ก
รายงานถอดบทเรยี นชุมชนจิตอาสาดีเดน่
ก
คำนำ
รายงานถอดบทเรียนกิจกรรมขยายผลโครงการจิตอาสาของสำนักงาน กศน.จังหวัด ประเภทชุมชน
จิตอาสาดีเด่น ประจำปี ๒๕๖๔ ได้จัดทำขึ้นโดย กศน.อำเภอบ้านบึง ได้นำนโยบายสู่การปฏิบัติ เพื่อขยายผลการ
ดำเนินงานให้ปรากฏเป็นรูปธรรม ได้พิจารณาและคัดเลือกชุมชนจิตอาสาดีเด่นของกศน.อำเภอบ้านบึง เพื่อเข้าร่วม
การประกวดการขยายผลโครงการจิตอาสา ระดับจังหวัด ประจำปี ๒๕๖๔ ประเภทชุมชนจิตอาสาดีเด่น คือ ชุมชน
บา้ นหินดาด หมู่ที่ 2 ตำบลหนองไผแ่ ก้ว อำเภอบา้ นบงึ จงั หวดั ชลบรุ ี เปน็ ชุมชนมกี ารสง่ เสรมิ และพัฒนาชุมชนในด้าน
ต่าง ๆ โดยประสานงานความรว่ มมือกับภาครัฐและเอกชน สง่ เสริม สนับสนบั สนนุ ใหป้ ระชาชนมีความเข้มแข็งในการ
ใชช้ วี ิตโดยยดึ หลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียงในการพฒั นาชุมชน
โครงการดังกล่าว ดำเนินการเสร็จสิ้นไปด้วยดี ซึ่งรายละเอียดผลการถอดบทเรียนชุมชนจิตอาสา
ตลอดจนข้อเสนอแนะได้สรุปไว้แล้ว ต้องขอขอบคุณทางสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม
อัธยาศัยจังหวดั ชลบรุ ี ที่ให้การสนับสนนุ งบประมาณ ตลอดจนคำปรึกษาแนะนำในกิจกรรมดังกล่าว รวมทั้งบุคลากร
ของศูนยก์ ารศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั อำเภอบ้านบงึ ทุกทา่ น
ศนู ย์การศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยอำเภอบา้ นบึง หวงั เปน็ อย่างยิ่งวา่ เอกสารเล่มน้ี
จะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาหาข้อมูลเพื่อใช้เป็นแนวทางในการจัดการขยายผลโครงการจิตอาสา ใน
ลักษณะนี้ ได้รับความรู้ ความเข้าใจมีจิตสาธารณะทีพ่ ร้อมเป็นอาสาสมัครในการบำเพ็ญประโยชน์ต่อส่วนรวม และ
เกิดความรักชาติ เกิดความสามัคคี ร่วมกันปกป้องและเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นรากฐานที่เหนียวแน่นใน
การพฒั นาประเทศชาติใหม้ คี วามเจริญมน่ั คงสบื ไป
ศูนยก์ ารศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศัยอำเภอบ้านบึง
มิถุนายน 2564
รายงานถอดบทเรียนชมุ ชนจิตอาสาดีเด่น
ข
บทสรปุ สำหรบั ผู้บริหาร
สืบเน่อื งโครงการจิตอาสา “เราทำความดีด้วยหวั ใจ” ได้เข้าไปอยู่ ณ ดวงใจคนไทยทุกคน สมเด็จ
พระเจ้าอยหู่ วั มหาวชิราลงกรณ บดนิ ทรเทพยวรางกูร ทรงหว่ งใยและทรงคำนึงถึงความอยู่ดีมีสุขของประชาชนเป็น
สำคัญ พระองค์จึงทรงมีพระราชปณิธานแน่วแน่ ที่จะทำให้ประเทศชาติมั่นคงและประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี
ขึ้น ประกอบกับมีพระราชประสงค์ที่จะสืบสาน รักษา และต่อยอดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและแนว
พระราชดำริต่างๆ ของรัชกาลที่ 9 ในการบำบัดทุกข์และบำรุงสุขให้ประชาชนและพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหนา้
สมเดจ็ พระเจา้ อยู่หวั จึงทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ โปรดกระหม่อมให้หนว่ ยราชการในพระองค์ รว่ มกับหน่วยราชการ
ต่างๆ และประชาชนทุกหมู่เหล่าที่มีจิตอาสา บำเพ็ญสาธารณประโยชน์ในพื้นที่ต่างๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน
และแกไ้ ขปัญหาให้แก่ประชาชนไม่วา่ จะเป็นปัญหาน้ำท่วมในเขตชุมชน ปญั หาการจราจร และอนื่ ๆ
ชุมชนบ้านหินดาด ตำบลหนองไผ่แก้ว อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี โดยการนำของผู้ใหญ่บ้าน
(นายอัครวฒั น์ ทองแถม) และผนู้ ำฝา่ ยตา่ งๆในชุมชน ได้ดำเนนิ การขับเคลื่อนกิจกรรมจติ อาสาในชุมชนบ้านหินดาด
เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ครู กศน.ตำบล นำความรู้ท่ีไดร้ ับไปถ่ายทอดให้กับทุกชุมชนในตำบลหนองไผแ่ ก้ว โดยการให้
ความรู้ในเรื่องของจิตอาสาและลงมือปฏิบัติจริง โดยการจัดกิจกรรม “จิตอาสา เราทำความดีด้วยหัวใจ” ในการ
ร่วมกันพัฒนาวัด โรงเรียน บริเวณรอบๆ ชุมชน การถางหญ้าตัดต้นไม้ เก็บขยะ บนไหล่ทางสาธารณะในชุมชน
ระดบั หมูบ่ ้าน ชมุ ชนและประชาชนในชมุ ชนเข้าร่วมอบรม และเข้ารว่ มกิจกรรม “จติ อาสา เราทำความดีด้วยหัวใจ”
เข้าร่วมกันพัฒนาวัด โรงเรียน บริเวณรอบๆ ชุมชน การถางหญ้าตัดต้นไม้ เก็บขยะ บนไหล่ทางสาธารณะในชุมชน
และการชว่ ยเหลือ มอบถุงยังชีพให้กับผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาส ผปู้ ว่ ยตดิ เตยี ง และชว่ ยเหลอื กนั ในยามเกดิ ภัยพบิ ตั ิ โดย
การขับเคลื่อนกิจกรรมจิตอาสาร่วมกันระหว่างครู กศน.ตำบล (นางสาวกัณห์สิภัทร เหลืองนภัส) ผู้ใหญ่บ้าน (นาย
อัครวัฒน์ ทองแถม) และผู้นำฝ่ายต่างๆในชุมชน เช่น อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ชมรมกำนัน
ผู้ใหญบ่ า้ น กลุ่มสตรี ฯลฯ
นางสาวพวงสวุ รรณ์ พนั ธ์ุมะม่วง
ผอู้ ำนวยการ กศน.อำเภอบ้านบงึ
รายงานถอดบทเรยี นชุมชนจิตอาสาดเี ด่น
สารบัญ ค
คำนำ หน้า
บทสรุปสำหรบั ผบู้ ริหาร
สารบัญ ข
บทที่ 1 บทนำ ค
บทท่ี 2 วิธีการดำเนินการถอดบทเรยี น 1
บทท่ี 3 ผลการถอดบทเรียน 5
บทท่ี 4 สรุปผลการถอดบทเรียน 8
บทท่ี 5 ข้อเสนอแนะ 14
ภาคผนวก 15
กำหนดการถอดบทเรียน
ประมวลภาพกจิ กรรม 16
รายชอื่ คณะผถู้ อดบทเรยี น 17
19
รายงานถอดบทเรียนชมุ ชนจิตอาสาดีเดน่
1
บทท่ี 1
บทนำ
ความเป็นมา
สถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นเสาหลักให้กับชาติบ้านเมืองมาตั้งแตส่ มัยโบราณ จวบจนรัชสมัย
ของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10
แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ พระมหากษัตริย์ จึงเป็นสัญลักษณ์ของการดำรงอยู่ของชาติไทย มายาวนานกว่า 700 ปี
และเป็นสถาบันทางสังคมที่เข้มแข็งยืนยง ทำให้ประเทศไทยสามารถรักษาความเป็นไท ภายใต้พระบรมโพธิ
สมภาร ตราบจนปจั จบุ นั ธ ทรงเปน็ ศูนยร์ วมจติ ใจของชาวไทย และดำรงอยภู่ ายใตท้ ศพิธราชธรรม ทรงเป็นผูน้ ำ
การพัฒนา ประเทศในทุกด้าน อันได้แก่ การปกครองประเทศ การพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของ
ประเทศ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงน้อมนำพระราชดำริของในหลวง รัชกาลที่ 9 เรื่อง
เศรษฐกิจพอเพียง มาเผยแพร่ให้ประชาชนไดเ้ รยี นรู้และนำไปปรบั ใช้ ทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศทีพ่ ัฒนา
ไปสู่ความ “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” จนก่อให้เกิดเป็นพลังที่สำคัญยิ่งในการผลักดันให้ประเทศไทยยืนหยัดอยู่ใน
สังคมแห่งอารยประเทศได้อย่าง สง่างาม ประชาชนสามารถนำความรู้ที่ได้ไปเป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน
ตลอดจนใช้ชีวิตอยู่บนพื้นฐานของ ความเป็นไทยและพอเพียง มีความรักความศรัทธาในสถาบัน
พระมหากษัตริย์ มีจิตใจที่ตั้งมั่นอยู่ในการช่วยเหลือ ผู้อื่น เป็นที่พึ่งของสังคม ส่งผลให้ประเทศชาติเกิดสันติสุข
อย่างแท้จริง พระบาทสมเดจ็ พระปรเมนทรรามาธบิ ดี ศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชริ เกล้าเจา้ อยู่หวั ทรงมี
พระราชปณิธานในการบำเพ็ญประโยชน์พื้นที่ชุมชนโดยรอบพระราชวังดุสิต เป็นการทำความดีด้วยหัวใจ โดย
หน่วยงานทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยทหารรักษาพระองค์ ข้าราชบริพารในพระองค์ฯ
ร่วมกับประชาชนจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของโครงการจิตอาสาพระราชทาน
และพระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้หน่วยราชการในพระองค์ 904 ร่วมกันจัดโครงการจิต
อาสาพระราชทาน ตามแนวพระราชดำริ เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ และแสดงความสำนึกในพระมหา
กรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร และสมเด็จพระบรมราชชนนี
พันปีหลวง ที่ทรงประกอบพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน ทั้งนี้เพื่อใหป้ ระชาชนมี
ความสมคั รสมาน สามคั คี มคี วามสขุ และประเทศชาติ มีความมั่นคงอยา่ งยัง่ ยืน จึงทำใหเ้ กิดจิตอาสาที่มีจิตแห่ง
การทำความดีงามทั้งปวง แก่เพื่อนมนุษย์โดยเต็มใจ สมัครใจ อิ่มใจ ซาบซึ้งใจ ปีติสุข ที่พร้อมจะเสียสละเวลา
แรงกาย แรงสติปัญญา เพื่อสาธารณประโยชน์ในการทำกิจกรรมหรือสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น โดยไม่หวัง
ผลตอบแทน และมีความสุขที่ได้ช่วยเหลือผู้อื่น เป็นจิตที่ไม่นิ่ง ดูดาย เมื่อพบเห็นปัญหาหรือความทุกข์ยากท่ี
เกิดขึ้นกับผู้คน เป็นจิตที่มีความสุขเมื่อได้ทำความดี และเห็นน้ำตาเปล่ียนแปลงเป็นรอยยิ้ม เป็นจิตที่เปีย่ มดว้ ย
“บุญ” คือความสงบเยอื กเยน็ และพลังแห่งความดงี าม
สืบเนือ่ งจากพระราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอย่หู วั รชั กาลที่ 10 น้ัน สำนักงาน กศน.
ได้น้อมนำมาเป็นแนวทางเพื่อให้ผู้ที่ได้รับการอบรมมีความรู้ ความเข้าใจ มีจิตสาธารณะที่พร้อมอาสาสมัคร ใน
การบำเพ็ญประโยชน์ต่อส่วนรวม และร่วมกันปกป้องและเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์ สร้างความรักความ
สามัคคี ของประชาชน และขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ อันจะส่งผลให้บุคลากรใน
สังกดั มคี วาม รกั ชาติ เกดิ ความรกั ความสามคั คี เปน็ รากฐานที่เหนยี วแน่นในการพัฒนาประเทศชาติให้มีความ
เจริญมั่นคง เพราะถือว่าบุคลากรเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า และมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการปฏิบัติงานทุก
ประเภท ดังนน้ั การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์จึงถูกกำหนดให้เป็นนโยบายที่มีความสำคญั และจดั เป็นยุทธศาสตร์
รายงานถอดบทเรียนชุมชนจิตอาสาดีเดน่
2
ในการพัฒนา ประเทศ ดังจะเห็นได้จากยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี ยุทธศาสตร์ที่ 1 ด้านความมั่นคง ที่กำหนด
ไว้เพื่อบริหาร จัดการสภาวะแวดล้อมของประเทศให้มีความมั่นคง ปลอดภัย มีความสงบเรียบร้อยในทุกระดับ
และทุกมติ ิ และยุทธศาสตร์ที่ 3 ด้านการพฒั นาและเสริมสรา้ งศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ท่ีกำหนดให้การปฎิรูป
กระบวนการ เรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 (การเปลี่ยนโฉมบทบาท “ครู” ให้เป็นครู
ยุคใหม่) และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560 - 2565) ที่กำหนดว่าต้องให้
ความสำคัญกับการวางรากฐานการพัฒนาคนให้มีความสมบูรณ์ ควบคู่กับการพัฒนาคนไทยในทกุ ช่วงวัยให้เปน็
คนดี มีสุขภาวะ ที่ดี มีคุณธรรมจริยธรรม มีระเบียบวินัย มีจิตสำนึกที่ดีต่อสังคมส่วนรวม มีทักษะความรู้และ
ความสามารถปรับตัวเท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงรอบตัวที่รวดเร็ว ประกอบกับกระแสการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ
และอิทธิพลต่าง ๆ มีผลต่อ การดำเนินงานขององค์การ ประกอบกับมติคณะรัฐมนตรี ครั้งที่ 1/2563 เมื่อวันท่ี
21 มกราคม 2563 ณ ห้องประชมุ เฉลมิ พระเกียรติ มหาวิทยาลยั นราธิวาสราชนครินทร์ จงั หวัดนราธวิ าส ข้อที่
12 เรื่อง สรุปผลการปฏิบัติราชการของคณะรัฐมนตรีในพื้นทีก่ ลุม่ จังหวัดภาคใต้ชายแดน 3.4 เสริมสร้างความ
เข้มแข็งให้กับชุมชนบนพื้นฐานสังคมพหุวัฒนธรรม 2) การจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
เพื่อสร้างโอกาส และลดความเหลื่อมล้ำของสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
จังหวัดปัตตานี ข้อสั่งการ ให้สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ดำเนินการ (1)
สนับสนุนให้ครูและบุคลากรเขา้ รับการอบรมจิตอาสา 904 และการจัดกิจกรรมที่ส่งผลให้เกิดความรกั ชาติ เกิด
ความรัก ความสามัคคี เป็นรากฐานที่เหนียวแน่นในการพฒั นาประเทศชาติให้มีความเจริญม่ันคง สอดคล้องกับ
นโยบายและจุดเน้น ของกระทรวงศึกษาธิการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ที่กำหนดด้านการพัฒนา
การศึกษาเพื่อความมั่นคง 1) พัฒนาคุณภาพการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยน้อมนำยุทธศาสตร์
พระราชทาน “เขา้ ใจ เข้าถงึ พัฒนา” เป็นหลกั ในการดำเนินการ 2) เฝ้าระวังภยั ทกุ รูปแบบท่เี กดิ ขึน้ กบั นักศึกษา
ครู และสถานศกึ ษา โดยเฉพาะภัยจากยาเสพติด อาชญากรรมทาง ไซเบอร์ การค้ามนุษย์ 3) ส่งเสริมให้ใชภ้ าษา
ท้องถิ่น ร่วมกับภาษาไทยเป็นสื่อจัดการเรียนการสอนในพื้นที่ที่ใช้ภาษาอย่างหลากหลาย เพื่อวางรากฐานให้
นักศึกษามีพัฒนาการ ด้านการคิดวิเคราะห์ รวมทั้งมีทักษะการสื่อสารและใช้ภาษาที่สามในการต่อยอดการ
เรียนรู้ได้อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ และ 4) ปลูกฝงั นกั ศึกษาให้มีหลักคดิ ทถ่ี ูกต้องดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม และเป็นผู้
มีความพอเพียง มีวินัย มีความสุจริต มีจิตอาสา โดยใช้กระบวนการลูกเสือและยุวกาชาด และเพื่อให้การ
ดำเนินการของสำนักงาน กศน. สอดรับกับนโยบายและหลักการในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และนำไปสู่การ
ปฏิบัติให้เกิดเป็นรูปธรรมให้ได้นั้น สำนักงาน กศน.จำเป็นต้องลงทุนเพื่อพัฒนาบุคลากรให้มีทักษะ ความรู้
ความสามารถ และทัศนคติที่ดี ต่อการทำงานให้ สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม และปัจจัยอื่น ๆ
เพื่อเตรียมความพร้อมด้านทรัพยากร มนุษย์ให้สามารถนำศักยภาพของแต่ละบุคคลมาใช้ และสร้างให้แต่ละ
บุคคลเกดิ ทัศนคติที่ดีต่อสถาบนั ของชาติ และองค์กร ตลอดจนเกิดความตระหนักในคุณค่าของตนเองและเพ่ือน
ร่วมงาน เพื่อนำไปสู่การพัฒนาเยาวชนไทย บุคลากรผู้ทำหน้าที่ครูในยุคปัจจุบันจึงควรเป็นผู้อำนวยการการ
เรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียน เด็ก และเยาวชนมีความรู้ ที่เท่าทันต่อ การเปลี่ยนแปลง มีกระบวนการคิดวิเคราะห์ และ
แสวงหาความรู้ที่ถูกต้อง เหมาะสม และเหมาะควร ในการกระทำ สำหรับผู้อำนวยการเรียนรู้ในที่นี้จำเป็นต้อง
ส่งเสริมให้ความรู้เรื่องบุญคุณของพระมหากษัตริย์ การปกป้องและเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์ และสถาบัน
สำคญั ของชาติ และความปรองดองสมานฉันท์ มคี วามเข้าใจร่วมกัน เกิดความสมคั รสมานสามัคคีเปน็ อนั หน่ึงอัน
เดียวกัน และยึดมั่นในการปกครองระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และนำความรู้
ดังกล่าวมาถ่ายทอดให้ผู้เรียนในสังกัด สำนักงาน กศน. รวมทั้งประชาชนทั่วไป ให้ได้รับกระบวนการเรียนรู้
และดำรงตนเป็นเยาวชนท่ีดี มีจติ สาธารณะพรอ้ มทจี่ ะบำเพญ็ ประโยชน์ต่อส่วนรวม และรว่ มกนั ปกป้องและเชิด
รายงานถอดบทเรียนชมุ ชนจิตอาสาดเี ด่น
3
ชูสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยสำนักงาน กศน. ได้จัดส่งบุคลากรในสังกัดเข้ารับ การอบรมจิตอาสา 904
“หลักสูตรพื้นฐาน” และ “หลักสูตรหลักประจำ” ณ โรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน มีผู้ผ่านการอบรมภายใน
สังกัดสำนกั งาน กศน. จำนวน 67 คน (ขอ้ มลู รุ่นที่ 1 – 4 ทงั้ “หลักสูตรพน้ื ฐาน” และ “หลักสูตรหลักประจำ”)
เพื่อเป็นจิตอาสาตัวอย่าง เป็นกำลัง เป็นแกนนำ เป็นรากแก้วที่จะเป็นเบ้า เป็นแม่พิมพ์ที่จะนำความรู้ ความ
เข้าใจ คำว่าจิตอาสาไปขยายผลในการพัฒนา บุคลากรภายในสังกัดสำนักงาน กศน. รวมถึงประชาชน ผู้เรียน
ให้เกิดการสร้างอุดมการณ์ สร้างจิตสำนึก สร้างระเบียบวินัย สามารถเป็นผู้นำสำคัญในการประสานความ
ร่วมมือ แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับ ประชาชนในพื้นที่ และนำความรู้ที่ได้รับไปช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความ
เดอื ดรอ้ นจากสถานการณ์วกิ ฤติ และภัยพบิ ตั ิ ไดอ้ ย่างมปี ระสิทธภิ าพ
จากการจัดหลักสูตรจิตอาสา สำนักงาน กศน.จังหวัดชลบุรี ประจำปี 2564 ระหว่างวันที่ 27- 28
พฤษภาคม 2564 มีวัตถุประสงค์เพื่อให้บุคลากรในสังกัดสำนักงาน กศน. เป็นจิตอาสาตัวอย่างเป็นกำลังเป็น
แกนนำ เป็นรากแก้วที่จะเบ้าเป็นแม่พิมพ์ที่นำความรู้ ความเข้าใจคำว่าจิตอาสาไปขยายผลในการพัฒนา
บคุ ลากรภายในสงั กัด สำนกั งาน กศน. รวมถึงประชาชน ผู้เรยี น ให้เกดิ การสรา้ งอุดมการณ์ สรา้ งจิตสำนกึ สร้าง
ระเบยี บวินัย สามารถเป็นผูน้ ำสำคญั ในการประสานความร่วมมือแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กบั ประชาชนใน
พื้นท่ี และนำความรู้ที่ได้รับไปช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์วิกฤติ และภัยพิบัติ อย่างมี
ประสิทธิภาพ ผู้บริหารสถานศึกษาได้นำนโยบายสู่การปฏิบัติ จัดประชุมชี้แจง แต่งตั้งคณะทำงานผู้รับผิดชอบ
มอบนโยบาย จัดทำแผนปฏิบัติงาน จัดกิจกรรมการประกวด ติดตามและประเมินผลสรุปรายงานตามลำดับ
พรอ้ มท้ังเสนอแนะปัญหาและอุปสรรค เพือ่ นำไปสกู่ ารแกไ้ ข
ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอบ้านบึง ได้ดำเนินการขับเคลื่อน
กิจกรรมโครงการขยายผลโครงการจิตอาสาให้แก่ชุมชนและผู้เรียนทุกกลุ่มวัย ให้มีความรู้ความเข้าใจหลักการ
ประชาธิปไตยและร่วมกันสร้างสรรค์สังคม เกิดความรู้รัก สามัคคี เกิดความตระหนักและพร้อมที่จะร่วมกัน
ปกป้องเชิดชูสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึงสามารถให้ความช่วยเหลือหรือปฐมพยาบาล
ผู้ประสบภัยให้เกิดความปลอดภัยในเบื้องต้นได้อย่างถูกต้อง ส่งผลให้เกิดความพร้อมที่จะเป็นอาสาสมัครและ
บำเพ็ญประโยชน์ตอ่ สว่ นรวมตลอดเวลา และสามารถนำความรนู้ ีเ้ ปน็ แนวทางในการปฏบิ ัตงิ าน ตลอดจนใช้ชีวิต
อยู่บนพื้นฐานของความเป็นไทยและพอเพียง น้อมนำพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 เรื่องเศรษฐกิจ
พอเพียง มาเผยแพร่ ให้ประชาชนได้เรียนรู้และนำไปปรบั ใช้ ตลอดจนเข้าใจหลักการทรงงาน แนวหลักปรชั ญา
ของเศรษฐกิจพอเพียง ตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเดจ็ พระมหาภมู ิพลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
สามารถนำหลักดังกล่าว มาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติราชการและพัฒนาขยายผลโครงการอันเนื่องมาจาก
พระราชดำริ ในพื้นที่บ้านหินดาด ตำบลหนองไผ่แก้ว อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี ดังนั้นเพื่อให้การดำเนินงาน
โครงการจิตอาสาของสำนักงาน กศน. เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผล อย่างเป็นรูปธรรม จึงได้นำเสนอ
ชุมชนจิตอาสาที่มีการดำเนินกิจกรรม ด้านจิตอาสาภายในชุมชน ได้รับความร่วมแรงร่วมใจ ความสามัคคี
ภายในชุมชน จนสามารถนำพาชุมชนให้ประสบความสำเร็จได้รับรางวลั เป็นเคร่ืองการันตี ทั้งในระดับกลุ่มและ
ระดบั บคุ คล เป็นชุมชนท่มี ีความอยู่ดี กินดี เป็นชุมชนทน่ี ่าอยู่ การใชช้ ีวิตอย่างการพึ่งพาตนเอง ชมุ ชนมีรายจ่าย
ในครัวเรือนทลี่ ดนอ้ ยลง มีการสรา้ งอาชีพใหม่ สร้างรายไดใ้ ห้กับตนเองและชุมชน มีการส่งเสรมิ และสรา้ งวินัยใน
การออมของคนในชุมชนที่เด่นชัด เป็นแหล่งเรียนรู้ท่ีมีคุณค่า และประโยชน์มากมายสำหรับนักเรียน นักศึกษา
และประชาชนทม่ี คี วามสนใจ สามารถนำไปประยกุ ต์ใช้ในการดำเนนิ ชีวิตประจำวนั ได้
รายงานถอดบทเรียนชมุ ชนจิตอาสาดเี ดน่
4
วตั ถปุ ระสงค์การถอดบทเรยี น
1. เพ่อื ศึกษาขั้นตอน การปฏิบัติ ชมุ ชนจติ อาสา ทปี่ ระสบความสำเรจ็ เปน็ รปู ธรรม
2. เพื่อศึกษาจดุ แขง็ จุดออ่ น โอกาสพัฒนา และภาวะคุกคาม
3. เพ่อื ศึกษาขอ้ เสนอแนะ และแนวทางการพัฒนา
รายงานถอดบทเรยี นชุมชนจิตอาสาดเี ดน่
5
บทที่ 2
วิธกี ารดำเนินการถอดบทเรียน
การถอดบทเรียนโครงการขยายผลโครงการจิตอาสา สำนักงาน กศน.จังหวัดชลบุรี ประจำปี
2564 โดยศนู ยก์ ารศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยอำเภอบา้ นบึง ได้ดำเนินการถอดบทเรียน ชมุ ชน
จิตอาสาดีเด่น ชุมชนบ้านหินดาด ตำบลหนองไผ่แก้ว อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี โดยใช้การเก็บรวบรวม
ข้อมูล ทั้งข้อมูลเชิงปริมาณ และข้อมูลเชิงคุณภาพ โดยใช้กระบวนการสนทนากลุ่ม (Focus Group) และการ
สัมภาษณแ์ บบเจาะลกึ (In-dept Interview) โดยมรี ายละเอยี ดการดำเนินการถอดบทเรียน ดังน้ี
ขอบเขตของการดำเนนิ งานโครงการ
- คณะครู กศน.อำเภอบ้านบึง จำนวน 10 คน
- ศนู ยจ์ ดั การกองทุนชุมชนบ้านหนิ ดาด หมู่ 2 ตำบลหนองไผ่แก้ว อำเภอบ้านบึง จงั หวดั ชลบุรี
ขั้นตอนการดำเนินงานและกจิ กรรม
- ครู กศน.เข้ารับการอบรมโครงการจิตอาสา กศน. สำนักงาน กศน.จังหวัดชลบุรี ประจำปี
2564
- ประชุมชแี้ จง คัดเลือกชมุ ชนจติ อาสาดีเดน่
- ประสานผ้นู ำชมุ ชนจิตอาสา รวบรวมข้อมลู จัดทำรปู เล่ม และถา่ ยคลปิ วดี โี อ
- สรปุ บทเรียน
วิธีดำเนนิ การถอดบทเรยี น
การขับเคลือ่ นจิตอาสา
1. กลไกการขบั เคล่ือน
1.1 ระดับอำเภอ
- ศูนยก์ ารศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั อำเภอบ้านบึง ดำเนนิ การจดั อบรมตามโครงการ
จิตอาสา ของสำนักงาน กศน. จังหวัดชลบุรี ประจำปี 2564 ระหว่างวันที่ 27 - 28 พฤษภาคม 2564
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ครู กศน.เป็นจิตอาสาตัวอย่าง เป็นกำลัง เป็นแกนนำ เป็นรากแก้วที่จะเป็น
เบ้า เป็นแม่พิมพ์ ที่จะนำความรู้ ความเข้าใจ คำว่าจิตอาสาไปขยายผลในการพัฒนา บุคลากรภายในสังกัด
สำนักงาน กศน. รวมถึงประชาชน ผเู้ รยี น ให้เกดิ การสร้างอุดมการณ์ สรา้ งจติ สำนกึ สรา้ งระเบยี บวนิ ัย สามารถ
เป็นผ้นู ำสำคญั ในการประสานความร่วมมือ แกไ้ ขปญั หาความเดอื ดรอ้ นใหก้ ับประชาชนในพื้นที่ และนำความรู้ท่ี
ไดร้ บั ไปชว่ ยเหลอื ผ้ทู ไี่ ด้รบั ความเดือดร้อนจากสถานการณ์วกิ ฤติ และภยั พิบัติ ไดอ้ ยา่ งมีประสทิ ธิภาพ
1.2 ระดับตำบล
- ครู กศน.ตำบล นำความรู้ที่ได้รับไปถ่ายทอดให้กับทุกชุมชนในตำบลหนองไผ่แก้ว โดยการให้ความรู้
ในเรื่องของจติ อาสาและลงมือปฏิบัตจิ ริง โดยการจดั กิจกรรม “จิตอาสา เราทำความดีดว้ ยหวั ใจ” ในการร่วมกัน
พฒั นาวัด โรงเรียน บรเิ วณรอบๆ ชมุ ชน การถางหญา้ ตัดตน้ ไม้ เก็บขยะ บนไหล่ทางสาธารณะในชุมชน
1.3 ระดับหมบู่ า้ น
- ชมุ ชนและประชาชนในชุมชนเข้ารว่ มอบรม และเขา้ ร่วมกจิ กรรม “จติ อาสา เราทำความดดี ้วยหัวใจ”
เข้าร่วมกันพัฒนาวัด โรงเรียน บริเวณรอบๆ ชุมชน การถางหญ้าตัดต้นไม้ เก็บขยะ บนไหล่ทางสาธารณะใน
ชุมชน และการช่วยเหลือ มอบถุงยังชีพให้กับผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาส ผู้ป่วยติดเตียง และช่วยเหลือกันในยามเกิด
ภยั พบิ ตั ิ โดยการขบั เคลอื่ นกิจกรรมจติ อาสารว่ มกันระหว่างครู กศน.ตำบล (นางสาวกณั ห์สิภัทร เหลืองนภัส)
รายงานถอดบทเรยี นชมุ ชนจิตอาสาดีเดน่
6
ผู้ใหญ่บ้าน (นายอัครวัฒน์ ทองแถม) และผู้นำฝ่ายต่างๆในชุมชน เช่น อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน
(อสม.) ชมรมกำนันผใู้ หญบ่ า้ น กลมุ่ สตรี ฯลฯ
2. กระบวนการในการขับเคลอ่ื น
กิจกรรมหลัก วตั ถปุ ระสงค์ กลมุ่ เป้าหมาย เปา้ หมาย พนื้ ที่ ระยะเวลา งบประมาณ
10 คน ดำเนนิ การ
1. ขั้นวางแผน(Plan) เพอื่ วางแผน - ผอ.กศน.อำเภอ 1-2
- กศน. มิถนุ ายน
1.1 วางแผน ปฏิบตั ิงาน บา้ นบงึ อำเภอ 2564
บ้านบงึ
ปฏิบัติงาน - คณะครู กศน.
1.2 ประสานผนู้ ำ อำเภอบา้ นบึง -
ชมุ ชน
1.3 แต่งต้งั คณะ
ทำงาน
1.4 จัดทำโครงการ
2. ขั้นดำเนินงาน(Do) 1. เพ่อื ศึกษาขัน้ ตอน ชุมชนบ้านหินดาด 1 แห่ง ศูนยจ์ ดั การ 3-10
กองทุนชุมชน มิถนุ ายน
การปฏิบตั ิ ชุมชนจติ บ้านหนิ ดาด 2564
(แหง่ ใหม่)
อาสาท่ีประสบความ หมู่ 2
ต.หนองไผ่
สำเรจ็ เปน็ รปู ธรรม แก้ว อ.บา้ น
บึง
2. เพอื่ ศึกษาจดุ จ.ชลบรุ ี
แข็ง จุดอ่อน โอกาส 1 แห่ง ศนู ยจ์ ัดการ 10 -
กองทุนชมุ ชน มถิ ุนายน -
พฒั นา และภาวะ บ้านหินดาด 2564
(แหง่ ใหม่)
คกุ คาม หมู่ 2
ต.หนองไผ่
3. เพอื่ ศึกษา แก้ว อ.บา้ น
บงึ
ข้อเสนอแนะ และ จ.ชลบรุ ี
แนวทางการพฒั นา
3. ข้นั ตรวจสอบ 1. เพื่อศึกษาความ ชมุ ชนบา้ นหนิ ดาด
(Check) เป็นไปได้ของ
3.1 การประเมินผล โครงการ
ก่อนดำเนินโครงการ 2. เพอ่ื ศึกษาความ
3.2 การประเมิน ก้าว หนา้ ของ
ระหว่างดำเนนิ โครงการฯ
โครงการ 3. เพอ่ื ศึกษา
3.3 การประเมิน ผลสำเร็จของ
เม่ือเสร็จส้นิ โครงการ โครงการ
รายงานถอดบทเรยี นชมุ ชนจิตอาสาดเี ดน่
7
กิจกรรมหลกั วตั ถปุ ระสงค์ กลมุ่ เป้าหมาย เปา้ หมาย พ้ืนท่ี ระยะเวลา งบประมาณ
10 คน ดำเนนิ การ -
4. ข้ันปรบั ปรุงแก้ไข เพอ่ื นำผลการ - ผอ.กศน.อำเภอ - กศน. 10-11
(Action) มิถนุ ายน
ประเมินมาใช้ในการ บ้านบงึ อำเภอ
ปรับปรุงและพัฒนา - คณะครู กศน. 2564
บา้ นบึง
อำเภอบา้ นบึง
โครงการ
3. เครอื่ งมือท่ใี ช้ในการขับเคลือ่ น
การเกบ็ รวบรวมข้อมูล ท้งั ขอ้ มูลเชิงปริมาณ และขอ้ มูลเชงิ คุณภาพ โดยใชก้ ระบวนการสนทนา
กลุ่ม (Focus Group) และการสมั ภาษณแ์ บบเจาะลึก (In-dept Interview)
รายงานถอดบทเรียนชมุ ชนจิตอาสาดเี ดน่
8
บทท่ี 3
ผลการถอดบทเรียน
สืบเนื่องโครงการจิตอาสา “เราทำความดีด้วยหัวใจ” ได้เข้าไปอยู่ ณ ดวงใจคนไทยทุกคน
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงห่วงใยและทรงคำนึงถึงความอยู่ดีมีสุข
ของประชาชนเป็นสำคัญ พระองค์จึงทรงมีพระราชปณิธานแนว่ แน่ ที่จะทำให้ประเทศชาติมั่นคงและประชาชน
มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ประกอบกับมีพระราชประสงค์ที่จะสืบสาน รักษา และต่อยอดโครงการอัน
เนอ่ื งมาจากพระราชดำริและแนวพระราชดำริต่างๆ ของรชั กาลที่ 9 ในการบำบัดทุกข์และบำรุงสุขให้ประชาชน
และพัฒนาประเทศให้เจรญิ ก้าวหน้า สมเดจ็ พระเจ้าอยู่หัว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้หน่วย
ราชการในพระองค์ ร่วมกับหน่วยราชการต่างๆ และประชาชนทุกหมู่เหล่าที่มีจิตอาสา บำเพ็ญ
สาธารณประโยชน์ ในพื้นที่ต่างๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และแก้ไขปัญหาให้แก่ประชาชนไม่ว่าจะเป็น
ปัญหาน้ำท่วมในเขตชุมชน ปญั หาการจราจร และอ่นื ๆ
ชุมชนบ้านหินดาด ตำบลหนองไผ่แก้ว อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี โดยการนำ
ของผู้ใหญ่บา้ น (นายอคั รวัฒน์ ทองแถม) และผนู้ ำฝ่ายต่างๆในชุมชน ไดด้ ำเนนิ การขับเคล่ือนกิจกรรมจิตอาสา
ในชุมชนบา้ นหนิ ดาดเรื่อยมาจนถงึ ปจั จุบัน ดังนี้
1. ทำไดจ้ รงิ และขยายผล
1.1 สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากการดำเนินกิจกรรมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของในหลวง
รัชกาลที่ 9 นายอัครวัฒน์ ทองแถม (ผู้ใหญ่บ้าน) ได้นำความรู้ด้านจิตอาสามาขยายผลให้ชุมชนในพื้นท่ี
บ้านหินดาด โดยการสร้างความตระหนักให้แก่ประชาชนในชุมชน โดยตระหนักว่าการสร้างจิตอาสาเป็นความ
รับผิดชอบในตนเอง แม้ว่าจะได้รับการอบรมสั่งสอน ถ้าใจตนเองไม่ยอมรับ จิตอาสาก็ไม่เกิด ฉะนั้นคำว่า
"ตนเปน็ ท่ีพึง่ แห่งตน" จึงมคี วามสำคัญส่วนหนง่ึ ในการสรา้ งจิตอาสา ถ้าตนเองไม่เหน็ ความสำคัญแล้วคงไม่มีใคร
บังคบั ได้นอกจากใจของตนเองแล้ว แนวทางท่ีสำคัญในการจิตอาสายังมีอีกหลาย ประการ ถา้ ปฏิบัติได้ก็จะเป็น
ประโยชน์ตอ่ ตนเองและสังคม ไดแ้ ก่
1. สร้างวินัยในตนเอง ตระหนักถึงการมีส่วนร่วมในระบบประชาธิปไตย รู้ถึงขอบเขตของสิทธิ
เสรภี าพ หน้าที่ ความรับผิดชอบ ตอ่ ตนเองและสงั คม
2. ให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อม ตระหนักเสมอว่าตนเองคือส่วนหนึ่งของสังคมต้อง
มคี วามรบั ผดิ ชอบ ในการรกั ษาสิง่ แวดลอ้ ม ซึ่งเป็นเรอื่ งของส่วนรวม ท้ังตอ่ ประเทศชาติ และโลกใบน้ี
3. ตระหนักถึงปัญหาและผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสังคม ให้ถือว่าเป็นปัญหาของตนเองเช่นกัน
ซงึ่ ตอ้ งอาศยั ความรว่ มมือในการแกไ้ ขปญั หา
4. ยึดหลักธรรมในการดำเนินชีวิต เพราะหลักธรรมหรือคำสั่งสอนในทุกศาสนาที่นับถือ
สอนให้ คนทำความดีทั้งสิ้น ถ้าปฏิบัติได้จะทำให้ตนเองมีความสุข นอกจากนี้ยังก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม
ด้วย ซ่ึงทำใหเ้ รา สามารถอยูใ่ นสังคมไดอ้ ยา่ งมีความสุข
ชุมชนจะเป็นผู้รับอย่างเดียวจากส่วนราชการในเรื่องความสะดวกต่างๆ ไม่ได้ การขยาย
ความรู้ความสามารถในพื้นทีค่ ือการเป็นจิตอาสา ซึ่งจิตอาสาไม่ได้หมายถึงแค่การทำความดีอย่างเดียว การเป็น
จิตอาสาให้กับทุกด้าน เช่น ความมั่นคงทางด้านอาหาร ความมั่นคงด้านพลังงาน ด้านสิ่งแวดล้อม ความ
ปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน ซึ่งส่วนราชการอาจเข้ามาดูแลไม่ทั่วถึงจึงต้องอาศัยกำลังด้านจิตอาสาซึ่งเป็น
ภาคประชาชนทกุ คน ที่จะมาเป็นจิตอาสาจะต้องมีจิตใจท่ีเสยี สละด้วยความมุ่งมั่น เพื่อความปลอดภัยในชมุ ชน
รายงานถอดบทเรียนชมุ ชนจิตอาสาดีเด่น
9
และมีการประชาสัมพันธ์ เชิญชวนจิตอาสาเนื่องในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวงรชั กาลท่ี
9 ในฐานะประธานชุมชน ในด้านการดแู ลสถานที่ อำนวยความสะดวกด้านจราจรตามความถนัดของบุคคลและ
ขยายผลต่อเนื่อง ด้านสาธารณประโยชน์ เช่น เชิญชวนตัดหญ้าข้างถนน การนำยางมะตอยสำเร็จรูป หรือ
ปูนซีเมนต์ไปอุดปะหลุม เพราะบางครั้งการดูแลขององค์กรบริหารส่วนท้องถิ่นไม่เท่าทันความเดือดร้อน ด้าน
ความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ ด้านสิ่งแวดล้อมได้เชิญชวนประชาชนไปปลูกป่าชุมชนบ้านหินดาด เพื่อ
เป็นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพิ่มพื้นท่ี สีเขียว การปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง รวมไปถึงเรื่องรางวัด
เวนนคืนพน้ื ที่ที่ถูกชาวบ้านรุกล้ำให้กลับมา เป็นพืน้ ทใี่ ช้สาธารณะประโยชน์ จากการเวนคืนพื้นท่ีได้อีกจำนวน
9 ไร่ การมีการขุดสระน้ำดิบใช้สำหรับประปาหมู่บ้านเดิมไม่เคยมีประปา และได้นำเรื่องพลังงานทดแทน พลัง
แสงอาทิตย์มาใชเ้ รื่องของน้ำประปา ดา้ นสาธารณสุขดแู ลในเร่ืองของโรคพษิ สนุ ขั บ้า ลูกน้ำยงุ ลาย ช่วงการแพร่
ระบาดไวรัสโควิด 19 ได้เชิญชวนจิตอาสาให้ความรู้ การเฝ้าระวัง การปฏิบัติตัว การใส่แมส หน้ากากผ้า เว้น
ระยะห่างทางสังคม การสังเคราะห์ราษฎร์ในพื้นที่ผู้ด้วยโอกาส ผู้พิการ ผู้ยากไร้ที่ต้องการความช่วยเหลือจาก
ชุมชนต้องอาศัยประชาชนที่มีจิตอาสาที่ได้สมัครเป็นจิตอาสาและไม่ได้สมัครของจิตอาสาของพระเจ้าอยู่ หัว
รัชกาลที่ 10 เป็นผู้นำชุมชนจิตอาสาพัฒนา จิตอาสา ภัยพิบัติ การระดมกำลังช่วยงานสาธารณะ ก็ให้ความ
ร่วมมือทุกครั้ง เช่น โครงการจิตอาสา เราทำความดีด้วยหัวใจจิตอาสาทำความสะอาดสถานวัด โรงเรียน ใน
ชุมชน สถานที่ราชการ อาคารอเนกประสงค์ รวมถึงการร่วมบริจาคทรัพย์ สมทบทุนเพื่อพัฒนาระบบบริการ
สาธารณสุขและให้บริการแก่ผู้ป่วยพร้อมบุคคลทั่วไป เพื่อให้เป็นสถานบริการน่าทำงานและเป็น
สาธารณประโยชน์ แก่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบา้ นหนองไผแ่ กว้ เป็นต้น
1.2 ผลการดำเนินงานเป็นทป่ี ระจักษ์
ผลการดำเนินงานที่เป็นประจักษ์ของชุมชนได้น้อมนำพระราชดำรัสเรื่องการออม ซึ่งประชาชนทุกคน
ในชุมชนไดร้ ่วมแรงรวมใจ เสยี สละเวลา ในการพฒั นาชมุ ชนดว้ ยจิตอาสา ศูนยจ์ ัดการกองทุนชุมชนบ้านหินดาด
จนประสบความสำเร็จในด้านการออม การลดหนี้ ปลดหนี้ ของคนในชุมชน เมื่อได้เข้าร่วมกองทุนแล้วสามารถ
ลดหนี้ให้กับตนเองและครอบครัวได้แล้วจึงนำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวันทุกวัน ส่งผลให้ได้รับรางวัลหมู่บ้าน
ส่งเสริมการออมบ้านหินดาด หมู่ 2 ตำบลหนองไผ่แก้ว อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี และได้รับรางวัลสถาบัน
การเงินชุมชนต้นแบบตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และเป็นศูนย์จัดการกองทุนชุมชนบ้านหินดาด
และเรื่องพลังงานทดแทน ศูนย์จัดการกองทุนชุมชนบ้านหินดาด ได้ต้อนรับคณะศึกษาดูงานสำนักงานพัฒนา
ชุมชนจังหวัดปราจีนบุรี และสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เข้าศึกษาดูงานศูนย์จัดการ
กองทุนชมุ ชนตน้ แบบบา้ นหินดาด การใชพ้ ลังงานทดแทนในระบบประปาหมู่บา้ น และพ้นื ทป่ี ลกู ปา่ ชมุ ชน
1.3 กิจกรรมส่งเสริมให้ประชาชนได้รับความรู้ ความเข้าใจ มีจิตสาธารณะที่พร้อมอาสาสมัครในการ
บำเพ็ญประโยชน์ต่อส่วนรวม ตลอดจนมีการขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ ทำให้
ประชาชนในชุมชนเกิดความรักความสามัคคี เช่น สาธารณประโยชน์ จิตอาสา ทำความดีด้วยหัวใจ พัฒนา
หมู่บ้าน ปลูกป่าชุมชน คัดแยกขยะ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทำความสะอาด โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล
รายงานถอดบทเรยี นชมุ ชนจิตอาสาดเี ด่น
10
หนองไผ่แก้ว และชุมชนร่วมกันช่วยเหลือประชาชนช่วยเหลืออำนวยความสะดวกให้คนในชุมชนเมื่อประสบ
อุบัติเหตุ การทำความดีเทิดพระเกียรติแล้วยังเป็นการทำความดีเพื่องานสาธารณะด้วยความสมัครใจแล้ว ยังมี
การชกั ชวนประชาชน ในชุมชนให้ร่วมสมัครเป็นจิตอาสาของพระเจ้าอยูห่ ัวรชั กาลที่ 10 เพ่ือร่วมกันทำความดี
ถวายพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลท่ี10 และร่วมกันทำความดีเพื่องานสาธารณะต่างๆ การทำฝายชะลอการกักเก็บน้ำ
ไว้ใช้ในยามฝนทิ้งช่วง ของชุมชน การตัดหญ้าริมข้างทาง เพื่อความสะดวกและปลอดภัยเวลาสัญจรไปมา ใน
เวลาปกติและยามค่ำคืน เพื่อป้องกันอุบัติเหตุต่างๆ ร่วมกันปลูกต้นไม้และติดตั้งป้ายแสดงให้เห็นว่าในพื้นที่
บ้านหินดาดมีพื้นที่ป่าชุมชน ที่ให้ประโยชน์กับประชาชนในชุมชน ทำให้ประชาชนเกิดความรักความสามัคคี
ในชมุ ชน
1.4 มีการนำโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริมาจัดกิจกรรม เพื่อส่งเสริมให้ ชุมชนสร้างสัมมาชีพ
ที่เป็นรูปธรรมและสามารถต่อยอดได้ เช่น ยกระดับรายได้ของ ครัวเรือน มีกลุ่มอาชีพเพิ่มขึ้น ชุมชนบ้านหิน
ดาด มีการนำโครงการอนั เนือ่ งมาจากพระราชดำริมาจดั กจิ กรรมในชมุ ชน เช่นการจดั โครงการชุมชนอยดู่ ี กินดี
ด้วยหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยเป็นการอบรมให้ความรู้แก่ประชาชนในชุมชนในเรื่องของการนำ
หลักปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินชวี ิต การปลูกป่า ๓ อย่าง ประโยชน์ ๔ อย่าง
การปลูกผักสวนครัว รั้วกินได้ และการนำสับปะรดซึ่งเป็นผลผลิตในชุมชนในบางช่วงเวลาก็มีราคาตกต่ำ นำไป
ทำให้เกิดประโยชน์โดยการนำมาทำปยุ๋ หมกั ชีวภาพแทนทีจ่ ะทงิ้ ผลผลติ น้ัน ซงึ่ จากการอบรมในโครงการดังกล่าว
ส่งผลให้ประชาชนในชมุ ชนเริ่มนำความรู้ทีไ่ ด้รบั จากการอบรมมาปรับใช้ มีการปลูกผักสวนครัวไว้กินเองภายใน
ครัวเรือน เป็นการลดรายจ่ายภายในครอบครัวไปในตัว มีการทำปุ๋ยหมักใช้เอง แจกจ่ายภายในชุมชน เป็นการ
ลดการใช้สารเคมี ทำใหค้ นในชุมชนมีรายจา่ ยลดลงและยงั ทำใหค้ นในชุมชนมีสุขภาพอนามัยท่ดี ี จากครอบครัว
หนงึ่ ไปสูอ่ ิกครอบครัวหน่ึงต่อไปเร่อื ย ๆ ทำใหช้ มุ ชนมีรายจา่ ยครัวเรือนลดน้อยลง โครงการพลงั งานทดแทนเพ่ือ
ชมุ ชนน่าอยู่ เป็นการอบรมใหค้ วามรู้และสง่ เสรมิ ให้คนในชุมชนหันมาใช้พลังงานทางเลือก พลงั งานทดแทน เป็น
พลังงาน ที่สะอาด พลังงานแสงอาทิตย์ เป็นพลังงานธรรมชาติ จัดเป็นพลังงานทดแทนประเภทหมุนเวียนที่ใช้
แล้วไม่หมดไป เรารู้จักการใช้พลังงานแสงอาทิตย์มาตั้งแต่บรรพบุรุษ โดยการใช้ประโยชน์โดยตรงจากแสงและ
ความร้อนของดวงอาทิตย์ ความร้อนที่ได้จากแสงแดดสามารถทำให้ผ้าแห้ง อาหารแห้ง สร้างความอบอุ่น
ให้แก่ร่างกาย และเรายังใช้แสงสว่างของดวงอาทิตย์ในการดำรงชีวิตประจำวัน ช่วยในการมองเห็น เป็นตัว
บอกเวลาตามธรรมชาติ และนอกจากนี้พลังงานจากแสงอาทิตย์ยงั ช่วยให้พืชเจริญเติบโต เป็นแหล่งอาหารของ
มนุษย์และสัตว์ ซึ่งการใช้พลังงานแบบนี้ไม่จำเป็นต้องอาศัยอุปกรณ์เลย พลังงานแสงอาทิตย์สามารถนำมาใช้
ประโยชน์ได้หลากหลาย เช่น การใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในการผลิตกระแสไฟฟ้า การใช้พลังงานแสงอาทิตย์
เพื่อผลิตความร้อน การใช้พลังงานในการอบแห้งด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ เป็นต้น ซึ่งในการอบรมให้ความรู้ใน
ครั้งนีเ้ ป็นการฝึกปฏิบัติ การใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ในการดึงน้ำข้ึนมารดต้นไม้ การใช้พลังงานแสงอาทิตย์ใน
การให้แสงสว่างในยามค่ำคืน จากการใช้ในครัวเรือนสู่สาธารณะโดยการร่วมแรงร่วมใจของคนในชุมชนช่วยกัน
หาอุปกรณ์ และร่วมแรงร่วมใจกันช่วยติดตั้งแสงสว่างบริเวณถนนที่ไม่มีแสงสว่าง ที่ไม่มีไฟริมทาง ทำให้การ
สญั จรไปมาของคนในชุมชนไมม่ ืด และนา่ กลัว และชุมชนบา้ นหินดาดยังเปน็ แหลง่ เรยี นรู้ของนักเรียน นักศึกษา
รายงานถอดบทเรียนชุมชนจิตอาสาดีเด่น
11
ในตำบลหนองไผ่แก้วในเรื่องของการนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในชุมชน จนชุมชนสามารถลด
จ่ายภายในครัวเรือนได้อย่างชัดเจน และเป็นแหล่งเรียนรู้ในเรื่องของ โคก หนองนา โมเดล โดยได้รับความ
รว่ มมือร่วมใจจากคนในชมุ ชน ในการสร้าง โคก หนอง นา โมเดล ขึน้ มาจนเป็นแหล่งเรยี นรแู้ ละศึกษาดูงานของ
นักเรียน นักศึกษา และประชาชนในพื้นที่ และต่างพื้นที่ที่มีความสนใจ ถือว่าเป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีคุณค่าและ
ประโยชนต์ อ่ ชมุ ชนเปน็ อยา่ งมาก จากการท่ชี ุมชนเป็นชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง คนในชุมชนมีจติ อาสาในการร่วม
ทำกิจกรรมต่างๆ ภายในชุมชน มีการฝึกอบรมอาชีพ จาก กศน.อำเภอบ้านบึง โดยการสนับสนุนวิทยากร
และค่าวัสดุฝึก จนประชาชนในชุมชนสามารถสร้างรายได้ให้กับตนเองและครอบครัวได้ คืออาชีพการเย็บ
กระเปา๋ จากหนังด้วยมือ จากการท่คี นในชมุ ชนเสียสละเวลาเขา้ ฝกึ อาชพี กับทาง กศน.อำเภอบ้านบงึ จนสามารถ
ฝึกฝนฝีมือจนสามารถสร้างรายได้ให้กับตนเอง และครอบครัว มีการขยายผลต่อให้กับผู้ที่สนใจต้องการมี
รายได้เสริมท้งั ภายในพ้นื ท่ีและตา่ งพื้นที่ และมีการต่อยอดการทำอาชีพโดยการไดร้ ับเชญิ ให้ไปเป็นวิทยากรสอน
การเย็บกระเป๋าจากหนังด้วยมือในต่างพื้นที่จนเป็นที่รู้จัก ของหลายๆ พื้นที่ เป็นการสร้างอาชีพใหม่ให้กับ
ชมุ ชน การทีช่ มุ ชนจะน่าอยู่ สงิ่ สำคัญทสี่ ดุ คอื การทคี่ นในครอบครวั ในชุมชนมีการสง่ เสริมและสร้างวินัยให้เกิด
การออม เพ่อื สร้างความม่นั คงให้กบั ครอบครัวในอนาคต ถ้าคนในชุมชนไมร่ จู้ ักและมีวินัยในการใช้เงนิ มีรายจ่าย
มากกว่ารายรับ มีการสร้างหนี้ที่ไม้จำเป็นขึ้นมา ก็จะทำให้ครอบครัว และชุมชนเกิดปัญหา แต่ถ้าชุมชน
ตระหนัก มีการส่งเสริมและสร้างวินัยในการออมขึ้นมา ก็จำทำให้เกิดการตื่นตัว ตระหนักไม่อยากที่จะเป็ นหนี้
อยากจะมเี งนิ ออมมากๆ เพื่อทำใหค้ วามเป็นอยู่ทดี่ ีขน้ึ ไมต้ ้องเปน็ หน้ี ทงั้ นีก้ ารท่ีชุมชนอยู่ดี กินดี เร่ิมต้นมาจาก
การนำหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกตใ์ ช้ในการดำเนินชีวติ ประจำวนั และมีจิตสาธารณะของคน
ในชมุ ชน จึงทำใหช้ ุมชนน่าอยู่ อยู่ดี กินดี
2. งานด้านจติ อาสา
2.1 เป็นชมุ ชนทไ่ี ด้รบั การยกย่องว่าเป็นชุมชนทมี่ ีการดำเนินงานดา้ นจติ อาสา ชุมชนบา้ นหินดาด ได้รับ
การยกย่องว่าเป็นชุมชนที่มีการดำเนินงานด้านจิตอาสาโดยการได้รับรางวัลระดับกลุ่มและระดับบุคคล โดย
รางวัลระดับกลุ่มที่ได้รับการยกย่องคือ รางวัลชนะเลิศกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต ระดับจังหวัด และรางวัล
ชนะเลิศศูนย์จัดการกองทนุ ชุมชนดเี ด่น ระดับเขต ของกรมพัฒนาสังคมและชุมชน กระมรวงมหาดไทย ซึ่งเป็น
รางวัลที่ทุกคนในชุมชน มีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะศูนย์จัดการกองทุน มีการขับเคลื่อนและมีการ
ดำเนินงานแก้ไขปัญหาหนี้ ในครัวเรือนที่มีการสร้างหนี้โดยไม่ตระหนักถึงการเป็นหนี้ในชุมชน โดยการเข้าไป
ช่วยบริหารจัดการหนี้ในครัวเรือนที่ได้รับความเดือดร้อนจนประสบความสำเร็จ หลานครัวเรือน จนเป็นที่
ยอมรบั ของชุมชนและได้รับการคัดสรร ใหเ้ ปน็ ศนู ย์จดั การกองทุนชมุ ชนดเี ด่นระดบั เขต และไดร้ บั รางวัล
2.2 เป็นชุมชนที่สามารถเป็นต้นแบบในการบริหารจัดการจิตอาสาชุมชนเพื่อพึ่งตนเองได้ โดยคนใน
ชุมชน มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ ชุมชนบ้านหินดาดเปน็ ชุมชนที่มีการบริหารจัดการจิตอาสาชุมชน โดย
คำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนในชุมชนเป็นหลัก แนะนำ เชิญชวน ให้ประชาชนในชุมชนเห็นความสำคัญ
ในการออม เป็นการสร้างวินัยให้กับประชาชนในการบริหารจัดการเงิน รายรับ รายจ่าย โดยให้มีรายจ่ายน้อย
รายงานถอดบทเรียนชมุ ชนจิตอาสาดีเด่น
12
กว่ารายรับ เพอ่ื ผลประโยชน์ทจี่ ะได้รบั ในวนั ข้างหน้า อย่างเปน็ รปู ธรรม โดยมีกลมุ่ ให้ประชาชนเลือกการออม
แบบออมทรัพย์เพื่อการผลิต ที่มีการออมเงินเป็นประจำเดือนละ 1 ครั้ง และมีการออมแบบสถาบันการเงิน
ชุมชนต้นแบบ ตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เป็นการออมทุกสัปดาห์ สามารถฝาก-ถอน และเป็น
แหล่งเงินทุนให้กับชุมชนไว้สำหรับการกู้-ยืม เพื่อเพิ่มรายได้ ลดรายจ่ายให้กับครัวเรือน โดยไม่ต้องผ่าน
กระบวนการที่ยุ่งยาก ซึ่งประชาชน ในชุมชนได้รับการแนะนำ ส่งเสริม ทำให้ทุกคนตระหนัก มีความมุ่งม่ัน
กระตือรือร้น ในการเก็บออมเพื่อครอบครัวและเป็นชุมชนที่พึ่งพาตนเองได้ มีความมั่นคง ยั่งยืน เป็นชุมชน
ตน้ แบบในการบริหารจัดการจิตอาสาชุมชนเพ่ือพึง่ พาตนเองได้
1. ความคาดหวังก่อนดำเนนิ การ
1.1 ประชาชนในชุมชนมีความรู้ความเข้าใจ มีจิตสาธารณะ และสมัครใจในการบำเพ็ญประโยชน์
เพื่อส่วนรวม
1.2 ประชาชนในชมุ ชนมีการนำหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใชใ้ นครัวเรือน
1.3 ประชาชนในชมุ ชนสามารถดำเนินชวี ิตด้วยความสุข มีอาชพี ที่มนั่ คง มรี ายไดส้ ่คู รอบครัว
1.4 เป็นชุมชนทสี่ ามารถพึง่ พาตนเองได้ โดยมีคนในชมุ ชนมสี ่วนรว่ ม
2. สงิ่ ทเ่ี กดิ ข้นึ จรงิ หลังการดำเนินกจิ กรรม
มีการนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในชุมชน ทำให้ครัวเรือนในชุมชนสามารถ ลด
รายจ่ายภายในครัวเรือนได้ ทำให้ชุมชนกินอิ่ม นอนอุ่น ไม่เดือดร้อน ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ มีการ
ส่งเสริมและสร้างวินัยในการออมในชุมชน เพื่อความมั่นคงในอนาคต และประชาชนในชุมชนยังมีจิตสาธารณะ
ในการบำเพ็ญประโยชนเ์ พื่อสว่ นรวม ไม่วา่ จะเป็นการปลกู ป่าชุมชน เป็นการคนื ความสมดุลใหก้ บั ธรรมชาติสร้าง
ความชุม่ ช้ืน ใหก้ บั ชุมชน เปน็ แหลง่ อาหารชมุ ชน แหลง่ ต้นน้ำในชุมชน และสิ่งสำคญั คือเป็นชมุ ชนที่มีอากาศที่
บริสุทธิ์ โดยได้รับความร่วมมือจาก นักเรียน นักศึกษา ประชาชนในชุมชน และเครือข่าย ในการร่วมปลูกป่า
ชุมชนจนเป็นรูปธรรม นอกจากการนี้ยังมีการทำกิจกรรมสาธารณะร่วมกับเครือข่ายอย่างเข้มแข็ง พร้อมเพรียง
เช่น การร่วมกันทำความสะอาดในที่สาธารณะ วัด โรงเรียน ฯ แม้แต่การตัดหญ้า ถางหญ้า ข้างทางในชุมชน
ประชาชนในชมุ ชนมจี ิตอาสา ใหค้ วามร่วมมอื อยา่ งเตม็ ทีโ่ ดยทีไ่ ม่หวังผลตอบแทน
3. สิง่ ดี ๆ ทเ่ี กดิ ขึน้ /ปัจจัยแหง่ ความสำเรจ็ บรรยายถึงปัจจัยแห่งความสำเร็จ
มีการจัดประชาคมหมู่บ้านเพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ ในเรื่องจิตอาสา จิตสาธารณะที่พร้อม
อาสาสมัครการบำเพ็ญประโยชน์ต่อส่วนรวม โดยเริ่มต้นจากผู้นำชุมชนเป็นผู้ประพฤติปฏิบัติเป็นแบบอย่างที่ดี
ให้กับประชาชนในชุมชนได้เห็นและประชาชนนำไปปรับใช้ในการดำเนินชีวิตของตนเ องจนนำมาสู่การปฏิบัติ
ของคนในชุมชน เกิดความสามัคคีในชุมชน เกิดความร่วมมือบำเพ็ญประโยชน์ต่อส่วนรวม ทำให้ชุมชนน่าอยู่
และประชาชนมีความเชื่อมั่นในผู้นำชุมชนที่เป็นแบบอย่างที่ดี มีการนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงตาม
พระราชดำริในพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวฯ (รัชกาลที่ 9) มาประยุกต์ใช้ในชุมชน มีการปลูกพืชผักสวนครวั
รอบรั้วกินได้ภายในครัวเรือน เมื่อเหลือจากการบริโภคก็นำไปจำหน่ายในชุมชน เป็นการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้
ให้กับตนเอง และครอบครวั มกี ารจัดทำบญั ชคี รวั เรือนเพอ่ื ใหร้ รู้ ายรับ-รายจ่ายในแตล่ ะเดอื น มีเงินออมเพื่อไว้
ใช้ในอนาคต มีการจัดตั้งกลุ่มฝึกอาชีพการเย็บกระเป๋าหนัง ด้วยมือ โดยได้รับการสนับสนุน วิทยากรในการ
ฝึกอบรมและงบประมาณ จาก กศน.อำเภอบ้านบึง จนเกิดทักษะความชำนาญในการเย็บกระเป๋าหนัง และได้
รายงานถอดบทเรยี นชมุ ชนจิตอาสาดีเด่น
13
การสนับสนุนจากกรมพัฒนาสังคมชุมชน อำเภอบ้านบึง จัดตั้งเป็นกลุ่มสัมมาชีพการตัดเย็บกระเป๋าหนัง อย่าง
เป็นรูปธรรม ประชาชนในชุมชนมีรายได้เสริมจากการเข้ากลุ่มสัมมาชีพ และมีการต่อยอดการตัดเย็บกระเป๋า
หนงั ไดร้ บั เชิญเป็นวิทยากรให้ความรดู้ ้านการเยบ็ กระเป๋าหนังในหลายพ้ืนท่ี เช่น กลมุ่ สตรีอำเภอวังจนั ทร์ กศน.
อำเภอพานทอง โรงเรียนผูส้ ูงอายุเทศบาลตำบลหนองตำลึง เป็นต้น
4. องค์ความรู้ท่ีไดจ้ ากการถอดบทเรยี น
จากการดำเนินกิจกรรมความเข้าใจ จิตอาสาพัฒนาชุมชนให้มีคุณภาพในการสร้างความตระหนัก
ในการร่วมกันปกป้องเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์และสถาบันสำคัญของชาติตามศาสตร์พระราชา โครงการ
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนและนำองค์ความรู้เรื่องหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียง ในการแก้ปัญหาหน้ีสินใหก้ ับประชาชนในชมุ ชน ลดปัญหาหนี้สินในครวั เรือน มีความรู้ความเข้าใจใน
เรื่องของการออมและเข้าใจบทบาทของกองทุนชุมชน ที่มีการดำเนินการในด้านการรับฝาก-ถอนเงินของคนใน
ชุมชน และปล่อยกู้เงินทุนให้ประชาชนในชุมชนที่ได้รับความเดือดร้อน โดยการปล่อยกู้ในแต่ละรายจะต้องผ่าน
การพิจารณาจากคณะกรรมการกองทุนชุมชน เป็นราย ตามความจำเป็น และความสามารถในการชำระหนี้ได้
ดำเนินการเช่นนี้เรื่อยมาจนเปน็ ทีย่ อมรับของคนในชุมชน จนเกดิ เปน็ ศนู ยจ์ ัดการกองทุนชุมชนบ้านหินดาด หมู่ 2
ตำบลหนองไผ่แก้ว อำเภอบา้ นบงึ จงั หวดั ชลบุรี
รายงานถอดบทเรยี นชุมชนจิตอาสาดเี ดน่
14
บทที่ 4
สรปุ ผลการถอดบทเรยี น
ประชาชนในชุมชนมี มีจติ สาธารณะ และสมัครใจในการบำเพ็ญประโยชน์เพ่ือส่วนรวม มีการนำ
หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในครัวเรือน สามารถพึ่งพาตนเองได้ โดยเริ่มต้นจากผู้นำชุมชน
เป็นผู้ประพฤติปฏิบัติเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับประชาชนในชุมชนได้เห็นและประชาชนนำไปปรับใช้ในการดำเนิน
ชีวิตของตนเองจนนำมาสู่การปฏิบัติของคนในชุมชน เกิดความสามัคคีในชุมชน ตระหนักในการร่วมกันปกป้อง
เชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์และสถาบันสำคัญของชาติตามศาสตร์พระราชา โครงการอันเนื่องมาจาก
พระราชดำริ แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนและนำองค์ความรู้เรื่องหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการ
แก้ปญั หาหน้สี ิน ให้กับประชาชนในชุมชน ลดปญั หาหนี้สนิ ในครัวเรือน มคี วามรู้ความเข้าใจในเร่ืองของการออม
และเข้าใจบทบาท ของกองทุนชุมชน ที่มีการดำเนินการในด้านการรับฝาก - ถอนเงินของคนในชุมชน
และปล่อยกู้เงินทุนให้ประชาชน ในชุมชนที่ได้รับความเดือดร้อน โดยการปล่อยกู้ในแต่ละรายจะต้องผ่านการ
พิจารณาจากคณะกรรมการกองทุนชุมชน เป็นราย ตามความจำเป็น และความสามารถในการชำระหนี้ได้
ดำเนินการเช่นน้ีเรื่อยมาจนเป็นที่ยอมรับของคน ในชุมชน จนเกิดเป็นศูนย์จัดการกองทุนชุมชนบ้านหินดาด
หมู่ 2 ตำบลหนองไผ่แกว้ อำเภอบ้านบึง จงั หวดั ชลบรุ ี เป็นชุมชนทีส่ ามารถเป็นต้นแบบในการบริหารจัดการจิต
อาสาชุมชนเพื่อพึ่งตนเองได้ ข้อจำกัดในการดำเนินงาน ปัญหา อุปสรรค สาเหตุของการดำเนินงานในชุมชนน้ัน
เกิดจากประชาชนในชุมชนที่ได้รับความช่วยเหลือในการแก้ไขปัญหาหนี้แล้ว ดีขึ้นกลับมีพฤติกรรมในการใช้
จ่ายเงินเหมือนเดมิ ใชจ้ ่ายฟมุ่ เฟือย สรา้ งหนโ้ี ดยไม่ตระหนักถึงการ เปน็ หนอ้ี กี ครั้งไม่มีการเก็บหรือออมเงินไว้ใช้
ในอนาคต และปัญหาของชุมชนที่ยังไม่สามารถแก้ไขได้คือการมียอดหนี้ของครัวเรือนที่มีมูลค่าสูงเกินไป
เกินศกั ยภาพของศนู ย์จัดการกองทนุ ชุมชน ที่จะใหค้ วามชว่ ยเหลือได้
การดำเนินงานของชุมชนบ้านหินดาด เป็นชุมชนต้นแบบในการบริหารจัดการจิตอาสาชุมชน
เพื่อพึ่งตนเองได้ บนพื้นฐานของหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การตระหนัก ส่งเสริม และสร้างวินยั ในการ
ออมของประชาชนในชุมชน ลดรายจ่ายภายในครัวเรือนได้ ทำให้ชุมชนกินอิ่ม นอนอุ่น ไม่เดือดร้อน ชุมชน
สามารถพ่งึ พาตนเองได้ มีการส่งเสริมและสร้างวินยั ในการออมในชมุ ชน เพ่ือความมน่ั คงในอนาคต
รายงานถอดบทเรียนชุมชนจิตอาสาดเี ดน่
15
บทท่ี 5
ข้อเสนอแนะ
การจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาจิตอาสานั้นสามารถทำได้ทุกช่วงวัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัยเด็กที่
เป็นวัยแห่งการเรียนรู้ ผู้สอนคือหัวใจสำคัญในการปลูกฝังคุณลักษณะจิตอาสาที่สามารถพัฒนาพร้อมกัน การ
เสรมิ สร้าง จิตอาสาเพือ่ การพัฒนาทอ้ งถิน่ อย่างยั่งยนื จะต้องเชอ่ื มโยง เขา้ กบั วิถีชีวิตของแต่ละชมุ ชนทอ้ งถ่นิ
รายงานถอดบทเรยี นชมุ ชนจิตอาสาดเี ดน่
16
กำหนดการถอดบทเรียน
โครงการขยายผลโครงการจิตอาสา ระดบั จงั หวดั ประจำปี 2564
ประเภทชุมชนจติ อาสา
ระหว่างวันท่ี 8 - 9 มถิ ุนายน 2564
ณ กศน.อำเภอบา้ นบึง และศูนยจ์ ดั การกองทนุ ชุมชนบ้านหนิ ดาด
หมู่ 2 ตำบลหนองไผ่แกว้ อำเภอบา้ นบึง จงั หวดั ชลบรุ ี
วันท่ี 8 มถิ ุนายน 2564 ประชมุ บุคลากร กศน.อำเภอบา้ นบงึ /วางแผนการดำเนนิ งาน/เตรยี มความพรอ้ ม/
09.00 – 12.00 น. ประสานผูน้ ำชมุ ชน
ดำเนินการถอดบทเรยี น โดยการสัมภาษณผ์ ู้นำชุมชน และผ้มู ีสว่ นเกีย่ วขอ้ ง
13.00 – 17.00 น. ในการดำเนินงานชุมชนจติ อาสา
วนั ท่ี 9 มิถุนายน 2564 กิจกรรมถอดบทเรียนใชก้ ระบวนการสนทนากลุ่ม (Focus Group) ตามประเดน็
09.00 น. – 12.00 น. - ทำได้จรงิ และขยายผล
- งานดา้ นจิตอาสา
12.00 – 13.00 น.
13.00 – 17.00 น. รับประทานอาหารกลางวนั
นำเสนอข้อมลู การถอดบทเรียนตอ่ ผมู้ ีสว่ นเกีย่ วข้อง เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง
ของขอ้ มลู การถอดบทเรียนและจดั ทำเป็นรูปเล่มเอกสาร
รายงานถอดบทเรียนชุมชนจิตอาสาดเี ดน่
17
ประมวลภาพกิจกรรม
รายงานถอดบทเรยี นชุมชนจิตอาสาดีเดน่
18
ประมวลภาพกจิ กรรม (ต่อ)
รายงานถอดบทเรียนชมุ ชนจิตอาสาดเี ดน่
19
รายชอ่ื คณะผถู้ อดบทเรยี น
1. นางสาวพวงสุวรรณ์ พนั ธมุ์ ะม่วง ผูอ้ ำนวยการ กศน.อำเภอบา้ นบงึ
2. นายอคั รวฒั น์ ทองแถม ประธานคณะกรรมการชุมชนบา้ นหินดาด
3. นางสมปรารถนา หาญโยธา ครู
4. นางสาวปาณสิ รา จำปาพันธ์ ครู กศน.ตำบล
5. นางสาวสพุ าพร สดี า ครู กศน.ตำบล
6. นางสาวณัฐธยาน์ หวังเคียงกลาง ครู กศน.ตำบล
7. นางสาววิไลวรรณ พนั ธง์ าม ครู กศน.ตำบล
8. นางสาวสุพชิ ญา คำผง ครู กศน.ตำบล
9. นายอภิรุทธ์ ภริ มย์ ครู กศน.ตำบล
10. นางสาวกัณห์สิภทั ร เหลืองนภสั ครู กศน.ตำบล
รายงานถอดบทเรยี นชมุ ชนจิตอาสาดเี ดน่