The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานผลโครงการนักศึกษา กศน.รุ่นใหม่ห่างไกลยาเสพติด ประจำปีงบประมาณ 2564

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ebookchon, 2023-08-06 04:58:48

รายงานผลโครงการนักศึกษา กศน.รุ่นใหม่ห่างไกลยาเสพติด ประจำปีงบประมาณ 2564

รายงานผลโครงการนักศึกษา กศน.รุ่นใหม่ห่างไกลยาเสพติด ประจำปีงบประมาณ 2564

ผลการด าเนินงาน โครงการนักศึกษา กศน.รุ่นใหม่ ห่างไกลยาเสพติด วันที่ 21 มีนาคม 2564 ณ ศาลาประชาคม,วัดช่องแสมสาร,กศน.ต าบลบางเสร่, กศน.อ าเภอสัตหีบ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดชลบุรี -ก-


บทสรุปผู้บริหาร โครงการนักศึกษา กศน.รุ่นใหม่ห่างไกลยาเสพติด โดยมีวัตถุประสงค์ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้นักศึกษา มีความรู้และทักษะการคิดวิเคราะห์รู้ถึงพิษภัยยาเสพติดและสร้างภูมิคุ้มกัน และป้องกันยาเสพติด ซึ่งโครงการ ด าเนินการจัดในวันที่ 21 มีนาคม 2564 ณ ศาลาประชาคมอ าเภอสัตหีบ, วัดช่องแสมสาร, กศน.ต าบลบางเสร่ โครงการนี้ มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม จ านวน 400 คน โดยใช้กลุ่มตัวอย่าง 250 คน ททจากโครงการนักศึกษา กศน.รุ่นใหม่ห่างไกลยาเสพติดพบว่า มีความรู้ ความรู้และทักษะการคิดวิเคราะห์รู้ ถึงพิษภัยยาเสพติดและสร้างภูมิคุ้มกัน และป้องกันยาเสพติด อยู่ในระดับ มาก ร้อยละ 80 และเมื่อวิเคราะห์เป็นราย ข้อพบว่า อันดับที่ 1 คือ ผู้รับบริการสามารถน าความรู้ไปปรับใช้ในชีวิตประจ าวันได้ ,วิทยากรมีการใช้สื่อที่สอดคล้อง และเหมาะสมกับกิจกรรม, ความพึงพอใจในภาพรวมของผู้รับบริการต่อการเข้าร่วมกิจกรรม อันดับที่ 2 คือ กิจกรรม ที่จัดสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของหลักสูตร อันดับที่ 3 คือ เทคนิค/กระบวนในการจัดกิจกรรมของวิทยากร, ระยะเวลาในการจัดกิจกรรมเหมาะสม, เนื้อหาของหลักสูตรตรงกับความต้องการของผู้รับบริการ, ผู้รับบริการมีส่วน ร่วมในการแสดงความคิด เห็นต่อการจัดท าหลักสูตร, สื่อ/เอกสารประกอบการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสม, บุคลิกภาพของวิทยากร อันดับที่ 4 คือ การจัดกิจกรรมท าให้ผู้รับบริการสามารถ คิดเป็นท าเป็นแก้ปัญหาเป็น, วิทยากรมีความรู้ความสามารถในการจัดกิจกรรม, สถานที่ในการจัดกิจกรรมเหมาะสม มีค่าเฉลี่ยเท่ากัน ตามล าดับ -ขค าน า


จากการที่ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ กศน.อ าเภอสัตหีบ ได้จัดท า โครงการนักศึกษา กศน.รุ่นใหม่ห่างไกลยาเสพติด เพื่อตอบสนองต่อนโยบายของส านักงาน กศน. โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้นักศึกษามีความรู้และทักษะการคิดวิเคราะห์รู้ถึงพิษภัยยาเสพติดและสร้างภูมิคุ้มกัน และป้องกันยาเสพติด ซึ่ง โครงการด าเนินการจัดในวันที่ 21 มีนาคม 2564 ณ ศาลาประชาคมอ าเภอสัตหีบ, วัดช่องแสมสาร, กศน.ต าบลบาง เสร่ โครงการนี้ได้วิทยากร มาให้ความรู้ให้กับนักศึกษาอ าเภอสัตหีบ เพื่อให้ผู้เข้าอบรมสามารถ น าความรู้ที่ได้รับไป ประยุกต์ใช้ในการท างานได้จริง โครงการดังกล่าวได้ด าเนินการเสร็จสิ้นไปได้ด้วยดี ซึ่งรายละเอียดผลการด าเนินงาน ต่างๆ ตลอดจนปัญหาและอุปสรรค ได้สรุปไว้แล้ว เพื่อรวบรวมกระบวนการด าเนินงาน ผลที่ได้น าไปใช้ ตลอดจน การพัฒนาเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพวิถีชีวิต และการตอบสนองความต้องการของผู้เข้ารับการฝึกอบรม สุดท้ายคือ การน าไปใช้ประโยชน์อย่างแท้จริงและสามารถแนะน าผู้อื่นได้ เพื่อให้เกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างต่อเนื่อง กศน.อ าเภอสัตหีบ มีนาคม 2564 -คสารบัญ หน้า บทสรุปผู้บริหาร............................................................................................................ ................................ก


ค าน า......................................................................................................................... ....................................ข สารบัญ..........................................................................................................................................................ค สารบัญตาราง.................................................................................................................. ..............................ง บทที่ 1 บทน า.........................................................................................................................................1 ความเป็นมาและความส าคัญ......................................................................................................1วัตถุประสงค์ ...................................................................................................................................................1 เป้าหมาย....................................................................................................................................2 ระยะเวลาด าเนินงาน..................................................................................................................2ผลลัพธ์ 2 ดัชนีวัดผลส าเร็จของโครงการ.....................................................................................................2 นิยามศัพท์เฉพาะ.......................................................................................................................2 บทที่2 เอกสารการศึกษาและรายงานที่เกี่ยวข้อง.................................................................................3 ยุทธศาสตร์และจุดเน้นการด าเนินงาน ส านักงาน กศน.ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ.2564 ............3 นโยบายเร่งด่วนเพื่อร่วมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พัฒนาประเทศ.....................................................4 กรอบการจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน................................................................................9 เอกสาร/งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง .......................................................................................................13 บทที่ 3 วิธีด าเนินงาน .............................................................................................................................23 ประชุมบุคลากรกรรมการสถานศึกษา.........................................................................................23 แต่งตั้งคณะท างาน......................................................................................................................23 ด าเนินงานตามแผน ....................................................................................................................23 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการด าเนินงาน..............................................................................................23 เครื่องมือที่ใช้ในการด าเนินงาน...................................................................................................23 การเก็บรวบรวมข้อมูล................................................................................................................24 การวิเคราะห์ข้อมูล.....................................................................................................................24 -คสารบัญ(ต่อ) หน้า บทที่ 4 ผลการด าเนินงานและการวิเคราะห์ข้อมูล................................................................................26


ตอนที่ 1 ข้อมูลส่วนตัวผู้แบบสอบถามของผู้เข้ารับการอบรมในโครงการนักศึกษา กศน.รุ่นใหม่ห่างไกลยาเสพติด.................................................................................................................26 ตอนที่ 2 ข้อมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นที่มีต่อโครงการนักศึกษา กศน.รุ่นใหม่ห่างไกลยาเสพติด....29 บทที่ 5 สรุปผลการประเมิน อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ..................................................................30 สรุปผลการด าเนินงาน ................................................................................................................30 อภิปรายผล.................................................................................................................................30 ข้อเสนอแนะ...............................................................................................................................31 บรรณานุกรม...........................................................................................................................................32 ภาคผนวก................................................................................................................................................33 ภาคผนวก ก...............................................................................................................................34 ภาคผนวก ข...............................................................................................................................35 -งสารบัญตาราง หน้า ตารางที่ 1 แสดงค่าร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยจ าแนกตามเพศ..................................................26 2 แสดงค่าร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยจ าแนกตามอายุ........................................................27 3 แสดงค่าร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยจ าแนกตามอาชีพ......................................................27


4 ผลการประเมินโครงการสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันยาเสพติด..................................................29 บทที่ 1 บทน า ความเป็นมาและความส าคัญ ทททททททในปัจจุบันปัญหายาเสพติดนั้นถือได้ว่าเป็นปัญหาระดับประเทศ การระบาดที่กระจายตัวอย่างรวดเร็วใน สังคมไทย เป็นปัญหาที่แก้ไขได้ยากมาก เนื่องจากคนไทยในสมัยปัจจุบันไม่รู้จักการหลีกเลี่ยงเพราะอยากรู้ อยากลอง บางคนมีความโลภที่จะหาเงินทางลัด โดยการน ามาขายเพื่อหวังก าไรที่มากมายมหาศาล โดยไม่ค านึงถึงคุณธรรม จริยธรรมที่ควรปฏิบัติต่อประเทศชาติ ผลจากการเห็นแก่ตัวของกลุ่มคนเหล่านี้ ส่งผลต่อเด็กเยาวชนของไทยที่จะมี อนาคตในภายภาคหน้าที่สดใส แต่กลับต้องหลงเชื่อ โดยการอยากรู้อยากลองสารเสพติดเหล่านั้น ถูกการชักจูง การ


มั่วสุม และการหลอกให้เป็นเครื่องมือในการค้าขายสารเสพติด ถ้าเยาวชนทุกคนตกเป็นทาสของยาเสพติดอนาคตของ ประเทศคงจะพบกับการสูญเสียอย่าง ใหญ่หลวงเป็นแน่แท้ ยาเสพติดไม่มีผลดีต่อร่างกายและยังให้โทษอีกมากมาย มหาศาล เนื่องจากเยาวชนไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่จากสังคมอย่างเพียงพอ ครอบครัวควรเป็นแบบอย่างในการให้ ความรู้ ความเข้าใจอย่างถูกต้องกับเยาวชน เพื่อเป็นการช่วยกันขับเคลื่อนไปในทางที่ถูกที่ควร สิ่งเสพติดนั้นจะเข้าหา กลุ่มเยาวชนได้อย่างง่ายมาก เพราะเป็นกลุ่มเสี่ยงที่มีความคึกคะนองพอสมควร ถ้าปล่อยให้สิ่งเสพติดนั้นท าลาย เยาวชนซึ่งเป็นอนาคตของชาติ ประเทศไทยคงต้องพบกับสิ่งเลวร้ายอย่างยิ่ง จากค ากล่าวที่ว่า เยาวชนเป็นอนาคต ของชาติ ถ้าไม่ป้องกันและให้ความรู้เกี่ยวกับโทษ และการหลีกเลี่ยงจากยาเสพติดแก่เยาวชน อนาคตของชาติคงถูก ท า ล า ย ด้ ว ย ย า เ ส พ ติ ด เด็กและเยาวชน เป็นเป้าหมายของขบวนการยาเสพติด เนื่องจากเป็นวัยที่เอื้อต่อการเข้าไปเกี่ยวข้องกับ ยาเสพติดทั้งปัจจัยจากตนเอง คือ เป็นวัยที่ต้องการเรียนรู้ อยากลอง ต้องการเรียกร้องความสนใจ ต้องการค้นหา สร้างตัวตน สร้างการยอมรับ มีแรงผลักดันทางอารมณ์สูง กล้าเสี่ยง กล้าท าสิ่งท้าทาย นอกจากนี้ นักค้ายาเสพติด ต่างมองว่า เยาวชนส่วนใหญ่มีเงิน จึงมีความมั่นใจว่าการค้ายาเสพติดกับเยาวชนนั้น จะท าให้มีลูกค้าอยู่สม่ าเสมอ จากสถิติค้ายาเสพติดพบว่า เด็กและเยาวชนที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดเริ่มมีอายุน้อยลง ดังนั้น จึงจ าเป็นอย่างยิ่ง ที่ จะต้องเรียนรู้วิธีป้องกันยาเสพติดในเด็กและเยาวชน เพื่อจะได้สามารถร่วมมือกันปกป้องเด็กและเยาวชน จาก ปัญหายาเสพติด ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบจึงได้จัด โครงการนักศึกษา กศน. รุ่นใหม่ห่างไกลยาเสพติด ขึ้น วัตถุประสงค์ เพื่อให้นักศึกษามีความรู้ความเข้าใจ มีเจตคติ ค่านิยมที่ถูกต้องและมีทักษะหรือความสามารถพื้นฐานที่ จ าเป็นในการเผชิญปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตได้ เป้าหมาย 1. เชิงปริมาณ - นักศึกษา กศน.ต าบลสัตหีบ จ านวน 175 คน - นักศึกษา กศน.ต าบลบางเสร่ และกศน.ต าบลนาจอมเทียน จ านวน 125 คน - นักศึกษา กศน.ต าบลแสมสาร และกศน.ต าบลพลูตาหลวง จ านวน 100 คน 2. เชิงคุณภาพ - นักศึกษา กศน.อ าเภอสัตหีบ ที่เข้าร่วมโครงการสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันยาเสพติด มีความรู้และ ทักษะการคิดวิเคราะห์รู้ถึงพิษภัยยาเสพติดและสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันยาเสพติด ระยะเวลาด าเนินงาน วันที่ 21 มีนาคม 2564 ณ ศาลาประชาคมอ าเภอสัตหีบ, กศน.ต าบลบางเสร่ และวัดช่องแสมสาร อ าเภอสัตหีบ


ผลลัพธ์ ททททนักศึกษา กศน.ที่เข้าร่วมโครงการ มีความรู้และทักษะการคิดวิเคราะห์รู้ถึงพิษภัยยาเสพติดและสร้างภูมิคุ้มกัน และป้องกันยาเสพติด ดัชนีวัดผลและความส าเร็จของโครงการ ทททททททท1. ตัวชี้วัดผลผลิต (Outputs) - ร้อยละ 80ของนักศึกษา ที่เข้าร่วมโครงการได้มีความรู้และทักษะการคิดวิเคราะห์รู้ถึงพิษภัย ยาเสพ ติดและสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันยาเสพติด 2. ตัวชี้วัดผลลัพธ์ (Outcomes) - นักศึกษา กศน.อ าเภอสัตหีบ ที่เข้าร่วมโครงการได้มีความรู้และทักษะการคิดวิเคราะห์รู้ถึงพิษภัย ยาเสพติดและสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันยาเสพติด ในระดับพอใช้ถึงมาก ร้อยละ 80 - นักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการมีความพึงพอใจในระดับมากขึ้นไปร้อยละ 80 บทที่ 2 เอกสารการศึกษาและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ในการจัดท ารายงานโครงการนักศึกษา กศน.รุ่นใหม่ห่างไกลยาเสพติด ครั้งนี้ ผู้จัดท าโครงการได้ ท าการศึกษาค้นคว้าเนื้อหาจากเอกสารการศึกษา และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ 1. นโยบายและจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 2. ปรัชญา วิสัยทัศน์ อัตลักษณ์ เอกลักษณ์ กลยุทธ์ กศน. อ าเภอสัตหีบ 3. กรอบการจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน 4. เอกสาร/งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 1. นโยบายและจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 เพื่อให้การด าเนินการจัดการศึกษาและการบริหารจัดการการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เป็นไปด้วย ความเรียบร้อย บรรลุเป้าหมาย อาศัยอ านาจตามความในมาตรา 8 และมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบ บริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2546 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ จึงประกาศนโยบายและจุดเน้น


ของกระทรวงศึกษาธิการ ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 เพื่อให้ส่วนราชการในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ยึดเป็น กรอบการด าเนินงานในการจัดท าแผนและงบประมาณรายจ่ายประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 พร้อมทั้งขับเคลื่อน การด าเนินงานด้านการศึกษาให้มีคุณภาพ ประสิทธิภาพในทุกมิติ โดยใช้จ่ายงบประมาณอย่างคุ้มค่า เพื่อมุ่งเป้าหมาย คือ ผู้เรียนทุกช่วงวัย ดังนี้ หลักการตามนโยบาย ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 กระทรวงศึกษาธิการมุ่งมั่นด าเนินการภารกิจหลักตามแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 – 2580) ในฐานะหน่วยงานเจ้าภาพขับเคลื่อนทุกแผนย่อยในประเด็น 12 การพัฒนาการเรียนรู้ และแผนย่อยที่ 3 ใน ประเด็น 11 ศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต รวมทั้งแผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา และนโยบายรัฐบาลทั้งในส่วน นโยบายหลักด้านการปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ และการพัฒนาศักยภาพของคนไทยทุกช่วงวัย และนโยบายเร่งด่วน เรื่องการเตรียมคนไทยสู่ศตวรรษที่ 21 นอกจากนี้ ยังสนับสนุนการขับเคลื่อนแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติประเด็นอื่น ๆ แผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2561 – 2564) นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ (พ.ศ. 2562 – 2565) รวมทั้งนโยบายและแผนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยคาดหวังว่าผู้เรียนทุกช่วงวัยจะได้รับการพัฒนาในทุก มิติ เป็นคนดี คนเก่ง มีคุณภาพ และมีความพร้อมร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ สู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ดังนั้น ในการเร่งรัดการท างานภาพรวมกระทรวงให้เกิดผลสัมฤทธิ์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคม และ ผลักดันให้การจัดการศึกษามีคุณภาพและประสิทธิภาพในทุกมิติ กระทรวงศึกษาธิการจึงก าหนดนโยบายประจ าปี งบประมาณ พ.ศ. 2564 ดังนี้ ปรับรื้อและเปลี่ยนแปลงระบบการบริหารจัดการ โดยมุ่งปฏิรูปองค์การเพื่อหลอมรวมภารกิจและบุคลากร เช่น ด้านการประชาสัมพันธ์ ด้านการต่างประเทศ ด้านเทคโนโลยี ด้านกฎหมาย ฯลฯ ที่สามารถลดการใช้ทรัพยากร ทับซ้อน เพิ่มประสิทธิภาพและความเป็นเอกภาพ รวมทั้งการน าเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยทั้งการบริหารงานและการ จัดการศึกษารองรับความเป็นรัฐบาลดิจิทัล ปรับรื้อและเปลี่ยนแปลงระบบการบริหารทรัพยากร โดยมุ่งปฏิรูปกระบวนการวางแผนงาน/โครงการแบบ ร่วมมือและบูรณาการ ที่สามารถตอบโจทย์ของสังคมและเป็นการพัฒนาที่ยั่งยืน รวมทั้งกระบวนการจัดท า งบประมาณที่มีประสิทธิภาพและใช้จ่ายอย่างคุ้มค่า ส่งผลให้ภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และนานาชาติ เชื่อมั่นและร่วมสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพการศึกษามากยิ่งขึ้น ปรับรื้อและเปลี่ยนแปลงระบบการบริหารจัดการและพัฒนาก าลังคนของกระทรวงศึกษาธิการ โดยมุ่งบริหาร จัดการอัตราก าลังให้สอดคล้องกับการปฏิรูปองค์การ รวมทั้งพัฒนาสมรรถนะและความรู้ความสามารถของบุคลากร ภาครัฐ ให้มีความพร้อมในการปฏิบัติงานรองรับความเป็นรัฐบาลดิจิทัล ปรับรื้อและเปลี่ยนแปลงระบบการจัดการศึกษาและการเรียนรู้ โดยมุ่งให้ครอบคลุมถึงการจัดการศึกษาเพื่อ คุณวุฒิ และการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่สามารถตอบสนองการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21


จุดเน้นประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 1. การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ 1.1 การจัดการศึกษาเพื่อคุณวุฒิ จัดการศึกษาทุกระดับ ทุกประเภท โดยใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะ รวมทั้งแนวทางการจัดการเรียนรู้เชิงรุก และการวัดประเมินผลเพื่อพัฒนาผู้เรียน ที่สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาแห่งชาติส่งเสริมการพัฒนากรอบ หลักสูตรระดับท้องถิ่นและหลักสูตรสถานศึกษา ตามความต้องการจ าเป็นของกลุ่มเป้าหมายและแตกต่างหลากหลาย ตามบริบทของพื้นที่ พัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะการคิดวิเคราะห์ สามารถแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าได้อย่างมี ประสิทธิภาพ โดยจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) จากประสบการณ์จริงหรือจากสถานการณ์จ าลองผ่านการ ลงมือปฏิบัติ ตลอดจนจัดการเรียนการสอนในเชิงแสดงความคิดเห็นเพื่อเปิดโลกทัศน์มุมมองร่วมกันของผู้เรียนและครู ให้มากขึ้น พัฒนาผู้เรียนให้มีความรอบรู้และทักษะชีวิต เพื่อเป็นเครื่องมือในการด ารงชีวิตและสร้างอาชีพ อาทิ การใช้ เทคโนโลยีดิจิทัล สุขภาวะและทัศนคติที่ดีต่อการดูแลสุขภาพ 1.2 การเรียนรู้ตลอดชีวิต จัดการเรียนรู้ตลอดชีวิตส าหรับประชาชนทุกช่วงวัย เน้นส่งเสริมและยกระดับทักษะภาษาอังกฤษ (English for All) ส่งเสริมการเรียนการสอนที่เหมาะสมส าหรับผู้ที่เข้าสู่สังคมสูงวัย อาทิ อาชีพที่เหมาะสมรองรับสังคมสูงวัย หลักสูตรการพัฒนาคุณภาพชีวิต และหลักสูตรการดูแลผู้สูงวัย หลักสูตร BUDDY โดยเน้นการมีส่วนร่วมในการพัฒนา ชุมชน โรงเรียน และผู้เรียน หลักสูตรการเรียนรู้ออนไลน์ เพื่อส่งเสริมประชาสัมพันธ์สินค้าออนไลน์ระดับต าบล ส่งเสริมโอกาสการเข้าถึงการศึกษาเพื่อทักษะอาชีพและการมีงานท า ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัด ชายแดนภาคใต้ และเขตพื้นที่พิเศษ (พื้นที่สูง พื้นที่ตามแนวตะเข็บ ชายแดน และพื้นที่เกาะแก่ง ชายฝั่งทะเล ทั้งกลุ่ม ชนต่างเชื้อชาติ ศาสนา และวัฒนธรรม กลุ่มชนชายขอบ และแรงงานต่างด้าว) พัฒนาครูให้มีทักษะ ความรู้ และความช านาญในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ และภาษาอังกฤษ รวมทั้งการจัดการเรียนการสอนเพื่อฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบและมีเหตุผลเป็นขั้นตอน พัฒนาครูอาชีวศึกษาที่มีความรู้และความสามารถในทางปฏิบัติ (Hands – on Experience) เพื่อให้มีทักษะ และความเชี่ยวชาญทางวิชาการ โดยร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษาชั้นน าของประเทศจัดหลักสูตรการพัฒนาแบบ เข้มข้นระยะเวลาอย่างน้อย 1 ปีพัฒนาสมรรถนะและความรู้ความสามารถของบุคลากรกระทรวงศึกษาธิการ ให้มี ความพร้อมในการปฏิบัติงานรองรับความเป็นรัฐบาลดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพ โดยจัดให้มีศูนย์พัฒนาสมรรถนะ บุคลากรระดับจังหวัดทั่วประเทศ 2. การพัฒนาการศึกษาเพื่อความมั่นคง พัฒนาคุณภาพการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยน้อมน ายุทธศาสตร์พระราชทาน “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” เป็นหลักในการด าเนินการเฝ้าระวังภัยทุกรูปแบบที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน ครู และสถานศึกษา โดยเฉพาะภัยจาก ยาเสพติด อาชญากรรมทางไซเบอร์ การค้ามนุษย์ส่งเสริมให้ใช้ภาษาท้องถิ่นร่วมกับภาษาไทย เป็นสื่อจัดการเรียนการ สอนในพื้นที่ที่ใช้ภาษาอย่างหลากหลาย เพื่อวางรากฐานให้ผู้เรียนมีพัฒนาการด้านการคิดวิเคราะห์ รวมทั้งมีทักษะ


การสื่อสารและใช้ภาษาที่สามในการต่อยอดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพปลูกฝังผู้เรียนให้มีหลักคิดที่ถูกต้องด้าน คุณธรรม จริยธรรม และเป็นผู้มีความพอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา โดยใช้กระบวนการลูกเสือ และยุวกาชาด 3. การสร้างความสามารถในการแข่งขัน สนับสนุนให้สถานศึกษาอาชีวศึกษาผลิตก าลังแรงงานที่มีคุณภาพ ตามความเป็นเลิศของแต่ละสถานศึกษา และตามบริบทของพื้นที่ รวมทั้งสอดคล้องกับความต้องการของประเทศทั้งในปัจจุบันและอนาคต สนับสนุนให้สถานศึกษาอาชีวศึกษาบริหารจัดการอย่างมีคุณภาพ และจัดการเรียนการสอนด้วยเครื่องมือปฏิบัติที่ ทันสมัยและสอดคล้องกับเทคโนโลยี โดยเน้นให้ผู้เรียนมีทักษะการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analysis) และทักษะการ สื่อสารภาษาต่างประเทศ 4. การสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา พัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ และใช้ดิจิทัลเป็นเครื่องมือการเรียนรู้ ศึกษาและปรับปรุงอัตราเงิน อุดหนุนค่าใช้จ่ายต่อหัวในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ระดมสรรพก าลังเพื่อส่งเสริมสนับสนุนโรงเรียนน าร่องพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา เพื่อลดความเหลื่อมล้ าทางการศึกษา ให้สอดคล้องพระราชบัญญัติพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ. 2562 5. การจัดการศึกษาเพื่อสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เสริมสร้างการรับรู้ ความเข้าใจ ความตระหนัก และส่งเสริมคุณลักษณะและพฤติกรรมที่พึงประสงค์ด้าน สิ่งแวดล้อมส่งเสริมการพัฒนาสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ให้สามารถเป็นอาชีพ และสร้าง รายได้ 6. การปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการ - ปฏิรูปองค์การเพื่อลดความทับซ้อน เพิ่มประสิทธิภาพและความเป็นเอกภาพของหน่วยงานที่มีภารกิจ ใกล้เคียงกัน เช่น ด้านประชาสัมพันธ์ ด้านต่างประเทศ ด้านเทคโนโลยี ด้านกฎหมาย เป็นต้น - ปรับปรุงกฎหมายและระเบียบที่เป็นอุปสรรคและข้อจ ากัดในการด าเนินงาน โดยค านึงถึงประโยชน์ของ ผู้เรียนและประชาชน ตลอดจนกระทรวงศึกษาธิการโดยรวม - สนับสนุนกิจกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ - พัฒนาระบบฐานข้อมูลด้านการศึกษา (Big Data) - พัฒนาระบบการบริหารจัดการและพัฒนาก าลังคนของกระทรวงศึกษาธิการ ให้สอดคล้องกับการปฏิรูป องค์การ - สนับสนุนให้สถานศึกษาเป็นนิติบุคคล เพื่อให้สามารถบริหารจัดการศึกษาที่มีคุณภาพได้อย่างอิสระและมี ประสิทธิภาพ ภายใต้กรอบแนวทางของกระทรวงศึกษาธิการ - จัดตั้งหน่วยงานวางแผนทางการเงิน (Financial Plan) ระดับจังหวัด เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตบุคลากรของ กระทรวงศึกษาธิการ - ส่งเสริมโครงการ 1 ต าบล 1 โรงเรียนคุณภาพ โดยเน้นปรับสภาพแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกบริเวณ โรงเรียนให้เอื้อต่อการเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม และจิตสาธารณะ


การขับเคลื่อนนโยบายและจุดเน้นสู่การปฏิบัติ ให้ส่วนราชการ หน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ น านโยบายและจุดเน้น เป็นกรอบแนวทางมาใช้ใน การวางแผนและจัดท างบประมาณรายจ่ายประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 โดยค านึงถึงมาตรการ 4 ข้อ ตามที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ให้แนวทางในการบริหารงบประมาณไว้ ดังนี้ (1) งดดูงานต่างประเทศ 1 ปี ยกเว้นกรณีที่มีความจ าเป็นและเป็นประโยชน์ต่อกระทรวงศึกษาธิการ (2) ลดการจัดอบรมสัมมนาที่มีขนาดใหญ่และ ใช้งบประมาณมาก (3) ยกเลิกการจัดงาน Event และ (4) ทบทวนงบประมาณที่มีความซ้ าซ้อน ให้มีคณะกรรมการติดตาม ประเมินผล และรายงานการขับเคลื่อนนโยบายและจุดเน้นสู่การปฏิบัติระดับพื้นที่ โดยให้ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธาน ส านักงานศึกษาธิการภาคและส านักตรวจราชการและติดตาม ประเมินผล สป. เป็นฝ่ายเลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการตามล าดับ โดยมีบทบาทภารกิจในการตรวจราชการ ติดตาม ประเมินผลในระดับนโยบาย และจัดท ารายงานเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และคณะกรรมการ ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ทราบตามล าดับ กรณีมีปัญหาในเชิงพื้นที่หรือข้อขัดข้องในการปฏิบัติงาน ให้ศึกษา วิเคราะห์ข้อมูลและด าเนินการแก้ไขปัญหา ในระดับพื้นที่ก่อน โดยใช้ภาคีเครือข่ายในการแก้ไขข้อขัดข้อง พร้อมทั้งรายงานต่อคณะกรรมการติดตามฯ ข้างต้น ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการตามล าดับ อนึ่ง ส าหรับภารกิจของส่วนราชการหลักและหน่วยงานที่ปฏิบัติในลักษณะงานในเชิงหน้าที่ (Function) งาน ในเชิงยุทธศาสตร์ (Agenda) และงานในเชิงพื้นที่ (Area) ซึ่งได้ด าเนินการอยู่ก่อนเมื่อรัฐบาลหรือกระทรวงศึกษาธิการ มีนโยบายส าคัญเพิ่มเติมในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 นอกเหนือจากที่ก าหนด หากมีความสอดคล้องกับหลักการ นโยบายและจุดเน้นข้างต้น ให้ถือเป็นหน้าที่ของส่วนราชการหลักและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งรัด ก ากับ ติดตาม ตรวจสอบให้การด าเนินการเกิดผลส าเร็จและมีประสิทธิภาพอย่างเป็นรูปธรรมด้วยเช่นกัน 2. ปรัชญา วิสัยทัศน์ อัตลักษณ์ เอกลักษณ์ กลยุทธ์ กศน. อ าเภอสัตหีบ ปรัชญา “คิดเป็น ท าเป็น เน้นคุณธรรม” วิสัยทัศน์ “ภายในปี 2565 ผู้เรียน/ผู้รับบริการ ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอ สัตหีบ มีคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้ ใช้แหล่งเรียนรู้ ภูมิปัญญา สื่อเทคโนโลยี ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ โดย เครือข่ายมีส่วนร่วม” อัตลักษณ์ “เท่าทันเทคโนโลยี”ความหมาย การใช้เทคโนโลยี ในการเรียนรู้และการด ารงชีวิตได้อย่างถูกต้อง เอกลักษณ์ “องค์กร ออนไลน์”หมายถึง สถานศึกษาใช้เทคโนโลยีในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ และการ บริหารงานภายในองค์กร


พันธกิจ 1. ออกแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับหลักสูตร 2. จัดระบบสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้และการบริหารการศึกษา 3. พัฒนาบุคลากรด้านการออกแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้/สื่อ/การประเมินผล 4. ส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายและชุมชนในการจัดกิจกรรมการศึกษา เป้าประสงค์ 1. ใช้สื่อเทคโนโลยีในการจัดการเรียนรู้ 2. จัดการเรียนรู้ร่วมกับเครือข่าย กลยุทธ์ กลยุทธ์ วัตถุประสงค์ 1. พัฒนาคุณภาพผู้เรียน 1. เพื่อให้ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรมค่านิยมอันพึงประสงค์ 2. เพื่อให้ผู้เรียนมีทักษะและความสามารถในการแสวงหาความรู้ 3. เพื่อให้ผู้เรียนมีทักษะและความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ 4. เพื่อให้ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาตามนโยบายสถานศึกษา 5. เพื่อให้ผู้เรียนการศึกษาต่อเนื่องน าความรู้ไปใช้ได้ 6. เพื่อให้ผู้เรียนการศึกษาเศรษฐกิจพอเพียงสามารถน าความรู้ไปใช้ได้ 7. เพื่อให้ผู้เรียนการศึกษาดิจิทัลชุมชนสามารถน าความรู้ไปใช้ได้ 8. เพื่อให้ผู้รับบริการการศึกษาตามอัธยาศัยน าความรู้ไปใช้ได้ 9. เพื่อให้ผู้เรียน/ผู้รับบริการสามารถเข้าถึงข้อมูลจากระบบสารสนเทศและ สามารถน าความรู้ไปใช้พัฒนาตนเองได้ 2. พัฒนาบุคลาการ 1. เพื่อให้บุคลากรมีความรู้และทักษะด้านการออกแบบการจัดกระบวนการ เรียนการสอน 2. เพื่อให้บุคลากรมีความรู้และทักษะด้านการออกแบบสื่อการเรียนการสอน 3. เพื่อให้บุคลากรมีความรู้และทักษะด้านวิธีการประเมินผลที่มีคุณภาพ 3. บริหารการจัดการสถานศึกษา 1. เพื่อจัดระบบสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้และการบริหารสถานศึกษา 4. ภาคีเครือข่ายร่วมจัดกิจกรรม 1. เพื่อให้เครือข่ายมีส่วนร่วมส่งเสริมสนับสนุนและร่วมจัดการจัดกิจกรรม การศึกษา 3. กรอบการจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน


หลักการ รัฐบาลได้ก าหนดยุทธศาสตร์ชาติ20 ปี (2560 – 2579) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขจุดอ่อนและ เสริมจุดแข็งให้เอื้อต่อการพัฒนาประเทศให้บรรลุเป้าหมาย การสร้างรักษาไว้ซึ่งผลประโยชน์แห่งชาติในการที่จะให้ ประเทศไทยมีความมั่นคงในทุกด้าน คนในชาติมีคุณภาพชีวิตที่ดีและมั่นคง และประเทศสามารถพัฒนาไปได้อย่าง ยั่งยืน จ านวน 6 ยุทธศาสตร์ได้แก่ (1) ยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง (2) ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความสามารถในการ แข่งขัน (3) ยุทธศาสตร์การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ (4) ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างโอกาสและ ความเสมอภาคทางสังคม (5) ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิต(6) ยุทธศาสตร์ด้านการปรับสมดุล และพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ ซึ่งสอดคล้องจุดเน้นในการพัฒนาคุณภาพคนในสังคมไทยทุกช่วงวัยให้เป็น คนดี มีสุขภาวะที่ดี มีคุณธรรม จริยธรรม มีระเบียบวินัยมีจิตสานึกที่ดีต่อสังคมส่วนรวม มีทักษะความรู้และ ความสามารถปรับตัวเท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงรอบตัวที่รวดเร็วแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2560 – 2579 ได้ ก าหนดวัตถุประสงค์ในการจัดการศึกษา 4 ประการได้แก่ (1) เพื่อพัฒนาระบบและกระบวนการจัดการศึกษาที่มี คุณภาพและมีประสิทธิภาพ (2) เพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นพลเมืองดีมีคุณลักษณะทักษะและสมรรถนะที่สอดคล้องกับ บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติและยุทธศาสตร์ชาติ (3) เพื่อ พัฒนาสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้และมีคุณธรรม จริยธรรม รู้รักสามัคคี และร่วมมือผนึกกาลังมุ่งสู่การ พัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และ (4) เพื่อนาประเทศไทยก้าวข้ามกับดัก ประเทศที่มีรายได้ปานกลาง และความเหลื่อมล้าภายในประเทศลดลง จึงก าหนดยุทธศาสตร์ในการพัฒนาการศึกษา ภายใต้6 ยุทธศาสตร์หลักที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ20 ปีเพื่อให้แผนการศึกษาแห่งชาติบรรลุเป้าหมายตาม จุดมุ่งหมาย วิสัยทัศน์และแนวคิดการจัดการศึกษา ดังนี้(1) ยุทธศาสตร์การจัดการศึกษาเพื่อความมั่นคงของสังคม และประเทศชาติ(2) ยุทธศาสตร์การผลิตและพัฒนากาลังคน การวิจัย และนวัตกรรม เพื่อสร้างขีดความสามารถใน การแข่งขันของประเทศ(3) ยุทธศาสตร์การพัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวัย และการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ (4) ยุทธศาสตร์การสร้างโอกาสความเสมอภาพ และความเท่าเทียมทางการศึกษา (5) ยุทธศาสตร์การจัดการศึกษาเพื่อ สร้างเสริมสุขภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (6) ยุทธศาสตร์การพัฒนาประสิทธิภาพของระบบบริหารจัดการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ได้ประกาศใช้หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 ที่มุ่ง จัดการศึกษาเพื่อตอบสนองอุดมการณ์การจัดการศึกษาตลอดชีวิตและการสร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ ตามปรัชญา “คิดเป็น” เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตและสังคม มีการบูรณาการอย่างสมดุลระหว่างปัญญาธรรม ศีลธรรม และวัฒนธรรม มุ่งสร้างพื้นฐานการเป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัว ชุมชน สังคม และพัฒนาความสามารถเพื่อการทา งานที่มีคุณภาพ โดยให้ภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมจัดการศึกษาให้ตรงตามความต้องการของผู้เรียน และสามารถ ตรวจสอบได้ว่า การศึกษานอกระบบเป็นกระบวนการของการพัฒนา ชีวิตและสังคม สามารถพึ่งพาตนเองได้และ รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง เป็นหลักสูตรที่มีความเหมาะสมสอดคล้องกับสภาพปัญหา ความต้องการของบุคคลที่อยู่ นอกระบบโรงเรียน ซึ่งเป็นผู้มีความรู้ประสบการณ์จากการท างานและการประกอบอาชีพ โดยการก าหนดสาระการ เรียนรู้มาตรฐานการเรียนรู้การจัดการเรียนรู้การวัดและประเมินผล ให้ความส าคัญกับการพัฒนากลุ่มเป้าหมายด้าน จิตใจ ให้มีคุณธรรมควบคู่ไปกับการพัฒนาการเรียนรู้สร้างภูมิคุ้มกัน สามารถจัดการกับองค์ความรู้ ทั้งภูมิปัญญา ท้องถิ่นและเทคโนโลยีเพื่อให้ผู้เรียนสามารถปรับตัวอยู่ในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา สร้างภูมิคุ้มกันตาม แนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง รวมทั้งค านึงถึงธรรมชาติการเรียนรู้ของผู้ที่อยู่นอกระบบ และสอดคล้องกับสภาพ


เศรษฐกิจ สังคม การเมือง การปกครองความเจริญก้าวหน้า ของเทคโนโลยีและการสื่อสารส านักงาน กศน. จึงก าหนด กรอบการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนที่สอดคล้องกับจุดมุ่งหมายของหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับ การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ให้สถานศึกษาจัดเพิ่มเติมจากการเรียนปกติให้กับผู้เรียน เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณธรรม จริยธรรม มีสติปัญญา มีคุณภาพชีวิตที่ดีมีศักยภาพในการศึกษาต่อ การประกอบ อาชีพและการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องซึ่งเป็นคุณลักษณะอันพึงประสงค์สอดคล้องกับทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ตามจุดมุ่งหมายของกระทรวงศึกษาธิการ แผนการศึกษาแห่งชาติและยุทธศาสตร์ชาติ20 ปีขึ้น กรอบการจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน เพื่อให้สถานศึกษาได้จัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน เป็นไปในแนวทางเดียวกันอย่างมี ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล คุ้มค่า เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้เรียน ดังนี้ 1. กิจกรรมพัฒนาวิชาการ เป็นการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาให้ผู้เรียนมีพื้นฐานความรู้เพียงพอกับการศึกษาในแต่ละระดับและ พัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ ความสามารถทางด้านวิชาการเพิ่มมากขึ้นในรายวิชาตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ได้แก่ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์วิทยาศาสตร์หรือวิชาอื่น ๆ ตามความต้องการของนักศึกษา กศน. ซึ่งวิทยากรหรือผู้สอนควรเป็นผู้ที่มีความรู้หรือประสบการณ์ในการสอนวิชา นั้น ๆ โดยตรง อาจจะเป็นบุคคลภายนอกหรือครูกศน. ได้ตามความเหมาะสม ส่วนจ านวนนักศึกษากศน. ที่ร่วม กิจกรรมให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้บริหารสถานศึกษา 2. กิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิต เป็นการจัดกิจกรรมเสริมเพิ่มเติมจากการเรียนปกติในสาระทักษะการด าเนินชีวิต หลักสูตรการศึกษา นอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 เนื่องจากสังคมปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทั้ง ด้านเศรษฐกิจ สังคม ข่าวสารข้อมูล และเทคโนโลยี มีการแข่งขันและความขัดแย้งมากขึ้นจึงมีความจาเป็นที่ สถานศึกษาต้องจัดกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิตให้กับผู้เรียน เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจ มีเจตคติค่านิยมที่ถูกต้องและ มีทักษะหรือความสามารถพื้นฐานที่จาเป็นในการเผชิญปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิต อาทิเช่น ปัญหายาเสพติดการตั้งครรภ์ ไม่พึงประสงค์ เพศสัมพันธ์ ทะเลาะวิวาท ครอบครัวแตกแยก ความรุนแรง ความเครียด ภัยพิบัติเป็นต้น รวมทั้งมี คุณสมบัติที่พึงประสงค์ในการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข และสามารถนาความรู้จากการเข้าร่วม กิจกรรมไปปรับใช้ในชีวิตประจาวันได้อย่างเหมาะสม 3. กิจกรรมที่แสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติศาสนา และพระมหากษัตริย์ เป็นการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาและส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้เรียน มีความรู้ความเข้าใจ มีทัศนคติที่ดีมี ความรักและภาคภูมิใจในชาติไทย และแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ตลอดจนทะนุบ ารุงและปฏิบัติตามหลักธรรมทางศาสนาที่นับถือ การส่งเสริมโครงการอันเนื่องมาจากพระราชด าริการ เทิดทูนและปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ 4. กิจกรรมการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง


เป็นการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ความเข้าใจตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยสามารถนาไปประยุกต์ให้เกิดผลในทางปฏิบัติในการดารงชีวิตประจาวันทั้งต่อตนเอง ครอบครัวชุมชน สังคมและ ประเทศชาติ 5. กิจกรรมลูกเสือ และกิจกรรมอาสายุวกาชาด เป็นกิจกรรมเพื่อพัฒนาและส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้เรียนเป็นผู้ที่มีระเบียบวินัย มีคุณธรรม จริยธรรมมี จิตอาสา มีความเสียสละในการช่วยเหลือผู้อื่น บ าเพ็ญประโยชน์ต่อสังคมและชุมชน โดยด าเนินการจัดกิจกรรมลูกเสือ กศน. และกิจกรรมอาสายุวกาชาด หรืออาจด าเนินการร่วมกับ ส านักงาน ลูกเสือแห่งชาติส านักการลูกเสือยุวกาชาดและ กิจกรรมนักเรียน กระทรวงศึกษาธิการ ส านักงานยุวกาชาด สภากาชาดไทย เป็นต้น 6. กิจกรรมกีฬาและส่งเสริมสุขภาพ เป็นการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาผู้เรียนได้มีโอกาสออกกาลังกายและเล่นกีฬาเพื่อสุขภาพ พลานามัยที่ ดีสร้างนิสัยความมีน้าใจเป็นนักกีฬาและใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์เป็นการสร้างความรัก ความสามัคคีในหมู่คณะ ให้รู้จักรู้แพ้รู้ชนะ รู้อภัย และเป็นการสร้างสัมพันธภาพอันดีระหว่างนักศึกษา กศน. 7. กิจกรรมเพื่อพัฒนาความรู้ความสามารถด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (ICT) เป็นกิจกรรมเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้และทักษะใน ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (ICT)เช่น การจัด อบรมความรู้ในด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับ ICT เป็นต้น 8. กิจกรรมเพื่อพัฒนาความรู้สู่ประชาคมโลก เป็นการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาความรู้ให้กับผู้เรียน ในด้านการศึกษา เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม ความมั่นคง และการเมือง เพื่อเข้าสู่ประชาคมโลก เช่น การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรไปสู่สังคมสูงวัยทักษะ ของประชากรในศตวรรษที่ 21 ที่ทั่วโลกต่างต้องเผชิญกับความท้าทายและมุ่งพัฒนาประเทศไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมยุค 4.0 เป็นต้น 9. กิจกรรมจิตอาสา กศน. “เราท าความดีด้วยหัวใจ” เป็นกิจกรรมที่หน่วยงาน/สถานศึกษาในสังกัดส านักงาน กศน. จัดขึ้น หรือร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ และร่วมกับประชาชนทุกหมู่เหล่าที่มีจิตอาสาบาเพ็ญสาธารณประโยชน์ในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และแก้ไขปัญหาให้แก่ประชาชน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาน้าท่วมในเขตชุมชน ปัญหาการจราจรและอื่น ๆ เพื่อสืบสานพระ ราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่ทรงห่วงใยปัญหาน้าท่วมและปัญหา การจราจรในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ และสอดคล้องกับพระบรมราโชบายของสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 เป็นการพัฒนาสภาพแวดล้อมและความเป็นอยู่ในชุมชนให้มีสภาพที่ดีขึ้น 10. กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน และพัฒนาทักษะการเรียนรู้ เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีทักษะการอ่าน การเรียนรู้เสริมสร้างนิสัยรักการอ่าน และการเรียนรู้ เพื่อนาไปใช้ในการพัฒนาตนเองครอบครัว ชุมชนและสังคม อันจะนาไปสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต 11. กิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะอาชีพ


เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ศึกษา เรียนรู้ฝึกทักษะและฝึกปฏิบัติด้านอาชีพที่ตนเองสนใจ เพื่อเป็นทางเลือก และวางแผนการประกอบอาชีพ และการศึกษาต่อในอนาคต 12. กิจกรรมส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ ด้วยการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี และเอกลักษณ์ของชาติ ให้เกิดความรักและความภาคภูมิใจ สืบสานวัฒนธรรมและ ประเพณีท้องถิ่นอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างมีความสุข 13. กิจกรรมการเรียนรู้การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และ กฎหมายที่เกี่ยวข้องในชีวิตประจ าวัน เป็นกิจกรรมเพื่อพัฒนาผู้เรียน ให้มีความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการปกครองระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และกฎหมายที่เกี่ยวข้องในชีวิตประจาวัน เช่น กฎหมาย รัฐธรรมนูญกฎหมายการเลือกตั้ง สิทธิหน้าที่พลเมือง กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองผู้บริโภค เป็นต้น 14. กิจกรรมเสริมสร้างความสามารถพิเศษ เป็นกิจกรรมเพื่อพัฒนาผู้เรียนที่มีความสามารถพิเศษ หรือมีพรสวรรค์ในด้านต่าง ๆ ให้มีโอกาสและ กล้าแสดงออกถึงทักษะ ความรู้ความสามารถ ความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ ในแนวทางที่ถูกต้องเหมาะสม และพัฒนาความสามารถพิเศษหรือพรสวรรค์ไปใช้ประโยชน์ต่อการดารงชีวิตของตนเอง เป็นการส่งเสริมสนับสนุน การศึกษาตลอดชีวิตโดยการจัดตั้งชมรมต่าง ๆ เช่น ชมรม TO BE NUMBER ONE การจัดตั้งศูนย์เพื่อนใจวัยรุ่น รูปแบบของกิจกรรม 1. แบบการจัดค่ายวิชาการ ค่ายกิจกรรม ทั้งไป – กลับ และค้างคืน 2. แบบชั้นเรียน โดยครูกศน. หรือวิทยากรที่มีความรู้หรือประสบการณ์ในการสอนวิชานั้น ๆ เป็นผู้ จัดกิจกรรมหรือร่วมกับเครือข่าย 3. แบบศึกษาดูงาน 4. อื่น ๆ ตามความเหมาะสม (โดยให้พิจารณารูปแบบของกิจกรรมข้อที่ 3.1–3.3 ก่อน แล้วจึง ด าเนินการ ในข้อ หมายเหตุ : ในกรณีที่พานักศึกษาออกนอกสถานที่ให้ปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการพานักเรียน และนักศึกษาไปนอกสถานศึกษา พ.ศ. 2548 งบประมาณ การเบิกจ่ายให้เป็นไปตามระเบียบของทางราชการที่เกี่ยวข้อง โดยยึดหลักความถูกต้อง โปร่งใส ตรวจสอบได้ เงื่อนไขของการด าเนินงาน 1. ผู้รับบริการต้องเป็น นักศึกษา กศน. ที่ลงทะเบียน เรียนในหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับ การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ในภาคเรียนนั้น ๆ


2. สถานศึกษาจัดทาแผนการจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ตามกรอบการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนา คุณภาพผู้เรียน 3. สถานศึกษาจัดส่งแผนการจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน เพื่อขอความเห็นชอบจากส านักงาน กศน.จังหวัด /กทม. 4. สถานศึกษาด าเนินการตามแผนการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ตรวจสอบ ประเมินผล การจัดกิจกรรม พร้อมเบิกจ่ายเงินตามระเบียบที่ก าหนดให้แล้วเสร็จภายในแต่ละภาคเรียน และรายงานผลให้ ส านักงานกศน. จังหวัด/กทม. ทราบ 5. ส านักงาน กศน. จังหวัด/กทม. นิเทศ ติดตาม การจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของ สถานศึกษา 6. ให้ใช้“กรอบการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับ การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ส านักงาน กศน.” ตั้งแต่ภาคเรียนที่ 2/2561 เป็นต้นไป หมายเหตุ : กิจกรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนที่ใช้เงินงบประมาณในการจัดกิจกรรมไม่นับเป็นชั่วโมงกิจกรรมพัฒนา คุณภาพชีวิต (กพช.) ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 เรียน และรายงาน ผลให้ส านักงาน กศน. จังหวัด/กทม. 4. เอกสาร/งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง เยาวชนกับยาเสพติด ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาที่เป็นภัยร้ายแรงต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตส่งผลกระทบต่อสังคม เศรษฐกิจ ปันทอนความเจริญของประเทศชาติ หากประเทศใดมีประชาชนติดยาเสพติดจ านวนมาก ก็ไม่สามารถพัฒนา ประเทศชาติให้เจริญรุ่งเรืองได้ยาเสพติดมีมากมายหลายชนิด ได้แก่ ฝิ่น เฮโรอีน ทินเนอร์ กัญชา ยาบ้า ยาอี สาระ เหย กระท่อม และยากระตุ้นประสาทเป็นต้น แต่ละชนิดก่อให้เกิดผลร้ายแก่ร่างกายทั้งสิ้น ท าให้สุขภาพทรุดโทรม อ่อนแอ ความจ าเสื่อม เสียบุคลิกภาพ และปัญหาส าคัญที่ตามมาอีกประการหนึ่ง ก็คือผู้ติดยาเสพติดชนิดฉีดเข้าเส้นมี โอกาสติดเชื้อไวรัสเอดส์และแพร่กระจายไปยังกลุ่มผู้ผลิตยาเสพติดด้วยกัน รวมไปถึงคนกลุ่มอื่น ๆ ด้วย แม้รัฐบาลจะประกาศสงครามกับยาเสพติดก็ตาม ก็ไม่ได้หมายความว่าการป้องกัน การปราบปรามยาเสพติด จะเป็นหน้าที่ของรัฐบาลเท่านั้น การแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นหน้าที่ของทุกฝ่ายที่จะต้องร่วมมือกัน การปราบปรามเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ การป้องกันยังเป็นสิ่งที่ส าคัญ โดยการให้การศึกษาและความรู้ เรื่องพิษภัยและโทษของยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง แก่ประชาชน ครู พ่อแม่ ผู้ปกครอง เด็กและเยาวชน โดยเฉพาะ พ่อ แม่ ผู้ปกครอง จะต้องเอาใจใส่ดูแลลูกหลาน ให้ความรักความอบอุ่นแก่ครอบครัว เป็นที่พึ่งของเด็กได้ เมื่อเด็กมีปัญหา สามารถจะพูดคุย ช่วยกันแก้ปัญหาให้เด็กใช้เหตุผลกับเด็ก ไม่ใช้อารมณ์ เพราะการใช้อารมณ์อาจท าให้เด็กเกิดความ น้อยเนื้อต่ าใจ กลุ้มใจและเตลิดออกจากบ้านไปพึ่งยาเสพติดและเสียอนาคตได้ในที่สุด "เยาวชนคืออนาคตของชาติ อย่าให้ตกเป็นทาสของยาเสพติด" 10 ประการห่างไกลยาเสพติด หลักในการหลีกเลี่ยงและป้องกันการติดสิ่งเสพย์ติด 1. เชื่อฟังค าสั่งสอนของพ่อแม่ ญาติผู้ใหญ่ ครู และคนอื่นๆ ที่น่านับถือและหวังดี


2. เมื่อมีปัญหาควรปรึกษาครอบครัว ครู หรือผู้ใหญ่ที่น่านับถือ ไม่ควรเก็บปัญหานั้นไว้หรือหาทางลืมปัญหาโดยใช้ สิ่งเสพย์ติดช่วยหรือ ใช้เพื่อเป็นการประชด 3. หลีกเลี่ยงให้ห่างไกลจากผู้ติดสิ่งเสพย์ติด หรือผู้จ าหน่ายสิ่งเสพย์ติด 4. ถ้าพบคนก าลังเสพสิ่งเสพย์ติด หรือจ าหน่ายให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ 5. ศึกษาให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโทษของสิ่งเสพย์ติด เพื่อจะได้ป้องกันตัวและผู้ใกล้ชิดให้ห่างจากสิ่งเสพติด 6. ต้องไม่ให้ความร่วมมือเข้าไปเกี่ยวข้องกับเพื่อนที่ติดสิ่งเสพย์ติด เช่นไม่ให้ยืมเงิน 7. ไม่หลงเชื่อค าชักชวนโฆษณา หรือค าแนะน าใดๆ หรือแสดงความเก่งกล้าเกี่ยวกับการเสพสิ่งเสพย์ติด 8. ไม่ใช้ยาอันตรายทุกชนิดโดยไม่ได้รับค าแนะน าจากแพทย์ และใช้ยาที่แพทย์แนะน า ้ตามขนาดที่แพทย์สั่งไว้ เท่านั้น 9. หากสงสัยว่าตนเองจะติดสิ่งเสพย์ติดต้องรีบแจ้งให้ผู้ใหญ่ทราบ 10. ยึดมั่นในหลักธรรมของศาสนา หรือค าสอนของศาสนาทุกศาสนา เพราะทุกศาสนามีจุดมุ่งหมายให้บุคคล ประพฤติแต่สิ่งดีงามและละเว้นความชั่ว ขึ้นชื่อว่า “ยาเสพติด” ล้วนก่อให้เกิดโทษต่อชีวิตผู้เสพด้วยกันทั้งสิ้น ท าลายทั้งชีวิต ทรัพย์สิน ครอบครัวที่คุณรักและ ความมั่นคงของประเทศชาติ ด้วยเหตุนี้ เราจึงน าโทษจากสารเสพติดทั้ง 10 ชนิดมาแนะน าให้ทราบว่ามีอะไรบ้าง เพื่อ ความปลอดภัยของตัวคุณเอง ครอบครัว สังคมและเศรษฐกิจของประเทศ ด้วยการรู้เท่าทันและตระหนักถึงโทษของ มันอย่างละเอียด โดยสามารถติดตามโทษของยาเสพติดในแต่ละชนิดได้เลยดังนี้ โทษของ: ยาบ้า ยาบ้า (ยาม้า เมทแอมเฟตามีน หรือแอมเฟตามีน) มีลักษณะเป็นเม็ดกลมสีส้ม แดง น้ าตาล เขียว มีอักษร WY, Y, R


ออกฤทธิ์โดยการเข้าไปกระตุ้นประสาท ท าให้ผู้เสพมีอาการติดยาทั้งทางร่างกายและจิตใจ เมื่อฤทธิ์ยาเข้าสู่ร่างกาย ในช่วงระยะแรกที่เสพใหม่ๆ มันจะออกฤทธิ์กระตุ้นร่างกายให้เกิดการตื่นตัว ไม่ง่วง ตื่นตัวมีก าลังวังชา ท าให้อัตราการ เต้นของจังหวะหัวใจเร็วขึ้น ความดันโลหิตสูง มีอาการใจสั่น ตึงเครียด เมื่อฤทธิ์ยาหมดลงผู้เสพจะมีอาการอ่อนเพลีย มากกว่าปกติ ระบบสั่งการทางสมองท างานช้าลง การตัดสินใจช้าและเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงขึ้น ได้หากยังคงเสพยาบ้าติดต่อกันเป็นเวลานานหรือเสพมากเกินขนาด ฤทธิ์ยาก็จะยิ่งท าลายสมองให้เสื่อม มีอาการ ประสาทหลอน เกิดภาพลวงตา วิตกกังวล หวาดระแวง เสียสติ คลุ้มคลั่งเป็นบ้าจนสามารถท าร้ายผู้อื่นและตนเองได้ และหากเสพยาเข้าไปมากเกินปริมาณ ฤทธิ์ยาจะเข้าไปกดประสาทและระบบหายใจ ส่งผลให้เกิดภาวะหมดสติและท า ให้เสียชีวิตได้ในที่สุด โทษของ: เฮโรอีนเฮโรอีนออกฤทธิ์โดยการเข้าไปกดระบบประสาท ส่งผลให้ผู้เสพมีอาการเสพติดทั้งทางร่างกาย และจิตใจ เมื่อขาดยาจะมีอาการทางร่างกายที่แสดงออกมาอย่างชัดเจนรุนแรง ตั้งแต่อาการปวดตามส่วนต่างๆ ได้แก่กล้ามเนื้อ กระดูก ข้อต่อ สันหลัง บั้นเอวและปวดศีรษะอย่างรุนแรง นอกจากนี้ ยังมีอาการจุกภายในอก ราวกับจะขาดใจตาย อ่อนเพลียอย่างหนัก มีอาการหนาวๆ ร้อนๆ นอนไม่หลับ กระสับกระส่าย ทุรนทุรายอึดอัด ผู้ที่เสพติดหนักๆ บางรายอาจมีอาการชักตาตั้ง น้ าลายไหลฟูมปาก ม่านนัยต์ตาด าหดลง มึนงง หายใจไม่ออก


ความจ าเสื่อม และผู้เสพที่ติดเชื้อ HIV อยู่ก็จะเป็นผู้ที่แพร่เชื้อดังกล่าวให้ระบาดไปสู่ผู้อื่นต่อไป หากใช้เข็มฉีดยา หรือมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ผ่านการป้องกัน โทษของ: ยาอี ยาเลิฟ เอ็คซ์ตาซียาดังกล่าวหลังจากเสพไปแล้วฤทธิ์ยาจะออกภายในเวลา 45 นาที ซึ่งฤทธิ์ยา สามารถอยู่ในร่างกายได้ยาวนานประมาณ 6 – 8 ชั่วโมง ยาชนิดนี้มักแพร่ระบาดในกลุ่มวัยรุ่นที่นิยมเที่ยวกลางคืน โดยครั้งแรกตัวยาจะออกฤทธิ์กระตุ้นประสาทเพียงแค่ระยะสั้นๆ จากนั้นจะออกฤทธิ์หลอนประสาท ส่งผลให้ผู้เสพมี อาการติดยาทางด้านจิตใจในเวลาต่อมา นอกจากนี้ ผู้เสพยังมีอาการใจสั่น ระดับความดันโลหิตสูง เหงื่อออกเยอะ เกิดความเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับระบบประสาทการรับรู้ทั้งหมด ส่งผลทั้งการได้ยินและการมองเห็นแสงสีต่างๆ ที่มีความ ผิดปกติไปจากความจริง อีกทั้งยังท าให้เกิดอาการเคลิบเคลิ้ม และไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองได้ โทษของ: โคเคน โคเคนออกฤทธิ์โดยการกระตุ้นระบบประสาท ท าให้ผู้เสพมีการเสพติดทางด้านร่างกายเพียงเล็กน้อย ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับวิธีและปริมาณที่เสพเข้าไป มีผลทางด้านจิตใจ แต่กับทางร่างกายอาจมีอาการขาดยาบ้างหากก็ไม่รุนแรง เท่าใดนัก อย่างไรก็ตาม ฤทธิ์จากโคเคนจะส่งผลให้ผู้เสพมีระดับความดันโลหิตสูง หัวใจเต้นอย่างรุนแรง กระวน กระวาย มีไข้ นอนไม่หลับ ผนังจมูกขาดเลือดส่งผลให้เยื่อบุโพรงจมูกฝ่อมีการฉีกขาดหรือทะลุ สมองจะได้รับการถูก กระตุ้นอย่างรุนแรง ท าให้มีอาการชัก เลือดออกในสมอง เกิดเนื้อสมองตายในบางส่วน เมื่อหัวใจได้รับการกระตุ้นอยู่ เสมอก็จะท าให้กล้ามเนื้อหัวใจเสื่อมสภาพลงทีละน้อยๆ จนกระทั่งหัวใจไม่สามารถบีบตัวต่อไปได้ไหวและท าให้ผู้เสพ มีภาวะหัวใจล้มเหลวในที่สุด นอกจากนี้แล้ว หากยังคงเสพติดต่อกันเป็นเวลานาน ยังท าให้เกิดโรคซึมเศร้าอย่างหนัก ได้ด้วย โทษของ: ยาเค เป็นสารเสพติดที่หากเสพเข้าสู่ร่างกายไปแล้วมันจะออกฤทธิ์หลอนประสาทได้อย่างรุนแรงมาก โดย ผู้เสพจะมีอาการเคลิบเคลิ้ม เข้าใจผิดคิดว่าตนเองเป็นผู้ที่มีอ านาจวิเศษ การรับรู้และการตอบสนองกับสิ่งแวดล้อม รอบตัวจะเปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเป็นการมองภาพ แสง สีและการได้ยินเสียง ซึ่งจะมีอาการสูญเสียกระบวนการคิดร่วม ด้วยนอกจากนี้ ผู้เสพยังมีอาการตาลาย ร่างกายไม่สามารถเคลื่อนไหวอย่างสัมพันธ์กันได้ หากยังคงเสพต่อไปจนมาก


เกินปริมาณก็จะก่อให้เกิดภาวะติดขัดในระบบหายใจ และถ้ายังคงใช้ยาดังกล่าวต่อไปอีก อาการเช่นนี้ก็จะยังคง ปรากฎให้เกิดขึ้นอยู่บ่อยๆ หรือที่เรียกว่า Flashback โดยจะส่งผลเสียท าให้ผู้เสพมีปัญหาโรคจิต เป็นคนวิกลจริต มี ความคิดสับสน หูแว่ว ตาลาย การท างานของสมองทางด้านการรับรู้และการตอบสนองกับสิ่งแวดล้อมรอบตัวมีการ เปลี่ยนไป อีกทั้งการเคลื่อนไหวทางด้านร่างกายยังไม่เป็นไปในจังหวะที่สัมพันธ์กันดังเดิมอีกด้วย “ยาเคนมผง” แพทย์และผู้เชี่ยวชาญเตือน “ยาเคนมผง” ออกฤทธิ์รุนแรง อันตรายถึงชีวิตได้เซ่น "ยาเคนมผง" ยาเสพติดสูตรใหม่ วันเดียววัยรุ่นช็อกดับ 6 ศพ! พ่อค้าอาหาร-สาวเอ็นฯ ดับสังเวย "ยาเคนมผง" เพิ่มอีก 2 ศพ อีกคนนอนหายใจรวยริน รู้จัก “ยาเค” สืบเนื่องจากกรณีมีวัยรุ่นเสียชีวิตจากการเสพยาเคนมผง นายแพทย์มานัส โพธาภรณ์ รอง อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า เคตามีน (ketamine) เป็นยาเสพติดที่ออกฤทธิ์หลอนประสาทอย่างรุนแรง ท าให้เกิด อาการมึนเมา เพลิดเพลิน มีความสุข เกิดภาพเหมือนฝัน รู้สึกเหมือนตัวเองก าลังล่องลอยอยู่ในอากาศหรือหลุดลอย ออกจากร่าง ฤทธิ์ของยาเคในระยะสั้นจะท าให้เกิดอาการหวาดระแวง จิตหลอน จ าอะไรไม่ได้ ร่างกายเคลื่อนไหวไม่ได้ เหมือนเป็นอัมพาตชั่วขณะ หากใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานอาจท าให้เกิดปัญหาทางสมองเกี่ยวกับความทรงจ าและ สมาธิ มีปัญหาเกี่ยวกับการรับรู้และปัญหาทางจิต กลายเป็นคนวิกลจริตได้ รศ.นพ.สัมมน โฉมฉาย อาจารย์ประจ าสาขาวิชาพิษวิทยา อาชีวเวชศาสตร์ และเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม ภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะหัวหน้าฝ่าย แพทย์ศูนย์พิษวิทยาศิริราช ชี้แจงว่า ยาเค คือ สารเคตามีนที่ทางการแพทย์ใช้เป็นยาระงับความรู้สึกในการผ่าตัด แต่ พบว่ามีการใช้สารนึ้เป็นสารเสพติดโดยเฉพาะในกลุ่มคนที่ไปตามสถานบันเทิงและร้านอาหารตอนกลางคืน แต่ในช่วง 1 สัปดาห์หลังปีใหม่ที่ผ่านมา ได้มีรายงานข่าวการใช้สารนี้ สูดดมยาทางจมูกแล้ว มีอาการรุนแรงท าให้หมดสติ เฉียบพลัน ซึ่งกรณีนี้ทางการแพทย์ไม่เคยพบมาก่อน จึงคาดว่ายาเคที่ใช้อาจเป็นสูตรใหม่ผสมสารหลายอย่าง


ยาเคนมผง ส่วนผสมใหม่ ออกฤทธิ์แรงและอันตรายกว่าเดิม ในปัจจุบันพบว่ากลุ่มวัยรุ่นน ายาเค ผสมกับสาร เสพติดอื่นอีกหลายชนิด เช่น ยาไอซ์ เฮโรอีน ยานอนหลับ (โรเซ่) น ามาผสมกันจนมีลักษณะละเอียดคล้ายนมผงแล้ว น ามาเสพ จึงถูกเรียกว่า “ยาเคนมผง” เมื่อเสพเข้าสู่ร่างกายท าให้ผู้เสพมีอาการรุนแรง ประสาทหลอน คิดว่าจะถูกท า ร้ายเป็นสาเหตุของการทะเลาะวิวาท อาการเมื่อเสพยาเคนมผง ส าหรับยาเคนมผง เป็นสารเสพติดชนิดใหม่จะท าให้มี อาการตั้งแต่หายใจล าบาก ใจสั่นมาก ชัก และหมดสติได้ อันตรายของยาเคนมผง การเสพ “ยาเคนมผง” ร่วมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะเพิ่มความเสี่ยงท าให้ผู้เสพ เสียชีวิต และสามารถเกิดขึ้นได้แม้จะเสพเป็นครั้งแรก ซึ่งในขณะนี้พบผู้เสียชีวิตที่อาจเกิดจาการเสพยาเคนมผง จ านวนหลายหลาย ในบางรายที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ นอกจากนี้ ยังมีรายงานผลข้างเคียงจากการเสพยาเคในฮ่องกง ไต้หวัน และจีน โดยท าให้มีความผิดปกติใน ระบบทางเดินปัสสาวะ ส่งผลให้ผู้ที่เสพมีปัญหาเรื่องกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ กระเพาะปัสสาวะอักเสบเรื้อรัง โดยพบเด็ก วัยรุ่นฮ่องกงจ านวนมากที่อายุเพียง 20 ปีที่มีประวัติการใช้ยานี้ ต้องใส่ผ้าอ้อมไปตลอดชีวิต เนื่องจากกลั้นปัสสาวะ ไม่ได้ ถ้าจะรักษาจ าเป็นจะต้องผ่าตัดใหญ่เพื่อซ่อมแซมทางเดินปัสสาวะโดยเอาล าไส้ใหญ่มาซ่อม ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่อง ใหญ่มาก นายแพทย์สรายุทธ์ บุญชัยพานิชวัฒนา ผู้อ านวยการสถาบันบ าบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติ บรมราชชนนี กล่าวเพิ่มเติมว่า ยาเสพติดทุกประเภทส่งผลเสียอย่างร้ายแรงต่อร่างกายของผู้เสพ ยิ่งมีการใช้ร่วมกัน หลายชนิดก็ยิ่งเพิ่มความเสี่ยง บางรายอาจถึงขั้นเสียชีวิต ซึ่งในยาเคนมผงมีสารเสพติดที่ออกฤทธิ์รุนแรงหลายชนิด หนึ่งในส่วนผสมนั้นคือ เฮโรอีน ซึ่งออกฤทธิ์รุนแรงในทางกดประสาท หากเสพเฮโรอีนมากเกินความต้านทานของ ร่างกาย อาจท าให้หัวใจหยุดเต้นถึงเสียชีวิตได้ ไม่ควรเสพยาเคนมผง และยาเสพติดทุกชนิด หากเกิดอาหารผิดปกติ ควรรีบส่งโรงพยาบาล ส าหรับผู้ที่เสพ ยาชนิดนี้ ควรทราบถึงอันตรายที่เกิดขึ้น และควรเลิกเสพ หากมีอาการผิดปกติต่างๆ เหล่านี้ ควรรีบน าส่งโรงพยาบาล โดยเร็ว หรือเรียกรถพยาบาลฉุกเฉินมารับ ไม่ควรรอหรือรักษากันเอง เพราะอาจเสียชีวิตได้และไม่สามารถแก้ไขได้ ทันท่วงที หากประชาชนและบุคลากรทางการแพทย์มีข้อสงสัย สามารถรับค าปรึกษาได้ที่ ศูนย์พิษวิทยาศิริราช โทร. 0 2419 7007 (ตลอด 24 ชั่วโมง) ซึ่งทางศูนย์ฯ มีประสบการณ์ในการดูแลคนไข้กลุ่มนี้ และมีห้องปฏิบัติการที่ สามารถตรวจพิสูจน์ได้ว่า สิ่งที่คนไข้ได้รับเข้าร่างกายคือสารอะไร นอกจากนี้ ผู้ปกครองควรหมั่นสังเกตพฤติกรรมของบุตรหลานหรือคนในครอบครัว หากพบมีพฤติกรรมเสี่ยง ที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ให้รีบพูดคุยด้วยเหตุผล ไม่ใช้ความรุนแรง บอกกล่าวถึงอันตรายที่อาจจะตามมา ทั้งนี้ หากพบว่าบุตรหลายหรือคนใกล้ชิดมีการเสพยา ควรรีบพาไปพบแพทย์เพื่อเข้าสู่กระบวนการบ าบัดรักษา และ สามารถขอรับค าปรึกษาเกี่ยวกับยาและสารเสพติดได้ที่ สายด่วนยาเสพติด 1165 และหรือเข้ารับการบ าบัดรักษาที่ สถาบันบ าบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี กรมการแพทย์ จังหวัดปทุมธานี และโรงพยาบาล ธัญญารักษ์ในส่วนภูมิภาคทั้ง 6 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลธัญญารักษ์เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ขอนแก่น อุดรธานี สงขลา แ ล ะ ปั ต ต า นี ส อ บ ถ า ม ข้ อ มู ล เ พิ่ ม เ ติ ม ไ ด้ ที่ www.pmindat.go.th ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.sanook.com/health/26993/ "เคทะเลทราย" ซึ่งมีฤทธิรุนแรงกว่า "เคนมผง" เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายสุนทร ชื่นศิริผู้อ านวยการส านักงาน ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กทม. ให้ข้อมูลเกี่ยวกับยา "เคทะเลทราย" ว่า เท่าที่ทราบยา เสพติดชนิดดังกล่าว


มีส่วนผสมระหว่าง "เคตามีน" กับ "เฮโรอีน" ที่ผ่านมาในต่างประเทศมีการผสมยาเสพติดชนิดดังกล่าวกันอย่าง แพร่หลาย หรือที่เรียกกันว่า "ค็อกเทล" ซึ่งชื่อเรียกจะขึ้นอยู่กับกลุ่มคนที่เป็นคนผสมจะตั้งขึ้นเอง โดย "เคนมผง" กับ "เคทะเลทราย" เป็นยาลักษณะเดียวกัน แต่มีส่วนผสมที่แตกต่างกัน โดย "เคทะเลทราย" จะมีสีออกครีมและน้ าตาล ขณะที่ "เคนมผง" จะมีสีขาวขุ่น ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.newtv.co.th/news/73926 โทษของ: กัญชา กัญชาจะออกฤทธิ์หลายอย่างกับระบบประสาทส่วนกลาง โดยจะกระตุ้นการกดประสาทและท า ให้ผู้เสพเกิดอาการประสาทหลอน สารที่อยู่ในกัญชานั้นมีด้วยกันหลายชนิด ทว่าสารส าคัญที่สุดที่ออกฤทธิ์นั้นจะมีผล ต่อสมองและร่างกาย ผู้เสพจะมีภาวะอารมณ์และจิตใจที่เปลี่ยนแปลงไป โดยในเบื้องต้นฤทธิ์จากกัญชาจะเข้าไป กระตุ้นการท างานของระบบประสาท ท าให้ผู้เสพเกิดความตื่นเต้น ตื่นตัว คุยเก่ง สนุกสนานและหัวเราะร่าเริงได้ ตลอดเวลา แต่ในเวลาต่อมาจะเข้าไปกดประสาท ส่งผลให้มีอาการเหมือนเมาสุราอ่อนๆ และมีอาการง่วงซึม อย่างไรก็ตาม หากร่างกายได้รับปริมาณสารเสพติดชนิดนี้เข้าไปมากเกินขนาดก็จะเกิดภาวะประสาทหลอน เห็นภาพ ลวงตา หูแว่ว ระบบความคิดเกิดการสับสน มึนงง ไม่สามารถควบคุมตนเองได้ กระทั่งในที่สุด ฤทธิ์จากกัญชาก็จะเข้า ไปท าลายสมอง ปอดและท าลายระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายให้เสื่อมสภาพทรุดโทรมต่อไป โทษของ: กระท่อม ใบกระท่อมมีสารไมตราจัยนินที่จะออกฤทธิ์กระตุ้นประสาท ผู้เสพจะมีอาการเสพติดทั้งทาง ร่างกาย (เล็กน้อย) แต่มีอาการเสพติดทางด้านจิตใจและอาจมีอาการขาดยาทางร่างกายเกิดขึ้น หากแต่ไม่รุนแรงนัก ฤทธิ์จากใบกระท่อมยังกระตุ้นให้ผู้เสพมีเรี่ยวแรงพลังมากมาย สามารถท างานได้อย่างไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย ทนต่อ สภาวะอากาศร้อนหนาวได้อย่างไม่รู้สึกรู้สา อย่างไรก็ดี โทษจากใบกระท่อมยังท าให้ผู้เสพมีสภาพผิวหนังที่แห้งด าไหม้


เกรียม มึนงง ปากแห้ง ท้องผูก นอนไม่หลับ หนาวสั่นเมื่ออยู่ท่ามกลางอากาศชื้น นอกจากนี้ จิตใจยังสับสน โลเล ประสาทหลอน และสภาพร่างกายยังทรุดโทรมอย่างหนักอีกด้วย โทษของ: มอร์ฟีน มอร์ฟีนจะออกฤทธิ์เข้าไปกดระบบประสาท ผู้เสพจะมีอาการเสพติดทั้งทางร่างกาย จิตใจ และ มีอาการขาดยาทั้งทางร่างกายด้วย ส าหรับอาการเสพติดที่ก่อให้เกิดโทษกับร่างกายคือ ผู้เสพจะมีอาการท้องผูก คลื่นเหียน อาเจียน คันหน้า ตาแดง ง่วงซึม สมองช้าเกิดอาการมึนๆ ชาๆ สติปัญญาเสื่อม ร่างกายทรุดโทรมอย่าง หนักและไม่สนใจต่อสิ่งแวดล้อมโดยรอบ โทษของ: ฝิ่น ฝิ่นจะออกฤทธิ์เข้าไปกดระบบประสาท ส่งผลให้ผู้เสพมีอาการเสพติดทั้งทางร่างกาย จิตใจ และยังมี ภาวะขาดยาทางร่างกายอีกด้วย กรณีที่เกิดการเสพติดเกินขนาดก็จะส่งผลให้ฤทธิ์ยาเข้าไปกดระบบการหายใจ ท าให้ เสียชีวิตได้ในที่สุด นอกจากนี้ ผู้เสพยังมีจิตใจเลื่อนลอย โลเล สับสน มีอาการง่วงซึมตลอดเวลา ตาหรี่ พูดจาวกวนไม่รู้ เรื่อง ความคิดท างานเชื่องช้า และมีชีพจรเต้นในระดับช้าขึ้น


โทษของ: เห็ดขี้ควาย เห็ดขี้ควายเป็นสารเสพติดที่ออกฤทธิ์เข้าไปท าลายระบบประสาทได้อย่างรุนแรง โดยมีสารอันตรายส าคัญ อย่างไซโลซีนและไซโลไซบีนผสมอยู่ สารทั้งสองชนิดนี้จะออกฤทธิ์หลอนประสาท ส่งผลให้ผู้เสพเกิดอาการมึนเมา เคลิบเคลิ้มและบ้าคลั่งได้เป็นอย่างมาก นอกจากนี้ หากผู้เสพมีภาวะภูมิต้านทานน้อยอยู่แล้ว เมื่อเสพเข้าไปในปริมาณ มากๆ ก็อาจส่งผลให้เสียชีวิตได้เมื่อทราบกันแล้วว่าโทษของยาเสพติดมีอะไรบ้าง จากนี้ก็ควรระมัดระวังป้องกันด้วย การใส่ใจลูกหลานหรือคนที่คุณรักให้อยู่ภายใต้ความรัก ความเข้าใจ ในส่วนทางด้านสถานศึกษาก็ควรจัดกิจกรรม เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับโทษจากยาเสพติดให้เด็กรุ่นใหม่ได้รู้จักและเข้าใจมากขึ้น รวมถึงได้ตระหนักถึงหวาดกลัวกับ โทษร้ายแรงต่างๆ ของแต่ละชนิดยา หากมีภาวะจิตใจหดหู่ มีปัญหากับชีวิตไม่ว่าเรื่องใดก็ตาม มิควรอยู่คนเดียวล าพัง ควรหาทางออกด้วยการปรึกษาคนในครอบครัวหรือคนสนิทที่ไว้วางใจ ไม่ควรคบเพื่อนที่เสพยา พร้อมหมั่นออกก าลัง กายหรือท ากิจกรรมสร้างสรรค์อยู่เสมอ ท าให้คุณและคนที่คุณรักห่างไกลจากยาเสพติดได้มากขึ้น ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.honestdocs.co/10-sins-of-drugs บทที่ 3 วิธีการด าเนินงาน


ททททททททศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ ได้เล็งเห็นความส าคัญของของพิษภัย ยาเสพติด จึงเข้ามามีส่วนร่วมในการน าเสนอแนวคิดผ่านกระบวนการกลุ่ม อันเป็นการสนองความรู้ ความเข้าใจใน การปลูกฝังในเรื่องพิษภัยของยาเสพติดให้กับนักศึกษาใน โครงการนักศึกษา กศน.รุ่นใหม่ห่างไกลยาเสพติด โดยมี ขั้นตอนดังนี้ 1.ประชุมบุคลากรกรรมการ กศน.อ าเภอสัตหีบ 2.แต่งตั้งคณะท างาน 3.ด าเนินงานตามแผน 4.กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการด าเนินงาน 5.เครื่องมือที่ใช้ในการด าเนินงาน 6.การเก็บรวบรวมข้อมูล 7.การวิเคราะห์ข้อมูล 1. ประชุมบุคลากรกรรมการ กศน.อ าเภอสัตหีบ ททททททททกศน.อ าเภอสัตหีบ ได้วางแผนประชุมบุคลากรกรรมการ กศน.อ าเภอสัตหีบ เพื่อหาแนวทางในการ ด าเนินงานและก าหนดวัตถุประสงค์ร่วมกัน 2. จัดตั้งคณะท างาน ททททททททจัดท าค าสั่งแต่งตั้งคณะท างานโครงการ เพื่อมอบหมายหน้าที่ในการท างานให้ชัดเจน เช่น ทททททททท ทททท2.1 คณะกรรมการที่ปรึกษา/อ านวยการ มีหน้าที่อ านวยความสะดวก และให้ค าปรึกษาแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ทททททททททท2.2 คณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ มีหน้าที่ประชาสัมพันธ์รับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการ ททททททททท 2.3 คณะกรรมการฝ่ายรับลงทะเบียนและประเมินผลหน้าที่จัดท าหลักฐานการลงทะเบียนผู้เข้าร่วม โครงการ และรวบรวมการประเมินผล และรายงานผลการด าเนินการ 3. ด าเนินการตามแผนงานโครงการ ททททททททวั ;วันที่ 21 มีนาคม 2564 ณ ศาลาประชาคมอ าเภอสัตหีบ ต าบลสัตหีบ อ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี, กศน.ต าบลบางเสร่ ต าบลบางเสร่ อ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี และ วัดช่องแสมสาร ต าบลแสมสาร อ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี 4. กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการด าเนินงาน ททททททททเป็นกลุ่มตัวอย่างในอ าเภอสัตหีบ จ านวนกลุ่มตัวอย่างทั้งหมดจ านวน 400 คน ใช้กลุ่มตัวอย่าง 250 คน 5. เครื่องมือที่ใช้ในการด าเนินงาน แบบสอบถามความพึงพอใจ โครงการนักศึกษา กศน.รุ่นใหม่ห่างไกลยาเสพติด 6. การเก็บรวบรวมข้อมูล ททททททททจากการด าเนินงานโครงการนักศึกษา กศน.รุ่นใหม่ห่างไกลยาเสพติด ณ ศาลาประชาคมอ าเภอสัตหีบ, กศน.ต าบลบางเสร่ และวัดช่องแสมสาร อ าเภอสัตหีบ มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจ านวน 400 คน กลุ่มตัวอย่าง 250 คน โดย มีการแจกสอบถามทั้งหมด 250 ชุด และเก็บรวบรวมแบบสอบถามได้ 250 ชุด คิดเป็น 100 เปอร์เซ็นต์ 7. การวิเคราะห์ข้อมูล


ทททททททจากการด าเนินงานโครงการนักศึกษา กศน.รุ่นใหม่ห่างไกลยาเสพติด โดยมีเครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์ ข้อมูลดังนี้ 1. ค่าแจกแจงความถี่ 2. ค่าร้อยละ 3. ค่าเฉลี่ย 4. ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ททททททททเพื่อให้ตอบสนองความต้องการของผู้เข้าอบรมได้รับประโยชน์น าไปใช้ได้จริงตามศักยภาพของแต่ละคน ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป และได้ด าเนินการตามขั้นตอนและได้รวบรวมข้อมูลจากแบบส ารวจสถิติที่ใช้ในการ วิเคราะห์ กศน.อ าเภอสัตหีบ จะได้น าแนวทางไปใช้ข้อมูลพิจารณาหลักสูตร เนื้อหาตลอดจนเทคนิควิธีการจัดการ กระบวนการเรียนรู้ต่างๆ เพื่อให้ตอบสนองความต้องการของผู้เข้าอบรมได้รับประโยชน์น าไปใช้ได้จริงตามศักยภาพ ของแต่ละคน ให้มีความเข้าใจและมีคุณภาพต่อไป ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ ได้ด าเนินการตามขั้นตอนและได้รวบรวมข้อมูล โดยใช้สภาพการใช้สื่อการสอนของครูในสถานศึกษาเป็นแบบมาตรวัด ประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ โดยมีรายละเอียดดังนี้ (บุญชม ศรีสะอาด และบุญส่ง นิลแก้ว ,2545) 5 หมายถึง มีการด าเนินงานในระดับมากที่สุด 4 หมายถึง มีการด าเนินงานในระดับมาก 3 หมายถึง มีการด าเนินงานในระดับปานกลาง 2 หมายถึง มีการด าเนินงานในระดับน้อย 1 หมายถึง มีการด าเนินงานในระดับน้อยที่สุด โดยมีเกณฑ์การแปลความหมายค่าเฉลี่ย (บุญชม ศรีสะอาด,2556) ดังนี้ 4.50 – 5.00 หมายถึง มีความคิดเห็น/การด าเนินงานอยู่ในระดับมากที่สุด 3.50 – 4.49 หมายถึง มีความคิดเห็น/การด าเนินงานอยู่ในระดับมาก 2.50 – 3.49 หมายถึง มีความคิดเห็น/การด าเนินงานอยู่ในระดับปานกลาง 1.50 – 2.49 หมายถึง มีความคิดเห็น/การด าเนินงานอยู่ในระดับน้อย 1.00 – 1.49 หมายถึง มีความคิดเห็น/การด าเนินงานอยู่ในระดับน้อยที่สุด ผู้เข้าร่วมโครงการจะต้องกรอกข้อมูลตามแบบสอบถาม เพื่อน าไปใช้ในการประเมินผลของการจัด กิจกรรมดังกล่าว และจะได้น าไปเป็นข้อมูล ปรับปรุง และพัฒนา ตลอดจนใช้ในการจัดท าแผนการ ด าเนินการในปีต่อไป บทที่ 4


ผลการด าเนินการ จากผลการด าเนินงานการจัด โครงการนักศึกษา กศน.รุ่นใหม่ห่างไกลยาเสพติด ณ ศาลาประชาคมอ าเภอสัต หีบ, กศน.ต าบลบางเสร่ และวัดช่องแสมสาร อ าเภอสัตหีบ ซึ่งจัดโครงการ ในวันที่ 21 มีนาคม 2564 มีผู้เข้าอบรม ในโครงการ จ านวน 400 คน กลุ่มตัวอย่าง 250 คน โดยมี 1.นางสาวนฤมล สุนา 2.นางสาวนันทพร พรมรุก ชาติวิทยากร ศาลาประชาคมอ าเภอสัตหีบ 1.นางกนกรัตน์ นิลมณี, 2.นางสาวนารีรัตน์ ใจถวิล วิทยากร ณ กศน. ต าบลบางเสร่ และ 1.นางสาวสกาวรัตน์ บุญอาษา, 2.นางสาวภิญญาพัชญ์ พาฤทธิ์เป็นวิทยากร ณ วัดช่องแสมสาร สรุปได้ดังนี้ จากแบบสอบถามที่ได้ สามารถน าเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล จากผู้ให้ข้อมูลทั้งหมด จ านวน 250ชุด 1. ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถามของผู้เข้ารับการอบรมโครงการนักศึกษา กศน.รุ่นใหม่ ห่างไกลยาเสพติด 2. ตอนที่ 2 ข้อมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นของผู้เข้ารับอบรมโครงการนักศึกษา กศน.รุ่นใหม่ห่างไกลยาเสพติด ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถามของผู้เข้ารับการอบรม โครงการ “สร้างภูมิคุ้มกันและ ป้องกันยาเสพติด” ผู้เข้าร่วมกิจกรรม ที่ตอบแบบสอบถามได้น ามาจ าแนกตามเพศ อายุ และอาชีพ ผู้จัดท าได้เสนอจ าแนกตาม ข้อมูลดังกล่าว ดังปรากฏตาม ตารางที่ 1 ดังต่อไปนี้ ตารางที่ 1 แสดงค่าร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยจ าแนกตามเพศ เพศ ความคิดเห็น ชาย หญิง จ านวน ร้อยละ จ านวน ร้อยละ ผู้เข้าอบรมโครงการนักศึกษา กศน.รุ่นใหม่ห่างไกล ยาเสพติด 123 49.2 127 50.8 รรรรรรรรจากตารางที่ 1 แสดงผู้ตอบแบบสอบถามของผู้เข้าร่วมโครงการนักศึกษา กศน.รุ่นใหม่ห่างไกลยาเสพติด เป็นชาย 123 คน คิดเป็นร้อยละ 49.2 เป็นหญิง 127 คน คิดเป็นร้อยละ 50.8 ตารางที่ 2 แสดงค่าร้อยละของผู้ตอบแทนแบบสอบถาม โดยจ าแนกตามอายุ อายุ ความคิดเห็น ต่ ากว่า15 ปี 16-39 ปี 40-59 ปี 60 ปีขึ้นไป จ านวน ร้อยละ จ านวน ร้อยละ จ านวน ร้อยละ จ านวน ร้อยละ ผู้เข้าอบรมโครงการ นักศึกษา กศน.รุ่นใหม่ ห่างไกลยาเสพติด - - 169 67.6 81 32.4 - -


รจากตารางที่ 2 แสดงว่า ผู้ตอบแบบสอบถามผู้เข้ารับอบรมโครงการนักศึกษา กศน.รุ่นใหม่ห่างไกลยาเสพติด ใน ช่วงอายุ16-39 ปีมีจ านวน 169 คน คิดเป็นร้อยละ 67.6 และช่วงอายุ 40-59 ปีจ านวน 81 คน คิดเป็นร้อยละ 32.4 ตารางที่ 3 แสดงค่าร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถามโดยจ าแนกตามอาชีพ ประเภท ความคิดเห็น รับจ้าง รับราชการ เกษตรกรรม อื่น ๆ จ านวน ร้อยละ จ านวน ร้อย ละ จ านวน ร้อยละ จ านวน ร้อย ละ ผู้เข้าอบรมโครงการ นักศึกษา กศน.รุ่นใหม่ ห่างไกลยาเสพติด 152 60.8 41 16.4 - - 57 22.8 รรรรรรรรจากตารางที่ 3 แสดงผู้ตอบแบบสอบถามของผู้เข้าอบรมโครงการนักศึกษา กศน.รุ่นใหม่ห่างไกลยาเสพติด มีอาชีพรับจ้าง จ านวน 152 คน คิดเป็นร้อยละ 60.8 อาชีพรับราชการ จ านวน 41 คน คิดเป็น ร้อยละ 16.4 อาชีพอื่นๆ จ านวน 57 คน คิดเป็นร้อยละ 22.8 ททจากตารางที่ 4 แสดงให้เห็นว่า ผู้เข้าร่วม โครงการนักศึกษา กศน.รุ่นใหม่ห่างไกลยาเสพติด อยู่ในระดับ รายการที่ประเมิน n = 250 S.D. อันดับ ที่ ระดับผล การประเมิน ด้านหลักสูตร 1. กิจกรรมที่จัดสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ ของ หลักสูตร 4.57 0.50 4 มากที่สุด 2. เนื้อหาของหลักสูตรตรงกับความต้องการของ ผู้รับบริการ 4.55 0.51 7 มากที่สุด ด้านหลักสูตร 3. การจัดกิจกรรมท าให้ผู้รับบริการสามารถ คิด เป็นท าเป็นแก้ปัญหาเป็น 4.40 0.54 11 มาก 4. ผู้รับบริการมีส่วนร่วมในการแสดงความคิด เห็น ต่อการจัดท าหลักสูตร 4.55 0.51 8 มากที่สุด 5. ผู้รับบริการสามารถน าความรู้ไปปรับใช้ใน ชีวิตประจ าวันได้ 4.87 0.49 1 มากที่สุด 6. สื่อ/เอกสารประกอบการจัดกิจกรรมมีความ เหมาะสม 4.55 0.51 9 มากที่สุด ด้านวิทยากร 7. วิทยากรมีความรู้ความสามารถในการจัด 4.40 0.54 12 มาก


กิจกรรม 8. เทคนิค/กระบวนในการจัดกิจกรรมของวิทยากร 4.55 0.53 5 มากที่สุด 9. วิทยากรมีการใช้สื่อที่สอดคล้องและเหมาะสมกับ กิจกรรม 4.87 0.49 2 มากที่สุด 10. บุคลิกภาพของวิทยากร 4.55 0.51 10 มากที่สุด ด้านสถานที่ ระยะเวลา และความพึงพอใจ 11. สถานที่ในการจัดกิจกรรมเหมาะสม 4.40 0.54 13 มาก 12. ระยะเวลาในการจัดกิจกรรมเหมาะสม 4.55 0.53 6 มากที่สุด 13. ความพึงพอใจในภาพรวมของผู้รับบริการต่อการ เข้าร่วมกิจกรรม 4.87 0.49 3 มากที่สุด ค่าเฉลี่ย 4.59 0.40 มากที่สุด ททจากตารางที่ 4 แสดงให้เห็นว่า ผู้เข้าร่วม โครงการนักศึกษา กศน.รุ่นใหม่ห่างไกลยาเสพติด อยู่ในระดับ มากที่สุด เมื่อวิเคราะห์เป็นรายข้อพบว่า อันดับที่ 1 คือ ผู้รับบริการสามารถน าความรู้ไปปรับใช้ใน ชีวิตประจ าวันได้,วิทยากรมีการใช้สื่อที่สอดคล้องและเหมาะสมกับกิจกรรม, ความพึงพอใจในภาพรวมของ ผู้รับบริการต่อการเข้าร่วมกิจกรรม มีค่าเฉลี่ยเท่ากัน คือ ( = 4.87) รองลงมาคือ กิจกรรมที่จัดสอดคล้องกับ วัตถุประสงค์ ของหลักสูตร มีค่าเฉลี่ย คือ ( =4.57) เทคนิค/กระบวนในการจัดกิจกรรมของวิทยากร, ระยะเวลา ในการจัดกิจกรรมเหมาะสม, เนื้อหาของหลักสูตรตรงกับความต้องการของผู้รับบริการ, ผู้รับบริการมีส่วนร่วมในการ แสดงความคิด เห็นต่อการจัดท าหลักสูตร, สื่อ/เอกสารประกอบการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสม, บุคลิกภาพของ วิทยากร มีค่าเฉลี่ยเท่ากัน คือ ( =4.55) การจัดกิจกรรมท าให้ผู้รับบริการสามารถ คิดเป็นท าเป็นแก้ปัญหาเป็น, วิทยากรมีความรู้ความสามารถในการจัดกิจกรรม, สถานที่ในการจัดกิจกรรมเหมาะสม มีค่าเฉลี่ยเท่ากัน คือ ( =4.40) ตามล าดับ ตอนที่2 ข้อมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นของผู้เข้ารับอบรม โครงการนักศึกษา กศน.รุ่นใหม่ห่างไกลยา เสพติด ความคิดเห็นของผู้เข้ารับร่วมกิจกรรม จ านวน 250 คน จากแบบสอบถามทั้งหมดที่มีต่อโครงการนักศึกษา กศน.รุ่นใหม่ห่างไกลยาเสพติด แบบทดสอบ ระดับการประเมิน ค่า คะแนน เฉลี่ย 1 2 3 4 5 1.1 ความรู้ความเข้าใจ ก่อน เข้าร่วม โครงการ จ านวน ร้อยละ 15 6 43 17.2 143 57.2 49 19.6 - - 3.32 1.2 ความรู้ความเข้าใจ หลัง เข้าร่วม โครงการ จ านวน ร้อยละ - - - - 15 6 169 67.6 66 26.4 4.07


บทที่ 5 สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ ททททททททจากการด าเนินงานโครงการนักศึกษา กศน.รุ่นใหม่ห่างไกลยาเสพติด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ นักศึกษามีความรู้และทักษะการคิดวิเคราะห์รู้ถึงพิษภัยยาเสพติดและสร้างภูมิคุ้มกัน และป้องกันยาเสพติด ซึ่ง โครงการด าเนินการจัดในวันที่ 21 มีนาคม 2564 ณ ศาลาประขาคมอ าเภอสัตหีบ, กศน.ต าบลบางเสร่ และวัดช่อง แสมสาร อ าเภอสัตหีบ มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม จ านวน 400 คน โดยมีการแจกสอบถามทั้งหมด 250 ชุด ซึ่งผลการ วิเคราะห์ข้อมูลดังนี้ สรุปผลการด าเนินงาน ททททททททท1. ผู้ตอบแบบสอบถามเพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการนักศึกษา กศน.รุ่นใหม่ห่างไกลยาเสพติด จ านวน ทั้งหมด 250 เป็นชาย 123 คน คิดเป็นร้อยละ 49.2 เป็นหญิง 127 คน คิดเป็นร้อยละ 50.8 ในช่วงอายุ16-39 ปีมี จ านวน 169 คน คิดเป็นร้อยละ 67.6 และช่วงอายุ 40-59 ปีจ านวน 81 คน คิดเป็นร้อยละ 32.4 มีอาชีพรับจ้าง จ านวน 152 คน คิดเป็นร้อยละ 60.8 อาชีพรับราชการ จ านวน 41 คน คิดเป็นร้อยละ 16.4 อาชีพอื่นๆ จ านวน 57 คน คิดเป็นร้อยละ 22.8 ทททททททท 2. ข้อมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมโครงการนักศึกษา กศน.รุ่นใหม่ห่างไกลยาเสพติด พบว่า อยู่ในระดับ มากที่สุด เมื่อวิเคราะห์เป็นรายข้อพบว่า อันดับที่ 1 คือ ผู้รับบริการสามารถน าความรู้ไปปรับใช้ใน ชีวิตประจ าวันได้,วิทยากรมีการใช้สื่อที่สอดคล้องและเหมาะสมกับกิจกรรม, ความพึงพอใจในภาพรวมของ ผู้รับบริการต่อการเข้าร่วมกิจกรรม มีค่าเฉลี่ยเท่ากัน คือ ( = 4.87) รองลงมาคือ กิจกรรมที่จัดสอดคล้องกับ วัตถุประสงค์ ของหลักสูตร มีค่าเฉลี่ย คือ ( =4.57) เทคนิค/กระบวนในการจัดกิจกรรมของวิทยากร, ระยะเวลา ในการจัดกิจกรรมเหมาะสม, เนื้อหาของหลักสูตรตรงกับความต้องการของผู้รับบริการ, ผู้รับบริการมีส่วนร่วมในการ แสดงความคิด เห็นต่อการจัดท าหลักสูตร, สื่อ/เอกสารประกอบการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสม, บุคลิกภาพของ วิทยากร มีค่าเฉลี่ยเท่ากัน คือ ( =4.55) การจัดกิจกรรมท าให้ผู้รับบริการสามารถ คิดเป็นท าเป็นแก้ปัญหาเป็น, วิทยากรมีความรู้ความสามารถในการจัดกิจกรรม, สถานที่ในการจัดกิจกรรมเหมาะสม มีค่าเฉลี่ยเท่ากัน คือ ( =4.40) ตามล าดับ อภิปรายผล ททททททททจากโครงการนักศึกษา กศน.รุ่นใหม่ห่างไกลยาเสพติด พบว่าอยู่ในระดับ มากที่สุด เมื่อวิเคราะห์เป็น รายข้อพบว่า อันดับที่ 1 คือ ผู้รับบริการสามารถน าความรู้ไปปรับใช้ในชีวิตประจ าวันได้,วิทยากรมีการใช้สื่อที่ สอดคล้องและเหมาะสมกับกิจกรรม, ความพึงพอใจในภาพรวมของผู้รับบริการต่อการเข้าร่วมกิจกรรม มีอันดับที่ 2 คือ กิจกรรมที่จัดสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของหลักสูตร อันดับที่ 3 คือ เทคนิค/กระบวนในการจัดกิจกรรมของ วิทยากร, ระยะเวลาในการจัดกิจกรรมเหมาะสม, เนื้อหาของหลักสูตรตรงกับความต้องการของผู้รับบริการ, ผู้รับบริการมีส่วนร่วมในการแสดงความคิด เห็นต่อการจัดท าหลักสูตร, สื่อ/เอกสารประกอบการจัดกิจกรรมมีความ เหมาะสม, บุคลิกภาพของวิทยากร อันดับที่ 4 คือ การจัดกิจกรรมท าให้ผู้รับบริการสามารถ คิดเป็นท าเป็นแก้ปัญหา เป็น, วิทยากรมีความรู้ความสามารถในการจัดกิจกรรม, สถานที่ในการจัดกิจกรรมเหมาะสม มีค่าเฉลี่ยเท่ากัน ตามล าดับ


บรรณานุกรม กระทรวงศึกษาธิการ . (2543). บุญชม ศรีสะอาด และ บุญส่ง นิวแก้ว. (2535 หน้า 22 – 25). บุญชม ศรีสะอาด และ บุญส่ง นิลแก้ว 2545 กรมการศึกษานอกโรงเรียน. (ม.ป.ป. : 9), (2546:76). บรรพต สุวรรณประเสริฐ. (2544:12). ส านักงานกศน.นโยบายและจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 สุทธิดา หงส์บุญเสริม, 2550 : 42 วิชัย วงษ์ใหญ่. (2525:2-3), (2525:10). http://www.thaikids.org/brain/brain4.htm http://www.thaikids.org/brain/brain1.htm http://th.wikipedia.org http://www.tanti.ac.th/Com-tranning/Online_Word/page1.html https://www.newtv.co.th/news/73926 https://www.sanook.com/health/26993/ www.pmindat.go.th


คณะผู้จัดท า ที่ปรึกษา นางสุรัสวดี เลี้ยงสุพงศ์ ผอ. กศน.อ าเภอสัตหีบ นางสุพัด น าเจริญลาภ ครูช านาญการ นายทัพพเทพ อรเนตร ครูผู้ช่วย คณะท างาน นางสาวสุภาวดี บางโสก ครูกศน.ต าบล นางสาวเสาวนีย์ สันติวงค์ ครูศูนย์การเรียนชุมชนต าบลสัตหีบ นางสาวทัตพิชา นนลือชา ครูศูนย์การเรียนชุมชนต าบลแสมสาร


ภาคผนวก


ภาคผนวก ก. แบบส ารวจผู้เข้าร่วมโครงการนักศึกษา กศน.รุ่นใหม่ห่างไกลยาเสพติด ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ (กศน.อ าเภอสัตหีบ) 1. ข้อมูลทั่วไป 1.1. ชื่อ....................................................................... นามสกุล ..................................................อายุ 1.2. อาชีพปัจจุบัน ( ) ไม่มี ( ) มี ระบุ............................................................................. 1.3. ที่อยู่ ...................................................................................................โทรศัพท์..................... ........... 2. ความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย (ท าเครื่องหมาย ตรงหน้าอาชีพที่ต้องฝึกอบรม) หมวดเกษตรกรรม ( ) การปลูกผักไฮโดรลิก ( ) การขยายพันธุ์ปลา ( ) การปลูกพืชผักสมุนไพร ( ) การเพาะเห็ดนางฟ้า ( ) การเพาะเห็ดฟางด้วยตะกร้าอย่างง่าย ( ) การเลี้ยงปลา ( ) อื่นๆ ระบุ................................................................... หมวดอุตสาหกรรม ( ) ช่างซ่อมเครื่องยนต์เล็ก ( ) ช่างเดินสายไฟภายในอาคาร ( ) ช่างก่อสร้าง ( ) ช่างปูน ( ) ช่างปูกระเบื้อง ( ) ช่างไม้ ( ) ช่างทาสี ( ) ช่างซ่อมโทรศัพท์ ( ) ช่างซ่อมอุปกรณ์ไฟฟ้า ( ) อื่นๆ ระบุ ................................................................. หมวดพาณิชยกรรม ( ) คอมพิวเตอร์เบื้องต้น ( ) การนวดแผนไทย ( ) การจัดการตลาด ( ) การท าบัญชีอย่างง่าย ( ) ภาษาจีนเพื่อการสื่อสาร ( ) ภาษาอังกฤษเพื่ออาชีพพนักงานขายสินค้า ( ) อื่นๆ ระบุ ................ หมวดความคิดสร้างสรรค์ ( ) การท าข้าวเกรียบสมุนไพร ( ) การท าสบู่สมุนไพรจากธรรมชาติ ( ) การท าขนมไทย ( ) การสานกระเป๋าจากเส้นพลาสติก ( ) กะหรี่ปั๊บทรงเครื่อง ( ) การเพ้นท์เล็บ ( ) การแปรรูปเห็ด ( ) น้ ามันมะพร้าวสกัดเย็น ( ) การส่งเสริมอาชีพด้วยสมุนไพรไทย ( ) ศิลปะประดิษฐ์จากผ้าใยบัว ( ) การประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์ของเหลือใช้จากกระป๋องอลูมิเนียม ( ) อื่นๆ ระบุ .............................................. ( ) กิจกรรมบริจาคหนังสือ/ส่งเสริมการอ่าน


หมวดกลุ่มอาชีพอ านวยการและอาชีพ ( ) การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ( ) การซ่อมคอมพิวเตอร์เบื้องต้น ( ) การซ่อมเสื้อผ้า ( ) ช่างเสริมสวย ( ) การซ่อมรองเท้า ( ) ช่างเย็บผ้าอุตสาหกรรม ( ) ช่างตัดผมชาย ( ) อื่นๆ ระบุ ............................................................... หมวดกลุ่มทักษะชีวิต ( ) การท าบัญชีครัวเรือน ( ) โภชนาการผู้สูงอายุ ( ) อบรมเรื่องยาเสพติด ( ) ภาษาอาเซียน ( ) การใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม ( ) ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ( ) การส่งเสริมการอ่าน ( ) อื่นๆ ระบุ ............................................................... 3. ระยะเวลาที่ต้องการให้ด าเนินการฝึกอบรม ( ) วันหยุดราชการระหว่างเวลา _______________________ จ านวน _________วัน ( ) วันราชการระหว่างเวลา __________________________จ านวน _________วัน 4. สถานที่ฝึกอบรม ( ) ในชุมชน ( ) สถานประกอบการ ............................................................................... ( ) อื่นๆ (ระบุ) ........................................................................................... 5. องค์ความรู้ที่ต้องการ ( ) ฝึกปฏิบัติ ( ) การเพิ่มมูลค่าผลผลิต ( ) การตลาด ( ) อื่นๆ ระบุ ................................................................................................. ขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ กศน.อ าเภอสัตหีบ


ภาคผนวก ข. แบบส ารวจผู้เข้าร่วมโครงการนักศึกษา กศน.รุ่นใหม่ห่างไกลยาเสพติด ส่วนที่ 1 ค าชี้แจง ใส่เครื่องหมาย/ลงในช่องที่ตรงกับข้อมูลของท่านเพียงช่องเดียว เพศ ชาย หญิง อายุ 14-39 ปี 40-59ปี 60ปีขึ้นไป อาชีพ รับจ้าง ค้าขาย เกษตรกรรม รับราชการ อื่นๆ ส่วนที่ 2 ด้านความพึงพอใจของผู้เรียน/ผู้รับบริการ (ใส่เครื่องหมาย/ลงในช่องที่ตรงกับความคิดเห็นของท่านเพียงช่องเดียว ข้อที่ รายการ ระดับการประเมิน มากที่สุด มาก ปานกลาง น้อย น้อยที่สุด 1 กิจกรรมที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ ของหลักสูตร 2 เนื้อหาของหลักสูตรตรงกับความ ต้องการ 3 การจัดกิจกรรมท าให้ผู้รับบริการ สามารถคิดเป็นท าเป็น แก้ปัญหาได้ 4 ผู้รับบริการมีส่วนร่วมในการแสดง ความคิดเห็นต่อการจัดท าหลักสูตร 5 ผู้รับบริการสามารถน าความรู้ไปใช้ ในชีวิตประจ าวันได้ 6 สื่อ/เอกสารประกอบการจัดกิจกรรม มีความเหมาะสม 7 วิทยากรมีความรู้ความสามารถใน การจัดกิจกรรม 8 เทคนิค/กระบวนการในการจัด กิจกรรมของวิทยากร 9 วิทยากรมีการใช้สื่อสอดคล้องและ เหมาะสมกับกิจกรรม 10 บุคลิกภาพของวิทยากร 11 สถานที่ในการจัดกิจกรรมเหมาะสม 12 ระยะเวลาในการจัดเหมาะสม 13 ความพึงพอใจในภาพรวมของผู้รับ การอบรม ข้อเสนอแนะ


Click to View FlipBook Version