The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ความคิดกับภาษา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by tutum_28, 2022-02-10 00:58:47

ความคิดกับภาษา

ความคิดกับภาษา

ความสมั พนั ธร์ ะหว่าง
ภาษากบั ความคิด

การคิดกบั ความคิด

การคิด กระบวนการทางานของสมองหรือจิตใจมนุษย์

ขณะพยายามหาคาตอบหรือทางออก เก่ียวกบั เร่ืองใด

เร่ืองหน่ึง ความคิด คือ ผลของการคิด
คิดใหว้ ฒั นะ คิดไปในทางท่ีเป็นคุณประโยชน์

คิดใหห้ ายนะ คิดไปในทางท่ีเป็นโทษ
จุดม่งุ หมายสงู สดุ ของการพฒั นาความคิด

คิดไปในทางวฒั นะ ผลของการคิดจะกอ่ เกิดประโยชน์แก่
สว่ นรวม เม่ือความคิดเปล่ียนเป็ นการกระทา ผลของการ
กระทา จะก่อใหเ้ กิดประโยชนส์ ขุ

ภาษาพฒั นาความคิด-ความคิดพฒั นาภาษา

ภาษาเป็ นเคร่ืองมือในการคิด

ภาษาชว่ ยอธิบายความคิด หรือ ชว่ ยแสดงความคิด
จึงมีประโยชน์ คือ ๑. ชว่ ยใหผ้ ูอ้ ่ืนเขา้ ใจ

๒. ชว่ ยใหผ้ ูใ้ ชภ้ าษาไดข้ ดั เกลาความคิดของ
ตนใหพ้ ฒั นาย่ิงข้ึน
ดงั นน้ั ผูท้ ่ีมีสมรรถภาพในการใชภ้ าษายอ่ มจะมี
สมรรถภาพสูงในการคิด และผมู้ ีสมรรถภาพสงู ในการคิด
ย่อมใชภ้ าษาไดด้ ีเป็ นผลสืบเน่ืองกนั
ในกรณีท่ีตอ้ งใชค้ วามคิดร่วมกนั หลายคนจึงตอ้ งแสดง
ความคิดโดยการพูดออกมาดงั ๆ บทบาทของภาษาก็จะย่ิงเดน่ ชดั ข้ึน

ทศิ ทางในการคดิ

การคดิ มี ๒ ทาง คือ คิดใหว้ ัฒนะ
กับความคิดใหห้ ายนะ บังเกดิ ความเสื่อมเสยี
การแสดงออกซงึ่ ความคดิ มาเป็นภาษาเพือ่
สอ่ื สารกบั บุคคลอืน่ ในสงั คมก็จะกอ่ ให้เกดิ
ประโยชน์ต่อส่วนรวม

การคดิ ในทางดเี จริญพฒั นา

เป็นคุณประโยชน์ กระทำไดห้ ลำยวิธีดงั น้ี

- คิดช่วยเหลอื กัน
- คดิ หาทางประนปี ระนอมกนั
- คดิ หาวธิ ีให้บุคคลหลายฝ่ายรว่ มมอื กนั
- คิดหาทางป้องกนั อันตรายไมใ่ หเ้ กิดแก่ตนเอง

ครอบครัวและสังคม
- คิดยกย่องสรรเสริญผ้กู ระทาความดี
- คิดหาวธิ ีทจี่ ะดารงชวี ิตใหเ้ ป็นปกติสุข

การคดิ อย่างมเี หตุผลและไม่มเี หตุผล

ตัวอย่าง
“ผมตัดสินใจอุทิศดวงตาให้แก่สภากาชาดไทย”

คดิ อยา่ งมเี หตุผล
- เพราะผมต้องการทาประโยชน์แก่เพือ่ นมนุษย์ผู้ประสบ

เคราะห์กรรม แม้ว่าผมจะส้นิ ชีวิตไปแล้วกต็ าม

คดิ ไม่มเี หตผุ ล
- เพราะผมหวงั วา่ ต่อจากน้ไี ปจนตลอดชีวิตของผม

ผมจะไม่เป็นโรคตาชนิดใดๆ เลย

อุปสรรคของการคดิ อำจเกิดจำก

- อคติ
- ความบกพร่องของสุขภาพทางกายและจิต
- สภาพแวดล้อมท่ไี ม่เอ้อื อานวย
- ขาดทักษะทางภาษา
- การไมม่ ีความรูแ้ ละประสบการณ์
- ความเรง่ รัดของเวลา

เหตผุ ลกบั ภาษา

เหตุผลกบั ภาษา

เหตุผล ความคิดสาคญั ซ่ึงจะเป็นหลกั เป็นเกณฑ์ หรือเป็นขอ้ เท็จจริง

ซ่ึงทาหนา้ ท่ีรองรับขอ้ สรุป ความคิดหลกั จะทาใหข้ อ้ สรปุ นนั้
หนกั แน่น และน่าเช่ือถือ

ขอ้ สรปุ ขอ้ วินิจฉัย ขอ้ ตดั สินใจ หรือขอ้ ยุติเก่ียวกบั เร่ื องใดเร่ืองหน่ึง

ขอ้ สรปุ ท่ีมีเหตผุ ลรองรบั จะมีความหนกั แน่น และ
น่าเช่ือถือ

โครงสรา้ งของการแสดงเหตุผล

๑. เหตุผล หรือขอ้ สนบั สนุน ๒. ขอ้ สรุป

ตวั อย่าง๑ ฉนั ไม่ชอบดมู วย เพราะไม่อยากเห็นความรนุ แรงไม่ชอบท่ีจะเห็นใคร

เจ็บปวด

เหตผุ ล ไม่อยากเห็นความรนุ แรง ไม่ชอบที่จะเห็นใครเจ็บปวด
ขอ้ สรปุ ฉนั ไม่ชอบดมู วย
ตวั อย่าง๒ ฉนั เล้ียงเขามาตง้ั แต่เล็ก ฉนั จะไม่ยอมใหใ้ ครมาพรากเขาไปจากฉันได้

เหตผุ ล ฉนั เล้ียงเขามาตง้ั แต่เล็ก
ขอ้ สรุป ฉนั จะไม่ยอมใหใ้ ครมาพรากเขาไปจากฉนั ได้

ตวั อย่าง๓ ในปัจจบุ นั ฝนตกนอ้ ย เพราะป่ าไมถ้ กู ทาลายไปมาก
เหตุผล ป่ าไมถ้ กู ทาลายไปมาก
ขอ้ สรุป ในปัจจบุ นั ฝนตกนอ้ ย

ภาษาท่ีใชใ้ นการแสดงเหตผุ ล

๑. ใชส้ นั ธาน ไดแ้ ก่ จึง, ดงั นน้ั , ดงั นน้ั ...จึง, เพราะ...จึง, เพราะว่า..., เมื่อ...จึง,
เพราะฉะนน้ั ..., โดยท่ี...จึง, ดว้ ย... เป็ นตน้

๒. ในการแสดงเหตผุ ล บางครง้ั ไม่ตอ้ งใชค้ าสนั ธาน เพียงแต่เรียบเรียงขอ้ ความโดยวาง
ส่วนที่เป็ นเหตุผลและส่วนที่เป็ นขอ้ สรปุ ไวใ้ หเ้ หมาะสม

๓. ในการแสดงเหตผุ ล อาจใชก้ ลุ่มคาโดยชดั แจง้ เพื่อบ่งช้ีว่าเป็ นเหตุผล หรือเป็ น
ขอ้ สรปุ

๔. ในการใชภ้ าษาแสดงเหตุผล หากผสู้ ่งสารตอ้ งการใชเ้ หตผุ ลหลาย ๆ ขอ้ ประกอบ
กนั ตอ้ งแยกเหตผุ ลเป็ นขอ้ ๆ ไป เพ่ือช่วยใหเ้ ขา้ ใจไดง้ ่ายข้ึน

การอนุมานจาก เหตุและผลที่สมั พนั ธก์ นั

การอนุมานดว้ ยวิธีน้ี จดั วา่ เป็นการอนุมานดว้ ย วิธีอปุ นยั
เพราะขอ้ สรปุ ที่ไดอ้ าจไม่ใช่ขอ้ สรปุ ท่ีตอ้ งเป็ นจริงเสมอไป
แบง่ เป็น ๓ ประเภท คือ

๑. การอนุมานจาก เหตุไปหาผล
๒. การอนุมานจาก ผลไปหาเหตุ

๓. การอนุมานจาก ผลไปหาผล

การแสดงทรรศนะ

การแสดงทรรศนะ

ทรรศนะ ความคิดเห็นท่ีประกอบดว้ ยเหตุผล

โครงสรา้ งของการแสดงทรรศนะ

๑. ท่ีมา - เร่ืองราวอนั ทาใหเ้ กิดการแสดงทรรศนะ

- ท่ีมาของทรรศนะจะช้ีใหเ้ ห็นถึงความจาเป็นท่ีตอ้ งแสดงทรรศนะ
- ชว่ ยใหผ้ ูร้ ับสารเกิดความเขา้ ใจและพรอ้ มท่ีจะรับฟงั ทรรศนะน้ัน
ตอ่ ไป

โครงสรา้ งของการแสดงทรรศนะ(ต่อ)

๒. ขอ้ สนบั สนุน - ขอ้ เท็จจริง หลกั การ รวมทง้ั ทรรศนะและมติของผูอ้ ่ืนท่ีผู้

แสดงทรรศนะนามาใช ้
- เพ่ือประกอบเป็นเหตุผลสนับสนุนขอ้ สรุปของตน

๓. ขอ้ สรปุ - สารท่ีสาคญั ท่ีสุดของทรรศนะ

- อาจเป็นขอ้ เสนอแนะ ขอ้ วินิจฉัย ขอ้ สนั นิษฐาน หรือ
การประเมินคา่ เพ่ือใหผ้ ูอ้ ่ืนพิจารณายอมรบั หรือนาไป
ปฏิบตั ิ

ลอง! ทำแบบฝึกหัดกันหน่อย

๑. ท่มี า ๒. ขอ้ สนบั สนนุ ๓. ข้อสรปุ ๔. ข้อ ๒ หรอื ขอ้ ๓
๑. ขา้ พเจา้ เห็นวา่ เราควรจ้างบรษิ ทั รกั ษาความปลอดภัยมาดแู ลบรษิ ทั ทงั้ กลางวนั และ

กลางคนื ข้อสรปุ

๒. ดว้ ยปรากฏว่า ในสัปดาห์ทผ่ี า่ นมาไดม้ ผี ู้รา้ ยลกั ลอบตัดเศยี รพระพุทธรปู ตามวัดตา่ ง ๆ

ห๓ล. าทยีป่ วรัดะชแดุ ลมะมี ยตังวิจา่ ับปตัญัวหคนาครว้ายามไมย่ไาดก้ จทนมี่เปาน็ ปญั หาแรกท่ีตอ้ งได้รบั การแก้ไขโดยดข่วนอ้ สรุป

๔. จากการสมุ่ ตวั อยา่ งเกษตรกร ๒๓๘ คน กวา่ คร่ึงของคนเหล่านี้มอี าการของผ้รู บั สารพิษ
ปรากฏให้เหน็ ในจานวนนมี้ ี ๓๑ เปอร์เซ็นต์ มีอาการรุนแรงทเี ดยี ว เชน่ หายใจลาบาก ตา

พรา่ กล้ามเนื้อกระตกุ และเปน็ ลม ขอ้ ๒ หรือ ๓

๕. งานศพเปน็ งานประเพณีอย่างหนึง่ ทเ่ี ราจัดข้ึนเมอื่ มผี ู้เสยี ชีวติ การจัดงานจะใหญ่โต
เพยี งใดขึ้นอยกู่ ับฐานะของเจ้าภาพ อยา่ งไรกต็ ามยังมีคนส่วนใหญท่ ่ีมกั จะจดั งานศพใน

ลกั ษณะท่ีวา่ คนตายขายคนเป็น ขอ้ ๒ หรอื ๓
๖. วิธที ีด่ ีท่ีสุดในการให้มปี า่ ไม้อยตู่ อ่ ไปคอื อย่าไปทาลายป่าทม่ี อี ยแู่ ล้ว ขอ้ สรปุ

ประเภทของทรรศนะ

ทรรศนะเชิงขอ้ เท็จจริง

เป็นทรรศนะที่กล่าวถงึ เรือ่ งที่เกิดขน้ึ แล้ว แต่ยังเปน็ เรอ่ื งทค่ี นในสงั คมยงั ถกเถยี งกันอยู่ การ
แสดงทัศนะจงึ เปน็ เพียงขอ้ สันนษิ ฐาน จะน่าเชือ่ ถือมากน้อยนน้ั ข้ึนอยู่กับเหตุผลท่ีนามาเสนอเปน็ สาคัญ

ทรรศนะเชิงคณุ ค่า

เปน็ ทรรศนะทป่ี ระเมนิ ว่า ส่งิ ใดดี ส่ิงใดดอ้ ย สิง่ ใดเป็นประโยชน์หรือเป็นโทษ สง่ิ ใดเหมาะสม
หรอื ไมเ่ หมาะสม ส่ิงเหลา่ นน้ั อาจเป็นวตั ถุ บคุ คล กิจกรรม โครงการ วธิ กี าร นโยบาย หรือแม้แตท่ รรศนะก็
ได้ ซึ่งอาจประเมินได้โดยการเปรียบเทยี บกับสิ่งที่อย่ใู นประเภทเดยี วกัน หรอื ตามเกณฑ์ทก่ี าหนดขน้ึ

ทรรศนะเชิงนโยบาย

เปน็ ทรรศนะที่บง่ ช้ีว่าควรทาอะไร อยา่ งไร ตอ่ ไปในอนาคต หรือควรจะปรบั ปรุแกไ้ ขส่ิงใดไป
ในทางใด นโยบายมไี ดห้ ลายระดบั ตั้งแตร่ ะดบั บคุ คล กลุ่มบคุ คล องค์กร สถาบัน ประเทศชาติ

แบบฝึ กหดั

ข้อความต่อไปนีเ้ ป็ นการแสดงทรรศนะประเภทใด

“ กำรที่แม่ปูจะสง่ั สอนลูกปูใหเ้ ดินตรง ๆ น้นั ยำกท่ีจะสำเร็จ เพรำะ
แบบอยำ่ งกำรเดินของแม่ปูน้นั มนั กค็ ดไปคดมำอยแู่ ลว้ ”

๑. ทรรศนะเชิงคุณค่ำ
๒. ทรรศนะเชิงขอ้ เทจ็ จริง
๓. ทรรศนะเชิงขอ้ เทจ็ จริงเเละคุณค่ำ
๔. ทรรศนะเชิงขอ้ เทจ็ จริงเเละนโยบำย

ลกั ษณะภาษาทใี่ ช้แสดงทรรศนะ

๑. ใช้คากริยาหรือกลุ่มคากริยาทช่ี ี้ชัดว่าเป็ นการแสดงทรรศนะ
เช่น ผมคดิ ว่า.... ดฉิ ันเข้าใจว่า........... ผมขอเสนอว่า...........

๒. ใช้คาหรือกลุ่มคากริยาช่วยในข้อสรุป เพ่ือชี้ให้เห็นว่า เป็ น
การแสดงทรรศนะ เช่น น่า น่าจะ คง ควรจะ สมควรจะ

๓. ใช้กลุ่มคาขยาย ทส่ี ื่อความหมายไปในทางแสดงทรรศนะ ส่ือ
ความหมายในเชิงแสดงความเช่ือมน่ั คาดคะเน หรือประเมนิ

แบบฝึ กหดั

ข้อใดเป็ นภาษาแสดงทรรศนะ

๑. ขำ้ พเจำ้ ไดท้ รำบมำวำ่ ทรัพยส์ ินของโรงเรียนมกั ถกู ขโมยอยบู่ ่อยๆ ท้งั ๆ ท่ี
ทำง โรงเรียนไดพ้ ยำยำมกวดขนั เจำ้ หนำ้ ที่ใหร้ ะวงั รักษำเป็นอยำ่ งดี

๒. งำนบวชนำคเป็นงำนบุญงำนกศุ ลอยำ่ งหน่ึงที่พทุ ธศำสนิกชนไทยได้

ปฏิบตั ิสืบกนั มำเป็นเวลำชำ้ นำนแลว้

๓. รัฐบำลน่ำจะกำหนดนโยบำยใหร้ ัดกมุ ในกำรส่งเสริมใหค้ นไทยนิยมใช้
สินคำ้ ที่ผลิตในประเทศไทย

๔. งำนพิเศษของโรงเรียนในชนบทคือกำรรณรงคเ์ พอ่ื ใหป้ ระชำชนใน
หมู่บำ้ นอ่ำนออกเขียนได้

แบบฝึ กหดั

ข้อใดเป็ นการแสดงทรรศนะทปี่ ระกอบด้วยเหตุผล

๑. ดวงจนั ทร์เป็นดำวที่อยใู่ กลโ้ ลกมำกท่ีสุด เรำจึงเห็นดวงจนั ทร์ไดช้ ดั กวำ่ ดำวดวงอื่น
๒. แสงหิ่งหอ้ ยท่ีเห็นตอนกลำงคืนเป็นส่วนสำคญั ของกำรผสมพนั ธุ์ตำมธรรมชำติ
๓. เรำคงปฏิเสธไดย้ ำกวำ่ ในโลกแห่งผลประโยชนม์ ีกำรแขง่ ขนั กนั อยำ่ งดุเดอื ด
๔. กำรหำ้ มขำยสุรำนอกเวลำท่ีกำหนดไมเ้ ป็นกำรละเมิดสิทธิมนุษยชน เพรำะเป็นกำร
ปฏิบตั ิตำมที่กฎหมำยท้งั หมด

ปัจจยั ท่ีส่งเสริมการแสดงทรรศนะ
๑. ปัจจยั ภายนอก คือ บรรยากาศสิ่งแวดล้อม

๒. ปัจจยั ภายใน เป็ นปัจจยั ทเี่ กย่ี วกบั ผู้แสดง
ทรรศนะเอง

การประเมินทรรศนะ
๑. ประโยชน์และลกั ษณะสร้างสรรค์
๒. ทรรศนะทดี่ จี ะต้องมคี วามน่าเชื่อถือ และความสมเหตสุ มผล
๓. ความเหมาะสมกบั ผู้รับสารและกาลเทศะ
๔. การใช้ภาษา



ภาษาพฒั นาความคิด-ความคิดพฒั นาภาษา

ภาษาเป็ นเคร่ืองมือในการคิด

ภาษาชว่ ยอธิบายความคิด หรือ ชว่ ยแสดงความคิด
จึงมีประโยชน์ คือ ๑. ชว่ ยใหผ้ ูอ้ ่ืนเขา้ ใจ

๒. ชว่ ยใหผ้ ูใ้ ชภ้ าษาไดข้ ดั เกลาความคิดของ
ตนใหพ้ ฒั นาย่ิงข้ึน
ดงั นน้ั ผูท้ ่ีมีสมรรถภาพในการใชภ้ าษายอ่ มจะมี
สมรรถภาพสูงในการคิด และผมู้ ีสมรรถภาพสงู ในการคิด
ย่อมใชภ้ าษาไดด้ ีเป็ นผลสืบเน่ืองกนั
ในกรณีท่ีตอ้ งใชค้ วามคิดร่วมกนั หลายคนจึงตอ้ งแสดง
ความคิดโดยการพูดออกมาดงั ๆ บทบาทของภาษาก็จะย่ิงเดน่ ชดั ข้ึน

ทศิ ทางในการคดิ

การคิดมี ๒ ทาง คือ คดิ ให้วฒั นะ
กบั ความคิดให้หายนะ บังเกิดความเส่ือมเสยี
การแสดงออกซง่ึ ความคิดมาเปน็ ภาษาเพอ่ื สื่อสารกบั
บุคคลอน่ื ในสังคมกจ็ ะก่อให้เกดิ ประโยชน์ตอ่ สว่ นรวม

การคดิ ในทางดเี จริญพฒั นา

เป็นคุณประโยชน์ กระทำไดห้ ลำยวิธีดงั น้ี

- คิดช่วยเหลอื กัน
- คดิ หาทางประนปี ระนอมกนั
- คดิ หาวธิ ีให้บุคคลหลายฝ่ายรว่ มมอื กนั
- คิดหาทางป้องกนั อันตรายไมใ่ หเ้ กิดแก่ตนเอง

ครอบครัวและสังคม
- คิดยกย่องสรรเสริญผ้กู ระทาความดี
- คิดหาวธิ ีทจี่ ะดารงชวี ิตใหเ้ ป็นปกติสุข

การคดิ อย่างมเี หตุผลและไม่มเี หตุผล

ตัวอย่าง
“ผมตัดสินใจอุทิศดวงตาให้แก่สภากาชาดไทย”

คดิ อยา่ งมเี หตุผล
- เพราะผมต้องการทาประโยชน์แก่เพือ่ นมนุษย์ผู้ประสบ

เคราะห์กรรม แม้ว่าผมจะส้นิ ชีวิตไปแล้วกต็ าม

คดิ ไม่มเี หตผุ ล
- เพราะผมหวงั วา่ ต่อจากน้ไี ปจนตลอดชีวิตของผม

ผมจะไม่เป็นโรคตาชนิดใดๆ เลย

อุปสรรคของการคดิ อำจเกิดจำก

- อคติ
- ความบกพร่องของสุขภาพทางกายและจิต
- สภาพแวดล้อมท่ไี ม่เอ้อื อานวย
- ขาดทักษะทางภาษา
- การไมม่ ีความรูแ้ ละประสบการณ์
- ความเรง่ รัดของเวลา

เหตผุ ลกบั ภาษา

เหตผุ ลกบั ภาษา

เหตผุ ล ความคิดสาคญั ซ่ึงจะเป็นหลกั เป็นเกณฑ์ หรือเป็นขอ้ เท็จจริง

ซ่ึงทาหนา้ ท่ีรองรับขอ้ สรุป ความคิดหลกั จะทาใหข้ อ้ สรปุ นนั้
หนกั แน่น และน่าเช่ือถือ

ขอ้ สรปุ ขอ้ วินิจฉัย ขอ้ ตดั สินใจ หรือขอ้ ยุติเก่ียวกบั เร่ื องใดเร่ืองหน่ึง

ขอ้ สรปุ ท่ีมีเหตุผลรองรบั จะมีความหนกั แน่น และ
น่าเช่ือถือ

โครงสรา้ งของการแสดงเหตุผล

๑. เหตุผล หรือขอ้ สนบั สนุน ๒. ขอ้ สรปุ

ตวั อย่าง๑ ฉนั ไม่ชอบดมู วย เพราะไม่อยากเห็นความรนุ แรงไม่ชอบท่ีจะเห็นใคร

เจ็บปวด

เหตผุ ล ไม่อยากเห็นความรนุ แรง ไม่ชอบที่จะเห็นใครเจ็บปวด
ขอ้ สรปุ ฉนั ไม่ชอบดมู วย
ตวั อย่าง๒ ฉนั เล้ียงเขามาตง้ั แต่เล็ก ฉนั จะไม่ยอมใหใ้ ครมาพรากเขาไปจากฉันได้

เหตผุ ล ฉนั เล้ียงเขามาตง้ั แต่เล็ก
ขอ้ สรุป ฉนั จะไม่ยอมใหใ้ ครมาพรากเขาไปจากฉนั ได้

ตวั อย่าง๓ ในปัจจบุ นั ฝนตกนอ้ ย เพราะป่ าไมถ้ กู ทาลายไปมาก
เหตุผล ป่ าไมถ้ กู ทาลายไปมาก
ขอ้ สรุป ในปัจจบุ นั ฝนตกนอ้ ย

ภาษาท่ีใชใ้ นการแสดงเหตผุ ล

๑. ใชส้ นั ธาน ไดแ้ ก่ จึง, ดงั นน้ั , ดงั นน้ั ...จึง, เพราะ...จึง, เพราะว่า..., เมื่อ...จึง,
เพราะฉะนน้ั ..., โดยท่ี...จึง, ดว้ ย... เป็ นตน้

๒. ในการแสดงเหตผุ ล บางครง้ั ไม่ตอ้ งใชค้ าสนั ธาน เพียงแต่เรียบเรียงขอ้ ความโดยวาง
ส่วนที่เป็ นเหตุผลและส่วนที่เป็ นขอ้ สรปุ ไวใ้ หเ้ หมาะสม

๓. ในการแสดงเหตผุ ล อาจใชก้ ลุ่มคาโดยชดั แจง้ เพื่อบ่งช้ีว่าเป็ นเหตุผล หรือเป็ น
ขอ้ สรปุ

๔. ในการใชภ้ าษาแสดงเหตุผล หากผสู้ ่งสารตอ้ งการใชเ้ หตผุ ลหลาย ๆ ขอ้ ประกอบ
กนั ตอ้ งแยกเหตผุ ลเป็ นขอ้ ๆ ไป เพ่ือช่วยใหเ้ ขา้ ใจไดง้ ่ายข้ึน

การอนุมานจาก เหตุและผลที่สมั พนั ธก์ นั

การอนุมานดว้ ยวิธีน้ี จดั วา่ เป็นการอนุมานดว้ ย วิธีอปุ นยั
เพราะขอ้ สรปุ ที่ไดอ้ าจไม่ใช่ขอ้ สรปุ ท่ีตอ้ งเป็ นจริงเสมอไป
แบง่ เป็น ๓ ประเภท คือ

๑. การอนุมานจาก เหตุไปหาผล
๒. การอนุมานจาก ผลไปหาเหตุ

๓. การอนุมานจาก ผลไปหาผล

การแสดงทรรศนะ

การแสดงทรรศนะ

ทรรศนะ ความคิดเห็นท่ีประกอบดว้ ยเหตุผล

โครงสรา้ งของการแสดงทรรศนะ

๑.ท่ีมา - เร่ืองราวอนั ทาใหเ้ กิดการแสดงทรรศนะ

- ท่ีมาของทรรศนะจะช้ีใหเ้ ห็นถึงความจาเป็นท่ีตอ้ งแสดงทรรศนะ
- ชว่ ยใหผ้ ูร้ ับสารเกิดความเขา้ ใจและพรอ้ มท่ีจะรับฟงั ทรรศนะน้ัน
ตอ่ ไป

โครงสรา้ งของการแสดงทรรศนะ(ต่อ)

๒. ขอ้ สนบั สนุน - ขอ้ เท็จจริง หลกั การ รวมทง้ั ทรรศนะและมติของผูอ้ ่ืนท่ีผู้

แสดงทรรศนะนามาใช ้
- เพ่ือประกอบเป็นเหตุผลสนับสนุนขอ้ สรุปของตน

๓. ขอ้ สรปุ - สารท่ีสาคญั ท่ีสุดของทรรศนะ

- อาจเป็นขอ้ เสนอแนะ ขอ้ วินิจฉัย ขอ้ สนั นิษฐาน หรือ
การประเมินคา่ เพ่ือใหผ้ ูอ้ ่ืนพิจารณายอมรบั หรือนาไป
ปฏิบตั ิ

ลอง! ทำแบบฝึกหัดกันหน่อย

๑. ท่มี า ๒. ขอ้ สนบั สนนุ ๓. ข้อสรปุ ๔. ข้อ ๒ หรอื ขอ้ ๓
๑. ขา้ พเจา้ เห็นวา่ เราควรจ้างบรษิ ทั รกั ษาความปลอดภัยมาดแู ลบรษิ ทั ทงั้ กลางวนั และ

กลางคนื ข้อสรปุ

๒. ดว้ ยปรากฏว่า ในสัปดาห์ทผ่ี า่ นมาไดม้ ผี ู้รา้ ยลกั ลอบตัดเศยี รพระพุทธรปู ตามวัดตา่ ง ๆ

ห๓ล. าทยีป่ วรัดะชแดุ ลมะมี ยตังวิจา่ ับปตัญัวหคนาครว้ายามไมย่ไาดก้ จทนมี่เปาน็ ปญั หาแรกท่ีตอ้ งได้รบั การแก้ไขโดยดข่วนอ้ สรุป

๔. จากการสมุ่ ตวั อยา่ งเกษตรกร ๒๓๘ คน กวา่ คร่ึงของคนเหล่านี้มอี าการของผ้รู บั สารพิษ
ปรากฏให้เหน็ ในจานวนนมี้ ี ๓๑ เปอร์เซ็นต์ มีอาการรุนแรงทเี ดยี ว เชน่ หายใจลาบาก ตา

พรา่ กล้ามเนื้อกระตกุ และเปน็ ลม ขอ้ ๒ หรือ ๓

๕. งานศพเปน็ งานประเพณีอย่างหนึง่ ทเ่ี ราจัดข้ึนเมอื่ มผี ู้เสยี ชีวติ การจัดงานจะใหญ่โต
เพยี งใดขึ้นอยกู่ ับฐานะของเจ้าภาพ อยา่ งไรกต็ ามยังมีคนส่วนใหญท่ ่ีมกั จะจดั งานศพใน

ลกั ษณะท่ีวา่ คนตายขายคนเป็น ขอ้ ๒ หรอื ๓
๖. วิธที ีด่ ีท่ีสุดในการให้มปี า่ ไม้อยตู่ อ่ ไปคอื อย่าไปทาลายป่าทม่ี อี ยแู่ ล้ว ขอ้ สรปุ

ประเภทของทรรศนะ

ทรรศนะเชิงขอ้ เท็จจริง

เป็นทรรศนะที่กล่าวถงึ เรือ่ งที่เกิดขน้ึ แล้ว แต่ยังเปน็ เรอ่ื งทค่ี นในสงั คมยงั ถกเถยี งกันอยู่ การ
แสดงทัศนะจงึ เปน็ เพียงขอ้ สันนษิ ฐาน จะน่าเชือ่ ถือมากน้อยนน้ั ข้ึนอยู่กับเหตุผลท่ีนามาเสนอเปน็ สาคัญ

ทรรศนะเชิงคณุ ค่า

เปน็ ทรรศนะทป่ี ระเมนิ ว่า ส่งิ ใดดี ส่ิงใดดอ้ ย สิง่ ใดเป็นประโยชน์หรือเป็นโทษ สง่ิ ใดเหมาะสม
หรอื ไมเ่ หมาะสม ส่ิงเหลา่ นน้ั อาจเป็นวตั ถุ บคุ คล กิจกรรม โครงการ วธิ กี าร นโยบาย หรือแม้แตท่ รรศนะก็
ได้ ซึ่งอาจประเมินได้โดยการเปรียบเทยี บกับสิ่งที่อย่ใู นประเภทเดยี วกัน หรอื ตามเกณฑ์ทก่ี าหนดขน้ึ

ทรรศนะเชิงนโยบาย

เปน็ ทรรศนะที่บง่ ช้ีว่าควรทาอะไร อยา่ งไร ตอ่ ไปในอนาคต หรือควรจะปรบั ปรุแกไ้ ขส่ิงใดไป
ในทางใด นโยบายมไี ดห้ ลายระดบั ตั้งแตร่ ะดบั บคุ คล กลุ่มบคุ คล องค์กร สถาบัน ประเทศชาติ

แบบฝึ กหดั

ข้อความต่อไปนีเ้ ป็ นการแสดงทรรศนะประเภทใด

“ กำรที่แม่ปูจะสง่ั สอนลูกปูใหเ้ ดินตรง ๆ น้นั ยำกท่ีจะสำเร็จ เพรำะ
แบบอยำ่ งกำรเดินของแม่ปูน้นั มนั กค็ ดไปคดมำอยแู่ ลว้ ”

๑. ทรรศนะเชิงคุณค่ำ
๒. ทรรศนะเชิงขอ้ เทจ็ จริง
๓. ทรรศนะเชิงขอ้ เทจ็ จริงเเละคุณค่ำ
๔. ทรรศนะเชิงขอ้ เทจ็ จริงเเละนโยบำย

ลกั ษณะภาษาทใี่ ช้แสดงทรรศนะ

๑. ใช้คากริยาหรือกลุ่มคากริยาทช่ี ี้ชัดว่าเป็ นการแสดงทรรศนะ
เช่น ผมคดิ ว่า.... ดฉิ ันเข้าใจว่า........... ผมขอเสนอว่า...........

๒. ใช้คาหรือกลุ่มคากริยาช่วยในข้อสรุป เพ่ือชี้ให้เห็นว่า เป็ น
การแสดงทรรศนะ เช่น น่า น่าจะ คง ควรจะ สมควรจะ

๓. ใช้กลุ่มคาขยาย ทส่ี ื่อความหมายไปในทางแสดงทรรศนะ ส่ือ
ความหมายในเชิงแสดงความเช่ือมน่ั คาดคะเน หรือประเมนิ

แบบฝึ กหดั

ข้อใดเป็ นภาษาแสดงทรรศนะ

๑. ขำ้ พเจำ้ ไดท้ รำบมำวำ่ ทรัพยส์ ินของโรงเรียนมกั ถกู ขโมยอยบู่ ่อยๆ ท้งั ๆ ท่ี
ทำง โรงเรียนไดพ้ ยำยำมกวดขนั เจำ้ หนำ้ ที่ใหร้ ะวงั รักษำเป็นอยำ่ งดี

๒. งำนบวชนำคเป็นงำนบุญงำนกศุ ลอยำ่ งหน่ึงที่พทุ ธศำสนิกชนไทยได้

ปฏิบตั ิสืบกนั มำเป็นเวลำชำ้ นำนแลว้

๓. รัฐบำลน่ำจะกำหนดนโยบำยใหร้ ัดกมุ ในกำรส่งเสริมใหค้ นไทยนิยมใช้
สินคำ้ ที่ผลิตในประเทศไทย

๔. งำนพิเศษของโรงเรียนในชนบทคือกำรรณรงคเ์ พอ่ื ใหป้ ระชำชนใน
หมู่บำ้ นอ่ำนออกเขียนได้

แบบฝึ กหดั

ข้อใดเป็ นการแสดงทรรศนะทปี่ ระกอบด้วยเหตุผล

๑. ดวงจนั ทร์เป็นดำวที่อยใู่ กลโ้ ลกมำกท่ีสุด เรำจึงเห็นดวงจนั ทร์ไดช้ ดั กวำ่ ดำวดวงอื่น
๒. แสงหิ่งหอ้ ยท่ีเห็นตอนกลำงคืนเป็นส่วนสำคญั ของกำรผสมพนั ธุ์ตำมธรรมชำติ
๓. เรำคงปฏิเสธไดย้ ำกวำ่ ในโลกแห่งผลประโยชนม์ ีกำรแขง่ ขนั กนั อยำ่ งดุเดอื ด
๔. กำรหำ้ มขำยสุรำนอกเวลำท่ีกำหนดไมเ้ ป็นกำรละเมิดสิทธิมนุษยชน เพรำะเป็นกำร
ปฏิบตั ิตำมที่กฎหมำยท้งั หมด

ปัจจยั ท่ีส่งเสริมการแสดงทรรศนะ
๑. ปัจจยั ภายนอก คือ บรรยากาศสิ่งแวดล้อม

๒. ปัจจยั ภายใน เป็ นปัจจยั ทเี่ กย่ี วกบั ผู้แสดง
ทรรศนะเอง

การประเมินทรรศนะ
๑. ประโยชน์และลกั ษณะสร้างสรรค์
๒. ทรรศนะทดี่ จี ะต้องมคี วามน่าเชื่อถือ และความสมเหตสุ มผล
๓. ความเหมาะสมกบั ผู้รับสารและกาลเทศะ
๔. การใช้ภาษา


Click to View FlipBook Version