The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

บทที่ 2 หน้าที่พลเมือง ม.ปลาย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ebookchon, 2021-07-04 04:55:50

บทที่ 2 หน้าที่พลเมือง ม.ปลาย

บทที่ 2 หน้าที่พลเมือง ม.ปลาย

Keywords: หน้าที่

บทท่ี 2 บทบญั ญัติและบทบาทหนาท่อี งคกรตามรัฐธรรมนญู
รายวชิ าศาสนาและหนาทพ่ี ลเมอื ง สค 31002

นางสาวพชั ราภรณ นามพนั ธ กลุม ครูออ

เรอื่ งที่ 1 ความเป็นมาการเปลยี่ นแปลงรฐั ธรรมนูญ

รัฐธรรมนญู หมายถึง กฎหมายสงู สุดในการปกครองประเทศ วา ดว ยการจดั ระเบียบการปกครอง
ประเทศ

รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย ฉบับแรกเกิดจากการเปล่ียนแปลงการปกครองระบอบ
สมบูรณาญาสิทธริ าชย เปนการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมพี ระมหากษตั รยิ เปนประมุข เริ่มเม่ือ
วนั ที่ 24 มถิ นุ ายน 2475 โดยกลมุ บคุ คลทเี่ รียกตนเองวา “คณะราษฎร” ประกอบดวย พลเรือนและ
ทหารมีนโยบายการปกครองท่ีเห็นแกประโยชนของประชาชน ขณะนั้น พระบาทสมเด็จพระปกเกลา
เจาอยูหัวทรงปกครองประเทศ ทรงประทับอยูที่พระราชวังไกลกังวล จังหวัดประจวบคีรีขันธ ไดเห็น
ประโยชนสุขของราษฎรเปนสําคัญ จึงสละอํานาจของพระองคและพระราชทานรัฐธรรมนูญฉบับ
ชั่วคราว ประกาศใชคร้ังแรกเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2475 เรียกวา “รัฐธรรมนูญการปกครอง
แผนดินสยามช่ัวคราว พุทธศักราช 2475”ตอมา เมื่อวันท่ี 10 ธันวาคม พ.ศ. 2475 จึงไดมีการ
ประกาศใช “รฐั ธรรมนูญแหงราชอาณาจกั รสยาม พุทธศักราช 2475”

เรอื่ งที่ 2 สาระสาํ คญั ของรฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย

รัฐธรรมนญู แหงราชอาณาจักรไทย เปนกฎหมายสงู สดุ ของประเทศ ทรี่ ูปแบบของรฐั รูปแบบการ
ปกครองและการบริหารประเทศ บทบัญญัติของกฎหมายหรือขอบงั คบั ใดขัดหรอื แยงตอ บทบญั ญตั ิใน
รัฐธรรมนญู บทบัญญัตนิ นั้ เปนอนั ใชบังคับมิได และไมวา กรณใี ด ๆ หากปรากฏวา ผูใ ดใชก าํ ลงั
ประทุษราย เพ่อื ลมลางหรือเปล่ยี นแปลงรัฐธรรมนญู ผนู ้นั กระทาํ ความผิดฐานเปน กบฏตอประเทศชาติ
มโี ทษถงึ ประหารชีวติ หรือจําคุกตลอดชีวติ
บัญญัติหลักการสําคญั ของรฐั ธรรมนูญ ไวดังนี้
1. รูปแบบของรัฐ ประเทศไทยเปนราชอาณาจกั รอนั หน่งึ อันเดียวจะแบงแยกมไิ ด คาํ วา
ราชอาณาจกั ร หมายความวา ประเทศไทย เปนประเทศทมี่ พี ระมหากษัตริยท รงเปนประมุข และคาํ
วา อนั หนง่ึ อนั เดยี วจะแบงแยกมไิ ด หมายความวา ประเทศไทยเปนรฐั เดยี่ วหรือเอกรฐั มรี ฐั บาลเปน
ศนู ยก ลาง มีอาํ นาจบรหิ ารประเทศไดท ้งั ภายในและภายนอกประเทศเพยี งรัฐบาลเดียว
2. รูปแบบการปกครอง ประเทศไทยมีรูปแบบการปกครองในระบอบประชาธปิ ไตยอันมี
พระมหากษตั ริยทรงเปน ประมขุ เปนการยนื ยนั วาประเทศไทยมีการปกครองในระบอบประชาธปิ ไตยทม่ี ี
รากฐานมาจากประชาชน มงุ คมุ ครองสิทธเิ สรีภาพของประชาชน โดยมพี ระมหากษตั ริยท รงเปนประมุข

เรอื่ งที่ 2 สาระสาํ คญั ของรฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย

3. อาํ นาจอธปิ ไตยของรัฐ รฐั ธรรมนญู กําหนดอาํ นาจอธปิ ไตยของประเทศไทย ไว 3 ประการ ไดแ ก
1) อํานาจนติ บิ ัญญัติ คือ อํานาจในการออกกฎหมาย
2) อาํ นาจบรหิ าร คือ อํานาจในการบริหาร การปกครองประเทศ
3) อาํ นาจตลุ าการ คือ อํานาจในการพจิ ารณาตัดสนิ คดีในศาล

ทง้ั 3 อํานาจน้ีเปนอาํ นาจของปวงชนชาวไทย คอื เปน ของชนชาวไทยทกุ คน โดยมพี ระมหากษัตรยิ ผ ู
ทรงเปน ประมุข
ทรงใชอาํ นาจนติ บิ ัญญัติผา นทางรฐั สภา ใชอํานาจบริหารผานทางคณะรฐั มนตรีและใชอํานาจตุลาการ
ผา นทางศาล
4. สิทธิเสรีภาพของชนชาวไทย รัฐธรรมนูญคาํ นึงถงึ สทิ ธิเสรีภาพของบุคคล ซึง่ เปนชนชาวไทยโดย
คาํ นึงถึงวา ชนชาวไทยเปน มนษุ ยที่มศี กั ดิศ์ รี หรือกลาววา ชนชาวไทย มีศกั ดิ์ศรแี หงความเปน
มนุษย หามปฏิบัตติ อมนษุ ยเ ย่ยี งทาสหรอื สัตว นอกจากน้ที ุกคนยอ มมสี ิทธิเสรีภาพในรา งกาย ใน
ครอบครัว มีสทิ ธิไดรบั การศึกษาข้ันพน้ื ฐานตามทก่ี ฎหมายกาํ หนด โดยไมเ สียคาใชจ าย ทกุ คนจะไดร บั
การคมุ ครองสิทธิในคดีอาญาสิทธไิ ดร ับการใหบรกิ ารสาธารณสุขทไี่ ดมาตรฐาน มเี สรีภาพในการ
สื่อสารโดยเสรี มีเสรภี าพในการเสนอขา วสาร และเสรีภาพในทางวชิ าการ เปน ตน

เรอ่ื งที่ 2 สาระสาํ คญั ของรฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย

5. หนา ทีข่ องชนชาวไทย เมอ่ื รัฐธรรมนูญกําหนดใชส ิทธิเสรภี าพแหง ชนชาวไทยแลว กจ็ ะกาํ หนดหนาทข่ี อง
ชนชาวไทยใหไ วดว ย โดยกาํ หนดใหทุกคนมีหนาท่ีตองปฏิบตั ติ ามกฎหมาย มีหนาทีร่ ักษาไวซึ่งชาติ
ศาสนา พระมหากษัตรยิ  และการปกครองในระบอบประชาธปิ ไตยอนั มพี ระมหากษตั ริยทรงเปน
ประมุข มีหนาท่ตี องปองกันประเทศ รักษาผลประโยชนของชาติ และปฏบิ ตั ติ ามกฎหมายมีหนาท่ี
ตองไปใชสิทธเิ ลอื กตงั้ ตามที่กฎหมายกาํ หนด มีหนา ท่ตี องเสยี ภาษีอากร มหี นาท่ตี องพทิ กั ษ ปกปอ ง
และสบื สานศลิ ปะวัฒนธรรมของชาติภมู ปิ ญญาทอ งถน่ิ อนุรกั ษท รัพยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอ ม
เปน ตน
6. นโยบายพ้ืนฐานของรฐั รัฐธรรมนญู จะกาํ หนดใหร ฐั บาลหรอื ผบู รหิ ารประเทศ ตอ งแถลงนโยบายตอ
รฐั สภาวา รัฐมนี โยบายในการบริหารประเทศอยางไร ในเรอื่ งเกย่ี วกบั ดานความมัน่ คงของรฐั ดานการบริหาร
ราชการแผน ดนิ ดานการศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม ดา นการตา งประเทศ ดา นเศรษฐกจิ ดา นทรพั ยากร
และสงิ่ แวดลอ ม ดา นวิทยาศาสตร ทรพั ยส ินทางปญญา และพลงั งาน ดานการมีสวนรว มของ ประชาชน
เปน ตน
7. ระบบรฐั สภา รัฐสภา ทําหนาทเ่ี ปนฝายนติ บิ ัญญัติ รัฐธรรมนญู จะกาํ หนดใหส มาชกิ ผแู ทนราษฎรและ
สมาชกิ วฒุ ิสภามจี ํานวนก่ีคน และท่ีมาของสมาชิกดงั กลา ววิธีการไดมาอยา งไร

เรอ่ื งท่ี 2 สาระสาํ คญั ของรฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย

8. คณะรัฐมนตรี ซงึ่ ทาํ หนา ทเ่ี ปนฝา ยบรหิ าร คือ รัฐบาลจะมรี ฐั มนตรีจํานวนเทา ใด และมีวิธกี ารไดม า
อยางไร
9. ศาล ซึ่งทาํ หนา ที่เปน ฝา ยตุลาการ เปนองคกรพิจารณาพพิ ากษาอรรถคดี ตอ งดาํ เนนิ ไปดว ยความ
ยุติธรรม มีศาลอะไรบา ง พรอ มกําหนดหนาทีอ่ าํ นาจศาลไวโ ดยชัดแจง
10. องคก รอิสระตามรฐั ธรรมนญู เปนองคกรที่มีวัตถปุ ระสงค เพ่อื ตรวจสอบการใชอ าํ นาจรัฐของ
เจา หนาที่รัฐวาถูกตอ งเปนธรรมหรือไม รวมท้ังอาํ นาจในการถอดถอนเจา หนา ทรี่ ฐั ออกจากตาํ แหนงดว ย
11. การปกครองสวนทอ งถน่ิ เปน การใชอํานาจแกองคกรปกครองสวนทองถิ่นใหมอี ิสระในการปกครอง
ตนเองตามเจตนารมณของประชาชนในทองถ่นิ และสง เสริมใหอ งคก รปกครองสวนทอ งถ่ินเปนหนวยงาน
หลักในการจดั ทาํ บรกิ ารสาธารณะ มีสว นรวมในการตัดสินใจ แกป ญ หาในพน้ื ท่ี
12. การแกไ ขเพิม่ เตมิ รัฐธรรมนญู รฐั ธรรมนญู เมอ่ื ประกาศใชบ งั คบั แลว ยอ มมกี ารแกไ ขเพิ่มเติมไดต ามท่ี
รฐั ธรรมนญู บญั ญตั ิกลาวคอื จะระบุใหอ าํ นาจแกค ณะบุคคล โดยเฉพาะท่ีสามารถยืน่ ญตั ติขอแกไ ขเพิ่มเติม
รัฐธรรมนูญได เวน มีขอ หา มบางประการ จะทาํ การแกไขเพมิ่ เตมิ มไิ ด คือ จะขอแกไขการปกครองในระบอบ
ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษตั ริยทรงเปน ประมุข หรอื เปลย่ี นแปลงรูปแบบของรัฐท้งั 2 ประการนจี้ ะ
กระทํามิได

ความเป็นมาและความเปลย่ี นแปลงของรฐั ธรรมนูญ

1.พระราชบัญญัติรฐั ธรรมนูญการปกครองแผน ดนิ สยามช่วั คราว พทุ ธศกั ราช 2475
รัฐธรรมนญู ฉบับนี้ กาํ หนดใหมีสภาเดียว คอื สภาผแู ทนราษฎร มีอํานาจกวา งมาก คือ พจิ ารณาราง
กฎหมาย ดแู ลควบคมุ การบริหารประเทศ มอี าํ นาจแตง ตัง้ และถอดถอนคณะกรรมการราษฎร

(คณะรัฐมนตรี) ฯลฯ และมอี าํ นาจวนิ ิจฉยั คดี ซ่ึงพระมหากษตั รยิ เปนผูตองหา ซึง่ ศาลธรรมดาไมมีสิทธิ์
รับฟอ งได
2.รัฐธรรมนญู แหงราชอาณาจกั รสยาม พุทธศักราช 2475 (ประกาศใช 10 ธันวาคม
พทุ ธศักราช 2475)
1) ยกยองฐานะพระมหากษตั รยิ ใหสูงข้ึน ใหอ งคพ ระมหากษตั ริยและพระบรมวงศานุวงศ ตง้ั แตหมอ ม

เจาขึ้นไป อยูใ นฐานะเปน กลางทางการเมอื ง คือ ไมต องรบั ผิดทางการเมอื ง
2) สภานิติบญั ญัติ (สภาผแู ทนราษฎร) ไมม อี ํานาจปลดพนักงานประจาํ มีอาํ นาจควบคมุ คณะรฐั มนตรี
ในการบริหารราชการแผนดิน (แตฝา ยบริหารก็มอี าํ นาจท่จี ะยบุ สภาผูแทนราษฎรได)

3) ฝา ยบรหิ าร ซง่ึ เดมิ เรียกวา “คณะกรรมการราษฎร” เปลย่ี นเปน “คณะรัฐมนตรี”
พระมหากษตั ริยทรงแตงตงั้ มจี ํานวนอยา งนอย 14 คนแตไ มเ กนิ 24 คน และในจํานวน 14 คน ตอง

เปน สมาชกิ สภาผแู ทนราษฎร รฐั ธรรมนูญฉบับน้มี อี ายุการใชย าวนานที่สดุ คอื ประมาณ 15 ป

ความเป็นมาและความเปลยี่ นแปลงของรฐั ธรรมนูญ

3. รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2489 (ประกาศใช 9 พฤษภาคม พุทธศกั ราช
2489) ยงั คงยึดหลักการรัฐธรรมนญู พทุ ธศักราช 2475 เปน หลัก โดยตองการใหม กี ารปกครองในระบอบ
ประชาธิปไตยมากยิง่ ขน้ึ มสี าระสาํ คญั ดังน้ี
1.) กําหนดใหม ีสภา 2 สภา คอื สภาผูแ ทนฯ กับ วุฒิสภา (เดมิ เรยี กวา พฤฒิสภา)
2.) มีบทบญั ญตั แิ ยกขา ราชการประจํากบั ขา ราชการการเมอื งออกจากกนั เปนฉบบั แรก
3.) อนุญาตใหมกี ารจดั ต้งั พรรคการเมอื งไดเปน คร้งั แรก (เดมิ มีเพยี งพรรคเดียว คือ คณะราษฎร)
รฐั ธรรมนูญนี้ถูกยกเลิกโดยคณะรัฐประหาร เมอ่ื 8 พฤศจกิ ายน พทุ ธศกั ราช 2490 มีอายุการใชเพยี ง 18
เดอื น
4. รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจกั รไทย (ฉบับช่ัวคราว พทุ ธศกั ราช 2490) ประกาศใช 9
พฤศจกิ ายน 2490
เหตผุ ลประกาศใช คือ ฉบบั เดิมที่ถูกยกเลิก ไมส ามารถ แกป ญหาเศรษฐกจิ และสงั คมได สาระสาํ คัญ คือ
1.) มีสภา 2 สภา เชนเดมิ คือ สภาผรู าษฎรและวฒุ ิสภา
2.) อํานาจหนา ทว่ี ุฒสิ มาชกิ มีมากข้ึน คอื มอี ํานาจใหความไววางใจหรอื ไมไวว างใจฝายบรหิ ารได
3.) เพิ่มเตมิ ใหมีอภริ ัฐมนตรี 5 คนเปน ผูบริหารราชการในพระองค และถวายคาํ ปรึกษาแดพระมหากษตั ริย
แตไมมอี ํานาจบริหารราชการแผน ดิน

ความเป็นมาและความเปลยี่ นแปลงของรฐั ธรรมนูญ

5. รัฐธรรมนญู แหงราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช 2492 (ประกาศใช 3 มีนาคม 2492)
ฉบบั น้ี ผรู า งใหความคาดหวงั วา เปน ฉบับที่ดี มั่นคง และเปน ประชาธิปไตยมาก ปอ งกนั การใชอาํ นาจ
ของรัฐตอ การละเมิดสทิ ธิเสรภี าพของประชาชนไวด ว ย ฉบบั นี้ใชได 2 ปเ ศษ กถ็ กู ยกเลิก เมือ่ 29
พฤศจิกายน 2494
6. รัฐธรรมนญู แหง ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช 2475 แกไขเพม่ิ เตมิ พ.ศ. 2495
เหตุผลทีค่ ณะประหารนํารัฐธรรมนญู ฉบับน้มี าใช คอื เหน็ วา เหมาะสมกบั สถานการณบ านเมอื งชว งน้ัน
ประกาศใช เม่ือ 8 ตุลาคม 2495 สาระสาํ คญั เหมอื นฉบบั เดมิ ทกุ ประการ แตไ ดแกไ ขเพมิ่ เตมิ เร่ือง
สําคัญ คอื กําหนดวิธีลดจํานวนสมาชิกวุฒสิ ภา โดยทา นจอมพล สฤษดิ์ ธนะรชั ต ไดท ํารฐั ประหาร
แตย ังคงใชรฐั ธรรมนูญฉบับน้ีโดยแตง ตง้ั รฐั มนตรชี ั่วคราวและวุฒสิ ภาข้ึนมาใหม พรอ มทั้งประกาศใหมี
การเลอื กตั้งสมาชิกสภาผแู ทน
ราษฎรใหม วันท่ี 20 ตลุ าคม 2501 คณะรฐั ประหารชดุ เดิม ไดประกาศยกเลิกรฐั ธรรมนูญฉบับน้ี

ความเป็นมาและความเปลย่ี นแปลงของรฐั ธรรมนูญ

7. รัฐธรรมนูญการปกครองราชอาณาจกั ร พทุ ธศักราช 2502 (ประกาศใช 28 มกราคม 2502)
ฉบับนี้ คณะรัฐประหารประกาศใชเ ปนรัฐธรรมนูญการปกครองชัว่ คราว มเี พยี ง 20 มาตรา
สาระสําคญั คอื ฝายบริหารหรอื คณะรัฐมนตรีมอี าํ นาจมากขึ้น โดยเฉพาะนายกรฐั มนตรีมีอํานาจเด็ดขาด
8. รัฐธรรมนญู แหงราชอาณาจกั รไทย พุทธศกั ราช 2511 (ประกาศใช 20 มิถนุ ายน 2511)
เปนฉบับท่ี 2 ทรี่ างโดยสภารางรัฐธรรมนูญ (ซงึ่ แตงตัง้ โดยหวั หนาคณะปฏวิ ตั ิ)
สาระสําคญั มดี งั นี้
1) ใหมรี ฐั สภา 2 สภา วฒุ ิสภามีอาํ นาจมากกวา เดมิ คอื เดมิ มีอํานาจยับยง้ั รางกฎหมายผา นสภาผูแ ทนราษฎร ยงั
มีอํานาจเพิ่มเตมิ คือ สามารถควบคมุ ฝายบริหารเทา เทยี มสภาผูแ ทนราษฎร
2) มใิ หน ายกรฐั มนตรี หรือ รฐั มนตรี เปน สมาชกิ รัฐสภา สภาผูแทนฯ จึงไมมีบทบาทพอท่จี ะทําลายเสถยี รภาพ
ของรัฐบาล และเรยี กรองตําแหนง รัฐมนตรี รัฐธรรมนญู ฉบบั นใ้ี ชไดประมาณ 3 ป กถ็ ูกยกเลิก เพราะมีการ
รัฐประหารโดยกลมุ บุคคลทม่ี ีสวนราง และประกาศใชร ัฐธรรมนูญฉบบั น้ี เม่ือ 17 พฤศจกิ ายน 2514
9. รัฐธรรมนญู การปกครองราชอาณาจกั ร พุทธศักราช 2515 (ประกาศใช 15 ธนั วาคม 2515)
ผูประกาศใช คอื รฐั บาลจอมพล ถนอม กติ ขิ จร ผทู ํารฐั ประหาร
สาระสาํ คญั คือ ใชสภานิตบิ ญั ญตั แิ หง ชาติมาจากการแตง ต้ังมีหนาท่ีออกกฎหมายและอนมุ ัติรา งรัฐธรรมนูญที่
คณะรัฐมนตรีเสนอไปใหพ จิ ารณาภายใน 3 ป และมีสทิ ธติ ัง้ กระทูถามรฐั มนตรีได แตไ มม สี ิทธิเปด อภปิ รายไมไ ว
วางใจสาระสําคญั อื่น ๆรฐั ธรรมนูญฉบับน้ี ประกาศใชไ ดเ พยี งปเศษ นสิ ิต นักศึกษา และประชาชนก็ไดรวมพลงั
เรียกรอ งใหมกี ารประกาศใชรัฐธรรมนญู ฉบบั ใหมโดยเรว็ ในวนั ท่ี 14 ตุลาคม 2516

ความเป็นมาและความเปลยี่ นแปลงของรฐั ธรรมนูญ

10. รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศักราช 2517 (ประกาศใช 7 ตลุ าคม 2517)
เปนฉบบั ทีม่ คี วามเปนประชาธิปไตยมากกวาทกุ ฉบบั ทีใ่ ชม า
สาระสาํ คัญ ดังนี้
1. มีรฐั สภา 2 สภา คอื สภาผูแทนและสภาวฒุ สิ ภา สภาผูแ ทนมาจากการเลอื กต้งั วฒุ ิสภามาจากการ
แตงตั้ง และมอี าํ นาจนอ ยกวาวฒุ สิ ภา ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญฉบบั กอน ๆ
2. การสืบราชสมบตั ิ ในกรณไี มม ีพระราชโอรส รัฐสภาอาจใหค วามเห็นชอบในการใหพระราชธิดาสืบ
สนั ตติวงศไ ด
3. หลักการดําเนนิ งานทางการเมอื งใหเ ปน ไปโดยระบบพรรค ผแู ทนราษฎรตองมสี ังกดั พรรคการเมือง
มใิ หส มาชกิ รัฐสภาทําการคา หรอื กิจการใดทอี่ าจทาํ ใหรฐั เสียประโยชน
4. นายกรฐั มนตรตี อ งมาจากสมาชิกสภาผูแทนราษฎร รัฐมนตรตี อ งเปนสมาชกิ สภาอยา งนอยครง่ึ ป
รฐั มนตรีตอ งไมเปน ขา ราชการประจาํ หรือพนักงานรฐั วิสาหกจิ และทาํ การคามิได
5. ใหป ระชาชนมีบทบาทในการปกครองทองถิ่นของตนเองตามระบอบประชาธิปไตย
6. มีบทบัญญัตปิ ระกนั สิทธิ เสรภี าพ ของประชาชนหลายประการ รัฐธรรมนญู นี้ใชไดเพียง 2 ป ก็ถูก
คณะปฏริ ปู การปกครอง ประกาศยกเลกิ เมือ่ 6 ตุลาคม 2519

ความเป็นมาและความเปลยี่ นแปลงของรฐั ธรรมนูญ

11. รัฐธรรมนูญแหง ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2519 ประกาศใชเ มอ่ื 22 ตลุ าคม 2519
มีโครงสรา งการปกครองคลา ยรฐั ธรรมนญู การปกครอง พ.ศ. 2502 และ พ.ศ. 2515 คือ ใหมรี ัฐสภา
รัฐสภาเดยี ว แตเ รยี กชือ่ วา “สภาปฎริ ปู การปกครองแผน ดิน” มสี มาชกิ จากการแตงตง้ั ไมม อี ํานาจ
ควบคมุ คณะรัฐมนตรหี รือฝา ยบริหาร นายกรัฐมนตรี มอี ํานาจเดด็ ขาดในการบริหาร รฐั ธรรมนูญน้ี
ยกเลิก เมื่อมกี ารปฏิวัติเกดิ ข้ึน เมื่อ 20 ตุลาคม 2520
12. รัฐธรรมนญู การปกครองราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช 2520 ประกาศใช เมือ่ 11
พฤศจกิ ายน 2520
สาระสําคัญ คอื กาํ หนดใหมสี ภานโยบายแหง ชาติ ประกอบดว ย บุคคลของคณะรฐั ประหาร ทาํ หนาท่ี
กาํ หนดนโยบายแหงรฐั ควบคมุ ฝายบรหิ ารแตง ตัง้ ถอดถอนนายกรัฐมนตรี ใหค วามเห็นชอบเกีย่ วกับ
การใชอาํ นาจเด็ดขาดของนายกรฐั มนตรี และมีอาํ นาจแตงต้งั สมาชกิ สภานติ ิบญั ญตั ิ รฐั ธรรมนูญถูก
ยกเลิกและมกี ารประกาศใชร ัฐธรรมนญู แหง อาณาจักรไทย พ.ศ. 2521

ความเป็นมาและความเปลย่ี นแปลงของรฐั ธรรมนูญ

13. รัฐธรรมนญู แหง ราชอาณาจกั รไทย พ.ศ. 2521 ประกาศใช 22 ธนั วาคม 2521
รัฐธรรมนูญฉบับนี้ รา งโดยสภานติ บิ ัญญตั ิแหงชาติ มีสาระสําคญั คอื
1.รัฐสภามี 2 สภา คือ สภาผูแทน และวุฒสิ ภา สภาผแู ทนมาจากการเลือกตัง้ วุฒสิ ภามาจาก
การแตงตง้ั และอํานาจไมเกิน 3 ใน 4 ของสมาชกิ สภาผูแทน
2.ไมก าํ หนดวาคณะรฐั มนตรจี ะตอ งมาจากรฐั สภา แตจ ะตองแถลงนโยบายแกรัฐสภา เม่อื เขา มาบรหิ าร
แผน ดิน และมีบทเฉพาะกาล ใหน ายกรฐั มนตรี มอี ํานาจสั่งการหรอื การกระทําการใด ๆ ไดเด็ดขาด
จนกวาคณะรฐั มนตรีไดร บั การจัดตัง้ จะเขาปฏบิ ัตงิ าน
3.การเลือกต้งั 4 ปแ รก ต้งั แตเ รมิ่ ประกาศใชร ฐั ธรรมนญู ฉบับนี้ ใหม ีการเลอื กตั้งแบบแบงเขต
ผเู ขารบั การเลอื กต้ังจะสงั กัดพรรคการเมืองหรือไมก ไ็ ด หลังครบ 4 ปแลว ใหถอื เขตจังหวัดเปนเขต
การเลอื กตั้ง เวน แตกรงุ เทพมหานครใหแ บงเปน 3 เขต และผูสมัครเขา รับการเลอื กต้ังจะตองสงั กัด
พรรคการเมอื ง

ความเป็นมาและความเปลยี่ นแปลงของรฐั ธรรมนูญ

14. รฐั ธรรมนญู การปกครองราชอาณาจกั รไทย พุทธศกั ราช 2534 (ฉบับ ร.ส.ช.)
ร.ส.ช. หรือ คณะรกั ษาความสงบเรียบรอยแหง ชาติ ไดประกาศใชธรรมนญู ฯ ฉบับนีข้ ึ้นเม่อื
1 มนี าคม พ.ศ. 2534 กําหนดใหม สี ภานิติบัญญัติแหง ชาติสภาเดยี ว มหี นาท่ีรา งรัฐธรรมนูญและ
พจิ ารณารางและรัฐมนตรี ตามทนี่ ายกรฐั มนตรี กราบบงั คมทลู เพ่ือบรหิ ารราชการแผน ดนิ
15. รัฐธรรมนญู แหงราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช 2534 ประกาศใช 9 ธันวาคม 2534
มีสาระสําคญั เพิ่มเตมิ ดงั นี้
1) พระมหากษตั รยิ  ทรงเลอื กและแตง ต้งั ผูท รงคุณวฒุ ิ เปน ประธานองคมนตรี 1 คน และ
องคมนตรอี ่นื อกี ไมเ กิน 18 คน ประกอบเปน องคมนตรี
2) รฐั สภา ประกอบดวยสภาผูแทน และวุฒสิ ภา สภาผูแ ทน ประกอบดว ยสมาชิก 393 คน
สมาชิกวฒุ สิ ภามี 260 คน ประธานสภาผูแทนเปนประธานรฐั สภา
3) นายกรัฐมนตรี ตองเปนสมาชิกสภาผแู ทน
4) การผเู ลือกตัง้ ใชก ารเลือกตัง้ แบบแบง เขตและรวมเขต

ความเป็นมาและความเปลย่ี นแปลงของรฐั ธรรมนูญ

16. รฐั ธรรมนูญแหง ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช 2540 ประกาศใชเมอ่ื วนั ที่ 11 ตุลาคม 2540
มคี วามยาวถงึ 336 มาตรา ยาวกวารัฐธรรมนญู ทุกฉบับท่ี เคยประกาศใชในประเทศไทย หลังเปล่ียนแปลงการ
ปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชยม าเปนระบอบประชาธปิ ไตย ในวนั ที่ 24 มถิ ุนายน 2475 รฐั ธรรมนูญ
ฉบับนี้ จงึ ทําใหร ฐั ธรรมนญู ฉบับนค้ี มุ ครองสิทธเิ สรภี าพของพลเมืองไทยไวมากกวา ของนกั การเมอื งเหมือนในสมยั
เรียน ดว ยเหตนุ จี้ ึงมักนยิ มเรยี ก รัฐธรรมนูญฉบบั ปจจุบันวา เปน “รฐั ธรรมนูญฉบบั ประชาชน”
17. รฐั ธรรมนูญแหง ราชอาณาจักรไทย (ฉบบั ชั่วคราว) พทุ ธศกั ราช 2549
ประกาศใชในวนั ที่ 1 ตุลาคม 2549 มี 39 มาตรา เปนรัฐธรรมนูญฉบับชว่ั คราวทีห่ ัวหนา คณะปฏริ ูปการปกครอง
ในระบอบประชาธปิ ไตยอนั มีพระมหากษตั ริยท รงเปน ประมุข เปน ผรู บั สนองพระบรมราชโองการ หลังจากทไี่ ด
กระทําการรฐั ประหารเปนผลสําเร็จ
1) สภานติ บิ ัญญตั ิแหงชาติ ทาํ หนาที่แทนรัฐสภาผูแทนราษฎร และวฒุ ิสภา มสี มาชกิ จาํ นวนไมเกิน 250 คน
2) คณะตลุ าการรัฐธรรมนญู ทําหนาทแี่ ทนศาลรัฐธรรมนูญ
3) สภารา งรฐั ธรรมนูญ พ.ศ. 2550/สมชั ชาแหงชาตขิ องประเทศไทย ทําหนา ท่รี างรฐั ธรรมนญู
ฉบบั ถาวร พ.ศ. 2550
4) คณะกรรมการตรวจสอบการกระทําท่ีกอ ใหเ กดิ ความเสียหายตอ รฐั ทําหนาทตี่ รวจสอบทรัพยสนิ อดีต
คณะรฐั มนตรีในรฐั บาลทีผ่ า นมา

ความเป็นมาและความเปลย่ี นแปลงของรฐั ธรรมนูญ

18. รฐั ธรรมนูญแหงราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศักราช 2550 ประกาศใชตง้ั แตวนั ท่ี 24 สิงหาคม พ.ศ. 2550
รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทยฉบับนีเ้ ปน กฎหมายไทยฉบับแรก ทเี่ ม่ือรางเสรจ็ และไดรบั ความเหน็ ชอบจาก
ฝายนิตบิ ญั ญัติแลว ไดเ ผยแพรใ หประชาชนทราบและจดั ใหม กี ารลงประชามตเิ พื่อขอความเห็นชอบหรือไมเหน็ ชอบ
ในการรา งรฐั ธรรมนญู จากนัน้ จงึ นาํ ขน้ึ ทูลเกลาฯ ถวายพระมหากษัตริยใ หท รงลงพระปรมาภิไธย
19.รฐั ธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย (ฉบับช่วั คราว) พุทธศักราช 2557
เปน รัฐธรรมนูญแหง ราชอาณาจักรไทย ฉบับท่ี 19 จดั รา งโดยคณะรกั ษาความสงบแหงชาติ(คสช.)
รฐั ธรรมนูญฉบบั น้เี ปด ทางใหสถาปนาสภานิตบิ ัญญัตแิ หง ชาติเพือ่ ใชอ าํ นาจนิติบัญญัติ คณะรฐั มนตรชี ่วั คราวเพ่ือ
รบั ผดิ ชอบการบริหารราชการแผน ดิน สภาปฏริ ูปแหง ชาติ เพอื่ การดาํ เนนิ การปฏิรปู ประเทศอยางกวางขวางและ
อนุมัตริ า งรัฐธรรมนูญฉบับใหม
20.รฐั ธรรมนญู แหง ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช 2560
สบื เน่อื งจากรฐั ประหารในประเทศไทย พ.ศ.2557 และการยกเลกิ รฐั ธรรมนญู แหงราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560
โดยเม่ือวันท่ี 4 พฤศจกิ ายน 2557 ไดม ีการแตงตงั้ คณะกรรมาธิการรางรฐั ธรรมนญู ชดุ แรก

เนอ้ื หาบทท่ี 2 หนา้ ทพ่ี ลเมอื ง

ตอนที่ 1 รฐั ธรรมนญู และกฎหมายอน่ื ๆ ตอนท่ี 2 สทิ ธิมนษุ ยชน

ตอนที่ 3 ตอนท่ี 4
การปฏิบัตติ ามหลักสิทธิมนุษยชน การปกครองระบอบประชาธปิ ไตย
อนั มพี ระมหากษัตริยทรงเปน ประมขุ

แบบฝึ กหดั ทา้ ยบทที่ 2

แบบทดสอบทา ยบทที่ 2 แบบฝก หัดทายบทที่ 2
เรอ่ื ง หนาทพ่ี ลเมอื ง ม.ปลาย เรื่อง หนา ทีพ่ ลเมอื ง ม.ปลาย


Click to View FlipBook Version