The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานผลงบดำเนินงาน (พัฒนาอาชีพ)ปีงบประมาณ 2565(1 เมษายน – 30 กันยายน 2565)กศน.ตำบลสัตหีบ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ebookchon, 2023-08-06 04:32:44

รายงานผลงบดำเนินงาน (พัฒนาอาชีพ)ปีงบประมาณ 2565(1 เมษายน – 30 กันยายน 2565)กศน.ตำบลสัตหีบ

รายงานผลงบดำเนินงาน (พัฒนาอาชีพ)ปีงบประมาณ 2565(1 เมษายน – 30 กันยายน 2565)กศน.ตำบลสัตหีบ

รายงานผลงบดำเนินงาน (พัฒนาอาชีพ) ปีงบประมาณ 2565 (1 เมษายน – 30 กันยายน 2565) กศน.ตำบลสัตหีบ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอสัตหีบ สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดชลบุรี


บทสรุปผู้บริหาร ททททททจากโครงการพัฒนาอาชีพรูปแบบกลุ่มสนใจและอาชีพรูปแบบชั้นเรียนวิชาชีพ ในตำบลสัตหีบ ตั้งแต่ วันที่ 1 เมษายน –30 กันยายน 2565 ณ กศน.ตำบลสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี มีผู้เข้ากิจกรรม โครงการ จำนวน 18 คน ซึ่งในตำบลสัตหีบ ได้แบ่งเนื้อหาออกเป็นวิชาชีพรูปแบบกลุ่มสนใจและอาชีพรูปแบบ ชั้นเรียนวิชาชีพ ดังรายละเอียดต่อไปนี้ ทททท อาชีพรูปแบบชั้นเรียนวิชาชีพและอาชีพรูปแบบกลุ่มสนใจ วิชา ผลิตภัณฑ์จากดินไทย (การทำต้นกล้วย) หลักสูตร 35 ชั่วโมง จัดวันที่ 6-16 มิถุนายน 2565 ณ กศน.ตำบลสัตหีบ หมู่ 2 ตำบลสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี มีผู้เข้าร่วมอบรมจำนวน 12 คน จบหลักสูตร จำนวน 12 คน โดยมีนางสาวทวิชา ประทุมบัวโต เป็นวิทยากร ใช้งบประมาณ จำนวน 10,800.-บาท วิชา กระเป๋าหนังทำมือ หลักสูตร 10 ชั่วโมง จัดวันที่ 17-19 มิถุนายน 2565 ณ ศาลาวัดเขาคันธ มาทน์ หมู่ 9 ตำบลสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี มีผู้เข้าร่วมอบรมจำนวน 6 คน จบหลักสูตร จำนวน 6 คน โดยมีนางสาวทวิชา ประทุบัวโต เป็นวิทยากร ใช้งบประมาณ จำนวน 2,800.- บาท รวมทั้งสิ้น 18 คน ทั้งนี้ขอสรุปและอภิปรายผลและข้อเสนอแนะดังนี้ สรุปผลการดำเนินงานโครงการพัฒนาอาชีพรูปแบบกลุ่มสนใจและอาชีพรูปแบบชั้นเรียนวิชาชีพ ห จากโครงการพัฒนาอาชีพรูปแบบกลุ่มสนใจและอาชีพรูปแบบชั้นเรียนวิชาชีพ ในตำบลสัตหีบ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน–30 กันยายน 2565 ณ กศน.ตำบลสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีมีผู้เข้ากิจกรรม โครงการ จำนวน 18 คน โดยมีการแจกสอบถามทั้งหมด 18 ชุด ซึ่งผลการวิเคราะห์ข้อมูลดังนี้ ทททททททท1. ผู้ตอบแบบสอบถามของโครงการพัฒนาอาชีพรูปแบบกลุ่มสนใจและอาชีพรูปแบบชั้นเรียน วิชาชีพ จากจำนวนทั้งหมด 18 คน เป็นเพศหญิงทั้งหมด จำนวน 18 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ส่วนใหญ่อยู่ ในช่วงอยู่ในช่วงอายุ 40-59 ปี จำนวนมากที่สุด 11 คน คิดเป็นร้อยละ 61.11 รองลงมามีช่วงอายุ 60 ปีขึ้น ไป จำนวน 6 คน คิดเป็นร้อยละ 33.33 และ อยู่ในช่วงอายุ 20-39 ปี จำนวน 1 คน คิดเป็นร้อยละ 5.56 ตามลำดับ ทท 2. ข้อมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมโครงการพัฒนาอาชีพรูปแบบกลุ่มสนใจอยู่ในระดับ อยู่ในระดับ มากที่สุด (µ = 4.63) เมื่อวิเคราะห์เป็นรายข้อพบว่า เนื้อหาของหลักสูตรตรงกับความต้องการ ของผู้รับบริการ(µ = 4.83) เป็นอันดับที่ 1, บุคลิกภาพของวิทยากร (µ = 4.78) เป็นอันดับที่ 2 , การจัด กิจกรรมทำให้ผู้รับบริการสามารถ คิดเป็นทำเป็นแก้ปัญหาเป็น, เทคนิค/กระบวนในการจัดกิจกรรมของ วิทยากร มีค่าเท่ากันคือ (µ = 4.72) เป็นอันดับที่ 3, ผู้รับบริการมีส่วนร่วมในการแสดงความคิด เห็นต่อการ จัดทำหลักสูตร ,สื่อ/เอกสารประกอบการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสม มีค่าเท่ากันคือ (µ = 4.67) เป็น อันดับที่ 4 , วิทยากรมีการใช้สื่อที่สอดคล้องและเหมาะสมกับกิจกรรม (µ = 4.61) เป็นอันดับที่ 5 ความพึง พอใจในภาพรวมของผู้รับบริการต่อการเข้าร่วมกิจกรรม (µ = 4.61) เป็นอันดับที่ 6 วิทยากรมีความรู้ ความสามารถในการจัด กิจกรรม (µ = 4.56 ) เป็นอันดับที่ กิจกรรมที่จัดสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ ของ หลักสูตร (µ = 4.56) เป็นอันดับที่ 8 , สถานที่ในการจัดกิจกรรมเหมาะสม (µ = 4.50) เป็นอันดับที่ 9 , ผู้รับบริการสามารถนำความรู้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้(µ = 4.50) เป็นอันดับที่ 10 ,ระยะเวลาในการจัด กิจกรรมเหมาะสม (µ = 4.44) เป็นอันดับที่ 11 ตามลำดับ


-ขคำนำ ททททททททการจัดการศึกษาอาชีพเพื่อการมีงานทำโครงการพัฒนาอาชีพรูปแบบกลุ่มสนใจและชั้นเรียน วิชาชีพ ของ กศน.ตำบลสัตหีบ เป็นการยกระดับการจัดการศึกษา เพื่อพัฒนาศักยภาพและขีดความสามารถให้ ประชาชนได้มีอาชีพที่สามารถสร้างรายได้ที่มั่นคง เป็นบุคคลที่มี คุณธรรม จริยธรรม มีจิตสำนึกความ รับผิดชอบต่อตนเอง ผู้อื่น และสังคม จึงควรมีการประเมินผล การจัดการศึกษาอาชีพเพื่อการมีงานทำ การ สรุปผลการดำเนินงาน การจัดการศึกษาอาชีพ หลักสูตรอาชีพระยะสั้น ศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน ตำบลสัตหีบ กศน. อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีโดยดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน – 30 กันยายน 2565 ประจำปีงบประมาณ 2565 โครงการดังกล่าว ดำเนินการเสร็จสิ้นไปด้วยดี ซึ่งรายละเอียดผลการดำเนินงานต่าง ๆ ตลอดจน ปัญหาอุปสรรค ได้สรุปไว้แล้วและสามารถนำมาเป็นบทเรียน และพัฒนาในการจัดการศึกษาอาชีพเพื่อการมี งานทำของสำนักงาน กศน. ต่อไป ได้อย่างเป็นรูปธรรมและมีคุณภาพต้องขอขอบคุณทางสำนักงานการศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดชลบุรี ที่ให้การสนับสนุนงบประมาณ และผู้นำชุมชนในตำบล สัตหีบ ที่ให้คำแนะนำในการจัดกิจกรรมดังกล่าว รายงานผลการสรุปเล่มนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคงมีประโยชน์บ้างสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาหาข้อมูล เพื่อใช้เป็นแนวทางในการจัดอบรม ในลักษณะนี้ และถ้ามีสิ่งหนึ่งสิ่งใดขาดตกบกพร่องคณะผู้จัดทำขอน้อมรับ ไว้ เพื่อจะปรับปรุงในโอกาสต่อไป กศน.ตำบลสัตหีบ สิงหาคม 2565


สารบัญ หน้า บทสรุปผู้บริหาร............................................................................................................................. .............ก คำนำ................................................................................................. ..........................................................ข สารบัญ....................................................................................................................... .................................ค สารบัญตาราง..............................................................................................................................................ง บทที่ 1 บทนำ.........................................................................................................................................1 ความเป็นมาและความสำคัญ......................................................................................................1 วัตถุประสงค์...............................................................................................................................2 เป้าหมาย....................................................................................................................................2 ระยะเวลาดำเนินงาน..................................................................................................................2 ผลลัพธ์......................................................................................................................................2 ดัชนีวัดผลสำเร็จของโครงการ.....................................................................................................2 บทที่2 เอกสารการศึกษาและรายงานที่เกี่ยวข้อง.................................................................................3 ยุทธศาสตร์และจุดเน้นการดำเนินงาน สำนักงาน กศน.ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ............3 แนวทาง/กลยุทธ์การดำเนินงาน ของ กศน.อำเภอสัตหีบประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565...........6 หลักการจัดการศึกษาต่อเนื่อง..........................................................................................................................................13 เอกสาร/งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง .......................................................................................................18 บทที่ 3 วิธีดำเนินงาน .............................................................................................................................22 ประชุมบุคลากรกรรมการสถานศึกษา.........................................................................................22 แต่งตั้งคณะทำงาน......................................................................................................................22 ดำเนินงานตามแผน ....................................................................................................................22 ประชากรที่ใช้ในการดำเนินงาน ..................................................................................................23 เครื่องมือที่ใช้ในการดำเนินงาน...................................................................................................23 การเก็บรวบรวมข้อมูล................................................................................................................23 การวิเคราะห์ข้อมูล.....................................................................................................................23


-คสารบัญ(ต่อ) หน้า บทที่ 4 ผลการดำเนินงานและการวิเคราะห์ข้อมูล................................................................................24 ตอนที่ 1 ข้อมูลส่วนตัวผู้แบบสอบถามของผู้เข้ารับการอบรมในโครงการพัฒนาอาชีพ รูปแบบกลุ่มสนใจและอาชีพรูปแบบชั้นเรียน...............................................................24 ตอนที่ 2 ข้อมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นที่มีต่อโครงการพัฒนาอาชีพรูปแบบกลุ่มสนใจและ อาชีพรูปแบบชั้นเรียน .................................................................................................25 บทที่ 5 สรุปผลการประเมิน อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ..................................................................27 สรุปผลการดำเนินงาน ................................................................................................................27 อภิปรายผล.................................................................................................................................27 ข้อเสนอแนะ...............................................................................................................................28 บรรณานุกรม ภาคผนวก ภาคผนวก ก ภาคผนวก ข


-งสารบัญตาราง หน้า ตารางที่ 1 แสดงค่าร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยจำแนกตามเพศ........................................24 2 แสดงค่าร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยจำแนกตามอายุ.......................................24 3 แสดงค่าร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยจำแนกตามอาชีพ.....................................25 4 ผลการประเมินโครงการพัฒนาอาชีพรูปแบบกลุ่มสนใจและชั้นเรียน.............................25


บทที่ 1 บทนำ ความเป็นมาและความสำคัญ การจัดการศึกษาอาชีพในปัจจุบันมีความสำคัญมาก เพราะจะเป็นการพัฒนาประชากรของคนในชุมชน ให้มีความรู้ความสามารถและทักษะในการประกอบอาชีพของบุคคล และกลุ่มบุคคล เป็นการแก้ปัญหาการ ว่างงานและส่งเสริมความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจชุมชน กระทรวงศึกษาธิการ จึงได้กำหนดยุทธศาสตร์2555 ภายใต้กรอบเวลา 2 ปีที่จะพัฒนา 5 ศักยภาพของพื้นที่ใน 5 กลุ่มอาชีพใหม่ ให้สามารถแข่งขันได้5 ภูมิภาค หลักของโลก “รู้เขา รู้เรา เท่าทัน เพื่อแข่งขันได้ในเวทีโลก” และได้กำหนดภารกิจว่า จะพัฒนายกระดับและจัด การศึกษาเพื่อเพิ่มศักยภาพ และขีดความสามารถให้ประชาชนได้มีอาชีพที่สามารถสร้างรายได้ที่มั่งคั่ง และ มั่นคง เพื่อเป็นบุคลากรที่มีวินัยเปี่ยมไปด้วยคุณธรรม จริยธรรม มีจิตสานึกความรับผิดชอบต่อตนเอง ผู้อื่นและ สังคม โดยคำนึงถึงศักยภาพและบริบท รอบ ๆ ตัวผู้เรียน พัฒนาและยกระดับองค์ความรู้และกระบวนการเรียน การสอนให้ทัดเทียมอารยประเทศ ด้วยการบริหารจัดการเทคโนโลยีสมัยใหม่ มุ่งเป้าหมายของการเพิ่มขีด ความสามารถในการแข่งขันและยกระดับศักยภาพในการทางานให้บุคลากรไทยให้แข่งขันได้ในระดับสากล ภายใต้ศักยภาพ 5 ด้าน ได้แก่ศักยภาพของทรัพยากรธรรมชาติในแต่ละพื้นที่ ศักยภาพของพื้นที่ตามลักษณะ ภูมิอากาศ ศักยภาพของภูมิประเทศ และทำเลที่ตั้งของแต่ละพื้นที่ ศักยภาพของศิลปะวัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิตของแต่ละพื้นที่ และศักยภาพของทรัพยากรมนุษย์ในแต่ละพื้นที่ นอกจากนั้นยังได้กำหนดหลักสูตร ออกเป็น 5 กลุ่มอาชีพ ได้แก่ 1. กลุ่มหลักสูตรใหม่ด้านเกษตรกรรม 2. กลุ่มหลักสูตรใหม่ด้านอุตสาหกรรม 3. กลุ่มหลักสูตรใหม่ด้านพาณิชยกรรม 4. กลุ่มหลักสูตรใหม่ด้านความคิดสร้างสรรค์ 5. กลุ่มหลักสูตรใหม่ด้านอำนวยการและอาชีพเฉพาะทาง ดังนั้น กศน. ตำบลสัตหีบ จึงได้นำนโยบายและยุทธศาสตร์ดังกล่าวสู่การปฏิบัติเพื่อจัดการศึกษา พัฒนาอาชีพให้กลุ่มเป้าหมายและประชาชนมีรายได้และมีงานทำอย่างยั่งยืนมีความสามารถเชิงการแข่งขันทั้ง ในระดับภูมิภาคอาเซียนและระดับสากลโดยจัดศูนย์ฝึกอาชีพชุมชนทั่วประเทศซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะทำ การจัดการศึกษาของประเทศ และของ กศน.ตำบลสัตหีบ เป็นการจัดการศึกษาตลอดชีวิตในรูปแบบใหม่ที่สร้าง ความมั่นคงให้แก่ประชาชนในชุมชนในตำบล และจะทำให้การจัดการศึกษาของประเทศเป็นการจัดการศึกษา ตลอดชีวิตอย่างแท้จริง วัตถุประสงค์ 1. มุ่งจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาการงานและอาชีพ โดยให้ความสำคัญกับการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนางาน และอาชีพระดับพื้นฐาน ระดับกึ่งฝีมือ และระดับฝีมือ ที่สอดคล้องกับสภาพและความต้องการของ กลุ่มเป้าหมาย โดยมุ่งเน้นให้ผู้เรียนสามารถนาความรู้ไปใช้ในการประกอบอาชีพ หรือเพิ่มพูนรายได้ทั้งนี้ให้มี การพัฒนาหลักสูตรและวิธีการที่หลากหลายและทันสมัย สามารถให้บริการได้อย่างทั่วถึง 2. มุ่งจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิตให้กับทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยจัดกิจกรรมการศึกษาที่มุ่งเน้นให้ ทุกกลุ่มเป้าหมายมีความรู้ความสามารถในการจัดการชีวิตของตนเองให้อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุขรวมทั้ง การใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ต่อตนเอง ครอบครัว และชุมชน


เป้าหมาย เชิงปริมาณ ประชากรในตำบลสัตหีบ จำนวน 18 คน เชิงคุณภาพ ประชากรในตำบลสัตหีบ มีการพัฒนาการงานและอาชีพและสามารถนาความรู้ไปใช้ ในการประกอบอาชีพได้หรือเพิ่มพูนรายได้อย่างยั่งยืน และเพื่อพัฒนาทักษะชีวิตให้กับทุก กลุ่มเป้าหมายรวมทั้งการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ต่อตนเอง ครอบครัว และชุมชนได้อย่างมี ประสิทธิภาพ ระยะเวลาดำเนินงาน 1 เมษายน - 30 กันยายน 2565 ผลลัพธ์ 1. ประชากรในตำบลสัตหีบมีการพัฒนาการงานและอาชีพและสามารถนาความรู้ไปใช้ในการประกอบ อาชีพได้หรือเพิ่มพูนรายได้อย่างยั่งยืน 2. ประชากรในตำบลสัตหีบมีการพัฒนาทักษะชีวิตครบทุกกลุ่มเป้าหมาย รวมทั้งการใช้เวลาว่างให้เป็น ประโยชน์และการนำความรู้ที่ได้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน ต่อตนเอง ครอบครัว และชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดัชนีชี้วัดความสำเร็จของโครงการ 1.ตัวชี้วัดผลผลิต - ประชากรในตำบลสัตหีบร้อยละ 80 ของกลุ่มเป้าหมายที่กำหนด 2.ตัวชี้วัดผลลัพธ์ - ประชากรในตำบลสัตหีบร้อยละ 80 มีการพัฒนาการงานและอาชีพและสามารถนาความรู้ ไปใช้ในการประกอบอาชีพได้หรือเพิ่มพูนรายได้อย่างยั่งยืน - ประชากรในตำบลสัตหีบร้อยละ 80 มีการพัฒนาทักษะชีวิตครบทุกกลุ่มเป้าหมาย รวมทั้ง การใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์และการนำความรู้ที่ได้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน ต่อตนเอง ครอบครัว และชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2


บทที่ 2 เอกสารการศึกษาและรายงานที่เกี่ยวข้อง ในการจัดทำรายงานครั้งนี้ ได้ทำการศึกษาค้นคว้าเนื้อหาจากเอกสารการศึกษาและรายงานที่ เกี่ยวข้อง ดังต่อไปนี้ 1. ยุทธศาสตร์และจุดเน้นการดำเนินงาน สำนักงาน กศน.ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 2. แนวทาง/กลยุทธ์การดำเนินงาน ของ กศน.อำเภอสัตหีบประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 2.1 วิสัยทัศน์ 2.2 พันธกิจ 2.3 เป้าประสงค์ 3. หลักการจัดการศึกษาต่อเนื่อง 4. เอกสาร/งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ยุทธศาสตร์และจุดเน้นการดำเนินงาน สำนักงาน กศน. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 - 2580) ได้กำหนดแผนแม่บทประเด็นการพัฒนาศักยภาพคน ตลอดช่วงชีวิต โดยมีแผนย่อยที่เกี่ยวข้องกับการใช้การศึกษาเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนได้แก่ แผนย่อย ประเด็นการพัฒนาการเรียนรู้ และแผนย่อยประเด็นการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต ที่มุ่งเน้นการสร้าง สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนา และเสริมสร้างศักยภาพมนุษย์ การพัฒนาเด็กตั้งแต่ช่วงการตั้งครรภ์จนถึง ปฐมวัย การพัฒนาช่วงวัยเรียน/วัยรุ่น การพัฒนาและยกระดับศักยภาพวัยแรงาน รวมถึงการส่งเสริมศักยภาพ วัยผู้สูงอายุ ประเด็นการพัฒนาการเรียนรู้ ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 และพหุปัญญาของ มนุษย์ที่หลากหลาย ประกอบกับแผนการปฏิรูป ประเทศด้านการศึกษา นโยบายรัฐบาลทั้งในส่วนนโยบายหลัก ด้านการปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ และการพัฒนาศักยภาพ คนตลอดช่วงชีวิต และนโยบายเร่งด่วนเรื่องการ เตรียมคนไทยสู่ศตวรรษที่ 21 ตลอดจนแผนพัฒนาประเทศอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560 - 2568) นโยบายและแผนระดับชาติ ว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ พ.ศ. 2562 2568) โดยคาดหวังว่าการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต ประชาชนจะได้รับ การพัฒนาการเรียนรู้ให้ เป็นคนดี คนเก่งมีคุณภาพ และมีความพร้อมร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน และกระทรวงศึกษาธิการ ได้กำหนดนโยบายและจุดเน้น ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ขึ้น เพื่อเป็น เข็มมุ่ง ของหน่วยงานภายใต้กระทรวงศึกษาธิการ ขับเคลื่อนการดําเนินงานให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ของแผนต่าง ๆ ดังกล่าว สำนักงาน กศน. เป็นหน่วยงานที่มีภารกิจในการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ตระหนัก ถึงความสำคัญของการพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต ได้มุ่งมั่นขับเคลื่อนภารกิจหลักตามแผนพัฒนา ประเทศ และนโยบาย และจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ ที่คำนึงถึงหลักการบริหารจัดการทั้งในเรื่องหลัก ธรรมาภิบาล หลักการกระจาย อำนาจ การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร การมุ่งเน้น ผลสัมฤทธิ์ และปฏิบัติการด้านข้อมูลข่าวสาร การสร้างบรรยากาศในการทำงานและการเรียนรู้ ตลอดจนการใช้ ทรัพยากรด้านการจัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพ โดยเน้น การพัฒนาคุณภาพการศึกษานอกระบบระดับ การศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษาต่อเนื่อง และการศึกษาตามอัธยาศัย ใน 4 ประเด็นใหญ่ ประกอบด้วย การ จัดการเรียนรู้คุณภาพ การสร้างสมรรถนะและทักษะคุณภาพ องค์กร สถานศึกษา และแหล่งเรียนรู้คุณภาพ และการบริหารจัดการคุณภาพ อันจะนําไปสู่การสร้างโอกาสและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา


การยกระดับคุณภาพและเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการสำหรับทุกกลุ่มเป้าหมาย และสร้างความพึงพอใจ ให้กับผู้รับริการ โดยได้กำหนดนโยบายและจุดเน้นการดําเนินงาน สำนักงาน กศน. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ดังนี้ หลักการ กศน. เพื่อประชาชน “ก้าวใหม่ : ก้าวแห่งคุณภาพ” นโยบายและจุดเน้นการดําเนินงาน สำนักงาน กศน. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 1. ด้านการจัดการเรียนรู้คุณภาพ 1.1 น้อมนําพระบรมราโชบายสู่การปฏิบัติ รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนการดําเนินงาน โครงการ อันเนื่องมาจากพระราชดําริทุกโครงการ และโครงการอันเกี่ยวเนื่องจากราชวงศ์ 1.2 ขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้ที่สนองตอบยุทธศาสตร์ชาติ และนโยบายของรัฐมนตรีว่าการ และ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ 1.3 ส่งเสริมการจัดการศึกษาเพื่อเสริมสร้างความมั่นคง การสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ในการ ปกครองระบอบประชาธิปไตย การเรียนรู้ที่ปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม สร้างวินัย จิตสาธารณะ และอุดมการณ์ ความยึดมั่นในสถาบันหลักของชาติ รวมถึงการมีจิตอาสา ผ่านกิจกรรมต่างๆ 1.4 ปรับปรุงหลักสูตรทุกระดับทุกประเภทให้สอดรับกับการพัฒนาคน ทิศทางการพัฒนาประเทศ สอดคล้องกับบริบทที่เปลี่ยนแปลง ความต้องการและความหลากหลายของผู้เรียน/ผู้รับบริการ รวมถึงปรับลด ความหลากหลายและความซ้ำซ้อนของหลักสูตร เช่น หลักสูตรการศึกษาสำหรับกลุ่มเป้าหมายบนพื้นที่สูง พื้นที่ พิเศษ และพื้นที่ชายแดน รวมทั้งกลุ่มชาติพันธุ์ 1.5 ปรับระบบทดสอบ วัดผล และประเมินผล โดยเน้นการใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือให้ผู้เรียน สามารถเข้าถึงการประเมินผลการเรียนรู้ได้ตามความต้องการ เพื่อการสร้างโอกาสในการเรียนรู้ ให้ความสำคัญ กับ การเทียบระดับการศึกษา และการเทียบโอนความรู้และประสบการณ์ พัฒนาระบบการประเมินสมรรถนะ ผู้เรียน ให้ตอบโจทย์การประเมินในระดับประเทศและระดับสากล เช่น การประเมินสมรรถภาพผู้ใหญ่ ตลอดจนกระจายอำนาจ ไปยังพื้นที่ในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ 1.6 ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีในการจัดหลักสูตรการเรียนรู้ในระบบออนไลน์ด้วยตนเองครบวงจร ตั้งแต่การลงทะเบียนจนการประเมินผลเมื่อจบหลักสูตร ทั้งการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษา ต่อเนื่อง และการศึกษาตามอัธยาศัย เพื่อเป็นการสร้างและขยายโอกาสในการเรียนรู้ให้กับ กลุ่มเป้าหมายที่สามารถเรียนรู้ ได้สะดวก และตอบโจทย์ความต้องการของผู้เรียน 1.7 พัฒนา Digital Learning Platform แพลตฟอร์มการเรียนรู้ของสำนักงาน กศน. ตลอดจน พัฒนาสื่อการเรียนรู้ทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ และให้มีคลังสื่อการเรียนรู้ที่เป็นสื่อที่ถูกต้องตาม กฎหมาย ง่ายต่อการสืบค้นและนําไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ 1.8 เร่งดเนินการเรื่อง Academic Credit-bank System ในการสะสมและเทียบโอนหน่วยกิต เพื่อ การสร้างโอกาสในการศึกษา 1.9 พัฒนาระบบนิเทศการศึกษา การกำกับ ติดตาม ทั้งในระบบ On-Site และ Online รวมทั้ง ส่งเสริมการวิจัยเพื่อเป็นฐานในการพัฒนาการดําเนินงานการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อัธยาศัย 2. ด้านการสร้างสมรรถนะและทักษะคุณภาพ 2.1 ส่งเสริมการจัดการศึกษาตลอดชีวิตที่เน้นการพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับแต่ละช่วงวัย และ การจัดการศึกษาและการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับแต่ละกลุ่มเป้าหมายและบริบทพื้นที่ 4


2.2 พัฒนาหลักสูตรอาชีพระยะสั้นที่เน้น New skill Up skill และ Re skill ที่สอดคล้องกับบริบท พื้นที่ ความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย ความต้องการของตลาดแรงงาน และกลุ่มอาชีพใหม่ที่รองรับ Disruptive Technology 2.3 ยกระดับผลิตภัณฑ์ สินค้า บริการจากโครงการศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน ที่เน้น “ส่งเสริมความรู้ สร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดี” ให้มีคุณภาพมาตรฐาน เป็นที่ยอมรับของตลาด ต่อยอดภูมิ ปัญญาท้องถิ่น เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม พัฒนาสู่วิสาหกิจชุมชน ตลอดจนเพิ่มช่องทางประชาสัมพันธ์และช่องทาง การจําหน่าย 2.4 ส่งเสริมการจัดการศึกษาของผู้สูงอายุเพื่อให้เป็น Active Ageing Workforce และมี Life Skill ในการดำรงชีวิตที่เหมาะกับช่วงวัย 2.5 ส่งเสริมการจัดการศึกษาที่พัฒนาทักษะที่จำเป็นำรับกลุ่มเป้าหมายพิเศษ เช่น ผู้พิการ ออทิสติก เด็กเร่ร่อน และผู้ด้อยโอกาสอื่นๆ 2.6 ส่งเสริมการพัฒนาทักษะดิจิทัลและทักษะด้านภาษาให้กับบุคลากร กศน. และผู้เรียนเพื่อรองรับ การพัฒนาประเทศ 2.7 ส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมของผู้เรียน กศน. 2.8 สร้าง อาสาสมัคร กศน. เพื่อเป็นเครือข่ายในการส่งเสริม สนับสนุนการจัดการศึกษาตลอดชีวิต ในชุมชน 2.9 ส่งเสริมการสร้างและพัฒนานวัตกรรมของบุคลากร กศน. รวมทั้งรวบรวมและเผยแพร่เพื่อให้ หน่วยงาน / สถานศึกษา นําไปใช้ในการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน 3. ด้านองค์กร สถานศึกษา และแหล่งเรียนรู้คุณภาพ 3.1 ทบทวนบทบาทหน้าที่ของหน่วยงาน สถานศึกษา เช่น สถาบัน กศน.ภาค สถาบันการศึกษา และพัฒนาต่อเนื่องสิรินธร สถานศึกษาขึ้นตรงสังกัดส่วนกลาง กลุ่มสำนักงาน กศน.จังหวัด ศูนย์ฝึกและพัฒนา ราษฎรไทย บริเวณชายแดน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนการจัดการศึกษาตลอดชีวิตในพื้นที่ 3.2 ยกระดับมาตรฐาน กศน.ตำบล และศูนย์การเรียนรู้ชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” (ศศช.) ให้เป็นพื้นที่การเรียนรู้ตลอดชีวิตที่สำคัญของชุมชน 3.3 ปรับรูปแบบกิจกรรมในห้องสมุดประชาชน ที่เน้น Library Delivery เพื่อเพิ่มอัตราการอ่าน และการรู้หนังสือของประชาชน 3.4 ให้บริการวิทยาศาสตร์เชิงรุก Science@home โดยใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือนําวิทยาศาสตร์ สู่ชีวิตประจำวันในทุกครอบครัว 3.5 ส่งเสริมและสนับสนุนการสร้างพื้นที่การเรียนรู้ ในรูปแบบ Public Learning Space/ Co- (eaming Space เพื่อการสร้างนิเวศการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นสังคม 3.6 ยกระดับและพัฒนาศูนย์ฝึกอาชีพราษฎรไทยบริเวณชายแดน ให้เป็นสถาบันพัฒนาอาชีพระดับ ภาค 3.7 ส่งเสริมและสนับสนุนการดําเนินงานของกลุ่ม กศน. จังหวัดให้มีประสิทธิภาพ 4. ด้านการบริหารจัดการคุณภาพ 4.1 ขับเคลื่อนกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ตลอดจนทบทวนภารกิจ บทบาท โครงสร้างของหน่วยงานเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงตามกฎหมาย 4.2 ปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง และข้อบังคับต่าง ๆ ให้มีความทันสมัย เอื้อต่อการบริหาร จัดการ และการจัดการเรียนรู้ เช่น การปรับหลักเกณฑ์ค่าใช้จ่ายในการจัดหลักสูตรการศึกษาต่อเนื่อง 4.3 ปรับปรุงแผนอัตรากําลัง รวมทั้งกำหนดแนวทางที่ชัดเจนในการนําคนเข้าสู่ตำแหน่ง การย้าย โอน และการเลื่อนระดับ 5


4.4 ส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรทุกระดับให้มีความรู้และทักษะตามมาตรฐานตำแหน่งให้ตรงกับ สาย งาน และทักษะที่จําเป็นในการจัดการศึกษาและการเรียนรู้ 4.5 ปรับปรุงระบบการจัดสรรทรัพยากรเพื่อการศึกษาให้มีความครอบคลุม เหมาะสม เช่น การปรับ ค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาของผู้พิการ เด็กปฐมวัย 4.6 ปรับปรุงระบบฐานข้อมูลสารสนเทศด้านการศึกษาเพื่อการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ เช่น ข้อมูล การรายงานผลการดําเนินงาน ข้อมูลเด็กตกหล่นจากการศึกษาในระบบ เด็กเร่ร่อน ผู้พิการ 4.7 ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการอย่างเต็มรูปแบบ 4.8 ส่งเสริมพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐสู่ระบบราชการ 4.0 และการประเมินคุณภาพ และความโปร่งใสการดําเนินงานของภาครัฐ (ITA) 4.9 เสริมสร้างขวัญและกําลังใจให้กับข้าราชการและบุคลากรทุกประเภทในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ประกาศ เกียรติคุณ การมอบโล่ / วุฒิบัตร 4.10 ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน เพื่อสร้างความพร้อมในการจัดการศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย และการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับประชาชน แนวทาง/กลยุทธ์การดำเนินงาน ของ กศน.อำเภอสัตหีบ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ปรัชญา “คิดเป็น ทำเป็น เน้นคุณธรรม” วิสัยทัศน์ “ภายในปี 2565 ผู้เรียน/ผู้รับบริการ ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอ สัตหีบ มีคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้ ใช้แหล่งเรียนรู้ ภูมิปัญญา สื่อเทคโนโลยี ในการจัดกระบวนการ เรียนรู้ โดยเครือข่ายมีส่วนร่วม” อัตลักษณ์ “เท่าทันเทคโนโลยี” ความหมาย การใช้เทคโนโลยี ในการเรียนรู้และการดำรงชีวิตได้อย่างถูกต้อง เอกลักษณ์ “องค์กร ออนไลน์” หมายถึง สถานศึกษาใช้เทคโนโลยีในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ และการบริหารงานภายในองค์กร พันธกิจ 1. ออกแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับหลักสูตร 2. จัดระบบสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้และการบริหารการศึกษา 3. พัฒนาบุคลากรด้านการออกแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้/สื่อ/การประเมินผล 4. ส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายและชุมชนในการจัดกิจกรรมการศึกษา เป้าประสงค์ 1. ใช้สื่อเทคโนโลยีในการจัดการเรียนรู้ 2. จัดการเรียนรู้ร่วมกับเครือข่าย 6


กลยุทธ์ กลยุทธ์ วัตถุประสงค์ 1. พัฒนาคุณภาพผู้เรียน 1. เพื่อให้ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรมค่านิยมอันพึงประสงค์ 2. เพื่อให้ผู้เรียนมีทักษะและความสามารถในการแสวงหาความรู้ 3. เพื่อให้ผู้เรียนมีทักษะและความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ 4. เพื่อให้ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาตามนโยบายสถานศึกษา 5. เพื่อให้ผู้เรียนการศึกษาต่อเนื่องนำความรู้ไปใช้ได้ 6. เพื่อให้ผู้เรียนการศึกษาเศรษฐกิจพอเพียงสามารถนำความรู้ไปใช้ได้ 7. เพื่อให้ผู้เรียนการศึกษาดิจิทัลชุมชนสามารถนำความรู้ไปใช้ได้ 8. เพื่อให้ผู้รับบริการการศึกษาตามอัธยาศัยนำความรู้ไปใช้ได้ 9. เพื่อให้ผู้เรียน/ผู้รับบริการสามารถเข้าถึงข้อมูลจากระบบสารสนเทศและสามารถนำ ความรู้ไปใช้พัฒนาตนเองได้ 2. พัฒนาบุคลาการ 1. เพื่อให้บุคลากรมีความรู้และทักษะด้านการออกแบบการจัดกระบวนการเรียนการสอน 2. เพื่อให้บุคลากรมีความรู้และทักษะด้านการออกแบบสื่อการเรียนการสอน 3. เพื่อให้บุคลากรมีความรู้และทักษะด้านวิธีการประเมินผลที่มีคุณภาพ 3.บริหารการจัดการสถานศึกษา 1. เพื่อจัดระบบสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้และการบริหารสถานศึกษา 4.ภาคีเครือข่ายร่วมจัดกิจกรรม 1. เพื่อให้เครือข่ายมีส่วนร่วมส่งเสริมสนับสนุนและร่วมจัดการจัดกิจกรรมการศึกษา ผลการวิเคราะห์ SWOT (Swot Analysis) ของ กศน.อำเภอสัตหีบ S = จุดแข็ง 1. ด้านอาคารสถานที่ตั้งอยู่ในเขตชุมชนเมือง สะดวกในการติดต่อ 2. ด้านบุคลากรมีจำนวนเพียงพอต่อการปฏิบัติงาน 3. มีระบบการจัดเก็บและสืบค้นข้อมูลที่ทันสมัยสามารถสืบค้นข้อมูลทางเวปไซด์ได้ W = จุดอ่อน 1. สื่อ วัสดุ อุปกรณ์ ไม่เพียงพอต่อการดำเนินงานและการบริการ 2. ระบบสารสนเทศ เทคโนโลยี อินเตอร์เน็ต wifi ไม่เพียงพอต่อการดำเนินงานและการบริการ ประชาชนและนักศึกษา 3. สถานที่คับแคบ ไม่เหมาะสมกับการจัดกิจกรรมขนาดใหญ่ O = โอกาส 1. ได้รับความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายเป็นอย่างดี 2. ได้รับการยอมรับจากชุมชนและหน่วยงานอื่นๆ 3. มีแหล่งเรียนรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่โดดเด่นจากเศรษฐกิจพอเพียง 4. มีกรอบแนวทางการดำเนินงานที่ชัดเจน T = อุปสรรค 1. สถานที่ 2. นักศึกษาไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้บ่อยครั้ง 3. ผู้เรียนไม่ค่อยพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง 4. การจัดสรรงบประมาณจากหน่วยงานล่าช้า 7


แนวทาง/กลยุทธ์การดำเนินงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยของ กศน.ตำบลสัตหีบ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 - 2580) ได้กำหนดแผนแม่บทประเด็นการพัฒนาศักยภาพคน ตลอดช่วงชีวิต โดยมีแผนย่อยที่เกี่ยวข้องกับการใช้การศึกษาเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนได้แก่ แผนย่อย ประเด็นการพัฒนาการเรียนรู้ และแผนย่อยประเด็นการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต ที่มุ่งเน้นการสร้าง สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนา และเสริมสร้างศักยภาพมนุษย์ การพัฒนาเด็กตั้งแต่ช่วงการตั้งครรภ์จนถึง ปฐมวัย การพัฒนาช่วงวัยเรียน/วัยรุ่น การพัฒนาและยกระดับศักยภาพวัยแรงาน รวมถึงการส่งเสริมศักยภาพ วัยผู้สูงอายุ ประเด็นการพัฒนาการเรียนรู้ ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 และพหุปัญญาของ มนุษย์ที่หลากหลาย ประกอบกับแผนการปฏิรูป ประเทศด้านการศึกษา นโยบายรัฐบาลทั้งในส่วนนโยบายหลัก ด้านการปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ และการพัฒนาศักยภาพ คนตลอดช่วงชีวิต และนโยบายเร่งด่วนเรื่องการ เตรียมคนไทยสู่ศตวรรษที่ 21 ตลอดจนแผนพัฒนาประเทศอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560 - 2568) นโยบายและแผนระดับชาติ ว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ พ.ศ. 2562 2568) โดยคาดหวังว่าการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต ประชาชนจะได้รับ การพัฒนาการเรียนรู้ให้ เป็นคนดี คนเก่งมีคุณภาพ และมีความพร้อมร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน และกระทรวงศึกษาธิการ ได้กำหนดนโยบายและจุดเน้น ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ขึ้น เพื่อเป็น เข็มมุ่ง ของหน่วยงานภายใต้กระทรวงศึกษาธิการ ขับเคลื่อนการดําเนินงานให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ของแผนต่าง ๆ ดังกล่าว กศน.อำเภอสัตหีบ เป็นหน่วยงานที่มีภารกิจในการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ตระหนัก ถึงความสำคัญของการพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต ได้มุ่งมั่นขับเคลื่อนภารกิจหลักตามแผนพัฒนา ประเทศ และนโยบาย และจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ ที่คำนึงถึงหลักการบริหารจัดการทั้งในเรื่องหลัก ธรรมาภิบาล หลักการกระจาย อำนาจ การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร การมุ่งเน้น ผลสัมฤทธิ์ และปฏิบัติการด้านข้อมูลข่าวสาร การสร้างบรรยากาศในการทำงานและการเรียนรู้ ตลอดจนการใช้ ทรัพยากรด้านการจัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพ โดยเน้น การพัฒนาคุณภาพการศึกษานอกระบบระดับ การศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษาต่อเนื่อง และการศึกษาตามอัธยาศัย ใน 4 ประเด็นใหญ่ ประกอบด้วย การ จัดการเรียนรู้คุณภาพ การสร้างสมรรถนะและทักษะคุณภาพ องค์กร สถานศึกษา และแหล่งเรียนรู้คุณภาพ และการบริหารจัดการคุณภาพ อันจะนําไปสู่การสร้างโอกาสและลดความเหลื่อมล้ำ ทางการศึกษา การ ยกระดับคุณภาพและเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการสำหรับทุกกลุ่มเป้าหมาย และสร้างความพึงพอใจ ให้กับ ผู้รับริการ โดยได้กำหนดนโยบายและจุดเน้นการดําเนินงาน สำนักงาน กศน. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ดังนี้ หลักการ กศน. เพื่อประชาชน “ก้าวใหม่ : ก้าวแห่งคุณภาพ” นโยบายและจุดเน้นการดําเนินงาน สำนักงาน กศน. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 1. ด้านการจัดการเรียนรู้คุณภาพ 1.1 กศน.ตำบลสัตหีบน้อมนําพระบรมราโชบายสู่การปฏิบัติ รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนการ ดําเนินงาน โครงการ อันเนื่องมาจากพระราชดําริทุกโครงการ และโครงการอันเกี่ยวเนื่องจากราชวงศ์ 1.2 กศน.ตำบลสัตหีบ ขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้ที่สนองตอบยุทธศาสตร์ชาติ และนโยบายของ รัฐมนตรีว่าการ และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ 8


1.3 กศน.ตำบลสัตหีบ ส่งเสริมการจัดการศึกษาเพื่อเสริมสร้างความมั่นคง การสร้างความเข้าใจที่ ถูกต้อง ในการปกครองระบอบประชาธิปไตย การเรียนรู้ที่ปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม สร้างวินัย จิตสาธารณะ และอุดมการณ์ ความยึดมั่นในสถาบันหลักของชาติ รวมถึงการมีจิตอาสา ผ่านกิจกรรมต่างๆ 1.4 กศน.ตำบลสัตหีบ ปรับปรุงหลักสูตรทุกระดับทุกประเภทให้สอดรับกับการพัฒนาคน ทิศ ทางการพัฒนาประเทศ สอดคล้องกับบริบทที่เปลี่ยนแปลง ความต้องการและความหลากหลายของผู้เรียน/ ผู้รับบริการ รวมถึงปรับลด ความหลากหลายและความซ้ำซ้อนของหลักสูตร เช่น หลักสูตรการศึกษาสำหรับ กลุ่มเป้าหมายบนพื้นที่สูง พื้นที่พิเศษ และพื้นที่ชายแดน รวมทั้งกลุ่มชาติพันธุ์ 1.5 กศน.ตำบลสัตหีบ ปรับระบบทดสอบ วัดผล และประเมินผล โดยเน้นการใช้เทคโนโลยีเป็น เครื่องมือให้ผู้เรียน สามารถเข้าถึงการประเมินผลการเรียนรู้ได้ตามความต้องการ เพื่อการสร้างโอกาสในการ เรียนรู้ ให้ความสำคัญกับ การเทียบระดับการศึกษา และการเทียบโอนความรู้และประสบการณ์ พัฒนาระบบ การประเมินสมรรถนะผู้เรียน ให้ตอบโจทย์การประเมินในระดับประเทศและระดับสากล เช่น การประเมิน สมรรถภาพผู้ใหญ่ ตลอดจนกระจายอำนาจ ไปยังพื้นที่ในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ 1.6 กศน.ตำบลสัตหีบ ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีในการจัดหลักสูตรการเรียนรู้ในระบบออนไลน์ด้วย ตนเองครบวงจร ตั้งแต่การลงทะเบียนจนการประเมินผลเมื่อจบหลักสูตร ทั้งการศึกษานอกระบบระดับ การศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษา ต่อเนื่อง และการศึกษาตามอัธยาศัย เพื่อเป็นการสร้างและขยายโอกาสในการ เรียนรู้ให้กับกลุ่มเป้าหมายที่สามารถเรียนรู้ ได้สะดวก และตอบโจทย์ความต้องการของผู้เรียน 1.7 กศน.ตำบลสัตหีบ พัฒนา Digital Learning Platform แพลตฟอร์มการเรียนรู้ของสำนักงาน กศน. ตลอดจน พัฒนาสื่อการเรียนรู้ทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ และให้มีคลังสื่อการเรียนรู้ที่เป็นสื่อที่ ถูกต้องตามกฎหมาย ง่ายต่อการสืบค้นและนําไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ 1.8 กศน.ตำบลสัตหีบ เร่งดเนินการเรื่อง Academic Credit-bank System ในการสะสมและเทียบ โอนหน่วยกิต เพื่อการสร้างโอกาสในการศึกษา 1.9 กศน.ตำบลสัตหีบ พัฒนาระบบนิเทศการศึกษา การกำกับ ติดตาม ทั้งในระบบ On-Site และ Online รวมทั้ง ส่งเสริมการวิจัยเพื่อเป็นฐานในการพัฒนาการดําเนินงานการจัดการศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัย 2. ด้านการสร้างสมรรถนะและทักษะคุณภาพ 2.1 กศน.ตำบลสัตหีบ ส่งเสริมการจัดการศึกษาตลอดชีวิตที่เน้นการพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับแต่ ละช่วงวัย และการจัดการศึกษาและการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับแต่ละกลุ่มเป้าหมายและบริบทพื้นที่ 2.2 กศน.ตำบลสัตหีบ พัฒนาหลักสูตรอาชีพระยะสั้นที่เน้น New skill Up skill และ Re skill ที่ สอดคล้องกับบริบท พื้นที่ ความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย ความต้องการของตลาดแรงงาน และกลุ่มอาชีพ ใหม่ที่รองรับ Disruptive Technology 2.3 กศน.ตำบลสัตหีบ ยกระดับผลิตภัณฑ์ สินค้า บริการจากโครงการศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน ที่เน้น “ส่งเสริมความรู้ สร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดี” ให้มีคุณภาพมาตรฐาน เป็นที่ยอมรับของตลาด ต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม พัฒนาสู่วิสาหกิจชุมชน ตลอดจนเพิ่มช่องทางประชาสัมพันธ์และ ช่องทางการจําหน่าย 2.4 กศน.ตำบลสัตหีบ ส่งเสริมการจัดการศึกษาของผู้สูงอายุเพื่อให้เป็น Active Ageing Workforce และมี Life Skill ในการดำรงชีวิตที่เหมาะกับช่วงวัย 2.5 กศน.ตำบลสัตหีบ ส่งเสริมการจัดการศึกษาที่พัฒนาทักษะที่จำเป็นำรับกลุ่มเป้าหมายพิเศษ เช่น ผู้พิการ ออทิสติก เด็กเร่ร่อน และผู้ด้อยโอกาสอื่นๆ 9


2.6 กศน.ตำบลสัตหีบ ส่งเสริมการพัฒนาทักษะดิจิทัลและทักษะด้านภาษาให้กับบุคลากร กศน. และผู้เรียนเพื่อรองรับ การพัฒนาประเทศ 2.7 กศน.ตำบลสัตหีบ ส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมของผู้เรียน กศน. 2.8 กศน.ตำบลสัตหีบ สร้าง อาสาสมัคร กศน. เพื่อเป็นเครือข่ายในการส่งเสริม สนับสนุนการจัด การศึกษาตลอดชีวิต ในชุมชน 2.9 กศน.ตำบลสัตหีบ ส่งเสริมการสร้างและพัฒนานวัตกรรมของบุคลากร กศน. รวมทั้งรวบรวม และเผยแพร่เพื่อให้ หน่วยงาน / สถานศึกษา นําไปใช้ในการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน 3. ด้านองค์กร สถานศึกษา และแหล่งเรียนรู้คุณภาพ 3.1 ทบทวนบทบาทหน้าที่ของหน่วยงาน สถานศึกษา เช่น สถาบัน กศน.ภาค สถาบันการศึกษา และพัฒนาต่อเนื่องสิรินธร สถานศึกษาขึ้นตรงสังกัดส่วนกลาง กลุ่มสำนักงาน กศน.จังหวัด ศูนย์ฝึกและพัฒนา ราษฎรไทย บริเวณชายแดน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนการจัดการศึกษาตลอดชีวิตในพื้นที่ 3.2 ยกระดับมาตรฐาน กศน.ตำบล และศูนย์การเรียนรู้ชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” (ศศช.) ให้เป็นพื้นที่การเรียนรู้ตลอดชีวิตที่สำคัญของชุมชน 3.3 ปรับรูปแบบกิจกรรมในห้องสมุดประชาชน ที่เน้น Library Delivery เพื่อเพิ่มอัตราการอ่าน และการรู้หนังสือของประชาชน 3.4 ให้บริการวิทยาศาสตร์เชิงรุก Science@home โดยใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือนําวิทยาศาสตร์ สู่ ชีวิตประจำวันในทุกครอบครัว 3.5 ส่งเสริมและสนับสนุนการสร้างพื้นที่การเรียนรู้ ในรูปแบบ Public Learning Space/ Co- (eaming Space เพื่อการสร้างนิเวศการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นสังคม 3.6 ยกระดับและพัฒนาศูนย์ฝึกอาชีพราษฎรไทยบริเวณชายแดน ให้เป็นสถาบันพัฒนาอาชีพระดับ ภาค 3.7 ส่งเสริมและสนับสนุนการดําเนินงานของกลุ่ม กศน. จังหวัดให้มีประสิทธิภาพ 4. ด้านการบริหารจัดการคุณภาพ 4.1 ขับเคลื่อนกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ตลอดจนทบทวนภารกิจ บทบาท โครงสร้างของหน่วยงานเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงตามกฎหมาย 4.2 ปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง และข้อบังคับต่าง ๆ ให้มีความทันสมัย เอื้อต่อการบริหาร จัดการ และการจัดการเรียนรู้ เช่น การปรับหลักเกณฑ์ค่าใช้จ่ายในการจัดหลักสูตรการศึกษาต่อเนื่อง 4.3 ปรับปรุงแผนอัตรากําลัง รวมทั้งกำหนดแนวทางที่ชัดเจนในการนําคนเข้าสู่ตำแหน่ง การย้าย โอน และการเลื่อนระดับ 4.4 ส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรทุกระดับให้มีความรู้และทักษะตามมาตรฐานตำแหน่งให้ตรงกับ สาย งาน และทักษะที่จําเป็นในการจัดการศึกษาและการเรียนรู้ 4.5 ปรับปรุงระบบการจัดสรรทรัพยากรเพื่อการศึกษาให้มีความครอบคลุม เหมาะสม เช่น การปรับ ค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาของผู้พิการ เด็กปฐมวัย 4.6 ปรับปรุงระบบฐานข้อมูลสารสนเทศด้านการศึกษาเพื่อการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ เช่น ข้อมูล การรายงานผลการดําเนินงาน ข้อมูลเด็กตกหล่นจากการศึกษาในระบบ เด็กเร่ร่อน ผู้พิการ 4.7 ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการอย่างเต็มรูปแบบ 4.8 ส่งเสริมพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐสู่ระบบราชการ 4.0 และการประเมินคุณภาพ และความโปร่งใสการดําเนินงานของภาครัฐ (ITA) 4.9 เสริมสร้างขวัญและกําลังใจให้กับข้าราชการและบุคลากรทุกประเภทในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ประกาศ เกียรติคุณ การมอบโล่ / วุฒิบัตร 10


4.10 ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน เพื่อสร้างความพร้อมในการจัดการศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย และการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับประชาชน จุดเน้นการดำเนินงานตามนางทาง/กลยุทธ์ กศน.ตำบลสัตหีบ 1. จำนวนกลุ่มเป้าหมายในตำบลสัตหีบมี ผู้ด้อย พลาด และขาดโอกาสทางการศึกษาที่ได้รับบริการ การศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายมีจำนวนเพิ่ม 2. จำนวนประชากรกลุ่มเป้าหมายในตำบลสัตหีบที่เข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้/ได้รับบริการกิจกรรม การศึกษาต่อเนื่อง และการศึกษาตามอัธยาศัยที่สอดคล้องกับสภาพ ปัญหา และความต้องการได้โดยทั่วถึง 3. ร้อยละของผู้เรียนและผู้รับบริการในตำบลสัตหีบที่มีผลสัมฤทธิ์ตามจุดมุ่งหมายการเรียนรู้ของแต่ละ หลักสูตร/กิจกรรมเพิ่มขึ้น 4. ร้อยละของผู้ไม่รู้หนังสือในตำบลสัตหีบที่ผ่านการประเมินการรู้หนังสือตามหลักสูตรส่งเสริมการ รู้หนังสือเพิ่มขึ้น 5. ร้อยละของชุมชนในตำบลสัตหีบที่มีการจัดการความรู้และกระบวนการเรียนรู้อันเป็นผลเนื่องจาก การเข้าร่วมกิจกรรมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยเพิ่มขึ้น 6. ร้อยละของชุมชนในตำบลสัตหีบที่ใช้แหล่งการเรียนรู้ชุมชนในการจัดกระบวนการเรียนรู้ในชุมชน เพิ่มขึ้น 7. จำนวนประชาชนกลุ่มเป้าหมายในตำบลสัตหีบที่ได้รับการศึกษาอบรมในหลักสูตรภาษาอังกฤษ และภาษากลุ่มประเทศอาเซียนมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น 8. ร้อยละของผู้รับการฝึกอบรมในหลักสูตรภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษากลุ่มประเทศอาเซียน และ อาเซียนศึกษาที่ผ่านเกณฑ์การประเมินตามหลักสูตรมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น 9. จำนวนกิจกรรม/หลักสูตรที่ใช้กระบวนการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์/เทคโนโลยีที่เหมาะสมเป็น กระบวนการ/สาระในการเรียนรู้ใน กศน.ตำบลสัตหีบมีกิจกรรมที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น 10. จำนวนองค์กรภาคส่วนต่างๆ ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของ กศน.ตำบลสัตหีบที่ร่วมเป็นภาคีเครือข่าย ในการดำเนินงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยมีจำนวนเพิ่มขึ้น 11. จำนวน/ประเภทของสื่อ และเทคโนโลยีทางการศึกษาที่มีการจัดทำ/พัฒนาและนำไปใช้เพื่อ ส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียน/ผู้รับบริการการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยของ กศน.ตำบลสัต หีบมีจำนวนเพิ่มขึ้นหลากหลาย 12. จำนวนนักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไปในเขตพื้นที่รับผิดชอบของ กศน.ตำบลสัตหีบที่ เข้าถึงบริการความรู้นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยผ่านช่องทางสื่อเทคโนโลยีทางการศึกษา และ เทคโนโลยีการสื่อสารมีจำนวนเพิ่มขึ้น ปัจจัยหลักแหล่งความสำเร็จ กศน.ตำบลสัตหีบ 1. กศน.ตำบลสัตหีบ ยึดหลักวิชา หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หลักปรัชญาคิดเป็น หลัก ธรมมาภิบาล และผลสัมฤทธิ์ในการบริหารจัดการ ทั้งด้านวิชาการงบประมาณ การบริหารงานบุคคล และการ บริหารทั่วไปทั้งภายในกศน.ตำบลสัตหีบ และการทำงานร่วมกันกับภาคีเครือข่าย 2. กศน.ตำบลสัตหีบ ใช้ยุทธศาสตร์/กลยุทธ์ในการดำเนินงาน ทั้งที่ยึดพื้นที่ ยึดสภาวะแวดล้อม ยึด กลุ่มเป้าหมายาและความต้องการยึดประเด็นปัญหาของกลุ่มเป้าหมายหรือประเด็นการพัฒนา ยึดความสำเร็จ และยึดนโยบายเป็นฐาน 3. กศน.ตำบลสัตหีบ การเน้นการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ทั้งเครือข่ายเชิงพื้นที่ เครือข่ายเชิงภารกิจและการสร้างความเข้มแข็งร่วมมือและความยั่งยืนในการเป็นภาคีเครือข่าย 11


4. กศน.ตำบลสัตหีบ เป็นฐานและสถานีปลายทาง ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ให้กับประชาชนใน พื้นที่ โดยได้รับการพัฒนาให้มีศักยภาพและพร้อมในการปฏิบัติงานตลอดเวลา 5. กศน.ตำบลสัตหีบ ใช้สถานศึกษาเป็นกลไกขับเคลื่อนการบริหารนโยบายในระดับพื้นที่ โดยมี คณะกรรมการสถานศึกษาคณะกรรมการ กศน.ตำบลเป็นผู้เสนอแนะ กำกับติดตาม นิเทศการดำเนินงาน เพื่อให้สามารถจัดการศึกษาในระดับพื้นฐานได้อย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพ 6. กศน.ตำบลสัตหีบ มีข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มเป้าหมายทุกกลุ่มตามจุดเน้น มาใช้ในการวางแผนการจัด การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย และ ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ในชุมชนได้อย่างมี ประสิทธิภาพ 7. กศน.ตำบลสัตหีบ มีระบบการนิเทศกำกับติดตามและรายงานผล การปฏิบัติงานและการใช้จ่าย งบประมาณที่สามารถตรวจสอบความก้าวหน้าในการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ 8. กศน.ตำบลสัตหีบ มีกลไก/ระบบที่สามารถเชื่อมโยงการทำงานระหว่างส่วนราชการและหน่วยงาน ต่างๆ ที่ได้รับมอบหมายจากสถานศึกษาเช่น ระบบ ฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้องและการจัดกิจกรรมเพื่อตอบสนอง นโยบายเร่งด่วนหรือ นโยบายเฉพาะที่ได้รับมอบหมายจากสถานศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ 9. กศน.ตำบลสัตหีบ มีหน่วยงาน/สถานศึกษารับผิดชอบตัวชี้วัดความสำเร็จ ตามยุทธศาสตร์และ จุดเน้นที่ตรงตามภารกิจอย่างชัดเจนที่กำกับติดตามและรายงานผลตัวชี้วัดทั้งส่วนกลางระดับจังหวัด และระดับ สถานศึกษาอย่างเป็นระบบ จุดเน้นของ กศน.ตำบลสัตหีบ และภาคีเครือข่าย 2.1 ผู้บริหารสถานศึกษา ครู บุคลากรทางการศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษา คณะกรรมการ กศน.ตำบล และครูกศน.ตำบล ทุกคน ได้รับการพัฒนาให้มี ศักยภาพและความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจตาม บทบาทหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ 2.2 มีการประสานเชื่อมโยงการทำงานตามโครงสร้างภายใน กศน.ตำบลกับภาคีเครือข่ายทั้งในระดับ นโยบายและระดับปฏิบัติอย่างเป็นระบบโดยมีเอกภาพในเชิงนโยบาย และเน้นผลสัมฤทธิ์เป็นเป้าหมาย ความสำเร็จในการทำงาน 2.3 กศน.ตำบลมีแผนจุลภาค (Micro Planning) เป็นเครื่องมือในการจัดกิจกรรมหรือออกแบบ กิจกรรมการเรียนรู้ ทางการศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อัธยาศัยให้กับประชาชนกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ โดยมีข้อมูลพื้นฐานที่สำคัญ ได้แก่ สภาพทางกายภาพของชุมชน ปัญหา/ความต้องการของประชาทาง การศึกษา กลุ่มเป้าหมาย แต่ละกลุ่ม แต่ละประเภท แหล่งวิทยากรชุมชน (ทุนมนุษย์ ทุนสังคมกายภาพ และ ทุกการเงิน) ซึ่งมีการปรับปรุงข้อมูลดังกล่าวให้เป็นปัจจุบันทุกรอปีงบประมาณ จุดเน้นด้านผลสัมฤทธิ์ กศน.ตำบลสัตหีบ 3.1 ประชากรกลุ่มเป้าหมาย อำเภอสัตหีบ ที่สำเร็จหลักสูตรหรือร่วมกิจกรรมการศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัย มีผลสัมฤทธิ์ที่มีคุณภาพ ตรง ตามจุดมุ่งหมายของหลักสูตรหรือกิจกรรมการศึกษา / การเรียนรู้ที่กำหนดไว้ และสามารถนำความรู้ และประสบการณ์การเรียนรู้โยชน์ได้จริงที่ได้รับไปใช้ 3.2 นักศึกษา/ผู้เรียนที่สำเร็จหลักสูตรการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย มีคุณธรรม จริยธรรม ยึดค่านิยมหลักของคนไทย 12 ประการ ในการดำเนินชีวิตและมีความใฝ่รู้ ใฝ่เรียนอย่างต่อเนื่อง ตลอดชีวิต 12


3. หลักการจัดการศึกษาต่อเนื่อง เพื่อให้การดำเนินงานการจัดการศึกษาต่อเนื่อง เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สำนักงาน กศน. จึงได้ กำหนดหลักการในการจัดไว้ ดังนี้ 1. หลักสูตรได้รับการพัฒนาให้มีความสอดคล้องกับสภาพสังคมชุมชนและความต้องการของ กลุ่มเป้าหมาย (เป็นหลักสูตรที่ได้รับอนุมัติโดยสถานศึกษา ผู้อำนวยการสถานศึกษาเป็นผู้อนุมัติ ผ่านความ เห็นชอบของคณะกรรมการสถานศึกษา และหรือเป็นหลักสูตรที่หน่วยงานภาครัฐได้อนุมัติและอนุญาตให้ใช้ แล้ว) 2. สื่อและแหล่งค้นคว้า ตลอดจนวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ ต้องได้รับการพัฒนาให้มีความสอดคล้องกับ หลักสูตร และกิจกรรมการเรียนรู้ของผู้เรียน 3. วิทยากร ต้องสรรหาวิทยากรที่มีความรู้ความสามารถหรือมีความเชี่ยวชาญในสาขาที่จะสอนอย่าง แท้จริง และวิทยากรควรผ่านการอบรมการเป็นวิทยากรจากหน่วยงานสถานศึกษาของ กศน. 4. การจัดการเรียนรู้ จะต้องจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับศักยภาพของผู้เรียนและความพร้อมของ ผู้เรียน และสอดคล้องกับความต้องการและบูรณาการวิธีการจัดการเรียนรู้ 5. การจัดกระบวนการเรียนรู้ จะต้องเน้นให้มีการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลายและสอดคล้อง กับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย 6. กลุ่มเป้าหมายสามารถนำความรู้ที่ได้รับจากการศึกษาไปใช้ในการประกอบอาชีพ การพัฒนาอาชีพ พัฒนาคุณภาพชีวิต และสามารถอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข การจัดการศึกษาต่อเนื่อง อาจจัดได้ ดังต่อไปนี้ 1. จัดโดยสถานศึกษาในสังกัด สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย 2. จัดโดยสถานศึกษาในสังกัด สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษา ตามอัธยาศัยร่วมกับภาคีเครือข่าย 3. จัดโดยภาคีเครือข่าย ความหมาย การศึกษาต่อเนื่อง หมายความว่า เป็นการจัดการศึกษาในรูปแบบการศึกษานอกระบบที่ เป็นหลักสูตรระยะสั้น การศึกษาสายอาชีพ กลุ่มสนใจ ที่จัดตามความต้องการของกลุ่มเป้าหมายที่มีเนื้อหา เกี่ยวกับอาชีพ ทักษะชีวิต การพัฒนาสังคมและชุมชน การจัดกระบวนการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง ซึ่งนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิต อาชีพ เป็นการศึกษาเพื่อพัฒนาความรู้ความสามารถและทักษะในการประกอบอาชีพของ บุคคล เพื่อให้บุคคลสามารถประกอบอาชีพหรือพัฒนาอาชีพของตนเองได้ โดยพิจารณาถึงความต้องการในการ เรียนของแต่ละบุคคล ทักษะชีวิต เป็นการศึกษาที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนเพื่อให้มีความรู้ เจตคติและทักษะ ที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตในสังคมปัจจุบัน เพื่อให้บุคคลสามารถเผชิญสถานการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเตรียมความพร้อมกับการปรับตัวในอนาคต เช่น ความปลอดภัยในชีวิตและ ทรัพย์สิน คุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่ดีเป็นต้น การพัฒนาสังคมและชุมชน เป็นการศึกษาที่บูรณาการความรู้และทักษะจากการศึกษาที่ ผู้เรียนมีอยู่หรือได้รับจากการเข้าร่วมกิจกรรมการศึกษานอกระบบ แล้วนำไปใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนา สังคมและชุมชนโดยมีรูปแบบการเรียนรู้ที่หลากหลาย และใช้ชุมชนเป็นฐานในการพัฒนาการเรียนรู้ของคนใน ชุมชน เช่น ประชาธิปไตย สิ่งแวดล้อม วิสาหกิจชุมชน เป็นต้น 13


วิธีการจัดการเรียนรู้ วิธีการจัดการศึกษาต่อเนื่อง เป็นการจัดประสบการณ์การเรียนรู้จากวิทยากร สื่อ หรือการ ปฏิบัติ โดยวิธีการเรียนรู้ที่หลากหลาย ดังนี้ 1. การเรียนรู้รายบุคคล เป็นการเรียนรู้ของผู้เรียนบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ที่ต้องการจะเรียนรู้ใน เนื้อหาใด เนื้อหาหนึ่ง ซึ่งเป็นความสนใจเฉพาะตัว ตามหลักสูตรการศึกษาต่อเนื่องในสถานศึกษาหรือภาคี เครือข่าย โดยผู้เรียนและวิทยากรร่วมกันวางแผน และออกแบบการเรียนรู้ที่ตอบสนองความต้องการของ ผู้เรียนแต่ละบุคคล 2. การเรียนรู้รายกลุ่ม เป็นการเรียนรู้ของผู้เรียนตั้งแค่สองคนขึ้นไป แต่ไม่ควรเกิน สิบห้าคน ซึ่งมีความสนใจตรงกันตามหลักสูตรการศึกษาต่อเนื่อง 3. การเรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้เป็นการจัดการเรียนรู้ให้ผู้เรียนในแหล่งเรียนรู้ เช่น ศูนย์ ขยายเพาะพันธุ์ปลา ศูนย์สาธิตการทำไร่นาสวนผสม ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการ ผลิต องค์การชุมชน กลุ่มวิสาหกิจชุมชน เป็นต้น โดยมีการประสานความร่วมมือกับเครือข่ายแหล่งเรียนรู้ใน การจัดการศึกษาให้กับผู้เรียน 4. การเรียนรู้ในสถานประกอบการ เป็นการจัดให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ในสถานประกอบการ เช่น อู่ซ่อมรถยนต์ ห้างสรรพสินค้าหรือแหล่งประกอบการ SMEs ที่มีส่วนร่วมหรือมีวัตถุประสงค์ในการจัดการศึกษา ต่อเนื่อง 5. การเรียนรู้จากฐานการเรียนรู้เป็นการเรียนรู้ที่มีเป้าหมายเฉพาะเจาะจง เช่น ฐานการ เรียนรู้เกษตรธรรมชาติ ฐานการเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ฐานการเรียนรู้อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ฐานการเรียนรู้ สุขภาพอนามัย ฐานการเรียนรู้คุณธรรม จริยธรรม ฐานการเรียนรู้วัฒนธรรมไทย เป็นต้น ซึ่งเป็นการจัด กิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากวิทยากร สถานการณ์จริง หรือเรียนรู้ด้วยตนเอง 6. การศึกษาทางไกล เป็นวิธีการจัดการศึกษาที่เปิดกว้างในเรื่องของเวลา สถานที่ เน้นการ เรียนรู้ด้วยตนเองจากสื่อประสมที่หลากหลาย มีการจัดกิจกรรมเสริมความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ ที่จำเป็น เหมาะสมกับเนื้อหา ตามหลักสูตร รวมทั้งมีการศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมหรือปฏิบัติการจากแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เป็นการเรียนรู้แบบพึ่งพาตนเอง ผู้เรียนจึงต้องวางแผนและสร้างวินัยในการเรียนรู้ด้วยตนเอง การสรรหาและแต่งตั้งวิทยากร การสรรหาวิทยากร ให้สถานศึกษาสรรหาวิทยากรโดยพิจารณาจากคุณสมบัติดังนี้ 1. เป็นผู้ที่มีคุณวุฒิหรือเกียรติบัตรรับรอง หรือหลักฐานอื่น ๆ ที่แสดงว่าเป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ ทักษะ ในสาขาวิชาหรือหลักสูตรนั้น ๆ 2. เป็นผู้มีความรู้ ความชำนาญ ประสบการณ์ในการประกอบอาชีพสาขาวิชาหรือหลักสูตรนั้น ๆ 3. เป็นผู้ที่มีความสามารถและประสบการณ์ในการถ่ายทอดความรู้ให้แก่ผู้เรียน การแต่งตั้งวิทยากร ให้ผู้อำนวยการสถานศึกษาในสังกัด สำนักงาน กศน. เป็นผู้อนุมัติแต่งตั้ง โดยจัดทำเป็นคำสั่ง ขั้นตอนการดำเนินงาน 1. สถานศึกษาและภาคีเครือข่าย เตรียมความพร้อมในเรื่องหลักสูตร วิทยากร สถานที่ วัสดุอุปกรณ์ที่เอื้อต่อการจัดการศึกษา 2. ผู้เรียนสมัครและลงทะเบียนเรียนต่อสถานศึกษาหรือภาคีเครือข่าย 3. สถานศึกษาพิจารณาอนุญาตและจัดส่งผู้เรียนได้เรียนกับวิทยากรในแหล่งการเรียนรู้ สถานประกอบการ ที่เหมาะสมตามหลักสูตร 14


4. วิทยากรประเมินพื้นฐานความรู้ของผู้เรียนก่อนจัดกระบวนการเรียนรู้ 5. ผู้เรียนกับวิทยากรร่วมกันจัดทำแผนการเรียนรู้ 6. ดำเนินการจัดการเรียนการสอน 7. วิทยากรประเมินผลการเรียนระหว่างเรียนและหลังจบหลักสูตร รวมทั้งประเมินความ พึงพอใจของผู้เรียน การวัดผลประเมินผลและรายงานผลการเรียน การวัดผลประเมินผลให้ดำเนินการตามที่หลักสูตรกำหนด ด้วยวิธีการหลากหลาย เช่น 1. ประเมินความรู้ ความสามารถ ทักษะ ด้วยการซักถาม ทดสอบและปฏิบัติ 2. ประเมินด้านคุณธรรม ด้วยแบบประเมินคุณธรรม 3. ประเมินชิ้นงาน ด้วยผลงานที่ปฏิบัติ 4. ประเมินความพึงพอใจของผู้เรียนด้วยแบบสอบถาม การออกหลักฐานการศึกษา ให้ผู้อำนวยการสถานศึกษาเป็นผู้ลงนามในหลักฐานการศึกษา ตามหลักสูตรกำหนด โดยระบุ ชื่อวิชา/กิจกรรม ระยะเวลา ในกรณีภาคีเครือข่ายที่ไม่ใช่สถานศึกษาเป็นผู้จัดให้ส่งหลักฐานการจบการศึกษาให้กับ ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอเป็นผู้ออกวุฒิบัตร แหล่งเรียนรู้/สถานประกอบการ แหล่งเรียนรู้/สถานประกอบการ ควรมีลักษณะ ดังนี้ 1. อยู่ในทำเลที่ตั้งที่ผู้เรียนสามารถเดินทางได้สะดวก ปลอดภัย 2. มีสิ่งแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการเรียนรู้ และฝึกปฏิบัติ 3. เป็นแหล่งการเรียนรู้/สถานประกอบการ ที่มีการดำเนินงานมั่นคง น่าเชื่อถือเป็นที่ ยอมรับในสังคม 4. มีความพร้อม มีวิทยากร หรือผู้ให้ความรู้ประจำ สามารถจัดการเรียนรู้ หรือจัดการเรียน การสอนจนจบหลักสูตรหรือจบกระบวนการได้ รวมทั้งสามารถให้การฝึกปฏิบัติแก่ผู้เรียนจนสามารถปฏิบัติใน เรื่องนั้น ๆ ได้ 5. สามารถจัดบุคลากรเข้าร่วมประชุม อบรม พัฒนากับสถานศึกษาได้ 6. มีทัศนคติ เจตคติที่ดีต่อการถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ให้กับผู้อื่น 7. สามารถดูแล ให้คำปรึกษา แนะนำ และรับผิดชอบผู้เรียนจนจบหลักสูตร หลักเกณฑ์การจ่ายเงินงบประมาณ 1. อาชีพ ในแต่ละ กศน. ตำบล ให้เปิดสอนอาชีพ 40 ชั่วโมงขึ้นไป จำนวน 1 ห้อง ผู้เรียนไม่น้อยกว่า 15 คน โดยให้เบิกค่าใช้จ่ายดังนี้ 1.1 ค่าตอบแทน จ่ายค่าตอบแทนวิทยากรชั่วโมงละไม่เกิน 200 1.2 ค่าใช้สอย จ่ายเป็นค่าเช่าสถานที่ เครื่องมืออุปกรณ์ และค่าใช้จ่ายในการ เดินทางไปราชการของวิทยากรที่เป็นบุคคลภายนอก (จ่ายเป็นค่าพาหนะ และค่าเช่าที่พัก ในอัตราต่ำสุด กรณี เป็นข้าราชการบำนาญเบิกจ่ายตามยศ ตำแหน่งครั้งสุดท้าย) 1.3 ค่าวัสดุ จ่ายเป็นค่าวัสดุฝึกเท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็นและเหมาะสม ประหยัด และ เพื่อประโยชน์ของทางราชการ ภายในวงเงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรร หลักสูตรละไม่เกิน 2000 บาทต่อ ผู้เรียน 1 คน 15


1.4 ค่าสาธารณูปโภค จ่ายให้แก่หน่วยงานภาครัฐหรือเอกชน จ่ายได้เท่าที่จ่ายจริง ถัวจ่ายจากวงเงินที่ได้รับในแต่ละหลักสูตร (ใช้ใบเสร็จรับเงินหรือใบสำคัญรับเงิน) 3.1 ความหมายของหลักสูตรและการพัฒนาหลักสูตร ความหมายของหลักสูตร ททททททททวิชัย วงษ์ใหญ่ (2525:2-3) กล่าวว่า หลักสูตร หมายถึง ประสบการณ์ทั้งหลายที่สถานศึกษาจัด ให้แก่ผู้เรียนเพื่อให้เกิดการเรียนรู้และการพัฒนาตนเอง และหลักสูตรที่ดีนั้นต้องเป็นหลักสูตรที่ตอบสนอง ความต้องการ ความสนใจของผู้เรียน และสอดคล้องกับความต้องการของชีวิต ที่เหมาะสมที่สุด ได้แก่ สภาพ ทางเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมด้านการศึกษา การเปลี่ยนแปลงทางสังคม สภาพแวดล้อมทาง จิตวิทยาที่เอื้ออำนวยต่อการเรียนรู้ สภาพทางการเมืองการปกครอง สภาพด้านขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรม ค่านิยม และคุณธรรม สำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน (2549:2) กล่าวว่า หลักสูตรระยะสั้น หมายถึงหลักสูตรที่ สถานศึกษาจัดการศึกษาให้กับผู้เรียนนอกเหนือจาการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อมุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยให้มี ความยืดหยุ่น เนื้อหา ระยะเวลาเรียน และสถานที่ตามความต้องการของกลุ่มเป้าหมายและชุมชน หรือตาม นโยบายของทางราชการ สรุปได้ว่า หลักสูตรคือประสบการณ์ที่ผู้เรียนได้รับ จะเป็นประสบการณ์ใดๆ ก็ได้เมื่อผ่านเข้าไปใน การรับรู้ของผู้เรียนแล้ว ทำให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ และเกิดการพัฒนาตนเองให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ความหมายของการพัฒนาหลักสูตร สำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน (2547:17) กล่าวว่า การพัฒนาหลักสูตรนั้น สถาบันหรือ สถานศึกษาจะต้องสำรวจศึกษาวิเคราะห์ความต้องการของกลุ่มเป้าหมายโดยตรง จึงจะสามารถพัฒนา หลักสูตรได้สอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย บรรพต สุวรรณประเสริฐ (2544:12) กล่าวว่า การพัฒนาหลักสูตรต่างๆ ในสถานศึกษาให้มี ประสิทธิภาพและเป็นไปในทิศทางที่ชาติต้องการ 3.2 ขั้นตอนในการพัฒนาหลักสูตร Taba (อ้างถึงใน วิชัย วงษ์ใหญ่ ,2525:10) ได้กล่าวถึงขั้นตอนของการพัฒนาหลักสูตรและการ สอนที่เต็มรูปแบบและสมบูรณ์ไว้ 7 ประการ ดังนี้ 1. การศึกษาวิเคราะห์ความต้องการของผู้เรียน ของสังคมและวัฒนธรรม 2. การกำหนดจุดมุ่งหมาย 3. การเลือกเนื้อหาสาระ 4. การจัดรวบรวมพินิจเนื้อหาสาระ 5. การเลือกประสบการณ์เรียน 6. การจัดประสบการณ์เรียน 7. การประเมินผล เพื่อตรวจสอบดูว่ากิจกรรมและประสบการณ์เรียนที่จัดขึ้นนั้นได้บรรลุ จุดมุ่งหมายที่กำหนดไว้หรือไม่ สำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน (2549:5) กล่าวว่าในการจัดทำหลักสูตรจะต้องมี องค์ประกอบอย่างน้อย 5 ขั้นตอน คือ 1. สำรวจ / รวบรวมความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย 2. วิเคราะห์ / จัดลำดับข้อมูลความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย 3. กำหนดหลักสูตรระยะสั้น 16


4. การอนุมัติหลักสูตร 5. คลังหลักสูตรระยะสั้น ททททททททและตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 (กรมการศึกษานอกโรงเรียนม.ป.ป.:9) ยังได้กล่าว การศึกษานอกระบบเป็นการศึกษาที่มีความยืดหยุ่นในการกำหนดจุดมุ่งหมาย รูปแบบวิธีการจัด การศึกษา ระยะเวลาของการศึกษา การวัดและประเมินผล ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญของการสำเร็จการศึกษา โดย เนื้อหาและหลักสูตรจะต้องมีความเหมาะสม สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการของบุคคลแต่ละกลุ่ม ทททททททททสรุปได้ว่า การพัฒนาหลักสูตรจะต้องมีการสำรวจ ศึกษา วิเคราะห์ความต้องการของ กลุ่มเป้าหมายก่อน แล้วจึงนำข้อมูลที่สำรวจ ศึกษา วิเคราะห์ มากำหนดทิศทางในการพัฒนาหลักสูตรให้ ตอบสนองความต้องการความสนใจ ความถนัด และความแตกต่างของกลุ่มเป้าหมาย 3.3 หลักสูตรระยะสั้น ททททททททหหมายถึง หลักสูตรที่สถานศึกษาจัดการศึกษาให้กับผู้เรียนนอกเหนือจากการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยให้มีความยืดหยุ่นด้านเนื้อหา ระยะเวลาเรียน และสถานที่ตามความต้องการของ กลุ่มเป้าหมายและชุมชน หรือตามนโยบายของทางราชการ หมายถึงบุคคลที่สถานศึกษาหรือหน่วยงานที่ คัดเลือกให้ทำหน้าที่จัดการศึกษาหลักสูตรระยะสั้น ซึ่งได้รับความไว้วางใจจากสถานศึกษาให้เป็นผู้แทนในการ ถ่ายทอดความรู้ให้กับผู้เรียนโดยจะต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ทักษะและประสบการณ์มีความเข้าใจในปรัชญา การศึกษาผู้ใหญ่และจิตวิทยาการศึกษาผู้ใหญ่เป็นต้น 3.4 วิทยากรผู้สอน ททททททททวิทยากรหรือผู้สอน จะต้องโน้มน้าวและสามารถควบคุมผู้เรียนในการดำเนินกิจกรรมการเรียนรู้ให้ บรรลุตามเป้าหมาย โดยวิทยากร/ผู้สอน จะต้องมีศิลปะเทคนิคต่างๆ ที่จะต้องสร้างทัศนคติที่ดีให้แก่ผู้เรียน เพื่อมุ่งไปสู่ความร่วมมือในการเรียนรู้ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของกิจกรรมนั้น พร้อมทั้งจะต้องให้คำปรึกษาแก่ ผู้เรียนได้ และ วิทยากร/ผู้สอน จะต้องมีความรู้เชิงวิชาการและทักษะในกิจกรรมต่างๆ เป็นอย่างดี พร้อมที่จะ ร่วมลงมือปฏิบัติ สาธิต และแก้ปัญหาให้กับผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างความศรัทธาเชื่อมั่นให้กับ ผู้เรียน ททททททททวิทยากร หรือผู้สอน จะต้องดำเนินการ ดังนี้ 1) ศึกษารายละเอียดและวัตถุประสงค์ของหลักสูตรนั้นให้เข้าใจ 2) จัดทำหรือเตรียมแผนการสอนของหลักสูตรระยะสั้น 3) คิดกิจกรรมให้สอดคล้องกับหลักสูตรระยะสั้น และเตรียมอุปกรณ์ วัสดุสื่อการเรียนการ สอนที่เกี่ยวข้อง 4) จัดทำบัญชีลงเวลา 5) ดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้ผู้เรียน 6) ทำการวัดผล ประเมินผล การเรียนของผู้เรียนแต่ละคน และรายวิชา 7) รับผิดชอบและควบคุม ดูแลวัสดุอุปกรณ์ให้ใช้อย่างคุ้มค่าและประหยัด 8) เป็นผู้ให้คำแนะนำ และเป็นที่ปรึกษาเกี่ยวกับหลักสูตรและการเรียนรู้ให้กับผู้เรียน 9) รายงานผล 10) จัดทำอกสาร/หลักฐานการจบ 3.5 สถานศึกษา ททททททททหมายถึง สถานศึกษาที่สังกัดสำนักงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย กระทรวงศึกษาธิการ หรือหน่วยงานอื่นที่สถานศึกษาเห็นชอบให้จัดการศึกษาหลักสูตรระยะสั้นได้ 17


สถานศึกษามีบทบาท หน้าที่ คือ 1) จัดการศึกษาหลักสูตรระยะสั้น ดังนี้ ททท1.1 สำรวจและสืบค้นข้อมูล ความต้องการของกลุ่มเป้าหมายผู้รับการอบรม โดย คำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล 1.2 จัดหา/รวบรวมหลักสูตรระยะสั้น หรือจัดทำ/พัฒนาขึ้นใหม่ จากหลักสูตรที่มีอยู่แล้ว จากหน่วยงานอื่นทั้งภาครัฐและเอกชน โดยคำนึงถึงรูปแบบ วิธีการ และมาตรฐาน ทั้งนี้ให้เป็นไปตามคำสั่งและ หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง 1.3 ออกแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้บรรลุจุดประสงค์ของหลักสูตร 1.4 ฝึกอบรมและพัฒนาและพัฒนาวิทยากรผู้สอน ให้จัดการเรียนการสอนได้ 1.5 กำหนดแผนงาน/โครงการ 1.6 ดำเนินกิจกรรมตามแผนงาน/โครงการ 1.7 ส่งเสริมสนับสนุนหน่วยงานอื่นจัด 1.8 วัดผลประเมินผล สรุปรายงาน 1.9 ออกหลักฐานวุฒิบัตร / ใบสำคัญการจบหลักสูตร 2) ผู้อำนวยการสถานศึกษา มีอำนาจหน้าที่ ททท2.1 อนุมัติหลักสูตร 2.2 แต่งตั้งคณะกรรมการการพิจารณาหลักสูตร 3.3 อนุมัติเกณฑ์การพิจารณาหลักสูตร 2.4 อนุญาตให้จัดการศึกษาหลักสูตรระยะสั้น 2.5 บริหาร ประสานงาน สถานศึกษา เครือข่ายอื่น 2.6 กำกับ ตรวจสอบ ติดตาม สนับสนุนกิจกรรม 2.7 จัดตั้ง ขยาย เปลี่ยนแปลง ยุบ หยุดทำการสอนชั่วคราว ชั้นเรียน/กลุ่ม 3.6 ผู้เรียน ททททททททหมายถึง ผู้ที่สมัครเข้ารับการศึกษา และได้ขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษาของสถานศึกษา หรือ หน่วยงานนั้น โดยมีพื้นฐานความรู้ ประสบการณ์ และอายุของผู้เรียนให้เป็นไปตามหลักสูตรนั้นๆ กำหนด 4. อาชีพกลุ่มสนใจและอาชีพระยะสั้น การฝึกอบรมอาชีพแบบกลุ่มสนใจ เป็นการฝึกอบรมอาชีพในช่วงระยะเวลาระยะสั้นๆ ไม่เกิน 30 ชั่วโมง จำนวนกลุ่มละ 6 คน ขึ้นไป เพื่อนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน เช่น การทำอาหารขนม การเพาะเห็ด การเลี้ยงสัตว์ การทำศิลปะหัตถกรรม เป็นต้น เอกสารที่เกี่ยวข้อง การจัดการศึกษาอาชีพเพื่อการมีงานทำ 5 กลุ่มอาชีพ โครงการศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน 1. กลุ่มอาชีพด้านเกษตรกรรม จำแนกเป็นลักษณะการดำเนินการ 3 ลักษณะ ดังนี้ 1.1 กลุ่มอาชีพการเลี้ยงสัตว์ เช่น การเลี้ยงไก่พื้นเมือง, เลี้ยงหมู, การเลี้ยงกบ, การเลี้ยงปลา ดุก เลี้ยงจิ้งหรีด และไส้เดือน เป็นต้น 1.2 กลุ่มอาชีพการทำไร่ ทำสวน เช่น การทำไร่อ้อย, ไร่กระชาย, สวนส้มโอ,สวนมะนาว สวนมะลิ การปลูกพืชสวนครัว การเพาะเห็ดนางฟ้า เป็นต้น 18


1.3 กลุ่มอาชีพทำนาส่วนใหญ่จะแบ่งพืชทำนา ทำเป็นไร่ นาและสวนผสมเพื่อให้มีรายได้ตาม แนวทางเศรษฐกิจพอเพียง การทำปุ๋ยชีวภาพ เป็นต้น 2. กลุ่มอาชีพด้านอุตสาหกรรมหรือหัตถกรรม จำแนกเป็น 2.1กลุ่มการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมหรือหัตถกรรมในครัวเรือน ได้แก่การจักรสาน การทอผ้า ตีนจก การตัดเย็บเสื้อผ้าและการประดิษฐ์ของที่ระลึกประจำท้องถิ่น เป็นต้น 2.2การผลิตสินค้าในครัวเรือนหรือการทำธุรกิจขนาดเล็ก เช่น การทำเครื่องแกง การทำขนม ปัง-ขนมเค้ก, แปรรูปน้ำสมุนไพรเพื่อการค้า, การแปรรูปอาหารต่าง ๆ การทำอิฐบล็อก การเผาถ่าน 3. กลุ่มอาชีพด้านพาณิชยกรรมและบริการ จำแนกเป็น 2 ลักษณะ 3.1 กลุ่มอาชีพค้าขายสินค้า เช่น การจำหน่ายสินค้าออนไลน์, ขายสินค้าพื้นเมือง ร้าน ก๋วยเตี๋ยว, ธุรกิจกาแฟโบราณ, ธุรกิจขนมไทย 3.2 กลุ่มอาชีพการให้บริการ เช่น ให้บริการจัดดอกไม้ในงานต่าง ๆ นวดเพื่อสุขภาพช่างตัดผม 4. กลุ่มอาชีพสร้างสรรค์ เป็นอาชีพจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือการต่อยอด ผลิตภัณฑ์ในชุมชนให้มีรูปแบบที่หลากหลายเพื่อเพิ่มมูลค่าและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค เช่น การทำศิลปะประดิษฐ์จากวัสดุเหลือใช้, การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากเชือกกล้วย, ศิลปะประดิษฐ์จากกระป๋อง 5.กลุ่มอาชีพเฉพาะทาง เป็นอาชีพตามความถนัดทางวิชาชีพเฉพาะที่ต้องอาศัยทักษะ ความสามารถเฉพาะอาชีพนั้น ๆ เช่น การทำมุ้งลวด, ช่างไม้, ซ่อมคอมพิวเตอร์, ช่างซ่อมรองเท้า, ช่างไฟฟ้า ช่างซ่อมจักรยาน, ช่างเขียนภาพลายเส้น 3.1 กลุ่มอาชีพด้านเกษตรกรรม เกษตรกรรม เป็นการเพาะปลูกพืช เห็ดรา เลี้ยงสัตว์ ตลอดจนอาหาร เส้นใย เชื้อเพลิงชีวภาพ ยารักษาโรคและผลิตภัณฑ์อื่นซึ่งใช้บำรุงและปรับปรุงชีวิตมนุษย์เกษตรกรรมเป็นพัฒนาการสำคัญในความ เจริญของ อารยธรรมมนุษย์ที่อยู่กับที่ ซึ่งการเพาะปลูกหรือเลี้ยงสัตว์สปีชีส์ที่ถูกทำให้เชื่องทำให้มีอาหาร ส่วนเกินซึ่งช่วยพัฒนาการของอารยธรรม การศึกษาเกษตรกรรม เรียก เกษตรศาสตร์ประวัติศาสตร์ เกษตรกรรมย้อนไปหลาย พันปีและภูมิอากาศ วัฒนธรรมและเทคโนโลยีที่ต่างกันมากขับเคลื่อนและนิยาม พัฒนาการของเกษตรกรรม ทว่าเกษตรกรรมทั้งหมดโดยทั่วไปพึ่งพาเทคนิคการขยายและบำรุงที่ดินที่เหมาะสม ต่อการเลี้ยง สปีชีส์ที่ถูกทำให้เชื่อง สำหรับพืช เทคนิคนี้มักอาศัยชลประทานบางรูปแบบ แม้จะมีวิธีการ เกษตรกรรมในเขตแห้งแล้งอยู่ก็ตาม การเลี้ยงปศุสัตว์เป็นการเลี้ยงในระบบทุ่งหญ้าและไม่เป็นเจ้าของที่ดิน รวมกัน ครอบคลุมพื้นที่เกือบหนึ่งในสามของส่วนที่ปราศจากน้ำแข็งและน้ำของโลก ในโลกพัฒนาแล้ว เกษตร อุตสาหกรรมที่ยึดการปลูกพืชเชิงเดี่ยวขนาดใหญ่ได้กลายเป็นระบบเกษตรกรรมสมัยใหม่ที่พบมากที่สุด แต่มี แรงสนับสนุนเกษตรกรรมยั่งยืน รวมถึงเกษตรถาวรและเกษตรกรรมอินทรีย์มากขึ้น ประเภทของเกษตรกรรม เกษตรกรรมแบ่งได้เป็น 4 ประเภท คือ 1. กสิกรรม หมายถึง การเพาะปลูกพืช เช่น การทำนา การทำสวน การทำไร่ เป็นต้น 2. ปศุสัตว์หมายถึง การประกอบอาชีพเลี้ยงสัตว์บนบก เช่น เลี้ยงวัว เลี้ยงหมู หรือเลี้ยงสัตว์ จำพวกสัตว์ปีกเป็นต้น 3. การประมง หมายถึง การประกอบอาชีพการเกษตรทางน้ำ เช่น การเลี้ยงสัตว์น้ำ การจับสัตว์น้ำ 4. การป่าไม้หมายถึง การประกอบอาชีพเกี่ยวกับป่า เช่น การปลูกป่าไม้เศรษฐกิจ การนำผลผลิต 3.2 กลุ่มอาชีพด้านอุตสาหกรรมหรือหัตถกรรม อุตสาหกรรม เป็นคำจำกัดความที่ใช้กับกิจกรรมที่ใช้ทุนและแรงงาน เพื่อที่จะผลิตสิ่งของ หรือ จัด ให้มีบริการ เช่น อุตสาหกรรมสิ่งทอ ในยุควิกตอเรีย นักประวัติศาสตร์เรียกช่วงเวลานั้นว่า การปฏิวัติ 19


อุตสาหกรรม โดยมีการผลิตเครื่องทุ่นแรงต่าง ๆ มากมาย และ ทำให้อุตสาหกรรมเจริญรุดหน้าอย่างรวดเร็ว และมีระเบียบ เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งหมด นอกจากนี้การปฏิวัติอุตสาหกรรมยังเกี่ยวของกับลัทธิสังคมนิยม ของคาร์ล มาร์กซ (ลัทธิมาร์กซ) อีกด้วย ในปัจจุบันอุตสาหกรรมถือเป็นสิ่งหนึ่งที่จำเป็นต่อมนุษย์อย่างยิ่ง ด้วยว่ามนุษย์ต้องพึ่งพาการผลิตสิ่งที่ จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน หรือเรียกรวมว่าปัจจัยสี่ โดยสิ่งที่สามารถผลิตปัจจัยสี่ให้ดีมีคุณภาพและไม่ก่อ อันตราย หรือก่ออันตรายให้กับร่างกายและทรัพย์สินน้อยที่สุดคือการผลิตจากอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมแบ่งออกได้ 2 ประเภท คือ 1.อุตสาหกรรมครัวเรือน คืออุตสาหกรรมการผลิตง่ายๆ เล็กๆ มักทำกันในครอบครัวหรือหมู่บ้าน ไม่ ใช้แรงงาน ทุนและปัจจัยมาก แต่มักจะได้กำไรต่ำ อุตสาหกรรมจำพวกนี้มีตัวอย่างเช่น หัตถกรรมจักสาน เซรา มิก ถ้วยโถโอชามต่างๆ รวมไปถึงสินค้าประเภทอาหารบรรจุถุงหรือหีบห่อที่มียี่ห้อบางชนิด เป็นต้นด้วย และ สินค้า โอทอป (หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์) บางชนิดเองก็ถือเป็นอุตสาหกรรมครัวเรือนด้วย 2.อุตสาหกรรมโรงงาน คืออุตสาหกรรมที่ผลิตในโรงงาน สินค้ามักมีมาตรฐานเดียวกัน ไม่แตกต่างกัน มากนัก พบมากในเขตเมืองหรือเขตที่มีความเจริญต่างๆ สินค้าพวกนี้มักเป็นสิ่งอุปโภคบริโภคและสินค้า ฟุ่มเฟือยต่างๆ เช่นกระดาษทิชชู บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง เครื่องนุ่งห่ม สุรา บุหรี่ เป็นต้น และสินค้า บางประเภทมีการโฆษณาส่งเสริมการขายด้วย 3.3 กลุ่มอาชีพด้านพาณิชยกรรมและบริการ ประเภทวิชาพาณิชยกรรม การดำเนินธุรกิจการค้าเป็นอาชีพที่มีความนิยมอีกอาชีพหนึ่งในยุคปัจจุบัน บุคคลผู้ ประกอบอาชีพในด้านนี้จำเป็นต้องเรียนรู้ถึงกลยุทธ์ในการดำเนินการทางธุรกิจ รวมถึงเทคนิคในการ บริหารธุรกิจให้มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาจึงมอบหมายให้ อาชีวศึกษา จังหวัดนครสวรรค์จัดให้มีการเรียนการสอนในรายวิชาที่สนองความต้องการของตลาดแรงงานใน สาขาวิชาชีพดังกล่าว เช่น เช่น การบัญชี ธุรกิจค้าปลีก การตลาด การเลขานุการ การจัดการสำนักงาน คอมพิวเตอร์ธุรกิจ การเงินและการธนาคาร และโลจิสติกส์เป็นต้น ผู้สนใจที่จะเรียนในประเภทวิชานี้จะต้อง เป็นผู้มีความรู้พื้นฐาน วิชาคณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษเป็นอย่างดี นอกจากนั้น จะต้องมีความสนใจเป็น พิเศษเกี่ยวกับเศรษฐกิจของสังคม แนวโน้มและความเป็นไปได้ของวงการธุรกิจปัจจุบัน และมีเป้าหมายที่จะ ดำเนิน ธุรกิจใดธุรกิจหนึ่งของตนเองโดยอิสระ ทั้งในขณะที่เรียนและในอนาคต และลักษณะเฉพาะของผู้เรียน ประเภทวิชาดังกล่าวต้องเป็นผู้ที่มีความคล่องตัว ไหวพริบดี รอบรู้ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ใฝ่รู้ ฉลาดและ ทันคน สาขาวิชาพณิชยการ เน้นการศึกษาเกี่ยวกับการปฏิบัติงานบัญชีของกิจการประเภทธุรกิจบริการ ธุรกิจซื้อขายสินค้า ธุรกิจ อุตสาหกรรม กระบวนการปฏิบัติงานบัญชีที่ใช้ในการควบคุมการตรวจสอบงานบัญชีและการชำระภาษีของ กิจการและภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา การปฏิบัติเกี่ยวกับหลักการบัญชีที่รับรอง การขายปลีกและขายส่ง การ จัดแสดงสินค้า การโฆษณา การหาข้อมูลทางการตลาด การจัดจำหน่ายสินค้าและบริการ การจัดซื้อ การ ส่งเสริมการขาย การบรรจุภัณฑ์ ภาษาจีน หลักการตลาด การส่งเสริมการขาย การออกแบบและพัฒนา โปรแกรม การเขียนโปรแกรมจัดการฐานข้อมูล ปฏิบัติการประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์การเขียนเว็บเพจด้วย ภาษา HTML การใช้โปรแกรมนำเสนอและสื่อประสมในงานธุรกิจ การพัฒนาซอฟแวร์ด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป ผู้สำเร็จในสาขาวิชานี้สามารถนำความรู้ความสามารถไปประกอบอาชีพด้านธุรกิจ เช่นเป็นนักบัญชี ในหน่วยงานของรัฐบาลและธุรกิจเอกชน และงานด้านธุรกิจอื่น ๆ รวมทั้งประกอบอาชีพธุรกิจ ของตนเองได้ ตลอดจนสามารถศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นทั้งในสถานศึกษาของรัฐและเอกชน เช่น สถาบันของอาชีวศึกษา 20


จังหวัดต่าง ๆ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช มหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยแม่โจ้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยนเรศวร มหาวิทยาลัยศรีนครินทร วิโรฒ และ มหาวิทยาลัยราชภัฏเป็นต้น คุณสมบัติของผู้สมัคร 1. สำเร็จการศึกษาหรือคาดว่าจะสำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 หรือเทียบเท่า 2. มีความประพฤติเรียบร้อย และ มีผู้ปกครองที่สามารถดูแลรับผิดชอบเกี่ยวกับความประพฤติและ การศึกษาตลอดเวลาที่เป็นนักเรียน 3. มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงไม่เป็นอุปสรรคต่อการเรียนวิชาชีพในสาขานั้น ๆ ได้โดยตลอดหลักสูตร 4. มีภูมิลำเนาเป็นหลักแหล่งหรือมีหลักฐานของทางราชการในลักษณะเดียวกัน 5. ไม่เคยมีประวัติหรือพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการค้าหรือเสพยาบ้าหรือสิ่งเสพติดทุกประเภทมาก่อน 3.4 กลุ่มอาชีพสร้างสรรค์ ความคิดสร้างสรรค์คือ กระบวนการคิดของสมองซึ่งมีความสามารถในการคิดได้หลากหลายและ แปลกใหม่จากเดิม โดยสามารถนำไปประยุกต์ทฤษฎี หรือหลักการได้อย่างรอบคอบและมีความถูกต้อง จน นำไปสู่การคิดค้นและสร้างสิ่งประดิษฐ์ที่แปลกใหม่หรือรูปแบบความคิดใหม่ นอกจากลักษณะการคิด สร้างสรรค์ดังกล่าวนี้แล้ว ยังมีสามารถมองความคิดสร้างสรรค์ในหลาย ซึ่งอาจจะมองในแง่ที่เป็นกระบวนการ คิดมากกว่าเนื้อหาการคิด โดยที่สามารถใช้ลักษณะการคิดสร้างสรรค์ในมิติที่กว้างขึ้น เช่นการมีความคิด สร้างสรรค์ในการทำงาน การเรียน หรือกิจกรรมที่ต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์ด้วย อย่างเช่น การทดลองทาง วิทยาศาสตร์ หรือการเล่นกีฬาที่ต้องสร้างสรรค์รูปแบบเกมให้หลากหลายไม่ซ้ำแบบเดิม เพื่อไม่ให้คู่ต่อสู่รู้ทัน เป็นต้น ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเป็นลักษณะการคิดสร้างสรรค์ในเชิงวิชาการ แต่อย่างไรก็ตาม ลักษณะการคิด สร้างสรรค์ต่างๆ ที่กล่าวนั้นต่างก็อยู่บนพื้นฐานของความคิดสร้างสรรค์โดยที่บุคคลสามารถเชื่อมโยงนำไปใช้ใน ชีวิตประจำวันได้ดีซึ่งหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ได้กำหนดมาตรฐานตัวชี้วัด ด้านความคิดสร้างสรรค์ไว้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยีไว้หลายประการ ซึ่งความคิด สร้างสรรค์ ควรจะประกอบไปด้วย 3 ประการ คือ 1. สิ่งใหม่ (new, original) เป็นการคิดที่แหวกวงล้อมความคิดที่มีอยู่เดิม ที่ไม่เคยมีใครคิดได้มาก่อน ไม่ได้ลอกเลียนแบบใคร แม้กระทั่งความคิดเดิมๆของตนเอง 2.ใช้การได้(workable) เป็นความคิดที่เกิดจากการสร้างสรรค์ที่ลึกซึ้ง และสูงเกินกว่าการใช้ เพียง "จินตนาการเพ้อฝัน" คือ สามารถนำมาพัฒนาให้เป็นจริง และใช้ประโยชน์ได้อย่างเหมาะสม และสามารถ ตอบสนองวัตถุประสงค์ ของการคิดได้เป็นอย่างดี 3. มีความเหมาะสม เป็นความคิดที่สะท้อนความมีเหตุมีผล ที่เหมาะสม และมีคุณค่า ภายใต้มาตรฐานที่ ยอมรับกันโดยทั่วไป 3.5 กลุ่มอาชีพเฉพาะทาง งานซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน งานซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน งานช่างในบ้าน งานง่ายๆ ที่ช่างในบ้านทำเองได้ไม่ต้องง้อช่างพัด ลมติดผนัง กับอาหารเชือกดึงส่าย ติดๆ ขัด พัดลมติดผนัง หรือแขวนผนัง รอบที่แล้วถอดออกมาแก้ปัญหาเรื่องเชือกดึงเปิด-ปิด หรือเปลี่ยน ความเร็วพัดลมไม่ได้ แต่ลืมตรวจเช็ค เส้นเชือกอีกเส้นนึง ที่ทำหน้าที่ให้พัดลมส่าย หรือหยุดในตำแหน่งที่เรา ต้องการ ซึ่งก็ฝืดเหมือนกัน แม้จะไม่ทำให้ติดขัดจนใช้งานไม่ได้ แต่ก็ชวนหงุดหงิดกับการใช้งานไม่น้อย 21


ผลิตภัณฑ์จากดินไทยคือ ความรู้เรื่องผลิตภัณฑ์ ในปัจจุบันมีการทำดอกไม้ประดิษฐ์จากวัสดุต่างๆมากมายเพราะ ดอกไม้มีสีสัน ที่สดใสทําให้ ผู้ที่ได้ชื่นชมรู้สึกมีความสุขและสบายใจ ดินไทยเป็นวัสดุหนึ่งที่นิยมนำมาใช้ประดิษฐ์เพราะถือว่า เป็นวัสดุที่ประดิษฐ์แล้วมีความสวยงามเหมือนจริงใกล้เคียงธรรมชาติมาก มีผู้สนใจทำงานปั้นดินไทย กันอย่าง กว้างขวางแต่การปั้นดินไทยให้เหมือนดอกไม้จริงได้นั้นต้องอาศัยความพยายาม ฝึกฝนใน การปั้นรวมถึงการ สังเกตลักษณะรายละเอียดของดอกไม้ และสีสันที่มีในดอกไม้แต่ละชนิด นอกจากนีผลิตภัณฑ์จากดินไทย เมื่อ ผลิตออกมาแล้วยังสามารถเก็บผลงานไว้ได้นาน มีความ สวยงามและเหมาะสมกับการนําไปเป็นของที่ระลึกใน งานต่างๆ ปัจจุบันดินไทยสามารถหาซื้อได้ ทั่วไป ราคาตั้งแต่ 70 – 100 บาท ดินไทยมีส่วนประกอบคือ ดิน ขาว , กาวลาเท็กซ์ , กาวน้ำ , วาสลีน และน้ำมันมะกอก โดยผสมดิน กาวลาเท็กซ์ กาวน้ำ น้ำมันมะกอก วาสลีน คลุกเคล้าให้เป็นเนื้อ เดียวกันแผ่ดินให้เป็นแผ่นบางๆ ผึ่งลม กลับดินส่วนด้านล่างให้หมาด นวดสลับ กับการผึ่งลมอย่าง ต่อเนื่องจนเนื้อดินแข็งไม่ติดมือ พร้อมที่จะนําไปใช้งานทาวาสลีน ที่มือลูบผิวก้อนดินห่อ ด้วย พลาสติกใสเก็บไว้ในอุณหภูมิปกติซึ่งสามารถผลิตใช้ได้เองหากใช้เป็นปริมาณไม่มาก ในกรณีที่ใช้ มากต้อง ใช้เครื่องนวดดินมาใช้ในการเตรียมดินจึงจะได้เนื้อดินไทยที่มีคุณภาพใกล้เคียงกับดิน ญี่ปุ่น ที่เป็นดินที่ต้อง นําเข้าจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งคุณสมบัติของดินจะไม่แตกไม่กรอบ มีความเหนี่ยวคงทน แต่ดินญี่ปุ่นจะมีราคาแพง กว่ามากดินไทย จุดเริ่มต้นของดินที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ที่เรียกว่าดินญี่ปุ่นหรือดินไทยมีที่มาจากต่างประเทศ แต่กลับไม่ ใช้ประเทศญี่ปุ่นอย่างนี้เราเข้ากัน โดยแท้เริ่มมาจากประเทศในทวีปยุโรป(ไม่แน่ว่าประเทศ ไหน เพราะไม่มีการ บันทึกไว้) แต่เริ่มที่ยุโรป ประมาณ 50-60 ปีที่ผาน(ค.ศ.1940-1950) เกิดจากความ บังเอิญมากกว่า เนื่องจาก คนยุโรปในสมัยมักจะทานอาหารประเภทขนมปังเป็นอาหารหลัก ดังนั้นจึง เกิดแป้งที่เหลือใช้เป็นจำนวนมาก ในแต่ละครั้ง จึงได้มีผู้ที่คิดลองเอามาปั้นเป็นสิ่งของต่างๆ เช่น ตุ๊กตา ตัวสัตว์ และดอกไม้ จากนั้นก็ได้มีการคิด พัฒนามาเรื่อย ๆ จากที่เคยไม่มีสีก็ผสมสีลงไป จากที่ โดยแมลงแทะกิน จากที่เกิดเป็นเชื้อราบ้าง ก็ปรับสูตรมา กันมาเรื่อย ๆ ตามลำดับ ต่อมาเมื่อ ประมาณสักปี ค.ศ.1970 หรือประมาณ 30 ปี ที่แล้ว เกิดมีชาวญี่ปุ่นเห็น ชาวยุโรปปั้นเป็นรูปร่างต่างๆก็ กลับมาคิดพัฒนา เป็นแป้งปั้นของญี่ปุ่นบ้าง แต่ก็มีข้อเสียเหมือนกับทางยุโรป อีกเช่นเคย ด้วยความที่ ญี่ปุ่นเป็นนักคิดก็สามารถพัฒนาแป้งปั้นในเกิดเป็นดินปั้นขึ้นมาจนได้ ที่เรี ยกว่า เคลย์ (Clay) ส่วนผสมในตอนแรกก็ทำมาจาก แป้งทําอาหาร เหมือนกัน(แต่ปัจจุบันเกิดแป้งทางเคมี) ที่ ประเทศญี่ ป่นในยุคก่อนนํามาปั้น ตุ๊กตา แบบเหมือนจริง ก็จะผสมกระดาษป่นเข้าที่เรียกว่า ดินเยื่อ กระดาษ ส่วนการทำ ดอกไม้ ก็ใช้ดินแป้งทำ และก็มีโรงเรียนเล็กๆเกิดขึ้นมากมาย เพื่อสอนการ ทำงานฝีมือประเภทนี้ขึ้น ใน ขณะเดียวกันเกิดบริษัทที่ผลิตออกมาจําหน่ายเป็นจำนวนมากเช่นกันหลากหลายยี่ห้อ ส่วนยี่ห้อที่เรารู้กันดีก็คือ ดิน LUNA CLAY ก็ยี่ห้อหนึ่งที่มีคนใช้มาก(ดินญี่ปุ่น LUNACLAY มีด้วยหลายเกรด แต่แบบที่บ้านเราใช้กันเป็น เกรดที่ถูกที่สุดในญี่ปุ่น) หลังจากนั้นไม่นานนักดินญี่ปุ่นก็เริ่มเข้ามาในประเทศไทย ประมาณปี พ.ศ.2530 เกิดการนํา ดินญี่ปุ่น มาปั้นเป็นดอกไม้ เป็นตุ๊กตา โดยผู้สอนก็เป็นอาจารย์ชาวญี่ปุ่น ในตอนนั้นมีคนไทยสนใจ เป็นจำนวนมาก แต่ก็ ยังไม่แพร่หลาย ทำกันเฉพาะกลุ่ม โดยส่วนจะเป็นการทำเพื่อเป็นอดิเรกมากกว่า ไม่ได้ทำเพื่อจําหน่าย หลังจาก นั้นไม่นานนักคนไทยเป็นคนรักเรื่องงานฝีมือก็คิดมาดินไทยขึ้นมาบ้าง ก็เกิดจากแป้งเหมือนในทุกๆประเทศที่ เริ่มคิดสูตร เท่าที่จำได้ก็เห็นต้นมะพร้าว ต้นกล้วย ขายกันอยู่ ตามชาดหาด เช่น แถวบางแสน ก็มากอยู่ และ ส่วนหนึ่งที่คุณครูสอนที่สอนหนังสือนําแป้งที่ทำเองมา สอนนักเรียนในวิชางานประดิษฐ์ในหลายๆโรงเรียน ส่วน กลุ่มที่ทำขายก็พัฒนาด้านฝีมือในการทำให้ สวยงาม ละเอียดลออ ยิ่งกว่าประเทศต้นแบบเสียอีก ทางด้าน ผู้ผลิตเองก็พัฒนาสูตรดินมาเกือบจะ เทียบเท่าดินญี่ปุ่น(ประวัติดินญี่ปุ่น ดินไทย,2552 , ออนไลน์) 22


วัตถุดิบที่สามารถนํามาทดแทนดินขาวในเนื้อดินไทยได้นั้นเราสามารถใช้แป้งต่างๆมา ทดแทนได้เช่น แป้งสาลี , แป้งข้าวโพด , แป้งขนมปัง , แป้งข้าวเหนียว เป็นต้น ดอกไม้ประดิษฐ์จาก ด ิ นไทยนั้น จะงดงาม เหมือนจริงเพียงใดต้องอาศัยการวิเคราะห์สีสันที่สามารถสังเกตได้การผสมสี ต้องพิจารณาจากลักษณะสีใน ดอกไม้จริงและการนําสีมาใช้ในงานซึ่งต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของ สีด้วยเพราะการปั้นจะต้องใช้มือในการ สัมผัสอยู่ตลอดเวลา สีที่เหมาะกับการใช้งานมีดังนี้ 1. สีผง หรือสีฝุ่น ประกอบด้วยสีย้อมดอกไม้ประดิษฐ์สีผสมเครื่องสําอาง สีผงสะท้อนแสง จะเลือกใช้สี ประเภทใดก็ต้องพิจารณาตามสภาพที่เป็นจริงของสีดอกไม้ ใบไม้ชนิดนั้นๆยกเว้นสีที่ใช้ ผสมทำใบ ควรเลือกสี ย้อมดอกไม้ประดิษฐ์เพียงอย่างเดียวเนื่องจากเป็นสีที่ทึบแสง 2. สีน้ำมัน เป็นสีที่ผลิตขึ้นมาใช้สำหรับเพ้นท์ หรือระบายสีผิวของวัสดุให้สวยงาม สำหรับ งานดอกไม้ ประดิษฐ์จากดิน สามารถนําสีน้ำมันมาผสมดินให้เป็นหัวสีแล้วจางกับดินสีขาวได้ เช่นเดียวกับสีผง แต่ดินที่ผสม กับสีน้ำมันจะเป็นต้องใช้ให้หมดในเวลาอันสั้นเพราะสีน้ำมันจะทำให้ ดินแข็งเร็วกว่าสีชนิดอื่น ส่วนของดอกไม้ที่ นิยมใช้สีน้ำมันมากที่สุด ได้แก่ การเพ้นท์ระบายที่ปาก ดอกกล้วยไม้หวาย เอื้องผึ้ง กลีบดอกบัว ดอกปทุมมา 3. สีน้ำ เป็นสีที่นิยมนำมาใช้วาดหรือระบายสีรูปภาพหรือเขียนตัวหนังสือสำหรับใช้งาน ดอกไม้ ประดิษฐ์จากดินจะใช้ผสมในเนื้อดินเพื่อเป็นการฝึกหัดฝีมือก่อนที่จะใช้สีชนิดอื่น แต่ใน ปัจจุบันมีการผลิตสีน้ำ ที่บรรจุหลอดคล้ายสีน้ำมัน นิยมนํามาระบายบนพิมพ์อัดกลีบดอกแล้วอัดทับ กลีบลงบนพิมพ์อัดลาย ก็จะได้ ลวดลายดอกไม้ที่เหมือนกับธรรมชาติ หรือกลางปากดอกกล้วยไม้ที่ ต้องการให้สีแห้งเร็วเพื่อสะดวกในการ ประกอบติดเกสร(รัตนลักษณ์ ปัญจวุฒิพัฒน์,2549,หน้า6-7) สีต่างๆที่ปรากฏอยู่บนกลีบดอกไม้ หรือผิวกลีบดอกไม้ล้วนแล้วแต่เป็นการสร้างสรรค์ 4โดยหาวิธีการ ที่จะแต่งเติมให้เกิดสีสันที่สวยงามยิ่งเลียนแบบธรรมชาติได้มากเท่าใดย่อมแสดงถึงความสามารถในการ ประดิษฐ์ดอกไม้ได้อย่างไม่มีใครมาทัดเทียมได้ การผสมสี คือการนําดินสูตร สำเร็จมาผสมกับสีประเภทต่างๆ เพื่อใช้เป็นดินหัวสีที่มีความเข้มของสีมาก การผสมสีดินไว้เป็นหัวสี เป็นการประหยัดในการใช้ดินและป้องกัน การผิดพลาดในการผสมสีที่ผิดเพี้ยนไปจากที่ต้องการการ ผสมสีต่างๆในรายละเอียดของผลงานนั้นมีหลายส่วน เช่น ส่วนใบ, ส่วนดอก , ส่วนก้านดอกและ รายละเอียดอื่นๆ ซึ่งทำให้ผลงานมีคุณค่าและมีความสมจริงมาก ที่สุด อย่างไรก็ตามการทำดอกไม้โดยใช้ดินไทยได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะหาซื้อได้ง่ายมี ค ุ ณภาพมี ความยืดหยุ่นที่ดี มีความเหนียวและทำงานออกมาแล้วมี ความสวยงามเหมือนจริง ในจังหวัดพิษณุโลก มี ผลงานที่เป็นงานหัตถกรรม OTOP มากมายหลายชนิด งานศิลป์ ดินไทย เป็น งานอีกกลุ่มหนึ่งที่น่าจับตามอง เพราะเป็นผลงานที่มีความสวยงามเหมือนจริงแต่ละชิ้นงานต้องอาศัย ความชํานาญ ในการผลิตสินค้าให้มี คุณภาพมากที่สุด ประวัติความเป็นมา ผลิตภัณฑ์ ศิลปะการปั้นถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น ด้วยการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ จากดินเหนียวริม คลองสู่แป้งขนมปัง พัฒนาเป็นดินไทยประยุกต์ สรรค์สร้างเป็นรูปคน - สัตว์ - ดอกไม้หลากหลาย รูปแบบ กลายเป็นงานศิลปะที่วิจิตรบรรจง สวยงาม ดอกไม้มากมายหลายชนิดหลายสีสันให้ชื่นชม บางชนิดให้กลิ่นหอม และความงามตามธรรมชาติ จึงได้มีการสร้างสรรค์ ปั้นแต่งดินไทยด้วยมือ ให้ เป็นดอกไม้นานาชนิด หลากสีสัน ไว้ให้ชื่นชม ในรูปของ "งานศิลป์ดินไทย " บ่งบอกถึงเอกลักษณ์ ความเป็นไทย ที่คนไทยได้สืบสานงานศิลป์กัน ตลอดมา ผลิตภัณฑ์ของ งานศิลป์ดินไทย ได้รับ การคัดสรรเป็นผลิตภัณฑ์ระดับ 5 ดาว ประจําปี พ.ศ.2547- 2550 ตามโครงการคัดสรรสุดยอด หนึ่ง ตําบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ ของประเทศไทย ( OTOP Product Champion )" สร้างสรรค์ด้วยใจ สื่อความ เป็นไทย ก้าวไกลส่สากล " 23


2.กระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์ การประดิษฐ์ดอกไม้จากดินไทยนั้นอาศัยกรรมวิธีและอุปกรณ์หลากหลายและกระบวนการ เพื่อการ สร้างสรรค์ผลงานออกมาให้มีคุณภาพอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิตผลงานกลุ่มงานศิลป์ดินไทย จังหวัดพิษณุโลก มี ดังนี้ 24


25


ประวัติของหนัง หนัง (Leather) เป็นวัสดุที่มนุษย์ใช้มาตั้งแต่ยุคหิน เนื่องจากมนุษย์ยุคหินล่าสัตว์เป็นอาหาร หนังสัตว์ (Animal Hides) จึงเป็นวัสดุสำคัญของมนุษย์ยุคนั้น โดยหนังในยุคนั้นถูกนำมาทำเครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย หรือ ที่รองเขียน แต่ในยุคหินมนุษย์ยังไม่รู้จักวิธีการแปรสภาพหนังสัตว์ หนังที่ได้ก็จะแข็งตัวเมื่ออุณหภูมิต่ำ และ เปื่อยเน่าเมื่ออุณหภูมิสูง ต่อมามนุษย์เริ่มรู้จักการทำให้หนังทนทานมากขึ้น ผ่านการรมควัน การตากแดด ทาด้วย ไขมันสัตว์ และสุดท้ายมาพบกับวิธีที่ดีที่สุดเรียกว่า ‘การฟอกหนัง Tanning’ การฟอกหนังสัตว์แต่ละชนิดมีวิธีที่แตกต่างกันออกไป แต่หลักสำคัญคือการเปลี่ยน โครงสร้างโปรตีนของหนังดิบ ทำให้หนังมีความคงทน และคงสภาพไปอีกหลายสิบปี โดยปัจจุบัน หนังวัวเป็นหนังที่ได้รับความนิยมมากที่สุด การฟอกหนังแบ่งเป็น 2 แบบ ได้แก่ 1.การฟอกฝาด (Vegetable Tanning) เป็นการนำแทนนิน (Tannin) สารสกัดธรรมชาติ จากส่วนต่างๆ ของพืช มาใช้ในการฟอกหนัง โดยวิธีนี้จะใช้เวลาประมาณ 1-3 เดือน เพื่อปรับ สภาพหนังให้นุ่มโดยไม่ใช้สารเคมีใดๆ ทั้งสิ้น ข้อดี : การฟอกฝาดเป็นวิธีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หนังที่ได้ก็จะมีความสวยงามแบบ ธรรมชาติ ยิ่งใช้นาน ยิ่งสวย ข้อเสีย : มีขั้นตอนที่เยอะ ใช้เวลานาน ทำให้หนังฟอกฝาดมีราคาสูง 2.การฟอกโครม (Chrome Tanning) เป็นการฟอกหนังโดยใช้สารเคมีได้แก่ โครเมียม ซัลเฟต วิธีนี้จะใช้ทำให้หนังที่ได้มีสีฟ้า และเรียกว่า ‘Wet Blue’ โดยจะใช้เวลาประมาณ 1-2 วัน เท่านั้น ปัจจุบันการฟอกโครมมีการเปลี่ยนวิธีไปหลากหลาย เพื่อสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้ น้อยที่สุด ข้อดี : ใช้เวลาน้อย สารเคมีราคาไม่สูง ทนต่อความร้อนและความชื้นดีกว่า ข้อเสีย : โรงฟอกหนังต้องมีการบำบัดสารเคมี และไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันหนังแท้ส่วนใหญ่จะฟอกด้วยวิธีการฟอกโครม ซึ่งประหยัดเวลาและต้นทุนมากกว่า ซึ่งเหมาะกับการผลิตสินค้าสำเร็จรูปในโรงงานที่ต้องการปริมาณมาก ในขณะที่หนังฟอกฝาดจะนิยมขายเป็นแผ่นเพื่อนำมาผลิตเป็นสินค้าแฮนด์เมด และงาน คราฟต์ต่างๆ โดยหนังฟอกฝาด มีราคาเฉลี่ยสูงกว่าหนังฟอกโครม ประมาณ 2-3 เท่า การฟอกฝาดและการฟอกโครม เป็นขั้นตอนพื้นฐานในการแปรสภาพหนังวัวหรือหนังควาย (Cattle Leather) ส่วนหนังประเภทอื่นๆ ก็จะมีการเพิ่มหรือลดขั้นตอนของการฟอกหนังตาม คุณสมบัติของหนังแต่ละชนิด หนังสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ หนังแท้ และ หนังเทียม หนังแท้หมายถึง หนังจากสัตว์ทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม สัตว์เลื้อยคลาน หรือสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ โดยหนังแท้นิยมแบ่งได้เป็น 3 ประเภท 1.หนังวัวหรือควาย (Cattle Leather) เป็นหนังสัตว์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เนื่องจาก คุณสมบัติที่มีความนุ่ม ความสวยงาม สามารถนำมาพัฒนาต่อเป็นหนังได้หลากหลายประเภท ไ ด้ แ ก่ Full Grain Leather, Top Grain Leather, Split Grain Leather, Nubuck Leather หรือ Suede Leather เป็นต้น 26


2.หนังแกะ หนังแพะ และหนังหมู (Sheep Goat and Pig Leather) เป็นหนังสัตว์ที่ได้รับ ความนิยมรองลงมาจาก หนังวัวหรือหนังควาย เนื่องจากมนุษย์นิยมนำสัตว์เหล่านี้มาทำอาหาร ทำ ให้หนังของมันจึงเป็นวัสดุที่เกิดขึ้นในกระบวนการ 3.หนังสัตว์อื่นๆ (Exotic Leather) เช่น ช้าง ปลา กวาง นกกระจอกเทศ กระต่าย จระเข้ งู กิ้งก่า หมี สุนัขจิ้งจอก จิงโจ้ เป็นต้น หนังสัตว์อื่นๆ มักถูกต่อต้านจากกลุ่มอนุรักษ์สัตว์มาโดย ตลอด เนื่องจากหนังสัตว์เหล่านี้มักได้มาจากการล่าสัตว์ที่ผิดกฎหมาย ต่างจากหนังวัวที่มีการทำ ปศุสัตว์ที่ชัดเจน และสามารถเอาทุกส่วนมาใช้ประโยชน์ได้ หนังเทียม หรือ หนังสังเคราะห์ (Synthetic Leather) หนังสังเคราะห์ คือ หนังทุกชนิดที่วัสดุส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากขั้นตอนธรรมชาติ โดยปัจจุบัน หนังสังเคราะห์ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากมีลักษณะและคุณสมบัติคล้ายคลึงหนังแท้ มาก โดยหนังสังเคราะห์ที่นิยมใช้ มี 3 ประเภท ได้แก่ 1.หนังพียู (Polyurethane Leather) คือ หนังสังเคราะห์ที่ใช้พลาสติกประเภทโพลียูรี เทนในการเคลือบพื้นผิวบนหนังชั้นสปลิต (Split Leather) อีกทีหนึ่ง เพื่อเลียนแบบพื้นผิวให้ เหมือนหนังธรรมชาติ โดยปัจจุบันมีใช้ผ้าถัก ผ้าทอ และผ้าชนิดต่างๆ แทนการใช้หนังสปลิตเพื่อ ลดการใช้หนังธรรมชาติ และลดต้นทุนการผลิต หนังพียูมักนิยมนำมาทำกระเป๋าหนังในอุตสาหกรรมแฟชั่นที่มีการผลิตจำนวนมาก โดย อายุของหนังพียูจะอยู่ประมาณ 3-20 ปีตามคุณภาพ และการดูแลรักษา 2.หนังพีวีซี (Polyvinyl Chloride Leather หรือ Vinyl Leather) คือ หนังสังเคราะห์ จากสารแคมีชนิดต่างๆ ได้แก่ พีวีซีเรซิน พลาสติไซเซอร์ และสารเติมแต่งชนิดต่างๆ โดยหนังพีวีซี จะไม่ใช้ส่วนประกอบหนังธรรมชาติเลย แต่จะใช้สารสังเคราะห์หลายชนิดที่ทำให้พลาสติกพีวีซี อ่อนตัว มีผิวสัมผัสเหมือนหนังธรรมชาติ ความแตกต่างระหว่างหนังพีวีซีกับหนังพียู คือ หนังพีวีซีจะทนทานกว่าหนังพียูเนื่องจากมี การเติมสารเคมีหลายชนิดเพื่อลดจุดด้อยของหนังพียู แต่หนังพียูจะให้ผิวสัมผัสที่เหมือนหนังแท้ มากกว่าหนังพีวีซี และมีราคาที่สูงกว่าเช่นกัน โดยรวมแล้วหนังพีวีซีจะนิยมนำมาใช้กับเฟอร์นิเจอร์ เนื่องจากมีราคาถูกที่สุด สามารถทำ สีได้หลากหลาย และมีความทนทาน 3.หนังไมโครไฟเบอร์ (Micro Fiber Leather) คือ หนังสังเคราะห์ที่มีความคล้ายคลึงกับ หนังพียูมาก เนื่องจากใช้สารโพลียูรีเทนเคลือบผิวด้านนอกเหมือนกัน แต่สารพียูที่ใช้ในหนังไมโคร ไฟเบอร์นั้นถูกพัฒนาขึ้นมาจากหนังพียู ทำให้มีความทนทานรอยขีดข่วน ความทนทานกรดและ ด่าง ความทนทานการย่อยสลายมากกว่าหนังพียูแบบเดิม รวมไปถึงราคาที่สูงกว่าเช่นกัน นอกจากนั้นโครงสร้างที่แตกต่าง คือ ด้านในของหนังไมโครไฟเบอร์มีผ้าที่ทำจากไมโครไฟ เบอร์ทำให้มีความนุ่มไม่แพ้ ยืดหยุ่น และทนทานกว่าหนังพียูนั่นเอง วิธีการใช้หนังสังเคราะห์ : ถึงแม้ว่าหนังสังเคราะห์จะแบ่งเป็น 3 ประเภทหลักๆ แต่ คุณภาพของหนังก็ขึ้นอยู่กับวัสดุและกระบวนการผลิต เพราะฉะนั้นหนังพียูบางชนิดก็มีราคาสูง กว่าหนังไมโครไฟเบอร์ หรือ หนังพีวีซีที่คุณภาพดีก็ไม่ได้จำกัดการใช้อยู่แค่เฟอร์นิเจอร์ แต่ สามารถเอามำสินค้าแฟชั่นได้เช่นกัน ฉะนั้นเครื่องหนังจะมีคุณภาพมากขนาดไหน ความสามารถของช่างทำเครื่องหนัง และการ เลือกหนังมาใช้ เป็นองค์ประกอบที่สำคัญไม่แพ้กัน 27


หลักการทำเครื่องหนังเบื้องต้น ถึงแม้ว่าเครื่องหนังจะเป็นสินค้าที่ผลิตในโรงงานได้ แต่สินค้าจากโรงงานนั้นมีการออกแบบ และคุณภาพที่แตกต่างจาก แบรนด์เครื่องหนัง จากช่างฝีมือ ปัจจุบันนักออกแบบ ผู้ประกอบการ หรือคนที่ชื่นชอบหนัง จึงหันมาเรียนและทดลองทำแบรนด์เครื่องหนังเป็นของตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ เครื่องหนังแต่ละประเภทจะมีวิธีการทำที่แตกต่างกัน แต่ขั้นตอนพื้นฐานสำหรับเครื่องหนัง ทั่วไปในการนำแผ่นหนังมาประกอบเป็นสินค้า มีดังนี้ 1.ออกแบบแผ่นหนังในกระดาษ การออกแบบเครื่องหนัง ไม่ต่างจากการออกแบบเสื้อผ้าที่ต้องมีการร่างแบบในกระดาษจากนั้น ค่อย นำแบบไปตัดวัสดุจริง 2.ตัดหนังตามแบบที่ร่างไว้ การตัดหนังจะต้องใช้ประสบการณ์มากกว่าการตัดผ้าค่อนข้างมาก เพราะความผิดพลาดนิดเดียวก็ทำ ให้เกิดตำหนิบนหนังได้ 28


3.เจาะรูสำหรับการเย็บ หนังทั่วไปที่ใช้ผลิตเครื่องหนังจะมีความหนาค่อนข้างมาก ทำให้ไม่สามารถเย็บด้วย เครื่องจักรธรรมดาได้ จึงจำเป็นจะต้องมีการเจาะรูหนังตามขอบเพื่อให้เย็บได้ง่าย 4.เย็บหนังเข้าด้วยกัน การเย็บเครื่องหนังโดยเฉพาะกระเป๋าหนัง นิยมเย็บด้วยมือมากกว่าเครื่องจักร เนื่องจากการเย็บด้วย มือจะใช้การเย็บที่เรียกว่า Running Stitch ที่เย็บหนังสองฝั่งพร้อมๆ กัน ทำให้มีความแข็งแรงมากกว่าการใช้ เครื่อง แต่ในเครื่องหนังที่ใช้หนังไม่หนามากก็สามารถใช้เครื่องจักรได้ 5.เก็บรายละเอียดของชิ้นงาน เครื่องหนังเป็นสินค้าที่มีรายละเอียดจำนวนมากที่ต้องการความประณีตก่อนนำมาขาย เช่น การทำให้ ขอบหนังเรียบหลังจากการตัด การทาสีจุดต่างๆ ที่มีตำหนิ การเจาะรูหนังที่เท่ากัน การเย็บที่แข็งแรง เป็นต้น รายละเอียดเหล่านี้คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคยังนิยมซื้อเครื่องหนังจากช่างทำเครื่องหนังที่มีฝีมือ มากกว่า ซื้อเครื่องหนังสำเร็จรูปจากโรงงานที่มีการออกแบบไม่ต่างกันมาก 29


เครื่องมือในการทำเครื่องหนัง การตัด ไม้บรรทัดเหล็ก เหล็กแหลม วงเวียนเหล็ก คัตเตอร์ การตอก ส้อมเจาะหนัง ค้อนตอก ลูกกลิ้งแนวเย็บ เครื่องมือเซาะร่อง การเย็บ เข็มเย็บหนัง 2 เล่ม ด้ายเคลือบแว็กซ์ (ด้ายโพลีเอสเตอร์) กรรไกรเล็มด้าย การเก็บงาน กาวสำหรับหนังโดยเฉพาะ แปรงทากาว กระดาษทรายขัดขอบ ไม้ขัดขอบ ไขผึ้ง Gum (Tragacanth) 30


บทที่ 3 วิธีดำเนินการ ทท ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอสัตหีบ ได้เห็นความสำคัญของ โครงการพัฒนาอาชีพระยะสั้นในตำบลสัตหีบ มุ่งจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาการงานและอาชีพ โดยให้ความสำคัญ กับการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนางานและอาชีพระดับพื้นฐาน ระดับกึ่งฝีมือ และระดับฝีมือ ที่สอดคล้องกับสภาพ และความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย โดยมุ่งเน้นให้ผู้เรียนสามารถนาความรู้ไปใช้ในการประกอบอาชีพ หรือ เพิ่มพูนรายได้ทั้งนี้ให้มีการพัฒนาหลักสูตรและวิธีการที่หลากหลายและทันสมัย สามารถให้บริการได้อย่าง ทั่วถึง และมุ่งจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิตให้กับทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยจัดกิจกรรมการศึกษาที่มุ่งเน้นให้ ทุกกลุ่มเป้าหมายมีความรู้ความสามารถในการจัดการชีวิตของตนเองให้อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุขรวมทั้ง การใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ต่อตนเอง ครอบครัว และชุมชน ให้กับประชาชนในชุมชนทั่วไปในตำบลสัตหีบ มีขั้นตอนดังนี้ 1.ประชุมบุคลากรกรรมการ กศน.ตำบลสัตหีบ 2.แต่งตั้งคณะทำงาน 3.ดำเนินงานตามแผน 4.ประชากรที่ใช้ในการดำเนินงาน 5.เครื่องมือที่ใช้ในการดำเนินงาน 6.การเก็บรวบรวมข้อมูล 7.การวิเคราะห์ข้อมูล 1. ประชุมบุคลากรกรรมการ กศน.ตำบลสัตหีบ ททททททททกศน.ตำบลสัตหีบ ได้วางแผนประชุมบุคลากรกรรมการ กศน.ตำบลสัตหีบ เพื่อหาแนวทางในการ ดำเนินงานและกำหนดวัตถุประสงค์ร่วมกัน 2. จัดตั้งคณะทำงาน ททททททททจัดทำคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานโครงการ เพื่อมอบหมอบหมายหน้าที่ในการทำงานให้ชัดเจน เช่น ทททททททททททท2.1 คณะกรรมการที่ปรึกษา/อำนวยการ มีหน้าที่อำนวยความสะดวก และให้คำปรึกษา แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ทททททททททททท2.2 คณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ มีหน้าที่ประชาสัมพันธ์รับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการ ทททททททททททท2.3 คณะกรรมการฝ่ายรับลงทะเบียนและประเมินผลหน้าที่จัดทำหลักฐานการลงทะเบียน ผู้เข้าร่วมโครงการ และรวบรวมการประเมินผล และรายงานผลการดำเนินการ 3. ดำเนินการตามแผนงานโครงการ โครงการพัฒนาอาชีพในตำบลสัตหีบ ประจำปีงบประมาณ 2565 ณ กศน.ตำบลสัตหีบ ตำบลสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ให้ความรู้เกี่ยวกับ การส่งเสริม และพัฒนาอาชีพให้กับคนในตำบลสัตหีบจะได้รับ ประสบการณ์โดยตรงและสามารถนำไปใช้ในการประกอบอาชีพได้อย่างยั่งยืน ดังนี้ วิชา ผลิตภัณฑ์จากดินไทย (การทำต้นกล้วย) หลักสูตร 35 ชั่วโมง จัดวันที่ 6-16 มิถุนายน 2565 ณ กศน.ตำบลสัตหีบ หมู่ 2 ตำบลสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี มีผู้เข้าร่วมอบรมจำนวน 12 คน วิชา กรเป๋าหนังทำมือ หลักสูตร 10 ชั่วโมง จัดวันที่ 17-19 มิถุนายน 2565 ณ ศาลาวัดเขาคันธ มาทน์ หมู่ 9 ตำบลสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี มีผู้เข้าร่วมอบรมจำนวน 6 คน


4. ประชากรที่ใช้ในการดำเนินงาน ททททททททผู้เข้ารับการฝึกอบรมอาชีพรูปแบบกลุ่มสนใจและอาชีพรูปแบบชั้นเรียน จำนวนประชากร ทั้งหมดจำนวน 18 คน 5. เครื่องมือที่ใช้ในการดำเนินงาน ทททททททท1. แบบสำรวจความคิดเห็นโครงการพัฒนาอาชีพรูปแบบกลุ่มสนใจและอาชีพรูปแบบชั้นเรียนใน ตำบลสัตหีบ 2. แบบสอบถามความพึงพอใจโครงการพัฒนาอาชีพรูปแบบกลุ่มสนใจและอาชีพรูปแบบชั้นเรียน ในตำบลสัตหีบ 6. การเก็บรวบรวมข้อมูล ทททททททโครงการพัฒนาอาชีพรูปแบบกลุ่มสนใจ ในตำบลสัตหีบ โดยมีเข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 18 คน โดยมี การแจกสอบถามทั้งหมด 18 ชุด และเก็บรวบรวมแบบสอบถามได้ 18 ชุด คิดเป็น 100 เปอร์เซ็นต์ 7. การวิเคราะห์ข้อมูล ทททท จากการดำเนินงานโครงการพัฒนาอาชีพรูปแบบกลุ่มสนใจและ ในตำบลสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ตั้งแต่ วันที่ 1 เมษายน – 30 กันยายน 2565 มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 18 คน โดยมี เครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลดังนี้ 1. ค่าแจกแจงความถี่ 2. ค่าร้อยละ 3. ค่าเฉลี่ย 4. ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ททททททเพื่อให้ตอบสนองความต้องการของผู้เข้าอบรมได้รับประโยชน์นำไปใช้ได้จริงตามศักยภาพของแต่ละ คน ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป และได้ดำเนินการตามขั้นตอนและได้รวบรวมข้อมูลจากแบบสำรวจสถิติที่ใช้ใน การวิเคราะห์ กศน.ตำบลสัตหีบ จะได้นำแนวทางไปใช้ข้อมูลพิจารณาหลักสูตร เนื้อหาตลอดจนเทคนิควิธีการ จัดการกระบวนการเรียนรู้ต่างๆ เพื่อให้ตอบสนองความต้องการของผู้เข้าอบรมได้รับประโยชน์นำไปใช้ได้จริง ตามศักยภาพของแต่ละคน ให้มีความเข้าใจและมีคุณภาพต่อไป ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อัธยาศัยอำเภอสัตหีบ ได้ดำเนินการตามขั้นตอนและได้รวบรวมข้อมูล โดยใช้สภาพการใช้สื่อการสอนของครูใน สถานศึกษาเป็นแบบมาตรวัดประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ โดยมีรายละเอียดดังนี้ (บุญชม ศรีสะอาด และบุญส่ง นิลแก้ว ,2545) 5 หมายถึง มีการดำเนินงานในระดับมากที่สุด 4 หมายถึง มีการดำเนินงานในระดับมาก 3 หมายถึง มีการดำเนินงานในระดับปานกลาง 2 หมายถึง มีการดำเนินงานในระดับน้อย 1 หมายถึง มีการดำเนินงานในระดับน้อยที่สุด โดยมีเกณฑ์การแปลความหมายค่าเฉลี่ย (บุญชม ศรีสะอาด,2556) ดังนี้ 4.50 – 5.00 หมายถึง มีความคิดเห็น/การดำเนินงานอยู่ในระดับมากที่สุด 3.50 – 4.49 หมายถึง มีความคิดเห็น/การดำเนินงานอยู่ในระดับมาก 2.50 – 3.49 หมายถึง มีความคิดเห็น/การดำเนินงานอยู่ในระดับปานกลาง 1.50 – 2.49 หมายถึง มีความคิดเห็น/การดำเนินงานอยู่ในระดับน้อย 1.00 – 1.49 หมายถึง มีความคิดเห็น/การดำเนินงานอยู่ในระดับน้อยที่สุด 32


บทที่ 4 ผลการดำเนินงานและวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งได้สรุปผลจากแบบสอบถามและนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล จากผู้เรียน จำนวน 18 ชุด จากผล การดำเนินงานการจัด โครงการพัฒนาอาชีพกลุ่มสนใจและอาชีพรูปแบบชั้นเรียนวิชาชีพ ในตำบลสัตหีบ ตั้งแต่ วันที่ 1 เมษายน – 30 กันยายน 2565 ณ กศน.ตำบลสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี มีผู้เข้ากิจกรรม โครงการ จำนวน 18 คน ดังรายละเอียดต่อไปนี้ วิชา ผลิตภัณฑ์จากดินไทย (การทำต้นกล้วย) หลักสูตร 35 ชั่วโมง จัดวันที่ 6-16 มิถุนายน 2565 ณ กศน.ตำบลสัตหีบ หมู่ 2 ตำบลสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี มีผู้เข้าร่วมอบรมจำนวน 12 คน โดยมี นางสาวทวิชา ประทุมบัวโต เป็นวิทยากร และใช้งบประมาณ 10,800.-บาท วิชา กระเป๋าหนังทำมือ หลักสูตร 10 ชั่วโมง จัดวันที่ 17-19 มิถุนายน 2565 ณ ศาลาวัดเขาคันธ มาทน์หมู่ 9 ตำบลสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี มีผู้เข้าร่วมอบรมจำนวน 6 คน โดยมีนางสาวทวิชา ประทุมบัวโต เป็นวิทยากร และใช้งบประมาณ 2,800.-บาท จากแบบสอบถามที่ได้จากกลุ่มสนใจ สามารถนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล จากผู้ให้ข้อมูล ทั้งหมด จำนวน 18 ชุด ทททททททท1. ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถามพัฒนาอาชีพรูปแบบกลุ่มสนใจและอาชีพรูปแบบ ชั้นเรียนวิชาชีพ 2. ตอนที่ 2 ข้อมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นของผู้เข้ารับร่วมอบรมพัฒนาอาชีพรูปแบบกลุ่มสนใจ และอาชีพรูปแบบชั้นเรียนวิชาชีพ ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถามของผู้เข้ารับการอบรม พัฒนาอาชีพรูปแบบกลุ่มสนใจและอาชีพรูปแบบชั้นเรียนวิชาชีพ ผู้เข้าร่วมกิจกรรม ที่ตอบ แบบสอบถามได้นำมาจำแนกตามเพศ อายุ และอาชีพ จำแนกตามข้อมูลดังกล่าว ดังปรากฏตาม ตารางที่ 1 ดังต่อไปนี้ ตารางที่ 1 แสดงค่าร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยจำแนกตามเพศ เพศ ความคิดเห็น ชาย หญิง จำนวน ร้อยละ จำนวน ร้อยละ ผู้เข้าอบรมพัฒนาอาชีพรูปแบบกลุ่มสนใจและอาชีพรูปแบบ ชั้นเรียนวิชาชีพ - - 18 100 รจากตารางที่ 1 แสดงว่า ผู้ตอบแบบสอบถามของผู้เข้าร่วมโครงการอบรมพัฒนาอาชีพรูปแบบกลุ่ม สนใจและอาชีพรูปแบบชั้นเรียนวิชาชีพ เป็นเพศหญิงทั้งหมด จำนวน 18 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ตารางที่ 2 แสดงค่าร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยจำแนกตามอายุ อายุ ความคิดเห็น 15-19 ปี 20-39 ปี 40-59 ปี 60 ขึ้นไป จำนวน ร้อยละ จำนวน ร้อยละ จำนวน ร้อยละ จำนวน ร้อยละ ผู้เข้าอบรมพัฒนาอาชีพรูปแบบกลุ่ม สนใจและอาชีพรูปแบบชั้นเรียน วิชาชีพ - - 1 5.56 11 61.11 6 33.33


ร จากตารางที่ 2 แสดงว่า ผู้ตอบแบบสอบถามผู้เข้ารับอบรมพัฒนาอาชีพรูปแบบกลุ่มสนใจและอาชีพ รูปแบบชั้นเรียนวิชาชีพ อยู่ในช่วงอายุ 40-59 ปี จำนวนมากที่สุด 11 คน คิดเป็นร้อยละ 61.11 รองลงมามี ช่วงอายุ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 6 คน คิดเป็นร้อยละ 33.33 และ อยู่ในช่วงอายุ 20-39 ปี จำนวน 1 คน คิดเป็น ร้อยละ 5.56 ตามลำดับ ตารางที่ 3 แสดงค่าร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยจำแนกตามอาชีพ อาชีพ จำนวน รับจ้าง ค้าขาย รับราชการ เกษตรกรรม อื่นๆ(แม่บ้าน) จำนวน ร้อยละ จำนวน ร้อยละ จำนวน ร้อยละ จำนวน ร้อยละ จำนวน ร้อยละ ผู้เข้าอบรมพัฒนาอาชีพ รูปแบบกลุ่มสนใจและอาชีพ รูปแบบชั้นเรียนวิชาชีพ 1 5.56 2 11.11 - - 1 5.56 14 77.77 จากตารางที่ 3 แสดงว่า ผู้ตอบแบบสอบถามของผู้เข้าอบรมพัฒนาอาชีพรูปแบบกลุ่มสนใจและอาชีพ รูปแบบชั้นเรียนวิชาชีพ มีอาชีพอื่น ๆ มากที่สุดจำนวน 14 คน คิดเป็นร้อยละ 77.77 รองลงมาคือ อาชีพ ค้าขาย จำนวน 2 คน คิดเป็นร้อยละ 11.11 และอาชีพรับจ้าง จำนวน 1 คน คิดเป็นร้อยละ 5.56 และ อาชีพ เกษตรกร จำนวน 1 คน คิดเป็นร้อยละ 5.56 ตามลำดับ ตอนที่2 ข้อมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นของผู้เข้ารับอบรมพัฒนาอาชีพรูปแบบกลุ่มสนใจและ อาชีพรูปแบบชั้นเรียนวิชาชีพ ความคิดเห็นของผู้เข้ารับร่วมกิจกรรม จำนวน 18 คน จากแบบสอบถามทั้งหมดที่มีต่อการอบรม พัฒนาอาชีพรูปแบบกลุ่มสนใจและอาชีพรูปแบบชั้นเรียนวิชาชีพ ตารางที่ 4 ผลการประเมินผู้เข้ารับอบรมพัฒนาอาชีพรูปแบบกลุ่มสนใจและอาชีพรูปแบบชั้นเรียน วิชาชีพ รายการที่ประเมิน N = 18 µ σ อันดับที่ ระดับผลการ ประเมิน ด้านหลักสูตร 1. กิจกรรมที่จัดสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ ของหลักสูตร 4.56 0.86 8 มากที่สุด 2. เนื้อหาของหลักสูตรตรงกับความต้องการของผู้รับบริการ 4.83 0.38 1 มากที่สุด 3. การจัดกิจกรรมทำให้ผู้รับบริการสามารถ คิดเป็นทำเป็น แก้ปัญหาเป็น 4.72 0.57 3 มากที่สุด 4. ผู้รับบริการมีส่วนร่วมในการแสดงความคิด เห็นต่อการจัดทำ หลักสูตร 4.67 0.59 4 มากที่สุด 5 ผู้รับบริการสามารถนำความรู้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ 4.50 0.79 10 มากที่สุด 6 สื่อ/เอกสารประกอบการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสม 4.67 0.59 4 มากที่สุด ด้านความพึงพอใจต่อวิทยากร 7. วิทยากรมีความรู้ความสามารถในการจัด กิจกรรม 4.56 0.70 7 มากที่สุด 8. เทคนิค/กระบวนในการจัดกิจกรรมของวิทยากร 4.72 0.57 3 มากที่สุด 9. วิทยากรมีการใช้สื่อที่สอดคล้องและเหมาะสมกับกิจกรรม 4.61 0.61 5 มากที่สุด 34


10 บุคลิกภาพของวิทยากร 4.78 0.55 2 มากที่สุด ด้านสถานที่ ระยะเวลา และความพึงพอใจ 11. สถานที่ในการจัดกิจกรรมเหมาะสม 4.50 0.71 9 มากที่สุด 12. ระยะเวลาในการจัดกิจกรรมเหมาะสม 4.44 0.86 11 มาก 13. ความพึงพอใจในภาพรวมของผู้รับบริการต่อการเข้าร่วมกิจกรรม 4.61 0.70 6 มากที่สุด ค่าเฉลี่ย 4.63 0.65 มากที่สุด จากตาราง 4 พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามของผู้เข้าอบรมพัฒนาอาชีพรูปแบบกลุ่มสนใจและอาชีพ รูปแบบชั้นเรียนวิชาชีพ อยู่ในระดับ มากที่สุด (µ = 4.63) เมื่อวิเคราะห์เป็นรายข้อพบว่า เนื้อหาของหลักสูตร ตรงกับความต้องการของผู้รับบริการ(µ = 4.83) เป็นอันดับที่ 1, บุคลิกภาพของวิทยากร (µ = 4.78) เป็น อันดับที่ 2 , การจัดกิจกรรมทำให้ผู้รับบริการสามารถ คิดเป็นทำเป็นแก้ปัญหาเป็น, เทคนิค/กระบวนในการ จัดกิจกรรมของวิทยากร มีค่าเท่ากันคือ (µ = 4.72) เป็นอันดับที่ 3, ผู้รับบริการมีส่วนร่วมในการแสดง ความคิด เห็นต่อการจัดทำหลักสูตร ,สื่อ/เอกสารประกอบการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสม มีค่าเท่ากันคือ (µ = 4.67) เป็นอันดับที่ 4 , วิทยากรมีการใช้สื่อที่สอดคล้องและเหมาะสมกับกิจกรรม (µ = 4.61) เป็น อันดับที่ 5 ความพึงพอใจในภาพรวมของผู้รับบริการต่อการเข้าร่วมกิจกรรม (µ = 4.61) เป็นอันดับที่ 6 วิทยากรมีความรู้ความสามารถในการจัด กิจกรรม (µ = 4.56 ) เป็นอันดับที่ กิจกรรมที่จัดสอดคล้องกับ วัตถุประสงค์ ของหลักสูตร (µ = 4.56) เป็นอันดับที่ 8 , สถานที่ในการจัดกิจกรรมเหมาะสม (µ = 4.50) เป็นอันดับที่ 9 , ผู้รับบริการสามารถนำความรู้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้(µ = 4.50) เป็นอันดับที่ 10 , ระยะเวลาในการจัดกิจกรรมเหมาะสม (µ = 4.44) เป็นอันดับที่ 11 ตามลำดับ 35


บทที่ 5 สรุปผลการดำเนินการ ททจากโครงการพัฒนาอาชีพรูปแบบกลุ่มสนใจและอาชีพรูปแบบชั้นเรียนวิชาชีพ ในตำบลสัตหีบ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน – 30 กันยายน 2565 ณ กศน.ตำบลสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี มีผู้เข้ากิจกรรม โครงการ จำนวน 18 คน ซึ่งในตำบลสัตหีบได้แบ่งเนื้อหาออกเป็นวิชาชีพรูปแบบกลุ่มสนใจและอาชีพรูปแบบ ชั้นเรียนวิชาชีพ ดังรายละเอียดต่อไปนี้ วิชา ผลิตภัณฑ์จากดินไทย (การทำต้นกล้วย) หลักสูตร 35 ชั่วโมง จัดวันที่ 6-16 มิถุนายน 2565 ณ กศน.ตำบลสัตหีบ หมู่ 2 ตำบลสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี มีผู้เข้าร่วมอบรมจำนวน 12 คน โดยมี นางสาวทวิชา ประทุมบัวโต เป็นวิทยากร วิชา กระเป๋าหนังทำมือ หลักสูตร 10 ชั่วโมง จัดวันที่ 17-19 มิถุนายน 2565 ณ ศาลาวัดเขาคันธ มาทน์ หมู่ 9 ตำบลสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี มีผู้เข้าร่วมอบรมจำนวน 6 คน โดยมีนางสาวทวิชา ประทุมบัวโต เป็นวิทยากร รวมทั้งสิ้น 18 คน ทั้งนี้ขอสรุปและอภิปรายผลและข้อเสนอแนะดังนี้ ด้านหลักสูตร มีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของหลักสูตร ผู้เรียนมีความพึงพอใจ เนื้อหาของหลักสูตรตรงกับ ความต้องการของผู้เข้าอบรมผู้เรียนมีความพึงพอใจ ผู้เข้าอบรมนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ ด้านวิทยากร วิทยากรมีความรู้ความสามารถในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้อย่างดีเทคนิค/กระบวนการในการ จัดกิจกรรมการเรียนรู้ของวิทยากรเหมาะสม วิทยากรมีการใช้สื่อที่สอดคล้องและเหมาะสมกับกิจกรรม บุคลิกภาพของวิทยากร ดีเหมาะสม ด้านสถานที่ ระยะเวลา และความพึงพอใจ สถานที่ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้มีความเหมาะสม ระยะเวลาในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เหมาะสม ผู้เข้ารับการอบรมมีความพึงพอใจต่อการเข้าร่วมกิจกรรม สรุปผลการดำเนินงาน ผู้เข้าร่วมการอบรมหลักสูตรระยะสั้น ให้แก่ประชาชนในตำบลสัตหีบ ของอำเภอสัตหีบ จำนวน 1 หลักสูตร กล่าวคือ วิชา ผลิตภัณฑ์จากดินไทย (การทำต้นกล้วย) หลักสูตร 35 ชั่วโมง จัดวันที่ 6-16 มิถุนายน 2565 ณ กศน.ตำบลสัตหีบ หมู่ 2 ตำบลสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี มีผู้เข้าร่วมอบรมจำนวน 12 คน จบ หลักสูตร จำนวน 12 คน โดยมีนางสาวบุณยดา กองแพง เป็นวิทยากร ใช้งบประมาณ จำนวน 10,800.-บาท วิชา กระเป๋าหนังทำมือ หลักสูตร 10 ชั่วโมง จัดวันที่ 17- 19 มิถุนายน 2565 ณ ศาลาวัดเขาคันธ มาทน์ หมู่ 9 ตำบลสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี มีผู้เข้าร่วมอบรมจำนวน 6 คน จบหลักสูตร จำนวน 6 คน โดยมีนางสาวทวิชา ประทุมบัวโต เป็นวิทยากร ใช้งบประมาณ จำนวน 2,800.- บาท อภิปรายผล 1. ผู้เข้ารับการอบรม มีความพึงพอใจต่อวิชาชีพระยะสั้นวิชาผลิตภัณฑ์จากดินไทย (การทำต้นกล้วย) และวิชากระเป๋าหนังทำมือ อยู่ในระดับมากที่สุด


จากผลการประเมินวิขาชีพระยะสั้น จำนวน 2 อาชีพนั้นมีผลการประเมินอยู่ในระดับมากที่สุด ทั้งผล การประเมินวิชาชีพแต่ละวิชา และผลการประเมินด้านอื่น ๆ ของโครงการ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้เข้ารับการอบรม มีความสนใจ และนำความรู้ที่ได้จากการอบรมนำไปใช้ให้เป็นประโยชน์ในการประกอบอาชีพของตนเองได้ และ ผู้เข้าอบรมมีความพึงพอใจในการพัฒนาอาชีพในตำบลสัตหีบ เป็นอย่างดี ปัญหาและอุปสรรค 1. ประชากรกลุ่มเป้าหมายในบางหมู่ในตำบลสัตหีบ ไม่ค่อยให้ความสนใจในการฝึกอาชีพเท่าที่ควร 2. ปัญหาเรื่องเงินลงทุนในการประกอบอาชีพ 3. ระยะเวลาในการอบรมแต่ละอาชีพนานเกินไป เพราะประชากรส่วนใหญ่จะต้องไม่มีเวลาเป็น เวลานานๆ ข้อเสนอแนะ ด้านแบบสำรวจและวัดความพึงพอใจของผู้เข้ารับการอบรม - ควรได้รับการการส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับอาชีพอื่น ๆ ที่น่าในใจในตลาดอาชีพอย่างต่อเนื่อง - น่าจะมีการบริการให้คำปรึกษาแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำหรือปลอดดอกเบี้ยในการประกอบอาชีพ - ควรจะปรับค่าวัสดุในวิชาชีพระยะสั้น (รูปแบบกลุ่มสนใจเพิ่มขึ้น) - ควรปรับค่าตอบแทนวิทยากร 37


บรรณานุกรม กรมการศึกษานอกโรงเรียน. (ม.ป.ป. : 9), (2546:76). บริหารการศึกษานอกโรงเรียน.(2547). คู่มือการดำเนินงานการศึกษานอกโรงเรียน ประเภท การศึกษาต่อเนื่อง. กรุงเทพฯ : สำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน, กระทรวงศึกษาธิการ. บุญชม ศรีสะอาด และ บุญส่ง นิลแก้ว. (2545 หน้า 22 – 25). บรรพต สุวรรณประเสริฐ. (2544:12). มังกร ศรีษะโคตร นิสิตปริญญาโท สาขาวิชาเทคโนโลยีการศึกษา (พ.21) ศูนย์มหาสารคาม สำนักงาน กศน.นโยบายและจุดเน้นปีงบประมาณ ,2565. สถาบัน กศน.ภาคกลาง. การพัฒนาแนวทางการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพชุมชนในภาคกลาง,2556 http://www.tnamcot.com/content/577136 https://th.wikipedia.org/wiki/อุตสาหกรรม https://thenewcaree.weebly.com/3585362136403656361736293634359436373614361436343 6033636359436183585361936193617.html https://thenewcaree.weebly.com/3585362136403656361736293634359436373614358836233 63436173588363636043626361936573634359136263619361935883660.html https://craftnroll.net/craft-101/leather-101-material/ 38


ภาคผนวก


แบบรายงานผลการจัดการศึกษาต่อเนื่อง กศน.ตำบล..สัตหีบ.... ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอ...สัตหีบ... 1. หลักสูตร.............ผลิตภัณฑ์จากดินไทย..(การทำต้นกล้วย)...........................................จำนวน.........4.........ชั่วโมง/วัน 2. ชื่อวิทยากร.....นางสาวทวิชา....ประทุมบัวโต.......วุฒิการศึกษา....ปริญญาตรี......อายุ......50.......ปี อาชีพ.....รับจ้าง.... 3. ประเภทของวิทยากร ( ) ข้าราชการ ( ) ลูกจ้าง ( √ ) วิทยากรภายนอก ( ) อื่นๆ โปรดระบุ.......................... 4. พื้นที่ดำเนินการ ( √ ) ในเขตเทศบาล ชื่อหมู่บ้าน/ชุมชน.......กศน.ตำบลสัตหีบ........................ ( ) นอกเขตเทศบาล ชื่อหมู่บ้าน/ชุมชน.............................................................. หมู่ที่.......2.........ตำบล/แขวง......สัตหีบ............อำเภอ/เขต.......สัตหีบ..................จังหวัด.....ชลบุรี.................... 5. ระยะเวลาดำเนินการ เมื่อวันที่....6...เดือน...มิถุนายน...พ.ศ.2565...สิ้นสุดเมื่อวันที่...16...เดือน...มิถุนายน...พ.ศ. 2565 6. อนุมัติเบิกจ่ายจากเงินงบประมาณ ปี 2565 แผนงานยุทธศาสตร์เพื่อสนับสนุนด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพ ทรัพยากรมนุษย์ โครงการขับเคลื่อนการพัฒนาการศึกษาที่ยั่งยืน กิจกรรมส่งเสริมศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน งบรายจ่ายอื่น ค่าใช้จ่ายโครงการศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน รหัสงบประมาณ 20002350052005000023 แหล่งของเงิน 6511500 จำนวน.........10,800.-.... บาท ค่าตอบแทนวิทยากร..............7,000.-...........บาท ค่าวัสดุ............3,800.-……...... บาท 7. วิธีการสำรวจความต้องการเรียน ดำเนินการอย่างไร ( ) ประชาคม ( ) แนะแนว ( ) สำรวจความต้องการ ( √ ) อื่นๆ (โปรดระบุ)..........ประชาสัมพันธ์ผ่านเพจ.กศน.ตำบล...และเพจสัตหีบเจ้าเอย@ค้าขาย......................... 8. จำนวนผู้เรียนและผู้ผ่านการเรียน/อบรม จำแนกตามอายุและเพศ เพศ อายุ ต่ำกว่า 15 ปี 15-39 ปี 40-59 ปี 60 ปีขึ้นไป รวม รวมทั้งสิ้น ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ จำนวนผู้เรียน - - - - - 7 - 5 - 12 12 จำนวนผู้ผ่านการฝึกอบรม - - - - - 7 - 5 - 12 12 9. จำนวนผู้เรียนและผู้ผ่านการฝึกอบรม จำแนกตามกลุ่มอาชีพและเพศ กลุ่มอาชีพ อายุ รับ ราชการ พนักงาน รัฐวิสาหกิจ ค้าขาย เกษตรกรรม รับจ้าง อื่นๆ รวม รวมทั้งสิ้น ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ จำนวนผู้เรียน - - - - - - - - - - - 12 - 12 12 จำนวนผู้ผ่านการฝึกอบรม - - - - - - - - - - - 12 - 12 12 10. จำนวนผู้เรียนและผู้ผ่านการฝึกอบรม จำแนกตามกลุ่มเป้าหมายและเพศ เป้าหมาย อายุ ผู้นำ ท้องถิ่น อบต. ผู้ต้องขัง ทหารกอง ประจำการ แรงงาน ไทย แรงงาน ต่างด้าว เกษตรกร อสม. กลุ่ม สตรี อื่น ๆ รวม รวม ทั้งสิ้น ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ จำนวนผู้เรียน - - - - - - - - - 7 - - - - - - - - - 5 - 12 12 จำนวนผู้ผ่าน การฝึกอบรม - - - - - - - - - 7 - - - - - - - - - 5 - 12 12


11. จำนวนผู้เรียนและผู้ผ่านการฝึกอบรม แยกตามระดับการศึกษาและเพศ (สอดคล้องกับ แบบ กศ.ตน. 22) ระดับการศึกษา เพศ ต่ำกว่า ป.4 ป.4 ประถม ม.ต้น ม. ปลาย อนุ ปริญญา ปริญญา ตรี สูงกว่า ปริญญาตรี รวม รวมทั้งสิ้น ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ จำนวนผู้เรียน - - - 3 - 1 - 1 - 3 - 1 - 3 - - - 12 12 จำนวนผู้ผ่านการฝึกอบรม - - - 3 - 1 - 1 - 3 - 1 - 3 - - - 12 12 12. การติดตามผู้ผ่านการฝึกอบรม 12.1 มีการติดตามผู้ผ่านการฝึกอบรม ( ) ไม่มี เพราะ................................................................................................................................................... ( √ ) มี ดำเนินการอย่างไร......ลงติดตามนิเทศตามบ้าน.................................................................................... 12.2 ผลการประเมินความพึงพอใจในการจัดโครงการ อยู่ในระดับใด.............ดีมาก............................................... 12.3 ผู้ผ่านการฝึกอบรมได้นำความรู้ไปใช้จริง เพิ่มรายได้.....4.......คน ลดรายจ่าย....-....คน นำไปประกอบอาชีพ.........คน พัฒนาคุณภาพชีวิต......4....คน ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์.....4......คน อื่น ๆ ระบุ...........คน 13. ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะ 13.1 ปัญหา อุปสรรค ( √ ) ไม่มี ( ) มี (โปรดระบุ)................................................................................................................................................ 13.2 ข้อเสนอแนะ.................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ...............................................วิทยากร ชื่อ..........................................ครู กศน.ตำบล/เจ้าของงาน (นางสาวทวิชา ประทุมบัวโต) (นางสาวสุภาวดี บางโสก) ลงชื่อ............................เจ้าหน้าที่งานการศึกษาต่อเนื่อง ลงชื่อ..............................หัวหน้ากลุ่มงานการศึกษาต่อเนื่อง (นางสาวเกษนีย์ เดชรักษา) (นายทัพพเทพ อรเนตร) ลงชื่อ.................................................ผู้บริหารสถานศึกษา (นางสุรัสวดี เลี้ยงสุพงศ์)


รายงานผลการจัดกิจกรรม วิชา... ผลิตภัณฑ์จากดินไทย (การทำต้นกล้วย)..... จำนวน... 35..ชั่วโมง ระหว่างวันที่............6-16...มิถุนายน....2565............. ณ...กศน.ตำบลสัตหีบ..หมู่....2..ตำบลสัตหีบ...อำเภอสัตหีบ...จังหวัดชลบุรี... วิทยากรคือ.....นางสาวทวิชา....ประทุมบัวโต.......... ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน......12.......คน


รายงานผลการจัดกิจกรรม (ต่อ) ............................................ผู้รายงาน (นางสาวสุภาวดี บางโสก)


แบบรายงานผลการจัดการศึกษาต่อเนื่อง (กลุ่มสนใจ) กศน.ตำบล..สัตหีบ.... ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอ...สัตหีบ... 1. หลักสูตร.............กระเป๋าหนังทำมือ..............................................................................จำนวน.........4........ชั่วโมง/วัน 2. ชื่อวิทยากร.....นางสาวทวิชา...ประทุมบัวโต.......วุฒิการศึกษา....ปริญญาตรี......อายุ....50....ปี อาชีพ.....รับจ้าง......... 3. ประเภทของวิทยากร ( ) ข้าราชการ ( ) ลูกจ้าง ( √ ) วิทยากรภายนอก ( ) อื่นๆ โปรดระบุ.......................... 4. พื้นที่ดำเนินการ ( √ ) ในเขตเทศบาล ชื่อหมู่บ้าน/ชุมชน.......ศาลาวัดเขาคันธมาทน์........................ ( ) นอกเขตเทศบาล ชื่อหมู่บ้าน/ชุมชน.............................................................. หมู่ที่.......9.........ตำบล/แขวง......สัตหีบ............อำเภอ/เขต.......สัตหีบ..................จังหวัด.....ชลบุรี.................... 5. ระยะเวลาดำเนินการ เมื่อวันที่..17...เดือน..มิถุนายน...พ.ศ.2565...สิ้นสุดเมื่อวันที่...19..เดือน..มิถุนายน...พ.ศ.2565 6. อนุมัติเบิกจ่ายจากเงินงบประมาณ ปี 2565 แผนงานยุทธศาสตร์เพื่อสนับสนุนด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพ ทรัพยากรมนุษย์ โครงการขับเคลื่อนการพัฒนาการศึกษาที่ยั่งยืน กิจกรรมส่งเสริมศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน งบรายจ่ายอื่น ค่าใช้จ่าย โครงการศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน รหัสงบประมาณ 20002350052005000023 แหล่งของเงิน 6511500 จำนวน......2,800.-.... บาท ค่าตอบแทนวิทยากร..............2,000.-...........บาท ค่าวัสดุ............800.-……...... บาท 7. วิธีการสำรวจความต้องการเรียน ดำเนินการอย่างไร ( ) ประชาคม ( ) แนะแนว ( ) สำรวจความต้องการ ( √ ) อื่นๆ (โปรดระบุ)..........ประชาสัมพันธ์ผ่านเพจ.กศน.ตำบล...และเพจสัตหีบเจ้าเอย@ค้าขาย......................... 8. จำนวนผู้เรียนและผู้ผ่านการเรียน/อบรม จำแนกตามอายุและเพศ เพศ อายุ ต่ำกว่า 15 ปี 15-39 ปี 40-59 ปี 60 ปีขึ้นไป รวม รวมทั้งสิ้น ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ จำนวนผู้เรียน - - - 1 - 4 - 1 - 6 6 จำนวนผู้ผ่านการฝึกอบรม - - - 1 - 4 - 1 - 6 6 9. จำนวนผู้เรียนและผู้ผ่านการฝึกอบรม จำแนกตามกลุ่มอาชีพและเพศ กลุ่มอาชีพ อายุ รับ ราชการ พนักงาน รัฐวิสาหกิจ ค้าขาย เกษตรกรรม รับจ้าง อื่นๆ รวม รวมทั้งสิ้น ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ จำนวนผู้เรียน - - - - - 2 - 1 - 1 - 2 - 6 6 จำนวนผู้ผ่านการฝึกอบรม - - - - - 2 - 1 - 1 - 2 - 6 6 10. จำนวนผู้เรียนและผู้ผ่านการฝึกอบรม จำแนกตามกลุ่มเป้าหมายและเพศ เป้าหมาย อายุ ผู้นำ ท้องถิ่น อบต. ผู้ต้องขัง ทหารกอง ประจำการ แรงงาน ไทย แรงงาน ต่างด้าว เกษตรกร อสม. กลุ่ม สตรี อื่น ๆ รวม รวม ทั้งสิ้น ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ จำนวนผู้เรียน - - - - - - - - - 4 - - - 1 - - - - - 1 - 6 6 จำนวนผู้ผ่าน การฝึกอบรม - - - - - - - - - 4 - - - 1 - - - - - 1 - 6 6


Click to View FlipBook Version