รายงาน เรื่อง CEO ที่ประสบความสำเร็จ จัดทำโดย นางสาวกิ่งกมล พลศักดิ์ซ้าย รหัสนักศึกษา 66302160002 ระดับประกาศนียบัตรวิขาชีพชั้นสูง ชั้นปีที่1 สาขาวิชาการการจัดการสำนักงาน ครูที่ปรึกษา นางสาววาสนา คูสกุล วิยาลัยอาชีวศึกษาขอนแก่น สำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ สถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
คำนำ รายงานเล่มนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของวิชาองค์การและการจัดการสมัยใหม่ 30216-2001 เพื่อให้ ได้ศึกษาความรู้ในเรื่อง CEO ที่ประสบความสำเร็จ และได้ศึกษาอย่างเข้าใจเพื่อเป็นประโยชน์กับการเรียน ผู้จัดทำหวังว่า รายงานเล่มนี้จะเป็นประโยชน์กับผู้อ่าน หรือนักเรียน นักศึกษา ที่กำลังหาข้อมูลเรื่องนี้อยู่ หากมีข้อเสนอแนะหรือข้อผิดพลาดประการใด ผู้จัดทำขอน้อมรับไว้และขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย จัดทำโดย นางสาวกิ่งกมล พลศักดิ์ซ้าย
สารบัญ เรื่อง หน้า คำนำ ก สารบัญ ข ประวัติของ ลีเบียงชอล ผู้ผลิตSamsung 1-2 ประวัติกิจการซัมซุง 3 จุดเริ่มต้นสู่อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ 4 เบื้องหลังการเติบโตของ Samsung 5-6 บทเรียนแนวความคิดของลีเบียงชอล 7 บทสรุป 8 อ้างอิง 9
ประวัติของ ลีเบียงชอล ผู้ผลิตSamsung Lee Byung-chul เป็นผู้ก่อตั้งบริษัทซัมซุงบริษัทยักษ์ใหญ่ในประเทศเกาหลีใต้ อี บย็อง-ช็อล เกิด: 12 กุมภาพันธ์ 2453, Uiryeong-gun, เกาหลีใต้ เสียชีวิตเมื่อ: 19 พฤศจิกายน 2530, โซล, เกาหลีใต้ บุตร: ลี คุน ฮี, ลี แมง-ฮี, ลี มยอง-ฮี, ลี ชาง-ฮี, Lee Tae-whi, ลี อิน-ฮี, ลี ฮเย-จา, Lee Deok-hee, ลี ซูค-ฮี, ลี ซูน-ฮี สัญชาติ: เกาหลีใต้
อี ได้ก่อตั้งบริษัทการค้าซัมซุงขึ้นในปี พ.ศ. 2481 ในเมืองแทกู หลังจากนั้นก็ได้ก่อตั้งบรัษัทซัมซุงโปรดักส์ บริษัทสิ่ง ทอ และ บริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้า ตลอดระยะเวลาที่เขาได้ทำคุณประโยชน์นานัปการให้กับประเทศเกาหลีใต้ เขาจึง กลายเป็นต้นแบบทีมีอิทธิพลอย่างยิ่งต่อแวดวงธุรกิจในยุคสมัยนั้น ในปี พ.ศ. 2504 เขาได้รับการเสนอชื่อและ ได้รับเลือกเป็นนายกสมาคมนักธุรกิจ ต่อมาในปี พ.ศ. 2508 เขาได้ก่อตั้งมูลนิธิวัฒนธรรมซัมซุงขึ้น ด้วยแนวคิดที่ ต้องการจะอนุรักษ์และรับผิดชอบต่อสังคม ในปี พ.ศ. 2523 เขาได้รับการกล่าวขานในฐานะนักธุรกิจที่นำความเจริญมาสู่ประเทศและดำเนินธุรกิจด้วยความ ฉลาดรอบคอบนำพาธุรกิจด้วยความสามารถเฉพาะตัวที่มีความเป็นผู้นำ และแนวคิดก้าวหน้า ตลอดชีวิตของอี เขา อุทิศตัวให้กับการพัฒนาประเทศและเศรษฐกิจ พยายามทำให้พลเมืองเกาหลีมีความสุขขึ้น โดยในวันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2530 เขาได้จากโลกนี้ไปอย่างสงบ ด้วยวัย 78 ปี เมื่ออีได้จากโลกนี้ไป ทางประเทศเกาหลีใต้ก็ ได้มอบเครื่องราชฯ ระดับมูกุงฮวา และทางประเทศญี่ปุ่นก็ได้มอบเครื่องราชฯ ระดับฮุนอิลดึงชอ ให้แก่เขาเพื่อเป็น เกียรติประวัติแก่อี
ซัมซุง หรือ ซัมซอง เป็นชื่อกลุ่มบริษัทแห่งหนึ่งจากประเทศเกาหลีใต้ มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงโซล ประเทศ ซึ่งประกอบด้วยบริษัทย่อยจำนวนมาก และธุรกิจที่เกี่ยวข้องส่วนใหญ่อยู่ภายใต้แบรนด์ซัมซุง และเป็นกลุ่มธุรกิจที่ ใหญ่ที่สุดในเกาหลีใต้ ซัมซุงได้ก่อตั้งโดยอี บย็อง-ช็อล ในปี พ.ศ. 2481 ในช่วงแรกของการทำธุรกิจนั้นได้เน้น ไปที่การส่งออกสินค้า, แปรรูปอาหาร และสิ่งทอ ซัมซุงเริ่มเข้ามาในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ในปลายปี พ.ศ. 2503 หลังจากการจากไป ของประธานผู้ก่อตั้ง อี บย็อง-ช็อล ทำให้ซัมซุงได้แยกกลุ่มธุรกิจออกเป็น 4 กลุ่ม คือ Samsung Group, Shinsegae Group, CJ Group และ Hansol Group และตั้งแต่ปี พ.ศ. 2533 เป็นต้นมา ซัมซุงได้เป็นที่รู้จักเป็น สากลมากขึ้นจากสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือที่เป็นแหล่งรายได้สำคัญของบริษัท ปัจจุบันธุรกิจของซัมซุง แบ่งออกเป็น 4 หน่วยใหญ่ ๆ คือ เครื่องใช้ในบ้าน, เครื่องใช้สำนักงาน, โทรศัพท์มือถือ และส่วนประกอบหลัก ๆ ที่ใช้ในการผลิตอุปกรณ์ที่เป็นนวัตกรรมล่าสุดของโลกในศตวรรษที่ 21 มีฐานการผลิต 25 แห่ง, บริษัทสาขาตลาด 36 แห่ง และสำนักงานย่อย 23 แห่ง ที่ประจำอยู่ใน 46 ประเทศทั่วโลก
จุดเริ่มต้นสู่อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ในช่วงปลายยุค 60 กลุ่มธุรกิจของลี เบียงซอลมีการปรับตัวครั้งสำคัญโดยเริ่มเข้าสู่อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ภายใต้กลุ่ม Samsung Electronics Devices และ Samsung Semiconductor & Telecommunications โดย ความร่วมมือกันระหว่าง Sumsung กับซันโยซึ่งมีการพัฒนาไปสู่การผลิตไมโครเวฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่น ๆ โดย โรงงานแรกตั้งอยู่ที่เมืองซูวอน โดยสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ชิ้นแรกของซัมซุง-ซันโยก็คือทีวีขาวดำที่วางจำหน่ายในปี 1970 ในช่วงปี 1980 ซัมซุงเริ่มให้ความสำคัญกับการผลิตสินค้าที่เกี่ยวกับโทรคมนาคมภายใต้กลุ่ม Samsung Electronics ซึ่งสินค้าในกลุ่มโทรคมนาคมนี้ได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องและสร้างชื่อให้กับซัมซุงเป็นอย่างมาก มาจนถึงทุกวันนี้ ภายหลังการเสียชีวิตของลี เบียงซอลในปี 1987 ลี คุน ฮีลูกชายก็เข้ารับตำแหน่งประธานของบริษัทแทนโดยเป็น ผลให้ Samsung Group ถูกแยกออกเป็น 4 ส่วนหลัก คือ Samsung Group, Shinsegae Group, CJ Group และ Hansol Group โดย Samsung ยังคงเลือกที่จะเดินต่อในสายอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์
เบื้องหลังการเติบโตของ Samsung Samsung หรือ ซัมซุง เป็นชื่อภาษาเกาหลี 삼 (sam) แปลว่า สาม และยังหมายถึง ใหญ่ แข็งแรง นับเป็นเลขที่คนเกาหลีชื่นชอบ 성 (sung) แปลว่า ดวงดาว และยังหมายถึง แสงสว่าง อยู่สูง และระยิบระยับแวววาว เมื่อสองคำนี้ถูกนำมาประกอบกัน จึงออกมาเป็นคำว่า Samsung แฝงความหมายถึงความหวังในการประสบ ความสำเร็จ ตามวิสัยทัศน์ของคุณ อี บยอง ชอล (Lee Byung-chull) ที่อยากให้บริษัทของเขากลายมาเป็นบริษัท ที่ทรงพลังและยั่งยืนเฉกเช่นดวงดาวในค่ำคืน เป้าหมายของ Samsung คือทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ให้เป็นไปได้ Samsung ก่อตั้งขึ้นเพื่อช่วยผู้คนให้บรรลุในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ หรือเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Do What You Can’t ซึ่งแม้จะผ่านไปนานกว่าครึ่งศตวรรษ ก็ยังคงทุ่มเทคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อท้าทายขีดจำกัดของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการคิดค้นเทคโนโลยี Code Division Multiple Access (CDMA) ที่ใช้ในโทรศัพท์มือถือมาจนถึงทุก วันนี้ การคิดค้นโทรทัศน์ดิจิทัล นาฬิกาอัจฉริยะ ไปจนถึงโทรศัพท์ MP3 ในช่วง ค.ศ. 1996 – 1999 เป็นบริษัท แรกของโลก ซึ่งทำให้หลายสิ่งที่เคยเป็นไปไม่ได้ กลายมาเป็นสิ่งที่เราใช้กันอย่างคุ้นชินในชีวิตประจำวัน ดังปณิธาน ของบริษัทเสมอมา หัวใจในการสร้างนวัตกรรมและเทคโนโลยีของแบรนด์ คือ การสร้างอนาคตโดยมีผู้คนเป็นแรงบันดาลใจ (Inspired by Humans, Creating the Future) ด้วยเหตุนี้ ผลิตภัณฑ์จึงไม่ใช่แค่สินค้า แต่เป็นช่องทางที่บริษัทใช้สื่อสาร เรื่องราว ปรัชญา วัฒนธรรม และเทคโนโลยี โดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง เพื่อสร้างคุณค่าและความเปลี่ยนแปลง เชิงบวกให้กับชีวิตของผู้คน อย่างเช่นในโทรศัพท์ Samsung Galaxy S10 ออกแบบโดยคำนึงตั้งแต่ขอบของโทรศัพท์ให้มีความโค้งมน ผู้ใช้จะ ได้ถือง่ายและสบายที่สุด ไปจนถึงศึกษาการเคลื่อนไหวของนิ้วมือ เพื่อให้มั่นใจว่าฟังก์ชันต่างๆ ของโทรศัพท์จะถูก ใช้งานอย่างสะดวกที่สุด
Samsung มีโอลิมปิกเป็นของตัวเอง หากคุณกางรายการเทรนนิ่งของไทยซัมซุงทุกรายการออกมาบนกระดาษ คุณจะพบกับรายการมากกว่า 200 รายการ ยาวรวมกันกว่า 4 เมตร โดยมีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาทักษะให้กับบุคลากร และเมื่อพัฒนาทักษะเป็นที่ เรียบร้อยแล้ว Samsung ก็มีการจัดงานโอลิมปิกวิชาการของบริษัทเองในทุกๆ ไตรมาส โดยแบ่งเป็น 2 สายคือ หนึ่ง สำหรับพนักงานระดับปฏิบัติงานในสายการผลิต มีการแข่งขันทักษะ เช่น การยิงสกรู และสอง สำหรับ พนักงานซัพพอร์ต เช่นการแข่งขันลงโปรแกรม ซ่อมเครื่องจักร “เรามีการแข่งขันในทุกๆ เดือน เพื่อหาคนเก่งในเดือนนั้น แล้วมาทำเป็นไตรมาสว่าใครเจ๋งที่สุด หลังจากนั้นเราก็ ส่งไปแข่งโอลิมปิกเรื่องทักษะในต่างประเทศ เราเป็นเจ้าภาพบ้าง จีนเป็นเจ้าภาพบ้าง แล้วแต่ว่าปีไหนใครจะเป็น เจ้าภาพ แวะเวียนส่งน้องๆ ที่มีทักษะเพื่อไปเพิ่มความภาคภูมิใจของเขา และบุคคลเหล่านี้ก็จะกลายเป็นไอดอลใน โรงงาน” ดูแลคนแบบครอบครัว แต่ทำงานแบบมืออาชีพ ความปลอดภัยในการทำงาน คือจุดเริ่มต้นของการดูแลพนักงานแบบครอบครัว Samsung ในขณะที่ยังคงวิธีการ ทำงานแบบมืออาชีพเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย การดูแลแบบครอบครัวนี้เริ่มตั้งแต่ปัจจัย 4 ของมนุษย์ เพื่อให้พนักงานโรงงานทุกคนได้กินอาหารที่ดีมีประโยชน์ บริษัทสนับสนุนข้าวเช้าในราคาเพียง 10 บาท และให้ข้าวกลางวันฟรี โดยมีทั้งเครื่องปรับอากาศและโทรทัศน์ใน โรงอาหาร เพื่อสร้างความผ่อนคลายให้แก่พนักงาน มีการเอาใจใส่สภาพแวดล้อมในการทำงาน โดยการวัดค่าแสง การสั่นสะเทือน ฝุ่น เสียง ความร้อน และกลิ่น เพื่อป้องกันไม่ให้พนักงานเสียสุขภาพอยู่ตลอด รวมถึงพนักงานที่ ตั้งครรภ์ ก็มีการเตรียมพื้นที่ให้นั่งทำงานได้ตลอดอายุครรภ์ โดยโต๊ะทำงานถูกออกแบบมาพิเศษเป็นดีไซน์โค้งหลบ ท้อง เพื่อสุขภาพและความปลอดภัยของพนักงานและลูกน้อย “ถ้าอยู่เป็นครอบครัว เราก็ต้องการให้เขามีความปลอดภัยทั้งสุขภาพร่างกายจิตใจ เข้ามาในรั้วบริษัท ในโรงงาน คุณมีความปลอดภัยสูงเฉกเช่นเดียวกับอยู่ในบ้านของคุณเอง และเราไม่แบ่งชั้นในเรื่องของความสนิท อย่างผมก็จะ เรียกตัวเองว่าพี่อย่างนี้ตลอด และพนักงานก็จะไม่บอกว่า ไปพบรองประธานฯ เขาก็จะบอกว่าไปพบพี่กฤษณ์ หน่อย แต่ว่าในเรื่องประสิทธิภาพทำงาน ไม่ใช่หยวนๆ กันไป ลักษณะครอบครัวที่เราว่าคือการดูแลสารทุกข์สุขดิบ เพื่อให้เขาทำงานออกมาได้ดีอย่างมืออาชีพ”
บทเรียนแนวความคิดของลีเบียงชอล เติบโตด้วยกลยุทธ์กระจายความเสี่ยง หากเราสังเกตการดำเนินธุรกิจของลี เบียงชอล เราจะเห็นกลยุทธ์หนึ่งที่น่าสนใจมากก็คือการกระจายความเสี่ยง ไปสู่ธุรกิจที่หลากหลาย ในหลายอุตสาหกรรมที่แตกต่างกัน แม้จะดูไม่มีแนวทางที่ชัดเจนแต่หากสังเกตให้ดีเราจะ พบว่าทุก ๆธุรกิจล้วนมีความสำคัญและเป็นรากฐานของการพัฒนาประเทศทั้งสิ้น ดังนั้นเราจึงสรุปได้ว่าแม้จะดู เหมือนหว่านแหไปทั่วแต่จุดร่วมเดียวกันที่ลี เบียงชอลให้ความสำคัญในแต่ละธุรกิจก็คือธุรกิจนั้นต้องมีโอกาส เติบโตในอนาคต ไม่เคยหยุดที่จะพัฒนาตนเอง จุดเด่นอีกประการก็คือการไม่เคยหยุดพัฒนาตัวเองของลี เบียงชอลที่ผลักดันให้ซัมซุงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่ทำให้ซัมซุงกลายเป็นแบรนด์ชั้นนำของโลกแบรนด์หนึ่งในปัจจุบัน ธุรกิจใดที่ต้องการจะประสบความสำเร็จจุดเด่นในข้อนี้ของซัมซุงจึงเป็นจุดแข็งที่ธุรกิจควรเลียนแบบเพื่อให้ธุรกิจ เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป ประวัติ Lee Byung-chul เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ลบคำสบประมาทที่ว่าลูกคุณหนูมักเหยียบขี้ไก่มาฝ่อเป็นอย่างดี แม้ว่าในช่วงต้นของการสร้างธุรกิจเขาจะได้รับการสนับสนุนจากครอบครัวแต่ในท้ายที่สุดอาณาจักรซัมซุงที่เขา ก่อตั้งก็สามารถยืนหยัดเติบโตด้วยความสามารถของตัวเขาเอง ซึ่งธุรกิจที่อยากประสบความสำเร็จจึงควรนำ แนวคิดของเขาไปประยุกต์ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อธุรกิจและการลงทุนของตนเอง
บทสรุป ประวัติ Lee Byung-chul เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ลบคำสบประมาทที่ว่าลูกคุณหนูมักเหยียบขี้ไก่มาฝ่อเป็นอย่างดี แม้ว่าในช่วงต้นของการสร้างธุรกิจเขาจะได้รับการสนับสนุนจากครอบครัวแต่ในท้ายที่สุดอาณาจักรซัมซุงที่เขา ก่อตั้งก็สามารถยืนหยัดเติบโตด้วยความสามารถของตัวเขาเอง ซึ่งธุรกิจที่อยากประสบความสำเร็จจึงควรนำ แนวคิดของเขาไปประยุกต์ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อธุรกิจและการลงทุนของตนเอง
บรรณาณุกรม ที่มา: https://invest2morrow.com/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E 0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4-lee-byung-chul/ https://readthecloud.co/samsung/