The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ebookchon, 2021-06-27 03:06:31

บทที่ 1 ศาสนา วัฒนธรรม ประเพณี

ศาสนา วัฒนธรรม ประเพณี

Keywords: ศาสนา วัฒนธรรม ประเพณี

บทที่ 1 ศาสนา วฒั นธรรม และประเพณี

รายวิชาศาสนาและหนา ทพ่ี ลเมือง สค 31002

นางสาวพชั ราภรณ นามพนั ธ กลุมครูออ

ศาสนาในโลก

ศาสนาพทุ ธ

พุทธศาสนา กําเนดิ ข้นึ ณ ประเทศ อินเดยี เม่ือประมาณกอนครสิ ตศาสนาประมาณ ๕๔๓ ป เกดิ ข้ึนในยุคทกี่ ําลังมีการคนควา กา
วธิ กี ารดบั ทกุ ขกนั อยูท่วั ไป โดยผคู นในยุคน้นั จะนับถือศาสนาพราหมณก ันอยโู ดยมาก
ส่งิ เคารพสูงสุด
พุทธศาสนาเปน ศาสนาประเภท อเทวนิยม คอื ไมย อมรับวา มเี ทพเจา ใดๆวามอี าํ นาจสูงสุด แตจ ะยอมรบั กฎธรรมชาต(ิ ธรรมะ หรอื
ธรรม) วา เปนสงิ่ สูงสุดท่มี ลี กั ษณะคลา ยกบั พระเจา ของศาสนาประเภทเทวนิยม
ศาสดา
ศาสดาคอื พระพุทธเจา ซ่งึ เดมิ คือเจาชายสิทธัตถะ ทอี่ อกบวชคนหาความจริงจนกระท่ังไดค นพบความจรงิ ของธรรมชาติในเรอ่ื งการ
ดับทกุ ขของจิตใจตามหลักเหตุผล(หรอื ตามหลกั วทิ ยาศาสตร)ไดอ ยางถาวร
คมั ภรี 
คือพระไตรปฎก อันประกอบดวย
-พระวนิ ัย ซงึ่ รวบรวมเร่ืองศีลของภกิ ษแุ ละภกิ ษุณีเอาไวท้งั หมด
-พระสตู ร ซึง่ รวบรวมคําสอนของพระพุทธเจาและพระสาวกเอาไว
-พระอภธิ รรม ซึง่ รวบรวมหลักปรัชญาทพี่ ระสาวกรนุ หลังๆแตง ขึ้นไว

ศาสนาในโลก

ศาสนาพทุ ธ

สรุปหลักคําสอน
คาํ สอนของพุทธศาสนาน้นั ก็มอี ยู ๒ ระดบั คอื
๑. ระดับชาวบา นซงึ่ มีหลักการอยมู ากมายซงึ่ สรปุ อยทู ่ีการมศี ีล มเี มตตา มคี วามขยนั อดทนและรูจกั ใชเ หตผุ ลในการดําเนินชวี ติ เปนตน
๒. ระดบั สูงซง่ึ ไดแกห ลกั อริยสัจ ๔ อันเปน หลักในการดับทุกขและจัดเปนหัวใจของคาํ สอนทงั้ หมด ซง่ึ สรปุ อยทู ่กี ารทาํ จติ ใหวา งจากกเิ ลส
ทง้ั ปวง โดยมีศีลเปน พืน้ ฐาน รวมทง้ั มีสมาธิเปนกําลังและมีปญญาเปน ตัวควบคุม.
จดุ หมายสูงสดุ
จดุ หมายสงู สดุ ของพทุ ธศาสนา คอื "นพิ พาน" หรือความไมม ที กุ ขอ ยางถาวรในชวี ติ ปจจบุ ันซึง่ เปน จดุ หมายสงู สุด สว นจุดหมายรองลงมา
คือการมชี วี ติ อยูโ ดยใหม ีความทกุ ขน อ ยทีส่ ดุ .
ความเชื่อและหลักปฏิบัติ
พุทธศาสนาสอนวา ทุกสิ่งเปน ไปตามธรรมชาติ(หรอื ธรรมดา)ของมนั เอง คอื เปน ไปตามเหตุตามปจ จัย(ปจจยั คอื เหตยุ อยๆ)
ท่ีผลักดันกันไปเรื่อยๆ โดยไมม ตี ัวตนหรอื ผูใดมาดลบันดาล ดงั นั้นการปฏบิ ตั กิ ็คอื การปฏิบัตหิ นาท่ขี องตนๆใหถกู ตอง
ตามทีธ่ รรมชาตกิ าํ หนดมา อยา มคี วามเห็นแกตัว จงเหน็ แกผ อู นื่ หรือเห็นแกธ รรมชาติ

ศาสนาในโลก

ศาสนาพุทธ

นกิ าย
ปจ จบุ ันมีอยู ๒ นิกายใหญๆ คอื
๑. มหายาน หรอื อาจาริยวาท ซ่งึ เปลย่ี นแปลงคําสอนเดมิ จนหาหลักเดิมไดย าก
๒. หีนหาย หรือเถรวาท ซ่ึงยึดถือพระไตรปฎ กด้ังเดิมมาปฏบิ ัติ
ประเทศที่นับถือ
นิกายมหายานกม็ ปี ระเทศจนี , ไตห วัน, เวยี ดนาม สว นเถรวาทก็มีประเทศ ศรลี ังกา, พมา , ลาว, กัมพูชา , ไทย และมปี ระปรายในประเทศ
ตางๆท่วั โลก
ประเพณี
ดัง้ เดมิ นัน้ ไมมีแตภ ายหลงั เกิดมขี ้ึนเชน ประเพณีการทอดกฐนิ ทอดผา ปา และการทาํ บุญตามวนั สาํ คัญทางศาสนา
ผูส บื ทอด
ไดแกพระภิกษุ (นักบวชชาย) ท่ีถอื ศลี ๒๒๗ ขอ รวมทงั้ มีสามเณร ถือศีล ๑๐ แตกอนมีภิกษณุ ี (นกั บวชหญงิ ) ถอื ศีล ๓๑๐ ขอ
ซง่ึ ปจ จบุ ันทางนิกายเถรวาทถอื วาภกิ ษณุ ไี ดห มดส้นิ ไปแลว แตทางมหายานถอื วายงั มีอยู รวมท้ังอุบาสก อุบาสิกา
ทเี่ รียกรวมๆวา พุทธบรษิ ทั ๔

ศาสนาในโลก

ศาสนาพุทธ

วันสาํ คญั ทางศาสนา
วนั สาํ คญั ทางศาสนาก็มีอยู ๔ วันคอื
๑. วนั วิสาขบชู า อันเปน วนั คลา ยวนั ประสตู ิ ตรัสรู และปรินพิ พานของพระพทุ ธเจา
๒. วนั อาสาฬหบูชา อันเปน วันทีพ่ ระพุทธเจา ทรงแสดงธรรมครัง้ แรก.
๓. วันมาฆบชู า อันเปน วนั ทพ่ี ระอรหนั ตจ ํานวนมากมาประชมุ พรอมกันโดยมิไดนดั หมาย.
๔. วนั อัฐมีบชู า อันเปน วนั ถวายประเพลิงพระสรรี ะพระพุทธเจา .
สถานท่สี าํ คญั
ไดแกส งั เวชนียสถาน ๔ แหง คอื สถานที่ท่ีพระพทุ ธเจาทรงประสูติ, ตรสั รู, แสดงปฐมเทศนา, และ
ปรินิพพาน.

ศาสนาในโลก

ศาสนาคริสต

ศาสนาครสิ ตเกดิ ในประเทศปาเลสไตน เมอื่ ประมาณ พ.ศ.543 โดยคิดตามป เกิดของ พระเยซผู เู ปนศาสดา
เปน ศาสนาทว่ี ิวัฒนาการมาจากศาสนายวิ ศาสนาครสิ ตเ พงิ่ เกิดข้นึ และนามาใชห ลงั จากพระเยซูส้นิ ชพี แลว มีสาเหตุ
เนอื่ งมาจากความโกรธแคน ของเหลาพระสาวกท่ศี รทั ธาในพระเยซทู เ่ี หน็ ทา นถกู ใสรายจาก พวกหัวเกา ทนี่ บั ถอื
ศาสนายวิ จนเสยี ชวี ิตทงั้ ๆ ทีไ่ มม คี วามผดิ บวกกับความศรัทธาที่เกิดมาจากการไดฟงขาว การฟน คืนชีพของพระเยซู
จึงพากันแยกตวั ออกมาจาก ศาสนายวิ ตัง้ ชือ่ ศาสนาใหมวา ศาสนาคริสต โดย นกั บวชเซนตป อล เปน ผกู อต้งั

ศาสนาคริสตมี 3 นกิ ายใหญๆ คอื นกิ ายโรมนั คาทอลิก มีพระสันตะปาปาเปนประมขุ มีศนู ยกลางอยทู ่ีกรงุ โรม
นกิ ายออรธ อดอกซ สวนใหญอ ยใู นประเทศยุโรปตะวนั ออก และนกิ ายโปรเตสแตนต ซ่งึ แบงยอ ยออกเปนนกิ าย
ตา งๆ อกี จํานวนมาก อยูในยุโรป สหรฐั อเมรกิ า และทว่ั โลก

ศาสนาในโลก

ศาสนาคริสต

ศาสนาครสิ ตน กิ ายโรมันคาทอลิก เขามาในประเทศไทยครัง้ แรก ประมาณกลางคริสตศ ตวรรษที่ ๑๖ เม่ือ
มิชชันนารี หรือหมอสอนศาสนา เขามาจากมะละกา เพ่ือเผยแผศาสนาพรอ มกบั ทหารโปรตุเกส แตก็อยเู พยี ง
ระยะเวลาอันส้ัน และไมประสบผลสาํ เรจ็ มชิ ชันนารีกลับมาอกี ครงั้ หน่งึ กลางคริสตศตวรรษที่ ๑๗ ในรชั สมยั ของ
สมเด็จพระนารายณมหาราช สว นใหญเ ปน ชาวฝร่งั เศส บาทหลวงซึ่งเปนมิชชันนารีสวนหน่งึ ไดรับพระมหา
กรณุ าธิคุณใหเ ขา ประจาํ อยใู นพระราชสาํ นกั เพ่ือเปนท่ปี รึกษาทางวชิ าการ เชน การแพทย ดาราศาสตร เปน ตน

ศาสนาครสิ ต นกิ ายโรมนั คาทอลิกไดม ี ภาคเทศกาล และมีชื่อเรยี กตางกนั ตลอดป ดงั น้ี
1. เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจา (Advent)
2. เทศกาลพระครสิ ตสมภพ (Christmastide)
3. เทศกาลมหาพรต (The Lent)
4. เทศกาลปส กา (Eastertime)
5. เทศกาลธรรมดา (Ordinary Time)

ศาสนาในโลก

ศาสนาคริสต
พธิ ีกรรมสาํ คญั ของศาสนาคริสต พิธกี รรมสาํ คญั ของศาสนาคริสต เรียกวา พิธีรับศลี ศักดิ์สทิ ธ์ิ
มี 7 ประการ คอื
1.พิธศี ลี ลา งบาป (Baptism) หรือ พิธศี ลี จมุ

2.พธิ ีศลี กําลัง (Confirmation)
3.พิธีศลี มหาสนิท (Eucharist)
4.พธิ ีศลี แกบาป หรือ ศีลอภัยบาป (Penance)

5.พิธศี ลี เจมิ คนไข (Anointing of the Sick)
6.พิธศี ลี อนกุ รม (Holy Orders) หรอื พิธศี ลี บวช
7.พธิ ศี ีลสมรส (Matrimony)

ศาสนาในโลก

ศาสนาในโลก

ศาสนาในโลก

ศาสนาในโลก

ศาสนาในโลก

ศาสนาในโลก

ศาสนาในโลก

ศาสนาอิสลาม

ศาสนาอสิ ลามเกิดขนึ้ ในดินแดนทะเลทรายอาหรับ เมอื งเมกกะ(ประเทศซาอดุ อิ าระเบยี ปจ จุบนั ) เปนศาสนาที่มคี วามสาํ คญั ศาสนา
หน่งึ ของโลกซ่งึ มผี ูนับถือจากทกุ ชาติทกุ ภาษา มศี าสดาชือ่ ศาสดามุฮัมมัด มีคมั ภีรไ ดแก คัมภรี อ ัลกรุ อาน มพี ธิ ีกรรมเชน การละหมาด
การถือศลี อด การบําเพญ็ ฮัจญ มีศาสนสถาน เชน มสั ญดิ อลั กะอบ ะฮ และเรยี กผทู ี่นบั ถอื ศาสนาอสิ ลามวา มสุ ลมิ
คําวา “อสิ ลาม” เปน ภาษาอรบั หมายถงึ การนอบนอ ม มอบตนจาํ นนตออัลลอฮ คอื การยอมมอบตนตามประสงคของพระผูเปนเจา
โดยสน้ิ เชิง ยงั หมายถึงความสนั ติความปลอดภยั อิสลามในฐานะเปน ชื่อของศาสนาใชต ามคัมภรี อลุ กุรอาน
“มุสลมิ ” คอื ผูทีน่ ับถอื ศาสนาอิสลาม คําวามสุ ลิม ยังมคี วามหมายรวมถงึ ผูใฝส นั ติ ผยู อมมอบกายและหวั ใจตอพระเจา คนไทยทนี่ ับถือ
ศาสนาอิสลามจึงไดช ือ่ วา ชาวไทยมสุ ลมิ
“อลั ลอฮ” พระนามเฉพาะของพระเปน เจา หมายถงึ พระนามของพระผูเปนเจา แหงสากลจักรวาล ในศาสนาอสิ ลามนบั ถอื อลั ลอฮอ งค
เดยี วเทาน้ัน ทเี่ ปนผูบ งั เกดิ โลกนแ้ี ละจกั รวาลทัง้ หลายมา พรอมทั้งเปนผูทรงบังเกดิ สิ่งทีม่ ีชวี ิตและส่ิงท่ีไมม ีชีวิต สิ่งท่เี รามองเห็นและส่ิงท่ี
เรามองไมเ ห็น ทรงเปนผูสราง ทรงเปน ผูค วบคมุ ทรงเปน ผดู แู ล และเปน ผูท รงประทานสรรพส่ิงทง้ั หลายมา
“อัลกุรอาน” คมั ภีรข องศาสนาอิสลามซงึ่ รวบรวมวะหยุ หรือพระดาํ รสั ของอัลลอฮ ทปี่ ระทานแกศาสดามฮุ มั มัด
ผา นมลาอิกะฮท ่มี นี ามญบิ รลี เพื่อเปน ส่งิ ช้ีทางแกม นษุ ยชาติ ถายทอดเปนภาษาอาหรบั ประทานคร้ังแรกในคนื อลั กอ็ ดร
คอื คนื ทสี่ ําคัญที่สดุ ในเดือนเราะมาฎอน

ศาสนาในโลก

ศาสนาอสิ ลาม
หลกั การของอิสลาม 2 ประการ คอื หลักศรทั ธา 6 ประการและหลกั ปฏบิ ตั ิ 5 ประการ
หลกั ศรทั ธา 6 ประการ คือ
1.ศรัทธาในพระเจา (อัลลอฮ)
2.ศรัทธาในบรรดามลาอิกะฮ ของอัลลอฮ หรอื เทวฑตู
3.ศรัทธาในบรรดาคัมภรี ข องอัลลอฮ
4.ศรทั ธาในบรรดาศาสดาหรือนบี (ศาสดาหรอื นบี แปลวา ผูประกาศหรือวา แจงขาว)
5.ศรัทธาในวนั ตัดสินและการเกดิ ใหมใ นปรโลก
6.ศรทั ธาในกฎกําหนดสภาวะ แหง ธรรมชาติ แหงชวี ิต

ศาสนาในโลก

ศาสนาอิสลาม

คําวา “ ศรัทธา “ หมายถึง ความเช่อื ถือ ความเลอ่ื มใส สาํ หรบั หลกั ปฏิบัติ มี 5 ประการ คอื
1. การปฏิญานตนวา “ไมมพี ระเจา อืน่ ใดนอกจากอลั ลอฮ และทานนบีมูฮัมมดั คอื ศาสนฑตู ของพระองค”
2.การนมาซ หรอื นมสั การวันละ 5 เวลา คําวา ”นมาช”เปน ภาษาเปอรเ ซีย แผลงเปน ภาษาไทยวา “ละหมาด” เวลา
ที่กาํ หนดไว คอื ยาํ่ รงุ กอ นดวงอาทิตยข น้ึ บา ย เย็น หวั ค่าํ และยามดกึ กอนเทีย่ งคนื การละหมาดอาจทําทีใ่ ดกไ็ ด
แตต อ งหันหนาไปทางเมอื งเมกกะประเทศซาอดุ อิ าระเบีย
3.การถอื ศลี อด (1 เดือน คือเดอื นที่ 9 ของฮิจเราะหส ักราช ตามปฏิทินทางจนั ทรคตขิ องอสิ ลาม ซึง่ เรียกเดอื น”
เราะมะฎอน”)
4.การบรจิ าคซะกาต
5.การประกอบพิธฮี จั ญ. คอื การไปเยย่ี มหรอื การเดนิ ทางไปมกั กะฮ

ศาสนาในโลก

ศาสนาอิสลาม

คําวา “ ศรัทธา “ หมายถึง ความเช่อื ถือ ความเลอ่ื มใส สาํ หรบั หลกั ปฏิบัติ มี 5 ประการ คอื
1. การปฏิญานตนวา “ไมมพี ระเจา อืน่ ใดนอกจากอลั ลอฮ และทานนบีมูฮัมมดั คอื ศาสนฑตู ของพระองค”
2.การนมาซ หรอื นมสั การวันละ 5 เวลา คําวา ”นมาช”เปน ภาษาเปอรเ ซีย แผลงเปน ภาษาไทยวา “ละหมาด” เวลา
ที่กาํ หนดไว คอื ยาํ่ รงุ กอ นดวงอาทิตยข น้ึ บา ย เย็น หวั ค่าํ และยามดกึ กอนเทีย่ งคนื การละหมาดอาจทําทีใ่ ดกไ็ ด
แตต อ งหันหนาไปทางเมอื งเมกกะประเทศซาอดุ อิ าระเบีย
3.การถอื ศลี อด (1 เดือน คือเดอื นที่ 9 ของฮิจเราะหส ักราช ตามปฏิทินทางจนั ทรคตขิ องอสิ ลาม ซึง่ เรียกเดอื น”
เราะมะฎอน”)
4.การบรจิ าคซะกาต
5.การประกอบพิธฮี จั ญ. คอื การไปเยย่ี มหรอื การเดนิ ทางไปมกั กะฮ

ศาสนาอิสลาม ศาสนาในโลก

ปจจบุ ันศาสนาอสิ ลาม มีองคกรทางศาสนาทรี่ าชการรับรอง เรียกวา สํานักจุฬาราชมนตรี โดยมจี ุฬาราชมนตรีเปน ผูนาํ

สูงสดุ มีโครงสรา งการบริหารเปนกรรมการกลางอสิ ลามแหงประเทศไทย กรรมการกลางอิสลามประจาํ จงั หวดั และกรรมการ

กลางอิสลามประจํามสั ยิด ในแตล ะมสั ยดิ (สเุ หรา) มีอิหมาม คอเตบ็ และบหิ ล่ัน ประเภทละ 1 คน รวม 3 คน เปน ผปู กครองดแู ล

สัปปุรษุ

อิสลามไมม ีนกั บวชในศาสนา ชือ่ ท่เี รยี กผูนาํ ในระดบั ตางๆ มีความหมายดงั นี้

อิหมา ม หมายถึง ผูนําศาสนาอิสลามประจํามัสยิด

คอเต็บ หมายถึง ผูแ สดงธรรมประจํามัสยิด

บิหล่ัน หมายถงึ ผปู ระกาศเชญิ ชวนใหม ุสลิมปฏบิ ัติศาสนกจิ ตามเวลา

คณะกรรมการกลาง หมายถงึ คณะกรรมการกลาง ศนู ยอบรมศาสนาอิสลามและจรยิ ธรรมประจํามสั ยิด

สัปปุรษุ ประจาํ มัสยิด หมายถงึ มุสลมิ ทค่ี ณะกรรมการอสิ ลามประจาํ มัสยิดมีมติรบั เขา เปน

สปั ปรุ ุษประจาํ มัสยิด และมีชื่ออยใู นทะเบยี นสัปปรุ ษุ ประจํามัสยิด และผูนนั้ จะเปน สปั ปรุ ษุ เกนิ กวาหนงึ่ มัสยดิ ในเวลาเดียวกนั ไมได

ศาสนาในโลก

ศาสนาสิกข

เปนศาสนาประเภทเทวนิยม คอื เช่อื วา พระเจาสรา งโลก มีอํานาจยง่ิ ใหญและมอี งคเ ดียว จงึ นับวา เปน ศาสนาประเภทเอกนิยม
(Monotheism) และเปน ศาสนาที่มีอายนุ อ ยทส่ี ุดในศาสนาของโลกท้งั สิบเอ็ดศาสนา
คาํ วา "สิกข" เปนภาษาปญจาบ แปลวา ผูศกึ ษา หรอื ศษิ ย คือชาวสกิ ขทกุ คนเปน ศษิ ยของครุ หุ รือครู มีดว ยกนั ทั้งสิ้น 10 องค มีครุ นุ านัก
เปนองคแรก คุรโุ ควินทสงิ หเปน องคส ุดทา ย ชาวสิกขทุกคนตอ งทาํ พิธี "ปาหลุ " คอื พธิ ีลางบาป เม่อื เสร็จพธิ แี ลวกจ็ ะรับเอา "กะ" คือสิ่งที่
เริ่มตนดวยอกั ษร "ก" 5 ประการ ดังตอ ไปน้ี

1. เกศ การไวผมยาวโดยไมตัดเลย
2. กงั ฆา หวขี นาดเลก็
3. กฉา กางเกงขาสน้ั
4. กรา กําไลมอื ทําดว ยเหล็ก
5. กิรปาน ดาบ
ผูท ี่ทําพิธปี าหุลแลวจะไดน ามวา "สิงห" แปลวา สงิ โต หรอื ราชสีห ตอ ทา ยเหมอื นกันทกุ คน ถอื วาผา นความเปน สมบัติ
ของพระเจาแลว ถาเปนหญงิ จะมีคําวา "กอร" (ผกู ลา) ตอ ทายชือ่
การทําพธิ ลี างบาปและรบั อักษร 5 ก. เพอื่ เปน ชาวสกิ ขโ ดยสมบรู ณนั้น มขี นึ้ ในภายหลัง คอื ในสมยั ของคุรุโควนิ ทสงิ ห ซง่ึ เปน ศาสดาองค
สุดทายของศาสนาสิกข

ศาสนาสกิ ข ศาสนาในโลก

ศาสนาสิกข เปน ศาสนาของชาวอนิ เดีย แควน ปญ จาบและบริเวณใกลเ คียง ทกุ คนที่นบั ถือสิกข ถอื วาเปน พวกเดยี วกัน เปนพ่ีนองกันโดย

ศาสนา และขนบธรรมเนยี มประเพณี ชาวสิกขน ยิ มเรยี กพระเจา วา "พระนาม" (The Name) โดยมคี ําสอนสรรเสรญิ พระพทุ ธคณุ ของพระ

เจาวา เปนผฉู ลาด มีพระกรณุ า มีพระหฤทัยเผื่อแผ

ศาสดา
ศาสดา หรอื ครุ ุ แหงศาสนาสิกขม ี 10 ทาน ตอ จากนน้ั ศาสดาองคท่ี 10 ไดป ระกาศใหถ อื พระคมั ภีรเปน ศาสดาแทน และไมมีการ

แตงตง้ั ศาสดาตอไปอกี (นกิ ายนามธารถี อื วา ยงั มศี าสดาตอ ไปไดอ ีกจนบดั นี้ รวม 16 องคแ ลว ) ศาสดาทั้ง 10 ทา น ไดแก

1. คุรุนานกั 6. คุรหุ รโิ ควนิ ท

2. ครุ อุ งั คัต 7. คุรุหรไิ ร

3. ครุ อุ มรทาส 8. คุรุหริกษิ นั

4. คุรรุ ามดาส 9. ครุ ุเตฆพหทรู 

5. ครุ อุ รชนุ 10. คุรุโควนิ ทสงิ ห

ศาสนาในโลก

ศาสนาสิกข

คัมภรี 

คัมภรี ของศาสนาสกิ ข เรียกวา "ครันถสาหิพ" แปลวา พระคัมภรี  สว นใหญบรรจุคาํ สวดมนตสรรเสริญพระเจา มีพระเจาเพียงองคเ ดยี ว
คอื สจั จะ พระผูส รา ง พระองคปราศจากความกลัว ความเคยี ดแคน เปน อมฤตไมเ กิด มีข้ึนดว ยพระองคเอง เปน ผยู งิ่ ใหญ ทรงโอบออม
อารี พระผูเปนสัจจะมีอยูแลว
คมั ภีรครันถสาหพิ นี้ แบงออกเปน 2 เลม ดังน้ี
1. อาทคิ รันถ แปลวา คมั ภรี แรก คุรุอรชนุ เปนผรู วมขึน้ ใน ค.ศ. 1604 หรอื พ.ศ. 2147 มบี ทนพิ นธข องครุ ุ หรือศาสดาต้ังแตอ งคท ี่ 1 ถงึ
องคท ี่ 5 และมีบทประพันธข องนักบญุ ผูมีช่อื แหง ศาสนาฮินดู และศาสนาอสิ ลามผนวกอยดู วย
2. ทสมครนั ถ แปลวา คมั ภีรข องศาสดาองคท ่ี 10 เปน ชุมนมุ บทนพิ นธข องศาสดาองคที่ 10 คือ ครุ ุโควนิ ทสิงห รวบรวมข้นึ ในสมยั
หลงั จากอาทิครันถ ประมาณ 100 ป ทงั้ 2 คัมภีรบ นั ทกึ คําสอนของคุรสุ ําคญั สรุปลงในหลักการใหญ 4 ประการ คือ
1. เรื่องความสามคั คี
2. เรอื่ งความเสมอภาค
3. เร่ืองความศรทั ธาในพระผเู ปน เจา
4. ความจงรักภกั ดีตอคุรุทั้ง 10 องค
สองหลกั แรกแสดงความสัมพันธระหวา งมนษุ ยก ับพระเจาองคเ ดียวเทานนั้ และระหวา งมนษุ ยด วยกนั
สว น 2 หลักหลงั แสดงทางปฏบิ ตั ิอันมนุษยจะพึงปฏบิ ตั ติ ามเพ่ือบรรลุความสุขสูงสดุ

ศาสนาในโลก

ศาสนาสิกข

หลักธรรม

ครุ ุนานกั ปฐมศาสดาของศาสนาสกิ ขไ ดประพันธบ ทสวดยปั ยี ซึง่ เปนบทแรกในคัมภรี ครันถสาหพิ แสดงถงึ การทบ่ี คุ คลจะกา ว
ไปสูสุขอนั เปน นริ ันดร หรอื นิรวาณ มอี ยู 5 ขัน้ ดังนี้

1. ธรรมขัณฑ อาณาจักรแหงการกระทาํ คอื กรรมดี และกรรมชั่ว การทําแตก รรมดี
2. คิอานขณั ฑ หรือ ญาณขัณฑ อาณาจักรแหง ปญ ญา
3. สรมขณั ฑ อาณาจกั รแหง มหาปต ิ
4. กรรมขัณฑ อาณาจักรแหงกาํ ลัง หมายถึงกําลังทางจติ ไมห วาดกลัว
5. สจั ขณั ฑ อาณาจกั รแหงสัจจะ คือความเปนเอกภาพกับพระเจา
วิธปี ฏบิ ตั ิเพอ่ื สรา งจริตอัธยาศยั เพ่ือใหบรรลุสจั ธรรมชนั้ สูงนนั้ คอื การสวดเพลงสรรเสริญพระนาม กับการฟงพระธรรม
ดงั ขอความในพระคมั ภีรว า โดยการฟงพระธรรม บคุ คลยอ มเปนประหนึ่ง พระศวิ ะ หรือ พระพรหม โดยการฟง พระนาม
บคุ คลยอมบรรลุสจั จะ ความสันโดษ และทิพยปญญา

ศาสนาในโลก

ศาสนาสกิ ข

นกิ าย

นิกายของศาสนาสกิ ขทสี่ าํ คัญมอี ยู 2 นิกาย ดังนี้
1. นิกายขาลสา หรอื นิกายสงิ ห ไดแ ก นิกายท่ีถือการไวผ มและไวห นวดยาว
2. นิกายสหชั ธรี หรือนานกั ปน ถี ไดแ ก นิกายท่โี กนหนวดเกลย้ี งเกลา

พธิ กี รรม
ในศาสนาสิกขมีพิธกี รรมสําคญั 2 ประการ คอื
1. พิธีกรรมระลกึ ถงึ พระกรตาปรุ ุษ โดยการต่ืนแตก อนรุงสาง อาบนํ้าชาํ ระกายแลวเขาสมาธเิ พอ่ื ทบทวนการปฏิบัตติ ามเทวโองการ

ของพระองคใ นแตล ะวนั วันละ 3 เวลา เชา เย็น และกลางคนื
2. พิธีกรรมฉลองวันคลา ยวนั ประสูติ วันสถาปนาศาสนา และวนั มรณภาพของศาสดาทั้ง 10 องค

สญั ลักษณ
ปจ จบุ นั ศาสนาสกิ ขนิยมสัญลกั ษณ คือ รปู ดาบไขวแ ละมดี าบสองคม หรอื พระขรรคอยตู รงกลางแลว มวี งกลมกับพระขันธ

นั้นอกี ตอ หนงึ่ วงกลมนั้นมไิ ดทําเปน รปู จักร แตทาํ เปน เสนกลมธรรมดา นอกจากน้ีแลว ยังมีรูปกานาํ้ และดาบซง่ึ หมายถึงการรับใช
และพลงั รวมทั้งอักษร ก ทง้ั 5 ดวย

เนอ้ื หาบทที่ 1 ศาสนา วฒั นธรรม ประเพณี

ตอนท่ี 1 ศาสนาโลก ตอนที่ 2 หลักธรรมสาํ คญั ของศาสนาตา งๆ ตอนท่ี 3
การพัฒนาสติปญ ญาในการแกปญ หาตา งๆ

ตอนท่ี 4 ตอนท่ี 5 ตอนที่ 6
คานิยมทพ่ี ึงประสงคข องสังคมไทย
วฒั นธรรม ประเพณีและคานิยมของประเทศของโลก แนวทางในการเลือกรบั ปรบั ใชวฒั นธรรมตา งชาติ

อยางเหมาะสมกบั ตนเองและสังคมไทย

แบบฝึ กหดั ทา้ ยบทท่ี 1

แบบทดสอบทายบทที่ 1 แบบฝก หดั ทายบทที่ 1
เร่อื ง "ศาสนา วฒั นธรรม ประเพณ"ี ม.ปลาย เร่อื ง "ศาสนา วฒั นธรรม ประเพณ"ี ม.ปลาย


Click to View FlipBook Version