รายงาน เรื่อง บทละครพูดค าฉันท์ มัทนะพาธา จัดท าโดย นางสาววิมลสิริ กาฬสินธิ์เลขที่๒๒ นางสาวสุรางคณา ปานนนท์ เลขที่๔๑ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่๕/๕ เสนอ นางอรวรรณ ธวัชวงษ์ รายงานเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาภาษาไทยพื้นฐาน รหัสวิชา ท๓๐๒๐๓ ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ โรงเรียนลาดยาววิทยาคม
รายงาน เรื่อง บทละครพูดค าฉันท์ มัทนะพาธา จัดท าโดย นางสาววิมลสิริ กาฬสินธิ์เลขที่๒๒ นางสาวสุรางคณา ปานนนท์ เลขที่๔๑ เสนอ นางอรวรรณ ธวัชวงษ์ รายงานเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาภาษาไทยพื้นฐาน รหัสวิชา ท๓๐๒๐๓ ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ โรงเรียนลาดยาววิทยาคม
ค าน า รายงานฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาภาษาไทยพื้นฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ จัดท าขึ้นเพื่อศึกษา เรื่องราวในวรรณคดี เรื่องบทละครพูดค าฉันท์ มัทนะพาธา ซึ่งเป็นวรรณคดีที่ได้รับการยกย่องจาก วรรณคดีสโมสร ในด้านเป็นยอดบทละครพูดค าฉันท์ที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระ ราชนิพนธ์ขึ้นทั้งหมด แล้วยังมีข้อคิดเกี่ยวกับความรักเป็นหลัก สามารถไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวันได้ ทั้งนี้เนื้อหาหรือข้อมูล ได้มีการศึกษาและรวบรวมมาจากหนังสือ อินเทอร์เน็ต และขอบพระคุณ อาจารย์อรวรรณผู้ชี้แนะแนวทางในการท ารายงานฉบับนี้ คณะผู้จัดท าหวังว่ารายงานฉบับนี้จะมีประโยชน์ ต่อผู้อ่าน หากเกิดผิดพลาดประการใดขออภัย ณ ที่นี้ด้วย คณะผู้จัดท า
สารบัญ เรื่อง หน้า ค าน า ก สารบัญ ข ที่มาของเรื่อง ๑ ผู้แต่ง ๒ ประวัติผู้แต่ง ๒ ลักษณะค าประพันธ์ ๓ ตัวละคร ๔ ฉาก ๕ เรื่องย่อ(ภาคสวรรค์ ภาคพื้นดิน) ๖ คุณค่าวรรณคดี ๗ ข้อคิดที่ได้รับ ๑๑ บรรณานุกรม ๑๒ ภาคผนวก ๑๓
ที่มาของเรื่อง มัทนะพาธา แปลว่า “ความเจ็บปวดหรือความเดือดร้อนเพราะความรัก” บทละครพูดค าฉันท์เรื่องมัทนะพาธาหรือต านานดอกกุหลาบมีลักษณะเป็นบทละครพูดค าฉันท์ จ านวน ๕ องค์ (ตอน) แบ่งเป็น ๒ ภาค คือ ภาคสวรรค์และภาคพื้นดิน เป็นบทพระราชนิพนธ์จากจินตนาการใน พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว(รัชกาลที่๖)นางเอกของเรื่องมีนามว่า“มัทนา”ซึ่งมีความหมายว่า “ความลุ่มหลงหรือความรัก”แทนค าว่า“กุพชกะ”ที่แปลว่าดอกกุหลาบบทละครพูดค าฉันท์เรื่องมัทนะ พาธาพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเริ่มพระราชนิพนธ์เมื่อ ๒ กันยายน ๒๔๖๖ ณ พระราชวังพญาไท และเสร็จสมบูรณ์ในวันที่ ๑๘ ตุลาคมปีเดียวกัน ( ๑เดือน ๑๖วัน )เมื่อพระราชนิพนธ์ เสร็จก็พระราชทานแก่สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิ์ศจีพระวรชายาแนวคิดของเรื่องเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับ ความรักความลุ่มหลงความเจ็บร้าวระทมเพราะความรักซึ่งตัวละครทุกตัวจะต้องได้รับรสดังกล่าวนี้ “มัทนา มาจากศัพท์ มทน แปลว่า ความลุ่มหลง หรือ ความรัก นอกจากนั้นเมือทรงพบ ศัพท์มทนพาธาจากพจนานุกรมสันสกฤตซึ่งมีความหมายว่า ความเจ็บหรือเดือดร้อนแห่ง ความรัก ซึ่งตรงกับแก่นเรื่องของบทละครเรื่องนี้ จึงทรงใช้ชื่อว่า มัทนะพาธา หรือต านานแห่ง ดอกกุหลาบ”๑ ________________________________ ๑จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ. ๒๕๖๓. ความเป็นมา มัทนะพาธา. (ราชบุรี: บ้านจอมยุทธ)
ผู้แต่ง พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๖) ประวัติผู้แต่ง พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๖) พระนามเดิมว่าทสมเด็จเจ้าฟูามหาวชิราวุธ เป็นพระราชโอรสองค์ที่ ๒๙ ในสมเด็จพระศรีพัชรินทราบอบรมราชินีนาถ พระองค์ทรงพระราชสภพเมื่อ วันที่ ๑ มกราคม พ.ศ.๒๔๒๓ ทรงศึกษาในประเทศไทยจนพระชนมายุ ๑๔ พรรษา ต่อมาสมเด็จพระ บรมโอรสาธิราช เจ้าฟูามหาวชิรุณหิศสยามมกุฎราชกุมารเสด็จสวรรคต พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้า เจ้าอยู่หัวจึงทรงสถาปนาพระองค์ขึ้นเป็นสมเด็จพระบรมโอรสธิราช เจ้าฟูามหาวชิราวุธ สยาม มกุฎราชกุมาร เมื่อวันที่ ๑๗ มกราคม พ.ศ.๒๔๓๗ โดยมีพระราชพิธีที่กรุงเทพฯ พระองค์ทรงศึกษาวิชาทหาร ณ โรงเรียนทหารยกที่แซนด์เฮิซต์ และทรงฝึกวิชาทหารได้รับเกียรติ บัตรเป็นนายทหารประจ า ณ กรมทหารราบเบาเดอรัม กองพันที่ ๑ ที่อัลเตอร์ซอท เมื่อพ.ศ.๒๔๔๓ ทรง เข้าศึกษาด้านวิชาประวัติศาสตร์และวิชากฎหมาย ณ มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด แต่ทรงพระปรีชาสามารถ ด้านภาษาเป็นพิเศษ จนสามารถแต่งบทละครเป็นภาษาอังกฤษได้ เมื่อปีพ.ศ.๒๔๔๗ ได้ทรงผนวช ณ วัดบวรนิเวศวิหาร เมื่อทรงลาสิกขา เสด็จประทับ ณ พระราชวัง สราญรมย์ ทรงตั้งสโมสรการประพันธ์ชื่อทวีปัญญาสโมสรและออกหนังสือรายเดือนชื่อทวีปัญญา เสด็จขึ้น ครองราชย์สมบัติเมื่อวันที่ ๒๓ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๕๓ ขณะมีพระชนมายุได้ ๓๐ พรรษา และพระองค์เสด็จ สวรรคตเมื่อวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๖๘ พระชนมายุ ๔๕ พรรษา
ลักษณะค าประพันธ์ บทละครพูดค าฉันท์ เรื่อง มัทนะพาธา ประกอบด้วยค าประพันธ์หลายชนิดดังนี้ ๑. กาพย์ ๓ ชนิด คือ กาพย์ยานี ๑๑ กาพย์ฉบัง ๑๖ และกาพย์สุรางคนางค์ ๒๘ ๒. ฉันท์ ๒๑ ชนิด เช่น วิชชุมมาลาฉันท์ ๘ อินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑ อุปชาติฉันท์ ๑๑ ภุชงคประยาตฉันท์ ๑๒ อินทวงศ์ฉันท์ ๑๒ วสันตดิลกฉันท์ ๑๔ เป็นต้น หมายเหตุ : ตัวเลขที่ตามหลังชื่อฉันท์ หมายถึงจ านวนค าใน ๑ บาท “ฉันท์เป็นร้อยกรองชนิดหนึ่งที่มีความไพเราะและโดดเด่นแตกต่างกันไปแต่ละชนิด โดยลักษณะเด่น ของฉันท์คือมีการก าหนดครุและลหุ และมีสัมผัสก าหนดเป็นมาตรฐาน ซึ่ง ‘ครุ’ คือค าที่ประสมด้วยสระ เสียงยาว และค าที่มีตัวสะกดทั้งหมด ส่วน ‘ลหุ’ คือค าที่ประสมด้วยสระเสียงสั้นและไม่มีตัวสะกด” ๑ _______________________________________
๑ Laksana Kachaban เป็นคุณครูคนหนึ่งที่ได้อธิบายเรื่องราวความเป็นมาของต านานแห่งดอกกุหลาบ และมีความเห็นว่าเป็นหนังสือที่แต่งได้โดยยากจากลักษณะค าประพันธ์ ตัวละคร ชาวฟูา สุเทษณะเทพบุตร์. จิตระเสน, หัวหน้าคนธรรพ์ของสุเทษณ์. จิตระรถ, สาระถีของสุเทษณ์. มายาวิน, วิทยาธร. มัทนา, เทพธิดา. เทพบุตร์, คนธรรพ์, และอับสร บริวารของสุเทษณ์. ชาวดิน พระกาละทรรศิน, คณาจารย์อยู่ในปุาหิมะวัน. โสมะทัต, หัวหน้าศิษย์ของพระกาละทรรศิน. นาค, ศิษย์ของพระกาละทรรศิน. ศุน, ศิษย์ของพระกาละทรรศิน. ท้าวชัยเสน, กษัตริย์จันทรวงศ์ผู้ทรงราชย์ในนครหัสตินาปุระ. ศุภางค์, นายทหารคนสนิธของท้าวชัยเสน. นันทิวรรธนะ, อมาตย์ของท้าวชัยเสน,
ชาวสวนหลวง. วิทูร, พราหมณ์หมอเสน่ห์. พระนางจัณฑี, มเหสีของท้าวชัยเสน. ปริยัมวะทา, นางก านัลของท้าวชัยเสน. อราลี, นางค่อมฃ้าหลวงพระนางจัณฑี. เกศินี, ฃ้าหลวงพระนางจัณฑี. ศิษย์พระฤษี ; นายทหาร, พราน , ราชบริพาร, และฃ้าหลวง. ฉาก องก์ที่ ๑ ลานหน้ามุขเด็จแห่งวิมานของสุเทษณะเทพบุตร์, บนสวรรค์. องก์ที่ ๒ ตอนที่ ๑: ในกลางหิมะวัน. ตอนที่ ๒: ทางเดินในดง. ตอนที่ ๓: ลานหน้าอาศรมของพระกาละทรรศิน. องก์ที่ ๓ ลานหน้าอาศรมของพระกาละทรรศิน. องก์ที่ ๔ ตอนที่ ๑: สวนหลวงข้างพระราชวัง, ในกรุงหัสตินาปุระ. ตอนที่ ๒: ริมรั้วค่ายหลวง, ต าบลกุรุเกษตร
ตอนที่ ๓: สวนหลวงข้างพระราชวัง, ในกรุงหัสตินาปุระ. องก์ที่ ๕ ตอนที่ ๑ : พลับพลาในค่ายหลวงที่ต าบลกุรุเกษตร์. ตอนที่ ๒ : ในกลางหิมะวัน. เรื่องย่อ (ภาคสวรรค์) กล่าวถึงสุเทษณ์เทพบุตร ซึ่งในอดีตกาลเป็นกษัตริย์ครองแคว้นปัญจาล มัทนาเป็นพระธิดากษัตริย์ ของแคว้นสุราษฎร์ สุเทษณ์ได้ส่งทูตไปสู่ขอนาง แต่ท้าวสุราษฎร์พระบิดาของ นางไม่ยอมยกให้ สุเทษณ์จึงยกทัพไปรบท าลายบ้านเมืองของท้าวสุราษฎร์จน ย่อยยับ และจับท้าวสุราษฎร์มาเป็นเชลยและจะประหารชีวิต แต่มัทนาขอ ไถ่ชีวิตพระบิดาไว้ โดยยินยอมเป็นบาทบริจาริกาของสุเทษณ์ ท้าวสุราษฎร์จึง รอดจากพระอาญา จากนั้นมัทนาก็ปลงพระชนม์ตนเอง และไปเกิดเป็น เทพธิดาบนสวรรค์นามว่า มัทนา ส่วนท้าวสุเทษณ์ก็ท าพลีกรรมจนส าเร็จ เมื่อสิ้นพระชนม์ก็ไปบังเกิดบน สวรรค์เช่นกัน ด้วยผลกรรมที่เคยได้นางมาเป็นคู่ท าให้มีโอกาสได้พบกันอีกบนสวรรค์ แต่นางมัทนาก็ยังไม่ มีใจรักสุเทษณ์เทพบุตรเช่นเดิม (ภาคพื้นดิน) ณ วิมานของสุเทษณ์ ได้มีคนธรรพ์เทพบุตร เทพธิดาที่เป็นบริวารต่างมาบ าเรอขับกล่อมถวาย แต่ถึง กระนั้นสุเทษณ์เทพบุตรก็ไม่มีความสุข เพราะรักนางมัทนา แต่ไม่อาจสมหวังเพราะผลกรรมที่ท าไว้ใน อดีต จึงให้วิทยาธรชื่อมายาวินใช้เวทมนตร์คาถาไปสะกดให้นางมายังวิมานของสุเทษณ์เทพบุตร ฝุายมัทนาเมื่อถูกเวทย์มนตร์สะกดมา สุเทษณ์จะตรัสถามอย่างไรนางก็ทวนค าถามอย่างนั้นทุกครั้งไป จน สุเทษณ์เทพพระบุตรขัดพระทัย รู้สึกเหมือนตรัสกับหุ่นยนต์ จึงให้มายาวินคลายมนตร์สะกด เมื่อนาง รู้สึกตัวก็ตกใจกลัวที่ล่วงล้ าเข้าไปถึงวิมานของสุเทษณ์เทพบุตร สุเทษณ์เทพบุตรถือโอกาสฝากรัก มัทนา แสดงความจริงใจว่านางไม่ได้รักสุเทษณ์เทพบุตรจึงไม่อาจรับรักได้ เมื่อได้ยินดังนั้นสุเทษณ์เทพบุตรรู้สึก กริ้วนางมัทนาเป็นที่สุด จึงสาปให้มัทนาจุติจากสวรรค์ไปเกิดเป็นดอกกุหลาบในปุาหิมาวันในโลกมนุษย์ และเปิดโอกาสให้นางกลายร่างเป็นมนุษย์ได้เมื่อถึงคืนวันเพ็ญเพียงหนึ่งวันกับหนึ่งคืนเท่านั้นเมื่อใดที่นางมี
รักเมื่อนั้นจึงจะพ้นค าสาปและกลายร่างเป็นมนุษย์ได้อย่างปกติ หากเมื่อใดที่นางมีทุกข์เพราะความรักก็ให้ นางอ้อนวอนต่อพระองค์จึงจะยกโทษทัณฑ์ให้ ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าสาเหตุของปมขัดแย้งในเรื่อง คือ สุ เทษณ์รักนางมัทนาแต่นางไม่รักตอบ วิเคราะห์คุณค่าวรรณคดี ๑.คุณค่าด้านเนื้อหา ๑.) รูปแบบ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชนิพนธ์บทละครพูดค าฉันท์ เรื่อง มัทนะพาธา ด้วยค าประพันธ์ประเภทกาพย์และฉันท์ การเลือกถ้อยค าและรูปแบบค าประพันธ์มีความ เหมาะสมกับเนื้อหา ท าให้ผู้อ่านเกิดความรู้สึกคล้อยตาม เกิดความประทับใจอยากติดตามอ่าน เช่น เมื่อ มายาวินเล่าเรื่องราวในอดีตถวายสุเทษณ์ว่า เหตุใดมัทนาจึงไม่รักสุเทษณ์ ทรงเลือกใช้อินทรวิเชียรฉันท์ที่ มีท่วงท านองเร็วเหมาะแก้การเล่าความหรือบรรยายเรื่อง ส่วนเนื้อหาตอนสุเทษณ์ฝากรักมัทนานั้นใช้ วสันตดิลกฉันท์ซึ่งมีท่วงท านองอ่อนหวาน เมื่อสุเทษณ์กริ้วมัทนานั้นใช้กมลฉันท์ซึ่งมีค าครุ ลหุ จ านวน เท่ากันแต่ขึ้นต้นวรรคด้วยค าลหุ จึงมีท านองกระแทกกระทั้นถ่ายทอดอารมณ์โกรธเกรี้ยวได้ดี ๒.องค์ประกอบเรื่อง ๒.๑) สาระ สาระหรือแก่นส าคัญของเรื่องมีอยู่ ๒ ประการ คือ ทรงปรารถนาจะกล่าวถึงต านาน ดอกกุหลาบ ซึ่งเป็นดอกไม้ที่สวยงามแต่ไม่เคยมีต านานทางเทพนิยาย จึงพระราชนิพนธ์ให้ดอกกุหลาบมี ก าเนิดจากนางฟูาที่ถูกสาปให้จุติลงมาเกิดเป็นดอกไม้ชื่อ ดอกกุพชกะ คือ ดอกกุหลาบ และแก่นส าคัญอีก ประการหนึ่ง คือ เพื่อแสดงความเจ็บปวดอันเกิดจากความรักให้เห็นว่าความรักนั้นมีอานุภาพอย่างยิ่ง ผู้ใด มีความรักก็อาจเกิดความหลงขึ้นด้วย ทรงใช้ชื่อเรื่องว่า มันทนะพาธา อันเป็นชื่อตัวละครเอกของเรื่องนี้ ซึ่งแปลว่า ความเจ็บปวดหรือความเดือดร้อนอันเกิดจากความรัก ๒.๒) โครงเรื่อง มัทนะพาธาเป็นบทละครพูดค าฉันท์ที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงคิดโครงเรื่องเอง ไม่ได้ใช้เนื้อเรื่องตัดตอนมาจากวรรณคดีเรื่องใด ๒.๓) ตัวละคร ในบทละครพูดค าฉันท์ เรื่อง มัทนะพาธา มีตัวละครหลักที่ส าคัญ ดังนี้
สุเทษณ์ เป็นคนหมกหมุ่นในตัณหาราคะ เจ้าอารมณ์ เอาแต่ใจตนเอง และไม่ค านึงถึงความรู้สึก ของผู้อื่น ดังบทประพันธ์ สุเทษณ์. เหวยจิตระเสน มึงบังอาจเล่น ล้อกูไฉน? จิตระเสน. เทวะ, ข้าบาท จะบังอาจใจ ท าเช่นนั้นไซร้ ได้บ่พึงมี. สุเทษณ์. เช่นนั้นท าไม พวกมึงมาให้ พรกูบัดนี้, ว่าประสงค์ใด ให้สมฤดี? มึงรู้อยู่นี่ ว่ากูเศร้าจิต เพราะไม่ได้สม จิตที่ใฝุชม, อกกรมเมืองนิตย์. จิตระเสน. ตูข้าภักดี ก็มีแต่คิด เพื่อให้ทรงฤทธิ์ โปรดทุกขณะ. สุเทษณ์. กูไม่พอใจ! ไล่คนธรรพ์ไป บัดนี้เทียวละ อย่ามัวรอบรั้ง. มัทนา เป็นคนซื่อตรง ไม่มีเล่ห์เหลี่ยม ไม่พูดโปูปด ปากกับใจตรงกัน คิดเห็นอย่างไรก็พูดไปอย่าง นั้น ไม่เสแสร้ง แต่ความจริงที่นางพูดท าให้นางต้องได้รับความล าบาก ทุกข์ระทมใจ ดังบทประพันธ์ สุเทษณ์. เสียแรงสุเทษณ์นะประดิพัทธ์ มะทะนา บ เปรมปรีดิ์ มัทนา. แม้ข้า บ เปรมปริยะฉะนี้ ผิจะโปรดก็เสียแรง. สุเทษณ์. โอ้รูปวิไลยะศุภะเลิศ บ มิควรจะใจแข็ง มัทนา. โอ้รูปวิไลยะมละแรง ละก็จ าจะแข็งใจ ๒.๔) ฉากและบรรยากาศ ฉากที่ปรากฏในเรื่องตอนที่เรียน คือ วิมานของสุเทษณ์เทพบุตร กวีทรง บรรยายฉากและบรรยากาศได้เหมาะสมและสอดคล้องกับสุเทษณ์เทพบุตรผู้ซึ่งหมกหมุ่นอยู่ในตัณหาราคะ ๒.๕) กลวิธีการแต่ง การด าเนินเรื่องใช้กลวิธีให้วิทยาธรมายาวินเป็นผู้เล่าอดีตชาติของสุเทษณ์ เทพบุตรและด าเนินเรื่องโดยแสดงให้เห็นลักษณะของสุเทษณ์เทพบุตรผู้เป็นใหญ่ มีบุญ มีอ านาจวาสนา และมีบริวารพรั่งพร้อม ๒. คุณค่าด้านวรรณศิลป์
๑.) การสรรค า เป็นการเลือกใช้ค าที่สื่อความคิดและอารมณ์ได้อย่างงดงาม ดังนี้ ๑.๑) การใช้ค าให้เหมาะสมกับประเภทของค าประพันธ์ กวีมีความเชี่ยวชาญด้านฉันทลักษณ์ยิ่ง สามารถแต่งบทเจรจาของตัวละครให้เป็นค าฉันท์ได้อย่างคมคาย เช่น บทเกี้ยวพาราสีของสุเทษณ์กับมัท นา แต่งด้วยสันตดิลกฉันท์ ๑๕ มีการสลับต าแหน่งค า เพื่อให้เกิดความไพเราะได้อย่างยอดเยี่ยม ดังบทประพันธ์ สุเทษณ์. พี่รักและหวังวธุจะรัก และ บ ทอด บ ทิ้งไป. มัทนา. พระรักสมัคร ณ พระหทัย ฤ จะทอดทิ้งเสีย? สุเทษณ์. ความรักละเหี่ยอุระระทด เพราะมิอาจจะคลอเคลีย. มัทนา. ความรักระทดอุระละเหี่ย ฤ จะหายเพราะเคลียคลอ? ๑.๒) การใช้ค าโดยค านึงถึงเสียง อันเกิดจากการเล่นเสียงสัมผัสคล้องจองและการหลากค า ท าให้ เกิดความไพเราะ ดังบทประพันธ์ อ้าสองเทเวศร์ โปรดเกศข้าบาท ทรงฟังซึ่งวาท ที่กราบทูลเชิญ, โปรดช่วยดลใจ ทรามวัยให้เพลิน จนลืมขวยเขิน แล้วรีบเร็วมา. ด้วยเดชเทพไท้ ทรามวัยรูปงาม จงได้ทราบความ ข้าขอนี้นา, แม้คิดขัดขืน ฝืนมนตร์คาถา ขอให้นิทรา เข้าสึงถึงใจ มาเถิดนางมา อย่าช้าเชื่องช้อย ตูข้านี้ค่อย ต้อนรับทรามวัย, อ้านางโศภา อย่าช้ามาไว ตูข้าสั่งให้ โฉมตรูรีบจร. โฉมยงอย่าขัด รีบรัดมาเถิด ขืนขัดคงเถิด ในทรวงเร่าร้อน, มาเร็วบัดนี้ รีบลีลาจร มาเร็วบังอร ข้าเรียกนางมา. ข้อความข้างต้นมีการเล่นเสียงสัมผัสใน ทั้งสัมผัสสระและสัมผัสอักษร
สัมผัสสระ เช่น วัย – ให้ สึง – ถึง สัมผัสอักษร เช่น รีบ – เร็ว ด้วย – เดช เทพ – ไท้ ข้า – ขอ ๒. การใช้โวหาร ผู้แต่งใช้อุปมาโวหารในกล่าวชมความงามของมัทนาเป็นการให้ภาพความงาม อย่างไม่มีที่ติ ทั้งผิวพรรณผุดผ่องดั่งทองทา แก้ม ผม นัยน์ตา ทรวดทรงองค์เอว ท าให้ผู้อ่านมองเห็นภาพ ความงามของมัทนาเด่นชัดขึ้น ดังบทประพันธ์ งามผิวประไพผ่อง กลทาบศุภาสุพรรณ, งามแก้มแฉล้มฉัน พระอรุณแอร่มละลาน. งามเกศะด าข า กลน้ า ณ ท้องละหาน, งามเนตร์พินิศปาน สุมณีมะโนหะรา; งามทรวงสล้างสอง วรถันสุมนสุมาลีเลิดประเสริฐกว่า วรุบลสะโรชะมาศ; งามเอวอนงค์ราว สุระศิลปิชาญฉลาด เกลากลึงประหนึ่งวาด วรรูปพิไลยพะวง; งามกรประหนึ่งงวง สุระคชสุเรนทะทรง, นวยนาฏวิลาศวง ดุจะร าระบ าระเบง; ๓. คุณค่าด้านสังคม ๑.) สะท้อนให้เห็นความเชื่อของสังคมไทย
๑.๑) ความเชื่อเรื่องชาติภพ เช่น เมื่อชาติก่อนนางมัทนาได้ปลงพระชนม์ตัวเอง จึงได้มาเกิดบน สวรรค์ซึ่งเป็นภพภูมิใหม่ ดังบทประพันธ์ ว่าพลางยุพาชัก วรขัคคะแพรวพราย แทงตรงพระทรวงตาย เฉพาะพักตร์พระภูมี. ตายแล้วก าเนิดใน สุรภพพิศิษฎ์นี้; ฝุายองค์พระภูมี ก็บ าเพ็ญพะลีกรรม์, ๑.๒) ความเชื่อเรื่องท าบุญมาก จะได้ไปบังเกิดในสวรรค์ เช่น เมื่อครั้งสุเทษณ์ยังเป็นมนุษย์ได้ กระท าพลีกรรม เมื่อตายไปจึงเกิดในสวรรค์ ดังบทประพันธ์ ทรงธรรมล้ ามะนุษ ฤทธิรุทมหาศาล บ าเพ็ญพะลีการ ทุกอย่างงามตามวิสัย ครั้นถึงเวลาควร ภูมิศวรจากไผท เสด็จสุราลัย เสวยสุขในแดนสรวง ๒. สะท้อนให้เห็นธรรมชาติของมนุษย์ ๒.๑) สุเทษณ์รักนางมัทนา เมื่อไม่สมหวังในรักก็เป็นทุกข์ ๒.๒) มัทนารักพระราชบิดา นางจึงยินยอมท้าวสุเทษณ์เพื่อปกปูองพระราชบิดารักศักดิ์ศรีและ รักษาสัจจะ ข้อคิดที่ได้รับ 1. สะท้อนให้เห็นถึงความรักที่มั่นคงของสุเทษณ์ที่มีต่อนางมัทนา 2. เพื่อกล่าวถึงต านานดอกกุหลาบ 3. สะท้อนให้เห็นว่าในสังคมปัจจุบัน ความงามของผู้หญิงจะน าความเดือดร้อนใจมาให้
บรรณานุกรม _____. ๒๕๔๒. มัทนะพาธา. พิมพ์ครั้งที่ ๒๕. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว. ชลดา ชะบางบอน. ๒๕๖๐. มัทนะพาธา (ฉบับการ์ตูน). ปทุมธานี: สกายบุ๊กส์. จันทร์เจ้า. ๒๕๖๖. มัทนะพาธา. ปทุมธานี: สกายบุ๊กส์. ห้องสมุดวชิรญาณ. ๒๐๑๖. ,มัทนะพาธา หรือต านานแห่งดอกกุหลาบ. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: https://vajirayana.org/. (วันที่ค้นข้อมูล: ๑๗ กันยายน ๒๕๖๖). Blogger. ๒๕๕๙. ความเป็นมาเรื่องมัทนะพาธา. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://matanapata.blogspot.com/2016/03/blog-post_18.html. (วันที่ค้นข้อมูล: ๑๗ กันยายน ๒๕๖๖). Sites.google.com. ลักษณะค าประพันธ์– มัทนะพาธา. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: https://sites.google.com/a/htp.ac.th/mathna-phatha/3-laksna-kha-praphanth. (วันที่ค้น ข้อมูล ๑๗ กันยายน ๒๕๖๖).
ภาคผนวก ภาพการหาข้อมูลจากหนังสือ และอินเทอร์เน็ต