รายงานผลโครงการจัดและส่งเสริมการจัดกิจกรร การศึกษาตลอดชีวิตเพื่อคงสมรรถนะ ทางกาย จิต และสมองของผู้สูงอายุ รูปแบบกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิตผู้สูงวัยใส่ใจสุขภาพ วันที่ 1 กรกฎาคม 2565 ณ กศน.ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ปีงบประมาณ 2565 ณ กศน.ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอสัตหีบ สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดชลบุรี
-กบทสรุปผู้บริหาร ททททททททททจากการดำเนินงานโครงการจัดและส่งเสริมการจัดกิจกรรมการศึกษาตลอดชีวิตเพื่อคง สมรรถนะ ทางกาย จิต และสมองของผู้สูงอายุ รูปแบบกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิตผู้สูงวัยใส่ใจสุขภาพ มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 19 คน โดยมีการแจกสอบถามทั้งหมด 19 ชุด ซึ่งผลการวิเคราะห์ข้อมูลดังนี้ ททททททท 1. ผู้ตอบแบบสอบถามโครงการจัดและส่งเสริมการจัดกิจกรรมการศึกษาตลอดชีวิตเพื่อคง สมรรถนะ ทางกาย จิต และสมองของผู้สูงอายุ รูปแบบกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิตผู้สูงวัยใส่ใจสุขภาพ จากจำนวนทั้งหมด 19 คน เป็นหญิง 16 คน คิดเป็นร้อยละ 84.21เป็นชาย 3 คน คิดเป็นร้อยละ 15.79 ทั้งหมดอยู่ในช่วงอายุ60 ปีขึ้นไป คิดเป็นร้อยละ 100.00 และส่วนใหญ่มีอาชีพอื่น ๆ มากที่สุด ทททททททท2. ข้อมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมโครงการจัดและส่งเสริมการจัดกิจกรรมการศึกษา ตลอดชีวิตเพื่อคงสมรรถนะ ทางกาย จิต และสมองของผู้สูงอายุ รูปแบบกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิตผู้สูงวัยใส่ใจ สุขภาพ อยู่ในอยู่ในระดับ มากที่สุด เมื่อวิเคราะห์เป็นรายข้อพบว่า อันดับที่ 1 คือวิทยากรมีความรู้ ความสามารถในการจัดกิจกรรม และความพึงพอใจในภาพรวมของผู้รับบริการต่อการเข้าร่วมกิจกรรม มีลำดับ เท่ากัน (µ = 4.63) อันดับที่ 2 คือ การจัดกิจกรรมทำให้ผู้รับบริการสามารถคิดเป็นทำเป็นแก้ปัญหาเป็น (µ =4.58) เป็นอันดับที่ 3 คือ กิจกรรมที่จัดสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของหลักสูตร , ผู้รับบริการสามารถนำ ความรู้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ , วิทยากรมีการใช้สื่อที่สอดคล้องและเหมาะสมกับกิจกรรม มีลำดับ เท่ากัน (µ =4.53) อันดับที่ 4 คือ เนื้อหาของหลักสูตรตรงกับความต้องการของผู้รับบริการ , เทคนิค/กระบวน ในการจัดกิจกรรมของวิทยากร , บุคลิกภาพของวิทยากร และ, ระยะเวลาในการจัดกิจกรรมเหมาะสม มีค่า เท่ากันคือ (µ =4.47) อันดับที่ 5 สถานที่ในการจัดกิจกรรมเหมาะสม (µ =4.42) อันดับที่ 6 ผู้รับบริการมี ส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นต่อการจัดทำหลักสูตร และ สื่อ/เอกสารประกอบการจัดกิจกรรมมีความ เหมาะสม มีค่าเท่ากันคือ (µ =4.37) ตามลำดับ
-ขคำนำ ททททททททโครงการจัดและส่งเสริมการจัดกิจกรรมการศึกษาตลอดชีวิตเพื่อคงสมรรถนะ ทางกาย จิต และ สมองของผู้สูงอายุ รูปแบบกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิตผู้สูงวัยใส่ใจสุขภาพ ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2565 ณ กศน.ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ โดยมีวัตถุเพื่อส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีพฤติกรรมการบริโภคอาหารใน สัดส่วนที่เหมาะสมเพียงพอ เอื้อต่อการมีภาวะโภชนาการที่ดี เพื่อป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง และ สร้างความรอบรู้ในการส่งเสริมสุขภาพด้านโภชนาการผู้สูงอายุที่เอื้อต่อการปรับเปลี่ยนและมีพฤติกรรม การบริโภคอาหารที่ดีโดยมีนายวีรากร มณีทรัพย์สุคนธ์ และนางสาวสุรภา เชาวันดีเป็นวิทยากร ดังกล่าว ดำเนินการเสร็จสิ้นไปด้วยดี ซึ่งรายละเอียดผลการดำเนินงานต่าง ๆ ตลอดจนปัญหาอุปสรรค ได้สรุปไว้แล้ว และสามารถนำมาเป็นบทเรียน และพัฒนาการงานทำของสำนักงาน กศน. ต่อไป ได้อย่างเป็นรูปธรรมและมี คุณภาพต้องขอขอบคุณทางสำนักงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดชลบุรี ที่ให้การ สนับสนุนงบประมาณ และผู้นำชุมชนในตำบล นาจอมเทียน ที่ให้คำแนะนำในการจัดกิจกรรมดังกล่าว รายงานผลการสรุปเล่มนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคงมีประโยชน์บ้างสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาหาข้อมูล เพื่อใช้เป็นแนวทางในการจัดอบรม ในลักษณะนี้ และถ้ามีสิ่งหนึ่งสิ่งใดขาดตกบกพร่องคณะผู้จัดทำขอน้อมรับ ไว้ เพื่อจะปรับปรุงในโอกาสต่อไป กศน.ตำบลนาจอมเทียน กรกฎาคม 2565
-คสารบัญ หน้า บทสรุปผู้บริหาร................................................................................................................................ ..........ก คำนำ...........................................................................................................................................................ข สารบัญ........................................................................................................................................................ค สารบัญตาราง..............................................................................................................................................ง บทที่ 1 บทนำ..........................................................................................................................................1 ความเป็นมาและความสำคัญ......................................................................................................1 วัตถุประสงค์...............................................................................................................................2 เป้าหมาย....................................................................................................................................2 ระยะเวลาดำเนินงาน..................................................................................................................2 ผลลัพธ์.......................................................................................................................................2 ดัชนีวัดผลสำเร็จของโครงการ.....................................................................................................2 นิยามศัพท์เฉพาะ........................................................................................................................2 บทที่2 เอกสารการศึกษาและรายงานที่เกี่ยวข้อง .................................................................................4 ยุทธศาสตร์และจุดเน้นการดำเนินงาน สำนักงาน กศน.ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ............4 แนวทาง/กลยุทธ์การดำเนินงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยของ กศน.ตำบลนาจอมเทียน..............................................................................................................8 พระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 (ฉบับแก้ไข พ.ศ. 2553)......................................................14 แนวคิดผู้สูงอายุที่มีศักยภาพ(Active ageing) .............................................................................16 เอกสาร/งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง........................................................................................................17 บทที่ 3 วิธีดำเนินงาน..............................................................................................................................25 ประชุมบุคลากรกรรมการสถานศึกษา.........................................................................................25 แต่งตั้งคณะทำงาน......................................................................................................................25 ดำเนินงานตามแผน.....................................................................................................................25 ประชากรที่ใช้ในการดำเนินงาน...................................................................................................25 เครื่องมือที่ใช้ในการดำเนินงาน ...................................................................................................26 การเก็บรวบรวมข้อมูล................................................................................................................26 การวิเคราะห์ข้อมูล.....................................................................................................................26
-คสารบัญ(ต่อ) หน้า บทที่4 ผลการดำเนินงานและการวิเคราะห์ข้อมูล.................................................................................28 ตอนที่ 1 ข้อมูลส่วนตัวผู้แบบสอบถามของผู้เข้ารับการอบรมในโครงการจัดและส่งเสริมการ จัดกิจกรรมการศึกษาตลอดชีวิตเพื่อคงสมรรถนะ ทางกาย จิต และสมองของผู้สูงอายุ รูปแบบ กิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิตผู้สูงวัยใส่ใจสุขภาพ ........................................................................................28 ตอนที่ 2 ข้อมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นที่มีต่อโครงการจัดและส่งเสริมการจัดกิจกรรมการศึกษา ตลอดชีวิตเพื่อคงสมรรถนะ ทางกาย จิต และสมองของผู้สูงอายุ รูปแบบกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิต ผู้สูงวัยใส่ใจสุขภาพ ................................................................................................................................30 บทที่ 5 สรุปผลการประเมิน อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ...................................................................32 สรุปผลการดำเนินงาน.................................................................................................................32 อภิปรายผล.................................................................................................................................33 ข้อเสนอแนะ...............................................................................................................................34 บรรณานุกรม...........................................................................................................................................35 ภาคผนวก
-งสารบัญตาราง หน้า ตารางที่ 1 แสดงค่าร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยจำแนกตามเพศ..................................................28 2 แสดงค่าร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยจำแนกตามอายุ..................................................29 3 แสดงค่าร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยจำแนกตามอาชีพ................................................29 4 ผลการประเมินโครงการสร้างเครือข่ายดิจิทัลชุมชนระดับตำบล..............................................30
บทที่1 บทนำ หลักการและเหตุผล การเปลี่ยนแปลงในวัยสูงอายุมีปัจจัยสำคัญ 2 ประการ คือ ปัจจัยทางกรรมพันธุ์ และปัจจัยจาก สิ่งแวดล้อม พบว่าสภาพแวดล้อมที่มีความสำคัญก็คือ ภาวะโภชนาการ และวิถีทางดำเนินชีวิต การที่ผู้สูงอายุ ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอหรือได้มากเกินไป มีผลซ้ำเติมอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย ซึ่งมีแนวโน้มจะเสื่อมอยู่แล้ว ให้เสื่อมยิ่งขึ้น การส่งเสริมสุขภาพในผู้สูงอายุ จึงต้องคำนึงถึงความต้องการสารอาหาร โดยเน้นความสมดุล ความพอเหมาะพอดี และความหลากหลายของอาหาร นอกจากนี้การออกกำลังกาย การผ่อนคลายทางกาย ทางจิต และการหลีกเลี่ยงสิ่งที่เป็นพิษ ก็เป็นปัจจัยที่สำคัญสำหรับพื้นฐานการมีสุขภาพดีของผู้สูงอายุ ปัญหา สุขภาพที่เกี่ยวข้องกับอาหารและโภชนาการ เนื่องจากระบบการทำงานของอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย เปลี่ยนแปลงไป ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ทำงานด้อยลง การรับรู้รสและกลิ่นน้อยลง ทำให้ความอยากอาหารลดลง ด้วย ประกอบกับมีปัญหาเรื่องเหงือกและฟัน และระบบการย่อย การดูดซึมอาหารไม่ดี จึงทำให้เกิดอาการ ท้องอืดท้องเฟ้อ บางทีก็ท้องผูกมีโอกาสเกิดโรคภัยไข้เจ็บได้ง่าย ปัญหาของผู้สูงอายุในเรื่องอาหารการกิน จึงมี ปัญหาทั้งกินไม่ได้และกินไม่พอจนทำให้เกิดภาวะขาดสารอาหาร เช่น การขาดแร่ธาตุแคลเซียม เหล็ก และ ขาดวิตามินต่างๆ ถ้าผู้สูงอายุได้อาหารบางอย่างมากไปไม่ถูกส่วน หรือไม่ได้ครบ 5 หมู่ ก็อาจเกิดปัญหาโรค เรื้อรัง เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน ไขมันอุดตันในหลอดเลือด ความดันโลหิตสูง เป็นต้น ซึ่งปัญหาเหล่านี้จะ ชะลอหรือป้องกันได้ถ้าผู้ที่อยู่ใกล้ชิดหรือมีความเกี่ยวข้องต่างๆ ให้ความเอาใจใส่ แนะนำเกี่ยวกับเรื่องการ บริโภคอาหาร จากวิถีชีวิตของชุมชน การดูแลด้านโภชนาการของผู้สูงวัย ควรคำนึงถึงสภาพการณ์ต่างๆ เช่น อาหารที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุในแต่ละสภาวะ และทรัพยากรธรรมชาติที่เรามีอยู่ ซึ่งสามารถดัดแปลงให้ เหมาะสมโดยพิจารณาถึงคุณภาพและเศรษฐกิจของครอบครัวเป็นหลัก พร้อมกันนั้นควรต้องยอมรับด้วยว่า อาหารที่เหมาะสมสำหรับคนสูงอายุคนหนึ่ง อาจจะไม่เหมาะสมสำหรับอีกคนหนึ่ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับหน้าที่ทาง กายภาพ สภาพของระบบอวัยวะของแต่ละคน ซึ่งโภชนาการที่ดีจะช่วยป้องกันการเกิดโรคต่างๆ ทั้งนี้ การ เตรียมอาหารที่มีคุณภาพ ควรให้ผู้สูงอายุรับประทานได้ครบ 5 หมู่ กินผลไม้มากกว่าขนมหวาน ผู้สูงอายุที่มี ปัญหาเรื่องไขมันในเลือดสูง เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ ควรลดอาหารที่ไขมันอิ่มตัวสูง เช่น เนื้อสัตว์ติดมัน เบเกอรี่ และควรหันไปเลือกไขมันเชิงเดี่ยวที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัว ซึ่งมีอยู่ในน้ำมันมะกอก น้ำมันคาโบลา น้ำมัน รำข้าวแทน ควรจะดูแลน้ำหนักให้สอดคล้องกับอายุและสภาพร่างกายด้วย ขณะที่คนที่เป็นโรคความดันและ โรคหัวใจ ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีความเค็มหรือมีโซเดียมสูง ดังนั้น กศน.ตำบลนาจอมเทียน จึงเห็นความสำคัญและความจำเป็นอย่างยิ่ง ในการให้ความรู้ ความ เข้าใจในการเลือกรับประทานอาหารให้เหมาะสม ปรุงอาหารที่สะอาดปลอดภัย ถูกหลักโภชนาการและ สุขาภิบาลอาหาร กลุ่มผู้สูงอายุ กศน.ตำบลนาจอมเทียน จึงจัดโครงการจัดและส่งเสริมการจัดกิจกรรม การศึกษาตลอดชีวิตเพื่อคงสมรรถนะ ทางกาย จิต และสมองของผู้สูงอายุ รูปแบบกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิต ผู้สูงวัยใส่ใจสุขภาพประจำปีงบประมาณ 2565 ขึ้น
วัตถุประสงค์ 1. เพื่อส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีพฤติกรรมการบริโภคอาหารในสัดส่วนที่เหมาะสมเพียงพอ เอื้อต่อการมี ภาวะโภชนาการที่ดี เพื่อป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง 2. เพื่อสร้างความรอบรู้ในการส่งเสริมสุขภาพด้านโภชนาการผู้สูงอายุที่เอื้อต่อการปรับเปลี่ยนและมี พฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ดี เป้าหมาย เชิงปริมาณ ผู้สูงอายุในตำบลนาจอมเทียน จำนวน 19 คน เชิงคุณภาพ ผู้สูงอายุ ร้อยละ 80 ที่เข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มเป้าหมายสามารถดูแลสุขภาพกายและจิตของ ตนเองได้ ระยะเวลาดำเนินงาน ทท วันที่ 1 กรกฎาคม 2565 ณ กศน.ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ผลลัพธ์ 1. ผู้สูงอายุมีความรู้ มีความตระหนักและร่วมมือกันในการดูแลโภชนาการอาหาร 2. ผู้สูงอายุมีโอกาสได้ทำกิจกรรมร่วมกันในชุมชน ดัชนีชี้วัดความสำเร็จของโครงการ ตัวชี้วัดผลสำเร็จ (Outputs) - มีมีผู้เข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 - ผู้เข้าร่วมโครงการมีความพึงพอใจในระดับ มากขึ้นไป ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ตัวชี้วัดผลลัพท์ (Outcome) - ผู้เข้ารับการอบรมร้อยละ 80 มีความตระหนักในโภชนาการอารหารเพื่อสุขภาพของตัวเอง -ผู้เข้ารับการอบรมร้อยละ 80 มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโภชนาการอารหารเพื่อสุขภาพ และสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันและเผยแพร่ได้ นิยามศัพท์เฉพาะ การจัดและส่งเสริมการจัดการศึกษาตลอดชีวิต การศึกษาที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างการศึกษาใน ระบบ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย เพื่อให้สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตได้อย่างต่อเนื่อง ตลอดชีวิต การศึกษาในระบบ เป็นการศึกษาที่กำหนดจุดมุ่งหมาย วิธีการศึกษา หลักสูตร ระยะเวลาของ การศึกษา การวัดและประเมินผล ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญของการสำเร็จการศึกษาที่แน่นอน การศึกษานอกระบบ เป็นการศึกษาที่มีความยืดหยุ่นในการกำหนดจุดมุ่งหมาย รูปแบบ วิธีการจัดการศึกษา ระยะเวลาของ การศึกษา การวัดผลประเมินผล ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญของการสำเร็จการศึกษา โดยเนื้อหาและหลักสูตรจะต้อง มีความเหมาะสม สอดคล้องกับสภาพปัญญาและความต้องการของกลุ่มแต่ละกลุ่ม 2
ผู้สูงอายุ หมายถึง ประชากรทั้งเพศชายและหญิงที่มีอายุมากกว่า 60ปีขึ้นไปและได้แบ่งระดับการ เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ เป็น 3 ระดับ ได้แก่ 1. ระดับการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging society) หมายถึง สังคมหรือประเทศที่มีประชากร อายุ60 ปีขึ้นไปมากกว่าร้อยละ 10 ของประชากรทั้งประเทศหรือมีประชากรอายุตั้งแต่ 65 ปีมากกว่าร้อยละ7 ของประชากรทั้งประเทศ แสดงว่าประเทศนั้นกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ 2. ระดับสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged society) หมายถึงสังคมหรือประเทศที่มีประชากร อายุ60ปีขึ้นไป มากกว่าร้อยละ20 ของประชากรทั้งประเทศหรือมีประชากรอายุตั้งแต่ 65 ปี มากกว่าร้อยละ 14 ของประชากรทั้งประเทศ แสดงว่าประเทศนั้นเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ 3. ระดับสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มที่ (Super-aged society) หมายถึงสังคมหรือประเทศที่มี ประชากรอายุ65 ปีขึ้นไปมากกว่า ร้อยละ20 ของประชากรทั้งประเทศ แสดงว่าประเทศนั้นเข้าสู่สังคม ผู้สูงอายุอย่างเต็มที่ ผู้เข้าอบรม หมายถึง ผู้สูงอายุในชมรมผู้สูงอายุตำบลนาจอมเทียน 3
บทที่ 2 เอกสารการศึกษาและรายงานที่เกี่ยวข้อง ในการจัดทำรายงานครั้งนี้ ได้ทำการศึกษาค้นคว้าเนื้อหาจากเอกสารการศึกษาและรายงานที่เกี่ยวข้อง ดังต่อไปนี้ 1. นโยบายและจุดเน้นการดําเนินงาน สํานักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 2. แนวทาง/กลยุทธ์การดดำเนินงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยของ กศน.ตำบล นาจอมเทียน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 3. พระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 (ฉบับแก้ไข พ.ศ. 2553) 4. แนวคิดผู้สูงอายุที่มีศักยภาพ (Active ageing) 5. เอกสาร/งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 1. นโยบายและจุดเน้นการดําเนินงาน สํานักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษา ตามอัธยาศัย ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 วิสัยทัศน์ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 - 2580) ได้กําหนดแผนแม่บทประเด็นการพัฒนาศักยภาพคน ตลอดช่วงชีวิต โดยมีแผนย่อยที่เกี่ยวข้องกับการใช้การศึกษาเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนได้แก่ แผนย่อย ประเด็นการพัฒนาการเรียนรู้ และแผนย่อยประเด็นการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต ที่มุ่งเน้นการสร้าง สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนา และเสริมสร้างศักยภาพมนุษย์ การพัฒนาเด็กตั้งแต่ช่วงการตั้งครรภ์จนถึง ปฐมวัย การพัฒนาช่วงวัยเรียน/วัยรุ่น การพัฒนาและยกระดับศักยภาพวัยแรงาน รวมถึงการส่งเสริมศักยภาพ วัยผู้สูงอายุ ประเด็นการพัฒนาการเรียนรู้ ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 และพหุปัญญา ของมนุษย์ที่หลากหลาย ประกอบกับแผนการปฏิรูป ประเทศด้านการศึกษา นโยบายรัฐบาลทั้งในส่วนนโยบาย หลักด้านการปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ และการพัฒนาศักยภาพ คนตลอดช่วงชีวิต และนโยบายเร่งด่วนเรื่อง การเตรียมคนไทยสู่ศตวรรษที่ 21 ตลอดจนแผนพัฒนาประเทศอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ แผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560 - 2568) นโยบายและแผนระดับชาติ ว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ พ.ศ. 2562 2568) โดยคาดหวังว่าการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต ประชาชนจะได้รับ การพัฒนาการ เรียนรู้ให้เป็นคนดี คนเก่งมีคุณภาพ และมีความพร้อมร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน และกระทรวงศึกษาธิการ ได้กําหนดนโยบายและจุดเน้น ประจําปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ขึ้น เพื่อ เป็น เข็มมุ่งของหน่วยงานภายใต้กระทรวงศึกษาธิการ ขับเคลื่อนการดําเนินงานให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ของ แผนต่าง ๆ ดังกล่าว
สํานักงาน กศน. เป็นหน่วยงานที่มีภารกิจในการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ตระหนัก ถึงความสําคัญของการพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต ได้มุ่งมั่นขับเคลื่อนภารกิจหลักตามแผนพัฒนา ประเทศ และนโยบาย และจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ ที่คํานึงถึงหลักการบริหารจัดการทั้งในเรื่องหลัก ธรรมาภิบาล หลักการกระจายอํานาจ การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร การมุ่งเน้น ผลสัมฤทธิ์ และปฏิบัติการด้านข้อมูลข่าวสาร การสร้างบรรยากาศในการทํางานและการเรียนรู้ ตลอดจนการ ใช้ทรัพยากรด้านการจัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพ โดยเน้น การพัฒนาคุณภาพการศึกษานอกระบบระดับ การศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษาต่อเนื่อง และการศึกษาตามอัธยาศัย ใน 4 ประเด็นใหญ่ ประกอบด้วย การ จัดการเรียนรู้คุณภาพ การสร้างสมรรถนะและทักษะคุณภาพ องค์กร สถานศึกษา และแหล่งเรียนรู้คุณภาพ และการบริหารจัดการคุณภาพ อันจะนําไปสู่การสร้างโอกาสและลดความเหลื่อมล้ํา ทางการศึกษา การ ยกระดับคุณภาพและเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการสําหรับทุกกลุ่มเป้าหมาย และสร้างความพึงพอใจ ให้กับ ผู้รับริการ โดยได้กําหนดนโยบายและจุดเน้นการดําเนินงาน สํานักงาน กศน. ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ดังนี้ หลักการ กศน. เพื่อประชาชน “ก้าวใหม่ : ก้าวแห่งคุณภาพ” นโยบายและจุดเน้นการดําเนินงาน สํานักงาน กศน. ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 1. ด้านการจัดการเรียนรู้คุณภาพ 1.1 น้อมนําพระบรมราโชบายสู่การปฏิบัติ รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนการดําเนินงาน โครงการ อันเนื่องมาจากพระราชดําริทุกโครงการ และโครงการอันเกี่ยวเนื่องจากราชวงศ์ 1.2 ขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้ที่สนองตอบยุทธศาสตร์ชาติ และนโยบายของรัฐมนตรีว่าการ และ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ 1.3 ส่งเสริมการจัดการศึกษาเพื่อเสริมสร้างความมั่นคง การสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ในการปกครอง ระบอบประชาธิปไตย การเรียนรู้ที่ปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม สร้างวินัย จิตสาธารณะ และอุดมการณ์ ความยึด มั่นในสถาบันหลักของชาติ รวมถึงการมีจิตอาสา ผ่านกิจกรรมต่างๆ 1.4 ปรับปรุงหลักสูตรทุกระดับทุกประเภทให้สอดรับกับการพัฒนาคน ทิศทางการพัฒนาประเทศ สอดคล้องกับบริบทที่เปลี่ยนแปลง ความต้องการและความหลากหลายของผู้เรียน/ผู้รับบริการ รวมถึงปรับลด ความหลากหลายและความซ้ําซ้อนของหลักสูตร เช่น หลักสูตรการศึกษาสําหรับกลุ่มเป้าหมายบนพื้นที่สูง พื้นที่พิเศษ และพื้นที่ชายแดน รวมทั้งกลุ่มชาติพันธุ์ 1.5 ปรับระบบทดสอบ วัดผล และประเมินผล โดยเน้นการใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือให้ผู้เรียน สามารถเข้าถึงการประเมินผลการเรียนรู้ได้ตามความต้องการ เพื่อการสร้างโอกาสในการเรียนรู้ ให้ความสําคัญ กับ การเทียบระดับการศึกษา และการเทียบโอนความรู้และประสบการณ์ พัฒนาระบบการประเมินสมรรถนะ ผู้เรียน ให้ตอบโจทย์การประเมินในระดับประเทศและระดับสากล เช่น การประเมินสมรรถภาพผู้ใหญ่ ตลอดจนกระจายอํานาจ ไปยังพื้นที่ในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ 5
1.6 ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีในการจัดหลักสูตรการเรียนรู้ในระบบออนไลน์ด้วยตนเองครบวงจร ตั้งแต่การลงทะเบียนจนการประเมินผลเมื่อจบหลักสูตร ทั้งการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษา ต่อเนื่อง และการศึกษาตามอัธยาศัย เพื่อเป็นการสร้างและขยายโอกาสในการเรียนรู้ให้กับ กลุ่มเป้าหมายที่สามารถเรียนรู้ ได้สะดวก และตอบโจทย์ความต้องการของผู้เรียน 1.7 พัฒนา Digital Learning Platform แพลตฟอร์มการเรียนรู้ของสํานักงาน กศน. ตลอดจน พัฒนาสื่อการเรียนรู้ทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ และให้มีคลังสื่อการเรียนรู้ที่เป็นสื่อที่ถูกต้องตาม กฎหมาย ง่ายต่อการสืบค้นและนําไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ 1.8 เร่งดําเนินการเรื่อง Academic Credit-bank System ในการสะสมและเทียบโอนหน่วยกิต เพื่อการสร้างโอกาสในการศึกษา 1.9 พัฒนาระบบนิเทศการศึกษา การกํากับ ติดตาม ทั้งในระบบ On-Site และ Online รวมทั้ง ส่งเสริมการวิจัยเพื่อเป็นฐานในการพัฒนาการดําเนินงานการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อัธยาศัย 2. ด้านการสร้างสมรรถนะและทักษะคุณภาพ 2.1 ส่งเสริมการจัดการศึกษาตลอดชีวิตที่เน้นการพัฒนาทักษะที่จําเป็นสําหรับแต่ละช่วงวัย และ การจัดการศึกษาและการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับแต่ละกลุ่มเป้าหมายและบริบทพื้นที่ 2.2 พัฒนาหลักสูตรอาชีพระยะสั้นที่เน้น New skill Up skill และ Re skเที่สอดคล้องกับบริบท พื้นที่ ความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย ความต้องการของตลาดแรงงาน และกลุ่มอาชีพใหม่ที่รองรับ Disruptive Technology 2.3 ยกระดับผลิตภัณฑ์ สินค้า บริการจากโครงการศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน ที่เน้น “ส่งเสริมความรู้ สร้าง อาชีพ เพิ่มรายได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดี” ให้มีคุณภาพมาตรฐาน เป็นที่ยอมรับของตลาด ต่อยอดภูมิปัญญา ท้องถิ่น เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม พัฒนาสู่วิสาหกิจชุมชน ตลอดจนเพิ่มช่องทางประชาสัมพันธ์และช่องทางการ จําหน่าย 2.4 ส่งเสริมการจัดการศึกษาของผู้สูงอายุเพื่อให้เป็น Active Ageing Workforce และมี Life Skill ในการดํารงชีวิตที่เหมาะกับช่วงวัย 2.5 ส่งเสริมการจัดการศึกษาที่พัฒนาทักษะที่จําเป็นสําหรับกลุ่มเป้าหมายพิเศษ เช่น ผู้พิการ ออทิสติก เด็กเร่ร่อน และผู้ด้อยโอกาสอื่นๆ 2.6 ส่งเสริมการพัฒนาทักษะดิจิทัลและทักษะด้านภาษาให้กับบุคลากร กศน. และผู้เรียนเพื่อรองรับ การพัฒนาประเทศ 2.7 ส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมของผู้เรียน กศน. 2.8 สร้าง อาสาสมัคร กศน. เพื่อเป็นเครือข่ายในการส่งเสริม สนับสนุนการจัดการศึกษาตลอดชีวิต ในชุมชน 2.9 ส่งเสริมการสร้างและพัฒนานวัตกรรมของบุคลากร กศน. รวมทั้งรวบรวมและเผยแพร่เพื่อให้ หน่วยงาน / สถานศึกษา นําไปใช้ในการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน 6
3. ด้านองค์กร สถานศึกษา และแหล่งเรียนรู้คุณภาพ 3.1 ทบทวนบทบาทหน้าที่ของหน่วยงาน สถานศึกษา เช่น สถาบัน กศน.ภาค สถาบันการศึกษา และ พัฒนาต่อเนื่องสิรินธร สถานศึกษาขึ้นตรงสังกัดส่วนกลาง กลุ่มสํานักงาน กศน.จังหวัด ศูนย์ฝึกและพัฒนา ราษฎรไทย บริเวณชายแดน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนการจัดการศึกษาตลอดชีวิตในพื้นที่ 3.2 ยกระดับมาตรฐาน กศน.ตําบล และศูนย์การเรียนรู้ชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” (ศศช.) ให้เป็นพื้นที่การเรียนรู้ตลอดชีวิตที่สําคัญของชุมชน 3.3 ปรับรูปแบบกิจกรรมในห้องสมุดประชาชน ที่เน้น Library Delivery เพื่อเพิ่มอัตราการอ่าน และ การรู้หนังสือของประชาชน 3.4 ให้บริการวิทยาศาสตร์เชิงรุก Science@home โดยใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือนําวิทยาศาสตร์ สู่ชีวิตประจําวันในทุกครอบครัว 3.5 ส่งเสริมและสนับสนุนการสร้างพื้นที่การเรียนรู้ ในรูปแบบ Public Learning Space/ Co- (eaming Space เพื่อการสร้างนิเวศการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นสังคม 3.6 ยกระดับและพัฒนาศูนย์ฝึกอาชีพราษฎรไทยบริเวณชายแดน ให้เป็นสถาบันพัฒนาอาชีพระดับ ภาค 3.7 ส่งเสริมและสนับสนุนการดําเนินงานของกลุ่ม กศน. จังหวัดให้มีประสิทธิภาพ 4. ด้านการบริหารจัดการคุณภาพ 4.1 ขับเคลื่อนกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ตลอดจนทบทวนภารกิจบทบาท โครงสร้างของหน่วยงานเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงตามกฎหมาย 4.2 ปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ คําสั่ง และข้อบังคับต่าง ๆ ให้มีความทันสมัย เอื้อต่อการบริหาร จัดการ และการจัดการเรียนรู้ เช่น การปรับหลักเกณฑ์ค่าใช้จ่ายในการจัดหลักสูตรการศึกษาต่อเนื่อง 4.3 ปรับปรุงแผนอัตรากําลัง รวมทั้งกําหนดแนวทางที่ชัดเจนในการนําคนเข้าสู่ตําแหน่ง การย้าย โอน และการเลื่อนระดับ 4.4 ส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรทุกระดับให้มีความรู้และทักษะตามมาตรฐานตําแหน่งให้ตรงกับ สาย งาน และทักษะที่จําเป็นในการจัดการศึกษาและการเรียนรู้ 4.5 ปรับปรุงระบบการจัดสรรทรัพยากรเพื่อการศึกษาให้มีความครอบคลุม เหมาะสม เช่น การปรับ ค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาของผู้พิการ เด็กปฐมวัย 4.6 ปรับปรุงระบบฐานข้อมูลสารสนเทศด้านการศึกษาเพื่อการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ เช่น ข้อมูล การรายงานผลการดําเนินงาน ข้อมูลเด็กตกหล่นจากการศึกษาในระบบ เด็กเร่ร่อน ผู้พิการ 4.7 ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการอย่างเต็มรูปแบบ 4.8 ส่งเสริมพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐสู่ระบบราชการ 4.0 และการประเมินคุณภาพ และความโปร่งใสการดําเนินงานของภาครัฐ (ITA) 4.9 เสริมสร้างขวัญและกําลังใจให้กับข้าราชการและบุคลากรทุกประเภทในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ประกาศ เกียรติคุณ การมอบโล่ / วุฒิบัตร 7
4.10 ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน เพื่อสร้างความพร้อมในการจัดการศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย และการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตสําหรับประชาชน 2. แนวทาง/กลยุทธ์การดำเนินงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยของ กศน. ตำบลนาจอมเทียน ปรัชญา “คิดเป็น ทำเป็น เน้นคุณธรรม” วิสัยทัศน์ ผู้เรียน/ผู้รับบริการ ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอสัตหีบ มีคุณภาพ ตามมาตรฐานการเรียนรู้ ใช้แหล่งเรียนรู้ ภูมิปัญญา สื่อเทคโนโลยี ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ โดยเครือข่าย มีส่วนร่วม พันธกิจ 1. ออกแบบการจัดการกระบวนการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับหลักสูตร 2. จัดระบบสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้และการบริหารการศึกษา 3. พัฒนาบุคลากรด้านการออกแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้/สื่อ/การประเมินผล 4. ส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายและชุมชนในการจัดกิจกรรมการศึกษา แนวทาง/กลยุทธ์การดำเนินงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยของ กศน.ตำบล นาจอมเทียน ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 - 2580) ได้กําหนดแผนแม่บทประเด็นการพัฒนาศักยภาพคนตลอด ช่วงชีวิต โดยมีแผนย่อยที่เกี่ยวข้องกับการใช้การศึกษาเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนได้แก่ แผนย่อยประเด็น การพัฒนาการเรียนรู้ และแผนย่อยประเด็นการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต ที่มุ่งเน้นการสร้างภาพ แวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนา และเสริมสร้างศักยภาพมนุษย์ การพัฒนาเด็กตั้งแต่ช่วงการตั้งครรภ์จนถึงปฐมวัย การพัฒนาช่วงวัยเรียน/วัยรุ่น การพัฒนาและยกระดับศักยภาพวัยแรงาน รวมถึงการส่งเสริมศักยภาพวัย ผู้สูงอายุ ประเด็นการพัฒนาการเรียนรู้ ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 และพหุปัญญาของ มนุษย์ที่หลากหลาย ประกอบกับแผนการปฏิรูป ประเทศด้านการศึกษา นโยบายรัฐบาลทั้งในส่วนนโยบาย หลักด้านการปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้และการพัฒนาศักยภาพ คนตลอดช่วงชีวิต และนโยบายเร่งด่วนเรื่อง การเตรียมคนไทยสู่ศตวรรษที่ 21 ตลอดจนแผนพัฒนาประเทศอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ แผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560 - 2568) นโยบายและแผนระดับชาติ ว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ พ.ศ. 2562 2568) โดยคาดหวังว่าการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต ประชาชนจะได้รับ การพัฒนาการ เรียนรู้ให้เป็นคนดี คนเก่งมีคุณภาพ และมีความพร้อมร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน และกระทรวงศึกษาธิการ ได้กําหนดนโยบายและจุดเน้น ประจําปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ขึ้น เพื่อ เป็น เข็มมุ่งของหน่วยงานภายใต้กระทรวงศึกษาธิการ ขับเคลื่อนการดําเนินงานให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ของ แผนต่าง ๆ ดังกล่าว 8
กศน.อำเภอสัตหีบ เป็นหน่วยงานที่มีภารกิจในการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อัธยาศัย ตระหนัก ถึงความสําคัญของการพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต ได้มุ่งมั่นขับเคลื่อนภารกิจหลักตาม แผนพัฒนาประเทศ และนโยบาย และจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ ที่คํานึงถึงหลักการบริหารจัดการทั้งใน เรื่องหลักธรรมาภิบาล หลักการกระจายอํานาจ การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร การ มุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ และปฏิบัติการด้านข้อมูลข่าวสาร การสร้างบรรยากาศในการทํางานและการเรียนรู้ ตลอดจนการใช้ทรัพยากรด้านการจัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพ โดยเน้น การพัฒนาคุณภาพการศึกษานอก ระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษาต่อเนื่อง และการศึกษาตามอัธยาศัย ใน 4 ประเด็นใหญ่ ประกอบด้วย การจัดการเรียนรู้คุณภาพ การสร้างสมรรถนะและทักษะคุณภาพ องค์กร สถานศึกษา และ แหล่งเรียนรู้คุณภาพ และการบริหารจัดการคุณภาพ อันจะนําไปสู่การสร้างโอกาสและลดความเหลื่อมล้ำ ทางการศึกษา การยกระดับคุณภาพและเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการสําหรับทุกกลุ่มเป้าหมาย และสร้าง ความพึงพอใจ ให้กับผู้รับริการ โดยได้กําหนดนโยบายและจุดเน้นการดําเนินงาน สํานักงาน กศน. ประจําปี งบประมาณ พ.ศ. 2565 ดังนี้ หลักการ กศน. เพื่อประชาชน “ก้าวใหม่ : ก้าวแห่งคุณภาพ” นโยบายและจุดเน้นการดําเนินงาน สํานักงาน กศน. ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 1. ด้านการจัดการเรียนรู้คุณภาพ 1.1 กศน.ตำบลนาจอมเทียน น้อมนําพระบรมราโชบายสู่การปฏิบัติ รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนการ ดําเนินงาน โครงการ อันเนื่องมาจากพระราชดําริทุกโครงการ และโครงการอันเกี่ยวเนื่องจากราชวงศ์ 1.2 กศน.ตำบลนาจอมเทียน ขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้ที่สนองตอบยุทธศาสตร์ชาติ และนโยบาย ของรัฐมนตรีว่าการ และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ 1.3 กศน.ตำบลนาจอมเทียน ส่งเสริมการจัดการศึกษาเพื่อเสริมสร้างความมั่นคง การสร้างความเข้าใจ ที่ถูกต้อง ในการปกครองระบอบประชาธิปไตย การเรียนรู้ที่ปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม สร้างวินัย จิตสาธารณะ และอุดมการณ์ ความยึดมั่นในสถาบันหลักของชาติ รวมถึงการมีจิตอาสา ผ่านกิจกรรมต่างๆ 1.4 กศน.ตำบลนาจอมเทียน ปรับปรุงหลักสูตรทุกระดับทุกประเภทให้สอดรับกับการพัฒนาคน ทิศ ทางการพัฒนาประเทศ สอดคล้องกับบริบทที่เปลี่ยนแปลง ความต้องการและความหลากหลายของผู้เรียน/ ผู้รับบริการ รวมถึงปรับลด ความหลากหลายและความซ้ําซ้อนของหลักสูตร เช่น หลักสูตรการศึกษาสําหรับ กลุ่มเป้าหมายบนพื้นที่สูง พื้นที่พิเศษ และพื้นที่ชายแดน รวมทั้งกลุ่มชาติพันธุ์ 1.5 กศน.ตำบลนาจอมเทียน ปรับระบบทดสอบ วัดผล และประเมินผล โดยเน้นการใช้เทคโนโลยีเป็น เครื่องมือให้ผู้เรียน สามารถเข้าถึงการประเมินผลการเรียนรู้ได้ตามความต้องการ เพื่อการสร้างโอกาสในการ เรียนรู้ ให้ความสําคัญกับการเทียบระดับการศึกษา และการเทียบโอนความรู้และประสบการณ์ พัฒนาระบบ การประเมินสมรรถนะผู้เรียน ให้ตอบโจทย์การประเมินในระดับประเทศและระดับสากล เช่น การประเมิน สมรรถภาพผู้ใหญ่ ตลอดจนกระจายอํานาจ ไปยังพื้นที่ในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ 9
1.6 กศน.ตำบลนาจอมเทียน ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีในการจัดหลักสูตรการเรียนรู้ในระบบออนไลน์ ด้วยตนเองครบวงจร ตั้งแต่การลงทะเบียนจนการประเมินผลเมื่อจบหลักสูตร ทั้งการศึกษานอกระบบระดับ การศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษา ต่อเนื่อง และการศึกษาตามอัธยาศัย เพื่อเป็นการสร้างและขยายโอกาสในการ เรียนรู้ให้กับกลุ่มเป้าหมายที่สามารถเรียนรู้ ได้สะดวก และตอบโจทย์ความต้องการของผู้เรียน 1.7 กศน.ตำบลนาจอมเทียน พัฒนา Digital Learning Platform แพลตฟอร์มการเรียนรู้ของ สํานักงาน กศน. ตลอดจน พัฒนาสื่อการเรียนรู้ทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ และให้มีคลังสื่อการเรียนรู้ ที่เป็นสื่อที่ถูกต้องตามกฎหมาย ง่ายต่อการสืบค้นและนําไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ 1.8 กศน.ตำบลนาจอมเทียน เร่งดําเนินการเรื่อง Academic Credit-bank System ในการสะสม และเทียบโอนหน่วยกิต เพื่อการสร้างโอกาสในการศึกษา 1.9 กศน.ตำบลนาจอมเทียน พัฒนาระบบนิเทศการศึกษา การกํากับ ติดตาม ทั้งในระบบ On-Site และ Online รวมทั้ง ส่งเสริมการวิจัยเพื่อเป็นฐานในการพัฒนาการดําเนินงานการจัดการศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัย 2. ด้านการสร้างสมรรถนะและทักษะคุณภาพ 2.1 กศน.ตำบลนาจอมเทียน งเสริมการจัดการศึกษาตลอดชีวิตที่เน้นการพัฒนาทักษะที่จําเป็น สําหรับแต่ละช่วงวัย และการจัดการศึกษาและการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับแต่ละกลุ่มเป้าหมายและบริบทพื้นที่ 2.2 กศน.ตำบลนาจอมเทียน พัฒนาหลักสูตรอาชีพระยะสั้นที่เน้น New skill Up skill และ Re sk เที่สอดคล้องกับบริบท พื้นที่ ความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย ความต้องการของตลาดแรงงาน และกลุ่มอาชีพ ใหม่ที่รองรับ Disruptive Technology 2.3 กศน.ตำบลนาจอมเทียน ยกระดับผลิตภัณฑ์ สินค้า บริการจากโครงการศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน ที่ เน้น “ส่งเสริมความรู้ สร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดี” ให้มีคุณภาพมาตรฐาน เป็นที่ยอมรับของ ตลาด ต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม พัฒนาสู่วิสาหกิจชุมชน ตลอดจนเพิ่มช่องทาง ประชาสัมพันธ์และช่องทางการจําหน่าย 2.4 กศน.ตำบลนาจอมเทียน ส่งเสริมการจัดการศึกษาของผู้สูงอายุเพื่อให้เป็น Active Ageing Workforce และมี Life Skill ในการดํารงชีวิตที่เหมาะกับช่วงวัย 2.5 กศน.ตำบลนาจอมเทียน ส่งเสริมการจัดการศึกษาที่พัฒนาทักษะที่จําเป็นสําหรับกลุ่มเป้าหมาย พิเศษ เช่น ผู้พิการ ออทิสติก เด็กเร่ร่อน และผู้ด้อยโอกาสอื่นๆ 2.6 ส่งเสริมการพัฒนาทักษะดิจิทัลและทักษะด้านภาษาให้กับบุคลากร กศน. และผู้เรียนเพื่อรองรับ การพัฒนาประเทศ 2.7 กศน.ตำบลนาจอมเทียน ส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมของผู้เรียน กศน. 2.8 กศน.ตำบลนาจอมเทียน สร้าง อาสาสมัคร กศน. เพื่อเป็นเครือข่ายในการส่งเสริม สนับสนุนการ จัดการศึกษาตลอดชีวิต ในชุมชน 2.9กศน.ตำบลนาจอมเทียน ส่งเสริมการสร้างและพัฒนานวัตกรรมของบุคลากร กศน. รวมทั้ง รวบรวมและเผยแพร่เพื่อให้ หน่วยงาน / สถานศึกษา นําไปใช้ในการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน 10
3. ด้านองค์กร สถานศึกษา และแหล่งเรียนรู้คุณภาพ 3.1 ทบทวนบทบาทหน้าที่ของหน่วยงาน สถานศึกษา เช่น สถาบัน กศน.ภาค สถาบันการศึกษา และ พัฒนาต่อเนื่องสิรินธร สถานศึกษาขึ้นตรงสังกัดส่วนกลาง กลุ่มสํานักงาน กศน.จังหวัด ศูนย์ฝึกและพัฒนา ราษฎรไทย บริเวณชายแดน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนการจัดการศึกษาตลอดชีวิตในพื้นที่ 3.2 ยกระดับมาตรฐาน กศน.ตําบล และศูนย์การเรียนรู้ชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” (ศศช.) ให้เป็นพื้นที่การเรียนรู้ตลอดชีวิตที่สําคัญของชุมชน 3.3 ปรับรูปแบบกิจกรรมในห้องสมุดประชาชน ที่เน้น Library Delivery เพื่อเพิ่มอัตราการอ่าน และ การรู้หนังสือของประชาชน 3.4 ให้บริการวิทยาศาสตร์เชิงรุก Science@home โดยใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือนําวิทยาศาสตร์ สู่ชีวิตประจําวันในทุกครอบครัว 3.5 ส่งเสริมและสนับสนุนการสร้างพื้นที่การเรียนรู้ ในรูปแบบ Public Learning Space/ Co- (eaming Space เพื่อการสร้างนิเวศการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นสังคม 3.6 ยกระดับและพัฒนาศูนย์ฝึกอาชีพราษฎรไทยบริเวณชายแดน ให้เป็นสถาบันพัฒนาอาชีพระดับ ภาค 3.7 ส่งเสริมและสนับสนุนการดําเนินงานของกลุ่ม กศน. จังหวัดให้มีประสิทธิภาพ 4. ด้านการบริหารจัดการคุณภาพ 4.1 ขับเคลื่อนกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ตลอดจนทบทวนภารกิจบทบาท โครงสร้างของหน่วยงานเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงตามกฎหมาย 4.2 ปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ คําสั่ง และข้อบังคับต่าง ๆ ให้มีความทันสมัย เอื้อต่อการบริหาร จัดการ และการจัดการเรียนรู้ เช่น การปรับหลักเกณฑ์ค่าใช้จ่ายในการจัดหลักสูตรการศึกษาต่อเนื่อง 4.3 ปรับปรุงแผนอัตรากําลัง รวมทั้งกําหนดแนวทางที่ชัดเจนในการนําคนเข้าสู่ตําแหน่ง การย้าย โอน และการเลื่อนระดับ 4.4 ส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรทุกระดับให้มีความรู้และทักษะตามมาตรฐานตําแหน่งให้ตรงกับ สาย งาน และทักษะที่จําเป็นในการจัดการศึกษาและการเรียนรู้ 4.5 ปรับปรุงระบบการจัดสรรทรัพยากรเพื่อการศึกษาให้มีความครอบคลุม เหมาะสม เช่น การปรับ ค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาของผู้พิการ เด็กปฐมวัย 4.6 ปรับปรุงระบบฐานข้อมูลสารสนเทศด้านการศึกษาเพื่อการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ เช่น ข้อมูล การรายงานผลการดําเนินงาน ข้อมูลเด็กตกหล่นจากการศึกษาในระบบ เด็กเร่ร่อน ผู้พิการ 4.7 ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการอย่างเต็มรูปแบบ 4.8 ส่งเสริมพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐสู่ระบบราชการ 4.0 และการประเมินคุณภาพ และความโปร่งใสการดําเนินงานของภาครัฐ (ITA) 4.9 เสริมสร้างขวัญและกําลังใจให้กับข้าราชการและบุคลากรทุกประเภทในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ประกาศ เกียรติคุณ การมอบโล่ / วุฒิบัตร 11
4.10 ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน เพื่อสร้างความพร้อมในการจัดการศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย และการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตสําหรับประชาชน จุดเน้นการดำเนินงานตามแนวทาง/กลยุทธ์ กศน.ตำบลนาจอมเทียน 1. จุดเน้นด้านประชากรกลุ่มเป้าหมาย ทททททททท1.1 กศน.ตำบลนาจอมเทียน มุ่งเน้นสร้างโอกาสทางการศึกษาที่มีความเป็นธรรมให้กับประชากร ทุกกลุ่มตำนาจอมเทียน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มผู้ด้อย ผู้พลาด และผู้ขาดโอกาสทางการศึกษา ทั้งนี้จำแนก ประชากรกลุ่มเป้าหมายไว้ ดังนี้ ทททททททท (1) จำแนกตามช่วงอายุมี3 กลุ่ม ได้แก่ ททททททททททททท (1.1) กลุ่มวัยเรียนการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ระดับการศึกษาขั้น พื้นฐาน (อายุ6-14ปี) ททททททททททททท(1.2) กลุ่มประชากรวัยแรงงาน (อายุ15-59 ปี) ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มย่อย 1.2.1 กลุ่มวันแรงงานอายุ15-39 ปีเป็นกลุ่มวันแรงงานที่ให้ความสำคัญในจัดบริการ การเรียนรู้ เป็นกลุ่มแรก 1.2.2 กลุ่มวัยแรงงานอายุ40-59ปีเป็นกลุ่มวัยแรงงานที่ให้ความสำคัญในการ จัดบริการการเรียนรู้ รองลงมา (1.3) กลุ่มผู้สูงอายุแบ่งเป็น 4 กลุ่มย่อย โดยให้ความสำคัญในการจัดบริการการเรียนรู้ จากมากไปหาน้อยตามลำดับ ดังนี้ กลุ่มอายุ60-69 ปี กลุ่มอายุ70-79 ปี กลุ่มอายุ80-69 ปี กลุ่มอายุ90ปี ขึ้นไป (2) จำแนกตามคุณลักษณะเฉพาะทางสังคม-ประชากรที่เกี่ยวเนื่องกับการเข้าสู่โอกาสทาง การศึกษา แบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ดังนี้ (2.1) กลุ่มที่มีเงื่อนไขข้อจำกัดในการเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา/การเรียนรู้จำแนก เป็น 3 กลุ่มใหญ่17 กลุ่มย่อย ดังนี้ 2.1.1 กลุ่มผู้ด้อยโอกาส เป็นกลุ่มที่มีโอกาสในการที่จะเข้ารับบริการทางการศึกษา/ ร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ ด้อยกว่าคนปกติเนื่องมาจากข้อจำกัดทางร่างกาย/จิตใจ/สติปัญญาหรือความสามารถ ในการเรียนรู้ ข้อจำกัดทางด้านฐานะทางเศรษฐกิจหรือความยากจน ข้อจำกัดด้านการติดต่อสื่อสารอัน เนื่องมาจากความแตกต่างทางภาษา/วัฒนธรรม 3 กลุ่มย่อยมี 2.1.2 กลุ่มผู้พลาดโอกาส เป็นกลุ่มที่พลาดโอกาสในการที่จะเข้ารับบริการทาง การศึกษา/ร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ อันเนื่องมาจาก ความไม่สามารถในการที่จะรับการศึกษา/การเรียนรู้ ได้ อย่างต่อเนื่องไม่มีความประสงค์ที่จะรับการศึกษา การเรียนรู้ จนจบหลักสูตรหรือระดับชั้นการศึกษาใดๆ การ ย้ายถิ่น/เร่ร่อน เงื่อนไขข้อจำกัดเกี่ยวกับอายุ7 กลุ่มย่อย 12
2.1.3 กลุ่มผู้ขาดโอกาส เป็นกลุ่มที่ไม่สามารถเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา/ร่วม กิจกรรมการเรียนรู้อันเนื่อง 1) การอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยจากการก่อการร้าย/การก่อความไม่สงบบริเวณชายแดน 2) การอยู่ในพื้นที่ชนบทห่างไกล หรือยากลำบากในการคมนาคมติดต่อสื่อสาร 3) การมีถิ่นอยู่ในต่างประเทศ 4) การถูกจำคุก คุมขังหรือจำกัดบริเวณตามคำพิพากษา 5) การไม่มีสิทธิภาพในฐานะพลเมืองไทยหรือ 7กลุ่มย่อยมี ได้แก่ ทท (1) กลุ่มประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยจากการก่อการร้ายการก่อความไม่สงบในบริเวณ ชายแดน (2) กลุ่มประชาชนในพื้นที่ชนบทห่างไกลหรือยากลำบากในการคมนาคม ติดต่อสื่อสาร (3) กลุ่มคนไทยในต่างประเทศ (4) กลุ่มผู้ต้องขัง (5) กลุ่มเด็ก/เยาวชนในสถานพินิจ (6) กลุ่มแรงงานต่างด้าว หรือแรงงานข้ามชาติ (7) กลุ่มบุคคลที่ไม่มีทะเบียนราษฎร์ (2.2) กลุ่มที่ไม่มีเงื่อนไขข้อจากัดในการเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา/การเรียนรู้ จำแนกเป็น 4 กลุ่มย่อย ได้แก่ ททททททททกลุ่มบุคคลผู้เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น/ภูมิปัญญาพื้นบ้านหรือปราชญ์ชาวบ้าน กลุ่มผู้นำชุมชนทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ ททททททททกลุ่มนักเรียน/นักศึกษาในระบบโรงเรียนที่สนใจเติมเต็มความรู้ กลุ่มประชาชนทั่วไป 2. จุดเน้นของ กศน.ตำบลนาจอมเทียน และภาคีเครือข่าย 2.1 ผู้บริหารสถานศึกษา ครู บุคลากรทางการศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษา คณะกรรมการ กศน.ตำบล และครู กศน.ตำบล ทุกคน ได้รับการพัฒนาให้มี ศักยภาพและความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจ ตามบทบาทหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ 2.2 มีการประสานเชื่อมโยงการทำงานตามโครงสร้างภายใน กศน.ตำบลกับภาคีเครือข่ายทั้งใน ระดับนโยบายและระดับปฏิบัติอย่างเป็นระบบโดยมีเอกภาพในเชิงนโยบาย และเน้นผลสัมฤทธิ์เป็นเป้าหมาย ความสำเร็จในการทำงาน 13
2.3 กศน.ตำบลมีแผนจุลภาค (Micro Planning) เป็นเครื่องมือในการจัดกิจกรรมหรือออกแบบ กิจกรรมการเรียนรู้ ทางการศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อัธยาศัยให้กับประชาชนกลุ่มเป้าหมายใน พื้นที่ โดยมีข้อมูลพื้นฐานที่สำคัญ ได้แก่ สภาพทางกายภาพของชุมชน ปัญหา/ความต้องการของประชาทาง การศึกษา กลุ่มเป้าหมาย แต่ละกลุ่ม แต่ละประเภท แหล่งวิทยากรชุมชน (ทุนมนุษย์ ทุนสังคมกายภาพ และ ทุกการเงิน) ซึ่งมีการปรับปรุงข้อมูลดังกล่าวให้เป็นปัจจุบันทุกรอปีงบประมาณ 3. จุดเน้นด้านผลสัมฤทธิ์กศน.ตำบลนาจอมเทียน 3.1 ประชากรกลุ่มเป้าหมาย กศน.ตำบลนาจอมเทียน ที่สำเร็จหลักสูตรหรือร่วมกิจกรรมการศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย มีผลสัมฤทธิ์ที่มีคุณภาพ ตรง ตามจุดมุ่งหมายของหลักสูตรหรือกิจกรรม การศึกษา/การเรียนรู้ ที่กำหนดไว้ และสามารถนำความรู้ และประสบการณ์การเรียนรู้โยชน์ได้จริงที่ได้รับไปใช้ 3.2 นักศึกษา/ผู้เรียนที่สำเร็จหลักสูตรการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย มีคุณธรรม จริยธรรม ยึดค่านิยมหลักของคนไทย 12 ประการ ในการดำเนินชีวิตและมีความใฝ่รู้ ใฝ่เรียนอย่างต่อเนื่อง ตลอดชีวิต 3. พระราชบัญญัติ ผู้สูงอายุ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2560 เล่ม 134 ตอนที่ 131 ก ราชกิจจานุเบกษา 27 ธันวาคม 2560 พระราชบัญญัติ ผู้สูงอายุ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2560 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกรูให้ไว้ ณ วันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2560 เป็นปีที่ 2 ในรัชกาลปัจจุบัน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราช โองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยผู้สูงอายุจึงทรงพระ กรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคําแนะนําและยินยอมของ สภานิติบัญญัติแห่งชาติทําหน้าที่ รัฐสภา ดังต่อไปนี้มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติผู้สูงอายุ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2560” มาตรา 2 พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกําหนดสามสิบวันนับแต่วันประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาเป็น ต้นไป มาตรา 3 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (11/1) ของมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 “(11/1) การจ่ายเงินสงเคราะห์เพื่อการยังชีพแก่ผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อยตามมาตรา 15/3” มาตรา 4 ให้เพิ่ม ความต่อไปนี้เป็น (2/1) ของมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546“(2/1) เงินบํารุงกองทุนที่ ได้รับตามมาตรา 15/1” หน้า 3 เล่ม 134 ตอนที่ 131 ก ราชกิจจานุเบกษา 27 ธันวาคม 2560 มาตรา 5 ให้ เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา 15/1 มาตรา 15/2 มาตรา 15/3 มาตรา 15/4 มาตรา 15/5 มาตรา 15/6 มาตรา 15/7 และมาตรา 15/8 แห่งพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 “มาตรา 15/1 ให้เรียกเก็บเงินบํารุง กองทุนจากผู้มีหน้าที่เสียภาษีสรรพสามิตในส่วนท่ีเกี่ยวกับ สินค้าสุราและยาสูบในอัตราร้อยละสองของภาษีที่ เก็บจากสุราและยาสูบตามกฎหมายว่าด้วยภาษีสรรพสามิต และให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีดังกล่าวเป็นผู้มีหน้าที่ส่ง เงินบํารุงกองทุนพร้อมกับชําระภาษีสรรพสามิต ทั้งนี้ ตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกําหนด ในการคํานวณเงินบํารุงกองทุนตามวรรคหนึ่ง หากมีเศษของหนึ่งสตางค์ให้ปัดทิ้ง มาตรา 15/2 ให้กรม สรรพสามิตและกรมศุลกากรเป็นผู้ดําเนินการเรียกเก็บเงินบํารุงกองทุน ตามมาตรา 15/1 เพื่อนําส่งเข้ากองทุน ตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกําหนด โดยไม่ต้องนําส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน เพื่อประโยชน์ 14
ในการเรียกเก็บเงินบํารุงกองทุนตามวรรคหนึ่ง เงินบํารุงกองทุนให้ถือเป็นภาษีแต่ไม่ให้นําไปรวมคํานวณเป็น มูลค่าของภาษีในกรณีที่ปีงบประมาณใดมีเงินบํารุงกองทุนส่งเข้ากองทุนเกินสี่พันล้านบาท ให้กรมกิจการ ผู้สูงอายุนําเงินบํารุงกองทุนส่วนที่เกินนั้นส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดินภายในสามสิบวันนับจากวันที่กองทุน ได้รับ มาตรา 15/3 ให้คณะกรรมการจัดสรรเงินบํารุงกองทุนตามมาตรา 14 (2/1) และเงินที่มีผู้บริจาคเข้ากองทุน ตามมาตรา 14 (3) ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อจ่ายเป็นเงินสงเคราะห์เพื่อการยังชีพ แก่ผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย สําหรับจ่ายเป็นเงินสงเคราะห์เพื่อการยังชีพแก่ผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย คุณสมบัติของผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย และการจัดสรรเงินตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกําหนด มาตรา 15/4 ในกรณีที่ผู้มีหน้าที่เสียภาษีสรรพสามิตในส่วนที่เกี่ยวกับสินค้าสุราและยาสูบ ตามกฎหมายว่าด้วยภาษี สรรพสามิตได้รับการยกเว้น ลดหย่อน หรือคืนภาษี ให้ได้รับการยกเว้น ลดหย่อน หรือคืนเงินบํารุงกองทุนด้วย ตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกําหนด มาตรา 15/5 ในกรณีที่ผู้มีหน้าที่ส่งเงินบํารุงกองทุนไม่ ส่งเงินบํารุงกองทุนหรือส่งภายหลัง ระยะเวลาที่กําหนด หรือส่งเงินบํารุงกองทุนไม่ครบตามจํานวนที่ต้องส่ง ให้ เสียเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ สองต่อเดือนของจํานวนเงินที่ไม่ส่งหรือส่งภายหลังระยะเวลาที่กําหนดหรือจํานวน เงินที่ส่งขาดไป หน้า 38 เล่ม 134 ตอนที่ 131 ก ราชกิจจานุเบกษา 27 ธันวาคม 2560 แล้วแต่กรณี นับแต่วัน ครบกําหนดส่งจนถึงวันที่ส่งเงินบํารุงกองทุน แต่เงินเพิ่มที่คํานวณได้มิให้เกินจํานวน เงินบํารุงกองทุนและให้ถือ ว่าเงินเพิ่มนี้เป็นเงินบํารุงกองทุนด้วย ในการคํานวณระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง เศษของเดือนให้นับเป็นหนึ่ง เดือน มาตรา 15/6 ผู้มีหน้าที่ส่งเงินบํารุงกองทุนผู้ใดโดยเจตนาหลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยง ไม่ส่งเงินบํารุง กองทุน หรือส่งเงินบํารุงกองทุนไม่ครบตามจํานวนที่ต้องส่ง ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน หนึ่งปีหรือปรับตั้งแต่ ห้าเท่าถึงยี่สิบเท่าของเงินบํารุงกองทุนที่จะต้องนําส่ง หรือทั้งจําทั้งปรับ มาตรา 15/7 ในกรณีที่ผู้กระทํา ความผิดเป็นนิติบุคคล ถ้าการกระทําความผิดของนิติบุคคลนั้น เกิดจากการสั่งการหรือการกระทําของ กรรมการ หรือผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบใน การดําเนินงานของนิติบุคคลนั้น หรือในกรณีที่บุคคล ดังกล่าวมีหน้าที่ต้องสั่งการหรือกระทําการ และ ละเว้นไม่สั่งการหรือไม่กระทําการจนเป็นเหตุให้นิติบุคคลนั้น กระทําความผิด ผู้นั้นต้องรับโทษตามที่บัญญัติไว้สําหรับความผิดนั้น ๆ ด้วย มาตรา 15/8 ความผิดตาม มาตรา 15/6 และมาตรา 15/7 ถ้าอธิบดีกรมสรรพสามิตหรือ ผู้ได้รับมอบหมายจากอธิบดีกรมสรรพสามิตเห็น ว่าผู้ต้องหาไม่ควรได้รับโทษถึงจําคุก ให้มีอํานาจ เปรียบเทียบได้” มาตรา 6 ให้ยกเลิกความในมาตรา 24 แห่ง พระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 และ ให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “มาตรา 24 ให้นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอํานาจออก ประกาศหรือระเบียบเพื่อปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ ในส่วนที่เกี่ยวกับราชการของกระทรวงนั้น ประกาศหรือระเบียบนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา แล้ว ให้ใช้บังคับได้” ผู้รับสนองพระราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีหน้า 39 เล่ม 134 ตอนที่ 131 ก ราชกิจจานุเบกษา 27 ธันวาคม 2560 15
4. แนวคิดผู้สูงอายุที่มีศักยภาพ(Active ageing) แนวคิด Active Ageing ถือกำเนิดจากการตระหนักถึงจำนวนประชากรผู้สูงอายุทั่วโลกที่เพิ่มสูงขึ้น และประชากรมีอายุยืนยาวขึ้น คำถามที่ตามมาจากสภาพดังกล่าวคือ ทำอย่างไรผู้สูงอายุจึงจะมีสุขภาพ แข็งแรง มีคุณภาพชีวิตที่ดี จะพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุได้อย่างไรกล่าวได้ว่า การมีชีวิตอยู่ให้ยาวนานที่สุด นั้นไม่สำคัญเท่ากับการดำรงไว้ซึ่งคุณภาพชีวิตที่ดีในวัยสูงอายุ แนวคิด Active Ageing ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลัก คือ การมีสุขภาพดี การมีส่วนร่วม และ การมีหลักประกัน แนวคิด Active Ageing ถือ กำเนิดขึ้นและถูกนำมาปรับใช้ในหลายประเทศจวบจนปัจจุบัน โดยได้มีผู้ให้นิยาม Active Ageing ไว้แตกต่าง กันดังนี้ องค์การอนามัยโลก(World Health Organization) ให้ความหมายของ Active Ageing ว่า หมายถึง กระบวนการที่เหมาะสมและเอื้อให้เกิดโอกาสในการพัฒนาสุขภาพ การมีส่วนร่วมและความมั่นคง เพื่อเพิ่มพูนคุณภาพชีวิตของบุคคลเมื่อสูงวัย OECD (Organization for Economic Co-operation and Development’s) ให้ความหมาย Active Ageing หมายถึง ความสามารถของบุคคลเมื่อเป็นผู้สูงอายุ ยังคงดำ เนินชีวิตที่ยังคงซึ่งประโยชน์ใน สังคมรวมทั้งทางเศรษฐกิจด้วย Department of Local Government and Regional Development กล่าวถึง ActiveAgeing ว่า เกี่ยวข้องกับบุคคลที่มีโอกาส และใช้โอกาสนั้นรักษาความมีพลัง (Active) ที่เกี่ยวข้องกับลักษณะต่างๆของ ชีวิตตามอายุของพวกเขา ซึ่งรวมถึงยังคงมีส่วนร่วมในสังคม เศรษฐกิจวัฒนธรรม จิตวิญญาณ สิ่งแวดล้อม และ ประชาสังคม ที่มากกว่าความสามารถหรือมีพลังเพียงทางร่างกายแต่ยังคงได้รับความเคารพและสนับสนุนจาก ครอบครัว มีสัมพันธภาพกับเพื่อน และชุมชนตลอดจนกับสมาชิกรุ่นอื่นๆในสังคมด้วย สำหรับประเทศไทยนั้น แนวคิด Active Ageing ยังไม่มีการบัญญัติคำแปลของคำว่า“Active Ageing” โดย ราชบัณฑิตยสถาน จึงมีการใช้คำในภาษาไทยที่แตกต่างกันออกไป เช่น“สูงวัยอย่างมีคุณภาพ” “พฤฒิพลัง” “พฤฒพลัง” หรือ “ผู้สูงอายุที่มีศักยภาพ” เป็นต้น (เล็ก สมบัติศศิพัฒน์ ยอดเพชร และ ธนิกานต์ ศักดาพร. 2554:8) และได้มีผู้แปลเป็นภาษาไทยไว้ดังนี้ศศิพัฒน์ ยอดเพชร แปลว่า “ผู้สูงอายุที่มี ศักยภาพ” ซึ่งหมายถึง ผู้สูงอายุที่ดูแลตัวเองได้(Self-Care) พึ่งตนเองได้(Self-Reliance) ทำในสิ่งที่ปรารถนา ได้ตามศักยภาพของตน ทำประโยชน์ต่อผู้อื่นและสังคม มีความพึงพอใจในชีวิตความเป็นอยู่ในปัจจุบันและ เตรียมพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงที่จะมาถึงบรรลุ ศิริพานิช แปลว่า “สูงวัยอย่างมีคุณภาพ” โดยได้กล่าวถึง ผู้สูงวัยอย่างมีคุณภาพว่าเป็นภาวะที่เข้าสู่วัยสูงอายุซึ่งยังมีความคล่องแคล่ว กระตือรือร้น สามารถเคลื่อนไหว ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เฉก ธนะสิริแปลว่า “ผู้สูงอายุที่ทรงพลัง” หรือเรียกพลังสนับสนุนส่งเสริมให้ผู้สูงอายุ เป็นผู้ที่ทรงพลัง หรือเรียกพฤฒิพลังตลอดไปจนถึงวาระสุดท้ายคือความตายอย่างสงบและปราศจากโรค กล่าวโดยสรุปการที่ประชากรไทยจะก้าวเข้าสู่การเป็นผู้สูงอายุที่มีศักยภาพ (ActiveAgeing) ซึ่งเป็นกระบวนทัศน์ใหม่ของคุณลักษณะผู้สูงอายุที่ทุกประเทศทั่วโลกต่างพึ่งประสงค์ในยุคที่ผู้สูงอายุเป็นคน ส่วนใหญ่ของโลก กล่าวคือ เมื่อการมีชีวิตอยู่ให้ยาวนานที่สุดนั้นไม่สำคัญเท่ากับการดำรงไว้ซึ่งการมีคุณภาพ ชีวิตที่ดีในวัยสูงอายุ ดังนั้น ประชากรไทยที่จะเก้าเข้าสู่วัยสูงอายุ จึงต้องเป็นผู้ที่มีลักษณะโดยรวมของการเป็น 16
ผู้สูงอายุที่มีศักยภาพ และเป็นผู้สูงอายุที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีในท้ายที่สุด ซึ่งเป็นเป้าหมายของการเป็นผู้สูงอายุ ไทยในอนาคต ทั้งนี้ ศศิพัฒน์ยอดเพชร ได้กล่าวสรุปภาพรวมการเป็นผู้สูงอายุที่มีศักยภาพไว้ว่า คือ ผู้สูงอายุที่ ดูแลตัวเองได้(Self-Care) พึ่งตนเองได้(Self-Reliance) ทำในสิ่งที่ปรารถนาได้ตามศักยภาพของตน ทำ ประโยชน์ต่อผู้อื่นและสังคม มีความพึงพอใจในชีวิตความเป็นอยู่ในปัจจุบันและเตรียมพร้อมสำหรับการ เปลี่ยนแปลงที่จะมาถึง 5. เอกสาร/งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ทฤษฏีที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้สำหรับผู้สูงอายุ ความหมายของการเรียนรู้ นักวิชาการหลายท่านได้ให้คำนิยามและความหมายของการเรียนรู้ (Learning) ดังนี้ 1. สุรางค์โค้วตระกูล (2541) ให้ความหมายว่า การเรียนรู้ หมายถึง การเปลี่ยน พฤติกรรม ซึ่งเป็น ผลเนื่องมาจากประสบการณ์ที่คนเรามีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมหรือจากการฝึกหัด รวมทั้งการเปลี่ยนปริมาณ ความรู้ของผู้เรียน 2. จิราภา เต็งไตรรัตน์ และคณะ (2543) ได้ให้ความหมายไว้ว่า การเรียนรู้หมายถึงการเปลี่ยนแปลง พฤติกรรมที่ค่อนข้างถาวร ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากประสบการณ์และการ ฝึกหัด 3. อาภรณ์ใจเที่ยง (2546) กล่าวว่า การเรียนรู้ คือ กระบวนการที่บุคคลเกิดการ เปลี่ยนแปลง พฤติกรรมอย่างค่อนข้างถาวร อันเนื่องมาจากประสบการณ์หรือการฝึกหัด องค์ประกอบสำคัญของการเรียนรู้ ดอลลาร์ดและมิลเลอร์(1981)ที่ได้เสนอว่าการเรียนรู้ มีองค์ประกอบสำคัญ 4 ประการ คือ 1. แรงขับ (Drive) เป็นความต้องการที่เกิดขึ้นภายในตัวบุคคล เป็นความพร้อมที่จะเรียนรู้ของบุคคล ทั้งสมอง ระบบประสาทสัมผัสและกล้ามเนื้อ แรงขับและความพร้อมเหล่านี้จะก่อให้เกิดปฏิกิริยา หรือ พฤติกรรมที่จะชักนำไปสู่การเรียนรู้ต่อไป 2. สิ่งเร้า (Stimulus) เป็นสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในสถานการณ์ต่างๆซึ่งเป็นตัวการที่ทำให้บุคคลมี ปฏิกิริยา หรือพฤติกรรมตอบสนองออกมา ในสภาพการเรียนการสอน สิ่งเร้าจะหมายถึงครู กิจกรรมการสอน และอุปกรณ์การสอนต่างๆที่ครูนำมาใช้ 3. การตอบสนอง (Response) เป็นปฏิกิริยา หรือพฤติกรรมต่างๆ ที่แสดงออกมาเมื่อบุคคลได้รับการ กระตุ้นจากสิ่งเร้า ทั้งส่วนที่สังเกตเห็นได้และส่วนที่ไม่สามารถสังเกตเห็นได้ เช่นการเคลื่อนไหว ท่าทาง คำพูด การคิด การรับรู้ ความสนใจ และความรู้สึก เป็นต้น 4. การเสริมแรง (Reinforcement) เป็นการให้สิ่งที่มีอิทธิพลต่อบุคคลอันมีผลในการเพิ่มพลังให้เกิด การเชื่อมโยง ระหว่างสิ่งเร้ากับการตอบสนองเพิ่มขึ้น การเสริมแรงมีทั้งทางบวกและทางลบ ซึ่งมีผลต่อการ เรียนรู้ของบุคคลเป็นอันมาก 17
การเรียนรู้ของผู้สูงอายุ กระบวนทัศน์ใหม่ในการเรียนรู้ของผู้สูงอายุคือการพัฒนาให้ผู้สูงอายุมีพฤติพลังและมีการ เรียนรู้ ตลอดชีวิต (ระวี, 2556) แนวคิดพฤติพลัง เป็นแนวคิดที่แสดงถึงสุขภาวะและคุณภาพชีวิตของ ผู้สูงอายุที่ องค์การอนามัยโลกได้กำหนดขึ้น โดยคาดว่าภาวะพฤติพลังจะเป็นหนทางเดียวที่จะ แก้ปัญหาที่เกิดจากการ เพิ่มจำนวนของผู้สูงอายุทั่วโลก (WHO, 2002) โดยภาวะพฤติพลัง ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลัก คือ การ มีสุขภาพดี การมีส่วนร่วม และ การมีหลักประกันและ จากแนวคิดดังกล่าว กรอบมโนทัศน์ที่จะนำผู้สูงอายุไปสู่ ภาวะพฤติพลังคือ การส่งเสริมการศึกษาหรือ การเรียนรู้ตลอดชีวิต (จิราพร, 2549; เพ็ญแข, 2550; อาชัญญา และคณะ, 2552;WHO, 2002; Thanakwang and Soonthorndhada, 2006) ระดับการศึกษาที่ต่ำและการ ขาดการเรียนรู้ตลอด ชีวิตจะสัมพันธ์กับการเกิดภาวะทุภพลภาพ การเสียชีวิต และการไม่มีงานทำ(ระวี, 2556) แนวคิด การศึกษาเพื่อพัฒนาภาวะพฤติพลังในผู้สูงอายุ ระวี สัจจะโสภณ (2556) ได้สรุปแนวคิด การศึกษาเพื่อ พัฒนาภาวะพฤติพลังว่าประกอบด้วย แนวคิดการศึกษาตลอดชีวิตแนวคิดพฤตฒาวิทยาด้าน การศึกษา แนวคิดการพัฒนาเมืองแห่งการเรียนรู้ และแนวคิดการพัฒนาเมืองสำหรับผู้สูงอายุ วิทยาการผู้สูงอายุ (Gerontology)เป็นศาสตร์ที่เกี่ยวข้องการค้นคว้าศึกษาเผยแพร่ความรู้ที่เกี่ยวข้อง กับผู้สูงอายุใน 3 ด้าน คือ วิทยาการผู้สูงอายุสาขาการแพทย์วิทยาการผู้สูงอายุเชิง สังคม และวิทยาการ ผู้สูงอายุสาขาการศึกษา เป็นการให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลรักษาสุขภาพ การป้องกันโรคในวัยผู้สูงอายุ จิตใจ อารมณ์และการพัฒนาบุคลิกภาพต่างๆ ในวัยสูงอายุ ตลอดจนการศึกษาค้นคว้าและการเผยแพร่ความรู้ด้าน วิชาการและกระบวนการจัดการเรียนรู้ให้แก่ผู้อายุ เพื่อให้ดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีคุณภาพและมีความสุข สามารถกลับมาเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพของสังคมได้อีกครั้ง เนื้อหาของวิทยาการดังกล่าวส่งผลให้สังคมมี ความเข้าใจในเรื่องผู้สูงอายุ จึงเป็นความจำเป็นที่ต้องเตรียมความพร้อมให้ผู้สูงอายุสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ อย่างดีในสังคม ซึ่งสามารถทำได้โดยการจัดให้มีการศึกษาและการเรียนรู้แก่ผู้สูงอายุ และผู้สูงอายุเองก็ มองเห็นความสำคัญและความจำเป็นที่จะต้องได้รับการเรียนรู้เพื่อการดำรงชีวิตในสังคม จึงพยายามหาทาง การเรียนรู้ด้วยวิธีการรูปแบบต่างๆ เช่นกัน ทำให้วิทยาการผู้สูงอายุสาขาการศึกษาเป็นความจำเป็นในสังคม ปัจจุบัน (ปิยะพงษ์ไสยโสภณ และสุภาพรรณ น้อยอำแพง, 2551) วิทยาการผู้สูงอายุสาขาการศึกษา (Education Gerontology) เป็นวิทยาการผู้สูงอายุที่เกิดล่าสุด โดยผสมผสานปรัชญา หลักการ และวิธีการสอนผู้ใหญ่ร่วมกับวิทยาการผู้สูงอายุทางการแพทย์และเชิงสังคม นำมาจัดเป็นรูปแบบการสอนให้แก่ผู้เรียนวัยสูงอายุ (Older Adult) โดยมีแนวคิดว่าการเรียนรู้ของบุคคล สามารถปรับตัวและแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้(ปิยะพงษ์ไสยโสภณและสุภาพรรณ น้อยอ าแพง, 2551) วิทยาการผู้สูงอายุด้านการศึกษามีแนวคิดสำคัญดังนี้ 1. การจัดการศึกษา เป็นกิจกรรมที่มีความสำคัญต่อชีวิตของบุคคลทุกวัย มิใช่สำหรับบุคคลในวัยต้น เท่านั้น แต่ถือเป็นความจำเป็นและเป็นสิทธิที่จะต้องได้รับในบุคคลทุกคนและทุกวัย 2. ในการจัดการศึกษา จะต้องมีการเตรียมการและมีข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับผู้สูงอายุให้มากที่สุด เพื่อให้การเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ 18
3. ต้องฝึกอบรมและพัฒนาผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุให้มีความรู้ความสามารถด้วย 4. ต้องเปลี่ยนทัศนคติของสังคมที่มีต่อผู้สูงอายุให้เป็นเชิงบวกผู้สูงอายุยังมีความจำเป็นต้องได้รับ การศึกษาหรือการเรียนรู้เพื่อสนองความต้องการพื้นฐานทั้ง 5 ได้แก่ 1. ความต้องการความรู้เพื่อสามารถปรับตัวดำรงตนอยู่ในสังคม 2. ความต้องการทักษะเพื่อสามารถเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ในสังคมได 3. ความต้องการความรู้เพื่อสามารถถ่ายทอดความรู้ความสามารถที่มีอยู่ให้แก่สังคม 4. ความต้องการความรู้เพื่อควบคุมสภาพแวดล้อมให้มีความเข้าใจความเป็นไปในสังคม และเรียนรู้เพื่อให้สามารถมีส่วนร่วมในชุมชนสังคม 5. ความต้องการความรู้ที่จะพัฒนาให้ดีขึ้นกว่าเดิม เพื่อให้สามารถพัฒนาตนเองได้และ พึงพอใจในชีวิต เป้าหมายของการจัดการศึกษาและการเรียนรู้ให้แก่ผู้สูงอายุประกอบด้วย 1. เพื่อให้ผู้สูงอายุเข้าใจในกระบวนการชราภาพตามธรรมชาติและกระบวนการเปลี่ยนแปลงด้าน ต่างๆ ที่เกิดขึ้นตามขั้นตอน 2. เพื่อการป้องกันแก้ไขดูแลตัวเองและการเตรียมตัวก่อนวัยสูงอาย6 3. เพื่อการเป็นผู้สูงอายุที่มีคุณภาพและศักยภาพ สามารถมีส่วนร่วมในสังคมได้เป็นอย่างดี ผู้สูงอายุควรได้รับการศึกษาและการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ทั้งก่อนวัยสูงอายุและหลังวัยสูงอายุใน รูปแบบ (เพ็ญแข ประจนปัจจนึก, 2550) ดังนี้ 1. การฝึกอบรมและการให้ความรู้เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกายและจิตใจเป็นการเตรียม ตัวด้านจิตใจและสังคมก่อนวัยเกษียณ 2. การศึกษานอกระบบหลังวัยเกษียณ เพื่อเป็นการพัฒนาตนเอง เช่น การเรียนหลักสูตรระยะสั้นใน เนื้อหาที่สนใจตามที่สถาบันการศึกษาต่างๆ จัดให้บริการแก่ชุมชนในลักษณะ การศึกษาต่อเนื่อง 3. การเรียนรู้ด้วยตนเองด้วยสื่อต่างๆ เป็นการเรียนรู้ตามอัธยาศัย จากที่กล่าวมาข้างต้น สามารถสรุปเกี่ยวกับวิทยาการผู้สูงอายุได้ดังนี้ 1. การจัดการศึกษา และการเรียนรู้แก่ผู้สูงอายุ เป็นกระบวนการซึ่งจะนำผู้สูงอายุไปสู่การพัฒนาคน และมีศักยภาพและมีคุณภาพ สามารถเป็นทรัพยากรที่มีคุณภาพของสังคมได้ 2. เป้าหมายของสังคมที่มีต่อผู้สูงอายุในอนาคต ถือผู้สูงอายุที่มีพลังและมีศักยภาพ ซึ่งสังคมต้อง เตรียมความพร้อมให้ 3. การจัดการศึกษาและการเรียนรู้ควรอยู่ในระยะการเตรียมตัวก่อนการเป็นผู้สูงอายุและการให้ ความรู้หลังวัยสูงอายุ เพื่อพัฒนาผู้สูงอายุให้ปรับตัวได้ดีที่สุด และควรจัดอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต โดยคำนึงถึง ความต้องการพื้นฐานของผู้สูงอายุ 19
การศึกษาตลอดชีวิตสำหรับผู้สูงอายุ แนวคิดการศึกษาตลอดชีวิต (Lifelong Education) แนวคิดการศึกษาตลอดชีวิตในฐานะที่เป็นยุทธศาสตร์การศึกษาของ Organization for Economic Co-operation and Development (OECD) และ Council of Europe เป็นแนวคิดที่ต้องการให้บุคคล เรียนรู้ตลอดเวลาที่ยังมีชีวิตอยู่และได้รับโอกาสทางการศึกษาในทุกช่วงวัย การศึกษาตลอดชีวิตจึงครอบคลุมการเรียนรู้ทุกรูปแบบและเกิดขึ้นได้หลายวิธี นอกเหนือจากหลักสูตร การเรียนรู้ที่เป็นทางการในระบบการศึกษาแบบเป็นทางการ (Formal Learning) โดยเป็นการเรียนรู้ที่ให้ ความสำคัญ กับการเรียนรู้ที่ไม่เป็นทางการ ( Non-formal, In-formal, and Workplace learning experience) ที่สามารถลดต้นทุนการเรียนรู้ลดระยะเวลาการศึกษา และเพิ่มผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ รวมถึงมีมาตรฐานและผลลัพธ์ของการเรียนรู้ที่ชัดเจน และสามารถประเมินผลการเรียนรู้ได้(OECD, 2004; Cornford, 2002; Field, 2002; Jarvis &Tosey, 2001) โดยมีหลักการสำคัญ กล่าวคือ 1. การเรียนเพื่อรู้โดยบุคคลจะผสมผสานความรู้ทั่วไปที่กว้างขวางจากการ เรียนรู้ทุกรูปแบบเพื่อ พัฒนาตนเองเป็นสำคัญอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต 2. การเรียนรู้เพื่อปฏิบัติได้จริง หรือเป็นการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะหรือความเชี่ยวชาญให้สามารถ นำไปปฏิบัติใช้ได้จริงในการดำเนินชีวิตหรือการทำงาน 3. การเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันโดยมุ่งส่งเสริมให้บุคคลเข้าใจผู้อื่นและตระหนักถึงการพึ่งพาอาศัยซึ่งกัน และกัน การสร้างความร่วมมือและการแก้ไขปัญหาข้อขัดแย้งต่างๆ 4. การเรียนรู้เพื่อชีวิตหรือเป็นการเรียนรู้เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตหรือความเจริญก้าวหน้าของบุคคล การศึกษาตลอดชีวิตจึงเป็นการเรียนรู้อย่างอิสระที่บุคคลสามารถจะกระทำได้และเป็นสิ่งที่ควรจะต้องเกิดขึ้น ตลอดในทุกช่วงชีวิตของแต่ละบุคคล สอดคล่องกับนิตยา สำเร็จผล (2547;อ้างอิงจาก Smith & Spuring, 1999) กล่าวว่า การศึกษาตลอดชีวิตเป็นพฤติกรรมการเรียนรู้ของบุคคลที่จะกระทำเป็นนิสัย(Habitually) และต่อเนื่องตลอดในทุกช่วงชีวิต โดยมีลักษณะสำคัญ 2 ประการ กล่าวคือ 1. เป็นการเรียนรู้ที่เกิดจากความตั้งใจและได้มีการวางแผนที่จะดำเนินไปอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตใน ทุกช่วงวัยของแต่ละบุคคล 2. เป็นการเรียนรู้ที่เกิดจากความมุ่งมั่นและความสนใจของแต่ละบุคคลในการเข้าร่วมกิจกรรมการ เรียนรู้ต่างๆ รวมถึงเป็นความรับผิดชอบที่แต่ละบุคคลจะกระทำให้สำเร็จลุล่วงต่อไปหลักการศึกษาตลอดชีวิต ให้ความสำคัญกับผู้เรียน โดยการส่งเสริมการศึกษาตลอดชีวิตให้ได้ผลจะต้องส่งเสริมผู้เรียนให้เป็นผู้มีลักษณะ เป็นผู้เรียนตลอดชีวิตด้วยการสร้างแรงจูงใจในการที่จะเรียนรู้โดยการให้ความรู้ความเข้าใจ เหตุผลและความ จำเป็นในการศึกษาตลอดชีวิตและตั้งใจที่จะเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ผู้เรียนจึงจำเป็นจะต้องได้รับการพัฒนาทักษะ ความรู้ความสามารถในการเรียนรู้หรือการแสวงหาความรู้หรือวิธีการเรียนรู้และสามารถเรียนรู้ได้อย่างมี ประสิทธิภาพควบคู่กับการส่งเสริมนิสัยการศึกษาตลอดชีวิตเป็นสำคัญ (สำนักงานคณะกรรมการ การศึกษา แห่งชาติ, 2543) Knapper & Cropley (2000) กล่าวว่า ผู้เรียนรู้ตลอดชีวิตควรจะเป็น ผู้ที่มีลักษณะสำคัญ 5 ประการ ดังนี้ 20
1. เป็นผู้ที่เข้าใจและตระหนักในความสัมพันธ์ระหว่างการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตและการดำ เนินชีวิต 2. เป็นผู้ที่เห็นความสำคัญของการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต 3. เป็นผู้ที่มีความตั้งใจและมีแรงจูงใจที่จะเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต 4. เป็นผู้ที่มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้และเอื้อต่อการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต 5. เป็นผู้ที่มีทักษะที่จำเป็นสำหรับการศึกษาตลอดชีวิต อาทิ ความสามารถในการกำหนดวัตถุประสงค์ ที่ปฏิบัติได้จริง ความพร้อมที่จะเรียนรู้และการประยุกต์ใช้ความรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเข้าถึงแหล่ง เรียนรู้เป็นต้น ความสำคัญของ “การเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้สูงอายุไทย” ปรากฏในรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาตรา 53 และมาตรา 80 (1) รวมถึงในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 7 8 9 และ 10 ตามลำดับ ในประเด็นการพัฒนา“คน” โดยมีเป้าหมายที่พัฒนา “ผู้สูงอายุ” ด้วย แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่11 (พ.ศ. 2555-2559) มียุทธศาสตร์เน้นการ พัฒนาคนสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างต่อเนื่อง พัฒนากำลังแรงงานงานให้มีความรู้และสมรรถนะที่ สอดคล้องกับโครงสร้างการผลิตและบริการบนพื้นฐานความรู้และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (วรเวศม์ สุวรรณระดา และรักชนก คชานุบาล, 2557) แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564) มี ยุทธศาสตร์เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุในการพัฒนาคนให้สนับสนุนการเจริญเติบโตของประเทศและมีคุณภาพชีวิตที่ ดีเพื่อให้ผู้สูงอายุมีการท างานที่เหมาะสมตามศักยภาพและประสบการณ์ การสร้างสภาพแวดล้อมและ นวัตกรรมที่เอื้อต่อผู้สูงอายุ การเสริมสร้างบทบาทของสถาบันทางสังคมและทุนทางวัฒนธรรม (สำนักงาน คณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, 2558) แนวคิด”การศึกษาตลอดชีวิต”สำหรับผู้สูงอายุ ประกอบด้วย การศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย แต่สำหรับผู้สูงอายุยังไม่ พบว่ามีการจัด การศึกษาในระบบสำหรับผู้สูงอายุ เนื่องจากไม่สอดคล้อง กับสภาพทางกายภาพของผู้สูงอายุ ดังนั้น รูปแบบการศึกษาที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุจึงควรจัดใน รูปแบบการศึกษานอกระบบและการศึกษา ตามอัธยาศัย ซึ่งเป็นรูปแบบที่เหมาะสมในการส่งเสริมให้ผู้สูงอายุเกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิตบุคคลในทุกช่วงวัย มีความจำเป็นต้องเรียนรู้ เพื่อการพัฒนาตนเอง ตอบสนองความอยากรู้อยากเห็น และความต้องการจำเป็นใน การทำกิจกรรมบางอย่าง รวมทั้งเพื่อแลกเปลี่ยนความสนใจกับบุคคลอื่น ซึ่งการ กิจกรรมการเรียนรู้สำหรับ ผู้ใหญ่และผู้สูงอายได้รับอิทธิพลสำคัญมาจากการเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกาย จิตใจ และด้านสังคม ที่เกิดขึ้น โดยตรงกับผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ ตามแนวคิดการศึกษาตลอดชีวิตที่เป็นการเรียนรู้ ของบุคคลที่เกิดขึ้นอย่างมี จุดมุ่งหมายและมีความต่อเนื่องในทุกช่วงของชีวิต ครอบคลุมการเรียนรู้ทั้งในระบบ นอกระบบและตาม อัธยาศัย จากแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญในการกำหนดเป้าหมาย และวัตถุประสงค์ที่ ชัดเจน มีความตั้งใจและความรับผิดชอบที่จะเรียนรู้ด้วยการนำตนเองเพื่อมุ่งไปสู่สัมฤทธิผล ที่บุคคลได้ ตั้งเป้าหมายไว้เป็นสำคัญ 21
แนวคิดการจัดการศึกษาสำหรับผู้สูงอายุ 1. ปรัชญาการศึกษาผู้สูงอายุ ปรัชญาการศึกษาเป็นสิ่งที่จำเป็นในการจัดการศึกษาทุกชนิด เพราะเป็น หลักในการดำเนินงานเพื่อให้บรรลุให้ถึงจุดมุ่งหมายอันเดียวกัน โดย ศุภร ศรีแสน ได้กล่าวถึงปรัชญาการศึกษา สำหรับผู้สูงอายุไว้ดังนี้ 1.1 เพื่อช่วยให้ผู้เรียนบรรลุถึงความสุข และการมีชีวิตอยู่อย่างมีความหมาย 1.2 เพื่อช่วยให้ผู้เรียนได้เข้าใจตนเอง ความถนัดตามธรรมชาติ ขีดจำกัดของสมอง และ มนุษย์สัมพันธ์กับคนอื่นๆ 1.3 เพื่อช่วยให้ผู้สูงอายุตระหนักและเข้าใจถึงความจำเป็นของการศึกษาตลอดชีวิต 1.4 เพื่อเปิดโอกาส ให้ผู้สูงอายุก้าวหน้าไปตามขบวนการ วุฒิภาวะทั้งทางด้านจิตใจ และร่างกาย สังคม วัฒนธรรม การเมือง และอาชีพ 1.5 เป็นการจัดการศึกษาเพื่อสนองความต้องการในไตรภาค (การอ่าน การเขียน และ การคิดเลข) ได้ทักษะทางอาชีพ และสุขอนามัยที่ดี พรเทพ มนตร์วัชรินทร์(2547) กล่าวว่า ปรัชญาการศึกษาผู้สูงอายุ หมายถึง แนวทางในการจัด การศึกษาที่ต้องการให้ผู้สูงอายุนำไปปรับปรุงคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้น โดยให้เป็นผู้ที่มีสุขภาพดี ได้อยู่ใน สภาพแวดล้อมที่ดี มีศีลธรรม มีคุณธรรม เพื่อใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุขและช่วยถ่ายทอดมรดกของ แต่ละสังคมไปสู่อนุชนรุ่นหลังต่อไป จากปรัชญาการศึกษาผู้สูงอายุ จะเห็นได้ว่า แนวทางในการจัดการศึกษาสำหรับผู้สูงอายุทุกเพศ ต้อง จัดการศึกษาให้ตอบสนองความต้องการพื้นฐานของผู้สูงอายุ อันผสมกลมกลืนกับทฤษฎีต่างๆ ของผู้สูงอายุ อันเป็นการศึกษาอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต เพื่อช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิต ผู้สูงอายุให้สามารถอยู่ในสังคมได้อย่าง มีความสุข หลักการจัดการศึกษาสำหรับผู้สูงอายุ บุคคลในทุกช่วงวัย มีความจำเป็นต้องเรียนรู้เพื่อการพัฒนาตนเอง ตอบสนองความอยากรู้อยากเห็น และความต้องการจำเป็นในการท ากิจกรรมบางอย่าง รวมทั้งเพื่อแลกเปลี่ยนความสนใจกับบุคคลอื่น ซึ่ง หลักการจัดการศึกษานอกระบบโรงเรียนและการศึกษาตามอัธยาศัยสำหรับผู้สูงอายุ ได้รับอิทธิพลสำคัญมา จากการเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกาย จิตใจ และด้านสังคมที่เกิดขึ้นโดยตรงกับผู้สูงอายุ มีผู้เสนอหลักการจัด การศึกษานอกระบบโรงเรียนสำหรับผู้สูงอายุไว้จำนวนมาก ดังนี้ สุรกุล เจนอบรม (2537) ได้เสนอหลักการจัดการศึกษานอกระบบโรงเรียนและการศึกษาตามอัธยาศัย สำหรับผู้สูงอายุ เพื่อเป็นแนวทางในการจัดกิจกรรมการศึกษานอกระบบโรงเรียนโดย เสนอว่าต้องให้ความรู้ ของผู้สูงอายุครบทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ กิจกรรมการศึกษานอกระบบโรงเรียนด้าน ความรู้พื้นฐาน เพื่อให้เกิดความรู้ พื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต กิจกรรมการศึกษานอกระบบ โรงเรียนด้านการฝึกทักษะ เพื่อให้ความรู้และ ทักษะอาชีพ สร้างรายได้ก่อให้เกิดการพึ่งตนเอง และ กิจกรรมการศึกษานอกระบบโรงเรียนด้านข่าวสารข้อมูล ซึ่งต้องให้ผู้สูงอายุเกิดการเรียนรู้ตลอด ชีวิต มีหลักการ 4 ประการ ดังต่อไปนี้ 22
1. จัดการศึกษาเพื่อให้เกิดความมั่นคงทางเศรษฐกิจแก่ผู้สูงอายุ จึงควรจัดการศึกษาเพื่อให้ผู้สูงอายุ เกิดความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เช่น จัดฝึกวิชาชีพระยะสั้นสำหรับผู้สูงอายุจัดการศึกษาหรือกิจกรรมการศึกษา เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางใจแก่ผู้สูงอายุ โดยให้ผู้สูงอายุมีโอกาสได้พบปะสังสรรค์กับบุคคลวัยเดียวกันหรือ ต่างวัย เปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุมี โอกาสช่วยเหลือสังคม 2. จัดการศึกษาเพื่อสร้างบรรยากาศแห่งการพัฒนาจิตใจให้เกิดขึ้นในสังคมโดยเน้นกลุ่มเป้าหมายทุก กลุ่มอายุ เพื่อเป็นการเตรียมตัวให้เป็นผู้สูงอายุที่ดี เช่น การตั้งชมรมผู้สูงอายุโครงการส่งเสริมคุณภาพชีวิต สำหรับผู้สูงอายุ 3. จัดการศึกษาเพื่อพัฒนาค่านิยม และเจตคติที่ดีต่อสังคมที่มีต่อผู้สูงอายุ โดยการส่งเสริมให้มีการ ปรับปรุงหลักสูตรประชากรศึกษาทั้งในระบบและนอกระบบโรงเรียน โดย สอดแทรกเนื้อหาผู้สูงอายุไว้ใน บทเรียน เช่น โครงการเผยแพร่ข่าวสารข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อ ผู้สูงอายุและโครงการสนับสนุนให้ผู้สูงอายุมี โอกาสสะท้อนข้อเขียนสู่สังคม เป็นต้น ชโรทัย ปัญติ (2540) ได้กล่าวถึงหลักการสำคัญของการจัดการศึกษานอกระบบโรงเรียนและ การศึกษาตามอัธยาศัยสำหรับผู้สูงอายุไว้ดังนี้ 1. การศึกษานับเป็นกิจกรรมที่มีความสำคัญในชีวิตของบุคคลทุกวัย มิใช่เฉพาะกลุ่มอายุตอนต้น เท่านั้น ถือเป็นความจำเป็นและสิทธิ (Right) ที่ต้องได้รับในบุคคลทุกวัย 2. การจัดการศึกษาสำหรับผู้สูงอายุนั้น ต้องมีการเตรียมการ จึงต้องทราบข้อมูลความต้องการในด้าน ต่างๆ ทั้งทางร่างกาย จิตใจ สังคม ของผู้สูงอายุให้มากที่สุด รวมไปถึงการให้ความรู้และเปลี่ยนแปลงทัศนคติ เกี่ยวกับผู้สูงอายุแก่บุคคลในสังคมด้วย และประการสุดท้ายต้องมีการฝึกอบรมผู้ที่จะทำงานเกี่ยวข้องกับ ผู้สูงอายุด้วย 3. เนื้อหาของวิชาผู้สูงอายุเป็นการจัดการศึกษาให้แก่บุคคลที่อยู่ในวัยสูงอายุ เป็นการให้การศึกษาแก่ คนในสังคมเกี่ยวกับผู้สูงอายุ และเป็นการศึกษาที่เตรียมบุคลากรในการทำงานเกี่ยวกับผู้สูงอายุ อารีย์เพชรบุตร (2544) กล่าวว่าหลักการจัดการศึกษานอกระบบโรงเรียนและการศึกษาตามอัธยาศัย ของผู้สูงอายุ ซึ่งสังเคราะห์มาจากแนวคิดของ วิรัช แผ้วสกุล (2527) สุธีรา นุ้ยจันทร์(2530) สุรกุล เจนอบรม (2534) และสาลี่ เพ็ญศิริ(2535) มีสาระสำคัญสรุปได้ดังนี้ 1. การเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกายมีผลต่อการเรียนรู้ของผู้สูงอายุ เมื่อบุคคลมีอายุล่วงเลยเข้าสู่วัย สุดท้ายของชีวิต อวัยวะต่างๆ เสื่อมโทรมลง และหย่อนสมรรถภาพตามอายุที่เพิ่มมากขึ้น ผู้สูงอายุจึงมีความจำ ลดลง ความคิด ความรู้สึก และปฏิกิริยาตอบสนองต่างๆ เป็นไปโดยเชื่องช้า การเคลื่อนไหวของข้อ กล้ามเนื้อ ต่างๆ เป็นไปโดยไม่สะดวก ความสามารถในการรับรู้รส กลิ่น เสียง ลดลง มือเท้าสั่น มีอาการอ่อนล้า เหนื่อย ง่าย เป็นต้น การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทำให้ผู้สูงอายุเรียนรู้ได้ช้าลง ไม่สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่าง รวดเร็ว และหลากหลายเท่ากับเยาวชน 23
2. การเปลี่ยนแปลงทางด้านจิตใจ มีผลต่อการเรียนรู้ของผู้สูงอายุ โดยสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลง ทางด้านร่างกาย และด้านสังคม เพราะความเสื่อมสมรรถภาพของทางร่างกายกระทบต่อจิตใจ และการปรับตัว ของผู้สูงอายุในด้านอื่น เมื่อพละกำลังถดถอย จึงต้องลดบทบาทและหน้าที่ต่างๆลง ผู้สูงอายุจึงไม่สามารถ ปรับตัวได้ขาดความเชื่อมั่น อันเป็นผลและเป็นอุปสรรค ต่อการเรียนรู้ของผู้สูงอายุ 3. การเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่มีผลต่อการเรียนรู้ของผู้สูงอายุ เมื่อบทบาทของผู้สูงอายุเปลี่ยนแปลง ไป จากผู้ให้มาเป็นผู้รับ จากผู้หาเลี้ยงครอบครัวมาเป็นผู้พึ่งพิงอาศัย ทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกเสียพลังอำนาจ หมด ความสำคัญ และอับอาย ประกอบกับค่านิยมเกี่ยวกับการเคารพนับถือผู้สูงอายุลดลง ผู้สูงอายุถูกมองว่าเป็น คนล้าสมัย ไม่ทันต่อเหตุการณ์ความรู้ประสบการณ์ของผู้สูงอายุกลายเป็นของไม่มีค่า ไม่สามารถนำไปใช้สั่ง สอนใครได้เมื่อสถานภาพทางสังคมของผู้สูงอายุเปลี่ยนไปการรับรู้ของผู้สูงอายุจึงมีอุปสรรคและมีข้อจำกัดตาม ไปด้วยศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยกลุ่มเป้าหมายพิเศษ (ศกพ.) สำนักงานส่งเสริม การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (2553) 24
บทที่ 3 วิธีการดำเนินงาน ททททททททศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอสัตหีบ ได้เห็นความสำคัญของ โครงการจัดและส่งเสริมการจัดกิจกรรมการศึกษาตลอดชีวิตเพื่อคงสมรรถนะ ทางกาย จิต และสมองของ ผู้สูงอายุ รูปแบบกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิตผู้สูงวัยใส่ใจสุขภาพ โดยมีวัตถุเพื่อส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีพฤติกรรม การบริโภคอาหารในสัดส่วนที่เหมาะสมเพียงพอ เอื้อต่อการมีภาวะโภชนาการที่ดี เพื่อป้องกันและควบคุมโรค ไม่ติดต่อเรื้อรัง และสร้างความรอบรู้ในการส่งเสริมสุขภาพด้านโภชนาการผู้สูงอายุที่เอื้อต่อการปรับเปลี่ยน และมีพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ดี โดยมีนายวีรากร มณีทรัพย์สุคนธ์และ นางสาวสุรภา เชาวันดี เป็นวิทยากร สรุปได้ดังนี้มีขั้นตอนดังนี้ 1.ประชุมบุคลากรกรรมการ กศน.ตำบลนาจอมเทียน 2.แต่งตั้งคณะทำงาน 3.ดำเนินงานตามแผน 4.ประชากรที่ใช้ในการดำเนินงาน 5.เครื่องมือที่ใช้ในการดำเนินงาน 6.การเก็บรวบรวมข้อมูล 7.การวิเคราะห์ข้อมูล 1. ประชุมบุคลากรกรรมการ กศน.ตำบลนาจอมเทียน ททททททททกศน.ตำบลนาจอมเทียน ได้วางแผนประชุมบุคลากรกรรมการ กศน.ตำบลนาจอมเทียน เพื่อหา แนวทางในการดำเนินงานและกำหนดวัตถุประสงค์ร่วมกัน 2. จัดตั้งคณะทำงาน ททททททททจัดทำคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานโครงการ เพื่อมอบหมอบหมายหน้าที่ในการทำงานให้ชัดเจน เช่น ทท 2.1 คณะกรรมการที่ปรึกษา/อำนวยการ มีหน้าที่อำนวยความสะดวก และให้คำปรึกษาแก้ไข ปัญหาที่เกิดขึ้น ททททททท2.2 คณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ มีหน้าที่ประชาสัมพันธ์รับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการ ททททททท2.3 คณะกรรมการฝ่ายรับลงทะเบียนและประเมินผลหน้าที่จัดทำหลักฐานการลงทะเบียนผู้เข้าร่วม โครงการ และรวบรวมการประเมินผล และรายงานผลการดำเนินการ 3. ดำเนินการตามแผนงานโครงการ ททททททททวันที่ 1 กรกรฎาคม 2565 4. ประชากรที่ใช้ในการดำเนินงาน ททททททททผู้สูงอายุในตำบลนาจอมเทียน ทั้งหมดจำนวน 19 คน
5. เครื่องมือที่ใช้ในการดำเนินงาน ทททททททท1. โครงการจัดและส่งเสริมการจัดกิจกรรมการศึกษาตลอดชีวิตเพื่อคงสมรรถนะ ทางกาย จิต และสมองของผู้สูงอายุ รูปแบบกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิตผู้สูงวัยใส่ใจสุขภาพ 2. โครงการจัดและส่งเสริมการจัดกิจกรรมการศึกษาตลอดชีวิตเพื่อคงสมรรถนะ ทางกาย จิต และสมองของผู้สูงอายุรูปแบบกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิตผู้สูงวัยใส่ใจสุขภาพ 6. การเก็บรวบรวมข้อมูล ททททททททจากการดำเนินงานโครงการจัดและส่งเสริมการจัดกิจกรรมการศึกษาตลอดชีวิตเพื่อคงสมรรถนะ ทางกาย จิต และสมองของผู้สูงอายุ รูปแบบกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิตผู้สูงวัยใส่ใจสุขภาพ ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2565 ณ กศน.ตำบลนาจอมเทียน ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยมีวัตถุเพื่อ ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีพฤติกรรมการบริโภคอาหารในสัดส่วนที่เหมาะสมเพียงพอ เอื้อต่อการมีภาวะโภชนาการที่ ดี เพื่อป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง และสร้างความรอบรู้ในการส่งเสริมสุขภาพด้านโภชนาการ ผู้สูงอายุที่เอื้อต่อการปรับเปลี่ยนและมีพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ดีมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 19 คน โดยมีการแจกสอบถามทั้งหมด 19 ชุด และเก็บรวบรวมแบบสอบถามได้ 19 ชุด คิดเป็น 100 เปอร์เซ็นต์ 7. การวิเคราะห์ข้อมูล ททททททททจากการดำเนินงานโครงการการจัดและส่งเสริมการจัดการศึกษาตลอดชีวิตเพื่อคงพัฒนาการ ทางกาย จิตและสมอง ของผู้สูงอายุ โดยมีเครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลดังนี้ 1. ค่าแจกแจงความถี่ 2. ค่าร้อยละ 3. ค่าเฉลี่ย 4. ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน เพื่อให้ตอบสนองความต้องการของผู้เข้าอบรมได้รับประโยชน์นำไปใช้ได้จริงตามศักยภาพของแต่ ละคน ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป และได้ดำเนินการตามขั้นตอนและได้รวบรวมข้อมูลจากแบบสำรวจสถิติที่ใช้ ในการวิเคราะห์ กศน.ตำบลนาจอมเทียน จะได้นำแนวทางไปใช้ข้อมูลพิจารณาหลักสูตร เนื้อหาตลอดจน เทคนิควิธีการจัดการกระบวนการเรียนรู้ต่างๆ เพื่อให้ตอบสนองความต้องการของผู้เข้าอบรมได้รับประโยชน์ นำไปใช้ได้จริงตามศักยภาพของแต่ละคน ให้มีความเข้าใจและมีคุณภาพต่อไป ศูนย์การศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอสัตหีบ ได้ดำเนินการตามขั้นตอนและได้รวบรวมข้อมูล โดยใช้สภาพการใช้สื่อการ สอนของครูในสถานศึกษาเป็นแบบมาตรวัดประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ โดยมีรายละเอียดดังนี้ (บุญชม ศรีสะอาด และบุญส่ง นิลแก้ว ,2545) 5 หมายถึง มีการดำเนินงานในระดับมากที่สุด 4 หมายถึง มีการดำเนินงานในระดับมาก 3 หมายถึง มีการดำเนินงานในระดับปานกลาง 2 หมายถึง มีการดำเนินงานในระดับน้อย 1 หมายถึง มีการดำเนินงานในระดับน้อยที่สุด 26
โดยมีเกณฑ์การแปลความหมายค่าเฉลี่ย (บุญชม ศรีสะอาด,2556) ดังนี้ 4.50 – 5.00 หมายถึง มีความคิดเห็น/การดำเนินงานอยู่ในระดับมากที่สุด 3.50 – 4.49 หมายถึง มีความคิดเห็น/การดำเนินงานอยู่ในระดับมาก 2.50 – 3.49 หมายถึง มีความคิดเห็น/การดำเนินงานอยู่ในระดับปานกลาง 1.50 – 2.49 หมายถึง มีความคิดเห็น/การดำเนินงานอยู่ในระดับน้อย 1.00 – 1.49 หมายถึง มีความคิดเห็น/การดำเนินงานอยู่ในระดับน้อยที่สุด ผู้เข้าร่วมโครงการจะต้องกรอกข้อมูลตามแบบสอบถาม เพื่อนำไปใช้ในการประเมินผลของการจัด กิจกรรมดังกล่าว และจะได้นำไปเป็นข้อมูล ปรับปรุง และพัฒนา ตลอดจนใช้ในการจัดทำแผนการดำเนินการ ในปีต่อไป 27
บทที่ 4 ผลการดำเนินการ จากผลการดำเนินงานการโครงการจัดและส่งเสริมการจัดกิจกรรมการศึกษาตลอดชีวิตเพื่อคง สมรรถนะ ทางกาย จิต และสมองของผู้สูงอายุ รูปแบบกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิตผู้สูงวัยใส่ใจสุขภาพ ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2565 ณ กศน.ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยมีวัตถุเพื่อส่งเสริมให้ ผู้สูงอายุมีพฤติกรรมการบริโภคอาหารในสัดส่วนที่เหมาะสมเพียงพอ เอื้อต่อการมีภาวะโภชนาการที่ดี เพื่อป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง และสร้างความรอบรู้ในการส่งเสริมสุขภาพด้านโภชนาการผู้สูงอายุ ที่เอื้อต่อการปรับเปลี่ยนและมีพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ดี โดยมีนายวีรากร มณีทรัพย์สุคนธ์ และ นางสาวสุรภา เชาวันดีเป็นวิทยากร สรุปได้ดังนี้ จากแบบสอบถามที่ได้ สามารถนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล จากผู้ให้ข้อมูลทั้งหมดจำนวน 19 ชุด 1. ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถามของผู้เข้าโครงการจัดและส่งเสริมการจัดกิจกรรม การศึกษาตลอดชีวิตเพื่อคงสมรรถนะ ทางกาย จิต และสมองของผู้สูงอายุรูปแบบกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิต ผู้สูงวัยใส่ใจสุขภาพ 2. ตอนที่ 2 ข้อมูลเกี่ยวกับความพึงพอใจของผู้เข้าโครงการจัดและส่งเสริมการจัดกิจกรรมการศึกษา ตลอดชีวิตเพื่อคงสมรรถนะ ทางกาย จิต และสมองของผู้สูงอายุ รูปแบบกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิตผู้สูงวัยใส่ใจ สุขภาพ ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถามของผู้เข้าโครงการจัดและส่งเสริมการจัดกิจกรรมการศึกษา ตลอดชีวิตเพื่อคงสมรรถนะ ทางกาย จิต และสมองของผู้สูงอายุ รูปแบบกิจกรรมพัฒนาทักษะ ชีวิตผู้สูงวัยใส่ใจสุขภาพ ผู้เข้าร่วมกิจกรรม ที่ตอบแบบสอบถามได้นำมาจำแนกตามเพศ อายุ และอาชีพ ผู้จัดทำได้เสนอ จำแนกตามข้อมูลดังกล่าว ดังปรากฏตาม ตารางที่ 1 ดังต่อไปนี้ ตารางที่ 1 แสดงค่าร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยจำแนกตามเพศ เพศ ความคิดเห็น ชาย หญิง จำนวน ร้อยละ จำนวน ร้อยละ ผู้เข้าโครงการจัดและส่งเสริมการจัดกิจกรรมการศึกษา ตลอดชีวิตเพื่อคงสมรรถนะ ทางกาย จิต และสมองของ ผู้สูงอายุ รูปแบบกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิตผู้สูงวัยใส่ใจ สุขภาพ 3 15.79 16 84.21
รรรรรรรรจากตารางที่ 1 แสดงผู้ตอบแบบสอบถามของผู้เข้าร่วมโครงการจัดและส่งเสริมการจัดกิจกรรม การศึกษาตลอดชีวิตเพื่อคงสมรรถนะ ทางกาย จิต และสมองของผู้สูงอายุ รูปแบบกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิต ผู้สูงวัยใส่ใจสุขภาพ เป็นหญิง 16 คน คิดเป็นร้อยละ 84.21 เป็นชาย 3 คน คิดเป็นร้อยละ 15.79 ตารางที่ 2 แสดงค่าร้อยละของผู้ตอบแทนแบบสอบถาม โดยจำแนกตามอายุ อายุ ความคิดเห็น ต่ำกว่า15 ปี 16-39 ปี 40-59 ปี 60 ปีขึ้นไป จำนวน ร้อยละ จำนวน ร้อยละ จำนวน ร้อยละ จำนวน ร้อยละ ผู้เข้าโครงการจัดและส่งเสริม การจัดกิจกรรมการศึกษา ตลอดชีวิตเพื่อคงสมรรถนะ ทางกาย จิต และสมองของ ผู้สูงอายุ รูปแบบกิจกรรม พัฒนาทักษะชีวิตผู้สูงวัยใส่ใจ สุขภาพ - - - - - - 19 100.00 รรรรรรรรจากตารางที่ 2 แสดงว่า ผู้ตอบแบบสอบถามผู้เข้าโครงการจัดและส่งเสริมการจัดกิจกรรมการศึกษา ตลอดชีวิตเพื่อคงสมรรถนะ ทางกาย จิต และสมองของผู้สูงอายุ รูปแบบกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิตผู้สูงวัย ใส่ใจสุขภาพ ในช่วงอายุ 60 ปีขึ้นไปจำนวนทั้งหมด คิดเป็นร้อยละ 100.00 ตารางที่ 3 แสดงค่าร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถามโดยจำแนกตามอาชีพ ประเภท ความคิดเห็น รับจ้าง ค้าขาย รับราชการ เกษตรกรรม อื่น ๆ จำนวน ร้อย ละ จำนวน ร้อย ละ จำนวน ร้อย ละ จำนวน ร้อย ละ จำนวน ร้อยละ โครงการจัดและ ส่งเสริมการจัด กิจกรรมการศึกษา ตลอดชีวิตเพื่อคง สมรรถนะ ทางกาย จิต และ สมองของผู้สูงอายุ รูปแบบกิจกรรม พัฒนาทักษะชีวิตผู้ สูงวัยใส่ใจสุขภาพ - - - - - - - - 19 100 29
รรรรรรรรจากตารางที่ 3 แสดงผู้ตอบแบบสอบถามของผู้เข้าโครงการจัดและส่งเสริมการจัดกิจกรรมการศึกษา ตลอดชีวิตเพื่อคงสมรรถนะ ทางกาย จิต และสมองของผู้สูงอายุ รูปแบบกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิตผู้สูงวัยใส่ใจ สุขภาพ มีอาชีพอื่นๆ มากที่สุด จำนวน 19 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ตอนที่2 ข้อมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นของผู้เข้าโครงการจัดและส่งเสริมการจัดกิจกรรมการศึกษาตลอดชีวิต เพื่อคงสมรรถนะ ทางกาย จิต และสมองของผู้สูงอายุ รูปแบบกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิตผู้สูงวัย ใส่ใจสุขภาพ ทททททความคิดเห็นของผู้เข้ารับร่วมกิจกรรม จำนวน 19 คน จากแบบสอบถามทั้งหมดที่มีต่อโครงการจัด และส่งเสริมการจัดกิจกรรมการศึกษาตลอดชีวิตเพื่อคงสมรรถนะ ทางกาย จิต และสมองของผู้สูงอายุ รูปแบบ กิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิตผู้สูงวัยใส่ใจสุขภาพ ตารางที่ 4 ผลการประเมินโครงการจัดและส่งเสริมการจัดกิจกรรมการศึกษาตลอดชีวิตเพื่อคงสมรรถนะ ทางกาย จิต และสมองของผู้สูงอายุ รูปแบบกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิตผู้สูงวัยใส่ใจสุขภาพ รายการที่ประเมิน N = 19 µ σ อันดับ ที่ ระดับผล การประเมิน ด้านหลักสูตร 1. กิจกรรมที่จัดสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ ของหลักสูตร 4.53 0.51 4 มากที่สุด 2. เนื้อหาของหลักสูตรตรงกับความต้องการของ ผู้รับบริการ 4.47 0.51 7 มาก 3. การจัดกิจกรรมทำให้ผู้รับบริการสามารถ คิดเป็นทำเป็นแก้ปัญหาเป็น 4.58 0.51 3 มากที่สุด 4. ผู้รับบริการมีส่วนร่วมในการแสดงความคิด เห็นต่อการจัดทำหลักสูตร 4.37 0.50 12 มาก 5. ผู้รับบริการสามารถนำความรู้ไปปรับใช้ใน ชีวิตประจำวันได้ 4.53 0.51 4 มากที่สุด 6. สื่อ/เอกสารประกอบการจัดกิจกรรมมีความ เหมาะสม 4.37 0.50 12 มาก ด้านวิทยากร 7. วิทยากรมีความรู้ความสามารถในการจัด กิจกรรม 4.63 0.50 2 มากที่สุด 8. เทคนิค/กระบวนในการจัดกิจกรรมของวิทยากร 4.47 0.51 7 มาก 30
9. วิทยากรมีการใช้สื่อที่สอดคล้องและเหมาะสมกับ กิจกรรม 4.53 0.51 4 มากที่สุด 10. บุคลิกภาพของวิทยากร 4.47 0.51 7 มาก ด้านสถานที่ ระยะเวลา และความพึงพอใจ 11. สถานที่ในการจัดกิจกรรมเหมาะสม 4.42 0.51 11 มาก 12. ระยะเวลาในการจัดกิจกรรมเหมาะสม 4.47 0.51 7 มาก 13. ความพึงพอใจในภาพรวมของผู้รับบริการต่อการ เข้าร่วมกิจกรรม 4.63 0.51 1 มากที่สุด ค่าเฉลี่ย 4.50 0.51 มากที่สุด ททททททททจากตารางที่ 4 แสดงให้เห็นว่า ผู้เข้าร่วม โครงการจัดและส่งเสริมการจัดกิจกรรมการศึกษา ตลอดชีวิตเพื่อคงสมรรถนะ ทางกาย จิต และสมองของผู้สูงอายุ รูปแบบกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิตผู้สูงวัย ใส่ใจสุขภาพอยู่ในระดับ มากที่สุด เมื่อวิเคราะห์เป็นรายข้อพบว่า อันดับที่ 1 ความพึงพอใจในภาพรวมของ ผู้รับบริการต่อการเข้าร่วมกิจกรรม (µ = 4.63) อันดับที่ 2 คือวิทยากรมีความรู้ความสามารถในการจัด กิจกรรม (µ = 4.63) อันดับที่ 3 คือการจัดกิจกรรมทำให้ผู้รับบริการสามารถคิดเป็นทำเป็นแก้ปัญหาเป็น (µ =4.58) เป็นอันดับที่ 4 คือ กิจกรรมที่จัดสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของหลักสูตร , ผู้รับบริการสามารถนำ ความรู้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้, วิทยากรมีการใช้สื่อที่สอดคล้องและเหมาะสมกับกิจกรรม มีลำดับ เท่ากัน (µ =4.53) อันดับที่ 5 คือ เนื้อหาของหลักสูตรตรงกับความต้องการของผู้รับบริการ , เทคนิค/กระบวน ในการจัดกิจกรรมของวิทยากร , บุคลิกภาพของวิทยากร และ, ระยะเวลาในการจัดกิจกรรมเหมาะสม มีค่า เท่ากันคือ (µ =4.47) อันดับที่ 6 สถานที่ในการจัดกิจกรรมเหมาะสม (µ =4.42) อันดับที่ 7 ผู้รับบริการมี ส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นต่อการจัดทำหลักสูตร และ สื่อ/เอกสารประกอบการจัดกิจกรรมมีความ เหมาะสม มีค่าเท่ากันคือ (µ =4.37) ตามลำดับ 31
บทที่ 5 สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ ททททททททจากโครงการจัดและส่งเสริมการจัดกิจกรรมการศึกษาตลอดชีวิตเพื่อคงสมรรถนะ ทางกาย จิต และสมองของผู้สูงอายุ รูปแบบกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิตผู้สูงวัยใส่ใจสุขภาพ ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2565 ณ กศน.ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยมีวัตถุเพื่อส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีพฤติกรรมการ บริโภคอาหารในสัดส่วนที่เหมาะสมเพียงพอ เอื้อต่อการมีภาวะโภชนาการที่ดี เพื่อป้องกันและควบคุมโรคไม่ ติดต่อเรื้อรัง และสร้างความรอบรู้ในการส่งเสริมสุขภาพด้านโภชนาการผู้สูงอายุที่เอื้อต่อการปรับเปลี่ยนและมี พฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ดี โดยมีนายวีรากร มณีทรัพย์สุคนธ์ และนางสาวสุรภา เชาวันดี เป็นวิทยากร ทั้งนี้ขอสรุปและอภิปรายผลและข้อเสนอแนะดังนี้ สรุปผลการดำเนินงาน ททททททททจากการดำเนินงานโครงการจัดและส่งเสริมการจัดกิจกรรมการศึกษาตลอดชีวิตเพื่อคงสมรรถนะ ทางกาย จิต และสมองของผู้สูงอายุ รูปแบบกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิตผู้สูงวัยใส่ใจสุขภาพ มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 19 คน โดยมีการแจกสอบถามทั้งหมด 19 ชุด ซึ่งผลการวิเคราะห์ข้อมูลดังนี้ ทททททททท1. ผู้ตอบแบบสอบถามโครงการจัดและส่งเสริมการจัดกิจกรรมการศึกษาตลอดชีวิตเพื่อคง สมรรถนะ ทางกาย จิต และสมองของผู้สูงอายุ รูปแบบกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิตผู้สูงวัยใส่ใจสุขภาพ จากจำนวนทั้งหมด 19 คน เป็นหญิง 16 คน คิดเป็นร้อยละ 84.21เป็นชาย 3 คน คิดเป็นร้อยละ 15.79 ทั้งหมดอยู่ในช่วงอายุ60 ปีขึ้นไป คิดเป็นร้อยละ 100.00 และส่วนใหญ่มีอาชีพอื่น ๆ มากที่สุด ทททททททท2. ข้อมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมโครงการจัดและส่งเสริมการจัดกิจกรรมการศึกษา ตลอดชีวิตเพื่อคงสมรรถนะ ทางกาย จิต และสมองของผู้สูงอายุ รูปแบบกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิตผู้สูงวัยใส่ใจ สุขภาพ อยู่ในอยู่ในระดับ มากที่สุด เมื่อวิเคราะห์เป็นรายข้อพบว่า อันดับที่ 1 คือวิทยากรมีความรู้ ความสามารถในการจัดกิจกรรม และความพึงพอใจในภาพรวมของผู้รับบริการต่อการเข้าร่วมกิจกรรม มีลำดับ เท่ากัน (µ = 4.63) อันดับที่ 2 คือ การจัดกิจกรรมทำให้ผู้รับบริการสามารถคิดเป็นทำเป็นแก้ปัญหาเป็น (µ =4.58) เป็นอันดับที่ 3 คือ กิจกรรมที่จัดสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของหลักสูตร , ผู้รับบริการสามารถนำ ความรู้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ , วิทยากรมีการใช้สื่อที่สอดคล้องและเหมาะสมกับกิจกรรม มีลำดับ เท่ากัน (µ =4.53) อันดับที่ 4 คือ เนื้อหาของหลักสูตรตรงกับความต้องการของผู้รับบริการ , เทคนิค/กระบวน ในการจัดกิจกรรมของวิทยากร , บุคลิกภาพของวิทยากร และ, ระยะเวลาในการจัดกิจกรรมเหมาะสม มีค่า เท่ากันคือ (µ =4.47) อันดับที่ 5 สถานที่ในการจัดกิจกรรมเหมาะสม (µ =4.42) อันดับที่ 6 ผู้รับบริการมี ส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นต่อการจัดทำหลักสูตร และ สื่อ/เอกสารประกอบการจัดกิจกรรมมีความ เหมาะสม มีค่าเท่ากันคือ (µ =4.37) ตามลำดับ ท
อภิปรายผล ททททททททจากโครงการจัดและส่งเสริมการจัดกิจกรรมการศึกษาตลอดชีวิตเพื่อคงสมรรถนะ ทางกาย จิต และสมองของผู้สูงอายุ รูปแบบกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิตผู้สูงวัยใส่ใจสุขภาพ พบว่า อยู่ในระดับ มากที่สุด เมื่อวิเคราะห์เป็นรายข้อพบว่า อันดับที่ 1 คือ วิทยากรมีความรู้ความสามารถในการจัดกิจกรรม และความพึง พอใจในภาพรวมของผู้รับบริการต่อการเข้าร่วมกิจกรรม มีลำดับเท่ากัน อันดับที่ 2 คือการจัดกิจกรรมทำให้ ผู้รับบริการสามารถคิดเป็นทำเป็นแก้ปัญหาเป็น เป็นอันดับที่ 3 คือ กิจกรรมที่จัดสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ ของหลักสูตร , ผู้รับบริการสามารถนำความรู้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ , วิทยากรมีการใช้สื่อที่สอดคล้อง และเหมาะสมกับกิจกรรม มีลำดับเท่ากัน อันดับที่ 4 คือ เนื้อหาของหลักสูตรตรงกับความต้องการของ ผู้รับบริการ , เทคนิค/กระบวนในการจัดกิจกรรมของวิทยากร , บุคลิกภาพของวิทยากร และ, ระยะเวลาใน การจัดกิจกรรมเหมาะสม มีค่าเท่ากัน อันดับที่ 5 สถานที่ในการจัดกิจกรรมเหมาะสม อันดับที่ 6 ผู้รับบริการ มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นต่อการจัดทำหลักสูตร และ สื่อ/เอกสารประกอบการจัดกิจกรรมมีความ เหมาะสม มีค่าเท่ากัน ผู้เข้าร่วมโครงการ เป็นหญิง 16 คน เป็นชาย 3 คน และมีอาชีพอื่นมากที่สุด โดยผู้เข้า รับการอบรมมีความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพกายและจิตของตนเอง โดยมีการหากิจกรรมที่ช่วย พัฒนาสมองในแต่ละวันได้อย่างเหมาะสม และถูกต้อง ททททททททซึ่งสอดคล้องและเกี่ยวข้องการวิจัยของ ชโรทัย ปัญติ (2540) ได้กล่าวถึงหลักการสำคัญของการ จัดการศึกษานอกระบบโรงเรียนและการศึกษาตามอัธยาศัยสำหรับผู้สูงอายุไว้ดังนี้ 1. การศึกษานับเป็นกิจกรรมที่มีความสำคัญในชีวิตของบุคคลทุกวัย มิใช่เฉพาะกลุ่มอายุตอนต้น เท่านั้น ถือเป็นความจำเป็นและสิทธิ (Right) ที่ต้องได้รับในบุคคลทุกวัย 2. การจัดการศึกษาสำหรับผู้สูงอายุนั้น ต้องมีการเตรียมการ จึงต้องทราบข้อมูลความต้องการในด้าน ต่างๆ ทั้งทางร่างกาย จิตใจ สังคม ของผู้สูงอายุให้มากที่สุด รวมไปถึงการให้ความรู้และเปลี่ยนแปลงทัศนคติ เกี่ยวกับผู้สูงอายุแก่บุคคลในสังคมด้วย และประการสุดท้ายต้องมีการฝึกอบรมผู้ที่จะทำงานเกี่ยวข้องกับ ผู้สูงอายุด้วย 3. เนื้อหาของวิชาผู้สูงอายุเป็นการจัดการศึกษาให้แก่บุคคลที่อยู่ในวัยสูงอายุ เป็นการให้การศึกษาแก่ คนในสังคมเกี่ยวกับผู้สูงอายุ และเป็นการศึกษาที่เตรียมบุคลากรในการทำงานเกี่ยวกับผู้สูงอายุ อารีย์เพชรบุตร (2544) กล่าวว่าหลักการจัดการศึกษานอกระบบโรงเรียนและการศึกษาตามอัธยาศัย ของผู้สูงอายุ ซึ่งสังเคราะห์มาจากแนวคิดของ วิรัช แผ้วสกุล (2527) สุธีรา นุ้ยจันทร์(2530) สุรกุล เจนอบรม (2534) และสาลี่ เพ็ญศิริ (2535) มีสาระสำคัญสรุปได้ดังนี้ 1. การเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกายมีผลต่อการเรียนรู้ของผู้สูงอายุ เมื่อบุคคลมีอายุล่วงเลยเข้าสู่วัย สุดท้ายของชีวิต อวัยวะต่างๆ เสื่อมโทรมลง และหย่อนสมรรถภาพตามอายุที่เพิ่มมากขึ้น ผู้สูงอายุจึงมีความจำ ลดลง ความคิด ความรู้สึก และปฏิกิริยาตอบสนองต่างๆ เป็นไปโดยเชื่องช้า การเคลื่อนไหวของข้อ กล้ามเนื้อ ต่างๆ เป็นไปโดยไม่สะดวก ความสามารถในการรับรู้รส กลิ่น เสียง ลดลง มือเท้าสั่น มีอาการอ่อนล้า เหนื่อย ง่าย เป็นต้น การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทำให้ผู้สูงอายุเรียนรู้ได้ช้าลง ไม่สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่าง รวดเร็ว และหลากหลายเท่ากับเยาวชน 33
2. การเปลี่ยนแปลงทางด้านจิตใจ มีผลต่อการเรียนรู้ของผู้สูงอายุ โดยสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลง ทางด้านร่างกาย และด้านสังคม เพราะความเสื่อมสมรรถภาพของทางร่างกายกระทบต่อจิตใจ และการปรับตัว ของผู้สูงอายุในด้านอื่น เมื่อพละกำลังถดถอย จึงต้องลดบทบาทและหน้าที่ต่างๆลง ผู้สูงอายุจึงไม่สามารถ ปรับตัวได้ขาดความเชื่อมั่น อันเป็นผลและเป็นอุปสรรค ต่อการเรียนรู้ของผู้สูงอายุ 3. การเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่มีผลต่อการเรียนรู้ของผู้สูงอายุ เมื่อบทบาทของผู้สูงอายุเปลี่ยนแปลง ไป จากผู้ให้มาเป็นผู้รับ จากผู้หาเลี้ยงครอบครัวมาเป็นผู้พึ่งพิงอาศัย ทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกเสียพลังอำนาจ หมด ความสำคัญ และอับอาย ประกอบกับค่านิยมเกี่ยวกับการเคารพนับถือผู้สูงอายุลดลง ผู้สูงอายุถูกมองว่าเป็น คนล้าสมัย ไม่ทันต่อเหตุการณ์ความรู้ประสบการณ์ของผู้สูงอายุกลายเป็นของไม่มีค่า ไม่สามารถนำไปใช้สั่ง สอนใครได้เมื่อสถานภาพทางสังคมของผู้สูงอายุเปลี่ยนไปการรับรู้ของผู้สูงอายุจึงมีอุปสรรคและมีข้อจำกัดตาม ไปด้วยศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยกลุ่มเป้าหมายพิเศษ (ศกพ.) สำนักงานส่งเสริม การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (2553) สรุปผลด้านหลักสูตร มีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของหลักสูตร ผู้เรียนมีความพึงพอใจ เนื้อหาของหลักสูตรตรงกับ ความต้องการของผู้เข้าอบรม ผู้เข้าอบรมนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้มีความพึงพอใจอยู่ในระดับ มาก ถึงมากที่สุด ด้านวิทยากร วิทยากรมีความรู้ความสามารถในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้อย่างดีเทคนิค/กระบวนการในการจัด กิจกรรมการเรียนรู้ของวิทยากรเหมาะสม วิทยากรมีการใช้สื่อที่สอดคล้องและเหมาะสมกับกิจกรรม และ บุคลิกภาพของวิทยากร ดีเหมาะสม มีความพึงพอใจอยู่ในระดับ มากถึงมากที่สุด ด้านสถานที่ ระยะเวลา และความพึงพอใจ สถานที่ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้มีความเหมาะ ระยะเวลาในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เหมาะ ผู้เข้ารับการอบรมมีความพึงพอใจต่อการเข้าร่วมกิจกรรม มีความพึงพอใจอยู่ในระดับ มากถึงมากที่สุด สรุปผลในภาพรวมของโครงการ ผู้เข้าอบรมมีความพึงพอใจอยู่ในระดับ มากที่สุด ข้อเสนอแนะ - 34
บรรณานุกรม บุญชม ศรีสะอาด และ บุญส่ง นิลแก้ว (2545) . การอ้างอิงกลุ่มประชากรเมื่อใช้เครื่องมือแบบมาตราส่วน ประมาณค่ากับกลุ่มตัวอย่าง. วารสารการวัดผลการศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒมหาสารคราม ,3(1),22-25). รศ.ดร.พีระ จิรโสภณ และคณะ,งานวิจัย ความรู้เท่าทันการสื่อสารยุดิจิทัลกับบทบาทในการกำหนดแนว ทางการปฏิรูปการสื่อสารในสังคมไทย. วิไลภรณ์ จิรวัฒนเศรษฐ์, งานวิจัย เรื่องเด็กยุคดิจิทัลภายใต้สังคมแห่งสื่อออนไลน์และการเรียนรู้ทางสังคม. สำนักงาน กศน.นโยบายและจุดเน้นปีงบประมาณ ,2565. https://drive.google.com/file/d/1JCM6yFGsTcm9megAjdRNsZUHUkLeyN9V/view http://www.ocsc.go.th/DLProject/mean-dlp https://www.nstda.or.th/th/nstda-knowledge/142-knowledges/2632 http://zaysai18.blogspot.com/2015/11/blog-post.html
ภาคผนวก
รายงานผลการดำเนินงาน โครงการจัดและส่งเสริมการจัดกิจกรรมการศึกษาตลอดชีวิตเพื่อคงสมรรถนะ ทางกาย จิต และสมองของ ผู้สูงอายุ รูปแบบกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิตผู้สูงวัยใส่ใจสุขภาพ ประจำปีงบประมาณ 2565 ผู้รับผิดชอบโครงการ นายวีรากร มณีทรัพย์สุคนธ์ และนางสาวสุรภา เชาวันดี 1.หลักการและเหตุผล การเปลี่ยนแปลงในวัยสูงอายุมีปัจจัยสำคัญ 2 ประการ คือ ปัจจัยทางกรรมพันธุ์ และปัจจัยจาก สิ่งแวดล้อม พบว่าสภาพแวดล้อมที่มีความสำคัญก็คือ ภาวะโภชนาการ และวิถีทางดำเนินชีวิต การที่ผู้สูงอายุ ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอหรือได้มากเกินไป มีผลซ้ำเติมอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย ซึ่งมีแนวโน้มจะเสื่อมอยู่แล้ว ให้เสื่อมยิ่งขึ้น การส่งเสริมสุขภาพในผู้สูงอายุ จึงต้องคำนึงถึงความต้องการสารอาหาร โดยเน้นความสมดุล ความพอเหมาะพอดี และความหลากหลายของอาหาร นอกจากนี้การออกกำลังกาย การผ่อนคลายทางกาย ทางจิต และการหลีกเลี่ยงสิ่งที่เป็นพิษ ก็เป็นปัจจัยที่สำคัญสำหรับพื้นฐานการมีสุขภาพดีของผู้สูงอายุ ปัญหา สุขภาพที่เกี่ยวข้องกับอาหารและโภชนาการ เนื่องจากระบบการทำงานของอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย เปลี่ยนแปลงไป ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ทำงานด้อยลง การรับรู้รสและกลิ่นน้อยลง ทำให้ความอยากอาหารลดลง ด้วย ประกอบกับมีปัญหาเรื่องเหงือกและฟัน และระบบการย่อย การดูดซึมอาหารไม่ดี จึงทำให้เกิดอาการ ท้องอืดท้องเฟ้อ บางทีก็ท้องผูกมีโอกาสเกิดโรคภัยไข้เจ็บได้ง่าย ปัญหาของผู้สูงอายุในเรื่องอาหารการกิน จึงมี ปัญหาทั้งกินไม่ได้และกินไม่พอจนทำให้เกิดภาวะขาดสารอาหาร เช่น การขาดแร่ธาตุแคลเซียม เหล็ก และ ขาดวิตามินต่างๆ ถ้าผู้สูงอายุได้อาหารบางอย่างมากไปไม่ถูกส่วน หรือไม่ได้ครบ 5 หมู่ ก็อาจเกิดปัญหาโรค เรื้อรัง เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน ไขมันอุดตันในหลอดเลือด ความดันโลหิตสูง เป็นต้น ซึ่งปัญหาเหล่านี้จะ ชะลอหรือป้องกันได้ถ้าผู้ที่อยู่ใกล้ชิดหรือมีความเกี่ยวข้องต่างๆ ให้ความเอาใจใส่ แนะนำเกี่ยวกับเรื่องการ บริโภคอาหาร จากวิถีชีวิตของชุมชน การดูแลด้านโภชนาการของผู้สูงวัย ควรคำนึงถึงสภาพการณ์ต่างๆ เช่น อาหารที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุในแต่ละสภาวะ และทรัพยากรธรรมชาติที่เรามีอยู่ ซึ่งสามารถดัดแปลงให้ เหมาะสมโดยพิจารณาถึงคุณภาพและเศรษฐกิจของครอบครัวเป็นหลัก พร้อมกันนั้นควรต้องยอมรับด้วยว่า อาหารที่เหมาะสมสำหรับคนสูงอายุคนหนึ่ง อาจจะไม่เหมาะสมสำหรับอีกคนหนึ่ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับหน้าที่ทาง กายภาพ สภาพของระบบอวัยวะของแต่ละคน ซึ่งโภชนาการที่ดีจะช่วยป้องกันการเกิดโรคต่างๆ ทั้งนี้ การ เตรียมอาหารที่มีคุณภาพ ควรให้ผู้สูงอายุรับประทานได้ครบ 5 หมู่ กินผลไม้มากกว่าขนมหวาน ผู้สูงอายุที่มี ปัญหาเรื่องไขมันในเลือดสูง เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ ควรลดอาหารที่ไขมันอิ่มตัวสูง เช่น เนื้อสัตว์ติดมัน เบ เกอรี่ และควรหันไปเลือกไขมันเชิงเดี่ยวที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัว ซึ่งมีอยู่ในน้ำมันมะกอก น้ำมันคาโบลา น้ำมันรำ ข้าวแทน ควรจะดูแลน้ำหนักให้สอดคล้องกับอายุและสภาพร่างกายด้วย ขณะที่คนที่เป็นโรคความดันและ โรคหัวใจ ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีความเค็มหรือมีโซเดียมสูง PDCA
ดังนั้น กศน.ตำบลนาจอมเทียน จึงเห็นความสำคัญและความจำเป็นอย่างยิ่ง ในการให้ความรู้ ความ เข้าใจในการเลือกรับประทานอาหารให้เหมาะสม ปรุงอาหารที่สะอาดปลอดภัย ถูกหลักโภชนาการและ สุขาภิบาลอาหาร กลุ่มผู้สูงอายุ กศน.ตำบลพลูตาหลวง จึงจัดโครงการจัดและส่งเสริมการจัดกิจกรรม การศึกษาตลอดชีวิตเพื่อคงสมรรถนะ ทางกาย จิต และสมองของผู้สูงอายุ รูปแบบกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิตผู้ สูงวัยใส่ใจสุขภาพประจำปีงบประมาณ 2565 ขึ้น 2.วัตถุประสงค์ 1. เพื่อส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีพฤติกรรมการบริโภคอาหารในสัดส่วนที่เหมาะสมเพียงพอ เอื้อต่อการมี ภาวะโภชนาการที่ดี เพื่อป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง 2. เพื่อสร้างความรอบรู้ในการส่งเสริมสุขภาพด้านโภชนาการผู้สูงอายุที่เอื้อต่อการปรับเปลี่ยนและมี พฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ดี 3.เป้าหมาย เชิงปริมาณ ผู้สูงอายุในตำบลนาจอมเทียน จำนวน 19 คน เชิงคุณภาพ ผู้สูงอายุ ร้อยละ 80 ที่เข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มเป้าหมายสามารถดูแลสุขภาพกายและจิตของ ตนเองได้ 4.ตัวชี้วัดความสำเร็จ ดัชนีตัวชี้วัดผลสำเร็จของโครงการ ตัวชี้วัดผลสำเร็จ (Outputs) - มีมีผู้เข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 - ผู้เข้าร่วมโครงการมีความพึงพอใจในระดับ มากขึ้นไป ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ตัวชี้วัดผลลัพท์ (Outcome) - ผู้เข้ารับการอบรมร้อยละ 80 มีความตระหนักในโภชนาการอารหารเพื่อสุขภาพของตัวเอง -ผู้เข้ารับการอบรมร้อยละ 80 มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโภชนาการอารหารเพื่อสุขภาพ และสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันและเผยแพร่ได้
5. ขั้นตอนการดำเนินการโครงการ/กิจกรรม (จากโครงการ) รายการ การดำเนินงาน การวางแผน (Plan) 1. วางแผนการจัดโครงการ 1.1 ประชุม 1.2 เขียนโครงการ/อนุมัติ รายการ การดำเนินงาน การปฏิบัติ(Do) 1. สำรวจความต้องการในการเข้าร่วมกิจกรรม 2. ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 3. ขออนุมัติโครงการต่อ ผอ.กศน.อำเภอสัตหีบ 4. แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงาน 5. ดำเนินงานตามแผนงาน 6. ประเมินผลการจัดกิจกรรม/โครงการ 7. สรุปและรายงานผลการดำเนินงาน การตรวจสอบ/ประเมินผล (Check) แบบประเมินโครงการของผู้เข้าร่วมไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 แนวทางการนำผลการประเมินไปปรับปรุง (Act) แบบประเมินโครงการของผู้เข้าร่วมน้อยกว่าร้อยละ 80 ต้องนำไปแก้ไข ปรับปรุงในจุดที่บกพร่อง เพื่อนำไปใช้กับ การจัดกิจกรรม/โครงการในครั้งต่อไป 6.ระยะเวลาดำเนินงาน - วันที่ 1 กรกฎาคม 2565 7.สถานที่ในการจัดกิจกรรมโครงการ - กศน.ตำบลนาจอมเทียน หมู่ที่ 5 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 8.ผลการดำเนินโครงการ 8.1 ผลการประเมินข้อมูลพื้นฐานของผู้เข้าร่วมโครงการ -จำนวนผู้เข้าอบรมจำนวน 19 คน เป็นเพศหญิง จำนวน 16 คน เพศชาย จำนวน 3 คน และช่วงอายุ 60 ปีขึ้นไปทั้งหมด และไม่ได้ประกอบอาชีพ 8.2 ความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมโครงการ - ผู้เข้าร่วมโครงการมีความพึงพอใจในระดับมากขึ้นไปไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 8.3 บรรลุตามวัตถุประสงค์คือ - ผู้เข้าร่วมโครงการฯ ร้อยละ 80 ของผู้สูงอายุที่เข้าร่วมกิจกรรมมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ โภชนาการอารหารเพื่อสุขภาพและสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันและเผยแพร่ได้
8.4 สรุปงบประมาณในการดำเนินงาน - แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ กิจกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ งบรายจ่ายอื่น รายการค่าใช้จ่ายโครงการจัดและส่งเสริมการจัด การศึกษาตลอดชีวิตเพื่อคงสมรรถนะการทางกาย จิต และสมองของผู้สูงอายุ งวดที่ 2 รหัสงบประมาณ 20002310039005000002 แหล่งของเงิน 6511500 9. จำนวนผู้เรียนและผู้ผ่านการเรียน/อบรม จำแนกตามอายุและเพศ เพศ อายุ ต่ำกว่า 15 ปี 15-39 ปี 40-59 ปี 60 ปีขึ้นไป รวม รวมทั้งสิ้น ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ จำนวนผู้เรียน 3 16 3 16 19 จำนวนผู้ผ่านการฝึกอบรม 3 16 3 16 19 10. จำนวนผู้เรียนและผู้ผ่านการฝึกอบรม จำแนกตามกลุ่มอาชีพและเพศ กลุ่มอาชีพ อายุ รับ ราชการ พนักงาน รัฐวิสาหกิจ ค้าขาย เกษตรกรรม รับจ้าง อื่นๆ รวม รวม ทั้งสิ้น ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ จำนวนผู้เรียน 3 16 3 16 19 จำนวนผู้ผ่านการฝึกอบรม 3 16 3 16 19 11. จำนวนผู้เรียนและผู้ผ่านการฝึกอบรม จำแนกตามกลุ่มเป้าหมายและเพศ กลุ่มเป้าหมายอายุ ผู้นำ ท้องถิ่น อบต. ผู้ต้องขัง ทหาร กอง ประจำ การ แรงงาน ไทย แรงงาน ต่างด้าว เกษตร กร อสม. กลุ่ม สตรี อื่น ๆ รวม รวม ทั้งสิ้น ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ จำนวนผู้เรียน 3 16 3 16 19 จำนวนผู้ผ่านการ ฝึกอบรม 3 16 3 16 19 12.ปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นระหว่างดำเนินงาน ….....ไม่มี...............................…............................................................................................. 13.ข้อเสนอแนะในการจัดกิจกรรมโครงการครั้งต่อไป ….....ไม่มี................................…............................................................................................
14.ภาพกิจกรรม ภาพรายงานผลการดำเนินงาน โครงการจัดและส่งเสริมการจัดกิจกรรมการศึกษาตลอดชีวิตเพื่อคงสมรรถนะ ทางกาย จิต และสมองของผู้สูงอายุ รูปแบบกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิตผู้สูงวัยใส่ใจสุขภาพ วันที่1 กรกฎาคม 2565 ณ กศน.ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ............................................ ผู้รายงาน ............................................ ผู้รายงาน ( นางสาวสุรภา เชาวันดี) ( นายวีรากร มณีทรัพย์สุคนธ์)
ภาคผนวก ก. แบบสำรวจความพึงพอใจผู้เข้าร่วมโครงการจัดและส่งเสริมการจัดกิจกรรมการศึกษาตลอดชีวิตเพื่อคง สมรรถนะ ทางกาย จิต และสมองของผู้สูงอายุ รูปแบบกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิตผู้สูงวัยใส่ใจสุขภาพ ส่วนที่ 1 คำชี้แจง ใส่เครื่องหมาย/ลงในช่องที่ตรงกับข้อมูลของท่านเพียงช่องเดียว เพศ ชาย หญิง อายุ 14-39 ปี 40-59ปี 60ปีขึ้นไป อาชีพ รับจ้าง ค้าขาย เกษตรกรรม รับราชการ อื่นๆ ส่วนที่ 2 ด้านความพึงพอใจของผู้เรียน/ผู้รับบริการ (ใส่เครื่องหมาย/ลงในช่องที่ตรงกับความคิดเห็นของท่านเพียง ช่องเดียว ข้อที่ รายการ ระดับการประเมิน มากที่สุด มาก ปานกลาง น้อย น้อยที่สุด 1 กิจกรรมที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของหลักสูตร 2 เนื้อหาของหลักสูตรตรงกับความต้องการ 3 การจัดกิจกรรมทำให้ผู้รับบริการสามารถคิดเป็นทำ เป็น แก้ปัญหาได้ 4 ผู้รับบริการมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นต่อ การจัดทำหลักสูตร 5 ผู้รับบริการสามารถนำความรู้ไปใช้ใน ชีวิตประจำวันได้ 6 สื่อ/เอกสารประกอบการจัดกิจกรรมมีความ เหมาะสม 7 วิทยากรมีความรู้ความสามารถในการจัดกิจกรรม 8 เทคนิค/กระบวนการในการจัดกิจกรรมของ วิทยากร 9 วิทยากรมีการใช้สื่อสอดคล้องและเหมาะสมกับ กิจกรรม 10 บุคลิกภาพของวิทยากร 11 สถานที่ในการจัดกิจกรรมเหมาะสม 12 ระยะเวลาในการจัดเหมาะสม 13 ความพึงพอใจในภาพรวมของผู้รับการอบรม ข้อเสนอแนะ
คณะผู้จัดทำ ที่ปรึกษา นางสุรัสวดี เลี้ยงสุพงศ์ ผอ. กศน.อำเภอสัตหีบ นางสุพัด นำเจริญลาภ ครูชำนาญการ นายทัพพเทพ อรเนตร ครูผู้ช่วย คณะทำงาน นายวีรากร มณีทรัพย์สุคนธ์ หัวหน้า กศน.ตำบลนาจอมเทียน นางสาวสุรภา เชาวันดี ครู กศน.ตำบลนาจอมเทียน u