ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้ฟิสิกส์
ท่เี นน้ กระบวนการจัดการเรียนรู้รปู แบบวัฏจักรการเรยี นรู้แบบ 7 ขนั้ (7E)
เร่ือง : แรงและกฎการเคลอ่ื นที่
รายวชิ าฟิสกิ ส์ 1 (ว30201) ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 4
กลุม่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ชดุ ท่ี 5 เร่อื ง กฎการเคลอ่ื นท่ีข้อท่ีสามของนิวตนั
นางพัชรี คณู ทอง
ตาแหนง่ ครู วิทยฐานะ ครูชานาญการพิเศษ
โรงเรียนโนนกลางวิทยาคม อาเภอพิบลู มงั สาหาร จังหวดั อุบลราชธานี
สังกัดองคก์ ารบริหารสว่ นจงั หวัดอุบลราชธานี
ก
คำนำ
ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ฟสิ ิกส์ทเี่ น้นกระบวนการจดั การเรียนรู้รูปแบบวัฏจักรการเรียนรู้
แบบ 7 ขั้น (7E) เร่ือง แรงและกฎการเคล่ือนที่ ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 4 จัดทาขึ้นเพื่อเป็นสื่อ
ประกอบการสอน รายวชิ าฟิสิกส์ 1 รหัสวิชา ว30201 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 แรงและกฎการเคล่ือนท่ี
ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
(ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ประกอบด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้ฟิสิกส์ ทั้งหมด 8 ชุด ผู้สอนจัดทา
ขึ้นเพ่ือให้ผู้เรียนใช้ประกอบกิจกรรมการเรียนการสอน และสามารถเรียนรู้ด้วยตนเอง นาไปใช้
ในการเรียนการสอนซ่อมเสริมได้ หรือใช้ในการสอนแทนได้เป็นอย่างดี เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้
ความเข้าใจในเร่ืองแรงและกฎการเคลื่อนท่ีอย่างคงทน และนาผลไปสู่การยกระดับผลสัมฤทธ์ิ
ทางการเรียนได้ดีย่ิงข้ึน โดยจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่เน้นกระบวนการจัดการเรียนรู้รูปแบบ
วัฏจักรการเรียนรู้แบบ 7 ขั้น (7E) ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ฟิสิกส์นี้ มีเน้ือหาเหมาะสมกับวัย
และความสามารถของนักเรียน มีกิจกรรมท่ีหลากหลายให้นักเรียนได้พัฒนาทักษะกระบวนการ
ทางวิทยาศาสตร์อย่างเป็นลาดับขั้นตอน นักเรียนจึงสามารถใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ฟิสิกส์เล่มน้ี
ได้ด้วยตนเอง ซ่ึงก่อนใช้นักเรียนจะต้องศึกษาคาชี้แจงการใช้ให้เข้าใจ หากมีข้อสงสัยให้สอบถาม
ครูผู้สอนจนเกิดความเข้าใจก่อนลงมือปฏิบัติกิจกรรมเพ่ือให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการใช้
ชุดกจิ กรรมการเรียนรู้ฟิสิกส์นี้
ครูผู้สอนหวังเป็นอยา่ งยิ่งว่า ชดุ ฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์นี้จะทาให้ผู้เรียน
มีความรู้ ความเข้าใจในเร่ืองแรงและกฎการเคล่ือนท่ีได้เป็นอย่างดี และมีผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน
สูงข้ึน สามารถใช้เพ่ือศกึ ษาค้นคว้าด้วยตนเอง เป็นสื่อที่มีประสิทธิภาพ สามารถอานวยประโยชน์ต่อ
การเรียนการสอนให้บรรลวุ ัตถปุ ระสงค์ของหลกั สตู รได้
พัชรี คณู ทอง
จดั ทำโดย : นำงพัชรี คูณทอง ตำแหน่ง ครู วิทยฐำนะ ครูเช่ยี วชำญ
ข
สำรบัญ
เรือ่ ง หน้ำ
คำนำ ก
สำรบญั ข
คำช้แี จงเกี่ยวกับกำรใช้ชดุ กิจกรรมกำรเรียนรูฟ้ สิ ิกส์ ค
แผนภูมลิ ำดบั ขนั้ ตอนกำรใชช้ ดุ กจิ กรรมกำรเรียนรฟู้ ิสกิ ส์ ง
สาระฟสิ กิ ส์/ผลการเรยี นรู้ /สาระการเรยี นรู้เพม่ิ เติม/จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ 1
คาชี้แจงในการใช้ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ฟสิ กิ ส์ 3
คาแนะนาในการใช้ชดุ กจิ กรรมการเรียนรฟู้ ิสิกส์สาหรับครู 4
คาแนะนาในการใช้ชุดกจิ กรรมการเรยี นรฟู้ ิสิกส์สาหรบั นักเรยี น 5
แบบทดสอบกอ่ นเรียน 6
บตั รเน้อื หา เร่อื ง กฎการเคล่อื นทข่ี อ้ ทีส่ ามของนิวตัน 9
บตั รกิจกรรมท่ี 5.1 เรอื่ ง แรงคกู่ ริ ยิ า – ปฏิกิริยา 19
บัตรกิจกรรมท่ี 5.2 เรือ่ ง กฎการเคล่ือนท่ีข้อท่ีสามของนิวตนั 23
บตั รกิจกรรมท่ี 5.3 แผนผังมโนทศั น์ เร่ือง กฎการเคล่ือนที่ขอ้ ท่สี ามของนิวตนั 24
แบบทดสอบหลงั เรยี น 25
เฉลยบัตรกิจกรรมที่ 5.1 การทดลอง เรอื่ ง แรงคกู่ ิริยา – ปฏิกริ ิยา 28
เฉลยบัตรกจิ กรรมท่ี 5.2 เรื่อง กฎการเคลือ่ นท่ีข้อท่สี ามของนิวตัน 31
เฉลยบัตรกจิ กรรมที่ 5.3 แผนผังมโนทศั น์ เรื่อง กฎการเคลื่อนทขี่ อ้ ที่สามของนิวตนั 32
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียนและหลงั เรยี น 33
บรรณำนกุ รม 34
ประวตั ยิ ่อผ้จู ดั ทำผลงำน 36
จดั ทำโดย : นำงพชั รี คณู ทอง ตำแหน่ง ครู วิทยฐำนะ ครูเชย่ี วชำญ
ค
คำชี้แจงเกยี่ วกับชุดกจิ กรรมกำรเรียนรู้ฟิสิกส์
1. ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ฟิสิกส์ รายวิชาฟิสิกส์ 1 รหัสวิชา ว30201 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 3
แรงและกฎการเคล่ือนที่ ระดับช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 4 ประกอบด้วย ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ฟิสิกส์
ทงั้ หมด 8 ชุด ไดแ้ ก่
ชุดที่ 1 เรอ่ื ง แรงและการหาแรงลัพธ์
ชุดที่ 2 เรื่อง การหาแรงลัพธ์ของแรงสองแรงทที่ ามุมต่อกัน
ชดุ ท่ี 3 เร่อื ง กฎการเคลื่อนท่ีข้อทหี่ นึ่งของนิวตัน
ชุดท่ี 4 เรอ่ื ง กฎการเคลอื่ นทขี่ ้อทีส่ องของนวิ ตนั
ชุดที่ 5 เรอ่ื ง กฎการเคลื่อนทขี่ อ้ ทส่ี ามของนิวตนั
ชุดที่ 6 เร่ือง การนากฎการเคลื่อนท่ขี องนิวตนั ไปใช้
ชดุ ท่ี 7 เรื่อง กฎแรงดึงดูดระหวา่ งมวลของนวิ ตนั
ชุดท่ี 8 เรื่อง แรงเสียดทาน
2. ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ฟิสิกส์ฉบับนี้เป็นชุดกิจกรรมการเรียนรู้ท่ีเน้นกระบวนการจัดการ
เรียนรู้รูปแบบวัฏจักรการเรยี นรู้แบบ 7 ขนั้ (7E) ชุดที่ 5 เรื่อง กฎกำรเคลื่อนท่ีข้อที่สำมของนิวตัน
ประกอบด้วย
2.1 คาชแี้ จงในการใช้ชดุ กิจกรรมการเรยี นรฟู้ สิ ิกส์
2.2 แผนภมู ิลาดับขั้นการใช้ชดุ กิจกรรมการเรยี นรฟู้ ิสกิ ส์
2.3 คาแนะนาการใชช้ ุดกจิ กรรมการเรียนรู้ฟสิ ิกส์
2.4 คาแนะนาการใชช้ ดุ กจิ กรรมการเรยี นรูฟ้ สิ กิ ส์สาหรับครู
2.5 คาแนะนาการใชช้ ดุ กจิ กรรมการเรียนรฟู้ ิสกิ ส์สาหรับนกั เรียน
2.6 มาตรฐานการเรียนรู้ ตวั ชี้วดั สาระสาคญั ผลการเรยี นรู้ จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
2.7 แบบทดสอบกอ่ นเรียนจานวน 10 ขอ้
2.8 บัตรคาสง่ั /บตั รเนือ้ หา/บัตรกจิ กรรม
2.9 เฉลยบตั รกจิ กรรม
2.10 แบบทดสอบกอ่ นเรียนจานวน 10 ข้อ
2.11 เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรยี นและหลงั เรียน
2.12 บรรณานกุ รม
3. ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ฟิสิกส์ที่เน้นกระบวนการจัดการเรียนรู้รูปแบบวัฏจักรการเรียนรู้
แบบ 7 ข้ัน (7E) ชดุ นี้ ใชเ้ วลา 2 ช่วั โมง
จัดทำโดย : นำงพัชรี คูณทอง ตำแหน่ง ครู วิทยฐำนะ ครูเช่ยี วชำญ
ง
แผนภมู ลิ ำดบั ขน้ั ตอนกำรใช้ชดุ กิจกรรมกำรเรยี นรฟู้ สิ กิ ส์
อ่านคาชี้แจงและคาแนะนาในการใช้ชดุ กจิ กรรมการเรียนรูฟ้ ิสิกส์
ศกึ ษาตวั ช้วี ัดและจดุ ประสงค์การเรียนรู้ เสริมพนื้ ฐำน
ทดสอบกอ่ นเรียน ผมู้ ีพนื้ ฐำนตำ่
ศกึ ษาชุดกิจกรรมการเรียนรฟู้ สิ ิกส์ตามขั้นตอน
ประเมินผลการจดั กิจกรรมการเรียนรูจ้ ากชดุ กิจกรรม
ไม่ผำ่ น ทดสอบหลังเรียน
กำรทดสอบ ผ่ำนกำรทดสอบ
ศกึ ษาชดุ กจิ กรรมการเรียนรฟู้ สิ ิกส์เร่อื งตอ่ ไป
แผนภมู ิลำดบั ขัน้ ตอนกำรเรียนโดยใช้ชดุ กจิ กรรมกำรเรียนรู้ฟิสิกส์
ชดุ ที่ 5 เรื่อง กฎกำรเคล่อื นทีข่ อ้ ท่สี ำมของนิวตนั
จัดทำโดย : นำงพชั รี คณู ทอง ตำแหน่ง ครู วิทยฐำนะ ครูเช่ยี วชำญ
1
สาระการเรยี นรู้ / ผลการเรยี นรู้ / สาระการเรยี นรเู้ พมิ่ เตมิ
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พื้นฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
(ฉบับปรับปรงุ พ.ศ.2560)
ชดุ ที่ 5 กฎการเคล่อื นทข่ี ้อทสี่ ามของนวิ ตัน
สาระฟิสิกส์
1. เข้าใจธรรมชาติทางฟิสิกส์ ปริมาณและกระบวนการวัด การเคลื่อนที่แนวตรง
แรงและกฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน กฎความโน้มถ่วงสากล แรงเสียดทาน สมดุลกลของวัตถุ
งานและกฎการอนุรักษ์พลังงานกล โมเมนตัมและกฎการอนุรักษ์โมเมนตัม การเคลื่อนที่แนวโค้ง
รวมทั้งนาความรู้ไปใช้ประโยชน์
ผลการเรียนรู้
- เขียนแผนภาพของแรงที่กระทาต่อวัตถุอิสระ ทดลองและอธิบายกฎการเคล่ือนท่ี
ของนิวตันและการใช้กฎการเคลื่อนที่ของนิวตันกับสภาพการเคล่ือนที่ของวัตถุ รวมทั้งคานวณ
ปริมาณต่าง ๆ ทีเ่ กย่ี วข้องได้
สาระการเรยี นรู้เพิม่ เตมิ
- เม่ือวัตถุสองก้อนออกแรงกระทาต่อกัน แรงระหว่างวัตถุทั้งสองจะมีขนาดเท่ากัน
แต่มีทิศทางตรงข้าม และกระทาต่อวัตถุคนละก้อน เรียกว่า แรงคู่ กิริยา – ปฏิกิริยา ซ่ึงเป็นไปตาม
กฎการเคล่ือนทีข่ อ้ ท่สี ามของนิวตนั และเกดิ ขึน้ ไดท้ ้ังกรณที ่วี ตั ถทุ ง้ั สองสัมผัสกนั หรือไม่สัมผัสกนั ก็ได้
- แรงท่ีวัตถุที่หนึ่งกระทาต่อวัตถุที่สอง ย่อมเท่ากับ แรงที่วัตถุท่ีสองกระทาต่อวัตถุ
ที่หน่ึง แต่ทิศทางตรงข้ามกัน” หรือกล่าวอย่างสั้นๆ ว่า แรงกริยาเท่ากับแรงปฏิกิริยา (Action =
Reaction) โดยที่แรงทัง้ สองจะเกิดข้ึนพร้อมกนั
จัดทำโดย : นำงพัชรี คูณทอง ตำแหน่ง ครู วิทยฐำนะ ครูเช่ยี วชำญ
2
สาระการเรียนรู้
- กฎการเคล่ือนที่ข้อที่สามของนวิ ตัน
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรสู้ ู่ตัวชวี้ ดั
1. สามารถบอกกฎการเคลือ่ นที่ข้อท่สี ามของนวิ ตันได้ (K)
2. สามารถบอกได้วา่ แรงคู่ใดเป็นแรงคู่กิรยิ า –ปฏกิ ริ ยิ าเมือ่ กาหนดสถานการณ์ให้ (K)
3. มที ักษะคานวณหากฎการเคล่ือนท่ีข้อทีส่ ามของนิวตนั ได้ถกู ต้อง (P)
4. ทางานรว่ มกับผอู้ ่นื อย่างสร้างสรรค์ ยอมรบั ความคดิ เห็นของผูอ้ ื่นได้ (A)
สาระสาคัญ
กฎการเคลื่อนที่ เป็นกฎท่ีใช้อธิบายเกี่ยวกับสภาพการเคลื่อนท่ีและการเปลี่ยนสภาพ
ของวัตถุ ประกอบด้วยกฎการเคลอื่ นท่ีของนิวตันท้ังสามข้อ กฎข้อที่สามว่าด้วย ทุกแรงกิริยาย่อมมี
แรงปฏิกิริยา ขนาดเท่ากันกระทาในทิศตรงกันข้ามเสมอ หรือแรงกระทาซ่ึงกันและกันของวัตถุ
สองกอ้ นยอ่ มมขี นาดเทา่ กนั แตม่ ที ิศทางตรงกนั ขา้ ม
ที่มา : http://www.rmutphysics.com/charud/exercise/energy/index11.htm
สบื คน้ เม่ือวนั ท่ี 16 ตุลาคม 2560
จัดทำโดย : นำงพชั รี คูณทอง ตำแหน่ง ครู วิทยฐำนะ ครูเช่ยี วชำญ
3
คาชแี้ จงในการใชช้ ดุ กจิ กรรมการเรยี นรฟู้ สิ ิกส์
1. อ่านคาช้ีแจง คาแนะนา และลาดับขั้นตอนการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ฟิสิกส์ท่ีเน้น
กระบวนการจดั การเรียนรู้รูปแบบวฏั จักรการเรียนรู้แบบ 7 ข้นั (7E) ใหเ้ ข้าใจอย่างแจม่ แจ้งก่อนทีจ่ ะ
ศกึ ษาชุดกิจกรรมการเรียนรูฟ้ ิสกิ ส์
2. ทาแบบทดสอบก่อนเรียนเพื่อประเมินความรู้พนื้ ฐานของนกั เรียน
3. ศึกษาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ฟิสิกส์ที่เน้นกระบวนการจัดการเรียนรู้รูปแบบวัฏจักรการ
เรียนรู้แบบ 7 ข้ัน (7E) โดยปฏิบัติตามคาแนะนาสาหรับนักเรียนและคาช้ีแจงท่ีระบุไว้ในคาแนะนา
การใชช้ ุดกิจกรรมการเรยี นรฟู้ ิสกิ สส์ าหรับนกั เรียน บตั รเนือ้ หา บตั รกจิ กรรม ให้ครบถ้วนทุกเรื่อง
4. หากนักเรียนยังไมเ่ ข้าใจในสาระการเรียนรู้ใหก้ ลบั ไปศึกษาอีกครั้งและขอคาแนะนาจาก
ครเู พอื่ ใหเ้ กดิ ความเขา้ ใจมากย่ิงขึ้น
5. ทาแบบทดสอบหลังเรียนเพื่อเปรียบเทียบความก้าวหนา้ ในการเรียนของนักเรียน
6. ในการทากิจกรรมให้นักเรียนทาด้วยความตั้งใจและมีความซ่ือสัตย์ต่อตนเองให้มาก
ทีส่ ุด โดยนกั เรียนไมด่ เู ฉลยก่อน
ลองทำดูนะคะ
วำ่ จะทำได้ไหมเอย่
จัดทำโดย : นำงพชั รี คูณทอง ตำแหน่ง ครู วิทยฐำนะ ครูเช่ยี วชำญ
4
คาแนะนาการใช้ชุดกจิ กรรมการเรียนรู้ฟิสิกสส์ าหรบั ครู
คาแนะนาในการใช้ชดุ กจิ กรรมการเรียนรฟู้ สิ ิกส์
1. ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ฟิสิกส์ รายวิชาฟิสิกส์ 1 รหัสวิชา ว30201 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 3
เรื่อง แรงและกฎการเคล่ือนท่ี ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 4 ชุดท่ี 5 เร่ือง กฎการเคล่ือนท่ีข้อท่ีสาม
ของนวิ ตัน
2. ส่วนประกอบของชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้ฟิสกิ ส์ประกอบดว้ ย
2.1 สาระการเรียนรู้ ผลการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้เพิ่มเติม จุดประสงค์การเรียนรู้
และสาระสาคัญ
2.2 แบบทดสอบกอ่ นเรียน
2.3 บตั รเนือ้ หา
2.4 บัตรกจิ กรรม
2.5 แบบทดสอบหลังเรยี น
2.6 แนวคาตอบบตั รกจิ กรรม
2.7 เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน – หลังเรียน
3. ครูต้องชแ้ี จงขั้นตอนการเรียนโดยใช้ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ฟิสิกส์ให้นักเรยี นเข้าใจกอ่ น
ดาเนนิ กิจกรรมต่างๆ
4. ครูสามารถใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ฟิสิกส์ในการจัดการเรียนรู้ตามแผนการจัดการ
เรียนรู้
5. ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ฟิสิกส์แต่ละชุดมีส่วนประกอบของชุดกิจกรรมการเรียนรู้ฟิสิกส์
ครบถ้วนสมบูรณ์ในตวั เอง ผูเ้ รยี นสามารถใชเ้ รยี นร้ไู ด้ดว้ ยตนเอง
6. การตรวจนับคะแนนแบบทดสอบหลังเรียน ตอบถูกได้คะแนนข้อละ 1 คะแนน โดยใช้
เกณฑก์ ารผ่านร้อยละ 80 ถา้ นกั เรยี นทาคะแนนไดน้ ้อยกวา่ ร้อยละ 80 ควรมีการสอนซอ่ มเสริม
จัดทำโดย : นำงพชั รี คูณทอง ตำแหน่ง ครู วิทยฐำนะ ครูเช่ยี วชำญ
5
คาแนะนาการใช้ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้ฟสิ ิกสส์ าหรบั นักเรยี น
ในการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ฟิสิกส์ให้ผู้เรียนปฏิบัติตามขั้นตอน
ดงั นี้
1. นักเรียนศึกษาสาระ/มาตรฐานการเรียนรู้ ผลการเรียนรู้ สาระสาคัญ จุดประสงค์การ
เรียนรู้ของเร่อื งทีเ่ รยี นใหเ้ ขา้ ใจ
2. นกั เรียนทาแบบทดสอบก่อนเรยี น (ทาลงในกระดาษคาตอบที่ครผู สู้ อนแจกให้)
3. นกั เรียนศึกษาและทากิจกรรมรว่ มกบั ครูหรอื ร่วมกับกลมุ่ ตามท่กี าหนดไว้ในบัตรเน้อื หา
และบตั รกิจกรรม
4. นักเรียนควรมีความซ่ือสัตย์และวินัยในการทากิจกรรมการเรียนรู้ที่กาหนดไว้ใน
ชุดกิจกรรมการเรียนรูฟ้ ิสิกส์
5. นักเรียนตรวจสอบและประเมินผลการเรียนรู้ด้วยตนเองว่ามีความรู้และทักษะ
ตามจุดประสงค์การเรียนรูห้ รอื ไม่ และควรต้องแกไ้ ขอยา่ งไร
6. นักเรยี นทาแบบทดสอบหลังเรียน (ทาลงในกระดาษคาตอบทคี่ รูผู้สอนแจกให้)
จัดทำโดย : นำงพชั รี คณู ทอง ตำแหน่ง ครู วิทยฐำนะ ครูเช่ยี วชำญ
6
แบบทดสอบกอ่ นเรยี น
เรอื่ ง : กฎการเคลอ่ื นทขี่ อ้ ที่สามของนิวตัน กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์
รายวิชาฟิสิกส์ 1 (ว30201) ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 4 เวลา 10 นาที
คาช้แี จง 1. แบบทดสอบฉบับนี้ จานวน 10 ขอ้ คะแนนเตม็ 10 คะแนน เวลาทใ่ี ช้ 10 นาที
2. จงเลอื กคาตอบท่ีถกู ต้องทสี่ ุด แล้วเขียนเครอ่ื งหมาย ลงในกระดาษคาตอบ
1. เด็กคนหน่ึงออกแรงผลักรถเข็นให้เคล่ือนที่ไปข้างหน้า ข้อใดสรุปเกี่ยวกับขนาดของแรงท่ีรถเข็น
กระทากับเดก็ ไดถ้ กู ตอ้ ง
ก. มากกว่าขนาดของแรงทีเ่ ดก็ กระทากับรถเข็นตลอดเวลา
ข. เท่ากบั ขนาดของแรงทีเ่ ด็กกระทากบั รถเขน็ ตลอดเวลา
ค. นอ้ ยกว่าขนาดของแรงทเ่ี ด็กกระทากับรถเข็นตลอดเวลา
ง. ถกู ตอ้ งได้มากกวา่ 1 ขอ้ เพราะรถอาจจะมีความเร็วคงที่หรอื ความเร่ง
2. วตั ถทุ เี่ คล่ือนท่ีดว้ ยความเฉือ่ ยสามารถหยดุ ไดเ้ องเพราะมแี รงตา้ นการเคล่อื นที่ ถา้ ขาดแรงดังกล่าว
วตั ถจุ ะเป็นอยา่ งไร
ก. ไม่มแี รงกดของวัตถบุ นพน้ื ข. วตั ถเุ คล่ือนทดี่ ้วยความเรว็ คงที่
ค. วัตถเุ คลือ่ นท่ีเร็วข้นึ เรอ่ื ย ๆ ง. ไมม่ แี รงปฏกิ ริ ิยาของพ้ืน
3. แขวนวัตถุด้วยเชือก จากเพดานแรงปฏิกิริยาตามกฎข้อที่ 3 ของนิวตันของแรงซ่ึงเป็นน้าหนัก
ของวตั ถุคือ
ก. แรงทีเ่ ส้นเชือกกระทาต่อเพดาน
ข. แรงท่ีเสน้ เชือกกระทาต่อวัตถุ
ค. แรงโน้มถ่วงท่ีวัตถกุ ระทาต่อโลก
ง. แรงทวี่ ัตถกุ ระทาต่อเสน้ เชือก
จดั ทำโดย : นำงพชั รี คณู ทอง ตำแหน่ง ครู วิทยฐำนะ ครูเช่ยี วชำญ
7
4. เม่ือแขวนวัตถุดว้ ยเชอื ก แรงใด คอื แรงปฏิกิริยาของแรงตงึ ในเส้นเชอื กท่ีกระทาต่อวตั ถุ
T ก. แรงดึงดดู ของโลก
ข. น้าหนกั ของเชือก
ค. น้าหนักของวัตถุ
mg ง. แรงท่ีวัตถทุ าต่อเชอื ก
5. เม่อื ตกต้นไม้ลงมากระทบพนื้ จะรสู้ กึ เจ็บ เหตทุ ี่เจ็บอธบิ ายไดด้ ้วยกฎทางฟิสกิ ส์ขอ้ ใด
ก. กฎขอ้ ท่หี นึ่งของนวิ ตัน ข. กฎข้อทส่ี องของนวิ ตนั
ค. กฎขอ้ ทีส่ ามของนิวตนั ง. กฎแรงดึงดูดระหว่างมวลของนิวตัน
6. ขอ้ ความใดทไี่ ม่ถกู ต้อง ตามลกั ษณะของแรงทกี่ ลา่ วถึงในกฎขอ้ ที่ 3 ของนิวตัน
ก. ประกอบด้วยแรงสองแรง
ข. มีขนาดเทา่ กันและมีทิศตรงกนั ขา้ ม
ค. เป็นแรงทที่ าให้แรงลพั ธ์บนวัตถุมคี ่าเป็นศนู ย์
ง. เป็นแรงทก่ี ระทาบนวัตถตุ า่ งชนิดกนั
7. สถานการณ์ใดตอ่ ไปนอ้ี ธบิ ายได้ด้วยกฎการเคลอ่ื นที่ขอ้ ทีส่ ามของนิวตนั
ก. การจดุ บงั้ ไฟ ข. การขบั รถเขา้ โค้ง
ค. มะมว่ งสกุ หลน่ จากต้น ง. หนังสอื วางอยบู่ นโตะ๊
8. ลิฟท์ และน้าหนักบรรทกุ รวมกันมมี วล 800 kg เคล่ือนที่ลงด้วยความเรว็ 6 m/s ถ้าทาใหล้ ิฟท์
หยดุ ในระยะทาง 15 เมตร ด้วยความหน่วงคงที่ จงหาความตงึ ในสายเคเบลิ
ก. 7040 นิวตนั ข. 8960 นวิ ตนั
ค. 160 นวิ ตนั ง. 1760 นิวตนั
จัดทำโดย : นำงพชั รี คูณทอง ตำแหน่ง ครู วิทยฐำนะ ครูเช่ยี วชำญ
8
9. วัตถุ 2 ชิน้ มวล 7 และ 5 kg ตามลาดับ เช่ือมกนั ดว้ ยเชอื กมวล 4 kg ดังรูป ถา้ มแี รงฉุดวัตถทุ ั้ง
สองข้นึ ดว้ ยแรง 200 นวิ ตัน จงหาความตงึ เชือกทีป่ ลายบน
ก. 102.5
ข. 112.5
ค. 125.5
ง. 135.5
10. ข้อใดต่อไปนอ้ี ธิบายได้ด้วยกฎการเคลื่อนท่ขี องนิวตัน
ก.
ข.
ค.
ง.
จัดทำโดย : นำงพชั รี คูณทอง ตำแหน่ง ครู วิทยฐำนะ ครูเช่ยี วชำญ
9
บัตรเนื้อหา
ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรฟู้ สิ ิกส์
ชุดท่ี 5 เร่อื ง กฎการเคลื่อนทีข่ อ้ ทสี่ ามของนวิ ตนั
กฎการเคลื่อนทขี่ ้อที่สามของนิวตัน (Newton,s third law of motion)
กฎการเคล่อื นทข่ี อ้ ทส่ี ามของนิวตัน
"แรงท่ีวัตถุท่ีหนึ่งกระทาต่อวัตถุท่ีสอง ย่อมเท่ากับ แรงท่ีวัตถุที่สองกระทาต่อวัตถุท่ีหน่ึง
แต่ทิศทางตรงข้ามกัน” หรือกล่าวอย่างส้ันๆ ว่า แรงกริยาเท่ากับแรงปฏิกิริยา (Action =
Reaction) โดยที่แรงทั้งสองจะเกิดข้ึนพร้อมกัน นิวตันอธิบายว่า ขณะท่ีดวงอาทิตย์มีแรงกระทา
ต่อดาวเคราะห์ ดาวเคราะห์กม็ ีแรงกระทาต่อดวงอาทติ ย์ ในปรมิ าณทเี่ ท่ากันแต่มีทิศทางตรงกันข้าม
และน่ันคอื แรงดึงดูดรว่ ม
“เมอ่ื วตั ถุ A ออกแรงกระทาตอ่ วตั ถุ B วตั ถุ B ตอ้ งออกแรงท่ขี นาดเทา่ กนั กลับไปยัง
วตั ถุ A”
ภาพที่ 5.1 วตั ถมุ วล m วางนิง่ กับพ้นื โดยมีแรงเนื่องจากแรงโนม้ ถว่ งและแรงกระทาจากพ้ืน
ทม่ี า : https://medium.com/@sikarinyookong/
สืบค้นเมอ่ื วนั ที่ 16 ตลุ าคม 2560
จดั ทำโดย : นำงพัชรี คณู ทอง ตำแหน่ง ครู วิทยฐำนะ ครูเช่ยี วชำญ
10
ปกติเราจะท่องกันติดปากว่า “ทุกแรงกระทาจะมีกระทากลับที่มีขนาดเท่ากันในทิศตรง
ขา้ ม” หากท่องกันเท่าน้ีน้ันทาให้เข้าใจผิดได้เยอะมากๆดังตัวอย่างของวัตถุมวล m ว่างน่ิงอยู่บนพื้น
ดงั ภาพท่ี 5.1 โดยมีแรงสองแรงกระทากับวตั ถตุ ามรูป หากถามกันท่วั ไปแลว้ ว่าคู่แรงปฏิกิริยาของ N
คืออะไร ส่วนใหญ่ตอบว่า mg เพราะ N = mg และมีทิศตรงข้ามตามเงื่อนไขเลย ซึ่งจริง ๆ ไม่ใช่
แต่หากว่าเราเพ่ิมเตมิ การทอ่ งจาไปอีกหน่อยว่า “กระทากับวตั ถคุ นล่ะกอ้ น” จะทาให้เราคน้ หาคู่ของ
แรงกระทาใดๆได้ไม่มีทางผิดเด็ดขาด จากเง่ือนไขเพิ่มเติมที่เราให้เราจะเห็นได้ว่า N และ mg น้ัน
ไม่สามารถเป็นคู่แรงกริยาและปฏิกิริยาของกันและกันได้เพราะทั้งสองกระทาบนวัตถุมวล m ทั้งคู่
และที่ N = mg เพราะวตั ถุอยู่สภาวะสมดลุ แรง
ดังนั้นหากต้องการท่องเน้ือความกฎการเคล่ือนที่ข้อที่สามของนิวตันควรเป็น “ทุกแรง
กระทาจะมีกระทากลบั ท่ีมีขนาดเทา่ กนั ในทิศตรงข้ามและกระทากบั วตั ถคุ นล่ะกอ้ น”
ตอนนีเ้ รากลบั ไปพิจารณาหาคูแ่ รงของ N และ mg ในภาพที่ 5.1 ในเมอ่ื แรง N เปน็ แรงทีพ่ ื้น
กระทากับวัตถุมวล m ดังนั้นคู่ของมันก็ควรเป็นแรงท่ีวัตถุมวล m กระทาพื้นกลับด้วยขนาดแรง
ทเ่ี ทา่ กันในทิศตรงข้ามน้ันคือ N* และแนน่ อน N = N*
ภาพท่ี 5.2 คแู่ รงกรยิ าของ N คอื N*
ทม่ี า : https://medium.com/@sikarinyookong/
สืบคน้ เมือ่ วนั ท่ี 16 ตุลาคม 2560
ต่อไปเราก็ทาการหาคู่แรงของ mg แรงนีเ้ ป็นผลของแรงโนม้ ถ่วงของโลกหรือโลกดึงมวล m
ดังนั้นคู่ของแรงนี้ก็ควรจะเป็นแรงท่ีขนาดเท่ากันที่กระทากับโลกในทิศตรงข้ามดังภาพท่ี 5.3 ซึ่งแรง
ทัง้ สองกระทาผ่านจุดศนู ยก์ ลางมวลของวัตถทุ งั้ สอง
จัดทำโดย : นำงพชั รี คณู ทอง ตำแหน่ง ครู วิทยฐำนะ ครูเช่ยี วชำญ
11
ภาพที่ 5.3 แสดงคู่แรงกรยิ าของ mg
ทม่ี า : https://medium.com/@sikarinyookong/
สบื คน้ เมือ่ วันที่ 16 ตลุ าคม 2560
แรงท่ีกล่าวถึงในกฎการเคลื่อนที่ข้อนี้จะอยู่ในรูปแบบไหนก็ได้ เช่น แรงดึงดูดระหว่างมวล
ดังภาพที่ 5.4 หรือ แรงไฟฟ้าระหว่างประจุ เป็นต้น แรงสองแบบดังกล่าววัตถุท้ังสองไม่จาเป็นต้อง
สัมผสั กนั กไ็ ด้เพียงแต่ให้การสง่ แรงระหวา่ งกัน (ซึง่ ในทนี่ เ้ี ราจะไมก่ ลา่ วลงไปในรายละเอียดว่าตัวกลาง
ทีส่ ง่ แรงน้ันคอื อะไรเพราะเกินขอบเขตของเน้อื หา)
ภาพท่ี 5.4 แรงดึงดูดระหวา่ งมวลระหว่าโลกและดวงอาทติ ย์
ท่มี า : https://medium.com/@sikarinyookong/
สบื คน้ เมือ่ วนั ท่ี 16 ตลุ าคม 2560
กฎการเคลือ่ นทีข่ ้อทสี่ ามของนิวตันถอื ได้ว่าเป็นกฎท่วี ่าด้วยธรรมชาตขิ องแรงซ่งึ เม่อื ไรที่วัตถุ
สองช้ิน A และ B มีอนั ตรกริ ิยาตอ่ กนั (จะสัมผัสกนั หรอื ไมก่ ็ตาม)
จดั ทำโดย : นำงพชั รี คณู ทอง ตำแหน่ง ครู วิทยฐำนะ ครูเช่ยี วชำญ
12
พิจารณาการชนกันระหวา่ งวัตถุ A และ B ตามภาพท่ี 5.5 ณ ช่วงเวลาหน่งึ เราสามารถเขยี น
ออกมาเป็นสมการคณิตศาสตร์ไดว้ า่
F_{AB}=-F_{BA}
แรงทางซ้ายเปน็ แรงท่ี A กระทา B สว่ นทางด้านซ้ายเป็นแรงท่ี B กระทาตอ่ A เครือ่ งหมาย
ลบบอกทิศทต่ี รงข้ามกัน
ภาพท่ี 5.5 การชนกันระหว่างวัตถุ A และ วัตถุ B
ท่ีมา : https://medium.com/@sikarinyookong/
สบื ค้นเม่ือวนั ที่ 16 ตลุ าคม 2560
แรงกริ ิยา – แรงปฏกิ ริ ิยา
แรงกิริยา คือ แรงที่เกิดจากการกระทาโดยสิ่งใดๆ เช่น การออกแรงกดโต๊ะ การออกแรง
เตะลูกฟุตบอล น้าหนักของวัตถุก็เป็นแรงกิริยาแบบหนึ่งท่ีโลกออกแรงดึงดูดวัตถุให้เข้าสู่ศูนย์กลาง
ของโลก
แรงปฏิกิริยา คือ แรงอันเนอ่ื งมาจากแรงกริยาโดยมีทิศทางตรงกนั ข้าม และขนาดเทา่ กับ
แรงกริยาเสมอ เช่น รถชนสุนขั แรงกริยา คือ แรงที่รถกระทากับสุนัข และ แรงปฏิกริ ิยา คือ แรงท่ี
สุนัขกระทากับรถ เมื่อเราออกแรงดึงเคร่ืองช่ังสปริง เราจะรู้สึกว่าเครื่องชั่งสปริงก็ดึงมือเราด้วย
และย่ิงเราออกแรงดึงเคร่ืองชั่งสปริงด้วยแรงมากข้ึนเท่าใดเราก็จะรู้สึกว่าเคร่ืองชั่งสปริงย่ิงดึงมือเรา
ไปมากข้นึ เท่าน้ัน
จดั ทำโดย : นำงพชั รี คณู ทอง ตำแหน่ง ครู วิทยฐำนะ ครูเช่ยี วชำญ
13
เงื่อนไขของแรงปฏกิ ริ ยิ า
1. มีขนาดเทา่ กนั และทศิ ทางตรงขา้ ม
2. มวี ตั ถเุ ก่ียวข้อง 2 ชนดิ แรงกริ ิยาเกดิ ขึ้นบนวัตถุหนึ่ง แรงปฏิกิริยาเกดิ ขน้ึ อีกวตั ถหุ นง่ึ
การเกิดแรงคกู่ ริ ยิ า-ปฏกิ ิรยิ า สามารถเกิดขนึ้ ได้ 2 กรณี
1. วตั ถุสัมผัสกนั
วางวัตถไุ วบ้ นพืน้
ภาพที่ 5.6 แรงคู่กิริยา – ปฏิกริ ยิ า
ที่มา : https://sites.google.com/a/samakkhi.ac.th/krumanoch/1-2-raeng-kiriya-
raeng-ptikiriya สบื ค้นเม่ือวันที่ 16 ตลุ าคม 2560
เชือกดงึ วัตถุ
ภาพท่ี 5.7 แรงคู่กริ ิยา – ปฏกิ ิรยิ า
ท่ีมา : https://sites.google.com/a/samakkhi.ac.th/krumanoch/1-2-raeng-kiriya-
raeng-ptikiriya สบื คน้ เมื่อวนั ท่ี 16 ตลุ าคม 2560
จัดทำโดย : นำงพชั รี คูณทอง ตำแหน่ง ครู วิทยฐำนะ ครูเช่ยี วชำญ
14
2. วัตถไุ ม้สัมผัสกนั เช่น
วตั ถุท่ีกาลงั ตก
ภาพที่ 5.8 แรงคูก่ ิรยิ า – ปฏิกริ ิยา
ท่มี า : https://sites.google.com/a/samakkhi.ac.th/krumanoch/1-2-raeng-kiriya-
raeng-ptikiriya สบื ค้นเมือ่ วนั ที่ 16 ตุลาคม 2560
ตวั อย่างแรงกิริยาและแรงปฏิกริ ยิ า
ภาพที่ 5.9 นักกฬี าวา่ ยน้าถีบขอบสระ
ที่มา : http://www.atom.rmutphysics.com/charud/oldnews/0/286/.htm
สืบค้นเมอ่ื วันที่ 16 ตลุ าคม 2560
จัดทำโดย : นำงพชั รี คณู ทอง ตำแหน่ง ครู วิทยฐำนะ ครูเช่ยี วชำญ
15
ภาพท่ี 5.10 กา้ วขึน้ จากเรือแรงปฏิกริ ยิ าดนั ให้เรอื เคลื่อนทอ่ี อกไป
ที่มา : http://www.atom.rmutphysics.com/charud/oldnews/0/286/.htm
สืบคน้ เม่ือวนั ท่ี 16 ตุลาคม 2560
แรงกิริยาและแรงปฏิกริ ยิ ากับการเคลอื่ นท่ีของวัตถุ
1. วัตถเุ คล่ือนทด่ี ว้ ยแรงกริ ิยา เป็นการเคลื่อนท่ขี องวตั ถตุ ามแรงที่กระทา เชน่ การขวา้ งลูก
หนิ ออกไป
2. วัตถเุ คลอ่ื นท่ีด้วยแรงปฏิกิรยิ า เป็นการเคลือ่ นทข่ี องวัตถุเน่อื งจากมีแรงขับดันวัตถุให้
เคลอ่ื นที่ไปในทิศทางตรงกันข้าม เช่น การเคลอื่ นท่ีของจรวด บ้ังไฟ จรวจขวดนา้
ภาพท่ี 5.11 แรงปฏกิ ิรยิ าเท่ากับแรงกิริยา
ท่มี า : https://sites.google.com/site/sciroom23101/actionforce
สบื คน้ เมอื่ วนั ที่ 16 ตลุ าคม 2560
จัดทำโดย : นำงพชั รี คูณทอง ตำแหน่ง ครู วิทยฐำนะ ครูเช่ยี วชำญ
16
ตัวอย่างที่ 4.1 มนุษย์อวกาศกระโดดถีบยานอวกาศ ท้ังมนุษย์อวกาศและยานอวกาศต่าง
เคล่ือนท่ีออกจากกัน (แรงกิริยา = แรงปฏิกิริยา) แต่มนุษย์อวกาศจะเคลื่อนท่ีด้วยความเร่งที่
มากกว่ายานอวกาศ ท้ังนเ้ี น่ืองจากมนุษยอ์ วกาศมีมวลน้อยกว่ายานอวกาศ ดงั ภาพท่ี 5.12
ภาพที่ 5.12 แรงกรยิ า = แรงปฏิกิริยา
ท่ีมา : https://sites.google.com/site/sciroom23101/actionforce
สบื คน้ เม่อื วนั ท่ี 16 ตุลาคม 2560
นิวตันกาหนดให้เรียกแรง 2 แรง ตามกฎการเคลื่อนที่ข้อท่ีสามของนิวตัน ว่า แรงกิริยา
(action force) และแรงปฏกิ ิริยา (reaction force)โดยเมอื่ เรียกแรงหน่ึงเป็นแรงกิริยาแล้วแรงหนึ่ง
จะเปน็ แรงปฏกิ ิรยิ าหรอื อาจเรยี กสลบั กันก็ได้
มีข้อสังเกตที่สาคัญสองประการ คือ แรงกิริยาและแรงปฏิกิริยา กระทาต่อวัตถุคนละ
กอ้ น และ แรงคู่กิริยา–ปฏกิ ิริยาน้ีมีขนาดของแรงเท่ากัน และมีทิศตรงกนั ข้ามเสมอไม่ว่าระบบจะอยู่
นงิ่ หรอื เคล่ือนที่กต็ าม และไม่สามารถรวมแรงท้งั สองได้
ตามกฎการเคลอื่ นทขี่ ้อที่ 1 และ 2 ของนิวตนั เป็นการอธิบายความสัมพนั ธ์ระหวา่ งแรง
กับการเปลี่ยนสภาพการเคลื่อนท่ีของวัตถุ เม่ือแรงภายนอกมากระทาต่อวัตถุ นอกจากนี้นิวตันยัง
พบว่าในขณะที่มีแรงกระทาต่อวัตถุ วัตถจุ ะออกแรงโต้ตอบต่อแรงท่ีมากระทานั้นโดยทนั ทีทนั ใด เช่น
ถ้าเรายืนบนสเก็ตบอร์ดหันหน้าเข้าหาผนังแล้วออกแรงผลักฝาผนัง เราจะเคล่ือนที่ออกจากฝาผนัง
การที่เราสามารถเคลื่อนท่ีได้แสดงว่าจะต้องมีแรงจากฝาผนังกระทาต่อเรา ถ้าเราผลักฝาผนังด้วย
ขนาดแรงมากขึ้น แรงท่ีฝาผนังกระทากับเราก็มากข้ึนตามไปด้วย โดยเราจะเคลื่อนที่ออกห่างจาก
ผนงั เร็วข้นึ
จดั ทำโดย : นำงพัชรี คูณทอง ตำแหน่ง ครู วิทยฐำนะ ครูเช่ยี วชำญ
17
ภาพที่ 5.13 การออกแรงผลักฝาผนงั ห้อง
ภาพโดย : นางพชั รี คูณทอง (ถ่ายเมื่อวนั ที่ 18 ตุลาคม 2560)
หรือเม่ือเราออกแรงดึงเคร่ืองช่ังสปริง เราจะมีความรู้สึกว่าเคร่ืองชั่งสปริงก็ดึงมือเราด้วย
และถ้าเราดึงเคร่ืองชั่งสปริงด้วยแรงมากเท่าใด เคร่ืองช่ังสปริงก็จะดึงเรากลับด้วยแรงที่มีขนาด
เท่ากับแรงทเี่ ราดึงแตม่ ีทศิ ตรงกนั ข้าม
ภาพท่ี 5.14 การออกแรงดึงเคร่อื งช่ังสปริง
ภาพโดย : นางพัชรี คณู ทอง (ถา่ ยเมื่อวนั ที่ 16 ตลุ าคม 2560)
จัดทำโดย : นำงพัชรี คณู ทอง ตำแหน่ง ครู วิทยฐำนะ ครูเช่ยี วชำญ
18
จากตัวอย่างและลักษณะการเกิดแรงกระทาระหว่างวัตถุที่กล่าวไว้ด้านบน ทาให้สามารถ
สรุปได้ว่า เม่ือมีแรงกระทาต่อวัตถุหนึ่ง วัตถุนั้นจะออกแรงโต้ตอบในทิศตรงกันข้ามกับแรงที่มา
กระทา แรงทั้งสองน้ีเกิดขึ้นพร้อมกันเสมอ เราเรียกแรงท่ีมากระทาต่อวัตถุว่า “แรงกิริยา” (Action
Force) และเรียกแรงที่วัตถุโต้ตอบต่อแรงท่ีมากระทาว่า “แรงปฏิกิริยา” (Reaction Force) และ
แรงทง้ั สองนี้รวมเรียกว่า “แรงคกู่ ริ ิยา – ปฏกิ ิริยา” (Action – Reaction Pair)
จากการศึกษาพบว่า แรงกิรยิ าและแรงปฏกิ ิริยามีขนาดเทา่ กนั แต่มีทศิ ทางตรงกันข้ามเสมอ
นิวตันได้สรุปความสัมพันธ์ระหว่างแรงกิริยาและแรงปฏิกิริยาไว้เป็น กฎการเคลื่อนที่ข้อที่สามของ
นิวตัน ซึ่งมีใจความว่า “ทุกแรงกิริยาจะต้องมีแรงปฏิกิริยาที่มีขนาดเท่ากันและทิศตรงข้ามกัน
เสมอ” ตามความสมั พันธต์ ่อไปน้ี
⃑ 12 = - ⃑ 21
เม่ือ ⃑ 12 แทนแรงท่ีกระทาต่อวัตถกุ ้อนที่ 1 โดยวตั ถกุ ้อนที่ 2
⃑ 21 แทนแรงทีก่ ระทาต่อวัตถกุ ้อนท่ี 2 โดยวัตถุก้อนท่ี 1 เป็นแรงปฏกิ ิรยิ าของ ⃑ 12
หากเราออกแรงถีบยานอวกาศในอวกาศ ท้ังตัวเราและยานอวกาศต่างเคล่ือนที่ออก
จากกัน (แรงกริยา = แรงปฏิกิริยา) แต่ตัวเราจะเคลื่อนที่ด้วยความเร่งที่มากกว่ายานอวกาศ ท้ังนี้
เน่อื งจากตวั เรามีมวลนอ้ ยกว่ายานอวกาศ (กฎข้อท่ี 2)
ท่มี า : http://www.pt.ac./ptweb/prajead/force/newton/newton1.html
สบื คน้ เม่อื วันที่ 16 ตุลาคม 2560
จัดทำโดย : นำงพชั รี คูณทอง ตำแหน่ง ครู วิทยฐำนะ ครูเช่ยี วชำญ
19
บตั รกจิ กรรมท่ี 5.1
การทดลอง เรอื่ ง แรงคู่กริ ิยา – ปฏกิ ิรยิ า
คาช้ีแจง ให้นกั เรียนทาการทดลองบันทกึ ผลและตอบคาถามทา้ ยกจิ กรรม
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1.1 อธบิ ายสถานการณเ์ พ่ือนาไปสรุปเป็นกฎการเคลื่อนที่ข้อท่ีสามของนวิ ตัน
1.2 บอกได้วา่ แรงคู่ใดเป็นแรงคู่กริ ิยา –ปฏิกิรยิ าเม่อื กาหนดสถานการณ์ให้
จดุ ประสงคก์ ารทดลอง
1. เพอื่ ศึกษาแรงคู่กิรยิ า – ปฏกิ ิริยา
วสั ดุ/อปุ กรณ์ จานวน/กลมุ่
รายการ 2 อนั
1 ชุด
1. เคร่ืองชง่ั สปรงิ 1 ชดุ
2. ใบกจิ กรรม
3. แบบรายงานการทดลอง
วิธที ดลอง แตล่ ะกลุ่มดาเนนิ การดงั ต่อไปน้ี
1. จับเคร่ืองชัง่ สปริงอนั ที่ 1 ให้อย่ใู นแนวระดับ สงั เกตเข็มของเครื่องช่ังและบันทึกผล
2. จับขอเกีย่ วเครื่องชงั่ สปริงอันท่ี 1 พรอ้ มทงั้ ดึงเครื่องชัง่ ในแนวระดบั จนกระทั่งเข็มของ
เครือ่ งชั่งชเ้ี ลข 3 นวิ ตัน บนั ทึกผล
3. ใช้มืออีกข้างหนึ่งจับเครื่องชั่งสปริงอันที่ 2 โดยคล้องขอเกี่ยวเข้ากับขอเก่ียวเครื่องช่ัง
สปรงิ อนั ที่ 1 แล้วออกแรงดึงในแนวระดับ จนกระทง่ั เขม็ ของเคร่ืองชั่งอันท่ี 1 ช้เี ลข 3 นิวตนั สังเกต
เข็มของเครอ่ื งช่ังอันท่ี 2 อ่านค่าและบันทึกผล
4. ร่วมกันอภปิ รายผลการทดลอง และอธบิ ายการเกดิ แรง
5. ร่วมกันสรปุ ความร้เู ก่ียวกับแรงคู่กริ ิยา – ปฏกิ ิรยิ า จากการทดลอง
จัดทำโดย : นำงพัชรี คณู ทอง ตำแหน่ง ครู วิทยฐำนะ ครูเช่ยี วชำญ
20
แบบรายงานการทดลองที่ 5.1 เร่ือง แรงคกู่ ิรยิ า – ปฏิกิรยิ า
สมาชกิ ในกลุ่ม
1.................................................................................. ช้นั ................ เลขที่……………
2.................................................................................. ชน้ั ................ เลขที่……………
3.................................................................................. ชน้ั ................ เลขท่ี……………
4.................................................................................. ชน้ั ................ เลขท่ี……………
5.................................................................................. ชั้น................ เลขท่ี……………
จุดประสงคก์ ารทดลอง
1. ........................................................................................................................................................
2. ........................................................................................................................................................
3. ........................................................................................................................................................
สมมติฐานการทดลอง
1. ..........................................................................................................................................................
2. ..........................................................................................................................................................
3. ..........................................................................................................................................................
ตวั แปรตน้
1. ..........................................................................................................................................................
2. ..........................................................................................................................................................
ตวั แปรตาม
1. .........................................................................................................................................................
2. .........................................................................................................................................................
จัดทำโดย : นำงพัชรี คูณทอง ตำแหน่ง ครู วิทยฐำนะ ครูเช่ยี วชำญ
21
อภปิ รายผล
…………………………………………………………………………………………………………....................................…
……………………………………………………………………………………………………………....................................
……………………………………………………………………………………………………………....................................
……………………………………………………………………………………………………………....................................
……………………………………………………………………………………………………………....................................
……………………………………………………………………………………………………………....................................
……………………………………………………………………………………………………………....................................
สรปุ ผลการทดลอง
…………………………………………………………………………………………………………....................................…
……………………………………………………………………………………………………………....................................
……………………………………………………………………………………………………………....................................
……………………………………………………………………………………………………………....................................
……………………………………………………………………………………………………………....................................
……………………………………………………………………………………………………………....................................
……………………………………………………………………………………………………………....................................
จดั ทำโดย : นำงพชั รี คูณทอง ตำแหน่ง ครู วิทยฐำนะ ครูเช่ยี วชำญ
22
คาถามสาคญั ประกอบการทดลองที่ 5.1 เรอื่ ง แรงคกู่ ิรยิ า – ปฏิกริ ยิ า
ในการทดลองที่ 4.1 ใหน้ กั เรยี นพิจารณา ดงั น้ี
1. เมอื่ จบั เคร่ืองชัง่ สปริงอนั ท่ี 1 อยู่นิ่งในแนวระดับ เขม็ ของเครอ่ื งชัง่ สปรงิ ชี้เลขอะไร แสดงวา่ มแี รง
ในแนวระดับกระทาตอ่ เคร่อื งชั่งสปรงิ หรอื ไม่
……………………………………………………………………………………………………………………………………….……
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. เม่อื ดงึ เครื่องชั่งสปรงิ อันที่ 1 และเข็มชีท้ ่ีเลข 3 นวิ ตนั ใชแ้ รงดึงเคร่ืองชั่งสปริงเท่าไร
………………………………………………………………………………………………………………………………………..…
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. เมื่อใช้เครื่องช่ังสปรงิ อันที่ 2 ดึงเครอ่ื งชงั่ สปรงิ อันท่ี 1 จนเข็มของเครื่องชั่งสปรงิ อนั ที่ 1 อ่านคา่
ได้ 3 นวิ ตัน เขม็ ของเครือ่ งชัง่ สปรงิ อ่านค่าไดเ้ ท่าไร
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. เครอื่ งชงั่ สปรงิ ออกแรงกระทาต่อมือหรือไม่ และมือมีแรงกระทาตอ่ เคร่ืองชัง่ สปรงิ หรือไม่ อยา่ งไร
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
จดั ทำโดย : นำงพัชรี คูณทอง ตำแหน่ง ครู วิทยฐำนะ ครูเช่ยี วชำญ
23
บตั รกจิ กรรมท่ี 5.2
เรอื่ ง กฎการเคลอื่ นทข่ี อ้ ทส่ี ามของนวิ ตนั
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1.1 อธิบายสถานการณ์เพ่ือนาไปสรุปเปน็ กฎการเคล่ือนทข่ี ้อท่ีสามของนิวตัน
1.2 บอกได้ว่าแรงคู่ใดเป็นแรงคกู่ ิริยา –ปฏิกริ ยิ าเม่ือกาหนดสถานการณ์ให้
คาชแ้ี จง ใหน้ กั เรียนอธิบายโดยใช้เหตุผลประกอบ
1. นกบินไดเ้ ปน็ การเคลื่อนท่ีด้วยแรงคกู่ ริ ยิ า – ปฏิกริ ยิ า หรอื ไม่ เพราะอะไร
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. คนวา่ ยนา้ เป็นการเคล่ือนที่ด้วยแรงคู่กิรยิ า – ปฏิกิริยา หรอื ไม่ เพราะอะไร
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. ขณะท่รี ถเคล่ือนท่ี แรงค่กู ริ ิยา – ปฏกิ ริ ยิ า เกิดข้ึนทต่ี าแหนง่ ใด อธิบายได้ว่าอยา่ งไร
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. แรงคกู่ ริ ยิ า – ปฏิกริ ิยา มีประโยชนใ์ นชวี ิตประจาวนั อย่างไร
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
5. จากกฎการเคล่ือนท่ีข้อท่ีสามของนวิ ตัน แรงกริ ิยาและแรงปฏิกริ ิยามคี วามสัมพนั ธ์กนั อย่างไร
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
จัดทำโดย : นำงพชั รี คณู ทอง ตำแหน่ง ครู วิทยฐำนะ ครูเช่ยี วชำญ
24
บตั รกิจกรรมที่ 5.3
แผนผังมโนทศั น์ เรอื่ ง กฎการเคลื่อนทขี่ อ้ ท่สี ามของนิวตนั
คาชแ้ี จง ใหน้ กั เรยี นสรปุ ความรู้ทเ่ี ก่ยี วกับ “กฎการเคล่ือนที่ขอ้ ที่สามของนิวตนั ”
เป็นแผนผังมโนทศั น์ (Concept Mapping) ในกระดาษทแี่ จกให้แลว้ นาเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน
จัดทำโดย : นำงพชั รี คูณทอง ตำแหน่ง ครู วิทยฐำนะ ครูเช่ยี วชำญ
25
แบบทดสอบหลงั เรยี น
เรอื่ ง : กฎการเคลอื่ นทขี่ ้อที่สามของนวิ ตัน กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์
รายวิชาฟสิ ิกส์ 1 (ว30201) ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 4 เวลา 10 นาที
คาช้แี จง 1. แบบทดสอบฉบับนี้ จานวน 10 ข้อ คะแนนเตม็ 10 คะแนน เวลาท่ใี ช้ 10 นาที
2. จงเลอื กคาตอบทถ่ี ูกต้องท่ีสดุ แลว้ เขยี นเคร่ืองหมาย ลงในกระดาษคาตอบ
1. เม่อื แขวนวัตถดุ ้วยเชือก แรงใด คือ แรงปฏกิ ิรยิ าของแรงตึงในเสน้ เชือกท่กี ระทาต่อวัตถุ
T
mg ข. น้าหนักของเชือก
ก. แรงดึงดดู ของโลก ง. แรงที่วัตถุทาตอ่ เชอื ก
ค. นา้ หนกั ของวตั ถุ
2. เมอื่ ตกต้นไมล้ งมากระทบพื้นจะรสู้ กึ เจ็บ เหตุทเี่ จ็บอธบิ ายไดด้ ว้ ยกฎทางฟสิ กิ ส์ข้อใด
ก. กฎข้อทห่ี น่ึงของนิวตัน ข. กฎข้อท่ีสองของนวิ ตนั
ค. กฎข้อทสี่ ามของนวิ ตนั ง. กฎแรงดึงดูดระหวา่ งมวลของนวิ ตัน
3. ขอ้ ความใดทไ่ี ม่ถูกต้อง ตามลักษณะของแรงที่กล่าวถึงในกฎขอ้ ท่ี 3 ของนวิ ตัน
ก. ประกอบดว้ ยแรงสองแรง
ข. มีขนาดเท่ากันและมที ิศตรงกนั ข้าม
ค. เปน็ แรงท่ีทาให้แรงลพั ธบ์ นวตั ถุมคี ่าเปน็ ศนู ย์
ง. เป็นแรงทีก่ ระทาบนวตั ถุต่างชนิดกัน
4. สถานการณใ์ ดต่อไปน้อี ธิบายไดด้ ้วยกฎการเคลอ่ื นท่ีข้อที่สามของนวิ ตัน
ก. การจุดบ้งั ไฟ ข. การขบั รถเข้าโคง้
ค. มะม่วงสุกหลน่ จากตน้ ง. หนงั สอื วางอยู่บนโต๊ะ
จดั ทำโดย : นำงพชั รี คณู ทอง ตำแหน่ง ครู วิทยฐำนะ ครูเช่ยี วชำญ
26
5. ลิฟท์ และน้าหนักบรรทกุ รวมกนั มมี วล 800 kg เคล่ือนที่ลงด้วยความเร็ว 6 m/s ถ้าทาใหล้ ิฟท์
หยดุ ในระยะทาง 15 เมตร ดว้ ยความหนว่ งคงท่ี จงหาความตึงในสายเคเบิล
ก. 7040 นิวตนั ข. 8960 นวิ ตัน
ค. 160 นวิ ตัน ง. 1760 นิวตนั
6. เด็กคนหน่ึงออกแรงผลักรถเข็นให้เคล่ือนท่ีไปข้างหน้า ข้อใดสรุปเก่ียวกับขนาดของแรงที่รถเข็น
กระทากบั เด็กได้ถูกต้อง
ก. มากกวา่ ขนาดของแรงที่เดก็ กระทากับรถเข็นตลอดเวลา
ข. เทา่ กบั ขนาดของแรงท่ีเด็กกระทากบั รถเขน็ ตลอดเวลา
ค. น้อยกว่าขนาดของแรงทเ่ี ดก็ กระทากับรถเขน็ ตลอดเวลา
ง. ถูกตอ้ งได้มากกว่า 1 ข้อ เพราะรถอาจจะมคี วามเร็วคงทห่ี รือความเรง่
7. วตั ถุทเ่ี คล่ือนทด่ี ว้ ยความเฉอ่ื ยสามารถหยุดไดเ้ องเพราะมีแรงต้านการเคล่ือนที่ ถ้าขาดแรงดังกล่าว
วัตถจุ ะเป็นอย่างไร
ก. ไมม่ แี รงกดของวัตถุบนพน้ื ข. วตั ถเุ คล่อื นที่ดว้ ยความเรว็ คงที่
ค. วัตถเุ คล่อื นทเี่ ร็วขึ้นเร่อื ย ๆ ง. ไมม่ แี รงปฏกิ ริ ิยาของพืน้
8. ข้อใดต่อไปน้ีอธบิ ายได้ด้วยกฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
ก.
ข.
จดั ทำโดย : นำงพชั รี คณู ทอง ตำแหน่ง ครู วิทยฐำนะ ครูเช่ยี วชำญ
27
ค. ง.
9. แขวนวัตถุด้วยเชือก จากเพดานแรงปฏิกิริยาตามกฎข้อที่ 3 ของนิวตันของแรงซึ่งเป็นน้าหนัก
ของวตั ถคุ อื
ก. แรงทเ่ี ส้นเชือกกระทาตอ่ เพดาน
ข. แรงท่เี ส้นเชือกกระทาตอ่ วตั ถุ
ค. แรงโนม้ ถ่วงที่วัตถุกระทาต่อโลก
ง. แรงท่ีวัตถุกระทาตอ่ เส้นเชอื ก
10. วัตถุ 2 ช้ินมวล 7 และ 5 kg ตามลาดับ เชื่อมกันด้วยเชือกมวล 4 kg ดังรูป ถ้ามีแรงฉุดวัตถุทั้ง
สองขึ้นดว้ ยแรง 200 นวิ ตัน จงหาความตึงเชอื กท่ีปลายบน
ก. 102.5
ข. 112.5
ค. 125.5
ง. 135.5
จัดทำโดย : นำงพชั รี คณู ทอง ตำแหน่ง ครู วิทยฐำนะ ครูเช่ยี วชำญ
28
เฉลยบตั รกิจกรรมที่ 5.1
รายงานการทดลอง เรอื่ ง แรงค่กู ิรยิ า – ปฏิกิริยา
สมาชิกในกลุ่ม
1.................................................................................. ชน้ั ................ เลขท่ี……………
2.................................................................................. ชน้ั ................ เลขที่……………
3.................................................................................. ชัน้ ................ เลขที่……………
4.................................................................................. ชน้ั ................ เลขท่ี……………
5.................................................................................. ชั้น................ เลขที่……………
จดุ ประสงคก์ ารทดลอง
1. เพ่อื ศกึ ษาแรงค่กู ริ ยิ า – ปฏกิ ิรยิ า
สมมติฐานการทดลอง
1. แรงกิริยาและแรงปฏกิ ิรยิ านา่ จะมขี นาดของแรงเทา่ กัน และมีทิศทางตรงกันขา้ ม
ตวั แปรตน้
1. ขนาดของแรงดงึ และทศิ ทางของแรงในสปริงอันที่ 1
ตัวแปรตาม
1. ขนาดของแรงดึงและทิศทางของแรงในสปริงอันที่ 2
จดั ทำโดย : นำงพัชรี คูณทอง ตำแหน่ง ครู วิทยฐำนะ ครูเช่ยี วชำญ
29
ผลการทดลอง
1. เม่อื จับเคร่อื งช่ังสปริงอนั ท่ี 1 อยู่นิง่ ในแนวระดบั พบวา่
(เขม็ ของเคร่ืองชั่งสปริงชี้ทเี่ ลข 0 แสดงวา่ ไม่มแี รงกระทาตอ่ เคร่อื งชง่ั สปริง)
2. เมอ่ื ดึงเคร่ืองช่ังสปริงอนั ท่ี 1 และเข็มชท้ี เ่ี ลข 3 นวิ ตัน ใช้แรงดึงเครอื่ งชั่งสปริงเทา่ ไร
(3 นวิ ตนั )
3. เม่อื ใชเ้ ครือ่ งชั่งสปริงอนั ที่ 2 ดงึ เคร่ืองช่ังสปรงิ อันที่ 1 จนเข็มของเคร่อื งชั่งสปริง
อันท่ี 1 อ่านคา่ ได้ 3 นิวตัน เขม็ ของเคร่อื งช่งั สปรงิ อนั ที่ 2 อา่ นคา่ ไดเ้ ทา่ ไร (อ่านคา่ ได้ 3 นวิ ตนั
เท่ากัน)
4. เคร่อื งช่งั สปรงิ ออกแรงกระทาตอ่ มือหรอื ไม่ และมือมแี รงกระทาตอ่ เครอื่ งช่ังสปริง
หรือไม่ อย่างไร
(มีแรงกระทาต่อกัน เมอื่ มือดึงเครื่องชง่ั สปริง เครอื่ งชงั่ สปริงกจ็ ะดงึ มือ ด้วยแรงที่เทา่ กัน
แตท่ ศิ ทางตรงกันขา้ ม)
อภปิ รายผลการทดลอง
จากการทดลอง พบว่า แรงคู่กิริยา – ปฏิกิริยา เป็นแรงที่เกิดขึ้นจากการออกแรงสัมผัส
กนั ของมือกับตาช่ังสปรงิ หรือแรงดงึ ระหว่างตาชั่งสปริงกบั ตาช่ังสปริง เมื่อใชต้ าช่ังสปริงอันท่ี 2
ดึงตาช่ังสปริงอันที่ 1แรงดึงของตาชั่งสปริง อันที่ 2 เป็นแรงกิริยา แรงตอบโต้หรือแรงดึงกลับ
ของตาชงั่ สปริง อนั ที่ 1 เปน็ แรงปฏกิ ริ ิยา ทศิ ทางของแรงท้ัง 2 มที ศิ ตรงข้ามกนั
สรุปผลการทดลอง
เม่ือมีแรงกิริยาจะมีแรงปฏกิ ิรยิ าทีม่ ีขนาดของแรงเทา่ กัน และมีทศิ ทางตรงกันข้าม
จัดทำโดย : นำงพชั รี คณู ทอง ตำแหน่ง ครู วิทยฐำนะ ครูเช่ยี วชำญ
30
เฉลยคาถามสาคญั ประกอบการทดลองท่ี 5.1 เร่ือง แรงคกู่ ิรยิ า – ปฏิกิริยา
ในการทดลองที่ 4.1 ใหน้ กั เรียนพจิ ารณา ดังนี้
1. เมือ่ จับเคร่ืองชง่ั สปรงิ อนั ท่ี 1 อย่นู ่งิ ในแนวระดับ เข็มของเคร่ืองชัง่ สปรงิ ชเ้ี ลขอะไร แสดงวา่ มีแรง
ในแนวระดับกระทาตอ่ เครอ่ื งช่งั สปรงิ หรอื ไม่
ตอบ เข็มของเคร่อื งชัง่ สปริงช้ีท่ีเลข 0 แสดงว่าไม่มีแรงกระทาต่อเคร่ืองชงั่ สปริง
2. เมื่อดึงเครื่องชง่ั สปริงอนั ที่ 1 และเข็มชที้ ่ีเลข 3 นวิ ตัน ใชแ้ รงดงึ เคร่ืองช่ังสปรงิ เทา่ ไร
ตอบ 3 นวิ ตนั
3. เมื่อใช้เครื่องชั่งสปรงิ อันที่ 2 ดงึ เครือ่ งช่ังสปริง อันที่ 1 จนเขม็ ของเคร่ืองช่ังสปริง อันท่ี 1 อา่ นคา่
ได้ 3 นิวตัน เขม็ ของเคร่อื งชง่ั สปรงิ อา่ นค่าได้เท่าไร
ตอบ อ่านค่าได้ 3 นวิ ตันเทา่ กัน
4. เครือ่ งชงั่ สปริงออกแรงกระทาต่อมอื หรือไม่ และมือมีแรงกระทาตอ่ เครอื่ งชงั่ สปรงิ หรือไม่ อยา่ งไร
ตอบ มีแรงกระทาตอ่ กนั เม่อื มอื ดึงเครอื่ งชัง่ สปริง เคร่อื งชั่งสปริงก็จะดึงมอื ดว้ ยแรงที่
เท่ากัน แตท่ ิศทางตรงกนั ข้าม
จัดทำโดย : นำงพชั รี คูณทอง ตำแหน่ง ครู วิทยฐำนะ ครูเช่ยี วชำญ
31
เฉลยบตั รกิจกรรมที่ 5.2
เร่อื ง กฎการเคล่อื นท่ขี อ้ ทส่ี ามของนิวตัน
คาชแี้ จง ให้นกั เรยี นอธิบายโดยใชเ้ หตผุ ลประกอบ
1. นกบินไดเ้ ปน็ การเคล่อื นที่ดว้ ยแรงคูก่ ริ ิยา – ปฏิกิริยา หรือไม่ เพราะอะไร
ตอบ เป็นการเคล่ือนที่ด้วยแรงคู่กิริยา – ปฏิกิริยา 2 คู่ คือ แรงฉุด-แรงต้าน และ แรง
ยก-น้าหนัก โดย แรงฉุดเกิดจากการขยับปีกของนกทาให้นกบินขึ้นได้ ส่วนแรงต้านเป็นแรงท่ี
กระทาตรงกันข้ามกับการเคล่ือนท่ีของนก แรงยก เป็นแรงท่ีเกิดข้ึนเม่ือความกดอากาศต่า
เกิดขึ้นที่ผิวด้านบนของปีกทาให้นกลอยตัวสูงข้ึน ส่วนน้าหนักเกิดจากแรงดึงดูดของโลกมีทิศลง
ชว่ ยใหน้ กไมล่ อยอยา่ งไร้ทศิ ทาง
2. คนวา่ ยนา้ เป็นการเคล่ือนที่ด้วยแรงคกู่ ริ ิยา – ปฏิกิรยิ า หรือไม่ เพราะอะไร
ตอบ เป็นการเคล่ือนที่ด้วยแรงคู่กิริยา – ปฏิกิริยา 2 คู่ คือ แรงฉุด – แรงต้าน
และแรงลอยตัว – น้าหนัก โดยแรงฉุดเกิดจากการขยับแขนของคนทาให้เคลื่อนที่ได้
ส่วนแรงต้านเป็นแรงท่ีกระทาตรงกันข้ามกับการเคลื่อนที่ของนกหรือเรียกอีกอย่างหน่ึงว่า
แรงดันน้า แรงลอยตัว เป็นแรงพยุงของของเหลวท่ีกระทาต่อคน ส่วนน้าหนักเกิดจากแรงดึงดูด
ของโลกมีทศิ ลง
3. ขณะท่รี ถเคลื่อนท่ี แรงคกู่ ิริยา – ปฏิกริ ิยา เกิดขึ้นท่ีตาแหนง่ ใด อธิบายได้ว่าอยา่ งไร
ตอบ แรงค่กู ิริยา – ปฏกิ ิรยิ าท่ีเกิดขึ้นในขณะที่รถเคลื่อนท่ี เกิดข้ึนระหว่างผิวสมั ผัสของ
ลอ้ รถกบั ถนน โดยมีแรงทล่ี อ้ รถดันพ้นื ถนนและแรงทพี่ ้นื ถนนดนั ลอ้ รถทาใหร้ ถเคลอ่ื นที่ไปได้
4. แรงคกู่ ริ ิยา – ปฏิกริ ิยา มปี ระโยชนใ์ นชีวติ ประจาวนั อยา่ งไร
ตอบ ช่วยให้เข้าใจการเคลื่อนท่ีในลักษณะต่างๆทาให้เกิดความระมัดระวังในเร่ืองการ
เคล่ือนท่ีทาให้สามารถป้องกันอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นได้และยังสามารถนาความรู้ไปประยุกต์ใช้ใน
การประดิษฐ์เคร่ืองมือเครื่องใช้ที่ทันสมัยได้และนาความรู้ไปพัฒนาในด้านอ่ืนๆเช่นการพัฒนา
ทางดา้ นการกีฬา
5. จากกฎการเคลื่อนท่ีขอ้ ทส่ี ามของนวิ ตนั แรงกริ ิยาและแรงปฏิกริ ิยามีความสมั พันธ์กนั อยา่ งไร
ตอบ แรงกิริยาและแรงปฏิกิริยามีขนาดเทา่ กัน แตม่ ที ิศทางตรงกนั ข้าม
จดั ทำโดย : นำงพัชรี คูณทอง ตำแหน่ง ครู วิทยฐำนะ ครูเช่ยี วชำญ
32
เฉลยบัตรกิจกรรมท่ี 5.3
แผนผังมโนทศั น์ เรือ่ ง กฎการเคล่อื นท่ีขอ้ ท่ีสามของนิวตัน
คาชแี้ จง ให้นกั เรียนสรปุ ความรู้ทีเ่ ก่ียวกบั “กฎการเคล่ือนทข่ี อ้ ทสี่ ามของนิวตนั ”
เป็นแผนผังมโนทัศน์ (Concept Mapping) ในกระดาษทแ่ี จกให้แลว้ นาเสนอผลงานหนา้ ช้ันเรียน
ข้ึนอยกู่ บั ดลุ พนิ จิ
ของครูผ้สู อน
จดั ทำโดย : นำงพัชรี คณู ทอง ตำแหน่ง ครู วิทยฐำนะ ครูเช่ยี วชำญ
33
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรยี นและหลงั เรยี น
เรอ่ื ง กฎการเคล่อื นทข่ี อ้ ท่ีสามของนวิ ตนั
คาตอบแบบทดสอบกอ่ นเรยี น คาตอบแบบทดสอบหลงั เรยี น
ข้อที่ คาตอบ ข้อที่ คาตอบ
1ข 1ค
2ข 2ค
3ค 3ค
4ค 4ก
5ค 5ข
6ค 6ข
7ก 7ข
8ข 8ง
9ข 9ค
10 ง 10 ข
จดั ทำโดย : นำงพชั รี คณู ทอง ตำแหน่ง ครู วิทยฐำนะ ครูเช่ยี วชำญ
34
บรรณานุกรม
จกั รินทร์ วรรณโพธก์ิ ลาง. ฟิสกิ สเ์ ล่ม 1 ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4. กรุงเทพฯ : อมรการพิมพ,์ 2547.
_________. คู่มือรวมสุดยอดเทคนคิ ฟสิ กิ ส์Entrance. กรงุ เทพฯ : พัฒนาศึกษา, 2550.
จารกึ สุวรรณรัตน์ . วิทยาศาสตรเ์ พม่ิ เติม (ฟิสิกส์)ชว่ งชัน้ ท่ี 4 (ม.4- 6 ) ชุดกลศาสตร์.
กรุงเทพฯ : รุ่งเรืองสาสน์ การพมิ พ์.ม.ป.ป.
จติ นวนแก้วและคณะ. ฟิสิกส.์ กรุงเทพฯ : พัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว), 2546.
จรัญ บรุ ะตะ. ฟิสิกส์ ม.4-6 เล่ม 1. กรุงเทพฯ: นิพนธ,์ 2555.
ช่วง ทมชติ ชงคแ์ ละคณะ. ฟิสกิ ส์ ม.4-6 เล่ม 1 รายวิชาเพิม่ เติม. กรุงเทพฯ : ไฮเอด็ พับลชิ ชงิ่ .
2554.
_________. ฟิสิกส์ ม.4-5-6. กรุงเทพฯ : ไฮเอ็ดพับลชิ ชิ่ง, 2554.
นรินทร์ เนาวป์ ระทีป. ฟสิ กิ ส์เล่ม 1. กรุงเทพฯ : ฟิสิกสเ์ ซ็นเตอร,์ 2546.
นริ นั ดร์ สุวรตั น์ . คูม่ ือรายวิชาเพมิ่ เติม กลุ่มสาระการเรยี นรูว้ ทิ ยาศาสตร์ ฟสิ ิกส์ เล่ม 1 ม.4-6.
กรุงเทพฯ: พัฒนศึกษา, 2554.
ประกิตเผา่ ทมชติ ชงค์. ค่มู ือเตรยี มสอบวิชาฟสิ ิกส์ ม.4. กรุงเทพฯ : ไฮเอด็ พับลิชชงิ่ , 2550.
พมิ พันธ์ เดชะคุปตแ์ ละคณะ. ฟสิ กิ สพ์ ืน้ ฐาน ม.4. กรุงเทพฯ : พฒั นาคุณภาพวชิ าการ (พว),
2546.
สมเดจ็ วงค์มาต. ตวิ ฟติ ฟสิ ิกส์ตามแนวกวดวชิ า ม.4-6 เล่ม 1-2. กรงุ เทพฯ : พ.ศ.พัฒนา,
2556.
สถาบันส่งเสริมการสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี. กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. คู่มอื ครรู ายวชิ า
ฟสิ ิกสเ์ พม่ิ เติม เลม่ 1 ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ 4. กรุงเทพฯ : สกสค.ลาดพร้าว, 2554.
สถาบนั ส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลย.ี กระทรวงศกึ ษาธิการ. หนังสือเรยี นรายวิชา
ฟสิ ิกสเ์ พ่มิ เติม เลม่ 1 ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 4. กรงุ เทพฯ : สกสค.ลาดพร้าว, 2554.
http://www.atom.rmutphysics.com/charud/oldnews/0/286/.../newtonGk9.htm
http://www.curadio.chula.ac.th/media/global-download.php?..
http://www.google.co.th
http://www.kiktik.net/2011/last-on-air-detail.php
http://www.myfirstbrain.com/viewnews.asp?newsID=47857
http://www.phchitchai.wbvschool.net/archives/
http://www.rmutphysics.com/charud/exercise/energy/energy1/index11.htm
จัดทำโดย : นำงพชั รี คณู ทอง ตำแหน่ง ครู วิทยฐำนะ ครูเช่ยี วชำญ
35
http://www.pt.ac./ptweb/prajead/force/newton/newton1.html
http://thn2442555physics.blogspot.com/2016/09/blog-post_12.html
http://th.slideshare.net/ssuser82b6e6/21-29626996
http:// www.th.wikipedia.org
http://www.tutormathphysics.com/index.php/m5...-/539-force-mass-7.html
https://sites.google.com/a/samakkhi.ac.th/krumanoch/1-2-raeng-kiriya-raeng-ptikiriya
จดั ทำโดย : นำงพัชรี คณู ทอง ตำแหน่ง ครู วิทยฐำนะ ครูเช่ยี วชำญ
36
ประวัตยิ ่อผ้จู ัดทาผลงาน
ชอ่ื – สกลุ นางพชั รี คูณทอง
วัน เดอื น ปี เกดิ 4 พฤศจกิ ายน 2522
สถานทเี่ กดิ อาเภอสิรินธร จงั หวดั อุบลราชธานี
ทีอ่ ยู่ปจั จบุ ัน 111 หมู่ 12 บ้านโนนสมบัติ ตาบลโนนกลาง
อาเภอพบิ ลู มงั สาหาร จังหวดั อบุ ลราชธานี
เร่ิมรับราชการ 12 กรกฎาคม 2545 ตาแหนง่ อาจารย์ 1 ระดับ 3
โรงเรียนขมนิ้ พทิ ยาสรรพ์ อาเภอเมือง จงั หวัดกาฬสินธุ์
ตาแหนง่ หน้าทปี่ จั จบุ ัน ครู วิทยฐานะ ครเู ช่ยี วชาญ
สถานทีท่ างานในปัจจุบัน โรงเรยี นโนนกลางวทิ ยาคม ตาบลโนนกลาง อาเภอพบิ ลู มงั สาหาร
จงั หวัดอบุ ลราชธานี
ประวัตกิ ารศึกษา ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 โรงเรียนบา้ นหินสงู ตาบลชอ่ งเมก็ อาเภอสริ นิ ธร
พ.ศ. 2535 จงั หวัดอบุ ลราชธานี
มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3 โรงเรียนเบต็ ต้ดี ูเมน 2 ชอ่ งเม็ก ตาบลช่องเมก็
พ.ศ. 2538 อาเภอสิรนิ ธร จงั หวัดอุบลราชธานี
มัธยมศึกษาปที ่ี 6 โรงเรยี นสริ ินธรวิทยานสุ รณ์ อาเภอสิรนิ ธร
พ.ศ. 2541 จงั หวัดอบุ ลราชธานี
ปริญญาครศุ าสตรบ์ ัณฑิต (ค.บ.) สาขาวชิ าฟสิ ิกส์
พ.ศ. 2545 มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั อบุ ลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี
ปรญิ ญาศกึ ษาศาสตรมหาบณั ฑิต (ศษ.ม.) สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน
พ.ศ. 2556 มหาวิทยาลยั ราชธานี จังหวดั อบุ ลราชธานี
จดั ทำโดย : นำงพชั รี คณู ทอง ตำแหน่ง ครู วิทยฐำนะ ครูเช่ยี วชำญ
ชุดกิจกรรมการเรยี นรฟู้ สิ กิ ส์ เรื่อง แรงและกฎการเคลือ่ นท่ี
ที่เน้นกระบวนการจดั การเรยี นรรู้ ปู แบบวัฏจกั รการเรยี นรู้แบบ 7 ขั้น (7E)
กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โรงเรยี นโนนกลางวทิ ยาคม อาเภอพบิ ลู มังสาหาร จงั หวัดอบุ ลราชธานี
สงั กัดองคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวดั อบุ ลราชธานี