The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โครงการพัฒนาบุคลากรการจัดทำแผนการสอนภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ebookchon, 2021-12-07 04:12:03

โครงการพัฒนาบุคลากรการจัดทำแผนการสอนภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564

โครงการพัฒนาบุคลากรการจัดทำแผนการสอนภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564

1

สรปุ ผลการดาเนินงาน

โครงการพัฒนาบคุ ลากรการจัดทาแผนการสอนภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564
ปงี บประมาณ 2564

วันท่ี 7 – 8 มถิ ุนายน 2564

ณ. หอ้ งประชุม กศน.อาเภอพานทอง
ตาบลพานทอง อาเภอพานทอง จงั หวดั ชลบรุ ี

ศูนย์การศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั อาเภอพานทอง

สานกั งานส่งเสรมิ การศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั จงั หวดั ชลบรุ ี
สานักงานสง่ เสริมการศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั
สานักงานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงศึกษาธกิ าร



คานา

โครงการพัฒนาบุคลากรการจัดทาแผนการสอนภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 จัดขึ้นโดยมี
วัตถุประสงค์เพ่ือพัฒนาบุคลากรและให้สถานศึกษามีการแผนการสอนรายภาค แผนการสอนรายสัปดาห์ท่ีมี
คณุ ภาพสามารถนาไปใช้จดั การเรยี นการสอนการสอนในภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2564 และพัฒนาคุณภาพ
การศึกษาในหลายแนวทางและหลายรูปแบบ การจัดทาแผนการจัดการเรียนจึงเป็นเคร่ืองมือสาคัญในการ
สนับสนุนและอานวยความสะดวกใหค้ รูผู้สอนจดั กิจกรรมการเรียนร้รู ายวิชาได้อยา่ งมปี ระสิทธิภาพ ครูผู้จัดทา
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ดีไม่เพียงแตต่ ้องเป็นผู้ท่ีเช่ียวชาญดา้ นการสอน และเทคนิคการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ในชั้นเรียนเท่าน้ัน ต้องมีความเข้าใจหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐานแล้วสามารถวิเคราะห์ เชื่อมโยง
เนื้อหาและกจิ กรรมการเรยี นรใู้ ห้สอดคล้องกบั มาตรฐานและตวั ชว้ี ดั ตามหลักสูตร สามารถสื่อสารความคิดและ
นาเสนอความคิดนั้นออกมาในรูปภาษาเขียนให้ชัดเจนได้ การจัดการเรียนการสอนของครู ควรจะได้รับการ
พัฒนาอย่างต่อเน่ือง และคิดหาวิธีพัฒนาตนเองในด้านการสอนให้มีคุณภาพย่ิงข้ึน เกิดประโยชน์แก่ผู้เรียน
และสามารถจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ท่ตี รงตามหลักสูตรและบรรลุผลอย่างมีประสิทธิภาพในสถานการณ์การแพร่
ระบาดของโรคติดเชือ้ ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19)

ขอขอบคุณผู้อานวยการ และบุคลากรทางการศึกษา อีกทั้งขอขอบคุณคณะกรรมการ
ดาเนนิ งานโครงการพัฒนาบคุ ลากรการจดั ทาแผนการสอนภาคเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา 2564 ท่ีให้คาปรึกษา
แนะนา และมสี ่วนชว่ ยทาใหโ้ ครงการคร้ังนี้สาเร็จลุลว่ งดว้ ยดี

คณะผู้จัดทาหวังเป็นอย่างย่ิงว่า ผลการประเมินและข้อเสนอแนะที่ได้รวบรวมด้วยความ
อตุ สาหะน้ี นาไปพัฒนาโครงการใหไ้ ด้ดงั วัตถุประสงคท์ ่ีตงั้ ไว้ในโอกาสตอ่ ไป

ศนู ยก์ ารศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัยอาเภอพานทอง
สานกั งานสง่ เสรมิ การศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั จงั หวัดชลบรุ ี

มิถนุ ายน 2564

สารบญั ข

คานา หนา้
บทที่ 1 บทนา 1
1
ที่มาและความสาคัญ 1
วัตถุประสงค์ 2
ขอบเขตของการศกึ ษา 2
ผลที่คาดว่าจะไดร้ ับในการจดั กจิ กรรม 2
ดชั นีวดั ผลสาเร็จของโครงการ 3
3
บทที่ 2 เอกสารการศกึ ษาและรายงานที่เกยี่ วข้อง 15
นโยบายสานกั งาน กศน. ปีงบประมาณ 2564 20
การจัดทาแผนการเรยี นรู้หรือแผนการสอน 22
31
บทท่ี 3 วิธีดาเนินงาน
บทท่ี 4 ผลการดาเนินงาน
บทที่ 5 สรุปผล และข้อเสนอแนะ
บรรณานุกรม
ภาคผนวก

1

บทที่ 1

บทนา

1. ทม่ี าและความสาคญั
การสร้างศกั ยภาพให้แกส่ ถานศึกษาให้มีความพร้อมในการพัฒนาตนเอง เพื่อสอดคล้องตาม

หลัก พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 มาตรา 22 ที่ว่า “การจัดการศึกษาต้อง
ยดึ หลักว่าผูเ้ รียนทกุ คนมคี วามสามารถเรยี นรู้และพฒั นาตนเองได้และถือว่าผู้เรียนมีความสาคัญที่สุด
กระบวนการจัดการศกึ ษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ”
นนั้ นอกจากจะเปน็ บทบาทหน้าที่โดยตรงของสถานศกึ ษาและหน่วยงานตน้ สังกดั แล้ว จาเป็นอย่างยิ่ง
ต้องได้รับความร่วมมือจากหลายฝุาย ที่เก่ียวข้องจึงจะบรรลุวัตถุประสงค์สูงสุด สถานศึกษามีภาระ
หลกั ในการพัฒนาหลักสูตรกระบวนการเรียนรู้ สื่อการเรียนรู้ การวัดการประเมินผลการศึกษา และ
การวิจัยทางการศึกษา เพื่อพัฒนาคุณภาพ การศึกษาในหลายแนวทางและหลายรูปแบบ การจัดทา
แผนการจัดการเรียนจึงเป็นเคร่ืองมือสาคัญในการสนับสนุนและอานวยความสะดวกให้ครูผู้สอนจัด
กจิ กรรมการเรียนร้รู ายวชิ าได้อยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ ครผู ู้จัดทาแผนการจดั การเรียนรู้ที่ดีไม่เพียงแต่ต้อง
เป็นผทู้ ่ีเชี่ยวชาญด้านการสอน และเทคนิคการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในช้ันเรียนเท่าน้ัน ต้องมีความ
เขา้ ใจหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พ้นื ฐานแลว้ สามารถวิเคราะห์ เชอ่ื มโยงเนื้อหาและกิจกรรมการ
เรียนรู้ให้สอดคล้องกับมาตรฐานและตัวช้ีวัดตามหลักสูตร สามารถสื่อสารความคิดและนาเสนอ
ความคิดน้ันออกมาในรูปภาษาเขียนให้ชัดเจนได้ การจัดการเรียนการสอนของครู ควรจะได้รับการ
พัฒนาอยา่ งต่อเนอ่ื ง และคิดหาวธิ ีพัฒนาตนเองในดา้ นการสอนให้มีคุณภาพย่ิงขึ้น และเกิดประโยชน์
แก่ผ้เู รยี น ดังน้นั การใชเ้ ทคโนโลยีเพ่อื ใช้ในการเรียนการสอนของแตล่ ะรายวชิ าการจดั การเรยี นรู้ จึงมี
ความจาเป็นเพ่ือการจัดการเรียนการสอนมีประสิทธิภาพโดยเน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ และสามารถ
พัฒนาผูเ้ รียนเพ่อื ให้สอดคล้องกับยุคศตวรรษท่ี 21 สู่การเป็นพลเมืองดิจิทัลท่ีใช้ชีวิตในโลกออนไลน์
เพิม่ มากขึน้ ในสถานการณก์ ารแพรร่ ะบาดของโรคตดิ เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)ได้

ศนู ยก์ ารศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั อาเภอพานทอง ตระหนกั ถงึ ความสาคญั
ดังกล่าว จงึ จดั โครงการพฒั นาบคุ ลากรการจัดทาแผนการสอนภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564

2. วตั ถุประสงค์
2.1 เพือ่ พฒั นาบคุ ลากรและให้สถานศึกษามแี ผนการสอนรายภาคและแผนการสอนราย

สัปดาห์ที่มีคุณภาพสามารถนาไปใช้จดั การเรียนการสอนในภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2564 ได้
2.2 เพอื่ ใหก้ ารจดั กจิ กรรมการเรยี นรูท้ ่ีตรงตามหลักสตู รและบรรลุผลอย่างมปี ระสทิ ธิภาพใน

สถานการณก์ ารแพรร่ ะบาดของโรคตดิ เชอ้ื ไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ได้

2

3. ขอบเขตของการศึกษา
3.1 เป้าหมายของกิจกรรม

3.1.1 เชิงปริมาณ
ขา้ ราชการ ครู บคุ ลากรของ กศน.อาเภอพานทอง จานวน 18 คน

3.2.1 เชิงคณุ ภาพ
ขา้ ราชการ ครู บุคลากรของ กศน.อาเภอพานทอง ท่ีเข้ารว่ มโครงการฯ

สามารถพฒั นาตนเองและให้สถานศึกษามกี ารแผนการสอนรายภาค แผนการสอนรายสัปดาห์ทมี่ ี
คณุ ภาพสามารถนาไปใช้จัดการเรยี นการสอนการสอนในภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2564 และ
สามารถจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทีต่ รงตามหลกั สตู รและบรรลุผลอย่างมีประสทิ ธภิ าพในสถานการณ์การ
แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)ได้

3.2 สถานทใ่ี นการจดั กิจกรรม ดังนี้
ณ. หอ้ งประชุม กศน.อาเภอพานทอง ตาบลพานทอง อาเภอพานทอง จงั หวัดชลบรุ ี

3.3 ระยะเวลาท่ีใช้ในจัดกจิ กรรม
วันที่ 7- 8 มถิ นุ ายน 2564 เวลา 08.00 - 16.30 น.

4. ผลท่ีคาดวา่ จะไดร้ บั ในการจัดกิจกรรม
ผู้ข้าราชการ ครู บคุ ลากรของ กศน.อาเภอพานทอง ท่เี ข้าร่วมโครงการฯ มีการแผนการ

สอนรายภาค แผนการสอนรายสัปดาหท์ ่ีมีคุณภาพสามารถนาไปใช้จัดการเรยี นการสอน และสามารถ
จดั กิจกรรมการเรยี นรทู้ ตี่ รงตามหลกั สตู รและบรรลุผลอย่างมปี ระสิทธภิ าพได้
5. ดัชนวี ัดผลสาเรจ็ ของโครงการ

5.1 ตัวช้วี ัดผลผลติ (Outputs)
- มีผู้เขา้ ร่วมโครงการฯ ไม่น้อยกวา่ ร้อยละ 80 จากจานวนทง้ั หมด

ตัวช้ีวัดผลลพั ธ์ (Outcomes)
- ผู้เข้าร่วมโครงการฯ ไม่น้อยกวา่ ร้อยละ 50 สามารถนาความรู้ที่ได้ไปจัดทาการประเมินตนเอง
ของสถานศึกษาได้
- ผเู้ ขา้ รว่ มโครงการฯ ไมน่ ้อยกว่าร้อยละ 80 มีความพงึ พอใจอยรู่ ะดบั ดขี ้ึนไป

3

บทท่ี 2

เอกสารการศกึ ษาและรายงานที่เก่ยี วข้อง

ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอพานทอง ได้ดาเนินการจัด
โครงการพัฒนาบคุ ลากรการจดั ทาแผนการสอนภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2564 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เพ่ือ
พัฒนาบุคลากรและให้สถานศึกษามีการแผนการสอนรายภาค แผนการสอนรายสัปดาห์ที่มีคุณภาพสามารถ
นาไปใชจ้ ัดการเรยี นการสอนการสอนในภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2564 และสามารถจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่
ตรงตามหลักสูตรให้บรรลุผลอย่างมีประสิทธิภาพในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา
2019 (COVID-19) มขี น้ั ตอนการดาเนนิ งานซ่ึงมีเอกสารท่เี กี่ยวขอ้ งดงั ตอ่ ไปนี้

1. นโยบายสานกั งาน กศน. ปงี บประมาณ 2564
2. การจัดทาแผนการเรยี นรูห้ รือแผนการสอน

1. นโยบายและจุดเนน้ การดาเนนิ งาน สานักงาน กศน.ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2564

วสิ ยั ทัศน์
คนไทยทุกช่วงวัยได้รับโอกาสทางการศกึ ษาและการเรยี นรู้ตลอดชวี ิตอยา่ งมคี ณุ ภาพ มีทักษะ

ทีจ่ าเปน็ และสมรรถนะที่สอดรับกับทิศทางการพัฒนาประเทศ สามารถดารงชีวิตได้อย่างเหมาะสม
บนรากฐานของหลกั ปรชั ญา ของเศรษฐกจิ พอเพียง
พันธกิจ

1. จัดและสง่ เสรมิ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยทม่ี ีคุณภาพ สอดคล้อง กับ
หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และความเปล่ียนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม เพื่อยกระดับ
การศึกษา และพฒั นาสมรรถนะ ทักษะการเรียนรู้ของประชาชนกลุ่มเปูาหมายให้เหมาะสมในแต่ละ
ชว่ งวยั ใหพ้ รอ้ มรบั การเปลย่ี นแปลงและการปรับตัวในการดารงชวี ติ ไดอ้ ย่างเหมาะสม ก้าวสู่การเป็น
สงั คมแห่งการเรยี นรู้ตลอดชวี ติ อยา่ งยงั่ ยนื

2. พัฒนาหลักสูตร รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ สื่อและนวัตกรรมเทคโนโลยีทาง
การศกึ ษา การวัดและประเมินผลในทุกรูปแบบให้มีคุณภาพและมาตรฐานสอดคล้องกับรูปแบบการ
จดั การเรยี นรู้และบรบิ ท ในปจั จบุ นั

3. ส่งเสรมิ และพัฒนาเทคโนโลยีทางการศึกษา และนาเทคโนโลยีมาพัฒนาเพื่อเพิ่มช่องทาง
และโอกาส การเรียนรู้ รวมถึงการเพ่ิมประสิทธิภาพในการจัดและให้บริการการศึกษานอกระบบและ
การศกึ ษาตามอัธยาศยั ให้กับประชาชนกลมุ่ เปาู หมายอย่างทวั่ ถึง

4. สง่ เสรมิ สนับสนุน แสวงหา และประสานความร่วมมือเชิงรุกกับภาคีเครือข่าย ให้เข้ามามี
ส่วนร่วม ในการสนับสนุนและจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย และการเรียนรู้
ตลอดชีวติ ในรูปแบบต่าง ๆ ใหก้ บั ประชาชน

5. พฒั นาระบบการบริหารจัดการภายในองคก์ รให้มเี อกภาพ เพ่ือการบริหารราชการที่ดี บน
หลกั ของธรรมาภบิ าล มปี ระสทิ ธภิ าพ ประสทิ ธิผล และคล่องตัวมากย่งิ ข้ึน

4

6.ยกระดับการบริหารและการพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้มีความรู้ ทักษะ สมรรถนะ
คณุ ธรรม และจริยธรรมท่ีดี เพ่อื เพ่ิมประสิทธิภาพของการให้บริการทางการศึกษาและการเรียนรู้ที่มี
คุณภาพมากยง่ิ ขน้ึ
เป้าประสงค์

1. ประชาชนผ้ดู อ้ ย พลาด และขาดโอกาสทางการศึกษารวมทั้งประชาชนทั่วไปได้รับโอกาส
ทางการศึกษาในรูปแบบการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน การศึกษาต่อเน่ือง และ
การศึกษา ตามอัธยาศัยที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียมและท่ัวถึง เป็นไปตามบริบท สภาพปัญหาและ
ความต้องการของแต่ละ กลมุ่ เปูาหมาย

2. ประชาชนไดร้ ับการยกระดับการศึกษา สร้างเสริมและปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม หน้าท่ี
ความเป็น พลเมอื งทดี่ ีภายใตก้ ารปกครองในระบอบประชาธปิ ไตยอนั มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ท่ี
สอดคลอ้ งกับหลักปรชั ญา ของเศรษฐกิจพอเพียง อันนาไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตและเสริมสร้าง
ความเข้มแข็งให้ชุมชน เพื่อพัฒนา ไปสู่ความม่ันคงและย่ังยืนทางด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม
ประวัติศาสตร์ และสิง่ แวดลอ้ ม

3. ประชาชนได้รับการพัฒนาทักษะการเรียนรู้และแสวงหาความรู้ด้วยตนเองผ่านแหล่ง
เรียนรู้ ช่องทางการเรียนรู้ และกิจกรรมการเรียนรู้รูปแบบต่าง ๆ รวมทั้งมีเจตคติทางสังคม การเมือง
วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีท่ีเหมาะสม สามารถคิดวิเคราะห์ แยกแยะอย่างมีเหตุผล และนาไป
ประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวิตประจาวนั รวมถงึ การแก้ปญั หาและพฒั นาคุณภาพชีวติ ได้อยา่ งสร้างสรรค์

4. หน่วยงานและสถานศึกษา กศน. มีหลักสูตร ส่ือ นวัตกรรม ช่องทางการเรียนรู้ และ
กระบวนการ เรยี นรู้ในรปู แบบทีห่ ลากหลาย ทนั สมัย และรองรับกับสภาวะการเรียนรู้ในสถานการณ์
ต่าง ๆ เพื่อแก้ปัญหา และพัฒนาคุณภาพชีวิตตามความต้องการของประชาชนและชุมชน รวมทั้ง
ตอบสนองกับการเปลยี่ นแปลงบรบิ ท ด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และ
สงิ่ แวดล้อม

5. หน่วยงานและสถานศึกษา กศน. สามารถนาเทคโนโลยีทางการศึกษา และเทคโนโลยี
ดจิ ิทัล มาพัฒนาเพอื่ เพิม่ ช่องทางการเรยี นรู้ และนามาใชใ้ นการยกระดับคุณภาพในการจัดการเรียนรู้
และโอกาสการเรยี นรู้ ใหก้ ับประชาชน

6. ชุมชนและภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน มีส่วนร่วมในการจัด ส่งเสริม และสนับสนุน
การศกึ ษา นอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัย รวมทง้ั การขบั เคล่อื นกิจกรรมการเรียนรูข้ องชมุ ชน

7. หน่วยงานและสถานศกึ ษามรี ะบบการบริหารจัดการองค์กรทีท่ ันสมยั มีประสทิ ธิภาพ และ
เป็นไป ตามหลักธรรมาภิบาล

8. บคุ ลากร กศน. ทกุ ประเภททุกระดบั ได้รับการพัฒนาเพื่อเพิ่มทักษะและสมรรถนะในการ
ปฏิบัติงาน และการให้บริการทางการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย รวมถึงการ
ปฏบิ ตั งิ านตามสายงานอยา่ งมี ประสทิ ธิภาพ

5

จดุ เนน้ การดาเนนิ งานประจาปงี บประมาณ พ.ศ. 2554

1. น้อมนาพระบรมราโชบายดา้ นการศึกษาสู่การปฏิบตั ิ
1.1 สืบสานศาสตร์พระราชา โดยการสร้างและพัฒนาศูนย์สาธิตและเรียนรู้ “โคก หนอง นา

โมเดล” เพ่ือเป็นแนวทางในการจัดการบรหิ ารทรัพยากรรูปแบบตา่ ง ๆ ท้งั ดนิ น้า ลม แดด รวมถึงพืช
พนั ธ์ตุ ่าง ๆ และส่งเสริม การใช้พลังงานทดแทนอย่างมีประสทิ ธิภาพ

1.2 จัดให้มี “หนงึ่ ชมุ ชน หนง่ึ นวตั กรรมการพัฒนาชมุ ชน” เพื่อความกินดี อยู่ดี มีงานทา
1.3 การสร้างกลุ่มจิตอาสาพัฒนาชุมชน รวมทั้งปลูกฝังผู้เรียนให้มีหลักคิดท่ีถูกต้องด้าน
คุณธรรม จรยิ ธรรม มีทศั นคตทิ ดี่ ตี ่อบ้านเมอื ง และเปน็ ผู้มีความพอเพยี ง ระเบียบวินัย สจุ รติ จิตอาสา
ผา่ นกจิ กรรมการพฒั นา ผูเ้ รียนโดยการใช้กระบวนการลกู เสือและยุวกาชาด
2. ส่งสรมิ การจดั การศึกษาและการเรียนรูต้ ลอดชวี ติ สาหรบั ประชาชนทีเ่ หมาะสมกบั ทกุ ช่วงวยั
2.1 ส่งเสริมการจัดการศึกษาอาชีพเพ่ือการมีงานทา ในรูปแบบ Re-Skill& Up-Skill และ
การสร้าง นวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ท่ีมีคุณภาพ มีความหลากหลาย ทันสมัย และตอบสนองความ
ต้องการของประชาชน ผู้รับบริการ และสามารถออกใบรับรองความรู้ความสามารถเพ่ือนาไปใช้ใน
การพฒั นาอาชีพได้
2.2 ส่งเสรมิ และยกระดบั ทกั ษะภาษาอังกฤษใหก้ บั ประชาชน (English for ALL)
2.3 ส่งเสริมการเรียนการสอนท่ีเหมาะสมสาหรับผู้ท่ีเข้าสู่สังคมสูงวัย อาทิ การฝึกอบรม
อาชพี ท่ีเหมาะสมรองรับสังคมสูงวัย หลักสูตรการพัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมสมรรถนะผู้สูงวัย
และหลักสตู ร การดูแลผู้สงู วัย โดยเน้นการมสี ่วนรว่ มกบั ภาคเี ครือข่ายทุกภาคส่วนในการเตรียมความ
พร้อมเข้าส่สู ังคมสูงวยั
3. พัฒนาหลักสตู ร สือ่ เทคโนโลยีและนวตั กรรมทางการศึกษา แหล่งเรียนรู้ และรูปแบบ การจัดการ
ศกึ ษาและการเรยี นรู้ ในทุกระดับ ทุกประเภท เพื่อประโยชน์ต่อการจัดการศึกษาที่เหมาะสม กับทุก
กลุ่มเปูาหมาย มีความทันสมัย สอดคล้องและพร้อมรองรับกับบริบทสภาวะสังคมปัจจุบัน ความ
ต้องการ ของผูเ้ รียน และสภาวะการเรียนรใู้ นสถานการณต์ ่าง ๆ ทจี่ ะเกดิ ขึ้นในอนาคต
3.1 พัฒนาระบบการเรียนรู้ ONIE Digital Leaming Platform ที่รองรับ DEEP ของ
กระทรวงศึกษาธิการ และช่องทางเรียนรู้รปู แบบอ่นื ๆ ทง้ั Online On-site และ On-air
3.2 พัฒนาแหล่งเรียนรู้ประเภทต่าง ๆ อาทิ Digital Science Museum/ Digital Science
Center/ Digital Library ศูนย์การเรียนรทู้ ุกช่วงวัย และศนู ยก์ ารเรยี นรูต้ น้ แบบ กศน. (Co-Learning
Space) เพื่อใหส้ ามารถ “เรียนร้ไู ดอ้ ยา่ งท่ัวถงึ ทุกที่ ทุกเวลา”
3.3 พัฒนาระบบรับสมัครนักศึกษาและสมัครฝึกอบรมแบบออนไลน์ มีระบบการเทียบโอน
ความรู้ ระบบสะสมหน่วยการเรียนรู้ (Credit Bank System) และพัฒนา/ขยายการให้บริการระบบ
ทดสอบอเิ ล็กทรอนกิ ส์ (E-exam)

6

4. บรู ณาการความร่วมมือในการสง่ เสรมิ สนับสนุน และจดั การศกึ ษาและการเรียนรู้ให้กับ ประชาชน
อยา่ งมคี ณุ ภาพ

4.1 ร่วมมือกับภาคีเครอื ขา่ ยทัง้ ภาครัฐ เอกชน ประชาสงั คม และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
รวมท้ัง สง่ เสริมและสนับสนุนการมสี ว่ นร่วมของชมุ ชน อาทิ การส่งเสริมการฝึกอาชีพท่ีเป็นอัตลักษณ์
และบรบิ ทของชุมชน ส่งเสริมการตลาดและขยายช่องทางการจาหน่ายเพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์/สินค้า
กศน.

4.2 บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ท้ังใน
ส่วนกลาง และภมู ิภาค
5. พัฒนาศักยภาพและประสทิ ธภิ าพในการทางานของบคุ ลากร กศน.

5.1 พัฒนาศักยภาพและทักษะความสามารถด้านเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Literacy &
Digital Skills) ให้กับบุคลากรทุกประเภททุกระดับ รองรับความเป็นรัฐบาลดิจิทัลอย่างมี
ประสทิ ธิภาพ รวมทงั้ พัฒนาครูให้มีทักษะ ความรู้ และความชานาญในการใช้ภาษาอังกฤษ การผลิต
สอื่ การเรยี นรแู้ ละการจดั การเรยี นการสอนเพ่ือฝกึ ทกั ษะ การคดิ วเิ คราะห์อยา่ งเปน็ ระบบและมเี หตุผล
เป็นข้ันตอน

5.2 จัดกิจกรรมเสริมสร้างความสัมพันธ์ ของบุคลากร กศน.และกิจกรรมเพ่ิมประสิทธิภาพ
ในการทางานร่วมกันในรูปแบบต่าง ๆ อาทิ การแข่งขันกีฬา การอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนา
ประสิทธภิ าพ ในการทางาน
6. ปรับปรุงและพัฒนาโครงสร้างและระบบบริหารจัดการองค์กร ปัจจัยพื้นฐานในการจัดการศึกษา
และการประชาสัมพันธ์สรา้ งการรับรู้ตอ่ สาธารณะชน

6.1 เรง่ ผลักดันรา่ งพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. ... ให้สาเร็จ และปรับโครงสร้าง
การบริหารและอัตรากาลังให้สอดคล้องกับบริบทการเปล่ียนแปลง เร่งการสรรหา บรรจุ แต่งตั้งท่ีมี
ประสทิ ธภิ าพ

6.2 นานวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการบริหารจัดการ พัฒนาระบบการทางาน
และขอ้ มลู สารสนเทศด้านการศึกษาที่ทันสมยั รวดเรว็ และสามารถใช้งานทันที โดยจัดตั้งศูนย์ข้อมูล
กลาง กศน. เพื่อจดั ทา ขอ้ มูล กศน. ทั้งระบบ (ONE ONIE)

6.3 พัฒนา ปรับปรุง ซ่อมแซม ฟื้นฟูอาคารสถานที่ และสภาพแวดล้อมโดยรอบของ
หนว่ ยงาน สถานศกึ ษา และแหลง่ เรยี นรทู้ กุ แหง่ ใหส้ ะอาด ปลอดภยั พร้อมให้บริการ

6.4 ประชาสัมพันธ์/สร้างการรับรู้ให้กับประชาชนทั่วไปเก่ียวกับการบริการทางวิชาการ/
กิจกรรม ด้านการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย และสร้างช่องทางการแลกเปล่ียน
เรยี นรดู้ า้ นวชิ าการ ของหน่วยงานและสถานศึกษาในสังกัด อาทิ ข่าวประชาสัมพันธ์ ผ่านส่ือรูปแบบ
ตา่ ง ๆ การจัดนิทรรศการ/มหกรรม วิชาการ กศน.

7

การจดั การศกึ ษาและการเรยี นรใู้ นสถานการณก์ ารแพร่ระบาดของเช้อื ไวรสั โคโรนา 2019
(COVID - 19) ของสานกั งาน กศน.

จากสถานการณ์การแพรร่ ะบาดของเช้ือไวรสั โคโรนา 2019 (COVID - 19) เมือ่ เดือนธันวาคม
2562 ส่งผลกระทบต่อระบบการจัดการเรียนการสอนของไทยในทุกระดับชั้น ซึ่งรัฐบาลและ
กระทรวงศึกษาธิการ ได้ออกประกาศและมีมาตรการเฝูาระวังเพื่อปูองกันการแพร่กระจายของเช้ื อ
ไวรัสดังกล่าว อาทิ กาหนดให้มี การเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) ห้ามการใช้อาคาร
สถานท่ีของโรงเรยี นและสถาบนั การศึกษา ทุกประเภท เพ่ือจัดการเรียนการสอน การสอบ ฝึกอบรม
หรือการทากิจกรรมใด ๆ ที่มีผู้เข้าร่วมเป็นจานวนมาก การปิดสถานศึกษาด้วยเหตุพิเศษ การ
กาหนดให้ใช้วิธีการจัดการเรียนการสอนรูปแบบใหม่ อาทิ การจัดการเรียนรู้ แบบออนไลน์ การ
จัดการเรียนรู้ผ่านระบบการออกอากาศทางโทรทัศน์ วิทยุ และโซเซียลมีเดีย ต่าง ๆ รวมถึง การ
สอ่ื สารแบบทางไกลหรอื ด้วยวธิ ีอิเล็กทรอนิกส์

ในส่วนของสานกั งาน กศน. ได้มีการพัฒนา ปรับรปู แบบ กระบวนการ และวิธกี ารดาเนินงาน
ในภารกิจ ต่อเนอ่ื งต่าง ๆ ในสถานการณ์การใช้ชีวิตประจาวัน และการจัดการเรียนรู้เพ่ือรองรับการ
ชีวิตแบบปกติวิถีใหม่ (New Normal) ซึ่งกิจกรรมการเรียนรู้ต่าง ๆ ได้ให้ความสาคัญกับการ
ดาเนินงานตามมาตรการการปอู งกัน การแพรร่ ะบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COMID - 19) อาทิ
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทุกประเภท หากมีความจาเป็นต้องมาพบกลุ่ม หรืออบรมสัมมนา ทาง
สถานศึกษาต้องมีมาตรการปูองกันที่เข้มงวด มีเจล แอลกอฮอลล้างมือ ผู้รับบริการต้องใส่หน้ากาก
อนามัยหรือหน้ากากผ้า ต้องมีการเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล เน้นการใช้สื่อดิจิทัลและเทคโนโลยี
ออนไลน์ในการจัดการเรียนการสอน
ภารกจิ ต่อเนอ่ื ง
1. ดา้ นการจดั การศึกษาและการเรียนรู้

1.1 การศึกษานอกระบบระดับการศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน
1) สนับสนุนการจัดการศึกษานอกระบบต้ังแต่ปฐมวัยจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐานโดย

ดาเนินการ ให้ผู้เรียนได้รับการสนับสนุนค่าจัดซ้ือหนังสือเรียน ค่าจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน
และคา่ จดั การเรียน การสอนอยา่ งท่วั ถึงและเพยี งพอเพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถงึ บริการทางการศึกษา
ทีม่ ีคณุ ภาพโดยไม่เสียคา่ ใชจ้ า่ ย

2) จดั การศกึ ษานอกระบบระดับการศึกษาข้ันพื้นฐานให้กับกลุ่มเปูาหมายผู้ด้อย พลาด
และขาดโอกาสทางการศึกษา ผ่านการเรียนแบบเรียนรู้ด้วยตนเอง การพบกลุ่ม การเรียนแบบช้ัน
เรยี น และการจดั การศึกษาทางไกล

3) พัฒนาประสิทธิภาพ คุณภาพ และมาตรฐานการจัดการศึกษานอกระบบระดับ
การศกึ ษา ขั้นพน้ื ฐาน ท้ังด้านหลักสูตรรูปแบบ/กระบวนการเรียนการสอน ส่ือและนวัตกรรม ระบบ
การวดั และประเมินผล การเรียน และระบบการใหบ้ ริการนกั ศึกษาในรปู แบบอ่ืน ๆ

8

4) จัดให้มีการประเมินเพ่ือเทียบระดับการศึกษา และการเทียบโอนความรู้และ
ประสบการณ์ ที่มีความโปร่งใส ยุติธรรม ตรวจสอบได้ มีมาตรฐานตามท่ีกาหนด และสามารถ
ตอบสนองความต้องการ ของกลมุ่ เปูาหมายไดอ้ ย่างมีประสทิ ธภิ าพ

5) จัดให้มีกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียนที่มีคุณภาพที่ผู้เรียนต้องเรียนรู้และเข้าร่วม
ปฏบิ ัติ กิจกรรม เพอื่ เป็นสว่ นหนง่ึ ของการจบหลักสตู ร อาทิ กิจกรรมเสริมสร้างความสามัคคี กิจกรรม
เก่ียวกบั การปูองกัน และแก้ไขปัญหายาเสพติดการแข่งขันกีฬา การบาเพ็ญสาธารณประโยชน์อย่าง
ต่อเนื่อง การส่งเสริมการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
กิจกรรมลกู เสือ เนตรนารี และยุวกาชาด กิจกรรม จติ อาสา และการจดั ต้งั ชมรม/ชุมนุม พร้อมทั้งเปิด
โอกาสให้ผู้เรียนนากิจกรรมการบาเพ็ญประโยชน์อื่น ๆ นอกหลักสูตรมาใช้เพิ่มช่ัวโมงกิจกรรมให้
ผเู้ รียนจบตามหลักสูตรได้

1.2 การส่งเสรมิ การรู้หนังสอื
1) พัฒนาระบบฐานข้อมูลผู้ไม่รู้หนังสือ ให้มีความครบถ้วน ถูกต้อง ทันสมัยและเป็น

ระบบเดียวกนั ท้งั ส่วนกลางและสว่ นภมู ิภาค
2) พัฒนาและปรับปรุงหลักสูตร ส่ือ แบบเรียนเคร่ืองมือวัดผลและเคร่ืองมือการ

ดาเนนิ งานการ ส่งเสริมการรู้หนงั สอื ที่สอดคลอ้ งกับสภาพและบรบิ ทของแต่ละกลุม่ เปาู หมาย
3) พัฒนาครู กศน. และภาคีเครือข่ายที่ร่วมจัดการศึกษา ให้มีความรู้ความสามารถ

และทักษะการ จัดกระบวนการเรียนรู้ให้กับผู้ไม่รู้หนังสืออย่างมีประสิทธิภาพ และอาจจัดให้มี
อาสาสมัครสง่ เสรมิ การรหู้ นงั สอื ใน พ้ืนท่ีทีม่ ีความต้องการจาเปน็ เปน็ พเิ ศษ

4) สง่ เสริม สนับสนุนให้สถานศกึ ษาจัดกิจกรรมส่งเสรมิ การรู้หนงั สือ การคงสภาพการรู้
หนงั สอื การพัฒนาทักษะการรู้หนังสอื ให้กบั ประชาชนเพอื่ เป็นเคร่ืองมือในการศึกษาและเรียนรู้อย่าง
ตอ่ เนอื่ งตลอดชวี ติ ของประชาชน

1.3 การศึกษาต่อเนอ่ื ง
1) จัดการศึกษาอาชีพเพ่ือการมีงานทาอย่างยั่งยืน โดยให้ความสาคัญกับการจัด

การศึกษาอาชีพ เพ่ือการมีงานทาในกลุ่มอาชีพเกษตรกรรม อุตสาหกรรม พาณิชยกรรม คหกรรม
และอาชพี เฉพาะทางหรือการบริการ รวมถึงการเน้นอาชีพช่างพื้นฐาน ที่สอดคล้องกับศักยภาพของ
ผู้เรียน ความต้องการและศักยภาพของแต่ละพื้นท่ี มีคุณภาพได้มาตรฐานเป็นท่ียอมรับ สอดรับกับ
ความต้องการของตลาดแรงงาน และการพัฒนาประเทศ ตลอดจน สร้างความเข้มแข็งให้กับศูนย์ฝึก
อาชพี ชมุ ชน โดยจดั ให้มีการส่งเสรมิ การรวมกลุม่ วสิ าหกจิ ชุมชน การพัฒนา หนึ่งตาบลหน่ึงอาชีพเด่น
การประกวดสินค้าดีพรีเม่ียม การสร้างแบรนด์ของ กศน. รวมถึงการส่งเสริมและจัดหาช่องทางการ
จาหน่ายสนิ คา้ และผลติ ภัณฑ์ และใหม้ กี ารกากับ ติดตาม และรายงานผลการจัดการศึกษาอาชีพ เพ่ือ
การมีงานทาอยา่ งเป็นระบบและตอ่ เนือ่ ง

2) จัดการศึกษาเพ่ือพัฒนาทักษะชีวิตให้กับทุกกลุ่มเปูาหมาย โดยเฉพาะคนพิการ
ผู้สงู อายุ ทีส่ อดคล้องกับความตอ้ งการจาเป็นของแตล่ ะบุคคล และมงุ่ เน้นใหท้ ุกกลุ่มเปูาหมายมีทักษะ

9

การดารงชีวิตตลอดจน สามารถประกอบอาชีพพ่ึงพาตนเองได้มีความรู้ความสามารถในการบริหาร
จัดการชวี ติ ของตนเองให้อยู่ในสังคม ได้อย่างมีความสุขสามารถเผชิญสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นใน
ชีวติ ประจาวนั ไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ และเตรียมพร้อมสาหรับการปรับตัวให้ทันต่อการเปล่ียนแปลง
ของข่าวสารขอ้ มูลและเทคโนโลยีสมัยใหม่ในอนาคต โดยจัดกิจกรรมท่ีมีเน้ือหาสาคัญต่าง ๆ เช่น การ
อบรมจติ อาสา การใหค้ วามรเู้ พื่อการปอู งการการแพร่ระบาด ของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COMID -
19) การอบรมพัฒนาสขุ ภาพกายและสุขภาพจิต การอบรมคณุ ธรรม และจริยธรรม การปูองกันภัยยา
เสพติด เพศศกึ ษา การปลกู ฝังและการสรา้ งคา่ นิยมที่พึงประสงค์ ความปลอดภยั ในชีวติ และทรัพย์สิน
ผา่ นการอบรมเรยี นรูใ้ นรูปแบบตา่ ง ๆ อาทิ ค่ายพัฒนาทักษะชีวิต การจัดต้ังชมรม/ชุมนุม การอบรม
สง่ เสรมิ ความสามารถพิเศษตา่ ง ๆ เป็นต้น

3) จัดการศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน โดยใช้หลักสูตรและการจัดกระบวนการ
เรียนรู้ แบบบรู ณาการในรูปแบบของการฝึกอบรมการประชุม สัมมนา การจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้
การจัดกิจกรรม จิตอาสา การสร้างชุมชนนักปฏิบัติ และรูปแบบอ่ืนๆ ท่ีเหมาะสมกับกลุ่มเปูาหมาย
และบริบทของชุมชน แต่ละพ้นื ที่ เคารพความคิดของผ้อู ื่น ยอมรับความแตกต่างและหลากหลายทาง
ความคิดและอุดมการณ์ รวมท้ังสังคม พหุวัฒนธรรม โดยจัดกระบวนการให้บุคคลรวมกลุ่มเพ่ือ
แลกเปลย่ี นเรยี นรรู้ ่วมกันสร้างกระบวนการจิตสาธารณะ การสร้างจิตสานึกความเป็นประชาธิปไตย
การเคารพในสิทธิและเสรีภาพ และรับผิดชอบต่อหน้าท่ีความเป็นพลเมือง ท่ีดีภายใต้การปกครอง
ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข การส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม การเป็นจิต
อาสา การบาเพ็ญประโยชน์ในชุมชนการ บริหารจัดการน้า การรับมือกับสาธารณภัย การอนุรักษ์
พลังงาน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การช่วยเหลือซึ่งกันและกันในการพัฒนาสังคมและ
ชุมชนอยา่ งยัง่ ยืน

4) การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงผ่านกระบวนการ
เรียนรู้ตลอดชีวิต ในรูปแบบต่าง ๆ ให้กับประชาชน เพ่ือเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน สามารถยืนหยัดอยู่ได้
อยา่ งมน่ั คง และมกี ารบริหารจดั การ ความเสี่ยงอยา่ งเหมาะสม ตามทศิ ทางการพัฒนาประเทศสู่ความ
สมดุลและยงั่ ยืน

1.4 การศึกษาตามอธั ยาศยั
1) พัฒนาแหล่งการเรียนรู้ท่ีมีบรรยากาศและสภาพแวดล้อมท่ีเอื้อต่อการอ่านและ

พัฒนาศักยภาพ การเรียนรู้ให้เกิดขึ้นในสังคมไทย ให้เกิดข้ึนอย่างกว้างขวางและท่ัวถึง เช่น การ
พัฒนา กศน. ตาบล ห้องสมุด ประชาชนทุกแห่งให้มีการบริการที่ทันสมัย ส่งเสริมและสนับสนุน
อาสาสมัครส่งเสริมการอ่าน การสร้างเครือข่าย ส่งเสริมการอ่าน จัดหน่วยบริการห้องสมุดเคล่ือนที่
ห้องสมุดชาวตลาด พร้อมหนังสือและอุปกรณ์เพ่ือจัดกิจกรรม ส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ท่ี
หลากหลายให้บริการกับประชาชนในพ้ืนท่ีต่าง ๆ อย่างท่ัวถึง สม่าเสมอ รวมทั้ง เสริมสร้างความ
พร้อมในด้านบุคลากร สื่ออุปกรณ์เพ่ือสนับสนุนการอ่าน และการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการอ่าน
อย่างหลากหลายรปู แบบ

10

2) จัดสรา้ งและพัฒนาศูนย์วทิ ยาศาสตรเ์ พอื่ การศึกษา ให้เป็นแหล่งเรียนรู้วิทยาศาสตร์
ตลอดชีวิต ของประชาชน เป็นแหล่งสร้างนวัตกรรมฐานวิทยาศาสตร์และเป็นแหล่งท่องเท่ียวเชิง
ศิลปะวทิ ยาการประจาท้องถิ่น โดยจัดทาและพัฒนานิทรรศการส่ือและกิจกรรมการศึกษาที่เน้นการ
เสริมสรา้ งความรู้และสรา้ งแรงบันดาลใจ ด้านวิทยาศาสตร์สอดแทรกวิธีการคิดเชิงวิเคราะห์ การคิด
เชิงสร้างสรรค์ และปลูกฝังเจตคติทางวิทยาศาสตร์ ผ่านการกระบวนการเรียนรู้ที่บูรณาการความรู้
ด้านวิทยาศาสตร์ ควบคู่กับเทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์และคณิตศาสตร์ รวมทั้งสอดคล้องกับหลัก
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง บริบทของชุมชน และประเทศ รวมทั้งระดับภูมิภาค และระดับโลก
เพ่ือให้ประชาชนมีความรู้และสามารถนาความรู้และทักษะไปประยุกต์ใช้ในการดาเนินชีวิต การ
พัฒนา อาชีพ การรักษาสิ่งแวดล้อม การบรรเทาและปูองกันภัยพิบัติทางธรรมชาติ รวมท้ังมี
ความสามารถในการปรบั ตัวรองรับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของโลกที่เป็นไปอย่างรวดเร็วและ
รุนแรง (Disruptive Changes) ไดอ้ ย่าง มีประสทิ ธิภาพ
3) ประสานความร่วมมือหน่วยงาน องค์กร หรือภาคส่วนต่าง ๆ ท่ีมีแหล่งเรียนรู้อื่น ๆ เพ่ือส่งเสริม
การจดั การศึกษาตามอัธยาศัยให้มีรูปแบบท่ีหลากหลาย และตอบสนองความต้องการของประชาชน
เชน่ พิพิธภัณฑ์ ศูนย์เรยี นรู้ แหลง่ โบราณคดี วดั ศาสนาสถาน ห้องสมดุ รวมถงึ ภมู ิปญั ญาทอ้ งถ่ิน เป็น
ตน้
2. ด้านหลักสูตร สือรูปแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้ การวัดและประเมินผลงานบริการ ทาง
วชิ าการ และการประกนั คณุ ภาพการศึกษา

2.1 ส่งเสรมิ การพฒั นาหลักสตู ร รูปแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้และกิจกรรมเพ่ือส่งเสริม
การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยที่หลากหลาย ทันสมัย รวมถึงการพัฒนาหลักสูตร
ฐานสมรรถนะ และ หลักสูตรท้องถ่ินท่ีสอดคล้องกับสภาพบริบทของพ้ืนท่ีและความต้องการของ
กลมุ่ เปาู หมายและชมุ ชน

2.2 ส่งเสริมการพฒั นาส่ือแบบเรยี น ส่ืออิเล็กทรอนิกส์และสื่ออ่ืน ๆ ที่เอ้ือต่อการเรียนรู้ของ
ผู้เรยี น กลุ่มเปูาหมายท่ัวไปและกล่มุ เปาู หมายพิเศษ เพอ่ื ให้ผเู้ รยี นสามารถเรยี นรู้ไดท้ กุ ที่ ทกุ เวลา

2.3 พัฒนารูปแบบการจดั การศึกษาทางไกลใหม้ คี วามทนั สมยั หลากหลายช่องทางการเรียนรู้
ด้วยระบบห้องเรยี นและการควบคุมการสอบรูปแบบออนไลน์

2.4 พัฒนาระบบการประเมินเพ่ือเทียบระดับการศึกษา และการเทียบโอนความรู้และ
ประสบการณ์ เพอ่ื ใหม้ ีคณุ ภาพ มาตรฐาน และสามารถตอบสนองความต้องการของกลุ่มเปูาหมายได้
อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทัง้ มีการประชาสัมพันธ์ให้สาธารณชนได้รับรู้และสามารถเข้าถึงระบบการ
ประเมินได้

2.5 พัฒนาระบบการวัดและประเมินผลการศึกษานอกระบบทุกหลักสตู ร โดยเฉพาะหลกั สูตร
ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานให้ได้มาตรฐานโดยการนาแบบทดสอบกลาง และระบบการสอบ
อิเลก็ ทรอนิกส์ (e-Exam) มาใชอ้ ยา่ งมีประสทิ ธิภาพ

11

2.6 ส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาหลักสูตร รูปแบบการจัดกระบวนการ
เรยี นรู้ การ วัดและประเมินผล และเผยแพร่รูปแบบการจัด ส่งเสริม และสนับสนุนการจัดการศึกษา
นอกระบบและการศึกษา ตามอัธยาศัย รวมท้ังให้มีการนาไปสู่การปฏิบัติอย่างกว้างขวางและมีการ
พฒั นาใหเ้ หมาะสมกับบรบิ ทอยา่ งต่อเนือ่ ง

2.7 พัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาให้ได้มาตรฐาน มีการพัฒนาระบบการ
ประกัน คณุ ภาพภายในทส่ี อดคล้องกับบรบิ ทและภารกจิ ของ กศน. มากขน้ึ เพ่อื พร้อมรับการประเมิน
คุณภาพภายนอก โดยพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ ความเข้าใจ ตระหนักถึงความสาคัญของระบบการ
ประกนั คุณภาพ และสามารถ ดาเนนิ การประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษาได้อย่างต่อเน่ืองโดย
ใชก้ ารประเมินภายในด้วยตนเอง และจัดให้มี ระบบสถานศึกษาพ่ีเลี้ยงเข้าไปสนับสนุนอย่างใกล้ชิด
สาหรบั สถานศกึ ษาทีย่ ังไม่ได้เขา้ รบั การประเมนิ คุณภาพ ภายนอก ให้พฒั นาคุณภาพการจัดการศึกษา
ให้ไดค้ ณุ ภาพตามมาตรฐานทีก่ าหนด
3. ดา้ นเทคโนโลยเี พื่อการศึกษา

3.1 ผลิตและพัฒนารายการวิทยุและรายการโทรทัศน์เพ่ือการศึกษาเพื่อให้เช่ือมโยงและ
ตอบสนอง ต่อการจัดกิจกรรมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยของสถานศึกษาเพื่อ
กระจายโอกาสทางการศึกษา สาหรับกลุ่มเปูาหมายต่าง ๆ ให้มีทางเลือกในการเรียนรู้ท่ีหลากหลาย
และมีคุณภาพ สามารถพัฒนาตนเองให้รู้เท่าทัน ส่ือและเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการส่ือสาร เช่น
รายการพฒั นาอาชพี เพื่อการมีงานทา รายการติวเข้มเติมเต็มความรู้ รายการ รายการทากินก็ได้ ทา
ขายก็ดี ฯลฯ เผยแพร่ทางสถานีวิทยุศึกษา สถานีวิทยุโทรทัศน์เพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ
(ETV) และทางอนิ เทอรเ์ นต็

3.2 พัฒนาการเผยแพร่การจัดการศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยโดยผ่านระบบ
เทคโนโลยีดิจิทัล และช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ เช่น Youtube Facebook หรือ Application อ่ืน ๆ
เพื่อส่งเสรมิ ใหค้ รู กศน. นาเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการสร้างกระบวนการเรียนรู้ด้วยตนเอง (Do It
Yourself : DIY)

3.3 พัฒนาสถานีวิทยุศึกษาและสถานีโทรทัศน์เพ่ือการศึกษาเพ่ือเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
และการออกอากาศให้กลุ่มเปูาหมายสามารถใช้เป็นช่องทางการเรียนรู้ท่ีมีคุณภาพได้อย่างต่อเน่ือง
ตลอดชีวิต โดยขยายเครือข่ายการรบั ฟังใหส้ ามารถรบั ฟงั ไดท้ ุกที่ ทุกเวลา ครอบคลุมพื้นที่ท่ัวประเทศ
และเพิ่มช่องทาง ให้สามารถรับชมรายการโทรทัศน์ได้ท้ังระบบ Ku - Band C - Band Digital TV
และทางอินเทอร์เน็ต พร้อมท่ีจะ รองรับการพัฒนาเป็นสถานีวิทยุโทรทัศน์เพ่ือการศึกษาสาธารณะ
(Free ETV)

3.4 พัฒนาระบบการให้บริการส่ือเทคโนโลยีเพ่ือการศึกษาเพ่ือให้ได้หลายช่องทางทั้งทาง
อินเทอร์เน็ต และรูปแบบอื่น ๆ อาทิ Application บนโทรศัพท์เคลื่อนท่ี และ Tablet รวมท้ังส่ือ
Offline ในรูปแบบ ต่าง ๆ เพ่ือให้กลุ่มเปูาหมายสามารถเลือกใช้บริการเพ่ือเข้าถึงโอกาสทางการ
ศึกษาและการเรยี นรไู้ ดต้ ามความต้องการ

12

3.5 สารวจ วิจยั ตดิ ตามประเมนิ ผลดา้ นการใชส้ ือ่ เทคโนโลยีเพ่ือการศึกษาอย่างต่อเนื่องเพื่อ
นาผล มาใช้ในการพฒั นางานให้มคี วามถูกตอ้ ง ทันสมัยและสามารถส่งเสริมการศึกษาและการเรียนรู้
ตลอดชวี ติ ของประชาชนไดอ้ ย่างแท้จรงิ
4. ดา้ นโครงการอันเนือ่ งมาจากพระราชดาริ หรือโครงการอนั เกีย่ วเน่ืองจากราชวงศ์

4.1 สง่ เสริมและสนับสนนุ การดาเนินงานโครงการอันเน่ืองมาจากพระราชดาริหรือโครงการ
อนั เกี่ยวเนื่องจากราชวงศ์

4.2 จัดทาฐานข้อมูลโครงการและกิจกรรมของ กศน.ท่ีสนองงานโครงการอันเน่ืองมาจาก
พระราชดาริหรือโครงการอันเกี่ยวเน่ืองจากราชวงศ์เพ่ือนาไปใช้ในการวางแผน การติดตาม
ประเมนิ ผลและการ พฒั นางานไดอ้ ย่างมปี ระสิทธิภาพ

4.3 ส่งเสริมการสร้างเครือข่ายการดาเนินงานเพ่ือสนับสนุนโครงการอันเน่ืองมาจาก
พระราชดาริ เพือ่ ใหเ้ กิดความเข้มแขง็ ในการจดั การศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั

4.4 พัฒนาศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟูาหลวง”เพื่อให้มีความพร้อมในการจัด
การศึกษา นอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศัยตามบทบาทหน้าทีท่ ก่ี าหนดไว้อย่างมปี ระสิทธภิ าพ

4.5 จัดและสง่ เสรมิ การเรียนรู้ตลอดชวี ติ ใหส้ อดคลอ้ งกบั วถิ ีชีวติ ของประชาชนบนพ้นื ที่สูง ถ่ิน
ทรุ กันดาร และพ้ืนที่ชายขอบ
5. ดา้ นการศกึ ษาในจงั หวัดชายแดนภาคใต้ พนื้ ท่เี ขตเศรษฐกิจพเิ ศษและพ้นื ท่บี ริเวณ ชายแดน

5.1 พฒั นาการจดั การศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั ในจงั หวดั ชายแดนภาคใต้
1) จัดและพัฒนาหลักสูตร และกิจกรรมส่งเสริมการศึกษาและการเรียนรู้ท่ีตอบสนอง

ปญั หา และความต้องการของกลมุ่ เปาู หมายรวมทัง้ อัตลกั ษณแ์ ละความเป็นพหุวฒั นธรรมของพืน้ ที่
2) พัฒนาคุณภาพการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาข้ันพ้ืนฐานอย่างเข้มข้นและ

ต่อเน่อื งเพอื่ ให้ ผู้เรยี นสามารถนาความร้ทู ไี่ ด้รบั ไปใช้ประโยชน์ได้จรงิ
3) ให้หน่วยงานและสถานศึกษาจัดให้มีมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยแก่บุคลากร

และ นักศกึ ษา กศน.ตลอดจนผู้มาใชบ้ ริการอยา่ งทว่ั ถึง
5.2 พัฒนาการจัดการศึกษาแบบบูรณาการในเขตพฒั นาเศรษฐกิจพเิ ศษ
1) ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดทาแผนการศึกษาตาม

ยทุ ธศาสตร์ และบริบทของแต่ละจงั หวดั ในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ
2) จัดทาหลักสูตรการศึกษาตามบริบทของพื้นที่ โดยเน้นสาขาที่เป็นความต้องการของ

ตลาด ใหเ้ กิดการพฒั นาอาชพี ได้ตรงตามความตอ้ งการของพนื้ ท่ี
5.3 จัดการศึกษาเพื่อความม่ันคงของศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพราษฎรไทยบริเวณชายแดน

(ศฝช.)
1) พัฒนาศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพราษฎรไทยบริเวณชายแดน เพ่ือให้เป็นศูนย์ฝึกและ

สาธิต การประกอบอาชีพด้านเกษตรกรรม และศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบการจัดกิจกรรมตามแนว

13

พระราชดาริปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง สาหรับประชาชนตามแนวชายแดนด้วยวิธีการเรียนรู้ที่
หลากหลาย

2) มุ่งจัดและพัฒนาการศึกษาอาชีพโดยใช้วิธีการหลากหลายใช้รูปแบบเชิงรุกเพ่ือการ
เขา้ ถึง กลมุ่ เปูาหมาย เช่น การจดั มหกรรมอาชีพ การประสานความรว่ มมือกับเครือข่าย การจัดอบรม
แกนนาด้านอาชีพ ท่ีเน้นเรื่องเกษตรธรรมชาติท่ีสอดคล้องกับบริบทของชุมชนชายแดน ให้แก่
ประชาชนตามแนวชายแดน
6. ดา้ นบคุ ลากรระบบการบริหารจัดการ และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน

6.1 การพฒั นาบคุ ลากร
1) พัฒนาบุคลากรทุกระดับทุกประเภทให้มีสมรรถนะสูงข้ึนอย่างต่อเนื่อง ทั้งก่อนและ

ระหว่าง การดารงตาแหน่งเพื่อให้มีเจตคติที่ดีในการปฏิบัติงานให้มีความรู้และทักษะตามมาตรฐาน
ตาแหน่ง ให้ตรงกับสายงาน ความชานาญ และความต้องการของบุคลากรสามารถปฏิบัติงานและ
บริหารจัดการการดาเนนิ งานของหน่วยงานและ สถานศึกษาไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพรวมท้ังส่งเสริมให้
ข้าราชการในสังกัดพัฒนาตนเองเพื่อเลื่อนตาแหน่ง หรือเล่ือนวิทยฐานะโดยเน้นการประเมินวิทย
ฐานะเชงิ ประจักษ์

2) พัฒนาศึกษานิเทศก์ กศน. ให้มีสมรรถนะท่ีจาเป็นครบถ้วน มีความเป็นมืออาชีพ
สามารถ ปฏิบัติการนิเทศได้อย่างมีศักยภาพ เพ่ือร่วมยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษานอกระบบ
และการศกึ ษา ตามอธั ยาศยั ในสถานศกึ ษา

3) พัฒนาหัวหน้า กศน.ตาบล/แขวงให้มีสมรรถนะสูงข้ึน เพ่ือการบริหารจัดการ กศน.
ตาบล/แขวง และการปฏิบัติงานตามบทบาทภารกิจอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นการเป็นนักจัดการ
ความรู้และผู้อานวย ความสะดวกในการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพอย่าง
แทจ้ รงิ

4) พัฒนาครู กศน. และบุคลากรท่ีเก่ียวข้องกับการจัดการศึกษาให้สามารถจัดรูปแบบ
การเรียนรู้ ได้อยา่ งมีคุณภาพโดยส่งเสริมให้มีความรู้ความสามารถในการจัดทาแผนการสอน การจัด
กระบวนการเรยี นรู้ การวดั และประเมนิ ผล และการวิจัยเบ้ืองตน้

5) พัฒนาศักยภาพบุคลากร ที่รับผิดชอบการบริการการศึกษาและการเรียนรู้ ให้มี
ความรู้ ความสามารถและมีความเป็นมืออาชีพในการจัดบริการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตของ
ประชาชน

6) สง่ เสรมิ ให้คณะกรรมการ กศน. ทุกระดับ และคณะกรรมการสถานศึกษา มีส่วนร่วม
ในการ บริหารการดาเนนิ งานตามบทบาทภารกิจของ กศน.อย่างมีประสิทธิภาพ

7) พัฒนาอาสาสมัคร กศน. ให้สามารถทาหน้าท่ีสนับสนุนการจัดการศึกษานอกระบบ
และ การศกึ ษาตามอธั ยาศัยได้อย่างมีประสิทธภิ าพ

8) พัฒนาสมรรถนะและเสริมสรา้ งความสัมพันธ์ระหวา่ งบุคลากรรวมทั้งภาคีเครือข่ายท้ัง
ใน และต่างประเทศในทกุ ระดับ โดยจดั ให้มีกจิ กรรมเพื่อเสริมสรา้ งสัมพันธภาพและเพิ่มประสิทธิภาพ

14

ในการทางาน ร่วมกันในรูปแบบท่ีหลากหลายอย่างต่อเนื่องอาทิ การแข่งขันกีฬา การอบรมเชิง
ปฏบิ ัติการพฒั นาประสทิ ธภิ าพ ในการทางาน

6.2 การพฒั นาโครงสรา้ งพนื้ ฐานและอัตรากาลัง
1) จัดทาแผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและดาเนินการปรับปรุงสถานที่และวัสดุ

อุปกรณ์ ใหม้ ี ความพรอ้ มในการจัดการศึกษาและการเรยี นรู้
2) สรรหา บรรจุ แต่งตั้ง และบริหารอัตรากาลังที่มีอยู่ท้ังในส่วนท่ีเป็นข้าราชการ

พนักงานราชการ และลูกจา้ ง ใหเ้ ป็นไปตามโครงสรา้ งการบริหารและกรอบอัตรากาลัง รวมท้ังรองรับ
กบั บทบาทภารกจิ ตามท่ีกาหนดไว้ ให้เกิดประสทิ ธภิ าพสูงสดุ ในการปฏิบตั ิงาน

3) แสวงหาความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนในการระดมทรัพยากรเพ่ือ
นามาใช้ ในการปรบั ปรุงโครงสรา้ งพืน้ ฐานใหม้ ีความพร้อมสาหรบั ดาเนนิ กิจกรรมการศกึ ษานอกระบบ
และการศกึ ษา ตามอัธยาศยั และการสง่ เสรมิ การเรยี นร้สู าหรบั ประชาชน

6.3 การพฒั นาระบบบริหารจัดการ
1) พัฒนาระบบฐานข้อมูลให้มีความครบถ้วน ถูกต้อง ทันสมัย และเชื่อมโยงกันทั่ว

ประเทศ อย่างเป็นระบบเพื่อให้หน่วยงานและสถานศึกษาในสังกัดสามารถนาไปใช้เป็นเครื่องมือ
สาคญั ในการบรหิ าร การวางแผน การปฏบิ ตั ิงาน การติดตามประเมินผล รวมท้ังจัดบริการการศึกษา
นอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศัย อย่างมปี ระสทิ ธิภาพ

2) เพ่มิ ประสิทธภิ าพการบริหารจัดการงบประมาณ โดยพัฒนาระบบการกากับ ควบคุม
และเร่งรัด การเบกิ จ่ายงบประมาณให้เป็นตามเปาู หมายทก่ี าหนดไว้

3) พัฒนาระบบฐานข้อมูลรวมของนักศึกษา กศน. ให้มีความครบถ้วน ถูกต้อง ทันสมัย
และ เชื่อมโยงกนั ทัว่ ประเทศ สามารถสบื คน้ และสอบทานได้ทันความต้องการเพ่ือประโยชน์ในการจัด
การศึกษาให้กบั ผู้เรียนและการบรหิ ารจัดการอย่างมปี ระสิทธิภาพ

4) ส่งเสริมให้มีการจัดการความรู้ในหน่วยงานและสถานศึกษาทุกระดับ รวมท้ัง
การศึกษาวิจัย เพื่อสามารถนามาใช้ในการพัฒนาประสิทธิภาพการดาเนินงานที่สอดคล้องกับความ
ตอ้ งการของประชาชน และชุมชนพรอ้ มท้ังพัฒนาขีดความสามารถเชิงการแข่งขันของหน่วยงานและ
สถานศึกษา

5) สรา้ งความร่วมมือของภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาสังคมท้ัง
ในประเทศ และต่างประเทศ รวมท้ังส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อสร้างความ
เข้าใจ และให้เกิดความร่วมมือ ในการส่งเสริม สนับสนุน และจัดการศึกษาและการเรียนรู้ให้กับ
ประชาชนอยา่ งมคี ุณภาพ

6) ส่งเสริมการใช้ระบบสานักงานอิเล็กทรอนิกส์ (e-office) ในการบริหารจัดการ เช่น
ระบบการ ลา ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ ระบบการขอใช้รถราชการ ระบบการขอใช้ห้องประชุม
เป็นตน้

15

7) พัฒนาและปรับระบบวิธีการปฏิบัติราชการให้ทันสมัย มีความโปร่งใส ปลอดการ
ทุจริต และประพฤติมิชอบ บริหารจัดการบนข้อมูลและหลักฐานเชิงประจักษ์ มุ่งผลสัมฤทธิ์มีความ
โปรง่ ใส

6.4 การกากับ นิเทศตดิ ตามประเมนิ และรายงานผล
1) สร้างกลไกการกากับ นิเทศ ติดตาม ประเมิน และรายงานผลการดาเนินงาน

การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยให้เชื่อมโยงกับหน่วยงาน สถานศึกษา และภาคี
เครือข่ายทัง้ ระบบ

2) ให้หน่วยงานและสถานศึกษาท่ีเกี่ยวข้องทุกระดับ พัฒนาระบบกลไกการกากับ
ตดิ ตามและ รายงานผลการนานโยบายสกู่ ารปฏบิ ตั ิ ให้สามารถตอบสนองการดาเนินงานตามนโยบาย
ในแตล่ ะเรือ่ งได้อย่างมี ประสทิ ธภิ าพ

3) ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และส่ืออ่ืน ๆ ที่เหมาะสม เพ่ือ
การกากับ นิเทศ ตดิ ตาม ประเมินผล และรายงานผลอยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ

4) พัฒนากลไกการติดตามประเมินผลการปฏิบัติราชการตามคารับรองการปฏิบัติ
ราชการประจาปี ของหน่วยงาน สถานศึกษา เพ่ือการรายงานผลตามตัวชี้วัดในคารับรองการปฏิบัติ
ราชการประจาปี ของสานักงาน กศน.ใหด้ าเนินไปอยา่ งมีประสิทธภิ าพ เปน็ ไปตามเกณฑ์ วิธีการ และ
ระยะเวลาทก่ี าหนด

5) ให้มีการเชื่อมโยงระบบการนิเทศในทุกระดับ ท้ังหน่วยงานภายในและภายนอก
องค์กร ต้ังแต่ ส่วนกลาง ภูมิภาค กลุ่มจังหวัด จังหวัด อาเภอ/เขต และตาบล/แขวง เพ่ือความเป็น
เอกภาพในการใช้ขอ้ มลู และการพฒั นางานการศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัย

2. การจัดทาแผนการเรียนรู้หรอื แผนการสอน
ความหมายของแผนการสอน

แผนการสอน คือ การนาวิชาหรือกลุ่มประสบการณ์ท่ีต้องทาการสอน ตลอดภาคเรียนมา
สร้างเป็นแผนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน การใช้สื่อ อุปกรณ์การสอน การวัดและการ
ประเมนิ ผล สาหรบั เน้ือหาสาระและจดุ ประสงคก์ ารเรียนการสอนยอ่ ยๆ ให้สอดคล้องกับวัตถุ
ประสงค์หรือจุดเนน้ ของหลกั สูตร สภาพผ้เู รยี น ความพรอ้ มของโรงเรียนในด้านวัสดุอุปกรณ์ และตรง
กับชีวิตจริงในท้องถ่ิน ซ่ึงถ้ากล่าวอีกนัยหน่ึง แผนการสอนคือ การเตรียมการสอนเป็นลายลักษณ์
อกั ษรไว้ล่วงหนา้ หรือ คอื การบันทกึ การสอนตามปกตนิ ัน่ เอง (กรมวชิ าการ. 2545 : 3)

นิคม ชมภูหลง (2545 : 180) ให้ความหมายของแผนการสอนว่า แผนการสอน หมายถึง
แผนการหรือโครงการที่จดั ทาเปน็ ลายลกั ษณ์อักษร เพอื่ ใชใ้ นการปฏิบัตกิ ารสอนในรายวิชาใดวิชาหน่ึง
เป็นการเตรยี มการสอนอย่างมีระบบและเป็นเคร่ืองมือช่วยให้ครูพัฒนาการจัดการเรียนการสอนไปสู่
จุดประสงค์และจดุ มงุ่ หมายของหลกั สตู รไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ

ภพ เลาหไพฑูรย์ (2540 : 357) ให้ความหมายของแผนการสอนว่าแผนการสอน หมายถึง
ลาดับข้ันตอนและกิจกรรมทั้งหมดของผู้สอนและผู้เรียน ท่ีผู้สอนกาหนดไว้เป็นแนวทางในการจัด
สถานการณใ์ ห้ผเู้ รยี นเปล่ียนพฤตกิ รรมไปตามวตั ถปุ ระสงค์

16

วัฒนาพร ระงับทุกข์ (2542 : 1) ให้ความหมายของแผนการสอนว่าแผนการสอน หมายถึง
แผนการหรอื โครงการท่จี ัดทาเป็นลายลักษณอ์ กั ษร เพือ่ ใชใ้ นการปฏบิ ัตกิ ารสอนในรายวิชาใดวิชาหนึ่ง
เป็นการเตรยี มการสอนอยา่ งมีระบบและเปน็ เคร่อื งมอื ท่ีชว่ ยให้ครูพัฒนาการจดั การเรียนการสอนไปสู่
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ และจุดหมายของหลักสูตรได้อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ

สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาแหง่ ชาติ (2543 : 133) ให้ความหมายของแผนการสอนว่า
หมายถงึ การวางแผนจดั กจิ กรรมการเรียนการสอนเพ่ือเป็นแนวดาเนินการจัดกิจกรรมการเรียนการ
สอนแต่ละครั้งโดยกาหนดสาระสาคัญ จุดประสงค์ เน้ือหา กิจกรรมการเรียนการสอนสื่อ ตลอดจน
การวัดผลและการประเมนิ ผล
สถาบันพัฒนาความก้าวหน้า (2545 : 69) ไดใ้ ห้ความหมายของแผนการจัดการเรียนรู้ว่าเป็นแผนงาน
หรอื โครงการทค่ี รผู สู้ อนไดเ้ ตรียมการจดั การเรียนรูไ้ ว้ลว่ งหน้าเป็นลายลักษณ์อักษร เพ่ือใช้ปฏิบัติการ
เรยี นรู้ในรายวิชาใดวชิ าหน่ึงอย่างเป็นระบบระเบียบ โดยใช้เป็นเคร่ืองมือสาหรับจัดการเรียนรู้เพ่ือนา
ผู้เรยี นไปสู่จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรูแ้ ละจุดหมายของหลกั สูตรอย่างมปี ระสิทธิภาพ

กรมวิชาการ (2545 : 73) ได้ให้ความหมายของแผนการจัดการเรียนรู้ คือผลของการ
เตรียมการวางแผนการจดั การเรยี นการสอนอยา่ งเป็นระบบโดยนาสาระและมาตรฐานการเรียนรู้
คาอธิบายรายวิชา และกระบวนการเรียนรู้ โดยเขยี นเปน็ แผนการจดั การเรียนรใู้ หเ้ ปน็ ไปตามศักยภาพ
ของผเู้ รียน

สรุปว่า แผนการสอนคือ การวางแผนการจัดกิจกรรมเป็นลายลักษณ์อักษรไว้ล่วงหน้าอย่าง
ละเอยี ด เพอื่ เปน็ แนวทางในการจัดกจิ กรรมการเรยี นการสอน ซ่งึ มีเน้อื หา กิจกรรมการเรียนการสอน
ส่อื การสอน และวิธีวัดผลประเมินผลทชี่ ดั เจน
ความสาคญั ของแผนการจดั การเรยี นรู้

สพุ ล วงั สินธ์ (2536 : 5–6) กล่าวว่า แผนการจัดการเรียนรู้เป็นกุญแจดอกสาคัญที่ทาให้การ
เรียนการสอนมปี ระสิทธภิ าพมากข้ึนซึง่ สรุปความไว้ ดงั นี้

1. ทาให้เกิดการวางแผนวิธเี รยี นที่ดี ผสมผสานความรู้และจติ วิทยาการศึกษา
2. ชว่ ยใหค้ รมู คี ู่มอื การสอนทีท่ าด้วยตนเองล่วงหน้ามคี วามม่ันใจในการสอน
3. ส่งเสริมให้ครูมีความรู้ความเขา้ ใจในด้านของหลักสตู ร วิธสี อนการวดั ผลและประเมินผล
4. เป็นคมู่ ือสาหรบั ผ้มู าสอนแทน
5. เปน็ หลกั ฐานแสดงข้อมูลท่ีถกู ต้องเทย่ี งตรง เปน็ ประโยชนต์ อ่ วงการศึกษา
6. เป็นผลงานทางวิชาการแสดงความชานาญความเชี่ยวชาญของผู้ทาลักษณะท่ีดีของ
แผนการจัดการเรยี นรู้
สมนกึ ภทั ทิยธนี (2546 : 5) ไดก้ ล่าวถึงลักษณะท่ีดีของแผนต้องมขี น้ั ตอน ดงั น้ี
1. เน้อื หาต้องเขียนเป็นรายคาบ หรือรายชวั่ โมงตารางสอน โดยเขียนใหส้ อดคลอ้ งกับชื่อเรื่อง
ให้อยใู่ นโครงการสอน และเขียนเฉพาะเนือ้ หาสาระสาคัญพอสังเขป (ไม่ควรบันทึกแผนการสอนอย่าง
ละเอียดมาก ๆ เพราะจะทาให้เกดิ ความเบ่อื หน่าย)
2. ความคิดรวบยอด (Concept) หรือหลกั การสาคญั ต้องเขียนให้ตรงกับเนือ้ หาที่
จะสอนส่วนนี้ถือว่าเป็นหัวใจของเร่ืองครูต้องทาความเข้าใจในเน้ือหาท่ีจะสอนจนสามารถเขียน
ความคิดรวบยอดได้อย่างมคี ุณภาพ

17

3. จดุ ประสงค์เชงิ พฤตกิ รรม ตอ้ งเขยี นใหส้ อดคลอ้ ง กลมกลนื กับความคิดรวบยอด มิใช่เขียน
ตามอาเภอใจไม่ใชเ่ ขยี นสอดคลอ้ งเฉพาะเนอ้ื หาทจ่ี ะสอนเทา่ นนั้ เพราะจะได้เฉพาะ
พฤตกิ รรมที่เกยี่ วกบั ความร้คู วามจา สมองหรือการพฒั นาของนักเรียนจะไมไ่ ด้รับการพฒั นาเทา่ ท่ีควร

4. กิจกรรมการเรียนการสอน โดยยึดเทคนิคการสอนต่างๆ ท่ีจะช่วยให้นักเรียนเกิ ดการ
เรียนรู้

5. ส่อื ทใ่ี ช้ควรเลอื กให้สอดคล้องกบั เนือ้ หา ส่ือดงั กล่าวต้องช่วยให้นักเรียนเกิดความเข้าใจใน
หลักการไดง้ ่าย

6. วัดผลโดยคานงึ ถึงเน้ือหา ความคิดรวบยอด จุดประสงค์เชิงพฤติกรรมและช่วงที่ทาการวัด
(ก่อนเรยี น ระหวา่ งเรยี น หลงั เรยี น) เพ่อื ตรวจสอบว่าการสอนของครูบรรลุจุดมุ่งหมายที่ต้ังไว้หรือไม่
ประโยชน์ของแผนการจัดการเรยี นรู้

ถ้าครูได้ทาแผนการสอนและใช้แผนการสอนท่ีจัดทาข้ึน เพื่อนาไปใช้สอนในคราวต่อไป
แผนการสอนดังกล่าวจะเกิดประโยชน์ดังนี้ (สานักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ.
2544 : 134)

1. ครรู ู้วตั ถปุ ระสงค์ของการสอน
2. ครจู ัดกจิ กรรมการเรยี นการสอนดว้ ยความมนั่ ใจ
3. ครจู ดั กิจกรรมการเรียนการสอนไดเ้ หมาะสมกับวยั ของผเู้ รียน
4. ครูจัดกิจกรรมการเรยี นการสอนไดอ้ ย่างมีคณุ ภาพ
5. ถ้าครปู ระจาชน้ั ไม่ไดส้ อน ครูทมี่ าทาการสอนแทนสามารถสอนแทนไดต้ าม
จดุ ประสงคท์ ี่กาหนด
การวางแผนการจัดการเรียนรู้

การวางแผนการจัดการเรยี นรู้ หมายถึง การตีความหมายของหลักสูตร และการกาหนด
รายละเอยี ดของหลกั สูตรทจี่ ะต้องนามาจัดการเรยี นการสอน ใหแ้ กผ่ ูเ้ รยี น ผลจากการวางแผนจะได้
ค่มู อื ที่ใชเ้ ปน็ แนวทาง เรยี กว่ากาหนดการสอน ประกอบด้วยกิจกรรม ดังน้ี (สานักงานคณะกรรมการ
การประถมศึกษาแห่งชาติ. 2544 : 2 – 7)

1. ศกึ ษาวิเคราะห์หลกั สูตร ได้แก่ หลักการ จุดหมาย โครงสรา้ ง เวลาเรียนแนว
ดาเนินการในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้ตอบสนองจุดประสงค์การเรียนรู้ และจุดมุ่งหมาย
ของหลกั สูตร การวัดและการประเมินการเรียน คาอธบิ ายในแต่ละกลุ่มประสบการณ์ ซ่ึงระบุเนื้อหาท่ี
ต้องใหน้ กั เรยี นได้เรียน ตามลาดับขั้นตอนกระบวนการท่ีต้องให้นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติ และจุดประสงค์
การเรียนรู้ท่ีตอ้ งการใหเ้ กดิ การเรียนรู้

2. ศึกษาความสอดคลอ้ งสมั พันธ์กนั กับองคป์ ระกอบแต่ละสว่ นของหลกั สตู ร
3. ลาดับความคิดรวบยอดที่จัดให้นักเรียนแต่ละระดับช้ันได้เรียนรู้ก่อนหลัง โดยพิจารณา
ขอบข่ายเนอื้ หา และกิจกรรมทก่ี าหนดไวใ้ นคาอธิบายรายวชิ า
4. กาหนดผลท่ีต้องการใหเ้ กิดกบั นกั เรยี น เมอ่ื ไดเ้ รียนร้คู วามคิดรวบยอดแตล่ ะเรอ่ื งแลว้
5. กาหนดกจิ กรรมการเรยี นการสอนตามลาดับข้นั ตอนทีก่ าหนดไว้ในคาอธิบายรายวิชา หรือ
อาจพิจารณาจากกจิ กรรมทีเ่ หมาสมกับเน้อื หาสาระ

18

6. กาหนดเวลาเรียนให้เหมาะสมกับขอบข่ายเน้ือหาสาระหรือความคิดรวบยอดจุดประสงค์
การเรยี นรู้และกจิ กรรมทก่ี าหนดไว้

7. รวบรวมรายละเอียดตามกิจกรรมข้อ 1 – 6 จัดทาเป็นเอกสารที่เรียกว่ากาหนดการสอน
หรือแนวการจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอน ใช้เป็นแนวทางในการเตรยี มแผนการสอนต่อไป

การเตรยี มการสอนและการปฏบิ ัติการสอน
การเตรยี มการสอนเรมิ่ ดว้ ยการจดั ทาแผนการสอน ซึง่ เปน็ ผลมาจากการวางแผน มาสร้าง

เป็นแผนการสอนย่อยๆ องค์ประกอบที่สาคัญของแผนการสอน ควรมีดังนี้ (สาลี รักสุทธี และคณะ.
2541 : 7)

1. สาระสาคญั
2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
3. เนอ้ื หา
4. กิจกรรมการเรยี นการสอน
5. สือ่ การเรยี นการสอน
6. การวัดและประเมนิ ผลการเรยี น
รายละเอียดแผนการเรยี นรู้
แผนการเรียนรู้ (Lesson Plan) ประกอบด้วย 9 หัวข้อ โดยการบูรณาการของหน่วย
ศึกษานเิ ทศก์ (สาลี รักสุทธี และคณะ. 2541 : 136 – 137)
1. สาระสาคัญ (Concept) เป็นความคิดรวบยอดหรือหลกั การของเรื่องหน่ึงท่ีต้องการให้เกิด
กบั นกั เรียน เมือ่ เรยี นตามแผนกาสอนแล้ว
2. จุดประสงค์การเรียนรู้ (Learning Objective) เป็นการกาหนดจุดประสงค์ท่ีต้องการให้
เกิดกบั ผู้เรียน เม่อื เรยี นจบตามแผนการสอนแลว้
3. เน้ือหา (Content) เป็นเนือ้ หาท่จี ัดกจิ กรรมและตอ้ งการใหน้ กั เรยี นเกดิ การเรียนรู้
4. กิจกรรมการเรียนการสอน (Instructional Activities) เป็นการสอนข้ันตอนหรือ
กระบวนการจัดกจิ กรรมการเรียนการสอน ซง่ึ นาไปส่จู ดุ ประสงค์ทกี่ าหนด
5. สื่อและอุปกรณ์ (Instructional Media) เป็นสื่อ และอุปกรณ์ท่ีใช้ในกิจกรรม การเรียน
การสอน ทกี่ าหนดไว้ในแผนการสอน
6. การวัดผลและประเมินผล (Measurement and Evaluation) เป็นการกาหนด ขั้นตอน
หรือวิธกี ารวดั และประเมนิ ผล ว่านักเรียนบรรลจุ ุดประสงคต์ ามทีร่ ะบไุ วใ้ นกิจกรรมการเรียน การสอน
แยกเป็นกอ่ นสอน ระหว่างสอน และหลงั สอน
7. กิจกรรมเสนอแนะ เปน็ กิจกรรมทบ่ี ันทึกการตรวจแผนการสอน
8. ข้อเสนอแนะของผบู้ ังคบั บัญชา เปน็ การบนั ทกึ ตรวจแผนการสอนเพื่อเสนอ แนะหลังจาก
ได้ตรวจสอบความถูกต้อง การกาหนดรายละเอยี ดในหัวขอ้ ตา่ งๆ ในแผนการสอน
9. บนั ทึกการสอน เป็นการบันทึกของผู้สอน หลังจากนาแผนการสอนไปใช้แล้ว เพ่ือเป็นการ
ปรบั ปรุงและใชใ้ นคราวตอ่ ไป มี 3 หัวขอ้ คือ

19

9.1 ผลการเรยี น เป็นการบันทกึ ผลการเรียนด้านสุขภาพและปริมาณทัง้ 3 ด้าน คือด้านพุทธิ
พสิ ัย จติ พิสัย และทกั ษะพิสยั ซึง่ กาหนดในขั้นกจิ กรรมการเรียนการสอนและการประเมนิ

9.2 ปัญหาและอุปสรรค เปน็ การบนั ทกึ ปัญหาและอุปสรรคที่เกดิ ขึน้ ในขณะสอน กอ่ นสอน
และหลงั ทาการสอน

9.3 ข้อเสนอแนะ / แนวทางแก้ไข เป็นการบันทึกข้อเสนอแนะเพ่อื แกไ้ ขปรับปรงุ การเรยี น
การสอน ใหเ้ กดิ การเรยี นรู้ บรรลุจุดประสงค์ของบทเรียนท่หี ลักสูตรกาหนดรูปแบบของแผนการ
เรยี นรู้

20

บทที่ 3

วิธดี าเนนิ งาน

ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอพานทอง ได้ดาเนินการจัด
โครงการพฒั นาบุคลากรการจัดทาแผนการสอนภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 โดยมีวัตถุประสงค์เพ่ือให้เพื่อ
พัฒนาบุคลากรและให้สถานศึกษามีการแผนการสอนรายภาค แผนการสอนรายสัปดาห์ท่ีมีคุณภาพสามารถ
นาไปใช้จดั การเรียนการสอนการสอนในภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2564 และสามารถจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่
ตรงตามหลักสูตรให้บรรลุผลอย่างมีประสิทธิภาพในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา
2019 (COVID-19) มขี ้ันตอนการดาเนินงาน โดยมขี นั้ ตอนดงั นี้

รายการ การดาเนนิ งาน
การวางแผน (Plan)
1. สารวจความต้องการของกลมุ่ เปูาหมายตามยทุ ธศาสตรแ์ ละจดุ เน้นการดาเนนิ งาน
การปฏิบตั ิ (Do) การศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศัย
2. เขียนแผนเพ่อื ขออนมุ ตั ิในการจัดโครงการ
การตรวจสอบ/ประเมินผล (Check) 3. ประชุมผทู้ ี่เก่ยี วข้องในการจัดโครงการตามยุทธศาสตร์ และจุดเนน้ การดาเนินงาน
แนวทางการนาผลการประเมนิ ไป การศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัย
ปรับปรุง (Act) 4. ดาเนินงานงานสถานที่ วิทยากร และผู้เข้าร่วมโครงการ
5. กาหนดการจัดโครงการ
1. ดาเนินการตามแผนการจัดกิจกรรมตามโครงการพฒั นาบุคลากรการจดั ทาแผนการ
สอนภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศึกษา 2564
2. นากลุม่ เปาู หมายเข้าร่วมกิจกรรม วันที่ 7 – 8 มถิ นุ ายน 2564
สถานทีจ่ ัด ห้องประชมุ กศน.อาเภอพานทอง ตาบลพานทอง อาเภอพานทอง จังหวัด
ชลบุรี มีผ้เู ข้าร่วมโครงการฯ จานวน 18 คน
ใช้งบประมาณ 9,120.- บาท โดยมี ผูอ้ านวยการ กศน.อาเภอพานทอง และคณะครู
กศน.อาเภอพานทอง เปน็ วทิ ยากรให้ความรู้
1. การสังเกตพฤตกิ รรม การฝกึ ปฏบิ ตั ิของกลุ่มเปูาหมาย
2. การพูดคยุ และสอบถามกลมุ่ เปาู หมาย
3. กลุ่มเปูาหมายกรอกแบบสอบถามประเมินความพึงพอใจในการเขา้ รว่ มโครงการฯ

1. จัดใหม้ รี ะบบติดตามหลงั จากการเข้าร่วมกิจกรรม
2. ทบทวนและกาหนดแนวทางในการจดั กิจกรรม

21

2. เคร่อื งมือท่ีใชใ้ นการเก็บรวบรวมข้อมูล

แบบสอบถาม โดยแบง่ การประเมนิ ออกเป็น 3 ตอน คือ

ตอนท่ี 1 เป็นขอ้ มลู ท่ัวไปของผตู้ อบแบบสอบถาม

ตอนท่ี 2 เปน็ ขอ้ มูลแสดงพึงพอใจของผตู้ อบแบบสอบถาม โดยรวบรวมข้อมลู จากแบบ

สารวจสาหรบั คาถามแต่ละขอ้ ไดใ้ ชม้ าตราประมาณค่า (Rating Scales) โดยประเมนิ เปน็ 5 ระดบั

คอื

มีความพึงพอใจมากที่สดุ เทา่ กบั 5 คะแนน

มีความพงึ พอใจมาก เทา่ กับ 4 คะแนน

มคี วามพงึ พอใจปานกลาง เทา่ กบั 3 คะแนน

มคี วามพึงพอใจนอ้ ย เท่ากบั 2 คะแนน

มคี วามพงึ พอใจน้อยท่ีสดุ เท่ากบั 1 คะแนน

สถิติท่ีใชใ้ นการวเิ คราะห์ คือ ค่าร้อยละ มรี ะดับ ดงั น้ี

- คา่ สถิตริ ้อยละ 90.00 ข้นึ ไป ระดบั ความความพึงพอใจมากท่ีสุด
ระดบั ความความพึงพอใจมาก
- ค่าสถิตริ อ้ ยละ 75.00 – 89.99 ระดับความความพงึ พอใจปานกลาง
ระดบั ความความพงึ พอใจน้อย
- คา่ สถิตริ อ้ ยละ 60.00 – 74.99 ระดบั ความความพึงพอใจน้อยทส่ี ดุ

- ค่าสถิติร้อยละ 50.00 – 59.99

- คา่ สถิติรอ้ ยละ 0.00 – 49.99

เกณฑก์ ารประเมนิ

การวิเคราะหข์ ้อมลู จากแบบสอบถามความคิดเห็นรายข้อ ซ่งึ มลี ักษณะเป็นคา่ น้าหนักคะแนน
และนามาเปรียบเทียบ แปลความหมายของข้อมลู พจิ ารณาจากค่าเฉลี่ย X ดงั นี้

- ค่าเฉลย่ี 4.51 – 5.00 หมายถงึ มคี วามพึงพอใจมากที่สุด

- ค่าเฉล่ยี 3.51 – 4.50 หมายถงึ มคี วามพงึ พอใจมาก

- คา่ เฉล่ยี 2.51 – 3.50 หมายถงึ มคี วามพึงพอใจปานกลาง

- ค่าเฉลี่ย 1.51 – 2.50 หมายถึง มคี วามพึงพอใจน้อย

- คา่ เฉลย่ี 1.00 – 1.50 หมายถึง มีความพงึ พอใจน้อยที่สุด

ตอนท่ี 3 เป็นข้อเสนอแนะของผู้ตอบแบบสอบถาม เป็นข้อคาถามแบบปลายเปิด เพื่อให้
ผู้เกี่ยวขอ้ งในโครงการนไี้ ด้แสดงความคดิ เหน็ เพม่ิ เติม อันอาจจะเปน็ ประโยชน์ต่อผู้เขียนรายงานฉบับ

นไ้ี ด้ชัดเจนและสมบรู ณย์ งิ่ ขน้ึ

3. สถติ ิที่ใช้ในการวเิ คราะห์ข้อมลู
การวเิ คราะหข์ ้อมลู วเิ คราะห์จากแบบสอบถามเป็นหลัก โดยตอนที่ 1 และตอนท่ี 2 ใช้การ

คานวณหาค่ารอ้ ยละและค่าเฉล่ยี ตอนท่ี 3 เป็นขอ้ มูลเสนอแนะจากผูต้ อบแบบสอบถาม ใช้การเขียน
เชงิ พรรณนา

22

บทที่ 4

ผลการดาเนินงาน

ศูนย์การศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัยอาเภอพานทอง ได้ดาเนินการจัดโครงการ
พัฒนาบุคลากรการจัดทาแผนการสอนภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2564 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนา
บุคลากรและให้สถานศึกษามีการแผนการสอนรายภาค แผนการสอนรายสัปดาห์ท่ีมีคุณภาพสามารถ
นาไปใช้จัดการเรียนการสอนการสอนในภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2564 และสามารถจัดกิจกรรมการ
เรยี นรูท้ ตี่ รงตามหลักสูตรใหบ้ รรลผุ ลอย่างมีประสทิ ธภิ าพในสถานการณก์ ารแพรร่ ะบาดของโรคติดเช้ือไวรัส
โคโรนา 2019 (COVID-19) ซึง่ สามารถสรุปผลการดาเนินงานจากแบบสอบถามโครงการ ดงั นี้

เปา้ หมายของกจิ กรรม
1. ด้านปรมิ าณ

- ขา้ ราชการ ครู บุคลากรของ กศน.อาเภอพานทอง จานวน 18 คน
- มผี ู้เขา้ รว่ มโครงการฯ จานวน 18 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 100 เกินจากเปูาร้อยละ 80
2. ด้านคณุ ภาพ
- ข้าราชการ ครู บุคลากรของ กศน.อาเภอพานทอง ที่เข้าร่วมโครงการฯ มีความรู้
ความเขา้ ใจเกีย่ วกบั การสามารถพัฒนาตนเองและให้สถานศึกษามีการแผนการสอนรายภาค แผนการ
สอนรายสัปดาห์ที่มีคุณภาพสามารถนาไปใช้จัดการเรียนการสอนการสอนในภาคเรียนท่ี 1
ปีการศึกษา 2564 และสามารถจัดกิจกรรมการเรียนรู้ท่ีตรงตามหลักสูตรและบรรลุผลอย่างมี
ประสทิ ธิภาพในสถานการณ์การแพรร่ ะบาดของโรคตดิ เชื้อไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19)ได้

สถานทีใ่ นการจดั กจิ กรรม ดงั นี้
ณ. หอ้ งประชมุ กศน.อาเภอพานทอง ตาบลพานทอง อาเภอพานทอง จังหวดั ชลบรุ ี

ระยะเวลาทใี่ ช้ในจดั กจิ กรรม
วันที่ 7-8 มิถนุ ายน 2564 ต้ังแตเ่ วลา 08.00 - 16.30 น.

งบประมาณ
เงนิ งบประมาณ ประจาปี 2564 แผนงาน : ยุทธศาสตรส์ ร้างความเสมอภาพทาง

การศกึ ษา โครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศกึ ษาตัง้ แตร่ ะดบั อนุบาลจนจบการศึกษาขั้น

พื้นฐาน กิจกรรมจัดการศกึ ษานอกระบบระดบั การศกึ ษาขัน้ พน้ื ฐาน งบอุดหนุน เงนิ อุดหนนุ ท่ัวไป

(ค่าจัดการเรยี นการสอน) เปน็ เงิน 9,120.-บาท (เก้าพันหน่ึงรอ้ ยยี่สบิ บาทถ้วน) รายละเอียดดงั นี้
จานวน ราคา : หน่วย จานวนเงนิ
ท่ี รายการ (คน) (บาท) (บาท) หมายเหตุ

1 คา่ อาหารกลางวัน 18 คน 120 บาท 4,320 (18 คน x 120 บาท x 2 มอ้ื )
3,600 (18 คน x 50 บาท x 4 มื้อ)
2 คา่ อาหารว่างและเครอื่ งดม่ื 18 คน 50 บาท

3 ค่าวสั ดุ 1,200

รวมจานวนเงนิ 9,120

หมายเหตุ ท้งั นีข้ อถัวจา่ ยตามจริงทกุ รายการ

23

8

ผลท่ีไดร้ ับจากการจัดกจิ กรรม
ขา้ ราชการ ครู บุคลากรของ กศน.อาเภอพานทอง ทเ่ี ขา้ รว่ มโครงการฯ มคี วามรู้ ความ

เขา้ ใจเกี่ยวกับพฒั นาบคุ ลากรและใหส้ ถานศกึ ษามีการแผนการสอนรายภาค แผนการสอนรายสัปดาห์

ทมี่ ีคณุ ภาพสามารถนาไปใช้จดั การเรยี นการสอนการสอนในภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2564 และ

สามารถจัดกจิ กรรมการเรียนรทู้ ต่ี รงตามหลักสูตรใหบ้ รรลผุ ลอย่างมีประสทิ ธภิ าพในสถานการณ์การ

แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19

การนาเสนอผลการดาเนนิ งาน
ตอนที่ 1 ผลการวเิ คราะหข์ ้อมลู ทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม จาแนกตามเพศ อายุ ระดบั การศึกษา
และอาชีพ โครงการพฒั นาบคุ ลากรการจัดทาแผนการสอนภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564
ตอนที่ 2 ผลการวิเคราะห์ขอ้ มูลความพงึ พอใจของผู้ตอบแบบสอบถามโครงการพัฒนาบคุ ลากรการ
จัดทาแผนการสอนภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2564
ตอนท่ี 3 สรปุ ผลขอ้ เสนอแนะ/ ขอ้ คิดเห็นอ่นื ๆ ของผู้ตอบแบบสอบถามโครงการพัฒนาบคุ ลากรการ
จดั ทาแผนการสอนภาคเรียนที่ 1 ปีการศกึ ษา 2564

ผลการวเิ คราะห์ขอ้ มูล
ตอนที่ 1 ข้อมูลท่ัวไปของผู้ตอบแบบสอบถาม จาแนกตามเพศ อายุ ระดับการศึกษา และอาชีพ
โครงการพฒั นาบุคลากรการจดั ทาแผนการสอนภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศึกษา 2564ดังตารางท่ี 1 – 4

จานวนผตู้ อบแบบสอบถามทงั้ หมด 18 คน

ตารางที่ 1 ขอ้ มลู ทั่วไปของผ้ตู อบแบบสอบถาม (เพศ)

ขอ้ มูลทวั่ ไป จานวน ร้อยละ

ชาย 4 22.22
หญงิ 14 77.78

รวม 18 100.00

อภิปรายผล
ผตู้ อบแบบสอบถามส่วนใหญ่ เป็นเพศหญิง จานวน 14 คน คิดเป็นร้อยละ 77.78 และเพศ
ชาย จานวน 4 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 22.22 ตามลาดบั

24

ตารางท่ี 2 ขอ้ มลู ท่วั ไปของผตู้ อบแบบสอบถาม (อาย)ุ

ขอ้ มลู ท่วั ไป จานวน รอ้ ยละ

16-30 ปี 4 22.22
31-45 ปี 9 50.00
46-59 ปี 5 27.78
60 ปขี ้ึนไป 00

อภปิ รายผล รวม 18 100.00

ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ อายุ 31-45 ปี จานวน 8 คน คิดเป็นร้อยละ 50.00 อายุ 46-59 ปี
จานวน 5 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 27.78 และอายุ 16 - 30 ปี จานวน 4 คน คดิ เป็นร้อยละ 22.22 ตามลาดับ

ตารางท่ี 3 ขอ้ มลู ท่วั ไปของผตู้ อบแบบสอบถาม (ระดบั การศึกษา)

ขอ้ มูลทั่วไป จานวน ร้อยละ
อนปุ ริญญา 00
ปริญญาตรี 15 83.33
ปริญญาโท 3 16.67
รวม 18 100.00

อภิปรายผล
ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ ระดับปริญญาตรี จานวน 15 คน คิดเป็นร้อยละ 83.33 และระดับ
ปรญิ ญาโท จานวน 3 คน คิดเปน็ ร้อยละ 16.67 ตามลาดับ

ตารางท่ี 4 ขอ้ มูลทั่วไปของผตู้ อบแบบสอบถาม (อาชีพ)

- จานวน ร้อยละ

ขอ้ มูลทว่ั ไป

เกษตรกร 00
รับจา้ ง 0 0
ค้าขาย 0 0
ขา้ ราชการ 18 100
อืน่ ๆ (ผนู้ าชมุ ชน) 00

รวม 18 100.00

อภปิ รายผล
ผูต้ อบแบบสอบถามสว่ นใหญ่ ประกอบอาชพี รับราชการ จานวน 18 คน คดิ เป็นร้อยละ 100

25

ตารางที่ 5 แบบสอบถามดา้ นความพึงพอในการดาเนนิ งานดา้ นต่างๆ ของผูต้ อบแบบสอบถาม

แบบสอบถามความพึงพอใจ

โครงการพัฒนาบคุ ลากรการจัดทาแผนการสอนภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2564
ระหว่างวันท่ี 7 -8 เดอื นมถิ ุนายน 2564

สถานทจ่ี ดั หอ้ งประชุม กศน.อาเภอพานทอง ตาบลพานทอง อาเภอพานทอง จังหวดั ชลบรุ ี

มาก มาก ปาน นอ้ ย น้อยท่ีสดุ คิดเปน็ คดิ

ประเดน็ / หวั ข้อ การพจิ ารณา ท่ีสดุ กลาง คา่ เฉล่ีย เปน็ การแปลผล
(คน) (คน) ร้อย
(คน) (คน) (คน)
ละ
54 3 21

ด้านหลักสตู ร

1. กจิ กรรมทีจ่ ดั สอดคลอ้ งกับวัตถุประสงค์ของหลกั สูตร 12 6 0 0 0 4.67 93.33 มากที่สดุ

2. เนอ้ื หาของหลกั สูตรตรงกบั ความต้องการของผรู้ บั บรกิ าร 11 7 0 0 0 4.61 92.22 มากที่สดุ

3. การจดั กิจกรรมทาให้ผู้รับบรกิ ารสามารถคดิ เป็น ทาเป็น แก้ปญั หาเปน็ 14 4 0 0 0 4.78 95.56 มากที่สุด
4. ผู้รบั บรกิ ารมสี ่วนร่วมในการแสดงความคดิ เหน็ ตอ่ การจดั ทาหลกั สตู ร 13 5 0 0 0 4.72 94.44 มากที่สุด

5. ผู้รับบรกิ ารสามารถนาความรไู้ ปปรบั ใช้ในชวี ิตประจาวนั ได้ 10 8 0 0 0 4.56 91.11 มากทส่ี ดุ
60 30 0 0 0 4.67 93.33 มากที่สดุ
รวม

ดา้ นกระบวนการ

6. ขัน้ ตอนการจดั กิจกรรมมคี วามเหมาะสม 12 6 0 0 0 4.67 93.33 มากทส่ี ุด

7. มกี ารอานวยความสะดวกในการเข้าร่วมกิจกรรม 13 5 0 0 0 4.72 94.44 มากทส่ี ุด

8. ได้รับความร้หู รือประโยชนจ์ ากการจัดกจิ กรรมทุกขัน้ ตอน 14 4 0 0 0 4.78 95.56 มากทส่ี ุด
รวม 39 15 0 0 0 4.72 94.44 มากทส่ี ดุ

ด้านวิทยากร 13 5 0 0 0 4.72 94.44 มากท่สี ดุ
9. ความเหมาะสมในการแต่งกาย/บุคลิกภาพ 12 6 0 0 0 4.67 93.33 มากที่สดุ
10. มีความสภุ าพ และดว้ ยไมตรีจติ 11 7 0 0 0 4.61 92.22 มากที่สุด
11. มีความร้คู วามสามารถในการจดั กจิ กรรม 10 8 0 0 0 4.56 91.11 มากที่สดุ

12.บรกิ ารดว้ ยความเสมอภาค เป็นธรรม ไมเ่ ลือกปฏิบตั ิ

รวม 46 26 0 0 0 4.64 92.78 มากทส่ี ดุ

ดา้ นส่ิงอานวยความสะดวก 12 6 0 0 0 4.67 93.33 มากทส่ี ุด
13. สถานทสี่ าหรบั การจัดกจิ กรรมมีความเหมาะสม

14. ครุภณั ฑ์ วสั ดุ อปุ กรณ์ เช่นโต๊ะ เกา้ อี้ ระบบภาพและเสียงอื่นๆ ท่ีใช้ในการจัด 9 9 0 0 0 4.50 90.00 มากทส่ี ุด
กิจกรรมมีความเหมาะสมเพียงพอ

15. สอื่ ท่ีใชใ้ นการจดั กจิ กรรมมคี วามทนั สมัย 10 8 0 0 0 4.56 91.11 มากทส่ี ุด

รวม 31 23 0 0 0 4.57 91.48 มากท่สี ดุ

ดา้ นคณุ ภาพ 11 7 0 0 0 4.61 92.22 มากทส่ี ุด
16. เข้ารว่ มการจัดกจิ กรรมอยา่ งประทับใจ
17.กจิ กรรมมีประโยชน์สาหรับการพัฒนาตนเอง ชุมชน สังคม 10 8 0 0 0 4.56 91.11 มาก

18. ระยะเวลาในการจัดกิจกรรมเหมาะสม 12 6 0 0 0 4.67 93.33 มากทส่ี ุด

26

มาก มาก ปาน นอ้ ย นอ้ ยท่สี ุด คดิ เปน็ คิด

ประเด็น / หวั ขอ้ การพจิ ารณา ทส่ี ุด กลาง ค่าเฉล่ีย เปน็ การแปลผล
ร้อย

ละ

19. โดยภาพรวมท่านมคี วามพงึ พอใจในกระบวนการ/ขั้นตอนของการฝกึ อบรมใน 13 5 0 0 0 4.72 94.44 มากทส่ี ดุ
ครง้ั นี้

รวม 46 26 0 0 0 4.64 92.78 มากทีส่ ดุ

รวมเฉลยี่ 222 120 0 0 0 4.65 92.98 มากท่ีสดุ

ขอ้ เสนอแนะ
.....................................................................................................................................................................................................................................................................................

................................................................................................................................................................. ....................................................................................................................

ตอนท่ี 2 ผลการวิเคราะหข์ ้อมูลความพึงพอใจของผู้ตอบแบบสอบถามโครงการพัฒนาบุคลากร
การจดั ทาแผนการสอนภาคเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา 2564 ดังตารางท่ี 6 – 11

ตารางท่ี 6 ค่าเฉลี่ย รอ้ ยละ ความพึงพอใจโครงการพัฒนาบคุ ลากรการจดั ทาแผนการ
สอนภาคเรียนที่ 1 ปีการศกึ ษา 2564
ภาพรวมและรายด้าน
ตารางที่ 6 วเิ คราะหข์ อ้ มลู ด้านความคิดเหน็ ของผู้รับบรกิ าร
n = 18
ความพึงพอใจ ค่าเฉลยี่ รอ้ ยละ ระดบั อันดบั

1. ดา้ นหลกั สูตร 4.67 93.33 มากท่ีสุด 2
2. ดา้ นกระบวนการ 4.72 94.44 มากท่สี ุด 1
3. ด้านวิทยากร 4.64 92.78 มากที่สุด 3
4. ด้านส่ิงอานวยความสะดวก 4.57 91.48 มากทส่ี ดุ 4
5. ด้านคุณภาพ 4.64 92.78 มากท่สี ุด 3
รวม 4.65 93.33 มากท่ีสดุ

จากตารางท่ี 6 ผูต้ อบแบบสอบถามโครงการพัฒนาบุคลากรการจดั ทาแผนการสอนภาคเรียน
ท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2564 ศนู ย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั อาเภอพานทอง โดยรวม
อยู่ในระดับดมี าก มีคา่ เฉลย่ี 4.65 คดิ เป็นร้อยละ 93.33 เม่อื พิจารณารายด้าน เรียงลาดับจากมากไป
นอ้ ย ได้แก่ ด้านกระบวนการ มคี า่ เฉลีย่ 4.72 อย่ใู นระดับมากท่ีสดุ ด้านหลักสูตร มีค่าเฉล่ีย 4.72 อยู่
ในระดับมากที่สุด ด้านวทิ ยากร ดา้ นคุณภาพ มคี ่าเฉลี่ย 4.64 อยู่ในระดับมากที่สุด ส่วนด้านที่มีความ
พงึ พอใจนอ้ ยที่สดุ ดา้ นสิ่งอานวยความสะดวก คือ มคี า่ เฉล่ีย 4.57 อยู่ในระดบั มากที่สุด

27

ตารางที่ 7 คา่ เฉล่ีย รอ้ ยละ ความพึงพอใจโครงการพัฒนาบุคลากรการจัดทาแผนการ
สอนภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2564
ดา้ นหลักสตู ร

ความพึงพอใจด้านหลักสูตร n = 18 อันดับ
คา่ เฉลีย่ รอ้ ยละ ระดับ 3
4
1. กจิ กรรมทจ่ี ดั สอดคล้องกับวตั ถปุ ระสงคข์ องหลกั สูตร 4.67 93.33 มากท่สี ดุ 1
2. เน้ือหาของหลกั สูตรตรงกบั ความต้องการของผูร้ ับบรกิ าร 4.61 92.22 มากท่สี ดุ 2
3. การจัดกจิ กรรมทาให้ผูร้ บั บริการสามารถคิดเป็น ทาเปน็ แกป้ ญั หาเป็น 4.78 95.56 มากทส่ี ดุ
4. ผรู้ บั บริการมีส่วนรว่ มในการแสดงความคิดเห็นตอ่ การจัดทาหลกั สูตร 4.72 94.44 มากที่สุด 5
5. ผู้รับบรกิ ารสามารถนาความรู้ไปปรบั ใช้ในชวี ิตประจาวันได้
4.56 91.11 มากทีส่ ดุ

รวม 4.67 93.33 มากท่ีสดุ

จากตารางที่ 7 พบว่า ความพึงใจในการจัดโครงการพัฒนาบุคลากรการจัดทาแผนการสอน
ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2564 ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอพาน
ทอง ดา้ นหลกั สูตรในภาพรวม มีความพึงพอใจอยู่ในระดับดมี าก มีค่าเฉล่ีย 4.67 คิดเป็นรอ้ ยละ93.33
เมื่อพจิ ารณารายข้อ พบว่า อยู่ในระดับมากที่สุด 5 ข้อ เรียงค่าเฉล่ียของความพึงพอใจรายข้อ ได้แก่
การจัดกิจกรรมทาให้ผู้รับบริการสามารถคิดเป็น ทาเป็น แก้ปัญหาเป็นมีค่าเฉลี่ย 4.78 อยู่ในระดับ
มากท่ีสดุ ผรู้ ับบริการมสี ่วนร่วมในการแสดงความคิดเหน็ ต่อการจดั ทาหลักสูตร มีค่าเฉล่ีย 4.72 อยู่ใน
ระดบั มากทีส่ ดุ กิจกรรมท่จี ัดสอดคล้องกบั วตั ถปุ ระสงค์ของหลกั สตู ร มคี ่าเฉลี่ย 4.67 อยู่ในระดับมาก
ท่สี ุด เน้อื หาของหลกั สตู รตรงกบั ความต้องการของผู้รบั บริการ มคี ่าเฉลี่ย 4.61 อยู่ในระดับมากท่ีสุด
ผู้รับบริการสามารถนาความรู้ไปปรับใช้ในชีวิตประจาวันได้มีค่าเฉล่ีย 4.56 อยู่ในระดับมากที่สุด
ตามลาดับ

28

ตารางที่ 8 คา่ เฉลี่ย รอ้ ยละ ความพึงพอใจโครงการพัฒนาบุคลากรการจัดทาแผนการสอน

ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2564

ความพึงพอใจด้านกระบวนการ n = 18
ค่าเฉลย่ี รอ้ ยละ ระดบั อนั ดับ

6. ขนั้ ตอนการจดั กจิ กรรมมคี วามเหมาะสม 4.67 93.33 มากที่สุด 3
4.72 94.44 มากทสี่ ุด 2
7. มีการอานวยความสะดวกในการเขา้ รว่ มกิจกรรม
8. ได้รบั ความรูห้ รอื ประโยชนจ์ ากการจัดกจิ กรรมทกุ ขน้ั ตอน 4.78 95.56 มากท่ีสุด 1

รวม 4.72 94.44 มากทส่ี ุด

จากตารางที่ 8 พบวา่ ความพงึ ใจในการจัดโครงการพัฒนาบุคลากรการจัดทาแผนการสอน
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 สังกัดศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอ

พานทอง ด้านกระบวนการในภาพรวม มีความพึงพอใจอยใู่ นระดบั ดีมาก มคี ่าเฉล่ีย 4.72 คิดเป็นร้อย
ละ 94.44 เมอื่ พจิ ารณารายขอ้ พบว่า อยใู่ นระดับมากที่สดุ 3 ข้อ เรยี งค่าเฉลี่ยของความพึงพอใจราย

ขอ้ ได้แก่ ได้รบั ความรู้หรอื ประโยชน์จากการจัดกจิ กรรมทุกขั้นตอน มีค่าเฉลี่ย 4.78 อยู่ในระดับมาก
ที่สุด มีการอานวยความสะดวกในการเข้าร่วมกิจกรรม มีค่าเฉลี่ย 4.72 อยู่ในระดับมากท่ีสุด และ
ขนั้ ตอนการจดั กจิ กรรมมคี วามเหมาะสม มีคา่ เฉลย่ี 4.67 อยู่ในระดับมากทส่ี ุด ตามลาดับ

ตารางที่ 9 คา่ เฉล่ยี ร้อยละ ความพึงพอใจโครงการพัฒนาบคุ ลากรการจัดทาแผนการ
สอนภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศึกษา 2564
ด้านวิทยากร

ความพงึ พอใจด้านวทิ ยากร n = 18
ค่าเฉล่ยี รอ้ ยละ ระดบั อนั ดับ

9. ความเหมาะสมในการแตง่ กาย/บคุ ลิกภาพ 4.72 94.44 มากที่สุด 1

10. มคี วามสภุ าพ และด้วยไมตรจี ติ 4.67 93.33 มากที่สุด 2

11. มีความรคู้ วามสามารถในการจัดกิจกรรม 4.61 92.22 มากท่สี ดุ 3

12. บรกิ ารดว้ ยความเสมอภาค เป็นธรรม ไม่เลือกปฏบิ ตั ิ 4.56 91.11 มากท่ีสดุ 4

รวม 4.64 92.78 มากท่สี ุด

จากตารางท่ี 9 พบว่า ความพงึ ใจในการจัดโครงการพฒั นาบคุ ลากรการจัดทาแผนการสอน
ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศึกษา 2564 สังกัดศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอ
พานทอง ดา้ นวทิ ยากร ในภาพรวม มีความพึงพอใจอยู่ในระดับดีมาก มีค่าเฉลย่ี 4.64 คิดเป็นร้อยละ
92.78 เมื่อพจิ ารณารายข้อ พบว่า อยู่ในระดับมากที่สุด 4 ข้อ เรียงค่าเฉลี่ยของความพึงพอใจรายข้อ
ได้แก่ ความเหมาะสมในการแต่งกาย/บุคลิกภาพ มีค่าเฉลี่ย 4.72 อยู่ในระดับมากท่ีสุด มีความ
สุภาพ มีค่าเฉล่ีย 4.67 อยู่ในระดับมากท่ีสุด มีความรู้ความสามารถในการจัดกิจกรรม มีค่าเฉลี่ย
4.61 อยูใ่ นระดับมากท่สี ุด และด้วยไมตรีจิต บรกิ ารดว้ ยความเสมอภาค เป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ มี
ค่าเฉลีย่ 4.56 ตามลาดับ

29

ตารางท่ี 10 คา่ เฉลยี่ ร้อยละ ความพึงพอใจโครงการพฒั นาบคุ ลากรการจดั ทาแผนการ
สอนภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศึกษา 2564
ดา้ นสง่ิ อานวยความสะดวก

ความพงึ พอใจดา้ นสิ่งอานวยความสะดวก n = 18 อันดบั
ค่าเฉลี่ย รอ้ ยละ ระดับ

13. สถานท่ีสาหรบั การจัดกิจกรรมมคี วามเหมาะสม 4.67 93.33 มากทส่ี ดุ 1
14. ครภุ ณั ฑ์ วัสดุ อปุ กรณ์ เชน่ โตะ๊ เกา้ อี้ ระบบภาพและเสียง 4.50 90.00 มากทส่ี ดุ 3
อ่นื ๆ ทใี่ ช้ในการจดั กิจกรรมมีความเหมาะสมเพียงพอ
15. ส่ือทใี่ ช้ในการจดั กิจกรรมมคี วามทันสมัย 4.56 91.11 มากที่สุด 2

รวม 4.57 91.48 มากท่ีสดุ

จากตารางท่ี 10 พบว่า ความพึงใจในการจัดโครงการพัฒนาบุคลากรการจัดทาแผนการสอน
ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2564 สังกัดศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอพาน
ทอง ด้านส่ิงอานวยความสะดวก ในภาพรวม มีความพึงพอใจอยู่ในระดับดีมาก มีค่าเฉลี่ย 4.57 คิดเป็น
ร้อยละ 91.48 เมื่อพิจารณารายข้อ พบว่า อยู่ในระดับมากท่ีสุด 3 ข้อ เรียงค่าเฉลี่ยของความพึงพอใจ
รายข้อ ได้แก่ โต๊ะ เก้าอ้ี ระบบภาพและเสียงอื่นๆ ท่ีใช้ในการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสมเพียงพอ
ค่าเฉล่ีย 4.67 อยู่ในระดับมากท่ีสุด สื่อที่ใช้ในการจัดกิจกรรมมีความทันสมัย มีค่าเฉลี่ย 4.56 อยู่ใน
ระดับมากที่สดุ มคี ่าเฉลย่ี 4.50 อยใู่ นระดับมากท่สี ุด ตามลาดบั

ตารางท่ี 11 คา่ เฉลี่ย รอ้ ยละ ความพงึ พอใจโครงการพัฒนาบคุ ลากรการจดั ทาแผนการ
สอนภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564
ด้านคุณภาพ
n = 18
ความพงึ พอใจด้านคณุ ภาพ คา่ เฉล่ยี รอ้ ยละ ระดบั อนั ดับ

16. เขา้ ร่วมการจัดกิจกรรมอย่างประทบั ใจ 4.61 92.22 มากท่ีสดุ 3
17. กิจกรรมมีประโยชน์สาหรับการพฒั นาตนเอง ชมุ ชนและสงั คม 4.56 91.11 มากที่สุด 4
18. ระยะเวลาในการจัดกจิ กรรมเหมาะสม 4.67 93.33 มากทสี่ ุด 2

19. โดยภาพรวมทา่ นมีความพึงพอใจในกระบวนการ/ขัน้ ตอน 4.72 94.44 มากทส่ี ดุ 1
ของการฝกึ อบรมในคร้ังน้ี
รวม 4.64 92.78 มากทส่ี ุด

จากตารางที่ 11 พบว่า ความพงึ ใจในการจัดโครงการพัฒนาบุคลากรการจัดทาแผนการสอนภาคเรียนที่
1 ปีการศกึ ษา 2564 สังกดั ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอพานทอง ด้าน
คุณภาพในภาพรวม มีความพึงพอใจอยู่ในระดับดีมาก มีค่าเฉล่ีย 4.64 คิดเป็นร้อยละ 90.78 เม่ือ
พิจารณารายข้อ พบว่า อยู่ในระดับมากท่ีสุด 4 ข้อ เรียงค่าเฉลี่ยของความพึงพอใจรายข้อ ได้แก่ โดย
ภาพรวมท่านมีความพึงพอใจในกระบวนการ/ข้ันตอนของการฝึกอบรมในคร้ังนี้ มีค่าเฉล่ีย 4.72 อยู่ใน
ระดับมากท่ีสุด ระยะเวลาในการจัดกิจกรรมเหมาะสม มคี า่ เฉลยี่ 4.67 อยู่ในระดับมากที่สุด เข้าร่วม

30

การจดั กิจกรรมอยา่ งประทับใจ มีค่าเฉลี่ย 4.61 อยู่ในระดับมากที่สุด กิจกรรมมีประโยชน์สาหรับการ
พัฒนาตนเอง ชมุ ชนและสังคม มีคา่ เฉล่ยี 4.56 อยใู่ นระดับมากที่สดุ ตามลาดบั
ตอนที่ 3 สรุปผลขอ้ เสนอแนะ / ข้อคดิ เห็นอื่นๆ ของผู้ตอบแบบสอบถามโครงการพฒั นาบุคลากร
การจัดทาแผนการสอนภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2564เพอ่ื นาไปใชใ้ นการปรบั ปรงุ พฒั นา
โครงการในคร้งั ต่อไป

-

31

บทท่ี 5
สรุปผล อภปิ รายผล และข้อเสนอแนะ

ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอพานทอง ได้ดาเนินการจัด
โครงการพฒั นาบุคลากรการจัดทาแผนการสอนภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2564 โดยมีวตั ถปุ ระสงค์เพื่อพัฒนา
บุคลากรและให้สถานศึกษามีการแผนการสอนรายภาค แผนการสอนรายสัปดาห์ท่ีมีคุณภาพสามารถ
นาไปใช้จัดการเรียนการสอนการสอนในภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2564 และสามารถจัดกิจกรรมการ
เรียนรทู้ ีต่ รงตามหลักสูตรใหบ้ รรลผุ ลอย่างมีประสิทธิภาพในสถานการณก์ ารแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส
โคโรนา 2019 (COVID-19) และข้อเสนอแนะได้ดงั นี้
1. สรุป

1.1 เป้าหมายดา้ นปริมาณ
- ผบู้ ริหาร และบุคลากร กศน.อาเภอพานทอง จานวน 18 คน
- มีผ้เู ข้าร่วมโครงการฯ จานวน 18 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 100

1.2 เป้าหมายดา้ นคุณภาพ
ผบู้ รหิ าร และบุคลากร กศน.อาเภอพานทอง ที่เข้าร่วมโครงการฯ มีความรู้ ความ

เข้าใจเกี่ยวกับการพัฒนาบุคลากรและให้สถานศึกษามีการแผนการสอนรายภาค แผนการสอนราย
สัปดาห์ทีม่ คี ุณภาพสามารถนาไปใช้จดั การเรียนการสอนการสอนในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564
และสามารถจดั กจิ กรรมการเรียนร้ทู ต่ี รงตามหลักสูตรให้บรรลุผลอย่างมีประสิทธิภาพในสถานการณ์
การแพรร่ ะบาดของโรคติดเชอื้ ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19)

จากผลการวเิ คราะหค์ วามพึงใจในการจดั โครงการพัฒนาบุคลากรการจัดทาแผนการสอน
ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2564 โดยรวมอยู่ในระดับดีมาก มีค่าเฉลี่ย 4.65 คิดเป็นร้อยละ 93.33 เม่ือ
พิจารณารายด้าน เรียงลาดับจากมากไปน้อย ได้แก่ ด้านกระบวนการ มีค่าเฉล่ีย 4.72 อยู่ในระดับ
มากที่สุด ด้านหลักสูตร มีค่าเฉล่ีย 4.72 อยู่ในระดับมากท่ีสุด ด้านวิทยากร ด้านคุณภาพ มีค่าเฉลี่ย
4.64 อยู่ในระดับมากท่ีสุด ส่วนด้านท่ีมีความพึงพอใจน้อยที่สุด ด้านสิ่งอานวยความสะดวก คือ มี
ค่าเฉล่ยี 4.57 อยใู่ นระดบั มากทีส่ ดุ

(1) นามาจากตารางท่ี 7 ด้านหลักสูตร พบว่า ความพึงใจในการจัดโครงการพัฒนา
บุคลากรการจัดทาแผนการสอนภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2564 ศูนย์การศึกษานอกระบบและ
การศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอพานทอง ด้านหลักสูตรในภาพรวม มีความพึงพอใจอยู่ในระดับดีมาก มี
ค่าเฉลี่ย 4.67 คิดเป็นร้อยละ93.33 เมื่อพิจารณารายข้อ พบว่า อยู่ในระดับมากที่สุด 5 ข้อ เรียง
ค่าเฉลี่ยของความพึงพอใจรายข้อ ได้แก่ การจัดกิจกรรมทาให้ผู้รับบริการสามารถคิดเป็น ทาเป็น
แกป้ ัญหาเปน็ มีคา่ เฉลย่ี 4.78 อย่ใู นระดบั มากทส่ี ุด ผู้รบั บรกิ ารมีสว่ นรว่ มในการแสดงความคิดเห็นต่อ
การจดั ทาหลกั สูตร มคี า่ เฉลย่ี 4.72 อยู่ในระดบั มากทีส่ ดุ กจิ กรรมท่ีจัดสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของ
หลักสูตร มีค่าเฉลี่ย 4.67 อยู่ในระดับมากท่ีสุด เนื้อหาของหลักสูตรตรงกับความต้องการของ
ผู้รับบริการ มีค่าเฉล่ีย 4.61 อยู่ในระดับมากท่ีสุด ผู้รับบริการสามารถนาความรู้ไปปรับใช้ใน
ชวี ติ ประจาวันได้มีคา่ เฉล่ยี 4.56 อยูใ่ นระดบั มากที่สดุ ตามลาดับ

32

(2) นามาจากตารางท่ี 8 พบว่า ความพึงใจในการจัดโครงการพัฒนาบุคลากรการ
จดั ทาแผนการสอนภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 สังกัดศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษา
ตามอัธยาศัยอาเภอพานทอง ด้านกระบวนการในภาพรวม มีความพึงพอใจอยู่ในระดับดีมาก มี
ค่าเฉลี่ย 4.72 คิดเป็นร้อยละ 94.44 เมื่อพิจารณารายข้อ พบว่า อยู่ในระดับมากท่ีสุด 3 ข้อ เรียง
ค่าเฉลยี่ ของความพึงพอใจรายขอ้ ไดแ้ ก่ ได้รบั ความรหู้ รอื ประโยชน์จากการจัดกิจกรรมทุกขั้นตอน มี
ค่าเฉล่ยี 4.78 อยใู่ นระดบั มากที่สดุ มกี ารอานวยความสะดวกในการเข้าร่วมกิจกรรม มีค่าเฉล่ีย 4.72
อยใู่ นระดบั มากทสี่ ดุ และ ขั้นตอนการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสม มีค่าเฉลี่ย 4.67 อยู่ในระดับมาก
ท่ีสุด ตามลาดบั

(3) นามาจากตารางที่ 9 พบวา่ ความพงึ ใจในการจัดโครงการพฒั นาบุคลากรการจัดทา
แผนการสอนภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 สังกัดศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม
อัธยาศัยอาเภอพานทอง ด้านส่ิงอานวยความสะดวก ในภาพรวม มีความพึงพอใจอยู่ในระดับดีมาก มี
คา่ เฉลย่ี 4.57 คดิ เปน็ รอ้ ยละ 91.48 เม่ือพจิ ารณารายข้อ พบวา่ อยใู่ นระดับมากท่ีสดุ 3 ข้อ เรียงค่าเฉล่ีย
ของความพึงพอใจรายข้อ ได้แก่ โต๊ะ เก้าอี้ ระบบภาพและเสียงอื่นๆ ที่ใช้ในการจัดกิจกรรมมีความ
เหมาะสมเพียงพอ ค่าเฉล่ีย 4.67 อยู่ในระดับมากท่ีสุด สื่อท่ีใช้ในการจัดกิจกรรมมีความทันสมัย มี
คา่ เฉลย่ี 4.56 อยใู่ นระดับมากท่ีสุด มคี า่ เฉลยี่ 4.50 อยใู่ นระดบั มากทส่ี ุด ตามลาดบั

(4) นามาจากตารางท่ี 10 พบวา่ ความพึงใจในการจัดโครงการพัฒนาบุคลากรการจัดทา
แผนการสอนภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 สังกัดศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม
อัธยาศัยอาเภอพานทอง ด้านส่ิงอานวยความสะดวก ในภาพรวม มีความพึงพอใจอยู่ในระดับดีมาก มี
ค่าเฉล่ีย 4.57 คิดเปน็ รอ้ ยละ 91.48 เมอ่ื พจิ ารณารายขอ้ พบว่า อยูใ่ นระดับมากทีส่ ุด 3 ขอ้ เรียงค่าเฉลี่ย
ของความพึงพอใจรายข้อ ได้แก่ โต๊ะ เก้าอ้ี ระบบภาพและเสียงอื่นๆ ท่ีใช้ในการจัดกิจกรรมมีความ
เหมาะสมเพียงพอ ค่าเฉลี่ย 4.67 อยู่ในระดับมากที่สุด สื่อที่ใช้ในการจัดกิจกรรมมีความทันสมัย มี
ค่าเฉลย่ี 4.56 อยใู่ นระดับมากทีส่ ุด มคี ่าเฉล่ีย 4.50 อยใู่ นระดับมากทีส่ ุด ตามลาดบั

(5) นามาจากตารางท่ี 11 พบว่า ความพึงใจในการจัดโครงการพัฒนาบุคลากรการจัดทา
แผนการสอนภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 สังกัดศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม
อัธยาศัยอาเภอพานทอง ด้านคุณภาพในภาพรวม มีความพึงพอใจอยู่ในระดับดีมาก มีค่าเฉล่ีย 4.64
คิดเป็นร้อยละ 90.78 เมอื่ พจิ ารณารายข้อ พบว่า อยู่ในระดับมากที่สุด 4 ข้อ เรียงค่าเฉลี่ยของความพึง
พอใจรายขอ้ ได้แก่ โดยภาพรวมทา่ นมคี วามพึงพอใจในกระบวนการ/ข้ันตอนของการฝึกอบรมในคร้ังนี้
มีค่าเฉล่ีย 4.72 อยู่ในระดับมากท่ีสุด ระยะเวลาในการจัดกิจกรรมเหมาะสม มีค่าเฉลี่ย 4.67 อยู่ใน
ระดับมากท่ีสุด เข้าร่วมการจัดกิจกรรมอย่างประทับใจ มีค่าเฉลี่ย 4.61 อยู่ในระดับมากท่ีสุด
กิจกรรมมีประโยชน์สาหรับการพัฒนาตนเอง ชุมชนและสังคม มีค่าเฉล่ีย 4.56 อยู่ในระดับมากที่สุด
ตามลาดับ

33

2. อภปิ รายผล
โครงการพัฒนาบุคลากรการจัดทาแผนการสอนภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2564 เป็นโครงการที่

จัดข้ึนในปีงบประมาณ 2564 ซึ่งดาเนินการศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอ
พานทอง จังหวัดชลบุรี มีวัตถุประสงค์ในการจัดโครงการฯ เพ่ือเตรียมความพร้อมให้กับบุคลากร กศน.
อาเภอพานทอง ด้านการทาแผนการจัดการเรียนการสอน เพ่ือให้สถานศึกษามีแผนการสอนรายภาคและ
แผนการสอนรายสัปดาห์ที่มีคุณภาพสามารถนาไปใช้จัดการเรียนการสอนได้และสามารถการจัดกิจกรรม
การเรยี นรู้ท่ีตรงตามหลกั สูตรและบรรลผุ ลอย่างมปี ระสิทธิภาพ สามารถใชเ้ ทคโนโลยีในกระบวนการจัดการ
เรียนการสอนทเ่ี หมาะสมและบรรลวุ ัตถปุ ระสงค์ในการจดั กิจกรรมได้

3. ข้อเสนอแนะ
-

34

บรรณานุกรม

กลุ่มพฒั นาการศึกษานอกโรงเรียน สานกั งานสง่ เสริมการศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตาม
อัธยาศยั .คูม่ อื การดาเนินงานหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศกึ ษาขัน้ พ้ืนฐาน พุทธศักราช
2551 (ฉบับปรบั ปรุง พทุ ธศกั ราช 2555 ),พิมพ์ครง้ั ที่ 2 (ฉบับปรับปรงุ พทุ ธศกั ราช 2555 ),
กรุงเทพฯ:สานกั พิมพ์รังสกี ารพมิ พ์,เอกสารทางวิชาการ ลาดับที่ 63/2555

กลมุ่ พฒั นาการศกึ ษานอกโรงเรยี น สานักงานสง่ เสรมิ การศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตาม
อธั ยาศัย.หลักสตู รการศึกษานอกระบบระดบั การศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน พุทธศักราช 2551สาระการ
เรียนรู้(ฉบบั ปรบั ปรงุ พทุ ธศักราช 2554 ), ,พมิ พค์ ร้งั ที่ 1/2555 ,กรงุ เทพฯ:สานักพิมพ์สานักงาน
กิจการโรงพมิ พ์การสงเคราะห์ทหารผา่ นศึก,เอกสารทางวิชาการ ลาดบั ที่ 46/2555

กลมุ่ พัฒนาการศึกษานอกโรงเรียน สานักงานส่งเสริมการศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตาม
อัธยาศยั .นโยบายและจดุ เนน้ การดาเนนิ งาน สานักงาน กศน.ประจาปี 2564 ,พมิ พค์ รั้งท่ี 6,
กรงุ เทพฯ

35

ภาคผนวก

36

คณะผจู้ ัดทา

ทีป่ รึกษา เกดิ พลู ผล ตาแหน่ง ผ้อู านวยการ กศน.อาเภอพานทอง
นางสาวสมใจ ศรแี สงทอง ตาแหนง่ ครูชานาญการ
นางสาวอาภรณ์ ใจกลา้ ตาแหนง่ ครูผชู้ ว่ ย
นายกฤษชัย
รกั ษาสุข ตาแหนง่ ครูอาสาสมคั รฯ
นางสาวศศิธร

คณะผจู้ ัดทา ตาแหน่ง ครูผชู้ ่วย
นางสาวระพีพร วงค์มน

ผรู้ วบรวม เรียบเรียง และจัดพมิ พ์ ตาแหน่ง ครูผู้ช่วย
นางสาวระพีพร วงค์มน

*************************************


Click to View FlipBook Version