ก
บทสรุปผู้บริหาร
โครงการพัฒนาบุคลากร กศน.อาเภอสัตหีบด้านเกษตรทฤษฎีใหม่สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” มี
วัตถุประสงค์ 1. เพื่อพัฒนาบุคลากร กศน.อาเภอสัตหีบเพื่อขยายผลสู่ นักศึกษา กศน.และประชาชนผู้สนใจ
ในพื้นที่ 2. เพ่ือน้อมนาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา
โมเดล”มาปรับใช้เพ่ือแก้ไขปัญหาและสร้างความสมบูรณ์ ความกินดี อยู่ดี มีงานทาให้กับชุมชน โดยมี
ผู้เข้าร่วมโครงการจานวน 20 คน แบ่งเป็น ชาย 2 คน และหญิง 18 คน ประกอบด้วย ข้าราชการครูและ
บคุ ลากรทางการศึกษา พนักงานราชการ ครูอาสาสมัคร ครู กศน.ตาบล ครูศูนย์การเรียนชุมชน ครูผู้สอนคน
พิการ บรรณารักษ์และบรรณารักษ์อัตราจ้าง โดยมี 1. นายทัพพเทพ อรเนตร 2. นางสุจินดา บุพนิมิตร
3. นายวีรากร มณีทรัพย์สุคนธ์ เป็นวิทยากรใหค้ วามรู้ ทง้ั นไ้ี ด้ข้อสรปุ ผลดังนี้
จากผลการดาเนินโครงการพัฒนาบุคลากร กศน.อาเภอสัตหีบด้านเกษตรทฤษฎีใหม่สู่ “โคก หนอง นา
โมเดล” พบว่า ผู้เข้าร่วมโครงการ บรรลุตามวัตถุประสงค์ คือ บุคลากรมีความรู้ ความเข้าใจ เกษตรทฤษฎีใหม่
ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล”อยู่ในระดับ “ดี” และผู้เข้าร่วมโครงการมีพึงพอใจในภาพรวมอยู่ในระดับ
“มาก” ท้ังน้ีผู้เข้าร่วมโครงการได้ทาแบบทดสอบความรู้ก่อนเข้าอบรมและหลังเข้าอบรม พบว่าคะแนน
แบบทดสอบก่อนเข้าอบรมโครงการพัฒนาบุคลากร กศน.อาเภอสัตหีบ ด้านเกษตรทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ “โคก
หนอง นา โมเดล” ของบุคลากร กศน.อาเภอสัตหีบ มีค่าเฉล่ียเท่ากับ 3.63 ส่วนคะแนนแบบทดสอบหลังเข้า
อบรมโครงการพัฒนาบุคลากร กศน.อาเภอสัตหีบ ด้านเกษตรทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” มี
ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 7.13 เม่ือนาคะแนนมาเปรียบเทียบกันพบว่าคะแนนของบุคลากร กศน.อาเภอสัตหีบท่ีเข้าอบรม
โครงการพัฒนาบุคลากร กศน.อาเภอสัตหีบ ด้านเกษตรทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” คะแนน
หลังเข้าอบรมมีค่าสูงกว่าคะแนนก่อนเข้าอบรม ซ่ึงในการดาเนินโครงการในครั้งน้ีได้สอดคล้องกับมาตรฐาน
การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย มาตรฐานการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน
มาตรฐานการศึกษาต่อเน่ือง มาตรฐานการศึกษาตามอัธยาศัย ในมาตรฐานที่ 3 คุณภาพการบริหารจัดการของ
สถานศึกษา ประเดน็ ที่ 3.3 การพฒั นาครู และบุคลากรทางการศึกษา และประเด็นท่ี 3.4 การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล
เพื่อสนับสนนุ การ บริหารจดั การ ของสานักงานปลัดกระทรวงศกึ ษาธกิ าร
ข
คานา
นโยบายและจุดเน้นประจาปีงบประมาณ 2564 ด้านการน้อมนาพระบรมราโชบายด้านการศึกษาสู่
การปฏบิ ตั ิ “หน่ึงชมุ ชน หน่งึ นวตั กรรมการพฒั นาชมุ ชนถิ่นไทยงาม” เพือ่ ความกินดี อย่ดู ี มีงานทา เช่น โคกหนอง
นาโมเดล ,คลองสวยน้าใส ,พลังงานทดแทน(แสงอาทิตย์), จิตอาสาพัฒนาชุมชน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของ
รัฐบาล ตามแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โครงการภายใต้แผนงานสร้างความเข้มแข็งแก่เศรษฐกิจ
ฐานราก โครงการพัฒนาพื้นท่ีต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา
โมเดล” เพอ่ื ฟน้ื ฟูเศรษฐกจิ และสังคมทไ่ี ด้รบั ผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 นั้น เป็น
อีกหนึ่งเครื่องมือในการขับเคลื่อนการพัฒนางานทางด้านการศึกษาที่จัดข้ึนให้กับบุคลากร นักศึกษา ประชาชน
ผู้รับบริการของ กศน.อาเภอสัตหีบ ซึ่งกศน.อาเภอสัตหีบได้ดาเนินงานตามภารกิจของสานักงาน กศน.จังหวัด
ชลบุรี คือดาเนินการพัฒนาบุคลากรแกนนาด้านเกษตรทฤษฎีใหม่เพื่อขยายสู่โคก หนอง นา โมเดล และนามา
ขยายผลต่อให้กับบุคลากร กศน.อาเภอสัตหีบเพื่อนาความรู้ท่ีได้ไปขยายผลให้กับนักศึกษาและประชาชนในพ้ืนท่ี
ตอ่ ไป
ดงั น้ันเพือ่ เป็นการประเมินผลถึงระดับคุณภาพและผลสัมฤทธ์ิของการดาเนินโครงการพัฒนาบุคลากร
กศน.อาเภอสัตหีบด้านเกษตรทฤษฎีใหม่สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” น้ัน กศน.อาเภอสัตหีบ จึงได้ดาเนินการ
สรุปผลการดาเนินโครงการพัฒนาบุคลากร กศน.อาเภอสัตหบี ด้านเกษตรทฤษฎีใหม่สู่ “โคก หนอง นา โมเดล”ขึ้น
เพ่อื เป็นแนวทางในการพัฒนาการศกึ ษาขององคก์ รต่อไป
กศน.อาเภอสัตหบี
ธันวาคม 2563
ค
สารบญั
บทสรปุ ผู้บรหิ าร ............................................................................................................................................ ก
คานา............................................................................................................................................................. ข
สารบัญ ......................................................................................................................................................... ค
บทท่ี 1 บทนา ............................................................................................................................................... 1
2. วัตถปุ ระสงค์ ................................................................................................................................ 1
3. เป้าหมาย..................................................................................................................................... 1
4. การตดิ ตามและประเมนิ ผลโครงการ............................................................................................. 2
บทท่ี 2 เอกสารงานวิจัยทเ่ี ก่ียวข้อง ............................................................................................................... 3
1. หลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง .............................................................................................. 3
2. แนวคิดและการดาเนนิ ชวี ติ ตามแนวพระราชดาริ ......................................................................... 9
3. แนวคิดเศรษฐกจิ พอเพียง ปรชั ญาเศรษฐกิจที่ทาได้จริง ............................................................. 12
4. โคก-หนอง-นา โมเดล ................................................................................................................13
บทท่ี 3 วธิ ีการดาเนนิ งาน............................................................................................................................ 17
1. เป้าหมาย...................................................................................................................................17
2. งบประมาณ ............................................................................................................................... 17
3. ระยะเวลาดาเนนิ การและสถานทด่ี าเนินการ...............................................................................17
4. ผรู้ บั ผดิ ชอบโครงการ .................................................................................................................17
5. วิธดี าเนินการ............................................................................................................................. 17
บทท่ี 4 ผลการดาเนินงาน ........................................................................................................................... 18
ตอนที่ 1 ข้อมลู ทวั่ ไป...................................................................................................................... 18
ตารางท่ี 1 แสดงจานวนและร้อยละ ของผู้เขา้ รว่ มกิจกรรม แยกตามเพศ......................... 18
ตารางที่ 2 แสดงจานวนและรอ้ ยละของผู้ร่วมกจิ กรรม แยกตามอายุ ............................... 18
ตารางที่ 3 แสดงจานวนและร้อยละของผูร้ ว่ มกจิ กรรม แยกตามสถานภาพ...................... 19
ตอนท่ี 2 ผลการวเิ คราะห์ข้อมูลสรุปผลความพงึ พอใจต่อการจดั กจิ กรรมโครงการพฒั นาบุคลากร
กศน.อาเภอสตั หีบ ดา้ นเกษตรทฤษฎีใหม่ประยกุ ตส์ ู่ “โคก หนอง นา โมเดล” ศูนย์
การศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัยอาเภอสัตหีบ อาเภอสัตหบี จังหวดั ชลบรุ ี 19
ตารางท่ี 4 คา่ ร้อยละระดับความความพึงพอใจต่อการจดั กิจกรรมโครงการพัฒนาบคุ ลากร
กศน.อาเภอสัตหีบ ด้านเกษตรทฤษฎีใหม่ประยุกตส์ ู่ “โคก หนอง นา โมเดล”
ศนู ยก์ ารศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั อาเภอสัตหบี อาเภอสตั หีบ
ง
จังหวัดชลบรุ ี...................................................................................................19
ตารางท่ี 5 ค่าเฉลย่ี สว่ นเบยี่ งเบนมาตรฐานและระดบั ความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรม
โครงการพฒั นาบุคลากร กศน.อาเภอสตั หีบ ดา้ นเกษตร ทฤษฎใี หมป่ ระยกุ ตส์ ู่
“โคก หนอง นา โมเดล” ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัย
อาเภอสัตหบี อาเภอสตั หีบ จงั หวัดชลบรุ ี ............................................................. 20
ตารางท่ี 6 ตารางเปรยี บเทียบผลสัมฤทธ์ิคะแนนก่อนเขา้ อบรมและหลงั เขา้ อบรมของเขา้ ร่วม
กิจกรรมโครงการพฒั นาบุคลากร กศน.อาเภอสัตหีบ ดา้ นเกษตรทฤษฎีใหมป่ ระยกุ ต์
สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” ศูนย์การศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
อาเภอสัตหบี อาเภอสตั หีบ จงั หวดั ชลบุรี ............................................................. 21
ตอนท่ี 3 ขอ้ เสนอแนะอืน่ ๆ.........................................................................................................21
บทที่ 5 สรปุ และข้อเสนอแนะ...................................................................................................................... 22
5.1 สถานภาพของผู้เข้าอบรม .........................................................................................................22
5.2 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลสรปุ ผลความพึงพอใจต่อการจัดกจิ กรรมโครงการพฒั นาบคุ ลากร กศน.
อาเภอสัตหีบ ดา้ นเกษตรทฤษฎใี หม่ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” ศูนย์การศึกษานอกระบบ
และการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอสัตหบี อาเภอสตั หีบ จังหวดั ชลบุรี ........................................22
5.3 ผลการวเิ คราะห์ตารางเปรยี บเทียบผลสัมฤทธิ์คะแนนกอ่ นเขา้ อบรมและหลังเข้าอบรมของ
ผู้เขา้ รว่ มกิจกรรมโครงการพฒั นาบคุ ลากร กศน.อาเภอสตั หีบ ด้านเกษตรทฤษฎีใหมป่ ระยุกต์สู่
“โคก หนอง นา โมเดล” ศูนยก์ ารศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั อาเภอสัตหบี
อาเภอสตั หีบ จังหวดั ชลบุรี.........................................................................................................23
5.4 ข้อเสนอแนะอ่นื ๆ..................................................................................................................... 23
เอกสารอ้างอิง .............................................................................................................................................24
คณะผจู้ ดั ทา ................................................................................................................................................25
บทที่ 1
บทนา
1. หลกั การและเหตผุ ล
ตามที่สานักงาน กศน. มีนโยบายและจุดเน้นประจาปีงบประมาณ 2564 ด้านการน้อมนาพระบรม
ราโชบายดา้ นการศึกษาส่กู ารปฏิบัติ “หนึ่งชุมชน หน่ึงนวัตกรรมการพัฒนาชุมชนถิ่นไทยงาม” เพ่ือความกินดี อยู่
ดี มีงานทา เช่น โคกหนองนาโมเดล ,คลองสวยน้าใส ,พลังงานทดแทน(แสงอาทิตย์), จิตอาสาพัฒนาชุมชน ซึ่ง
สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ตามแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โครงการภายใต้แผนงานสร้าง
ความเข้มแข็งแก่เศรษฐกิจฐานราก โครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่
ประยกุ ต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” เพอ่ื ฟนื้ ฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อ
ไวรสั โคโรนา 2019
สานักงาน กศน.จังหวัดชลบรุ ี เป็นอกี หนว่ ยงานหนึ่งท่ีเล็งเห็นถงึ ความสาคญั ของนโยบายดังกล่าว และ
ไดจ้ ัดทาโครงการพัฒนาครู กศน.แกนนาเกษตรทฤษฎีใหมป่ ระยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” ขึ้น ระหว่างวันที่ 8
- 9 ธันวาคม 2563 ณ ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติสองสลึง ตาบลสองสลึง อาเภอแกลง จังหวัดระยอง เพื่อน้อมนา
หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่มาปรับใช้เพื่อแก้ไขปัญหาและสร้างความสมบูรณ์ ความ
กินดี อยู่ดี มีงานทาใหก้ บั ชุมชน โดยพฒั นาครู กศน.แกนนาเพ่ือเป็นต้นแบบและขยายผลให้กับครู กศน. บุคลากร
ในสถานศึกษาในสงั กดั นักศกึ ษา กศน. และประชาชนผสู้ นใจในพื้นที่นน้ั
ดังนั้น ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอสัตหีบจึงได้เล็งเห็นความสาคัญใน
การขบั เคลื่อนการดาเนนิ งานใหส้ อดคลอ้ งกบั นโยบายสานกั งาน กศน.จังหวัดชลบุรี จึงได้มีการขยายผลเพ่ือพัฒนา
บุคลากร กศน.อาเภอสัตหบี ใหม้ ีความรดู้ ้านเกษตรทฤษฎใี หม่ “โคก หนอง นา โมเดล” เพ่ือนาไปถ่ายทอดความรู้
ให้กับกลุม่ เปา้ หมายตอ่ ไป
2. วตั ถุประสงค์
2.1 เพ่ือพัฒนาบุคลากร กศน.อาเภอสัตหีบเพ่ือขยายผลสู่ นักศึกษา กศน.และประชาชนผู้สนใจใน
พ้นื ท่ี
2.2 เพอ่ื นอ้ มนาหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งและเกษตรทฤษฎีใหมป่ ระยุกต์สู่ “โคก หนอง นา
โมเดล”มาปรบั ใช้เพอ่ื แกไ้ ขปัญหาและสร้างความสมบูรณ์ ความกินดี อยู่ดี มงี านทาใหก้ บั ชมุ ชน
3. เป้าหมาย
3.1 เชิงปรมิ าณ บุคลากร กศน.อาเภอสตั หีบ จานวน 21 คน
3.2 เชิงคุณภาพ บคุ ลากร กศน.อาเภอสตั หีบ ที่ผา่ นการอบรมมีความรู้ ความเข้าใจในการน้อมนา
หลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งและเกษตรทฤษฎีใหม่ประยุกตส์ ู่ “โคก หนอง นา โมเดล”และสามารถนาไป
ถ่ายทอดต่อได้
2
4. การติดตามและประเมินผลโครงการ
- แบบทดสอบก่อน-หลงั เข้ารับการอบรม
- แบบประเมินความพงึ พอใจ
- รายงานผลการจัดโครงการ
3
บทที่ 2
เอกสารงานวิจยั ท่ีเกีย่ วข้อง
ในการจดั ทารายงานโครงการพฒั นาบคุ ลากร กศน.อาเภอสัตหีบด้านเกษตรทฤษฎใี หม่ สู่ “โคก
หนอง นา โม เดล” ครงั้ น้ี ผจู้ ดั ทาได้ทาการค้นคว้าเนื้อหาเอกสารการศึกษาและงานวจิ ัยทเ่ี กี่ยวข้อง ดังน้ี
1. หลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
2. แนวคดิ และการดาเนินชวี ิตตามแนวพระราชดาริ
3. แนวคดิ เศรษฐกิจพอเพียง ปรัชญาเศรษฐกจิ ที่ทาไดจ้ ริง
4. โคก หนอง นา โม เดล
1. หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
ความหมายและความเป็นมา
ความหมายของเศรษฐกิจพอเพียง
เศรษฐกจิ พอเพียง เป็นปรัชญาชี้ถงึ แนวการดารงอยู่ และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับต้ังแต่ระดับ
ครอบครัว ระดับชุมชนจนถึงระดับรัฐ ท้ังในการพัฒนา และบริหารประเทศให้ดาเนินไปใน ทางสายกลาง
โดยเฉพาะการพฒั นาเศรษฐกจิ เพือ่ ให้ก้าวทนั ตอ่ โลกยุคโลกาภวิ ัตน์
ความพอเพยี ง หมายถงึ ความพอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึงความจาเป็นท่ีจะต้องมีระบบภูมิคุ้มกัน
ในตัวท่ีดพี อสมควร ตอ่ การมีผลกระทบใดๆ อันเกดิ จากการเปลย่ี นแปลงทงั้ ภายนอก และภายใน ทั้งน้ีจะต้องอาศัย
ความรอบรู้ ความรอบคอบ และความระมัดระวังอย่างย่ิง ในการนาวิชาการต่าง ๆ มาใช้ในการวางแผน และการ
ดาเนินการทุกข้ันตอน และขณะเดียวกันจะต้องเสริมสร้างพื้นฐานจิตใจของคนในชาติโดยเฉพาะเจ้าหน้าท่ีของรัฐ
นักทฤษฎี และนักธุรกิจในทุกระดับให้มีสานึกในคุณธรรม ความซ่ือสัตย์สุจริต และให้มีความรอบรู้ท่ีเหมาะสม
ดาเนินชีวิต ด้วยความอดทน ความเพียร มีสติ ปัญญา และความรอบคอบ เพ่ือให้สมดุล และพร้อมต่อการรองรับ
การเปลย่ี นแปลงอยา่ งรวดเรว็ และกวา้ งขวางทง้ั ด้านวัตถุ สงิ่ แวดลอ้ ม และวฒั นธรรมจากโลกภายนอกได้เป็นอย่าง
ดี
ความเป็นมาของเศรษฐกิจพอเพียง
คาว่า “เศรษฐกิจพอเพียง” เป็นปรัชญาท่ีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงมีพระราช
ดารัสช้ีแนะแนวทางในการดาเนินชีวิตให้แก่พสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอดนานกว่า 30 ปี เพื่อนาไปปฏิบัติในการ
ดาเนินชีวิตในยามที่ประเทศประสบปัญหาวิกฤติทางเศรษฐกิจใน พ.ศ.2540 ภายหลังเม่ือได้ทรงเน้นย้าแนว
ทางการแกไ้ ขเพอ่ื ใหป้ ระชาชนรอดพ้นและสามารถอยู่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนภายใต้กระแสโลกาภิวัฒน์ จากพระ
ราชดารัสของพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ วั ภูมพิ ลอดุลยเดช ในวนั ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2517 ว่า
“…การพัฒนาประเทศจาเป็นต้องทาตามลาดับขั้น ต้องสร้างพ้ืนฐานคือ ความพอมี พอกิน พอใช้ ของประชาชน
ส่วนใหญ่เบื้องต้นก่อน โดยใช้วิธีการและอุปกรณ์ที่ประหยัดแต่ถูกต้องตามหลักวิชาการ เม่ือได้พ้ืนฐานจากม่ันคง
พร้อมพอสมควร และปฏิบัติได้แล้ว จึงค่อยสร้างค่อยเสริมความเจริญ และฐานะทางเศรษฐกิจขั้นท่ีสูงโดยลาดับ
ตอ่ ไป…”
4
ใน พ.ศ. 2540 เกิดปัญหาวิกฤตการณ์เศรษฐกิจ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พระราชทานพระราชดารัสเนื่อง
ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2540 ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา เร่ืองเศรษฐกิจ
พอเพียงอีกครั้ง เพือ่ แนวทางแก้ปญั หาใหก้ ับประเทศ
“…การเป็นเสือนั้นไม่สาคัญ สาคัญอยู่ที่เรามีเศรษฐกิจแบบพอมีพอกิน แบบพอมีพอกินน้ัน หมายความว่าอุ้มชู
ตนเองได้ให้มีพอเพียงกับตนเอง อันน้ีก็เคยบอกว่าความพอเพียงไม่ได้หมายความว่า ทุกครอบครัวจะต้องผลิต
อาหารของตัว จะต้องทอผ้าใส่เอง อย่างน้ันมันเกินไป แต่ว่าในหมู่บ้านหรือในอาเภอจะต้องมีความพอเพียง
พอสมควร บางสิ่งบางอย่างที่ผลิตได้มากกว่าความต้องการ ก็ขายได้ แต่ขายในที่ไม่ห่างไกลเท่าไร ไม่ต้องเสียค่า
ขนส่งมากนกั …”
คาว่า “พอเพียง” จากพระราชดารัสของพระบาทสมเด็จพระเต้าอยู่หัวฯ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา
วันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2541 ณ ศาลาดุสิตดาลัย สวนจิตรลดา พระราชทานความหมายของคาว่า “พอเพียง” ไว้
ว่า
“…คาว่าพอเพียงมีความหมายอีกอย่างหน่ึง มีความหมายกว้างออกไปอีก ไม่ได้หมายถึงการมีพอสาหรับใช้เอง
เท่านน้ั แตม่ ีความหมายว่า พอมีพอกิน พอมพี อกนิ นี้แผลวา่ เศรษฐกจิ พอเพียงน้นั เอง…”
“…ให้เพียงพอน้ีหมายความว่ามีกินมีอยู่ ไม่ฟุ่มเฟือยไม่หรูหราก็ได้แต่ว่าพอ แม้บางอย่างอาจจะดูฟุ่มเฟือยแต่ก็ทา
ให้มคี วามสขุ ถ้าทาไดก้ ส็ มควรจะทา สมควรทจี่ ะปฏิบตั ิ…”
“…Self-sufficiency นั้นหมายความว่า ผลิตอะไรมพี อท่จี ะใช้ ไม่ต้องไปขอยมื คนอื่นอยไู่ ด้ดว้ ยตนเอง…”
ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
เศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาชี้ถึงแนวการดารงอยู่และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับ
ครอบครัว ระดับชุมชน จนถึงระดับรัฐ ท้ังในการพัฒนาและบริหารประเทศให้ดาเนินไปในทางสายกลาง
โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจ เพื่อให้ก้าวทันต่อโลกยุคโลกาภิวัตน์ ความพอเพียง หมายถึง ความพอประมาณ
ความมีเหตุผล รวมถึงความจาเป็นท่ีจะต้องมีระบบภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีพอสมควร ต่อการกระทบใดๆ อันเกิดจาก
การเปลี่ยนแปลงทงั้ ภายในภายนอก ท้งั นี้ จะตอ้ งอาศัยความรอบรู้ ความรอบคอบ และความระมัดระวังอย่างยิ่งใน
การนาวิชาการต่างๆ มาใช้ในการวางแผนและการดาเนินการ ทุกขั้นตอน และขณะเดียวกัน จะต้องเสริมสร้าง
พ้ืนฐานจติ ใจของคนในชาติ โดยเฉพาะเจ้าหน้าทขี่ องรัฐ นักทฤษฎี และนกั ธุรกิจในทุกระดับ ให้มีสานึกในคุณธรรม
ความซื่อสัตย์สุจริต และให้มีความรอบรู้ท่ีเหมาะสม ดาเนินชีวิตด้วยความอดทน ความเพียร มีสติ ปัญญา และ
ความรอบคอบ เพ่ือให้สมดุลและพร้อมต่อการรองรับการเปล่ียนแปลงอย่างรวดเร็วและกว้างขวาง ทั้งด้านวัตถุ
สังคม สิ่งแวดลอ้ ม และวัฒนธรรมจากโลกภายนอกไดเ้ ป็นอยา่ งดี
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ประกอบไปด้วย 5 ส่วน ดงั นี้
ส่วนที่ 1. กรอบแนวคิด
เป็นปรัชญาท่ีช้ีแนะแนวทางการดารงอยู่ และปฏิบัติตนในทางท่ีควรจะเป็น โดยมีพื้นฐานมาจากวิถีชีวิต
ดั้งเดิมของสงั คมไทย สามารถนามาประยุกต์ใช้ไดต้ ลอดเวลา และเป็นการมองโลกเชิงระบบท่ีมกี ารเปลี่ยนแปลงอยู่
ตลอดเวลา และเป็นการมองโลกเชิงระบบท่มี กี ารเปลีย่ นแปลงอยตู่ ลอดเวลา มุ่งเน้นการรอดพ้นจากภัย และวิกฤต
เพือ่ ความม่ันคง และความย่งั ยนื ของการพฒั นา
สว่ นท่ี 2. คุณลกั ษณะ
เศรษฐกิจพอเพียง สามารถนามาประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติตนได้ในทุกระดับ โดยเน้นการปฏิบัติบนทาง
สายกลาง และการพัฒนาอยา่ งเป็นข้ันตอน
สว่ นที่ 3. คานยิ าม
ความพอเพยี งจะตอ้ งประกอบดว้ ย 3 คุณลกั ษณะ ดงั น้ี
5
ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีท่ีไม่น้อยเกินไป และไม่มากเกินไปโดยไม่เบียดเบียนตนเอง และ
ผอู้ นื่ เชน่ การผลติ และการบรโิ ภคท่ีอยใู่ นระดับพอประมาณ
ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจเก่ียวกับระดับของความพอเพียงน้ัน จะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผล
โดยพิจารณาจากเหตปุ จั จยั ท่เี กีย่ วขอ้ งตลอดจนคานึงถงึ ผลทีค่ าดวา่ จะเกดิ ขึน้ จากการกระทานัน้ ๆ อยา่ งรอบคอบ
การมภี ูมคิ มุ้ กันทดี่ ใี นตวั หมายถงึ การเตรยี มตวั ให้พร้อมรบั ผลกระทบ และการเปล่ียนแปลงด้าน ต่าง ๆ
ทจี่ ะเกดิ ขนึ้ โดยคานงึ ถึงความเปน็ ไปไดข้ องสถานการณ์ ตา่ ง ๆ ทค่ี าดวา่ จะเกดิ ขน้ึ ในอนาคตทั้งใกล้ และไกล
ส่วนที่ 4. เงอ่ื นไข
การตดั สินใจและการดาเนินกจิ กรรมตา่ ง ๆ ใหอ้ ยู่ในระดับพอเพียงน้ัน ต้องอาศัยท้ังความรู้ และคุณธรรม
เป็นพน้ื ฐาน 2 เง่ือนไข ดงั นี้
เงื่อนไขความรู้ ประกอบด้วย ความรอบรู้เกี่ยวกับวิชาการต่าง ๆ ท่ีเกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน ความ
รอบคอบที่จะนาความรู้เหล่านั้นมาพิจารณาให้เช่ือมโยงกัน เพื่อประกอบการวางแผน และความระมัดระวังในข้ัน
ปฏิบตั ิ
เงื่อนไขคุณธรรม ท่ีจะต้องเสริมสร้างประกอบด้วย มีความตระหนักในคุณธรรม มีความซ่ือสัตย์สุจริต
และมคี วามอดทน มคี วามเพียร ใช้สติปัญญาในการดาเนินชวี ิต
ส่วนที่ 5. แนวทางปฏบิ ตั ิ / ผลที่คาดว่าจะไดร้ ับ
จากการนาปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ คือ การพัฒนาท่ีสมดุล และย่ังยืน พร้อมรับต่อ
การเปลี่ยนแปลงในทุกดา้ น ทงั้ ดา้ นเศรษฐกิจ สังคม สงิ่ แวดล้อม ความรู้ และเทคโนโลยี
3 หว่ ง 2 เง่ือนไข เศรษฐกิจพอเพยี ง
แนวคิดหลักของ เศรษฐกิจพอเพียง ก็คือ การต้ังอยู่บนพ้ืนฐานของทางสายกลาง ไม่ประมาท โดยที่
จะต้องคานึงถึงความพอประมาณ ความมีเหตุผล การสร้างภูมิคุ้มกันท่ีดีในตัว ตลอดจนใช้ความรู้ความ
รอบคอบ และคณุ ธรรม ไมส่ ดุ โตง่ ไปดา้ นใดด้านหนึ่ง ซ่งึ ทง้ั หมดนรี้ วมกันเปน็ หลกั ท่ีปฏิบัติได้
3ห่วง2เง่ือนไข ประกอบไปด้วยอะไรบ้างนั้น เราได้สรุปรวบยอดมาให้เข้าใจได้ง่ายๆ พร้อมท้ังนาภาพประกอบ
ความเข้าใจ มาให้ดูด้วยเพ่ือความเข้าใจท่ีแจ่มแจ้งขึ้น ซ่ึง3 ห่วง 2 เงื่อนไข น้ัน แท้จริงแล้ว เป็นบทสรุปของ
เศรษฐกจิ พอเพยี ง นน่ั เอง คอื สรุปใหเ้ ข้าใจได้งา่ ยๆ ดังตอ่ ไปน้ี
3 หว่ ง คือทางสายกลาง ประกอบไปด้วย ดงั นี้
ห่วงที่ 1 คือ พอประมาณ หมายถึง พอประมาณในทุกอย่าง ความพอดีไม่มากหรือว่าน้อยจนเกินไป
โดยตอ้ งไม่เบียดเบยี นตนเอง หรอื ผู้อ่นื ให้เดอื ดร้อน
ห่วงท่ี 2 คือ มีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับของความพอเพียงนั้น จะต้องเป็นไป
อย่างมีเหตุผล โดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เก่ียวข้อง ตลอดจนคานึงถึงผลท่ีคาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทา
น้นั ๆ อย่างรอบคอบ
ห่วงที่ 3 คือ มีภูมิคุ้มกันท่ีดีในตัวเอง หมายถึง การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการ
เปลี่ยนแปลงด้านการต่างๆ ที่จะเกิดข้ึนโดยคานึงถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ต่างๆ ที่คาดว่าจะเกิดข้ึนใน
อนาคตทั้งใกลแ้ ละไกล
2 เง่อื นไข ตามแนว เศรษฐกิจพอเพียง ได้แก่
เงอ่ื นไขท่ี 1 เง่อื นไขความรู้ คือ มคี วามรอบรู้เก่ียวกับ วิชาการต่างๆที่เก่ียวข้องอย่างรอบด้าน ความ
รอบคอบที่จะนาความรู้เหล่าน้ันมาพิจารณาให้เช่ือมโยงกัน เพ่ือประกอบการ วางแผน และความ
ระมัดระวัง ในข้ันตอนปฏบิ ัติ คุณธรรมประกอบด้วย มีความตระหนักในคุณธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริต และมี
ความอดทน มคี วามเพียร ใช้สตปิ ญั ญาในการดาเนินชวี ติ
6
เงื่อนไขที่ 2 เง่ือนไขคุณธรรม คือ มีความตระหนักในคุณธรรม มีความซ่ือสัตย์สุจริต และมีความ
อดทน มีความเพียร ใช้สตปิ ัญญาในการดาเนนิ ชวี ติ
“ เศรษฐกิจพอเพียงจริงๆ คือ หลักการดาเนินชีวิตที่จริงแท้ที่สุด กรอบแนวคิดของหลัก
ปรัชญา มงุ่ เนน้ ความมน่ั คงและความยง่ั ยืน ของการพัฒนา อนั มคี ณุ ลกั ษณะทสี่ าคญั คอื สามารถประยุกต์ใช้ใน
ทุกระดับ ตลอดจนให้ความสาคัญกับคาว่าความพอเพียง ท่ีประกอบด้วย ความพอประมาณ ความมีเหตุมี
ผล มีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว ภายใต้เง่ือนไขของการตัดสินใจและการดาเนินกิจกรรมที่ต้องอาศัยเงื่อนไขความรู้และ
เง่อื นไขคณุ ธรรม ”
“ หากทุกฝ่ายเข้าใจกรอบแนวคิด คุณลักษณะ คานิยามของเศรษฐกิจพอเพียงอย่างแจ่มชัดแล้ว ก็จะ
ง่ายข้นึ ในการนาไปประยกุ ต์ใชเ้ ป็นแนวทางปฏิบตั ิ และจะนาไปสผู่ ลที่คาดว่าจะได้รับ คือ การพัฒนาท่ีสมดุลและ
ยงั่ ยนื พร้อมรบั ต่อการเปล่ยี นแปลงในทกุ ด้าน ทงั้ ดา้ นเศรษฐกจิ สงั คม สงิ่ แวดล้อม ความรแู้ ละเทคโนโลยี
ปัจจัยของเศรษฐกิจพอเพยี ง
ปจั จยั ทางเศรษฐกิจท่มี ผี ลตอ่ การเปดิ เสรที างเศรษฐกจิ ของประเทศมดี ังนี้
ความสามารถในการผลติ สินค้า ประเทศไทยสามารถผลิตสินค้าที่มีคุณภาพเพื่อการส่งออกได้อย่างหลากหลาย ทา
ใหส้ ามารถกระจายการค้าไปส่ตู ลาดต่างประเทศได้ ในขณะเดียวกันก็มีความต้องการสินค้าท่ีไม่สามารถผลิตได้เอง
ในประเทศ หรือใช้ทนุ สูงในการผลิตจึงต้องมกี ารนาเขา้ จากต่างประเทศ
แรงงานท่ีมีคุณภาพและค่าจ้างแรงขั้นต่าประเทศไทยมีแรงงานท่ีมีคุณภาพและค่าจ้างแรงงานยังอยู่ในระดับต่าทา
ให้อุตสาหกรรมท่ีต้องใช้แรงงานของไทยมีต้นตุนการผลิตต่า ส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมของไทยและอุตสาหกรรมท่ี
เกิดจากการลงทุนระหวา่ งประเทศ
นโยบายเปิดเสรีทางเศรษฐกิจรัฐบาลไทยมีนโยบายเปิดเสรีทางเศรษฐกิจ ให้การสนับสนุนการเปิดการค้าเสรี
นโยบายกีดกันทางการค้าระหว่างประเทศประเทศมหาอานาจทางเศรษฐกิจหลายประเทศดาเนินนโยบายกีดกัน
ทางการค้าระหว่างประเทศ เพ่ือไม่ให้สินค้าจากต่างประเทศมาแข่งขันกันสินค้าที่ผลิตในประเทศตนจึงทาให้
ประเทศไทยต้องแสวงหาตลาดส่งออกแห่งใหม่การขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ ในโลกความต้องการ
สินค้าที่มคี วามหลากหลายในตลาดโลกเพม่ิ ขึน้ เน่ืองจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ ในโลกอัตรา
แลกเปล่ียนเงินตราต่างประเทศเม่ือใดค่าเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนตัวลงก็จะเอ้ือประโยชน์ต่อภาคการส่งออก ถ้า
ค่าเงินบาทแข็งข้ึนการส่งออกของไทยกจ็ ะลดลง
7
การวางแผนพฒั นาเศรษฐกจิ
หมายถึง สิ่งท่ีรัฐบาลได้จัดทาข้ึนล่วงหน้าแสดงถึงวัตถุประสงค์ เป้าหมาย แผนการดาเนิน
นโยบาย และมาตรการต่างๆรวมทั้งข้ันตอนการดาเนินงานเกี่ยวกับเศรษฐกิจในช่วงระยะเวลาหน่ึง เพื่อให้
เศรษฐกิจของประเทศเจรญิ เตบิ โตและพฒั นาตามเปา้ หมายและวตั ถุประสงค์ที่ได้กาหนดไว้
ประโยชนข์ องการวางแผนพฒั นาเศรษฐกจิ
การวางแผนพฒั นาเศรษฐกิจเป็นส่ิงที่มีประโยชน์ต่อการเร่งรดั พฒั นาเศรษฐกิจของประเทศ ด้วยเหตุผลที่สาคัญ
2 ประการคือ
1. ช่วยให้ประเทศจัดสรรทรัพยากรและปัจจัยการผลิตท่ีประเทศมีอยู่ได้อย่างเหมาะสมและเป็นประโยชน์ต่อ
ประชาชนส่วนใหญข่ องประเทศ
2. ทาให้ภาครฐั และภาคเอกชนมเี ปา้ หมายท่ตี รงกันในการพฒั นาเศรษฐกิจประเทศ
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย
หลังจากท่ีมีการปฏิวัติโดยเฉพาะคณะราษฎรเพื่อเปล่ียนแปลงการปกครองใน พ.ศ.2475 นายปรีดี พนม
ยงค์ หน่ึงในคณะผู้ก่อการเสนอ “เค้าโครงเศรษฐกิจ” หรือสมุดปกเหลืองต่อรัฐบาลเพื่อให้ใช้เป็นแผนพัฒนา
เศรษฐกิจของประเทศ แต่เน่ืองจากหลักการส่วนใหญ่ของเค้าโครงเศรษฐกิจมรลักษณะของเศรษฐกิจแบบสังคม
นิยมซึ่งเป็นเร่ืองใหม่สาหรับประเทศไทยในขณะน้ัน จึงไม่ได้รับการยอมรับ ต่อเมื่อจอมพลสฤษด์ิ ธนะ
รัชต์ เป็นนายกรัฐมนตรี รัฐบาลไทยในสมัยน้ันได้เร่ิมตระหนักถึงความสาคัญในเร่ืองน้ี จึงได้จัดต้ัง สภา
พัฒนาการเศรษฐกิจแห่งชาติ ข้ึนเมื่อ พ.ศ. 2502 มีหน้าที่ในการดาเนินการจัดทาแผลพัฒนาเศรษฐกิจ
แห่งชาติ ปัจจุบันหน่วยงานนี้ คือ สานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สังกัด
นายกรฐั มนตรี
8
ปจั จยั ทางดา้ นเศรษฐกจิ
เศรษฐกิจของแต่ละประเทศมีสถานะท่ีแตกต่างกันไป ประเทศท่ีมีสถานะทางเศรษฐกิจไม่ดีจะกลายเป็น
ประเทศด้อยพัฒนาหรือกาลังพัฒนา ส่วนประเทศท่ีมีฐานะทางเศรษฐกิจดีก็จะกลายเป็นประเทศมหาอานาจและ
ทาให้มพี ันธมติ รมากฐานะทางเศรษฐกจิ นนั้ เปน็ พืน้ ฐานของอุตสาหกรรมทางยุทโธปกรณ์และอุตสาหกรรมหนักอ่ืน
ๆ ปัจจัยทางเศรษฐกจิ ที่ต้องพจิ ารณา คือ ทรัพยากรและผลผลติ ทางด้านอุตสาหกรรม
ก. ทรพั ยากรธรรมชาติ หมายถงึ แรธ่ าตุ ไดแ้ ก่ ถ่านหนิ น้ามัน แกส๊ ธรรมชาติ พวกโลหะ ได้แก่ เหล็ก ทองแดง
ฯลฯทรัพยากรธรรมชาติท่ีมีบทบาทอันสาคัญในเวทีการเมืองระหว่างประเทศปัจจุบัน คือ น้ามัน ประเทศผู้ผลิต
น้ามันกลายเป็นประเทศท่ีมีความสาคัญมาก และประเทศเหล่าน้ันมีการรวมตัวกันขึ้นเพ่ือมีอานาจต่อรองในด้าน
ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งประเทศ เช่น กลุม่ โอเปค
ข. การผลิตทางด้านอุตสาหกรรม ประเทศที่ได้เปรียบ คือ ประเทศผู้มีความสามารถในด้านการผลิตสูง
หมายถึง ประเทศท่มี คี วามสามารถทางดา้ นเทคโนโลยีสงู
ทฤษฎี/โครงการในพระราชดาริ
ทฤษฎีใหมต่ ามแนวพระราชดาริ
อาจเปรยี บเทยี บกับหลกั เศรษฐกจิ พอเพยี ง ซ่ึงมีอยู่ 2แบบ คอื แบบพน้ื ฐานกบั แบบกา้ วหน้า
ความพอเพียงในระดับบุคคลและครอบครัวโดยเฉพาะเกษตรกร เป็นเศรษฐกิจพอเพียงแบบพื้นฐานเทียบได้
กับทฤษฎีใหม่ข้ันท่ี 1 ท่ีมุ่งแก้ปัญหาของเกษตรกรที่อยู่ห่างไกลแหล่งน้า ต้องพ่ึงน้าฝนและประสบความเสี่ยงจาก
การท่นี า้ ไมพ่ อเพียง แม้กระทั่งสาหรับการปลูกข้าวเพ่ือบริโภค และมีข้อสมมติว่า มีที่ดินพอเพียงในการขุดบ่อเพื่อ
แก้ปัญหาในเร่ืองดังกล่าวจากการแก้ปัญหาความเส่ียงเร่ืองน้า จะทาให้เกษตรกรสามารถมีข้าวเพ่ือการบริโภคยัง
ชพี ในระดบั หน่ึงได้ และใช้ทด่ี ินสว่ นอน่ื ๆ สนองความตอ้ งการพนื้ ฐานของครอบครัว รวมทั้งขายในส่วนท่ีเหลือเพื่อ
มรี ายไดท้ ่จี ะใช้เปน็ คา่ ใช้จา่ ยอื่น ๆ ท่ไี ม่สามารถผลิตเองได้ ท้งั หมดนเ้ี ป็นการสร้างภูมิคุ้มกนั ในตัวให้เกิดข้ึนในระดับ
ครอบครัว อย่างไรก็ตาม แม้กระท่ัง ในทฤษฎีใหม่ข้ันที่ 1 ก็จาเป็นที่เกษตรกรจะต้องได้รับความช่วยเหลือจาก
ชมุ ชนราชการ มูลนิธิ และภาคเอกชน ตามความเหมาะสม
ความพอเพียงในระดับชุมชนและระดับองค์กร เป็นเศรษฐกิจพอเพียงแบบก้าวหน้า ซ่ึงครอบคลุมทฤษฎีใหม่
ขั้นท่ี 2 เป็นเรื่องของการสนับสนุนให้เกษตรกรรวมพลังกันในรูปกลุ่มหรือสหกรณ์ หรือการท่ีธุรกิจต่าง ๆ รวมตัว
กันในลักษณะเครือข่ายวิสาหกิจ กล่าวคือ เม่ือสมาชิกในแต่ละครอบครัวหรือองค์กรต่าง ๆ มีความพอเพียงขั้น
พ้ืนฐานเป็นเบื้องต้นแล้วก็จะรวมกลุ่มกันเพื่อร่วมมือกันสร้างประโยชน์ให้แก่กลุ่มและส่วนรวมบนพ้ืนฐานของการ
ไม่เบยี ดเบยี นกนั การแบ่งปนั ชว่ ยเหลอื ซ่ึงกันและกนั ตามกาลงั และความสามารถของตนซึ่งจะสามารถทาให้ ชุมชน
โดยรวมหรือเครอื ข่ายวสิ าหกิจน้ันๆ เกดิ ความพอเพียงในวิถีปฏบิ ตั ิอยา่ งแทจ้ ริง
ความพอเพียงในระดับประเทศ เป็นเศรษฐกิจพอเพียงแบบก้าวหน้า ซึ่งครอบคลุมทฤษฎีใหม่ขั้นท่ี 3 ซึ่ง
ส่งเสริมให้ชุมชนหรือเครือข่ายวิสาหกิจสร้างความร่วมมือกับองค์กรอ่ืน ๆ ในประเทศ เช่น บริษัทขนาดใหญ่
ธนาคาร สถาบนั วิจัย เป็นตน้
การสร้างเครอื ข่ายความรว่ มมือในลักษณะเช่นน้ีจะเป็นประโยชน์ในการสืบทอดภูมิปัญญา แลกเปลี่ยนความรู้
เทคโนโลยี และบทเรียนจากการพัฒนา หรือร่วมมือกันพัฒนา ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ทาให้ประเทศอัน
เป็นสังคมใหญ่อันประกอบด้วยชุมชน องค์กร และธุรกิจต่าง ๆ ท่ีดาเนินชีวิตอย่างพอเพียงกลายเป็นเครือข่าย
ชมุ ชนพอเพยี งที่เชอ่ื มโยงกันด้วยหลกั ไมเ่ บียดเบียน แบ่งปนั และช่วยเหลือซึง่ กันและกันไดใ้ นท่สี ุด
9
ทฤษฎีใหมข่ นั้ ตน้ ให้แบง่ พ้ืนทอี่ อกเป็น 4 สว่ น ตามอตั ราส่วน 30:30:30:10 ซง่ึ หมายถึง
พื้นที่ส่วนที่หน่ึง ประมาณ 30% ใหข้ ุดสระเก็บกักน้าเพ่ือใช้เก็บกักน้าฝนในฤดูฝน และใช้เสริมการปลูก
พชื ในฤดแู ลง้ ตลอดจนการเลย้ี งสตั ว์และพืชนา้ ต่างๆ
พื้นท่ีส่วนท่ีสอง ประมาณ 30% ให้ปลูกข้าวในฤดูฝนเพื่อใช้เป็นอาหารประจาวันสาหรับครอบครัวให้
เพียงพอตลอดปี เพ่อื ตดั คา่ ใชจ้ ่ายและสามารถพ่ึงตนเองได้
พ้ืนท่ีส่วนที่สาม ประมาณ 30% ให้ปลูกไม้ผล ไม้ยืนต้น พืชผัก พืชไร่ พืชสมุนไพร ฯลฯ เพ่ือใช้เป็น
อาหารประจาวัน หากเหลอื บรโิ ภคกน็ าไปจาหนา่ ย
พน้ื ทส่ี ่วนทส่ี ี่ ประมาณ 10% เป็นทอ่ี ยู่อาศัย เล้ียงสตั ว์ ถนนหนทาง และโรงเรือนอืน่ ๆ
ทฤษฎีใหม่ขั้นท่ีสอง เม่ือเกษตรกรเข้าใจในหลักการและได้ปฏิบัติในที่ดินของตนจนได้ผลแล้ว ก็ต้องเริ่มข้ันที่สอง
คือใหเ้ กษตรกรรวมพลงั กันในรูป กล่มุ หรือ สหกรณ์ รว่ มแรงร่วมใจกันดาเนินการในด้าน
1. การผลิต (พนั ธุพ์ ืช เตรยี มดิน ชลประทาน ฯลฯ)
2. การตลาด (ลานตากขา้ ว ยงุ้ เครอ่ื งสีขา้ ว การจาหน่าย)
3. การเป็นอยู่ (กะปิ นา้ ปลา อาหาร เครอื่ งนุ่งห่ม ฯลฯ)
4. สวัสดิการ (สาธารณสุข เงินกู)้
5. การศึกษา (โรงเรยี น ทนุ การศกึ ษา)
6. สังคมและศาสนา
ทฤษฎีใหม่ข้ันที่สาม เม่ือดาเนินการผ่านพ้นขั้นท่ีสองแล้ว เกษตรกร หรือกลุ่มเกษตรกรก็ควรพัฒนาก้าวหน้า
ไปสู่ขั้นท่ีสามต่อไป คือติดต่อประสานงาน เพ่ือจัดหาทุน หรือแหล่งเงิน เช่น ธนาคาร หรือบริษัท ห้างร้านเอกชน
มาช่วยในการลงทุนและพัฒนาคุณภาพชีวิต ทั้งนี้ ท้ังฝ่ายเกษตรกรและฝ่ายธนาคาร หรือบริษัทเอกชนจะได้รับ
ประโยชนร์ ว่ มกนั กลา่ วคือ
- เกษตรกรขายข้าวไดร้ าคาสูง (ไมถ่ กู กดราคา)
- ธนาคารหรอื บริษัทเอกชนสามารถซื้อขา้ วบรโิ ภคในราคาต่า (ซื้อข้าวเปลือกตรงจากเกษตรกรและ
มาสีเอง)
- เกษตรกรซ้ือเครื่องอุปโภคบริโภคได้ในราคาต่า เพราะรวมกันซ้ือเป็นจานวนมาก (เป็นร้าน
สหกรณ์ราคาขายส่ง)
- ธนาคารหรือบริษัทเอกชน จะสามารถกระจายบุคลากร เพ่ือไปดาเนินการในกิจกรรมต่างๆ ให้
เกิดผลดีย่ิงขึน้
2. แนวคิดและการดาเนินชีวติ ตามแนวพระราชดาริ
แนวพระราชดารใิ นการดาเนินชวี ิตแบบพอเพียง
1. ยดึ ความประหยัด ตดั ทอนคา่ ใช้จา่ ยในทกุ ด้าน ลดละความฟุม่ เฟือยในการใช้ชวี ติ
2. ยึดถือการประกอบอาชีพดว้ ยความถกู ต้อง ซอ่ื สัตยส์ จุ ริต
3. ละเลิกการแกง่ แย่งผลประโยชนแ์ ละแขง่ ขันกันในทางการค้าแบบตอ่ สู้กันอย่างรนุ แรง
4. ไม่หยุดน่ิงที่จะหาทางให้ชีวิตหลุดพ้นจากความทุกข์ยาก ด้วยการขวนขวายใฝ่หาความรู้ให้มีรายได้เพิ่มพูนขึ้น
จนถงึ ขนั้ พอเพียงเปน็ เป้าหมายสาคญั
5. ปฏิบตั ติ นในแนวทางท่ดี ี ลดละส่ิงชัว่ ประพฤติตนตามหลกั ศาสนา
10
แนวทางการทาเกษตรแบบเศรษฐกิจพอเพียง
ระบบเกษตรกรรมที่จะนาไปสู่การเกษตรยั่งยืน โดยมีรูปแบบท่ีดาเนินการมีลักษณะใกล้เคียงกัน และทาให้ ผู้
ปฏิบัติมีความสับสนในการให้ความหมายและวิธีปฏิบัติที่ถูกต้อง ได้แก่ระบบเกษตรผสมผสานและระบบ ไร่นา
ส่วนผสม ในท่ีนี้จึงขอใหค้ าจากัดความรวมท้งั ความหมายของคาท้ัง 2 คา ดงั ตอ่ ไปนี้
ระบบเกษตรผสมผสาน (Integrated Farming System) เป็นระบบการเกษตรที่มีการเพาะปลูกพืชหรือการ
เล้ยี งสัตว์ต่างๆ ชนิดอยู่ในพ้ืนท่ีเดียวกันภายใต้การเก้ือกูล ประโยชน์ต่อกันและกันอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดย
อาศยั หลักการอยู่รวมกันระหว่างพืช สัตว์ และส่ิงแวดล้อมการอยู่รวมกันอาจจะอยู่ในรูปความสัมพันธ์ระหว่างพืช
กับพืช พืชกับสัตว์ หรือสัตว์กับสัตว์ก็ได้ ระบบเกษตรผสมผสานจะประสบผลสาเร็จได้ จะต้องมีการวางรูปแบบ
และดาเนินการ โดยให้ความสาคัญต่อกิจกรรม แต่ละชนิดอย่างเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมทางกายภาพ
เศรษฐกิจ สังคม มีการใช้แรงงาน เงินทุน ท่ีดิน ปัจจัย การผลิตและทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ
ตลอดจนรจู้ ักนาวสั ดเุ หลอื ใช้จากการผลติ ชนดิ หนึ่งมาหมุนเวียนใช้ประโยชน์กบั การผลติ อีกชนดิ หนงึ่ กับการผลิตอีก
ชนดิ หนง่ึ หรือหลายชนิดภายในไร่นาแบบครบวงจร ตัวอย่างกจิ กรรมดงั กลา่ ว เช่น การเล้ยี งไก่ หรือสุกรบนบ่อปลา
การเลย้ี งปลาในนาขา้ ว การเล้ียงผึง้ ในสวนผลไม้ เปน็ ต้น
ตามแนวคดิ ดังกลา่ วมหี ลักการพน้ื ฐานท่ีสาคญั 2 ประการ คือ
1) ต้องมีกิจกรรมการเกษตรต้ังแต่ 2 กจิ กรรมขนึ้ ไป
2) ต้องเกิดการเกื้อกูลประโยชน์ระหวา่ งกจิ กรรมตา่ งๆ
ระบบไร่นาสวนผสม (Mixed/Diversefied/Polyculture Farming System) เป็นระบบการเกษตรท่ีมีกิจกรรม
การผลิตหลาย ๆ กิจกรรมเพื่อตอบสนองต่อการบริโภคหรือลดความเสี่ยงจากราคา ผลิตผลที่มีความไม่แน่นอน
เท่าน้ัน โดยมิได้มีการจัดการให้กิจกรรมการผลิตเหล่าน้ันมีการผสมผสานเกื้อกูลกันเพื่อ ลดต้นทุนการผลิต และ
คานึงถึงสภาพแวดล้อมเหมือนเกษตรผสมผสานการทาไร่นาสวนผสมอาจมีการเกื้อกูลกันจาก กิจกรรมการผลิต
บ้าง แต่กลไกการเกิดข้ึนน้ันเป็นแบบ “เป็นไปเอง” มิใช่เกิดจาก “ความรู้ ความเข้าใจ” อย่างไร ก็ตามไร่นาสวน
ผสม สามารถพัฒนาความรู้ความสามารถของเกษตรกรผู้ดาเนินการให้เป็นการดาเนินการในลักษณะ ของระบบ
เกษตรผสมผสานไดเ้ หตุผลท่ีมาของรูปแบบการเกษตรผสมผสานได้
ปรบั ดินใหม้ คี ุณภาพดว้ ยการรบั แสงแดดไมต่ ้องฟมุ่ เฟอื ยเพื่อบารงุ ใหม่
หากพบว่าสภาพดินในสวนไม่เอื้ออานวยให้ปลูกพืชเท่าไร แนะนาให้พรวนดินและเปิดหน้าดินรับแสงแดด
โดยตรง เพราะแสงแดดจะชว่ ยปรับสภาพดินให้มีสารอาหารท่ีเหมาะสมกับพืชหรือจะทาการผสมดินในข้ันตอนไป
พร้อมๆ กนั เลยก็ได้
ความช่มุ ชน้ื ของดนิ คอื ส่ิงท่ีตอ้ งรกั ษา
อกี หน่ึงวธิ กี ารทาสวนให้พอเพยี งนัน้ กค็ อื การรกั ษาความชมุ่ ช้นื ของดินเอาไว้ หากเราปล่อยปละละเลยเรื่องเล็ก
ๆ อย่างน้ไี ปรับรองว่าคุณต้องนอนก่ายหน้าผากบนกองบิลค่าน้าเป็นแน่ มาเร่ิมกันที่วิธีแรกด้วยการรองใต้กระถาง
ด้านในดว้ ยกระดาษทชิ ชู แพมเพิร์สชน้ิ ใหม่ หรอื เสื้อถักไหมพรมตัวเก่าเอามาคลุมหน้าดินด้วยแกลบและปลูกหญ้า
แฝกไว้รอบ ๆ สวน วิธที งั้ หมดนจี้ ะช่วยกักเก็บน้าไว้ในดินได้อย่างเหมาะสมและส่งผลให้พืชพรรณเจริญเติบโตออก
ดอกออกผลอย่างสวยงามจากการทาเกษตรกระแสหลักโดยเฉพาะอย่างยิ่งการทาเกษตรเชิงเดี่ยวหรือการผลิต
สินค้า เกษตรชนดิ เดียว เกดิ ปญั หาหลายๆดา้ นคือ
1) รายไดข้ องครวั เรือนไม่มีเสถียรภาพ
2) เศษวัสดจุ ากพชื และมูลสัตว์ไมไ่ ดน้ าไปใช้ประโยชน์
11
3) การผลิตสนิ ค้าเดย่ี วบางชนดิ ใชเ้ งนิ ลงทนุ มาก
4) ครัวเรอื นต้องพ่งึ พิงอาหารจากภายนอก
ดงั น้ันจึงเกิดแนวคิดในการที่หาระบบการผลิตในไร่นา ที่สามารถใช้ประโยชน์จากพื้นท่ีทากินขนาดเล็ก เพ่ือ
ลดความเสี่ยงจากการผลิต ลดการพ่ึงพิงเงินทุน ปัจจัยการผลิตและอาหารจากภายนอก เศษพืชและมูลสัตว์ ซ่ึง
เปน็ ผลพลอยได้จากกจิ กรรมการผลิต ไปใช้ให้เกดิ ประโยชน์ในไร่นาและทาใหผ้ ลผลติ และรายไดเ้ พม่ิ ข้นึ
วัตถุประสงคข์ องการเกษตรผสมผสาน
1. เพอื่ ให้เกิดความมนั่ คงด้านรายได้
2. เพอื่ ลดการพ่งึ พาดา้ นเงินทนุ ปจั จัยการผลิต และอาหารจากภายนอก
3. เพ่อื ให้เกิดการประหยัดทางขอบขา่ ย
4. เพ่มิ รายได้จากพ้ืนทเ่ี กษตรขนาดยอ่ ยที่จากดั
นอกจากนี้ยังมี การเพิ่มพนู ความอุดมสมบรู ณข์ องทรัพยากรธรรมชาติ ลดการทาลายสิง่ แวดล้อม ทาให้
เกษตรกรมีความเป็นอิสระในการดารงชีวติ
วธิ ีการแบง่ สัดส่วนกิจกรรมเกษตรระบบผสมผสาน
เกษตรผสมผสานเป็นแนวทางหรือหลักในการบริหารจัดการท่ีดินและน้าเพื่อการเกษตรในท่ีดินขนาดเล็กให้เกิด
ประโยชน์สูงสุดด้วยหลักเศรษฐกิจพอเพียง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระราชดารินี้เพ่ือเป็น
การชว่ ยเหลือเกษตรกร การจดั การพื้นทีแ่ บง่ ไดเ้ ปน็ 4 สว่ น คือ
30:30:30:10 ดังน้ี
ขุดสระเก็บกกั นา้
พื้นท่ีประมาณ 30% ให้ขุดสระเก็บกักน้า เพื่อให้มีน้าใช้ สม่าเสมอตลอดปี โดยเก็บกักน้าฝนในฤดูฝน และใช้
เสริมการปลูกพืชในฤดูแล้ง หรือระยะฝนท้ิงช่วง ตลอดจนการเลี้ยงสัตว์ และพืชน้าต่างๆ เช่น ผักบุ้ง ผักกระเฉด
โสน ฯลฯ
ปลกู ข้าว
พื้นที่ประมาณ 30 % ให้ปลูกข้าวในฤดูฝน เพ่ือใช้เป็นอาหารประจาวันสาหรับครัวเรือนให้เพียงพอตลอดปี
โดยไม่ต้องซือ้ หาในราคาแพง เปน็ การลดค่าใช้จา่ ย และสามารพง่ึ ตนเองได้
ปลกู ผลไม้ ไมย้ นื ต้น พืชไร่ พืชผัก
พ้ืนท่ีประมาณ 30 % ให้ปลูกไม้ผล ไม้ยืนต้น พืชไร่ พืชผัก พืชสมุนไพร ฯลฯ อย่างผสมผสานกัน และ
หลากหลายในพ้ืนท่ีเดียวกัน เพื่อใช้เป็นอาหารประจาวัน หากเหลือจากการบริโภคก็นาไปขายได้
เปน็ ทอ่ี ยู่อาศยั และอื่นๆ
พ้ืนที่ประมาณ 10 % ใช้เป็นที่อยู่อาศัย เล้ียงสัตว์ ถนนหนทาง คันดิน โรงเรือนและสิ่งก่อสร้างอื่นๆ รวมทั้ง
คอกเลี้ยงสัตว์ เรือนเพาะชา ฉางเก็บผลิตผลการเกษตร ฯลฯ น่ีเป็นทฤษฎีปฏิบัติจริง พ้ืนท่ีเป็นนาทั้งหมดหรือไร่
สวนด้วย
จุดเด่นของการเกษตรผสมผสาน
1)การลดความเส่ยี งและความไมแ่ น่นอนของรายได้
2)รายไดส้ มา่ เสมอ
3)การประหยัดทางขอบข่าย ค่าใชจ้ า่ ยในไรน่ าลดลง มีรายไดส้ ทุ ธิเพม่ิ มากขึน้
4) ลดการพง่ึ พิงจากภายนอก
5) ลดการว่างงานตามฤดูกาล มีงานทาทงั้ ปี ทาให้ลดการอพยพแรงงาน
12
สรุป
เกษตรผสมผสาน คือ ระบบการเกษตรท่ีมกี ารปลูกพืชและหรือมีการเลี้ยงสัตว์หลายชนิด ในพื้นท่ีเดียวกัน โดย
ท่ีกิจกรรมแต่ละชนิด จะต้องเก้ือกูลประโยชน์ต่อกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่าง
เหมาะสมเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด มีความสมดุลของสภาพแวดล้อมและเพิ่มพูนความอุดมสมบูรณ์ของ
ทรพั ยากรธรรมชาติ เป็นกระบวนการท่ีมีการจัดการอย่างมีระบบสามารถนาไปบูรณาการใช้ได้กับทุกพื้นที่และทุก
ภมู ิศาสตร์ เป็นแนวคดิ ที่ทาได้จรงิ แก้ปัญหาไดจ้ รงิ และสามารถพัฒนาคณุ ภาพชวี ติ ไดเ้ ป็นอยา่ งดี
3. แนวคิดเศรษฐกจิ พอเพยี ง ปรัชญาเศรษฐกิจที่ทาได้จริง
เศรษฐกิจพอเพียง เป็นกรอบแนวคิด ซึ่งมุ่งให้ทุกคนสามารถพึ่งพาตัวเองได้ รวมถึงการพัฒนาให้ดีย่ิงข้ึน จนเกิด
ความยัง่ ยนื คาวา่ พอเพยี ง คือ การดาเนนิ ชีวิตแบบทางสายกลาง โดยต้ังอยู่บนหลักสาคัญสามประการ คือ ความ
พอประมาณ ความมเี หตุผล และการมภี มู ิคมุ้ กันที่ดี
ความพอประมาณ
คือ การดารงชีวิตให้เหมาะสม ซ่ึงเราควรจะมีความพอประมาณท้ังการหารายได้ และพอประมาณในการใช้จ่าย
ความพอประมาณในการหารายได้ คือ ทางานหารายได้ด้วยช่องทางสุจริต ทางานให้เต็มความสามารถ ไม่
เบียดเบียนผอู้ น่ื สว่ นความพอประมาณในการใช้จา่ ย หมายถงึ การใช้จ่ายให้เหมาะกับฐานะความเป็นอยู่ ไม่ใช้จ่าย
ฟุ่มเฟือยหรือใช้จ่ายเกินตัว และในขณะเดียวกัน ก็ใช้จ่ายในการดูแลตนเอง และครอบครัวอย่างเหมาะสม ไม่อยู่
อย่างลาบาก และฝดื เคืองจนเกินไป
ความมีเหตผุ ล
ไมว่ า่ จะเป็นการทาธุรกจิ หรือการดารงชีวิตประจาวัน เราจาเป็นต้องมีการตัดสินใจตลอดเวลา ซ่ึงการตัดสินใจที่ดี
ควรต้ังอยู่บนการไตร่ตรองถึงเหตุ รวมท้ังคานึงถึงผลที่อาจตามมาจากการตัดสินใจอย่างรอบคอบ ไม่ใช่ตัดสินใจ
ตามอารมณ์ หรอื จากสิ่งท่คี นอ่ืนบอกมาโดยปราศจากการวิเคราะห์
การมีภมู ิคมุ้ กนั ที่ดี
คือ การเตรียมตัวให้พร้อมรับกับความเปลี่ยนแปลง ในโลกที่ไม่มีอะไรแน่นอน ทั้งสภาพลม ฟ้า อากาศที่ไม่
เออ้ื อานวยต่อการทาเกษตร การเปลย่ี นแปลงในบรษิ ัทคู่ค้า การเลิกจ้างพนักงานในบริษัทใหญ่ หรือแม้แต่ความไม่
แนน่ อนของสถานการณท์ ง้ั ในและตา่ งประเทศท่ีมีผลต่อการลงทุน เราจึงจาเป็นต้องเรียนรู้ที่จะดารงอยู่ได้ด้วยการ
พงึ่ พาตนเอง และตงั้ อยู่ในความไม่ประมาทอยู่เสมอ เช่น เตรียมแผนสารองสาหรับแต่ละสถานการณ์ การมีรายได้
หลายทางเพื่อลดความเส่ียงในวันที่ถูกเลิกจ้าง หรือการกระจายความเสี่ยงในการลงทุนโดยการดารงชีวิตตาม
หลักการทั้งสามข้อนั้น จาเป็นต้องมีความรู้และคุณธรรมประกอบด้วย ความรู้ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันที่เหมาะสม เช่น
ความรู้ในการประกอบวิชาชีพช่วยให้ธุรกิจและการงานเจริญก้าวหน้า หรือความรู้ในการลงทุนช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน
ให้นักลงทุน ทั้งนี้ ความรู้และประสบการณ์ จะช่วยทาให้เราตัดสินใจได้อย่างเป็นเหตุเป็นผล ถึงแม้ว่า พ้ืนฐาน
ความคิดและประสบการณ์ที่แตกต่างกันอาจทาให้เหตุผลของแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน แต่หากทุกคนยึดมั่นอยู่ใน
หลักคุณธรรม ก็จะทาให้การอยรู่ ว่ มกันในสังคมเป็นไปอย่างสงบสุข อย่างท่ีกล่าวมาข้างต้น การพ่ึงพาตัวเองได้เป็น
เพียงส่วนเร่ิมต้นของการพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง โดยเมื่อทุกคนสามารถดูแลตัวเอง และครอบครัวได้แล้ว ขั้น
ต่อไปอาจทาการพัฒนาธุรกิจ โดยมีการรวมกลุ่มกันในวิชาชีพเดียวกัน เพื่อแลกเปล่ียนความรู้และให้ความ
ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ในการรวมกลุ่มกันน้ัน ไม่จากัดเฉพาะการรวมกลุ่มของชาวบ้าน เกษตรกร ในรูปของ
สหกรณ์ การทางานในเมืองก็สามารถมีการรวมกลุ่มกันได้ เช่น การแบ่งปันความรู้ ประสบการณ์ในการทาธุรกิจ
13
ของกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน การแลกเปลี่ยนแนวคิดการลงทุน เพ่ือเป็นการต่อยอดความรู้ รวมไปจนถึงการ
แบ่งปนั ความชว่ ยเหลือส่งกลับคนื สูส่ ังคม ไปสู่กลุ่มท่ียังตอ้ งการความชว่ ยเหลืออยู่ เชน่ กจิ กรรมจิตอาสา เพื่อสร้าง
สงั คมที่เขม้ แข็งและอยู่รว่ มกนั อย่างสงบสุข
4. โคก-หนอง-นา โมเดล
โคก-หนอง-นา โมเดล คือ การจดั การพ้ืนที่ซง่ึ เหมาะกบั พื้นทีก่ ารเกษตร ซึ่งเปน็ ผสมผสานเกษตรทฤษฎีใหม่ เข้ากับ
ภูมิปัญญาพื้นบ้านท่ีอยู่อย่างสอดคล้องกับธรรมชาติในพื้นที่น้ันๆ โคก-หนอง-นา โมเดล เป็นการที่ให้ธรรมชาติ
จัดการตวั มนั เองโดยมี มนุษย์เปน็ ส่วนสง่ เสริมใหม้ ันสาเร็จเรว็ ข้ึน อย่างเป็นระบบ
โคก-หนอง-นา โมเดล ซ่งึ เป็นแนวทางทาเกษตรอินทรยี แ์ ละการสร้างชวี ติ ที่ยัง่ ยนื โดยมอี งคป์ ระกอบดังนี้
1. โคก: พืน้ ท่ีสงู
– ดนิ ท่ีขุดทาหนองนา้ นนั้ ให้นามาทาโคก บนโคกปลูก “ป่า 3อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง” ตามแนวทางพระราชดาริ
– ปลูกพืช ผัก สวนครัว เล้ียงหมู เล้ียงไก่ เลี้ยงปลา ทาให้พออยู่ พอกิน พอใช้ พอร่มเย็น เป็นเศรษฐกิจพอเพียง
ขั้นพื้นฐาน ก่อนเข้าสู่ขั้นก้าวหน้า คือ ทาบุญ ทาทาน เก็บรักษา ค้าขาย และเชื่อมโยงเป็นเครือข่าย
– ปลูกทีอ่ ยูอ่ าศยั ใหส้ อดคล้องกับสภาพภมู ปิ ระเทศ และภูมอิ ากาศ
2. หนอง: หนองน้าหรอื แหล่งน้า
– ขุดหนองเพื่อกักเก็บน้าไว้ใช้ยามหน้าแล้งหรือจาเป็น และเป็นท่ีรับน้ายามน้าท่วม (หลุมขนมครก)
– ขดุ “คลองไส้ไก”่ หรอื คลองระบายนา้ รอบพน้ื ทตี่ ามภมู ิปัญญาชาวบ้าน โดยขุดให้คดเค้ียวไปตามพ้ืนที่เพ่ือให้น้า
กระจายเตม็ พืน้ ทเี่ พมิ่ ความชุม่ ช้นื ลดพลงั งานในการรดนา้ ตน้ ไม้
– ทา ฝายทดน้า เพ่ือเก็บน้าเข้าไว้ในพ้ืนท่ีให้มากท่ีสุด โดยเฉพาะเม่ือพ้ืนท่ีโดยรอบไม่มีการกักเก็บน้า น้าจะหลาก
ลงมายังหนองน้า และคลองไสไ้ ก่ ใหท้ าฝายทดน้าเกบ็ ไว้ใชย้ ามหน้าแลง้
14
– พัฒนาแหล่งน้าในพ้ืนที่ ท้ังการขุดลอก หนอง คู คลอง เพ่ือกักเก็บน้าไว้ใช้ยามหน้าแล้ง และเพิ่มการระบายน้า
ยามนา้ หลาก
3. นา:
– พื้นที่นาน้ันให้ปลูกข้าวอินทรีย์พ้ืนบ้าน โดยเร่ิมจากการฟ้ืนฟูดิน ด้วยการทาเกษตรอินทรีย์ย่ังยืน คืนชีวิตเล็กๆ
หรือจุลินทรีย์กลับคืนแผ่นดินใช้การควบคุมปริมาณน้าในนาเพื่อคุมหญ้า ทาให้ปลอดสารเคมีได้ ปลอดภัยทั้งคน
ปลูก คนกิน
– ยกคนั นาใหม้ ีความสูงและกวา้ ง เพอื่ ใชเ้ ป็นที่รับน้ายามน้าทว่ ม ปลกู พชื อาหารตามคันนา
โดย กรมการพฒั นาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ไดม้ ีการขับเคลือ่ นโครงการ ตามแนวทาง “โคก หนอง นา โมเดล”
ทุกหมบู่ ้าน โดยมี 6 รปู แบบ ดงั ภาพประกอบ
15
16
17
บทที่ 3
วิธกี ารดาเนินงาน
1. เป้าหมาย
บุคลากร กศน.อาเภอสัตหบี จานวน 21 คน
2. งบประมาณ
เงินงบประมาณรายจ่ายประจาปี พ.ศ.2564 แผนงานยุทธศาสตร์สร้างความเสมอภาคทางการศึกษา
โครงการสนบั สนุนคา่ ใชจ้ า่ ยในการจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนจบการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน กิจกรรมการศึกษา
นอกระบบ ระดับการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน งบอุดหนุน เงินอุดหนุนท่ัวไป ค่าจัดการเรียนการสอน จานวนเงิน 3,255
บาท (สามพันสองร้อยหา้ สิบหา้ บาทถว้ น)
3. ระยะเวลาดาเนินการและสถานท่ดี าเนนิ การ
วันท่ี 22 ธันวาคม 2563
4. ผู้รับผดิ ชอบโครงการ
นายทัพพเทพ อรเนตร ครผู ้ชู ่วย กศน.อาเภอสตั หีบ
5. วิธดี าเนนิ การ
1. ประชุมและวางแผนรว่ มกับบุคลากรท่เี กย่ี วข้อง
2. ขออนุมตั ิโครงการ และวางแผนการดาเนินงาน
3. แต่งตัง้ คณะทางานและเก่ียวขอ้ ง
4. ดาเนนิ ตามแผนงานโครงการ
5. รายงาน สรปุ และประเมินผลโครงการ
6. การกาหนดเกณฑ์การใหค้ ะแนน
กาหนดเกณฑ์การให้คะแนน ดังนี้
คะแนนระดับ 5 หมายถึง มากท่ีสุด
คะแนนระดับ 4 หมายถึง มาก
คะแนนระดบั 3 หมายถึง ปานกลาง
คะแนนระดบั 2 หมายถึง น้อย
คะแนนระดบั 1 หมายถงึ น้อยทส่ี ดุ
เทียบกับเกณฑ์การแปลความหมายของค่าเฉล่ียดังน้ี (บญุ ชม ศรีสะอาด : 2553)
ค่าเฉลยี่ ความหมาย
1.00 – 1.50 มคี วามพึงพอใจน้อยท่สี ดุ
1.51 – 2.50 มคี วามพึงพอใจน้อย
2.51 – 3.50 มีความพึงพอใจปานกลาง
3.51 – 4.50 มีความพึงพอใจมาก
4.51 – 5.00 มีความพึงพอใจมากทสี่ ุด
18
บทท่ี 4
ผลการดาเนนิ งาน
การสรุปผลการจดั กิจกรรมโครงการพฒั นาบุคลากร กศน.อาเภอสตั หบี ด้านเกษตรทฤษฎีใหม่
ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” สามารถสรุปผลการดาเนินงานได้ดังนี้ จากกลุ่มเป้าหมายจานวน 21 คน
แจกแบบสอบถาม จานวน 20 ชดุ ได้รับแบบสอบถามกลับคนื มา จานวน 16 ชดุ คดิ เปน็ ร้อยละ 80.00 ผลการ
วเิ คราะหข์ ้อมลู มีดังน้ี
ตอนที่ 1 ข้อมลู ทั่วไป
ตารางที่ 1 แสดงจานวนและรอ้ ยละ ของผ้เู ข้ารว่ มกจิ กรรม แยกตามเพศ
เพศ จานวน ร้อยละ
ชาย - -
หญงิ 16 100
รวม 16 100
จากตารางท่ี 1 พบวา่ ผเู้ ข้ารว่ มโครงการพฒั นาบุคลากร กศน.อาเภอสตั หีบ ดา้ นเกษตรทฤษฎีใหม่
ประยกุ ตส์ ู่ “โคก หนอง นา โมเดล” ส่วนใหญ่เป็นเพศหญงิ จานวน 16 คดิ เปน็ รอ้ ยละ 100.00
ตารางที่ 2 แสดงจานวนและรอ้ ยละของผู้รว่ มกิจกรรม แยกตามอายุ
ชว่ งอายุ จานวน รอ้ ยละ
1 6.25
15-25 ปี 9 56.25
26 - 35 ปี 3 18.75
36 - 40 ปี 3 18.75
40ปขี น้ึ ไป 16 100
รวม
จากตารางที่ 2 พบวา่ ผเู้ ข้าร่วมโครงการพัฒนาบุคลากร กศน.อาเภอสัตหีบ ดา้ นเกษตรทฤษฎีใหม่
ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” ส่วนใหญม่ ชี ว่ งอายุระหวา่ ง 26-35 ปี มากที่สดุ คิดเปน็ ร้อยละ 56.25
รองลงมามชี ว่ งอายุระหวา่ ง 36-40 ปี และ 40ปีข้ึนไป คิดเปน็ ร้อยละ 18.75 และมีชว่ งอายุระหวา่ ง 15-25 ปี คิด
เปน็ รอ้ ยละ 6.25 ตามลาดับ
19
ตารางที่ 3 แสดงจานวนและรอ้ ยละของผรู้ ่วมกจิ กรรม แยกตามสถานภาพ
สถานภาพ จานวน ร้อยละ
1. ข้าราชการครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษา 12.5
2. พนักงานราชการครูอาสาสมคั ร กศน. 2 12.5
3. พนกั งานราชการครู กศน.ตาบล 2 31.25
4. ครศู ูนย์การเรียนชมุ ชน 5 31.25
5. ครผู ู้สอนคนพิการ 5 6.25
6. บรรณารกั ษ/์ บรรณารักษ์อัตราจ้าง 1 6.25
7. อื่นๆ 1 -
รวม - 100
16
จากตารางท่ี 3 พบวา่ ผู้เขา้ รว่ มโครงการพัฒนาบุคลากร กศน.อาเภอสัตหบี ด้านเกษตรทฤษฎีใหม่
ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” ส่วนใหญ่ เปน็ พนกั งานราชการครู กศน.ตาบลและครูศนู ยก์ ารเรยี นชมุ ชนมาก
ทสี่ ดุ คดิ เป็นรอ้ ยละ 31.25 รองลงมา คือพนกั งานราชการครู กศน.ตาบล คิดเป็นร้อยละ 25.00 และพนักงาน
ราชการครูอาสาสมัครและข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา คิดเปน็ ร้อยละ 12.5 ตามลาดบั
ตอนที่ 2 ผลการวเิ คราะห์ข้อมูลสรุปผลความพงึ พอใจต่อการจัดกจิ กรรมโครงการพฒั นาบคุ ลากร กศน.อาเภอ
สัตหบี ดา้ นเกษตรทฤษฎีใหม่ประยุกตส์ ู่ “โคก หนอง นา โมเดล” ศูนย์การศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตาม
อธั ยาศัยอาเภอสัตหบี อาเภอสัตหีบ จงั หวดั ชลบุรี
ตารางที่ 4 คา่ ร้อยละระดับความความพึงพอใจต่อการจดั กิจกรรมโครงการพัฒนาบคุ ลากร กศน.
อาเภอสัตหบี ดา้ นเกษตรทฤษฎใี หมป่ ระยุกตส์ ู่ “โคก หนอง นา โมเดล” ศูนย์การศกึ ษา
นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั อาเภอสตั หีบ อาเภอสัตหีบ จังหวดั ชลบรุ ี
รายการ มากทส่ี ุด มาก ปานกลาง น้อย น้อยที่สุด
-
1. การจัดกิจกรรมในคร้ังน้ีมปี ระโยชนต์ อ่ 53.3 46.7 - - -
-
ท่าน - -
-
2. ทา่ นไดม้ สี ่วนรว่ มในการจัดกิจกรรม 40.0 60.0 - -
-
3. ท่านได้รบั ความรู้/ประโยชนจ์ ากการเข้า 33.3 66.7 -
-
ร่วมกิจกรรมเพอ่ื ไปปรบั ใช้ได้ - -
4. รูปแบบ/หวั ข้อ ในการจดั กิจกรรมมคี วาม 20.0 73.3 6.7 -
เหมาะสม -
5. ระยะเวลาในการจัดกิจกรรมมีความ 26.7 53.3 20.0 -
เหมาะสม -
6. การประชาสัมพนั ธ์การจดั กจิ กรรม 20.0 73.3 6.7 -
7. สถานที่การจดั กิจกรรมมีความเหมาะสม 20.0 66.7 13.3
8. วิทยากรสามารถให้ความรู้/ขอ้ มูล หรอื 33.3 66.7 - -
ตอบข้อซกั ถามไดเ้ ป็นอย่างดี
20
9. วทิ ยากรมีความสุภาพ เป็นมติ ร และเปน็ 40.0 60.0 - - -
-
กนั เอง
10. ภาพรวมความพึงพอใจในการจดั 40.0 60.0
กจิ กรรมคร้ังนี้
จากตารางท่ี 4 พบวา่ ผเู้ ขา้ รว่ มกิจกรรมโครงการพฒั นาบุคลากร กศน.อาเภอสัตหีบ ด้านเกษตรทฤษฎี
ใหม่ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอสัตหีบ
อาเภอสตั หบี จงั หวัดชลบุรี มคี วามพงึ พอใจในระดบั มากทสี่ ดุ โดยเรียง 3 อันดบั แรก ตามลาดับได้ดังนี้ 1) รูปแบบ/
หัวข้อ ในการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสมและการประชาสัมพันธ์การจัดกิจกรรม คิดเป็นร้อยละ 73.30 2) การ
จัดกิจกรรมในคร้ังนี้มีประโยชน์ต่อผู้เข้าอบรม คิดเป็นร้อยละ 53.30 และ 3)ได้รับความรู้/ประโยชน์จากการเข้า
ร่วมกิจกรรมเพ่ือไปปรบั ใชไ้ ด้ สถานท่ีการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสมและวิทยากรสามารถให้ความรู้/ข้อมูล หรือ
ตอบข้อซักถามได้เป็นอย่างดี คิดเป็นร้อยละ 66.70 และความพึงพอใจในภาพรวมอยู่ในระดับมาก คิดเป็นร้อย
ละ 60.00
ตารางท่ี 5 ค่าเฉล่ีย ส่วนเบยี่ งเบนมาตรฐานและระดับความพงึ พอใจตอ่ การจัดกิจกรรมโครงการ
พฒั นาบุคลากร กศน.อาเภอสัตหบี ด้านเกษตรทฤษฎใี หม่ประยกุ ตส์ ู่ “โคก หนอง นา
โมเดล” ศูนยก์ ารศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั อาเภอสตั หีบ อาเภอสตั
หีบ จงั หวดั ชลบรุ ี
รายการกจิ กรรม µ N = 16
ระดับความ
1. การจดั กจิ กรรมในครั้งนี้มีประโยชน์ตอ่ ท่าน 4.53
2. ท่านได้มีสว่ นรว่ มในการจดั กจิ กรรม 4.40 พงึ พอใจ
3. ทา่ นได้รับความร/ู้ ประโยชนจ์ ากการเขา้ ร่วมกิจกรรมเพื่อ 4.33 0.51 มากที่สุด
ไปปรับใช้ได้ 0.50 มาก
4. รูปแบบ/หวั ข้อ ในการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสม 4.13 0.48 มาก
5. ระยะเวลาในการจดั กิจกรรมมีความเหมาะสม 4.07
6. การประชาสมั พนั ธ์การจัดกิจกรรม 4.13 0.51 มาก
7. สถานทีก่ ารจัดกจิ กรรมมีความเหมาะสม 4.07 0.70 มาก
8. วิทยากรสามารถให้ความรู้/ข้อมลู หรือตอบข้อซักถามได้ 4.33 0.51 มาก
เปน็ อย่างดี 0.59 มาก
9. วทิ ยากรมคี วามสุภาพ เปน็ มิตร และเปน็ กันเอง 4.40 0.48 มาก
10. ภาพรวมความพึงพอใจในการจัดกิจกรรมคร้งั นี้ 4.40
4.28 0.50 มาก
รวม 0.50 มาก
0.42 มาก
21
จากตารางที่ 5 พบว่าผู้ร่วมกิจกรรมจัดกิจกรรมโครงการพัฒนาบุคลากร กศน.อาเภอสัตหีบ ด้าน
เกษตรทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” ส่วนใหญ่มีความพึงพอใจอยู่ในระดับ “มาก” เม่ือ
พิจารณารายข้อพบว่า ส่วนใหญ่มีความพึงพอใจอยู่ใน มาก โดยเรียงจากความพึงพอใจในกิจกรรมท่ีจัดจาก
ค่าเฉลี่ยมากไปหาน้อย สามอันดับคือ 1) การจัดกิจกรรมในคร้ังนี้มีประโยชน์ต่อผู้เข้าอบรม ค่าเฉลี่ย 4.53
2) ผู้ร่วมโครงการได้มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรม วิทยากรมีความสุภาพ เป็นมิตร และเป็นกันเอง ค่าเฉลี่ย 4.40
และ 3) ผรู้ ว่ มโครงการได้รบั ความร้/ู ประโยชน์จากการเข้าร่วมกจิ กรรมเพือ่ ไปปรับใชไ้ ด้ คา่ เฉลย่ี 4.33
ตารางท่ี 6 ตารางเปรยี บเทียบผลสัมฤทธคิ์ ะแนนก่อนเขา้ อบรมและหลงั เขา้ อบรมของผ้เู ขา้ รว่ ม
กิจกรรมโครงการพฒั นาบคุ ลากร กศน.อาเภอสตั หบี ดา้ นเกษตรทฤษฎใี หม่ประยกุ ตส์ ู่
“โคก หนอง นา โมเดล” ศนู ยก์ ารศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั อาเภอสัต
หบี อาเภอสัตหบี จังหวดั ชลบรุ ี
คะแนนทดสอบ N t df Std. Error sing
X ก่อนเรยี น 16 Mean 5.38 30 Mean 0.00**
3.63 1.784
หลงั เรียน 16 7.13 1.893 0.446
** นยั สาคญั ทางสถิติทร่ี ะดบั .01
0.473
จากตารางท่ี 6 จะเห็นไดว้ า่ คะแนนแบบทดสอบกอ่ นเข้าอบรมโครงการพัฒนาบุคลากร กศน.อาเภอสตั หีบ ดา้ น
เกษตรทฤษฎีใหมป่ ระยกุ ตส์ ู่ “โคก หนอง นา โมเดล” ของบุคลากร กศน.อาเภอสัตหบี มคี ่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.63
ส่วนคะแนนแบบทดสอบหลงั เขา้ อบรมโครงการพฒั นาบคุ ลากร กศน.อาเภอสัตหีบ ด้านเกษตรทฤษฎใี หมป่ ระยกุ ต์
สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” มคี า่ เฉลี่ยเท่ากับ 7.13 เมือ่ นาคะแนนมาเปรยี บเทยี บกนั พบวา่ คะแนนของบุคลากร
กศน.อาเภอสัตหบี ทีเ่ ข้าอบรมโครงการพัฒนาบุคลากร กศน.อาเภอสัตหบี ดา้ นเกษตรทฤษฎีใหมป่ ระยุกต์สู่ “โคก
หนอง นา โมเดล” คะแนนหลังเขา้ อบรมมีค่าสงู กวา่ คะแนนกอ่ นเขา้ อบรมที่ระดบั นยั สาคัญทางสถิติ .01
ตอนท่ี 3 ขอ้ เสนอแนะอ่ืน ๆ
1. เป็นโครงการท่ดี ี
22
บทที่ 5
สรุปและข้อเสนอแนะ
การจัดกิจกรรมกิจกรรมจัดกิจกรรมโครงการพัฒนาบุคลากร กศน.อาเภอสัตหีบ ด้านเกษตรทฤษฎี
ใหม่ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอสัตหีบ
จังหวัดชลบุรี มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. เพื่อพัฒนาบุคลากร กศน.อาเภอสัตหีบเพื่อขยายผลสู่ นักศึกษา กศน.และ
ประชาชนผสู้ นใจในพนื้ ที่ 2. เพ่ือนอ้ มนาหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ “โคก
หนอง นา โมเดล”มาปรับใช้เพ่ือแก้ไขปัญหาและสร้างความสมบูรณ์ ความกินดี อยู่ดี มีงานทาให้กับชุมชน มี
ผู้เข้าร่วมโครงการ รวมทั้งส้ิน 20 คน และได้รับแบบสอบถามกลับคืนที่เป็นฉบับสมบูรณ์ จานวน 16 คน คิดเป็น
ร้อยละ 80.00 เครอื่ งมอื ทใ่ี ชใ้ นการเก็บรวบรวมข้อมูล เป็นแบบสอบถาม โดยแบ่งออกเป็น ๓ ตอน ตอนท่ี 1 เป็น
แบบตรวจสอบรายการ (Check List) เกย่ี วกับสถานภาพท่ัวไปของผู้ร่วมกิจกรรม ได้แก่ เพศ อายุ และสถานภาพ
ตอนที่ 2 เป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับที่ใช้วัดระดับความพึงพอใจของ
ผู้เข้าร่วมกิจกรรมโครงการพัฒนาบุคลากร กศน.อาเภอสัตหีบ ด้านเกษตรทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา
โมเดล” วิเคราะหข์ อ้ มูลโดยใชโ้ ปรแกรมสาเร็จรูป SPSS for Windows เพื่อหาค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉล่ีย
(µ) และคา่ เบี่ยงเบนมาตรฐาน () ซ่งึ ผลการศกึ ษาสามารถสรปุ ได้ดงั นี้
5.1 สถานภาพของผ้เู ขา้ อบรม
5.1.1 พบว่า ผู้เข้าร่วมโครงการพัฒนาบุคลากร กศน.อาเภอสัตหีบ ด้านเกษตรทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่
“โคก หนอง นา โมเดล” ส่วนใหญเ่ ป็นเพศหญิง จานวน 16 คดิ เป็นร้อยละ 100.00 มีช่วงอายุระหว่าง 26-35 ปี
มากทส่ี ุดคิดเปน็ ร้อยละ 56.25 รองลงมามีชว่ งอายุระหว่าง 36-40 ปี และ 40 ปขี ้นึ ไป คิดเป็นร้อยละ 18.75 และ
มีชว่ งอายุระหว่าง 15-25 ปี คิดเป็นร้อยละ 6.25 ตามลาดับ เป็นพนักงานราชการครู กศน.ตาบลและครูศูนย์การ
เรียนชุมชนมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 31.25 รองลงมา คือข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาและพนักงาน
ราชการครู อาสาสมัคร คิดเป็นร้อยละ 12.25 และครูผู้สอนคนพิการและบรรณารักษ์/บรรณารักษ์อัตราจ้าง คิด
เปน็ ร้อยละ 6.25 ตามลาดบั
5.2 ผลการวิเคราะหข์ ้อมูลสรุปผลความพงึ พอใจตอ่ การจัดกิจกรรมโครงการพฒั นาบุคลากร กศน.อาเภอสัต
หีบ ดา้ นเกษตรทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม
อธั ยาศัยอาเภอสัตหบี อาเภอสัตหีบ จงั หวัดชลบุรี
5.2.1. คา่ รอ้ ยละความพงึ พอใจของผเู้ ข้ารว่ มกิจกรรมโครงการพฒั นาบคุ ลากร กศน.อาเภอ
สัตหีบ ด้านเกษตรทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม
อัธยาศัยอาเภอสตั หบี อาเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี พบว่า มีความพึงพอใจในระดับมากท่ีสุดโดยเรียง 3 อันดับแรก
ตามลาดับได้ดังน้ี 1) รูปแบบ/หัวข้อ ในการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสมและการประชาสัมพันธ์การจัดกิจกรรม
คิดเป็นร้อยละ 73.30 2) การจัดกิจกรรมในคร้ังน้ีมีประโยชน์ต่อผู้เข้าอบรม คิดเป็นร้อยละ 53.30 และ 3)ได้รับ
ความรู้/ประโยชน์จากการเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อไปปรับใช้ได้ สถานท่ีการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสมและวิทยากร
สามารถใหค้ วามรู้/ขอ้ มลู หรอื ตอบข้อซกั ถามได้เป็นอยา่ งดี คิดเป็นร้อยละ 66.70 และความพึงพอใจในภาพรวม
อยใู่ นระดบั มาก คิดเป็นรอ้ ยละ 60.00
5.2.2. คา่ เฉลีย่ ความพึงพอใจของผู้ร่วมกิจกรรมจัดกิจกรรมโครงการพัฒนาบุคลากร กศน.อาเภอ
สัตหีบ ด้านเกษตรทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” พบว่า ส่วนใหญ่มีความพึงพอใจอยู่ในระดับ
23
“มาก” เมื่อพจิ ารณารายข้อพบว่า ส่วนใหญ่มีความพึงพอใจอยู่ใน มาก โดยเรียงจากความพึงพอใจในกิจกรรมท่ี
จัดจากค่าเฉล่ียมากไปหาน้อย สามอันดับคือ 1) การจัดกิจกรรมในคร้ังน้ีมีประโยชน์ต่อผู้เข้าอบรม ค่าเฉล่ีย 4.53
2) ผู้ร่วมโครงการได้มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรม วิทยากรมีความสุภาพ เป็นมิตร และเป็นกันเอง ค่าเฉล่ีย 4.40
และ 3) ผ้รู ว่ มโครงการได้รับความรู้/ประโยชน์จากการเข้าร่วมกจิ กรรมเพอื่ ไปปรบั ใชไ้ ด้ ค่าเฉลย่ี 4.33
5.3 ผลการวเิ คราะห์ตารางเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์คะแนนก่อนเขา้ อบรมและหลังเข้าอบรมของผเู้ ข้ารว่ ม
กจิ กรรมโครงการพัฒนาบคุ ลากร กศน.อาเภอสัตหบี ด้านเกษตรทฤษฎใี หม่ประยกุ ต์สู่ “โคก หนอง นา
โมเดล” ศนู ยก์ ารศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอสตั หบี อาเภอสัตหบี จงั หวดั ชลบรุ ี
5.3.1 จะเห็นได้ว่า คะแนนแบบทดสอบก่อนเข้าอบรมโครงการพัฒนาบุคลากร กศน.อาเภอสัตหีบ
ด้านเกษตรทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” ของบุคลากร กศน.อาเภอสัตหีบ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ
3.63 ส่วนคะแนนแบบทดสอบหลังเข้าอบรมโครงการพัฒนาบุคลากร กศน.อาเภอสัตหีบ ด้านเกษตรทฤษฎีใหม่
ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” มีค่าเฉล่ียเท่ากับ 7.13 เม่ือนาคะแนนมาเปรียบเทียบกันพบว่าคะแนนของ
บุคลากร กศน.อาเภอสัตหีบท่ีเข้าอบรมโครงการพัฒนาบุคลากร กศน.อาเภอสัตหีบ ด้านเกษตรทฤษฎีใหม่
ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” คะแนนหลังเข้าอบรมมีค่าสูงกว่าคะแนนก่อนเข้าอบรมที่ระดับนัยสาคัญทาง
สถิติ .01
5.4 ข้อเสนอแนะอนื่ ๆ
1. เปน็ โครงการทดี่ ี
24
เอกสารอา้ งองิ
บญุ ชม ศรีสะอาด. การวจิ ยั เบอื้ งต้น. พิมพ์คร้ังท่ี 8. กรงุ เทพฯ: สุวีรยิ สาสน,์ 2553.
แนวคดิ และการดาเนินชีวติ ตามแนวพระราชดาริ. สืบคน้ เมือ่ 23 ธนั วาคม 2563: http://kanpoly.ac.th
/joomla2/index.php.2563
แนวคดิ เศรษฐกิจพอเพียงปรชั ญาเศรษฐกิจท่ีทาได้จรงิ . สบื ค้นเมื่อ 23 ธนั วาคม2563:
https://www.krungsri.com/th/plearplearn/ practical-self-sufficient-economy-
philosophy.2563
สานักงานพัฒนาชุมชนอาเภอเมอื งสโุ ขทัย. โคก หนอง นา โมเดล คืออะไร. สบื ค้นเม่ือ 23 ธนั วาคม 2563 :
https://district.cdd.go.th/muang-sukhothai.2563
หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง. สบื ค้นเมื่อ 23 ธันวาคม 2563: http://kanpoly.ac.th/
joomla2/index.php.2563
25
คณะผจู้ ดั ทา
คณะทปี่ รกึ ษา
1. นายอนุชา พงษ์เกษม ผอู้ านวยการ กศน.จังหวัดชลบุรี
2. นางสรุ สั วดี เลีย้ งสุพงศ์ ผ้อู านวยการ กศน.อาเภอสัตหบี
3. นางสพุ ดั นาเจรญิ ลาภ ครชู านาญการ
4. คณะกรรมการสถานศึกษา
คณะสรปุ ผล/รายงานผล/รวบรวมขอ้ มูล
1. นายทพั พเทพ อรเนตร ครผู ชู้ ว่ ย
2. นางสจุ ินดา บุพนิมิต หวั หน้า กศน.ตาบลตาบลบางเสร่
3. นายวรี ากร มณีทรัพย์สุคนธ์ หัวหนา้ กศน.ตาบลนาจอมเทียน
รปู แบบ/ออกแบบปก ครผู ู้ชว่ ย
1. นายทัพพเทพ อรเนตร
26
27