1
สรปุ ผลการดาเนินงาน
โครงการประชมุ เชิงปฏิบัตกิ ารพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้ในยุคดิจทิ ัล
ปีงบประมาณ 2564
วนั ที่ 3 – 4 ธันวาคม 2563
ณ. ห้องประชุม กศน.อาเภอพานทอง
ตาบลพานทอง อาเภอพานทอง จังหวัดชลบรุ ี
ศนู ยก์ ารศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยอาเภอพานทอง
สานักงานสง่ เสรมิ การศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวดั ชลบุรี
สานกั งานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัย
สานกั งานปลดั กระทรวงศกึ ษาธกิ าร กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
ก
คานา
โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล ประจาปีงบประมาณ
2564 จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อมีการแผนการสอนรายภาค แผนการสอนรายสัปดาห์ท่ีมีคุณภาพ
สามารถนาไปใช้จัดการเรียนการสอน และสามารถจัดกิจกรรมการเรียนรู้ท่ีตรงตามหลักสูตรและ
บรรลุผลอย่างมีประสิทธิภาพได้ แผนการจัดการเรียนรู้เป็นเครื่องมือสาคัญในการสนับสนุนและ
อานวยความสะดวกให้ครูผู้สอนจัดกิจกรรมการเรียนรู้รายวิชาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ครูผู้จัดทา
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ีดีไม่เพียงแต่ต้องเป็นผู้ท่ีเช่ียวชาญด้านการสอน และเทคนิคการจัดกิจกรรม
การเรยี นรใู้ นชั้นเรยี นเทา่ น้นั แต้องมีความเขา้ ใจหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐานแล้วสามารถ
วเิ คราะห์ เช่ือมโยงเน้อื หาและกจิ กรรมการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับมาตรฐานและตัวช้ีวัดตามหลักสูตร
สามารถส่ือสารความคิดและนาเสนอความคิดนั้นออกมาในรูปภาษาเขียนให้ชัดเจนได้ การจัดการ
เรียนการสอนของครู ควรจะได้รับการพัฒนาอย่างต่อเน่ือง จะทาให้ครูมีความชานาญ ในการสอน
และคิดหาวิธพี ัฒนาตนเองในด้านการสอนให้มคี ุณภาพย่งิ ขึน้ และเกิดประโยชน์แก่ผู้เรียน ดังน้ัน การ
ใช้เทคโนโลยเี พือ่ ใชใ้ นการเรยี นการสอนของแตล่ ะรายวิชาการจดั การเรยี นรู้ จึงมีความจาเป็นเพ่ือการ
จัดการเรียนการสอนมีประสิทธิภาพโดยเน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ และสามารถพัฒนาผู้เรียนเพื่อให้
สอดคล้องกับยุคศตวรรษท่ี 21 สู่การเป็นพลเมืองดิจิทัลที่ใช้ชีวิตในโลกออนไลน์เพ่ิมมากขึ้นได้ ศูนย์
การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอพานทอง ตระหนักถึงความสาคัญดังกล่าว จึง
จัดโครงการประชมุ เชงิ ปฏิบตั ิการพฒั นาแผนการจัดการเรียนรใู้ นยุคดิจิทัล
ขอขอบคุณผู้อานวยการ และบุคลากรทางการศึกษา อีกทั้งขอขอบคุณคณะกรรมการ
ดาเนินงานโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการ “การประกันคุณภาพสถานศึกษา ” กศน.อาเภอพานทอง ท่ีให้
คาปรึกษาแนะนา และมีสว่ นช่วยทาใหโ้ ครงการคร้งั น้ีสาเร็จลลุ ่วงด้วยดี
คณะผู้จัดทาหวังเป็นอย่างย่ิงว่า ผลการประเมินและข้อเสนอแนะท่ีได้รวบรวมด้วยความ
อุตสาหะนี้ นาไปพัฒนาโครงการใหไ้ ดด้ ังวตั ถปุ ระสงคท์ ่ตี ั้งไว้ในโอกาสตอ่ ไป
ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศัยอาเภอพานทอง
สานกั งานสง่ เสริมการศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัยจังหวัดชลบรุ ี
ธันวาคม 2563
สารบญั ข
คานา หนา้
บทที่ 1 บทนา 1
1
ที่มาและความสาคัญ 1
วัตถุประสงค์ 1
ขอบเขตของการศกึ ษา 2
ผลที่คาดว่าจะไดร้ ับในการจดั กจิ กรรม 2
ดชั นีวดั ผลสาเร็จของโครงการ 3
3
บทที่ 2 เอกสารการศกึ ษาและรายงานที่เกี่ยวข้อง 15
นโยบายสานกั งาน กศน. ปีงบประมาณ 2564 20
การจัดทาแผนการเรยี นรู้หรือแผนการสอน 22
31
บทท่ี 3 วิธีดาเนินงาน
บทท่ี 4 ผลการดาเนินงาน
บทที่ 5 สรุปผล และข้อเสนอแนะ
บรรณานุกรม
ภาคผนวก
1
บทท่ี 1
บทนา
1. ทมี่ าและความสาคัญ
แผนการจัดการเรียนรู้เป็นเครื่องมือสาคัญในการสนับสนุนและอานวยความสะดวกให้ครูผู้สอนจัด
กจิ กรรมการเรียนร้รู ายวชิ าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ครูผู้จัดทาแผนการจัดการเรียนรู้ที่ดีไม่เพียงแต่ต้องเป็นผู้
ท่ีเช่ียวชาญด้านการสอน และเทคนิคการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในช้ันเรียนเท่าน้ัน แต้องมีความเข้าใจ
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานแล้วสามารถวิเคราะห์ เช่ือมโยงเนื้อหาและกิจกรรมการเรียนรู้ให้
สอดคล้องกับมาตรฐานและตัวชี้วัดตามหลักสูตร สามารถส่ือสารความคิดและนาเสนอความคิดนั้นออกมาใน
รปู ภาษาเขยี นให้ชดั เจนได้ การจัดการเรียนการสอนของครู ควรจะได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จะทาให้ครู
มีความชานาญ ในการสอน และคิดหาวิธีพัฒนาตนเองในด้านการสอนให้มีคุณภาพยิ่งขึ้น และเกิดประโยชน์
แกผ่ เู้ รียน ดังน้ัน การใช้เทคโนโลยีเพื่อใช้ในการเรียนการสอนของแต่ละรายวิชาการจัดการเรียนรู้ จึงมีความ
จาเป็นเพื่อการจัดการเรียนการสอนมีประสิทธิภาพโดยเน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ และสามารถพัฒนาผู้เรียน
เพื่อใหส้ อดคลอ้ งกับยุคศตวรรษท่ี 21 สูก่ ารเป็นพลเมืองดิจิทัลท่ีใชช้ วี ิตในโลกออนไลน์เพม่ิ มากขึ้นได้
ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอพานทอง ตระหนักถึงความสาคัญ
ดงั กล่าว จงึ จดั โครงการประชุมเชิงปฏิบตั ิการพฒั นาแผนการจดั การเรียนรู้ในยุคดจิ ิทัล
2. วตั ถุประสงค์
2.1 เพื่อให้สถานศึกษามีแผนการสอนรายภาคและแผนการสอนรายสปั ดาห์ทีม่ ีคุณภาพ
สามารถนาไปใช้จัดการเรียนการสอนได้
2.2 เพอ่ื ให้การจดั กิจกรรมการเรยี นรทู้ ตี่ รงตามหลักสูตรและบรรลุผลอยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ
3. ขอบเขตของการศกึ ษา
3.1 เปา้ หมายของกิจกรรม
3.1.1 เชงิ ปริมาณ
ข้าราชการ ครู บคุ ลากรของ กศน.อาเภอพานทอง จานวน 18 คน
3.2.1 เชิงคุณภาพ
ขา้ ราชการ ครู บุคลากรของ กศน.อาเภอพานทอง ทเ่ี ข้ารว่ มโครงการฯ มี
การแผนการสอนรายภาค แผนการสอนรายสัปดาห์ท่มี คี ณุ ภาพสามารถนาไปใช้จัดการเรยี นการสอน
และสามารถจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ทตี่ รงตามหลกั สตู รและบรรลุผลอยา่ งมปี ระสิทธิภาพได้
3.2 สถานท่ีในการจดั กิจกรรม ดงั น้ี
ณ. ห้องประชุม กศน.อาเภอพานทอง ตาบลพานทอง อาเภอพานทอง จังหวดั ชลบุรี
3.3 ระยะเวลาที่ใช้ในจัดกิจกรรม
วันที่ 3-4 ธันวาคม 2563 เวลา 08.00 - 16.30 น.
2
4. ผลที่คาดวา่ จะไดร้ บั ในการจัดกิจกรรม
ผู้ข้าราชการ ครู บคุ ลากรของ กศน.อาเภอพานทอง ทีเ่ ข้ารว่ มโครงการฯ มกี ารแผนการ
สอนรายภาค แผนการสอนรายสปั ดาหท์ ี่มีคณุ ภาพสามารถนาไปใช้จัดการเรยี นการสอน และสามารถ
จดั กิจกรรมการเรียนรทู้ ตี่ รงตามหลกั สูตรและบรรลผุ ลอย่างมีประสิทธิภาพได้
5. ดชั นวี ดั ผลสาเรจ็ ของโครงการ
5.1 ตัวช้วี ัดผลผลติ (Outputs)
- มผี เู้ ขา้ ร่วมโครงการฯ ไมน่ ้อยกวา่ รอ้ ยละ 80 จากจานวนทัง้ หมด
ตัวช้ีวดั ผลลพั ธ์ (Outcomes)
- ผเู้ ข้ารว่ มโครงการฯ ไม่นอ้ ยกวา่ ร้อยละ 50 สามารถนาความรู้ที่ได้ไปจัดทาการประเมินตนเอง
ของสถานศึกษาได้
- ผูเ้ ขา้ ร่วมโครงการฯ ไม่นอ้ ยกวา่ รอ้ ยละ 80 มคี วามพงึ พอใจอยู่ระดับดีขน้ึ ไป
3
บทที่ 2
เอกสารการศกึ ษาและรายงานที่เกยี่ วขอ้ ง
ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอพานทอง ได้ดาเนินการจัด
โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล ประจาปีงบประมาณ 2564 โดยมี
วัตถุประสงค์เพ่ือให้สถานศึกษามีแผนการสอนรายภาคและแผนการสอนรายสัปดาห์ท่ีมีคุณภาพสามารถ
นาไปใช้จดั การเรียนการสอนได้และสามารถการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ท่ีตรงตามหลักสูตรและบรรลุผลอย่างมี
ประสทิ ธิภาพ มีขั้นตอนการดาเนินงานซ่งึ มเี อกสารทเ่ี กยี่ วข้องดงั ต่อไปนี้
1. นโยบายสานักงาน กศน. ปีงบประมาณ 2564
2. การจดั ทาแผนการเรียนรหู้ รือแผนการสอน
1. นโยบายและจดุ เน้นการดาเนนิ งาน สานักงาน กศน.ประจาปงี บประมาณ พ.ศ. 2564
วิสยั ทศั น์
คนไทยทุกชว่ งวยั ไดร้ บั โอกาสทางการศกึ ษาและการเรยี นรู้ตลอดชีวิตอยา่ งมคี ุณภาพ มีทักษะ
ท่จี าเป็น และสมรรถนะที่สอดรับกับทิศทางการพัฒนาประเทศ สามารถดารงชีวิตได้อย่างเหมาะสม
บนรากฐานของหลกั ปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพยี ง
พนั ธกิจ
1. จัดและสง่ เสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยที่มีคุณภาพ สอดคล้อง กับ
หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม เพื่อยกระดับ
การศกึ ษา และพฒั นาสมรรถนะ ทักษะการเรียนรู้ของประชาชนกลุ่มเป้าหมายให้เหมาะสมในแต่ละ
ช่วงวยั ใหพ้ ร้อมรบั การเปลี่ยนแปลงและการปรบั ตัวในการดารงชีวติ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม ก้าวสู่การเป็น
สงั คมแห่งการเรียนร้ตู ลอดชวี ติ อยา่ งยงั่ ยืน
2. พัฒนาหลักสูตร รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ สื่อและนวัตกรรมเทคโนโลยีทาง
การศึกษา การวัดและประเมินผลในทุกรูปแบบให้มีคุณภาพและมาตรฐานสอดคล้องกับรูปแบบการ
จดั การเรียนรแู้ ละบริบท ในปจั จบุ ัน
3. สง่ เสรมิ และพฒั นาเทคโนโลยีทางการศึกษา และนาเทคโนโลยีมาพัฒนาเพื่อเพิ่มช่องทาง
และโอกาส การเรียนรู้ รวมถึงการเพ่ิมประสิทธภิ าพในการจัดและให้บริการการศึกษานอกระบบและ
การศึกษาตามอัธยาศยั ใหก้ ับประชาชนกลุ่มเป้าหมายอยา่ งทัว่ ถึง
4. ส่งเสริมสนับสนนุ แสวงหา และประสานความร่วมมือเชิงรุกกับภาคีเครือข่าย ให้เข้ามามี
ส่วนร่วม ในการสนับสนุนและจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย และการเรียนรู้
ตลอดชีวติ ในรูปแบบตา่ ง ๆ ให้กบั ประชาชน
5. พฒั นาระบบการบริหารจดั การภายในองค์กรให้มีเอกภาพ เพ่ือการบริหารราชการที่ดี บน
หลกั ของธรรมาภิบาล มีประสทิ ธภิ าพ ประสทิ ธผิ ล และคลอ่ งตัวมากยิ่งข้นึ
4
6.ยกระดับการบริหารและการพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้มีความรู้ ทักษะ สมรรถนะ
คณุ ธรรม และจรยิ ธรรมท่ีดี เพ่อื เพ่ิมประสิทธิภาพของการให้บริการทางการศึกษาและการเรียนรู้ที่มี
คุณภาพมากย่ิงขน้ึ
เป้าประสงค์
1. ประชาชนผ้ดู อ้ ย พลาด และขาดโอกาสทางการศึกษารวมท้ังประชาชนท่ัวไปได้รับโอกาส
ทางการศึกษาในรูปแบบการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน การศึกษาต่อเนื่อง และ
การศึกษา ตามอัธยาศัยที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง เป็นไปตามบริบท สภาพปัญหาและ
ความต้องการของแตล่ ะ กลมุ่ เป้าหมาย
2. ประชาชนไดร้ ับการยกระดับการศึกษา สร้างเสริมและปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม หน้าท่ี
ความเป็น พลเมืองทด่ี ีภายใตก้ ารปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ท่ี
สอดคลอ้ งกับหลักปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียง อันนาไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตและเสริมสร้าง
ความเข้มแข็งให้ชุมชน เพื่อพัฒนา ไปสู่ความมั่นคงและย่ังยืนทางด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม
ประวัติศาสตร์ และสง่ิ แวดลอ้ ม
3. ประชาชนได้รับการพัฒนาทักษะการเรียนรู้และแสวงหาความรู้ด้วยตนเองผ่านแหล่ง
เรียนรู้ ช่องทางการเรยี นรู้ และกิจกรรมการเรยี นร้รู ปู แบบต่าง ๆ รวมทั้งมีเจตคติทางสังคม การเมือง
วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีท่ีเหมาะสม สามารถคิดวิเคราะห์ แยกแยะอย่างมีเหตุผล และนาไป
ประยกุ ตใ์ ช้ในชีวิตประจาวนั รวมถงึ การแก้ปญั หาและพฒั นาคณุ ภาพชีวิตไดอ้ ยา่ งสรา้ งสรรค์
4. หน่วยงานและสถานศึกษา กศน. มีหลักสูตร ส่ือ นวัตกรรม ช่องทางการเรียนรู้ และ
กระบวนการ เรยี นรใู้ นรปู แบบทีห่ ลากหลาย ทนั สมัย และรองรับกับสภาวะการเรียนรู้ในสถานการณ์
ต่าง ๆ เพื่อแก้ปัญหา และพัฒนาคุณภาพชีวิตตามความต้องการของประชาชนและชุมชน รวมทั้ง
ตอบสนองกับการเปลย่ี นแปลงบรบิ ท ด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และ
สงิ่ แวดล้อม
5. หน่วยงานและสถานศึกษา กศน. สามารถนาเทคโนโลยีทางการศึกษา และเทคโนโลยี
ดจิ ิทัล มาพัฒนาเพอื่ เพ่ิมช่องทางการเรยี นรู้ และนามาใช้ในการยกระดับคุณภาพในการจัดการเรียนรู้
และโอกาสการเรยี นรู้ ใหก้ ับประชาชน
6. ชุมชนและภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน มีส่วนร่วมในการจัด ส่งเสริม และสนับสนุน
การศกึ ษา นอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั รวมท้งั การขับเคลอ่ื นกจิ กรรมการเรียนร้ขู องชุมชน
7. หน่วยงานและสถานศกึ ษามรี ะบบการบริหารจัดการองค์กรที่ทนั สมยั มีประสทิ ธิภาพ และ
เป็นไป ตามหลักธรรมาภิบาล
8. บุคลากร กศน. ทกุ ประเภททุกระดบั ได้รับการพัฒนาเพ่ือเพิ่มทักษะและสมรรถนะในการ
ปฏิบัติงาน และการให้บริการทางการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย รวมถึงการ
ปฏบิ ตั งิ านตามสายงานอยา่ งมี ประสิทธิภาพ
5
จดุ เนน้ การดาเนนิ งานประจาปงี บประมาณ พ.ศ. 2554
1. น้อมนาพระบรมราโชบายดา้ นการศึกษาสู่การปฏิบตั ิ
1.1 สืบสานศาสตร์พระราชา โดยการสร้างและพัฒนาศูนย์สาธิตและเรียนรู้ “โคก หนอง นา
โมเดล” เพ่ือเป็นแนวทางในการจัดการบรหิ ารทรัพยากรรูปแบบต่าง ๆ ท้งั ดนิ น้า ลม แดด รวมถึงพืช
พนั ธ์ตุ ่าง ๆ และส่งเสริม การใช้พลังงานทดแทนอย่างมีประสทิ ธิภาพ
1.2 จัดให้มี “หนงึ่ ชมุ ชน หน่งึ นวตั กรรมการพัฒนาชมุ ชน” เพื่อความกินดี อยู่ดี มงี านทา
1.3 การสร้างกลุ่มจิตอาสาพัฒนาชุมชน รวมทั้งปลูกฝังผู้เรียนให้มีหลักคิดท่ีถูกต้องด้าน
คุณธรรม จรยิ ธรรม มีทศั นคตทิ ดี่ ตี ่อบา้ นเมือง และเปน็ ผ้มู ีความพอเพยี ง ระเบียบวินัย สุจรติ จิตอาสา
ผา่ นกจิ กรรมการพฒั นา ผูเ้ รียนโดยการใช้กระบวนการลกู เสือและยุวกาชาด
2. ส่งสรมิ การจดั การศึกษาและการเรยี นรูต้ ลอดชวี ติ สาหรบั ประชาชนทีเ่ หมาะสมกบั ทกุ ชว่ งวยั
2.1 ส่งเสริมการจัดการศึกษาอาชีพเพ่ือการมีงานทา ในรูปแบบ Re-Skill& Up-Skill และ
การสร้าง นวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ท่ีมีคุณภาพ มีความหลากหลาย ทันสมัย และตอบสนองความ
ต้องการของประชาชน ผู้รับบริการ และสามารถออกใบรับรองความรู้ความสามารถเพ่ือนาไปใช้ใน
การพฒั นาอาชีพได้
2.2 ส่งเสรมิ และยกระดบั ทักษะภาษาอังกฤษใหก้ บั ประชาชน (English for ALL)
2.3 ส่งเสริมการเรียนการสอนท่ีเหมาะสมสาหรับผู้ท่ีเข้าสู่สังคมสูงวัย อาทิ การฝึกอบรม
อาชพี ท่ีเหมาะสมรองรับสังคมสูงวัย หลักสูตรการพัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมสมรรถนะผู้สูงวัย
และหลักสตู ร การดูแลผู้สงู วัย โดยเนน้ การมสี ่วนรว่ มกบั ภาคเี ครือข่ายทุกภาคส่วนในการเตรียมความ
พร้อมเข้าส่สู ังคมสูงวยั
3. พัฒนาหลักสตู ร สือ่ เทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการศึกษา แหล่งเรียนรู้ และรูปแบบ การจัดการ
ศกึ ษาและการเรยี นรู้ ในทุกระดับ ทุกประเภท เพื่อประโยชน์ต่อการจัดการศึกษาที่เหมาะสม กับทุก
กลุ่มเป้าหมาย มีความทันสมัย สอดคล้องและพร้อมรองรับกับบริบทสภาวะสังคมปัจจุบัน ความ
ต้องการ ของผูเ้ รียน และสภาวะการเรียนรใู้ นสถานการณต์ ่าง ๆ ทจี่ ะเกดิ ขึ้นในอนาคต
3.1 พัฒนาระบบการเรียนรู้ ONIE Digital Leaming Platform ท่ีรองรับ DEEP ของ
กระทรวงศึกษาธิการ และช่องทางเรยี นรู้รปู แบบอ่นื ๆ ทั้ง Online On-site และ On-air
3.2 พัฒนาแหล่งเรียนรู้ประเภทต่าง ๆ อาทิ Digital Science Museum/ Digital Science
Center/ Digital Library ศูนย์การเรียนรู้ทุกช่วงวัย และศนู ยก์ ารเรียนรตู้ น้ แบบ กศน. (Co-Learning
Space) เพื่อใหส้ ามารถ “เรียนร้ไู ด้อยา่ งท่ัวถงึ ทุกที่ ทุกเวลา”
3.3 พัฒนาระบบรับสมัครนักศึกษาและสมัครฝึกอบรมแบบออนไลน์ มีระบบการเทียบโอน
ความรู้ ระบบสะสมหน่วยการเรียนรู้ (Credit Bank System) และพัฒนา/ขยายการให้บริการระบบ
ทดสอบอเิ ล็กทรอนกิ ส์ (E-exam)
6
4. บรู ณาการความร่วมมือในการสง่ เสรมิ สนับสนุน และจดั การศกึ ษาและการเรียนรู้ให้กับ ประชาชน
อยา่ งมคี ณุ ภาพ
4.1 ร่วมมือกับภาคีเครอื ข่ายทัง้ ภาครฐั เอกชน ประชาสังคม และองคก์ รปกครองส่วนท้องถิ่น
รวมท้ัง สง่ เสริมและสนับสนุนการมสี ว่ นร่วมของชมุ ชน อาทิ การส่งเสริมการฝึกอาชีพท่ีเป็นอัตลักษณ์
และบรบิ ทของชุมชน ส่งเสริมการตลาดและขยายชอ่ งทางการจาหน่ายเพ่ือยกระดับผลิตภัณฑ์/สินค้า
กศน.
4.2 บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ทั้งใน
ส่วนกลาง และภมู ิภาค
5. พัฒนาศักยภาพและประสทิ ธภิ าพในการทางานของบุคลากร กศน.
5.1 พัฒนาศักยภาพและทักษะความสามารถด้านเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Literacy &
Digital Skills) ให้กับบุคลากรทุกประเภททุกระดับ รองรับความเป็นรัฐบาลดิจิทัลอย่างมี
ประสทิ ธิภาพ รวมทงั้ พัฒนาครูให้มีทักษะ ความรู้ และความชานาญในการใช้ภาษาอังกฤษ การผลิต
สอื่ การเรยี นรแู้ ละการจดั การเรยี นการสอนเพ่ือฝึกทกั ษะ การคิดวเิ คราะห์อยา่ งเปน็ ระบบและมเี หตุผล
เป็นข้ันตอน
5.2 จัดกิจกรรมเสริมสร้างความสัมพันธ์ ของบุคลากร กศน.และกิจกรรมเพิ่มประสิทธิภาพ
ในการทางานร่วมกันในรูปแบบต่าง ๆ อาทิ การแข่งขันกีฬา การอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนา
ประสิทธภิ าพ ในการทางาน
6. ปรับปรุงและพัฒนาโครงสร้างและระบบบริหารจัดการองค์กร ปัจจัยพ้ืนฐานในการจัดการศึกษา
และการประชาสัมพันธ์สรา้ งการรับรู้ตอ่ สาธารณะชน
6.1 เรง่ ผลักดันรา่ งพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. ... ให้สาเร็จ และปรับโครงสร้าง
การบริหารและอัตรากาลังให้สอดคล้องกับบริบทการเปลี่ยนแปลง เร่งการสรรหา บรรจุ แต่งต้ังที่มี
ประสทิ ธภิ าพ
6.2 นานวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการบริหารจัดการ พัฒนาระบบการทางาน
และขอ้ มลู สารสนเทศด้านการศึกษาที่ทันสมยั รวดเรว็ และสามารถใช้งานทันที โดยจัดตั้งศูนย์ข้อมูล
กลาง กศน. เพื่อจัดทา ขอ้ มูล กศน. ทั้งระบบ (ONE ONIE)
6.3 พัฒนา ปรับปรุง ซ่อมแซม ฟื้นฟูอาคารสถานท่ี และสภาพแวดล้อมโดยรอบของ
หนว่ ยงาน สถานศกึ ษา และแหลง่ เรยี นรทู้ กุ แห่ง ให้สะอาด ปลอดภยั พรอ้ มใหบ้ ริการ
6.4 ประชาสัมพันธ์/สร้างการรับรู้ให้กับประชาชนทั่วไปเกี่ยวกับการบริการทางวิชาการ/
กิจกรรม ด้านการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย และสร้างช่องทางการแลกเปล่ียน
เรยี นรดู้ า้ นวชิ าการ ของหน่วยงานและสถานศึกษาในสังกัด อาทิ ข่าวประชาสัมพันธ์ ผ่านส่ือรูปแบบ
ตา่ ง ๆ การจัดนิทรรศการ/มหกรรม วิชาการ กศน.
7
การจดั การศกึ ษาและการเรยี นรู้ในสถานการณ์การแพรร่ ะบาดของเชื้อไวรสั โคโรนา 2019
(COVID - 19) ของสานกั งาน กศน.
จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชือ้ ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID - 19) เม่อื เดือนธันวาคม
2562 ส่งผลกระทบต่อระบบการจัดการเรียนการสอนของไทยในทุกระดับช้ัน ซึ่งรัฐบาลและ
กระทรวงศึกษาธิการ ได้ออกประกาศและมีมาตรการเฝ้าระวังเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเช้ือ
ไวรัสดังกล่าว อาทิ กาหนดให้มี การเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) ห้ามการใช้อาคาร
สถานท่ีของโรงเรยี นและสถาบันการศึกษา ทุกประเภท เพ่ือจัดการเรียนการสอน การสอบ ฝึกอบรม
หรือการทากิจกรรมใด ๆ ท่ีมีผู้เข้าร่วมเป็นจานวนมาก การปิดสถานศึกษาด้วยเหตุพิเศษ การ
กาหนดให้ใช้วิธีการจัดการเรียนการสอนรูปแบบใหม่ อาทิ การจัดการเรียนรู้ แบบออนไลน์ การ
จัดการเรียนรู้ผ่านระบบการออกอากาศทางโทรทัศน์ วิทยุ และโซเซียลมีเดีย ต่าง ๆ รวมถึง การ
สอ่ื สารแบบทางไกลหรือดว้ ยวธิ อี เิ ลก็ ทรอนกิ ส์
ในส่วนของสานักงาน กศน. ไดม้ ีการพฒั นา ปรับรูปแบบ กระบวนการ และวิธกี ารดาเนินงาน
ในภารกิจ ต่อเนอ่ื งต่าง ๆ ในสถานการณ์การใช้ชีวิตประจาวัน และการจัดการเรียนรู้เพ่ือรองรับการ
ชีวิตแบบปกติวิถีใหม่ (New Normal) ซ่ึงกิจกรรมการเรียนรู้ต่าง ๆ ได้ให้ความสาคัญกับการ
ดาเนินงานตามมาตรการการปอ้ งกัน การแพร่ระบาดของเชือ้ ไวรัสโคโรนา 2019 (COMID - 19) อาทิ
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทุกประเภท หากมีความจาเป็นต้องมาพบกลุ่ม หรืออบรมสัมมนา ทาง
สถานศึกษาต้องมีมาตรการป้องกันท่ีเข้มงวด มีเจล แอลกอฮอลล้างมือ ผู้รับบริการต้องใส่หน้ากาก
อนามัยหรือหน้ากากผ้า ต้องมีการเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล เน้นการใช้สื่อดิจิทัลและเทคโนโลยี
ออนไลน์ในการจัดการเรียนการสอน
ภารกจิ ต่อเนอ่ื ง
1. ดา้ นการจดั การศกึ ษาและการเรยี นรู้
1.1 การศึกษานอกระบบระดบั การศกึ ษาข้นั พืน้ ฐาน
1) สนับสนุนการจัดการศึกษานอกระบบตั้งแต่ปฐมวัยจนจบการศึกษาขั้นพ้ืนฐานโดย
ดาเนินการ ให้ผู้เรียนได้รับการสนับสนุนค่าจัดซ้ือหนังสือเรียน ค่าจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน
และคา่ จดั การเรียน การสอนอย่างท่วั ถงึ และเพยี งพอเพื่อเพ่ิมโอกาสในการเขา้ ถึงบรกิ ารทางการศึกษา
ทีม่ ีคณุ ภาพโดยไม่เสียค่าใช้จา่ ย
2) จัดการศกึ ษานอกระบบระดับการศึกษาข้ันพื้นฐานให้กับกลุ่มเป้าหมายผู้ด้อย พลาด
และขาดโอกาสทางการศึกษา ผ่านการเรียนแบบเรียนรู้ด้วยตนเอง การพบกลุ่ม การเรียนแบบช้ัน
เรยี น และการจดั การศึกษาทางไกล
3) พัฒนาประสิทธิภาพ คุณภาพ และมาตรฐานการจัดการศึกษานอกระบบระดับ
การศกึ ษา ขั้นพ้ืนฐาน ทัง้ ดา้ นหลักสูตรรูปแบบ/กระบวนการเรียนการสอน สื่อและนวัตกรรม ระบบ
การวดั และประเมินผล การเรียน และระบบการใหบ้ รกิ ารนักศกึ ษาในรูปแบบอื่น ๆ
8
4) จัดให้มีการประเมินเพ่ือเทียบระดับการศึกษา และการเทียบโอนความรู้และ
ประสบการณ์ ที่มีความโปร่งใส ยุติธรรม ตรวจสอบได้ มีมาตรฐานตามท่ีกาหนด และสามารถ
ตอบสนองความต้องการ ของกลมุ่ เป้าหมายไดอ้ ย่างมีประสทิ ธิภาพ
5) จัดให้มีกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียนท่ีมีคุณภาพที่ผู้เรียนต้องเรียนรู้และเข้าร่วม
ปฏบิ ัติ กิจกรรม เพอื่ เป็นสว่ นหนง่ึ ของการจบหลักสตู ร อาทิ กจิ กรรมเสริมสรา้ งความสามัคคี กิจกรรม
เก่ียวกบั การป้องกัน และแก้ไขปัญหายาเสพติดการแข่งขันกีฬา การบาเพ็ญสาธารณประโยชน์อย่าง
ต่อเนื่อง การส่งเสริมการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
กิจกรรมลกู เสือ เนตรนารี และยุวกาชาด กจิ กรรม จิตอาสา และการจัดตงั้ ชมรม/ชุมนุม พร้อมทั้งเปิด
โอกาสให้ผู้เรียนนากิจกรรมการบาเพ็ญประโยชน์อ่ืน ๆ นอกหลักสูตรมาใช้เพ่ิมช่ัวโมงกิจกรรมให้
ผเู้ รียนจบตามหลักสูตรได้
1.2 การส่งเสรมิ การรู้หนังสือ
1) พัฒนาระบบฐานข้อมูลผู้ไม่รู้หนังสือ ให้มีความครบถ้วน ถูกต้อง ทันสมัยและเป็น
ระบบเดียวกนั ท้งั ส่วนกลางและสว่ นภมู ภิ าค
2) พัฒนาและปรับปรุงหลักสูตร สื่อ แบบเรียนเคร่ืองมือวัดผลและเคร่ืองมือการ
ดาเนนิ งานการ ส่งเสริมการรู้หนังสอื ที่สอดคลอ้ งกบั สภาพและบรบิ ทของแต่ละกลุ่มเปา้ หมาย
3) พัฒนาครู กศน. และภาคีเครือข่ายที่ร่วมจัดการศึกษา ให้มีความรู้ความสามารถ
และทักษะการ จัดกระบวนการเรียนรู้ให้กับผู้ไม่รู้หนังสืออย่างมีประสิทธิภาพ และอาจจัดให้มี
อาสาสมัครสง่ เสรมิ การรหู้ นงั สอื ใน พืน้ ที่ทีม่ ีความต้องการจาเปน็ เป็นพเิ ศษ
4) สง่ เสริม สนับสนุนใหส้ ถานศกึ ษาจดั กจิ กรรมสง่ เสริมการรู้หนังสือ การคงสภาพการรู้
หนงั สอื การพัฒนาทักษะการรู้หนังสือให้กับประชาชนเพอ่ื เปน็ เคร่ืองมือในการศึกษาและเรียนรู้อย่าง
ตอ่ เนอื่ งตลอดชวี ติ ของประชาชน
1.3 การศึกษาต่อเน่ือง
1) จัดการศึกษาอาชีพเพื่อการมีงานทาอย่างย่ังยืน โดยให้ความสาคัญกับการจัด
การศึกษาอาชีพ เพ่ือการมีงานทาในกลุ่มอาชีพเกษตรกรรม อุตสาหกรรม พาณิชยกรรม คหกรรม
และอาชพี เฉพาะทางหรือการบริการ รวมถึงการเน้นอาชีพช่างพ้ืนฐาน ท่ีสอดคล้องกับศักยภาพของ
ผู้เรียน ความต้องการและศักยภาพของแต่ละพื้นท่ี มีคุณภาพได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับ สอดรับกับ
ความต้องการของตลาดแรงงาน และการพัฒนาประเทศ ตลอดจน สร้างความเข้มแข็งให้กับศูนย์ฝึก
อาชพี ชมุ ชน โดยจดั ให้มีการส่งเสริมการรวมกลมุ่ วิสาหกิจชมุ ชน การพัฒนา หน่ึงตาบลหนึ่งอาชีพเด่น
การประกวดสินค้าดีพรีเม่ียม การสร้างแบรนด์ของ กศน. รวมถึงการส่งเสริมและจัดหาช่องทางการ
จาหน่ายสนิ คา้ และผลิตภัณฑ์ และใหม้ ีการกากับ ติดตาม และรายงานผลการจัดการศึกษาอาชีพ เพ่ือ
การมีงานทาอยา่ งเป็นระบบและตอ่ เนือ่ ง
2) จัดการศึกษาเพ่ือพัฒนาทักษะชีวิตให้กับทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะคนพิการ
ผู้สงู อายุ ที่สอดคล้องกับความตอ้ งการจาเป็นของแตล่ ะบคุ คล และมงุ่ เน้นให้ทุกกลุ่มเป้าหมายมีทักษะ
9
การดารงชีวิตตลอดจน สามารถประกอบอาชีพพึ่งพาตนเองได้มีความรู้ความสามารถในการบริหาร
จัดการชวี ติ ของตนเองให้อยู่ในสังคม ได้อย่างมีความสุขสามารถเผชิญสถานการณ์ต่าง ๆ ท่ีเกิดขึ้นใน
ชีวติ ประจาวนั ไดอ้ ยา่ งมีประสทิ ธิภาพ และเตรียมพร้อมสาหรับการปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง
ของข่าวสารขอ้ มูลและเทคโนโลยสี มัยใหม่ในอนาคต โดยจดั กิจกรรมท่ีมีเนื้อหาสาคัญต่าง ๆ เช่น การ
อบรมจติ อาสา การใหค้ วามรเู้ พื่อการป้องการการแพร่ระบาด ของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COMID -
19) การอบรมพัฒนาสขุ ภาพกายและสุขภาพจิต การอบรมคุณธรรม และจริยธรรม การป้องกันภัยยา
เสพติด เพศศกึ ษา การปลูกฝงั และการสรา้ งค่านยิ มที่พึงประสงค์ ความปลอดภยั ในชวี ติ และทรัพย์สิน
ผา่ นการอบรมเรยี นรูใ้ นรูปแบบตา่ ง ๆ อาทิ ค่ายพัฒนาทักษะชีวิต การจัดต้ังชมรม/ชุมนุม การอบรม
สง่ เสรมิ ความสามารถพิเศษต่าง ๆ เป็นต้น
3) จัดการศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน โดยใช้หลักสูตรและการจัดกระบวนการ
เรียนรู้ แบบบรู ณาการในรปู แบบของการฝึกอบรมการประชุม สัมมนา การจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้
การจัดกิจกรรม จิตอาสา การสร้างชุมชนนักปฏิบัติ และรูปแบบอื่นๆ ที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย
และบริบทของชุมชน แต่ละพื้นที่ เคารพความคิดของผู้อ่ืน ยอมรับความแตกต่างและหลากหลายทาง
ความคิดและอุดมการณ์ รวมท้ังสังคม พหุวัฒนธรรม โดยจัดกระบวนการให้บุคคลรวมกลุ่มเพื่อ
แลกเปลย่ี นเรยี นรรู้ ่วมกันสร้างกระบวนการจิตสาธารณะ การสร้างจิตสานึกความเป็นประชาธิปไตย
การเคารพในสิทธิและเสรีภาพ และรับผิดชอบต่อหน้าท่ีความเป็นพลเมือง ที่ดีภายใต้การปกครอง
ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข การส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม การเป็นจิต
อาสา การบาเพ็ญประโยชน์ในชุมชนการ บริหารจัดการน้า การรับมือกับสาธารณภัย การอนุรักษ์
พลังงาน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การช่วยเหลือซ่ึงกันและกันในการพัฒนาสังคมและ
ชุมชนอยา่ งยงั่ ยืน
4) การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงผ่านกระบวนการ
เรียนรู้ตลอดชีวิต ในรูปแบบต่าง ๆ ให้กับประชาชน เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน สามารถยืนหยัดอยู่ได้
อยา่ งมน่ั คง และมกี ารบริหารจดั การ ความเส่ียงอยา่ งเหมาะสม ตามทิศทางการพฒั นาประเทศสู่ความ
สมดุลและยั่งยืน
1.4 การศึกษาตามอัธยาศยั
1) พัฒนาแหล่งการเรียนรู้ที่มีบรรยากาศและสภาพแวดล้อมท่ีเอื้อต่อการอ่านและ
พัฒนาศักยภาพ การเรียนรู้ให้เกิดขึ้นในสังคมไทย ให้เกิดข้ึนอย่างกว้างขวางและท่ัวถึง เช่น การ
พัฒนา กศน. ตาบล ห้องสมุด ประชาชนทุกแห่งให้มีการบริการที่ทันสมัย ส่งเสริมและสนับสนุน
อาสาสมัครส่งเสริมการอ่าน การสร้างเครือข่าย ส่งเสริมการอ่าน จัดหน่วยบริการห้องสมุดเคล่ือนที่
ห้องสมุดชาวตลาด พร้อมหนังสือและอุปกรณ์เพ่ือจัดกิจกรรม ส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ท่ี
หลากหลายให้บริการกับประชาชนในพ้ืนท่ีต่าง ๆ อย่างท่ัวถึง สม่าเสมอ รวมทั้ง เสริมสร้างความ
พร้อมในด้านบุคลากร สื่ออุปกรณ์เพื่อสนับสนุนการอ่าน และการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการอ่าน
อย่างหลากหลายรปู แบบ
10
2) จดั สร้างและพัฒนาศูนย์วทิ ยาศาสตรเ์ พอื่ การศกึ ษา ให้เป็นแหล่งเรียนรู้วิทยาศาสตร์
ตลอดชีวิต ของประชาชน เป็นแหล่งสร้างนวัตกรรมฐานวิทยาศาสตร์และเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิง
ศิลปะวทิ ยาการประจาท้องถ่ิน โดยจัดทาและพัฒนานิทรรศการส่ือและกิจกรรมการศึกษาที่เน้นการ
เสริมสรา้ งความรแู้ ละสรา้ งแรงบันดาลใจ ด้านวิทยาศาสตร์สอดแทรกวิธีการคิดเชิงวิเคราะห์ การคิด
เชิงสร้างสรรค์ และปลูกฝังเจตคติทางวิทยาศาสตร์ ผ่านการกระบวนการเรียนรู้ที่บูรณาการความรู้
ด้านวิทยาศาสตร์ ควบคู่กับเทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์และคณิตศาสตร์ รวมท้ังสอดคล้องกับหลัก
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง บริบทของชุมชน และประเทศ รวมท้ังระดับภูมิภาค และระดับโลก
เพ่ือให้ประชาชนมีความรู้และสามารถนาความรู้และทักษะไปประยุกต์ใช้ในการดาเนินชีวิต การ
พัฒนา อาชีพ การรักษาส่ิงแวดล้อม การบรรเทาและป้องกันภัยพิบัติทางธรรมชาติ รวมท้ังมี
ความสามารถในการปรับตวั รองรับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของโลกที่เป็นไปอย่างรวดเร็วและ
รุนแรง (Disruptive Changes) ไดอ้ ย่าง มปี ระสทิ ธิภาพ
3) ประสานความร่วมมือหน่วยงาน องค์กร หรือภาคส่วนต่าง ๆ ที่มีแหล่งเรียนรู้อื่น ๆ เพ่ือส่งเสริม
การจดั การศึกษาตามอัธยาศัยให้มีรูปแบบที่หลากหลาย และตอบสนองความต้องการของประชาชน
เชน่ พิพิธภัณฑ์ ศูนย์เรยี นรู้ แหล่งโบราณคดี วัด ศาสนาสถาน ห้องสมุด รวมถงึ ภมู ิปัญญาทอ้ งถน่ิ เป็น
ตน้
2. ด้านหลักสูตร สือรูปแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้ การวัดและประเมินผลงานบริการ ทาง
วชิ าการ และการประกนั คณุ ภาพการศึกษา
2.1 สง่ เสรมิ การพฒั นาหลกั สตู ร รูปแบบการจดั กระบวนการเรียนรู้และกิจกรรมเพ่ือส่งเสริม
การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยที่หลากหลาย ทันสมัย รวมถึงการพัฒนาหลักสูตร
ฐานสมรรถนะ และ หลักสูตรท้องถ่ินท่ีสอดคล้องกับสภาพบริบทของพื้นที่และความต้องการของ
กลมุ่ เปา้ หมายและชมุ ชน
2.2 สง่ เสรมิ การพัฒนาสอ่ื แบบเรียน ส่ืออิเล็กทรอนิกส์และส่ืออ่ืน ๆ ท่ีเอ้ือต่อการเรียนรู้ของ
ผู้เรยี น กลุ่มเป้าหมายทว่ั ไปและกลมุ่ เปา้ หมายพิเศษ เพ่ือให้ผเู้ รียนสามารถเรียนรไู้ ดท้ ุกที่ ทกุ เวลา
2.3 พัฒนารปู แบบการจดั การศึกษาทางไกลใหม้ คี วามทันสมยั หลากหลายช่องทางการเรียนรู้
ด้วยระบบห้องเรยี นและการควบคุมการสอบรูปแบบออนไลน์
2.4 พัฒนาระบบการประเมินเพ่ือเทียบระดับการศึกษา และการเทียบโอนความรู้และ
ประสบการณ์ เพ่ือใหม้ ีคณุ ภาพ มาตรฐาน และสามารถตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายได้
อย่างมีประสิทธิภาพ รวมท้ัง มกี ารประชาสัมพันธ์ให้สาธารณชนได้รับรู้และสามารถเข้าถึงระบบการ
ประเมินได้
2.5 พฒั นาระบบการวดั และประเมินผลการศกึ ษานอกระบบทุกหลกั สูตร โดยเฉพาะหลักสูตร
ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานให้ได้มาตรฐานโดยการนาแบบทดสอบกลาง และระบบการสอบ
อิเลก็ ทรอนิกส์ (e-Exam) มาใชอ้ ย่างมีประสทิ ธภิ าพ
11
2.6 ส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาวิจัยเพ่ือพัฒนาหลักสูตร รูปแบบการจัดกระบวนการ
เรยี นรู้ การ วดั และประเมินผล และเผยแพร่รูปแบบการจัด ส่งเสริม และสนับสนุนการจัดการศึกษา
นอกระบบและการศึกษา ตามอัธยาศัย รวมท้ังให้มีการนาไปสู่การปฏิบัติอย่างกว้างขวางและมีการ
พฒั นาใหเ้ หมาะสมกบั บรบิ ทอยา่ งต่อเน่อื ง
2.7 พัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาให้ได้มาตรฐาน มีการพัฒนาระบบการ
ประกัน คณุ ภาพภายในท่สี อดคล้องกบั บริบทและภารกิจของ กศน. มากขึน้ เพ่อื พรอ้ มรับการประเมิน
คุณภาพภายนอก โดยพฒั นาบุคลากรให้มีความรู้ ความเข้าใจ ตระหนักถึงความสาคัญของระบบการ
ประกนั คุณภาพ และสามารถ ดาเนนิ การประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษาได้อย่างต่อเน่ืองโดย
ใช้การประเมินภายในด้วยตนเอง และจัดให้มี ระบบสถานศึกษาพี่เลี้ยงเข้าไปสนับสนุนอย่างใกล้ชิด
สาหรบั สถานศึกษาท่ยี งั ไมไ่ ด้เขา้ รบั การประเมินคณุ ภาพ ภายนอก ให้พัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา
ให้ไดค้ ณุ ภาพตามมาตรฐานทีก่ าหนด
3. ดา้ นเทคโนโลยเี พอ่ื การศกึ ษา
3.1 ผลิตและพัฒนารายการวิทยุและรายการโทรทัศน์เพ่ือการศึกษาเพื่อให้เชื่อมโยงและ
ตอบสนอง ต่อการจัดกิจกรรมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยของสถานศึกษาเพื่อ
กระจายโอกาสทางการศึกษา สาหรับกลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ ให้มีทางเลือกในการเรียนรู้ที่หลากหลาย
และมีคุณภาพ สามารถพัฒนาตนเองให้รู้เท่าทัน สื่อและเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการสื่อสาร เช่น
รายการพฒั นาอาชพี เพื่อการมีงานทา รายการติวเข้มเติมเต็มความรู้ รายการ รายการทากินก็ได้ ทา
ขายก็ดี ฯลฯ เผยแพร่ทางสถานีวิทยุศึกษา สถานีวิทยุโทรทัศน์เพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ
(ETV) และทางอินเทอร์เน็ต
3.2 พฒั นาการเผยแพร่การจดั การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยโดยผ่านระบบ
เทคโนโลยีดิจิทัล และช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ เช่น Youtube Facebook หรือ Application อื่น ๆ
เพื่อส่งเสริม ใหค้ รู กศน. นาเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการสร้างกระบวนการเรียนรู้ด้วยตนเอง (Do It
Yourself : DIY)
3.3 พัฒนาสถานีวิทยุศึกษาและสถานีโทรทัศน์เพ่ือการศึกษาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
และการออกอากาศให้กลุ่มเป้าหมายสามารถใช้เป็นช่องทางการเรียนรู้ท่ีมีคุณภาพได้อย่างต่อเน่ือง
ตลอดชีวติ โดยขยายเครอื ขา่ ยการรบั ฟงั ใหส้ ามารถรับฟงั ได้ทกุ ที่ ทุกเวลา ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ
และเพิ่มช่องทาง ให้สามารถรับชมรายการโทรทัศน์ได้ทั้งระบบ Ku - Band C - Band Digital TV
และทางอินเทอร์เน็ต พร้อมท่ีจะ รองรับการพัฒนาเป็นสถานีวิทยุโทรทัศน์เพ่ือการศึกษาสาธารณะ
(Free ETV)
3.4 พัฒนาระบบการให้บริการส่ือเทคโนโลยีเพ่ือการศึกษาเพ่ือให้ได้หลายช่องทางทั้งทาง
อินเทอร์เน็ต และรูปแบบอ่ืน ๆ อาทิ Application บนโทรศัพท์เคลื่อนท่ี และ Tablet รวมทั้งส่ือ
Offline ในรูปแบบ ต่าง ๆ เพ่ือให้กลุ่มเป้าหมายสามารถเลือกใช้บริการเพ่ือเข้าถึงโอกาสทางการ
ศึกษาและการเรียนรู้ไดต้ ามความต้องการ
12
3.5 สารวจ วจิ ยั ติดตามประเมนิ ผลดา้ นการใชส้ อื่ เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาอย่างต่อเน่ืองเพื่อ
นาผล มาใชใ้ นการพัฒนางานใหม้ ีความถูกต้อง ทนั สมยั และสามารถส่งเสริมการศึกษาและการเรียนรู้
ตลอดชวี ิต ของประชาชนไดอ้ ย่างแท้จริง
4. ด้านโครงการอันเน่ืองมาจากพระราชดาริ หรือโครงการอันเกี่ยวเน่ืองจากราชวงศ์
4.1 สง่ เสริมและสนับสนนุ การดาเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดาริหรือโครงการ
อนั เกี่ยวเน่ืองจากราชวงศ์
4.2 จัดทาฐานข้อมูลโครงการและกิจกรรมของ กศน.ท่ีสนองงานโครงการอันเน่ืองมาจาก
พระราชดาริหรือโครงการอันเก่ียวเนื่องจากราชวงศ์เพื่อนาไปใช้ในการวางแผน การติดตาม
ประเมินผลและการ พฒั นางานได้อย่างมปี ระสิทธภิ าพ
4.3 ส่งเสริมการสร้างเครือข่ายการดาเนินงานเพ่ือสนับสนุนโครงการอันเนื่องมาจาก
พระราชดาริ เพอ่ื ให้เกิดความเข้มแขง็ ในการจดั การศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั
4.4 พัฒนาศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง”เพ่ือให้มีความพร้อมในการจัด
การศกึ ษา นอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั ตามบทบาทหน้าทท่ี ี่กาหนดไว้อย่างมปี ระสิทธภิ าพ
4.5 จดั และส่งเสรมิ การเรยี นรตู้ ลอดชวี ิตใหส้ อดคล้องกบั วถิ ชี วี ติ ของประชาชนบนพืน้ ท่ีสูง ถ่ิน
ทุรกนั ดาร และพืน้ ทชี่ ายขอบ
5. ด้านการศกึ ษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ พน้ื ท่เี ขตเศรษฐกจิ พเิ ศษและพ้นื ท่ีบริเวณ ชายแดน
5.1 พัฒนาการจัดการศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั ในจังหวัดชายแดนภาคใต้
1) จัดและพัฒนาหลักสูตร และกิจกรรมส่งเสริมการศึกษาและการเรียนรู้ที่ตอบสนอง
ปัญหา และความต้องการของกล่มุ เปา้ หมายรวมท้ังอตั ลกั ษณแ์ ละความเปน็ พหวุ ฒั นธรรมของพืน้ ที่
2) พัฒนาคุณภาพการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างเข้มข้นและ
ตอ่ เน่อื งเพื่อให้ ผเู้ รียนสามารถนาความร้ทู ่ไี ด้รบั ไปใชป้ ระโยชนไ์ ดจ้ ริง
3) ให้หน่วยงานและสถานศึกษาจัดให้มีมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยแก่บุคลากร
และ นักศกึ ษา กศน.ตลอดจนผูม้ าใช้บรกิ ารอยา่ งทัว่ ถงึ
5.2 พัฒนาการจดั การศึกษาแบบบรู ณาการในเขตพฒั นาเศรษฐกิจพเิ ศษ
1) ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดทาแผนการศึกษาตาม
ยทุ ธศาสตร์ และบรบิ ทของแตล่ ะจังหวดั ในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพเิ ศษ
2) จัดทาหลักสูตรการศึกษาตามบริบทของพื้นท่ี โดยเน้นสาขาท่ีเป็นความต้องการของ
ตลาด ใหเ้ กิดการพัฒนาอาชพี ได้ตรงตามความตอ้ งการของพนื้ ท่ี
5.3 จัดการศึกษาเพ่ือความมั่นคงของศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพราษฎรไทยบริเวณชายแดน
(ศฝช.)
1) พัฒนาศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพราษฎรไทยบริเวณชายแดน เพื่อให้เป็นศูนย์ฝึกและ
สาธิต การประกอบอาชีพด้านเกษตรกรรม และศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบการจัดกิจกรรมตามแนว
13
พระราชดาริปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง สาหรับประชาชนตามแนวชายแดนด้วยวิธีการเรียนรู้ท่ี
หลากหลาย
2) มุ่งจัดและพัฒนาการศึกษาอาชีพโดยใช้วิธีการหลากหลายใช้รูปแบบเชิงรุกเพื่อการ
เขา้ ถึง กลมุ่ เป้าหมาย เช่น การจดั มหกรรมอาชีพ การประสานความรว่ มมือกับเครือข่าย การจัดอบรม
แกนนาด้านอาชีพ ท่ีเน้นเร่ืองเกษตรธรรมชาติท่ีสอดคล้องกับบริบทของชุมชนชายแดน ให้แก่
ประชาชนตามแนวชายแดน
6. ดา้ นบคุ ลากรระบบการบรหิ ารจดั การ และการมสี ว่ นรว่ มของทกุ ภาคสว่ น
6.1 การพฒั นาบคุ ลากร
1) พัฒนาบุคลากรทุกระดับทุกประเภทให้มีสมรรถนะสูงขึ้นอย่างต่อเน่ือง ทั้งก่อนและ
ระหว่าง การดารงตาแหน่งเพื่อให้มีเจตคติที่ดีในการปฏิบัติงานให้มีความรู้และทักษะตามมาตรฐาน
ตาแหน่ง ให้ตรงกับสายงาน ความชานาญ และความต้องการของบุคลากรสามารถปฏิบัติงานและ
บริหารจัดการการดาเนินงานของหน่วยงานและ สถานศึกษาไดอ้ ย่างมีประสิทธิภาพรวมท้ังส่งเสริมให้
ข้าราชการในสังกัดพัฒนาตนเองเพ่ือเล่ือนตาแหน่ง หรือเลื่อนวิทยฐานะโดยเน้นการประเมินวิทย
ฐานะเชงิ ประจักษ์
2) พัฒนาศึกษานิเทศก์ กศน. ให้มีสมรรถนะท่ีจาเป็นครบถ้วน มีความเป็นมืออาชีพ
สามารถ ปฏิบัติการนิเทศได้อย่างมีศักยภาพ เพ่ือร่วมยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษานอกระบบ
และการศกึ ษา ตามอัธยาศยั ในสถานศกึ ษา
3) พัฒนาหัวหน้า กศน.ตาบล/แขวงให้มีสมรรถนะสูงขึ้น เพ่ือการบริหารจัดการ กศน.
ตาบล/แขวง และการปฏิบัติงานตามบทบาทภารกิจอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นการเป็นนักจัดการ
ความรู้และผู้อานวย ความสะดวกในการเรียนรู้เพ่ือให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพอย่าง
แทจ้ รงิ
4) พัฒนาครู กศน. และบุคลากรท่ีเก่ียวข้องกับการจัดการศึกษาให้สามารถจัดรูปแบบ
การเรียนรู้ ได้อยา่ งมีคณุ ภาพโดยส่งเสริมให้มีความรู้ความสามารถในการจัดทาแผนการสอน การจัด
กระบวนการเรยี นรู้ การวดั และประเมนิ ผล และการวจิ ัยเบ้ืองต้น
5) พัฒนาศักยภาพบุคลากร ที่รับผิดชอบการบริการการศึกษาและการเรียนรู้ ให้มี
ความรู้ ความสามารถและมีความเป็นมืออาชีพในการจัดบริการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตของ
ประชาชน
6) สง่ เสรมิ ให้คณะกรรมการ กศน. ทกุ ระดับ และคณะกรรมการสถานศึกษา มีส่วนร่วม
ในการ บริหารการดาเนนิ งานตามบทบาทภารกิจของ กศน.อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ
7) พัฒนาอาสาสมัคร กศน. ให้สามารถทาหน้าท่ีสนับสนุนการจัดการศึกษานอกระบบ
และ การศกึ ษาตามอธั ยาศัยได้อย่างมปี ระสิทธภิ าพ
8) พัฒนาสมรรถนะและเสริมสรา้ งความสัมพันธร์ ะหวา่ งบคุ ลากรรวมท้ังภาคีเครือข่ายท้ัง
ใน และต่างประเทศในทกุ ระดับ โดยจดั ให้มีกิจกรรมเพอ่ื เสรมิ สรา้ งสัมพันธภาพและเพิ่มประสิทธิภาพ
14
ในการทางาน ร่วมกันในรูปแบบท่ีหลากหลายอย่างต่อเนื่องอาทิ การแข่งขันกีฬา การอบรมเชิง
ปฏบิ ัติการพฒั นาประสทิ ธภิ าพ ในการทางาน
6.2 การพฒั นาโครงสร้างพนื้ ฐานและอัตรากาลงั
1) จัดทาแผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและดาเนินการปรับปรุงสถานท่ีและวัสดุ
อุปกรณ์ ใหม้ ี ความพรอ้ มในการจดั การศึกษาและการเรยี นรู้
2) สรรหา บรรจุ แต่งต้ัง และบริหารอัตรากาลังที่มีอยู่ทั้งในส่วนที่เป็นข้าราชการ
พนักงานราชการ และลูกจา้ ง ใหเ้ ปน็ ไปตามโครงสรา้ งการบริหารและกรอบอัตรากาลัง รวมท้ังรองรับ
กบั บทบาทภารกจิ ตามท่ีกาหนดไว้ ใหเ้ กดิ ประสทิ ธภิ าพสูงสุดในการปฏิบตั ิงาน
3) แสวงหาความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนในการระดมทรัพยากรเพ่ือ
นามาใช้ ในการปรบั ปรุงโครงสร้างพืน้ ฐานใหม้ ีความพร้อมสาหรบั ดาเนินกจิ กรรมการศึกษานอกระบบ
และการศกึ ษา ตามอัธยาศยั และการส่งเสรมิ การเรยี นรูส้ าหรบั ประชาชน
6.3 การพฒั นาระบบบริหารจดั การ
1) พัฒนาระบบฐานข้อมูลให้มีความครบถ้วน ถูกต้อง ทันสมัย และเชื่อมโยงกันท่ัว
ประเทศ อย่างเป็นระบบเพ่ือให้หน่วยงานและสถานศึกษาในสังกัดสามารถนาไปใช้เป็นเครื่องมือ
สาคญั ในการบริหาร การวางแผน การปฏบิ ตั ิงาน การติดตามประเมินผล รวมทั้งจัดบริการการศึกษา
นอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัย อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ
2) เพ่มิ ประสิทธิภาพการบริหารจัดการงบประมาณ โดยพัฒนาระบบการกากับ ควบคุม
และเร่งรัด การเบกิ จ่ายงบประมาณให้เป็นตามเปา้ หมายท่ีกาหนดไว้
3) พัฒนาระบบฐานข้อมูลรวมของนักศึกษา กศน. ให้มีความครบถ้วน ถูกต้อง ทันสมัย
และ เชื่อมโยงกันทวั่ ประเทศ สามารถสืบคน้ และสอบทานได้ทันความตอ้ งการเพื่อประโยชน์ในการจัด
การศึกษาให้กบั ผู้เรียนและการบริหารจดั การอยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ
4) ส่งเสริมให้มีการจัดการความรู้ในหน่วยงานและสถานศึกษาทุกระดับ รวมท้ัง
การศึกษาวิจัย เพื่อสามารถนามาใช้ในการพัฒนาประสิทธิภาพการดาเนินงานที่สอดคล้องกับความ
ตอ้ งการของประชาชน และชุมชนพรอ้ มทั้งพัฒนาขีดความสามารถเชิงการแข่งขันของหน่วยงานและ
สถานศึกษา
5) สรา้ งความร่วมมือของภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาสังคมทั้ง
ในประเทศ และต่างประเทศ รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของชุมชนเพ่ือสร้างความ
เข้าใจ และให้เกิดความร่วมมือ ในการส่งเสริม สนับสนุน และจัดการศึกษาและการเรียนรู้ให้กับ
ประชาชนอยา่ งมคี ุณภาพ
6) ส่งเสริมการใช้ระบบสานักงานอิเล็กทรอนิกส์ (e-office) ในการบริหารจัดการ เช่น
ระบบการ ลา ระบบสารบรรณอเิ ล็กทรอนิกส์ ระบบการขอใช้รถราชการ ระบบการขอใช้ห้องประชุม
เป็นตน้
15
7) พัฒนาและปรับระบบวิธีการปฏิบัติราชการให้ทันสมัย มีความโปร่งใส ปลอดการ
ทุจริต และประพฤติมิชอบ บริหารจัดการบนข้อมูลและหลักฐานเชิงประจักษ์ มุ่งผลสัมฤทธิ์มีความ
โปรง่ ใส
6.4 การกากับ นิเทศตดิ ตามประเมิน และรายงานผล
1) สร้างกลไกการกากับ นิเทศ ติดตาม ประเมิน และรายงานผลการดาเนินงาน
การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยให้เช่ือมโยงกับหน่วยงาน สถานศึกษา และภาคี
เครือข่ายทัง้ ระบบ
2) ให้หน่วยงานและสถานศึกษาท่ีเก่ียวข้องทุกระดับ พัฒนาระบบกลไกการกากับ
ตดิ ตามและ รายงานผลการนานโยบายสู่การปฏิบัติ ใหส้ ามารถตอบสนองการดาเนินงานตามนโยบาย
ในแตล่ ะเรือ่ งได้อย่างมี ประสทิ ธภิ าพ
3) ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และส่ืออ่ืน ๆ ที่เหมาะสม เพ่ือ
การกากับ นิเทศ ตดิ ตาม ประเมินผล และรายงานผลอย่างมปี ระสิทธภิ าพ
4) พัฒนากลไกการติดตามประเมินผลการปฏิบัติราชการตามคารับรองการปฏิบัติ
ราชการประจาปี ของหน่วยงาน สถานศึกษา เพ่ือการรายงานผลตามตัวช้ีวัดในคารับรองการปฏิบัติ
ราชการประจาปี ของสานักงาน กศน.ให้ดาเนนิ ไปอย่างมีประสิทธภิ าพ เปน็ ไปตามเกณฑ์ วิธีการ และ
ระยะเวลาทก่ี าหนด
5) ให้มีการเชื่อมโยงระบบการนิเทศในทุกระดับ ทั้งหน่วยงานภายในและภายนอก
องค์กร ต้ังแต่ ส่วนกลาง ภูมิภาค กลุ่มจังหวัด จังหวัด อาเภอ/เขต และตาบล/แขวง เพ่ือความเป็น
เอกภาพในการใช้ขอ้ มลู และการพฒั นางานการศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศัย
2. การจัดทาแผนการเรียนรู้หรอื แผนการสอน
ความหมายของแผนการสอน
แผนการสอน คือ การนาวิชาหรือกลุ่มประสบการณ์ท่ีต้องทาการสอน ตลอดภาคเรียนมา
สร้างเป็นแผนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน การใช้สื่อ อุปกรณ์การสอน การวัดและการ
ประเมนิ ผล สาหรบั เน้ือหาสาระและจดุ ประสงคก์ ารเรียนการสอนยอ่ ยๆ ให้สอดคล้องกับวัตถุ
ประสงค์หรือจุดเนน้ ของหลกั สูตร สภาพผูเ้ รียน ความพร้อมของโรงเรียนในด้านวัสดุอุปกรณ์ และตรง
กับชีวิตจริงในท้องถ่ิน ซ่ึงถ้ากล่าวอีกนัยหน่ึง แผนการสอนคือ การเตรียมการสอนเป็นลายลักษณ์
อกั ษรไว้ล่วงหนา้ หรือ คอื การบันทกึ การสอนตามปกตินัน่ เอง (กรมวชิ าการ. 2545 : 3)
นิคม ชมภูหลง (2545 : 180) ให้ความหมายของแผนการสอนว่า แผนการสอน หมายถึง
แผนการหรือโครงการที่จดั ทาเปน็ ลายลกั ษณ์อักษร เพือ่ ใชใ้ นการปฏิบัตกิ ารสอนในรายวิชาใดวิชาหน่ึง
เป็นการเตรยี มการสอนอย่างมีระบบและเป็นเครื่องมือช่วยให้ครูพัฒนาการจัดการเรียนการสอนไปสู่
จุดประสงค์และจดุ มงุ่ หมายของหลกั สูตรได้อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ
ภพ เลาหไพฑูรย์ (2540 : 357) ให้ความหมายของแผนการสอนว่าแผนการสอน หมายถึง
ลาดับข้ันตอนและกิจกรรมทั้งหมดของผู้สอนและผู้เรียน ท่ีผู้สอนกาหนดไว้เป็นแนวทางในการจัด
สถานการณใ์ ห้ผเู้ รยี นเปล่ียนพฤตกิ รรมไปตามวตั ถุประสงค์
16
วัฒนาพร ระงับทุกข์ (2542 : 1) ให้ความหมายของแผนการสอนว่าแผนการสอน หมายถึง
แผนการหรอื โครงการท่จี ัดทาเป็นลายลักษณอ์ กั ษร เพือ่ ใชใ้ นการปฏบิ ัตกิ ารสอนในรายวิชาใดวิชาหนึ่ง
เป็นการเตรยี มการสอนอยา่ งมีระบบและเปน็ เคร่อื งมอื ท่ีชว่ ยให้ครูพัฒนาการจดั การเรียนการสอนไปสู่
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ และจุดหมายของหลักสูตรได้อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ
สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาแหง่ ชาติ (2543 : 133) ให้ความหมายของแผนการสอนว่า
หมายถงึ การวางแผนจดั กจิ กรรมการเรียนการสอนเพ่ือเป็นแนวดาเนินการจัดกิจกรรมการเรียนการ
สอนแต่ละครั้งโดยกาหนดสาระสาคัญ จุดประสงค์ เน้ือหา กิจกรรมการเรียนการสอนสื่อ ตลอดจน
การวัดผลและการประเมนิ ผล
สถาบันพัฒนาความก้าวหน้า (2545 : 69) ไดใ้ ห้ความหมายของแผนการจัดการเรียนรู้ว่าเป็นแผนงาน
หรอื โครงการทค่ี รผู สู้ อนไดเ้ ตรียมการจดั การเรียนรูไ้ ว้ลว่ งหน้าเป็นลายลักษณ์อักษร เพ่ือใช้ปฏิบัติการ
เรยี นรู้ในรายวิชาใดวชิ าหน่ึงอย่างเป็นระบบระเบียบ โดยใช้เป็นเคร่ืองมือสาหรับจัดการเรียนรู้เพ่ือนา
ผู้เรยี นไปสู่จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรูแ้ ละจุดหมายของหลกั สูตรอย่างมปี ระสิทธิภาพ
กรมวิชาการ (2545 : 73) ได้ให้ความหมายของแผนการจัดการเรียนรู้ คือผลของการ
เตรียมการวางแผนการจดั การเรยี นการสอนอยา่ งเป็นระบบโดยนาสาระและมาตรฐานการเรียนรู้
คาอธิบายรายวิชา และกระบวนการเรียนรู้ โดยเขยี นเปน็ แผนการจดั การเรียนรใู้ หเ้ ปน็ ไปตามศักยภาพ
ของผเู้ รียน
สรุปว่า แผนการสอนคือ การวางแผนการจัดกิจกรรมเป็นลายลักษณ์อักษรไว้ล่วงหน้าอย่าง
ละเอยี ด เพอื่ เปน็ แนวทางในการจัดกจิ กรรมการเรยี นการสอน ซ่งึ มีเน้อื หา กิจกรรมการเรียนการสอน
ส่อื การสอน และวิธีวัดผลประเมินผลทชี่ ดั เจน
ความสาคญั ของแผนการจดั การเรยี นรู้
สพุ ล วงั สินธ์ (2536 : 5–6) กล่าวว่า แผนการจัดการเรียนรู้เป็นกุญแจดอกสาคัญที่ทาให้การ
เรียนการสอนมปี ระสิทธภิ าพมากข้ึนซึง่ สรุปความไว้ ดงั นี้
1. ทาให้เกิดการวางแผนวิธเี รยี นที่ดี ผสมผสานความรู้และจติ วิทยาการศึกษา
2. ชว่ ยใหค้ รมู คี ู่มอื การสอนทีท่ าด้วยตนเองล่วงหน้ามคี วามม่ันใจในการสอน
3. ส่งเสริมให้ครูมีความรู้ความเขา้ ใจในด้านของหลักสตู ร วิธสี อนการวดั ผลและประเมินผล
4. เป็นคมู่ ือสาหรบั ผ้มู าสอนแทน
5. เปน็ หลกั ฐานแสดงข้อมูลท่ีถกู ต้องเทย่ี งตรง เปน็ ประโยชนต์ อ่ วงการศึกษา
6. เป็นผลงานทางวิชาการแสดงความชานาญความเชี่ยวชาญของผู้ทาลักษณะท่ีดีของ
แผนการจัดการเรยี นรู้
สมนกึ ภทั ทิยธนี (2546 : 5) ไดก้ ล่าวถึงลักษณะท่ีดีของแผนต้องมขี น้ั ตอน ดงั น้ี
1. เน้อื หาต้องเขียนเป็นรายคาบ หรือรายชวั่ โมงตารางสอน โดยเขียนใหส้ อดคลอ้ งกับชื่อเรื่อง
ให้อยใู่ นโครงการสอน และเขียนเฉพาะเนือ้ หาสาระสาคัญพอสังเขป (ไม่ควรบันทึกแผนการสอนอย่าง
ละเอียดมาก ๆ เพราะจะทาให้เกดิ ความเบ่อื หน่าย)
2. ความคิดรวบยอด (Concept) หรือหลกั การสาคญั ต้องเขียนให้ตรงกับเนือ้ หาที่
จะสอนส่วนนี้ถือว่าเป็นหัวใจของเร่ืองครูต้องทาความเข้าใจในเน้ือหาท่ีจะสอนจนสามารถเขียน
ความคิดรวบยอดได้อย่างมคี ุณภาพ
17
3. จดุ ประสงค์เชงิ พฤตกิ รรม ตอ้ งเขยี นใหส้ อดคลอ้ ง กลมกลนื กับความคิดรวบยอด มิใช่เขียน
ตามอาเภอใจไม่ใชเ่ ขยี นสอดคลอ้ งเฉพาะเนอ้ื หาทจ่ี ะสอนเทา่ นนั้ เพราะจะได้เฉพาะ
พฤตกิ รรมที่เกยี่ วกบั ความร้คู วามจา สมองหรือการพฒั นาของนักเรียนจะไมไ่ ด้รับการพฒั นาเทา่ ท่ีควร
4. กิจกรรมการเรียนการสอน โดยยึดเทคนิคการสอนต่างๆ ท่ีจะช่วยให้นักเรียนเกิ ดการ
เรียนรู้
5. ส่อื ทใ่ี ช้ควรเลอื กให้สอดคล้องกบั เนือ้ หา ส่ือดงั กล่าวต้องช่วยให้นักเรียนเกิดความเข้าใจใน
หลักการไดง้ ่าย
6. วัดผลโดยคานงึ ถึงเน้ือหา ความคิดรวบยอด จุดประสงค์เชิงพฤติกรรมและช่วงที่ทาการวัด
(ก่อนเรยี น ระหวา่ งเรยี น หลงั เรยี น) เพ่อื ตรวจสอบว่าการสอนของครูบรรลุจุดมุ่งหมายที่ต้ังไว้หรือไม่
ประโยชน์ของแผนการจัดการเรยี นรู้
ถ้าครูได้ทาแผนการสอนและใช้แผนการสอนท่ีจัดทาข้ึน เพื่อนาไปใช้สอนในคราวต่อไป
แผนการสอนดังกล่าวจะเกิดประโยชน์ดังนี้ (สานักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ.
2544 : 134)
1. ครรู ู้วตั ถปุ ระสงค์ของการสอน
2. ครจู ัดกจิ กรรมการเรยี นการสอนดว้ ยความมนั่ ใจ
3. ครจู ดั กิจกรรมการเรียนการสอนไดเ้ หมาะสมกับวยั ของผเู้ รียน
4. ครูจัดกิจกรรมการเรยี นการสอนไดอ้ ย่างมีคณุ ภาพ
5. ถ้าครปู ระจาชน้ั ไม่ไดส้ อน ครูทมี่ าทาการสอนแทนสามารถสอนแทนไดต้ าม
จดุ ประสงคท์ ี่กาหนด
การวางแผนการจัดการเรียนรู้
การวางแผนการจัดการเรยี นรู้ หมายถึง การตีความหมายของหลักสูตร และการกาหนด
รายละเอยี ดของหลกั สูตรทจี่ ะต้องนามาจัดการเรยี นการสอน ใหแ้ กผ่ ูเ้ รยี น ผลจากการวางแผนจะได้
ค่มู อื ที่ใชเ้ ปน็ แนวทาง เรยี กว่ากาหนดการสอน ประกอบด้วยกิจกรรม ดังน้ี (สานักงานคณะกรรมการ
การประถมศึกษาแห่งชาติ. 2544 : 2 – 7)
1. ศกึ ษาวิเคราะห์หลกั สูตร ได้แก่ หลักการ จุดหมาย โครงสรา้ ง เวลาเรียนแนว
ดาเนินการในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้ตอบสนองจุดประสงค์การเรียนรู้ และจุดมุ่งหมาย
ของหลกั สูตร การวัดและการประเมินการเรียน คาอธบิ ายในแต่ละกลุ่มประสบการณ์ ซ่ึงระบุเนื้อหาท่ี
ต้องใหน้ กั เรยี นได้เรียน ตามลาดับขั้นตอนกระบวนการท่ีต้องให้นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติ และจุดประสงค์
การเรียนรู้ท่ีตอ้ งการใหเ้ กดิ การเรียนรู้
2. ศึกษาความสอดคลอ้ งสมั พันธ์กนั กับองคป์ ระกอบแต่ละสว่ นของหลกั สตู ร
3. ลาดับความคิดรวบยอดที่จัดให้นักเรียนแต่ละระดับช้ันได้เรียนรู้ก่อนหลัง โดยพิจารณา
ขอบข่ายเนอื้ หา และกิจกรรมทก่ี าหนดไวใ้ นคาอธิบายรายวชิ า
4. กาหนดผลท่ีต้องการใหเ้ กิดกบั นกั เรยี น เมอ่ื ไดเ้ รียนร้คู วามคิดรวบยอดแตล่ ะเรอ่ื งแลว้
5. กาหนดกจิ กรรมการเรยี นการสอนตามลาดับข้นั ตอนทีก่ าหนดไว้ในคาอธิบายรายวิชา หรือ
อาจพิจารณาจากกจิ กรรมทีเ่ หมาสมกับเน้อื หาสาระ
18
6. กาหนดเวลาเรียนให้เหมาะสมกับขอบข่ายเน้ือหาสาระหรือความคิดรวบยอดจุดประสงค์
การเรยี นรู้และกจิ กรรมทก่ี าหนดไว้
7. รวบรวมรายละเอียดตามกิจกรรมข้อ 1 – 6 จัดทาเป็นเอกสารที่เรียกว่ากาหนดการสอน
หรือแนวการจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอน ใช้เป็นแนวทางในการเตรยี มแผนการสอนต่อไป
การเตรยี มการสอนและการปฏบิ ัติการสอน
การเตรยี มการสอนเรมิ่ ดว้ ยการจดั ทาแผนการสอน ซึง่ เปน็ ผลมาจากการวางแผน มาสร้าง
เป็นแผนการสอนย่อยๆ องค์ประกอบที่สาคัญของแผนการสอน ควรมีดังนี้ (สาลี รักสุทธี และคณะ.
2541 : 7)
1. สาระสาคญั
2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
3. เนอ้ื หา
4. กิจกรรมการเรยี นการสอน
5. สือ่ การเรยี นการสอน
6. การวัดและประเมนิ ผลการเรยี น
รายละเอียดแผนการเรยี นรู้
แผนการเรียนรู้ (Lesson Plan) ประกอบด้วย 9 หัวข้อ โดยการบูรณาการของหน่วย
ศึกษานเิ ทศก์ (สาลี รักสุทธี และคณะ. 2541 : 136 – 137)
1. สาระสาคัญ (Concept) เป็นความคิดรวบยอดหรือหลกั การของเรื่องหน่ึงท่ีต้องการให้เกิด
กบั นกั เรียน เมือ่ เรยี นตามแผนกาสอนแล้ว
2. จุดประสงค์การเรียนรู้ (Learning Objective) เป็นการกาหนดจุดประสงค์ท่ีต้องการให้
เกิดกบั ผู้เรียน เม่อื เรยี นจบตามแผนการสอนแลว้
3. เน้ือหา (Content) เป็นเนือ้ หาท่จี ัดกจิ กรรมและตอ้ งการใหน้ กั เรยี นเกดิ การเรียนรู้
4. กิจกรรมการเรียนการสอน (Instructional Activities) เป็นการสอนข้ันตอนหรือ
กระบวนการจัดกจิ กรรมการเรียนการสอน ซง่ึ นาไปส่จู ดุ ประสงค์ทกี่ าหนด
5. สื่อและอุปกรณ์ (Instructional Media) เป็นสื่อ และอุปกรณ์ท่ีใช้ในกิจกรรม การเรียน
การสอน ทกี่ าหนดไว้ในแผนการสอน
6. การวัดผลและประเมินผล (Measurement and Evaluation) เป็นการกาหนด ขั้นตอน
หรือวิธกี ารวดั และประเมนิ ผล ว่านักเรียนบรรลจุ ุดประสงคต์ ามทีร่ ะบไุ วใ้ นกิจกรรมการเรียน การสอน
แยกเป็นกอ่ นสอน ระหว่างสอน และหลงั สอน
7. กิจกรรมเสนอแนะ เปน็ กิจกรรมทบ่ี ันทึกการตรวจแผนการสอน
8. ข้อเสนอแนะของผบู้ ังคบั บัญชา เปน็ การบนั ทกึ ตรวจแผนการสอนเพื่อเสนอ แนะหลังจาก
ได้ตรวจสอบความถูกต้อง การกาหนดรายละเอยี ดในหัวขอ้ ตา่ งๆ ในแผนการสอน
9. บนั ทึกการสอน เป็นการบันทึกของผู้สอน หลังจากนาแผนการสอนไปใช้แล้ว เพ่ือเป็นการ
ปรบั ปรุงและใชใ้ นคราวตอ่ ไป มี 3 หัวขอ้ คือ
19
9.1 ผลการเรยี น เป็นการบันทกึ ผลการเรียนด้านสุขภาพและปริมาณทัง้ 3 ด้าน คือด้านพุทธิ
พสิ ัย จติ พิสัย และทกั ษะพิสยั ซึง่ กาหนดในขั้นกจิ กรรมการเรียนการสอนและการประเมนิ
9.2 ปัญหาและอุปสรรค เปน็ การบนั ทกึ ปัญหาและอุปสรรคที่เกดิ ขึน้ ในขณะสอน กอ่ นสอน
และหลงั ทาการสอน
9.3 ข้อเสนอแนะ / แนวทางแก้ไข เป็นการบันทึกข้อเสนอแนะเพ่อื แกไ้ ขปรับปรงุ การเรยี น
การสอน ใหเ้ กดิ การเรยี นรู้ บรรลุจุดประสงค์ของบทเรียนท่หี ลักสูตรกาหนดรูปแบบของแผนการ
เรยี นรู้
20
บทท่ี 3
วธิ ดี าเนนิ งาน
ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอพานทอง ได้ดาเนินการจัด
โครงการประชุมเชงิ ปฏิบัติการพฒั นาแผนการจดั การเรียนรใู้ นยุคดิจิทัล โดยมวี ัตถุประสงค์เพื่อให้สถานศึกษา
มีแผนการสอนรายภาคและแผนการสอนรายสัปดาห์ที่มีคุณภาพสามารถนาไปใช้จัดการเรียนการสอนได้และ
สามารถการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ตรงตามหลักสูตรและบรรลุผลอย่างมีประสิทธิภาพ มีขั้นตอนการ
ดาเนนิ งาน โดยมขี ้นั ตอนดังน้ี
รายการ การดาเนนิ งาน
การวางแผน (Plan)
1. สารวจความต้องการของกลุ่มเปา้ หมายตามยุทธศาสตร์และจดุ เน้นการดาเนนิ งาน
การปฏิบัติ (Do) การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัย
2. เขียนแผนเพ่ือขออนมุ ัตใิ นการจัดโครงการ
การตรวจสอบ/ประเมินผล (Check) 3. ประชมุ ผทู้ ีเ่ ก่ยี วข้องในการจดั โครงการตามยุทธศาสตร์ และจดุ เน้นการดาเนนิ งาน
แนวทางการนาผลการประเมินไป การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั
ปรบั ปรงุ (Act) 4. ดาเนินงานงานสถานท่ี วทิ ยากร และผู้เข้ารว่ มโครงการ
5. กาหนดการจัดโครงการ
1. ดาเนนิ การตามแผนการจัดกิจกรรมตามโครงการประชุมเชงิ ปฏิบตั กิ ารพฒั นา
แผนการจัดการเรียนรู้ในยคุ ดจิ ทิ ัล
2. นากลุม่ เปา้ หมายเขา้ ร่วมกิจกรรม วนั ท่ี 3 – 4 ธันวาคม 2563
สถานทีจ่ ัด ห้องประชมุ กศน.อาเภอพานทอง ตาบลพานทอง อาเภอพานทอง จงั หวัด
ชลบุรี มีผูเ้ ข้าร่วมโครงการฯ จานวน 18 คน
ใช้งบประมาณ 10,340 บาท โดยมี ผ้อู านวยการ กศน.อาเภอพานทอง และคณะครู
กศน.อาเภอพานทอง เป็นวิทยากรให้ความรู้
1. การสงั เกตพฤติกรรม การฝกึ ปฏบิ ัติของกลมุ่ เป้าหมาย
2. การพดู คยุ และสอบถามกลมุ่ เปา้ หมาย
3. กลมุ่ เป้าหมายกรอกแบบสอบถามประเมนิ ความพงึ พอใจในการเขา้ รว่ มโครงการฯ
1. จัดใหม้ รี ะบบติดตามหลังจากการเข้ารว่ มกิจกรรม
2. ทบทวนและกาหนดแนวทางในการจดั กิจกรรม
21
2. เคร่อื งมือท่ีใช้ในการเกบ็ รวบรวมข้อมูล
แบบสอบถาม โดยแบ่งการประเมินออกเป็น 3 ตอน คอื
ตอนท่ี 1 เป็นข้อมลู ทั่วไปของผตู้ อบแบบสอบถาม
ตอนที่ 2 เป็นข้อมลู แสดงพงึ พอใจของผ้ตู อบแบบสอบถาม โดยรวบรวมขอ้ มลู จากแบบ
สารวจสาหรับคาถามแต่ละขอ้ ได้ใชม้ าตราประมาณคา่ (Rating Scales) โดยประเมินเปน็ 5 ระดบั
คอื
มคี วามพงึ พอใจมากที่สุด เทา่ กบั 5 คะแนน
มีความพงึ พอใจมาก เท่ากับ 4 คะแนน
มีความพงึ พอใจปานกลาง เท่ากับ 3 คะแนน
มีความพึงพอใจนอ้ ย เทา่ กบั 2 คะแนน
มีความพงึ พอใจน้อยทสี่ ดุ เทา่ กบั 1 คะแนน
สถิติทีใ่ ชใ้ นการวเิ คราะห์ คอื คา่ รอ้ ยละ มีระดับ ดังน้ี
- ค่าสถิตริ ้อยละ 90.00 ข้ึนไป ระดบั ความความพึงพอใจมากท่ีสุด
ระดบั ความความพึงพอใจมาก
- ค่าสถิติรอ้ ยละ 75.00 – 89.99 ระดับความความพงึ พอใจปานกลาง
ระดบั ความความพงึ พอใจน้อย
- ค่าสถิติร้อยละ 60.00 – 74.99 ระดบั ความความพึงพอใจน้อยทส่ี ดุ
- คา่ สถิติรอ้ ยละ 50.00 – 59.99
- คา่ สถิตริ อ้ ยละ 0.00 – 49.99
เกณฑก์ ารประเมิน
การวเิ คราะห์ข้อมูลจากแบบสอบถามความคิดเห็นรายข้อ ซ่งึ มลี ักษณะเป็นคา่ น้าหนักคะแนน
และนามาเปรยี บเทยี บ แปลความหมายของข้อมลู พิจารณาจากค่าเฉลีย่ X ดงั น้ี
- คา่ เฉลี่ย 4.51 – 5.00 หมายถงึ มคี วามพึงพอใจมากที่สุด
- คา่ เฉล่ีย 3.51 – 4.50 หมายถงึ มคี วามพงึ พอใจมาก
- คา่ เฉลี่ย 2.51 – 3.50 หมายถงึ มคี วามพึงพอใจปานกลาง
- คา่ เฉลย่ี 1.51 – 2.50 หมายถึง มคี วามพึงพอใจน้อย
- ค่าเฉล่ยี 1.00 – 1.50 หมายถึง มีความพงึ พอใจน้อยที่สุด
ตอนท่ี 3 เป็นข้อเสนอแนะของผู้ตอบแบบสอบถาม เป็นข้อคาถามแบบปลายเปิด เพื่อให้
ผู้เกีย่ วขอ้ งในโครงการน้ไี ดแ้ สดงความคิดเห็นเพ่ิมเติม อนั อาจจะเป็นประโยชน์ต่อผู้เขียนรายงานฉบับ
นไ้ี ด้ชัดเจนและสมบรู ณ์ยิ่งขึน้
3. สถิติที่ใช้ในการวิเคราะหข์ อ้ มูล
การวเิ คราะหข์ ้อมลู วเิ คราะห์จากแบบสอบถามเป็นหลัก โดยตอนที่ 1 และตอนท่ี 2 ใช้การ
คานวณหาค่าร้อยละและคา่ เฉลี่ย ตอนที่ 3 เปน็ ข้อมลู เสนอแนะจากผูต้ อบแบบสอบถาม ใช้การเขียน
เชงิ พรรณนา
22
บทท่ี 4
ผลการดาเนินงาน
ศนู ย์การศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัยอาเภอพานทอง ได้ดาเนินการจัดโครงการ
ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้สถานศึกษามี
แผนการสอนรายภาคและแผนการสอนรายสปั ดาหท์ ี่มีคุณภาพสามารถนาไปใช้จัดการเรียนการสอนได้และ
สามารถการจดั กิจกรรมการเรยี นรทู้ ี่ตรงตามหลักสูตรและบรรลุผลอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสามารถสรุปผล
การดาเนนิ งานจากแบบสอบถามโครงการ ดงั น้ี
เป้าหมายของกจิ กรรม
1. ด้านปรมิ าณ
- ข้าราชการ ครู บุคลากรของ กศน.อาเภอพานทอง จานวน 18 คน
- มผี ู้เข้าร่วมโครงการฯ จานวน 18 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 100 เกนิ จากเป้ารอ้ ยละ 80
2. ดา้ นคณุ ภาพ
- ข้าราชการ ครู บุคลากรของ กศน.อาเภอพานทอง ท่ีเข้าร่วมโครงการฯ มีความรู้
ความเข้าใจเกย่ี วกบั มกี ารแผนการสอนรายภาค แผนการสอนรายสัปดาห์ที่มีคุณภาพสามารถนาไปใช้
จัดการเรียนการสอน และสามารถจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ตรงตามหลักสูตรและบรรลุผลอย่างมี
ประสทิ ธภิ าพได้
สถานทใี่ นการจดั กิจกรรม ดงั น้ี
ณ. ห้องประชมุ กศน.อาเภอพานทอง ตาบลพานทอง อาเภอพานทอง จงั หวดั ชลบุรี
ระยะเวลาทีใ่ ช้ในจัดกจิ กรรม
วนั ที่ 3-4 ธันวาคม 2563 ต้ังแต่เวลา 08.00 - 16.30 น.
งบประมาณ
เงินงบประมาณ ประจาปี 2564 แผนงาน : ยทุ ธศาสตร์สร้างความเสมอภาพทาง
การศกึ ษา โครงการสนับสนนุ ค่าใช้จา่ ยในการจดั การศกึ ษาต้ังแต่ระดับอนบุ าลจนจบการศึกษาข้นั
พืน้ ฐาน กิจกรรมจดั การศึกษานอกระบบระดับการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน งบอดุ หนุน เงินอดุ หนนุ ทว่ั ไป
(คา่ จัดการเรียนการสอน) เป็นเงิน 10,340.-บาท (หน่ึงหมนื่ สามรอ้ ยสสี่ บิ บาทถ้วน) รายละเอียดดงั นี้
ท่ี รายการ จานวน ราคา : หน่วย จานวนเงนิ หมายเหตุ
(คน) (บาท) (บาท)
1 ค่าอาหารกลางวนั 18 คน 120 บาท 4,320 (18 คน x 120 บาท x 2 ม้อื )
3,600 (18 คน x 50 บาท x 4 มอ้ื )
2 คา่ อาหารว่างและเครอื่ งด่ืม 18 คน 50 บาท
3 คา่ วัสดุ 2,420
รวมจานวนเงิน 10,340
หมายเหตุ ท้งั นีข้ อถวั จา่ ยตามจรงิ ทกุ รายการ
23
8
ผลทไี่ ด้รับจากการจดั กจิ กรรม
ข้าราชการ ครู บุคลากรของ กศน.อาเภอพานทอง ทเี่ ขา้ รว่ มโครงการฯ มคี วามรู้ ความ
เข้าใจเกยี่ วกับมกี ารแผนการสอนรายภาค แผนการสอนรายสัปดาห์ทีม่ คี ุณภาพสามารถนาไปใช้
จัดการเรียนการสอน และสามารถจัดกิจกรรมการเรียนร้ทู ีต่ รงตามหลกั สูตรและบรรลุผลอย่างมี
ประสทิ ธภิ าพได้
การนาเสนอผลการดาเนนิ งาน
ตอนท่ี 1 ผลการวเิ คราะหข์ อ้ มลู ทวั่ ไปของผ้ตู อบแบบสอบถาม จาแนกตามเพศ อายุ ระดับการศกึ ษา
และอาชีพ โครงการประชุมเชงิ ปฏบิ ัติการพฒั นาแผนการจัดการเรยี นรู้ในยคุ ดจิ ิทลั
ตอนท่ี 2 ผลการวิเคราะห์ข้อมลู ความพึงพอใจของผู้ตอบแบบสอบถามโครงการประชมุ เชิงปฏิบตั ิการ
พัฒนาแผนการจัดการเรยี นรูใ้ นยคุ ดจิ ทิ ัล
ตอนที่ 3 สรปุ ผลขอ้ เสนอแนะ/ ขอ้ คิดเห็นอน่ื ๆ ของผู้ตอบแบบสอบถามโครงการประชุมเชงิ ปฏิบัติการ
พัฒนาแผนการจดั การเรียนรู้ในยุคดิจทิ ัล
ผลการวิเคราะหข์ อ้ มูล
ตอนที่ 1 ข้อมลู ทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม จาแนกตามเพศ อายุ ระดับการศึกษา และอาชีพ
โครงการประชมุ เชิงปฏบิ ัตกิ ารพฒั นาแผนการจัดการเรียนร้ใู นยุคดิจิทลั ดังตารางที่ 1 – 4
จานวนผู้ตอบแบบสอบถามท้งั หมด 15 คน
ตารางที่ 1 ขอ้ มูลทวั่ ไปของผู้ตอบแบบสอบถาม (เพศ)
ขอ้ มูลทั่วไป จานวน ร้อยละ
ชาย 4 22.22
หญิง 14 77.78
รวม 18 100.00
อภิปรายผล
ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ เป็นเพศหญิง จานวน 14 คน คิดเป็นร้อยละ 77.78 และเพศ
ชาย จานวน 4 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 22.22 ตามลาดบั
24
ตารางท่ี 2 ขอ้ มลู ทว่ั ไปของผูต้ อบแบบสอบถาม (อาย)ุ
ขอ้ มลู ทวั่ ไป จานวน รอ้ ยละ
16-30 ปี 4 22.22
31-45 ปี 9 50.00
46-59 ปี 5 27.78
60 ปขี ้ึนไป 00
รวม 18 100.00
อภปิ รายผล
ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ อายุ 31-45 ปี จานวน 8 คน คิดเป็นร้อยละ 50.00 อายุ 46-59 ปี
จานวน 5 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 27.78 และอายุ 16 - 30 ปี จานวน 4 คน คดิ เป็นร้อยละ 22.22 ตามลาดับ
ตารางท่ี 3 ขอ้ มลู ท่วั ไปของผู้ตอบแบบสอบถาม (ระดบั การศึกษา)
ขอ้ มลู ทว่ั ไป จานวน ร้อยละ
อนปุ ริญญา 00
ปริญญาตรี 15 83.33
ปริญญาโท 3 16.67
รวม 18 100.00
อภิปรายผล
ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ ระดับปริญญาตรี จานวน 15 คน คิดเป็นร้อยละ 83.33 และระดับ
ปรญิ ญาโท จานวน 3 คน คิดเป็นร้อยละ 16.67 ตามลาดับ
ตารางท่ี 4 ขอ้ มูลท่วั ไปของผู้ตอบแบบสอบถาม (อาชีพ)
- จานวน ร้อยละ
ขอ้ มูลทว่ั ไป
เกษตรกร 00
รับจา้ ง 0 0
ค้าขาย 0 0
ขา้ ราชการ 18 100
อืน่ ๆ (ผนู้ าชมุ ชน) 00
รวม 18 100.00
อภปิ รายผล
ผูต้ อบแบบสอบถามส่วนใหญ่ ประกอบอาชพี รับราชการ จานวน 18 คน คดิ เป็นร้อยละ 100
25
ตารางท่ี 5 แบบสอบถามด้านความพึงพอในการดาเนนิ งานดา้ นตา่ งๆ ของผู้ตอบแบบสอบถาม
แบบสอบถามความพงึ พอใจ
โครงการประชุมเชิงปฏบิ ตั ิการพัฒนาแผนการจดั การเรียนรู้ในยุคดิจิทลั
ระหว่างวนั ที่ 3 -4 เดือนธนั วาคม 2563
สถานทจ่ี ัด ห้องประชุม กศน.อาเภอพานทอง ตาบลพานทอง อาเภอพานทอง จงั หวัดชลบุรี
มาก มาก ปาน น้อย น้อยทสี่ ุด คิดเป็น คดิ
ประเด็น / หวั ขอ้ การพิจารณา ทสี่ ุด กลาง ค่าเฉล่ีย เป็น การแปลผล
(คน) (คน) รอ้ ย
(คน) (คน) (คน)
ละ
54 3 21
ด้านหลักสตู ร
1. กจิ กรรมท่ีจัดสอดคลอ้ งกบั วัตถปุ ระสงค์ของหลกั สตู ร 11 7 0 0 0 4.61 92.22 มากที่สดุ
2. เนอ้ื หาของหลักสูตรตรงกับความต้องการของผูร้ ับบริการ 12 6 0 0 0 4.67 93.33 มากที่สดุ
3. การจดั กิจกรรมทาใหผ้ ู้รับบริการสามารถคิดเปน็ ทาเป็น แกป้ ัญหาเป็น 13 5 0 0 0 4.72 94.44 มากที่สุด
4. ผู้รับบรกิ ารมีสว่ นร่วมในการแสดงความคิดเห็นตอ่ การจัดทาหลกั สูตร 14 4 0 0 0 4.78 95.56 มากที่สุด
5. ผรู้ ับบริการสามารถนาความรู้ไปปรับใช้ในชีวิตประจาวนั ได้ 10 8 0 0 0 4.56 91.11 มากทส่ี ดุ
60 30 0 0 0 4.67 93.33 มากที่สดุ
รวม
ด้านกระบวนการ
6. ขั้นตอนการจดั กิจกรรมมคี วามเหมาะสม 13 5 0 0 0 4.72 94.44 มากทส่ี ุด
7. มกี ารอานวยความสะดวกในการเข้ารว่ มกจิ กรรม 12 6 0 0 0 4.67 93.33 มากทส่ี ุด
8. ได้รบั ความรหู้ รอื ประโยชน์จากการจดั กิจกรรมทุกขั้นตอน 14 4 0 0 0 4.78 95.56 มากทส่ี ุด
รวม 39 15 0 0 0 4.72 94.44 มากทส่ี ดุ
ด้านวทิ ยากร 13 5 0 0 0 4.72 94.44 มากท่สี ดุ
9. ความเหมาะสมในการแตง่ กาย/บุคลกิ ภาพ 11 7 0 0 0 4.61 92.22 มากที่สดุ
10. มีความสุภาพ และดว้ ยไมตรจี ิต 10 8 0 0 0 4.56 91.11 มากที่สุด
11. มีความรู้ความสามารถในการจดั กจิ กรรม 11 7 0 0 0 4.61 92.22 มากที่สดุ
12.บรกิ ารด้วยความเสมอภาค เป็นธรรม ไมเ่ ลือกปฏิบัติ
รวม 45 27 0 0 0 4.63 92.50 มากทส่ี ดุ
ดา้ นสิง่ อานวยความสะดวก 10 8 0 0 0 4.56 91.11 มากทส่ี ุด
13. สถานทีส่ าหรับการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสม
14. ครภุ ัณฑ์ วสั ดุ อปุ กรณ์ เช่นโต๊ะ เกา้ อี้ ระบบภาพและเสยี งอื่นๆ ทีใ่ ชใ้ นการจัด 9 9 0 0 0 4.50 90.00 มากทส่ี ุด
กจิ กรรมมีความเหมาะสมเพยี งพอ
15. สอื่ ที่ใช้ในการจดั กิจกรรมมคี วามทนั สมัย 12 6 0 0 0 4.67 93.33 มากทส่ี ุด
รวม 31 23 0 0 0 4.57 91.48 มากท่สี ดุ
ด้านคณุ ภาพ 12 6 0 0 0 4.67 93.33 มากทส่ี ุด
16. เขา้ ร่วมการจัดกจิ กรรมอย่างประทับใจ
17.กจิ กรรมมีประโยชนส์ าหรับการพฒั นาตนเอง ชมุ ชน สังคม 11 5 0 0 0 4.17 83.33 มาก
18. ระยะเวลาในการจัดกิจกรรมเหมาะสม 10 8 0 0 0 4.56 91.11 มากทส่ี ุด
26
มาก มาก ปาน นอ้ ย นอ้ ยทส่ี ดุ คิดเป็น คิด
ประเด็น / หวั ข้อ การพจิ ารณา ทสี่ ุด กลาง ค่าเฉลี่ย เปน็ การแปลผล
ร้อย
ละ
19. โดยภาพรวมท่านมคี วามพึงพอใจในกระบวนการ/ข้ันตอนของการฝกึ อบรมใน 13 5 0 0 0 4.72 94.44 มากทสี่ ดุ
ครง้ั นี้
รวม 46 24 0 0 0 4.53 90.56 มากทีส่ ดุ
รวมเฉลยี่ 221 119 0 0 0 4.65 93.00 มากทสี่ ดุ
ขอ้ เสนอแนะ
.....................................................................................................................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................ .........................................................................................................................
ตอนท่ี 2 ผลการวิเคราะห์ขอ้ มูลความพึงพอใจของผตู้ อบแบบสอบถามโครงการประชมุ เชิง
ปฏบิ ัติการพัฒนาแผนการจดั การเรยี นรูใ้ นยุคดจิ ิทัล ดังตารางท่ี 6 – 11
ตารางท่ี 6 คา่ เฉลี่ย รอ้ ยละ ความพงึ พอใจโครงการประชมุ เชิงปฏบิ ัติการพฒั นา
แผนการจดั การเรียนรูใ้ นยคุ ดจิ ทิ ัล
ภาพรวมและรายด้าน
ตารางที่ 6 วิเคราะหข์ ้อมูลด้านความคิดเห็นของผู้รบั บรกิ าร
n = 18
ความพึงพอใจ ค่าเฉลย่ี รอ้ ยละ ระดบั อนั ดับ
1. ดา้ นหลักสูตร 4.67 93.33 มากทีส่ ดุ 2
2. ดา้ นกระบวนการ 4.72 94.44 มากทสี่ ดุ 1
3. ด้านวิทยากร 4.63 92.50 มากทสี่ ุด 3
4. ด้านสงิ่ อานวยความสะดวก 4.57 91.48 มากที่สดุ 4
5. ดา้ นคณุ ภาพ 4.53 90.56 มากทส่ี ุด 5
รวม 4.65 93.00 มากทส่ี ดุ
จากตารางที่ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอพานทอง โดยรวม
อยใู่ นระดับดีมาก มีค่าเฉลี่ย 4.65 คิดเปน็ รอ้ ยละ 93.00 เมือ่ พิจารณารายด้าน เรียงลาดับจากมากไป
น้อย ไดแ้ ก่ ด้านกระบวนการ มคี ่าเฉลยี่ 4.72 อยูใ่ นระดับมากทส่ี ดุ ด้านหลักสูตร มีค่าเฉลี่ย 4.67 อยู่
ในระดับมากทีส่ ดุ ด้านวิทยากร มีค่าเฉล่ีย 4.63 อยู่ในระดับมากที่สุด ด้านส่ิงอานวยความสะดวก มี
คา่ เฉล่ยี 4.57 อยู่ในระดับมากท่ีสุด ส่วนด้านท่ีมีความพึงพอใจน้อยท่ีสุด ด้านคุณภาพ คือ มีค่าเฉลี่ย
4.53 อยู่ในระดับมากท่ีสดุ
27
ตารางท่ี 7 คา่ เฉลยี่ ร้อยละ ความพงึ พอใจโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนา
แผนการจดั การเรียนร้ใู นยุคดิจิทลั
ด้านหลกั สตู ร
ความพึงพอใจดา้ นหลกั สตู ร n = 18 อันดบั
คา่ เฉลย่ี ร้อยละ ระดบั 4
3
1. กิจกรรมท่จี ัดสอดคล้องกบั วัตถปุ ระสงค์ของหลกั สูตร 4.61 92.22 มากท่สี ดุ 2
2. เน้ือหาของหลกั สตู รตรงกบั ความตอ้ งการของผู้รับบรกิ าร 4.67 93.33 มากที่สดุ 1
3. การจัดกิจกรรมทาให้ผู้รับบริการสามารถคิดเปน็ ทาเปน็ แกป้ ัญหาเปน็ 4.72 94.44 มากท่ีสุด
4. ผ้รู บั บรกิ ารมีส่วนร่วมในการแสดงความคดิ เหน็ ต่อการจดั ทาหลักสูตร 4.78 95.56 มากทสี่ ุด 5
5. ผ้รู ับบรกิ ารสามารถนาความรไู้ ปปรับใช้ในชีวติ ประจาวันได้
4.56 91.11 มากท่ีสดุ
รวม 4.67 93.33 มากทีส่ ดุ
จากตารางท่ี 7 พบว่า ความพึงใจในการจัดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาแผนการ
จดั การเรยี นรู้ในยุคดิจทิ ัล ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอพานทอง ด้าน
หลักสูตรในภาพรวม มีความพึงพอใจอยู่ในระดับดีมาก มีค่าเฉลี่ย 4.67 คิดเป็นร้อยละ93.33 เม่ือ
พิจารณารายข้อ พบว่า อยู่ในระดับมากท่ีสุด 5 ข้อ เรียงค่าเฉล่ียของความพึงพอใจรายข้อ ได้แก่
ผูร้ ับบรกิ ารมีสว่ นร่วมในการแสดงความคดิ เหน็ ตอ่ การจดั ทาหลักสตู ร มคี า่ เฉล่ีย 4.78 อยู่ในระดับมาก
ทส่ี ุด การจดั กิจกรรมทาให้ผู้รับบริการสามารถคิดเป็น ทาเป็น แก้ปัญหาเป็น มีค่าเฉลี่ย 4.72 อยู่ใน
ระดับมากทีส่ ุด เน้ือหาของหลกั สตู รตรงกบั ความต้องการของผรู้ บั บรกิ าร มีค่าเฉล่ีย 4.67 อยู่ในระดับ
มากท่สี ดุ กิจกรรมทจ่ี ดั สอดคล้องกบั วัตถุประสงค์ของหลักสูตร มีค่าเฉลี่ย 4.61 อยู่ในระดับมากท่ีสุด
ผู้รับบริการสามารถนาความรูไ้ ปปรับใชใ้ นชวี ิตประจาวนั ได้ มคี า่ เฉลยี่ 4.56 อยู่ในระดับมากที่สุด และ
ตามลาดับ
28
ตารางท่ี 8 คา่ เฉล่ีย รอ้ ยละ ความพึงพอใจโครงการประชมุ เชิงปฏิบัติการพัฒนาแผนการ
จัดการเรียนร้ใู นยคุ ดิจิทัล
ความพงึ พอใจด้านกระบวนการ n = 18 อนั ดบั
ค่าเฉลย่ี รอ้ ยละ ระดับ
2
6. ขั้นตอนการจัดกจิ กรรมมคี วามเหมาะสม 4.72 94.44 มากที่สุด 3
4.67 93.33 มากท่สี ดุ 1
7. มีการอานวยความสะดวกในการเขา้ รว่ มกจิ กรรม
8. ได้รบั ความรู้หรอื ประโยชนจ์ ากการจดั กจิ กรรมทกุ ขัน้ ตอน 4.78 95.56 มากทส่ี ุด
รวม 4.72 94.44 มากท่สี ดุ
จากตารางที่ 8 พบว่า ความพึงใจในการจัดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาแผนการ
จัดการเรยี นรู้ในยุคดจิ ิทลั สงั กดั ศูนยก์ ารศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอพานทอง
ดา้ นกระบวนการในภาพรวม มีความพึงพอใจอยูใ่ นระดบั ดีมาก มคี า่ เฉล่ยี 4.72 คิดเป็นร้อยละ 94.44
เม่อื พิจารณารายข้อ พบว่า อยู่ในระดับมากท่ีสุด 3 ข้อ เรียงค่าเฉลี่ยของความพึงพอใจรายข้อ ได้แก่
ได้รับความรู้หรือประโยชน์จากการจัดกิจกรรมทุกขั้นตอน มีค่าเฉลี่ย 4.78 อยู่ในระดับมากที่สุด
ข้ันตอนการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสม มีค่าเฉลี่ย 4.72 อยู่ในระดับมากท่ีสุด และ มีการอานวย
ความสะดวกในการเข้ารว่ มกจิ กรรม มีคา่ เฉล่ยี 4.67 อยูใ่ นระดับมากท่ีสุด ตามลาดับ
ตารางท่ี 9 ค่าเฉล่ยี ร้อยละ ความพึงพอใจโครงการประชุมเชงิ ปฏบิ ัตกิ ารพฒั นา
แผนการจดั การเรยี นรใู้ นยุคดิจิทลั
ด้านวิทยากร
ความพึงพอใจด้านวทิ ยากร n = 18 อันดับ
ค่าเฉลย่ี ร้อยละ ระดบั
1
9. ความเหมาะสมในการแตง่ กาย/บคุ ลิกภาพ 4.72 94.44 มากที่สุด 2
3
10. มีความสภุ าพ และด้วยไมตรจี ิต 4.61 92.22 มากท่ีสดุ 2
11. มคี วามรู้ความสามารถในการจัดกิจกรรม 4.56 91.11 มากท่ีสุด
12. บริการดว้ ยความเสมอภาค เปน็ ธรรม ไมเ่ ลือกปฏิบตั ิ 4.61 92.22 มากทส่ี ดุ
รวม 4.63 92.50 มากทีส่ ุด
จากตารางที่ 9 พบว่า ความพึงใจในการจัดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาแผนการ
จัดการเรยี นรู้ในยุคดิจทิ ลั สงั กัดศนู ยก์ ารศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัยอาเภอพานทอง
ด้านวิทยากร ในภาพรวม มีความพึงพอใจอยู่ในระดับดีมาก มีค่าเฉลี่ย 4.63 คิดเป็นร้อยละ 92.50
เม่ือพจิ ารณารายขอ้ พบว่า อยู่ในระดับมากท่ีสุด 4 ข้อ เรียงค่าเฉลี่ยของความพึงพอใจรายข้อ ได้แก่
ความเหมาะสมในการแตง่ กาย/บคุ ลิกภาพ มีค่าเฉลย่ี 4.72 อยใู่ นระดับมากที่สุด มีความสุภาพ และ
ดว้ ยไมตรีจิต บริการด้วยความเสมอภาค เป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ มีค่าเฉลี่ย 4.61 อยู่ในระดับมาก
ทสี่ ุด และ มีความร้คู วามสามารถในการจดั กิจกรรม มีคา่ เฉลย่ี 4.56 อยู่ในระดบั มากทสี่ ดุ ตามลาดับ
29
ตารางที่ 10 ค่าเฉลย่ี ร้อยละ ความพึงพอใจโครงการประชุมเชิงปฏบิ ัตกิ ารพฒั นา
แผนการจัดการเรียนรู้ในยุคดิจทิ ัล
ด้านสง่ิ อานวยความสะดวก
ความพึงพอใจดา้ นส่ิงอานวยความสะดวก n = 18 อันดบั
คา่ เฉลยี่ ร้อยละ ระดับ 2
3
13. สถานที่สาหรบั การจัดกจิ กรรมมคี วามเหมาะสม 4.56 91.11 มากที่สดุ
14. ครภุ ณั ฑ์ วัสดุ อุปกรณ์ เชน่ โต๊ะ เกา้ อี้ ระบบภาพและเสยี ง 4.50 90.00 มากทสี่ ุด 1
อื่นๆ ที่ใช้ในการจัดกิจกรรมมคี วามเหมาะสมเพียงพอ
15. สือ่ ทใ่ี ช้ในการจดั กิจกรรมมคี วามทันสมัย 4.67 93.33 มากท่สี ุด
รวม 4.57 91.48 มากที่สุด
จากตารางที่ 10 พบว่า ความพึงใจในการจัดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาแผนการ
จัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล สังกัดศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอพานทอง
ดา้ นสงิ่ อานวยความสะดวก ในภาพรวม มีความพึงพอใจอยู่ในระดบั ดมี าก มีคา่ เฉล่ีย 4.57 คดิ เป็นร้อยละ
91.48 เมื่อพิจารณารายข้อ พบว่า อยู่ในระดับมากที่สุด 3 ข้อ เรียงค่าเฉล่ียของความพึงพอใจรายข้อ
ไดแ้ ก่ ส่อื ทใี่ ชใ้ นการจดั กจิ กรรมมคี วามทันสมัย คา่ เฉล่ยี 4.67 อยู่ในระดับมากท่ีสุด สถานท่ีสาหรับการ
จดั กจิ กรรมมีความเหมาะสมมีค่าเฉลย่ี 4.56 อย่ใู นระดับมากทสี่ ุด ครภุ ณั ฑ์ วัสดุ อุปกรณ์ เช่น โต๊ะ เก้าอี้
ระบบภาพและเสียงอื่นๆ ท่ีใช้ในการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสมเพียงพอ มีค่าเฉลี่ย 4.50 อยู่ในระดับ
มากท่ีสุด ตามลาดบั
ตารางท่ี 11 คา่ เฉล่ีย ร้อยละ ความพงึ พอใจโครงการประชุมเชงิ ปฏบิ ัตกิ ารพฒั นา
แผนการจดั การเรยี นรูใ้ นยุคดิจิทัล
ด้านคุณภาพ
ความพึงพอใจด้านคณุ ภาพ n = 18 อนั ดบั
ค่าเฉลยี่ ร้อยละ ระดบั 2
16. เข้าร่วมการจัดกิจกรรมอยา่ งประทบั ใจ 4.67 93.33 มากท่สี ดุ 4
17. กิจกรรมมีประโยชนส์ าหรับการพฒั นาตนเอง ชุมชนและสงั คม 4.17 83.33 มากทีส่ ดุ 3
18. ระยะเวลาในการจดั กจิ กรรมเหมาะสม 4.56 91.11 มากท่ีสุด 1
19. โดยภาพรวมท่านมคี วามพงึ พอใจในกระบวนการ/ขั้นตอน 4.72 94.44 มากทส่ี ดุ
ของการฝึกอบรมในครัง้ นี้
รวม 4.53 90.56 มากที่สดุ
จากตารางท่ี 11 พบว่า ความพึงใจในการจัดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาแผนการจัดการ
เรียนรู้ในยุคดิจิทัล สังกัดศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอพานทอง ด้าน
คุณภาพในภาพรวม มีความพึงพอใจอยู่ในระดับดีมาก มีค่าเฉลี่ย 4.53 คิดเป็นร้อยละ 90.56 เมื่อ
พิจารณารายข้อ พบว่า อยู่ในระดับมากท่ีสุด 4 ข้อ เรียงค่าเฉล่ียของความพึงพอใจรายข้อ ได้แก่ โดย
ภาพรวมท่านมีความพึงพอใจในกระบวนการ/ขั้นตอนของการฝึกอบรมในครั้งน้ี มีค่าเฉลี่ย 4.72 อยู่ใน
ระดับมากท่ีสุด เข้าร่วมการจัดกิจกรรมอย่างประทับใจ มีค่าเฉลี่ย 4.67 อยู่ในระดับมากท่ีสุด
30
ระยะเวลาในการจัดกิจกรรมเหมาะสม มีค่าเฉล่ีย 4.56 อยู่ในระดับมากท่ีสุด กิจกรรมมีประโยชน์
สาหรบั การพัฒนาตนเอง ชุมชนและสงั คม มคี ่าเฉล่ยี 4.17 อยใู่ นระดับมากทส่ี ุด ตามลาดบั
ตอนที่ 3 สรุปผลขอ้ เสนอแนะ / ข้อคิดเห็นอน่ื ๆ ของผตู้ อบแบบสอบถามโครงการประชุมเชงิ
ปฏิบัติการพัฒนาแผนการจัดการเรยี นร้ใู นยุคดจิ ทิ ัลเพ่อื นาไปใชใ้ นการปรับปรงุ พัฒนาโครงการใน
ครัง้ ตอ่ ไป
-
31
บทท่ี 5
สรปุ ผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ
ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอพานทอง ได้ดาเนินการจัด
โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล ประจาปีงบประมาณ 2564 โดยมี
วัตถุประสงค์เพื่อให้สถานศึกษามีแผนการสอนรายภาคและแผนการสอนรายสัปดาห์ท่ีมีคุณภาพสามารถ
นาไปใชจ้ ัดการเรยี นการสอนได้และสามารถการจัดกจิ กรรมการเรียนรทู้ ่ีตรงตามหลักสูตรและบรรลุผลอย่าง
มีประสิทธิภาพ โดยสรุปผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะไดด้ ังน้ี
1. สรปุ
1.1 เป้าหมายด้านปรมิ าณ
- ผบู้ รหิ าร และบุคลากร กศน.อาเภอพานทอง จานวน 18 คน
- มีผู้เข้าร่วมโครงการฯ จานวน 18 คน คิดเปน็ ร้อยละ 100
1.2 เป้าหมายดา้ นคณุ ภาพ
ผบู้ ริหาร และบุคลากร กศน.อาเภอพานทอง ที่เข้าร่วมโครงการฯ มีความรู้ ความ
เข้าใจเกีย่ วกับการทาแผนการสอนรายภาคและแผนการสอนรายสัปดาห์ที่มีคุณภาพสามารถนาไปใช้
จดั การเรียนการสอนได้และสามารถการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ทีต่ รงตามหลักสูตรและบรรลุผลอย่างมี
ประสทิ ธภิ าพ
จากผลการวเิ คราะหค์ วามพงึ ใจในการจัดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาแผนการจัดการ
เรยี นรใู้ นยุคดิจิทัล โดยรวมอยู่ในระดบั ดีมาก มีค่าเฉลี่ย 4.84 คดิ เปน็ ร้อยละ 96.70 เมื่อพจิ ารณารายด้าน
เรียงลาดับจากมากไปนอ้ ย ไดแ้ ก่ ด้านหลกั สูตร มคี ่าเฉลี่ย 4.85 อยู่ในระดับมากที่สุด ด้านคุณภาพ มี
ค่าเฉลี่ย 4.85อยู่ในระดับมากที่สุด ด้านวิทยากร มีค่าเฉล่ีย 4.83 อยู่ในระดับมากท่ีสุด ด้าน
กระบวนการ มีค่าเฉล่ีย 4.82 อยู่ในระดับมากที่สุด ส่วนด้านที่มีความพึงพอใจน้อยที่สุด คือ ด้านสิ่ง
อานวยความสะดวก มคี า่ เฉลยี่ 4.80 อยใู่ นระดับมากทีส่ ดุ
(1) นามาจากตารางท่ี 7 ด้านหลักสูตร พบว่า ความพึงใจในการจัดโครงการประชุม
เชงิ ปฏบิ ตั ิการพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม
อธั ยาศัยอาเภอพานทอง ด้านหลักสูตรในภาพรวม มีความพึงพอใจอยู่ในระดับดีมาก มีค่าเฉลี่ย 4.85
คดิ เป็นรอ้ ยละ 97.07 เมอ่ื พจิ ารณารายข้อ พบว่า อยู่ในระดับมากที่สุด 5 ข้อ เรียงค่าเฉลี่ยของความ
พึงพอใจรายข้อ ได้แก่ กิจกรรมที่จัดสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของหลักสูตร มีค่าเฉลี่ย 4.87 อยู่ใน
ระดบั มากทีส่ ดุ เนือ้ หาของหลกั สูตรตรงกบั ความต้องการของผรู้ บั บริการ มีค่าเฉลี่ย 4.87 อยู่ในระดับ
มากท่สี ดุ การจัดกจิ กรรมทาใหผ้ ูร้ บั บริการสามารถคิดเป็น ทาเป็น แก้ปัญหาเป็น มีค่าเฉลี่ย 4.87 อยู่
ในระดับมากท่ีสุด ผู้รับบริการมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นต่อการจัดทาหลักสูตร มีค่าเฉลี่ย
4.87 อยู่ในระดับมากท่ีสุด ผู้รับบริการสามารถนาความรู้ไปปรับใช้ในชีวิตประจาวันได้ มีค่าเฉลี่ย
4.80 อยู่ในระดับมากทสี่ ดุ และ ตามลาดบั
(2) นามาจากตารางที่ 8 ด้านกระบวนการ พบว่า ความพึงใจในการจัดโครงการ
ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล สังกัดศูนย์การศึกษานอกระบบและ
การศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอพานทอง ด้านกระบวนการในภาพรวม มีความพึงพอใจอยู่ในระดับดี
32
มาก มีค่าเฉล่ีย 4.82 คิดเป็นร้อยละ 96.44 เม่ือพิจารณารายข้อ พบว่า อยู่ในระดับมากที่สุด 3 ข้อ
เรียงค่าเฉลี่ยของความพึงพอใจรายข้อ ได้แก่ ได้รับความรู้หรือประโยชน์จากการจัดกิจกรรมทุก
ข้ันตอน มีค่าเฉลี่ย 4.87 อยู่ในระดับมากท่ีสุด มีการอานวยความสะดวกในการเข้าร่วมกิจกรรม มี
ค่าเฉลย่ี 4.80 อย่ใู นระดบั มากท่สี ดุ และขั้นตอนการจดั กิจกรรมมีความเหมาะสม มีค่าเฉล่ีย 4.80 อยู่
ในระดบั มากท่สี ุด ตามลาดบั
(3) นามาจากตารางที่ 9 ด้านวิทยากร พบว่า ความพึงใจในการจัดโครงการประชุม
เชิงปฏบิ ตั กิ ารพัฒนาแผนการจัดการเรียนรูใ้ นยคุ ดจิ ิทลั สังกดั ศูนยก์ ารศึกษานอกระบบและการศึกษา
ตามอัธยาศยั อาเภอพานทอง ดา้ นวิทยากร ในภาพรวม มีความพึงพอใจอยู่ในระดับดีมาก มีค่าเฉลี่ย
4.83 คิดเปน็ ร้อยละ 96.67 เมอ่ื พิจารณารายข้อ พบว่า อยู่ในระดับมากท่ีสุด 4 ข้อ เรียงค่าเฉล่ียของ
ความพึงพอใจรายข้อ ได้แก่ ความเหมาะสมในการแต่งกาย/บุคลิกภาพและมีความสุภาพ และด้วย
ไมตรีจติ มคี า่ เฉลี่ย 4.80 อยู่ในระดับมากที่สุด มีความรู้ความสามารถในการจัดกิจกรรม และบริการ
ดว้ ยความเสมอภาค เปน็ ธรรม ไม่เลือกปฏิบตั ิ มีคา่ เฉลี่ย 4.87 อยู่ในระดับมากทีส่ ุด ตามลาดับ
(4) นามาจากตารางท่ี 10 ด้านสิ่งอานวยความสะดวก พบว่า ความพึงใจในการจัด
โครงการประชุมเชงิ ปฏิบัติการพัฒนาแผนการจดั การเรียนรู้ในยุคดิจิทัล สังกัดศูนย์การศึกษานอกระบบ
และการศึกษาตามอธั ยาศยั อาเภอพานทอง ด้านส่ิงอานวยความสะดวก ในภาพรวม มีความพึงพอใจอยู่
ในระดบั ดมี าก มคี า่ เฉลีย่ 4.80 คิดเปน็ รอ้ ยละ 96.00 เมื่อพจิ ารณารายขอ้ พบว่า อยู่ในระดับมากที่สุด 3
ข้อ เรียงค่าเฉล่ียของความพึงพอใจรายข้อ ได้แก่ สถานท่ีสาหรับการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสม
ครภุ ัณฑ์ วสั ดุ อปุ กรณ์ เชน่ โตะ๊ เกา้ อี้ ระบบภาพและเสียงอืน่ ๆ ท่ใี ช้ในการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสม
เพยี งพอ และสือ่ ท่ีใชใ้ นการจัดกิจกรรมมคี วามทนั สมยั มีค่าเฉล่ยี 4.80 อยใู่ นระดบั มากท่ีสุด ตามลาดับ
(5) นามาจากตารางที่ 11 ด้านคุณภาพ พบว่า ความพึงใจในการจัดโครงการประชุม
เชิงปฏิบัติการพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล สังกัดศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษา
ตามอัธยาศัยอาเภอพานทอง ด้านคุณภาพในภาพรวม มีความพึงพอใจอยู่ในระดับดีมาก มีค่าเฉลี่ย
4.60 คิดเป็นร้อยละ 92.06 เมื่อพิจารณารายข้อ พบว่า อยู่ในระดับมากท่ีสุด 4 ข้อ เรียงค่าเฉลี่ยของ
ความพึงพอใจรายข้อ ได้แก่ เข้าร่วมการจัดกิจกรรมอย่างประทับใจ กิจกรรมมีประโยชน์สาหรับการ
พัฒนาตนเอง ชุมชนและสังคม โดยภาพรวมท่านมีความพึงพอใจในกระบวนการ/ขั้นตอนของการ
ฝึกอบรมในครั้งน้ี มีค่าเฉล่ีย 4.87 อยู่ในระดับมากที่สุด และระยะเวลาในการจัดกิจกรรมเหมาะสม มี
ค่าเฉล่ีย 4.80 อยู่ในระดับมากท่ีสุด ตามลาดับ
33
2. อภปิ รายผล
โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล เป็นโครงการท่ีจัดข้ึนใน
ปีงบประมาณ 2564 ซ่ึงดาเนินการศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอพานทอง
จังหวัดชลบุรี มีวัตถุประสงค์ในการจัดโครงการฯ เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับบุคลากร กศน.อาเภอพาน
ทอง ดา้ นการทาแผนการจดั การเรยี นการสอน เพื่อให้สถานศึกษามีแผนการสอนรายภาคและแผนการสอน
รายสัปดาห์ท่มี คี ุณภาพสามารถนาไปใช้จดั การเรียนการสอนไดแ้ ละสามารถการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ตรง
ตามหลักสูตรและบรรลุผลอยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ สามารถใช้เทคโนโลยีในกระบวนการจัดการเรียนการสอนท่ี
เหมาะสมและบรรลวุ ัตถุประสงค์ในการจดั กจิ กรรมได้
3. ข้อเสนอแนะ
-
34
บรรณานุกรม
กลุ่มพฒั นาการศึกษานอกโรงเรียน สานกั งานส่งเสรมิ การศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตาม
อธั ยาศยั .คูม่ อื การดาเนินงานหลกั สูตรการศึกษานอกระบบระดบั การศึกษาข้นั พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช
2551 (ฉบับปรบั ปรุง พทุ ธศักราช 2555 ),พมิ พ์ครั้งท่ี 2 (ฉบบั ปรับปรงุ พุทธศกั ราช 2555 ),
กรงุ เทพฯ:สานกั พิมพ์รังสกี ารพิมพ์,เอกสารทางวิชาการ ลาดับท่ี 63/2555
กลมุ่ พฒั นาการศกึ ษานอกโรงเรยี น สานักงานสง่ เสริมการศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตาม
อธั ยาศัย.หลักสตู รการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551สาระการ
เรยี นรู้(ฉบบั ปรบั ปรงุ พทุ ธศักราช 2554 ), ,พมิ พค์ ร้ังท่ี 1/2555 ,กรงุ เทพฯ:สานักพมิ พ์สานกั งาน
กิจการโรงพมิ พ์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก,เอกสารทางวชิ าการ ลาดบั ท่ี 46/2555
กลมุ่ พัฒนาการศึกษานอกโรงเรียน สานกั งานสง่ เสริมการศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตาม
อธั ยาศัย.นโยบายและจดุ เนน้ การดาเนนิ งาน สานักงาน กศน.ประจาปี 2564 ,พิมพ์ครั้งที่ 6,
กรุงเทพฯ
35
ภาคผนวก
36
คณะผจู้ ัดทา
ทีป่ รึกษา เกดิ พลู ผล ตาแหน่ง ผ้อู านวยการ กศน.อาเภอพานทอง
นางสาวสมใจ ศรแี สงทอง ตาแหนง่ ครูชานาญการ
นางสาวอาภรณ์ ใจกลา้ ตาแหนง่ ครูผชู้ ว่ ย
นายกฤษชัย
รกั ษาสุข ตาแหนง่ ครูอาสาสมคั รฯ
นางสาวศศิธร
คณะผจู้ ัดทา ตาแหน่ง ครูผชู้ ่วย
นางสาวระพีพร วงค์มน
ผรู้ วบรวม เรยี บเรียง และจัดพมิ พ์ ตาแหน่ง ครูผู้ช่วย
นางสาวระพีพร วงค์มน
*************************************