รายงานผล โครงการอบรมค่ายอาสายุวกาชาด หลักสูตรพื้นฐานยุวกาชาด “การปฐมพยาบาลเบื้องต้น” ในวันที่ 27 – 28 สิงหาคม 2565 ณ ศาลาประชาคมอ าเภอสัตหีบ อ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ ส านักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดชลบุรี
ค าน า ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ ได้จัดท าแผนการปฏิบัติงานประจ าปี งบประมาณ 2565 โดยได้จัดโครงการอบรมค่ายอาสายุวกาชาด หลักสูตรพื้นฐานยุวกาชาด “การปฐมพยาบาล เบื้องต้น” นี้ขึ้น เพื่อเป็นการเผยแพร่อุดมการณ์ของกาชาดและยุวกาชาด ให้นักศึกษา กศน.อ าเภอสัตหีบ มีความรู้ ความเข้าใจในเรื่องการกาชาดและยุวกาชาด ตลอดจนการด ารงชีวิตทั้งในปัจจุบันและอนาคต อีกทั้งยังเป็นการ ส่งเสริมความศรัทธาและ เจตคติที่ดีต่อกิจการกาชาดและยุวกาชาดเพื่อให้นักศึกษา กศน.อ าเภอสัตหีบ ตระหนักถึง หน้าที่ความรับผิดชอบ รู้จัดการเสียสละ และพร้อมที่จะช่วยเหลือสังคมส่วนรวม วันที่ 27-28 สิงหาคม 2565 ณ ศาลาประชาคมอ าเภอสัตหีบ ต าบลสัตหีบ อ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีเป็นนักศึกษา กศน.อ าเภอสัตหีบ จ านวน 280 คน โครงการดังกล่าวได้ด าเนินเสร็จสิ้นไปด้วยดี ซึ่งรายละเอียดผลการด าเนินงานต่างๆ ตลอดจนปัญหาอุปสรรค ได้สรุปไว้แล้ว เพื่อรวบรวมกระบวนการด าเนินงาน ผลที่ได้รับและการน าไปใช้ ตลอดจนการพัฒนาเพื่อให้สอดคล้อง กับผู้เรียน และการตอบสนองความต้องการของผู้เรียน การน าไปใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริงและต้องขอขอบคุณ ส านักงาน กศน.จังหวัดชลบุรี และสภากาชาดไทย ที่สนับสนุนคู่มือให้ใช้ในการฝึกอบรม ตลอดจนค าปรึกษาแนะน าใน การจัดกิจกรรมดังกล่าว กศน.อ าเภอสัตหีบ กันยายน 2565
สารบัญ หน้า บทที่ 1 บทน า ความเป็นมา 1 วัตถุประสงค์ 1 เป้าหมาย 2 ผลลัพธ์ 2 ดัชนีชี้วัดผลส าเร็จ 2 2 เอกสารการศึกษาและรายงานที่เกี่ยวข้อง นโยบายและจุดเน้นการด าเนินงานส านักงาน กศน.ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 3 เอกสาร/งานที่เกี่ยวข้อง 16 3 วิธีการด าเนินงาน ประชุมบุคลากรกรรมการสถานศึกษาและตัวแทนนักศึกษา 22 จัดตั้งคณะท างาน 22 ประสานงานหน่วยงานและบุคลที่เกี่ยงข้อง 22 ด าเนินตามแผนงาน 22 วัดผล/ประเมินผล/สรุปผลและรายงาน 22 4 ผลการด าเนินงานและการวิเคราะห์ข้อมูล ตอนที่ 1 ข้อมูลส่วนตัวของผู้ตอบแบบสอบถามของผู้เข้ารับการอบรมโครงการ 24 ตอนที่ 2 ข้อมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นที่มีของผู้เข้าร่วมโครงการ 26 5 สรุปผลการด าเนินการ อภิปราย และข้อเสนอแนะ ผลที่ปรากฎ 28 สรุปผลการด าเนินงาน 28 อภิปรายผล 28 ข้อเสนอแนะ 29
สารบัญตาราง หน้า ตารางที่ 1 แสดงค่าร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยจ าแนกตามเพศ 24 2 แสดงค่าร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยจ าแนกตามอาชีพ 24 3 แสดงค่าร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยจ าแนกตามอายุ 24 4 ผลการประเมินโครงการ 26
บทที่ 1 บทน า โครงการอบรมค่ายอาสายุวกาชาด หลักสูตรพื้นฐานยุวกาชาด “การปฐมพยาบาลเบื้องต้น” ที่มาและความส าคัญ กิจกรรมอาสายุวกาชาด เป็นกิจกรรมที่มุ่งพัฒนาเยาวชนชาย-หญิงอายุ 15-25 ปี ให้มีโอกาสพัฒนา คุณภาพชีวิตของตนเองทั้งทางร่างกายและจิตใจ โดยเฉพาะในด้านคุณธรรมและจริยธรรมด้านการปลูกฝังให้เยาวชน เป็นผู้เสียสละ ท าตนให้เป็นประโยชน์ มีระเบียบวินัยในตนเอง มีความรับผิดชอบ สามารถท างานและอยู่ร่วมกับผู้อื่น ได้อย่างมีความสุข นอกจากนี้กิจกรรมอาสายุวกาชาดยังสอดคล้องกับยุทธศาสตร์และจุดเน้นการด าเนินงาน ส านักงาน กศน ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 จึงควรมีโอกาสให้เยาวชนในความรับผิดชอบได้รับการปลูกฝัง อุดมการณ์กาชาด และยุวกาชาด อุทิศตนเพื่อประโยชน์ต่อสังคม การด ารงชีวิต และเป็นที่พึ่งพาของชุมชนในโอกาส ต่อไป ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ เห็นความส าคัญและประโยชน์ของ กิจกรรมอาสายุวกาชาดเป็นอย่างดียิ่งจึงจัดโครงการอบรมค่ายอาสายุวกาชาด หลักสูตรพื้นฐานยุวกาชาด “การปฐม พยาบาลเบื้องต้น” ขึ้นเพื่อส่งเสริมให้นักศึกษา กศน.อ าเภอสัตหีบ เป็นคนดี คนเก่ง มีความรอบรู้ มีสุขภาพดีและเป็น ที่พึ่งพาของชุมชน รวมทั้งสามารถสร้างสรรค์กิจกรรมอันก่อให้เกิดประโยชน์แก่ตนเองและผู้อื่นได้อีกด้วย วัตถุประสงค์ 1. เป็นการเผยแพร่อุดมการณ์ของกาชาดและยุวกาชาด 2. ให้เยาวชนมีความรู้ ความเข้าใจในเรื่องการกาชาดและยุวกาชาด ตลอดจนการด ารงชีวิตทั้งในปัจจุบัน และอนาคต 3. เพื่อส่งเสริมความศรัทธาและเจตคติที่ดีต่อกิจการกาชาดและยุวกาชาด 4. เพื่อให้เยาวชนตระหนักถึงหน้าที่ความรับผิดชอบ รู้จัดการเสียสละ และพร้อมที่จะช่วยเหลือสังคม ส่วนรวม
เป้าหมาย ด้านปริมาณ นักศึกษาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ จ านวน 280 คน ด้านคุณภาพ นักศึกษาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบที่เข้ารับการอบรม มีความรู้ ความเข้าใจในอุดมการณ์ของกาชาดและยุวกาชาด ทั้งสามารถน าความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับไปใช้ให้เกิด ประโยชน์ต่อตนเองครอบครัวและสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัดผลส าเร็จ 1. ตัวชี้วัดผลผลิต (Output) 1) มีผู้เข้าร่วมโครงการร้อยละ 80 2) ผู้เข้าร่วมโครงการมีความพึงพอใจในระดับ มากขึ้นไป ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 2. ตัวชี้วัดผลลัพธ์(Outcomes) 1) ผู้เข้าร่วมโครงการ มีความรู้ ความเข้าใจในเรื่องการกาชาดและยุวกาชาด ตลอดจนการด ารงชีวิต ทั้งในปัจจุบันและอนาคต อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมความศรัทธาและเจตคติที่ดีต่อกิจการกาชาดและยุวกาชาดเพื่อให้ นักศึกษา กศน.อ าเภอสัตหีบ ตระหนักถึงหน้าที่ความรับผิดชอบ รู้จัดการเสียสละ และพร้อมที่จะช่วยเหลือสังคม ส่วนรวมต่อไป 2
บทที่ 2 เอกสารการศึกษาและรายงานที่เกี่ยวข้อง ททในการจัดท ารายงานครั้งนี้ ได้ท าการศึกษาค้นคว้าเนื้อหาจากเอกสารการศึกษาและรายงานที่เกี่ยวข้อง ดังต่อไปนี้ 1. นโยบายและจุดเน้นการด าเนินงาน ส านักงาน กศน.ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 2. เอกสาร/งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 1. นโยบายและจุดเน้นการด าเนินงาน ส านักงาน กศน.ปีงบประมาณ 2565 วิสัยทัศน์ คนไทยทุกช่วงวัยได้รับโอกาสทางการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ มีทักษะที่จ าเป็น และ สมรรถนะที่สอดรับกับทิศทางการพัฒนาประเทศ สามารถด ารงชีวิตได้อย่างเหมาะสมบนรากฐานของหลักปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียง พันธกิจ 1. จัดและส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยที่มีคุณภาพ สอดคล้อง กับหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง และความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม เพื่อยกระดับการศึกษา และพัฒนาสมรรถนะ ทักษะการเรียนรู้ของประชาชนกลุ่มเป้าหมายให้เหมาะสมในแต่ละช่วงวัย ให้พร้อมรับ การเปลี่ยนแปลงและการ ปรับตัวในการด ารงชีวิตได้อย่างเหมาะสม ก้าวสู่การเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต อย่างยั่งยืน 2. พัฒนาหลักสูตร รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ สื่อและนวัตกรรมเทคโนโลยีทางการศึกษา การวัดและ ประเมินผลในทุกรูปแบบให้มีคุณภาพและมาตรฐานสอดคล้องกับรูปแบบการจัดการเรียนรู้และบริบท ในปัจจุบัน 3. ส่งเสริมและพัฒนาเทคโนโลยีทางการศึกษา และน าเทคโนโลยีมาพัฒนาเพื่อเพิ่มช่องทางและโอกาส การเรียนรู้ รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดและให้บริการการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ให้กับประชาชนกลุ่มเป้าหมายอย่างทั่วถึง 4. ส่งเสริมสนับสนุน แสวงหา และประสานความร่วมมือเชิงรุกกับภาคีเครือข่าย ให้เข้ามามีส่วนร่วม ในการ สนับสนุนและจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย และการเรียนรู้ตลอดชีวิตในรูปแบบต่าง ๆ ให้กับ ประชาชน 5. พัฒนาระบบการบริหารจัดการภายในองค์กรให้มีเอกภาพ เพื่อการบริหารราชการที่ดี บนหลัก ของ ธรรมาภิบาล มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และคล่องตัวมากยิ่งขึ้น 6.ยกระดับการบริหารและการพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้มีความรู้ ทักษะ สมรรถนะ คุณธรรม และจริยธรรมที่ ดี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการให้บริการทางการศึกษาและการเรียนรู้ที่มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น
เป้าประสงค์ 1. ประชาชนผู้ด้อย พลาด และขาดโอกาสทางการศึกษารวมทั้งประชาชนทั่วไปได้รับโอกาส ทางการศึกษาใน รูปแบบการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษาต่อเนื่อง และการศึกษา ตามอัธยาศัยที่มีคุณภาพ อย่างเท่าเทียมและทั่วถึง เป็นไปตามบริบท สภาพปัญหาและความต้องการของแต่ละ กลุ่มเป้าหมาย 2. ประชาชนได้รับการยกระดับการศึกษา สร้างเสริมและปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม หน้าที่ความเป็น พลเมือง ที่ดีภายใต้การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ที่สอดคล้องกับหลักปรัชญา ของ เศรษฐกิจพอเพียง อันน าไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน เพื่อพัฒนา ไปสู่ความ มั่นคงและยั่งยืนทางด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และสิ่งแวดล้อม 3. ประชาชนได้รับการพัฒนาทักษะการเรียนรู้และแสวงหาความรู้ด้วยตนเองผ่านแหล่งเรียนรู้ ช่องทางการ เรียนรู้ และกิจกรรมการเรียนรู้รูปแบบต่าง ๆ รวมทั้งมีเจตคติทางสังคม การเมือง วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีที่ เหมาะสม สามารถคิดวิเคราะห์ แยกแยะอย่างมีเหตุผล และน าไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวัน รวมถึงการแก้ปัญหา และพัฒนาคุณภาพชีวิตได้อย่างสร้างสรรค์ 4. หน่วยงานและสถานศึกษา กศน. มีหลักสูตร สื่อ นวัตกรรม ช่องทางการเรียนรู้ และกระบวนการ เรียนรู้ ในรูปแบบที่หลากหลาย ทันสมัย และรองรับกับสภาวะการเรียนรู้ในสถานการณ์ต่าง ๆ เพื่อแก้ปัญหา และพัฒนา คุณภาพชีวิตตามความต้องการของประชาชนและชุมชน รวมทั้งตอบสนองกับการเปลี่ยนแปลงบริบท ด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และสิ่งแวดล้อม 5. หน่วยงานและสถานศึกษา กศน. สามารถน าเทคโนโลยีทางการศึกษา และเทคโนโลยีดิจิทัล มาพัฒนาเพื่อ เพิ่มช่องทางการเรียนรู้ และน ามาใช้ในการยกระดับคุณภาพในการจัดการเรียนรู้และโอกาสการเรียนรู้ ให้กับ ประชาชน 6. ชุมชนและภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน มีส่วนร่วมในการจัด ส่งเสริม และสนับสนุนการศึกษา นอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัย รวมทั้งการขับเคลื่อนกิจกรรมการเรียนรู้ของชุมชน 7. หน่วยงานและสถานศึกษามีระบบการบริหารจัดการองค์กรที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพ และเป็นไป ตามหลัก ธรรมาภิบาล 8. บุคลากร กศน. ทุกประเภททุกระดับได้รับการพัฒนาเพื่อเพิ่มทักษะและสมรรถนะในการปฏิบัติงาน และ การให้บริการทางการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย รวมถึงการปฏิบัติงานตามสายงานอย่างมี ประสิทธิภาพ 4
จุดเน้นการด าเนินงานประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 1. น้อมน าพระบรมราโชบายด้านการศึกษาสู่การปฏิบัติ 1.1 สืบสานศาสตร์พระราชา โดยการสร้างและพัฒนาศูนย์สาธิตและเรียนรู้“โคก หนอง นา โมเดล” เพื่อ เป็นแนวทางในการจัดการบริหารทรัพยากรรูปแบบต่าง ๆ ทั้งดิน น้ า ลม แดด รวมถึงพืชพันธุ์ต่าง ๆ และส่งเสริม การ ใช้พลังงานทดแทนอย่างมีประสิทธิภาพ 1.2 จัดให้มี“หนึ่งชุมชน หนึ่งนวัตกรรมการพัฒนาชุมชน” เพื่อความกินดี อยู่ดี มีงานท า 1.3 การสร้างกลุ่มจิตอาสาพัฒนาชุมชน รวมทั้งปลูกฝังผู้เรียนให้มีหลักคิดที่ถูกต้องด้านคุณธรรม จริยธรรม มีทัศนคติที่ดีต่อบ้านเมือง และเป็นผู้มีความพอเพียง ระเบียบวินัย สุจริต จิตอาสา ผ่านกิจกรรมการพัฒนา ผู้เรียนโดย การใช้กระบวนการลูกเสือและยุวกาชาด 2. ส่งเสริมการจัดการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิตส าหรับประชาชนที่เหมาะสมกับทุกช่วงวัย 2.1 ส่งเสริมการจัดการศึกษาอาชีพเพื่อการมีงานท า ในรูปแบบ Re-Skill& Up-Skill และการสร้าง นวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ มีความหลากหลาย ทันสมัย และตอบสนองความต้องการของประชาชน ผู้รับบริการ และสามารถออกใบรับรองความรู้ความสามารถเพื่อน าไปใช้ในการพัฒนาอาชีพได้ 2.2 ส่งเสริมและยกระดับทักษะภาษาอังกฤษให้กับประชาชน (English for ALL) 2.3 ส่งเสริมการเรียนการสอนที่เหมาะสมส าหรับผู้ที่เข้าสู่สังคมสูงวัย อาทิ การฝึกอบรมอาชีพ ที่เหมาะสม รองรับสังคมสูงวัย หลักสูตรการพัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมสมรรถนะผู้สูงวัย และหลักสูตร การดูแลผู้สูงวัย โดย เน้นการมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนในการเตรียมความพร้อมเข้าสู่สังคมสูงวัย 3. พัฒนาหลักสูตร สื่อ เทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการศึกษา แหล่งเรียนรู้ และรูปแบบ การจัดการศึกษาและ การเรียนรู้ ในทุกระดับ ทุกประเภท เพื่อประโยชน์ต่อการจัดการศึกษาที่เหมาะสม กับทุกกลุ่มเป้าหมาย มีความทันสมัย สอดคล้องและพร้อมรองรับกับบริบทสภาวะสังคมปัจจุบัน ความต้องการ ของผู้เรียน และสภาวะ การเรียนรู้ในสถานการณ์ต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต 3.1 พัฒนาระบบการเรียนรู้ ONIE Digital Leaming Platform ที่รองรับ DEEP ของกระทรวงศึกษาธิการ และช่องทางเรียนรู้รูปแบบอื่น ๆ ทั้ง Online On-site และ On-air 3.2 พัฒนาแหล่งเรียนรู้ประเภทต่าง ๆ อาทิ Digital Science Museum/ Digital Science Center/ Digital Library ศูนย์การเรียนรู้ทุกช่วงวัย และศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบ กศน. (Co-Learning Space) เพื่อให้สามารถ “เรียนรู้ ได้อย่างทั่วถึง ทุกที่ ทุกเวลา” 3.3 พัฒนาระบบรับสมัครนักศึกษาและสมัครฝึกอบรมแบบออนไลน์ มีระบบการเทียบโอนความรู้ ระบบ สะสมหน่วยการเรียนรู้ (Credit Bank System) และพัฒนา/ขยายการให้บริการระบบทดสอบอิเล็กทรอนิกส์ (Eexam) 4 5
4. บูรณาการความร่วมมือในการส่งเสริม สนับสนุน และจัดการศึกษาและการเรียนรู้ให้กับ ประชาชนอย่าง มีคุณภาพ 4.1 ร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้ง ส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของชุมชน อาทิ การส่งเสริมการฝึกอาชีพที่เป็นอัตลักษณ์และบริบทของชุมชน ส่งเสริมการตลาดและขยายช่องทางการจ าหน่ายเพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์/สินค้า กศน. 4.2 บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ทั้งในส่วนกลาง และภูมิภาค 5. พัฒนาศักยภาพและประสิทธิภาพในการท างานของบุคลากร กศน. 5.1 พัฒนาศักยภาพและทักษะความสามารถด้านเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Literacy & Digital Skills) ให้กับบุคลากรทุกประเภททุกระดับ รองรับความเป็นรัฐบาลดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งพัฒนาครูให้มีทักษะ ความรู้ และความช านาญในการใช้ภาษาอังกฤษ การผลิตสื่อการเรียนรู้และการจัดการเรียนการสอนเพื่อฝึกทักษะ การคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบและมีเหตุผล เป็นขั้นตอน 5.2 จัดกิจกรรมเสริมสร้างความสัมพันธ์ ของบุคลากร กศน.และกิจกรรมเพิ่มประสิทธิภาพ ในการท างาน ร่วมกันในรูปแบบต่าง ๆ อาทิ การแข่งขันกีฬา การอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาประสิทธิภาพ ในการท างาน 6. ปรับปรุงและพัฒนาโครงสร้างและระบบบริหารจัดการองค์กร ปัจจัยพื้นฐานในการจัดการศึกษา และการ ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ต่อสาธารณะชน 6.1 เร่งผลักดันร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. ... ให้ส าเร็จ และปรับโครงสร้าง การบริหารและ อัตราก าลังให้สอดคล้องกับบริบทการเปลี่ยนแปลง เร่งการสรรหา บรรจุ แต่งตั้งที่มีประสิทธิภาพ 6.2 น านวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการบริหารจัดการ พัฒนาระบบการท างานและข้อมูล สารสนเทศด้านการศึกษาที่ทันสมัย รวดเร็ว และสามารถใช้งานทันที โดยจัดตั้งศูนย์ข้อมูลกลาง กศน. เพื่อจัดท า ข้อมูล กศน. ทั้งระบบ (ONE ONIE) 6.3 พัฒนา ปรับปรุง ซ่อมแซม ฟื้นฟูอาคารสถานที่ และสภาพแวดล้อมโดยรอบของหน่วยงาน สถานศึกษา และแหล่งเรียนรู้ทุกแห่ง ให้สะอาด ปลอดภัย พร้อมให้บริการ 6.4 ประชาสัมพันธ์/สร้างการรับรู้ให้กับประชาชนทั่วไปเกี่ยวกับการบริการทางวิชาการ/กิจกรรม ด้าน การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย และสร้างช่องทางการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านวิชาการ ของหน่วยงาน และสถานศึกษาในสังกัด อาทิ ข่าวประชาสัมพันธ์ ผ่านสื่อรูปแบบต่าง ๆ การจัดนิทรรศการ/มหกรรม วิชาการ กศน. 6
การจัดการศึกษาและการเรียนรู้ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) ของส านักงาน กศน. จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) เมื่อเดือนธันวาคม 2562 ส่งผล กระทบต่อระบบการจัดการเรียนการสอนของไทยในทุกระดับชั้น ซึ่งรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ ได้ออกประกาศ และมีมาตรการเฝ้าระวังเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสดังกล่าว อาทิ ก าหนดให้มี การเว้นระยะห่างทาง สังคม (Social Distancing) ห้ามการใช้อาคารสถานที่ของโรงเรียนและสถาบันการศึกษา ทุกประเภท เพื่อจัดการ เรียนการสอน การสอบ ฝึกอบรม หรือการท ากิจกรรมใด ๆ ที่มีผู้เข้าร่วมเป็นจ านวนมาก การปิดสถานศึกษาด้วยเหตุ พิเศษ การก าหนดให้ใช้วิธีการจัดการเรียนการสอนรูปแบบใหม่ อาทิ การจัดการเรียนรู้ แบบออนไลน์ การจัดการ เรียนรู้ผ่านระบบการออกอากาศทางโทรทัศน์ วิทยุ และโซเซียลมีเดีย ต่าง ๆ รวมถึง การสื่อสารแบบทางไกลหรือด้วย วิธีอิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนของส านักงาน กศน. ได้มีการพัฒนา ปรับรูปแบบ กระบวนการ และวิธีการด าเนินงานในภารกิจ ต่อเนื่องต่าง ๆ ในสถานการณ์การใช้ชีวิตประจ าวัน และการจัดการเรียนรู้เพื่อรองรับการชีวิตแบบปกติวิถีใหม่ (New Normal) ซึ่งกิจกรรมการเรียนรู้ต่าง ๆ ได้ให้ความส าคัญกับการด าเนินงานตามมาตรการการป้องกัน การแพร่ระบาด ของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COMID - 19) อาทิ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทุกประเภท หากมีความจ าเป็นต้องมาพบ กลุ่ม หรืออบรมสัมมนา ทางสถานศึกษาต้องมีมาตรการป้องกันที่เข้มงวด มีเจล แอลกอฮอลล้างมือ ผู้รับบริการต้องใส่ หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า ต้องมีการเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล เน้นการใช้สื่อดิจิทัลและเทคโนโลยีออนไลน์ใน การจัดการเรียนการสอน ภารกิจต่อเนื่อง 1. ด้านการจัดการศึกษาและการเรียนรู้ 1.1 การศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน 1) สนับสนุนการจัดการศึกษานอกระบบตั้งแต่ปฐมวัยจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยด าเนินการ ให้ผู้เรียน ได้รับการสนับสนุนค่าจัดซื้อหนังสือเรียน ค่าจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน และค่าจัดการเรียน การสอนอย่าง ทั่วถึงและเพียงพอเพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการศึกษาที่มีคุณภาพโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย 2) จัดการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานให้กับกลุ่มเป้าหมายผู้ด้อย พลาด และขาดโอกาสทาง การศึกษา ผ่านการเรียนแบบเรียนรู้ด้วยตนเอง การพบกลุ่ม การเรียนแบบชั้นเรียน และการจัด การศึกษาทางไกล 3) พัฒนาประสิทธิภาพ คุณภาพ และมาตรฐานการจัดการศึกษานอกระบบระดับการศึกษา ขั้นพื้นฐาน ทั้ง ด้านหลักสูตรรูปแบบ/กระบวนการเรียนการสอน สื่อและนวัตกรรม ระบบการวัดและประเมินผล การเรียน และ ระบบการให้บริการนักศึกษาในรูปแบบอื่น ๆ 4) จัดให้มีการประเมินเพื่อเทียบระดับการศึกษา และการเทียบโอนความรู้และประสบการณ์ ที่มีความ โปร่งใส ยุติธรรม ตรวจสอบได้ มีมาตรฐานตามที่ก าหนด และสามารถตอบสนองความต้องการ ของกลุ่มเป้าหมายได้ อย่างมีประสิทธิภาพ 87
5) จัดให้มีกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียนที่มีคุณภาพที่ผู้เรียนต้องเรียนรู้และเข้าร่วมปฏิบัติ กิจกรรม เพื่อเป็น ส่วนหนึ่งของการจบหลักสูตร อาทิ กิจกรรมเสริมสร้างความสามัคคี กิจกรรมเกี่ยวกับการป้องกัน และแก้ไขปัญหายา เสพติดการแข่งขันกีฬา การบ าเพ็ญสาธารณประโยชน์อย่างต่อเนื่อง การส่งเสริมการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี และยุวกาชาด กิจกรรม จิตอาสา และการจัดตั้ง ชมรม/ชุมนุม พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้เรียนน ากิจกรรมการบ าเพ็ญประโยชน์อื่น ๆ นอกหลักสูตรมาใช้เพิ่มชั่วโมง กิจกรรมให้ผู้เรียนจบตามหลักสูตรได้ 1.2 การส่งเสริมการรู้หนังสือ 1) พัฒนาระบบฐานข้อมูลผู้ไม่รู้หนังสือ ให้มีความครบถ้วน ถูกต้อง ทันสมัยและเป็นระบบเดียวกัน ทั้ง ส่วนกลางและส่วนภูมิภาค 2) พัฒนาและปรับปรุงหลักสูตร สื่อ แบบเรียนเครื่องมือวัดผลและเครื่องมือการด าเนินงานการ ส่งเสริมการรู้ หนังสือที่สอดคล้องกับสภาพและบริบทของแต่ละกลุ่มเป้าหมาย 3) พัฒนาครู กศน. และภาคีเครือข่ายที่ร่วมจัดการศึกษา ให้มีความรู้ความสามารถ และทักษะการ จัด กระบวนการเรียนรู้ให้กับผู้ไม่รู้หนังสืออย่างมีประสิทธิภาพ และอาจจัดให้มีอาสาสมัครส่งเสริมการรู้หนังสือใน พื้นที่ที่ มีความต้องการจ าเป็นเป็นพิเศษ 4) ส่งเสริม สนับสนุนให้สถานศึกษาจัดกิจกรรมส่งเสริมการรู้หนังสือ การคงสภาพการรู้หนังสือ การพัฒนา ทักษะการรู้หนังสือให้กับประชาชนเพื่อเป็นเครื่องมือในการศึกษาและเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต ของประชาชน 1.3 การศึกษาต่อเนื่อง 1) จัดการศึกษาอาชีพเพื่อการมีงานท าอย่างยั่งยืน โดยให้ความส าคัญกับการจัดการศึกษาอาชีพ เพื่อการมี งานท าในกลุ่มอาชีพเกษตรกรรม อุตสาหกรรม พาณิชยกรรม คหกรรม และอาชีพเฉพาะทางหรือการบริการ รวมถึง การเน้นอาชีพช่างพื้นฐาน ที่สอดคล้องกับศักยภาพของผู้เรียน ความต้องการและศักยภาพของแต่ละพื้นที่ มีคุณภาพ ได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับ สอดรับกับความต้องการของตลาดแรงงาน และการพัฒนาประเทศ ตลอดจน สร้างความ เข้มแข็งให้กับศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน โดยจัดให้มีการส่งเสริมการรวมกลุ่มวิสาหกิจชุมชน การพัฒนา หนึ่งต าบลหนึ่ง อาชีพเด่น การประกวดสินค้าดีพรีเมี่ยม การสร้างแบรนด์ของ กศน. รวมถึงการส่งเสริมและจัดหาช่องทางการ จ าหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ และให้มีการก ากับ ติดตาม และรายงานผลการจัดการศึกษาอาชีพ เพื่อการมีงานท า อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง
2) จัดการศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิตให้กับทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะคนพิการ ผู้สูงอายุ ที่สอดคล้องกับ ความต้องการจ าเป็นของแต่ละบุคคล และมุ่งเน้นให้ทุกกลุ่มเป้าหมายมีทักษะการด ารงชีวิตตลอดจน สามารถ ประกอบอาชีพพึ่งพาตนเองได้มีความรู้ความสามารถในการบริหารจัดการชีวิตของตนเองให้อยู่ในสังคม ได้อย่างมี ความสุขสามารถเผชิญสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจ าวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเตรียมพร้อมส าหรับ การปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของข่าวสารข้อมูลและเทคโนโลยีสมัยใหม่ในอนาคต โดยจัดกิจกรรมที่มีเนื้อหา ส าคัญต่าง ๆ เช่น การอบรมจิตอาสา การให้ความรู้เพื่อการป้องการการแพร่ระบาด ของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COMID - 19) การอบรมพัฒนาสุขภาพกายและสุขภาพจิต การอบรมคุณธรรม และจริยธรรม การป้องกันภัยยาเสพ ติด เพศศึกษา การปลูกฝังและการสร้างค่านิยมที่พึงประสงค์ ความปลอดภัย ในชีวิตและทรัพย์สิน ผ่านการอบรม เรียนรู้ในรูปแบบต่าง ๆ อาทิ ค่ายพัฒนาทักษะชีวิต การจัดตั้งชมรม/ชุมนุม การอบรมส่งเสริมความสามารถพิเศษต่าง ๆ เป็นต้น 3) จัดการศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน โดยใช้หลักสูตรและการจัดกระบวนการเรียนรู้ แบบบูรณาการใน รูปแบบของการฝึกอบรมการประชุม สัมมนา การจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้การจัดกิจกรรม จิตอาสา การสร้างชุมชน นักปฏิบัติ และรูปแบบอื่นๆ ที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย และบริบทของชุมชน แต่ละพื้นที่ เคารพความคิดของผู้อื่น ยอมรับความแตกต่างและหลากหลายทางความคิดและอุดมการณ์ รวมทั้งสังคม พหุวัฒนธรรม โดยจัดกระบวนการให้ บุคคลรวมกลุ่มเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันสร้างกระบวนการจิตสาธารณะ การสร้างจิตส านึกความเป็น ประชาธิปไตย การเคารพในสิทธิและเสรีภาพ และรับผิดชอบต่อหน้าที่ความเป็นพลเมือง ที่ดีภายใต้การปกครอง ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข การส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม การเป็นจิตอาสา การบ าเพ็ญ ประโยชน์ในชุมชนการ บริหารจัดการน้ํา การรับมือกับสาธารณภัย การอนุรักษ์พลังงาน ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม การช่วยเหลือซึ่งกันและกันในการพัฒนาสังคมและชุมชนอย่างยั่งยืน 4) การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงผ่านกระบวนการเรียนรู้ตลอดชีวิต ใน รูปแบบต่าง ๆ ให้กับประชาชน เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน สามารถยืนหยัดอยู่ได้อย่างมั่นคง และมีการบริหารจัดการ ความเสี่ยงอย่างเหมาะสม ตามทิศทางการพัฒนาประเทศสู่ความสมดุลและยั่งยืน 1.4 การศึกษาตามอัธยาศัย 1) พัฒนาแหล่งการเรียนรู้ที่มีบรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการอ่านและพัฒนาศักยภาพ การเรียนรู้ ให้เกิดขึ้นในสังคมไทย ให้เกิดขึ้นอย่างกว้างขวางและทั่วถึง เช่น การพัฒนา กศน. ต าบล ห้องสมุด ประชาชนทุกแห่ง ให้มีการบริการที่ทันสมัย ส่งเสริมและสนับสนุนอาสาสมัครส่งเสริมการอ่าน การสร้างเครือข่าย ส่งเสริมการอ่าน จัด หน่วยบริการห้องสมุดเคลื่อนที่ ห้องสมุดชาวตลาด พร้อมหนังสือและอุปกรณ์เพื่อจัดกิจกรรม ส่งเสริมการอ่านและ การเรียนรู้ที่หลากหลายให้บริการกับประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ อย่างทั่วถึง สม่ าเสมอ รวมทั้ง เสริมสร้างความพร้อมใน ด้านบุคลากร สื่ออุปกรณ์เพื่อสนับสนุนการอ่าน และการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการอ่าน อย่างหลากหลายรูปแบบ 9
2) จัดสร้างและพัฒนาศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ให้เป็นแหล่งเรียนรู้วิทยาศาสตร์ตลอดชีวิต ของ ประชาชน เป็นแหล่งสร้างนวัตกรรมฐานวิทยาศาสตร์และเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงศิลปะวิทยาการประจ าท้องถิ่น โดย จัดท าและพัฒนานิทรรศการสื่อและกิจกรรมการศึกษาที่เน้นการเสริมสร้างความรู้และสร้างแรงบันดาลใจ ด้าน วิทยาศาสตร์สอดแทรกวิธีการคิดเชิงวิเคราะห์ การคิดเชิงสร้างสรรค์ และปลูกฝังเจตคติทางวิทยาศาสตร์ ผ่านการ กระบวนการเรียนรู้ที่บูรณาการความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ ควบคู่กับเทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์และคณิตศาสตร์ รวมทั้งสอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง บริบทของชุมชน และประเทศ รวมทั้งระดับภูมิภาค และ ระดับโลกเพื่อให้ประชาชนมีความรู้และสามารถน าความรู้และทักษะไปประยุกต์ใช้ในการด าเนินชีวิต การพัฒนา อาชีพ การรักษาสิ่งแวดล้อม การบรรเทาและป้องกันภัยพิบัติทางธรรมชาติ รวมทั้งมีความสามารถในการปรับตัวรองรับผลกระทบจากการ เปลี่ยนแปลงของโลกที่เป็นไปอย่างรวดเร็วและรุนแรง (Disruptive Changes) ได้อย่าง มีประสิทธิภาพ 3) ประสานความร่วมมือหน่วยงาน องค์กร หรือภาคส่วนต่าง ๆ ที่มีแหล่งเรียนรู้อื่น ๆ เพื่อส่งเสริม การ จัดการศึกษาตามอัธยาศัยให้มีรูปแบบที่หลากหลาย และตอบสนองความต้องการของประชาชน เช่น พิพิธภัณฑ์ ศูนย์ เรียนรู้ แหล่งโบราณคดี วัด ศาสนาสถาน ห้องสมุด รวมถึงภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นต้น 2. ด้านหลักสูตร สื่อรูปแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้ การวัดและประเมินผลงานบริการ ทางวิชาการ และการ ประกันคุณภาพการศึกษา 2.1 ส่งเสริมการพัฒนาหลักสูตร รูปแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้และกิจกรรมเพื่อส่งเสริม การศึกษานอก ระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยที่หลากหลาย ทันสมัย รวมถึงการพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะ และ หลักสูตร ท้องถิ่นที่สอดคล้องกับสภาพบริบทของพื้นที่และความต้องการของกลุ่มเป้าหมายและชุมชน 2.2 ส่งเสริมการพัฒนาสื่อแบบเรียน สื่ออิเล็กทรอนิกส์และสื่ออื่น ๆ ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของผู้เรียน กลุ่มเป้าหมายทั่วไปและกลุ่มเป้าหมายพิเศษ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา 2.3 พัฒนารูปแบบการจัดการศึกษาทางไกลให้มีความทันสมัย หลากหลายช่องทางการเรียนรู้ ด้วยระบบ ห้องเรียนและการควบคุมการสอบรูปแบบออนไลน์ 2.4 พัฒนาระบบการประเมินเพื่อเทียบระดับการศึกษา และการเทียบโอนความรู้และประสบการณ์ เพื่อให้มี คุณภาพ มาตรฐาน และสามารถตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้ง มีการ ประชาสัมพันธ์ให้สาธารณชนได้รับรู้และสามารถเข้าถึงระบบการประเมินได้ 2.5 พัฒนาระบบการวัดและประเมินผลการศึกษานอกระบบทุกหลักสูตร โดยเฉพาะหลักสูตร ในระดับ การศึกษาขั้นพื้นฐานให้ได้มาตรฐานโดยการน าแบบทดสอบกลาง และระบบการสอบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Exam) มาใช้ อย่างมีประสิทธิภาพ 2.6 ส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาหลักสูตร รูปแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้ การ วัดและ ประเมินผล และเผยแพร่รูปแบบการจัด ส่งเสริม และสนับสนุนการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษา ตาม 10
อัธยาศัย รวมทั้งให้มีการน าไปสู่การปฏิบัติอย่างกว้างขวางและมีการพัฒนาให้เหมาะสมกับบริบทอย่างต่อเนื่อง 2.7 พัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาให้ได้มาตรฐาน มีการพัฒนาระบบการประกัน คุณภาพ ภายในที่สอดคล้องกับบริบทและภารกิจของ กศน. มากขึ้น เพื่อพร้อมรับการประเมินคุณภาพภายนอก โดยพัฒนา บุคลากรให้มีความรู้ ความเข้าใจ ตระหนักถึงความส าคัญของระบบการประกันคุณภาพ และสามารถ ด าเนินการ ประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษาได้อย่างต่อเนื่องโดยใช้การประเมินภายในด้วยตนเอง และจัดให้มี ระบบ สถานศึกษาพี่เลี้ยงเข้าไปสนับสนุนอย่างใกล้ชิด ส าหรับสถานศึกษาที่ยังไม่ได้เข้ารับการประเมินคุณภาพ ภายนอก ให้ พัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาให้ได้คุณภาพตามมาตรฐานที่ก าหนด 3. ด้านเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา 3.1 ผลิตและพัฒนารายการวิทยุและรายการโทรทัศน์เพื่อการศึกษาเพื่อให้เชื่อมโยงและตอบสนอง ต่อการจัด กิจกรรมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยของสถานศึกษาเพื่อกระจายโอกาสทางการศึกษา ส าหรับ กลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ ให้มีทางเลือกในการเรียนรู้ที่หลากหลายและมีคุณภาพ สามารถพัฒนาตนเองให้รู้เท่าทัน สื่อและ เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการสื่อสาร เช่น รายการพัฒนาอาชีพเพื่อการมีงานท า รายการติวเข้มเติมเต็มความรู้ รายการ รายการท ากินก็ได้ ท าขายก็ดี ฯลฯ เผยแพร่ทางสถานีวิทยุศึกษา สถานีวิทยุโทรทัศน์เพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ (ETV) และทางอินเทอร์เน็ต 3.2 พัฒนาการเผยแพร่การจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยโดยผ่านระบบ เทคโนโลยี ดิจิทัล และช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ เช่น Youtube Facebook หรือ Application อื่น ๆ เพื่อส่งเสริม ให้ครู กศน. น า เทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการสร้างกระบวนการเรียนรู้ด้วยตนเอง (Do It Yourself : DIY) 3.3 พัฒนาสถานีวิทยุศึกษาและสถานีโทรทัศน์เพื่อการศึกษาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และการ ออกอากาศให้กลุ่มเป้าหมายสามารถใช้เป็นช่องทางการเรียนรู้ที่มีคุณภาพได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต โดยขยาย เครือข่ายการรับฟังให้สามารถรับฟังได้ทุกที่ ทุกเวลา ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศและเพิ่มช่องทาง ให้สามารถรับชม รายการโทรทัศน์ได้ทั้งระบบ Ku - Band C - Band Digital TV และทางอินเทอร์เน็ต พร้อมที่จะ รองรับการพัฒนา เป็นสถานีวิทยุโทรทัศน์เพื่อการศึกษาสาธารณะ (Free ETV) 3.4 พัฒนาระบบการให้บริการสื่อเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาเพื่อให้ได้หลายช่องทางทั้งทาง อินเทอร์เน็ต และ รูปแบบอื่น ๆ อาทิ Application บนโทรศัพท์เคลื่อนที่ และ Tablet รวมทั้งสื่อ Offline ในรูปแบบ ต่าง ๆ เพื่อให้ กลุ่มเป้าหมายสามารถเลือกใช้บริการเพื่อเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาและการเรียนรู้ได้ตามความต้องการ 3.5 ส ารวจ วิจัย ติดตามประเมินผลด้านการใช้สื่อเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาอย่างต่อเนื่องเพื่อน าผล มาใช้ใน การพัฒนางานให้มีความถูกต้อง ทันสมัยและสามารถส่งเสริมการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต ของประชาชนได้ อย่างแท้จริง 11
4. ด้านโครงการอันเนื่องมาจากพระราชด าริ หรือโครงการอันเกี่ยวเนื่องจากราชวงศ์ 4.1 ส่งเสริมและสนับสนุนการด าเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชด าริหรือโครงการ อันเกี่ยวเนื่อง จากราชวงศ์ 4.2 จัดท าฐานข้อมูลโครงการและกิจกรรมของ กศน.ที่สนองงานโครงการอันเนื่องมาจาก พระราชด าริหรือ โครงการอันเกี่ยวเนื่องจากราชวงศ์เพื่อน าไปใช้ในการวางแผน การติดตามประเมินผลและการ พัฒนางานได้อย่างมี ประสิทธิภาพ 4.3 ส่งเสริมการสร้างเครือข่ายการด าเนินงานเพื่อสนับสนุนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชด าริ เพื่อให้เกิด ความเข้มแข็งในการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย 4.4 พัฒนาศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง”เพื่อให้มีความพร้อมในการจัดการศึกษา นอก ระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยตามบทบาทหน้าที่ที่ก าหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพ 4.5 จัดและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของประชาชนบนพื้นที่สูง ถิ่นทุรกันดาร และ พื้นที่ชายขอบ 5. ด้านการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษและพื้นที่บริเวณ ชายแดน 5.1 พัฒนาการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยในจังหวัดชายแดนภาคใต้ 1) จัดและพัฒนาหลักสูตร และกิจกรรมส่งเสริมการศึกษาและการเรียนรู้ที่ตอบสนองปัญหา และ ความต้องการของกลุ่มเป้าหมายรวมทั้งอัตลักษณ์และความเป็นพหุวัฒนธรรมของพื้นที่ 2) พัฒนาคุณภาพการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างเข้มข้นและต่อเนื่องเพื่อให้ ผู้เรียนสามารถน าความรู้ที่ได้รับไปใช้ประโยชน์ได้จริง 3) ให้หน่วยงานและสถานศึกษาจัดให้มีมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยแก่บุคลากรและ นักศึกษา กศน.ตลอดจนผู้มาใช้บริการอย่างทั่วถึง 5.2 พัฒนาการจัดการศึกษาแบบบูรณาการในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ 1) ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดท าแผนการศึกษาตามยุทธศาสตร์ และ บริบทของแต่ละจังหวัดในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ 2) จัดท าหลักสูตรการศึกษาตามบริบทของพื้นที่ โดยเน้นสาขาที่เป็นความต้องการของตลาด ให้เกิด การพัฒนาอาชีพได้ตรงตามความต้องการของพื้นที่ 5.3 จัดการศึกษาเพื่อความมั่นคงของศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพราษฎรไทยบริเวณชายแดน(ศฝช.) 1) พัฒนาศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพราษฎรไทยบริเวณชายแดน เพื่อให้เป็นศูนย์ฝึกและสาธิต การ ประกอบอาชีพด้านเกษตรกรรม และศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบการจัดกิจกรรมตามแนวพระราชด าริปรัชญา เศรษฐกิจ พอเพียง ส าหรับประชาชนตามแนวชายแดนด้วยวิธีการเรียนรู้ที่หลากหลาย 2) มุ่งจัดและพัฒนาการศึกษาอาชีพโดยใช้วิธีการหลากหลายใช้รูปแบบเชิงรุกเพื่อการเข้าถึง 12
กลุ่มเป้าหมาย เช่น การจัดมหกรรมอาชีพ การประสานความร่วมมือกับเครือข่าย การจัดอบรมแกนน าด้านอาชีพ ที่ เน้นเรื่องเกษตรธรรมชาติที่สอดคล้องกับบริบทของชุมชนชายแดน ให้แก่ประชาชนตามแนวชายแดน 6. ด้านบุคลากรระบบการบริหารจัดการ และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน 6.1 การพัฒนาบุคลากร 1) พัฒนาบุคลากรทุกระดับทุกประเภทให้มีสมรรถนะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งก่อนและระหว่าง การด ารง ต าแหน่งเพื่อให้มีเจตคติที่ดีในการปฏิบัติงานให้มีความรู้และทักษะตามมาตรฐานต าแหน่ง ให้ตรงกับสายงาน ความ ช านาญ และความต้องการของบุคลากรสามารถปฏิบัติงานและบริหารจัดการการด าเนินงานของหน่วยงานและ สถานศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพรวมทั้งส่งเสริมให้ข้าราชการในสังกัดพัฒนาตนเองเพื่อเลื่อนต าแหน่ง หรือเลื่อน วิทยฐานะโดยเน้นการประเมินวิทยฐานะเชิงประจักษ์ 2) พัฒนาศึกษานิเทศก์ กศน. ให้มีสมรรถนะที่จ าเป็นครบถ้วน มีความเป็นมืออาชีพ สามารถ ปฏิบัติการ นิเทศได้อย่างมีศักยภาพ เพื่อร่วมยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษา ตามอัธยาศัยใน สถานศึกษา 3) พัฒนาหัวหน้า กศน.ต าบล/แขวงให้มีสมรรถนะสูงขึ้น เพื่อการบริหารจัดการ กศน.ต าบล/แขวง และการ ปฏิบัติงานตามบทบาทภารกิจอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นการเป็นนักจัดการความรู้และผู้อ านวย ความสะดวกใน การเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง 4) พัฒนาครู กศน. และบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาให้สามารถจัดรูปแบบการเรียนรู้ ได้อย่างมี คุณภาพโดยส่งเสริมให้มีความรู้ความสามารถในการจัดท าแผนการสอน การจัดกระบวนการเรียนรู้ การวัด และ ประเมินผล และการวิจัยเบื้องต้น 5) พัฒนาศักยภาพบุคลากร ที่รับผิดชอบการบริการการศึกษาและการเรียนรู้ ให้มีความรู้ ความสามารถและ มีความเป็นมืออาชีพในการจัดบริการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประชาชน 6) ส่งเสริมให้คณะกรรมการ กศน. ทุกระดับ และคณะกรรมการสถานศึกษา มีส่วนร่วมในการ บริหารการ ด าเนินงานตามบทบาทภารกิจของ กศน.อย่างมีประสิทธิภาพ 7) พัฒนาอาสาสมัคร กศน. ให้สามารถท าหน้าที่สนับสนุนการจัดการศึกษานอกระบบและ การศึกษาตาม อัธยาศัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ 8) พัฒนาสมรรถนะและเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างบุคลากรรวมทั้งภาคีเครือข่ายทั้งใน และต่างประเทศ ในทุกระดับ โดยจัดให้มีกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างสัมพันธภาพและเพิ่มประสิทธิภาพในการท างาน ร่วมกันในรูปแบบที่ หลากหลายอย่างต่อเนื่องอาทิ การแข่งขันกีฬา การอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาประสิทธิภาพ ในการท างาน 13
6.2 การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและอัตราก าลัง 1) จัดท าแผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและด าเนินการปรับปรุงสถานที่และวัสดุอุปกรณ์ ให้มี ความพร้อม ในการจัดการศึกษาและการเรียนรู้ 2) สรรหา บรรจุ แต่งตั้ง และบริหารอัตราก าลังที่มีอยู่ทั้งในส่วนที่เป็นข้าราชการ พนักงานราชการ และ ลูกจ้าง ให้เป็นไปตามโครงสร้างการบริหารและกรอบอัตราก าลัง รวมทั้งรองรับกับบทบาทภารกิจตามที่ก าหนดไว้ ให้ เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการปฏิบัติงาน 3) แสวงหาความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนในการระดมทรัพยากรเพื่อน ามาใช้ ในการปรับปรุง โครงสร้างพื้นฐานให้มีความพร้อมส าหรับด าเนินกิจกรรมการศึกษานอกระบบและการศึกษา ตามอัธยาศัย และการ ส่งเสริมการเรียนรู้ส าหรับประชาชน 6.3 การพัฒนาระบบบริหารจัดการ 1) พัฒนาระบบฐานข้อมูลให้มีความครบถ้วน ถูกต้อง ทันสมัย และเชื่อมโยงกันทั่วประเทศ อย่างเป็นระบบ เพื่อให้หน่วยงานและสถานศึกษาในสังกัดสามารถน าไปใช้เป็นเครื่องมือส าคัญในการบริหาร การวางแผน การ ปฏิบัติงาน การติดตามประเมินผล รวมทั้งจัดบริการการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย อย่างมี ประสิทธิภาพ 2) เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการงบประมาณ โดยพัฒนาระบบการก ากับ ควบคุม และเร่งรัด การ เบิกจ่ายงบประมาณให้เป็นตามเป้าหมายที่ก าหนดไว้ 3) พัฒนาระบบฐานข้อมูลรวมของนักศึกษา กศน. ให้มีความครบถ้วน ถูกต้อง ทันสมัย และ เชื่อมโยงกันทั่ว ประเทศ สามารถสืบค้นและสอบทานได้ทันความต้องการเพื่อประโยชน์ในการจัดการศึกษาให้กับ ผู้เรียนและการ บริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ 4) ส่งเสริมให้มีการจัดการความรู้ในหน่วยงานและสถานศึกษาทุกระดับ รวมทั้งการศึกษาวิจัย เพื่อสามารถ น ามาใช้ในการพัฒนาประสิทธิภาพการด าเนินงานที่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน และชุมชนพร้อมทั้ง พัฒนาขีดความสามารถเชิงการแข่งขันของหน่วยงานและสถานศึกษา 5) สร้างความร่วมมือของภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาสังคมทั้งในประเทศ และ ต่างประเทศ รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อสร้างความเข้าใจ และให้เกิดความร่วมมือ ใน การส่งเสริม สนับสนุน และจัดการศึกษาและการเรียนรู้ให้กับประชาชนอย่างมีคุณภาพ 6) ส่งเสริมการใช้ระบบส านักงานอิเล็กทรอนิกส์ (e-office) ในการบริหารจัดการ เช่น ระบบการ ลา ระบบ สารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ ระบบการขอใช้รถราชการ ระบบการขอใช้ห้องประชุม เป็นต้น 7) พัฒนาและปรับระบบวิธีการปฏิบัติราชการให้ทันสมัย มีความโปร่งใส ปลอดการทุจริต และประพฤติมิ ชอบ บริหารจัดการบนข้อมูลและหลักฐานเชิงประจักษ์ มุ่งผลสัมฤทธิ์มีความโปร่งใส 14
6.4 การก ากับ นิเทศติดตามประเมิน และรายงานผล 1) สร้างกลไกการก ากับ นิเทศ ติดตาม ประเมิน และรายงานผลการด าเนินงานการศึกษานอกระบบ และ การศึกษาตามอัธยาศัยให้เชื่อมโยงกับหน่วยงาน สถานศึกษา และภาคีเครือข่ายทั้งระบบ 2) ให้หน่วยงานและสถานศึกษาที่เกี่ยวข้องทุกระดับ พัฒนาระบบกลไกการก ากับ ติดตามและ รายงานผล การน านโยบายสู่การปฏิบัติ ให้สามารถตอบสนองการด าเนินงานตามนโยบายในแต่ละเรื่องได้อย่างมี ประสิทธิภาพ 3) ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และสื่ออื่น ๆ ที่เหมาะสม เพื่อการก ากับ นิเทศ ติดตาม ประเมินผล และรายงานผลอย่างมีประสิทธิภาพ 4) พัฒนากลไกการติดตามประเมินผลการปฏิบัติราชการตามค ารับรองการปฏิบัติราชการประจ าปี ของ หน่วยงาน สถานศึกษา เพื่อการรายงานผลตามตัวชี้วัดในค ารับรองการปฏิบัติราชการประจ าปี ของส านักงาน กศน.ให้ ด าเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นไปตามเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาที่ก าหนด 5) ให้มีการเชื่อมโยงระบบการนิเทศในทุกระดับ ทั้งหน่วยงานภายในและภายนอกองค์กร ตั้งแต่ ส่วนกลาง ภูมิภาค กลุ่มจังหวัด จังหวัด อ าเภอ/เขต และต าบล/แขวง เพื่อความเป็นเอกภาพในการใช้ข้อมูล และการพัฒนางาน การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย 13 15
เอกสาร/งานที่เกี่ยวข้อง ประวัติยุวกาชาด กิจการยุวกาชาดเป็นกิจกรรมส าหรับเยาวชนระหว่าง 7- 25 ปีได้รับการสถาปนาขึ้นเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2465 โดยสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์วรพินิต อุปนายกสภากาชาดสยามในขณะนั้น ด้วยทรงเห็นว่าสภากาชาด บางประเทศได้จัดตั้งกาชาดส าหรับเด็กขึ้นบ้างแล้ว จึงเห็นควรที่สภากาชาดสยามจะได้จัดตั้งขึ้นบ้างจากวันนั้น ถึงวันนี้ กิจการยุวกาชาดได้มีพลวัตและนวัตกรรมมากมาย จากรุ่น สู่รุ่น ที่อยากถ่ายทอดให้รุ่นต่อไปได้ทราบ ยุวกาชาดเกิดขึ้นจากมติที่ประชุมสหพันธ์สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศเมื่อ ค.ศ. 1919 (พ.ศ. 2462) โดยที่ประชุมได้มีข้อเสนอแนะว่า “สภากาชาดทุกชาติควรจัดตั้งกาชาดส าหรับเด็กเพื่อ ฝึกอบรมเยาวชนให้รู้จักการกินดี อยู่ดี รักษาสุขภาพอนามัย มีเมตตาสงสารเพื่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ไม่ว่าชาติ ศาสนา ใดๆ มีศรัทธา เสียสละ และบ าเพ็ญประโยชน์แก่สังคม โดยจัดกิจกรรมและด าเนินการให้สอดคล้องกับระบบการศึกษา ของแต่ละประเภท ดังนั้นเมื่อแรกก่อตั้ง มีชื่อว่า กองอนุสภากาชาดสยาม สภากาชาดไทยจึงได้ฝากกิจการยุวกาชาดไว้ กับกระทรวงศึกษาธิการ ด้วยเหตุผลที่ว่าเป็นกิจการอันเกี่ยวเนื่องกับการศึกษาและกระทรวงศึกษาธิการได้ดูแลกิจการ ลูกเสืออยู่แล้ว โดยสภากาชาดไทยเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องงบประมาณรายจ่ายประจ าปีต่อมาพุทธศักราช 2476 กระทรวงศึกษาธิการได้มอบหมายให้กรมพลศึกษาเป็นผู้ดูแลกิจการยุวกาชาด โดยได้จัดสรรข้าราชการส่วนหนึ่งร่วม ด าเนินการ มีผู้บริหารสูงสุดเป็นข้าราชการกระทรวงศึกษาธิการ กิจการยุวกาชาดได้เจริญเติบโตขึ้นตามล าดับ มีการพัฒนา เปลี่ยนแปลง ปรับปรุงใหม่หลายด้านทั้งหลักสูตร การเรียน การสอน การจัดกิจกรรม ข้อบังคับต่างๆ รวมถึงกลุ่มเป้าหมาย เช่นเปลี่ยนชื่อจากกองอนุสภากาชาดสยาม 16
เป็นกองอนุกาชาดกองยุวกาชาด และส านักงานยุวกาชาด ตามล าดับ รวมถึงขยายอายุเยาวชนกลุ่มเป้าหมายจาก 7- 18 ปี เป็น 7-25 ปี สภากาชาดไทยและกระทรวงศึกษาธิการได้ด าเนินกิจการยุวกาชาดร่วมกันตลอดมานับจาก พ.ศ. 2465 จนกระทั่ง พ.ศ. 2546 รัฐบาลได้ปฏิรูประบบราชการ มีการยุบรวมหน่วยงานเข้าด้วยกัน ท าให้กรมพลศึกษาไปรวมอยู่ กับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และให้งานยุวกาชาด ลูกเสือ และสารวัตรนักเรียน ไปอยู่ภายใต้ส านักงาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการและยกฐานะเป็น ส านักการลูกเสือ ยุวกาชาดและกิจการนักเรียน โดยได้ย้ายที่ท างานไปยัง กระทรวงศึกษาธิการ ส านักงานยุวกาชาด สภากาชาดไทย จึงได้ย้ายกลับมายังสภากาชาดไทยและมี นายแพทย์พินิจ กุลละวณิชย์ เป็นผู้อ านวยการซึ่งนับได้ว่าเป็นผู้อ านวยการส านักยุวกาชาดคนแรกที่เป็นบุคลากรสภากาชาดไทย ปัจจุบัน กิจการยุวกาชาดจึงอยู่ในความดูแลของ 2 หน่วยงาน คือ สภากาชาดไทย โดยส านักงานยุวกาชาด รับผิดชอบเยาวชนชายหญิง อายุระหว่าง 15-25 ปี ที่เรียกว่าอาสายุวกาชาด และกระทรวงศึกษาธิการ โดยส านักการ ลูกเสือยุวกาชาดและกิจการนักเรียน รับผิดชอบเยาวชนชายหญิง อายุระหว่าง 7- 18 ปี ที่เรียกว่าสมาชิกยุวกาชาด โดยทั้ง 2 หน่วยงานยังคงมีการประสานการด าเนินงานร่วมกัน ภารกิจของยุวกาชาด ส านักงานยุวกาชาด สภากาชาดไทย ได้ด าเนินการร่วมกับหน่วยงานพัฒนาเยาวชนต่างๆ ในการเผยแพร่การ กาชาดสู่เยาวชน ตามภารกิจหลัก 4 ประการ คือ 1. มีอุดมคติในศานติสุข (Education for Peace) 2. มีความช านาญในการรักษาอนามัยของตนเอง และของผู้อื่น (Good Health) 3. รู้จักบ าเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น (Good Service) 4. มีสัมพันธภาพอันดีกับบุคคลทั่วไป (International Friendship) โดยนอกจากวัตถุประสงค์ยุวกาชาดสากลแล้ว ในข้อบังคับสภากาชาดไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 68 ) พุทธศักราช 2550 หมวดที่ 9 ว่าด้วยยุวกาชาด ยังได้มีการก าหนดวัตถุประสงค์ยุวกาชาดไทย ซึ่งมี 6 ประการ คือ เพื่อฝึกอบรมให้เยาวชนชายและหญิง 1. มีอุดมคติในศานติสุข มีความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ 2. มีความรู้ ความช านาญในการรักษาอนามัยของตนเองและของคนอื่นตลอดจนการพัฒนาตนเองทางร่างกาย จิตใจ คุณธรรม และธ ารงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชาติ 3. มีความรู้ ความเข้าใจในหลักการและอุดมการณ์กาชาด มีคุณธรรม จริยธรรม และมีจิตใจเมตตา กรุณาต่อ เพื่อนมนุษย์ 4. บ าเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น ชุมชน สังคม และประเทศชาติ 5. มีจิตส านึกในการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 6. มีสัมพันธ์ภาพและมิตรภาพที่ดีกับบุคคลทั่วไป 17
คุณลักษณะของอาสายุวกาชาด คุณลักษณะของอาสายุวกาชาด – มีความศรัทธา มีความสนใจ ใฝ่หาความรู้ในภารกิจของสภากาชาดไทย – ศึกษาหาความรู้และท าความเข้าใจในหลักการกาชาดและวัตถุประสงค์ของยุวกาชาด – ปฏิบัติตามวัตถุประสงค์ของยุวกาชาดโดยเข้ารับการอบรมอาสายุวกาชาด หรือร่วมกิจกรรมอื่นๆ – น าความถนัด ความสนใจ ความช านาญของตน มาใช้ให้เกิดประโยชน์ในการร่วมกิจกรรมอาสาสมัคร บริการชุมชน – หมั่นฝึกฝน และพัฒนาตนเองให้มีความรู้และทักษะต่างๆ ในการจัดกิจกรรมยุวกาชาด และฝึกฝนให้กับ สมาชิกรุ่นน้อง อันจะเป็นแบบอย่างที่ดีต่อไป เช่น ความรู้ด้านการปฐมพยาบาล ความรู้ด้านนันทนาการ ความรู้ด้าน การจัดกิจกรรมค่ายประเภทต่างๆ กิจกรรมบ าเพ็ญประโยชน์ – มีความรับผิดชอบงานที่ได้รับมอบหมายด้วยความขยันขันแข็งและท าอย่างจริงจัง – สามารถจัดสรรเวลาที่จะท างานอาสาสมัคร โดยไม่เกิดปัญหากับครอบครัวและปัญหาการเรียน – ยอมรับข้อจ ากัดที่อาจไม่เอื้ออ านวยต่อการปฏิบัติงานอาสาสมัคร และมีความอดทนต่อความยากล าบากที่ อาจจะเกิดขึ้น – แต่งกายสุภาพเรียบร้อย กิริยาวาจาสุภาพเรียบร้อย ยิ้มแย้มแจ่มใสและมีน้ าใจเอื้ออารีต่อผู้อื่นเสมอ – ปฏิบัติตามระเบียบของชมรมอาสายุวกาชาด 18 19
หลักการกาชาด มนุษยธรรม ด้วยรากฐานความคิดที่ว่าความทุกข์ทรมานเป็นสิ่งที่ เกิดขึ้นทั่วโลกและจ าต้องได้รับการแก้ไขบรรเทา กลุ่ม องค์กรกาชาดและเสี้ยววงเดือนแดง จึงได้ถือก าเนิดขึ้น เพื่อที่จะช่วยเหลือผู้บาดเจ็บจากการสู้รบในสงครามและความ รุนแรงที่เกี่ยว ข้องโดยไม่เลือกปฏิบัติ มุ่งป้องกันและบรรเทาทุกข์ทุกหนแห่งอย่างเต็มก าลังความสามารถที่มีอยู่ทั้ง จากภายในประเทศและระหว่างประเทศ เป้าหมายของกาชาดคือเพื่อคุ้มครองชีวิต สุขภาพ และศักดิ์ศรีความเป็น มนุษย์ ซึ่งสามารถน าพาไปสู่ความเข้าใจซึ่งกันและกัน สัมพันธภาพ ความร่วมมือ และสันติสุขที่ยั่งยืนในหมู่มวล มนุษยชาติเพื่อคุ้มครองชีวิตและ สุขภาพ กลุ่มองค์กรกาชาดฯ จึงส่งเสริมกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ป้องกันภัยพิบัติและโรคภัยไข้เจ็บและให้ความช่วยเหลือต่างๆตั้งแต่ด้านอาหาร ไปจนถึงการปฐมพยาบาลหลัก มนุษยธรรมหมายถึงความเห็นอกเห็นใจ การยื่นมือเข้าช่วยเหลือและปกป้องผู้อื่นโดยไม่ค านึงว่าเขาจะเป็นใครหรือท า อะไรมา หลักการนี้เป็นเรื่องของการเชิดชูศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของทุกคนแม้ กระทั่งผู้ที่ไม่เป็นที่ต้องการของสังคม การไม่เลือกปฏิบัติ กลุ่ม องค์กรกาชาดฯ ไม่แบ่งแยกสัญชาติ เชื้อชาติ ศาสนา ชนชั้น สีผิว ความเชื่อทางการเมือง ชาติก าเนิด ฐานะ หรือความเห็นทางการเมือง แต่จะพยายามช่วยเหลือบรรเทาทุกข์แก่เพื่อนมนุษย์โดยดูตามความต้องการและจัด ล าดับความส าคัญให้กรณีเร่งด่วนที่สุดก่อนเสมอ นี่คือสาระส าคัญของความมีมนุษยธรรมดังนั้นเจ้าหน้าที่กลุ่มองค์กร กาชาดฯ ต้องไม่ล าเอียง และต้องละทิ้งอคติส่วนตัว รวมทั้งความชอบส่วนตัวขณะปฏิบัติงานด้านมนุษยธรรม การ ตัดสินใจต้องไม่ได้รับอิทธิพลจากความคิดที่ล าเอียง และความรู้สึกส่วนตัว ความเป็นกลาง
เพื่อคงไว้ซึ่งความเชื่อมั่นจากทุกฝ่าย กลุ่มองค์กรกาชาดฯจะไม่เข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดในการสู้รบ หรือเข้าไป มีส่วนร่วมในความขัดแย้งทางการเมือง เชื้อชาติ ศาสนา หรือลัทธิใดๆ ก็ตามทั้งนี้เพื่อให้เข้าถึงผู้ได้รับผลกระทบจาก ความ ขัดแย้ง และสามารถหารือได้กับทุกฝ่ายที่ขัดแย้ง กลุ่มองค์กรกาชาดฯต้องหลีกเลี่ยงการเข้าไปเกี่ยวข้องกับข้อ พิพาททางลัทธิการ เมือง หรือศาสนา และต้องแสดงจุดยืนในความเป็นกลางเพื่อท าให้คู่ขัดแย้งเชื่อมั่นว่าการช่วย เหลือพลเรือนและผู้บาดเจ็บหรือเชลยศึกจะไม่เป็นการแทรกแซงความขัดแย้งนั้นการโน้มน้าวให้ฝ่ายต่างๆ ในความ ขัดแย้งเชื่อถือความเป็นกลางของกลุ่มองค์กรกาชาดฯไม่ใช่เรื่องง่าย เสมอไป โดยเฉพาะในบริบทที่มีการแบ่งฝ่ายกัน อย่างสุดขั้ว และเชื่ออย่างแรงกล้าว่า ‘ใครไม่ใช่พวกเราถือว่าเป็นศัตรู’ นี่คือสาเหตุที่ท าให้กลุ่มองค์กรกาชาดฯ ต้อง สร้างความเชื่อมั่นในด้านความเป็นกลางให้เป็นที่ประจักษ์ในภาวะที่บ้าน เมืองเป็นปกติเพื่อเตรียมพร้อมในกรณีที่มี ความขัดแย้งเกิดขึ้น และเพื่อให้การปฏิบัติงานในช่วงเวลาที่เกิดความขัดแย้งมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ความเป็นอิสระ กลุ่มองค์กรกาชาดฯมีความเป็นอิสระ แม้สภากาชาดประจ าชาติต่างๆจะสนับสนุนงานของรัฐบาลในแง่การ ให้บริการทางด้าน มนุษยธรรมและอยู่ภายใต้กฎหมายของประเทศตน แต่ก็ต้องสามารถปฏิบัติงานให้เป็นไปตาม หลักการกาชาดฯเสมอกลุ่มองค์กร กาชาดฯจะสามารถยึดถือในหลักการความเป็นกลางและการไม่เลือกปฏิบัติได้ต่อ เมื่อเป็นอิสระอย่างแท้จริงจากการแทรกแซงทางการเมือง ลัทธิ ศาสนา หรือทางเศรษฐกิจเท่านั้น ถึงแม้ว่ากลุ่มองค์กร กาชาดฯรับเงินทุนจากรัฐบาลประเทศต่างๆ และจากแหล่งทุนอื่นๆทางการเมืองและเศรษฐกิจ แต่ก็สงวนสิทธิ์ในการ ตัดสินใจว่าจะให้ความช่วยเหลือกับใครและอย่างไร เพี่อให้สอดคล้องกับหลักการกาชาดฯ อื่นๆ และคงไว้ซึ่งความ เชื่อมั่นของทุกฝ่าย สภากาชาดฯต้องหลีกเลี่ยงการตกเป็นเครื่องมือของรัฐบาล มิฉะนั้นจะไม่สามารถปฏิบัติงานได้ทั่ว ทุกอาณาเขตของรัฐในภาวะที่มีการสู้รบในช่วงความขัดแย้ง กลุ่มองค์กรกาชาดฯควรได้รับอนุญาตให้เข้าท าการ ประเมินความต้องการ และมีอิสระในการพูดคุยกับประชาชนเพื่อให้เข้าใจสถานการณ์ตามความจริง บริการจิตอาสา กลุ่ม องค์กรกาชาดฯ ปฏิบัติงานอาสาสมัครบรรเทาทุกข์โดยมิได้มุ่งหวังผลตอบแทน เป็นการสื่อให้เห็นถึง ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับเพื่อนมนุษย์ หลักการด้านงานบริการจิตอาสาเป็นสัญลักษณ์ว่าคนกาชาดและเสี้ยววง เดือนแดงทุก คนท างานด้วยแรงจูงใจทางด้านมนุษยธรรม ไม่ว่าจะมีค่าจ้างหรือไม่ การที่ไม่ใด้เป็นทั้งเจ้าหน้าที่รัฐที่ ท างานตามค าสั่งและไม่ได้เป็นตัวแทน ของผู้มีอ านาจซึ่งอาจก่อให้เกิดความหวาดกลัวหรือการต่อต้าน อาสาสมัครของ กาชาดฯจึงได้รับความไว้วางใจจากประชาชนที่เข้าไปช่วยเหลือ 20
ความเป็นเอกภาพ หลัก การของความเป็นเอกภาพนี้สัมพันธ์กับโครงสร้างทางสถาบันของกลุ่มองค์กรกาชาดฯ ในการจะเป็น สมาชิกของกลุ่มองค์กรฯ สภากาชาดหรือสภาเสี้ยววงเดือนแดงประจ าชาติต่างๆจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข ดังนี้ อย่าง แรกคือต้องไม่มีการแบ่งแยกเชื้อชาติ เพศ ชนชั้น ศาสนา หรือความเห็นทางการเมือง ในการรับอาสาสมัคร สภา กาชาดฯ ต้องค านึงถึงประชากรทั้งหมด และรับสมาชิกจากทุกกลุ่มของสังคมโดยไม่จ ากัด ชาติพันธุ์ ฐานะทางสังคม และปัจจัยอื่นๆที่กล่าวถึงในข้างต้น เพื่อรักษาความเชื่อมั่นที่เป็นสากล การที่สภากาชาดฯ เปิดกว้างต่อทุกคนนั้นมี ส่วนช่วยในการกระจายการปฏิบัติงานด้านมนุษยธรรมให้ ทั่วถึงทั้งประเทศ ตั้งแต่ในเมืองไปจนถึงพื้นที่ทุรกันดาร เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการความช่วยเหลือในทุกแห่ง เครือข่ายของกิ่งกาชาดฯตามท้องถิ่นเปิดกว้าง ส าหรับทุกคน ท้ายที่สุดในหนึ่งประเทศจะมีสภากาชาดหรือสภาเสี้ยววงเดือนแดงได้เพียงหนึ่ง เดียวเท่านั้น ซึ่งจะต้อง เปิดกว้างแก่ทุกฝ่าย และต้องปฏิบัติงานด้านมนุษยธรรมในทุกพื้นที่ของประเทศ ความเป็นสากล ความเป็นสากลของความทุกข์ยากต้องอาศัยการตอบสนองในระดับสากล ดังนั้นจึงมีหน่วยงานในกลุ่มองค์กร กาชาดฯ ตั้งอยู่ทั่วโลก และเกือบทุกประเทศสะท้อนให้เห็นถึงความรับผิดชอบร่วมที่กลุ่มองค์กรกาชาดฯ ที่ยึดถือ ปฏิบัติตามหลักการความเป็นสากล หน่วยงานในกลุ่มองค์กรกาชาดฯ มีสถานะและขอบเขตความรับผิดชอบที่เท่า เทียมกัน ต่างมีหน้าที่ช่วยเหลือซึ่งกันและกันหลักการแห่งความเป็นสากลยังหมาย ถึงว่าการละเลยหลักการแม้เพียง จากหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งขององค์กรก็จะส่ง ผลกระทบต่อทั้งกลุ่มองค์กรฯ บูรณภาพของกลุ่มองค์กรกาชาดอยู่ ในความเสี่ยง ดังนั้นทุกภาคส่วนขององค์กรต้องเคารพหลักการกาชาดอย่างเคร่งครัดและสร้างภาพ ลักษณ์ที่ดีงาม ให้กับกลุ่มองค์กรกาชาดฯ 21
บทที่ 3 วิธีการด าเนินงาน ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ จัดท าโครงการอบรมค่ายอาสายุวกาชาด หลักสูตรพื้นฐานยุวกาชาด “การปฐมพยาบาลเบื้องต้น” มีขั้นตอนดังนี้ 1. ประชุมบุคลากรกรรมการสถานศึกษา 2. จัดตั้งคณะท างาน 3. ประสานงานกับหน่วยงาน และบุคคลที่เกี่ยวข้อง 4. ด าเนินงานตามแผน 5. วัดผล/ประเมินผล/สรุปผลและรายงาน ประชุมบุคลากรกรรมการสถานศึกษา ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ ได้วางแผนประชุมกับบุคลากรกรรมการ สถานศึกษา เพื่อหาแนวทางในการด าเนินงานและก าหนดวัตถุประสงค์ร่วมกัน จัดตั้งคณะท างาน จัดท าค าสั่งแต่งตั้งคณะท างานโครงการ เพื่อมอบหมอบหมายหน้าที่ในการท างานให้ชัดเจน เช่น 1) คณะกรรมการที่ปรึกษา/อ านวยการ มีหน้าที่อ านวยความสะดวก และให้ค าปรึกษาแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น 2) คณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ มีหน้าที่ประชาสัมพันธ์รับสมัครนักศึกษาเข้าร่วมโครงการ 3) คณะกรรมการฝ่ายรับลงทะเบียนและประเมินผลหน้าที่จัดท าหลักฐานการลงทะเบียนผู้เข้าร่วมกิจกรรม และรวบรวมการประเมินผล และรายงานผลการด าเนินการ ประสานงานกับหน่วยงาน และบุคคลที่เกี่ยวข้อง ประสานเครือข่ายทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง เช่น ประสานเรื่องสถานที่ใช้อบรม ประสานงานกับคณะกรรมการ สถานศึกษา ประสานงานกับทีมวิทยากร และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วม ด าเนินการตามแผนงานโครงการ โครงการอบรมค่ายอาสายุวกาชาด หลักสูตรพื้นฐานยุวกาชาด “การปฐมพยาบาลเบื้องต้น” ในวันที่ 27-28 สิงหาคม 2565 ณ ศาลาประชาคมอ าเภอสัตหีบ ต าบลสัตหีบ อ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี วัดผล/ประเมิน/สรุปผลและรายงาน จากการด าเนินงานโครงการอบรมค่ายอาสายุวกาชาด หลักสูตรพื้นฐานยุวกาชาด “การปฐม พยาบาลเบื้องต้น” ในวันที่ 27-28 สิงหาคม 2565 ณ ศาลาประชาคมอ าเภอสัตหีบ ต าบลสัตหีบ อ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เป็นนักศึกษา กศน.อ าเภอสัตหีบ จ านวน 280 คน
การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ จะได้น าแนวทางไปใช้ข้อมูลพิจารณาหลักสูตร เนื้อหาตลอดจนเทคนิควิธีการจัดการกระบวนการเรียนรู้ต่างๆ เพื่อให้ตอบสนองความต้องการของผู้เข้าอบรมได้รับ ประโยชน์น าไปใช้ได้จริงตามศักยภาพของแต่ละคน ให้มีความเข้าใจและมีคุณภาพต่อไป ศูนย์การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ ได้ด าเนินการตามขั้นตอนและได้รวบรวมข้อมูล โดยก าหนดค่าล าดับความส าคัญของการประเมินผลออกเป็น 5 ระดับ ดังนี้ มากที่สุด ให้คะแนน 5 มาก ให้คะแนน 4 ปานกลาง ให้คะแนน 3 น้อย ให้คะแนน 2 น้อยที่สุด ให้คะแนน 1 ในการแปลผล ผู้จัดท าได้ใช้เกณฑ์การพิจารณาจากคะแนนเฉลี่ยตามแนวคิดของ บุญชม ศรีสะอาด และบุญส่ง นิวแก้ว (2545, หน้า 22-25) 4.51-5.00 หมายความว่า มากที่สุด 3.51-4.50 หมายความว่า มาก 2.51-3.50 หมายความว่า ปานกลาง 1.51-2.50 หมายความว่า น้อย 1.00-1.50 หมายความว่า ต้องปรับปรุง ผู้เข้าร่วมโครงการจะต้องกรอกข้อมูลตามแบบสอบถาม เพื่อน าไปใช้ในการประเมินผลของการจัดกิจกรรม ดังกล่าว และจะได้น าไปเป็นข้อมูล ปรับปรุง และพัฒนา ตลอดจนใช้ในการจัดท าแผนการด าเนินการในปีต่อไป 21
บทที่ 4 ผลการด าเนินงานและการวิเคราะห์ข้อมูล ในการจัดกิจกรรมโครงการอบรมค่ายอาสายุวกาชาด หลักสูตรพื้นฐานยุวกาชาด “การปฐมพยาบาล เบื้องต้น” ในวันที่ 27-28 สิงหาคม 2565 ณ ศาลาประชาคมอ าเภอสัตหีบ ต าบลสัตหีบ อ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ซึ่งได้สรุปผลจากแบบสอบถามและน าเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลจากผู้เข้าร่วมโครงการทั้งหมด จ านวน 280 คน และซึ่งได้สรุปผลจากแบบสอบถามและน าเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล จากผู้เข้าร่วมโครงการทั้งหมด ไว้ดังนี้ ตอนที่ 1 ข้อมูลส่วนตัวผู้ตอบแบบถามของผู้เข้าร่วมกิจกรรมโครงการอบรมค่ายอาสายุวกาชาด หลักสูตร พื้นฐานยุวกาชาด “การปฐมพยาบาลเบื้องต้น” ผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่ตอบแบบสอบถามได้น ามาจ าแนกตามเพศ ระดับ การศึกษา และอายุ ผู้จัดท าได้น าเสนอจ าแนกตามข้อมูลดังกล่าว ดังปรากฏตามตารางที่ 1 ดังต่อไปนี้ ตารางที่ 1 แสดงค่าร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยจ าแนกตามเพศ เพศ ความคิดเห็น ชาย หญิง จ านวน ร้อยละ จ านวน ร้อยละ โครงการอบรมค่ายอาสายุวกาชาด หลักสูตรพื้นฐานยุวกาชาด “การปฐมพยาบาลเบื้องต้น” 169 60 111 40 รจากตารางที่ 1 แสดงผู้ตอบแบบสอบถามของผู้เข้าร่วมโครงการอบรมค่ายอาสายุวกาชาด หลักสูตรพื้นฐาน ยุวกาชาด “การปฐมพยาบาลเบื้องต้น” เป็นชาย 169 คน คิดเป็นร้อยละ 60 เป็นหญิง 111 คน คิดเป็นร้อยละ 40 ตารางที่ 2 แสดงค่าร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยจ าแนกตามอายุ อายุ ความคิดเห็น ต่ ากว่า 15 ปี 15-39 ปี 40-59 ปี 60 ขึ้นไป จ านวน ร้อยละ จ านวน ร้อยละ จ านวน ร้อยละ จ านวน ร้อยละ โครงการอบรมค่ายอาสายุวกาชาด หลักสูตรพื้นฐานยุวกาชาด “การ ปฐมพยาบาลเบื้องต้น” - - 259 93 21 7 - -
จากตารางที่ 2 แสดงว่า ผู้ตอบแบบสอบถามของผู้เข้าร่วมกิจกรรมโครงการอบรมค่ายอาสายุวกาชาด หลักสูตร พื้นฐานยุวกาชาด “การปฐมพยาบาลเบื้องต้น” ช่วงอายุ 15-39 ปีมีจ านวน 259 คน คิดเป็นร้อยละ 93 ช่วงอายุ40- 59 ปีมีจ านวน 21 คน คิดเป็นร้อยละ 7 ตารางที่ 3 แสดงค่าร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยจ าแนกตามอาชีพ ประเภท ความคิดเห็น รับจ้าง ค้าขาย รับราชการ เกษตรกรรม อื่นๆ(ว่างงาน) จ านวน ร้อย ละ จ านวน ร้อย ละ จ านวน ร้อย ละ จ านวน ร้อย ละ จ านวน ร้อย ละ โครงการอบรมค่าย อาสายุวกาชาด หลักสูตรพื้นฐานยุว กาชาด “การปฐม พยาบาลเบื้องต้น” 112 40 11 4 36 13 - - 121 43 จากตารางที่ 3 แสดงว่า ผู้ตอบแบบสอบถามของผู้เข้าร่วมกิจกรรมโครงการอบรมค่ายอาสายุวกาชาด หลักสูตรพื้นฐานยุวกาชาด “การปฐมพยาบาลเบื้องต้น” (ว่างงาน) มากที่สุด จ านวน 121 คน คิดเป็นร้อยละ 43 รองลงมาคือรับจ้าง จ านวน 112 คน คิดเป็นร้อยละ 40 รับราชการ จ านวน 36 คน คิดเป็นร้อยละ 13 และค้าขาย จ านวน 11 คน คิดเป็นร้อยละ 4
ตอนที่ 2 ข้อมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมโครงการอบรมค่ายอาสายุวกาชาด หลักสูตรพื้นฐานยุวกาชาด “การปฐมพยาบาลเบื้องต้น” ความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมกิจกรรม จ านวน 280 คน จากแบบสอบถามทั้งหมดที่มีต่อโครงการอบรมค่าย อาสายุวกาชาด หลักสูตรพื้นฐานยุวกาชาด“การปฐมพยาบาลเบื้องต้น” ณ ศาลาประชาคมอ าเภอสัตหีบ ต าบลสัตหีบ อ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี รายการที่ประเมิน N = 280 µ อันดับ ที่ ระดับผลการ ประเมิน ด้านหลักสูตร 1. กิจกรรมที่จัดสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของหลักสูตร 4.36 0.52 12 มาก 2. เนื้อหาของหลักสูตรตรงกับความต้องการของผู้รับบริการ 4.39 0.49 10 มาก 3. การจัดกิจกรรมท าให้ผู้รับบริการสามารถคิดเป็นท าเป็นแก้ปัญหาเป็น 4.51 0.51 2 มากที่สุด 4. ผู้รับบริการมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นต่อการจัดท าหลักสูตร 4.40 0.49 9 มาก 5. ผู้รับบริการสามารถน าความรู้ไปปรับใช้ในชีวิตประจ าวันได้ 4.26 0.49 13 มาก 6. สื่อ/เอกสารประกอบการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสม 4.49 0.51 4 มาก ด้านวิทยากร 7. วิทยากรมีความรู้ความสามารถในการจัดกิจกรรม 4.43 0.49 7 มาก 8. เทคนิค/กระบวนในการจัดกิจกรรมของวิทยากร 4.38 0.50 11 มาก 9. วิทยากรมีการใช้สื่อที่สอดคล้องและเหมาะสมกับกิจกรรม 4.41 0.51 8 มาก 10 บุคลิกภาพของวิทยากร 4.50 0.51 3 มาก ด้านสถานที่ ระยะเวลา และความพึงพอใจ 11 สถานที่ในการจัดกิจกรรมเหมาะสม 4.45 0.53 6 มาก 12 ระยะเวลาในการจัดกิจกรรมเหมาะสม 4.53 0.51 1 มากที่สุด 13 ความพึงพอใจในภาพรวมของผู้รับบริการต่อการเข้าร่วมกิจกรรม 4.48 0.52 5 มาก ค่าเฉลี่ย 4.43 0.51 มาก จากตารางแสดงให้เห็นว่า ผู้เข้าร่วมกิจกรรมโครงการอบรมค่ายอาสายุวกาชาด หลักสูตรพื้นฐานยุวกาชาด “การปฐมพยาบาลเบื้องต้น” ดังนี้ 26
จากตารางที่ 4 พบว่า โดยเฉลี่ยแล้วผู้ร่วมโครงการอบรมค่ายอาสายุวกาชาด หลักสูตรพื้นฐานยุวกาชาด “การปฐมพยาบาลเบื้องต้น” อยู่ในระดับ มาก (µ = 4.43) เมื่อวิเคราะห์เป็นรายข้อพบว่า ระยะเวลาในการจัด กิจกรรมเหมาะสม (µ = 4.53) เป็นอันดับที่ 1 และเรียงตามล าดับดังนี้ การจัดกิจกรรมท าให้ผู้รับบริการสามารถ คิด เป็นท าเป็น แก้ปัญหาเป็น (µ = 4.51) เป็นล าดับที่ 2 บุคลิกภาพของวิทยากร (µ = 4.50) เป็นอันดับที่ 3 สื่อ / เอกสารประกอบการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสม (µ = 4.49) เป็นอันดับที่ 4 ความพึงพอใจในภาพรวมของผู้เข้ารับ บริการต่อการเข้าร่วม (µ = 4.48) เป็นอันดับที่ 5 สถานที่ในการจัดกิจกรรมเหมาะสม (µ = 4.45) เป็นอันดับที่ 6 วิทยากรมีความรู้ความสามารถในการจัดกิจกรรม (µ = 4.43) เป็นอันดับที่ 7 วิทยากรมีการใช้สื่อที่สอดคล้องและ เหมาะสมกับกิจกรรม (µ = 4.45) เป็นอันดับที่ 8 ผู้รับบริการมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นต่อการจัดกิจกรรม หลักสูตร (µ = 4.40) เป็นอันดับที่ 9 เนื้อหาหลักสูตรตรงกับความต้องการของผู้รับบริการ (µ = 4.39) เป็นอันดับที่ 10 เทคนิคกระบวนการในการจัดกิจกรรมของวิทยากร (µ = 4.38) เป็นอันดับที่ 11 กิจกรรมที่จัดสอดคล้องกับ วัตถุประสงค์ของหลักสูตร (µ = 4.36) เป็นอันดับที่ 12 และอันดับสุดท้าย ผู้รับบริการสามารถน าความรู้ที่ได้ไปปรับ ใช้ในชีวิตประจ าวันได้(µ = 4.26) ตารางที่ 5 ผลการประเมินผู้เข้าร่วมกิจกรรมโครงการอบรมค่ายอาสายุวกาชาด หลักสูตรพื้นฐานยุวกาชาด “การปฐมพยาบาลเบื้องต้น” เนื้อหาผู้เข้าร่วมกิจกรรมโครงการอบรมค่ายอาสายุวกาชาด หลักสูตรพื้นฐานยุวกาชาด “การปฐมพยาบาลเบื้องต้น” N =280 µ อันดับที่ ระดับผลการประเมิน 1. การมีส่วนร่วมในกิจกรรมกลุ่ม 4.40 0.51 1 มาก 2. ความพึงพอใจในการเข้าร่วมโครงการ 4.20 0.41 3 มาก 3. การคิดอย่างมีเหตุผล 4.20 0.41 3 มาก 4. การเข้าใจ และรับฟังความคิดเห็นจากผู้อื่น 4.40 0.51 1 มาก 5.การรู้จัก และเข้าใจตนเอง 4.13 0.35 5 มาก ค่าเฉลี่ย 4.27 0.44 จากตารางที่ 5 พบว่า โดยเฉลี่ยแล้วผู้เข้าร่วมผู้เข้าร่วมกิจกรรมโครงการอบรมค่ายอาสายุวกาชาด หลักสูตร พื้นฐานยุวกาชาด “การปฐมพยาบาลเบื้องต้น” อยู่ในระดับ มาก เมื่อวิเคราะห์เป็นรายพบว่า การมีส่วนร่วมใน กิจกรรมกลุ่ม, การเข้าใจและรับฟังความคิดเห็นจากผู้อื่น (µ = 4.40) ความพึงพอใจในการเข้าร่วมโครงการ,การคิด อย่างมีเหตุผล (µ =4.20) การรู้จักและเข้าใจตนเอง (µ =4.13) ตามล าดับ 27
บทที่ 5 สรุปผลการด าเนินการ อภิปราย และข้อเสนอแนะ ผลที่ปรากฏ การจัดท าโครงการอบรมค่ายอาสายุวกาชาด หลักสูตรพื้นฐานยุวกาชาด “การปฐมพยาบาลเบื้องต้น” ใน วันที่ 27-28 สิงหาคม 2565 ณ ศาลาประชาคมอ าเภอสัตหีบ ต าบลสัตหีบ อ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีเป็นนักศึกษา กศน.อ าเภอสัตหีบ จ านวน 280 คน ตลอดระยะเวลาที่รับการอบรมโดยมีการซักถามพูดคุยตอบโต้ ในวิทยากร อย่างสนใจ ในด้านต่างๆ คือ ด้านหลักสูตร - มีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของหลักสูตร ผู้เรียนมีความพึงพอใจ - เนื้อหาของหลักสูตรตรงกับความต้องการของผู้เข้าอบรม ด้านวิทยากร - วิทยากรมีความรู้ความสามารถในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้อย่างดี - เทคนิค/กระบวนการในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของวิทยากรเหมาะสม - วิทยากรมีการใช้สื่อที่สอดคล้องและเหมาะสมกับกิจกรรม - บุคลิกภาพของวิทยากร ดีเหมาะสม ด้านสถานที่ ระยะเวลา และความพึงพอใจ - สถานที่ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้มีความเหมาะ - ระยะเวลาในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เหมาะ - ผู้เข้ารับการอบรมมีความพึงพอใจต่อการเข้าร่วมกิจกรรม สรุปผลการด าเนินงาน ผู้เข้าร่วมโครงการอบรมค่ายอาสายุวกาชาด หลักสูตรพื้นฐานยุวกาชาด “การปฐมพยาบาลเบื้องต้น” ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก คิดเป็น ร้อยละ 4.43 อภิปรายผล จากกิจกรรมโครงการอบรมค่ายอาสายุวกาชาด หลักสูตรพื้นฐานยุวกาชาด “การปฐมพยาบาลเบื้องต้น” ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ 1.เข้าร่วมโครงการมีความคิดเห็นต่อโครงการอบรมค่ายอาสายุวกาชาด หลักสูตรพื้นฐานยุวกาชาด “การปฐม พยาบาลเบื้องต้น” ระดับ มาก 2.ที่ร่วมโครงการมีความเป็นระเบียบและพร้อมเพียงกันในการร่วมกิจกรรม 3.ผู้ที่ร่วมโครงการได้รับประสบการณ์ตรงจากวิทยากร 4.ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถน าความรู้ที่ได้ไปถ่ายทอดต่อผู้อื่น 5.ผู้เข้าร่วมโครงการมีความสุขและสนุกกับการร่วมกิจกรรม
ข้อเสนอแนะ ด้านแบบส ารวจและวัดความพึงพอใจของผู้เข้ารับการอบรม - ฐานแต่ล่ะฐานสนุกดี วิทยากรตลก เฮฮา ไม่ง่วง - อยากให้มีนันทนาการเยอะๆ 29
ภาคผนวก
รายงานผลการด าเนินงาน โครงการอบรมค่ายอาสายุวกาชาด หลักสูตรพื้นฐานยุวกาชาด “การปฐมพยาบาลเบื้องต้น” ประจ าปีงบประมาณ 2565 ผู้รับผิดชอบโครงการ นายวีรากร มณีทรัพย์สุคนธ์ นางสาวสุรภา เชาวันดี และนางสาวเกษนีย์ เดชรักษา 1.หลักการและเหตุผล กิจกรรมอาสายุวกาชาด เป็นกิจกรรมที่มุ่งพัฒนาเยาวชนชาย-หญิงอายุ 15-25 ปี ให้มีโอกาสพัฒนาคุณภาพ ชีวิตของตนเองทั้งทางร่างกายและจิตใจ โดยเฉพาะในด้านคุณธรรมและจริยธรรมด้านการปลูกฝังให้เยาวชนเป็นผู้ เสียสละ ท าตนให้เป็นประโยชน์ มีระเบียบวินัยในตนเอง มีความรับผิดชอบ สามารถท างานและอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ อย่างมีความสุข นอกจากนี้กิจกรรมอาสายุวกาชาดยังสอดคล้องกับยุทธศาสตร์และจุดเน้นการด าเนินงาน ส านักงาน กศน ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 จึงควรมีโอกาสให้เยาวชนในความรับผิดชอบได้รับการปลูกฝังอุดมการณ์ กาชาด และยุวกาชาด อุทิศตนเพื่อประโยชน์ต่อสังคม การด ารงชีวิต และเป็นที่พึ่งพาของชุมชนในโอกาสต่อไป ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ เห็นความส าคัญและประโยชน์ของ กิจกรรมอาสายุวกาชาดเป็นอย่างดียิ่งจึงจัดโครงการอบรมค่ายอาสายุวกาชาด หลักสูตรพื้นฐานยุวกาชาด “การปฐม พยาบาลเบื้องต้น” ขึ้นเพื่อส่งเสริมให้นักศึกษา กศน.อ าเภอสัตหีบ เป็นคนดี คนเก่ง มีความรอบรู้ มีสุขภาพดีและเป็น ที่พึ่งพาของชุมชน รวมทั้งสามารถสร้างสรรค์กิจกรรมอันก่อให้เกิดประโยชน์แก่ตนเองและผู้อื่นได้อีกด้วย 2.วัตถุประสงค์ 1. เป็นการเผยแพร่อุดมการณ์ของกาชาดและยุวกาชาด 2. ให้เยาวชนมีความรู้ ความเข้าใจในเรื่องการกาชาดและยุวกาชาด ตลอดจนการด ารงชีวิตทั้งในปัจจุบันและ อนาคต 3. เพื่อส่งเสริมความศรัทธาและเจตคติที่ดีต่อกิจการกาชาดและยุวกาชาด 4. เพื่อให้เยาวชนตระหนักถึงหน้าที่ความรับผิดชอบ รู้จัดการเสียสละ และพร้อมที่จะช่วยเหลือสังคมส่วนรวม 3.เป้าหมาย 3.1 เชิงปริมาณ นักศึกษาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ จ านวน 280 คน 3.2 เชิงคุณภาพ นักศึกษาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ มีความรู้ความเข้าใจในหลักการ และอุดมการณ์ของกาชาด ในด้านมนุษยธรรม การดูแลสุขภาพอนามัยการบริการอาสาสมัครการส่งเสริมสัมพันธภาพ ที่ดีมีศรัทธาต่อกาชาดและให้นักศึกษามีความตระหนักถึงหน้าที่ความรับผิดชอบ รู้จัดการเสียสละ และพร้อมที่จะ ช่วยเหลือสังคมส่วนรวม 4.ตัวชี้วัดความส าเร็จ ดัชนีตัวชี้วัดผลส าเร็จของโครงการ 1. ตัวชี้วัดผลผลิต (Output) PDCA
1) มีผู้เข้าร่วมโครงการร้อยละ 80 2) ผู้เข้าร่วมโครงการมีความพึงพอใจในระดับ มากขึ้นไป ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 2. ตัวชี้วัดผลลัพธ์(Outcomes) 1) ผู้เข้าร่วมโครงการ มีความรู้ ความเข้าใจในเรื่องการกาชาดและยุวกาชาด ตลอดจนการด ารงชีวิต ทั้งในปัจจุบันและอนาคต อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมความศรัทธาและเจตคติที่ดีต่อกิจการกาชาดและยุวกาชาดเพื่อให้ นักศึกษา กศน.อ าเภอสัตหีบ ตระหนักถึงหน้าที่ความรับผิดชอบ รู้จัดการเสียสละ และพร้อมที่จะช่วยเหลือสังคม ส่วนรวมต่อไป 5. ขั้นตอนการด าเนินการโครงการ/กิจกรรม (จากโครงการ) รายการ การด าเนินงาน การวางแผน (Plan) 1. วางแผนการจัดโครงการ 1.1 ประชุม 1.2 เขียนโครงการ/อนุมัติ รายการ การด าเนินงาน การปฏิบัติ(Do) 1. ส ารวจความต้องการในการเข้าร่วมกิจกรรม 2. ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 3. ขออนุมัติโครงการต่อ ผอ.กศน.อ าเภอสัตหีบ 4. แต่งตั้งคณะกรรมการด าเนินงาน 5. ด าเนินงานตามแผนงาน 6. ประเมินผลการจัดกิจกรรม/โครงการ 7. สรุปและรายงานผลการด าเนินงาน การตรวจสอบ/ประเมินผล (Check) แบบประเมินโครงการของผู้เข้าร่วมไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 แนวทางการน าผลการประเมินไปปรับปรุง (Act) แบบประเมินโครงการของผู้เข้าร่วมน้อยกว่าร้อยละ 80 ต้องน าไปแก้ไข ปรับปรุงในจุดที่บกพร่อง เพื่อน าไปใช้กับ การจัดกิจกรรม/โครงการในครั้งต่อไป 6.ระยะเวลาด าเนินงาน วันที่ 27-28 สิงหาคม 2565 7.สถานที่ในการจัดกิจกรรมโครงการ ณ ศาลาประชาคมอ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี 8.ผลการด าเนินโครงการ
8.1 ผลการประเมินข้อมูลพื้นฐานของผู้เข้าร่วมโครงการ -ผู้เข้าอบรมมีเพศชาย 169 คน และเป็นเพศหญิง จ านวน 111 คน มีอายุช่วง 15-39 ปีจ านวน 259 คน และอายุ 40-59 ปี จ านวน 21 คน มีรับจ้าง จ านวน 77 คน และมีอาชีพอื่น ๆ จ านวน 121 คน เป็นต้น 8.2 ความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมโครงการ - ผู้เข้าร่วมโครงการมีความพึงพอใจในระดับมากขึ้นไปไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 8.3 บรรลุตามวัตถุประสงค์ คือ - ผู้เข้าร่วมโครงการฯ ร้อยละ 80 ได้น าความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวันอย่างเป็นรูปธรรม - ผู้เข้าร่วมโครงการฯ ร้อยละ 80 ได้น าความรู้ที่ได้รับไปใช้กับตนเอง ครอบครัวและชุมชนได้ 8.4 สรุปงบประมาณในการด าเนินงาน การจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน (งบอุดหนุน) รหัสงบประมาณ 0002430016004100124 แหล่ง ของเงิน 6511410 จ านวนเงิน 95,172.-บาท (-เก้าหมื่นห้าพันหนึ่งร้อยเจ็ดสอบสองบาทถ้วน-) รายละเอียดดังนี้ 1. ค่าอาหาร (280 คน x 70 บาท x2 วัน) 39,200.-บาท 2. อาหารว่างและเครื่องดื่ม (280 คน x25 บาท x 4 มื้อ) 28,000.-บาท 3. ค่าป้ายประชาสัมพันธ์โครงการ 350.-บาท 4. ค่าเช่าเครื่องเสียง (วันละ4,500 บาท x 2 วัน) 9,000.-บาท 5. ค่าวัสดุฝึก 18,622.-บาท รวมค่าใช้จ่ายเป็นเงินทั้งสิ้น 95,172.-บาท 9. จ านวนผู้เรียนและผู้ผ่านการเรียน/อบรม จ าแนกตามอายุและเพศ เพศ อายุ ต่ ากว่า 15 ปี 15-39 ปี 40-59 ปี 60 ปีขึ้นไป รวม รวมทั้งสิ้น ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ จ านวนผู้เรียน 141 118 14 7 155 125 280 จ านวนผู้ผ่านการ ฝึกอบรม 141 118 14 7 155 125 280 10. จ านวนผู้เรียนและผู้ผ่านการฝึกอบรม จ าแนกตามกลุ่มอาชีพและเพศ กลุ่มอาชีพ อายุ รับ ราชการ พนักงาน รัฐวิสาหกิจ ค้าขาย เกษตรกรรม รับจ้าง อื่นๆ รวม รวมทั้งสิ้น ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ จ านวนผู้เรียน 36 - - 5 6 67 45 69 52 177 103 280 จ านวนผู้ผ่านการฝึกอบรม 36 - - 5 6 67 45 69 52 177 103 280
11. จ านวนผู้เรียนและผู้ผ่านการฝึกอบรม จ าแนกตามกลุ่มเป้าหมายและเพศ กลุ่มเป้าหมาย อายุ ผู้น า ท้อง ถิ่น อบต. ผู้ต้องขัง ทหาร กอง ประจ า การ แรง งานไทย แรง งาน ต่าง ด้าว เกษตร กร อสม. กลุ่มสตรี อื่น ๆ รวม รวม ทั้งสิ้น ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ จ านวน ผู้เรียน 177 103 177 103 280 จ านวนผู้ผ่าน การฝึกอบรม 117 103 177 103 280 12.ปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นระหว่างด าเนินงาน ….....ไม่มี...............................…............................................................................................. 13.ข้อเสนอแนะในการจัดกิจกรรมโครงการครั้งต่อไป ........ ควรจัดให้มีการอบรมอย่างต่อเนื่อง............................................................................
14.ภาพกิจกรรม ภาพรายงานผลการด าเนินงาน โครงการอบรมค่ายอาสายุวกาชาด หลักสูตรพื้นฐานยุวกาชาด “การปฐมพยาบาลเบื้องต้น” วันที่ 27-28 สิงหาคม 2565 ณ ศาลาประชาคมอ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ....................................... ผู้รายงาน ( นางสาวเกษนีย์ เดชรักษา)
แบบประเมินผู้เรียน / โครงการอบรมค่ายอาสายุวกาชาด หลักสูตรพื้นฐานยุวกาชาด “การปฐมพยาบาลเบื้องต้น” ส่วนที่ 1 ค าชี้แจง ใส่เครื่องหมาย/ลงในช่องที่ตรงกับข้อมูลของท่านเพียงช่องเดียว เพศ ชาย หญิง อายุ 15-39 ปี 40-59 ปี 60 ปีขึ้นไป อาชีพ รับจ้าง ค้าขาย เกษตรกรรม รับราชการ อื่นๆ ส่วนที่ 2 ด้านความพึงพอใจของผู้เรียน/ผู้รับบริการ (ใส่เครื่องหมาย/ลงในช่องที่ตรงกับความคิดเห็นของท่านเพียง ช่องเดียว ข้อที่ รายการ ระดับการประเมิน มากที่สุด มาก ปาน กลาง น้อย น้อยที่สุด 1 กิจกรรมที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของหลักสูตร 2 เนื้อหาของหลักสูตรตรงกับความต้องการ 3 การจัดกิจกรรมท าให้สามารถคิดเป็นท าเป็น แก้ปัญหาได้ 4 ผู้รับบริการมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น 5 ผู้รับบริการสามารถน าความรู้ไปใช้ในชีวิตประจ าวันได้ 6 สื่อ/เอกสารประกอบการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสม 7 วิทยากรมีความรู้ความสามารถในการจัดกิจกรรม 8 เทคนิค/กระบวนการในการจัดกิจกรรมของวิทยากร 9 วิทยากรมีการใช้สื่อสอดคล้องและเหมาะสมกับกิจกรรม 10 บุคลิกภาพของวิทยากร 11 สถานที่ในการจัดกิจกรรมเหมาะสม 12 ระยะเวลาในการจัดเหมาะสม 13 ความพึงพอใจในภาพรวมของผู้รับการอบรม
ใบสมัครโครงการอบรมค่ายอาสายุวกาชาด หลักสูตรพื้นฐานยุวกาชาด “การปฐมพยาบาลเบื้องต้น” ในวันที่ 27-28 สิงหาคม 2565 ณ ศาลาประชาคมอ าเภอสัตหีบ ต าบลสัตหีบ อ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี สถานศึกษา..ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ ข้อมูลส่วนตัว (กรอกข้อมูลด้วยตัวบรรจง) ชื่อ-นามสกุล (นาย/ นาง/ นางสาว)................................................................................................ เลขประจ าตัวประชาชน........................................เกิดวันที่............/................../...........อายุ.......... .... ปี สัญชาติ................. ศาสนา....................... อาชีพ........................รายได้เฉลี่ยต่อเดือน....................บาท ที่อยู่ปัจจุบัน................................. หมู่ที่................................... หมู่บ้าน......................... ....................... ต าบล........................................ อ าเภอ........................................ จังหวัด............................................. รหัสไปรษณีย์............................................... โทรศัพท์......................................................... ................... ขอบคุณทุกท่านที่ให้ความร่วมมือ
คณะผู้จัดท า ที่ปรึกษา 1.นางสุรัสวดี เลี้ยงสุพงศ์ ผอ.กศน.อ าเภอสัตหีบ 2.นางสุพัด น าเจริญลาภ ครูช านาญการ 3.นายทัพพเทพ อรเนตร ครู ผู้ช่วย คณะท างาน 1. นางไพลิน ทรัพย์ประเสริฐ ครูผู้สอนคนพิการ 2. นางสุจินดา บุพนิมิตร หัวหน้า กศน.ต าบลบางเสร่ 3. นางสุภาภรณ์ นวมมา หัวหน้า กศนต าบลพลูตาหลวง 4. นางสาวประวีณา ดาวมณี หัวหน้า กศน.ต าบลแสมสาร 5. นางสาวสุภาวดี บางโสก หัวหน้า กศน.ต าบลสัตหีบ 6. นางสาวสุรภา เชาวันดี ครู กศน.ต าบลนาจอมเทียน 7. นางภัชชา เอี่ยมอาสา ครู อาสาสมัคร ผู้รวบรวม เรียบเรียง และจัดพิมพ์ นางสาวเกษนีย์ เดชรักษา ครู กศน.ต าบลพลูตาหลวง
บรรณานุกรม กรมการศึกษานอกโรงเรียน. (ม.ป.ป. : 9), (2546:76). บุญชม ศรีสะอาด และ บุญส่ง นิวแก้ว. (2515 หน้า 22 – 25). บรรพต สุวรรณประเสริฐ. (2544:12). นโยบายและจุดเน้นการด าเนินงาน กศน.ปีงบประมาณ 2565 สุทธิดา หงส์บุญเสริม, 2550 : 42 วิชัย วงษ์ใหญ่. (2525:2-3), (2525:10). http://www.thaikids.org/brain/brain4.htm http://www.thaikids.org/brain/brain1.htm http://th.wikipedia.org http://www.tanti.ac.th/Com-tranning/Online_Word/page1.html http://www.toywars.in.th/webboard/content.aspx?nForumID=1&nTopicID=11847 http://202.44.34.144/kmit/knowledge_detail.php?IDKM=250 https://sirinipha1.wordpress.com/