The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หนังสือแบบเรียนภาษาไทยสมัยรัตนโกสินทร์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kingkarnb, 2020-07-06 00:12:20

หนังสือแบบเรียนภาษาไทยสมัยรัตนโกสินทร์

หนังสือแบบเรียนภาษาไทยสมัยรัตนโกสินทร์

บทท่ี 2
หนงั สอื แบบเรยี นภาษาไทยสมัยรัตนโกสินทรต์ อนตน้

การศึกษาสมัยโบราณสืบเน่ืองมาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นเป็นการเล่าเรียนที่ยังไม่มีแบบแผน
(Informal Education) รัฐยังมิได้จัดการศึกษาโดยตรง ยังไม่มีเงินงบประมาณเพื่ออุดหนุนการศึกษา ไม่มี
โครงการการศึกษาของชาติและแนวนโยบายที่แน่นอน สาหรับประชาชนแล้วมีแต่สถาบันศาสนาที่จัด
การศึกษาเพ่ือสืบทอดศาสนา สภาพการศึกษาในสมยั รตั นโกสินทร์ตอนตน้ จึงเป็น ดงั น้ี

.....แต่ก่อนมาผู้ท่ีมีบุตรหลานย่อมนาไปฝากไว้กับพระสงฆ์ตามพระอารามให้
พระสงฆเ์ ปน็ อาจารย์สั่งสอนวิชาแลทางประพฤตดิ ีแลยงั มีสืบมาจนกาลบัดนี้ แต่การเล่า
เรียนท่ีเป็นอยู่น้ันยังไม่เป็นการเจริญดีสมกับสมัยเพราะเหตุว่ายังไม่มีแบบแผนแล
สาหรับตาราที่จะสั่งสอนตามความต้องการอย่างไรเป็น แต่สอนกันไปตามความรู้ของ
พระสงฆผ์ เู้ ป็นอาจารยก์ ลุ บุตรทศี่ ึกษาก็ย่อมไดร้ ับวชิ าไม่เสมอกัน…..

ส่วนโรงเรียนและลักษณะการเล่าเรียนนั้นสมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญ าณวโรรส
ประทานอธบิ ายไว้วา่

.....การศึกษาสามัญนั้นเรยี นความรู้ท่ีเป็นสาธารณเป็นต้นว่าเขียนอ่านคานวณ
กับหัดกิริยาและอัธยาศัยรู้จักผิดรู้จักชอบย่นกล่าวก็คือเรียนให้เป็ นคนท่ีพูดกันว่ารู้จัก
ประสีประสา...สถานท่ีเรียนเป็นตามสานักตั้งต้น แต่ในตระกูลของเด็กต่อมาบุตร
ราษฎรก็ฝากพระตามวัดเป็นพื้นบุตรผู้มีบรรดาศักด์ิฝากตามสานักท่านผู้เป็นครูบ้างหา
ครูมาสอนที่ถ่ินของตนบ้างพระผู้รับฝากบุตรราษฎรต้ังอยู่เป็นหมู่ ๆ ในวัดน้ัน ๆ
วัดทั้งหลายจึงปรากฏเป็นที่ศึกษาของกุลบุตร...ความรู้ท่ีกุลบุตรจะพึงได้ย่อมมียิ่ง ๆ
หยอ่ น ๆ ตามความรขู้ องครผู ู้สอนแลฝกึ หดั …..

ในช่วงระยะเวลาดังกล่าว หนังสือจินดามณีเป็นแบบเรียนเล่มสาคัญซ่ึงคงจะใช้เป็นหลักอยู่
ส่วนหนังสือแบบเรียนอื่น ๆ เช่น ประถม ก กา ปฐมมาลา ฯลฯ ก็ใช้เรียนกันท่ัวไปตามสานักศึกษาต่าง ๆ
นอกจากน้ีหนังสือวรรณคดีท้ังหลายท่ีมีอยู่อย่างมากมายในเวลาน้ัน แม้จะไม่ได้เป็นหนังสือแบบเรียนโดยตรง
แตก่ ็เปน็ หนังสือส่งเสริมการอา่ นทีช่ ่วยให้การศกึ ษาเล่าเรยี นวิชาหนงั สอื เปน็ ไปอย่างแพรห่ ลาย

๑. หนังสือประถม ก กา

หนังสือเล่มนี้ไม่เป็นท่ีทราบแน่ชัดว่าใครเป็นผู้แต่ง และแต่งในสมัยใด แต่สันนิษฐานกันจากภาษาท่ีใช้
ว่าน่าจะแต่งขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ฉบับที่กรมศิลปากรอนุญาตให้พิมพ์เผยแพร่เป็นหนังสือ ๒ เล่ม
รวมกนั อยู่ เล่มแรกเรยี กว่า หนังสือประถม กข. ก.กา และเล่มหลงั เรียกว่า ปถม ก.กา หัดอ่าน

1

๑.๑ หนงั สอื ประถม กข. ก กา

 เน้อื หาของแบบเรียน
๑. พยัญชนะ สระ และวรรณยุกต์ พยัญชนะมี ๔๔ ตัว เรียงลาดับอักษรจาก ก - ฮ สระ

มเี สียง อ - อะ รวม ๑๖ ตวั ไม่มีรปู สระ ฤ ฤา ฦ ฦา ส่วนวรรณยุกต์ มี ๔ รูป เนอื้ หารวมอย่ใู นเรอื่ งเคร่อื งหมาย
อน่ื ๆ แสดงรูปพรอ้ มทัง้ ตัวอยา่ งคาทีใ่ ช้ไว้ท้ายคาประพนั ธเ์ ร่อื ง “กข ก กา”

๒. การแจกลูก แบบเรียนน้ีแจกลูกอักษรทุกตัวเริ่มตั้งแต่ ก ถึง ฮ ในมาตราต่าง ๆ
ครบทกุ มาตรา เมื่อจบการแจกลูกในแตล่ ะมาตราจะมคี ากลอนสอนอ่านเทยี บไว้ให้เสมอ

๓. อักษรควบ เน้ือหาอักษรควบแยกออกจากเร่ืองการแจกลูก และการผันอักษรสามหมู่
มีการแจกลูกอักษรควบบางตัว คือ กร กล กว และ ทร ตั้งแต่แม่ ก กา จนถึงแม่เกย แต่ไม่มีเนื้อหาเก่ียวกับ
การผันอกั ษรควบ

๔. อักษรนา เน้ือหาการแจกลูกและการผันอักษรนาแยกออกจากการแจกลูกอักษรสามหมู่
และอักษรควบในมาตราแม่ ก กา แจกลูกอักษรนา ห นา ญ น ม ย ร ล ว และ อ นา ญ น ย ในมาตราอื่น ๆ
แจกลูก ห และ อ นา ญ มีเนื้อหาการผันอักษร ห นา ญ น ม ย ร และ อ นา ย และหลักสาคัญเก่ียวกับ
กฎเกณฑ์การอ่าน ห และ อ นาอกั ษรต่า

๕. มาตราตัวสะกด กล่าวถึงตัวสะกดในทุกมาตราอย่างละเอียดพร้อมทั้งแจกลูกอักษร
ทุกตวั ดว้ ยตัวสะกดในมาตราต่าง ๆ ตามลาดบั

๖. คาตาย เป็นเนื้อหาส่วนหน่ึงซึ่งอธิบายไว้ว่า หมายถึง คาที่ผันวรรณยุกต์เอก โท ไม่ได้
มีการเทยี บเสยี งคาตายให้ดเู ป็นตวั อย่าง ดงั นี้

.....ถา้ แมน้ ในคาตาย ๓ แมค่ ือ กก กด กบ ตัวต้นเปน็ อกั ษรสูง
ฤากลาง ก็มสี าเนยี งไมเ้ อกอยู่ในคานน้ั เองอยา่ งนี้

ขอ_____________________
ข่อ ขก ขด ขบ กก กด กบ

เสียงอกั ษร ๖ คานเี้ สมอเหมอื นกับตัว ขอ ที่ลงไม้เอกนั้น
๗. ตัวการันต์ –์ กาหนดหลกั การใช้เครือ่ งหมายทณั ฑฆาตไว้ ดังน้ี

ไม้ทัณฑฆาต นี้บังคับอักษรท่ีอยู่เบ้ืองบนเปนสาคัญน้ัน ไม่ให้อ่าน
อยา่ งน้ี องค องค์ สวรรค สวรรค์สงฆ สงฆ์ อาจารยี อาจารีย.์ ....
๘. เคร่ืองหมายต่าง ๆ เม่ือจบคาประพันธ์เรื่อง กข. ก กา แล้ว มีรูปเครื่องหมาย 7 อย่าง
พร้อมชื่อกากับ จากนั้นจึงอธิบายวิธีใช้ไม้ตรี จัตวา ไม้ไต่คู้ และทัณฑฆาต เน้ือหาเร่ืองเครื่องหมายมีอยู่ใน
ส่วนสุดท้ายของเล่ม อีกส่วนหน่ึงเป็นการรวบรวมเครื่องหมายท่ีใช้กันอยู่ในเวลาน้ันทั้งเคร่ืองหมายภาษาไทย
และเครอื่ งหมายท่ีมาจากภาษาองั กฤษ
๙. เรื่องอน่ื ๆ ท่สี าคญั คอื เร่อื งการอ่านคาที่มาจากภาษาอืน่ และการสอนคิดเลข

2

 ลักษณะของแบบเรียน แบบเรียนแบ่งเป็น ๒ ส่วน ส่วนแรกเป็นการสอนพยัญชนะ สระ
และการแจกลูก วิธีการแจกลูกของหนังสือน้ี แจกเรียงตามมาตราต่าง ๆ เร่ิมจากมาตราแม่ ก กา โดยประสม
สระ ๑๖ ตัวกับพยัญชนะทั้ง ๔๔ ตัว ทีละตัว ส่วนมาตราอื่น ๆ แจกลูกกับสระ ๑๗ ตัว เม่ือจบการแจกลูก
มคี าประพันธ์ที่แต่งด้วยคาประสมสระและสะกดด้วยมาตรานั้น ๆ คล้ายกับตัวอยา่ งสรุปไว้ให้ฝกึ อ่าน ฝึกเขียน
คาประพันธท์ ้ายบทเหล่านเ้ี ป็นเรื่องเกีย่ วกับสภาพแวดล้อมและวฒั นธรรมสว่ นสุดทา้ ยของแบบเรยี นเปน็ เนอื้ หา
สรปุ หลกั เกณฑ์มีตัวอยา่ งประกอบบ้างเลก็ น้อย ทานองเขยี นเป็นร้อยแก้วอธบิ ายไปทีละเรื่อง

 ข้อสังเกตเพ่ือการวิเคราะห์ ในท่ีน้ีจะเป็นแต่เพียงต้ังข้อสังเกตเบื้องต้นไว้ให้ผู้สนใจ
เหน็ แนวทางทจี่ ะศึกษาค้นควา้ อยา่ งลกึ ซ้ึงต่อไปเท่าน้นั

๑. พยัญชนะ หนังสือประถม ก กา แบ่งพยัญชนะ ๔๔ ตัว เป็น ๓ วิธี วิธีแรกคือ ไตรยางศ์
วธิ ที ี่สองแบ่งดว้ ยฐานทีเ่ กิด และวิธีทสี่ ามแบง่ เป็นเสียง พยญั ชนะ หนกั – เบา โดยมุ่งประโยชน์เพอื่ ให้ออกเสยี ง
ได้ชัดเจนข้ึน ข้อเสนอแนะในเร่ืองน้ีคือ น่าจะได้ศึกษาวิเคราะห์ถึงอิทธพิ ลของภาษาอื่นท่ีมีผลต่อแบบแผนของ
ภาษาไทย

๒. วรรณยุกต์ วรรณยุกต์ตรีและจัตวามีข้อกาหนดในการใช้เช่นเดียวกับหลักเกณฑ์
ในจินดามณีฉบับพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศและจินดามณีเล่ม ๒ ควรได้ศึกษาข้อมูลเปรียบเทียบกับแบบเรียน
เลม่ อื่น ๆ ในยุคสมยั เดียวกนั

๓. อักษรนา เน้ือหาของอักษรนาท่ีน่าสังเกตคือ การใช้ อ นา อักษรต่า และอักษรอ่ืน
เช่นเดียวกบั การใช้ ห นา แสดงให้เหน็ แบบแผนการใช้อักษรนาท่ีแตกตา่ งกบั ปัจจุบัน

๔. คาควบกลา้ เป็นเน้ือหาส่วนที่ไม่มีคาอธิบายหลกั เกณฑ์แน่นอนเหมือนเร่ืองอ่นื ๆ เพยี งแต่
แจกลูก คากล้า กร กล และ กว ไว้เป็นตัวอย่างคา ทร ซึ่งในปัจจุบันเป็นคาควบไม่แท้ก็แจกลูกเหมือนกับ
คาควบแท้ เนือ้ หาเหลา่ น้ีควรไดศ้ ึกษาเรอื่ งการกลายของหน่วยเสยี งอกี ทางหนึ่งด้วย

หมายเหตุ การจัดลาดับเนื้อหาของแบบเรียนเล่มน้ี ถ้านาไปเปรียบเทียบกับจินดามณีจะเห็นว่า
ลักษณะเน้ือหาง่ายกว่ากันและจัดลาดับสะดวกต่อการเรียนรู้ วิธีใช้แบบเรียน คือ เรียนจากตัวอย่างไปสู่
การสรุปเป็นกฎเกณฑ์ เน้ือหามุ่งไปยังการฝึกความสามารถในการอ่าน-การเขียน ส่วนการท่ีไม่มีเนื้อหา
ฉนั ทลักษณ์อยู่ด้วยน้ัน กอ็ าจเป็นไปได้ว่าผู้แตง่ คงมีเจตนาให้ผู้เรียนมีความรู้เพียงอ่านออกเขียนได้พอท่ีจะเป็น
พื้นฐาน ไปศึกษาจากตาราเล่มอ่นื ต่อไปเท่านนั้

๑.๒ หนังสอื ปถม ก กา หัดอา่ น
หนังสือเล่มนี้แม้จะไม่ได้ระบุไว้ว่าผู้แต่งมีเจตนาเช่นใด แต่จากเน้ือหาและลักษณะของหนังสือ
สนั นษิ ฐานได้วา่ คงเป็นหนังสอื ทตี่ อ้ งการให้ใชค้ ูก่ บั หนังสอื ประถม กข. ก กา

3

 เนือ้ หาของแบบเรยี น
เน้ือหาประกอบด้วยคาอ่านมาตราตัวสะกดตั้งแต่ กข. ก กา จนถึง เกย อักษรนาและ

คาควบกล้า ส่วนสุดท้ายเป็นคาสั่งสอนเร่ืองความประพฤติการเรียนหนังสือวิชาความรู้และอาชีพ มีการยก
นิทานมาเลา่ เป็นตัวอยา่ งและสอนมาตราการนับในท่สี ดุ

 ลักษณะของแบบเรียน
แบบเรียนแต่งเป็นคาประพันธ์ท้ังเล่ม ลักษณะคาประพันธ์ท่ีใช้คือ กาพย์ฉบัง กาพย์ยานี

และกาพยส์ รุ างคนางค์

 ขอ้ สงั เกตเพื่อการวเิ คราะห์
๑. คาอ่านในมาตราตัวสะกดต่าง ๆ รวมเอาคาอธิบายลักษณะภาษาไว้ด้วย เช่น พยัญชนะ

ตวั สะกดของมาตราน้ัน ๆ สระ และการใชเ้ ครือ่ งหมายต่าง ๆ เป็นตน้
๒. เน้ือหาส่วนใหญ่แทรกคาส่ังสอนเร่ืองการเรียนหนังสือ ความประพฤติความรู้และการงาน

อาชีพ ซ่ึงแสดงให้เห็นสภาพสังคม วัฒนธรรมและขนบนิยม ความรู้เร่ืองขนบธรรมเนียมประเพณีของ
ยคุ สมยั น้นั ควรนามาศกึ ษาในเชิงสังคมวิทยา เชน่ ศึกษาถงึ อาชีพของคนไทยและจุดมงุ่ หมายในการดาเนนิ ชีวิต
เป็นตน้

๓. การจัดเน้ือหาของแบบเรียนไม่อานวยให้ใช้ได้โดยลาพัง องค์ประกอบหลายประการ
แสดงว่าจาเป็นจะต้องใช้ประกอบกับแบบเรยี นเล่มอ่ืน ลักษณะเช่นน้ีตรงกับหนังสอื อ่านประกอบ หรือหนังสือ
ฝึกทักษะในปัจจุบัน จึงควรนาความรู้เก่ียวกับทฤษฎีการเรียนการสอน ศึกษาจุดมุ่งหมายของแบบเรียน
เพราะจะช่วยใหไ้ ด้ภาพการศึกษาสมัยรตั นโกสินทร์ตอนต้นทช่ี ดั เจนเพิ่มขึน้ อีก

๒. หนงั สอื ปฐมมาลา

ผู้แต่ง คือ พระเทพโมฬี (ผ้ึง) วัดราชบูรณะ กวีในสมัยรัชกาลท่ี ๓ แต่ไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดว่าแต่งขึ้น

เมื่อใด

 เน้อื หาของแบบเรยี น

๑. พยัญชนะ สระ และวรรณยุกต์ แบบเรียนไม่ได้กาหนดจานวนพยัญชนะและสระไว้เป็น

เอกเทศเช่นตาราเล่มอ่ืน ๆ มีคากาพย์อธิบายไว้ว่ารูปสระมีอะไรบ้าง พยัญชนะมีจานวนเท่าไรและแบ่งเป็น

ไตรยางศ์อย่างไร ส่วนวรรณยกุ ตม์ ี ๔ รูป สอนอยู่ในเร่ือง “คากลอนในแมก่ น”

๒. การแจกลกู แบบเรยี นไม่มเี น้ือหาแจกลูกเหมือนประถม ก กา แตม่ ีการผันอักษรไวพ้ อเป็น

ตวั อยา่ งในเรอื่ ง “คากลอนในแมก่ ง”

๓. อกั ษรนา เนือ้ หาเรอื่ งอกั ษรนาอธบิ ายไว้แต่การใช้ ห นา อกั ษรตา่ ดังนี้

คาต่าจงจาคาไข จะเขียนอนั ใด

จะใช้ใหส้ ูงสาเนยี ง

เอา ห วางข้างหน้าเรียง คาตา่ ที่เคียง

4

มเี สยี งก็สงู จูงกัน ห นาตา่ ผัน
เชน่ ว่า บุหงา ปาหนนั
ทงั เกา้ ประการ
ให้หันผนั สงู วาที จะเอา ห นา
สว่ นอักษรกลางอธิบายไวว้ ่า

คากลางที่หย่างประมาณ
เขียนจวนจะให้สงู คา

พงึ ใหพ้ จิ ารณ์ใจจา

เชน่ ตา่ บต้องวาจา

๔. มาตราตัวสะกด มีเน้ือหาสมบูรณ์เรียบเรียงเป็นมาตราแม่ต่าง ๆ เริ่มตั้งแต่ “คากลอนใน

แม่กน” จนถึง “คากลอนในแมเ่ กย” การอธบิ ายตัวสะกดมกั เปน็ เช่นน้ี

ห้าคาสาคญั คื ญ ณ ร ล ฬ แทน น มีใน

คาภีร์บูราณ อาจารย์ท่านไข เขียนอ่านใดใด

ท่านใช้เช่นกนั

๕. คาตาย มเี นอ้ื หาคาตายอยใู่ น “คากลอนในแม่กก” และ “คากลอนในแมก่ ม” ความว่า

แมก่ กจนสิน้ ใช้ เอกโทใส่ บ บงั ควร

แม่ กก จกั ผันผวน บ แปรปรวนแปลกสาเนยี ง

ใชไ้ ดแ้ ตไ่ มต้ รี ตีนกามที สี่ ง่ เสียง

แมก่ กยกยักเรียง กภ็ เพยี งพรรณนา

---------------------- ----------------------

แมก่ กกบั กดกบ ทีแ่ จกจบครบจานวน

เหล่านั้นจกั ผนั ผวน บ บงั ควรล้วนฆาฏคา

บทหา้ มบใหใ้ ส่ เอกโทใชใ้ ห้จดจา

จักผวนจกั ผนั ทา บ แปลกคาสาเนยี งอับ

๖. เคร่ืองหมายต่าง ๆ เร่ือง “คากลอนในแม่กน” มีเคร่ืองหมายรวม ๙ ชนดิ พรอ้ มทั้งอธิบาย

ประกอบ ไว้ดว้ ยดงั ตัวอยา่ ง

อ่านว่าตาดู ถ้าไม้ –็ มีอยู่คาใด

ให้อา่ นคาน้นั กระชน้ั พลันไว จะเขยี นคาไข

ภใหด้ ูรา

๗. เรอื่ งอื่น ๆ ที่สาคญั คอื เรอ่ื งความรเู้ บื้องต้นในการเรียนภาษาบาลแี ละฉนั ทลักษณ์

 ลักษณะของแบบเรียน หนังสือเล่มน้ีแต่งเป็นคาประพันธ์ตลอดท้ังเล่ม ผู้แต่งใช้มาตรา
ตัวสะกดเปน็ หลัก เน้ือหาความรู้เรื่องลักษณะภาษาไทยสอดแทรกอยู่ในมาตราต่าง ๆ ทุก ๆ มาตราจะต้องเร่ิม
จากการบอกถึงตัวสะกดในมาตรานั้น ๆ คาศัพท์ และเนื้อหาลักษณะภาษาไทย ตัวอย่างเช่น มาตราแม่กข.

5

ก กา สอนเรื่องสระ ๑๓ ตัว มาตราแม่ กน สอนเรื่องวรรณยุกต์และเคร่ืองหมายต่าง ๆ มาตรา กง สอนเรื่อง
ไตรยางศ์ การผันอักษรและอักษรนา มาตราแม่ กก สอนเรื่องการใช้วรรณยุกต์กับคาตาย มาตราแม่ กน
สอนศัพท์ไม้มว้ น ๒๐ คา และไม้มลาย ๘๐ คา และมาตราแม่เกย สอนคาตายและอกั ษรเลข เปน็ ตน้

เม่ือหมดเน้ือหาเกี่ยวกับลักษณะภาษาไทยแล้วก็เป็นเร่ืองของลักษณะภาษาบาลี (บาฬี)
เน้ือหาส่วนสุดท้ายของแบบเรียนคือ เรื่องการแต่งโคลงมีคาอธิบายกาหนดคณะของโคลง ลักษณะของโคลง
กระทู้และโคลงชนดิ ตา่ ง ๆ เชน่ โคลงตรีเพชรประดับ โคลงกลบท และโคลงจัตวาทณั ฑี เปน็ ตน้

 ข้อสังเกตเพ่อื การวเิ คราะห์
๑. เนื้อหาของแบบเรียนหนังสือนี้มีข้อควรวิเคราะห์ในประเด็นต่าง ๆ หลายประการ

ตัวอย่างเช่น เรื่องสระ ๑๓ ตัว เร่ืองอักษรควบกลา้ เร่ืองการใช้วรรณยุกต์ตรี เร่ืองการใช้ ส ศ ษ และเรื่องการ
ใช้ ใอ-ไอ เปน็ ต้น

๒. การเรียนภาษาบาลี หนังสือแบบเรียนเล่มน้ีมีเน้ือหาการเรียนภาษาบาลีเบ้ืองต้น
มากพอที่จะทาให้เห็นแนวทางการศึกษาภาษาบาลีในเวลานั้น แต่มีข้อน่าสังเกตว่า เน้ือหาไม่มุ่งอธิบาย
รายละเอยี ดกฎเกณฑท์ กี่ ลา่ วถงึ เช่น เร่อื งวภิ ัตตินาม ไมไ่ ด้อธิบายแตล่ ะวิภตั ติ เป็นตน้

๓. ฉันทลักษณ์ การที่มีเน้ือหาเรื่องโคลงเพียงชนิดเดียวย่อมเป็นหลักฐานแสดงให้เห็น
ความนิยมในการแต่งคาประพันธข์ องยคุ สมัยนั้น ๆ ได้ทางหนึ่ง ควรศึกษาเปรียบเทียบลักษณะบังคับของโคลง
ในแบบเรยี นเลม่ นก้ี บั แบบเรยี นเลม่ อ่นื ๆ

๔. ความรู้อื่น ๆ ท่ีผู้แต่งสอดแทรกไว้ในเนื้อหาแบบเรยี นไม่เน้นหนักไปในทางคาส่ังสอน เช่น
ประถมก กา แต่เป็นเรื่องความรู้พิเศษ เช่น มาตราตวง เป็นต้น อย่างไรก็ตามเร่ืองของวัฒนธรรมและสังคม
อาจศึกษาได้จากคาอธษิ ฐานของผแู้ ตง่ ซึ่งเป็นเน้ือความเฉลมิ พระเกยี รติอันแปลกไปจากแบบเรียนเล่มอืน่ ๆ

๓. หนังสอื อกั ษรนติ ิ

ผู้แต่งหนังสือเล่มน้ีคือ พระอมราภิรักขิต (เกิด อมโร) เจ้าอาวาสวัดบรมนิวาส แม้จะไม่รู้กาหนดเวลา
แต่งแนช่ ัด แต่ก็สนั นษิ ฐานว่าคงจะอยใู่ นราวรชั สมยั พระบาทสมเด็จพระจอมเกลา้ เจ้าอยู่หัว

 เนอื้ หาของแบบเรยี น
๑. พยัญชนะ สระ และวรรณยุกต์ พยัญชนะมี ๔๔ ตัว จัดแบ่งเป็นวรรคตามวิธีการจัดวรรค

ของอักษรเทวนาครี ไม่เรียกว่า “วรรค” แต่เรียก “ตอน” แทน ส่วนคา “เศษวรรค” ใช้คาว่า “ตอนปลาย”
สระแบ่งเป็นฑีระฆะ ๑๓ ตัว และรหัสวะ ๓ ตัว วรรณยุกต์มี ๔ รูปสอนไว้ในเรื่อง “เคร่ืองหมายใช้กับอักษร”
วธิ อี ่านตัวอักษรให้อา่ นเปน็ สองเสยี งเหมือนจนิ ดามณเี ลม่ ๑

๒. การแจกลูกและการผันอกั ษร แบบเรียนแจกลูกอักษร ๓ หมู่บ้างพอเป็นตัวอย่าง เริ่มจาก
อักษรกลาง อักษรสูง และอักษรต่า ส่วนเรื่องการผันอักษรได้ผันอักษรกลางบางตัวและอักษรต่าบางตัวใน
มาตราแม่ ก กา แมก่ ง แมก่ น แมก่ ม และแม่เกย พร้อมท้ังยกตวั อย่างคาศพั ท์ประกอบ ตวั อยา่ งเช่น

6

ค้น
“คน คนผนู้ ค้ี าสุภาพ ขน้ เหลวนใี้ ส่เอก คน้ ควา้ หานใ้ี ส่โท”

ค่น
๓. อักษรควบ แบบเรียนแจกลูกและผันอักษรควบบางตัวรวมอยู่กับเร่ืองการแจกลูกและ
การผันอกั ษรนา
๔. อักษรนา กาหนดหลักการอา่ นอักษร ห นา ง ญ ณ น ม ย ร ล พ ว ว่า “ถ้ามีหอนาน่าให้
อ่านสงู เสมอตวั หอ” มีการผนั อกั ษรนาบางตวั พร้อมทง้ั คาศัพทป์ ระกอบ ดงั เชน่

“หงงั เสยี งหงัง ๆ คาสุภาพ ระฆังเสียงหงั่งใส่เอก หงั้งคู่
หง่ัง กับแร่ ใส่โทฯ”
หง้ัง

๕. มาตราตัวสะกด แบบเรียนเล่มน้ีมีเนื้อหาตัวสะกดและคาอธิบายในแต่ละมาตรา
อย่างชัดเจน รวมท้ังรวบรวมคาศัพท์ท่ีสะกดด้วยตัวสะกดในมาตราต่าง ๆ และแจกลูกอักษร ก ด้วยตัวสะกด
มาตราไว้ ดงั ตัวอย่าง

“กบ กับ กาบ กิบ กีบ กึบ กืบ กุบ กูบ เกบ แกบ โกย กอบ กวบ
เกยี บ เกือบ เกบิ ”
๖. คาตาย แบบเรียนกาหนดคาตายไว้ว่าในแม่ ก กา มี ๔ คา คือ กิ กี กุ กะ ในแม่เกยมี
๘ คา คือ เกียะ เกือะ เกอะ กัวะ เกะ แกะ โกะ เกาะ และคาในแม่ กก กด กบ หลกั เกณฑ์ คือ คาตายผันด้วย
วรรณยกุ ตเ์ อก, โทไม่ได้ มกี ารยกตัวอย่างคาตายและเทียบเสยี งวรรณยกุ ต์ใหเ้ หน็ เช่น

“ขะโมย ต้นมะคะ ไม้ผุ น้าพุ ริเล่น ทรงดาริห...ขากสะเลก ขก
ขัก ขาก ตัวขงิ่ คาก คก คก่ั คาก ฉกลัก ชกตอ่ ย....”
๗. เคร่ืองหมายต่าง ๆ มีเครื่องหมายอยู่ ๑๓ ชนิด รวมทั้งรูปวรรณยุกต์เม่ือแจกลูกและ
ผนั อกั ษร ๓ หมแู่ ลว้ จงึ อธิบายวิธใี ช้เครื่องหมายต่าง ๆ พร้อมท้ังยกตัวอย่างประกอบ เช่น
“ไมต้ ายคู้ ชกั คาท่ยี าวใหส้ ั้น ดังนี้ เป็นตาย แลเห็นเวลาเย็น...”
๘. เรื่องอนื่ ๆ ที่สาคญั คอื เรื่องคาที่มาจากภาษาอื่น โคลง และอักษรเลข
 ลักษณะของแบบเรียน แบบเรียนเล่มนี้เขียนเป็นความเรียงร้อยแก้ว ผู้เขียนให้ความสาคัญ
กับความชัดเจนด้านอักขรวิธี และมีลักษณะการให้คาอธิบายต่างไปจากแบบเรียนเล่มอื่น ๆ เห็นได้ชัดจาก
การสอนเรื่องการผันอักษร ซึ่งแบ่งเป็นไตรยางศ์ และแสดงความสัมพันธ์ของเสียงกับคาที่ใช้ในภาษา ดังนี้
ขาแข้ง-ข่าขิง-ข้าพเจ้า การให้คาอธิบายลักษณะนี้ย่อมทาให้เรียนได้ง่ายขึ้น จดจาได้ถูกต้อง และนาไปใช้
ได้อย่างแม่นยา การสอนเรื่องมาตราตัวสะกดก็เช่นเดียวกัน มีคาอธิบายพยัญชนะที่ใช้เป็นตัวสะกดในมาตรา
ตา่ ง ๆ และรวบรวมคาศัพท์ท่ใี ชก้ นั อยู่ พร้อมท้งั คาแปลไว้ด้วย

7

 ขอ้ สังเกตเพ่อื การวิเคราะห์
๑. ด้านเน้ือหา แบบเรียนเล่มน้ีมีข้อควรสังเกตในหลาย ๆ ประเด็น เช่น อักษรนา พยัญชนะ

โดยเฉพาะข้อสังเกตเก่ยี วกับ “ข ศ” และ “ฃ ฅ” วิธีเขยี นคาท่ีมาจากภาษาอื่นเปน็ อักษรไทย เป็นต้น
๒. เร่ืองคาศัพท์ คาศัพท์จานวนมากที่อยู่ในแบบเรียนผู้เขียนให้ความหมายไว้ด้วย คาศัพท์

บางคาเม่ือตกมาจนถึงปัจจุบันก็ผิดแปลกไปทั้งวิธีเขียนและความหมาย การศึกษาค้นคว้าเร่ืองศัพท์จะเป็น
ประโยชน์ตอ่ การอา่ นและตคี วามวรรณคดสี มัยเดยี วกันกับแบบเรยี นเลม่ น้ีอย่างมาก

๓. ลักษณะของแบบเรียน ลักษณะของแบบเรียนที่แปลกไปจากแบบเรียนเล่มอื่น ๆ ในสมัย
เดียวกนั ซง่ึ เป็นลกั ษณะทชี่ ่วยให้การเรียนเป็นไปได้โดยสะดวกรวดเรว็ กว่า และนาไปใช้ได้งา่ ยข้นึ คุณคา่ เช่นน้ี
ทาให้เห็นสภาพความต้องการของสังคมไทยสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นท่ีมุ่งให้คนรู้หนังสือและใช้ภาษาอย่าง
ถกู ต้องโดยรวดเร็ว ดงั จะเห็นได้จากการท่ีผูเ้ ขียนแบบเรียนเร่ิมแยกการเรียนรู้ทางกฎเกณฑ์เบ้ืองต้นของภาษา
เพ่ือการใช้ในชีวิตประจาวัน ออกจากการเรียนฉันทลักษณ์และความรู้ทางอักษรศาสตร์อย่างลึกซ้ึง การศึกษา
วเิ คราะหล์ กั ษณะของแบบเรียนจะช่วยให้ไดร้ ูถ้ ึงพัฒนาการเรื่องการเลา่ เรยี นหนังสอื ไทยด้วย

๔. จนิ ดามณเี ลม่ ๒ พระนพิ นธ์กรมหลวงวงษาธริ าชสนทิ (พ.ศ. ๒๓๕๑ - ๒๕๑๔)

หนังสือจินดามณีเล่มน้ี กรมหลวงวงษาธิราชสนิท ทรงนิพนธ์ขึ้นตามพระราชประสงค์ของ
พระบาทสมเดจ็ พระนั่งเกล้าฯ เพื่อใหเ้ ป็นหนังสือแบบเรยี นภาษาไทยสาหรบั พระราชโอรส กวไี ด้บนั ทกึ วันเวลา
ท่ีเร่ิมแต่งและวันที่แต่งสาเร็จ คือ วันที่ ๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๓๙๒ และวันท่ี ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๓๙๒
ไว้ตามลาดับ จึงนับไดว้ า่ เป็นหนังสือแบบเรยี นที่มีขอ้ มูลด้านประวัตคิ วามเปน็ มาครบถว้ น

 เน้ือหาแบบเรียน
๑. อักขรวิธี จานวนสระยังคงมีเท่าเดิมดังปรากฏในหนังสือจินดามณี ฉบับพระโหราธิบดี

นอกจากสระ อ เขียนเป็น สระ อา ตามหนังสือจินดามณี ฉบับพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ส่วนเร่ืองพยัญชนะ
และไตรยางศ์ยังคงแบบเดิม สาหรับวรรณยุกต์มี ๔ รูป และกาหนดให้รูปวรรณยุกต์ตรีกับจัตวาใช้ได้แต่กับ
อักษรกลาง เช่นเดียวกับหนงั สอื จนิ ดามณีฉบบั พระเจา้ อยหู่ ัวบรมโกศ

๑.๑ การแจกลูกและการผันอักษร ยังคงรักษาลักษณะเน้ือหาของจินดามณี
ฉบับพระโหราธิบดีไว้ เรื่องการแจกลูกมีการกาหนดผังให้ออกเสียงเช่นเดิม ส่วนการผันอักษรน้ันในหนังสือ
แบบฉบับพิมพ์มีเชิงอรรถแจ้งไว้ว่า มีการผันอักษรด้วย เอก โท ตรี จัตวา ตามอักษรท้ัง ๓ หมู่ โดยพิสดาร
แม้จะไม่มีรายละเอียดก็ยังพอสรุปได้ว่าเน้ือหาเป็นเช่นฉบับท่ี ๑ เพราะระบุหลักเกณฑ์การอ่านการผันไว้ว่า
สะกดไมค้ ้อนหางววั สะกดไม้โทลงดัง่ รูปขอ ฯลฯ เป็นต้น

๑.๒ มาตราตัวสะกด คาอธิบายเนื้อหาเร่ืองมาตราตัวสะกดเป็นแต่แสดงตัวอักษร
แปลทจ่ี ะใช้ในมาตราตา่ ง ๆ รวมอยกู่ ับเรอื่ งการหา้ มใช้เครื่องหมายวรรณยุกตก์ บั คาตาย

๑.๓ อกั ษรนา หลักการใช้อกั ษรสูงและอักษรกลางนาอกั ษรต่ามีคาอธิบายพอสังเขป
พรอ้ มทง้ั ตัวอยา่ งคาทใ่ี ช้ ห นา เชน่ เหลน เหวย หวาน ฯลฯ เป็นต้น

8

๑.๔ เครื่องหมายต่าง ๆ การใช้เครื่องหมายต่าง ๆ เป็นไปตามระเบียบของหนังสือ

จินดามณี ฉบับพระโหราธิบดี ส่วนที่เพ่ิมเติมขึ้นมาและรวมไว้ในเนื้อหาเร่ืองเครื่องหมายคือ การแผลงอักษร

ดังตวั อย่างเช่น

ธ เปลยี่ นเปน็ ท อกั ขะรา แปลเปน ห ตรา

แลแปลงเป็น ต ตามประสงค์

๒. ฉันทลักษณ์มีอยู่ ๒ ชนิด คือร่ายกับโคลง เนื้อหาประกอบไปด้วยคาประพันธ์อธิบาย

ข้อบังคับ แผนผัง และตัวอย่างคาประพันธ์ ส่วนสุดท้ายเป็นร่ายกาพย์อันมีร่าย ๑ บท โคลงสี่สุภาพ ๓๓ บท

และกาพย์สุรางคนางค์ ๒๘ จานวน ๕ บท ซ่ึงทุก ๆ คาในกาพย์สุรางคนางค์น้ีจะไปเป็นกระทู้ของโคลงกระทู้

๓๖ บท เนื้อความของคาประพันธ์ส่วนสุดท้ายน้ีเป็นความยอพระเกียรติ เร่ิมด้วยการชมบ้านเมือง สรรเสริญ

พระเกียรติคุณพระมหากษัตริย์ และอธิบายเหตุของการแต่งหนังสือแบบเรียนฉบับน้ีขึ้น ในส่วนสุดท้าย

เปน็ เร่ืองการปฏบิ ัตริ าชการตา่ ง ๆ วา่ สิง่ ใดควรทาสิ่งใดไม่ควรทา คลา้ ยกับขนบนิยมในการรบั ราชการ ซ่ึงคงจะ

เป็นส่ิงสาคัญในเวลาน้ัน หรือมิฉะนั้นก็คงเป็นด้วยหนังสือฉบับนี้มุ่งให้ใช้เป็นแบบเรียนสาหรับผู้ที่เตรียมตัว

รับราชการ จงึ มเี น้ือหาเนน้ หนักไปดา้ นคาสอนเกี่ยวกบั ชวี ิตราชการมากกว่าอยา่ งอืน่

 ขอ้ ควรสังเกต
๑. หนังสือเล่มน้ีเป็นลักษณะแบบเรียนของคนกลุ่มที่มีพื้นฐานความรู้ทางภาษาอยู่ใน

ระดับหนึ่งแล้ว คาอธิบายความรู้ทางภาษาเพ่ือให้ผู้เรียนได้อ่านออกเขียนได้น้ันเป็นไปในรูปข้อสรุปหลักเกณฑ์

มากกว่าจะมงุ่ ฝึกทกั ษะของผู้ใชแ้ บบเรยี น

๒. หนังสือเล่มนี้ควรจะเป็นหนังสือแบบเรียนที่ใช้คู่กับจินดามณีฉบับพระโหราธิบดี

โดยเฉพาะอย่างย่ิงการจัดเนื้อหาคล้อยตามกันอย่างเห็นได้ชัด เนื้อหาตอนใดในจินดามณีเล่ม ๑ ไม่ชัดเจน

หรอื อ่านเขา้ ใจยากกน็ ามาอธบิ ายใหช้ ดั เจนขึ้น ส่วนเนือ้ หาตอนใดทช่ี ดั เจนอย่แู ล้วกเ็ ปน็ แต่อ้างถึงเท่านนั้

๓. เน้ือหาฉันทลักษณ์แสดงให้เห็นค่านิยมและสภาพสังคมของชนช้ันปกครองในเวลาน้ันได้

ทางหน่ึง ถ้าเป็นไปได้ควรศึกษาเปรียบเทียบกับแบบเรียนประถม ก.กา และประถม ก.กา หัดอ่าน ซึ่งเป็น

หนงั สือในยุคสมัยเดียวกนั ก็จะมองเหน็ ความเปน็ ไปของสังคมและวัฒนธรรมเด่นชัดข้ึน

9


Click to View FlipBook Version