The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานผลการดำเนินงาน กิจกรรมที่ 4 หีบ จตุ โครงการห้องสมุดเคลื่อนที่สำหรับชาวตลาด

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ebookchon, 2023-08-02 04:04:44

รายงานผลการดำเนินงาน กิจกรรมที่ 4 หีบ จตุ โครงการห้องสมุดเคลื่อนที่สำหรับชาวตลาด

รายงานผลการดำเนินงาน กิจกรรมที่ 4 หีบ จตุ โครงการห้องสมุดเคลื่อนที่สำหรับชาวตลาด

Keywords: รายงานผลการดำเนินงาน กิจกรรมที่ 4 หีบ จตุ โครงการห้องสมุดเคลื่อนที่สำหรับชาวตลาด

ห้องสมุดประชาชน“เฉลิมราชกุมารี”อ าเภอสัตหีบ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ ส านักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดชลบุรี


ก บทสรุปผู้บริหาร โครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ส าหรับชาวตลาด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงกิจกรรม ของห้องสมุดและน าความรู้ไปใช้ประโยชน์ณ ตลาดบางเสร่ไนท์พล่าซ่า ต าบลบางเสร่ อ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ตลาดนัดป๋ากอบ ต าบลนาจอมเทียน อ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีตลาดนัดสัตหีบ ต าบล สัตหีบ อ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ตลาดศรีประพัฒน์ ต าบลพลูตาหลวง อ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีและ ตลาดนัด วัดช่องแสมสาร ต าบลแสมสาร อ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจ านวน 700 คน จากเป้าหมาย 700 คน จากการด าเนินการโครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ส าหรับชาวตลาด พบว่าผู้เข้าร่วมโครงการ มีความพึงพอใจต่อโครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ส าหรับชาวตลาด ในภาพรวม อยู่ในระดับมากถึงมากที่สุด ร้อยละ 95.97 ทั้งนี้สืบเนื่องจากผู้เข้าร่วมโครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ส าหรับชาวตลาด ได้รับการส่งเสริม การอ่านและเข้าร่วมกิจกรรมของห้องสมุด โดยบรรณารักษ์ห้องสมุดประชาชน“เฉลิมราชกุมารี”อ าเภอ สัตหีบ ได้มีการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การจัดกิจกรรมในเชิงรุกและประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ท าให้ประชาชนได้ทราบข้อมูลข่าวสาร มีการออกแบบการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านที่หลากหลาย สื่อที่ใช้การจัดกิจกรรมมีความทันสมัย ผู้เข้าร่วมโครงการได้รับบริการส่งเสริมการอ่านเพื่อการเรียนรู้ การบันเทิง การพักผ่อนที่หลากหลายท าให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สามารถน าความรู้ไปใช้ประโยชน์ได้ มีทักษะการอ่านและพัฒนาไปสู่การมีนิสัยรักการอ่านและรักการเรียนรู้ สามารถน าความรู้ไปประยุกต์ใช้ ในชีวิตประจ าวันได้และเผยแพร่ความรู้ให้ผู้อื่นได้ ส่งผลให้โครงการบรรลุตามวัตถุประสงค์


ข ค าน า จากการที่ห้องสมุดประชาชน“เฉลิมราชกุมารี”อ าเภอสัตหีบ ได้จัดโครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ ส าหรับชาวตลาด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงกิจกรรมของห้องสมุดและน าความรู้ไปใช้ ประโยชน์ณ ตลาดบางเสร่ไนท์พล่าซ่า ต าบลบางเสร่ อ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ตลาดนัดป๋ากอบ ต าบลนาจอมเทียน อ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ตลาดนัดสัตหีบ ต าบลสัตหีบ อ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ตลาดศรีประพัฒน์ ต าบลพลูตาหลวง อ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีและตลาดนัด วัดช่องแสมสาร ต าบลแสมสาร อ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โครงการดังกล่าวได้ด าเนินการเสร็จสิ้นไปได้ด้วยดี ซึ่งรายละเอียดผลการด าเนินงานต่างๆ ตลอดจนปัญหาและอุปสรรค ได้สรุปไว้แล้ว เพื่อรวบรวมกระบวนการด าเนินงานผลที่ได้น าไปใช้ ตลอดจนการพัฒนาเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพวิถีชีวิต และการตอบสนองความต้องการของผู้เข้าร่วม โครงการ สุดท้ายคือ การน าไปใช้ประโยชน์อย่างแท้จริงและสามารถแนะน าผู้อื่นได้ เพื่อให้เกิด การพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างต่อเนื่อง ห้องสมุดประชาชน“เฉลิมราชกุมารี”อ าเภอสัตหีบ .


ค สารบัญ หน้า บทสรุปผู้บริหาร...............................................................................................................................ก ค าน า................................................................................................................................................ข สารบัญ.............................................................................................................................................ค สารบัญตาราง...................................................................................................................................จ บทที่ 1 บทน า............................................................................................................................................1 ความเป็นมาและความส าคัญ........................................................................................................1 วัตถุประสงค์.................................................................................................................................1 เป้าหมาย......................................................................................................................................1 วิธีการด าเนินงาน..........................................................................................................................2 ระยะเวลา.....................................................................................................................................2 สถานที่ .........................................................................................................................................2 งบประมาณ..................................................................................................................................2 ผลลัพธ์.........................................................................................................................................2 ดัชนีวัดผลส าเร็จของโครงการ......................................................................................................2 นิยามศัพท์เฉพาะ..........................................................................................................................3 บทที่ 2 เอกสารการศึกษาที่เกี่ยวข้อง.......................................................................................................4 แผนพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยของส านักงาน กศน.ฯ......................4 นโยบายและจุดเน้นการด าเนินงานส านักงาน กศน. ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ.2564..................5 กรอบการจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของส านักงาน กศน...................................................10 แนวทาง/กลยุทธ์การด าเนินงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยของ ห้องสมุดประชาชน“เฉลิมราชกุมารี”อ าเภอสัตหีบ .......................................................................11 เอกสาร/งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง.........................................................................................................13


ง สารบัญ(ต่อ) หน้า บทที่ 3 วิธีด าเนินงาน ...............................................................................................................................24 ประชุมบุคลากรกรรมการ กศน.อ าเภอสัตหีบ...............................................................................24 แต่งตั้งคณะท างาน........................................................................................................................24 ด าเนินงานตามแผน ......................................................................................................................25 ประชากรที่ใช้ในการด าเนินงาน....................................................................................................25 เครื่องมือที่ใช้ในการด าเนินงาน.....................................................................................................25 การเก็บรวบรวมข้อมูล..................................................................................................................25 การวิเคราะห์ข้อมูล.......................................................................................................................26 บทที่ 4 ผลการด าเนินงานและการวิเคราะห์ข้อมูล..................................................................................27 ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้เข้าร่วมโครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ส าหรับชาวตลาด...........................28 ตอนที่ 2 ข้อมูลความพึงพอใจต่อโครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ส าหรับชาวตลาด.............................29 บทที่ 5 สรุปผลการประเมิน อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ....................................................................30 สรุปผลการด าเนินงาน ..................................................................................................................30 อภิปรายผล...................................................................................................................................31 ข้อเสนอแนะ.................................................................................................................................31 บรรณานุกรม.............................................................................................................................................32 ภาคผนวก………………... .............................................................................................................................34 ภาคผนวก ก..................................................................................................................................34 แบบประเมินความพึงพอใจโครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ส าหรับชาวตลาด....... .......................34 ภาคผนวก ข...................................................................................................................................36 รายงานผลการด าเนินงานโครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ส าหรับชาวตลาด.. ..............................36 คณะผู้จัดท า


จ สารบัญตาราง หน้า ตารางที่ 1 จ านวนและร้อยละของผู้เข้าร่วมโครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ส าหรับชาวตลาด จ าแนกตามเพศ อายุ และอาชีพ............................................................................................28 2 จ านวนและร้อยละของผู้เข้าร่วมโครงการที่มีความพึงพอใจต่อโครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ ส าหรับชาวตลาด ภายหลังเสร็จสิ้นโครงการ เชิงปริมาณ......................................................29 3 ค่าคะแนนเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของกลุ่มตัวอย่าง และระดับคุณภาพความพึงพอใจ ต่อโครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ส าหรับชาวตลาดเชิงคุณภาพ ภายหลังเสร็จสิ้นโครงการ.....29


1 บทที่ 1 บทน า 1.ความเป็นมาและความส าคัญ ตามที่กระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายให้ส านักงาน กศน.ด าเนินการ“ห้องสมุดเคลื่อนที่ส าหรับ ชาวตลาด”ตามพระราชด าริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เพื่อส่งเสริมการอ่าน ของประชาชน ชุมชน ชาวตลาด อันจะน าสู่การเรียนรู้ที่หลากหลายในการพัฒนาคุณภาพชีวิต นั้น ส านักงาน กศน. โดยสถาบันส่งเสริมและพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ จึงเห็นควรด าเนินการ จัดท าโครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ส าหรับชาวตลาด โดยใช้หลักการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ อันจะก่อให้เกิดพลังชุมชนที่เข้มแข็งของชุมชนในการร่วมสร้าง วัฒนธรรมการอ่านและเป็นการส่งเสริมให้ชุมชนเป็นศูนย์กลางเรียนรู้ และการพัฒนาตามหลักการ ของชุมชนโดยชุมชนเพื่อชุมชนอย่างแท้จริง ห้องสมุดประชาชน “เฉลิมราชกุมารี”อ าเภอสัตหีบ ได้รับมอบหมายจากส านักงานส่งเสริม การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย จังหวัดชลบุรี ให้มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนตาม นโยบาย ส่งเสริมการอ่านให้เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อส่งเสริมการอ่านให้เป็นนิสัยของคนในชุมชน จึงด าเนินการจัดโครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ส าหรับชาวตลาด โดยเป็น “ห้องสมุดเคลื่อนที่ส าหรับ ชาวตลาด”แบบคู่ขนาน เพื่อน าหนังสือ/สื่อการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน เป็นกิจกรรม เชิงรุกร่วมกับเครือข่ายห้องสมุดฯ คือ รุกเข้าหากลุ่มเป้าหมายตามสถานที่ต่างๆ เช่น วัด โรงเรียน ตลาด ซึ่งเป็นแนวทางในการสร้างนิสัยรักการอ่านของคนในชุมชน 2.วัตถุประสงค์ 2.1 เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้รับการส่งเสริมการอ่านและเข้าร่วมกิจกรรมของห้องสมุด 2.2 เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถน าความรู้ไปใช้ประโยชน์ได้ 3.เป้าหมาย 3.1 เชิงปริมาณ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจ านวน 700 คน (ต าบลละ 20 คนต่อกิจกรรม) 3.2 เชิงคุณภาพ 1. ร้อยละ 80 ของผู้เข้าร่วมโครงการได้รับการส่งเสริมการอ่านและเข้าร่วมกิจกรรมของ ห้องสมุด 2. ร้อยละ 80 ของผู้เข้าร่วมโครงการสามารถน าความรู้ไปใช้ประโยชน์ได้


2 4. วิธีการด าเนินงาน 1) เสนอโครงการ 2) ท าค าสั่งแต่งตั้งผู้รับผิดชอบงานในแต่ละฝ่าย 3) ประชุมวางแผนรูปแบบการจัดกิจกรรม 4) ด าเนินการจัดกิจกรรม 5) ประเมินผล 6) สรุป และรายงานผล 5.สถานที่ 1.ตลาดบางเสร่ไนท์พล่าซ่า ต าบลบางเสร่ อ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี 2.ตลาดนัดป๋ากอบ ต าบลนาจอมเทียน อ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี 3.ตลาดนัดสัตหีบ ต าบลสัตหีบ อ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี 4.ตลาดศรีประพัฒน์ต าบลพลูตาหลวง อ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี 5.ตลาดนัดวัดช่องแสมสาร ต าบลแสมสาร อ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ต าบลแสมสาร อ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี 6.งบประมาณ งบด าเนินงานเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารหน่วยงานในการปฏิบัติงานแผนงานพื้นฐาน ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคน ผลผลิตที่ 5 ผู้รับบริการการศึกษาตามอัธยาศัย 7.ผลลัพธ์ (Outcome) 7.1 ผู้เข้าร่วมโครงการได้รับการส่งเสริมการอ่านและร่วมกิจกรรมของห้องสมุด 7.2 ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถน าความรู้ไปใช้ประโยชน์ได้ 8.ดัชนีวัดผลและความส าเร็จของโครงการ 8.1 ตัวชี้วัดผลผลิต (Output) -ร้อยละ 80 ของผู้เข้าร่วมโครงการได้รับการส่งเสริมการอ่านและร่วมกิจกรรมของห้องสมุด ในระดับมาก -ร้อยละ 80 ของผู้เข้าร่วมโครงการผู้เข้าร่วมโครงการสามารถน าความรู้ไปใช้ประโยชน์ได้ ในระดับมาก 8.2 ตัวชี้วัดผลลัพธ์ (Outcome) -ผู้เข้าร่วมโครงการ ได้รับการส่งเสริมการอ่านและร่วมกิจกรรมของห้องสมุดในระดับมาก ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถน าความรู้ไปใช้ประโยชน์ได้ในระดับมาก


3 9.นิยามศัพท์เฉพาะ โครงการส่งเสริมกิจกรรมรักการอ่าน หมายถึง โครงการที่จัดด าเนินการขึ้น เพื่อปลูกฝังนิสัย รักการอ่านของนักเรียน ให้การอ่านน าไปสู่ความใฝ่รู้ใฝ่เรียนตลอดชีวิต ด้วยการจัดกิจกรรมส่งเสริมการ อ่านและการเรียนรู้ที่หลากหลายกิจกรรม การรู้หนังสือ คือ ความสามารถที่เข้าใจภาษาในระดับที่เหมาะกับการติดต่อสื่อสารและ โดยทั่วไปท าให้ท างานได้สมบูรณ์ตามระดับสังคมต่าง ๆ การอ่าน หมายถึง การเสาะแสวงหาความรู้ การอ่านท าให้เป็นบุคคลมีวิสัยทัศน์กว้างไกลท าให้ เกิดกระบวนการและทักษะในการด าเนินชีวิต กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน หมายถึง การจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อกระตุ้น ชักจูง เปิดโอกาสและ แนะแนวทางการอ่านให้นักเรียนเพื่อเกิดความสนใจในการอ่านหนังสือน าไปสู่ นิสัยรักการอ่าน ได้แก่ นิสัยรักการอ่าน หมายถึง พฤติกรรมหรือการกระท าของนักเรียนที่ได้รับการส่งเสริมตามโครงการ ส่งเสริมกิจกรรมรักการอ่าน เพื่อให้เกิดความสนใจและการชอบอ่านหนังสือ เห็นความส าคัญของการ อ่าน เห็นความจ าเป็นของการอ่าน หรือมีพฤติกรรมเกี่ยวกับการอ่าน เช่น ดูหนังสือ ดูรูปภาพจาก หนังสือรู้จักใช้เวลาว่างเพื่อการอ่านและอ่านหนังสือสม่ าเสมอจนเป็นนิสัย อาสาสมัครส่งเสริมการอ่าน หมายถึง ผู้มีจิตอาสาช่วยเหลือบ้านหนังสือชุมชนในทุกๆด้าน เพื่อส่งเสริมให้คนในชุมชนเกิดความตระหนักเห็นความส าคัญของการอ่านและการเรียนรู้ สามารถ สร้างสรรค์กิจกรรมสร้างเสริมการอ่านให้กับกลุ่มเป้าหมายทุกเพศทุกวัย


4 บทที่ 2 เอกสารการศึกษาและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ในการน าเสนอเอกสารการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับโครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ส าหรับชาวตลาด ผู้จัดท าโครงการฯได้ท าการค้นคว้าเนื้อหาเอกสารการศึกษาและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องดังรายละเอียด ต่อไปนี้ 1. แผนพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยของส านักงาน กศน. (พ.ศ.2560-2579) 2. นโยบายและจุดเน้นการด าเนินงานส านักงาน กศน. ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ.2564 3. กรอบการจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของส านักงาน กศน. 4. แนวทาง/กลยุทธ์การด าเนินงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยของ ห้องสมุดประชาชน“เฉลิมราชกุมารี”อ าเภอสัตหีบ 5. เอกสารที่/งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 1.แผนพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยของส านักงาน กศน. (พ.ศ.2560-2579) ยุทธศาสตร์ที่ 2 พัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคนทุกช่วงวัยให้มีสมรรถนะ และทักษะ เหมาะสมมีคุณภาพชีวิตที่ดี แนวทางการพัฒนาการศึกษาตามอัธยาศัย ข้อที่ 3 จัดกรรมกิจ สื่อ และนิทรรศการที่มีชีวิตและการกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ใน แหล่งเรียนรู้ มาตรฐานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ข้อที่ 1.7 ผู้รับบริการได้รับความรู้และประสบการณ์จากการเข้าร่วมกิจกรรม /โครงการ การศึกษาตามอัธยาศัยความรู้และประสบการณ์จากการเข้าร่วมกิจกรรม/โครงการการศึกษาตาม อัธยาศัยของผู้รับบริการพิจารณาจากกิจกรรมการเรียนรู้ในวิถีชีวิตประจ าวันของบุคคลซึ่งบุคคลสามารถ เลือกที่จะเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต ตามความสนใจ ความต้องการโอกาส ความพร้อม และ ศักยภาพในการเรียนรู้ของแต่ละบุคคล ข้อที่ 2.9 คุณภาพกระบวนการจัดกิจกรรมการศึกษาตามอัธยาศัย กระบวนการการจัดกิจกรรมการศึกษาตามอัธยาศัย หมายถึง ขั้นตอน การด าเนินการจัด กิจกรรมการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตประจ าวันของผู้รับบริการ ซึ่งท าให้สามารถเลือกที่จะเรียนรู้ได้ ชีวิตตามความสนใจ ความต้องการ โอกาส ความพร้อมและศักยภาพ ในการเรียนรู้ของแต่ละบุคคล


5 2.นโยบายและจุดเน้นการด าเนินงานส านักงาน กศน. ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ.2564 วิสัยทัศน์ คนไทยทุกช่วงวัยได้รับโอกาสทางการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ มีทักษะ ที่จ าเป็น และสมรรถนะที่สอดรับกับทิศทางการพัฒนาประเทศ สามารถด ารงชีวิตได้อย่างเหมาะสม บนรากฐานของหลักปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียง พันธกิจ 1. จัดและส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยที่มีคุณภาพ สอดคล้องกับ หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม เพื่อยกระดับ การศึกษา และพัฒนาสมรรถนะ ทักษะการเรียนรู้ของประชาชนกลุ่มเป้าหมายให้เหมาะสมในแต่ละ ช่วงวัย ให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงและการปรับตัวในการด ารงชีวิตได้อย่างเหมาะสม ก้าวสู่การเป็น สังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต อย่างยั่งยืน 2. พัฒนาหลักสูตร รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ สื่อและนวัตกรรมเทคโนโลยีทาง การศึกษา การวัดและประเมินผลในทุกรูปแบบให้มีคุณภาพและมาตรฐานสอดคล้องกับรูปแบบการ จัดการเรียนรู้และบริบท ในปัจจุบัน 3. ส่งเสริมและพัฒนาเทคโนโลยีทางการศึกษา และน าเทคโนโลยีมาพัฒนาเพื่อเพิ่มช่องทาง และโอกาส การเรียนรู้ รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดและให้บริการการศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัย ให้กับประชาชนกลุ่มเป้าหมายอย่างทั่วถึง 4. ส่งเสริมสนับสนุน แสวงหา และประสานความร่วมมือเชิงรุกกับภาคีเครือข่าย ให้เข้ามา มีส่วนร่วม ในการสนับสนุนและจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย และการเรียนรู้ ตลอดชีวิตในรูปแบบต่าง ๆ ให้กับประชาชน 6. ยกระดับการบริหารและการพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้มีความรู้ ทักษะ สมรรถนะ คุณธรรมและจริยธรรมที่ดี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการให้บริการทางการศึกษาและการเรียนรู้ที่มี คุณภาพมากยิ่งขึ้น เป้าประสงค์ 1. ประชาชนผู้ด้อย พลาด และขาดโอกาสทางการศึกษารวมทั้งประชาชนทั่วไปได้รับโอกาส ทางการศึกษาในรูปแบบการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษาต่อเนื่องและ การศึกษา ตามอัธยาศัยที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง เป็นไปตามบริบท สภาพปัญหาและความ ต้องการของแต่ละ กลุ่มเป้าหมาย 2. ประชาชนได้รับการยกระดับการศึกษา สร้างเสริมและปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม หน้าที่ ความเป็น พลเมืองที่ดีภายใต้การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขที่ สอดคล้องกับหลักปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียง อันน าไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตและเสริมสร้าง ความเข้มแข็งให้ชุมชน เพื่อพัฒนา ไปสู่ความมั่นคงและยั่งยืนทางด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และสิ่งแวดล้อม


6 3. ประชาชนได้รับการพัฒนาทักษะการเรียนรู้และแสวงหาความรู้ด้วยตนเองผ่านแหล่งเรียนรู้ ช่องทางการเรียนรู้ และกิจกรรมการเรียนรู้รูปแบบต่างๆ รวมทั้งมีเจตคติทางสังคม การเมือง วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีที่เหมาะสม สามารถคิดวิเคราะห์ แยกแยะอย่างมีเหตุผล และน าไป ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวัน รวมถึงการแก้ปัญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิตได้อย่างสร้างสรรค์ 4. หน่วยงานและสถานศึกษา กศน. มีหลักสูตร สื่อ นวัตกรรม ช่องทางการเรียนรู้ และ กระบวนการ เรียนรู้ในรูปแบบที่หลากหลาย ทันสมัย และรองรับกับสภาวะการเรียนรู้ในสถานการณ์ต่าง ๆ เพื่อแก้ปัญหา และพัฒนาคุณภาพชีวิตตามความต้องการของประชาชนและชุมชน รวมทั้งตอบสนอง กับการเปลี่ยนแปลงบริบท ด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และสิ่งแวดล้อม 5. หน่วยงานและสถานศึกษา กศน. สามารถน าเทคโนโลยีทางการศึกษา และเทคโนโลยีดิจิทัล มาพัฒนาเพื่อเพิ่มช่องทางการเรียนรู้ และน ามาใช้ในการยกระดับคุณภาพในการจัดการเรียนรู้และ โอกาสการเรียนรู้ ให้กับประชาชน 6. ชุมชนและภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน มีส่วนร่วมในการจัด ส่งเสริม และสนับสนุนการศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย รวมทั้งการขับเคลื่อนกิจกรรมการเรียนรู้ของชุมชน 7. หน่วยงานและสถานศึกษามีระบบการบริหารจัดการองค์กรที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพและ เป็นไป ตามหลักธรรมาภิบาล 8. บุคลากร กศน. ทุกประเภททุกระดับได้รับการพัฒนาเพื่อเพิ่มทักษะและสมรรถนะในการ ปฏิบัติงาน และการให้บริการทางการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย รวมถึงการปฏิบัติงาน ตามสายงานอย่างมี ประสิทธิภาพ


7


8


9 จุดเน้นการด าเนินงานประจ าปีงบประมาณ พ.ศ.2564 1. น้อมน าพระบรมราโชบายด้านการศึกษาสู่การปฏิบัติ 1.1 สืบสานศาสตร์พระราชา โดยการสร้างและพัฒนาศูนย์สาธิตและเรียนรู้ “โคก หนอง นา โมเดล” เพื่อเป็นแนวทางในการจัดการบริหารทรัพยากรรูปแบบต่าง ๆ ทั้งดิน น้ า ลม แดด รวมถึงพืชพันธุ์ต่างๆและ ส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนอย่างมีประสิทธิภาพ 3. พัฒนาหลักสูตร สื่อ เทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการศึกษา แหล่งเรียนรู้ และรูปแบบ การจัดการศึกษาและการเรียนรู้ ในทุกระดับ ทุกประเภท เพื่อประโยชน์ต่อการจัดการศึกษาที่เหมาะสม กับทุกกลุ่มเป้าหมาย มีความทันสมัย สอดคล้องและพร้อมรองรับกับบริบทสภาวะสังคมปัจจุบัน ความต้องการ ของผู้เรียน และสภาวะการเรียนรู้ในสถานการณ์ต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต 3.1 พัฒนาระบบการเรียนรู้ ONIE Digital Learning Platform ที่รองรับ DEEP ของ กระทรวงศึกษาธิการและช่องทางเรียนรู้รูปแบบอื่น ๆ ทั้ง Online On-site และ On-air 3.2 พัฒนาแหล่งเรียนรู้ประเภทต่าง ๆ อาทิ Digital Science Museum/ Digital Science Center/ Digital Library ศูนย์การเรียนรู้ทุกช่วงวัย และศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบ กศน. (Co-Learning Space) เพื่อให้สามารถ “เรียนรู้ได้อย่างทั่วถึง ทุกที่ ทุกเวลา การจัดการศึกษาและการเรียนรู้ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโรคไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) ของส านักงาน กศน. จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) เมื่อเดือนธันวาคม 2562 ส่งผลกระทบต่อระบบการจัดการเรียนการสอนของไทยในทุกระดับชั้น ซึ่งรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการได้ ออกประกาศและมีมาตรการเฝ้าระวังเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสดังกล่าว อาทิ ก าหนดให้มีการเว้น ระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) ห้ามการใช้อาคารสถานที่ของโรงเรียนและสถาบันการศึกษาทุก ประเภท เพื่อจัดการเรียนการสอน การสอบ ฝึกอบรม หรือการท ากิจกรรมใดๆ ที่มีผู้เข้าร่วมเป็นจ านวนมาก การปิดสถานศึกษาด้วยเหตุพิเศษ การก าหนดให้ใช้วิธีการจัดการเรียนการสอนรูปแบบใหม่ อาทิ การจัดการ เรียนรู้แบบออนไลน์ การจัดการเรียนรู้ผ่านระบบการออกอากาศทางโทรทัศน์ วิทยุ และโซเซียลมีเดียต่างๆ รวมถึงการสื่อสารแบบทางไกลหรือด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ กกกกกกกกในส่วนของส านักงาน กศน. ได้มีการพัฒนา ปรับรูปแบบ กระบวนการ และวิธีการด าเนินงานใน ภารกิจต่อเนื่องต่าง ๆ ในสถานการณ์การใช้ชีวิตประจ าวัน และการจัดการเรียนรู้เพื่อรองรับการชีวิตแบบปกติ วิถีใหม่ (New Normal) ซึ่งกิจกรรมการเรียนรู้ต่าง ๆ ได้ให้ความส าคัญกับการด าเนินงานตามมาตรการการ ป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) อาทิ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทุกประเภท หากมีความจ าเป็นต้องมาพบกลุ่ม หรืออบรมสัมมนา ทางสถานศึกษาต้องมีมาตรการป้องกันที่เข้มงวด มีเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ ผู้รับบริการต้องใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า ต้องมีการเว้นระยะห่างระหว่าง บุคคลเน้นการใช้สื่อดิจิทัลและเทคโนโลยีออนไลน์ในการจัดการเรียนการสอน


10 ภารกิจต่อเนื่อง 1. ด้านการจัดการศึกษาและการเรียนรู้ 1.4 การศึกษาตามอัธยาศัย 1) พัฒนาแหล่งการเรียนรู้ที่มีบรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการอ่านและพัฒนา ศักยภาพการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นในสังคมไทย ให้เกิดขึ้นอย่างกว้างขวางและทั่วถึง เช่น การพัฒนา กศน. ต าบล ห้องสมุดประชาชนทุกแห่งให้มีการบริการที่ทันสมัย ส่งเสริมและสนับสนุนอาสาสมัครส่งเสริมการ อ่านการสร้างเครือข่ายส่งเสริมการอ่าน จัดหน่วยบริการห้องสมุดเคลื่อนที่ ห้องสมุดชาวตลาด พร้อมหนังสือและอุปกรณ์เพื่อจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ที่หลากหลายให้บริการกับ ประชาชนในพื้นที่ต่างๆ อย่างทั่วถึง สม่ าเสมอ รวมทั้งเสริมสร้างความพร้อมในด้านบุคลากร สื่ออุปกรณ์ เพื่อสนับสนุนการอ่านและการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการอ่านอย่างหลากหลายรูปแบบ 2) จัดสร้างและพัฒนาศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ให้เป็นแหล่งเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ตลอดชีวิต ของประชาชน เป็นแหล่งสร้างนวัตกรรมฐานวิทยาศาสตร์และเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงศิลปะ วิทยาการประจ าท้องถิ่น โดยจัดท าและพัฒนานิทรรศการสื่อและกิจกรรมการศึกษาที่เน้นการเสริมสร้าง ความรู้และสร้างแรงบันดาลใจ ด้านวิทยาศาสตร์สอดแทรกวิธีการคิดเชิงวิเคราะห์ การคิดเชิงสร้างสรรค์ และปลูกฝังเจตคติทางวิทยาศาสตร์ ผ่านการกระบวนการเรียนรู้ที่บูรณาการความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ ควบคู่กับเทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์และคณิตศาสตร์ รวมทั้งสอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง บริบทของชุมชน และประเทศ รวมทั้งระดับภูมิภาค และระดับโลกเพื่อให้ประชาชนมีความรู้ และสามารถน าความรู้และทักษะไปประยุกต์ใช้ในการด าเนินชีวิต การพัฒนา อาชีพ การรักษา สิ่งแวดล้อม การบรรเทาและป้องกันภัยพิบัติทางธรรมชาติ รวมทั้งมีความสามารถในการปรับตัวรองรับ ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของโลกที่เป็นไปอย่างรวดเร็วและรุนแรง (Disruptive Changes) ได้อย่าง มีประสิทธิภาพ 3) ประสานความร่วมมือหน่วยงาน องค์กร หรือภาคส่วนต่างๆที่มีแหล่งเรียนรู้อื่นๆเพื่อ ส่งเสริม การจัดการศึกษาตามอัธยาศัยให้มีรูปแบบที่หลากหลาย และตอบสนองความต้องการของ ประชาชน เช่น พิพิธภัณฑ์ ศูนย์เรียนรู้ แหล่งโบราณคดี วัด ศาสนาสถาน ห้องสมุด รวมถึงภูมิปัญญา ท้องถิ่น เป็นต้น 3.กรอบการจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของส านักงานกศน. ข้อที่ 2.10 กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน และพัฒนาทักษะการเรียนรู้ เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีทักษะการอ่าน การเรียนรู้ เสริมสร้างนิสัยรักการอ่าน และการเรียนรู้ เพื่อน าไปใช้ในการพัฒนาตนเอง ครอบครัว ชุมชนและสังคม อันจะน าไปสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ ตลอดชีวิต


11 4.แนวทาง/กลยุทธ์การด าเนินงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยของ ห้องสมุดประชาชน“เฉลิมราชกุมารี”อ าเภอสัตหีบ เนื่องในมิ่งมงคลสมัยที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระชนมายุครบ 36 พรรษา ในปีพุทธศักราช 2534 กระทรวงศึกษาธิการ ได้ขอพระราชทานพระราชาอนุญาต ด าเนินโครงการจัดสร้าง ห้องสมุดประชาชน“เฉลิมราชกุมารี” เพื่อเฉลิมพระเกียรติ ในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ท่านมีต่อประชาชนชาวไทยและเพื่อเป็น การเทิดพระเกียรติแด่พระองค์ท่าน กรมการศึกษานอกโรงเรียนและ ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัด ชลบุรี ได้ด าเนินการจัดสร้างห้องสมุดประชาชน“เฉลิมราชกุมารี”อ าเภอสัตหีบ ขึ้นในปี พ.ศ.2536 ด้วยการสนับสนุนของกรมการศึกษานอกโรงเรียน มูลนิธิหลวงพ่ออี๋วัดสัตหีบ พร้อมกับประชาชนอ าเภอ สัตหีบ โดยมีนายจ าเนียร ชวนะพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานในการวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2534 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพ ระราชด าเนิน เป็นองค์ป ระธาน ในพิ ธีเปิดอาคารห้องสมุดแห่งนี้ ใน วันพ ฤหัสบดีที่ 19 สิงหาคม 2536 และเปิดให้บริการตลอดมาจนถึงปัจจุบัน วัตถุประสงค์ กกกกกกกเนื่องจากห้องสมุดประชาชนได้จัดประชุมคณะกรรมการห้องสมุดและมีวัตถุประสงค์หลักใน การจัดตั้งห้องสมุดฯเพื่อบริการข้อมูล ข่าวสารความรู้ ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต การศึกษา ค้นคว้า ความบันเทิง พักผ่อนหย่อนใจ จรรโลงใจ วัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นและพัฒนาคุณภาพชีวิตของ ประชาชน โดยสรุปวัตถุประสงค์ดังนี้ กกกกกกก1.เพื่อส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน การเรียนรู้ และการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ กกกกกกก2.เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถศึกษาวิชาความรู้ที่ตนสนใจ วิสัยทัศน์ กกกกกกกห้องสมุดประชาชน “เฉลิมราชกุมารี”อ าเภอสัตหีบ จะเป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตให้บริการ ประชาชน ทุกกลุ่มเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนรักการอ่านและการเรียนรู้ ต่อเนื่องตลอดชีวิตและสามารถน าไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจ าวันได้อย่างเหมาะสม พันธกิจ กกกกกกก1.พัฒนาห้องสมุดประชาชน“เฉลิมราชกุมารี”อ าเภอสัตหีบให้เป็นห้องสมุดมีชีวิต 2.พัฒนาห้องสมุดประชาชน“เฉลิมราชกุมารี”อ าเภอสัตหีบให้ใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ใน การให้บริการ 3.พัฒนาห้องสมุดประชาชน“เฉลิมราชกุมารี”อ าเภอสัตหีบเป็นแหล่งเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับ แหล่งเรียนรู้อื่นๆในชุมชน นโยบายห้องสมุดประชาชน“เฉลิมราชกุมารี”อ าเภอสัตหีบ 1.พัฒนาห้องสมุดประชาชน“เฉลิมราชกุมารี”อ าเภอสัตหีบ ให้เป็น Digital Library 2.พัฒนานวัตกรรม เพื่อเพิ่มอัตราการอ่านและการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษา ตามอัธยาศัย 3.พัฒนาแหล่งการเรียนรู้ที่มีบรรยากาศและสภาพแวดล้อมเอื้อต่อการอ่าน


12 เป้าประสงค์ 1.ประชาชนผู้ด้อย พลาด และขาดโอกาสทางการศึกษา รวมทั้งประชาชนทั่วไปในอ าเภอ สัตหีบได้รับโอกาสทางการศึกษาในรูปแบบการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษา ต่อเนื่องและการศึกษาตามอัธยาศัยที่มีคุณภาพ อย่างเท่าเทียมและทั่วถึง เป็นไปตามสภาพ ปัญหา และความต้องการของแต่ละกลุ่มเป้าหมาย 2.ประชาชนในอ าเภอสัตหีบ ได้รับการยกระดับการศึกษา สร้างเสริมและปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และความเป็นพลเมืองอันน าไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ ชุมชน เพื่อพัฒนาไปสู่ความมั่นคงและยั่งยืนทางด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และ สิ่งแวดล้อม 3.ประชาชนในอ าเภอสัตหีบ ได้รับโอกาสในการเรียนรู้และมีเจตคติทางวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีที่เหมาะสมสามารถคิด วิเคราะห์ และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวัน รวมทั้งแก้ปัญหาและ พัฒนาคุณภาพชีวิตได้อย่างสร้างสรรค์ 4.ประชาชนในอ าเภอสัตหีบ ได้รับการสร้างและส่งเสริมให้มีนิสัยรักการอ่านเพื่อการแสวงหา ความรู้ด้วยตนเอง 5.ชุมชนและภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนในอ าเภอสัตหีบ ร่วมจัดส่งเสริม และสนับสนุนการ ด าเนินงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย รวมทั้งการขับเคลื่อนกิจกรรมการเรียนรู้ของ ชุมชน 6.หน่วยงานและสถานศึกษาพัฒนา เทคโนโลยีทางการศึกษา เทคโนโลยีดิจิทัล มาใช้ใน การยกระดับคุณภาพในการจัดการเรียนรู้และเพิ่มโอกาสการเรียนรู้ให้กับประชาชนในอ าเภอสัตหีบ 7.หน่วยงานและสถานศึกษาพัฒนาสื่อและการจัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อแก้ปัญหาและพัฒนา คุณภาพชีวิต ที่ตอบสนองกับการเปลี่ยนแปลงบริบทด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และสิ่งแวดล้อม รวมทั้งตามความต้องการของประชาชน และชุมชนในอ าเภอสัตหีบ ใน รูปแบบที่หลากหลาย 8.บุคลากรของหน่วยงานและสถานศึกษาได้รับการพัฒนาเพื่อเพิ่มสมรรถนะในการปฏิบัติงาน การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอย่างมีประสิทธิภาพ 9.หน่วยงานและสถานศึกษามีระบบการบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล


13 5. เอกสาร/งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 5.1 ผุดห้องสมุดเคลื่อนที่ชาวตลาด โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 25 มี.ค. 2560 05:01 นายกฤตชัย อรุณรัตน์ เลขาธิการส านักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อัธยาศัย เปิดเผยว่าวันที่ 2 เม.ย.2560 เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และ“วันรักการอ่าน” ส านักงาน กศน.โดยสถาบันส่งเสริมและพัฒนานวัตกรรมการ เรียนรู้ ก าหนดจัดงาน“ตามรอยเจ้าฟ้านักอ่าน”พร้อมกับเปิดตัวโครงการ“ห้องสมุดเคลื่อนที่ส าหรับ ชาวตลาด” ชุมชนตลาดนัดชวนอ่าน ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา เวสต์เกต ซึ่งเป็นโครงการตาม พระราชด าริของสมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ปัจจุบัน กศน.ได้จัดท า“ห้องสมุด เคลื่อนที่ส าหรับชาวตลาด”ที่ตลาดสดเทศบาล 2 อ าเภอเมือง จ.อุทัยธานี เป็นแห่งแรก เพื่อให้เป็น ห้องสมุดเคลื่อนที่ส าหรับชาวตลาดต้นแบบ และตั้งเป้าหมายให้ กศน.กทม.และ กศน.จังหวัดทุกแห่ง จัดท า“ห้องสมุดเคลื่อนที่ส าหรับชาวตลาด” ปี 2560 รวม 77 แห่ง ทั่วประเทศ 5.2 กศน. เปิดตัว“ห้องสมุดเคลื่อนที่ส าหรับชาวตลาด” ตามพระราชด าริสร้างวัฒนธรรมการอ่าน ให้คนในชุมชน แหล่งที่มา : ส านักข่าว วันที่ข่าว : 28 มีนาคม 2560 นายกฤตชัย อรุณรัตน์ เลขาธิการ กศน. เปิดเผยว่า สืบเนื่องในวันที่ 2 เมษายน 2560 เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และ “วันรักการอ่าน” ส านักงาน กศน. โดยสถาบันส่งเสริมและพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ ได้ก าหนดจัดงาน “ตามรอยเจ้าฟ้านักอ่าน” พร้อมกับ เปิดตัวโครงการ“ห้องสมุดเคลื่อนที่ส าหรับชาวตลาด” ชุมชน ตลาดนัดชวนอ่าน ในวันที่ 2 เมษายน 2560 ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ณ ศูนย์การค้า เซ็นทรัลพลาซาเวสต์เกต อ าเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี ซึ่งเป็นโครงการตามพระราชด าริของ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อันมีที่มาจากเมื่อครั้งที่พระองค์ทรงเป็นประธานพิธี เปิดห้องสมุดประชาชน “เฉลิมราชกุมารี”ณ อ าเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี และได้เสด็จเป็นการส่วน พระองค์ยังตลาดสดเทศบาล 2 จังหวัดอุทัยธานี ครั้งนั้นได้มีพระราชปฏิสันถารกับผู้ค้ารายหนึ่งที่ก าลัง ถือหนังสืออ่านในขณะที่เฝ้าของขายรอลูกค้าว่า“ชอบอ่านหนังสือหรือ” ผู้ค้าทูลว่า “ชอบอ่านหนังสือ” จึงทรงมีกระแสรับสั่งกับคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ ว่าควรจัดให้มีห้องสมุดเคลื่อนที่ ส าหรับชาวตลาด ซึ่งต่อมากระทรวงศึกษาธิการ ได้มอบนโยบายให้ ส านักงาน กศน. เป็นผู้ขับเคลื่อน โครงการดังกล่าว โดยมีเป้าหมายให้ประชาชน ชุมชน ชาวตลาดได้รับบริการส่งเสริมการอ่านอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะการเสริมสร้างนิสัยให้คนไทยรักการอ่านซึ่งจากผลวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมการอ่านของคนไทย ในปี 2559 โดยส านักงานสถิติแห่งชาติ และ ส านักงานอุทยานการเรียนรู้ (TK park) พบว่าคนไทยใช้เวลา อ่านหนังสือนานขึ้นเฉลี่ยคนละ 66 นาที/วัน แม้ว่าคนไทยจะใช้เวลาในการอ่านเพิ่มมากขึ้น แต่หาก น าไปเทียบเคียงกับประเทศเพื่อนบ้าน การอ่านของคนไทยนั้นยังอยู่ในเกณฑ์ที่ต่ า จึงมีความจ าเป็นอย่าง ยิ่งที่ทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน องค์กรท้องถิ่น ตลอดจนบุคคลหรือประชาชนทั่วไป จะต้องเดินหน้า ส่งเสริมและสร้างวัฒนธรรมการอ่านของคนไทยให้มีอัตราที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งโครงการ“ห้องสมุด


14 เคลื่อนที่ส าหรับชาวตลาด”ตามพระราชด าริฯ นอกจากจะเน้นหลักการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนมา ร่วมกันจัดท าแล้วยังมีเป้าหมายให้ชุมชนชาวตลาด และผู้สนใจทั่วไปได้มีหนังสือหรือสื่อที่มีความ หลากหลายไว้อ่านอยู่เป็นประจ า รวมถึงสร้างวัฒนธรรมการอ่านให้ประชาชนในพื้นที่ได้ศึกษา แลกเปลี่ยนเรียนรู้ มีความเพลิดเพลินผ่อนคลายและเห็นช่องทางในการพัฒนาอาชีพสู่การมีคุณภาพชีวิต ที่ดีขึ้น นายกฤตชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบัน ส านักงาน กศน. ได้จัดท า“ห้องสมุดเคลื่อนที่ส าหรับ ชาวตลาด”ณ ตลาดสดเทศบาล 2 อ าเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี เป็นแห่งแรกเพื่อให้เป็นห้องสมุด เคลื่อนที่ส าหรับชาวตลาดต้นแบบ นอกจากนี้ยังตั้งเป้าหมายให้ ส านักงาน กศน.กทม.และ ส านักงาน กศน.จังหวัดทุกแห่ง เร่งด าเนินการจัดท า“ห้องสมุดเคลื่อนที่ส าหรับชาวตลาด”เพื่อจัดท าเป็น ต้นแบบ ปี2560 รวม 77 แห่งทั่วประเทศ โดยงาน“ตามรอยเจ้าฟ้านักอ่าน”และเปิดโครงการ“ห้องสมุด เคลื่อนที่ส าหรับชาวตลาด”ครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก พลเอก สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ เดินทางมาเป็นประธาน ในการมอบโล่ประกาศเกียติคุณให้แก่ผู้สนับสนุน และ มอบป้ายโครงการ“ห้องสมุดเคลื่อนที่ส าหรับชาวตลาด” ตามพระราชด าริ ให้แก่ส านักงาน กศน.จังหวัด ที่เข้าร่วมโครงการพร้อมร่วมเวทีเสวนาหัวข้อ “ตลาดนัดชวนอ่าน”: สร้างสุข สร้างปัญญา พัฒนาอาชีพ ในครั้งนี้อีกด้วย 5.3 ความหมายของการอ่าน การอ่านเป็นทักษะที่ส าคัญในการสอนภาษาไทย เป็นความสามารถของมนุษย์ที่เข้าใจการสื่อ ความหมายของสัญลักษณ์ต่างๆ เข้าใจในเนื้อเรื่อง และแนวความคิดจากสิ่งที่อ่าน ดังนั้นจึงได้มีนักการ ศึกษา และผู้เชี่ยวชาญทางด้านการอ่าน ทั้งชาวไปและต่างประเทศได้ให้ความหมายของการอ่านดังนี้ การอ่าน หมายถึง การเสาะแสวงหาความรู้ การอ่านท าให้เป็นบุคคลมีวิสัยทัศน์กว้างไกลท าให้ เกิดกระบวนการและทักษะในการด าเนินชีวิต ความหมายของการอ่านนั้นได้มีผู้ให้ความหมายไว้หลาย อย่างดังนี้ การอ่าน คือ ว่าตามตัวหนังสือ ถ้าออกเสียงด้วย เรียกว่า อ่านออกเสียง ถ้าไม่ต้องออกเสียง เรียกว่า อ่านในใจ สังเกตหรือพิจารณาดูเพื่อให้เข้าใจ เช่น อ่านสีหน้า อ่านริมฝีปาก อ่านในใจ ตีความ เช่น อ่านรหัส อ่านลายแทง คิด นับ (พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 : 1364) สุนันทา มั่นเศรษฐ์วิทย์ (2540 : 2) ได้ให้ความหมายของการอ่านว่าการอ่านหมายถึง การ เสาะแสวงหาความรู้นอกเหนือจากการสอนในห้องเรียนที่ครูให้และตัวของผู้อ่านนั้นได้มีการจดจ าใน เรื่องราวที่อ่านและน ามาคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ออกมาตามความเข้าใจของผู้อ่าน ถ้าพิจารณาใน ลักษณะของกระบวนการ การอ่านคือล าดับขั้นที่เกี่ยวข้องกับการท าความเข้าใจความหมายของกลุ่มค า ประโยค ข้อความและเรื่องราวของสารที่ผู้อ่านสามารถบอกความหมายได้ แต่ถ้าพิจารณาในลักษณะของ กระบวนการที่ซับซ้อนแล้วก็จะเกี่ยวข้องกับองค์ประกอบหลายอย่างได้แก่ จิตวิทยาพัฒนาการ ภาษาศาสตร์ จิตวิทยาการศึกษา และวิชาการศึกษาส่วนที่เกี่ยวข้องกับจิตวิทยาพัฒนาการนั้น หมายความว่า ครูสอนอ่านจะต้องเข้าใจหลักจิตวิทยา ประภัสสร ปันสวน (2547 : 6) ได้มีความเห็นถึงความหมายของการอ่าน ว่าการอ่านเป็น ความสามารถที่จะเข้าใจความหมายที่เขียนมาแต่ละบรรทัดซึ่งผู้อ่านไม่ต้องไปสนใจกับรายละเอียดแต่ จะต้องจับใจความส าคัญจากกลุ่มซึ่งสื่อความหมาย


15 จิราพร ค าด้วง (2546 : 7) ได้ให้ความหมายของการอ่านว่า การอ่านเป็นขุมทรัพย์ทางปัญญา ที่ยั่งยืนที่สุดการอ่านท าให้เป็นคนทันสมัย ทันต่อเหตุการณ์ ท าให้ปรับตัวเข้ากับสังคมเปลี่ยนแปลงได้ อย่างรวดเร็ว วาสนา บุญสม (2541 : 12) และกัลยา ยวนมาลัย (2539 : 8) ได้ให้ความหมายของการอ่าน ในแนวใกล้เคียงว่า คือ การพยายามท าความเข้าใจความหมายของตัวอักษร ถ้อยค าเครื่องหมายต่างๆ ออกมาเป็นความคิดความเข้าใจแล้วน าความคิดความเข้าใจมาใช้ให้เป็นประโยชน์ ดังนั้นหัวใจของการ อ่านอยู่ที่การท าความเข้าใจความหมายของค า นิตยา ประพฤติกิจ (2532 : 1) ได้ให้ความหมายของการอ่านไว้ว่า การอ่านเป็นพื้นฐานที่ ส าคัญในการศึกษาทุกสาขาวิชาและการอ่านจะท าให้ประสบความส าเร็จในการเรียน บันลือ พฤษะวัน (2532 : 2) ได้ให้ความหมายการอ่านไว้ดังนี้ 1.การอ่าน เป็นการแปลสัญลักษณ์ออกมาเป็นค าพูด โดยการผสมเสียงเพื่อใช้ในการออกเสียง ให้ตรงกับค าพูด การอ่านแบบนี้มุ่งให้สะกดตัวผสมค าอ่านเป็นค าๆ ไม่สามารถใช้สื่อความโดยการฟังได้ ทันที เป็นการอ่านเพื่อการอ่านออก มุ่งให้อ่านหนังสือได้แตกฉานเท่านั้น 2.การอ่าน เป็นการใช้ความสามารถในการผสมผสานของตัวอักษร ออกเสียงเป็นค าหรือเป็น ประโยค ท าให้เข้าใจความหมายในการสื่อความโดยการอ่าน หรือฟังผู้อื่นอ่านแล้วรู้เรื่องเรียกว่า อ่านได้ ซึ่งมุ่งให้อ่านแล้วรู้เรื่องสิ่งที่อ่าน 3.การอ่าน เป็นการสื่อความหมายที่จะถ่ายโยงความคิดความรู้จากผู้เขียนถึงผู้อ่าน การอ่าน ลักษณะนี้เรียกว่า อ่านเป็น ผู้อ่านย่อมเข้าใจถึงความรู้สึกนึกคิดของผู้เขียน โดยอ่านแล้วสามารถ ประเมินผลของสิ่งที่อ่านได้ มอร์ติเมอร์เจ แอดเล่อร์(Mortimer J. Adler) กล่าวว่า การอ่าน หมายถึง กระบวนการ ตีความหมายหรือสร้างความเข้าใจจากตัวอักษรหรือสัญลักษณ์อื่นๆ รูธ ทูซ (Ruth Tooze) ได้ก าหนดความหมายของการอ่านไว้โดยสรุปว่า การอ่าน หมายถึง สิ่งต่อไปนี้ 1.การเข้าสู่แหล่งส าหรับการมีชีวิตอยู่และการเรียนรู้ที่สมบูรณ์ 2.การก่อให้เกิดความจรรโลงใจและจิตใจที่ดี 3.การอ่านเป็นองค์ประกอบส าคัญที่สุดในด้านศิลปะเกี่ยวกับภาษาศาสตร์ ซึ่งมี 4 ประการ คือ การฟัง การพูด การอ่านและการเขียน 4.การอ่านเป็นการช่วยส่งเสริมตัวเอง เป็นการปรับปรุงตัวเอง ช่วยให้เด็กเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ที่สมบูรณ์ 5.การอ่านเป็นการส่งเสริมอารมณ์ของแต่ละคนให้สัมพันธ์กับผู้อื่นในโลก เป็นการปรับปรุง ตัวเองให้เข้ากับผู้อื่นได้


16 เบอร์น าร์ด ไอ ชมิดท์ (Bernard I. Schmidt) ได้ให้ค าจ ากัดความไว้ว่าการอ่านเป็น กระบวนการที่ซับซ้อนยุ่งยาก ยังมีความหมายที่แน่นอน อาจเรียกได้ว่า เป็นทุกสิ่งทุกอย่างจากค าที่จ าได้ ไปสู่ความนึกคิดต่างๆ การอ่านของแต่ละบุคคลย่อมแตกต่างไปตามสภาพของร่างกายสติปัญญาและ อารมณ์ ในการอ่านข้อความเหมือนกัน บุคคลสองคนจะมีความคิดต่างกัน พอล ดีลีดดี(Paul D. Leedy) ให้นิยามการอ่านไว้ว่า การอ่าน คือการรวบรวมความคิดและ ตีความตลอดจนประเมินค่าความคิดเหล่านั้นที่ปรากฏอยู่ตามสิ่งพิมพ์แต่ละหน้า เอดการ์เดล(Edgar dale) ให้ความหมายไว้ว่า การอ่าน หมายถึง กระบวนการค้นหา ความหมายจากสิ่งพิมพ์ เป็นการเพิ่มพูนประสบการณ์ของผู้อ่าน การอ่านไม่ได้หมายความเฉพาะการ มองผ่านแต่ละประโยคหรือแต่ละย่อหน้าเท่านั้น แต่ผู้อ่านต้องเข้าใจความคิดนั้นๆ ด้วย จอร์จ ดี สปาช และ พอล ชี เบอร์ก (George D. Spache and Paul C. Berg) กล่าวว่า การอ่าน เป็นการผสมผสานระหว่างทักษะหลายชนิด เพื่อสร้างความเข้าใจ โดยเป็นไปตามจุดประสงค์ ตามต้องการและวิธีการของผู้อ่าน จากค าจ ากัดความดังกล่าวมาแล้ว อาจสรุปและเพิ่มเติมได้ดังนี้ 1) การอ่านเป็นกระบวนการค้นหาความหมายในสิ่งที่อ่าน 2) การอ่านเป็นกระบวนการจับใจความจากสิ่งที่อ่าน 3) การอ่านเป็นกระบวนการที่จะเข้าใจภาษาเขียน 4) การอ่านเป็นกระบวนการถอดความจากภาษาเขียนมาเป็นภาษาในความคิด 5) การอ่านเป็นทักษะที่รวมทักษะต่างๆเข้าด้วยกัน ได้แก่ ทักษะในการคิดและทักษะทาง ไวยากรณ์ คือ ด้านเสียง ศัพท์ โครงสร้าง และความหมาย 6) การอ่านเป็นกระบวนการค้นหาความหมายในสิ่งพิมพ์หรือข้อเขียน จับใจความ ตีความเพื่อ พัฒนาตนเองทั้งด้านสติปัญญา อารมณ์ และสังคม 5.4 ความส าคัญของการอ่าน การอ่านเป็นพฤติกรรมการเรียนรู้อย่างหนึ่งของมนุษย์ ที่ใช้สายตาและสมองรับรู้ความหมาย รวมทั้งความเข้าใจจากสิ่งที่อ่าน หากมนุษย์ไม่มีการจดบันทึกเรื่องราวความเป็นมาของตนเอง อีกทั้ง มนุษย์ไม่รู้จักความหมายของภาษาที่กลุ่มชนนั้น ๆ ใช้บันทึกโดยเฉพาะไม่รู้จักการอ่านย่อมท าให้มนุษย์ ขาดการเรียนรู้และความเข้าใจซึ่งกันและกัน ปัจจุบันมีสื่อมวลชน เช่น วิทยุ โทรทัศน์ ภาพยนตร์ เข้ามาแย่งเวลาของเราไปแต่การอ่านก็ ยังถือว่าเป็นสิ่งที่ดีไม่อาจน าเอาสิ่งใดมาทดแทนได้ หนังสือจะเป็นกุญแจไขความรู้และความลี้ลับต่างๆ ในโลกให้แก่เราตามต้องการและจากการอ่านเราจะได้ความรู้สึกละเอียดอ่อน ความซาบซึ้งไปกับ ความไพเราะและรสของภาษา เกิดภาพพจน์ได้เป็นอย่างดี ซึ่งสื่ออย่างอื่นจะไม่มีสิ่งเหล่านี้ การอ่าน เป็นสิ่งจ าเป็นต่อชีวิต ต่อความเจริญในด้านต่างๆของมนุษย์มากการอ่านหนังสือ นอกจากจะท าให้ผู้อ่านเป็นผู้หูตากว้างแล้ว คนอ่านจะเป็นผู้ทันต่อเหตุการณ์ ความเคลื่อนไหวของโลก ปัจจุบัน และอาจเป็นเครื่องกระตุ้นให้เกิดความสงบในใจ ส่งเสริมวิจารณญาณและประสบการณ์ให้ เพิ่มพูนขึ้น การอ่านยังท าให้บุคคลเป็นผู้มีคุณค่าในสังคม มีประสบการณ์ชีวิต และช่วยยกฐานะของ สังคม สังคมมีบุคคลที่มีประสิทธิภาพในการอ่านอยู่มาก สังคมนั้นย่อมจะเจริญพัฒนาไปได้อย่างรวดเร็ว ปัจจุบันความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีท าให้ความรู้ต่างๆ ล้าสมัยเร็วขึ้น หนังสือเท่านั้นที่สามารถทันความก้าวหน้าเหล่านี้


17 การอ่าน ส าหรับประเทศไทยหรือคนไทยแล้วถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ต่ ามากๆ เมื่อเทียบกับ พลเมืองประเทศอื่นๆ การส่งเสริมการอ่านควรได้รับความร่วมมือจากหลายฝ่าย อาทิ - รัฐควรส่งเสริมเรื่องห้องสมุดประจ าหมู่บ้านและชุมชน - หนังสือที่ผลิตจ าหน่ายในท้องตลาดไม่ควรมีราคาแพงเกินไป รัฐควรเข้ามาชดเชยส่วนต่างแก่ ผู้ผลิต เรียกว่าการประกันรายได้ของผู้ประกอบการ - หนังสือควรมีเนื้อหาน่าสนใจ หลากหลาย หาอ่านได้ง่าย - ส่งเสริมให้พ่อแม่ปลูกฝังให้เด็กรักการอ่านหนังสือ - มีการรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ให้คนไทยรักการอ่านมากยิ่งขึ้น - หน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงคือ โรงเรียนควรมีห้องสมุดเปิดกว้างส าหรับเด็ก ไม่ควรจัด ห้องสมุดเพื่อประกวดความสวยงาม แต่ควรเน้นที่กิจกรรมการอ่านมากกว่าการพัฒนาคนให้มีคุณภาพสูง จะต้องใช้กระบวนการทางการศึกษาเป็นหลัก คนที่ได้รับการศึกษา (ทั้งทางตรงและทางอ้อม) เท่านั้น จึงจะเป็นผู้ที่คิดเป็น ท าเป็น และแก้ปัญหาต่างๆ ได้อย่างชาญฉลาด (ถวัลย์ มาศจรัส. 2538 : 10) การอ่านหนังสือนั้นมีความส าคัญและเป็นประโยชน์ต่อชีวิตคนเราอย่างยิ่ง จินตนา ใบกาซูยี (2543 : 23) ได้สรุปบทบรรยายของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีถึงความส าคัญ ของการอ่านหนังสือว่า 1. การอ่านหนังสือท าให้ได้เนื้อหาสาระความรู้มากกว่าการศึกษาหาความรู้ด้วยวิธีอื่นๆ เช่น การฟัง 2. ผู้อ่านสามารถอ่านหนังสือได้โดยไม่มีการจ ากัดเวลาและสถานที่ สามารถน าไปไหนมา ไหนได้ 3. หนังสือเก็บได้นานกว่าสื่ออย่างอื่นซึ่งมักมีอายุการใช้งานจ ากัด 4. ผู้อ่านสามารถฝึกการคิดและสร้างจินตนาการได้เองในขณะอ่าน 5. การอ่านส่งเสริมให้มีสมองดี มีสมาธินานกว่าและมากกว่าสื่ออย่างอื่น ทั้งนี้ เพราะขณะอ่าน จิตใจจะต้องมุ่งมั่นอยู่กับข้อความ พินิจพิเคราะห์ข้อความนั้นๆ 6. ผู้อ่านเป็นผู้ก าหนดการอ่านได้ด้วยตนเอง จะอ่านคร่าวๆ อ่านละเอียด อ่านข้ามหรืออ่าน ทุกตัวอักษรเป็นไปตามใจของผู้อ่านหรือจะเลือกอ่านเล่มไหนก็ได้ เพราะหนังสือมีมากสามารถเลือกอ่าน เองได้ 7. หนังสือมีหลากหลายรูปแบบและราคาถูกกว่าสื่ออย่างอื่น จึงท าให้สมองของผู้อ่านเปิด กว้าง สร้างแนวคิดและทัศนคติได้มากกว่า ท าให้ผู้อ่านไม่ติดยึดอยู่กับแนวคิดใดๆโดยเฉพาะ 8. ผู้อ่านเกิดความคิดเห็นได้ด้วยตนเองวินิจฉัยเนื้อหาสาระได้ด้วยตนเอง รวมทั้งหนังสือบาง เล่มสามารถน าไปปฏิบัติแล้วเกิดผลดี


18 5.5 วัตถุประสงค์ของการอ่าน อ่านเอาเรื่อง การอ่านเอาเรื่อง คือ อ่านเพื่อให้ได้ความรู้และความเข้าใจในเนื้อหา อาจจะอ่านเอาเรื่องโดย ละเอียด เพื่อเก็บความที่เป็นสาระประเด็นต่าง ๆ อย่างละเอียดลออตลอดเรื่อง หรืออาจจะอ่านเอา เรื่องโดยสรุปเก็บความเฉพาะที่เป็นประเด็นส าคัญของเรื่องก็ได้ ซึ่งกรณีหลังนี้จะใช้เมื่อต้องการ ประหยัดเวลาในการอ่านอนึ่งการอ่านเอาเรื่องอาจกินความครอบคลุมถือการอ่านเอาเรื่องเชิงวิเคราะห์ วิจารณ์และวิพากษ์ ที่เป็นการเข้าถึงมิตินัยต่างๆ ของเรื่องอีกด้วย นั่นก็คือการอ่านที่เข้าถึงสารแท้จริง ทั้งหมดทั้งมวลจนสามารถเข้าใจความหมายของเรื่องโดยตลอดทั้งความหมายตรงและความหมายแฝง อ่านเอารส การอ่านเอารส คือ อ่านแล้วได้รับความรู้สึกกระทบอย่างใดอย่างหนึ่งเกิดขึ้นแก่จิตใจ แก่สภาวะอารมณ์ หรือแก่ความรู้สึกนึกคิดต่าง ๆ เป็นการที่ผู้อ่านหรือผู้ศึกษาอาจไม่ได้ตั้งเป้าหมายไว้ว่า จะเอารสอย่างนั้นอย่างนี้ แต่อาจจะได้รสได้ความรู้สึกขึ้นเอง ขณะอ่านโดยรู้ตัวและไม่รู้ตัวก็ได้ รสของการอ่านจ าแนกได้ 3 ลักษณะ คือ 1.รสบันเทิงใจ ได้แก่ ความรู้สึกสนุก ตื่นเต้น รักเศร้า ต่างๆ ที่ผลท าให้อารมณ์ของมนุษย์ ปุถุชนทั่วไปเคลื่อนหรือคล้อยไปตามเรื่องราวเนื้อหา ทั้งนี้โดย ความพึงใจและเป็นสุขใจ 2.รสจรรโลงใจ ได้แก่ ความรู้สึกที่ดีที่งามหลังการอ่าน อาทิ ความสบายใจ ความเบิกบาน ในความอิ่มใจ ความมีก าลังใจ ความศรัทธามั่นใจฯลฯ โดยสรุปก็คือ ท าให้จิตใจไม่ตกต่ า หรือเสื่อมทราม ไม่ท้อแท้และไม่สิ้นหวัง 3.รสปลุกมโนคติ ได้แก่ พลังความรู้สึกนึกคิดที่จะกระท าสิ่งใด สิ่งหนึ่งในทางสร้างสรรค์ ซึ่งเกิดขึ้นในขณะอ่านหรือหลังการอ่าน พลังดังกล่าวเกิดจากมโนส านึกถูก กระตุ้นให้เกิดเวทนา สงสาร เกิดความตระหนักรู้ผิดรู้ชอบชั่วดีและรับผิดชอบต่อภารกิจต่างๆ งานเขียน ที่ก่อให้เกิดรสปลุกมโนคตินี้ถือได้ว่าเป็นงานเขียนที่มี "คุณค่า"เป็นอย่างยิ่ง อ่านแปลความ การอ่านแปลความหรือการแปล คือ การอ่านเรื่องจากภาษาใดภาษาหนึ่งแล้ว แปลถ่ายทอด ความเป็นอีกภาษาหนึ่ง การอ่านในลักษณะนี้ต้องอาศัยประสบการณ์ความรู้และความเชี่ยวชาญของ ผู้อ่านเป็นพิเศษ จึงจะสามารถอ่านและแปลความได้ถูกต้องสมบูรณ์ การแปลความจ าแนกได้ 3 ลักษณะ คือ 1.แปลโดยอรรถ ได้แก่ การแปลเอาความเนื้อหาสาระ ของเรื่องตลอดเรื่องโดยถ่ายทอดเนื้อหาด้วยส านวนภาษาของผู้แปลเอง 2.แปลโดยศัพท์หรือบางที เรียกว่า แปลโดยพยัญชนะ ได้แก่ การแปลความแบบค าต่อค าหรือประโยคต่อประโยค การแปลความใน ลักษณะนี้ บางครั้งอาจ มีความยุ่งยากต่อการท าความเข้าใจความหมายและการล าดับความในภาษาที่จะ ถ่ายทอดสื่อความ 3.แปลโดยบริบท ได้แก่ การแปลความแบบจับประเด็นเนื้อหาตลอดเรื่องไปพร้อม ๆ กับการศึกษาท าความเข้าใจความที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้น


19 อ่านถอดความ การอ่านถอดความ คือ การอ่านร้อยกรองหรือกวีนิพนธ์ ซึ่งมีลักษณะความเป็นภาษา วรรณศิลป์และแฝงนัยต่างๆไว้ โดยอ่านท าความเข้าใจความหมายให้กระจ่างแล้วเรียบเรียงถ่ายทอด อธิบายด้วยส านวนภาษาร้อยแก้ว ให้ผู้อ่านทั่วไปรับรู้ความหมายได้ตรงกันอย่างถ่องแท้ อ่านสรุปความ การอ่านสรุปความ คือ การอ่านเพื่อจับใจความส าคัญของเรื่อง ให้ได้ความส าคัญที่สั้นกระชับ และต้องไม่เบี่ยงเบนสาระส าคัญของเนื้อหาให้ผิดไปจากความหมายที่แท้จริงของเรื่องนั้นๆ เรื่องนี้ดู เหมือนง่าย แต่ความจริงแล้วยากมาก ๆ ส าหรับผู้ที่ไม่มีทักษะในการสรุปความดีพอแล้วล่ะก็มักจะสรุป ไม่ได้หรือได้ก็ไม่ดี ไม่ถูกใจความส าคัญ อ่านตีความ การอ่านตีความ คือ การอ่านที่ต้องใช้ความขบคิดวินิจฉัยเพื่อค้นหาความหมายที่แท้จริง จากสารที่แท้จริงที่ผู้เขียนต้องการบอก ดังนั้น เรื่องที่จะต้องใช้วิธีการอ่านแบบตีความ คือ เรื่องที่มี ลักษณะซ่อนหรือแฝงความหมายที่แท้จริงไว้ในสารที่ปรากฏ หรืออาจกล่าวได้ว่า ความอันปรากฏตาม ความหมายของค าที่เขียนไว้นั้นไม่ตรงกับความหมายที่แท้จริงนั่นเอง โดยทั่วไปเนื้อหาความอันเป็นสาร ที่แท้จริงมักซ่อนอยู่ในรูปของสัญลักษณ์ หรือบุคลาธิษฐาน หรือบางครั้งอาจซ่อนอยู่ในส านวนโวหารและ กลวิธีแต่งที่แยบยลอื่นๆ อ่านขยายความ การอ่านขยายความ คือ การอ่านท าความเข้าใจความโดยกระจ่างตลอดแล้ว สามารถศึกษาท า ความเข้าใจถึงสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาได้อย่างกว้างขวาง สามารถอธิบายขยายความที่เกี่ยวข้องกันนั้น ได้ทุกแง่ทุกมุม หรือขยายความได้ครอบคลุมเนื้อหามากที่สุดเท่าที่จะสามารถท าได้ การอ่านในขั้นนี้ ผู้อ่านจะต้องมีความรู้ มีทักษะและประสบการณ์การอ่านที่สูงมากจึงจะสามารถอ่านขยายความได้ดีและ มีประสิทธิภาพ 5.6 จุดมุ่งหมายของการอ่าน จากการศึกษาเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการอ่านพบว่า ในการอ่านหนังสือ ผู้อ่านจะมี จุดมุ่งหมายในการอ่านที่แตกต่างกันออกไป กานต์มณี ศักดิ์เจริญ (2546) ได้แบ่งจุดมุ่งหมายของการ อ่านออกเป็น 4 ประการ คือ 1) การอ่านเพื่อความรู้ คนเราต้องการให้ความรู้ของตนเองขยายขอบเขตออกไปจากที่มีอยู่ เดิม ต้องการรู้ในสิ่งที่เป็นปัจจัย หรือเป็นปัญหาความไม่เข้าใจต่างๆ การอ่านท าให้ได้รับความรู้เกี่ยวกับ วิทยาการแขนงต่างๆ โดยไม่จ าเป็นต้องเป็นนักปราชญ์หรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะสาขา เพื่อเข้าใจผู้อื่น เข้าใจตนเองดีขึ้น เพื่อปรับปรุงสภาพแวดล้อมความเป็นอยู่ของตน และเพื่อทราบข่าวความเคลื่อนไหว ของสังคมที่ตนอยู่ 2) การอ่านเพื่อให้เกิดความคิด การอ่านวัสดุสิ่งพิมพ์ที่แสดงทัศนะ บทความ บทวิจารณ์ วิจัย ต่างๆ จะช่วยให้ทัศนะของการอ่านกว้างขวางขึ้น การอ่านในลักษณะนี้เป็นการอ่านเพื่อความเข้าใจ แนวคิดที่ส าคัญ การจัดล าดับขั้นแนวความคิดของผู้เขียนเป็นการปลูกฝังนิสัยการรับฟังความคิดเห็น ของผู้อื่นอีกด้วย


20 3) การอ่านเพื่อความบันเทิง สภาวะแวดล้อมมีอิทธิพลต่อจิตใจ อารมณ์และร่างกายของ มนุษย์ เป็นอันมาก บางครั้งก่อให้เกิดความเบื่อหน่าย การอ่านหนังสือที่มีเนื้อหาสาระไม่เป็นวิชาการนัก เช่น นวนิยาย เรื่องสั้น นิตยสารบันเทิงอื่นๆ จะช่วยให้เกิดความบันเทิงควบคู่กับความรู้ความคิดได้อย่าง มีความสุข ได้หัวเราะ ได้สนุก เป็นการผ่อนคลายอารมณ์ตึงเครียด นับได้ว่าการอ่านเพื่อความบันเทิงเป็น การพักผ่อนอย่างหนึ่ง 4) การอ่านเพื่อสนองความต้องการอื่น ๆ มนุษย์เรามีความต้องการตามธรรมชาติ คือ ต้องการ ความมั่นคงในชีวิต ต้องการการยอมรับ การเข้ากับกลุ่มเพื่อนฝูง การมีหน้ามีตา การได้รับความนับถือใน สังคม ต้องการความส าเร็จในชีวิต ซึ่งในชีวิตจริงทุกคนจะไม่สมปรารถนาทุกประการ การอ่านจะช่วย ชดเชยให้ได้การอาศัยหนังสือเพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าว เป็นประโยชน์ดีกว่าไปหาวิธีการชดเชยวิธีอื่น ผู้อ่านมักใช้หนังสือเพื่อหาแนวทางในการแก้ปัญหาของตนเพื่อสร้างบุคลิกภาพ ขยายขอบเขตของความ สนใจในสิ่งใหม่หางานอดิเรกใหม่ เตรียมตัวหาเหตุผลสนับสนุนแนวคิดหรือข้อเสนอแนะของตนหรือหา ข้อโต้แย้งที่มีเหตุผลมีน้ าหนัก เพื่อแสดงความคิดเห็น คัดค้านอย่างมีเหตุผล บางครั้งก็อยากรู้เรื่องใหม่ แนวทางใหม่ เพื่อเข้าใจตนเองและปรับตัวให้เข้ากับวิธีการด ารงชีวิต ไขสิริ ปราโมช ณ อยุธยา และคณะ (2542) ได้แบ่งจุดมุ่งหมายของการอ่านออกเป็น 3 ประการ คือ 1) การอ่านเพื่อความรู้ ความรู้ที่ได้มักปรากฏในหนังสือหลายลักษณะ เช่น ความรู้เกี่ยวกับ ศาสตร์แขนงใดแขนงหนึ่งโดยตรง เช่น วิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ ภาษาศาสตร์ เป็นต้น ความรู้ ลักษณะนี้มีมากในหนังสือประเภทต ารา การอ่านหนังสือเหล่านี้ผู้อ่านจะเลือกอ่านหนังสือหลายๆเล่ม เพื่อทดสอบความถูกต้องและแม่นย า การอ่านหนังสือประเภทนี้นับเป็นความจ าเป็นอย่างยิ่งส าหรับผู้รัก ความก้าวหน้า นอกจากนี้ยังมีหนังสือบางเรื่องที่ให้ความรู้ประเภทเสริมให้คนรอบรู้ ช่วยให้การประกอบ อาชีพสัมฤทธิผลยิ่งขึ้น ช่วยให้เข้าใจผู้อื่นและงานของผู้อื่นดีขึ้น ช่วยให้สะดวกในการวางตัวและรู้จัก ตนเองดีขึ้น การอ่านหนังสือประเภทนี้จึงเป็นเครื่องมือส่งเสริมให้ผู้อ่านมีความรอบรู้ในเรื่องต่างๆที่ตน สนใจ 2) การอ่านเพื่อความคิด ความคิดของคนจะเจริญงอกงามได้โดยอาศัยการกระตุ้นเตือนให้ใฝ่ คิด การที่ได้มองเห็นอะไรรอบด้าน จะช่วยให้ทัศนะของเรากว้างขวางขึ้น ช่วยให้การแสดงความคิดเห็น และการตัดสินใจมีความบกพร่องน้อยลง ดังนั้นการที่ได้อ่านความคิดเห็นของคนหลายๆคน ที่พูดในเรื่อง เดียวกันแต่มีประสบการณ์ต่างกัน จะสร้างแนวความคิดให้แก่ผู้อ่านได้กว้างขวางและถูกต้อง หนังสือ ประเภทที่แสดงความคิด ได้แก่ บทความ บทวิจารณ์ บทสรุปงานวิจัย หรือบางครั้งแสดงออกในเชิง ศิลปะ เช่น แสดงออกมาเป็นโครงเรื่องในรูปนิยาย เรื่องสั้น บทละคร เป็นต้น การอ่านความคิดเห็นที่ ปรากฏในรูปแอบแฝงเช่นนี้ต้องอาศัยวิธีทายใจผู้แต่ง ซึ่งอาจผิดพลาดได้ง่าย จ าเป็นต้องศึกษาให้ละเอียด และรอบคอบ ดังนั้นจะต้องจ าไว้ว่า ความคิดที่ดีต้องมีเหตุผลและมีความรู้เป็นพื้นฐาน


21 3) การอ่านเพื่อความบันเทิง การอ่านด้วยจุดมุ่งหมายนี้ ค่อนข้างได้รับความนิยมจากผู้อ่าน เพราะเป็นการอ่านเพื่อความสนุกเพลิดเพลิน หนังสือบางประเภท เช่น หนังสือประเภทร้อยกรอง นวนิยาย เรื่องสั้น เป็นต้น มีคุณค่าต่อการพัฒนาความรู้ พัฒนาอารมณ์ ตลอดจนความสะเทือนใจใน ระดับต่างๆ หนังสือประเภทนี้นอกจากท าให้เกิดรสความบันเทิงแล้ว บางครั้งยังให้สาระประโยชน์แก่ ผู้อ่าน ดังนั้นผู้อ่านจึงไม่ควรอ่านเพียงแต่เอาความสนุกเท่านั้น ควรอ่านอย่างใคร่ครวญพิจารณาหาแก่น สารสาระที่ปรากฏอยู่ในเรื่องบ้างซึ่งถ้าผู้อ่านสามารถอ่านแล้วได้รับความรู้ความคิด ความบันเทิงควบคู่ กันไป จึงถือได้ว่า อ่านเป็น ส าหรับ Grellet (1994) ได้แบ่งจุดมุ่งหมายของการอ่านออกเป็น 2 ประการเท่านั้น คือ 1) การอ่านเพื่อความรอบรู้ ได้แก่ การอ่านต าราวิชาการ สารคดี บทความหรือแม้แต่เรื่อง บันเทิงคดีก็อาจมีความรู้ต่างๆ สอดแทรกอยู่ การอ่านแบบนี้ ผู้อ่านจะอ่านละเอียดลออ พินิจพิจารณา เพียงใดนั้น ขึ้นอยู่กับความต้องการและจุดประสงค์ในการอ่านของตน ถ้าเป็นการอ่านต ารา วิชาการเพื่อ การศึกษาค้นคว้า ก็ต้องอ่านอย่างละเอียดและอาจต้องอ่านซ้ าหลายครั้ง นอกจากนี้เมื่ออ่านจับใจความ ของแต่ละบทแต่ละตอนได้แล้วก็ควรจะได้ท าโน้ตย่อไว้ เพื่อจะได้จดจ าเนื้อหาได้ดีขึ้น และเป็นการ ทดสอบความเข้าใจเรื่องราวไปด้วยในตัวการอ่านเพื่อความรอบรู้โดยทั่ว ๆ ไปที่มิใช่เพื่อการศึกษาค้นคว้า อาจอ่านผ่าน ๆ พอเข้าใจก็ได้ อนึ่ง การอ่าน เพื่อการวิจารณ์ ก็นับได้ว่าเป็นการอ่านเพื่อความรอบรู้ เพราะต้องรู้เรื่องดีและต้องอ่านอย่างพินิจพิจารณาจึงจะวิจารณ์ได้ 2) ก ารอ่ านเพื่ อความเพ ลิดเพ ลิน ได้แก่ ก ารอ่ านทั่ วๆไปใน ชี วิตป ระ จ าวัน เช่น อ่านหนังสือพิมพ์ นิตยสาร นวนิยาย เรื่องสั้น สารคดี เป็นต้น เป็นการอ่านเพื่อความสนุกสนาน เพลิดเพลิน และเพื่อพักผ่อนหย่อนใจ อย่างไรก็ดีการอ่านแบบนี้ แม้ว่าจะเป็นการอ่านเพื่อความ เพลิดเพลิน แต่ผู้อ่านก็มักจะได้ความรู้ไปด้วยเสมอ การอ่านเพื่อความเพลิดเพลินนี้ท าได้ง่ายไม่ต้องวิตก กังวลในด้านการจดจ าเนื้อหามากนัก เพียงแต่อ่านจับใจความให้ได้ เข้าใจเรื่องราวและอ่านได้เร็ว ก็น่าจะเพียงพอแล้ว 5.7 ประโยชน์ของการอ่าน 1. การอ่านเป็นกระบวนการทางจิตใจที่ทรงพลัง การอ่านต่างจากการนั่งอยู่หน้ากล่อง สี่เหลี่ยมเบาปัญญา (ทีวี ) เพราะการอ่านท าให้คุณได้ใช้สมองระหว่างที่อ่านหนังสือคุณจะถูกผลักดันให้ ค้นหาเหตุผลให้กับสรรพสิ่งที่คุณไม่คุ้นเคยภายใต้กระบวนการนี้คุณจะต้องใช้กลุ่มเซลล์สีเทาในสมองใน การใช้ความคิดซึ่งจะช่วยให้คุณเพิ่มพูนสติปัญญา 2. การอ่านช่วยให้ได้ประโยชน์เช่นเดียวกันจากการอ่านหนังสือ ระหว่างอ่านหนังสือ โดยเฉพาะเล่มที่มีความท้าทาย คุณจะพบว่าคุณมีโอกาสได้เรียนรู้กับศัพท์ใหม่ๆจ านวนมากซึ่งไม่อาจพบ ได้จากวิธีอื่น 3. การอ่านช่วยให้การอ่านช่วยให้เกิดความเข้าใจในความหลากหลายของกลุ่มชาติพันธุ์ ธรรมเนียมประเพณี วิถีชีวิตต่างๆ 4. การอ่านช่วยพัฒนาการสร้างสมาธิและรวมศูนย์ความคิด ในการอ่านอย่างต่อเนื่องนานๆ เราจ าเป็นต้องพุ่งความสนใจไปที่สิ่งที่เราอ่าน การอ่านหนังสือต่างจากการอ่านข้อความในนิตยสารหรือ ข้อความสั้นๆหรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ในอินเทอร์เน็ตซึ่งมักจะมีข้อมูลที่มีขนาดเล็ก แต่หนังสือจะ บอกเรื่องราวแก่คุณ


22 5. การอ่านเป็นการสร้างคุณค่าให้ตนเอง ยิ่งอ่านมากคุณก็ยิ่งมีความรู้ เมื่อมีความรู้มากขึ้นคุณ ก็มีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น ความมั่นใจในตัวเองที่เพิ่มพูนขึ้น ก็สร้างคุณค่าของตนเองให้แก่คุณ นี่คือปฏิกิริยาลูกโซ่ เนื่องจากคุณอ่านหนังสือได้ดี ผู้คนก็จะคอยถามหาค าตอบจากคุณ ความรู้สึกที่คุณมี ต่อตนเองก็ย่อมดีขึ้นอย่างแน่นอน 6. การอ่านช่วยให้ความจ าดีขึ้น มีการศึกษาหลายชิ้นที่ชี้ให้เห็นว่า ถ้าคุณไม่ใช้ความจ าที่มีอยู่ การอ่านท าให้เราต้องจดจ ารายละเอียดต่างๆ รวมทั้งข้อเท็จจริง และค่าตัวเลขต่างๆ และในการอ่าน วรรณกรรม เราก็ต้องจดจ า เค้าโครงเรื่อง เนื้อหาสาระหลักตลอดจนตัวละครต่างๆ 7. การอ่านช่วยให้คุณมีระเบียบวินัยมากขึ้น การจัดสรรเวลาส าหรับการอ่านหนังสือเป็นสิ่งที่ เราทุกคนรู้ว่าเราควรท า แต่ใครล่ะจะจัดตารางเวลาเพื่อการอ่านไว้ทุกวัน น้อยมาก นั่นคือเหตุผลว่า ท าไมการเพิ่มการอ่านหนังสือเข้ามาในตารางกิจกรรมประจ าวัน และถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดจึงสามารถ เสริมสร้างระเบียบวินัยได้ 8. การอ่านช่วยพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ การอ่านเรื่องราวของความหลากหลายแห่ง ชีวิต และการเข้าไปสัมผัสกับแนวคิดใหม่ๆและข้อมูลที่เพิ่มพูนขึ้นจะช่วยให้คุณได้พัฒนาสมองซีกที่ ดูแลเรื่องความคิดสร้างสรรค์ซึ่งจะไปช่วยจุดประกายแห่งการสร้างนวัตกรรมขึ้นในกระบวนการใช้ ความคิดของคุณ 9. การอ่านช่วยให้คุณจะมีอะไรบางอย่างไว้พูดถึงเสมอ เคยบ้างไหมที่รู้สึกว่าตัวเองมีความรู้สึก อึดอัดที่ไม่รู้จะพูดคุยเรื่องอะไร เคยรู้สึกเกลียดตัวเองไหมที่ท าให้ตัวเองเสียหน้า คุณต้องการแก้ไขปัญหา แบบนี้ไหม ไม่ยากเลย เพียงคุณเริ่มอ่านหนังสือเท่านั้น การอ่านจะช่วยขยายอาณาบริเวณแห่งข้อมูลของ คุณ คุณจะมีอะไรให้พูดถึงเสมอ เช่น คุณสามารถจะพูดคุยถึงโครงเรื่องในนวนิยายหลายเล่มที่คุณอ่าน คุณสามารถอภิปรายถึงสิ่งที่คุณก าลังเรียนรู้จากหนังสือด้านธุรกิจต่างๆที่คุณก าลังอ่านอยู่ ความเป็นไป ได้ในการแบ่งปันเรื่องราวกลายเป็นเรื่องที่ไม่มีขีดจ ากัดอีกต่อไป 10. การอ่านช่วยบรรเทาความเบื่อหน่าย กฎข้อหนึ่งในหลายข้อที่ผมถือก็คือ ถ้าเริ่มรู้สึกเบื่อ ผมจะหยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน สิ่งที่ผมค้นพบจากการจริงจังกับกฎข้อนี้ก็คือ ผมจะเกิดความสนใจใน เรื่องราวของหนังสือแล้วหลุดจากความรู้สึกเบื่อหน่ายไปเลย ผมหมายถึงว่า ถ้าคุณเกิดรู้สึกเบื่อขึ้นมาบ้าง 5.8 การส่งเสริมการอ่านส าหรับประชาชนทั่วไป ในส่วนของการศึกษานอกระบบโรงเรียน กรมการศึกษานอกโรงเรียน (ต่อมาพัฒนาเป็น ส านักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย) ได้มีการจัดกิจกรรมต่างๆเพื่อให้ ประชาชนเห็นความส าคัญของการรู้หนังสือและการศึกษาตลอดชีวิต ตลอดจนมีบทบาทส าคัญในการ ส่งเสริมการอ่านและการรู้หนังสือแก่ประชากรในชนบท ได้แก่ การจัดนิทรรศการ“วันการศึกษาผู้ใหญ่ แห่งชาติ”ใน พ.ศ.2520 และนิทรรศการ “วันการศึกษาผู้ใหญ่” ใน พ.ศ.2522 การจัดการศึกษานอก ระบบโรงเรียนมีหลายรูปแบบ คือ


23 1) ก ารสอนให้ อ่านออกเขียนได้ เพื่ อให้มีความ รู้พื้น ฐานใน ก ารด ารงชี วิต ได้แก่ โครงการรณรงค์เพื่อการเรียนรู้หนังสือแห่งชาติ โครงการศึกษาผู้ใหญ่แบบเบ็ดเสร็จขั้นพื้นฐาน และ โครงการศึกษาต่อเนื่อง 2) การจัดที่อ่านหนังสือพิมพ์ประจ าหมู่บ้าน ห้องสมุดประชาชนจังหวัด (ปัจจุบันมี 71 แห่ง) ห้องสมุดประชาชนอ าเภอ (ปัจจุบันมี 744 แห่ง ),ห้องสมุดประชาชน“เฉลิมราชกุมารี”จัดสร้างขึ้นตั้งแต่ พ.ศ.2534 เนื่องในวโรกาสที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุ 36 พรรษาเรื่อยมาจนปัจจุบันมีจ านวน 108 แห่ง ห้องสมุดเคลื่อนที่วิทยุและโทรทัศน์เพื่อการศึกษา เพื่อให้ข้อมูลข่าวสารที่ทันต่อเหตุการณ์ 3) การสอนวิชาชีพหลักสูตรระยะสั้น โครงการฝึกอบรมต่างๆเพื่อให้ความรู้ด้านวิชาชีพและให้ รู้จักใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ นอกจากบทบาทหน้าที่ดังกล่าวแล้วในด้านการส่งเสริมการอ่าน ส านักงานส่งเสริมการศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ยังได้เพิ่มปริมาณวัสดุการอ่านโดย 1) ขอรับบริจาคหนังสือจากประชาชนโดยตั้งตู้รับบริจาคหนังสือตามแหล่งชุมชนต่างๆการ เคาะประตูตามบ้านด้วยการนัดหมายล่วงหน้า การรณรงค์ตามสื่อสารมวลชนต่างๆ 2) ชักชวนให้วัดพุทธศาสนาจัดตั้งที่อ่านหนังสือในวัดเพื่อบริการแก่ชุมชนรอบๆ 3) จัดตั้ง “มูลนิธิหนังสือดีสู่ชุมชน”เพื่อกระตุ้นให้บริษัทผลิตหนังสือหันมาสนับสนุนผู้อ่านใน ชนบท และยังได้จัดพิมพ์หนังสือที่ได้รับการเลือกสรรเพื่อเสนอให้มีการจัดพิมพ์หรือบริจาคหนังสือ ดังกล่าวแก่ผู้อ่านในชนบท 4) จัดสร้างห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์เพื่อเป็นช่องทางการอ่านอีกทางหนึ่ง 5.9 การอ่านเป็นวาระแห่งชาติ รัฐบาลให้ความส าคัญในการรณรงค์ให้เด็กไทยรักการอ่าน โดยถือเป็นวาระแห่งชาติรายงานจาก ส านักสถิติแห่งชาติพบว่า การอ่านหนังสือของเด็กไทยจากเดิม 52 นาทีต่อวัน เหลือเพียง 39 นาที เนื่องจากเด็กและเยาวชนส่าวนใหญ่ใช้เวลาไปกับการเล่นคอมพิวเตอร์และดูโทรทัศน์มากขึ้น โดยจะต้อง สร้างแรงจูงใจให้เด็กไทยรักการอ่านมากขึ้น เช่น การให้ความส าคัญกับการอ่านและการเขียนภาษาไทย ซึ่งน าไปสู่การให้คะแนนในการเรียนการสอน ในหลักสูตรใหม่ก็ได้ก าหนดให้มีชั่วโมงส่งเสริมการอ่านและ การเขียนไทย นอกจากนี้กระทรวงศึกษาธิการยังได้จัดท าโครงการห้องสมุด 3 D ขึ้น ประกอบด้วย หนังสือดี บรรยากาศดี และบรรณารักษ์ดี โดยจะเริ่มในโรงเรียนทุกระดับ และสถาบันอาชีวศึกษา อีกทั้ง คณะรัฐมนตรีมีมติให้ปี 2552-2561 เป็นทศวรรษแห่งการอ่าน เพื่อพัฒนาความสามารถด้านการอ่าน และ รู้หนังสือ ภายในปี 2555 โดยได้ก าหนดเป้าหมายในการด าเนินการให้คนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป สามารถ อ่านออกเขียนได้เพิ่มขึ้น ร้อยละ 95 รวมถึงให้ค่าเฉลี่ยการอ่านหนังสือของคนไทยเพิ่มขึ้นจากปีละ 5 เล่ม เป็น 10 ขณะเดียวกันให้เพิ่มแหล่งการอ่านครอบคลุมทุกพื้นที่อย่างทั่วถึงและสร้างภาคีเครือข่ายเพื่อ ปลูกฝังการอ่านและการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างยั่งยืนทุกรูปแบบ


24 บทที่ 3 วิธีการด าเนินงาน ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบและห้องสมุดประชาชน “เฉลิมราชกุมารี”อ าเภอสัตหีบ ได้ด าเนินการโครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ส าห รับชาวตลาด โดยได้รับมอบหมายจากส านักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย จังหวัดชลบุรี ให้มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนตามนโยบายส่งเสริมการอ่านให้เป็นวาระแห่งชาติ มีวัตถุประสงค์ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้รับการส่งเสริมการอ่านและเข้าร่วมกิจกรรมของห้องสมุดและ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถน าความรู้ไปใช้ประโยชน์ได้มีขั้นตอนดังนี้ 1. ประชุมบุคลากรกรรมการ กศน.อ าเภอสัตหีบ 2. แต่งตั้งคณะท างาน 3. ด าเนินงานตามแผน 4. ประชากรที่ใช้ในการด าเนินงาน 5. เครื่องมือที่ใช้ในการด าเนินงาน 6. การเก็บรวบรวมข้อมูล 7. การวิเคราะห์ข้อมูล 1. ประชุมบุคลากรกรรมการ กศน.อ าเภอสัตหีบ ห้องสมุดประชาชน“เฉลิมราชกุมารี”อ าเภอสัตหีบ ได้วางแผนประชุมบุคลากรกรรมการ กศน. อ าเภอสัตหีบ เพื่อหาแนวทางในการด าเนินงานและก าหนดวัตถุประสงค์ร่วมกัน 2. จัดตั้งคณะท างาน จัดท าค าสั่งแต่งตั้งคณะท างานโครงการเพื่อมอบหมอบหมายหน้าที่ในการท างานให้ชัดเจน เช่น 2.1 คณะกรรมการที่ปรึกษา/อ านวยการ มีหน้าที่อ านวยความสะดวก และให้ค าปรึกษาแก้ไข ปัญหาที่เกิดขึ้น 2.2 คณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ มีหน้าที่ประชาสัมพันธ์รับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการ 2.3 คณะกรรมการฝ่ายรับลงทะเบียนและประเมินผลหน้าที่จัดท าหลักฐานการลงทะเบียน ผู้เข้าร่วมโครงการและรวบรวมการประเมินผลและรายงานผลการด าเนินการ


25 3. ด าเนินการตามแผนงานโครงการ โครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ส าหรับชาวตลาด ณ ตลาดบางเสร่ไนท์พล่าซ่า ต าบลบางเสร่ อ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ตลาดนัดป๋ากอบ ต าบลนาจอมเทียน อ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ตลาดนัดสัตหีบ ต าบลสัตหีบ อ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ตลาดศรีประพัฒน์ต าบลพลูตาหลวง อ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีและตลาดนัดวัดช่องแสมสาร ต าบลแสมสาร อ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยมีกิจกรรมดังนี้ 1. กิจกรรมห้องสมุดชาวตลาดออนไลน์ 2. กิจกรรม“ตะกร้าความรู้ สู่อาชีพ” 3. กิจกรรมให้บริการอ่านหนังสือเคลื่อนที่ 4. กิจกรรมอาสาสมัครส่งเสริมการอ่าน น าความรู้สู่ชาวตลาด 5. กิจกรรมแจกความรู้ ชาวตลาดผ่าน QR-CODE 6. กิจกรรมกระเป๋านักอ่านชาวตลาด 7. กิจกรรม“ฉลาดเลือก ฉลาดรู้” 4. ประชากรที่ใช้ในการด าเนินงาน ประชากรและกลุ่มตัวอย่างที่เข้าร่วมโครงการ ก าหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่างโดยใช้วิธีการสุ่ม อย่างง่าย (Simple Random Sampling)และก าหนดขนาดของกลุ่มโดยการใช้ตารางเครซี่และมอร์แกน (Krejcie & Morgan) จ านวน 700 คน กลุ่มตัวอย่างซึ่งได้สรุปผลจากแบบสอบถามและน าเสนอผลการ วิเคราะห์ข้อมูล จากกลุ่มตัวอย่าง 248 คน 5. เครื่องมือที่ใช้ในการด าเนินงาน แบบประเมินความพึงพอใจโครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ส าหรับชาวตลาด 6. การเก็บรวบรวมข้อมูล จากการด าเนินงานโครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ส าหรับชาวตลาด ณ ตลาดบางเสร่ไนท์พล่าซ่า ต าบลบางเสร่ อ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ตลาดนัดป๋ากอบ ต าบลนาจอมเทียน อ าเภอสัตหีบ จังหวัด ชลบุรี ตลาดนัดสัตหีบ ต าบลสัตหีบ อ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ตลาดศรีประพัฒน์ต าบลพลูตาหลวง อ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีและตลาดนัดวัดช่องแสมสาร ต าบลแสมสาร อ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม 700 คน โดยมีการแจกสอบถามทั้งหมด 248 ชุด และเก็บรวบรวมแบบสอบถามได้ 248 ชุด คิดเป็น 100 เปอร์เซ็นต์


26 7. การวิเคราะห์ข้อมูล จากการด าเนินงานโครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ส าหรับชาวตลาด โดยมีเครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์ ข้อมูลดังนี้ ค่าแจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน เกณฑ์การประเมินความพึงพอใจต่อโครงการศึกษาแหล่งเรียนรู้ของอ าเภอสัตหีบ ได้ใช้แนวทาง ทางการประเมินของเบสท์ ดับบลิว จอห์น (Best, W. John 1981 : 185) มาประเมินค่าคะแนนเฉลี่ยที่ได้ คือ 7.1 ระดับความพึงพอใจต่อโครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ส าหรับชาวตลาด ขอบเขตค่าเฉลี่ย 4.51 – 5.00 หมายถึง ความพึงพอใจ อยู่ในระดับ มากที่สุด ขอบเขตค่าเฉลี่ย 3.51 – 4.50 หมายถึง ความพึงพอใจ อยู่ในระดับ มาก ขอบเขตค่าเฉลี่ย 2.51 – 3.50 หมายถึง ความพึงพอใจ อยู่ในระดับ ปานกลาง ขอบเขตค่าเฉลี่ย 1.51 – 2.50 หมายถึง ความพึงพอใจ อยู่ในระดับ น้อย ขอบเขตค่าเฉลี่ย 1.00 – 1.50 หมายถึง ความพึงพอใจ อยู่ในระดับ น้อยที่สุด


27 บทที่ 4 ผลการด าเนินการ โครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ส าหรับชาวตลาด ณ ตลาดบางเสร่ไนท์พล่าซ่า ต าบลบางเสร่ อ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ตลาดนัดป๋ากอบ ต าบลนาจอมเทียน อ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ตลาดนัด สัตหีบ ต าบลสัตหีบ อ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ตลาดศรีประพัฒน์ ต าบลพลูตาหลวง อ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีและตลาดนัดวัดช่องแสมสาร ต าบลแสมสาร อ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี มีผู้เข้าร่วม โครงการ จ านวน 700 คน นั้น มีผลการวิเคราะห์ข้อมูลตามล าดับดังนี้ จากแบบสอบถามที่ได้ สามารถน าเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล จากผู้ให้ข้อมูลทั้งหมด จ านวน 248 ชุด 1. ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้เข้าร่วม โครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ส าหรับชาวตลาด 2. ตอนที่ 2 ข้อมูลความพึงพอใจต่อโครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ส าหรับชาวตลาด สัญลักษณ์ที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล n หมายถึง จ านวนกลุ่มตัวอย่าง xˉ หมายถึง ค่าคะแนนเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่าง S.D. หมายถึง ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของกลุ่มตัวอย่าง % หมายถึง ค่าร้อยละ


28 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถามของผู้เข้าร่วมโครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ส าหรับชาวตลาด ตาราง 1 จ านวนและร้อยละของผู้เข้าร่วมโครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ส าหรับชาวตลาด จ าแนกตามเพศ อายุและอาชีพ ข้อมูลทั่วไป จ านวน (n=248) ร้อยละ (%) 1. เพศ 1.1 ชาย 1.2 หญิง 2. อายุ 2.1 12-29 ปี 2.2 30 – 39 ปี 2.3 40 – 49 ปี 2.4 50 – 59 ปี 2.5 60 ปีขึ้นไป 3. อาชีพ 3.1 นักเรียน/นักศึกษา 3.2 รับจ้าง 3.3 ค้าขาย 3.4 รับราชการ 3.5 อื่นๆ 106 142 47 114 65 22 - 36 58 94 47 13 42.74 57.26 18.95 45.97 26.21 8.87 - 14.52 23.39 37.90 18.95 5.24 จากตาราง 1 แสดงว่า ผู้เข้าโครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ส าหรับชาวตลาด ส่วนใหญ่เพศหญิง ร้อยละ 57.26 และเพศชาย ร้อยละ 42.74 ส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง 30-39 ปี ร้อยละ 45.97 รองลงมา อายุระหว่าง 40 – 49 ปี ร้อยละ 26.21 และมีอาชีพค้าขาย ร้อยละ 37.90 รองลงมารับจ้าง ร้อยละ 23.39 แสดงว่า ผู้เข้าร่วมโครงการผู้เข้าโครงการศึกษาแหล่งเรียนรู้ของอ าเภอสัตหีบ ส่วนใหญ่เพศชาย ร้อยละ 51.21 และเพศหญิง ร้อยละ 48.79 ส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง 12-29 ปี ร้อยละ 52.82 รองลงมา อายุ ระหว่าง 40 – 49 ปี ร้อยละ 21.37 และมีอาชีพนักเรียน/นักศึกษา ร้อยละ 55.65 รองลงมาคือรับราชการ ร้อย ละ 16.93


29 ตอนที่ 2 ข้อมูลความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมโครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ส าหรับชาวตลาด ตาราง 2 จ านวนและร้อยละของผู้เข้าร่วมโครงการที่มีความพึงพอใจต่อโครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ส าหรับ ชาวตลาด ภายหลังเสร็จสิ้นโครงการ เชิงปริมาณ การประเมิน n (248) (%) ตัวชี้วัดความส าเร็จของ โครงการเชิงปริมาณ ผลการ ด าเนินงาน ความพึงพอใจต่อโครงการ ห้องสมุดเคลื่อนที่ส าหรับชาวตลาด มากที่สุด มาก ปานกลาง น้อย น้อยที่สุด 102 136 10 - - 41.13 54.84 4.03 - - จ านวนผู้เข้าร่วมมีความ พึงพอใจต่อโครงการห้องสมุด เคลื่อนที่ส าหรับชาวตลาด อยู่ในระดับมาก ร้อยละ 80 บรรลุ จากตาราง 2 แสดงว่า ผู้เข้าร่วมโครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ส าหรับชาวตลาด ภายหลังเสร็จสิ้นโครงการ มีความพึงพอใจต่อโครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ส าหรับชาวตลาด ระดับมากที่สุด ร้อยละ 41.13 ระดับมาก ร้อยละ 54.84 ระดับปานกลาง ร้อยละ 4.03 (รวมร้อยละระดับมากขึ้นไป เท่ากับ 95.97) เมื่อเปรียบเทียบกับ ตัวชี้วัดความส าเร็จของโครงการเชิงปริมาณ ผู้เข้าร่วมมีความพึงพอใจต่อการเข้าร่วมโครงการ อยู่ในระดับมาก ร้อยละ 80 พบว่า ผลการประเมินความพึงพอใจโครงการห้องสมุดเคลื ่อนที ่ส าหรับชาวตลาด บรรลุ วัตถุประสงค์ ตาราง 3 ค่าคะแนนเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของกลุ่มตัวอย่าง และระดับคุณภาพความพึงพอใจ ต่อโครงการศึกษาแหล่งเรียนรู้ของอ าเภอสัตหีบ เชิงคุณภาพ ภายหลังเสร็จสิ้นโครงการ ตามความคิดเห็น ของผู้เข้าร่วมโครงการ การประเมิน n ˉx S.D. ระดับความ พึงพอใจ ตัวชี้วัดความส าเร็จ ของโครงการ เชิงคุณภาพ ผลการ ด าเนินงาน ความพึงพอใจโครงการ ห้องสมุดเคลื่อนที่ส าหรับชาว ตลาด 248 4.49 0.51 มาก ความพึงพอใจของ ผู้ร่วมโครงการ อยู่ในระดับมาก บรรลุ จากตาราง 3 แสดงว่าผู้เข้าร่วมโครงการ ภายหลังเสร็จสิ้นโครงการ มีความพึงพอใจต่อโครงการ ห้องสมุดเคลื่อนที่ส าหรับชาวตลาด อยู่ในระดับมาก เมื่อเปรียบเทียบกับตัวชี้วัดความส าเร็จของโครงการ เชิงคุณภาพ ความรู้สึกพึงพอใจของผู้เข้าร่วมโครงการ อยู่ในระดับมาก พบว่า ผลการประเมินความพึงพอใจต่อ โครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ส าหรับชาวตลาด บรรลุวัตถุประสงค์


30 บทที่ 5 สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ จากการด าเนินงานโครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ส าหรับชาวตลาด โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงกิจกรรมของห้องสมุดและน าความรู้ไปใช้ประโยชน์ณ ตลาดบางเสร่ไนท์พล่าซ่า ต าบลบางเสร่ อ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีตลาดนัดป๋ากอบ ต าบลนาจอมเทียน อ าเภอสัตหีบ จังหวัด ชลบุรี ตลาดนัดสัตหีบ ต าบลสัตหีบ อ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ตลาดศรีประพัฒน์ ต าบลพลูตาหลวง อ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีและตลาดนัดวัดช่องแสมสาร ต าบลแสมสาร อ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม จ านวน 700 คน โดยมีการตอบแบบสอบถามทั้งหมด 248 ชุด ทั้งนี้ขอสรุปและ อภิปรายผลและข้อเสนอแนะดังนี้ สรุปผลการด าเนินงาน 1. วัตถุประสงค์โครงการ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงกิจกรรมของห้องสมุดและน าความรู้ไปใช้ ประโยชน์ 2. กลุ่มเป้าหมายในการประเมิน ได้แก่ ประชาชนทั่วไปในพื้นที่อ าเภอสัตหีบ มีผู้เข้าร่วม กิจกรรม จ านวน 700 คน 3. เครื่องมือการเก็บข้อมูล ได้แก่ แบบประเมินความพึงพอใจโครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ ส าหรับชาวตลาด 4. การเก็บรวบรวมข้อมูล ของผู้ประเมินเก็บรวบรวมข้อมูลจากแบบประเมินความพึงพอใจ โครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ส าหรับชาวตลาด 5. การวิเคราะห์ข้อมูล ด้วยการหาค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าคะแนนเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่างและ ค่าเบี่ยงเบนมาตราฐานของกลุ่มตัวอย่าง 6. ผลการด าเนินโครงการสรุปได้ ดังนี้ 6.1 ผู้ตอบแบบประเมินความพึงพอใจโครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ส าหรับชาวตลาด ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีจ านวน 142 คน คิดเป็นร้อยละ 57.26 ช่วงอายุ 30-39 ปี มีจ านวน 114 คน คิดเป็นร้อยละ 45.97 และทั้งหมดมีอาชีพค้าขายเป็นส่วนใหญ่ มีจ านวน 94 คน คิดเป็นร้อยละ 37.90 6.2 ผู้เข้าร่วมโครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ส าหรับชาวตลาด ภายหลังเสร็จสิ้นโครงการ มีความพึงพอใจต่อโครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ส าหรับชาวตลาด ระดับมากที่สุด ร้อยละ 41.13 ระดับ มาก ร้อยละ 54.84 ระดับปานกลาง ร้อยละ 4.03 (รวมร้อยละระดับมากขึ้นไป เท่ากับ 95.97) เมื่อเปรียบเทียบกับตัวชี้วัดความส าเร็จของโครงการเชิงปริมาณ ผู้เข้าร่วมมีความพึงพอใจต่อการเข้าร่วม โครงการ อยู่ในระดับมาก ร้อยละ 80 พบว่า ผลการประเมินความพึงพอใจโครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ ส าหรับชาวตลาด บรรลุวัตถุประสงค์ 6.3 ผู้เข้าร่วมโครงการ ภายหลังเสร็จสิ้นโครงการ มีความพึงพอใจต่อโครงการห้องสมุด เคลื่อนที่ส าหรับชาวตลาด อยู่ในระดับมาก เมื่อเปรียบเทียบกับตัวชี้วัดความส าเร็จของโครงการ เชิงคุณภาพ ความรู้สึกพึงพอใจของผู้เข้าร่วมโครงการ อยู่ในระดับมาก พบว่า ผลการประเมิน ความพึงพอใจต่อโครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ส าหรับชาวตลาด บรรลุวัตถุประสงค์


31 อภิปรายผล โครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ส าหรับชาวตลาด ได้น าสรุปผลการด าเนินโครงการที่ได้ส าคัญๆ มาอภิปรายผลตามล าดับนี้ 1. ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบได้ด าเนินการจัด การศึกษาตามอัธยาศัยของหลักสูตรการศึกษาตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้น พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 เพื่อจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านให้แก่ประชาชนในพื้นที่ 2. ผู้เข้าร่วมโครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ส าหรับชาวตลาด ได้รับการส่งเสริมการอ่านและ เข้าร่วมกิจกรรมของห้องสมุดอยู่ในระดับมาก ทั้งนี้สืบเนื่องจากบรรณารักษ์ห้องสมุดประชาชน “เฉลิมราชกุมารี”อ าเภอสัตหีบ เผยแพร่ประชาสัมพันธ์การจัดกิจกรรมในเชิงรุกและประชาสัมพันธ์ ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ท าให้ประชาชนได้ทราบข้อมูลข่าวสาร มีการออกแบบการจัดกิจกรรมส่งเสริม การอ่านที่หลากหลาย สื่อที่ใช้การจัดกิจกรรมมีความทันสมัย ผู้เข้าร่วมโครงการได้รับบริการส่งเสริม การอ่านเพื่อการเรียนรู้ การบันเทิง การพักผ่อนที่หลากหลายท าให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สามารถใช้เวลา ว่างให้เกิดประโยชน์และได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน ส่งผลให้โครงการบรรลุ ตามวัตถุประสงค์ 3. ผู้เข้าร่วมโครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ส าหรับชาวตลาด สามารถน าความรู้ไปใช้ประโยชน์ได้ อยู่ในระดับมาก ทั้งนี้สืบเนื่องจากผู้เข้าร่วมโครงการได้รับสาระความรู้ มีทักษะการอ่านและพัฒนาไปสู่ การมีนิสัยรักการอ่านและรักการเรียนรู้สามารถน าความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวันได้และเผยแพร่ ความรู้ให้ผู้อื่นได้ ส่งผลให้โครงการบรรลุตามวัตถุประสงค์ ข้อเสนอแนะ 1. ควรประสานความร่วมมือจากภาคีเครือข่าย 2. จัดหาสื่อให้หลากหลายให้ทันสมัยครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย


32 บรรณานุกรม กรมวิชาการ, กระทรวงศึกษาธิการ. (2544). รายงานวิจัยเรื่องการศึกษาสภาพการอ่านของ นักเรียนและการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านในโรงเรียน. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว. กัลยา ยวนมาลัย. (2539). การอ่านเพื่อชีวิต. กรุงเทพฯ: โอเดียนสโตร์ กานต์มณี ศักดิ์เจริญ. (2546). กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว. ไขสิริ ปราโมช ณ อยุธยา และคณะ. (2542). ภาษาไทย 3. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย. จิราพร ค าด้วง. (2546). บทบาทของผู้ปกครองในการส่งเสริมการอ่านกับความสนใจในการอ่านของ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยเชียงใหม่. เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จินตนา ใบกาซูยี. (2543). การจัดท าหนังสือส าหรับเด็ก. กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น. ถวัลย มาศจรัส. (2538). เทคนิคและตัวอยางการเขียนหนังสือสงเสริมการอานและหนังสืออ่าน เพิ่มเติม. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. นิตยา ประพฤติกิจ. (2532). การพัฒนาการอานของลูก. กรุงเทพฯ: ส านักพิมพขาวฟาง. บันลือ พฤกษะวัน. (2532). มิติใหมในการสอนอาน. กรุงเทพฯ: ไทยวัฒนาพานิช. ประภัสสร ปันสวน. (2547). การจัดกิจกรรมส่งเสริมการรักการอ่านของนักเรียนชั้นประถมศึกษา. การค้นคว้าแบบอิสระศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่. ผุดห้องสมุดเคลื่อนที่ชาวตลาด. (2560). [ออนไลน์]. ได้จาก: https://www.thairath.co.th/news/895196 [สืบค้นเมื่อ วันที่ 10 กันยายน 2562]. ราชบัณฑิตยสถาน. พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542. กรุงเทพฯ: นานมีบุ๊คส์ พับลิเคชั่นส์, 2546. วาสนา บุญสม. (2541). การใชภาษาไทย1. กรุงเทพฯ: ศูนยเทคโนโลยีทางการศึกษา ฝายเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยศรีปทุม. ส านักข่าวกรมประชาสัมพันธ์.(2560).กศน. เปิดตัว“ห้องสมุดเคลื่อนที่ส าหรับชาวตลาด”ตามพระราชด าริ สร้างวัฒนธรรมการอ่านให้คนในชุมชน.(2560). [ออนไลน์]. ได้จาก: http://www.braille-cet.in.th/Braille-new/?q=news-6420 [สืบค้นเมื่อ วันที่ 10 กันยายน 2562]. ส านักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย. (2560). แผนพัฒนาการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยของส านักงาน กศน. (พ.ศ.2560 - 2579). กรุงเทพฯ: ส านักงานส่งเสริม การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย. _______ (2564). นโยบายและจุดเน้นการด าเนินงาน ส านักงาน กศน. ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ.2564 กรุงเทพฯ: ส านักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย. สุนันทา มั่นเศรษฐ์วิทย์. (2540). หลักและวิธีสอนอ่านภาษาไทย. กรุงเทพฯ: ไทยวัฒนาพานิช.


33 บรรณานุกรม Bernard, I.S. (1969). Bernard Schmidt A Reading Skills Program Level D.New York: N.P. Best, W. John. (1981). Research in Education. New Jersey:Prentice-HallEnglewood Cliffs. Discoll, MarcyPerkins. (1994). Psychology of Learning for Instruction. Boston: Allyn and Bacon. Edgar Dale. (1956). Reading and Related Media. Adult Reading. The Fifty-Fifth Year-book of National Society of the study of Education Part ll,ed. Nelson B.Henry. Chicago : The University of Chicago Press, p.89. George D. Spache and Paul C. Berg,Breg. (1955). The art of efficient reading. New York: MacMilan. Grellet, Francoise. (1994). Developing Reading Skills. Cambridge: Cambridge University Press. Mortimer J. Adler, (1941). How to Mark a Book: the article from Saturday Review of Literature, July 6,1941. Paul D. Leedy. (1965). A Key to better reading. New York : Mc Graw-Hill. Ruth Tooze. (1957). Your Children want to Read. Englewood Cliff: N.J.Prentice.


34 ภาคผนวก ก แบบประเมินความพึงพอใจโครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ส าหรับชาวตลาด ส่วนที่ 1 ค าชี้แจง ใส่เครื่องหมาย/ลงในช่องที่ตรงกับข้อมูลของท่านเพียงช่องเดียว เพศ ชาย หญิง อายุ12-29 ปี 30-39 ปี 40-49 ปี 50-59 ปี 60 ปีขึ้นไป อาชีพ นักเรียน/นักศึกษา รับจ้าง ค้าขาย รับราชการ อื่นๆ ส่วนที่ 2 ข้อมูลพึงพอใจของผู้เข้าร่วมโครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ส าหรับชาวตลาด (ใส่เครื่องหมาย/ลงในช่องที่ตรงกับความคิดเห็นของท่านเพียงช่องเดียว) ประเด็น/หัวข้อการพิจารณา ระดับการประเมิน 5 4 3 2 1 ประเด็นด้านกระบวนการ ขั้นตอนการจัดกิจกรรม 1. มีขั้นตอนการจัดกิจกรรม 2. กระบวนการจัดกิจกรรมตรงกับวัตถุประสงค์ 3. มีการอ านวยความสะดวกในการเข้าร่วมกิจกรรม 4. ขั้นตอนการจัดกิจกรรมหรือการให้บริการมีความยืดหยุ่น สามารถปรับให้เหมาะสม 5. ระยะเวลาในการจัดเหมาะสม 6. ได้รับความรู้หรือประโยชน์จากกระบวนการจัดกิจกรรมทุก ขั้นตอน ประเด็นด้านเจ้าหน้าที่/วิทยากร 7. ความเหมาะสมในการแต่งกาย/บุคลิก/ท่าทางการให้บริการ 8. บริการด้วยความสุภาพและด้วยไมตรีจิต 9. บริการด้วยความกระตือรือร้น รวดเร็ว ฉับไว 10. ความรู้ความสามารถในการบริการเช่น การตอบค าถาม ชี้แจงข้อสงสัยค าแนะน า 11. บริการด้วยความเสมอภาค เป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ


30 บทที่ 5 สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ จากการด าเนินงานโครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ส าหรับชาวตลาด โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงกิจกรรมของห้องสมุดและน าความรู้ไปใช้ประโยชน์ณ ตลาดบางเสร่ไนท์พล่าซ่า ต าบลบางเสร่ อ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีตลาดนัดป๋ากอบ ต าบลนาจอมเทียน อ าเภอสัตหีบ จังหวัด ชลบุรี ตลาดนัดสัตหีบ ต าบลสัตหีบ อ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ตลาดศรีประพัฒน์ ต าบลพลูตาหลวง อ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีและตลาดนัดวัดช่องแสมสาร ต าบลแสมสาร อ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม จ านวน 700 คน โดยมีการตอบแบบสอบถามทั้งหมด 248 ชุด ทั้งนี้ขอสรุปและ อภิปรายผลและข้อเสนอแนะดังนี้ สรุปผลการด าเนินงาน 1. วัตถุประสงค์โครงการ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงกิจกรรมของห้องสมุดและน าความรู้ไปใช้ ประโยชน์ 2. กลุ่มเป้าหมายในการประเมิน ได้แก่ ประชาชนทั่วไปในพื้นที่อ าเภอสัตหีบ มีผู้เข้าร่วม กิจกรรม จ านวน 700 คน 3. เครื่องมือการเก็บข้อมูล ได้แก่ แบบประเมินความพึงพอใจโครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ ส าหรับชาวตลาด 4. การเก็บรวบรวมข้อมูล ของผู้ประเมินเก็บรวบรวมข้อมูลจากแบบประเมินความพึงพอใจ โครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ส าหรับชาวตลาด 5. การวิเคราะห์ข้อมูล ด้วยการหาค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าคะแนนเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่างและ ค่าเบี่ยงเบนมาตราฐานของกลุ่มตัวอย่าง 6. ผลการด าเนินโครงการสรุปได้ ดังนี้ 6.1 ผู้ตอบแบบประเมินความพึงพอใจโครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ส าหรับชาวตลาด ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีจ านวน 142 คน คิดเป็นร้อยละ 57.26 ช่วงอายุ 30-39 ปี มีจ านวน 114 คน คิดเป็นร้อยละ 45.97 และทั้งหมดมีอาชีพค้าขายเป็นส่วนใหญ่ มีจ านวน 94 คน คิดเป็นร้อยละ 37.90 6.2 ผู้เข้าร่วมโครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ส าหรับชาวตลาด ภายหลังเสร็จสิ้นโครงการ มีความพึงพอใจต่อโครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ส าหรับชาวตลาด ระดับมากที่สุด ร้อยละ 41.13 ระดับ มาก ร้อยละ 54.84 ระดับปานกลาง ร้อยละ 4.03 (รวมร้อยละระดับมากขึ้นไป เท่ากับ 95.97) เมื่อเปรียบเทียบกับตัวชี้วัดความส าเร็จของโครงการเชิงปริมาณ ผู้เข้าร่วมมีความพึงพอใจต่อการเข้าร่วม โครงการ อยู่ในระดับมาก ร้อยละ 80 พบว่า ผลการประเมินความพึงพอใจโครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ ส าหรับชาวตลาด บรรลุวัตถุประสงค์ 6.3 ผู้เข้าร่วมโครงการ ภายหลังเสร็จสิ้นโครงการ มีความพึงพอใจต่อโครงการห้องสมุด เคลื่อนที่ส าหรับชาวตลาด อยู่ในระดับมาก เมื่อเปรียบเทียบกับตัวชี้วัดความส าเร็จของโครงการ เชิงคุณภาพ ความรู้สึกพึงพอใจของผู้เข้าร่วมโครงการ อยู่ในระดับมาก พบว่า ผลการประเมิน ความพึงพอใจต่อโครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ส าหรับชาวตลาด บรรลุวัตถุประสงค์


31 อภิปรายผล โครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ส าหรับชาวตลาด ได้น าสรุปผลการด าเนินโครงการที่ได้ส าคัญๆ มาอภิปรายผลตามล าดับนี้ 1. ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบได้ด าเนินการจัด การศึกษาตามอัธยาศัยของหลักสูตรการศึกษาตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้น พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 เพื่อจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านให้แก่ประชาชนในพื้นที่ 2. ผู้เข้าร่วมโครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ส าหรับชาวตลาด ได้รับการส่งเสริมการอ่านและ เข้าร่วมกิจกรรมของห้องสมุดอยู่ในระดับมาก ทั้งนี้สืบเนื่องจากบรรณารักษ์ห้องสมุดประชาชน “เฉลิมราชกุมารี”อ าเภอสัตหีบ เผยแพร่ประชาสัมพันธ์การจัดกิจกรรมในเชิงรุกและประชาสัมพันธ์ ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ท าให้ประชาชนได้ทราบข้อมูลข่าวสาร มีการออกแบบการจัดกิจกรรมส่งเสริม การอ่านที่หลากหลาย สื่อที่ใช้การจัดกิจกรรมมีความทันสมัย ผู้เข้าร่วมโครงการได้รับบริการส่งเสริม การอ่านเพื่อการเรียนรู้ การบันเทิง การพักผ่อนที่หลากหลายท าให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สามารถใช้เวลา ว่างให้เกิดประโยชน์และได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน ส่งผลให้โครงการบรรลุ ตามวัตถุประสงค์ 3. ผู้เข้าร่วมโครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ส าหรับชาวตลาด สามารถน าความรู้ไปใช้ประโยชน์ได้ อยู่ในระดับมาก ทั้งนี้สืบเนื่องจากผู้เข้าร่วมโครงการได้รับสาระความรู้ มีทักษะการอ่านและพัฒนาไปสู่ การมีนิสัยรักการอ่านและรักการเรียนรู้สามารถน าความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวันได้และเผยแพร่ ความรู้ให้ผู้อื่นได้ ส่งผลให้โครงการบรรลุตามวัตถุประสงค์ ข้อเสนอแนะ 1. ควรประสานความร่วมมือจากภาคีเครือข่าย 2. จัดหาสื่อให้หลากหลายให้ทันสมัยครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย


32 บรรณานุกรม กรมวิชาการ, กระทรวงศึกษาธิการ. (2544). รายงานวิจัยเรื่องการศึกษาสภาพการอ่านของ นักเรียนและการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านในโรงเรียน. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว. กัลยา ยวนมาลัย. (2539). การอ่านเพื่อชีวิต. กรุงเทพฯ: โอเดียนสโตร์ กานต์มณี ศักดิ์เจริญ. (2546). กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว. ไขสิริ ปราโมช ณ อยุธยา และคณะ. (2542). ภาษาไทย 3. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย. จิราพร ค าด้วง. (2546). บทบาทของผู้ปกครองในการส่งเสริมการอ่านกับความสนใจในการอ่านของ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยเชียงใหม่. เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จินตนา ใบกาซูยี. (2543). การจัดท าหนังสือส าหรับเด็ก. กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น. ถวัลย มาศจรัส. (2538). เทคนิคและตัวอยางการเขียนหนังสือสงเสริมการอานและหนังสืออ่าน เพิ่มเติม. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. นิตยา ประพฤติกิจ. (2532). การพัฒนาการอานของลูก. กรุงเทพฯ: ส านักพิมพขาวฟาง. บันลือ พฤกษะวัน. (2532). มิติใหมในการสอนอาน. กรุงเทพฯ: ไทยวัฒนาพานิช. ประภัสสร ปันสวน. (2547). การจัดกิจกรรมส่งเสริมการรักการอ่านของนักเรียนชั้นประถมศึกษา. การค้นคว้าแบบอิสระศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่. ผุดห้องสมุดเคลื่อนที่ชาวตลาด. (2560). [ออนไลน์]. ได้จาก: https://www.thairath.co.th/news/895196 [สืบค้นเมื่อ วันที่ 10 กันยายน 2562]. ราชบัณฑิตยสถาน. พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542. กรุงเทพฯ: นานมีบุ๊คส์ พับลิเคชั่นส์, 2546. วาสนา บุญสม. (2541). การใชภาษาไทย1. กรุงเทพฯ: ศูนยเทคโนโลยีทางการศึกษา ฝายเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยศรีปทุม. ส านักข่าวกรมประชาสัมพันธ์.(2560).กศน. เปิดตัว“ห้องสมุดเคลื่อนที่ส าหรับชาวตลาด”ตามพระราชด าริ สร้างวัฒนธรรมการอ่านให้คนในชุมชน.(2560). [ออนไลน์]. ได้จาก: http://www.braille-cet.in.th/Braille-new/?q=news-6420 [สืบค้นเมื่อ วันที่ 10 กันยายน 2562]. ส านักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย. (2560). แผนพัฒนาการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยของส านักงาน กศน. (พ.ศ.2560 - 2579). กรุงเทพฯ: ส านักงานส่งเสริม การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย. _______ (2564). นโยบายและจุดเน้นการด าเนินงาน ส านักงาน กศน. ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ.2564 กรุงเทพฯ: ส านักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย. สุนันทา มั่นเศรษฐ์วิทย์. (2540). หลักและวิธีสอนอ่านภาษาไทย. กรุงเทพฯ: ไทยวัฒนาพานิช.


33 บรรณานุกรม Bernard, I.S. (1969). Bernard Schmidt A Reading Skills Program Level D.New York: N.P. Best, W. John. (1981). Research in Education. New Jersey:Prentice-HallEnglewood Cliffs. Discoll, MarcyPerkins. (1994). Psychology of Learning for Instruction. Boston: Allyn and Bacon. Edgar Dale. (1956). Reading and Related Media. Adult Reading. The Fifty-Fifth Year-book of National Society of the study of Education Part ll,ed. Nelson B.Henry. Chicago : The University of Chicago Press, p.89. George D. Spache and Paul C. Berg,Breg. (1955). The art of efficient reading. New York: MacMilan. Grellet, Francoise. (1994). Developing Reading Skills. Cambridge: Cambridge University Press. Mortimer J. Adler, (1941). How to Mark a Book: the article from Saturday Review of Literature, July 6,1941. Paul D. Leedy. (1965). A Key to better reading. New York : Mc Graw-Hill. Ruth Tooze. (1957). Your Children want to Read. Englewood Cliff: N.J.Prentice.


34 ภาคผนวก ก แบบประเมินความพึงพอใจโครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ส าหรับชาวตลาด ส่วนที่ 1 ค าชี้แจง ใส่เครื่องหมาย/ลงในช่องที่ตรงกับข้อมูลของท่านเพียงช่องเดียว เพศ ชาย หญิง อายุ12-29 ปี 30-39 ปี 40-49 ปี 50-59 ปี 60 ปีขึ้นไป อาชีพ นักเรียน/นักศึกษา รับจ้าง ค้าขาย รับราชการ อื่นๆ ส่วนที่ 2 ข้อมูลพึงพอใจของผู้เข้าร่วมโครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ส าหรับชาวตลาด (ใส่เครื่องหมาย/ลงในช่องที่ตรงกับความคิดเห็นของท่านเพียงช่องเดียว) ประเด็น/หัวข้อการพิจารณา ระดับการประเมิน 5 4 3 2 1 ประเด็นด้านกระบวนการ ขั้นตอนการจัดกิจกรรม 1. มีขั้นตอนการจัดกิจกรรม 2. กระบวนการจัดกิจกรรมตรงกับวัตถุประสงค์ 3. มีการอ านวยความสะดวกในการเข้าร่วมกิจกรรม 4. ขั้นตอนการจัดกิจกรรมหรือการให้บริการมีความยืดหยุ่น สามารถปรับให้เหมาะสม 5. ระยะเวลาในการจัดเหมาะสม 6. ได้รับความรู้หรือประโยชน์จากกระบวนการจัดกิจกรรมทุก ขั้นตอน ประเด็นด้านเจ้าหน้าที่/วิทยากร 7. ความเหมาะสมในการแต่งกาย/บุคลิก/ท่าทางการให้บริการ 8. บริการด้วยความสุภาพและด้วยไมตรีจิต 9. บริการด้วยความกระตือรือร้น รวดเร็ว ฉับไว 10. ความรู้ความสามารถในการบริการเช่น การตอบค าถาม ชี้แจงข้อสงสัยค าแนะน า 11. บริการด้วยความเสมอภาค เป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ


35 ส่วนที่ 2 ความพึงพอใจต่อโครงการ (ต่อ) ประเด็น/หัวข้อการพิจารณา ระดับการประเมิน 5 4 3 2 1 ประเด็นด้านสิ่งอ านวยความสะดวก 12. สถานที่ส าหรับการให้บริการมีความเหมาะสม 13. ครุภัณฑ์ วัสดุ อุปกรณ์ เช่น โต๊ะ เก้าอี้ ระบบภาพและเสียง อื่นๆที่ใช้ในการจัดโครงการมีความเหมาะสมเพียงพอ 14. สื่อที่ใช้การจัดกิจกรรมมีความทันสมัย 15. มีการประชาสัมพันธ์ล่วงหน้าและอย่างทั่วถึง 16. มีป้ายสัญลักษณ์ที่แสดงจุดจัดกิจกรรมหรือให้บริการอย่าง ชัดเจน ประเด็นด้านคุณภาพ 17. ได้เข้าร่วมโครงการหรือได้บริการอย่างประทับใจ 18. ได้เข้าร่วมโครงการหรือได้บริการตรงตามความต้องการ 19. ได้เข้าร่วมโครงการหรือได้บริการที่เป็นประโยชน์ 20. สามารถน าความรู้จากการเข้าร่วมกิจกรรมไปประยุกต์ใช้ ในชีวิตประจ าวันได้ ข้อเสนอแนะ


36 ภาคผนวก ข รายงานผลการด าเนินงาน โครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ส าหรับชาวตลาด โครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ส าหรับชาวตลาด โดยมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์แห่งความรู้” กิจกรรมห้องสมุดชาวตลาดออนไลน์ กิจกรรม“ตะกร้า ความรู้ สู่อาชีพ” กิจกรรมให้บริการอ่านหนังสือเคลื่อนที่ กิจกรรมอาสาสมัครส่งเสริมการอ่าน น าความรู้สู่ชาวตลาด กิจกรรมแจกความรู้ ชาวตลาดผ่าน QR-CODE กิจกรรมกระเป๋านักอ่าน ชาวตลาดและกิจกรรม“ฉลาดเลือก ฉลาดรู้”การเลือกซื้อผักและผลไม้ณ ตลาดบางเสร่ ไนท์พล่าซ่า ต าบลบางเสร่ อ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี


37 โครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ส าหรับชาวตลาด โดยมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์แห่งความรู้” กิจกรรมห้องสมุดชาวตลาดออนไลน์ กิจกรรม“ตะกร้า ความรู้สู่อาชีพ” กิจกรรมให้บริการอ่านหนังสือเคลื่อนที่ กิจกรรมอาสาสมัครส่งเสริมการอ่าน น าความรู้สู่ชาวตลาด กิจกรรมแจกความรู้ ชาวตลาดผ่าน QR-CODE กิจกรรมกระเป๋านักอ่าน ชาวตลาดและกิจกรรม“ฉลาดเลือก ฉลาดรู้”การเลือกซื้ออาหารทะเล ณ ตลาดนัดป๋ากอบ ต าบลนาจอมเทียน อ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี


38 โครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ส าหรับชาวตลาด โดยมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์แห่งความรู้” กิจกรรมห้องสมุดชาวตลาดออนไลน์ กิจกรรม“ตะกร้า ความรู้ สู่อาชีพ” กิจกรรมให้บริการอ่านหนังสือเคลื่อนที่ กิจกรรมอาสาสมัครส่งเสริม การอ่าน น าความรู้สู่ชาวตลาด กิจกรรมแจกความรู้ ชาวตลาดผ่าน QR-CODE กิจกรรม กระเป๋านักอ่านชาวตลา กิจกรรม“ฉลาดเลือก ฉลาดรู้”การเลือกซื้อสมุนไพรและเครื่องเทศ และกิจกรรมสาธิตการพับเหรียญโปรยทาน ณ ตลาดนัดสัตหีบ ต าบลสัตหีบ อ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี


39 โครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ส าหรับชาวตลาด โดยมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน “สตตหีบ ขุมทรัพย์แห่งความรู้” กิจกรรมห้องสมุดชาวตลาดออนไลน์ กิจกรรม“ตะกร้า ความรู้ สู่อาชีพ” กิจกรรมให้บริการอ่านหนังสือเคลื่อนที่ กิจกรรมอาสาสมัครส่งเสริม การอ่าน น าความรู้สู่ชาวตลาด กิจกรรมแจกความรู้ ชาวตลาดผ่าน QR-CODE กิจกรรม กระเป๋านักอ่านชาวตลาดและกิจกรรม“ฉลาดเลือก ฉลาดรู้” การเลือกซื้ออาหารแห้ง ณ ตลาดศรีประพัฒน์ต าบลพลูตาหลวง อ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี


Click to View FlipBook Version