รัลกาลที่ 9 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช มีพระนามเดิมว่า พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภูมิพลอ ดุลยเดช ทรงเป็นพระราชโอรสในสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลอดุลเดช กรมหลวงสงขลานครินทร์(ต่อมาได้รับการ เฉลิมพระนามาภิไธยเป็น สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก) และหม่อมสังวาลย์ เสด็จพระราชสมภาพ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2470 ณ โรงพยาบาลเมานท์ออเบิร์น รัฐแมสซาชูเซตส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา และเสด็จขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ ๙ แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2489 ปัจจุบันทรงเป็นพระมหากษัตริย์ผู้เสวยราชย์นานที่สุดในโลกที่มีพระชนม ชีพอยู่ และยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ประเทศไทย โดยจะมีพิธีเฉลิมฉลองการครองราชย์ครบ 70 ปี พ.ศ. 2559 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จสวรรคตเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559 เวลา 15.52 นาฬิกา ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช รัฐบาลประกาศไว้ทุกข์ถวาย ความอาลัยเป็นเวลา 1 ปี สำนักพระราชวังมีหมายกำหนดการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระ บรมศพระหว่างวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2559 ถึง 21 มกราคม พ.ศ. 2560 ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง
รัชกาลที่ 10 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร พระนามเดิมของพระองค์ เดิมว่า สมเด็จ พระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ บรมจักรยาดิศร สันตติวงศ เทเวศรธำรง สุบริบาล อภิคุณูประการมหิตลาดุลเดช ภูมิพลนเรศวรางกูร กิตติสิริสมบูรณ์ สวางควัฒน์ บรมขัตติยราชกุมาร ซึ่งเป็นพระราชโอรสเพียงพระองค์เดียว ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระองค์ทรงพระราชสมภพ เมื่อวัน จันทร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2495 เมื่อเวลา 17 นาฬิกา 45 นาที ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระนามเดิมของพระองค์ เดิมว่า สมเด็จ พระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ บรมจักรยาดิศรสันตติวงศ เทเวศรธำรง สุบริบาล อภิคุณูประการมหิตลาดุลเดช ภูมิพลนเรศวรางกูร กิตติสิริสมบูรณ์สวางควัฒน์ บรมขัตติยราชกุมาร ซึ่งเป็นพระราชโอรสเพียงพระองค์เดียว ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอ ดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระองค์ทรงพระราชสมภพ เมื่อวันจันทร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2495 เมื่อเวลา 17 นาฬิกา 45 นาที ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต 5.เอกสารที่เกี่ยวข้องพระมหากษัตริย์ไทย ประเทศไทย มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า ราชอาณาจักรไทย เป็นรัฐชาติอันตั้งอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออก เฉียงใต้ เดิมมีชื่อว่า "สยาม" รัฐบาลประกาศเปลี่ยนชื่อเป็นประเทศไทยอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี 2482 ประเทศไทยมีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 50 ของโลก พระพุทธศาสนาในประเทศไทยแต่โบราณมาเป็นศาสนาที่ ประนีประนอมกับศาสนาอื่นมาโดยตลอด โดยไม่เคยมีการบังคับให้คนไทยต้องนับถือแต่พระพุทธศาสนา และไม่เคยมีการกีดกันศาสนาอื่นไม่ให้เผยแผ่ในประเทศไทย ทั้งไม่เคยกีดกันคนไทยที่นับถือศาสนาอื่นไม่ให้
เจริญก้าวหน้าในสังคมไทย ดังที่เราได้เห็นศาสนิกชนแห่งศาสนาอื่นสามารถดำรงตำแหน่งสำคัญในคณะ รัฐบาล เป็นประธานรัฐสภาและเป็นผู้บัญชาการเหล่าทัพ เป็นต้น เพื่อเป็นหลักประกันว่าจะไม่มีการกีดกันหรือกดขี่ทางศาสนาเกิดขึ้นในสังคมไทย รัฐธรรมนูญฉบับที่ ผ่านมาและร่างรัฐธรรมนูญฉบับล่าสุดก็ได้บัญญัติเรื่องการคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพและความเสมอภาคใน สังคมไทยไว้ดังต่อไปนี้ “มาตรา 30 บุคคลย่อมเสมอกันในกฎหมายและได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกัน ชายและหญิง มีสิทธิเท่าเทียมกัน การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลเพราะเหตุแห่งความแตกต่างในเรื่องถิ่นกำเนิด เชื้อชาติ ภาษา เพศ อายุ สภาพทางกายหรือสุขภาพ สถานะของบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจหรือสังคม ความเชื่อทางศาสนา การศึกษาอบรมหรือความคิดเห็นทางการเมือง อันไม่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ จะกระทำมิได้มาตรา 37 บุคคลย่อมมีเสรีภาพบริบูรณ์ในการถือศาสนา นิกายของศาสนา หรือลัทธินิยม ในทางศาสนา และย่อมมีเสรีภาพในการปฏิบัติตามศาสนธรรม ศาสนบัญญัติ หรือปฏิบัติพิธีกรรมตามความ เชื่อถือของตน เมื่อไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อหน้าที่ของพลเมืองและไม่เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรม อันดีของประชาชนในการใช้เสรีภาพดังกล่าวตามวรรคหนึ่ง บุคคลย่อมได้รับความคุ้มครองมิให้รัฐกระทำการ ใด ๆ อันเป็นการรอนสิทธิหรือเสียประโยชน์อันควรมีควรได้ เพราะเหตุที่ถือศาสนา นิกายของศาสนา ลัทธิ นิยมในทางศาสนา หรือปฏิบัติตามศาสนธรรม ศาสนบัญญัติ หรือปฏิบัติพิธีกรรมตามความเชื่อถือแตกต่าง จากบุคคลอื่น"ถ้าชาวพุทธต้องการให้พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติแบบผูกขาด ชนิดไม่มีคู่แข่งจริงๆ ก็คงต้องเรียกร้องให้ตัดมาตรา 30 และมาตรา 37 ออกจากร่างรัฐธรรมนูญอีกด้วย แต่ในความเป็นจริงชาว พุทธต้องการให้คงมาตราทั้งสองไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้เพราะพระพุทธศาสนาสอนให้คนไทยใจกว้างและ รักสันติ เมื่อศาสนิกชนแห่งศาสนาอื่นได้อ่านพบมาตราทั้งสองนี้แล้วก็จะเกิดความอุ่นใจว่าสิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคทางศาสนาของพวกเขาไม่ได้ถูกริดรอนไปแต่อย่างใด และถ้าจะให้ความอุ่นใจแก่ศาสนิก ชนของศาสนาอื่นก็ควรเพิ่มข้อความเกี่ยวกับศาสนาอื่นไว้ในมาตราเดียวกันตามแบบอย่างรัฐธรรมนูญของ เดนมาร์กและมาเลเซียว่า "พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติของประเทศไทย รัฐต้องให้ความอุปถัมภ์ และคุ้มครองพระพุทธศาสนาและศาสนาอื่น" มีการกล่าวถึงพระพุทธศาสนาและศาสนาอื่นไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตราเดียวกันอย่างนี้ แม้รัฐธรรมนูญจะบัญญัติให้พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติของประเทศไทยก็ จะไม่มีอะไรไปรอนสิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคทางศาสนาของศาสนิกชนในศาสนาอื่น ถึงเวลาแล้ว หรือยังที่ประเทศไทยซึ่งมีพระพุทธศาสนาเป็นรากฐานของวัฒนธรรมไทย มีสำนักงานใหญ่ขององค์การพุทธ ศานิกสัมพันธ์แห่งโลกตั้งอยู่เป็นการถาวร และมีพุทธมณฑลที่ชาวพุทธทั่วโลกยอมรับว่าเป็นศูนย์กลาง พระพุทธศาสนาของโลก จะได้บัญญัติในรัฐธรรมนูญให้พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ
บทที่ 3 วิธีการดำเนินงาน ททททททททศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอสัตหีบ ได้เห็นความสำคัญ ของกลุ่มเป้าหมายในตำบลแสมสาร ทาง กศน.ตำบลแสมสาร จึงได้จัดโครงการเสริมสร้างอุดมการณ์รักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ไทยมีขั้นตอนดังนี้ 1.ประชุมบุคลากรกรรมการ กศน.ตำบลแสมสาร 2.แต่งตั้งคณะทำงาน 3.ดำเนินงานตามแผน 4.ประชากรที่ใช้ในการดำเนินงาน 5.เครื่องมือที่ใช้ในการดำเนินงาน 6.การเก็บรวบรวมข้อมูล 7.การวิเคราะห์ข้อมูล 1. ประชุมบุคลากรกรรมการ กศน.ตำบลแสมสาร ททททกศน.ตำบลแสมสารได้วางแผนประชุมบุคลากรกรรมการ กศน.ตำบลแสมสารเพื่อหาแนวทางในการ ดำเนินงานและกำหนดวัตถุประสงค์ร่วมกัน 2. จัดตั้งคณะทำงาน ททททจัดทำคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานโครงการ เพื่อมอบหมายหน้าที่ในการทำงานให้ชัดเจน เช่น ทททททท ทททททท2.1 คณะกรรมการที่ปรึกษา/อำนวยการ มีหน้าที่อำนวยความสะดวก และให้คำปรึกษาแก้ไข ปัญหาที่เกิดขึ้น ทททททท2.2 คณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ มีหน้าที่ประชาสัมพันธ์รับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการ ทททททท2.3 คณะกรรมการฝ่ายรับลงทะเบียนและประเมินผลหน้าที่จัดทำหลักฐานการลงทะเบียนผู้เข้าร่วม โครงการ และรวบรวมการประเมินผล และรายงานผลการดำเนินการ 3. ดำเนินการตามแผนงานโครงการ ททททวันทีวันวันที่ 15 กรกฎาคม 2564 ณ กศน.ตำบลแสมสาร ตำบลแสมสาร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี 4. ประชากรที่ใช้ในการดำเนินงาน ททท ทประชากรในตำบลแสมสาร จำนวน 15 คน 5. เครื่องมือที่ใช้ในการดำเนินงาน 1. แบบสำรวจความคิดเห็นโครงการเสริมสร้างอุดมการณ์ รักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ไทย 2. แบบสอบถามความพึงพอใจโครงการเสริมสร้างอุดมการณ์ รักชาติ ศาสนา และ พระมหากษัตริย์ไทย
6. การเก็บรวบรวมข้อมูล ททททจากการดำเนินงานโครงการเสริมสร้างอุดมการณ์ รักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ไทย 2564 ณ กศน.ตำบลแสมสาร หมู่ที่ 2 ตำบลแสมสาร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 20 คน จากเป้าหมายที่กำหนด 15 คน โดยมีการแจกแบบสอบถามทั้งหมด 20 ชุด และเก็บรวบรวม แบบสอบถามได้ 20 ชุด คิดเป็น 100 เปอร์เซ็นต์ 7. การวิเคราะห์ข้อมูล ทททททททจากโครงการเสริมสร้างอุดมการณ์ รักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ไทยโดยมีเครื่องมือที่ใช้ ในการวิเคราะห์ข้อมูลดังนี้ 1. ค่าแจกแจงความถี่ 2. ค่าร้อยละ 3. ค่าเฉลี่ย 4. ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ททศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอสัตหีบ จะได้นำแนวทางไปใช้ข้อมูล พิจารณาหลักสูตร เนื้อหาตลอดจนเทคนิควิธีการจัดการกระบวนการเรียนรู้ต่างๆ เพื่อให้ตอบสนองความ ต้องการของผู้เข้าอบรมได้รับประโยชน์นำไปใช้ได้จริงตามศักยภาพของแต่ละคน ให้มีความเข้าใจและมี คุณภาพต่อไป ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอสัตหีบ ได้ดำเนินการตามขั้นตอน และได้รวบรวมข้อมูล ในสถานศึกษาเป็นแบบมาตรวัดประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ โดยมี รายละเอียดดังนี้ (บุญชม ศรีสะอาด และบุญส่ง นิลแก้ว ,2545) 5 หมายถึง มีการดำเนินงานในระดับมากที่สุด 4 หมายถึง มีการดำเนินงานในระดับมาก 3 หมายถึง มีการดำเนินงานในระดับปานกลาง 2 หมายถึง มีการดำเนินงานในระดับน้อย 1 หมายถึง มีการดำเนินงานในระดับน้อยที่สุด โดยมีเกณฑ์การแปลความหมายค่าเฉลี่ย (บุญชม ศรีสะอาด,2556) ดังนี้ 4.50 – 5.00 หมายถึง มีความคิดเห็น/การดำเนินงานอยู่ในระดับมากที่สุด 3.50 – 4.49 หมายถึง มีความคิดเห็น/การดำเนินงานอยู่ในระดับมาก 2.50 – 3.49 หมายถึง มีความคิดเห็น/การดำเนินงานอยู่ในระดับปานกลาง 1.50 – 2.49 หมายถึง มีความคิดเห็น/การดำเนินงานอยู่ในระดับน้อย 1.00 – 1.49 หมายถึง มีความคิดเห็น/การดำเนินงานอยู่ในระดับน้อยที่สุด ผู้เข้าร่วมโครงการจะต้องกรอกข้อมูลตามแบบสอบถาม เพื่อนำไปใช้ในการประเมินผลของการจัด กิจกรรมดังกล่าว และจะได้นำไปเป็นข้อมูล ปรับปรุง และพัฒนา ตลอดจนใช้ในการจัดทำแผนการ ดำเนินการในปีต่อไป
บทที่ 4 ผลการดำเนินการ จากผลการดำเนินงานการจัดโครงการเสริมสร้างอุดมการณ์ รักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ไทย ณ กศน.ตำบลแสมสาร หมู่ที่ 2 ตำบลแสมสาร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีมีผู้เข้าอบรมในโครงการ จำนวน 20 คน จากเป้าหมายที่กำหนด 15 คน โดยมีพระมหา (ไสว ฤทธิ์วิชัย) ให้ความรู้ สรุปได้ดังนี้ จากแบบสอบถามที่ได้ สามารถนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล จากผู้ให้ข้อมูลทั้งหมด จำนวน 20 ชุด 1. ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถามของผู้เข้ารับการอบรมโครงการเสริมสร้าง อุดมการณ์ รักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ไทย 2. ตอนที่ 2 ข้อมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นของผู้เข้ารับอบรมเสริมสร้างอุดมการณ์ รักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ไทย ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถามของผู้เข้ารับการอบรมโครงการเสริมสร้าง อุดมการณ์รักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ไทย ผู้เข้าร่วมกิจกรรม ที่ตอบแบบสอบถามได้นำมาจำแนกตามเพศ อายุ และอาชีพ ผู้จัดทำได้เสนอ จำแนกตามข้อมูลดังกล่าว ดังปรากฏตาม ตารางที่ 1 ดังต่อไปนี้ ตารางที่ 1 แสดงค่าร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยจำแนกตามเพศ เพศ ความคิดเห็น ชาย หญิง จำนวน ร้อยละ จำนวน ร้อยละ ผู้เข้าอบรมโครงการเสริมสร้างอุดมการณ์ รักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ไทย 16 80 4 20 จากตารางที่ 1 แสดงผู้ตอบแบบสอบถามของผู้เข้าร่วมโครงการเสริมสร้างอุดมการณ์ รักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ไทย เป็นชาย จำนวน 16 คน คิดเป็นร้อยละ 80 เป็นหญิง จำนวน 4 คน คิด เป็นร้อยละ 20
ตารางที่2 แสดงค่าร้อยละของผู้ตอบแทนแบบสอบถาม โดยจำแนกตามอายุ อายุ ความคิดเห็น ต่ำกว่า15 ปี 15-39 ปี 40-59 ปี 60 ปีขึ้นไป จำนวน ร้อยละ จำนวน ร้อยละ จำนวน ร้อยละ จำนวน ร้อยละ ผู้เข้าอบรมโครงการเสริมสร้าง อุดมการณ์ รักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ไทย - - 20 100 - - - - รรรจากตารางที่ 2 แสดงว่า ผู้ตอบแบบสอบถามโครงการเสริมสร้างอุดมการณ์ รักชาติ ศาสนา และ พระมหากษัตริย์ไทยในช่วงอายุ15-39 ปี มีจำนวน 20 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ตารางที่ 3 แสดงค่าร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถามโดยจำแนกตามอาชีพ ประเภท ความคิดเห็น รับจ้าง ค้าขาย รับราชการ เกษตรกรรม อื่น ๆ จำนวน ร้อยละ จำนวน ร้อยละ จำนวน ร้อยละ จำนวน ร้อยละ จำนวน ร้อยละ ผู้เข้าอบรม โครงการ เสริมสร้าง อุดมการณ์ รัก ชาติ ศาสนา และ พระมหากษัตริย์ ไทย - - - - - - - - 20 100 รรรรรรรรจากตารางที่ 3 แสดงผู้ตอบแบบสอบถามของโครงการเสริมสร้างอุดมการณ์ รักชาติ ศาสนา และ พระมหากษัตริย์ไทย มีอาชีพอื่นๆมากที่สุด จำนวน 20 คน คิดเป็นร้อยละ 100
ตอนที่2 ข้อมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นของผู้เข้ารับอบรมโครงการเสริมสร้างอุดมการณ์ รักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ไทย ความคิดเห็นของผู้เข้ารับร่วมกิจกรรม จำนวน 20 คน จากแบบสอบถามทั้งหมดที่มีต่อโครงการ เสริมสร้างอุดมการณ์ รักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ไทย ตารางที่ 4 โครงการเสริมสร้างอุดมการณ์ รักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ไทย รายการที่ประเมิน N = 20 µ σ อันดับ ที่ ระดับผล การประเมิน ด้านเนื้อหา 1. เนื้อหาตรงตามความต้องการ 4.51 0.62 3 มากที่สุด 2. เนื้อหาเพียงพอต่อความต้องการ 4.33 0.79 15 มาก 3. เนื้อหาปัจจุบันทันสมัย 4.39 0.80 12 มาก 4. เนื้อหามีประโยชน์ต่อการนำไปใช้ในการพัฒนา คุณภาพชีวิต 4.39 0.80 12 มาก กระบวนการจัดกิจกรรม/การอบรม 5. การเตรียมความพร้อมก่อนอบรม 4.57 0.62 2 มากที่สุด 6. การออกแบบกิจกรรมเหมาะสมกับวัตถุประสงค์ 4.45 0.72 8 มาก 7. การจัดกิจกรรมเหมาะสมกับเวลา 4.51 0.62 3 มากที่สุด 8. การจัดกิจกรรมเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย 4.39 0.80 12 มาก 9. วิธีการวัดผล/ประเมินผลเหมาะสมกับ วัตถุประสงค์ 4.45 0.72 8 มาก ด้านวิทยากร 10. วิทยากรมีความรู้ความสามารถในเรื่องที่ ถ่ายทอด 4.51 0.62 3 มากที่สุด 11. วิทยากรมีเทคนิคการถ่ายทอดใช้สื่อที่เหมาะสม 4.63 0.61 1 มากที่สุด 12. วิทยากรเปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมและซักถาม 4.45 0.72 8 มาก ด้านการอำนวยความสะดวก 13. สถานที่ วัสดุ อุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวก 4.51 0.62 3 มากที่สุด 14. การสื่อสาร การสร้างบรรยากาศเพื่อให้เกิดการ เรียนรู้ 4.45 0.72 8 มาก 15. การบริการ การช่วยเหลือและการแก้ปัญหา 4.51 0.62 3 มากที่สุด ค่าเฉลี่ย 4.47 0.70 มาก
ททททททจากตารางที่ 4 แสดงให้เห็นว่า ผู้เข้าร่วม โครงการเสริมสร้างอุดมการณ์ รักชาติ ศาสนา และ พระมหากษัตริย์ไทย พบว่าอยู่ในระดับ มาก เมื่อวิเคราะห์เป็นรายข้อ วิทยากรมีเทคนิคการถ่ายทอดใช้สื่อ ที่เหมาะสม (µ = 4.63) เป็นอันดับที่ 1 รองลงมาคือ การเตรียมความพร้อมก่อนอบรม (µ = 4.57) เนื้อหาเพียงพอต่อความต้องการ ,การจัดกิจกรรมเหมาะสมกับเวลา ,วิทยากรมีความรู้ความสามารถในเรื่องที่ ถ่ายทอด , สถานที่ วัสดุ อุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวก มีค่าเท่ากันคือ (µ = 4.51) การออกแบบ กิจกรรมเหมาะสมกับวัตถุประสงค์, วิธีการวัดผล/ประเมินผลเหมาะสมกับวัตถุประสงค์,วิทยากรเปิดโอกาสให้ มีส่วนร่วมและซักถาม,การสื่อสาร การสร้างบรรยากาศเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ มีค่าเท่ากันคือ (µ = 4.43) เนื้อหาปัจจุบันทันสมัย,เนื้อหามีประโยชน์ต่อการนำไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิต,การจัดกิจกรรมเหมาะสม กับกลุ่มเป้าหมาย(µ = 4.37) เนื้อหาเพียงพอต่อความต้องการ(µ = 4.33) ตามลำดับ
บทที่ 5 สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ ทททท จากโครงการเสริมสร้างอุดมการณ์ รักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ไทย จัดวันที่ 15 กรกฎาคม 2564 ณ กศน.ตำบลแสมสาร ตำบลแสมสาร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีโดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้ความเข้าใจเรื่องประวัติศาสตร์ชาติไทย และบุญคุณของพระมหากษัตริย์ ไทยและมีจิตสำนึกความเป็นพลเมืองที่ดีในระบอบประชาธิปไตย เพื่อเสริมสร้างให้คนไทยมีความรักความ สามัคคีและมีความภาคภูมิใจที่ได้เกิดเป็นคน ทั้งนี้ขอสรุปและอภิปรายผลและข้อเสนอแนะดังนี้ สรุปผลการดำเนินงาน ทททททท จากการดำเนินงานโครงการเสริมสร้างอุดมการณ์ รักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ไทย มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 20 คน โดยมีการแจกสอบถามทั้งหมด 20 ชุด ซึ่งผลการวิเคราะห์ข้อมูลดังนี้ ทททททททท1. ผู้ตอบแบบสอบถามเพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการเสริมสร้างอุดมการณ์ รักชาติ ศาสนา และ พระมหากษัตริย์ไทย จากจำนวนทั้งหมด 20 คน เป็นชาย 16 คน คิดเป็นร้อยละ 80 เป็นหญิง 4 คน คิดเป็น ร้อยละ 20 อยู่ในช่วงอายุ 16-39 ปี จำนวน 20 คน ทททททททท2. ข้อมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมโครงการเสริมสร้างอุดมการณ์ รักชาติ ศาสนา และ พระมหากษัตริย์ไทย พบว่าอยู่ในระดับ มาก เมื่อวิเคราะห์เป็นรายข้อพบว่า ว่า โครงการเสริมสร้าง อุดมการณ์ รักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ไทย พบว่าอยู่ในระดับ มาก วิทยากรมีเทคนิคการถ่ายทอด ใช้สื่อที่เหมาะสม (µ = 4.63) เป็นอันดับที่ 1 รองลงมาคือ การเตรียมความพร้อมก่อนอบรม (µ = 4.57) เนื้อหาเพียงพอต่อความต้องการ ,การจัดกิจกรรมเหมาะสมกับเวลา ,วิทยากรมีความรู้ความสามารถในเรื่องที่ ถ่ายทอด , สถานที่ วัสดุ อุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวก มีค่าเท่ากันคือ (µ = 4.51) การออกแบบ กิจกรรมเหมาะสมกับวัตถุประสงค์, วิธีการวัดผล/ประเมินผลเหมาะสมกับวัตถุประสงค์,วิทยากรเปิดโอกาสให้ มีส่วนร่วมและซักถาม,การสื่อสาร การสร้างบรรยากาศเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ มีค่าเท่ากันคือ (µ = 4.43) เนื้อหาปัจจุบันทันสมัย,เนื้อหามีประโยชน์ต่อการนำไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิต,การจัดกิจกรรมเหมาะสม กับกลุ่มเป้าหมาย(µ = 4.37) เนื้อหาเพียงพอต่อความต้องการ(µ = 4.33) ตามลำดับ อภิปรายผล ททททททททแสดงให้เห็นว่า ผู้เข้าร่วม โครงการเสริมสร้างอุดมการณ์ รักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ไทย พบว่าอยู่ในระดับ มาก เมื่อวิเคราะห์เป็นรายข้อ วิทยากรมีเทคนิคการถ่ายทอดใช้สื่อที่เหมาะสม (µ = 4.63) เป็นอันดับที่ 1 รองลงมาคือ การเตรียมความพร้อมก่อนอบรม (µ = 4.57) เนื้อหาเพียงพอ ต่อความต้องการ ,การจัดกิจกรรมเหมาะสมกับเวลา ,วิทยากรมีความรู้ความสามารถในเรื่องที่ถ่ายทอด , สถานที่ วัสดุ อุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวก มีค่าเท่ากันคือ (µ = 4.51) การออกแบบกิจกรรม เหมาะสมกับวัตถุประสงค์, วิธีการวัดผล/ประเมินผลเหมาะสมกับวัตถุประสงค์,วิทยากรเปิดโอกาสให้มีส่วน ร่วมและซักถาม,การสื่อสาร การสร้างบรรยากาศเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ มีค่าเท่ากันคือ (µ = 4.43) เนื้อหา
ปัจจุบันทันสมัย,เนื้อหามีประโยชน์ต่อการนำไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิต,การจัดกิจกรรมเหมาะสมกับ กลุ่มเป้าหมาย(µ = 4.37) เนื้อหาเพียงพอต่อความต้องการ(µ = 4.33) ตามลำดับ การสรุปผลของโครงการเสริมสร้างอุดมการณ์ รักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ไทย ด้านเนื้อหา เนื้อหาตรงตามความต้องการ เนื้อหาเพียงพอต่อความต้องการเนื้อหาปัจจุบันทันสมัย เนื้อหามีประโยชน์ต่อการนำไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิต ด้านการนำความรู้ไปใช้อยู่ในระดับมาก กระบวนการจัดกิจกรรม/การอบรม การเตรียมความพร้อมก่อนอบรม การออกแบบกิจกรรมเหมาะสมกับวัตถุประสงค์การจัด กิจกรรมเหมาะสมกับเวลาการจัดกิจกรรมเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย วิธีการวัดผล/ประเมินผลเหมาะสมกับ วัตถุประสงค์อยู่ในระดับมาก ถึงมากที่สุด ด้านวิทยากร วิทยากรมีความรู้ความสามารถในเรื่องที่ถ่ายทอด วิทยากรมีเทคนิคการถ่ายทอดใช้สื่อที่เหมาะสม วิทยากรเปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมและซักถาม อยู่ในระดับมาก ถึง มากที่สุด ด้านการอำนวยความสะดวก สถานที่ วัสดุ อุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวก การสื่อสาร การสร้างบรรยากาศเพื่อให้เกิดการ เรียนรู้การบริการ การช่วยเหลือและการแก้ปัญหา อยู่ในระดับมาก ถึง มากที่สุด สรุปในภาพรวมของความพึงพอใจของโครงการเสริมสร้างอุดมการณ์ รักชาติ ศาสนา และ พระมหากษัตริย์ไทย - มาก ปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นระหว่างดำเนินงาน - ไม่มี ข้อเสนอแนะ - ไม่มี
บรรณานุกรม บุญชม ศรีสะอาด และ บุญส่ง นิลแก้ว (2545) . การอ้างอิงกลุ่มประชากรเมื่อใช้เครื่องมือแบบมาตราส่วน ประมาณค่ากับกลุ่มตัวอย่าง. วารสารการวัดผลการศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒมหาสาร คราม,3(1),22-25). สำนักงาน กศน. นโยบายและจุดเน้นปี 2564 https://www.lhsthai.com/โทษของยาเสพติด
ภาคผนวก
ภาคผนวก ก. แบบสำรวจผู้เข้าร่วมโครงการเสริมสร้างอุดมการณ์ รักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ไทย ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอสัตหีบ (กศน.ตำบลแสมสาร) 1. ข้อมูลทั่วไป 1.1. ชื่อ....................................................................... นามสกุล ..................................................อายุ 1.2. อาชีพปัจจุบัน ( ) ไม่มี ( ) มี ระบุ............................................................................. 1.3. ที่อยู่ ...................................................................................................โทรศัพท์................................ 2. ความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย (ทำเครื่องหมาย ✓ตรงหน้ำอาชีพที่ต้องฝึกอบรม) หมวดเกษตรกรรม ( ) การปลูกเกษตรธรรมชาติ ( ) การทำเกษตรทฤษฎีใหม่ ( ) การเลี้ยงกบ ( ) การปลูกเลี้ยงต้นแคคตัส ( ) การเพาะเห็ดนางฟ้า ( ) การเลี้ยงไส้เดือน ( ) การเลี้ยงกุ้งก้ามแดง ( ) การเลี้ยงปลา ( ) การเลี้ยงหอย ( ) อื่นๆ ระบุ................................................................... หมวดอุตสาหกรรม ( ) ช่างซ่อมเครื่องยนต์เล็ก ( ) ช่างเดินสายไฟภายในอาคาร ( ) ช่างก่อสร้าง ( ) ช่างปูน ( ) ช่างปูกระเบื้อง ( ) ช่างไม้ ( ) ช่างซ่อมเครื่องคอมพิวเตอร์ ( ) ช่างซ่อมโทรศัพท์ ( ) ช่างซ่อมอุปกรณ์ไฟฟ้า ( ) อื่นๆ ระบุ ................................................................. หมวดพาณิชยกรรม ( ) การทำบัญชีอย่างง่าย ( ) ภาษาจีนเพื่อการสื่อสาร ( ) ภาษาอังกฤษเพื่ออาชีพพนักงานขายสินค้า ( ) อื่นๆ ระบุ .............. หมวดความคิดสร้างสรรค์ ( ) การนวดแผนไทย ( ) การทำสบู่สมุนไพรจากธรรมชาติ ( ) การทำขนมไทย ( ) การสานกระเป๋าจากเส้นพลาสติก ( ) การสานกระเป๋า Handmake ( ) การนวดอโรมา ( ) การแปรรูปเห็ด ( ) นวดฝ่าเท้าเพื่อสุขภาพ ( ) การส่งเสริมอาชีพด้วยสมุนไพรไทย ( ) การแปรรูปอาหารและผลไม้ตามฤดูกาล ( ) การประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์ของเหลือใช้จากกระป๋องอลูมิเนียม ( ) งานผลิตภัณฑ์จากผ้า DIY ( ) อื่นๆ ระบุ ...................................
( ) คอมพิวเตอร์เบื้องต้น ( ) Electronic commerce ( ) การใช้สมาร์ทโฟน ( ) เข้าใจดิจิทัล ( ) การขายสินค้า online ( ) อื่น ๆ ระบุ......................... ( ) ประวัติศาสตร์ชาติไทยและบุญคุณของพระมหากษัตริย์ ( ) บุคลิกภาพและภาวะผู้นำ ( ) การอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ( ) ต่อต้านคอรัปชั่น ( ) อื่น ๆ ระบุ.............................................................................................. หมวดกลุ่มอาชีพอำนวยการและอาชีพ ( ) การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ( ) การซ่อมคอมพิวเตอร์เบื้องต้น ( ) การซ่อมเสื้อผ้า ( ) ช่างเสริมสวย ( ) การซ่อมรองเท้า ( ) ช่างเย็บผ้าอุตสาหกรรม ( ) ช่างตัดผมชาย ( ) อื่นๆ ระบุ ............................................................... 3. ระยะเวลาที่ต้องการให้ดำเนินการฝึกอบรม ( ) วันหยุดราชการระหว่างเวลา _______________________ จำนวน _________วัน ( ) วันราชการระหว่างเวลา __________________________จำนวน _________วัน 4. สถานที่ฝึกอบรม ( ) ในชุมชน ( ) สถานประกอบการ ............................................................................... ( ) อื่นๆ (ระบุ) ........................................................................................... 5. องค์ความรู้ที่ต้องการ ( ) ฝึกปฏิบัติ ( ) การเพิ่มมูลค่าผลผลิต ( ) การตลาด ( ) อื่นๆ ระบุ ................................................................................................. ขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ กศน.ตำบลแสมสาร โทร.0942510424 เทคโนโลยี ด้านการพัฒนาสังคมชุมชน
ภาคผนวก ข. แบบประเมินความพึงพอใจโครงการเสริมสร้างอุดมการณ์ รักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ไทย ส่วนที่ 1 คำชี้แจง ใส่เครื่องหมาย/ลงในช่องที่ตรงกับข้อมูลของท่านเพียงช่องเดียว เพศ ชาย หญิ อายุ ต่ำกว่าง 15 ปี 15-39 ปี 40-59ปี 60ปีขึ้นไป อาชีพ รับจ้าง ค้าขาย เกษตรกรรม รับราชการ อื่นๆ ส่วนที่ 2 ด้านความพึงพอใจของผู้เรียน/ผู้รับบริการ (ใส่เครื่องหมาย/ลงในช่องที่ตรงกับความคิดเห็นของท่านเพียง ช่องเดียว ข้อ ที่ รายการ ระดับการประเมิน มาก ที่สุด มาก ปาน กลาง น้อย น้อยที่สุด น้อยที่สุด ด้านเนื้อหา 1. เนื้อหาตรงตามความต้องการ 2. เนื้อหาเพียงพอต่อความต้องการ 3. เนื้อหาปัจจุบันทันสมัย 4. เนื้อหามีประโยชน์ต่อการนำไปใช้ในการพัฒนา คุณภาพชีวิต กระบวนการจัดกิจกรรม/การอบรม 5. การเตรียมความพร้อมก่อนอบรม 6. การออกแบบกิจกรรมเหมาะสมกับวัตถุประสงค์ 7. การจัดกิจกรรมเหมาะสมกับเวลา 8. การจัดกิจกรรมเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย 9. วิธีการวัดผล/ประเมินผลเหมาะสมกับ วัตถุประสงค์ ด้านวิทยากร 10. วิทยากรมีความรู้ความสามารถในเรื่องที่ ถ่ายทอด 11. วิทยากรมีเทคนิคการถ่ายทอดใช้สื่อที่เหมาะสม 12. วิทยากรเปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมและซักถาม ด้านการอำนวยความสะดวก 13. สถานที่ วัสดุ อุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวก 14. การสื่อสาร การสร้างบรรยากาศเพื่อให้เกิดการ เรียนรู้ 15. การบริการ การช่วยเหลือและการแก้ปัญหา
คณะผู้จัดทำ ที่ปรึกษา ททททท 1.นางสุรัสวดี เลี้ยงสุพงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อัธยาศัยอำเภอสัตหีบ 2.นางสุพัด นำเจริญลาภ ครูชำนาญการ 3.นายทัพพเทพ อรเนตร ครูผู้ช่วย คณะทำงาน นางสาวประวีณา ดาวมณี หัวหน้า กศน.ตำบลแสมสาร นางสาวทัตพิชา นนลือชา ครูศูนย์การเรียนรู้ชุมชนตำบลแสมสาร ผู้จัดพิมพ์ นางสาวประวีณา ดาวมณี หัวหน้า กศน.ตำบลแสมสาร นางสาวทัตพิชา นนลือชา ครูศูนย์การเรียนรู้ชุมชนตำบลแสมสาร