รายงานผลการดำเนินงานโครงการ “น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่ชุมชน (สวนนงนุช)” ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 ณ นงนุชเทรดดิชั่นเซ็นเตอร์ ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี กศน.ตำบลนาจอมเทียน ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอสัตหีบ สำนักงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดชลบุรี
-กบทสรุปผู้บริหาร ททททททททโครงการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่ชุมชน (สวนนงนุช) นั้นมีวัตถุประสงค์ผู้เข้าร่วม อบรมมีความรู้ด้านปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ใน ชีวิตประจำวันและสร้างรายได้ลดรายจ่ายให้กับตนเองและครอบครัวได้ โดยมีผู้เข้าร่วมอบรมจำนวน 10 คน โดยมีนายเดชาธร ลือแก้วมา เป็นวิทยากรให้ความรู้ทั้งนี้ขอสรุปและอภิปรายผลและข้อเสนอแนะดังนี้ ททททททททการจัดทำโครงการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่ชุมชน (สวนนงนุช) ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 ณ นงนุชเทรดดิชั่นเซ็นเตอร์ ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เป็น ประชาชนตำบลนาจอมเทียน จำนวน 10 คน ตลอดระยะเวลาที่รับการอบรมโดยมีการซักถามพูดคุยตอบโต้ ในวิทยากรอย่างสนใจ ในด้านต่างๆ คือ ด้านหลักสูตร - มีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของหลักสูตร ผู้เรียนมีความพึงพอใจ - เนื้อหาของหลักสูตรตรงกับความต้องการของผู้เข้าอบรม ด้านวิทยากร - วิทยากรมีความรู้ความสามารถในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้อย่างดี - เทคนิค/กระบวนการในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของวิทยากรเหมาะสม - วิทยากรมีการใช้สื่อที่สอดคล้องและเหมาะสมกับกิจกรรม - บุคลิกภาพของวิทยากร ดีเหมาะสม ด้านสถานที่ ระยะเวลา และความพึงพอใจ - สถานที่ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้มีความเหมาะ - ระยะเวลาในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เหมาะ - ผู้เข้ารับการอบรมมีความพึงพอใจต่อการเข้าร่วมกิจกรรม สรุปผลการดำเนินงาน ผู้เข้าร่วมโครงการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่ชุมชน (สวนนงนุช)ของศูนย์การศึกษานอก ระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอสัตหีบ มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก คิดเป็นค่าเฉลี่ย 4.44 -ขคำนำ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอสัตหีบ ได้จัดทำแผนการปฏิบัติงาน ประจำปีงบประมาณ 2563 โดยได้จัดโครงการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่ชุมชน (สวนนงนุช) ให้กับประชาชนอำเภอสัตหีบ ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 ตั้งแต่เวลา 09.00 - 15.00 น. ณ นงนุชเท
รดดิชั่นเซ็นเตอร์ ตำบล นาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ผู้เข้าร่วมโครงการน้อมนำหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียงสู่ชุมชน (สวนนงนุช) จำนวน 10 คน โครงการดังกล่าวได้ดำเนินเสร็จสิ้นไปด้วยดี ซึ่งรายละเอียดผลการดำเนินงานต่างๆ ตลอดจนปัญหา อุปสรรค ได้สรุปไว้แล้ว เพื่อรวบรวมกระบวนการดำเนินงาน ผลที่ได้รับและการนำไปใช้ ตลอดจนการพัฒนา เพื่อให้สอดคล้องกับผู้เข้าร่วมอบรม และการตอบสนองความต้องการของผู้เข้าร่วมอบรม การนำไปใช้ให้เกิด ประโยชน์อย่างแท้จริง และต้องขอขอบคุณศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดชลบุรี ที่ให้การสนับสนุนงบประมาณ ตลอดจนคำปรึกษาแนะนำในการจัดกิจกรรมดังกล่าว กศน.ตำบลนาจอม เทียน กุมภาพันธ์ 2563 -คสารบัญ หน้า บทที่ 1 บทนำ ความเป็นมา 1 วัตถุประสงค์ 1 เป้าหมาย 1
ผลลัพธ์ 2 ดัชนีชี้วัดผลสำเร็จ 2 2 เอกสารการศึกษาและรายงานที่เกี่ยวข้อง นโยบายและจุดเน้นการดําเนินงานสํานักงาน กศน.ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 2 แนวทาง/กลยุทธ์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย กศน.อำเภอสัตหีบ 2563 8 หลักการพัฒนาสังคม ชุมชน 14 เอกสาร/งานที่เกี่ยวข้อง 16 3 วิธีการดำเนินงาน ประชุมบุคลากรกรรมการสถานศึกษาและตัวแทนนักศึกษา 18 จัดตั้งคณะทำงาน 18 ประสานงานหน่วยงานและบุคลที่เกี่ยงข้อง 18 ดำเนินตามแผนงาน 18 วัดผล/ประเมินผล/สรุปผลและรายงาน 18 4 ผลการดำเนินงานและการวิเคราะห์ข้อมูล ตอนที่ 1 ข้อมูลส่วนตัวของผู้ตอบแบบสอบถามของผู้เข้ารับการอบรมโครงการ 20 ตอนที่ 2 ข้อมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นที่มีของผู้เข้าร่วมโครงการ 21 5 สรุปผลการดำเนินการ อภิปราย และข้อเสนอแนะ ผลที่ปรากฎ 24 สรุปผลการดำเนินงาน 24 อภิปรายผล 24 ข้อเสนอแนะ 24 -คสารบัญตาราง หน้า ตารางที่ 1 แสดงค่าร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยจำแนกตามเพศ 20 2 แสดงค่าร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยจำแนกตามอาชีพ 20 3 แสดงค่าร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยจำแนกตามอายุ 21 4 ผลการประเมินโครงการ 23
บทที่ 1 บทนำ โครงการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่ชุมชน (สวนนงนุช) ที่มาและความสำคัญ ปัจจุบัน เศรษฐกิจในประเทศไทยมีแนวโน้มเรื่องการใช้จ่ายสูง ประชาชนจึงต้องเริ่ม ตระหนักเรื่องค่าใช้จ่ายมากขึ้นในเรื่องการสร้างรายได้ลดรายจ่ายให้กับตนเองและครอบครัว จึงได้นำ โครงการน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่ชุมชน (สวนนงนุช) โดยมีวัตถุประสงค์ผู้เข้าร่วมอบรมนำมา ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันและมีรายได้ ลดรายจ่ายให้กับตนเองและครอบครัวซึ่งเป็นการส่งเสริมสนับสนุน การขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติในระดับสถานศึกษาในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560-2564) ซึ่งกำหนดทิศทางในการพัฒนาประเทศกำหนดขึ้นบนพื้นฐานของ การเสริมสร้างทุนของประเทศทั้งทุนสังคม เศรษฐกิจและทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้เข้มแข็งอย่าง ต่อเนื่องซึ่งยึด คนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนาและน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทาง ปฏิบัติเพื่อมุ่งสู่สังคมที่มีความสุขอย่างยั่งยืนขึ้นเพื่อเป็นแนวทางในการส่งเสริมเรียนรู้ของประชาชน และ พัฒนาอาชีพต่อไปเพื่อน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวัน ไปใช้ได้จริง ที่บ้าน ด้วยการปลูกผักปลอดสารพิษไว้รับประทานที่บ้านเป็นการลดค่าใช้จ่ายในครอบครัว หากมีผักเหลือ จากการบริโภคสามารถแบ่งปันให้เพื่อนบ้าน หรือจำหน่ายเพิ่มรายได้อีกทางหนึ่ง เป็นการใช้เวลาว่างให้เกิด
ประโยชน์ และการปลูกผักเป็นการสร้างสมดุลสู่สิ่งแวดล้อม ลดภาวะโลกร้อนอีกทางหนึ่ง ตลอดจนเพื่อ เสริมสร้างภูมิคุ้มกันและช่วยให้สังคมไทยสามารถยืนหยัดอยู่ได้อย่างมั่นคงเกิดภูมิคุ้มกันและมีการบริหาร จัดการความเสี่ยงอย่างเหมาะสมส่งผลให้การพัฒนาประเทศสู่ความสมดุลเพื่อให้การดำเนินงานสนับสนุน แนวทางในการเผยแพร่องค์ความรู้ตามหลักของปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง รวมทั้งหลักการทรงงาน เพื่อ สร้างสำนึกความหวงแหนสถาบันหลักของชาติผ่านกลไกทางการศึกษาของ กศน. ไปสู่ประชาชนในอำเภอสัต หีบ จึงได้จัดทำโครงการน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่ชุมชน (สวนนงนุช) วัตถุประสงค์ ผู้เข้าร่วมอบรมมีความรู้ด้านปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียงมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันและสร้างรายได้ ลดรายจ่ายให้กับตนเองและครอบครัวได้ เป้าหมาย เชิงปริมาณ ประชาชนในตำบลนาจอมเทียน จำนวน 10 คน เชิงคุณภาพ เข้าอบรมมีความรู้ ความเข้าใจและสามารถน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ใน ชีวิตประจำวันและสร้างรายได้ ลดรายจ่ายให้กับตนเองและครอบครัวได้ ตัวชี้วัดผลสำเร็จ 1 ตัวชี้วัดผลผลิต (Output) - มีผู้เข้าร่วมโครงการ ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 80 ของกลุ่มเป้าหมาย - ผู้เข้าร่วมโครงการมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากขึ้นไปไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 2 ตัวชี้วัดผลลัพธ์ (Outcome) ผู้เข้าร่วมโครงการร้อยละ 80 ได้รับความรู้ มีความเข้าใจของหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียงและน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันและสร้างรายได้ ลดรายจ่ายให้กับ ตนเองและครอบครัวได้ คำนิยามศัพท์เฉาะ ผู้เข้าอบรม หมายถึง ประชาชนในตำบลนาจอมเทียนที่อบรมกับ กศน.ตำบลนาจอมเทียน การน้อมนำนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่ชุมชน หมายถึง การสืบสานศาสตร์พระราชาสู่การ พัฒนาที่ยั่งยืน เป็นกระบวนการนำศาสตร์พระราชาไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผล หรือเรียกง่าย ๆ ว่าการนำ ความรู้ในศาสตร์ทั้ง 3 ด้าน หรือ 3 มิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม สู่การพัฒนา ประเทศให้มั่นคง ยั่งยืน ไปสู่การปฏิบัติจริง หรือเดินตามรอยเท้าพ่อในการปฏิบัติตน ปฏิบัติงาน เพื่อการ พัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ประกอบด้วย การนำองค์ความรู้ ด้านการกำหนด เป้าหมายของการเรียนรู้หรือการพัฒนางาน องค์ความรู้ด้านเนื้อหา ความรู้จากโครงการพระราชดำริ และอื่น ๆรวมทั้งการนำองค์ความรู้ในวิธีทรงงานมาใช้ในการดำเนินชีวิต การทำงานของบุคคล ครอบครัว ชุมชน หรือ ขององค์กร มูลนิธิ หน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนต่าง ๆ เพื่อการพัฒนาตนเอง พัฒนางานดำเนินชีวิต ดำเนินงานในหน้าที่ความรับผิดชอบด้วยองค์ความรู้ตามศาสตร์ พระราชา หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “เดินตาม รอยเท้าพ่อ สานต่องานที่พ่อทำ” 2
บทที่ 2 เอกสารการศึกษาและรายงานที่เกี่ยวข้อง ในการจัดทำรายงานครั้งนี้ได้ศึกษาค้นคว้าเนื้อหาจากเอกสารการศึกษาและรายงานที่เกี่ยวข้อง ดังต่อไปนี้ 1. นโยบายและจุดเน้นการดําเนินงานสํานักงาน กศน.ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 2. แนวทาง/กลยุทธ์การดำเนินงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยของกศน.ตำบลนา จอมเทียน 3. หลักการพัฒนาสังคม ชุมชน 4. เอกสารที่เกี่ยวข้อง 1. (ร่าง) นโยบายและจุดเน้นการดำเนินงาน สำนักงาน กศน.ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 วิสัยทัศน์ คนไทยได้รับโอกาสการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ สามารถดำรงชีวิตที่เหมาะสม กับช่วงวัย สอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และมีทักษะที่จำเป็นในโลกศตวรรษที่ 21 พันธกิจ 1. จัดและส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยที่มีคุณภาพ เพื่อยกระดับ การศึกษา พัฒนาทักษะการเรียนรู้ของประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมายให้เหมาะสมทุกช่วงวัย พร้อมรับการ เปลี่ยนแปลงบริบททางสังคม และสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต 2 ส่งเสริม สนับสนุน และประสานภาคีเครือข่าย ในการมีส่วนร่วมจัดการศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัย และการเรียนรู้ตลอดชีวิต รวมทั้งการดำเนินกิจกรรมของศูนย์การเรียนและแหล่งการ เรียนรู้อื่น ใน รูปแบบต่าง ๆ 3. ส่งเสริมและพัฒนาการนำเทคโนโลยีทางการศึกษา และเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพ ในการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยให้กับประชาชนอย่างทั่วถึง 4. พัฒนาหลักสูตร รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ สื่อและนวัตกรรม การวัดและประเมินผลใน ทุกรูปแบบให้สอดคล้องกับบริบทในปัจจุบัน 5. พัฒนาบุคลากรและระบบการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ เพื่อมุ่งจัดการศึกษาและการเรียนรู้ ที่มีคุณภาพ โดยยึดหลักธรรมาภิบาล
เป้าประสงค์ 1. ประชาชนผู้ด้อย พลาด และขาดโอกาสทางการศึกษา รวมทั้งประชาชนทั่วไปได้รับโอกาสทาง การศึกษาในรูปแบบการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษาต่อเนื่อง และการศึกษาตาม อัธยาศัย ที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง เป็นไปตามสภาพ ปัญหา และความต้องการของแต่ละ กลุ่มเป้าหมาย 2. ประชาชนได้รับการยกระดับการศึกษา สร้างเสริมและปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และความเป็น พลเมือง อันนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน เพื่อพัฒนาไปสู่ความ มั่นคงและยั่งยืนทางด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และสิ่งแวดล้อม 3. ประชาชนได้รับโอกาสในการเรียนรู้ และมีเจตคติทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เหมาะสม สามารถคิด วิเคราะห์ และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน รวมทั้งแก้ปัญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิตได้อย่าง สร้างสรรค์ 4. ประชาชนได้รับการสร้างและส่งเสริมให้มีนิสัยรักการอ่านเพื่อการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง 5. ชุมชนและภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ร่วมจัด ส่งเสริม และสนับสนุนการดำเนินงานการศึกษานอก ระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย รวมทั้งการขับเคลื่อนกิจกรรมการเรียนรู้ของชุมชน 6. หน่วยงานและสถานศึกษาพัฒนา เทคโนโลยีทางการศึกษา เทคโนโลยีดิจิทัล มาใช้ในการยกระดับ คุณภาพในการจัดการเรียนรู้และเพิ่มโอกาสการเรียนรู้ให้กับประชาชน 7. หน่วยงานและสถานศึกษาพัฒนาสื่อและการจัดกระบวนการเรียนรู้ เพื่อแก้ปัญหาและพัฒนา คุณภาพชีวิต ที่ตอบสนองกับการเปลี่ยนแปลงบริบทด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และสิ่งแวดล้อม รวมทั้งตามความต้องการของประชาชนและชุมชนในรูปแบบที่หลากหลาย 8. หน่วยงานและสถานศึกษามีระบบการบริหารจัดการที่เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล 9. บุคลากรของหน่วยงานและสถานศึกษาได้รับการพัฒนาเพื่อเพิ่มสมรรถนะในการปฏิบัติงาน การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัด ตัวชี้วัดเชิงปริมาณ 1. จำนวนผู้เรียนการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาชั้นพื้นฐานที่ได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายตาม สิทธิที่กำหนดไว้ 2. จำนวนของคนไทยกลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ ที่เข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้/เข้ารับบริการกิจกรรม การศึกษาต่อเนื่อง และการศึกษาตามอัธยาศัยที่สอดคล้องกับสภาพ ปัญหา และความต้องการ 3. ร้อยละของกำลังแรงงานที่สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้นขึ้นไป 4. จำนวนภาคีเครือข่ายที่เข้ามามีส่วนร่วมในการจัด/พัฒนา/ส่งเสริมการศึกษา (ภาคีเครือข่าย : สถานประกอบการ องค์กร หน่วยงานที่มาร่วมจัด/พัฒนา/ส่งเสริมการศึกษา) 5. จำนวนประชาชน เด็ก และเยาวชนในพื้นที่สูง และชาวไทยมอแกน ในพื้นที่ 5 จังหวัด 11 อำเภอ ได้รับบริการการศึกษาตลอดชีวิตจากศูนย์การเรียนชุมชนสังกัดสำนักงาน กศน. 6. จำนวนผู้รับบริการในพื้นที่เป้าหมายได้รับการส่งเสริมด้านการรู้หนังสือและการพัฒนาทักษะชีวิต 7. จำนวนนักเรียนนักศึกษาที่ได้รับบริการติวเข้มเต็มความรู้ 8. จำนวนประชาชนที่ได้รับการฝึกอาชีพระยะสั้น สามารถสร้างอาชีพเพื่อสร้างรายได้ 9. จำนวน ครู กศน. ตำบล จากพื้นที่ กศน.ภาค ได้รับการพัฒนาศักยภาพด้านการจัดการเรียนการ สอนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร 10. จำนวนประชาชนที่ได้รับการฝึกอบรมภาษาต่างประเทศเพื่อการสื่อสารด้านอาชีพ 11. จำนวนผู้สูงอายุภาวะพึ่งพิงในระบบ Long Term Care มีผู้ดูแลที่มีคุณภาพและมาตรฐาน 5 4
12. จำนวนประชาชนที่ผ่านการอบรมจากศูนย์ดิจิทัลชุมชน 13. จำนวนศูนย์การเรียนชุมชน กศน. บนพื้นที่สูง ในพื้นที่ 5 จังหวัด ที่ส่งเสริมการพัฒนาทักษะการ ฟัง พูดภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร ร่วมกันในสถานศึกษาสังกัด สพฐ. ตชด. และกศน. 14. จำนวนบุคลากรกศน.ตำบลที่สามารถจัดทำคลังความรู้ได้ 15.จำนวนบทความเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตในระดับตำบลในหัวข้อต่างๆ 16.จำนวนหลักสูตรและสื่อออนไลน์ที่ให้บริการกับประชาชนทั้งการศึกษานอกระบบระดับการศึกษา ขั้นพื้นฐาน การศึกษาต่อเนื่อง และการศึกษาตามอัธยาศัย ตัวชี้วัดเชิงคุณภาพ 1. ร้อยละของคะแนนเฉลี่ยผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ การศึกษานอกระบบ (N-NET) ทุกรายวิชาทุกระดับ 2. ร้อยละของผู้เรียนที่ได้รับการสนับสนุนการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานเทียบกับค่าเป้าหมาย 3. ร้อยละของประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่ลงทะเบียนเรียนในทุกหลักสูตร/กิจกรรมการศึกษาต่อเนื่อง เทียบกับเป้าหมาย 4. ร้อยละของผู้ผ่านการฝึกอบรม/พัฒนาทักษะอาชีพระยะสั้นสามารถนำความรู้ไปใช้ในการ ประกอบอาชีพหรือพัฒนางานได้ 5. ร้อยละของผู้เรียนในเขตพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ได้รับการพัฒนาศักยภาพ หรือทักษะด้าน อาชีพ สามารถมีงานทำหรือนำไปประกอบอาชีพได้ 6. ร้อยละของผู้จบหลักสูตร/กิจกรรมที่สามารถนำความรู้ความเข้าใจไปใช้ได้ตามจุดมุ่งหมายของ หลักสูตรกิจกรรม การศึกษาต่อเนื่อง 7. ร้อยละของประชาชนที่ได้รับบริการมีความพึงพอใจต่อการบริการ/เข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ การศึกษาตามอัธยาศัย 8. ร้อยละของประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับบริการ/ข้าร่วมกิจกรรมที่มีความรู้ความเข้าใจ/เจตคติ ทักษะ ตามจุดมุ่งหมายของกิจกรรมที่กำหนด ของการศึกษาตามอัธยาศัย 9. ร้อยละของนักเรียน/นักศึกษาที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในวิชาที่ได้รับบริการติวเข้มเต็มความรู้ เพิ่มสูงขึ้น 10. ร้อยละของผู้สูงอายุที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย มีโอกาสมาเข้าร่วมกิจกรรมการศึกษาตลอดชีวิต นโยบายเร่งด่วนเพื่อร่วมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ 1.ยุทธศาสตร์ด้านความมันคง 1.1 พัฒนาและเสริมสร้างความจงรักภักดีต่อสถาบันหลักของชาติ โดยปลูกฝังและสร้างความ ตระหนักรู้ถึงความสำคัญของสถาบันหลักของชาติ รณรงค์เสริมสร้างความรักและความภาคภูมิใจในความเป็น คนไทยและชาติไทย น้อมนำและเผยแพร่ศาสตร์พระราชา หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงรวมถึงแนวทาง พระราชดำริต่าง ๆ 1.2 เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง และการมีส่วนร่วมอย่างถูกต้องกับการปกครองระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ในบริบทของไทย มีความเป็นพลเมืองดี ยอมรับและ เคารพความหลากหลายทางความคิดและอุดมการณ์ 1.3 ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยคุกคามในรูปแบบใหม่ ทั้ง ยาเสพติด การค้ามนุษย์ ภัยจากไซเบอร์ ภัยพิบัติจากธรรมชาติ โรคอุบัติใหม่ ฯลฯ 6
1.4 ยกระดับคุณภาพการศึกษาและสร้างเสริมโอกาสในการเข้าถึงบริการการศึกษา การพัฒนา ทักษะ การสร้างอาชีพ และการใช้ชีวิตในสังคมพหุวัฒนธรรม ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัด ชายแดนภาคใต้ และพื้นที่ชายแดนอื่น ๆ 1.5 สร้างความรู้ ความเข้าใจในขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรมของประเทศเพื่อนบ้านยอมรับ และเคารพในประเพณี วัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ และชาวต่างชาติที่มีความหลากหลาย ในลักษณะพหุ สังคมที่อยู่ร่วมกัน 2 ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน 2.1 เร่งปรับหลักสูตรการจัดการศึกษาอาชีพ กศน. เพื่อยกระดับทักษะด้านอาชีพของประชาชน ให้เป็นอาชีพที่รองรับอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ (First S - curve และ New S-curve) โดยบูรณา การความร่วมมือในการพัฒนาและเสริมทักษะใหม่ด้านอาชีพ (Upskill & Reskill) รวมถึงมุ่งเน้นสร้างโอกาส ในการสร้างงาน สร้างรายได้ และตอบสนองต่อความต้องการของตลาดแรงานทั้งภาคอุตสาหกรรมและการ บริการ โดยเฉพาะในพื้นที่เขตระเบียงเศรษฐกิจ และเขคพัฒนาพิเศษตามภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศสำหรับ พื้นที่ปกติให้พัฒนาอาชีพที่เน้นการต่อยอดศักยภาพและตามบริบทของพื้นที่ 2.2 จัดการศึกษาเพื่อพัฒนาพื้นที่ภาคตะวันออก ยกระดับการศึกษาให้กับประชาชนให้จบการศึกษา อย่างน้อยการศึกษาภาคบังคับ สามารถนำคุณวุฒิที่ได้รับไปต่อยอดในการประกอบอาชีพ รวมทั้งพัฒนา ทักษะในการประกอบอาชีพตามความต้องการของประชาชน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ตอบสนองต่อบริบท ของสังคมและชุมชน รวมทั้งรองรับการพัฒนาเขตพื้นที่ระเบียบเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) 2.3 พัฒนาและส่งเสริมประชาชนเพื่อต่อยอดการผลิตและจำหน่ายสินค้และผลิตภัณฑ์ออนไลน์ 1) เร่งจัดตั้งศูนย์ให้คำปรึกษาและพัฒนาผลิตภัณฑ์ Brand กศน. เพื่อยกระดับคุณภาพของสินค้และ ผลิตภัณฑ์ การบริหารจัดการที่ครบวงจร (การผลิต การตลาด การส่งออก และสร้างช่องทางจำหน่าย) รวมทั้งส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลในการเผยแพร่และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ 2) พัฒนาและคัดเลือกสุดยอดสินค้าและลิตภัณฑ์ กศน. ในแต่ละจังหวัด พร้อมทั้งประสานความ ร่วมมือกับสถานีบริการน้ำมันในการเป็นซ่องทางการจำหน่ายสุดยอดสินค้าและผลิตภัณฑ์ กศน.ให้กว้างขวาง ยิ่งขึ้น 3 ยุทธศาสตร์การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ 3.1 พัฒนาครูและบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรมและการเรียนรู้ เป็นผู้เชื่อมโยงความรู้กับ ผู้เรียนและผู้รับบริการ มีความเป็น "ครูมืออาชีพ" มีจิตบริการ มีความรอบรู้และทันต่อการเปลี่ยนแปลงของ สังคมและเป็น "ผู้อำนวยการการเรียนรู้" ที่สามารถบริหารจัดการความรู้ กิจกรรม และการเรียนรู้ที่ดี 1) เพิ่มอัตราข้าราชการครูให้กับ กศน. อำเภอทุกแห่ง โดยเร่งดำเนินการเรื่องการหาอัตราตำแหน่ง การสรรหา บรรจุ และแต่งตั้ง ข้าราชการครู 2) พัฒนาข้าราชการครูในรูปแบบครบวงจร ตามหลักสูตรที่เชื่อมโยงกับวิทยฐานะ 3) พัฒนาครู กศน.ตำบลให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นเรื่องการพัฒนาทักษะ การจัดการเรียนการสอนออนไลน์ ทักษะภาษาต่างประเทศ ทักษะการจัดกระบวนการเรียนรู้ 4) พัฒนาศึกษานิเทศก์ ให้สามารถปฏิบัติการนิเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ 5) พัฒนาบุคลากร กศน.ทุกระดับทุกประเภทให้มีทักษะความรู้เรื่องการใช้ประโยชน์จากดิจิทัลและ ภาษาต่างประเทศที่จำเป็น 3.2 พัฒนาแหล่งเรียนรู้ให้มีบรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ มีความพร้อมในการ ให้บริการกิจกรรมการศึกษาและการเรียนรู้ เป็นแหล่งสารสนเทศสาธารณะที่งยต่อการเข้าถึง มีบรรยากาศที่ เอื้อต่อการเรียนรู้ เป็นคาเพ่พื้นที่การเรียนรู้สำหรับคนทุกช่วงวัย มีสิ่งอำนวยความสะดวก มีบรรยากาศ สวยงามมีชีวิต ที่ดึงดูดความสนใจ และมีความปลอดภัยสำหรับผู้ใช้บริการ 1) เร่งยกระดับ กศน.ตำบลนำร่อง 928 แห่ง (อำเภอละ 1 แห่ง) ให้เป็น กศน.ตำบล 5 ดี พรีเมี่ยม 7
ที่ประกอบด้วย ครูดี สถานที่ดี (ตามบริบทของพื้นที่) กิจกรรมดี เครือข่ายดี และมีนวัตกรรมการเรียนรู้ที่ดีมี ประโยชน์ 2) จัดให้มีศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบ กศน. เพื่อยกระดับการเรียนรู้ ใน 6 ภูมิภาค เป็นพื้นที่การเรียนรู้ (Co - Learning Space) ที่ทันสมัยสำหรับทุกคน มีความพร้อมในการให้บริการต่าง ๆ อาทิ พื้นที่สำหรับการ ทำงาน/การเรียนรู้ พื้นที่สำหรับกิจกรรมต่าง ๆ มีห้องประชุมขนาดเล็ก รวมทั้งทำงานร่วมกับห้องสมุด ประชาชนในการให้บริการในรูปแบบห้องสมุดดิจิทัล บริการอินเทอร์เน็ต สื่อมัลติมีเดีย เพื่อรองรับการเรียนรู้ แบบ Active Learning 3) พัฒนาห้องสมุดประชชน "เฉลิมราชกุมารี" ให้เป็น Digital Library โดยให้มีบริการหนังสือ ในรูปแบบ e - Book บริการคอมพิวเตอร์ และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง รวมทั้ง Free Wifi เพื่อการสืบค้น ข้อมูล 3.3 ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ เอื้อต่อการเรียนรู้สำหรับทุกคน สามารถ เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา มีกิจกรรมที่หลากลาย น่าสนใจ สนองตอบความต้องการของชุมชน เพื่อพัฒนาศักยภาพ การเรียนรู้ของประชาชน รวมทั้งใช้ประโยชน์จากประชาชนในชุมชนในการร่วมจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อ เชื่อมโยงความสัมพันธ์ของคนในชุมชนไปสู้การจัดการความรู้ของชุมชนอย่างยั่งยืน 1) ส่งเสริมการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ปลูกฝังคุณธรรม สร้างวินัย จิตสาธารณะ ความรับผิดชอบ ต่อส่วนรวม และการมีจิตอาสา ผ่านกิจกรรมรูปแบบต่าง ๆ อาทิ กิจกรรมลูกเสือ กศน. กิจกรรมจิตอาสา ตลอดจนสนับสนุนให้มีการจัดกิจกรรมเพื่อปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมให้กับบุคลากรในองค์กร 2) จัดให้มีหลักสูตรลูกเสือมัคคุเทศก์ โดยให้สำนักงาน กศน.จังหวัดทุกแห่ปกทม. จัดตั้งกองลูกเสือ ที่ลูกเสือมีความพร้อมด้านทักษะภาษาต่างประเทศ เป็นลูกเสือมัคคุเทศก์จังหวัดละ 1 กอง เพื่อส่งเสริม ลูกเสือจิตอาสาพัฒนาการท่องเที่ยวในแต่ละจังหวัด 3.4 เสริมสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย ประสาน ส่งเสริมความร่วมมือภาคีเครือข่าย ทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อสร้างความเข้าใจ และให้เกิดความร่วมมือในการส่งเสริม สนับสนุน และจัดการศึกษาและการเรียนรู้ให้กับ ประชาชนอย่างมีคุณภาพ 1) เร่งจัดทำทำเนียบภูมิปัญญาท้องถิ่นในแต่ละตำบล เพื่อใช้ประโยชน์จากภูมิปัญญาท้องถิ่นในการ สร้างการเรียนรู้จากองค์ความรู้ในตัวบุคคลให้เกิดการถ่ายทอดภูมิปัญญา สร้างคุณค่าทางวัฒนธรรมอย่าง ยั่งยืน 2) ส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่การจัดการเรียนรู้ชุมชน 3) ประสานความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายเพื่อการขยายและพัฒนาการศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัยให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทุกกลุ่มอย่างกว้างขวางและมีคุณภาพ อาทิ กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่ม อสม. 3.5 พัฒนานวัตกรรมทางการศึกษาเพื่อประโยชน์ต่อการจัดการศึกษาและกลุ่มเป้าหมาย 1) พัฒนาการจัดการศึกษาออนไลน์ กศน. ทั้งในรูปแบบของการศึกษาขั้นพื้นฐาน การพัฒนาทักษะ ชีวิตและทักษะอาชีพ การศึกษาตามอัธยาศัย รวมทั้งการพัฒนาช่องทางการค้าออนไลน์ 2) ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีในการปฏิบัติงาน การบริหารจัดการ และการจัดการเรียนรู้ 3) ส่งเสริมให้มีการใช้การวิจัยอย่างง่ายเพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ 3.6 พัฒนาศักยภาพคนด้านทักษะและความเข้าใจในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Literacy) 1) พัฒนาความรู้และทักษะเทคโนโลยีดิจิทัลของครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อพัฒนา รูปแบบการจัดการเรียนการสอน 2) ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อให้ประชาชนมีทักษะความเข้าใจและ 8
ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน รวมทั้งสร้างรายได้ให้กับตนเองได้ 3.7 พัฒนาทักษะภาษาต่างประเทศเพื่อการสื่อสารของประชาชนในรูปแบบต่าง ๆ อย่างเป็นรูปธรรม โดยเน้นทักษะภาษาเพื่ออาชีพ ทั้งในภาคธุรกิจ การบริการ และการท่องเที่ยว รวมทั้ง พัฒนาสื่อการเรียนการสอนเพื่อส่งเสริมการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสารและการพัฒนาอาชีพ 3.8 เตรียมความพร้อมการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุที่เหมาะสมและมีคุณภาพ 1) ส่งเสริมการจัดกิจกรรมให้กับประชาชนเพื่อสร้างความตระหนักถึงการเตรียมพร้อมเข้าสู่ สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) มีความเข้าใจในพัฒนาการของช่วงวัย รวมทั้งเรียนรู้และมีส่วนร่วมในการ ดูแล รับผิดชอบผู้สูงอายุในครอบครัวและชุมชน 2) พัฒนาการจัดบริการการศึกษาและการเรียนรู้สำหรับประชาชนในการเตรียมความพร้อม เข้าสู่วัยสูงอายุที่เหมาะสมและมีคุณภาพ 3) จัดการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตสำหรับผู้สูงอายุภายใต้แนวคิด "Active Aging" การศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต และพัฒนาทักษะชีวิต ให้สามารถดูแลตนเองทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต และรู้จักใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี 4) สร้างความตระหนักถึงคุณค่าและศักดิ์ศรีของผู้สูงอายุ เปิดโอกาสให้มีการเผยแพร่ภูมิปัญญา ของผู้สูงอายุ และให้มีส่วนร่วมในกิจกรรมด้านต่าง ๆ ในชุมชน เช่น ด้านอาชีพ กีฬา ศาสนาและวัฒนธรรม 5) จัดการศึกษาอาชีพเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ โดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในทุกระดับ 3.9 การส่งเสริมวิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา 1) จัดกิจกรรมวิทยาศาสตร์เชิงรุก และเน้นให้ความรู้วิทยาศาสตร์อย่างง่ายกับประชาชนในชุมชน ทั้งวิทยาศาสตร์ในวิถีชีวิต และวิทยาศาสตร์ในชีวิตประจำวัน 2) พัฒนาสื่อนิทรรศการเละรูปแบบการจัดกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์ให้มีความทันสมัย 3.10 ส่งเสริมการรู้ภาษาไทยให้กับประชาชนในรูปแบบต่าง ๆ โดยเฉพาะประชาชนในเขตพื้นที่สูง ให้สามารถฟัง พูด อ่าน และเขียนภาษาไทย เพื่อประโยชในการใช้ชีวิตประจำวันได้ 4 ยุทธศาสตร์ต้นการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม 4.1 จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้สำหรับทุกช่วงวัย ที่เป็นศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิตที่สามารถให้บริการ ประชาชนได้ทุกคน ทุกช่วงวัย ที่มีกิจกรรมที่หลากหลาย ตอบสนองความต้องการในการเรียนรู้ในแต่ละวัย และเป็นศูนย์บริการความรู้ ศูนย์การจัดกิจกรรมที่ครอบคลุมทุกช่วงวัย เพื่อให้มีพัฒนาการเรียนรู้ที่เหมาะสม และมีความสุขกับการเรียนรู้ตามความสนใจ 1) เร่งประสานกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อจัดทำฐานข้อมูลโรงเรียนที่ถูก ยุบรวม หรือคาดว่าน่าจะถูกยุบรวม 2) ให้สำนักงาน กศน.จังหวัดทุกแห่งที่อยู่ในจังหวัดที่มีโรงเรียนที่ถูกยุบรวม ประสานขอใช้พื้นที่เพื่อ จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้สำหรับทุกช่วงวัย กศน. 4.2 ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาและการเรียนรู้สำหรับกลุ่มเป้าหมายผู้พิการ 1) จัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิตและทักษะอาชีพ และการศึกษาตาม อัธยาศัย โดยเน้นรูปแบบการศึกษาออนไลน์ 2) ให้สำนักงาน กศน.จังหวัดทุกแห่ง/กทม. ทำความร่วมมือกับศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัด ในการใช้สถานที่ วัสดุอุปกรณ์ และครุภัณฑ์ด้านการศึกษา เพื่อสนับสนุนการจัดการศึกษาและการเรียนรู้ สำหรับกลุ่มเป้าหมายผู้พิการ 9
4.3 ยกระดับการศึกษาให้กับกลุ่มเป้าหมายทหารกองประจำการ รวมทั้งกลุ่มเป้าหมายพิเศษอื่น ๆ อาทิ ผู้ต้องขัง คนพิการ เด็กออกกลางคัน ประชากรวัยเรียนที่อยู่นอกระบบการศึกษาให้จบการศึกษานอก ระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน สามารถนำความรู้ที่ได้รับไปพัฒนาตนเองได้อย่างต่อเนื่อง 4.4 พัฒนาหลักสูตรการจัดการศึกษาอาชีพระะสั้น ให้มีความหลากหลาย ทันสมัย เหมาะสมกับ บริบทของพื้นที่ และตอบสนองความต้องการของประชาชนผู้รับบริการ 5. ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 5.1 ส่งเสริมให้มีการให้ความรู้กับประชาชนในการรับมือและปรับตัวเพื่อลดความเสียหายจากภัย ธรรมชาติและผลกระทบที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 5.2 สร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างสังคมสีเขียว ส่งเสริมความรู้ให้กับประชาชน เกี่ยวกับการคัดแยกตั้งแต่ต้นทาง การกำจัดขยะ และการนำกลับมาใช้ช้ำ เพื่อลดปริมาณและต้นทุนในการ จัดการขยะของเมือง และสามารถนำขยะกลับมาใช้ประโยชน์ได้โดยง่าย รวมทั้งการจัดการมลพิษในชุมชน 5.3 ส่งเสริมให้หน่วยงานและสถานศึกษาใช้พลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมทั้งลดการใช้ ทรัพยากรที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น รณรงค์เรื่องการลดการใช้ถุงพลาสติก การประหยัดไฟฟ้า เป็น ต้น 6. ยุทธศาสตร์ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบหารบริหารจัดการภาครัฐ 6.1 พัฒนาและปรับระบบวิธีการปฏิบัติราชการให้ทันสมัย มีความโปร่งใส ปลอดการทุจริต บริหาร จัดการบนข้อมูลและหลักฐานเชิงประจักษ์ มุ่งผลสัมฤทธิ์มีความโปร่งใส 6.2 นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีระบบการทำงานที่เป็นดิจิทัลมาใช้ในการบริหารและพัฒนางาน สามารถเชื่อมโยงกับระบบฐานข้อมูลกลางของกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมทั้งพัฒนาโปรแกรมออนไลน์ที่ สามารถเชื่อมโยงข้อมูลต่าง ๆ ที่ทำให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างต่อเนื่องกันตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนการ และให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมายสามารถเข้าถึงบริการได้อย่างทันที ทุกที่และทุกเวลา 6.3 ส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรทุกระดับอย่างต่อเนื่อง ให้มีความรู้และทักษะตามมาตรฐานตำแหน่ง ให้ตรงกับสายงาน ความชำนาญ และความต้องการของบุคลากร 2. แนวทาง/กลยุทธ์การดำเนินงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยของ กศน.ตำบลนาจอมเทียน ปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ กศน.ตำบลนาจอมเทียน ปรัชญา “คิดเป็น ทำเป็น เน้น ICT” วิสัยทัศน์ กศน.ตำบลนาจอมเทียนจัดการศึกษาตลอดชีวิตและการศึกษาอาชีพที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง เท่า เทียมกัน เพื่อให้เกิดสังคมแห่งการเรียนรู้ ICT และมีความสามารถเชิงแข่งขันในประชาคมอาเซียนอย่างยั่งยืน พันธกิจ 1. จัดและส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยที่มีคุณภาพ เพื่อยกระดับ การศึกษา พัฒนาทักษะการเรียนรู้ของประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมายให้เหมาะสมทุกช่วงวัย พร้อมรับการ เปลี่ยนแปลงบริบททางสังคม และสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต 2 ส่งเสริม สนับสนุน และประสานภาคีเครือข่าย ในการมีส่วนร่วมจัดการศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัย และการเรียนรู้ตลอดชีวิต รวมทั้งการดำเนินกิจกรรมของศูนย์การเรียนและแหล่งการ เรียนรู้อื่น ในรูปแบบต่าง ๆ 10
3. ส่งเสริมและพัฒนาการนำเทคโนโลยีทางการศึกษา และเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ให้เกิด ประสิทธิภาพในการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยให้กับประชาชนอย่างทั่วถึง 4. พัฒนาหลักสูตร รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ สื่อและนวัตกรรม การวัดและประเมินผลใน ทุกรูปแบบให้สอดคล้องกับบริบทในปัจจุบัน 5. พัฒนาบุคลากรและระบบการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ เพื่อมุ่งจัดการศึกษาและการเรียนรู้ ที่มีคุณภาพ โดยยึดหลักธรรมาภิบาล เป้าประสงค์ 1. ประชาชนผู้ด้อย พลาด และขาดโอกาสทางการศึกษา รวมทั้งประชาชนทั่วไปได้รับโอกาสทาง การศึกษาในรูปแบบการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษาต่อเนื่อง และการศึกษาตาม อัธยาศัย ที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง เป็นไปตามสภาพ ปัญหา และความต้องการของแต่ละ กลุ่มเป้าหมาย 1. ประชาชนได้รับการยกระดับการศึกษา สร้างเสริมและปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และความเป็น พลเมือง อันนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน เพื่อพัฒนาไปสู่ความ มั่นคงและยั่งยืนทางด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และสิ่งแวดล้อม 2. ประชาชนได้รับโอกาสในการเรียนรู้ และมีเจตคติทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เหมาะสม สามารถคิด วิเคราะห์ และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน รวมทั้งแก้ปัญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิตได้อย่าง สร้างสรรค์ 3. ประชาชนได้รับการสร้างและส่งเสริมให้มีนิสัยรักการอ่านเพื่อการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง 4. ชุมชนและภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ร่วมจัด ส่งเสริม และสนับสนุนการดำเนินงานการศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย รวมทั้งการขับเคลื่อนกิจกรรมการเรียนรู้ของชุมชน 5. หน่วยงานและสถานศึกษาพัฒนา เทคโนโลยีทางการศึกษา เทคโนโลยีดิจิทัล มาใช้ในการ ยกระดับคุณภาพในการจัดการเรียนรู้และเพิ่มโอกาสการเรียนรู้ให้กับประชาชน 6. หน่วยงานและสถานศึกษาพัฒนาสื่อและการจัดกระบวนการเรียนรู้ เพื่อแก้ปัญหาและพัฒนา คุณภาพชีวิต ที่ตอบสนองกับการเปลี่ยนแปลงบริบทด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และสิ่งแวดล้อม รวมทั้งตามความต้องการของประชาชนและชุมชนในรูปแบบที่หลากหลาย 7. หน่วยงานและสถานศึกษามีระบบการบริหารจัดการที่เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล 8. บุคลากรของหน่วยงานและสถานศึกษาได้รับการพัฒนาเพื่อเพิ่มสมรรถนะในการปฏิบัติงาน การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัด ตัวชี้วัดเชิงปริมาณ 1. จำนวนผู้เรียนการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาชั้นพื้นฐานที่ได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายตาม สิทธิที่กำหนดไว้ 2. จำนวนของคนไทยกลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ ที่เข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้/เข้ารับบริการกิจกรรม การศึกษาต่อเนื่อง และการศึกษาตามอัธยาศัยที่สอดคล้องกับสภาพ ปัญหา และความต้องการ 3. ร้อยละของกำลังแรงงานที่สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้นขึ้นไป 4. จำนวนภาคีเครือข่ายที่เข้ามามีส่วนร่วมในการจัด/พัฒนา/ส่งเสริมการศึกษา (ภาคีเครือข่าย : สถานประกอบการ องค์กร หน่วยงานที่มาร่วมจัด/พัฒนา/ส่งเสริมการศึกษา) 5. จำนวนประชาชน เด็ก และเยาวชนในพื้นที่สูง และชาวไทยมอแกน ในพื้นที่ 5 จังหวัด 11 อำกอ ได้รับบริการการศึกษาตลอดชีวิตจากศูนย์การเรียนชุมชนสังกัดสำนักงาน กศน. 11
6. จำนวนผู้รับบริการในพื้นที่เป้าหมายได้รับการส่งเสริมด้านการรู้หนังสือและการพัฒนาทักษะชีวิต 7. จำนวนนักเรียนนักศึกษาที่ได้รับบริการติวเข้มเต็มความรู้ 8. จำนวนประชาชนที่ได้รับการฝึกอาชีพระยะสั้น สามารถสร้างอาชีพเพื่อสร้างรายได้ 9. จำนวน ครู กศน. ตำบล จากพื้นที่ กศน.ภาค ได้รับการพัฒนาศักยภาพด้านการจัดการเรียนการ สอนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร 10. จำนวนประชาชนที่ได้รับการฝึกอบรมภาษาต่างประเทศเพื่อการสื่อสารด้านอาชีพ 11. จำนวนผู้สูงอายุภาวะพึ่งพิงในระบบ Long Term Care มีผู้ดูแลที่มีคุณภาพและมาตรฐาน 12. จำนวนประชาชนที่ผ่านการอบรมจากศูนย์ดิจิทัลชุมชน 13. จำนวนศูนย์การเรียนชุมชน กศน. บนพื้นที่สูง ในพื้นที่ 5 จังหวัด ที่ส่งเสริมการพัฒนาทักษะการ ฟัง พูดภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร ร่วมกันในสถานศึกษาสังกัด สพฐ. ตชด. และกศน. 14. จำนวนบุคลากร กศน. ตำบลที่สามารถจัดทำคลังความรู้ได้ 15. จำนวนบทความเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตในระดับตำบลในหัวข้อต่าง ๆ 16. จำนวนหลักสูตรและสื่อออนไลน์ที่ให้บริการกับประชาชน ทั้งการศึกษานอกระบบระดับ การศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษาต่อเนื่อง และการศึกษาตามอัธยาศัย ตัวชี้วัดเชิงคุณภาพ 1. ร้อยละของคะแนนเฉลี่ยผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ การศึกษานอกระบบ (N-NET) ทุกรายวิชาทุกระดับ 2. ร้อยละของผู้เรียนที่ได้รับการสนับสนุนการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานเทียบกับค่าเป้าหมาย 3. ร้อยละของประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่ลงทะเบียนเรียนในทุกหลักสูตร/กิจกรรมการศึกษาต่อเนื่อง เทียบกับเป้าหมาย 4. ร้อยละของผู้ผ่านการฝึกอบรม/พัฒนาทักษะอาชีพระยะสั้นสามารถนำความรู้ไปใช้ในการ ประกอบอาชีพหรือพัฒนางานได้ 5. ร้อยละของผู้เรียนในเขตพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ได้รับการพัฒนาศักยภาพ หรือทักษะด้าน อาชีพ สามารถมีงานทำหรือนำไปประกอบอาชีพได้ 6. ร้อยละของผู้จบหลักสูตร/กิจกรรมที่สามารถนำความรู้ความเข้าใจไปใช้ได้ตามจุดมุ่งหมายของ หลักสูตรกิจกรรม การศึกษาต่อเนื่อง 7. ร้อยละของประชาชนที่ได้รับบริการมีความพึงพอใจต่อการบริการ/เข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ การศึกษาตามอัธยาศัย 8. ร้อยละของประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับบริการ/ข้าร่วมกิจกรรมที่มีความรู้ความเข้าใจ/เจตคติ ทักษะ ตามจุดมุ่งหมายของกิจกรรมที่กำหนด ของการศึกษาตามอัธยาศัย 9. ร้อยละของนักเรียน/นักศึกษาที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในวิชาที่ได้รับบริการติวเข้มเต็มความรู้ เพิ่มสูงขึ้น 10. ร้อยละของผู้สูงอายุที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย มีโอกาสมาเข้าร่วมกิจกรรมการศึกษาตลอดชีวิต นโยบายเร่งด่วนเพื่อร่วมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ 1.ยุทธศาสตร์ด้านความมันคง 1.1 พัฒนาและเสริมสร้างความจงรักภักดีต่อสถาบันหลักของชาติ โดยปลูกฝังและสร้างความ ตระหนักรู้ถึงความสำคัญของสถาบันหลักของชาติ รณรงค์เสริมสร้างความรักและความภาคภูมิใจในความเป็น คนไทยและชาติไทย น้อมนำและเผยแพร่ศาสตร์พระราชา หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงรวมถึงแนวทาง พระราชดำริต่าง ๆ 12 13
1.2 เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง และการมีส่วนร่วมอย่างถูกต้องกับการปกครองระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ในบริบทของไทย มีความเป็นพลเมืองดี ยอมรับและ เคารพความหลากหลายทางความคิดและอุดมการณ์ 1.3 ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยคุกคามในรูปแบบใหม่ ทั้ง ยาเสพติด การค้ามนุษย์ ภัยจากไซเบอร์ ภัยพิบัติจากธรรมชาติ โรคอุบัติใหม่ ฯลฯ 1.4 ยกระดับคุณภาพการศึกษาและสร้างเสริมโอกาสในการเข้าถึงบริการการศึกษา การพัฒนา ทักษะ การสร้างอาชีพ และการใช้ชีวิตในสังคมพหุวัฒนธรรม ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดน ภาคใต้ และพื้นที่ชายแดนอื่น ๆ 1.5 สร้างความรู้ ความเข้าใจในขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรมของประเทศเพื่อนบ้านยอมรับ และเคารพในประเพณี วัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ และชาวต่างชาติที่มีความหลากหลาย ในลักษณะพหุ สังคมที่อยู่ร่วมกัน 2 ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน 2.1 เร่งปรับหลักสูตรการจัดการศึกษาอาชีพ กศน. เพื่อยกระดับทักษะด้านอาชีพของประชาชนให้ เป็นอาชีพที่รองรับอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ (First S - curve และ New S-curve) โดยบูรณาการ ความร่วมมือในการพัฒนาและเสริมทักษะใหม่ด้านอาชีพ (Upskill & Reskill) รวมถึงมุ่งเน้นสร้างโอกาสใน การสร้างงาน สร้างรายได้ และตอบสนองต่อความต้องการของตลาดแรงานทั้งภาคอุตสาหกรรมและการ บริการ โดยเฉพาะในพื้นที่เขตระเบียงเศรษฐกิจ และเขคพัฒนาพิเศษตามภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศสำหรับ พื้นที่ปกติให้พัฒนาอาชีพที่เน้นการต่อยอดศักยภาพและตามบริบทของพื้นที่ 2.2 จัดการศึกษาเพื่อพัฒนาพื้นที่ภาคตะวันออก ยกระดับการศึกษาให้กับประชาชนให้จบการศึกษา อย่างน้อยการศึกษาภาคบังคับ สามารถนำคุณวุฒิที่ได้รับไปต่อยอดในการประกอบอาชีพ รวมทั้งพัฒนา ทักษะในการประกอบอาชีพตามความต้องการของประชาชน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ตอบสนองต่อบริบท ของสังคมและชุมชน รวมทั้งรองรับการพัฒนาเขตพื้นที่ระเบียบเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) 2.3 พัฒนาและส่งเสริมประชาชนเพื่อต่อยอดการผลิตและจำหน่ายสินค้และผลิตภัณฑ์ออนไลน์ 1) เร่งจัดตั้งศูนย์ให้คำปรึกษาและพัฒนาผลิตภัณฑ์ Brand กศน. เพื่อยกระดับคุณภาพของสินค้และ ผลิตภัณฑ์ การบริหารจัดการที่ครบวงจร (การผลิต การตลาด การส่งออก และสร้างช่องทางจำหน่าย) รวมทั้งส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลในการเผยแพร่และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ 2) พัฒนาและคัดเลือกสุดยอดสินค้าและลิตภัณฑ์ กศน. ในแต่ละจังหวัด พร้อมทั้งประสานความ ร่วมมือกับสถานีบริการน้ำมันในการเป็นซ่องทางการจำหน่ายสุดยอดสินค้าและผลิตภัณฑ์ กศน.ให้กว้างขวาง ยิ่งขึ้น 3 ยุทธศาสตร์การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ 3.1 พัฒนาครูและบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรมและการเรียนรู้ เป็นผู้เชื่อมโยงความรู้กับ ผู้เรียนและผู้รับบริการ มีความเป็น "ครูมืออาชีพ" มีจิตบริการ มีความรอบรู้และทันต่อการเปลี่ยนแปลงของ สังคมและเป็น ผู้อำนวยการการเรียนรู้" ที่สามารถบริหารจัดการความรู้ กิจกรรม และการเรียนรู้ที่ดี 1) เพิ่มอัตราข้าราชการครูให้กับ กศน. อำเภอทุกแห่ง โดยเร่งดำเนินการเรื่องการหาอัตราตำแหน่ง การสรรหา บรรจุ และแต่งตั้ง ข้าราชการครู 2) พัฒนาข้าราชการครูในรูปแบบครบวงจร ตามหลักสูตรที่เชื่อมโยงกับวิทยฐานะ 3) พัฒนาครู กศน.ตำบลให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นเรื่องการพัฒนาทักษะ การจัดการเรียนการสอนออนไลน์ ทักษะภาษาต่างประเทศ ทักษะการจัดกระบวนการเรียนรู้ 14
4) พัฒนาศึกษานิเทศก์ ให้สามารถปฏิบัติการนิเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ 5) พัฒนาบุคลากร กศน.ทุกระดับทุกประเภทให้มีทักษะความรู้เรื่องการใช้ประโยชน์จากดิจิทัลและ ภาษาต่างประเทศที่จำเป็น 3.2 พัฒนาแหล่งเรียนรู้ให้มีบรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ มีความพร้อมในการ ให้บริการกิจกรรมการศึกษาและการเรียนรู้ เป็นแหล่งสารสนเทศสาธารณะที่ง่ายต่อการเข้าถึง มีบรรยากาศที่ เอื้อต่อการเรียนรู้ เป็นคาเพ่พื้นที่การเรียนรู้สำหรับคนทุกช่วงวัย มีสิ่งอำนวยความสะดวก มีบรรยากาศ สวยงามมีชีวิต ที่ดึงดูดความสนใจ และมีความปลอดภัยสำหรับผู้ใช้บริการ 1) เร่งยกระดับ กศน.ตำบลนำร่อง 928 แห่ง (อำเภอละ 1 แห่ง) ให้เป็น กศน.ตำบล 5 ดี พรีเมี่ยม ที่ประกอบด้วย ครูดี สถานที่ดี (ตามบริบทของพื้นที่) กิจกรรมดี เครือข่ายดี และมีนวัตกรรมการเรียนรู้ที่ดีมี ประโยชน์ 2) จัดให้มีศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบ กศน. เพื่อยกระดับการเรียนรู้ ใน 6 ภูมิภาค เป็นพื้นที่การเรียนรู้ (Co - Learning Space) ที่ทันสมัยสำหรับทุกคน มีความพร้อมในการให้บริการต่าง ๆ อาทิ พื้นที่สำหรับการ ทำงาน/การเรียนรู้ พื้นที่สำหรับกิจกรรมต่าง ๆ มีห้องประชุมขนาดเล็ก รวมทั้งทำงานร่วมกับห้องสมุด ประชาชนในการให้บริการในรูปแบบห้องสมุดดิจิทัล บริการอินเทอร์เน็ต สื่อมัลติมีเดีย เพื่อรองรับการเรียนรู้ แบบ Active Learning 3) พัฒนาห้องสมุดประชชน "เฉลิมราชกุมารี" ให้เป็น Digital Library โดยให้มีบริการหนังสือ ในรูปแบบ e - Book บริการคอมพิวเตอร์ และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง รวมทั้ง Free Wifi เพื่อการสืบค้น ข้อมูล 3.3 ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ เอื้อต่อการเรียนรู้สำหรับทุกคน สามารถ เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา มีกิจกรรมที่หลากลาย น่าสนใจ สนองตอบความต้องการของชุมชน เพื่อพัฒนาศักยภาพ การเรียนรู้ของประชาชน รวมทั้งใช้ประโยชน์จากประชาชนในชุมชนในการร่วมจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อ เชื่อมโยงความสัมพันธ์ของคนในชุมชนไปสู้การจัดการความรู้ของชุมชนอย่างยั่งยืน 1) ส่งเสริมการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ปลูกฝังคุณธรรม สร้างวินัย จิตสาธารณะ ความรับผิดชอบต่อ ส่วนรวม และการมีจิตอาสา ผ่านกิจกรรมรูปแบบต่าง ๆ อาทิ กิจกรรมลูกเสือ กศน. กิจกรรมจิตอาสา ตลอดจนสนับสนุนให้มีการจัดกิจกรรมเพื่อปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมให้กับบุคลากรในองค์กร 2) จัดให้มีหลักสูตรลูกเสือมัคคุเทศก์ โดยให้สำนักงาน กศน.จังหวัดทุกแห่ปกทม. จัดตั้งกองลูกเสือที่ ลูกเสือมีความพร้อมด้านทักษะภาษาต่างประเทศ เป็นลูกเสือมัคคุเทศก์จังหวัดละ 1 กอง เพื่อส่งเสริมลูกเสือ จิตอาสาพัฒนาการท่องเที่ยวในแต่ละจังหวัด 3.4 เสริมสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย ประสาน ส่งเสริมความร่วมมือภาคีเครือข่าย ทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อสร้างความเข้าใจ และให้เกิดความร่วมมือในการส่งเสริม สนับสนุน และจัดการศึกษาและการเรียนรู้ให้กับ ประชาชนอย่างมีคุณภาพ 1) เร่งจัดทำทำเนียบภูมิปัญญาท้องถิ่นในแต่ละตำบล เพื่อใช้ประโยชน์จากภูมิปัญญาท้องถิ่น ในการ สร้างการเรียนรู้จากองค์ความรู้ในตัวบุคคลให้เกิดการถ่ายทอดภูมิปัญญา สร้างคุณค่าทางวัฒนธรรมอย่าง ยั่งยืน 2) ส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่การจัดการเรียนรู้ชุมชน 15
3) ประสานความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายเพื่อการขยายและพัฒนาการศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัยให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทุกกลุ่มอย่างกว้างขวางและมีคุณภาพ อาทิ กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่ม อสม. 3.5 พัฒนานวัตกรรมทางการศึกษาเพื่อประโยชน์ต่อการจัดการศึกษาและกลุ่มเป้าหมาย 1) พัฒนาการจัดการศึกษาออนไลน์ กศน. ทั้งในรูปแบบของการศึกษาขั้นพื้นฐาน การพัฒนาทักษะ ชีวิตและทักษะอาชีพ การศึกษาตามอัธยาศัย รวมทั้งการพัฒนาช่องทางการค้าออนไลน์ 2) ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีในการปฏิบัติงาน การบริหารจัดการ และการจัดการเรียนรู้ 3) ส่งเสริมให้มีการใช้การวิจัยอย่างง่ายเพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ 3.6 พัฒนาศักยภาพคนด้านทักษะและความเข้าใจในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Literacy) 1) พัฒนาความรู้และทักษะเทคโนโลยีดิจิทัลของครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อพัฒนารูปแบบ การจัดการเรียนการสอน 2) ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อให้ประชาชนมีทักษะความเข้าใจและใช้ เทคโนโลยีดิจิทัลที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน รวมทั้งสร้างรายได้ให้กับตนเองได้ 3.7 พัฒนาทักษะภาษาต่างประเทศเพื่อการสื่อสารของประชาชนในรูปแบบต่าง ๆ อย่างเป็นรูปธรรม โดยเน้นทักษะภาษาเพื่ออาชีพ ทั้งในภาคธุรกิจ การบริการ และการท่องเที่ยว รวมทั้ง พัฒนาสื่อการเรียนการสอนเพื่อส่งเสริมการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสารและการพัฒนาอาชีพ 3.8 เตรียมความพร้อมการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุที่เหมาะสมและมีคุณภาพ 1) ส่งเสริมการจัดกิจกรรมให้กับประชาชนเพื่อสร้างความตระหนักถึงการเตรียมพร้อมเข้าสู่สังคม ผู้สูงอายุ (Aging Society) มีความเข้าใจในพัฒนาการของช่วงวัย รวมทั้งเรียนรู้และมีส่วนร่วมในการดูแล รับผิดชอบผู้สูงอายุในครอบครัวและชุมชน 2) พัฒนาการจัดบริการการศึกษาและการเรียนรู้สำหรับประชาชนในการเตรียมความพร้อมเข้าสู่วัย สูงอายุที่เหมาะสมและมีคุณภาพ 3) จัดการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตสำหรับผู้สูงอายุภายใต้แนวคิด "Active Aging"การศึกษาเพื่อ พัฒนาคุณภาพชีวิต และพัฒนาทักษะชีวิต ให้สามารถดูแลตนเองทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตและรู้จักใช้ ประโยชน์จากเทคโนโลยี 4) สร้างความตระหนักถึงคุณค่าและศักดิ์ศรีของผู้สูงอายุ เปิดโอกาสให้มีการเผยแพร่ภูมิปัญญาของ ผู้สูงอายุ และให้มีส่วนร่วมในกิจกรรมด้านต่าง ๆ ในชุมชน เช่น ด้านอาชีพ กีฬา ศาสนาและวัฒนธรรม 5) จัดการศึกษาอาชีพเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ โดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในทุกระดับ 3.9 การส่งเสริมวิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา 1) จัดกิจกรรมวิทยาศาสตร์เชิงรุก และเน้นให้ความรู้วิทยาศาสตร์อย่างง่ายกับประชาชนในชุมชนทั้ง วิทยาศาสตร์ในวิถีชีวิต และวิทยาศาสตร์ในชีวิตประจำวัน 2) พัฒนาสื่อนิทรรศการเละรูปแบบการจัดกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์ให้มีความทันสมัย 3.10 ส่งเสริมการรู้ภาษาไทยให้กับประชาชนในรูปแบบต่าง ๆ โดยเฉพาะประชาชนในเขตพื้นที่สูง ให้สามารถฟัง พูด อ่าน และเขียนภาษาไทย เพื่อประโยชในการใช้ชีวิตประจำวันได้ 4 ยุทธศาสตร์ต้นการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม 4.1 จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้สำหรับทุกช่วงวัย ที่เป็นศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิตที่สามารถให้บริการ ประชาชนได้ทุกคน ทุกช่วงวัย ที่มีกิจกรรมที่หลากหลาย ตอบสนองความต้องการในการเรียนรู้ในแต่ละวัย และเป็นศูนย์บริการความรู้ ศูนย์การจัดกิจกรรมที่ครอบคลุมทุกช่วงวัย เพื่อให้มีพัฒนาการเรียนรู้ที่เหมาะสม และมีความสุขกับการเรียนรู้ตามความสนใจ 16
1) เร่งประสานกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อจัดทำฐานข้อมูลโรงเรียนที่ถูก ยุบรวม หรือคาดว่าน่าจะถูกยุบรวม 2) ให้สำนักงาน กศน.จังหวัดทุกแห่งที่อยู่ในจังหวัดที่มีโรงเรียนที่ถูกยุบรวม ประสานขอใช้พื้นที่เพื่อ จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้สำหรับทุกช่วงวัย กศน. 4.2 ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาและการเรียนรู้สำหรับกลุ่มเป้าหมายผู้พิการ 1) จัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิตและทักษะอาชีพ และการศึกษาตาม อัธยาศัย โดยเน้นรูปแบบการศึกษาออนไลน์ 2) ให้สำนักงาน กศน.จังหวัดทุกแห่ง/กทม. ทำความร่วมมือกับศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัด ในการใช้สถานที่ วัสดุอุปกรณ์ และครุภัณฑ์ด้านการศึกษา เพื่อสนับสนุนการจัดการศึกษาและการเรียนรู้ สำหรับกลุ่มเป้าหมายผู้พิการ 4.3 ยกระดับการศึกษาให้กับกลุ่มเป้าหมายทหารกองประจำการ รวมทั้งกลุ่มเป้าหมายพิเศษอื่น ๆ อาทิ ผู้ต้องขัง คนพิการ เด็กออกกลางคัน ประชากรวัยเรียนที่อยู่นอกระบบการศึกษาให้จบการศึกษานอก ระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน สามารถนำความรู้ที่ได้รับไปพัฒนาตนเองได้อย่างต่อเนื่อง 4.4 พัฒนาหลักสูตรการจัดการศึกษาอาชีพระะสั้น ให้มีความหลากหลาย ทันสมัย เหมาะสมกับ บริบทของพื้นที่ และตอบสนองความต้องการของประชาชนผู้รับบริการ 5. ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 5.1 ส่งเสริมให้มีการให้ความรู้กับประชาชนในการรับมือและปรับตัวเพื่อลดความเสียหายจากภัย ธรรมชาติและผลกระทบที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 5.2 สร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างสังคมสีเขียว ส่งเสริมความรู้ให้กับประชาชน เกี่ยวกับการคัดแยกตั้งแต่ต้นทาง การกำจัดขยะ และการนำกลับมาใช้ช้ำ เพื่อลดปริมาณและต้นทุนในการ จัดการขยะของเมือง และสามารถนำขยะกลับมาใช้ประโยชน์ได้โดยง่าย รวมทั้งการจัดการมลพิษในชุมชน 5.3 ส่งเสริมให้หน่วยงานและสถานศึกษาใช้พลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมทั้งลดการใช้ ทรัพยากรที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น รณรงค์เรื่องการลดการใช้ถุงพลาสติก การประหยัดไฟฟ้า เป็น ต้น 6. ยุทธศาสตร์ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบหารบริหารจัดการภาครัฐ 6.1 พัฒนาและปรับระบบวิธีการปฏิบัติราชการให้ทันสมัย มีความโปร่งใส ปลอดการทุจริตและ ประพฤติมิชอบ บริหารจัดการบนข้อมูลและหลักฐานเชิงประจักษ์ มุ่งผลสัมฤทธิ์มีความโปร่งใส 6.2 นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีระบบการทำงานที่เป็นดิจิทัลมาใช้ในการบริหารและพัฒนางาน สามารถเชื่อมโยงกับระบบฐานข้อมูลกลางของกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมทั้งพัฒนาโปรแกรมออนไลน์ที่ สามารถเชื่อมโยงข้อมูลต่าง ๆ ที่ทำให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างต่อเนื่องกันตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนการ และให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมายสามารถเข้าถึงบริการได้อย่างทันที ทุกที่และทุกเวลา 6.3 ส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรทุกระดับอย่างต่อเนื่อง ให้มีความรู้และทักษะตามมาตรฐานตำแหน่ง ให้ตรงกับสายงาน ความชำนาญ และความต้องการของบุคลากร ปัจจัยหลักแหล่งความสำเร็จ กศน.ตำบลนาจอมเทียน 1. กศน.ตำบลนาจอมเทียน ยึดหลักวิชา หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หลักปรัชญาคิด เป็นหลักธรรมาภิบาล และผลสัมฤทธิ์ในการบริหารจัดการ ทั้งด้านวิชาการงบประมาณ การบริหารงานบุคคล และการบริหารทั่วไปทั้งภายในกศน.ตำบลนาจอมเทียน และการทำงานร่วมกันกับภาคีเครือข่าย 2. กศน.ตำบลนาจอมเทียน ใช้ยุทธศาสตร์/กลยุทธ์ในการดำเนินงาน ทั้งที่ยึดพื้นที่ ยึด สภาวะแวดล้อม ยึดกลุ่มเป้าหมายาและความต้องการยึดประเด็นปัญหาของกลุ่มเป้าหมายหรือประเด็นการ พัฒนา ยึดความสำเร็จ และยึดนโยบายเป็นฐาน 17
3. กศน.ตำบลนาจอมเทียน การเน้นการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ทั้ง เครือข่ายเชิงพื้นที่เครือข่ายเชิงภารกิจและการสร้างความเข้มแข็งร่วมมือและความยั่งยืนในการเป็นภาคี เครือข่าย 4. กศน.ตำบลนาจอมเทียน เป็นฐานและสถานีปลายทาง ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ให้กับประชาชนในพื้นที่ โดยได้รับการพัฒนาให้มีศักยภาพและพร้อมในการปฏิบัติงานตลอดเวลา 5. กศน.ตำบลนาจอมเทียน ใช้สถานศึกษาเป็นกลไกขับเคลื่อนการบริหารนโยบายในระดับ พื้นที่ โดยมีคณะกรรมการสถานศึกษาคณะกรรมการ กศน.ตำบลเป็นผู้เสนอแนะ กำกับติดตาม นิเทศการ ดำเนินงานเพื่อให้สามารถจัดการศึกษาในระดับพื้นฐานได้อย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพ 6. กศน.ตำบลนาจอมเทียน มีข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มเป้าหมายทุกกลุ่มตามจุดเน้น มาใช้ในการ วางแผนการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย และ ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ในชุมชนได้ อย่างมีประสิทธิภาพ 7. กศน.ตำบลนาจอมเทียน มีระบบการนิเทศกำกับติดตามและรายงานผล การปฏิบัติงาน และการใช้จ่ายงบประมาณที่สามารถตรวจสอบความก้าวหน้าในการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ 8. กศน.ตำบลนาจอมเทียน มีกลไก/ระบบที่สามารถเชื่อมโยงการทำงานระหว่างส่วน ราชการและหน่วยงานต่างๆ ที่ได้รับมอบหมายจากสถานศึกษาเช่น ระบบ ฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้องและการจัด กิจกรรมเพื่อตอบสนองนโยบายเร่งด่วนหรือ นโยบายเฉพาะที่ได้รับมอบหมจากสถานศึกษาได้อย่างมี ประสิทธิภาพ 9. กศน.ตำบลนาจอมเทียน มีหน่วยงาน/สถานศึกษารับผิดชอบตัวชี้วัดความสำเร็จ ตาม ยุทธศาสตร์และจุดเน้นที่ตรงตามภารกิจอย่างชัดเจนที่กำกับติดตามและรายงานผลตัวชี้วัดทั้งส่วนกลางระดับ จังหวัด และระดับสถานศึกษาอย่างเป็นระบบ จุดเน้นการดำเนินงานตามแนวทาง/กลยุทธ์ กศน.ตำบลนาจอมเทียน 1. จุดเน้นด้านประชากรกลุ่มเป้าหมาย ทททททททท1.1 กศน.ตำบลนาจอมเทียน มุ่งเน้นสร้างโอกาสทางการศึกษาที่มีความเป็นธรรมให้กับ ประชากรทุกกลุ่มตำนาจอมเทียน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มผู้ด้อย ผู้พลาด และผู้ขาดโอกาสทางการศึกษา ทั้งนี้จำแนกประชากรกลุ่มเป้าหมายไว้ ดังนี้ ทททททททท (1) จำแนกตามช่วงอายุมี3 กลุ่ม ได้แก่ ททททททททททททท (1.1) กลุ่มวัยเรียนการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ระดับการศึกษาขั้น พื้นฐาน (อายุ 6-14ปี) ททททททททททททท(1.2) กลุ่มประชากรวัยแรงงาน (อายุ15-59 ปี) ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มย่อย 1.2.1 กลุ่มวันแรงงานอายุ15-39 ปีเป็นกลุ่มวันแรงงานที่ให้ความสำคัญในการ จัดบริการการเรียนรู้ เป็นกลุ่มแรก 1.2.2 กลุ่มวัยแรงงานอายุ 40-59ปีเป็นกลุ่มวัยแรงงานที่ให้ความสำคัญในการ จัดบริการการเรียนรู้ รองลงมา (1.3) กลุ่มผู้สูงอายุ แบ่งเป็น 4 กลุ่มย่อย โดยให้ความสำคัญในการจัดบริการการเรียนรู้ จากมากไปหาน้อยตามลำดับ ดังนี้ กลุ่มอายุ 60-69 ปี กลุ่มอายุ 70-79 ปี กลุ่มอายุ 80-69 ปี กลุ่มอายุ 90ปี ขึ้นไป (2) จำแนกตามคุณลักษณะเฉพาะทางสังคม-ประชากรที่เกี่ยวเนื่องกับการเข้าสู่โอกาสทาง 18 19
การศึกษา แบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ดังนี้ (2.1) กลุ่มที่มีเงื่อนไขข้อจำกัดในการเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา/การเรียนรู้ จำแนก เป็น 3 กลุ่มใหญ่ 17 กลุ่มย่อย ดังนี้ 2.1.1 กลุ่มผู้ด้อยโอกาส เป็นกลุ่มที่มีโอกาสในการที่จะเข้ารับบริการทางการศึกษา/ ร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ ด้อยกว่าคนปกติเนื่องมาจากข้อจำกัดทางร่างกาย/จิตใจ/สติปัญญาหรือ ความสามารถในการเรียนรู้ ข้อจำกัดทางด้านฐานะทางเศรษฐกิจหรือความยากจน ข้อจำกัดด้านการ ติดต่อสื่อสารอันเนื่องมาจากความแตกต่างทางภาษา/วัฒนธรรม 3 กลุ่มย่อยมี 2.1.2 กลุ่มผู้พลาดโอกาส เป็นกลุ่มที่พลาดโอกาสในการที่จะเข้ารับบริการทาง การศึกษา/ร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ อันเนื่องมาจาก ความไม่สามารถในการที่จะรับการศึกษา/การเรียนรู้ ได้ อย่างต่อเนื่องไม่มีความประสงค์ที่จะรับการศึกษา การเรียนรู้ จนจบหลักสูตรหรือระดับชั้นการศึกษาใดๆ การ ย้ายถิ่น/เร่ร่อน เงื่อนไขข้อจำกัดเกี่ยวกับอายุ 7 กลุ่มย่อย 2.1.3 กลุ่มผู้ขาดโอกาส เป็นกลุ่มที่ไม่สามารถเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา/ร่วม กิจกรรมการเรียนรู้อันเนื่อง 1) การอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยจากการก่อการร้าย/การก่อความไม่สงบบริเวณชายแดน 2) การอยู่ในพื้นที่ชนบทห่างไกล หรือยากลำบากในการคมนาคมติดต่อสื่อสาร 3) การมีถิ่นอยู่ในต่างประเทศ 4) การถูกจำคุก คุมขังหรือจำกัดบริเวณตามคำพิพากษา 5) การไม่มีสิทธิภาพในฐานะพลเมืองไทยหรือ 7กลุ่มย่อยมี ได้แก่ ทท (1) กลุ่มประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยจากการก่อการร้ายการก่อความไม่สงบใน บริเวณชายแดน (2) กลุ่มประชาชนในพื้นที่ชนบทห่างไกลหรือยากลำบากในการคมนาคม ติดต่อสื่อสาร (3) กลุ่มคนไทยในต่างประเทศ (4) กลุ่มผู้ต้องขัง (5) กลุ่มเด็ก/เยาวชนในสถานพินิจ (6) กลุ่มแรงงานต่างด้าว หรือแรงงานข้ามชาติ (7) กลุ่มบุคคลที่ไม่มีทะเบียนราษฎร์ (2.2) กลุ่มที่ไม่มีเงื่อนไขข้อจากัดในการเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา/การเรียนรู้ จำแนกเป็น 4 กลุ่มย่อย ได้แก่ ททททททททกลุ่มบุคคลผู้เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น/ภูมิปัญญาพื้นบ้านหรือปราชญ์ชาวบ้าน กลุ่มผู้นำชุมชนทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ ททททททททกลุ่มนักเรียน/นักศึกษาในระบบโรงเรียนที่สนใจเติมเต็มความรู้ กลุ่มประชาชนทั่วไป 2.จุดเน้นของ กศน.ตำบลนาจอมเทียน และภาคีเครือข่าย 2.1 ผู้บริหารสถานศึกษา ครู บุคลากรทางการศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษา คณะกรรมการ กศน.ตำบล และครู กศน.ตำบล ทุกคน ได้รับการพัฒนาให้มี ศักยภาพและความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจ 20
ตามบทบาทหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ 2.2 มีการประสานเชื่อมโยงการทำงานตามโครงสร้างภายในกศน.ตำบลกับภาคีเครือข่ายทั้งใน ระดับนโยบายและระดับปฏิบัติอย่างเป็นระบบโดยมีเอกภาพในเชิงนโยบาย และเน้นผลสัมฤทธิ์เป็นเป้า หมายความสาเร็จในการทำงาน 2.3 กศน.ตำบลมีแผนจุลภาค (Micro Planning) เป็นเครื่องมือในการจัดกิจกรรมหรือออกแบบ กิจกรรมการเรียนรู้ ทางการศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อัธยาศัยให้กับประชาชนกลุ่มเป้าหมายใน พื้นที่ โดยมีข้อมูลพื้นฐานที่สำคัญ ได้แก่ สภาพทางกายภาพของชุมชน ปัญหา/ความต้องการของประชาทาง การศึกษา กลุ่มเป้าหมาย แต่ละกลุ่ม แต่ละประเภท แหล่งวิทยากรชุมชน (ทุนมนุษย์ ทุนสังคมกายภาพ และ ทุกการเงิน) ซึ่งมีการปรับปรุงข้อมูลดังกล่าวให้เป็นปัจจุบันทุกรอปีงบประมาณ 3.จุดเน้นด้านผลสัมฤทธิ์ กศน.ตำบลนาจอมเทียน 3.1 ประชากรกลุ่มเป้าหมาย กศน.ตำบลนาจอมเทียน ที่สำเร็จหลักสูตรหรือร่วมกิจกรรม การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย มีผลสัมฤทธิ์ที่มีคุณภาพ ตรง ตามจุดมุ่งหมายของหลักสูตร หรือกิจกรรมการศึกษา/การเรียนรู้ ที่กำหนดไว้ และสามารถนำความรู้ และประสบการณ์การเรียนรู้โยชน์ได้ จริงที่ได้รับไปใช้ 3.2 นักศึกษา/ผู้เรียนที่สำเร็จหลักสูตรการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย มี คุณธรรม จริยธรรม ยึดค่านิยมหลักของคนไทย 12 ประการ ในการดำเนินชีวิตและมีความใฝ่รู้ ใฝ่เรียนอย่าง ต่อเนื่องตลอดชีวิต หลักการพัฒนาสังคมและชุมชน 1 สาระสำคัญ การจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน เป็นการจัดการศึกษาที่บูรณาการความรู้และทักษะ จากการศึกษาที่ผู้เรียนมีอยู่หรือได้รับจากการเข้าร่วมกิจกรรมการศึกษานอกโรงเรียนโดยมีรูปแบบการเรียนรู้ ที่หลากหลายใช้ชุมชนเป็นฐานในการพัฒนาการเรียนรู้และทุนทางสังคมเป็นเครื่องมือในการจัดการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาสังคมและชุมชนให้มีความเข้มแข็งสามารถพึ่งพาตนเองได้ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง และ ประชาชนอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขตามวิถีทางการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ตลอดจนอยู่ใน สภาพแวดล้อมที่ดี มีการพัฒนาที่ยั่งยืน 2. นโยบาย เร่งรัดจัดการศึกษานอกโรงเรียนเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคม โดยใช้ชุมชนเป็น ฐานบูรณาการความรู้และทักษะการดำรงชีวิต เพื่อให้เกิดสังคมแห่งการเรียนรู้ นำไปสู่สังคมที่เข้มแข็ง มีความ เอื้ออาทร ต่อกัน และพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน 3. เป้าหมายสาธารณะ การจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชนเป็นการจัดการศึกษาที่มุ่งใช้กระบวนการศึกษาเป็น เครื่องมือในการพัฒนาสังคมและชุมชนให้มีความเข้มแข็ง พึ่งตนเองได้ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง มีความ เอื้ออาทร มีคุณธรรม จริยธรรม สืบทอดวัฒนธรรมและภูมิปัญญา ประชาชนมีส่วนร่วมในการดูแล รักษาทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม และกำหนดทิศทางการพัฒนาของสังคมและชุมชนตามแนวทางในระบอบประชาธิปไตย โดยมี เป้าหมาย ดังนี้ (1) ให้มีกิจกรรมการพัฒนาสังคมและชุมชน 1 โครงการ 21
(2) ให้บริการนิทรรศการการศึกษา (3) จัดค่ายเยาวชนประชาธิปไตย /ค่ายประชาชนประชาธิปไตย (4) จัดกิจกรรมธรรมะเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน 4. แนวทางและมาตรการ (1) พัฒนาศักยภาพการทำงานของบุคลากร กศน. โดยปรับบทบาทการทำงานให้สอดคล้องกับ หน้าที่ สร้างความรู้ความเข้าใจในการจัดกิจกรรมการศึกษานอกโรงเรียนตามนโยบาย และกำหนดให้ครู กศน. รับผิดชอบการจัดกิจกรรมระดับตำบลในลักษณะ Project Approach (2) ดำเนินการในรูปโครงการที่ให้ความสำคัญกับประเด็นหลักของการพัฒนา 4 ด้าน กล่าวคือ เศรษฐกิจ (วิสาหกิจชุมชน) การเมืองการปกครอง(ประชาธิปไตย) สังคม(วัฒนธรรมและภูมิปัญญาชุมชน) และสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการสั่งสอนอบรมเผยแผ่ธรรมะและคุณธรรม จริยธรรม ตามหลักของศาสนาในแต่ ละท้องถิ่น โดยบูรณาการการเรียนรู้เข้ากับสภาพจริงของชุมชน (3) ส่งเสริมให้ประชาชน ชุมชน และกลไกทุกภาคส่วนของสังคม เป็นผู้รับผิดชอบหลัก(เจ้าภาพ) ในการจัดกิจกรรมการศึกษานอกโรงเรียนที่สอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่ โดยเฉพาะการจัดอบรมความรู้ ให้กับประชาชนกลุ่มเป้าหมายในเรื่องการจัดการ การตลาด และบรรจุภัณฑ์ (4) ใช้ทุนทางสังคมสนับสนุนการจัดกิจกรรมการศึกษานอกโรงเรียนในชุมชน (5) ส่งเสริมให้มีการจัดทำเวทีชาวบ้านเพื่อให้ชุมชนเรียนรู้สภาพปัญหาและความต้องการของ ชุมชนและจัดทำแผนแม่บทชุมชน (6) ส่งเสริมให้เกิดกิจกรรมการพัฒนาสังคมและชุมชน 1 โครงการ 5. ตัวชี้วัด เชิงปริมาณ – จำนวนผู้เข้ารับการอบรมและพัฒนาวิชาชีพ – จำนวนผู้สำเร็จตามหลักสูตรที่กำหนด เชิงคุณภาพ -ความพึงพอใจของผู้รับบริการ -ประโยชน์ที่ผู้รับบริการได้รับ การจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน โดยให้ประชาชน ชุมชนร่วมกัน รับผิดชอบและเห็นถึงความสำคัญ ในการฟื้นฟูพัฒนาสังคมและชุมชนของตนเอง เพื่อส่งเสริมให้ประชาชน เกิดการเรียนรู้ บูรณาการความรู้ ประสบการณ์ และทักษะอาชีพ เข้ามาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนา สังคมและชุมชนโดยรวม ทำให้เกิดสังคมแห่งการเรียนรู้ นำไปสู่สังคมที่เข้มแข็ง มีความเอื้ออาทรต่อกัน และ พึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน กิจกรรมพัฒนาสังคมและชุมชนมี 5 ด้าน คือ 1. ด้านเศรษฐกิจ - กิจกรรมเศรษฐกิจชุมชนพึ่งตนเอง 2. ด้านการเมือง - กิจกรรมส่งเสริมประชาธิปไตย 3. ด้านสังคม - กิจกรรมชุมชนแห่งการเรียนรู้ 22
4. ด้านสิ่งแวดล้อม - กิจกรรมรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม 5. ด้านศิลปวัฒนธรรม - กิจกรรมเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน การจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน เป็นการจัดการศึกษาที่บูรณาการความรู้ และ ทักษะจากการศึกษาที่ผู้เรียนมีอยู่ หรือได้รับจากการเข้าร่วมกิจกรรมการศึกษานอกโรงเรียน โดยมีรูปแบบ การเรียนที่หลากหลาย ให้ชุมชนเป็นฐานในการพัฒนาการเรียนรู้ และทุนทางสังคมเป็นเครื่องมือในการ จัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาสังคมและชุมชนให้มีความเข้มแข็ง สามารถพึ่งพาตนเองได้ตามแนวทางเศรษฐกิจ พอเพียง และประชาชนอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขตามวิถีทางการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ตลอดจน อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีมีการพัฒนาที่ยั่งยืน เอกสาร/งานที่เกี่ยวข้อง เศรษฐกิจพอเพียง “ เศรษฐกิจพอเพียง ” Sufficiency economy เป็นเสมือนรากฐานของชีวิต รากฐานความ มั่นคงของแผ่นดิน เปรียบเสมือนเสาเข็มที่ถูกตอกรองรับบ้านเรือนตัวอาคารไว้นั้นเอง สิ่งก่อสร้างจะมั่นคงได้ ก็อยู่ที่เสาเข็มแต่คนส่วนมากมองไม่เห็นเสาเข็มและลืมเสาเข็มด้วยเสียซ้ำไป พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่ จากวารสารชัยพัฒนา“ โลกาภิวัตน์ หรือ โลกานุวัตน์ ” globalization คือ ผลจากการ พัฒนาการติดต่อสื่อสาร การคมนาคมขนส่ง และเทคโนโลยีสารสนเทศ อันแสดงให้เห็นถึงการเจริญเติบโต ของสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ การเมือง เทคโนโลยี และวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงระหว่างปัจเจกบุคคล ชุมชน หน่วย ธุรกิจ และรัฐบาล ทั่วทั้งโลก “ การประยุกต์หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกับการใช้อินเตอร์เน็ตในกระแสโลกาภิวัตน์ ” อินเตอร์เน็ตเป็นเทคโนโลยีใหม่ในการสื่อสารสารสนเทศเปรียบเสมือนชุมชนแห่งใหม่ของโลกซึ่งรวมคน ทั่วทุกมุมโลกเข้าด้วยกันยุคนี้ไม่ว่าใครๆ ก็ต้องพูดถึง อินเตอร์เน็ต ICQ เพราะมันกลายเป็นส่วนหนึ่งของคน รุ่นใหม่กลายเป็นสิ่งจำเป็นในปัจจุบัน ที่สามารถติดต่อหาข้อมูลแลกเปลี่ยนข่าวสารใหม่ๆ เรียนรู้สิ่ง ใหม่ๆ สร้างจินตนาการได้ตลอดเวลาอย่างกว้างไกลไร้ขีดจำกัด โดยไม่ต้องเสียค่าเดินทาง แต่การผจญภัยไป ในโลกกว้างไร้พรมแดน หรือการท่องไปในโลกอินเตอร์เน็ตนั้น ก็มีทั้งคุณและโทษ การเรียนรู้เป็นสิ่งที่ดี แน่นอน แต่เราต้องทำความเข้าใจว่าประโยชน์และโทษของมันคืออะไรควบคู่กันไปด้วย (ชวลิต วินิจจะกูล : 2544) ปัจจุบันนี้มีการใช้อินเตอร์เน็ตกันอย่างกว้างขวางไปในทางที่ผิดวัตถุประสงค์ทางเทคโนโลยี สารสนเทศอย่างที่ควรจะเป็นรวมถึงพฤติกรรมในการใช้อินเตอร์เน็ตที่เป็นอุปสรรคในด้านต่างๆ อันตรายต่อ สุขภาพจิต และเป็นปัญหาสังคม ยกตัวอย่างรายงานเช่น 1. โรคติดอินเตอร์เน็ต (Webaholic) พฤติกรรมต่าง ๆ การเล่นอินเตอร์เน็ตทำให้คุณเสียงาน หรือ แม้แต่ทำลาย นักจิตวิทยาชื่อ Kimberly S. Young ได้ศึกษาพฤติกรรม ของผู้ใช้อินเตอร์เน็ตอย่างมาก เป็นจำนวน 496 คน โดยเปรียบเทียบ กับบรรทัดฐาน ซึ่งใช้ในการจัดว่า ผู้ใดเป็นผู้ที่ติดการพนันการติดการ พนัน ประเภทที่ถอนตัวไม่ขึ้น มีลักษณะคล้ายคลึงกับ การติดอินเตอร์เน็ต เพราะทั้งสองอย่าง เกี่ยวข้องกับ การล้มเหลว ในการควบคุมความต้องการของตนเอง โดยไม่มีส่วนเกี่ยว ข้องกับสารเคมีใดๆ (อย่างสุรา หรือ ยาเสพติด) อินเตอร์เน็ต ในการศึกษาวิจัยเรื่องนี้ หมายรวมถึง ตัวอินเตอร์เน็ตเองระบบออนไลน์ (อย่างเช่น AmericaOn-line, Compuserve, Prodigy) หรือระบบ BBS (Bulletin Board Systems) และการศึกษา วิจัยครั้งนี้ ได้ระบุว่า ผู้ที่มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ อย่างน้อย 4 อย่างเป็นเวลา นานอย่างน้อย 1 ปีถือ ได้ว่า มีอาการติดอินเตอร์เน็ต รู้สึกหมกมุ่นกับอินเตอร์เน็ตแม้ในเวลาที่ไม่ได้ต่อกับอินเตอร์เน็ต ความ ต้องการใช้อินเตอร์เน็ตเป็นเวลานานขึ้น ไม่สามารถควบคุมการใช้อินเตอร์เน็ตได้ รู้สึกหงุดหงิดเมื่อต้องใช้ อินเตอร์เน็ตน้อยลงหรือหยุดใช้ใช้อินเตอร์เน็ตเป็นวิธีในการหลีก เลี่ยงปัญหาหรือคิดว่าการใช้อินเตอร์เน็ตทำ 23
ให้ตนเองรู้สึกดีขึ้น คนในครอบครัวหรือเพื่อน เรื่องการใช้อินเตอร์เน็ตของตัวเอง การใช้อินเตอร์เน็ตทำให้เกิด การเสี่ยงต่อการสูญเสียงานการเรียน และความสัมพันธ์ ยังใช้อินเตอร์เน็ตถึงแม้ว่าต้องเสียค่าใช้ จ่ายมากมี อาการผิดปกติ อย่างเช่น หดหู่ กระวนกระวายเมื่อเลิกใช้อินเตอร์เน็ต เวลาในการใช้อินเตอร์เน็ตนานกว่าที่ ตัวเองได้ตั้งใจไว้ สำหรับผู้ใช้อินเตอร์เน็ต ที่ไม่เข้าข่ายข้างต้นเกิน 3 ข้อในช่วงเวลา 1 ปี ถือว่ายังเป็นปกติ จากการ ศึกษาวิจัย ผู้ที่ใช้อินเตอร์เน็ตอย่างหนัก 496 คน มี 396 คนซึ่งประกอบไปด้วย เพศชาย 157 คน และเพศ หญิง 239 คน เป็นผู้ที่เรียกได้ว่า "ติดอินเตอร์เน็ต" ในขณะที่อีก 100 คน ยังนับ เป็นปกติ ประกอบด้วยเพศ ชาย และเพศหญิง 46 และ 54 คนตามลำดับ สำหรับผู้ที่จัดว่า "ติดอินเตอร์เน็ต"นั้นได้แสดงลักษณะอาการ ของการติด (คล้ายกับการติดการพนัน) และการใช้อินเตอร์เน็ต อย่างหนักเหมือนกับ การเล่นการพนัน ความ ผิดปกติในการกินอาหาร หรือสุราเรื้อรัง มีผล กระทบต่อการเรียน อาชีพ สภาพทางสังคมและเศรษฐกิจของ คนคนนั้น ถึงแม้ว่าการวิจัยที่ผ่านมาได้แสดงให้เห็นว่า การติดเทคโนโลยีอย่างเช่น การติดเล่นเกมส์ ส่วนใหญ่ จะเกิดขึ้นกับเพศชายแต่ผลลัพธ์ข้างต้น แสดงให้เห็นว่า ผู้ที่ติดอินเตอร์เน็ต ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง วัย กลางคนและไม่มีงานทำ 2. เรื่องอนาจารผิดศีลธรรม ( Pornography/Indecent Content ) เรื่องของข้อมูลต่างๆ ที่มี เนื้อหาไปในทางขัดต่อศีลธรรม ลามกอนาจาร หรือรวมถึงภาพโป๊เปลือยต่าง ๆ นั้นเป็นเรื่องที่มีมานาน พอสมควรแล้ว บนโลกอินเตอร์เน็ต แต่ไม่โจ่งแจ้งเนื่องจากสมัยก่อนเป็นยุคที่ WWW หรือ IT ยังไม่พัฒนา มากนักทำให้ไม่มีภาพออกมาแต่ในปัจจุบันภายเหล่านี้เป็น ที่โจ่งแจ้งบนอินเตอร์เน็ต และสิ่งเหล่านี้สามารถ เข้าสู่เด็กและเยาวชนได้ง่ายโดยผู้ปกครองไม่สามารถที่จะให้ความดูแลได้เต็มที่เพราะว่าอินเตอร์เน็ตนั้นเป็น โลกที่ไร้พรมแดนและเปิดกว้างทำให้สื่อเหล่านี้สามรถเผยแพร่ไปได้รวดเร็วจนเราไม่สามารถจับกุมหรือเอาผิด ผู้ที่ทำสิ่งเหล่านี้ขึ้นมาได้ แสดงให้เห็นถึงการใช้อินเตอร์เน็ตที่ขาดความพอเพียง ความพอประมาณ ไร้ซึ่งความ สมเหตุสมผล และไม่มีภูมิคุ้มกันที่ดี การที่จะกระทำอะไรที่ขาดสติ ขาดความรู้ ขาดคุณธรรมและ จริยธรรม ก่อให้เกิดปัญหาขึ้นมากมายทั่งในด้านเศรษฐกิจและปัญหาสังคมโดยรวม การใช้อินเตอร์เน็ตหรือ เทคโนโลยีต่างๆ นั้นก็สามารถนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนำมาประยุกต์ใช้ได้ให้เป็นไปอย่าง เหมาะสม เพื่อลดกระแสโลกาภิวัตน์ และให้เป็นไปอย่างสมดุล สมเหตุสมผลในด้านทุนมนุษย์ ทุน เศรษฐกิจ (การเงิน) ทุนทรัพยากร (พลังงาน) เราควรที่จะศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้ อินเตอร์เน็ตเพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง โดยประยุกต์หลักปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” คือ ความ พอประมาณ ด้านเทคโนโลยี ความเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม พอเพียงกับการแก้ปัญหา ไม่สร้างระบบ การผลิตมากเกินไป (Over Production) หรือ ใช้เทคโนโลยีมากเกินไป (Over Engineering) อะไรที่มาก เกินไป หรือ ขาดแคลน ย่อมเป็นความสูญเปล่า ไม่ก่อประโยชน์อันใด หรือ สร้างประโยชน์ไม่ได้ และอาจจะ สร้างโทษภายหลัง เป็นสาเหตุกระทบในหัวข้ออื่น เช่น ทรัพยากรที่ถูกใช้อย่างรวดเร็ว การเสียเงินตรา ต่างประเทศในการนำเข้าเทคโนโลยี เป็นต้น มีเหตุผล การลดต้นทุน หรือ รายจ่าย ย่อมทำให้เราเพิ่มกำไร หรือ รายเหลือของประชาชน ทำให้เกิดการออม ไม่ใช้จ่ายเกินตัวเกินความจำเป็น หรือ ใช้จ่ายด้วยความ “พอดี” อีกทั้งยังลดการใช้วัตถุดิบ และอีกนัยหนึ่งด้านสังคมประชาชน คนไทยจะมีรายเหลือมากขึ้น เมื่อ เรารู้จักประหยัด และลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นในครัวเรือนลงภูมิคุ้มกัน ภูมิคุ้มกัน ในความหมาย นี้คือ การ บริหารความเสี่ยง ( Risk Management) จะต้องมีแนวทางป้องกันไม่ ให้ทำอะไรที่เสี่ยงเกินไป พอตัว และ ป้องกันปัญหาไว้ก่อนที่ปัญหาจะเกิด โดยคำนึงถึงผลที่จะตามมา หากเกิดปัญหาจากความเสี่ยงในด้าน ลบ หรือ ไม่ประสบความสำเร็จตามที่คาดการณ์ไว้ว่ายังสามารถรับมือได้หรือไม่ มีคุณธรรม ความชอบธรรม เป็นสิ่งที่ขาดในสังคมปัจจุบัน เป็นคุณสมบัติที่ขาดไป ของผู้บริหารองค์การบางคนนักการเมืองบางท่าน บาง กลุ่มข้าราชการ บางกลุ่มของผู้ประกอบการ และขาดการกลไกการตรวจสอบจากภาคประชาชนคน 24
ทั่วไป คุณธรรม (Ethics) จะเป็นหลักพื้นฐานในการบริหารทั้งหมด จะต้องมองผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stake Holder) ไม่ใช่เจ้าของเท่านั้น (Stock Holder) มีความรู้ การรู้เท่าทันตามความเป็นจริง ซึ่งเป็นหลักของศาสนาพุทธอีกข้อหนึ่ง สิ่งที่จะทำให้รู้เท่าทัน นั้นคือ “ปัญญา” เราจะต้องทราบถึงข้อดี ข้อเสีย ผลที่จะเกิดตามมาในอนาคต ในการตามกระแสโลกาภิ วัตน์ เช่น เราได้ประโยชน์ เสียประโยชน์อย่างไร สิ่งที่เป็นจุดอ่อนจะต้องเสริมสร้างเป็นจุดแข็ง สิ่งที่เป็น ภาวะคุกคามจะต้องเสริมเป็นโอกาส สิ่งเหล่าจะทำให้ประเทศของเราไม่เสียเปรียบ และไม่ตกเป็นทาสทาง เศรษฐกิจของกระแสโลกาภิวัตน์ ทั้งหมดนี้ต้องอาศัย ความมี ศีล เป็นต้นเหตุของปัญหาสังคม การเมือง เศรษฐกิจ สมาธิ มี ความนิ่ง สุขุม รอบคอบ ใจเย็น มีความมุ่งมั่นในการทำความดี ปัญญา มีความรู้ ความชำนาญ รู้เท่าทันตาม ความเป็นจริง และสามารถแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ และป้องกันปัญหาไม่ให้เกิด หรือ เกิดซ้ำ ได้ ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ชาวพุทธรู้แล้วทั้งสิ้น แต่ยังไม่ได้ “ปฏิบัติ” ถึงเวลาหรือยัง ที่เราชาวไทย ต้องมาปฏิบัติอย่างจริงจัง และรู้รักสามัคคี รวมใจไทยเป็นหนึ่ง เพื่ออนาคต และความยั่งยืนในการพัฒนา ประเทศต่อไป บทที่ 3 25
วิธีการดำเนินงาน ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอสัตหีบ จัดทำโครงการน้อมนำหลัก ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่ชุมชน (สวนนงนุช) มีขั้นตอนดังนี้ 1. ประชุมบุคลากรกรรมการสถานศึกษา 2. จัดตั้งคณะทำงาน 3. ประสานงานกับหน่วยงาน และบุคคลที่เกี่ยวข้อง 4. ดำเนินงานตามแผน 5. วัดผล/ประเมินผล/สรุปผลและรายงาน ประชุมบุคลากรกรรมการสถานศึกษา ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอสัตหีบ ได้วางแผนประชุมกับบุคลากร กรรมการสถานศึกษา เพื่อหาแนวทางในการดำเนินงานและกำหนดวัตถุประสงค์ร่วมกัน จัดตั้งคณะทำงาน จัดทำคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานโครงการ เพื่อมอบหมอบหมายหน้าที่ในการทำงานให้ชัดเจน เช่น 1) คณะกรรมการที่ปรึกษา/อำนวยการ มีหน้าที่อำนวยความสะดวก และให้คำปรึกษาแก้ไขปัญหา ที่เกิดขึ้น 2) คณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ มีหน้าที่ประชาสัมพันธ์รับสมัครนักศึกษาเข้าร่วมโครงการ 3) คณะกรรมการฝ่ายรับลงทะเบียนและประเมินผลหน้าที่จัดทำหลักฐานการลงทะเบียนผู้เข้าร่วม กิจกรรมและรวบรวมการประเมินผล และรายงานผลการดำเนินการ ประสานงานกับหน่วยงาน และบุคคลที่เกี่ยวข้อง ประสานเครือข่ายทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง เช่น ประสานเรื่องสถานที่ใช้อบรม ประสานงานกับ คณะกรรมการสถานศึกษา ประสานงานกับทีมวิทยากร และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วม ดำเนินการตามแผนงานโครงการ โครงการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่ชุมชน (สวนนงนุช) ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 ณ นงนุชเทรดดิชั่นเซ็นเตอร์ ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี วัดผล/ประเมิน/สรุปผลและรายงาน จากการดำเนินงานโครงการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่ชุมชน (สวนนงนุช) ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 ณ นงนุชเทรดดิชั่นเซ็นเตอร์ ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เป็นนักศึกษา กศน.ตำบลนาจอมเทียน จำนวน 10 คน การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอสัตหีบ จะได้นำแนวทางไปใช้ข้อมูลพิจารณา หลักสูตร เนื้อหาตลอดจนเทคนิควิธีการจัดการกระบวนการเรียนรู้ต่างๆ เพื่อให้ตอบสนองความต้องการของผู้ เข้าอบรมได้รับประโยชน์นำไปใช้ได้จริงตามศักยภาพของแต่ละคน ให้มีความเข้าใจและมีคุณภาพต่อไป ศูนย์ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอสัตหีบ ได้ดำเนินการตามขั้นตอนและได้รวบรวมข้อมูล โดยกำหนดค่าลำดับความสำคัญของการประเมินผลออกเป็น 5 ระดับ ดังนี้ มากที่สุด ให้คะแนน 5 27
มาก ให้คะแนน 4 ปานกลาง ให้คะแนน 3 น้อย ให้คะแนน 2 น้อยที่สุด ให้คะแนน 1 ในการแปลผล ผู้จัดทำได้ใช้เกณฑ์การพิจารณาจากคะแนนเฉลี่ยตามแนวคิดของ บุญชม ศรี สะอาด และบุญส่ง นิวแก้ว (2535, หน้า 22-25) 4.51-5.00 หมายความว่า ดีมาก 3.51-4.50 หมายความว่า ดี 2.51-3.50 หมายความว่า ปานกลาง 1.51-2.50 หมายความว่า น้อย 1.00-1.50 หมายความว่า ต้องปรับปรุง ผู้เข้าร่วมโครงการจะต้องกรอกข้อมูลตามแบบสอบถาม เพื่อนำไปใช้ในการประเมินผลของการจัด กิจกรรมดังกล่าว และจะได้นำไปเป็นข้อมูล ปรับปรุง และพัฒนา ตลอดจนใช้ในการจัดทำแผนการดำเนินการ ในปีต่อไป บทที่ 4 ผลการดำเนินงานและการวิเคราะห์ข้อมูล ในการจัดกิจกรรมโครงการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่ชุมชน (สวนนงนุช) ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 ณ นงนุชเทรดดิชั่นเซ็นเตอร์ ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ซึ่งได้สรุปผล จากแบบสอบถามและนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลจากผู้เข้าร่วมโครงการทั้งหมด จำนวน 10 คน และซึ่งได้ สรุปผลจากแบบสอบถามและนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล จากผู้เข้าร่วมโครงการทั้งหมด ไว้ดังนี้
ตอนที่ 1 ข้อมูลส่วนตัวผู้ตอบแบบถามของผู้เข้าร่วมกิจกรรมโครงการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียง สู่ชุมชน (สวนนงนุช) ผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่ตอบแบบสอบถามได้นำมาจำแนกตามเพศ ระดับ การศึกษา และอายุ ผู้จัดทำได้นำเสนอจำแนกตามข้อมูลดังกล่าว ดังปรากฏตามตารางที่ 1 ดังต่อไปนี้ ตารางที่ 1 แสดงค่าร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยจำแนกตามเพศ เพศ ความคิดเห็น ชาย หญิง จำนวน ร้อยละ จำนวน ร้อยละ โครงการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่ชุมชน (สวนนงนุช) 2 20.00 8 80.00 รจากตารางที่ 1 แสดงผู้ตอบแบบสอบถามของผู้เข้าร่วมโครงการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียง สู่ชุมชน (สวนนงนุช) เป็นชาย 2 คน คิดเป็นร้อยละ 20.00 เป็นหญิง 8 คน คิดเป็นร้อยละ 80.00 ตารางที่ 2 แสดงค่าร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยจำแนกตามอายุ อายุ ความคิดเห็น ต่ำกว่า 15 ปี 16-39 ปี 40-59 ปี 60 ขึ้นไป จำนวน ร้อยละ จำนวน ร้อยละ จำนวน ร้อยละ จำนวน ร้อยละ โครงการน้อมนำหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียงสู่ชุมชน (สวนนงนุช) - - 2 20.00 3 30.00 5 50.00 จากตารางที่ 2 แสดงว่า ผู้ตอบแบบสอบถามของผู้เข้าร่วมกิจกรรมโครงการน้อมนำหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียงสู่ชุมชน (สวนนงนุช) ช่วงอายุ 16-39 ปี มีจำนวน 2 คน คิดเป็นร้อยละ 20.00 ช่วงอายุ 40-59 ปี มีจำนวน 3 คน คิดเป็นร้อยละ 30.00 และ 60 ขึ้นไป มีจำนวน 5 คน คิดเป็นร้อยละ 50.00 ตารางที่ 3 แสดงค่าร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยจำแนกตามอาชีพ ประเภท ความคิดเห็น รับจ้าง ค้าขาย รับราชการ เกษตรกรรม อื่นๆ(ว่างงาน) จำนวน ร้อย ละ จำนวน ร้อย ละ จำนวน ร้อย ละ จำนวน ร้อย ละ จำนวน ร้อย ละ โครงการน้อมนำ หลักปรัชญา 29
เศรษฐกิจพอเพียงสู่ ชุมชน (สวนนงนุช) 2 20.00 - - 1 10.00 7 70.00 จากตารางที่ 3 แสดงว่า ผู้ตอบแบบสอบถามของผู้เข้าร่วมกิจกรรมโครงการน้อมนำหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียงสู่ชุมชน (สวนนงนุช) (ว่างงาน) มากที่สุด จำนวน 7 คน คิดเป็นร้อยละ 70.00 และค้าขาย จำนวน 2 คน คิดเป็นร้อยละ 20.00 เกษตรกรรม จำนวน 1 คน คิดเป็นร้อยละ 10.00 ตอนที่ 2 ข้อมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมโครงการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่ ชุมชน (สวนนงนุช) ความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 10 คน จากแบบสอบถามทั้งหมดที่มีต่อโครงการน้อมนำ หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่ชุมชน (สวนนงนุช) ณ นงนุชเทรดดิชั่นเซ็นเตอร์ ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี รายการที่ประเมิน N =10 µ σ อันดับ ที่ ระดับผล การประเมิน ด้านหลักสูตร 1. กิจกรรมที่จัดสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ ของหลักสูตร 4.44 0.60 10 มาก 2. เนื้อหาของหลักสูตรตรงกับความต้องการของผู้รับบริการ 4.50 0.61 2 มาก 3. การจัดกิจกรรมทำให้ผู้รับบริการสามารถ คิดเป็นทำเป็นแก้ปัญหาเป็น 4.45 0.69 4 มาก 4. ผู้รับบริการมีส่วนร่วมในการแสดงความคิด เห็นต่อการจัดทำหลักสูตร 4.35 0.75 12 มาก 5. ผู้รับบริการสามารถนำความรู้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ 4.55 0.69 1 มากสุด 6. สื่อ/เอกสารประกอบการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสม 4.45 0.51 4 มาก
ด้านวิทยากร 7. วิทยากรมีความรู้ความสามารถในการจัด กิจกรรม 4.50 0.5 2 มาก 8. เทคนิค/กระบวนในการจัดกิจกรรมของวิทยากร 4.40 0.51 10 มาก 9. วิทยากรมีการใช้สื่อที่สอดคล้องและเหมาะสมกับกิจกรรม 4.45 0.51 4 มาก 10. บุคลิกภาพของวิทยากร 4.45 0.60 4 มาก ด้านสถานที่ ระยะเวลา และความพึงพอใจ 11. สถานที่ในการจัดกิจกรรมเหมาะสม 4.35 0.81 12 มาก 12. ระยะเวลาในการจัดกิจกรรมเหมาะสม 4.43 0.66 9 มาก 13. ความพึงพอใจในภาพรวมของผู้รับบริการต่อการเข้าร่วมกิจกรรม 4.45 0.51 4 มาก ค่าเฉลี่ย 4.44 0.62 มาก ทททท ท จากตารางที่ 4 แสดงให้เห็นว่า ผู้เข้าร่วม โครงการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่ชุมชน (สวนนงนุช) พบว่าอยู่ในระดับดี เมื่อวิเคราะห์เป็นรายข้อพบว่า ผู้รับบริการสามารถนำความรู้ไปปรับใช้ใน ชีวิตประจำวันได้ (µ = 4.55) เป็นอันดับที่ 1 รองลงมาคือเนื้อหาของหลักสูตรตรงกับความต้องการ ของผู้รับบริการ , วิทยากรมีความรู้ความสามารถในการจัดกิจกรรม (µ =4.50) การจัดกิจกรรมทำให้ ผู้รับบริการสามารถ คิดเป็นทำเป็นแก้ปัญหาเป็น,สื่อ/เอกสารประกอบการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสม, วิทยากรมีการใช้สื่อที่สอดคล้องและเหมาะสมกับกิจกรรม ,บุคลิกภาพของวิทยากร , ความพึงพอใจใน ภาพรวมของผู้รับบริการต่อการเข้าร่วม (µ =4.45) ระยะเวลาในการจัดกิจกรรมเหมาะสม (µ =4.43) กิจกรรมที่จัดสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของหลักสูตร ,เทคนิค/กระบวนในการจัดกิจกรรมของวิทยากร (µ =4.40) ผู้รับบริการมีส่วนร่วมในการแสดงความคิด เห็นต่อการจัดทำหลักสูตร ,สถานที่ในการจัดกิจกรรม เหมาะสม (µ =4.35) ตามลำดับ ตารางที่ 5 ผลการประเมินผู้เข้าร่วมกิจกรรมโครงการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่ชุมชน (สวนนงนุช) เนื้อหาผู้เข้าร่วมกิจกรรมโครงการน้อมนำหลัก ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่ชุมชน (สวนนงนุช) N = 10 µ σ อันดับที่ ระดับผลการประเมิน 1. การมีส่วนร่วมในกิจกรรมกลุ่ม 4.45 0.51 3 มาก 2. ความพึงพอใจในการเข้าร่วมโครงการ 4.50 0.61 2 มาก 31
3. การคิดอย่างมีเหตุผล 4.55 0.69 1 มากที่สุด 4. การเข้าใจ และรับฟังความคิดเห็นจากผู้อื่น 4.40 0.75 4 มาก 5.การรู้จัก และเข้าใจตนเอง 4.35 0.75 5 มาก ค่าเฉลี่ย 4.44 0.66 มาก รรรรรรรร จากตารางที่ 5 พบว่า โดยเฉลี่ยแล้วผู้เข้าร่วมผู้เข้าร่วมกิจกรรมโครงการน้อมนำหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียงสู่ชุมชน (สวนนงนุช) ในระดับ ดี เมื่อวิเคราะห์เป็นรายพบว่า การคิดอย่างมีเหตุผล (µ =4.55) รองลงมาคือ ความพึงพอใจในการเข้าร่วมโครงการ (µ =4.50) การมีส่วนร่วมในกิจกรรมกลุ่ม (µ = 4.45) การเข้าใจและรับฟังความคิดเห็นจากผู้อื่น (µ = 4.40) การรู้จักและเข้าใจตนเอง (µ = 4.35) ตามลำดับ บทที่ 5 สรุปผลการดำเนินการ อภิปราย และข้อเสนอแนะ ผลที่ปรากฏ การจัดทำโครงการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่ชุมชน (สวนนงนุช) ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 ณ นงนุชเทรดดิชั่นเซ็นเตอร์ ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เป็น ประชาชนตำบลนาจอมเทียน จำนวน 10 คน ตลอดระยะเวลาที่รับการอบรมโดยมีการซักถามพูดคุยตอบโต้ ในวิทยากรอย่างสนใจ ในด้านต่างๆ คือ ด้านหลักสูตร - มีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของหลักสูตร ผู้เรียนมีความพึงพอใจ - เนื้อหาของหลักสูตรตรงกับความต้องการของผู้เข้าอบรม ด้านวิทยากร - วิทยากรมีความรู้ความสามารถในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้อย่างดี - เทคนิค/กระบวนการในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของวิทยากรเหมาะสม - วิทยากรมีการใช้สื่อที่สอดคล้องและเหมาะสมกับกิจกรรม - บุคลิกภาพของวิทยากร ดีเหมาะสม ด้านสถานที่ ระยะเวลา และความพึงพอใจ - สถานที่ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้มีความเหมาะ - ระยะเวลาในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เหมาะ - ผู้เข้ารับการอบรมมีความพึงพอใจต่อการเข้าร่วมกิจกรรม สรุปผลการดำเนินงาน ผู้เข้าร่วมโครงการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่ชุมชน (สวนนงนุช)ของศูนย์การศึกษานอก ระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอสัตหีบ มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก คิดเป็นร้อยละ 4.44 อภิปรายผล
จากกิจกรรมโครงการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่ชุมชน (สวนนงนุช) ของศูนย์การศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอสัตหีบ 1.เข้าร่วมโครงการมีความคิดเห็นต่อโครงการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่ชุมชน (สวนนง นุช) ระดับดีมาก 2.ที่ร่วมโครงการมีความเป็นระเบียบและพร้อมเพียงกันในการร่วมกิจกรรม 3.ผู้ที่ร่วมโครงการได้รับประสบการณ์ตรงจากวิทยากร 4.ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถนำความรู้ที่ได้ไปถ่ายทอดต่อผู้อื่น 5.ผู้เข้าร่วมโครงการมีความสุขและสนุกกับการร่วมกิจกรรม ข้อเสนอแนะ ด้านแบบสำรวจและวัดความพึงพอใจของผู้เข้ารับการอบรม - ควรจะมีการจัดโครงการศึกษาดูงานในด้านอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง - จัดโครงการแบบนี้บ่อยๆ ไม่เครียด ได้เที่ยวในที่ใหม่ๆ 32
บรรณานุกรม กรมการศึกษานอกโรงเรียน. (ม.ป.ป. : 9), (2546:76). บุญชื้น ศรีสะอาด และ บุญส่ง นิวแก้ว.(2535 หน้า 22-25). สำนักงานบริหารการศึกษานอกโรงเรียน.(2549:2), (2549:5). https://www.thairath.co.th/content/814647 https://sites.google.com/site/khruxathitysxnchiwit/kar-reiyn-kar-sxn-phasa-xangkvs/karnxmna-hlak-prachya-khxng-sersthkic-phx-pheiyng-ma-chi https://www.chaipat.or.th/site_content/item/3579-2010-10-08-05-24-39.html
ภาคผนวก แบบประเมินผู้เรียน / โครงการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่ชุมชน (สวนนงนุช) ส่วนที่ 1 คำชี้แจง ใส่เครื่องหมาย/ลงในช่องที่ตรงกับข้อมูลของท่านเพียงช่องเดียว เพศ ชาย หญิง อายุ 16-39 ปี 40-59 ปี 60 ปีขึ้นไป อาชีพ รับจ้าง ค้าขาย เกษตรกรรม รับราชการ อื่นๆ ส่วนที่ 2 ด้านความพึงพอใจของผู้เรียน/ผู้รับบริการ (ใส่เครื่องหมาย/ลงในช่องที่ตรงกับความคิดเห็นของ ท่านเพียงช่องเดียว
ข้อที่ รายการ ระดับการประเมิน มากที่สุด มาก ปาน กลาง น้อย น้อยที่สุด 1 กิจกรรมที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของหลักสูตร 2 เนื้อหาของหลักสูตรตรงกับความต้องการ 3 การจัดกิจกรรมทำให้สามารถคิดเป็นทำเป็น แก้ปัญหาได้ 4 ผู้รับบริการมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น 5 ผู้รับบริการสามารถนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ 6 สื่อ/เอกสารประกอบการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสม 7 วิทยากรมีความรู้ความสามารถในการจัดกิจกรรม 8 เทคนิค/กระบวนการในการจัดกิจกรรมของวิทยากร 9 วิทยากรมีการใช้สื่อสอดคล้องและเหมาะสมกับกิจกรรม 10 บุคลิกภาพของวิทยากร 11 สถานที่ในการจัดกิจกรรมเหมาะสม 12 ระยะเวลาในการจัดเหมาะสม 13 ความพึงพอใจในภาพรวมของผู้รับการอบรม ใบสมัครโครงการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่ชุมชน (สวนนงนุช) ณ นงนุชเทรดดิชั่นเซ็นเตอร์ ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 สถานศึกษา..ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอสัตหีบ ข้อมูลส่วนตัว (กรอกข้อมูลด้วยตัวบรรจง) ชื่อ-นามสกุล (นาย/ นาง/ นางสาว)................................................................................................ เลขประจำตัวประชาชน........................................เกิดวันที่............/................../...........อายุ.............. ปี สัญชาติ................. ศาสนา....................... อาชีพ........................รายได้เฉลี่ยต่อเดือน....................บาท
ที่อยู่ปัจจุบัน................................. หมู่ที่................................... หมู่บ้าน......................................... ....... ตำบล........................................ อำเภอ........................................ จังหวัด......................... .................... รหัสไปรษณีย์............................................... โทรศัพท์......................................................... ................... ขอบคุณทุกท่านที่ให้ความร่วมมือ โครงการน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่ชุมชน (สวนนงนุช) วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 ณ สวนนงนุช นงนุชเทรดดิชั่นเซ็นเตอร์ ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี *************************** 1. หลักการและเหตุผล ปัจจุบัน เศรษฐกิจในประเทศไทยมีแนวโน้มเรื่องการใช้จ่ายสูง ประชาชนจึงต้องเริ่มตระหนัก เรื่องค่าใช้จ่ายมากขึ้นในเรื่องการสร้างรายได้ลดรายจ่ายให้กับตนเองและครอบครัว จึงได้นำโครงการน้อมนำ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่ชุมชน (สวนนงนุช) โดยมีวัตถุประสงค์ผู้เข้าร่วมอบรมนำมาประยุกต์ใช้ใน ชีวิตประจำวันและมีรายได้ ลดรายจ่ายให้กับตนเองและครอบครัวซึ่งเป็นการส่งเสริมสนับสนุนการขับเคลื่อน ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติในระดับสถานศึกษาในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่
12 (พ.ศ.2560-2564)ซึ่งกำหนดทิศทางในการพัฒนาประเทศกำหนดขึ้นบนพื้นฐานของการเสริมสร้างทุนของ ประเทศทั้งทุนสังคม เศรษฐกิจและทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้เข้มแข็งอย่างต่อเนื่องซึ่งยึด คนเป็น ศูนย์กลางของการพัฒนาและน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางปฏิบัติเพื่อมุ่งสู่สังคมที่มี ความสุขอย่างยั่งยืนขึ้นเพื่อเป็นแนวทางในการส่งเสริมเรียนรู้ของประชาชน และพัฒนาอาชีพต่อไปเพื่อน้อม นำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวัน ไปใช้ได้จริงที่บ้าน ด้วยการปลูกผัก ปลอดสารพิษไว้รับประทานที่บ้านเป็นการลดค่าใช้จ่ายในครอบครัว หากมีผักเหลือจากการบริโภคสามารถ แบ่งปันให้เพื่อนบ้าน หรือจำหน่ายเพิ่มรายได้อีกทางหนึ่ง เป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และการปลูก ผักเป็นการสร้างสมดุลสู่สิ่งแวดล้อม ลดภาวะโลกร้อนอีกทางหนึ่ง ตลอดจนเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและช่วย ให้สังคมไทยสามารถยืนหยัดอยู่ได้อย่างมั่นคงเกิดภูมิคุ้มกันและมีการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างเหมาะสม ส่งผลให้การพัฒนาประเทศสู่ความสมดุลเพื่อให้การดำเนินงานสนับสนุนแนวทางในการเผยแพร่องค์ความรู้ ตามหลักของปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง รวมทั้งหลักการทรงงาน เพื่อสร้างสำนึกความหวงแหนสถาบัน หลักของชาติผ่านกลไกทางการศึกษาของ กศน. ไปสู่ประชาชน จึงได้จัดทำโครงการน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียงสู่ชุมชน (สวนนงนุช) 2. วัตถุประสงค์ ผู้เข้าร่วมอบรมสามารถนำความรู้ที่ได้มาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันและมีรายได้ ลดรายจ่าย ให้กับตนเองและครอบครัว 3. เป้าหมาย 1. เชิงปริมาณ ประชาชนในตำบลนาจอมเทียน จำนวน 10 คน 2. เชิงคุณภาพ เพื่อน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันและรายได้ ลดรายจ่ายให้กับ ตนเองและครอบครัวได้ 4. ตัวชี้วัดความสำเร็จ 1. เชิงปริมาณ มีผู้เข้าร่วมโครงการ ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 80 ของกลุ่มเป้าหมาย - ผู้เข้าร่วมโครงการมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากขึ้นไปไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 2. เชิงคุณภาพ ผู้เข้าร่วมโครงการร้อยละ 80 ได้รับความรู้ด้านปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและน้อมนำ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันและรายได้ ลดรายจ่ายให้กับตนเองและครอบครัวได้ 5. ขั้นตอนการดำเนินการโครงการ/กิจกรรม (จากโครงการ) รายการ การดำเนินงาน การวางแผน (Plan) 1. วางแผนการจัดโครงการ 1.1 ประชุม 1.2 เขียนโครงการ/อนุมัติ รายการ การดำเนินงาน การปฏิบัติ(Do) 1. สำรวจความต้องการในการเข้าร่วมกิจกรรม 2. ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 3. ขออนุมัติโครงการต่อ ผอ.กศน.อำเภอสัตหีบ
4. แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงาน 5. ดำเนินงานตามแผนงาน 6. ประเมินผลการจัดกิจกรรม/โครงการ 7. สรุปและรายงานผลการดำเนินงาน การตรวจสอบ/ประเมินผล (Check) แบบประเมินโครงการของผู้เข้าร่วมไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 แนวทางการนำผลการประเมินไปปรับปรุง (Act) แบบประเมินโครงการของผู้เข้าร่วมน้อยกว่าร้อยละ 80 ต้องนำไปแก้ไข ปรับปรุงในจุดที่บกพร่อง เพื่อนำไปใช้ กับการจัดกิจกรรม/โครงการในครั้งต่อไป 6. ระยะเวลาดำเนินงาน วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 7. สถานที่ในการจัดกิจกรรมโครงการ ณ สวนนงนุช นงนุชเทรดดิชั่นเซ็นเตอร์ ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี 8. ผลการดำเนินโครงการ 8.1 ผลการประเมินข้อมูลพื้นฐานของผู้เข้าร่วมโครงการ 1) ผู้เข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 10 คน (เกินเป้าหมาย) และกลุ่มเป้าหมายร้อยละ 80 ได้รับความรู้ด้าน ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันและรายได้ ลดรายจ่ายให้กับตนเองและครอบครัวได้ 2) อายุระหว่าง 60 ปีขึ้นไป มากที่สุด 3) อาชีพ เรียงจากมากไปหาน้อย ได้แก่ อาชีพอื่นๆ รับจ้าง เกษตรกร ตามลำดับ 8.2 ความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมโครงการ ต่อภาพรวมของโครง ค่าเฉลี่ยรวมของความพึงพอใจของ ผู้เข้าร่วมโครงการ เท่ากับ 4.44 (ระดับมาก) 8.3 บรรลุตามวัตถุประสงค์อย่างไร ร้อยละ 80 ของ นำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้ในให้เกิดประโยชน์ใน ชีวิตประจำวัน 8.4 สรุปงบประมาณในการดำเนินงาน แผนงานพื้นฐานด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคน ผลผลิตที่ 4 ผู้รับบริการการศึกษานอกระบบ งบประมาณ ดำเนินงาน กิจกรรมจัดการศึกษานอกระบบ ผลผลิตที่ 4 งบดำเนินงาน กิจกรรมการเรียนรู้ตามหลัก ปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง ปีงบประมาณ 2562 ไปพลางก่อน จำนวนเงิน 2,400.-บาท (-สองพันสี่ร้อยบาทถ้วน-) 9.จำนวนผู้เรียนและผู้ผ่านการเรียน/อบรม จำแนกตามอายุและเพศ เพศ อายุ ตำกว่า 15 ปี 15-39 ปี 40-59 ปี 60 ปี ขึ้นไป รวม รวมทั้งสิ้น ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ จำนวนผู้เรียน - - 1 1 3 1 4 2 8 10 จำนวนผู้ผ่านกาฝึกอบรม - - 1 1 3 1 4 2 8 10
10.จำนวนผู้เรียนและผู้ผ่านการฝึกอบรม จำแนกตามกลุ่มอาชีพและเพศ เพศ อายุ รับ ราชการ พนักงาน รัฐวิสาหกิจ ค้าขาย เกษตร กรรม รับจ้าง อื่นๆ ไม่ระบุ รวม รวมทั้งสิ้น ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ จำนวนผู้เรียน - - - - - 2 1 - - 2 5 - - 2 8 10 จำนวนผู้ผ่านการ ฝึกอบรม - - - - - 2 1 - - 2 5 - - 2 8 10 11.จำนวนผู้เรียนและผู้ผ่านการฝึกอบรม จำแนกตามกลุ่มเป้าหมายและเพศ เพศ อายุ ผู้นำ ท้องถิ่น อบต. ผู้ต้องขัง ทหารกอง ประจำ การ แรง งาน ไทย แรงงาน ต่างด้าว เกษตร กร อสม. กลุ่มสตรี อื่นๆ รวม ทั้งสิ้น ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ จำนวนผู้เรียน - - - - - - - - - - - - 1 - - - - - 2 7 10 จำนวนผู้ผ่านการ ฝึกอบรม - - - - - - - - - - - - 1 - - - - - 2 7 10 12. ปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นระหว่างการดำเนินงาน -ไม่มี-.. 13. ข้อเสนอแนะในการจัดกิจกรรมโครงการในครั้งต่อไป - 14. ภาพกิจกรรม -ตามเอกสารดังแนบ-
รายงานผลการจัดกิจกรรม โครงการน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่ชุมชน(สวนนงนุช) จำนวน 5 ชั่วโมง วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 ณ นงนุชเทรดดิชั่นเซ็นเตอร์ ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ผู้เข้าร่วมกิจกรรม 10 คน
ลงชื่อ......................................ผู้รายงาน ลงชื่อ......................................ผู้รายงาน (นางสาวจิราพร สีโสด) (นายวีรากร มณีทรัพย์สุคนธ์) คณะผู้จัดทำ
ที่ปรึกษาครู นางสุรัสวดี เลี้ยงสุพงศ์ ผอ.กศน.อำเภอสัตหีบ นางสุพัด นำเจริญลาภ ครูชำนาญการ คณะทำงาน นายวีรากร มณีทรัพย์ศุคนธ์ หัวหน้า กศน.ตำบลนาจอมเทียน นางสาวจิราพร สีโสด ครู กศน.ตำบลนาจอมเทียน นางสาวกสุมา เพชรสีนวล ครู ศรช.ตำบลนาจอมเทียน ผู้รวบรวม เรียบเรียง และจัดพิมพ์ นายวีรากร มณีทรัพย์สุคนธ์ หัวหน้า กศน.ตำบลนาจอมเทียน