกติทางเมแทบอลิซึมท่พี บได้บ่อยในผู้ป่วยโรคน่ิวไตไทย คือ การมีสารยบั ย้ัง
น่ิวในปัสสาวะต่า ได้แก่ ภาวะซิเทรตในปัสสาวะต่าพบประมาณร้อยละ 70-90 และภาวะ
โพแทสเซียมในปัสสาวะต่าพบประมาณรอ้ ยละ 40-60

การรักษาโรคนิ่วไตแบ่งเป็นการรักษาทางศัลกรรม เช่น การผ่าตัดเอาน่ิวออกและการ
สลายน่ิว เป็นต้น และการรักษาด้วยยาเพื่อป้องกันการเกิดนิ่วซ้า เช่นยาโพแทสเซ่ียมซิเทรต
นอกเหนือจากการรักษาทางการแพทย์แล้ว การปรับเปล่ียนพฤติกรรมการกินและการดาเนินชีวิตมี
ความสาคัญมากในการสร้างเสรมิ สขุ ภาพของผู้ปว่ ยโรคน่ิวไต ซ่งึ เปน็ การป้องกันการเกิดน่วิ ซ้าไดอ้ ยา่ ง
มปี ระสิทธิภาพในระยะยาว

ภาพท่ี 3.13 น่ิวสามารถพบไดใ้ นไต ทอ่ ไต และกระเพาะปสั สาวะ
ที่มา : หนงั สอื เรียนรายวชิ าพ้ืนฐานวทิ ยาศาสตร์ เล่ม 1 ช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ 2

บรษิ ัท อกั ษรเจริญทศั น์ อจท. จากดั (หนา้ 17)

โดย นางพชั รี คณู ทอง ตาแหนง่ ครู วิทยฐานะ ครูเชย่ี วชาญ

20

ชดุ กิจกรรมการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์ ชดุ ท่ี 3 ระบบขบั ถา่ ย

ไตนับว่าเป็นอวัยวะที่มีความสาคัญต่อร่างกายอย่างย่ิงดังน้ันเราจึงควรรักษาสุขภาพไต
เพ่ือป้องกันการเกดิ โรคตา่ ง ๆ ซึ่งสามารถปฏิบัตไิ ดต้ ังน้ี

- การเลือกรบั ประทานอาหารควรหลกี เล่ยี งอาหารท่มี ีรสจัดโดยเฉพาะอาหารที่มรี สเคม็ และ
รสเผด็ เพราะทาให้การกรองของเสียของหน่วยไตทางานหนักและอาจจะทาใหไ้ ตเส่อื มก่อนวยั อนั ควร
รวมทงั้ ไม่ควรรับประทานอาหารท่ีมีโปรตีนมากเกินไปเพราะเปน็ ตวั เรง่ ให้เกิดของเสยี ในกระบวนการ
กรองของหนว่ ยไต

- การด่ืมน้าสะอาดให้เพียงพอเป็นการช่วยให้ไตไม่ทางานหนักจนเกินไปเพราะไตไม่ต้อง
กรองน้าเลอื ดที่ความเข้มข้นมากจนเกินไปซ่ึงปกติควรดื่มน้าประมาณวันละ 8-10 แก้วหรือประมาณ
วนั ละ 2 ลติ ร

- งดสูบบุหร่ีและด่ืมเคร่ืองด่ืมแอลกอฮอล์เพราะสารเคมีในบุหร่ีและเคร่ืองดื่มแอลกอฮอล์มี
ผลตอ่ การทางานของไต

- หลีกเล่ียงการใช้ยาหรืออาหารเสริมท่ีมีผลกระทบต่อไตเช่นยาแก้ปวดบางชนิดยาฆ่าเช้ือ
บางชนิต เป็นตน้

- ออกกาลังกายอยา่ งสม่าเสมอซ่งึ จะมสี ่วนชว่ ยเกย่ี วกับระบบหมุนเวียนเลอื ดการกาจัดไขมัน
และการขบั เกลอื ออกทางเหง่ือทาให้ได้ไม่ต้องทางานหนกั เกนิ ไป

- หากพบว่าเป็นโรคไตควรเข้ารับคาแนะนาและปฏิบัติตามคาส่ังของแพทย์อย่างเคร่งครัด
จากท่ีกล่าวมาจะเห็นว่าระบบขับถ่ายมีความสาคัญอย่างยิ่งต่อการดารงชีวิตเราจึงควรรักษาสุขภาพ
โตและอวัยวะต่าง ๆ ในระบบขบั ถา่ ยให้สมบูรณ์แข็งแรงเพ่อื ให้สามารถทาหนา้ ท่ีไดอ้ ย่างปกติ

โดย นางพชั รี คณู ทอง ตาแหนง่ ครู วิทยฐานะ ครูเชี่ยวชาญ

21

ชุดกจิ กรรมการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตร์ ชดุ ท่ี 3 ระบบขับถ่าย

บัตรกจิ กรรมท่ี 3.1
เร่อื ง ศึกษาโครงสรา้ งและสว่ นประกอบของไต

จุดประสงค์
1. เพอ่ื ศกึ ษาโครงสร้างและส่วนประกอบของไต

วัสดแุ ละอุปกรณ์
1. ไตหมู
2. ถุงมอื ผา่ ตัด
3. ใบมดี ผา่ ตดั หรอื ชดุ ผ่าตดั
4. คีมผ่าตดั
5. กรรไกรผ่าตัด
6. แว่นขยาย
7. แทง่ แก้วคนสาร

วธิ ดี าเนินกิจกรรม
1. สังเกตลกั ษณะภายนอกและร่องบรเิ วณด้านขา้ งของไต บนั ทกึ ผลการสังเกต

ที่มา : https://www.google.com/search?q=รปู ไตหมูสด&tbm
2. ใชม้ ดี ผา่ ตัดผ่าครง่ึ ไตตามแนวยาว แลว้ ใชแ้ ว่นขยายสอ่ งดลู ักษณะและโครงสรา้ งภายใน

ของไต

โดย นางพชั รี คณู ทอง ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูเช่ยี วชาญ

22

ชดุ กิจกรรมการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์ ชุดที่ 3 ระบบขบั ถา่ ย

ท่มี า : https://www.google.com/search?q=รปู โครงสรา้ งของไต&tbm
3. วาดภาพโครงสรา้ งของไต พร้อมท้งั ชส้ี ว่ นประกอบท่สี าคญั โดยเปรียบเทียบกับของจรงิ
ผลการศกึ ษา

โดย นางพัชรี คณู ทอง ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครูเชี่ยวชาญ

23

ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ ชุดท่ี 3 ระบบขบั ถา่ ย

คาถามท้ายกจิ กรรม
1. ลักษณะของไตภายนอกมีลักษณะคลา้ ยกับสง่ิ ใด

……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

2. ลักษณะของไตภายในมลี ักษณะอย่างไร
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

3. ลักษณะของกลุ่มเน้ือเย่ือภายในไตทเี่ ปน็ สแี ดงท่ีเรยี กวา่
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

4. ลกั ษณะของกลุ่มเน้อื เยื่อทเ่ี รยี กว่าหนว่ ยไตทาหนา้ ที่อย่างไร
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

5. จากกจิ กรรมสรุปได้วา่ อยา่ งไร
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

โดย นางพัชรี คณู ทอง ตาแหนง่ ครู วิทยฐานะ ครูเชีย่ วชาญ

24

ชดุ กจิ กรรมการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์ ชุดที่ 3 ระบบขับถา่ ย

บตั รกจิ กรรมท่ี 3.2
เรอ่ื ง การดแู ลรักษาไต

จดุ ประสงค์
1. รวบรวมข้อมลู และนาเสนอวิธกี ารดแู ลรกั ษาอวัยวะในระบบขบั ถ่าย

วัสดุและอปุ กรณ์
-

สถานการณ์
โรคไตในประเทศไทย
ปัจจุบันคนไทยป่วยเป็นโรคไตประมาณ 8 ล้านคนในจานวนนี้ประมาณ 100,000 คน

ปว่ ยอยู่ในระยะสุดท้ายและต้องรับการบาบัดทดแทนไตด้วยการฟอกเลือดหรือล้างไตทางช่องท้องซ่ึง
ต้องใช้งบประมาณในการดูแลรักษามากกว่า 20,000 ล้านบาทต่อปีและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเน่ือง
ประมาณรอ้ ยละ 15-20 ต่อปหี ากไม่มีการแก้ไขคาดวา่ ใน 5 ปีข้างหน้าจะมผี ู้ป่วยเพิม่ กว่า 2 แสนราย
และรฐั บาลต้องใช้งบประมาณมากกว่า 4 หมื่นล้านบาทตอ่ ปีในการดแู ลรักษาผู้ป่วยกลุ่มนี้

วธิ ีดาเนินกิจกรรม
1. อา่ นสถานการณโ์ รคไตในประเทศไทย
2. สืบค้นข้อมูลเกยี่ วกับโรคไตและหาสาเหตุของโรคไตรว่ มกันอภิปรายผลกระทบและเสนอ

แนวทางดูแลรกั ษาอวยั วะในระบบขบั ถ่าย
3. นาเสนอโดยอาจทาผลงานในรูปแบบส่ือดิจทิ ัลแบบตา่ ง ๆ หรือแผ่นพับ

คาถามทา้ ยกจิ กรรม
1. เพราะเหตุใดคนไทยจึงมแี นวโน้มปว่ ยเป็นโรคไตเพมิ่ ขึน้

…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….

โดย นางพชั รี คณู ทอง ตาแหนง่ ครู วิทยฐานะ ครูเชยี่ วชาญ

25

ชุดกจิ กรรมการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตร์ ชดุ ท่ี 3 ระบบขบั ถ่าย

2. นักเรยี นจะมวี ิธกี ารป้องกันตนเองให้ปลอดภัยจากโรคท่ีเกยี่ วกบั ระบบขับถา่ ยอย่างไร
บา้ ง

…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….

3. จากกิจกรรมสรุปไดว้ า่ อย่างไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….

โดย นางพชั รี คณู ทอง ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูเชย่ี วชาญ

26

ชดุ กจิ กรรมการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตร์ ชุดท่ี 3 ระบบขบั ถา่ ย

บัตรกิจกรรมที่ 3.3
เรอ่ื ง ระบบขบั ถ่าย

จุดประสงค์
- รวบรวมข้อมูลและนาเสนอโครงสรา้ งและหนา้ ที่ของอวยั วะในระบบขับถ่าย การทางาน
ของระบบขับถ่าย และวธิ ีการดูแลรักษาอวยั วะในระบบขับถ่าย

วสั ดแุ ละอุปกรณ์
-

วิธีการดาเนินกิจกรรม
1. สืบค้นข้อมูลเก่ียวกับโครงสร้างและหน้าที่ของอวัยวะในระบบขับถ่าย การทางานของ

ระบบขับถา่ ย และวิธีการดูแลรักษาอวยั วะในระบบขับถ่าย
2. ร่วมกันวิเคราะห์เก่ียวกับโครงสร้างและหน้าท่ีของอวัยวะในระบบขับถ่าย การทางาน

ของระบบขบั ถ่าย และวธิ ีการดแู ลรกั ษาอวยั วะในระบบขับถา่ ย
3. นาเสนอรูปแบบท่ีนา่ สนใจ เชน่ โปสเตอร์ แผนภาพความคิด ถอดบทเรยี น แผน่ พบั

คาถามท้ายกิจกรรม
1. อวยั วะที่เก่ียวข้องกบั ระบบขับถา่ ยมีอวัยวะใดบา้ ง แตล่ ะอวัยวะมหี นา้ ทอี่ ย่างไร

…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….

2. ไตทาหน้าทขี่ บั ถ่ายของเสยี ได้อยา่ งไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….

โดย นางพชั รี คณู ทอง ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครูเชยี่ วชาญ

27

ชดุ กจิ กรรมการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตร์ ชุดท่ี 3 ระบบขับถา่ ย

3. สารชนิดใดทไี่ มผ่ า่ นการกรองของหนว่ ยไต และสารชนดิ ใดทีถ่ กู ดูดกลบั บรเิ วณหนว่ ยไต
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….

4. ไตทาหน้าท่ีรักษาสมดลุ ของน้าในร่างกายได้อย่างไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….

5. การกินอาหารรสเคม็ จดั มีผลตอ่ การทางานของไตอย่างไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….

6. จากกจิ กรรม สรุปได้วา่ อยา่ งไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….

โดย นางพชั รี คณู ทอง ตาแหน่ง ครู วทิ ยฐานะ ครูเช่ยี วชาญ

28

ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์ ชดุ ที่ 3 ระบบขับถ่าย

รายวชิ าวิทยาศาสตร์ 3 แบบทดสอบหลังเรียน หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 2
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 2 ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้ท่ี 3 ระบบอวัยวะในรา่ งกายของเรา
เวลา 10 นาที
เรอื่ ง ระบบขบั ถ่าย 10 คะแนน

คาช้ีแจง 1. แบบทดสอบฉบับนี้ จานวน 10 ขอ้ คะแนนเตม็ 10 คะแนน เวลาทใ่ี ช้ 10 นาที
2. จงเลือกคาตอบที่ถกู ต้องท่ีสุด แลว้ เขยี นเครื่องหมาย  ลงในกระดาษคาตอบ

1. ของเสยี ในเลือดถูกกรองโดยอวยั วะใด
ก. หลอดไต
ข. หนว่ ยไต
ค. กระเพาะปัสสาวะ
ง. หลอดเลือดอาร์เทอรี

2. หลอดเลือดที่นาเลอื ดผ่านเข้ามายงั ไตเป็นหลอดเลอื ดชนิดใด
ก. หลอดเลือดเวน
ข. หลอดเลือดฝอย
ค. หลอดเลอื ดอารเ์ ทอรี
ง. ถกู ทงั้ ข้อ ก. และ ข.

3. บรเิ วณทีพ่ บกันระหว่างช่องอาหารกบั ช่องอากาศ คอื สิ่งใดต่อไปน้ี
ก. จมกู
ข. คอหอย
ค. หลอดลม
ง. กล่องเสียง

4. ผู้ป่วยโรคไตอักเสบ จะมอี าการปวดบรเิ วณใด
ก. ชอ่ งทอ้ งด้านขวา
ข. เอวขา้ งกระดูกสันหลัง
ค. เอวดา้ นซา้ ยทง้ั 2 ขา้ ง
ง. เหนอื กระเพาะปัสสาวะ

โดย นางพชั รี คณู ทอง ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูเช่ยี วชาญ

29

ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ ชดุ ที่ 3 ระบบขับถา่ ย

5. ขอ้ ใดไม่ถูกต้อง
1) ไตมีรปู ร่างคล้ายเมด็ ถั่ว ประกอบดว้ ยหนว่ ยไตนบั ล้านหน่วย
2) ของเหลวท้ังหมดทผ่ี า่ นการกรองจากไตแลว้ คือ นา้ ปัสสาวะ
3) นา้ นา้ ตาล และโปรตีนบางชนิด จะถูกดดู ซมึ กลบั เข้าหลอดเลือดได้อกี
ก. 1)
ข. 2)
ค. 3)
ง. 2) และ 3)

6. การท่รี ู้สึกปวดปสั สาวะ หมายถงึ เหตกุ ารณใ์ นข้อใดกาลังเกิดข้ึน
ก. เกิดการดูดกลับนา้ ที่หว่ งเฮนเล
ข. มนี า้ ปสั สาวะในกรวยไตเกนิ 250 ลูกบาศกเ์ ซนติเมตร
ค. มนี ้าปัสสาวะในท่อปัสสาวะเกิน 250 ลกู บาศกเ์ ซนตเิ มตร
ง. มนี า้ ปัสสาวะในกระเพาะปสั สาวะเกิน 250 ลกู บาศก์เซนตเิ มตร

7. นอกจากนา้ และยูเรยี แล้วสารทม่ี ีจานวนมากในปสั สาวะ คือสารใด
ก. ซัลเฟต
ข. กรดยรู ิก
ค. ฟอสเฟต
ง. โซเดียมคลอไรด์

โดย นางพัชรี คณู ทอง ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครูเชี่ยวชาญ

30

ชดุ กจิ กรรมการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์ ชดุ ท่ี 3 ระบบขับถ่าย

ใชภ้ าพและตัวเลอื กต่อไปนี้ ตอบคาถามข้อ 8 – 10

8. การกรองเกิดขึน้ ทส่ี ว่ นใด
ก. A
ข. B
ค. C
ง. D

9. กระบวนการดดู ซึมกลบั เกิดขึน้ ที่สว่ นใด
ก. A
ข. B
ค. C
ง. A และ B

10. สว่ นใดทีท่ าหนา้ ท่ีรวมนา้ ปสั สาวะไปสกู่ รวยไต
ก. C
ข. D
ค. B
ง. E

โดย นางพัชรี คณู ทอง ตาแหนง่ ครู วิทยฐานะ ครูเชี่ยวชาญ

31

ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์ ชดุ ที่ 3 ระบบขับถ่าย

กระดาษคาตอบ
แบบทดสอบกอ่ นเรยี นและหลงั เรียน

ชุดท่ี 3 ระบบขับถ่าย

แบบทดสอบก่อนเรียน ง แบบทดสอบหลังเรยี น ง
ข้อ ก ข ค ขอ้ ก ข ค
1 1
2 2
3 3
4 4
5 5
6 6
7 7
8 8
9 9
10 10

คะแนนเตม็ 10 คะแนน คะแนนเต็ม 10 คะแนน
ได้ ...................คะแนน ได้ ...................คะแนน

โดย นางพชั รี คณู ทอง ตาแหน่ง ครู วทิ ยฐานะ ครูเช่ยี วชาญ

32

ชุดกจิ กรรมการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์ ชดุ ที่ 3 ระบบขบั ถา่ ย

บรรณานุกรม

กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. (2554). หนงั สอื เรียนรายวิชาพ้นื ฐานวทิ ยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์ 4
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2 เล่ม 2 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน
พุทธศักราช 2551. กรงุ เทพมหานคร : โรงพิมพ์ สกสค. ลาดพรา้ ว.

________. (2554). คมู่ ือครู รายวิชาวิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์ 4 ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 2 เล่ม 2
กลุม่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน
พุทธศกั ราช 2551. กรงุ เทพมหานคร : โรงพมิ พ์ สกสค. ลาดพร้าว.

กระทรวงศกึ ษาธิการ. (2555). หนงั สอื เรยี นรายวชิ าพื้นฐานวิทยาศาสตร์ 4 ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 2
เล่ม 2. กรงุ เทพฯ : สกสค. ลาดพรา้ ว.

กาญจนา เนตรวงศ์. (2552). ติวเขม้ วิทยาศาสตร์ ชน้ั มัธยมศึกษาตอนต้น.
กรุงเทพฯ : ฟิสกิ ส์เซน็ เตอร.์

ธนพงษ์ วัชรโรจน.์ (2559). เตรยี มสอบวทิ ยาศาสตร์ ม.2. กรงุ เทพฯ : บรษิ ัทสวสั ดีไอทีจากดั .
ประดับ นาคแก้ว และ ดาวัลย์ เสริมบญุ สม. (2555). หนงั สือเรียนวทิ ยาศาสตร์ ช้นั มัธยมศึกษา

ปีที่ 2. พิมพค์ รัง้ ท่ี 2. กรุงเทพฯ : แมค็ เอ็ดดูเคช่ัน.
ประไพรตั น์ พูลทว.ี (ม.ป.ป.). ชวี วิทยาเพิม่ เติม เล่ม 2. อา่ งทอง : วรศิลป์การพมิ พ.์
ฝา่ ยวชิ าการสานักพมิ พ์ภมู ิบัณฑติ . (ม.ป.ป.). คูม่ อื -เตรียมสอบ วิทยาศาสตร์ ม.2. กรงุ เทพฯ :

สานกั พิมพภ์ ูมิบณั ฑิต
พมิ พันธ์ เดชะคปุ ต์, พเยาว์ ยินดีสุข, ธาริณี วิทยาอนิวรรตน์, นยั นา ตรงประเสรฐิ ,

อมรรัตน์ บุบผโชติ, นา้ ผ้ึง ศภุ อทุ ุมพร, และคนอน่ื ๆ. (2554). หนังสือเรียนรายวชิ า
พน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์ ม.2. กรงุ เทพฯ : สถาบันพฒั นาคุณภาพวชิ าการ (พว.).
โพธธิ รณ์ ครรชิตานุรกั ษ์, ณฐั พงศ์ แถมยมิ้ และ ชยั ศาสตร์ คเชนทร์สวุ รรณ. (2559). สรปุ เข้ม
วิทยาศาสตร์ ม.ต้น ฉบบั สมบูรณ์ ม่นั ใจเต็ม 100. นนทบุรี : ไอดซี ฯี .
ไพโรจน์ แกว้ มา. (2555). Compact วทิ ยาศาสตร์ ม.2. กรงุ เทพฯ : แมค็ เอด็ ดเู คชั่น.
บุญชวน พรหมสมบัต.ิ (2561). ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้รายวิชาวทิ ยาศาสตร์ วิชาวิทยาศาสตร์
พ้ืนฐาน ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2 ชุดท่ี 4 ระบบขับถา่ ยของมนษุ ย์และสัตว.์
สบื คน้ เม่อื วันที่ 8 ตลุ าคม 2561 จาก https://www.kroobannok.com/85043
ประดบั นาคแกว้ และคณะ. (2551). หนังสอื เรียนสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์.
กรุงเทพฯ : บรษิ ัทสานกั พิมพ์แม็ค.
ยุพา วรยศ และคณะ. (2551). หนังสอื เรียนสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร.์
กรุงเทพฯ : บรษิ ทั อักษรเจรญิ ทัศน์ อจท. จากดั .

โดย นางพชั รี คณู ทอง ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครูเช่ียวชาญ

33

ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชุดท่ี 3 ระบบขบั ถา่ ย

ลิขติ ฉตั รสกลุ และคณะ .(2553). แบบฝึกหัดวทิ ยาศาสตร์ เล่ม 3 ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3 ม.2
เลม่ 1. กรงุ เทพฯ : ไทยวัฒนาพานชิ .

ศรลี ักษณ์ ผลวัฒนะ และคณะ. (2553). หนังสือเรียนสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์.
กรุงเทพฯ : สานกั พิมพน์ ยิ มวิทยา.

ศยามล สขุ ขา. (2559). บทความเผยแพร่ความรสู้ ่ปู ระชาชน ผลแลปเลือดกับโรคไตเรอื้ รัง.
ภาควชิ าเภสัชกรรม คณะเภสัชศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหิดล.
สบื คน้ เมอื่ วันท่ี 8 ตุลาคม 2561
จาก https://pharmacy.mahidol.ac.th/th/knowledge/article/360/

สถาบนั ส่งเสริมการสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลย.ี (2554). หนังสือเรียนรายวิชาวิทยาศาสตร์
พนื้ ฐานวทิ ยาศาสตร์ 4. กรุงเทพฯ : องค์การค้าของ สกสค.

สถาบนั ส่งเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี. (2559). หนังสอื เรียนรายวชิ าพนื้ ฐาน
วทิ ยาศาสตร์ 4. พิมพ์คร้งั ท่ี 9. กรุงเทพฯ: สกสค.ลาดพร้าว.

ส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงศกึ ษาธิการ. (2553). หนงั สือเรยี นรายวิชา
พ้ืนฐานวิทยาศาสตร์ ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2 เล่ม 2. กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พ์ สกสค.

สธุ ารี คาจนั ศรี และภคพร จิตรีขันธ.์ (2562). หนงั สือเรียนรายวชิ าพื้นฐานวิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยี ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 2 เลม่ 1. กรุงเทพฯ : ไทยร่มเกล้า,
บรษิ ัทอักษรเจรญิ ทัศน์ อจท. จากดั .

http://www.kruseksan.com/test/m2t20.html
https://sites.google.com/site/rabbrangkay2/home/rabb-khab-thay-passawa
https://sites.google.com/site/akadahtwongrat/1-sing-mi-chiwit-kab-krabwnkar-

darng-chiwit/04
https://ngthai.com/science/21482/secretorysystem/
http://www.bmbmd.research.chula.ac.th/knrenal.htm

โดย นางพชั รี คณู ทอง ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครูเช่ียวชาญ

34

ชดุ กจิ กรรมการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตร์ ชุดที่ 3 ระบบขับถ่าย

โดย นางพัชรี คณู ทอง ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครูเชย่ี วชาญ

35

ชดุ กิจกรรมการเรยี นรูว้ ทิ ยาศาสตร์ ชดุ ท่ี 3 ระบบขบั ถา่ ย

เฉลยบตั รกิจกรรมท่ี 3.1
เรอื่ ง ศกึ ษาโครงสร้างและส่วนประกอบของไต

จดุ ประสงค์
1. เพื่อศึกษาโครงสร้างและส่วนประกอบของไต

วัสดุและอปุ กรณ์
1. ไตหมู
2. ถุงมอื ผา่ ตดั
3. ใบมดี ผ่าตัดหรือชุดผา่ ตดั
4. คมี ผ่าตัด
5. กรรไกรผ่าตดั
6. แว่นขยาย
7. แทง่ แกว้ คนสาร

วธิ ดี าเนินกจิ กรรม
1. สงั เกตลักษณะภายนอกและร่องบรเิ วณด้านขา้ งของไต บนั ทกึ ผลการสงั เกต

ท่ีมา : https://www.google.com/search?q=รปู ไตหมูสด&tbm
2. ใช้มดี ผา่ ตัดผ่าคร่ึงไตตามแนวยาว แลว้ ใชแ้ วน่ ขยายส่องดลู ักษณะและโครงสรา้ งภายใน

ของไต

โดย นางพัชรี คณู ทอง ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูเชี่ยวชาญ

36

ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ ชดุ ท่ี 3 ระบบขับถ่าย

ท่ีมา : https://www.google.com/search?q=รปู โครงสรา้ งของไต&tbm
3. วาดภาพโครงสร้างของไต พร้อมท้งั ช้ีส่วนประกอบที่สาคญั โดยเปรียบเทียบกบั ของจรงิ
ผลการศึกษา

แสดงโครงสรา้ งลักษณะภายนอกและภายในของไต
ทีม่ า : https://www.kroobannok.com/85043

โดย นางพชั รี คณู ทอง ตาแหนง่ ครู วิทยฐานะ ครูเชยี่ วชาญ

37

ชดุ กิจกรรมการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ ชุดท่ี 3 ระบบขบั ถา่ ย

คาถามท้ายกิจกรรม
1. ลกั ษณะของไตภายนอกมีลักษณะคล้ายกับสิ่งใด

……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………ค…ล…้า…ยก…ับ…เ…มล…็ด…ถ…ัว่ …แด…ง…ม…ีส…ีแ…ดง…น…้า…ตา…ล…เข…้ม…………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

2. ลกั ษณะของไตภายในมีลักษณะอยา่ งไร
…………………ม…ีล…ัก…ษ…ณ…ะ…บ…า…งส…่ว…น…เป…็น…ส…ีข…าว……บ…าง…ส…่ว…นเ…ป…็น…ก…้อน…ส…ีแ…ด…ง…โ…ดย…ท…่ีเ…น…้ือเ…ย…ื่อ…ช้ัน…น…อ…ก…ม…ีส…ี ……
………น…้าต…า…ล…เข…ม้ …เน…ื้อ…เ…ย่อื…ช…นั้ …ใน…เ…ป…น็ ก…ล…ุ่ม…ข…อง…เส…้น…เ…ลอื…ด…ฝ…อ…ยส…ีแ…ด…งท…ี่เ…รีย…ก…ว…า่ …ห…น…่วย…ไ…ต…ห…รอื…ก…ร…วย…ไ…ต………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

3. ลักษณะของกลุ่มเนือ้ เย่ือภายในไตทเี่ ปน็ สแี ดงท่เี รียกวา่
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………หน…่ว…ย…ไต……………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

4. ลักษณะของกลุ่มเนอ้ื เย่ือทีเ่ รียกวา่ หน่วยไตทาหนา้ ท่ีอย่างไร
………………ก…ร…อง…ข…อ…งเ…ส…ียพ…ว…ก…ย…ูเร…ีย…แล…ะ…เก…ล…ือ…แ…ร่ …พ…ร้อ…ม…ก…ับ…น…้าส…่ว…น…เก…ิน…อ…อก…จ…า…กก…ร…ะ…แ…สเ…ล…ือด…เ…ข้า…………
…ส…ู่ร…ะ…บ…บข…บั …ถ…า่ …ยป…สั …ส…า…วะ…………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

5. จากกจิ กรรมสรุปไดว้ า่ อยา่ งไร
…………………โค…ร…ง…สร…้า…ง…ขอ…ง…ไต…ห…ม…ูค…ล…้า…ยก…ับ…โ…ค…รง…ส…ร…้าง…ข…อ…งไ…ต…ค…น…จ…า…ก…ก…าร…ท…า…ก…ิจก…ร…ร…ม…จะ…ไ…ม…่เห…็น……
……ร…า…ยล…ะ…เ…อีย…ด…ข…อ…งเ…น…้ือ…เย…่ือ…ใน…ไ…ต…ม…าก…น…ัก…แ…ต…่จ…า…ก…กา…ร…ศ…ึก…ษ…าพ…บ…ว…่า…มีล…ัก…ษ…ณ…ะ…ภ…า…ย…น…อก…ข…อ…ง…ไต…ม…ี …
……ร…ูป…ร่า…ง…ค…ล้า…ย…เล…็ด…ถ…่ัว…แด…ง……เม…ื่อ…ผ…่า…ไต…ต…าม…ย…า…ว…จะ…เ…ห็น…ไ…ต…แ…บ่ง…เ…ป็น……2…บ…ร…ิเว…ณ……ด้า…น…น…อ…ก…จะ…ม…ีส…ีเข…้ม……
……เ…รีย…ก…ว…่า …เน…ื้อ…เ…ยื่อ…ด…้า…น…น…อ…ก …ส…่วน…เ…น…ื้อ…เย…ื่ อ…ด…้าน…ใ…น…จะ…ม…ีล…ัก…ษ…ณ…ะ…เป…็น…ก…้อ…น…เน…้ือ…เย…่ือ…ส…ีแ…ดง……เร…ีย…กว…่า……
……ห…น…่ว…ย…ไต…ซ…ึ่ง…ท…าห…น…้า…ท…่ีก…รอ…ง…ข…อ…งเ…สีย…ป…ร…ะ…เภ…ท…ย…ูเร…ีย…น…้า…แ…ล…ะ…พ…วก…เ…กล…ือ…แ…ร…่ท…ี่ร่า…ง…กา…ย…ไม…่ต…้อ…ง…กา…ร……
……อ…อ…ก…จา…ก…ก…ระ…แ…ส…เล…อื …ดไ…ป…รว…บ…ร…วม…ท…ี่ก…ร…วย…ไ…ตแ…ล…้ว…ข…ับอ…อ…ก…ม…าเ…ป…็น…ปัส…ส…า…วะ………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………

โดย นางพชั รี คณู ทอง ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูเชีย่ วชาญ

38

ชุดกจิ กรรมการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์ ชุดที่ 3 ระบบขบั ถา่ ย

เฉลยบตั รกจิ กรรมที่ 3.2
เรอื่ ง การดูแลรกั ษาไต

จุดประสงค์
1. รวบรวมข้อมูลและนาเสนอวิธีการดูแลรักษาอวยั วะในระบบขับถา่ ย

วสั ดแุ ละอุปกรณ์
-

สถานการณ์
โรคไตในประเทศไทย
ปัจจุบันคนไทยป่วยเป็นโรคไตประมาณ 8 ล้านคนในจานวนนี้ประมาณ 100,000 คน

ป่วยอยู่ในระยะสุดท้ายและต้องรับการบาบัดทดแทนไตด้วยการฟอกเลือดหรือล้างไตทางชอ่ งท้องซ่ึง
ต้องใช้งบประมาณในการดูแลรักษามากกว่า 20,000 ล้านบาทต่อปีและมีแนวโน้มเพ่ิมข้ึนต่อเนื่อง
ประมาณร้อยละ 15-20 ตอ่ ปหี ากไมม่ ีการแก้ไขคาดว่าใน 5 ปีขา้ งหน้าจะมผี ปู้ ่วยเพิ่มกวา่ 2 แสนราย
และรฐั บาลต้องใชง้ บประมาณมากกว่า 4 หมื่นลา้ นบาทตอ่ ปีในการดแู ลรกั ษาผู้ปว่ ยกล่มุ นี้

วธิ ีดาเนนิ กิจกรรม
1. อ่านสถานการณโ์ รคไตในประเทศไทย
2. สืบค้นข้อมูลเก่ยี วกับโรคไตและหาสาเหตุของโรคไตรว่ มกันอภิปรายผลกระทบและเสนอ

แนวทางดแู ลรกั ษาอวัยวะในระบบขบั ถ่าย
3. นาเสนอโดยอาจทาผลงานในรปู แบบสอื่ ดิจทิ ัลแบบตา่ ง ๆ หรอื แผ่นพบั

ตัวอยา่ งผลการทากจิ กรรม

นักเรียนนาเสนอข้อมูลเก่ียวกับโรคไตตามท่ีได้สืบค้นมา พร้อมทั้งนาเสนอแนวทางการดูแล
สขุ ภาพเพ่อื แก้ไขหรือป้องกันโรคดังกลา่ ว อาจทาในรปู แบบตา่ ง ๆ เชน่

• แผน่ พับรณรงคก์ ารรบั ประทานอาหารอยา่ งเหมาะสมให้หา่ งไกลโรคไต
• โปสเตอรแ์ สดงอันตรายของโรคไตและคา่ ใช้จา่ ยในการรกั ษาโรคไต
• นาเสนอขอ้ มลู เกี่ยวกบั สถานการณ์โรคไตและแนวทางแก้ปัญหา

โดย นางพัชรี คณู ทอง ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครูเชย่ี วชาญ

39

ชดุ กิจกรรมการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์ ชุดที่ 3 ระบบขับถ่าย

คาถามทา้ ยกจิ กรรม
1. เพราะเหตุใดคนไทยจงึ มแี นวโน้มป่วยเป็นโรคไตเพิม่ ข้ึน

…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………ค…า…ต…อบ…ข…้ึน…อ…ย…ู่ก…ับ…ข้…อม…ูล…ท…่ีน…ัก…เร…ีย…น…ส…ืบ…ค้…นม…า……เช…่น…ก…า…ร…รับ…ป…ร…ะ…ท…าน…ย…า…บ…า…งช…น…ิด…ท…่ี เ…ป็…น ….
…ผ…ล…เส…ีย…ต…่อ…ไต…ก…า…ร…รับ…ป…ร…ะ…ทา…น…อ…า…หา…ร…ท…ี่ม…ีรส…เค…็ม…จ…ัด…ห…ร…ือ…อา…ห…า…รท…ี่ม…ีส…่ว…น…ปร…ะ…ก…อ…บข…อ…ง…โซ…เด…ีย…ม…ม…าก…….
…เ…ก…ิน…สดั…ส…่ว…นท…่ีค…ว…ร…รับ…ป…ร…ะท…า…น…ต…่อ…ว…ัน…โร…ค…ค…วา…ม…ด…นั …เล…อื …ดส…งู …โ…รค…เ…บ…าห…ว…าน……ด…ื่มน…า้…น…้อ…ย…………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….

2. นักเรยี นจะมีวิธกี ารป้องกนั ตนเองใหป้ ลอดภยั จากโรคท่ีเก่ยี วกับระบบขบั ถ่ายอยา่ งไรบ้าง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………ค…า…ตอ…บ…ม…ีไ…ด้ห…ล…า…ก…ห…ลา…ย…ต…าม…แ…น…ว…ท…าง…ท…ี่น…ัก…เร…ีย…น…สื บ…ค…้น…แ…ล…ะว…ิเ…คร…า…ะ…ห…์มา……เช…่น…ก…า…รเ…ล…ือ…ก ….
…ร…ับ…ป…ร…ะท…า…น…อ…า…ห…าร…ท…่ีเห…ม…า…ะ…สม……ห…ลีก…เ…ลี่ย…ง…ก…าร…ร…ับ…ป…ระ…ท…า…นอ…า…ห…า…รท…่ีม…ีร…สเ…ค…็ม…จัด……ไม…่ก…ล…้ัน…ปั…สส…า…ว…ะ ….
…เ…ป…็น…เว…ล…าน…า…น…ด…่ืม…น…าส…ะ…อ…าด……ให…้เ…พีย…ง…พ…อ…ต่อ…ค…ว…าม…ต…้อ…ง…กา…ร…ข…อง…ร…่าง…ก…าย……ไม…่ส…ูบ…บ…ุห…ร่ีห…ร…อื …ใช…้ส…าร…เ…สพ…….
…ต…ิด……ออ…ก…ก…าล…ัง…ก…าย…อ…ย…่าง…ส…มา่…เ…สม…อ…………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….

3. จากกจิ กรรมสรุปได้ว่าอย่างไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………ส…า…เห…ต…ุข…อง…โร…ค…ไต…เ…ก…ิดจ…า…ก…กา…ร…รับ…ป…ร…ะ…ท…าน…อ…า…หา…ร…ท…ี่ม…ีเก…ล…ือแ…ร…่ใน…ป…ร…ิม…าณ…ส…ูง…ห…ร…ือ…อ…าห…า…รท…่ี ….
…ม…ีร…ส…เค…็ม…จ…ัด…ก…าร…ใช…้ย…า…บ…าง…ช…น…ิดท…ี่ม…ีผ…ล…เส…ีย…ต…อ่ ไ…ต…ก…า…รเ…ป…น็ …โร…ค…คว…า…ม…ดนั…เ…ล…ือด…ส…ูง…โ…รค…เบ…า…ห…ว…าน…เ…รื้อ…ร…ัง….
…ด…ัง…น…ั้น…วิ…ธีล…ด…ป…ัญ…ห…า…ดัง…ก…ล…่าว……เก…ิด…ข…้ึน…ได…้จ…าก…ก…า…รด…ูแ…ล…ส…ุข…ภ…าพ…ข…อ…ง…ตน…เ…อ…งด…้ว…ย…ก…าร…อ…อ…กก……าล…ัง…ก…า…ย ….
…ร…ับ…ป…ร…ะท…า…น…อ…าห…า…ร…ท…ี่มีส…า…ร…อา…ห…า…รค…ร…บ…ถ…้วน……ลด…ก…า…รร…ับ…ป…ร…ะท…า…น…อ…าห…า…ร…ท…่ีเค…็ม…จัด……ด…่ืมน…้า…ส…ะ…อา…ด…ให…้ ….
…เ…พ…ีย…งพ…อ…ต…่อ…ค…วา…ม…ต…้อ…งก…า…รข…อ…ง…ร่…าง…ก…าย……ไม…่ส…ูบ…บ…ุห…ร่ีห…ร…ือ…ส…า…ร …เส…พ…ต…ิด…น…อ…ก…จา…ก…น…ี้ก…าร…ร…ณ…ร…งค…์เ…พ…่ือ….
…ส…ร…้า…งค…ว…าม…ต…ร…ะห…น…ัก…ถ…งึ อ…ัน…ต…ร…าย…เ…กย่ี…ว…ก…บั …โร…ค…ไต…ก…็ม…คี ว…า…ม…สา…ค…ัญ…ต…อ่ …ก…า…รแ…ก…ป้ …ัญ…ห…าท…ี่ม…ีป…ร…ะส…ิท…ธ…ิภ…าพ…….
…ใ…น…ระ…ย…ะ…ย…าว…อ…กี ด…ว้ …ย……………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….

โดย นางพชั รี คณู ทอง ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครูเชี่ยวชาญ

40

ชดุ กจิ กรรมการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตร์ ชดุ ท่ี 3 ระบบขบั ถ่าย

เฉลยบตั รกจิ กรรมที่ 3.3
เร่อื ง ระบบขับถา่ ย

จุดประสงค์
- รวบรวมขอ้ มูลและนาเสนอโครงสรา้ งและหนา้ ท่ีของอวัยวะในระบบขบั ถ่าย การทางาน
ของระบบขบั ถา่ ย และวธิ ีการดแู ลรกั ษาอวยั วะในระบบขับถา่ ย

วัสดแุ ละอุปกรณ์
-

วธิ กี ารดาเนนิ กจิ กรรม
1. สืบค้นข้อมูลเก่ียวกับโครงสร้างและหน้าท่ีของอวัยวะในระบบขับถ่าย การทางานของ

ระบบขับถา่ ย และวิธกี ารดแู ลรกั ษาอวยั วะในระบบขบั ถ่าย
2. ร่วมกันวิเคราะห์เกี่ยวกับโครงสร้างและหน้าท่ีของอวัยวะในระบบขับถ่าย การทางาน

ของระบบขบั ถา่ ย และวธิ กี ารดูแลรกั ษาอวยั วะในระบบขบั ถา่ ย
3. นาเสนอรปู แบบทน่ี า่ สนใจ เชน่ โปสเตอร์ แผนภาพความคดิ ถอดบทเรยี น แผ่นพบั

คาถามท้ายกจิ กรรม
1. อวยั วะที่เกย่ี วข้องกับระบบขับถ่ายมีอวยั วะใดบ้าง แตล่ ะอวัยวะมีหนา้ ทอ่ี ยา่ งไร

…………………ไ…ตเ…ป…็น…อ…วัย…ว…ะ…ห…ลัก…ข…อ…ง…ระ…บ…บ…ข…ับ…ถ่า…ย…โ…ด…ย…ข…ับถ…่า…ย…ข…อง…เ…สีย…ใ…น…รูป…ป…ัส…ส…า…วะ……ไต…ท…า…ห…น…้าท…่ี .
……ก…ร…อ…งข…อ…ง…เส…ีย…ท่ี…เก…ิด…จา…ก…ก…ิจ…กร…ร…ม…ต่า…ง…ๆ……ขอ…ง…ร่…าง…ก…าย……แล…ะ…ส…า…รป…ล…ก…ป…ลอ…ม…ต…่า…ง …ๆ…ท…ี่เข…้า…ส…ู่ร่…าง…ก…าย….
……เ…ช…่น…น…ิโ…ค…ติ…น…แ…อ…ล…ก…อฮ…อ…ล…์ …ก…าเ…ฟ…อ…ีน…เ…ป…็น…ต้…น…อ…อ…ก…จ…าก…เ…ล…ือด……แ…ล…้วจ…ึง…ก…า…จั…ดข…ง…เส…ีย…แ…ล…ะ…ส…าร….
……แ…ป…ล…ก…ป…ลอ…ม…เห…ล…่า…น…ี้ออ…ก…จ…า…กร…่า…งก…า…ย…ทา…ง…ป…สั ส…า…ว…ะ…น…อ…กจ…า…ก…นั้น……ไต…ย…ัง…ทา…ห…น…า้ …ที่…เก…่ีย…วก…ับ…ก…าร…ร…กั …ษ…า .
……ส…ม…ด…ุล…ขอ…ง…น…้าแ…ล…ะ…แ…ร่ธ…า…ตุใ…น…ร…่าง…ก…าย…บ…า…งช…น…ิด……ร…ะบ…บ…ข…ับ…ถ…่าย…ข…อ…งม…น…ุษ…ย…์รว…ม…ถ…ึงอ…ว…ัย…วะ…ท…ี่เ…ก่ีย…ว…ข…้อ…ง .
……ก…ับ…ร…ะบ…บ…ข…ับ…ถ…า่ ย……ได…แ้ …ก่…ท…่อ…ไต…ก…ร…ะ…เพ…า…ะป…สั …ส…า…วะ…แ…ล…ะ…ท…อ่ ป…ัส…ส…า…วะ…………………………………………….

2. ไตทาหน้าทข่ี ับถ่ายของเสียได้อยา่ งไร
…………………ไต……(k…id…n…e…y)…ไ…ตข…อ…ง…ม…นุ…ษย…์ม…ีส…อ…งข…้า…ง…อ…ย…ู่บร…ิเ…วณ…ด…้า…น…ห…ล…ังข…อ…งช…่อ…ง…ท…้อง…เห…น…ือ…ร…ะ…ดับ…เ…อ…ว ….
……ม…ีส…ีแ…ด…ง …ร…ูป…ร่า…ง…คล…้า…ย…เม…ล…็ด…ถ…่ัว…ไ…ตแ…ต…่ล…ะ…ข…้าง…ม…ีค…วา…ม…ย…า…วป…ร…ะ…ม…าณ……1…0…–…1…3…เ…ซ…น…ติเ…ม…ต…ร …ห…น…า ….
……ป…ร…ะ…มา…ณ……3…เซ…น…ต…ิเม…ต…ร…แ…ล…ะ…ห…นั…กป…ร…ะ…ม…าณ……1…50……กร…ัม…ซ…่ึง…ป…ระ…ก…อ…บ…ด…้วย…ห…น…่ว…ย…ไต…ป…ระ…ม…า…ณ…ห…น…ึ่ง ….
……ล…า้ …น…ห…นว่…ย…ท…า…ห…น…้าท…่ีก…ร…อง…ข…อ…งเ…สีย…ต…า่ …ง…ๆ…อ…อ…ก…จา…ก…เล…อื …ด………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….

โดย นางพัชรี คณู ทอง ตาแหน่ง ครู วทิ ยฐานะ ครูเชีย่ วชาญ

41

ชดุ กจิ กรรมการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์ ชดุ ท่ี 3 ระบบขบั ถ่าย

3. สารชนดิ ใดทีไ่ ม่ผ่านการกรองของหนว่ ยไต และสารชนดิ ใดทีถ่ กู ดดู กลบั บริเวณหน่วยไต
……………………สา…ร…ท…่ีไม…่ผ…่าน…ก…า…ร…กร…อ…งเ…ป…็น…ส…าร…ท…ี่ม…ีขน…า…ด…ให…ญ…่เ…ช…่นโ…ป…ร…ตีน…เ…ซ…ลล…์เ…ม็ด…เ…ลือ…ด…แ…ด…งส…่ว…น…ส…าร…ท…่ี .
………ถ…ูกด…ดู …ก…ล…ับ…เป…็น…ส…าร…ท…่ีม…ปี …ระ…โย…ช…น…ต์ …่อร…่า…งก…า…ย…เช…่น…น…า้ ก…ล…โู ค…ส…ก…ร…ดอ…ะ…ม…โิ น…ไ…ออ…อ…น…ข…อง…แ…ร…่ธา…ต…ุ ………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….

4. ไตทาหนา้ ท่ีรกั ษาสมดุลของน้าในรา่ งกายได้อย่างไร
…………………เ…น่ือ…ง…จ…าก…ห…น…่ว…ย…ไต…ส…าม…า…ร…ถด…ูด…ก…ล…ับ…น้…าไ…ด…้ดัง…น…้ัน…ห…าก…ร…่า…งก…า…ย…ได…้ร…ับน…้า…ไ…ม่เ…พ…ีย…งพ…อ…ห…น…่ว…ย….
……ไ…ต…ด…ูดน…้า…ก…ล…ับ…มา…ก…ข…ึ้น…แ…ต…่ห…าก…ร…่าง…ก…า…ยไ…ด…้รับ…น…้า…ม…าก…เ…กิน…ไ…ป…ห…น…่วย…ไ…ด…ขับ…น…้า…ส…่วน…เ…กิน…อ…อ…ก…ม…าใ…น…รูป…….
……ป…สั…ส…า…วะ…ส…าร…ต…่า…งๆ…อ…อ…กจ…า…ก…เล…อื …ด………………………………………………………………………………………….

5. การกนิ อาหารรสเคม็ จัดมีผลต่อการทางานของไตอย่างไร
……………………กา…ร…ก…นิ อ…า…ห…าร…ท…มี่ …ีรส…เ…ค…ม็ ท…า…ให…ห้ …น…ว่ …ย…ไต…ท…าง…า…น…หน…กั…ม…า…กข…้ึน…เ…พื่อ…ก…ร…อ…ง ………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….

6. จากกิจกรรม สรปุ ไดว้ า่ อย่างไร
…………………ร…ะ…บบ…ข…ับ…ถ…่าย…ป…ร…ะ…กอ…บ…ด…้ว…ยไ…ต…ซ…ึ่งม…ีห…น…่ว…ยไ…ต…ท…าห…น…้า…ท…ก่ี ร…อ…ง…ขอ…ง…เส…ีย…อ…อก…จ…า…กเ…ล…ือ…ดท…่อ…ไ…ต….
……ท…า…ห…น…้า…ที่ล…า…เล…ีย…ง…ข…อง…เ…สีย…ท…ี่ม…ีล…ัก…ษ…ณ…ะค…ล…้า…ย…ป…ัสส…า…ว…ะจ…า…ก…ไต…ม…า…ย…ังก…ร…ะ…เพ…า…ะป…ัส…ส…า…ว…ะก…ร…ะ…เพ…า…ะ….
……ป…ัส…ส…า…วะ…ท…า…ห…น…้าท…ี่เ…ก็บ…น…้า…ป…ัส…สา…ว…ะ…แล…ะ…ท…่อ…ป…ัสส…า…ว…ะท…า…ห…น…้า…ท่ีเ…ป…็น…ท…าง…ผ…่าน…ข…อ…ง…น้…าป…ัส…ส…าว…ะ…อ…อ…ก….
……น…อ…ก…ร…่าง…ก…าย……ไต…ม…ีห…น…่วย…ไ…ตท…่ีท…า…ห…น…้าท…่ีก…ร…อ…งส…า…รต…่า…งๆ…แ…ล…ะ…ขอ…ง…เส…ีย…อ…อ…กจ…า…ก…เล…ือ…ดแ…ล…ะ…ด…ูดส…า…ร…ท…ี่มี….
……ป…ร…ะ…โย…ช…น…์ก…ล…ับเ…ข…้าส…ู่ห…ล…อ…ด…เล…ือ…ด…ฝ…อย…ท…า…ให…้ส…า…รท…ี่ผ…่า…น…ห…น…่วย…ไ…ต…มีเ…ฉ…พ…าะ…ข…อ…งเ…ส…ีย…ซ่ึ ง…จ…ะ…ถู…กก…า…จ…ัด….
……อ…อ…ก…จ…าก…ร…่าง…ก…า…ยต…่อ…ไป……ส…าร…ท…ี่ไม…่ผ…่า…น…กา…ร…ก…รอ…ง…เป…็น…ส…าร…ท…่ีม…ีข…น…าด…ใ…หญ……่เช…น่ …โป…ร…ต…ีน…เซ…ล…ล์เ…ม…็ด…เล…ือ…ด….
……แ…ด…ง…ส่ว…น…ส…าร…ท…ถ่ี …ูก…ดูด…ก…ล…ับ…เป…็น…ส…าร…ท…ี่ม…ปี …ระ…โ…ยช…น…์ต…่อ…รา่…ง…ก…าย…เช…่น…น…้า…กล…ูโ…ค…สก…ร…ด…อะ…ม…ิโ…นไ…อ…อ…อน…ข…อ…ง….
……แ…ร…่ธ…าต…ุ …เน…อื่ …งจ…า…ก…หน…่ว…ย…ไต…ส…า…มา…ร…ถ…ดูด…ก…ล…ับ…น…้าไ…ด…้ดัง…น…้ัน…ห…าก…ร…่า…งก…า…ยไ…ด…้รับ…น…้า…ไม…่เ…พ…ียง…พ…อ…ห…น…่วย…ไ…ต….
……ด…ูด…น…้า…ก…ลับ…ม…า…ก…ข…ึ้น…แ…ต…่ห…าก…ร…่า…งก…า…ย…ได…้ร…ับ…น้…าม…า…ก…เก…ิน…ไป…ห…น…่ว…ย…ได…ข…ับ…น…้าส…่ว…น…เก…ิน…อ…อ…ก…ม…าใ…น…รู…ป….
……ป…ัส…ส…า…วะ…ส…า…รต…่า…ง…ๆอ…อ…ก…จ…าก…เ…ลื…อด……ก…าร…ก…ิน…อา…ห…า…รท…่ีม…ีร…ส…เค…็ม…ท…า…ให…้ห…น…่ว…ยไ…ต…ท…าง…า…น…ห…นัก…ม…า…ก…ขึ้น…….
……เ…พ…ือ่ …กร…อ…ง………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….

โดย นางพัชรี คณู ทอง ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครูเชี่ยวชาญ

42


Click to View FlipBook Version