The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ป.5
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การใช้เหตุผลแก้ปัญหา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by lnwZeus, 2023-05-09 11:43:11

แผนการจัดการเรียนรู้การใช้เหตุผลแก้ปัญหา

แผนการจัดการเรียนรู้เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ป.5
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การใช้เหตุผลแก้ปัญหา

Keywords: แผนการจัดการเรียนรู้,(วิทยาการคำนวณ,ป.5,การใช้เหตุผลแก้ปัญหา

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 รหัสวิชา ว15101 รายวิชา วิทยาการค านวณ ระดับชั้นประถมศึกษาที่ 5 หน่วยการเรียนรู้ที่1 ชื่อหน่วยการเรียนรู้ การใช้เหตุผลแก้ปัญหา ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 เรื่อง การแก้ปัญหา เวลา 1 ชั่วโมง ……………………………………………………………………………………………………………..…………………………………………… มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอน และเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทำงาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ รู้เท่าทัน และมีจริยธรรม ตัวชี้วัด ว 4.2 ป.5/1 ใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหา การอธิบายการทำงาน การคาดการณ์ผลลัพธ์ จากปัญหาอย่างง่าย 1.อธิบายเกี่ยวกับการแก้ปัญหา (K) 2.เขียนลำดับขั้นตอนการทำงานในรูปแบบผังงานตามกิจกรรมที่กำหนด (P) 3.มีความกระตือรือร้นในการปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้ (A) การแก้ปัญหาเป็นการหาวิธีหรือการทำงานให้สำเร็จ ซึ่งปัญหาที่นักเรียนแต่ละคนพบจะมีความแตกต่างกัน และปัญหาแต่ละปัญหาอาจมีวิธีการแก้ปัญหาที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับการใช้เหตุผลในการตัดสินใจ 1.ความสามารถในการสื่อสาร 2.ความสามารถในการคิด 3.ความสามารถในการแก้ปัญหา 4.ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต จุดประสงค์การเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน


1. ใฝ่เรียนรู้ 2. มุ่งมั่นในการทำงาน 1. นักเรียนคิดว่ามีวิธีการแก้ปัญหาการลืมเอาร่มไปโรงเรียนวิธีการใดอีกบ้าง 2. ปัญหาแต่ละปัญหาอาจมีวิธีการแก้ปัญหาที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับสิ่งใด 1. นักเรียนร่วมกันสังเกตภาพการแก้ปัญหาการลืมเอาร่มไปโรงเรียนบนกระดาน แล้วตอบคำถาม ดังนี้ • จากภาพ นักเรียนเห็นอะไร (ตัวอย่างคำตอบ นาฬิกาแจ้งเตือน ร่ม เด็กผู้ชาย ประตู ป้ายเตือน) • นักเรียนคิดว่าเด็กผู้ชายในภาพกำลังจะไปที่ไหน (ตัวอย่างคำตอบ ไปโรงเรียน) • เด็กผู้ชายในภาพแสดงอาการอย่างไร (ตัวอย่างคำตอบ ตกใจ) • แล้วเขาตกใจอะไร (ตัวอย่างคำตอบ เสียงนาฬิกาแจ้งเตือน) • นักเรียนคิดว่าเด็กผู้ชายคนนี้เขาตั้งนาฬิกาแจ้งเตือนไว้เพื่อสิ่งใด (ตัวอย่างคำตอบ การเอาร่มไปโรงเรียน) ข้ันสังเกต รวบรวมข้อมูล(Gathering) คุณลักษณะอันพึงประสงค์ คำถามสำคัญ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้


• นักเรียนคิดว่าเด็กผู้ชายในภาพแก้ปัญหาการลืมนำร่มไปโรงเรียนด้วยวิธีการใดบ้าง (ตัวอย่างคำตอบ ตั้งนาฬิกาแจ้งเตือน เขียนป้ายขนาดใหญ่ติดไว้ที่ประตูทางออก นำร่มไปแขวนไว้ใกล้กับนาฬิกาแจ้งเตือนและป้ายเตือน) 2. นักเรียนร่วมกันศึกษาค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับการแก้ปัญหา จากแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ อย่างหลากหลาย เช่น การสอบถามจากครูหรือผู้ปกครอง และห้องสมุด 3. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละเท่า ๆ กัน จากนั้นร่วมกันสังเกตภาพการแก้ปัญหาการลืมเอาร่ม ไปโรงเรียนจากข้อ 1 แล้ววิเคราะห์แสดงขั้นตอนการส่งสัญญาณเตือนของนาฬิกา เมื่อต้องออกจากบ้าน โดยเขียนบันทึกคำตอบของนักเรียนเป็นแผนภาพความคิดบนกระดาน แล้วตอบคำถาม ดังนี้ • นักเรียนคิดว่ามีวิธีการแก้ปัญหาการลืมเอาร่มไปโรงเรียนวิธีการใดอีกบ้าง (ตัวอย่างคำตอบ นำร่มไปแขวนไว้ที่ลูกบิดประตูทางออกบ้าน จัดเตรียมใส่กระเป๋านักเรียนไว้ ล่วงหน้า) ข้ันคิดวิเคราะห์และสรุปความรู้ (Processing) (Gathering) เริ่มตน้ ไม่จริง ออกจากบ้าน ส่งสัญญาณเตือน จบ จริง


4. นักเรียนร่วมกันสังเกตบัตรภาพเกี่ยวกับปัญหาและการแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันบนกระดาน จากนั้นวิเคราะห์ว่าภาพใดเป็นปัญหา และภาพใดเป็นวิธีการแก้ปัญหา แล้วนำไปใส่ในตารางให้สัมพันธ์ กับหัวข้อ และตอบคำถาม ดังนี้ ปัญหา วิธีการแก้ปัญหา 1) 2) 3) • ปัญหาที่ 1 2 และ 3 คือปัญหาอะไร และแก้ปัญหาอย่างไร (ตัวอย่างคำตอบ 1. ปัญหาที่ 1 คือปัญหาทรงผมไม่เรียบร้อย แก้ปัญหาโดยการติดกิ๊บรวบผม 2. ปัญหาที่ 2 คือปัญหาไอศกรีมละลายเลอะมือ แก้ปัญหาโดยการรีบรับประทาน และไม่อยู่ในที่ที่มีอากาศร้อน 3. ปัญหาที่ 3 กระเป๋านักเรียนมีน้ำหนักมาก แก้ปัญหาโดยการใส่หนังสือหรืออุปกรณ์การเรียน เท่าที่จำเป็น)


5. นักเรียนร่วมกันสังเกตและวิเคราะห์บัตรคำและบัตรภาพเกี่ยวกับการทำงานต่าง ๆ บนกระดาน จากนั้นจับคู่ความสัมพันธ์ระหว่างบัตรคำกับบัตรภาพ ดังตัวอย่าง 6. นักเรียนร่วมกันสรุปความคิดรวบยอดเกี่ยวกับการแก้ปัญหา ดังนี้ การไปตลาด การท าขนม การตดัแต่งกิ่งไม้ การกวาดบ้าน การเลือกซ้ืออุปกรณ์เครื่องเขียน การออกก าลังกาย


การแก้ปัญหาเป็นการลงมือทำกิจกรรมหรือทำงานต่าง ๆ ให้สำเร็จโดยวิธีการที่หลากหลายอย่าง เหมาะสม ตามลักษณะของปัญหาของแต่ละคนที่พบ ซึ่งการแก้ปัญหาที่แตกต่างกันจะขึ้นอยู่กับการใช้เหตุผล ในการตัดสินใจของแต่ละคน 7. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันเขียนลำดับขั้นตอนการทำงานที่กำหนดในรูปแบบผังงาน ลงในชิ้นงานที่ 1 เรื่อง การลำดับขั้นตอนการทำงาน โดยมีกิจกรรมที่ต้องทำในวันหยุด ดังนี้ • ตัดแต่งกิ่งไม้ • กวาดบ้าน • ออกกำลังกาย • ซื้ออุปกรณ์เครื่องเขียน • ไปตลาด • ทำขนม จากนั้นตอบคำถามที่กำหนด 8. นักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งที่เข้าใจเป็นความรู้ร่วมกัน ดังนี้ การแก้ปัญหาเป็นการหาวิธีหรือการทำงานให้สำเร็จ ซึ่งปัญหาที่นักเรียนแต่ละคนพบ จะมีความแตกต่างกัน และปัญหาแต่ละปัญหาอาจมีวิธีการแก้ปัญหาที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับการใช้เหตุผล ในการตัดสินใจ 9. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอการลำดับขั้นตอนการทำงานในวันหยุดของกลุ่มตนเอง หน้าชั้นเรียน เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน อาจใช้โปรแกรมนำเสนอในการนำเสนอเพื่อให้เห็นข้อมูลได้ชัดเจนและ น่าสนใจ 10. นักเรียนร่วมกันอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น โดยตอบคำถาม ดังนี้ • ปัญหาแต่ละปัญหาอาจมีวิธีการแก้ปัญหาที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับสิ่งใด ข้ันปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ(Applying and Constructing the Knowledge) ขั้นสื่อสารและนำเสนอ (Applying the Communication Skil l) กิจกรรมน้ีสร้างเสริมทกัษะศตวรรษที่21 ดา้นการร่วมมือท างานเป็ นทีม กิจกรรมน้ีสร้างเสริมทกัษะศตวรรษที่21 ดา้นการสื่อสาร


(ตัวอย่างคำตอบ การใช้เหตุผลในการตัดสินใจหรือการเลือกวิธีการแก้ปัญหาของแต่ละคน) 11. นักเรียนร่วมกันอภิปรายสรุปเกี่ยวกับวิธีการทำงานให้เห็นการคิดเชิงระบบและวิธีการทำงาน ที่มีแบบแผน 12. นักเรียนประเมินตนเอง โดยเขียนแสดงความรู้สึกหลังการเรียนและหลังการทำกิจกรรม ในประเด็นต่อไปนี้ • สิ่งที่นักเรียนได้เรียนรู้ในวันนี้คืออะไร • นักเรียนมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด • เพื่อนนักเรียนในกลุ่มมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด • นักเรียนพึงพอใจกับการเรียนในวันนี้หรือไม่ เพียงใด • นักเรียนจะนำความรู้ที่ได้นี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว และสังคมทั่วไป ได้อย่างไร จากนั้นแลกเปลี่ยนตรวจสอบขั้นตอนการทำงานทุกขั้นตอนว่าจะเพิ่มคุณค่าไปสู่สังคม เกิดประโยชน์ต่อสังคมให้มากขึ้นกว่าเดิมในขั้นตอนใดบ้าง สำหรับการทำงานในครั้งต่อไป 1. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ของสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) 2. ภาพการแก้ปัญหาการลืมเอาร่มไปโรงเรียน 3. ภาพปัญหาและการแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน 4. บัตรคำและภาพการทำงานต่าง ๆ 5. แหล่งการเรียนรู้ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน 1. ประเมินความรู้ เรื่อง การแก้ปัญหา (K) ด้วยแบบทดสอบ 2. ประเมินกระบวนการทำงานกลุ่ม (P) ด้วยแบบประเมิน 3. ประเมินชิ้นงาน เรื่อง การลำดับขั้นตอนการทำงาน (P) ด้วยแบบประเมิน 4. ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ด้านใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการทำงาน (A) ด้วยแบบประเมิน สื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้ การประเมินการเรียนรู้ ขั้นประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่าบริการสังคมและจิตสาธารณะ (Self-Regulating)


แบบประเมินกระบวนการท างานกลุ่ม แบบประเมินชิ้นงานที่ 1 เรื่อง การล าดับขั้นตอนการท างาน รายการการประเมิน ระดับคุณภาพ 4 3 2 1 กระบวนการ ท างานกลุ่ม มีการกำหนดบทบาท สมาชิกชัดเจน และมีการชี้แจงเป้าหมาย การทำงาน มีการปฏิบัติงานร่วมกัน อย่างร่วมมือร่วมใจ พร้อมกับการประเมินเป็น ระยะ ๆ มีการกำหนดบทบาท สมาชิกชัดเจน มีการชี้แจงเป้าหมาย อย่างชัดเจนและ ปฏิบัติงานร่วมกัน แต่ไม่มีการประเมิน เป็นระยะ ๆ มีการกำหนดบทบาท เฉพาะหัวหน้า ไม่มีการชี้แจงเป้าหมาย อย่างชัดเจน ปฏิบัติงานร่วมกัน ไม่ครบทุกคน ไม่มีการกำหนด บทบาทสมาชิก และไม่มีการชี้แจง เป้าหมาย สมาชิก ต่างคนต่างทำงาน รายการการประเมิน ระดับคุณภาพ 4 3 2 1 การเขียนล าดับ การท างานในวันหยุด เป็นผังงาน ได้อย่างเหมาะสม ออกแบบและเขียนลำดับ ขั้นตอนการทำงาน ได้อย่างเหมาะสม และประหยัดเวลา ในการทำกิจกรรมต่าง ๆ เขียนผังงานได้ถูกต้อง ตามหลักของการใช้ สัญลักษณ์ในการเขียน ผังงาน อธิบาย และให้เหตุผล ในการลำดับกิจกรรม การทำงานได้อย่างฉะฉาน ชัดเจน ออกแบบและเขียนลำดับ ขั้นตอนการทำงาน ได้อย่างเหมาะสม และประหยัดเวลา ในการทำกิจกรรมต่าง ๆ เขียนผังงานได้ถูกต้อง ตามหลักของการใช้ สัญลักษณ์ในการเขียน ผังงาน อธิบาย และให้เหตุผล ในการลำดับกิจกรรม การทำงานได้ดี ออกแบบและเขียนลำดับ ขั้นตอนการทำงานได้ ผังงานถูกต้องตามหลัก ของการใช้สัญลักษณ์ ในการเขียนผังงาน อธิบายและให้เหตุผล ในการลำดับกิจกรรม ได้พอสมควร ออกแบบและเขียนลำดับ ขั้นตอนการทำงานได้ ผังงานไม่ถูกต้อง ตามหลักของการใช้ สัญลักษณ์ในการเขียน ผังงาน อธิบายและให้ เหตุผลในการลำดับ กิจกรรมไม่ชัดเจน กำกวม แบบประเมินตามสภาพจริง (Rubrics)


ลงชื่อ ( ) ตำแหน่ง ผลการจัดการเรียนการสอน ปัญหา/อุปสรรค แนวทางแก้ไข ข้อเสนอแนะของผู้บริหารสถานศึกษา/ผู้ที่ได้รับมอบหมาย บันทึกหลังการสอน


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 รหัสวิชา ว15101 รายวิชา วิทยาการค านวณ ระดับชั้นประถมศึกษาที่ 5 หน่วยการเรียนรู้ที่1 ชื่อหน่วยการเรียนรู้ การใช้เหตุผลแก้ปัญหา ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 เรื่อง การพิจารณาปัญหาและการวางแผนแก้ปัญหา เวลา 1 ชั่วโมง ……………………………………………………………………………………………………………..…………………………………………… มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอน และเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทำงาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ รู้เท่าทัน และมีจริยธรรม ตัวชี้วัด ว 4.2 ป.5/1 ใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหา การอธิบายการทำงาน การคาดการณ์ผลลัพธ์ จากปัญหาอย่างง่าย 1.อธิบายเกี่ยวกับการพิจารณาปัญหาและการวางแผนแก้ปัญหา (K) 2.เลือกปัญหาในชีวิตประจำวัน และออกแบบการแก้ปัญหาเป็นผังงาน (P) 3.เห็นความสำคัญและประโยชน์ของการพิจารณาปัญหาและการวางแผนแก้ปัญหา (A) การแก้ปัญหาเป็นการใช้เหตุผลโดยการคิดและอธิบายความคิดออกมาเป็นแผนงาน โดยแสดงวิธีการ แก้ปัญหาออกมาเป็นขั้นตอน ทำให้มองเห็นวิธีการแก้ปัญหาได้อย่างชัดเจน ซึ่งใช้วิธีการบอกเล่า วาดภาพ หรือใช้สัญลักษณ์ 1.ความสามารถในการสื่อสาร 2.ความสามารถในการคิด 3.ความสามารถในการแก้ปัญหา 4.ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต จุดประสงค์การเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน


1. ใฝ่เรียนรู้ 2. มุ่งมั่นในการทำงาน หากไม่ใช้น้ำร้อน นักเรียนคิดว่ามีวิธีการใดอีกบ้างที่จะแก้ไขปัญหานี้ได้ 1. นักเรียนร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับการพิจารณาเงื่อนไขหรือเหตุผลในการแก้ปัญหา โดยเขียนบันทึกคำตอบของนักเรียนเป็นแผนภาพความคิดบนกระดาน ดังตัวอย่าง 2. สุ่มตัวแทนนักเรียน 2-3 คน ออกมาเล่าประสบการณ์ในการแก้ปัญหาที่พบเจอในชีวิตประจำวันให้ เพื่อน ๆ ฟัง หน้าชั้นเรียน 3. นักเรียนร่วมกันศึกษาค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการแก้ปัญหา จากแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ อย่างหลากหลาย เช่น การสอบถามจากครูหรือผู้ปกครองและห้องสมุด 4. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละเท่า ๆ กัน จากนั้นแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์เกี่ยวกับการพิจารณา ปัญหาและการวางแผนแก้ปัญหา โดยเขียนบันทึกคำตอบของนักเรียนเป็นแผนภาพความคิดบนกระดาน ดังตัวอย่าง ขั้นสังเกต รวบรวมข้อมูล (Gathering) ขั้นคิดวิเคราะห์และสรุปความรู้ (Processing) (Gathering) คุณลักษณะอันพึงประสงค์ คำถามสำคัญ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ การพิจารณาเงื่อนไข หรือเหตุผลในการแก้ปัญหา การเขียนบอกเล่า การวาดภาพ การใช้สัญลักษณ์


5. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์เกี่ยวกับการอาบนํ้าในฤดูหนาวอย่างไรไม่ให้หนาว โดยแสดงขั้นตอนการแก้ปัญหาด้วยการเขียนอัลกอริทึมแบบบรรยาย แล้วเขียนบันทึกคำตอบของนักเรียนบน กระดาน แล้วตอบคำถาม ดังนี้ • หากไม่ใช้นํ้าร้อน นักเรียนคิดว่ามีวิธีการใดอีกบ้างที่จะแก้ไขปัญหานี้ได้ (ตัวอย่างคำตอบ เริ่มต้น 1. ออกกำลังกายให้เหงื่อออก 2. ก่อนอาบนํ้านำนํ้าอุณหภูมิปกติชโลมให้ทั่วร่างกาย 3. อาบนํ้า 4. เช็ดตัวให้แห้ง แล้วใส่เสื้อผ้า จบ) การพิจารณาปัญหา และการวางแผนแก้ปัญหา 1. การพิจารณาปัญหาคือการทา ความเขา้ใจปัญหาที่เกิดข้ึนอยา่งละเอียด แลว้พิจารณาวา่มีองคป์ระกอบอะไรบา้ง เช่น ปัญหาน้ีเกิดจากอะไร ปัญหาน้ีมีผลต่อใครผลที่เกิดจากปัญหาคืออะไร สิ่งที่ตอ้งการแกป้ ัญหา คืออะไร 2. การวางแผนแกป้ ัญหาคือการกา หนดข้นัตอน วิธีการอุปกรณ์ เครื่องมือ และระยะเวลาที่ใช้ในการแก้ปัญหา เพื่อให้ผู้แก้ปัญหาเข้าใจตรงกัน และปฏิบตัิไปในแนวทางเดียวกนัอาจแสดงข้นัตอนการแกป้ ัญหา โดยการบอกเล่าเป็ นข้อความ การวาดภาพ หรือใช้สัญลักษณ์ การอาบน้า ในฤดูหนาวอยา่งไรไม่ใหห้นาว เริ่มตน้ 1. ตม้น้า ร้อน 2. นา น้า ร้อนที่ตม้เสร็จไปผสมกบัน้า ที่อุณหภูมิปกติตามความเหมาะสม 3. อาบน้า 4. เช็ดตวัให้แหง้แลว้ใส่เส้ือผา้ จบ


6. นักเรียนร่วมกันอ่านและวิเคราะห์สถานการณ์เกี่ยวกับการจัดลำดับการทำงานบ้าน ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่กำหนด โดยเขียนบันทึกคำตอบของนักเรียนเป็นผังงานบนกระดาน ดังตัวอย่าง ปัญหาเกี่ยวกับการจัดล าดับการท างานบ้านในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมานักเรียนต้องไปโรงเรียน อาจมีการบ้าน และงานส่วนตวัตอ้งทา ในวนัหยดุซ่ึงมีเพียงสองวนัดงัน้นันกัเรียน จะต้องวางแผนจัดล าดับการท างานให้เหมาะสมและคุ้มค่ากับเวลา ถ้าวันหยุดนักเรียนต้องซักผ้า และท าการบ้าน หากนักเรียนตื่นแต่เช้า แลว้ซกัผา้แต่วนัน้นัฝนตกจะทา ใหน้กัเรียนเสียเวลาในการซกัผา้ ดงัน้นัเราอาจวางแผนลา ดบัข้นัตอนโดยเพิ่มเงื่อนไข ดงัน้ี เริ่มตน้ 1. ฝนตกหรือไม่ 2. ถา้ฝนตกจริง ทา การบา้นก่อน แลว้จึงซกัผา้ แล้วน าไปตาก 3. ถ้าฝนไม่ตก ซักผ้าแล้วตาก จากน้นัจึงทา การบา้น จบ สถานการณ์ เริ่มตน้ ฝนตก ไม่จริง จริง ซักผ้า น าผ้าไปตาก ท าการบ้าน ท าการบ้าน ซักผ้า น าผ้าไปตาก


7. นักเรียนร่วมกันสรุปความคิดรวบยอดเกี่ยวกับการพิจารณาปัญหาและการวางแผนแก้ปัญหา ดังนี้ การพิจารณาปัญหาเป็นการทำความเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด แล้วพิจารณาว่า มีองค์ประกอบอะไรบ้าง ส่วนการวางแผนแก้ปัญหาเป็นการกำหนดขั้นตอน วิธีการ อุปกรณ์เครื่องมือ และระยะเวลาในการแก้ปัญหา เพื่อให้ผู้แก้ปัญหามีความเข้าใจตรงกัน ซึ่งสามารถแสดงขั้นตอน การแก้ปัญหาได้หลายวิธี เช่น การบอกเล่าเป็นข้อความ การวาดภาพ การใช้สัญลักษณ์ หรือการออกแบบ ผังงาน 8. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันเลือกปัญหาในชีวิตประจำวันที่สนใจมากลุ่มละ 1 ปัญหา จากนั้นพิจารณาและเขียนลำดับขั้นตอนการแก้ปัญหาเป็นผังงาน 9. นักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งที่เข้าใจเป็นความรู้ร่วมกัน ดังนี้ การแก้ปัญหาเป็นการใช้เหตุผลโดยการคิดและอธิบายความคิดออกมาเป็นแผนงาน โดยแสดงวิธีการแก้ปัญหาออกมาเป็นขั้นตอน ทำให้มองเห็นวิธีการแก้ปัญหาได้อย่างชัดเจน ซึ่งใช้วิธีการบอกเล่า วาดภาพ หรือใช้สัญลักษณ์ 10. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผังงานลำดับขั้นตอนการทำงาน ของกลุ่มตนเองหน้าชั้นเรียน เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน อาจใช้โปรแกรมนำเสนอในการนำเสนอเพื่อให้เห็นข้อมูลได้ชัดเจนและน่าสนใจ 11. นักเรียนร่วมกันอภิปรายสรุปเกี่ยวกับวิธีการทำงานให้เห็นการคิดเชิงระบบและวิธีการทำงาน ที่มีแบบแผน 12. นักเรียนประเมินตนเอง โดยเขียนแสดงความรู้สึกหลังการเรียนและหลังการทำกิจกรรม ในประเด็นต่อไปนี้ • สิ่งที่นักเรียนได้เรียนรู้ในวันนี้คืออะไร • นักเรียนมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด ข้ันปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ(Applying and Constructing the Knowledge) ขั้นสื่อสารและน าเสนอ(Applying the Communication Skill) ข้ันประเมินเพื่อเพมิ่คุณค่าบริการสังคมและจิตสาธารณะ(Self-Regulating) กิจกรรมน้ีสร้างเสริมทกัษะศตวรรษที่21 ดา้นการสื่อสาร จบ กิจกรรมน้ีสร้างเสริมทกัษะศตวรรษที่21 ดา้นการคิดแกป้ ัญหาการคิดตดัสินใจ การร่วมมือท างานเป็ นทีม


• เพื่อนนักเรียนในกลุ่มมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด • นักเรียนพึงพอใจกับการเรียนในวันนี้หรือไม่ เพียงใด • นักเรียนจะนำความรู้ที่ได้นี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว และสังคมทั่วไป ได้อย่างไร จากนั้นแลกเปลี่ยนตรวจสอบขั้นตอนการทำงานทุกขั้นตอนว่าจะเพิ่มคุณค่าไปสู่สังคม เกิดประโยชน์ต่อสังคมให้มากขึ้นกว่าเดิมในขั้นตอนใดบ้าง สำหรับการทำงานในครั้งต่อไป 1. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ของสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) 2. แหล่งการเรียนรู้ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน 1. ประเมินความรู้ เรื่อง การพิจารณาปัญหาและการวางแผนแก้ปัญหา (K) ด้วยแบบทดสอบ 2. ประเมินกระบวนการทำงานกลุ่ม (P) ด้วยแบบประเมิน 3. ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ด้านใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการทำงาน (A) ด้วยแบบประเมิน สื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้ การประเมินการเรียนรู้


แบบประเมินกระบวนการท างานกลุ่ม รายการการประเมิน ระดับคุณภาพ 4 3 2 1 กระบวนการ ท างานกลุ่ม มีการกำหนดบทบาท สมาชิกชัดเจน และมีการชี้แจงเป้าหมาย การทำงาน มีการปฏิบัติงานร่วมกัน อย่างร่วมมือร่วมใจ พร้อมกับการประเมินเป็น ระยะ ๆ มีการกำหนดบทบาท สมาชิกชัดเจน มีการชี้แจงเป้าหมาย อย่างชัดเจนและ ปฏิบัติงานร่วมกัน แต่ไม่มีการประเมิน เป็นระยะ ๆ มีการกำหนดบทบาท เฉพาะหัวหน้า ไม่มีการชี้แจงเป้าหมาย อย่างชัดเจน ปฏิบัติงานร่วมกัน ไม่ครบทุกคน ไม่มีการกำหนด บทบาทสมาชิก และไม่มีการชี้แจง เป้าหมาย สมาชิก ต่างคนต่างทำงาน แบบประเมินตามสภาพจริง (Rubrics)


ลงชื่อ ( ) ตำแหน่ง ผลการจัดการเรียนการสอน ปัญหา/อุปสรรค แนวทางแก้ไข ข้อเสนอแนะของผู้บริหารสถานศึกษา/ผู้ที่ได้รับมอบหมาย บันทึกหลังการสอน


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 รหัสวิชา ว15101 รายวิชา วิทยาการค านวณ ระดับชั้นประถมศึกษาที่ 5 หน่วยการเรียนรู้ที่1 ชื่อหน่วยการเรียนรู้ การใช้เหตุผลแก้ปัญหา ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 เรื่อง วิธีการแก้ปัญหา เวลา 1 ชั่วโมง ……………………………………………………………………………………………………………..…………………………………………… มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอน และเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทำงาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ รู้เท่าทัน และมีจริยธรรม ตัวชี้วัด ว 4.2 ป.5/1 ใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหา การอธิบายการทำงาน การคาดการณ์ผลลัพธ์ จากปัญหาอย่างง่าย 1. อธิบายเกี่ยวกับวิธีการแก้ปัญหา (K) 2. วิเคราะห์การจัดวางอุปกรณ์เครื่องครัวในห้องครัว (P) 3. เห็นคุณค่าและประโยชน์ของการแก้ปัญหาด้วยวิธีการต่าง ๆ (A) วิธีการแก้ปัญหาเป็นการดำเนินการแก้ปัญหาตามแนวทางที่วางไว้ ถ้าพบวิธีการแก้ปัญหาที่เหมาะสม กว่า สามารถเปลี่ยนแปลงวิธีการได้ ซึ่งการแก้ปัญหาอาจทำได้หลายวิธี เช่น การลองผิดลองถูก การใช้ ความสัมพันธ์ของข้อมูลที่มีเหตุผลซึ่งกันและกัน และการขจัด 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต จุดประสงค์การเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ สมรรถนะส าคัญของผ ู้เรียน


1. ใฝ่เรียนรู้ 2. มุ่งมั่นในการทำงาน การใช้หลักการในการแก้ปัญหามีประโยชน์อย่างไร 1. นักเรียนร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับวิธีการแก้ปัญหา โดยเขียนบันทึกคำตอบของนักเรียน เป็นแผนภาพความคิดบนกระดาน ดังตัวอย่าง ข้ันสังเกต รวบรวมข้อมูล(Gathering) คุณลกัษณะอนัพงึประสงค ์ ค าถามส าคัญ การจัดกจิกรรมการเรียนรู้ วิธีการแก้ปัญหา การลองผิดลองถูก การขจัด การใช้ความสัมพันธ์ของข้อมูล ที่มีเหตุผลซึ่งกันและกัน


2. นักเรียนร่วมกันสังเกตภาพบนกระดาน แล้วตอบคำถาม ดังนี้ • ภาพนี้คือภาพอะไร (ตัวอย่างคำตอบ เกมต่อจิกซอว์) • นักเรียนเคยเล่นเกมต่อจิกซอว์หรือไม่ (เคยเล่น/ไม่เคยเล่น) • นักเรียนคิดว่าการต่อจิกซอว์เป็นการแก้ปัญหาแบบใด (ตัวอย่างคำตอบ การลองผิดลองถูก) 3. นักเรียนร่วมกันศึกษาค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการแก้ปัญหา จากแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ อย่างหลากหลาย เช่น การสอบถามจากครูหรือผู้ปกครอง และห้องสมุด 4. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละเท่า ๆ กัน จากนั้นแต่ละกลุ่มร่วมกันสังเกตและวิเคราะห์ตัวเลข ในช่องว่างที่หายไป โดยเขียนบันทึกคำตอบของนักเรียนในตารางช่องว่างที่หายไป ดังตัวอย่าง ข้ันคิดวิเคราะห์และสรุปความรู้ (Processing) (Gathering) ปัญหา 1 2 3 4 2 3 4 การแก้ปัญหา 1 2 3 4 2 1 4 3 3 4 1 2 4 3 2 1


5. นักเรียนร่วมกันอ่านและวิเคราะห์สถานการณ์ที่กำหนด จากนั้นสร้างตารางการแจกแจง แล้วนำข้อมูลแต่ละข้อมาพิจารณาแล้วเขียนลงในตาราง โดยเขียนบันทึกคำตอบของนักเรียนบนกระดาน ดังตัวอย่าง รายชื่อ ดินสอ ไม้บรรทัด ยางลบ กระดาษ วาดเขียน ดินสอสี กบเหลา ดินสอ มด มี มี โหน่ง มี มี หนุ่ย มี มี จากตารางและข้อมูลที่เขียนขึ้น ทำให้พิจารณาได้ว่าใครเป็นเจ้าของอุปกรณ์ชิ้นใดบ้าง สถานการณ์ มีนักเรียน 3คน มด โหน่ง หนุ่ย แต่ละคนมีของอยู่ 2อยา่งที่ไม่ซ้า กนัคือ ดินสอไมบ้รรทดัยางลบ กระดาษวาดเขียน ดินสอสี และกบเหลาดินสอ แต่ไม่ทราบว่าใครเป็ นเจ้าของอะไรบ้าง และเรามีขอ้มูล ดงัน้ี 1. มดขอยืมยางลบจากเพื่อนเสมอ 2. โหน่งไม่ชอบใช้ไม้บรรทัดขีดเส้น 3. หนุ่ยชอบใชส้ีน้า ระบายสีภาพ 4. โหน่งแบ่งกระดาษวาดเขียนให้มด 5. หนุ่ยไม่เคยยืมกบเหลาดินสอของเพื่อนเลย 6. มดให้หนุ่ยยืมไม้บรรทัดขีดเส้น 7. โหน่งขอยืมดินสอสีจากมด 8. โหน่งเขียนชื่อตัวเองลงในยางลบ สถานการณ์


6. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์รูปเรขาคณิตที่ประกอบขึ้นจากลูกบาศก์ในตาราง จากนั้นวาดภาพ ด้านหน้า ด้านข้าง และด้านบน โดยเขียนบันทึกคำตอบของนักเรียนลงในตารางบนกระดาน ดังตัวอย่าง 7. นักเรียนร่วมกันสังเกตและวิเคราะห์ภาพบนกระดาน จากนั้นเลือกภาพส่วนที่หายไป โดยการทำเครื่องหมาย หน้าภาพที่นักเรียนคิดว่านำมาประกอบกับส่วนที่หายไปได้พอดี โดยเขียนบันทึกคำตอบของนักเรียนบนกระดาน ดังตัวอย่าง ภาพที่ 1 ✓ ✓


ภาพที่ 2 ภาพที่ 3 8. นักเรียนร่วมกันสรุปความคิดรวบยอดเกี่ยวกับวิธีการแก้ปัญหา ดังนี้ การแก้ปัญหาสามารถทำได้หลายวิธี เช่น การลองผิดลองถูก การใช้ความสัมพันธ์ของข้อมูล ที่มีเหตุผลซึ่งกันและกัน และการขจัด ซึ่งผู้แก้ปัญหาเลือกหรือเปลี่ยนแปลงวิธีการจากแนวทางที่วางแผน ไว้ได้ หากพบวิธีการแก้ปัญหาที่เหมาะสม และรวดเร็วกว่า โดยใช้การพิจารณาเข้ามาช่วยในการคัดเลือก ✓ ✓


9. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันออกแบบการจัดวางอุปกรณ์ในห้องครัวให้เหมาะสมและเป็นระเบียบ โดยมีอุปกรณ์ที่กำหนด ได้แก่ ตะหลิว ช้อน กระดาษทิชชู เครื่องปรุงรส ซอส นํ้าปลา คู่มือการทำอาหาร นํ้ามันพืช กระทะ หม้อ โดยเขียนลงในชิ้นงานที่ 2 เรื่อง การจัดวางอุปกรณ์เครื่องครัว 10. นักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งที่เข้าใจเป็นความรู้ร่วมกัน ดังนี้ วิธีการแก้ปัญหาเป็นการดำเนินการแก้ปัญหาตามแนวทางที่วางไว้ ถ้าพบวิธีการแก้ปัญหา ที่เหมาะสมกว่า สามารถเปลี่ยนแปลงวิธีการได้ ซึ่งการแก้ปัญหาอาจทำได้หลายวิธี เช่น การลองผิดลองถูก การใช้ความสัมพันธ์ของข้อมูลที่มีเหตุผลซึ่งกันและกัน และการขจัด 11. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอการจัดวางอุปกรณ์เครื่องครัวของกลุ่มตนเองหน้าชั้นเรียน เพื่อ แลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน อาจใช้โปรแกรมนำเสนอในการนำเสนอเพื่อให้เห็นข้อมูลได้ชัดเจน และน่าสนใจ 12. นักเรียนร่วมกันอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น โดยตอบคำถาม ดังนี้ • การใช้หลักการในการแก้ปัญหามีประโยชน์อย่างไร (ตัวอย่างคำตอบ 1. ฝึกการคิดอย่างเป็นระบบ 2. ฝึกการหาคำตอบอย่างมีเหตุผล 3. แก้ปัญหาได้โดยมีข้อบกพร่องน้อยที่สุด 4. เป็นวิธีการที่น่าเชื่อถือ และยอมรับได้เมื่อสามารถแก้ปัญหาได้ด้วยตนเองโดยใช้หลักการ และเหตุผล) 13. นักเรียนร่วมกันอภิปรายสรุปเกี่ยวกับวิธีการทำงานให้เห็นการคิดเชิงระบบและวิธีการทำงาน ที่มีแบบแผน ข้ันปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ(Applying and Constructing the Knowledge) ขั้นสื่อสารและน าเสนอ(Applying the Communication Skill) กิจกรรมน้ีสร้างเสริมทกัษะศตวรรษที่21 ดา้นการสื่อสาร กิจกรรมน้ีสร้างเสริมทกัษะศตวรรษที่21 ดา้นการคิดสร้างสรรค์การคิดแกป้ ัญหา การร่วมมือท างานเป็ นทีม


14. นักเรียนนำความรู้ที่ได้ไปใช้แก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน และบอกเพื่อน ๆ ในชั้นเรียน เพื่อนำไปใช้เป็นแนวทางแก้ปัญหาต่อไป 15. นักเรียนประเมินตนเอง โดยเขียนแสดงความรู้สึกหลังการเรียนและหลังการทำกิจกรรม ในประเด็นต่อไปนี้ • สิ่งที่นักเรียนได้เรียนรู้ในวันนี้คืออะไร • นักเรียนมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด • เพื่อนนักเรียนในกลุ่มมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด • นักเรียนพึงพอใจกับการเรียนในวันนี้หรือไม่ เพียงใด • นักเรียนจะนำความรู้ที่ได้นี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว และสังคมทั่วไป ได้อย่างไร จากนั้นแลกเปลี่ยนตรวจสอบขั้นตอนการทำงานทุกขั้นตอนว่าจะเพิ่มคุณค่าไปสู่สังคม เกิดประโยชน์ต่อสังคมให้มากขึ้นกว่าเดิมในขั้นตอนใดบ้าง สำหรับการทำงานในครั้งต่อไป 1. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ของสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) 2. ภาพจิกซอว์ 3. รูปเรขาคณิตที่ประกอบขึ้นจากลูกบาศก์ 4. แหล่งการเรียนรู้ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน 1. ประเมินความรู้ เรื่อง วิธีการแก้ปัญหา (K) ด้วยแบบทดสอบ 2. ประเมินกระบวนการทำงานกลุ่ม (P) ด้วยแบบประเมิน 3. ประเมินชิ้นงาน เรื่อง การจัดวางอุปกรณ์เครื่องครัว (P) ด้วยแบบประเมิน 4. ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ด้านใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการทำงาน (A) ด้วยแบบประเมิน ส ื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้ การประเมินการเรียนรู้ ข้ันประเมินเพื่อเพมิ่คุณค่าบริการสังคมและจิตสาธารณะ(Self-Regulating)


แบบประเมินกระบวนการท างานกลุ่ม แบบประเมินชิ้นงานที่ 2 เรื่อง การจัดวางอุปกรณ์เครื่องครัว รายการการประเมิน ระดับคุณภาพ 4 3 2 1 กระบวนการ ท างานกลุ่ม มีการกำหนดบทบาท สมาชิกชัดเจน และมีการชี้แจงเป้าหมาย การทำงาน มีการปฏิบัติงานร่วมกัน อย่างร่วมมือร่วมใจ พร้อมกับการประเมินเป็น ระยะ ๆ มีการกำหนดบทบาท สมาชิกชัดเจน มีการชี้แจงเป้าหมาย อย่างชัดเจนและ ปฏิบัติงานร่วมกัน แต่ไม่มีการประเมิน เป็นระยะ ๆ มีการกำหนดบทบาท เฉพาะหัวหน้า ไม่มีการชี้แจงเป้าหมาย อย่างชัดเจน ปฏิบัติงานร่วมกัน ไม่ครบทุกคน ไม่มีการกำหนด บทบาทสมาชิก และไม่มีการชี้แจง เป้าหมาย สมาชิก ต่างคนต่างทำงาน รายการการประเมิน ระดับคุณภาพ 4 3 2 1 การวิเคราะห์ การจัดวางอุปกรณ์ ของใช้ในห้องครัว ได้อย่างเหมาะสม วิเคราะห์ พิจารณา และวางแผนการจัดวาง อุปกรณ์เครื่องใช้ใน ห้องครัวอย่างเป็นระบบ จัดวางอุปกรณ์เครื่องใช้ ในห้องครัวตามแนวทาง ที่ได้วางแผนไว้ ได้อย่างเหมาะสม และเป็นระเบียบ สามารถแก้ปัญหา ได้อย่างหลากหลาย และรวดเร็ว วิเคราะห์ พิจารณา และวางแผนการจัดวาง อุปกรณ์เครื่องใช้ใน ห้องครัวอย่างเป็นระบบ จัดวางอุปกรณ์เครื่องใช้ ในห้องครัวตามแนวทาง ที่ได้วางแผนไว้ ได้อย่างเหมาะสม และเป็นระเบียบ สามารถแก้ปัญหา ได้อย่างหลากหลาย วิเคราะห์ พิจารณา และวางแผนการจัดวาง อุปกรณ์เครื่องใช้ ในห้องครัว จัดวางตามแนวทาง ที่ได้วางแผนไว้ ได้ดีพอสมควร ไม่มีการวิเคราะห์ วางแผนการทำงาน จัดวางอุปกรณ์ เครื่องใช้ในห้องครัวได้ แต่ไม่เหมาะสม แบบประเมินตามสภาพจริง (Rubrics)


ลงชื่อ ( ) ตำแหน่ง ผลการจัดการเรียนการสอน ปัญหา/อุปสรรค แนวทางแก้ไข ข้อเสนอแนะของผู้บริหารสถานศึกษา/ผู้ที่ได้รับมอบหมาย บันทึกหลังการสอน


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 รหัสวิชา ว15101 รายวิชา วิทยาการค านวณ ระดับชั้นประถมศึกษาที่ 5 หน่วยการเรียนรู้ที่1 ชื่อหน่วยการเรียนรู้ การใช้เหตุผลแก้ปัญหา ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 เรื่อง เกมการแก้ปัญหา เวลา 1 ชั่วโมง ……………………………………………………………………………………………………………..…………………………………………… มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอน และเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทำงาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ รู้เท่าทัน และมีจริยธรรม ตัวชี้วัด ว 4.2 ป.5/1 ใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหา การอธิบายการทำงาน การคาดการณ์ผลลัพธ์ จากปัญหาอย่างง่าย 1. อธิบายเกี่ยวกับวิธีการแก้ปัญหา (K) 2. ออกแบบเกมซูโดะกุ แล้วนำไปแลกเปลี่ยนเล่นเกมการแก้ปัญหาจากเกมซูโดะกุกับกลุ่มอื่น (P) 3. มีความกระตือรือร้นในการปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้ (A) การฝึกการแก้ปัญหาเป็นอีกวิธีการหนึ่งที่ใช้ฝึกการคิดอย่างเป็นระบบได้เป็นอย่างดี แต่เราอาจยังไม่ต้องแก้ปัญหาจริง เพียงแค่ฝึกจากเกมที่มีอยู่ก็ได้ ซึ่งมีทั้งเกมในลักษณะของสื่อต่าง ๆ หรือเกมคอมพิวเตอร์ จุดประสงค ์ การเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด สาระการเรียนร ู้


1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 1. ใฝ่เรียนรู้ 2. มุ่งมั่นในการทำงาน นอกจากเกมซูโดะกุแบบ 4 4 และ 6 6 นักเรียนสามารถเพิ่มระดับความยากของเกมเป็นแบบใด ได้บ้าง 1. นักเรียนร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับเกมการแก้ปัญหาที่นักเรียนรู้จัก โดยเขียนบันทึกคำตอบ ของนักเรียนเป็นแผนภาพความคิดบนกระดาน ดังตัวอย่าง 2. ตัวแทนนักเรียน 2-3 คน ออกมาเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับการเล่นเกมการแก้ปัญหา ให้เพื่อน ๆ ฟัง หน้าชั้นเรียน ข้ันสังเกต รวบรวมข้อมูล(Gathering) สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน คุณลกัษณะอนัพงึประสงค ์ ค าถามส าคัญ การจัดกจิกรรมการเรียนรู้ เกมการแก้ปัญหา เกมซูโดะกุ เกมเขาวงกต เกมจับผิดภาพ เกมย้ายก้านไม้ขีด เกม XO เกมจิกซอว์


3. นักเรียนร่วมกันศึกษาค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับเกมการแก้ปัญหา จากแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ อย่างหลากหลาย เช่น การสอบถามจากครูหรือผู้ปกครอง และห้องสมุด 4. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละเท่า ๆ กัน จากนั้นแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์ภาพก้านไม้ขีดไฟ ที่เรียงต่อกันเป็นภาพปลาบนกระดาน โดยตอบคำถาม ดังนี้ • หากต้องการให้ปลาหันหัวมาทางด้านขวามือจะต้องขยับก้านไม้ขีดไฟกี่ก้าน และต้องขยับก้านใดบ้าง (ตัวอย่างคำตอบ ต้องขยับก้านไม้ขีดไฟ 3 ก้าน คือ ก้าน A B และ H ปลาจะหันหัวไปทางขวามือ ดังภาพ ) 5. นักเรียนร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับเกมซูโดะกุ แล้วตอบคำถาม ดังนี้ • เกมซูโดะกุเป็นเกมอะไร (ตัวอย่างคำตอบ เกมซูโดะกุเป็นเกมแก้ปัญหาเกี่ยวกับตัวเลข โดยผู้เล่นจะต้องเติมตัวเลขลงไปใน ตารางที่กำหนด ซึ่งมีตัวเลขที่เขียนไว้เบื้องต้นแล้ว) ข้ันคิดวิเคราะห์และสรุปความรู้ (Processing) (Gathering) A B D H C E G F D E F G H C A B


6. นักเรียนร่วมกันสังเกตและวิเคราะห์เกมซูโดะกุบนกระดาน แล้วตอบคำถาม ดังนี้ ภาพที่ 1 2 1 3 2 4 3 • จากภาพเป็นเกมซูโดะกุแบบใด (ตัวอย่างคำตอบ แบบ 4 4) • เกมซูโดะกุแบบ 4 4 มีลักษณะอย่างไร (ตัวอย่างคำตอบ จะเป็นตารางสี่เหลี่ยม โดยแบ่งเป็นแนวนอน 4 ช่อง และแนวตั้ง 4 ช่อง โดย ต้องเติมตัวเลข 1 ถึง 4 ลงไปให้แนวนอนทุกแถวและแนวตั้งทุกแถว โดยต้องมีเลข 1 ถึง 4 ไม่ซํ้ากัน) ภาพที่ 2 6 3 3 5 6 1 3 2 4 3 4 2 • จากภาพเป็นเกมซูโดะกุแบบใด (ตัวอย่างคำตอบ แบบ 6 6) • เกมซูโดะกุแบบ 6 6 มีลักษณะอย่างไร (ตัวอย่างคำตอบ เกมซูโดะกุแบบ 6 6 จะต้องเติมเลข 1 ถึง 6 ลงในช่องว่าง โดยตัวเลขใน แต่ละแถวและแต่ละหลักจะต้องไม่ซํ้ากันของทุกแถวในแนวนอนและแนวตั้ง และทุกตารางย่อยขนาด 3 3 ต้องมีตัวเลข 1 ถึง 6 ไม่ซํ้ากัน) 7. นักเรียนร่วมกันสรุปความคิดรวบยอดเกี่ยวกับเกมการแก้ปัญหา ดังนี้ การฝึกการแก้ปัญหาจากเกมจะช่วยให้เรามีทักษะการคิดอย่างเป็นระบบ โดยใช้ทักษะและ กระบวนการคิดต่าง ๆ ให้สามารถแก้ปัญหาจากเกมนั้นได้ ซึ่งเกมที่ฝึกทักษะการแก้ปัญหาที่เป็นที่นิยม เช่น เกมย้ายก้านไม้ขีด เกมซูโดะกุ 3 2 4 1 1 4 2 3 2 3 1 4 4 1 3 2 6 5 3 4 1 2 2 4 1 6 3 5 4 6 2 3 5 1 1 3 5 2 6 4 5 2 6 1 4 3 3 1 4 5 2 6


8. นักเรียนแต่ละกลุ่มแข่งขันเติมตัวเลข 1- 9 ลงในช่องว่าง โดยตัวเลขในแต่ละแถว แต่ละหลักจะต้องไม่ซํ้ากันทั้งแนวตั้งและแนวนอน และทุกตารางย่อยขนาด 3 3 ต้องมีตัวเลข 1-9 ไม่ซํ้ากัน ดังตัวอย่าง 8 7 2 6 4 9 5 3 1 9 1 3 2 5 8 7 6 4 5 4 6 1 7 3 2 8 9 7 9 8 3 2 5 1 4 6 1 2 5 9 6 4 3 7 8 6 3 4 8 1 7 9 5 2 2 8 1 7 3 6 4 9 5 3 5 9 4 8 2 6 1 7 4 6 7 5 9 1 8 2 3 จากนั้นร่วมกันตอบคำถามกระตุ้นการเรียนรู้ ดังนี้ • นักเรียนมีวิธีการเติมตัวเลขลงในตารางอย่างรวดเร็วได้อย่างไร (ตัวอย่างคำตอบ เติมแถวแนวนอนและแนวตั้งก่อนหรือเติมในตารางย่อยขนาด 3 3 ก่อน ฝึกเล่นเกมซูโดะกุเป็นประจำ เพราะจะทำให้เติมตัวเลขได้อย่างรวดเร็ว) • นักเรียนคิดว่าการเล่นเกมซูโดะกุมีประโยชน์อย่างไร (ตัวอย่างคำตอบ ช่วยฝึกสมาธิและสมอง ฝึกการคิดอย่างเป็นระบบ และฝึกการแก้ปัญหา) • เกมซูโดะกุแบบ 4 4 6 6 9 9 และ 25 25 นักเรียนคิดว่าตารางแบบใดเล่นง่าย ที่สุดและแบบใดเล่นยากที่สุด (ตัวอย่างคำตอบ แบบที่เล่นง่ายที่สุด คือ ตารางแบบ 4 4 และแบบที่เล่นยากที่สุด คือ ตารางแบบ 25 25) 9. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันออกแบบเกมซูโดะกุแบบ 6 6 เมื่อออกแบบเสร็จแล้ว นำเกมซูโดะกุของกลุ่มตนเองไปแลกเปลี่ยนกับเพื่อนกลุ่มอื่น แล้วลองแก้ปัญหาจากเกมซูโดะกุ ของเพื่อนกลุ่มอื่นที่เราไปแลกเปลี่ยนมา 10. นักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งที่เข้าใจเป็นความรู้ร่วมกัน ดังนี้ ข้ันปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ(Applying and Constructing the Knowledge) กิจกรรมน้ีสร้างเสริมทกัษะศตวรรษที่21 ดา้นการคิดสร้างสรรคแ์ละสร้างนวตักรรม การคิดแก้ปัญหา การร่วมมือท างานเป็ นทีม


การฝึกการแก้ปัญหาเป็นอีกวิธีการหนึ่งที่ใช้ฝึกการคิดอย่างเป็นระบบได้เป็นอย่างดี แต่เราอาจยัง ไม่ต้องแก้ปัญหาจริง เพียงแค่ฝึกจากเกมที่มีอยู่ก็ได้ ซึ่งมีทั้งเกมในลักษณะของสื่อต่าง ๆ หรือเกมคอมพิวเตอร์ 11. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอการแก้ปัญหาจากเกมซูโดะกุของกลุ่มตนเองหน้าชั้นเรียน เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน อาจใช้โปรแกรมนำเสนอในการนำเสนอเพื่อให้เห็นข้อมูลได้ชัดเจน และน่าสนใจ 12. นักเรียนร่วมกันอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น โดยตอบคำถาม ดังนี้ • นอกจากเกมซูโดะกุแบบ 4 4 และ 6 6 นักเรียนสามารถเพิ่มระดับความยาก ของเกมเป็นแบบใดได้บ้าง (ตัวอย่างคำตอบ ออกแบบเกมซูโดะกุแบบ 9 9 หรือ 25 25) 13. นักเรียนร่วมกันอภิปรายสรุปเกี่ยวกับวิธีการทำงานให้เห็นการคิดเชิงระบบและวิธีการทำงาน ที่มีแบบแผน 14. นักเรียนประเมินตนเอง โดยเขียนแสดงความรู้สึกหลังการเรียนและหลังการทำกิจกรรม ในประเด็นต่อไปนี้ • สิ่งที่นักเรียนได้เรียนรู้ในวันนี้คืออะไร • นักเรียนมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด • เพื่อนนักเรียนในกลุ่มมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด • นักเรียนพึงพอใจกับการเรียนในวันนี้หรือไม่ เพียงใด • นักเรียนจะนำความรู้ที่ได้นี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว และสังคมทั่วไป ได้อย่างไร จากนั้นแลกเปลี่ยนตรวจสอบขั้นตอนการทำงานทุกขั้นตอนว่าจะเพิ่มคุณค่าไปสู่สังคม เกิดประโยชน์ต่อสังคมให้มากขึ้นกว่าเดิมในขั้นตอนใดบ้าง สำหรับการทำงานในครั้งต่อไป ขั้นสื่อสารและน าเสนอ(Applying the Communication Skill) ข้ันประเมินเพื่อเพมิ่คุณค่าบริการสังคมและจิตสาธารณะ(Self-Regulating) กิจกรรมน้ีสร้างเสริมทกัษะศตวรรษที่21 ดา้นการสื่อสาร


1. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ของสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) 2. เกมย้ายก้านไม้ขีดไฟ 3. เกมซูโดะกุแบบ 4 4 และ 6 6 4. แหล่งการเรียนรู้ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันเข้าไปที่เว็บไซต์ www.gamesforthebrain.com/thai/sudoku/ แล้วเล่นเกมการแก้ปัญหาจากเกมซูโดะกุ โดยเพิ่มระดับความยากขึ้นไปเรื่อย ๆ 1. ประเมินความรู้ เรื่อง เกมการแก้ปัญหา (K) ด้วยแบบทดสอบ 2. ประเมินกระบวนการทำงานกลุ่ม (P) ด้วยแบบประเมิน 3. ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ด้านใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการทำงาน (A) ด้วยแบบประเมิน ส ื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้ การประเมินการเรียนรู้ กิจกรรมเสนอแนะ


แบบประเมินกระบวนการท างานกลุ่ม รายการการประเมิน ระดับคุณภาพ 4 3 2 1 กระบวนการ ท างานกลุ่ม มีการกำหนดบทบาท สมาชิกชัดเจน และมีการชี้แจงเป้าหมาย การทำงาน มีการปฏิบัติงานร่วมกัน อย่างร่วมมือร่วมใจ พร้อมกับการประเมินเป็น ระยะ ๆ มีการกำหนดบทบาท สมาชิกชัดเจน มีการชี้แจงเป้าหมาย อย่างชัดเจนและ ปฏิบัติงานร่วมกัน แต่ไม่มีการประเมิน เป็นระยะ ๆ มีการกำหนดบทบาท เฉพาะหัวหน้า ไม่มีการชี้แจงเป้าหมาย อย่างชัดเจน ปฏิบัติงานร่วมกัน ไม่ครบทุกคน ไม่มีการกำหนด บทบาทสมาชิก และไม่มีการชี้แจง เป้าหมาย สมาชิก ต่างคนต่างทำงาน แบบประเมินตามสภาพจริง (Rubrics)


ลงชื่อ ( ) ตำแหน่ง ผลการจัดการเรียนการสอน ปัญหา/อุปสรรค แนวทางแก้ไข ข้อเสนอแนะของผู้บริหารสถานศึกษา/ผู้ที่ได้รับมอบหมาย บันทึกหลังการสอน


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5 รหัสวิชา ว15101 รายวิชา วิทยาการค านวณ ระดับชั้นประถมศึกษาที่ 5 หน่วยการเรียนรู้ที่1 ชื่อหน่วยการเรียนรู้ การใช้เหตุผลแก้ปัญหา ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 เรื่อง การแก้ปัญหากับคอมพิวเตอร์ เวลา 1 ชั่วโมง ……………………………………………………………………………………………………………..…………………………………………… มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอน และเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทำงาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ รู้เท่าทัน และมีจริยธรรม ตัวชี้วัด ว 4.2 ป.5/1 ใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหา การอธิบายการทำงาน การคาดการณ์ผลลัพธ์ จากปัญหาอย่างง่าย 1. อธิบายเกี่ยวกับการแก้ปัญหากับคอมพิวเตอร์ (K) 2. ออกแบบอัลกอริทึมอธิบายการทำงานของโปรแกรมตามโจทย์ที่กำหนด (P) 3. มีความกระตือรือร้นในการปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้ (A) คอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์ที่ทำงานได้อย่างถูกต้องตามแนวทางการออกแบบโปรแกรมที่เขียนขึ้น ซึ่งในปัจจุบันได้มีการนำคอมพิวเตอร์มาช่วยในการทำงานหรือแก้ปัญหาต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน อย่างหลากหลาย จุดประสงค ์ การเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด สาระการเรียนร ู้


1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 1. ใฝ่เรียนรู้ 2. มุ่งมั่นในการทำงาน ในชีวิตประจำวันนักเรียนเคยใช้คอมพิวเตอร์แก้ปัญหาในเรื่องใดบ้าง 1. นักเรียนร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับการนำคอมพิวเตอร์ไปใช้ในการแก้ปัญหา โดยเขียนบันทึกคำตอบของนักเรียนเป็นแผนภาพความคิดบนกระดาน ดังตัวอย่าง 2. นักเรียนร่วมกันสนทนาและตอบคำถามกระตุ้นความสนใจ โดยตอบคำถาม ดังนี้ ข้ันสังเกต รวบรวมข้อมูล(Gathering) สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน คุณลกัษณะอนัพงึประสงค ์ ค าถามส าคัญ การจัดกจิกรรมการเรียนรู้ การน าคอมพิวเตอร์ มาใช้ในการแก้ปัญหา ใช้ในการพิมพ์งาน ใช้วาดภาพ ตกแต่งภาพ ใช้ในการสื่อสารข้อมูล ใช้ในการค านวณ ใช้ค้นหาข้อมูลต่าง ๆ ควบคุมการท างาน ของเครื่องจักร


• ในชีวิตประจำวันนักเรียนเคยใช้คอมพิวเตอร์แก้ปัญหาในเรื่องใดบ้าง (ตัวอย่างคำตอบ พิมพ์รายงาน คำนวณรายรับ-รายจ่าย) 3. นักเรียนร่วมกันศึกษาค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับการแก้ปัญหากับคอมพิวเตอร์ จากแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ อย่างหลากหลาย เช่น การสอบถามจากครูหรือผู้ปกครอง และห้องสมุด 4. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละเท่า ๆ กัน จากนั้นแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์แผนภาพการแจ้งพื้นที่ รูปสี่เหลี่ยมจากคอมพิวเตอร์ แล้วเขียนเป็นอัลกอริทึมแบบบรรยาย ดังตัวอย่าง ข้ันคิดวิเคราะห์และสรุปความรู้ (Processing) (Gathering) พ้ืนที่ (A) การประมวลผล ความกว้าง (W) ความยาว (L) เริ่มตน้ 1. รับค่าความกว้างมาเก็บใน W 2. รับค่าความยาวมาเก็บใน L 3. คา นวณพ้ืนที่โดย A = W* L 4. แสดงผลพ้ืนที่A จบ


5. นักเรียนร่วมกันสังเกตและวิเคราะห์เกี่ยวกับบัตรภาพที่เป็นภาพวาดด้วยมือ และภาพวาดด้วยคอมพิวเตอร์บนกระดาน จากนั้นเลือกบัตรภาพไปใส่ในช่องตารางตามหัวข้อ ให้สัมพันธ์กัน ดังตัวอย่าง ภาพที่วาดด้วยมือ ภาพที่วาดด้วยคอมพิวเตอร์


6. นักเรียนร่วมกันพิจารณารูปสามเหลี่ยมบนกระดาน แล้วออกแบบอัลกอริทึม การหาพื้นที่รูปสามเหลี่ยม โดยเขียนบันทึกคำตอบของนักเรียนบนกระดาน แล้วตอบคำถาม ดังนี้ พ้ืนที่รูปสามเหลี่ยม ความสูง ความยาวฐาน ก าหนดตัวแปร เริ่มตน้ 1. รับค่าความสูง = h 2. รับค่าความยาวฐาน = s 3. คา นวณพ้ืนที่โดยsum = * s * h 4. แสดงผลพ้ืนที่sum จบ เริ่มตน้ ความสูง = h ความยาวฐาน = s sum = * s * h 2 1 แสดงผล sum จบ 2 1


• ถ้าป้อนข้อมูลนำเข้าใช้ความสูงเท่ากับ 7 และความยาวฐานเท่ากับ 6 เมื่อนำมาประมวลผลแล้ว จะได้ผลลัพธ์ของพื้นที่รูปสามเหลี่ยมเท่าไร (ตัวอย่างคำตอบ 21) 7. นักเรียนร่วมกันสรุปความคิดรวบยอดเกี่ยวกับการแก้ปัญหากับคอมพิวเตอร์ ดังนี้ การแก้ปัญหากับคอมพิวเตอร์เป็นการนำคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยในการทำงาน หรือแก้ปัญหาต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันในหลายด้านอย่างเหมาะสม เช่น การพิมพ์งาน การวาดภาพด้วยคอมพิวเตอร์ การเขียนโปรแกรมการทำงานต่าง ๆ ซึ่งงานเหล่านี้คอมพิวเตอร์ สามารถช่วยแก้ปัญหาได้เป็นอย่างดี ถูกต้อง แม่นยำ และรวดเร็ว 8. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันออกแบบอัลกอริทึมตามโจทย์ที่กำหนด แล้วตอบคำถาม โดยเขียน บันทึกลงในชิ้นงานที่ 3 เรื่อง การออกแบบอัลกอริทึมอธิบายการทำงานของโปรแกรม 9. นักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งที่เข้าใจเป็นความรู้ร่วมกัน ดังนี้ คอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์ที่ทำงานได้อย่างถูกต้องตามแนวทางการออกแบบโปรแกรม ที่เขียนขึ้น ซึ่งในปัจจุบันได้มีการนำคอมพิวเตอร์มาช่วยในการทำงานหรือแก้ปัญหาต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน อย่างหลากหลาย 10. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนออัลกอริทึม แล้วอธิบายการทำงานของโปรแกรม ของกลุ่มตนเองหน้าชั้นเรียน เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน อาจใช้โปรแกรมนำเสนอในการนำเสนอ เพื่อให้เห็นข้อมูลได้ชัดเจนและน่าสนใจ 11. นักเรียนร่วมกันอภิปรายสรุปเกี่ยวกับวิธีการทำงานให้เห็นการคิดเชิงระบบและวิธีการทำงาน ที่มีแบบแผน ข้ันปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ(Applying and Constructing the Knowledge) ขั้นสื่อสารและน าเสนอ(Applying the Communication Skill) กิจกรรมน้ีสร้างเสริมทกัษะศตวรรษที่21 ดา้นการสื่อสาร กิจกรรมน้ีสร้างเสริมทกัษะศตวรรษที่21 ดา้นการคิดตดัสินใจการร่วมมือท างานเป็ นทีม ความรอบรู้ในสารสนเทศ


12. นักเรียนนำความรู้ที่ได้จากการออกแบบการทำงานของโปรแกรมไปสอนหรือแนะนำเพื่อนที่ยังไม่ เข้าใจให้ออกแบบการทำงานของโปรแกรมได้ถูกต้อง เพื่อเป็นการเผยแพร่ความรู้แก่ผู้อื่นต่อไป 13. นักเรียนประเมินตนเอง โดยเขียนแสดงความรู้สึกหลังการเรียนและหลังการทำกิจกรรม ในประเด็นต่อไปนี้ • สิ่งที่นักเรียนได้เรียนรู้ในวันนี้คืออะไร • นักเรียนมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด • เพื่อนนักเรียนในกลุ่มมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด • นักเรียนพึงพอใจกับการเรียนในวันนี้หรือไม่ เพียงใด • นักเรียนจะนำความรู้ที่ได้นี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว และสังคมทั่วไป ได้อย่างไร จากนั้นแลกเปลี่ยนตรวจสอบขั้นตอนการทำงานทุกขั้นตอนว่าจะเพิ่มคุณค่าไปสู่สังคม เกิดประโยชน์ต่อสังคมให้มากขึ้นกว่าเดิมในขั้นตอนใดบ้าง สำหรับการทำงานในครั้งต่อไป 1. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ของสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) 2. ภาพที่ใช้การวาดภาพด้วยมือและวาดด้วยคอมพิวเตอร์ 3. แหล่งการเรียนรู้ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน 1. ประเมินความรู้ เรื่อง การแก้ปัญหากับคอมพิวเตอร์ (K) ด้วยแบบทดสอบ 2. ประเมินกระบวนการทำงานกลุ่ม (P) ด้วยแบบประเมิน 3. ประเมินชิ้นงาน เรื่อง การออกแบบอัลกอริทึมอธิบายการทำงานของโปรแกรม (P) ด้วยแบบประเมิน 4. ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ด้านใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการทำงาน (A) ด้วยแบบประเมิน ส ื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้ การประเมินการเรียนรู้ ข้ันประเมินเพื่อเพมิ่คุณค่าบริการสังคมและจิตสาธารณะ(Self-Regulating)


แบบประเมินกระบวนการท างานกลุ่ม แบบประเมินชิ้นงานที่ 3 เรื่อง การออกแบบอัลกอริทึมอธิบายการท างานของโปรแกรม รายการการประเมิน ระดับคุณภาพ 4 3 2 1 กระบวนการ ท างานกลุ่ม มีการกำหนดบทบาท สมาชิกชัดเจน และมีการชี้แจงเป้าหมาย การทำงาน มีการปฏิบัติงานร่วมกัน อย่างร่วมมือร่วมใจ พร้อมกับการประเมินเป็น ระยะ ๆ มีการกำหนดบทบาท สมาชิกชัดเจน มีการชี้แจงเป้าหมาย อย่างชัดเจนและ ปฏิบัติงานร่วมกัน แต่ไม่มีการประเมิน เป็นระยะ ๆ มีการกำหนดบทบาท เฉพาะหัวหน้า ไม่มีการชี้แจงเป้าหมาย อย่างชัดเจน ปฏิบัติงานร่วมกัน ไม่ครบทุกคน ไม่มีการกำหนด บทบาทสมาชิก และไม่มีการชี้แจง เป้าหมาย สมาชิก ต่างคนต่างทำงาน รายการการประเมิน ระดับคุณภาพ 4 3 2 1 การออกแบบ อัลกอริทึมอธิบาย การท างาน ของโปรแกรม ตามโจทย์ที่ก าหนด วิเคราะห์ วางแผน การออกแบบอัลกอริทึม ตามโจทย์ที่กำหนด สัญลักษณ์มีความถูกต้อง ตามความหมาย ของการใช้ ขั้นตอนมีความถูกต้อง และสอดคล้องกับโจทย์ ที่กำหนด สามารถอธิบาย ผลลัพธ์ของอัลกอริทึม ที่เขียนได้เป็นอย่างดี และสมเหตุสมผล วิเคราะห์ และออกแบบ อัลกอริทึมตามโจทย์ ที่กำหนด สัญลักษณ์มีความถูกต้อง ตามความหมาย ของการใช้ ขั้นตอนมีความถูกต้อง และสอดคล้องกับโจทย์ สามารถอธิบายผลลัพธ์ ของอัลกอริทึมที่เขียนได้ วิเคราะห์และออกแบบ อัลกอริทึมตามโจทย์ ที่กำหนด สัญลักษณ์มีความถูกต้อง ตามความหมาย ของการใช้ ขั้นตอนบางขั้นตอน ยังไม่ชัดเจน แต่สามารถ อธิบายผลลัพธ์ของ อัลกอริทึมได้พอสมควร ออกแบบอัลกอริทึมตาม โจทย์ที่กำหนด บางสัญลักษณ์ที่ใช้ ยังไม่สอดคล้องกับ ขั้นตอน สามารถอธิบาย ผลลัพธ์ของอัลกอริทึมที่ เขียนได้ แบบประเมินตามสภาพจริง (Rubrics)


ลงชื่อ ( ) ตำแหน่ง ผลการจัดการเรียนการสอน ปัญหา/อุปสรรค แนวทางแก้ไข ข้อเสนอแนะของผู้บริหารสถานศึกษา/ผู้ที่ได้รับมอบหมาย บันทึกหลังการสอน


Click to View FlipBook Version