องค์ความรู้ เรอื่ ง กญั ชงและกญั ชา
หอ้ งสมุดประชาชน “เฉลมิ ราชกมุ ารี”อาเภอพนัสนคิ ม
ทม่ี า http://training.myonie.com/kancha/
ภูมิปญั ญาไทย
กศน.สง่ เสริมการใช้ “กัญชา-กัญชง” อย่างชาญฉลาด
ในฐานะอาหารและยา
ทม่ี า เรื่องเล่าจากกศน.
ผู้เขยี น สาวบางแค22
เผยแพร่ วันพฤหัสท่ี 4 มนี าคม พ.ศ.2564
พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กำหนดนโยบายเร่งด่วนต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ 25
กรกฎาคม 2562 เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร พัฒนานวัตกรรม ศึกษาวิจัย พัฒนาเทคโนโลยีการใช้พืช
สมุนไพรไทยในทางการแพทย์ อุตสาหกรรมทางการแพทย์ และผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างโอกาสทาง
เศรษฐกิจของประชาชน “กัญชาและกัญชง” จัดเป็นพืชสมุนไพรชนิดหนึ่งที่มีทั้งโทษและประโยชน์
ถูกนำมาใช้ทางการแพทย์ภายใต้การกำกับของกฎหมาย อย่างไรก็ตาม พบว่าประชาชนยังมีความ
เข้าใจที่ไม่ถูกต้องในการนำกัญชาและกัญชงมาใช้ประโยชน์ จากนโยบายดังกล่าว นำไปสู่การทำ
บันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) เพื่อนำความรู้ “กัญชาและกัญชง” ไปใช้จัดการ
เรียนการสอน ระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ กับ กระทรวงสาธารณสุข โดยมี ดร. กนกวรรณ วิลา
วัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) เป็นประธานในพิธี เพื่อส่งเสริมสนับสนุน
ดำเนินการพัฒนาคุณภาพวิชาการ การวิจัย การพัฒนาหลักสูตรการจัดการเรียนการสอน “กัญชา
และกัญชง” ใหก้ บั นักศกึ ษาและประชาชน
ดร. กนกวรรณ วิลาวลั ย์ รฐั มนตรีชว่ ยว่าการกระทรวงศกึ ษาธกิ าร
ทั้งนี้ สำนักงาน กศน. มอบหมายให้สำนักงาน กศน.กทม. ร่วมกับโรงพยาบาลเจ้าพระยา
อภัยภูเบศร มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรฯ จัดทำหลักสูตรรายวิชาเลือกกัญชาและกัญ
ชงศึกษาเพือ่ ใชเ้ ปน็ ยาอยา่ งชาญฉลาด ให้เกดิ ขึ้นได้อยา่ งจริงจงั อย่างเป็นรปู ธรรมในสงั คมไทย
บทเรยี นออนไลน์เรยี นรกู้ ญั ชา กญั ชง อยา่ งชาญฉลาดสำหรบั ประชาชน
เปิดหลักสตู รออนไลน์ “กัญชา-กญั ชง”
ปัจจุบัน กระทรวงศึกษาธิการ มีนโยบายพัฒนาการจัดการศึกษาออนไลน์ (Online Learning) โดย
มุ่งส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง สามารถเลือกเรียนตามความสนใจของตนเอง เพื่อ
เตรียมความพร้อมในการพัฒนาผู้เรียนและผู้รับบริการตามกลุ่มเป้าหมายของ กศน. ให้ทันต่อการ
เปล่ียนแปลงของเทคโนโลยแี ละรูปแบบการจัดการศกึ ษาออนไลน์ในอนาคต
ดร. กนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศธ.จึงได้มอบนโยบายใหส้ ำนักงาน กศน. ดำเนินการพัฒนา หลักสูตร
บทเรียนออนไลน์ ONIE Learn เรื่อง การเรียนรู้กัญชาและกัญชงอย่างชาญฉลาด ผ่านเครือข่าย
สงั คมออนไลน์ ช่วยให้ประชาชนสามารถเรยี นรู้ ผา่ นสมาร์ทโฟน หรือโนต๊ บุก๊ ไดท้ ุกทท่ี ุกเวลา
ตำราการเรยี นรกู้ ัญชา กัญชง อย่างชาญฉลาดสำหรับประชาชน
ในอนาคต วางแผนพัฒนาเป็นแอปพลิเคชั่นดังกล่าว มีบททดสอบ ใบงาน ความรู้และข้อมูลต่างๆ
เช่น กัญชาคืออะไร กัญชงคืออะไร มีประโยชน์และโทษอย่างไร รวมไปให้ความรู้ด้านกฎหมายที่
เก่ยี วข้อง โดยบททดสอบออนไลนจ์ ะมีท้ังหมด 20 ขอ้ 4 ตัวเลือก ซง่ึ เป็นระบบสมุ่ ข้อสอบ หากผ่าน
เกณฑท์ ก่ี ำหนด 70% จะไดร้ บั ใบประกาศนยี บัตรออนไลน์ หากไมผ่ ่านเกณฑ์สามารถสอบซ่อมได้ไม่
เกิน 3 ครั้ง รวมทั้งพัฒนาต่อยอดให้เป็นฐานข้อมูลอาชีพสำหรับวิสาหกิจชุมชนอีกด้วย โดยผู้สนใจ
สามารถเรียนร้ไู ด้ใน http://onielearn.nfe.go.th/
ความเป็นมาของ กัญชาและกัญชง
กัญชาและกัญชง จัดเป็นพืชตระกูลเดียวกัน ซึ่งเป็นพืชล้มลุก มีลักษณะใบแตกออกเป็นแฉก
ประมาณ 3-9 แฉก กัญชาถูกนำมาใช้ประโยชน์ในประเทศต่างๆ ยาวนานกว่า 10,000 ปี ประเทศ
ไทยเริ่มปรากฏหลกั ฐานการใช้กัญชาเป็นยารักษาโรคคร้งั แรกสมยั พระนารายณ์
กัญชง นิยมปลูกเพอ่ื ใชเ้ สน้ ใยเปน็ หลัก ชมุ ชนชาวไทยภเู ขา มีการใช้กัญชงในวถิ ีชวี ิตและประเพณีมา
แต่ดงั้ เดิม เชน่ นำเสน้ ใยกัญชงมามดั มอื ทารกที่เกิดใหม่ นำมาถกั ทอเคร่อื งแตง่ กาย รองเทา้ เป็นต้น
ใบกญั ชาสด
ความแตกต่างของ กัญชาและกัญชง
กัญชาและกัญชง ประกอบด้วยสารสำคัญหลายกลุ่มซึ่งออกฤทธิ์ในการรักษาร่วมกัน เช่น สารแคน
นาบินอยด์ (Cannabinoid) ฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) เทอร์ปีน (Terpene) เป็นต้น กัญชา แยก
ออกจากกัญชง ตามปริมาณสารเมา หรือสารทีเอชซี (THC) กฎหมายไทย กำหนดให้กัญชงต้องมี
สารทีเอชซี (THC) ในใบและช่อดอก ไม่เกินร้อยละ 1.0 ต่อน้ำหนกั แห้ง แต่หากปริมาณเกนิ กำหนด
จะจัดเป็นกญั ชา
กญั ชง มกี ารพัฒนาสายพันธ์ุเพ่อื ใช้ประโยชนห์ ลายด้าน สามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุม่ ได้แก่ 1. กลุ่ม
สายพันธุ์เพื่อใช้เส้นใย 2. กลุ่มสายพันธุ์ที่ใช้ประโยชน์จากเมล็ด พัฒนาให้เมล็ดมีคุณค่าทาง
โภชนาการสงู 3. กลมุ่ สายพนั ธ์ุท่ีช่อดอกมีคุณคา่ ทางยาสูง มีสารซบี ดี ี (CBD) สงู
กง่ิ ก้าน ราก ลำต้นกัญชา มีสรรพคณุ ทางยา
ตำรับยาจาก กัญชา
กัญชาและกัญชง มีสารออกฤทธิ์หลักคือ แคนนาบินอยด์ ที่สาคัญ ได้แก่ ทีเอชซี (THC) มีฤทธิ์ลด
ปวด ชว่ ยให้นอนหลับ แต่ทำให้ตดิ และเมา และ ซบี ดี ี (CBD) ชว่ ยลดอักเสบได้ดี ไม่ทำให้ติด ช่วยลด
การเมา การรับการรักษาด้วยยากัญชา ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ แพทย์แผนไทย หรือ
แพทย์แผนไทยประยุกต์ ที่ผ่านการอบรมการใช้กัญชาทางการแพทย์แล้ว กรมการแพทย์แผนไทย
และการแพทย์ทางเลือก มีการพัฒนาและผลิตตำรับยากัญชาของหมอพื้นบ้าน ได้แก่ น้ำมันกัญชา
(ตำรบั หมอเดชา) ซึง่ เป็นยารปู แบบนำ้ มันสำหรับประชาชน โดยเปน็ สารสกัดกญั ชาในนำ้ มนั มะพร้าว
ที่มีความเข้มข้น 10% ของน้ำหนักกัญชาแห้ง ซึ่งใช้ตามคำสั่งแพทย์ อย่างไรก็ตาม กัญชาไม่ใช่ยา
ครอบจักรวาลที่รักษาได้ทุกโรค ยากัญชามีฤทธิ์รักษาได้เฉพาะบางโรคเท่านั้น และกัญชาไม่ใช่ยา
หลกั ในการใช้รักษาโรคมะเร็ง แตย่ ากญั ชาใช้เพื่อบรรเทาอาการปวด ลดอกั เสบ ช่วยให้นอนหลับได้
กนิ ขา้ วได้ เพอื่ เพมิ่ คณุ ภาพชวี ติ ของผู้ป่วยเป็นหลกั
ยาน้ำมันกัญชาทั้ง 5 สตู รรบั ประทาน
ส่วนคลินิกกัญชาทางการแพทย์แผนปัจจุบัน ของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร มีการจ่ายยาที่
เป็นยาหยอดใต้ลิ้น 3 สูตร สั่งจ่ายตามโรคที่กระทรวงสาธารณสุขแนะนำ ในส่วนของคลินิกกัญชา
ทางการแพทย์แผนไทยของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ขณะนี้จ่ายยา 2 ตำรับ คือ ยาศุข
ไสยาศน์ (ชว่ ยใหน้ อนหลับ เจรญิ อาหาร) ยาทำลายพระสเุ มรุ (บรรเทาอาการแขง็ เกรง็ ของกล้ามเนื้อ
แขนขาอ่อนแรง และอาการชาในผู้ป่วยอัมพฤกษ์ อัมพาต) คลินิกกัญชาทางการแพทย์แผนไทย
ของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร วางแผนพัฒนาเพื่อให้มียากัญชาครบทั้ง 16 ตำรับ รวมท้ัง
พัฒนายาตัวใหม่เป็นตำรับยาของหมอพ้ืนบา้ น ที่ใช้รักษาโรคสะเก็ดเงิน หรือโรคเรื้อนกวาง ซึ่งมีผล
วิจัยรองรับว่ากัญชาจะช่วยรักษากลุ่มโรคนี้ได้ อย่างไรก็ตาม การใช้กัญชาจำเป็นต้องอยู่ภายใต้การ
แลของแพทย์ เพราะต้องมีการกำหนดปรมิ าณการใชใ้ ห้ปลอดภัย มีความเสี่ยงและผลข้างเคียงน้อย
ทส่ี ุด
เครื่องดม่ื เพ่อื สุขภาพจากกญั ชา
ประเทศไทยมีการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายให้ใช้กัญชาในทางการแพทย์เป็นประเทศแรกในภูมิภาค
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อกฎหมายมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันที่ประกาศในราชกิจจา
นุเบกษา คือ วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 แต่ไม่ได้หมายถึงว่าเปิดให้บุคคล หน่วยงาน องค์กร ผลิต
นำเข้า ส่งออก จำหน่าย ครอบครอง หรือเสพได้ กฎหมายได้ให้ใช้กัญชาเพื่อประโยชน์ทาง
การแพทยแ์ ละการรกั ษาผู้ป่วย ภายใตก้ ารควบคุมดูแลของกระทรวงสาธารณสขุ
ในต่างประเทศ กัญชาและกัญชงได้ถูกพัฒนาเป็นยารักษาสัตว์ ใช้ในสุนัขและแมวที่ป่วยเป็นมะเร็ง
เพือ่ ชว่ ยบรรเทาอาการเจ็บปวด ลดการอกั เสบและเพมิ่ การอยากอาหาร นอกจากนี้ ในอดตี ประเทศ
ไทยยังเคยมีการใช้กัญชาผสมในอาหารสำหรับไก่ และลูกหมูเพื่อให้กินอาหารได้มาก นอนได้ดี
เรียกวา่ “ยาหมูพ”ี
เมนอู าหารจากกญั ชา
อาหารจากกญั ชา
เมนูอาหารจากกัญชาตามภูมิปัญญาเดิมของไทย แนะนำให้กินกญั ชาไม่เกินวันละ 5-8 ใบ สำหรับผู้
ที่ไม่เคยกินกัญชามาก่อน ควรกินในปริมาณน้อย เพราะอาจทำให้เกิดอาการวิงเวียน ปวดศีรษะ
และหัวใจเต้นแรง หากมีอาการดังกลา่ ว สามารถถอนพิษเบ้ืองตน้ จากการเมากัญซาและกัญชงได้ 3
วธิ ี คอื
วิธที ่ี 1. ดื่มนำ้ มะนาวผสมน้ำผ้งึ หรือนำ้ ตาลทราย
วธิ ีท่ี 2 ดม่ื สมุนไพรรางจืด วันละ 3 เวลา เวลาเชา้ กลางวนั และเย็น
และวิธีที่ 3 รับประทานกล้วยน้ำว้าสุก วันละ 3 เวลา เช้า กลางวัน เย็น ผู้ป่วยที่มีอาการเมา ศีรษะ
โคลงเคลง จะค่อยๆ มีอาการดีขึน้ ในทีส่ ุด
เคล็ดลบั การปลกู กัญชา กญั ชง ท่ีใครก็ทำได้
เผยแพร่ วันพฤหัสท่ี 1 เมษายน พ.ศ.2564
ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์ ดร. สมชาย แก้ววงั ชยั กลา่ ววา่ เม่ือสมัยก่อนเริม่ ต้นปลูกไม่เปน็ เลย ปลกู กี่
ต้นกต็ ายหมด เรมิ่ ตน้ ศึกษาเกีย่ วกับการปลกู กญั ชาในช่วงกันยายน พ.ศ. 2562 เป็นคนทำงาน
วิจยั คนแรกๆ เกย่ี วกบั กญั ชา เหตุผลทม่ี าสนใจเกย่ี วกับเรอ่ื งนี้ เพราะชว่ งก่อนหน้าท่ีกฎหมาย
กญั ชาจะเปดิ ผมได้ไปเฝา้ อาการป่วยของคุณพอ่ ที่โรงพยาบาล คนปว่ ยในโรงพยาบาล กจ็ ะ
เจบ็ ปวด กินไมไ่ ด้นอนไมห่ ลับ คนเฝา้ กไ็ มไ่ ด้นอนพกั ผ่อนกป็ ่วยกนั ท้งั สองคน ผมก็มองวา่ ถ้า
กญั ชาสามารถชว่ ยผู้ปว่ ยให้กินขา้ วได้ นอนหลับได้ ผปู้ ่วยกจ็ ะแข็งแรงแลว้ กส็ ามารถกลับมา
ทำงานและอยู่กับครอบครวั ได้ แต่พอไดล้ งมือทำแลว้ กลับไม่ใช่ มนั มีอุปสรรค ทีม่ ีทงั้ ข้อดี ขอ้ เสีย
ของกัญชาอีกมาก
รวมถึงเรอื่ งผลประโยชน์ เร่ืองท่เี รม่ิ ทำเรอ่ื งวจิ ัยทีม่ หาวิทยาลัยมหาสารคาม นับจากทีม่ พี ระราช
กิจจานเุ บกษา เกยี่ วกบั ยาเสพตดิ ให้โทษ ฉบับท่ี 7 ในวันท่ี 18 กมุ ภาพนั ธ์ แกก้ ฎหมายให้เรา
สามารถทำการวิจยั และใช้ประโยชนท์ างการแพทย์ได้ ทางมหาวทิ ยาลัยมหาสารคามจงึ รวมกล่มุ
อาจารยท์ ี่สนใจเกยี่ วกับกัญชา เสนอโครงการงานวิจยั ท้งั สน้ิ 18 โครงการ จากอาจารย์ 50 กวา่
ท่าน และส่งใหผ้ มไปขออนุญาต จึงไดข้ ออนญุ าตปลูก 2 ใบ และใบอนญุ าตในการครอบครองซง่ึ ขอ
ตัวอยา่ งจาก ป.ป.ส. 50 กิโลกรัม เพอ่ื ใช้ในการศกึ ษาวจิ ัย และมีใบอนญุ าตในการสกดั เพื่องานวจิ ัย
ปลูกกญั ชา กัญชง รจู้ ักมากแคไ่ หน
สายพันธุ์กัญชาหลักๆ มีอยู่ท้ังสนิ้ 3 สายพนั ธุ์ คอื
ซาตวิ า (Sativa) ที่อยู่บริเวณประเทศเรา จะมลี กั ษณะใบเรียวยาวบาง สเี ขียวอ่อน ตน้ มคี วามสูง
มาก โป่รง ก่งิ และกา้ นยาว เพราะว่าภูมอิ ากาศบ้านเราร้อนตอ้ งพยายามปรบั ตัวให้อยู่ในอากาศท่ี
รอ้ นใหไ้ ด้ เพื่อจะไดผ้ ลติ ผลผลติ ออกมา สว่ นใหญ่สารท่ีมีในสายพันธ์ุน้คี อื THC
อินดิกา (Indica) มลี กั ษณะใบทห่ี นา ตน้ มคี วามเตยี้ และป้อม เกิดในพืน้ ทท่ี ส่ี งู กว่าประเทศไทยขน้ึ
ไปเลก็ น้อย อากาศทเ่ี ยน็ ข้ึนมานิดหนอ่ ย สารในสายพนั ธุน์ ค้ี ือ THC, CBD
รูเดอราลิส (Ruderalis) สายพันธ์ุน้ีเปน็ กัญชาป่า
กญั ชา 3 สายพนั ธ์นุ ี้ สามารถผสมพนั ธ์ขุ า้ มสายพนั ธุ์ได้ ในตอนนั้นผมศึกษาขอ้ มลู สายพนั ธุ์กญั ชา
จากเว็บไซต์ อย่างเช่น สายพันธุ์ บลูโอจี (Blue OG) เปน็ สายพนั ธทุ์ ่ีสายนนั ทนาการนยิ ม ปรากฏ
ว่าต้ังตน้ มาจากสายพันธุไ์ ทย สิ่งท่ผี มเหน็ คอื ของจากประเทศเราท่โี ดนเขาเอาไปทำ น่าจะต้งั แตท่ ี่
สายพนั ธ์ุ ไทยสติก (Thai stick) กำลงั โดง่ ดงั ในการผสมสายพนั ธนุ์ ้นั ถ้าเราเอา ซนั ติวา กบั อนิ ดิ
กา ผสมกัน จะเรยี กว่า สายพนั ธุ์ ไฮบรดิ แตถ่ ้าเอา รูเดอราลิส เข้ามาผสมด้วยก็จะเปน็ อีกแบบหน่ึง
ถา้ ซาติวา กับ อนิ ดิกา เฉยๆ จะเรยี ก โฟโต้ พเี รยี ด (Photo–period) โฟโตท้ ่แี ปลว่า แสง แสดง
วา่ พวกน้ีอ่อนไหวงา่ ยกับแสง จะออกดอกตามช่วั โมงแสง ถ้าแสงช่ัวโมงเยอะก็จะเปน็ ใบอยา่ งเดยี ว
ถา้ ลดชัว่ โมงแสงลงได้ มันกจ็ ะออกดอก สามารถชำกงิ่ ได้ อายกุ ารเก็บเก่ียวของสายพนั ธ์นุ ี้ ตั้งแต่ 5-
9 เดือน ขึ้นอยกู่ บั ช่ัวโมงแสง
ออโต้ ฟลาวเวอร์ (Auto flowering) ก็คือ รูเดอราลสิ ไปผสมกบั ซาติวา หรืออนิ ดกิ า จะได้สาย
พันธุต์ น้ ท่ีเต้ียลง ขอ้ ดีของสายพันธน์ุ ีก้ ็คือ ไม่จำเป็นต้องข้ึนกับชั่วโมงแสง จะให้แสง 20-24 ช่ัวโมง ก็
ได้ ก็ยงั ออกดอกเหมอื นเดิม อายุการเกบ็ กีย่ วประมาณเพียงแค่ 2 เดอื นครึง่ ก็เกบ็ เกย่ี วผลผลติ แต่
สายพันธนุ์ ี้ต้องไดจ้ ากเมล็ดของมนั เท่านนั้
น่ีคอื 2 ประเภทหลักๆ แลว้ เราจะปลูกประเภทไหน ทกุ คนเขา้ ใจว่าสารสำคญั ในกัญชาอยูใ่ นใบ แต่
จริงๆ อยทู่ ป่ี ลายชอ่ ดอก จากผลงานวิจัยบอกว่า ดอกท่ีอย่บู นสุดจะมสี ารท่สี งู กวา่ ดอกทีอ่ ยู่ขา้ งลา่ ง
สารท่วี ่าจะอยู่ขา้ งนอกเหมือนดอกเหด็ เรยี กว่า ไตรโคม (Trichomes) เปน็ บรเิ วณทเี่ ก็บสะสม
สารสำคญั ในกญั ชา แล้วสารกญั ชาทมี่ นั เกบ็ ไวไ้ ม่ได้สกัดยากเลย เพราะมนั อยขู่ ้างนอก
การพฒั นาสายพนั ธ์ุทำอย่างไร
จากทกี่ ล่าววา่ สามารถผสมสายพนั ธไุ์ ด้ ก็เพราะวา่ กัญชา กเ็ หมอื นมนุษย์ มีผหู้ ญิง ผชู้ าย หรอื เรียก
กันว่าต้นตวั ผู้ ตน้ ตัวเมีย และดอู ย่างไรว่าเป็นเพศไหน ถ้าเป็นเพศเมยี จะมดี อกแหลมๆ เกสรตวั เมีย
สองเส้น ช่วงเวลาทจ่ี ะแสดงเพศจะออกตามปลอ้ ง ก่อนทจ่ี ะเป็นชอ่ ใหญ่ สว่ นตัวผจู้ ะเป็นไขก่ ลมๆ
เมือ่ ตัวผู้ท่โี ตแลว้ จะมีดอกใหญ่ๆ ขนึ้ เปน็ ชอ่ เมื่อแสดงเพศแล้ว รวู้ ่าเป็นเพศผู้ให้ตดั ทง้ิ ทำไมตอ้ ง
ตัดท้งิ เพราะถา้ ได้เมลด็ เมลด็ นั้นอาจทำให้สายพนั ธ์ุน้นั เปลีย่ นแปลงไป นอกจากจะมีเพศผู้และเพศ
เมียแลว้ มีเพศกะเทย (Banana) อีกดว้ ย จะมีทัง้ ดอกตวั ผแู้ ละดอกตวั เมียโผล่ออกมา ถ้าเอาไปผสม
ก็จะลดสารลงเหมอื นกัน กัญชาแต่ละต้นแต่ละสายพันธ์กุ นิ น้ำไมเ่ ทา่ กัน กินปุ๋ยไมเ่ ทา่ กนั มสี ีดอกท่ี
ไมเ่ หมอื นกนั ในหอ้ งวจิ ัย ปลูกครงั้ แรก 47 สายพันธุ์ 82 ต้น พ้ืนท่ปี ลกู 6 x 7 ต้องเดินตรวจสอบทกุ
วนั ต้องสงั เกตมากกว่าปกติ เพราะเราไม่มีความรใู้ นการปลกู
ความแตกตา่ งของกญั ชา และกญั ชง
ตา่ งกันเพยี งแค่ปริมาณสาร THC กัญชง ไม่สามารถดูท่ใี บได้ ใบจะบอกแคว่ า่ เปน็ ซาตกิ า หรอื อนิ ดิ
กาเทา่ นัน้ แต่ส่งิ ทก่ี ฎหมายกำหนด คือ ถา้ THC ไม่ถึง 1 เปอรเ์ ซน็ ต์ เป็นกญั ชง ถ้าเกนิ 1
เปอรเ์ ซน็ ต์ เป็นกัญชา
กญั ชงแบบไหนบ้างทีส่ ามารถปลกู ได้ ในประเทศมี 3 ประเภท คือ กญั ชงทีป่ ลูกไว้เอาชอ่ ดอก CBD
ต่อมาคอื กัญชงที่จะเอาเมล็ดมาบีบเอาน้ำมนั สดุ ทา้ ย ประเภทไฟเบอร์ ใช้เอาใบก่งิ ก้าน อย. บอกว่า
หา้ มปลกู กัญชงกบั กญั ชา ในรศั มี 10 กโิ ลเมตร เพราะว่า แบบทเ่ี อาเมลด็ ตอ้ งมตี วั ผู้ แบบท่เี อาเส้น
ใยเขาก็ไม่ได้ดตู ัวผู้ ตวั เมยี เพราะมันมีตัวผ้แู น่นอน และขนาดเกสร ที่ขนาด 24 ไมครอน ของตวั ผู้
มนั จะปลวิ ไปไกลได้ประมาณ 10 กโิ ลเมตร
การปลกู กัญชง อย. บอกวา่ สามารถเลอื กปลกู ได้ 6 แบบ คือ
1. ปลกู เพื่อประโยชน์ของหน่วยงานรัฐ
2. ปลูกเพอ่ื ตามประเพณี
3. ปลกู เพือ่ เชงิ พาณชิ ย์
4. ปลกู เพื่อการแพทย์
5. ปลูกเพอ่ื การศึกษา
6. ปลูกเพ่อื พัฒนาเมล็ดพันธุ์รบั รอง
ไม่วา่ จะเลอื กปลกู แบบไหน ตอ้ งมีแหล่งคา้ ขายทชี่ ดั เจน ให้ถูกตอ้ ง ท่ี อย. ออกกฎหมายนมี้ า
เพราะวา่ ถ้าล้นตลาด มันสามารถเอาไปทำอยา่ งอื่นได้ แตถ่ ้าเราสามารถบอกได้วา่ มคี นซ้อื เรา
แน่นอน ก็สามารถปลูกได้ สรุปแลว้ กญั ชงถ้าจะปลูกก็ตอ้ งขออนุญาตเหมอื นกันกับกญั ชา แตข่ อได้
งา่ ยกวา่ ไม่ตอ้ งมี CCTV ไมต่ อ้ งมี Finger scan แต่ตอ้ งมีร้ัวรอบใหป้ ลอดภัย
หลกั การลงมือปลกู จะปลกู แบบไหน
กลางแจ้ง (Out door) เนอ่ื งจากเป็นระบบเปิด จำเป็นต้องซอ้ื หลอดไฟ การเจรญิ เติบโตเป็นไป
ตามธรรมชาติ ตามชั่วโมงแสง เงนิ ทนุ ตำ่ กว่า แต่ตอ้ งระวงั ศัตรพู ืช การเกบ็ เกี่ยวไดป้ ีละครัง้ ถา้ ทำ
เปน็ จะได้ปีละสองคร้งั สูงสุด ต้นทนุ นอ้ ย แต่ความเสยี่ งสงู
โรงเรือน (In door) ต้องใช้หลอดไฟ หลอดไฟท่ผี มใชเ้ ป็นสปอตไลท์ ซง่ึ แสงไม่พอ ได้เพยี ง 70
เปอร์เซน็ ต์ ภายในโรงเรือนของผม ผมไมส่ ามารถปลกู พันธุไ์ ทยได้เลย เพราะว่าชนเพดาน และแสง
ไมพ่ อ งานวจิ ัยของผมจงึ นิยมเป็นสายพันธไ์ุ ฮบริด ข้อดขี องห้องน้คี อื สามารถควบอุณหภูมไิ ดด้ ว้ ย
เครือ่ งปรับอากาศ
ควบคุมความชนื้ ควบคมุ ซโี อทู แต่ควบคุมไรแดงไมไ่ ด้ การปลกู แบบนส้ี ามารถกำหนดได้ว่า ปีละ 4-
5 ครงั้ ได้เพราะเราควบคมุ ไฟได้ แตว่ า่ ขอ้ เสียคอื แพง ใช้ตน้ ทนุ สูง
โรงเรือนกลางแจ้ง (Green house) การปลูกแบบนีค้ อื เอาข้อดขี องกลางแจ้งและโรงเรือนมา
รวมกัน มหี ลังคาเปน็ พลาสติกใสกนั ฝนได้ ใช้แสงอาทติ ย์ ไม่ต้องซอื้ หลอดไฟ แต่จะเกิดความรอ้ น
จากกรีนเฮาส์เอฟเฟ็ก ตอ้ งพยายามทำโรงเรือนให้เปิด หรือใสพ่ ดั ลมดูดอากาศ ถ้าความชน้ื สงู ดอก
จะขึน้ รา ตอ้ งดูทศิ ทางลมอย่าทำให้โรงเรอื นร้อน เน้นโปรง่ เป็นหลัก
การลงมอื ปลกู กญั ชาทำอยา่ งไร
แน่ตอนเร่ิมตน้ จะต้องปลกู จากเมล็ด โดยส่วนใหญว่ ิสาหกจิ ชุมชนตา่ งๆ จะไดเ้ มลด็ ทท่ี ำโครงการ
การแพทยแ์ ผนไทย จะได้เมลด็ มา 120 เมลด็ และมาเพาะตอ่ ซึง่ จำกดั มาก 120 เมลด็ ตอ้ งแบง่
เพาะอีก 60 : 60
อาจจะมีปญั หาเปน็ ตวั ผ้ดู ว้ ย เมล็ดไมง่ อกอกี เมล็ดทด่ี ีเปน็ อยา่ งไร
1.การเพาะเมลด็ (Germination) 3-7 วนั เมล็ดทด่ี ตี อ้ งอวบแน่นสมบรู ณ์ ผิวแขง็ เรียบเนียน สี
ค่อนขา้ งไปทางน้ำตาลแก่ ข้วั แห้งสกุ ไมม่ ีรอยปริแตก เมลด็ กัญชงกับกญั ชาจะไม่เหมือนกัน กัญชง
จะมขี นาดใหญก่ วา่ ถ้าเรามีเมล็ดเยอะ หว่านไปไดเ้ ลยจะเกดิ ขน้ึ เอง แต่วา่ เรามีปริมาณจำกดั ตอ้ งใช้
กรรไกรตดั เลบ็ ตัดเปลอื กออกเลก็ น้อย เพอื่ เร่งรากให้ออกไวขึ้น และนำไปแชน่ ำ้ นำ้ ท่ใี ส่แนะนำวา่ ถ้า
ไม่มนี ้ำกลัน่ กใ็ ช้นำ้ โพลาลิส ซึ่งน้ำทีด่ ีจะมคี ่า PH 6.3 – 6.8 ต่อไปเป็นเครื่องวดั คา่ การนำไฟฟา้ EC
วัดปุ๋ย อนั น้ีขาดไมไ่ ด้ หลังจากแช่เมลด็ ในนำ้ 2 ชั่วโมง ต้องไปเก็บในที่มดื และอนุ่ ท้ิงไว้ 12 ช่ัวโมง
เมอื่ ครบแล้วหยิบกระดาษชำระมาใส่กล่อง ฉีดน้ำไปให้ชมุ่ ฉำ่ วางไว้ข้างๆ วางเมล็ดลงไป เอา
กระดาษมาปดิ ขา้ งบนอีกทนี ้ำชุ่มเหมอื นกนั
การอนุบาล (Seedling) 1-2 สปั ดาห์ พอรากออกมาแล้ว ก็จะเรม่ิ เอารากลงดิน เอาลงวัสดุปลูก
สว่ นใหญจ่ ะใช้พีทมอสส์ หรอื โคโค่พีท สว่ นตวั ผมใช้โคโค่พที ผสมพีทมอสส์ และกใ็ ส่เพอรไ์ ลต์ลงไป
เล็กน้อย รดน้ำให้ชมุ่ หลังจากน้นั ใชป้ ากกาหรือตะเกียบจม้ิ ลงไปใหเ้ ป็นรู เอาเมล็ดที่มรี ากลงไปฝงั
และรดน้ำให้ชมุ่ นำ้ ก็เหมือนเดมิ ต้องเป็นน้ำที่มีกรดอ่อนๆ 6.3-68 วัสดพุ วกนที้ ี่ดเี พราะวา่ มนั ต้องมี
อาหารไมม่ ากตอนเลก็ ๆ ไมจ่ ำเป็นต้องมีอาหารมากมาย ถา้ เราเกบ็ อนบุ าลด้วยแสงหลอดไฟ อาจจะ
ต้องมีแอปพลิเคชนั่ ไว้วัดคา่ แสง 150-300 PPFD 18 ชว่ั โมง แต่ถ้าเปน็ แสงแดดธรรมชาตจิ ะ
อนั ตราย ตอ้ งมกี ารพรางแสงดว้ ยซาแรนและความชื้นด้วย ต้องไมใ่ ห้รับแสงโดยตรง ไม่ให้รอ้ นดว้ ย
แลบ็ ของผมเป็นแลบ็ ทปี่ ระหยัด กระถางทใี่ ช้ปลกู ผมก็ใชแ้ กว้ กาแฟ มาเจาะกน้ ใสพ่ ีทมอสสล์ งไปให้
ต่ำกวา่ แกว้ ประมาณ 2-3 เซนติเมตร แลว้ กท็ ำรูปลูกลงไปแล้วฝงั ทำไม ต้อง 2-3 เซนตเิ มตร เพราะ
เวลาที่โตขนึ้ มามนั จะยาว เราจะถมวสั ดลุ งไปเรอ่ื ยๆ จนถึงใบเล้ียง
การเตรียมวสั ดปุ ลกู
หลักการงา่ ยๆ ของวสั ดปุ ลูกของผมงา่ ยๆ คอื ตอ้ งร่วนซุย ช้ืนแตไ่ มแ่ ฉะ PH 5.6-6.5 เป็นกรดนดิ ๆ
วัสดเุ ปน็ อะไรก็ได้ แต่อยา่ ใหม้ ีพษิ ผมโดนถามบอ่ ยคร้ังวา่ ทำไมตอ้ งใชว้ ัสดปุ ลูก ทำไมไม่ปลูก
กลางแจ้งเหมือนในอดตี เพราะว่าดินในอดีตกับปจั จุบันไมเ่ หมอื นกนั ผมจึงพยายามคดิ วิธีปลูกโดย
จะได้ดนิ หรือวสั ดปุ ลูกโดยท่ไี ม่ตอ้ งไปปลูกทอ่ี ่นื วสั ดุปลูกผมกห็ าความรจู้ ากอินเทอรเ์ น็ต
พีทมอสส์ (Peat moss) คอื ซากพืชซากสตั วท์ ที่ ับถมกนั เปน็ เวลาหลายรอ้ ยปี ซ่ึงเราสามารถใชซ้ าก
พืชของเราทท่ี ับถมกนั ได้ แล้วมนั ดอี ยา่ งไร พวกนจ้ี ะไมท่ ำใหเ้ กดิ ช่องว่าง อากาศไม่เขา้ ไปในดินจน
ทำให้ดนิ ร่วนซยุ เก็บความช้ืนได้ดี อ้มุ นำ้ แตไ่ มแ่ ฉะมาก
เพอรไ์ ลต์ (Perlite) คอื หนิ ภเู ขาไฟเนื้อแกว้ สารที่มีนำ้ หนกั เบา มคี วามพรุนสูง และมลี ักษณะคล้าย
หนิ รักษาความสมดลุ ระหวา่ งปริมาณน้ำและอากาศใตด้ ิน คณุ สมบัติฉนวนช่วยรักษาอณุ หภมู ิของ
ดิน ช่วยดดู ซึมสะสมยาฆ่าแมลง ยากำจดั วัชพืช และปุย๋ เคมี
ขุยมะพรา้ ว คือ เปลอื กมะพรา้ วท่ีปัน่ เอาใยออก หรือปน่ั ให้ใยละเอียดเป็นขยุ ๆ ละเอยี ด ประมาณ
เม็ดทราย แห้งสนิท (ไม่ใช่เปลือกสับ) มีคณุ สมบตั ิเบา อมุ้ น้ำไดด้ ี และเกบ็ ความช้ืนได้นาน
หนิ พมั มชิ (Pumice) เนอ้ื หินร่วน เม็ดคล้ายน้ำตาลทราย มรี ูพรนุ สูง พบปะปนหนิ เพอรไ์ ลต์สเี ขยี ว
เวอร์มคิ ูไลท์ ( Vermiculite) คอื แรพ่ บในรปู Aluminum Iron – Magnesium Silicate มีธาตุ
อาหารฟอสฟอรสั โพแทสเซียม แมกนีเซยี ม และแคลเซียม นำ้ หนักเบา เปน็ กลาง ไมล่ ะลายนำ้ ดดู
ซบั น้ำได้ดี
ปุย๋ ที่สำคญั กบั กญั ชาในชว่ งทที่ ำใบ คือ ปยุ๋ หมักมูลไส้เดือน (Vermicompost) คอื เป็นเศษซาก
อนิ ทรียวตั ถุต่างๆ รวมท้ังดนิ และจุลนิ ทรีย์ทไี่ ส้เดือนเดินกนิ เข้าไปแล้วผ่านกระบวนการย่อยสลาย
อนิ ทรียวตั ถุเหลา่ น้ันภายในลำไสข้ องไส้เดือนดิน แลว้ จึงขบั ถ่ายเป็นมลู มลี กั ษณะรว่ นละเอยี ด มสี ี
ดำออกนำ้ ตาล โปรง่ เบา มีความพรุน ระบายน้ำและอากาศไดด้ ีมาก มีความจุความชนื้ สูงและมี
ปริมาณอินทรยี วตั ถสุ ูงมาก
มลู คา้ งคาว จะมีแร่ธาตสุ งู แตเ่ หมาะช่วงทำดอก มลู คา้ งคาวจะมสี องแบบ คือแบบเก่าและใหม่ ตอ้ ง
ใชแ้ บบเก่าเท่านัน้
กระถางผา้ (Smart pot) คอื กระถางผา้ ระบายนำ้ ไดด้ ี ไมท่ ำใหน้ ้ำขังจนอาจจะเกิดรากเน่า มี
น้ำหนักเบาอากาศถ่ายเทไดส้ ะดวกขึ้น และดูดซับสารอาหารไดม้ ากข้นึ พชื เจริญเติบโตไดด้ ี
แอรพ์ อต (Air pot) คือกระถางพลาสติกทม่ี รี รู อบๆ กระถางทำให้ ระบายน้ำได้ดี อากาศถ่ายเทได้
สะดวกขนึ้ สามารถเปล่ียนกระถางได้ง่ายมาก เพียงแกะตัวลอ็ กออกมา
ถา้ จะประยุกต์ใชเ้ ขง่ พอตกไ็ ด้ เพราะราคาถกู หลกั การเดยี วกัน ใช้ไดเ้ หมือนกนั หลักการงา่ ยๆ ให้
ดา้ นข้างแลกเปล่ียนความชืน้ กบั อากาศได้
1. ระยะเลยี้ งใบ (Vegetative) 4-8 สัปดาห์ ธาตุท่ีสำคัญก็คอื ไนรโตรเจน ระยะการสรา้ ง
ราก ก่ิงใบ ตน้ ประเภท Auto flowering ประมาณ 4-8 สัปดาห์ ควรเลือกไซซ์กระถาง
ให้เหมาะสม รากไปไมไ่ ดต้ น้ จะชะงกั ต้นประเภท Photoperiod ขนาดกระถางจะข้ึนอยู่
กับระยะเวลาทำใบ เน้นปุ๋ยไนโตรเจนเป็นหลกั แนะนำป๋ยุ มูลไส้เดอื น ฮอรโ์ มนไข่
ระยะทำใบ ใหเ้ ปดิ แสงด้วยจะดกี วา่ เพราะแสงบา้ นเราสงู สดุ 14 ช่วั โมง ถ้าอยากให้ตน้ โตเร็ว ให้ใช้
แสง 16-20 ชัว่ โมง ความเข้มแสง 400-700 ppfd ช่วงเริม่ ทำดอกต้องใสป่ ุ๋ยทเี่ พม่ิ ฟอสฟอรัสและ
โพแทสเซยี มเข้าไป อยากให้ผลผลิตสงู ต้องมีการจัดทรง โดยการเทรนด์นง่ิ หลักการคือเพยี งแค่ว่าให้
แตล่ ะกิง่ โดนแสงเทา่ ๆ กัน
การเทรนดน์ ่งิ Topping คือการตัดตามขอ้ เอายอดไปเสียบชำได้
Fimming คือการตดั ตรงยอดเลยสองวิธี ทำเพอื่ ไม่ให้ตน้ สงู แต่จะทำใหต้ ้นออกขา้ งๆ
Low stress คอื การ Topping แลว้ แตกกง่ิ มา 2-3 ก่งิ แล้วดงึ ลง ก็จะได้ยอดเพ่ิมขึน้ หลายๆ ยอด
High Stress/supercoping ถา้ ยอดไหนเจริญโตกวา่ ยอดอื่น ต้องหมุนๆ ให้มันแตกและพับหลบ
และจะ
เจริญเติบโตชา้ กว่าเพอื่ น Lollipop คอื ขา้ งๆ จะมีใบเยอะ ทำให้อากาศไม่ถา่ ยเท ไมโ่ ดนแสงให้
อากาศผา่ นไปได้ อาจทำให้เกิดรา จงึ ต้องตัดตน้ ให้โปร่ง
Sea of green คือ การปลูกแบบถี่ๆ อย.ให้ปลูก 1 ตารางเมตร/ต้น แตจ่ ะเปน็ ปลูกตารางเมตรละ 4
ต้น ข้างลา่ งไมเ่ อา เอาแต่ยอดบน แตป่ ริมาณต้นตอ้ ง แต่ อย.จะอนุมัติให้ไหมอีกเรอ่ื ง ถา้ เรามีลูกค้า
เยอะ อย่างไรก็อนมุ ตั ิ
Screen of Green (SCROG) คือ การใช้ตาขา่ ยเป็นตัวชว่ ย มหี น้าท่ี 2 อย่าง ตอนใบเล็กกางก่งิ มัน
ออกตาข่ายจะทำให้กิง่ มันกางออกตอนทตี่ ้นยงั เลก็ อยู่ ตอนทำดอกตาขา่ ยจะชว่ ยเหลือไม่ใหด้ อกหกั
ถ้าไม่ทำเทคนคิ นตี้ น้ ไหนทด่ี อกใหญ่ๆ ดอกอาจจะหกั ได้
ระยะน้มี ศี ตั รทู ่ีต้องระวังอะไรบา้ ง
ชว่ งทำใบเริม่ ต้นจะเจอ เพลย้ี กระโดด พวกนี้จะกำจัดงา่ ย ใชพ้ วกน้ำสม้ ควันไม้ แชส่ ะเดาฉดี กจ็ ะ
หายแมลงหวข่ี าว จะเจอใต้ใบ ตอ้ งเปิดที่ใต้ใบจะเจอแมลงหว่ีจบั อยูใ่ ตใ้ บ ตอนฉดี ยากต็ ้องฉีดใตใ้ บ
ไรแดง จะเจอหนักในชว่ งทำดอก ดงู า่ ยๆ ถ้าบนใบมีจดุ ขาวๆ กไ็ ปเลิกดูข้างล่าง จะเจอตัวเลก็ ๆ
เหมอื นแมงมุม ไรแดงจะกำจัดยากสักนิด เวลาไรแดงมา ตอ้ งเอาตน้ ทมี่ ีไปกำจัดทีอ่ ื่น กัญชาปลูกไม่
ยาก แต่วา่ ดูแลยาก
1. ระยะทำดอก (Flowering) 8-12 สัปดาห์ ระยะทำดอกถ้ามีตน้ ตัวผู้ ต้องเปล่ียนแสงเปิด
12 ปดิ 12 ช่วงทีเ่ ปลย่ี นแสงจะเรม่ิ แสดงเพศ ต้องการคนเดนิ ดเู อาใจใส่ เจอตัวผูเ้ มื่อไร
ตัดเมอื่ น้นั อย่าไปเกบ็ เพราะสารมนั จะหายไปเร่อื ยๆ ระยะน้จี ะตอ้ งให้ปยุ๋ ท่เี ปน็
โพแทสเซยี ม ฟอสฟอรัส มากขนึ้ ทบ่ี อกวา่ เป็น NPK มีการพน่ ฮอร์โมนไข่ ใหส้ าหร่าย
แดง สาหรา่ ยสกดั ทะเลลงไป แต่อย่าฉดี พ่นทด่ี อก เพราะมนั จะมีความช้นื ทำใหเ้ กดิ รา
เทา เพราะกัญชาเป็นพืชที่ดูดน้ำและปุ๋ยได้เร็วมาก แทนท่มี นั จะได้สารอาหารจากรากไป
ดดู ไปหมด
พอถงึ ช่วยทำดอก ไรแดงจะเริม่ มาเยอะ ต้องใชต้ วั หำ้ ตวั เบยี น แมลงเตา่ ทอง พวกน้ีจะมาชว่ ยกนิ ไร
แดง แมลงหวขี่ าวกย็ ังอยู่ในชว่ งน้ี ช่วงทำดอกอุณหภูมิตอ้ งเย็น ลดความช้ืน ถา้ ไม่ลดราจะขน้ึ ลด
ชว่ั โมงแสง แตเ่ พ่ิมความเข้มของแสง แสงเขม้ ไม่รอ้ นไมช่ ้นื
การเก็บเกย่ี วและการจดั การหลงั การเก็บเก่ียว
ถ้าดทู ไี่ ตรโคม ต้องเปน็ สีขาวขนุ่ และมีสีเหลืองอำพนั 20 เปอร์เซ็นต์ วิธดี ูนี้เฉพาะพันธท์ุ ่จี ะเอา THC
ผมใชก้ ล้องส่องพระในการดูไตรโคมวา่ เกบ็ ไดห้ รือยัง ตอ้ งตรวจสอบทลี ะตน้ ไมส่ ามารถดเู ปน็ แปลง
ได้ กส็ ามารถดไู ดท้ ่ีเกสรกไ็ ด้ เกสรต้องแหง้ เปน็ สนี ้ำตาลหรอื สีเหลือง ดูที่ไครโตม ไม่ไดส้ ังเกตทใ่ี บ
รว่ งหรือไม่ พอตดั ตน้ เสรจ็ เอาใบใหญ่ออกกอ่ น เพราะวา่ ตอนทำแห้งจะคายน้ำออกมากวา่ ดอกจะ
แหง้ ตดั ใบใหญอ่ อกและนำไปขาย แลว้ ค่อยนำดอกเอาไปแขวนไวใ้ ห้แหง้ แขวนทอี่ ุณหภูมิ 20 องศา
หอ้ งมืด มีอากาศถา่ ยเท อาจจะมกี ารใชพ้ ดั ลมเป่าชว่ ยเพื่อให้มนั แหง้ ไดท้ ุกดอกทุกช่อ น่คี อื การทำ
แหง้ ต่อจากการทำแห้ง กจ็ ะดรายทรมิ (Dry TRIM) คือการเอาใบเล็กๆ ทอ่ี ยู่ติดกบั ดอกออก
เพราะเราตอ้ งการสารทีส่ ูง จงึ ไม่ตอ้ งเอาใบไปด้วย เพราะสารภายในใบน้ันต่ำ
ที่มา
https://www.technologychaoban.com/thai-local-wisdom/article_174146
มารู้จัก กญั ชง-กญั ชา กนั เถอะ
ทพิ ยา จลุ หวี ฟอร์จูน, ธนารักษ์ ม่ังมชี ัย และ ลลติ า ชมเพญ็
สถาบนั วิจยั วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
35 หมู่ 3 เทคโนธานี ตาํ บลคลองห้า อาํ เภอคลองหลวง จังหวดั ปทมุ ธานี
กญั ชงและกญั ชา เดิมมีช่ือวิทยาศาสตร์เดียวกนั คือ Cannabis sativa L. เน่ืองจากมีตน้ กาํ เนิดมา
จากพืชชนิดเดียวกนั ต่อมาในปี ค.ศ. 1998 หรือ พ.ศ. 2541 นกั พฤกษศาสตร์ชาวอเมริกนั ไดจ้ าํ แนกกญั ชง
และกญั ชา ออกจากกนั โดยลกั ษณะทางสณั ฐานวิทยา (Morphology) และพฤกษเคมี (Phytochemistry) โดย
ให้ช่ือวิทยาศาสตร์ของกญั ชงและกญั ชาว่า Cannabis sativa L.subsp. sativa และ Cannabis sativa L.subsp.
indica ตามลาํ ดบั
กญั ชงและกญั ชา เป็นพืชที่ข้ึนอยใู่ นเขตอบอุ่นของทวีปเอเชีย จากน้นั มีผูน้ าํ มาแพร่พนั ธุ์ยงั ภูมิภาค
เอเชียตะวนั ออกเฉียงใตจ้ นถึงประเทศอินโดนีเซีย หมเู่ กาะในมหาสมทุ รแปซิฟิ กประเทศในเขตร้อน และเขต
อบอุ่นของโลกอย่างแพร่หลาย ในสมยั โรมนั ไดม้ ีการนาํ พืชชนิดน้ีจากทวีปเอเชียเขา้ ไปปลูกในประเทศ
อิตาลี ตอ่ มาจึงแพร่หลายไปทว่ั ในทวีปยโุ รปและทวั่ โลก ต้งั แตด่ ึกดาํ บรรพเ์ ป็นตน้ มาพืชประเภทน้ีไดร้ ับการ
บนั ทึกวา่ มีการปลูกเพอ่ื นาํ เส้นใยมาใชป้ ระโยชน์ และปลกู ไวเ้ พ่อื เป็นพชื เสพติด
รูปท่1ี ลักษณะทางกายภาพของกญั ชงและกญั ชา
ทม่ี า https://medthai.com/กัญชง/
ลกั ษณะทางกายภาพและเคมีของกญั ชงและกญั ชามีแตกต่างกนั ดงั แสดงในตารางที่ 1
ตารางท1่ี การเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างกัญชงและกญั ชา
กญั ชง กญั ชา
ใบใหญ่ ใบเรียงตวั ค่อนขา้ งห่าง ใบเลก็ แคบ ยาว ใบเรียงตวั ชิดกนั
ใบมีลกั ษณะเป็นแฉกประมาณ 7-11 แฉก ใบมีลกั ษณะเป็นแฉกประมาณ 5-7 แฉก
ลาํ ตน้ สูง เรียว ลาํ ตน้ เต้ีย เป็นพุม่
ปริมาณ Fiber 15% ปริมาณ Fiber 35%
มีสาร THC ต่าํ ไมเ่ กิน 1% มีสาร THC สูงกวา่ 1%
มีปริมาณของสาร CDB สูงกวา่ ในกญั ชา มีปริมาณของสาร CDB ต่าํ กวา่ ในกญั ชง
สิ่งสําคญั ท่ีทาํ ใหพ้ ืชกญั ชาและพืชกญั ชงหรือเฮมพ์ เป็นที่สนใจมากก็เน่ืองจาก พืชท้งั สองชนิดน้ีมี
สารที่เรียกวา่ สารแคนานินอยด์ ซ่ึงท่ีพบมากมี 3 ชนิด คอื Tetrahydrocannabinol (THC), Cannabinol (CBN)
และ Cannabidiol (CBD)
โดย THC เป็ นสารเสพติดท่ีออกฤทธ์ิทางจิต กระตุน้ ประสาท มีผลต่อสมอง ทาํ ให้ผูเ้ สพมีอาการ
ต่ืนเตน้ ช่างพูด หวั เราะตลอดเวลา หากเสพต่อเน่ืองทาํ ให้มีอาการเสพติดได้ และส่งผลอนั ตรายต่อร่างกาย
ส่วนสาร CBN น้ันเกิดจากการสลายตวั ของ THC ส่วนสาร CBD เป็ นสารตา้ นการออกฤทธ์ิของสาร THC
ช่วยใหค้ ลายกงั วล บรรเทาอาการปวด
โดยอตั ราส่วนของปริมาณสารสําคญั ของ THC และ CBN ต่อปริมาณสาร CBD มีความสําคญั ใน
การที่จะกาํ หนดว่าเป็ นพืชเฮพพ์ หรือพืชกญั ชงเป็ นพืชเสพติด (Drug type cannabis ) หรือพืชที่ให้เส้นใย
(Fibretype cannabis) อีกดว้ ย โดยในประเทศแถบยโุ รปกาํ หนด 0.2% THC ประเทศแคนาดากาํ หนดท่ี 0.3%
THC ส่วนในประเทศไทยกาํ หนด ท่ี 1.0% THC ต่อน้าํ หนกั แหง้
สาํ หรับในประเทศไทย กญั ชาไดถ้ ูกจดั เป็นยาเสพติดใหโ้ ทษประเภท 5 ตามพระราชบญั ญตั ิยาเสพ
ติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ปัจจุบนั ได้มีการแก้ไขสาระสําคญั เพ่ือใชท้ างการแพทย์ โดยให้ปฏิบตั ิเป็ นไปตาม
พระราชบญั ญตั ิ ยาเสพติดให้โทษ (ฉบบั ที่ 7) พ.ศ. 2562 ส่วนกญั ชง หรือ “เฮมพ”์ (Hemp) ไดก้ าํ หนดใหม้ ี
การใชใ้ นกฎกระทรวง การขออนุญาต และการอนุญาตผลิต จาํ หน่าย หรือมีไวใ้ นครอบครอง ซ่ึงยาเสพติด
ให้โทษในประเภท 5 เฉพาะเฮมพ์ พ.ศ. 2559 โดยให้ความหมายว่า เฮมพ”์ (Hemp) ซ่ึงเป็ นพืชท่ีมีช่ือทาง
วิทยาศาสตร์ว่า Cannabis sativa L. subsp. sativa อนั เป็ นชนิดย่อยของพืชกญั ชา (Cannabis sativa L.) ที่มี
ปริมาณสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล (Tetrahydrocannabinol, THC) ไม่เกินร้อยละ 1.0 ต่อน้าํ หนกั แหง้ ซ่ึง
ตรวจวิเคราะหต์ ามหลกั เกณฑ์ และวธิ ีการท่ีคณะกรรมการประกาศกาํ หนด
ในเอกสาร Recommended Methods for the Identification and Analysis of Cannabis and Cannabis
Products ไดก้ ล่าวถึงปริมาณของสาร THC ท่ีกระจายอยตู่ ามส่วนตา่ งๆ ของพชื กญั ชาไวด้ งั น้ี
ส่วนพบสาร THC ที่ส่วนดอกของเกสรตวั เมีย (Pistillate flowers) 10-12% ท่ีใบ พบ 1-2% ท่ีลาํ ตน้
พบ 0.1-0.3% และที่รากพบนอ้ ยกวา่ < 0.03%
ดงั น้นั จะเห็นได้ว่าการวิเคราะห์ทดสอบของสารแคนนาบินอยด์ THC และ CBN และ CBD ออก
ฤทธ์ิ ดังกล่าวมีความสําคัญท่ีต้องอาศัยห้องปฏิบัติการทดสอบที่ได้รับอนุญาต ปั จจุบันจะมี
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และหน่วยงานที่ไดร้ ับอนุญาตเท่าน้นั ทาํ หนา้ ท่ีในการวิเคราะห์ทดสอบให้กบั
หน่วยงานท่ีมีการปลกู พืชเฮมพ์
และดว้ ยคุณสมบตั ิของสารแคนนานินอยด์ กบั การคน้ พบตวั รับสารแคนนาบินอยด์ในร่างกาย
มนุษย์ ช่วงปลายทศวรรษ ค.ศ. 1980 (พ.ศ. 2523) ถึง ช่วงตน้ ทศวรรษ ค.ศ. 1990 (พ.ศ. 2533) ทาํ ให้มีการ
ศึกษาวิจยั ถึงประโยชน์ในการนาํ สารสกดั ท้งั สองชนิดไปใช้โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทางการแพทยเ์ พ่ือการ
รักษาโรคต่างๆ เพ่ิมมากข้ึนและมีการวิจยั กนั อย่างแพร่หลายในต่างประเทศ โดยตอ้ งมีการศึกษาขนาดและ
อตั ราส่วนที่เหมาะสมในการรักษาโรคต่างๆ นอกจากน้ีจากการศึกษาพบว่าไดน้ าํ สารสกดั จากเมล็ดเฮมพ์
หรือพืชกญั ชงน้ีไปผลิตเป็นส่วนประกอบในผลิตภณั ฑต์ า่ งๆ เช่น ผลิตภณั ฑเ์ สริมความงาน ครีมนวดแกป้ วด
ลิปสติก ผลิตภณั ฑด์ ูแลสุขภาพ น้าํ มนั สกดั CBD ผลิตภณั ฑ์เสริมอาหาร เป็ นตน้ ในบางประเทศสามารถ
สั่งซ้ือได้ทางอินเตอร์เน็ต เช่น สหรัฐอเมริกาและประเทศแคนาดา และสิ่งสําคญั ท่ีสุดของการบริโภค
ผลิตภณั ฑข์ องสารสกดั ดงั กล่าว ก็คือ คุณภาพของผลิตภณั ฑส์ ่วนประกอบสําคญั และสารปนเป้ื อนต่างๆ ที่
จะต้องปลอดภัยและอยู่ในการควบคุณของหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้อง ดังน้ันห้องปฏิบัติการท่ีมีเคร่ื องมือ
วิทยาศาสตร์ที่ทนั สมยั และตอ้ งเป็นห้องปฏิบตั ิการท่ีไดร้ ับอนุญาตในการวิเคราะห์ทดสอบตวั อย่างที่มีสาร
สกดั ดงั กล่าวเทา่ น้นั ที่จะทาํ การตรวจสอบได้ การเตรียมความพร้อมของหอ้ งปฏิบตั ิการจึงมีความสาํ คญั อยา่ ง
ยง่ิ ในอนาคต หากไดม้ ีการอนุญาตให้ดาํ เนินการผลิตและแปรรูปผลิตภณั ฑท์ ่ีมีสารแคนนาบินอยดน์ ้ี ซ่ึง จาก
การรวบรวมขอ้ มูลของ United Nations Office on Drugs and Crime (UNODC) สามารถสรุปการวิเคราะห์ที่
สาํ คญั ของกญั ชง-กญั ชาและผลิตภณั ฑท์ ่ีเกี่ยวขอ้ ง ไดด้ งั แสดงในรูปท่ี 2
Pesticides: GC-MS, Cannabinoids: GC, GC-MS, LC, LC-MS
LC-MS Terpenes: GC
Residual Solvents: GC, Microbes and Toxins: Sabouraud
GC-MS Dextrose Agar media, PCR, ELISA,
MALDI-MS
Heavy Metals: ICP-MS, XRF, AAS
รูปท2่ี Cannabis analysis
บทความน้ี จึงเป็นเพียงส่วนหน่ึงท่ีตอ้ งการนาํ เสนอให้ท่านผอู้ ่านไดท้ ราบเบ้ืองตน้ ว่า พืชกญั ชา กบั
พชื กญั ชง หรือเฮมพ์ แตกตา่ งกนั อยา่ งไร มีสารสาํ คญั อะไรบา้ งที่เก่ียวขอ้ ง และสารสารปนเป้ื อนอะไรอีกบา้ ง
ท่ีผูบ้ ริโภคจะตอ้ งตระหนกั รู้ก่อนการนาํ สารสกดั มาใช้บริโภค แมว้ ่าจะเป็ นอีกทางเลือกหน่ึงในการรักษา
สุขภาพ แต่ส่ิงสําคญั ท่ีสุดในการรักตวั เองและดูแลสุขภาพให้ทาํ งานอย่างสมดุล ดว้ ยการป้องกนั ก่อนการ
รักษาและเยยี วยา
ในบทบาทของหน่วยงานรัฐ ศูนยท์ ดสอบและมาตรวิทยา สถาบนั วิจยั วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
แห่งประเทศไทย กาํ ลงั อยใู่ นระหวา่ งการดาํ เนินการทางกฎหมายในการขออนุญาตวิเคราะห์ทดสอบ รวมถึง
การพฒั นาวิธีการวิเคราะห์ทดสอบสารสําคญั และสารปนเป้ื อนในกญั ชา-กญั ชา และผลิตภณั ฑน์ ้าํ มนั สกดั
เพื่อใหบ้ ริการวิเคราะหท์ ดสอบรองรับงานวจิ ยั และพฒั นาแบบครบวงจรตอ่ ไป
เอกสารอ้างองิ
1. เน่ืองสมศรี, เพชรกวินท.์ 2561. กญั ชง กญั ชา. [ออนไลน]์ . เขา้ ถึงไดจ้ าก: http://www.nsm.or.th/other-
service/1757- online-science/knowless-inventory/sci-article/science-article-nsm/3491-cannabis.html,
[เขา้ ถึงเมื่อ 8 กรกฎาคม 2562]
2. ความแตกตา่ งระหวา่ งกญั ชงและกญั ชา. 2562. [ออนไลน]์ . เขา้ ถึงไดจ้ าก:
https://www.thairath.co.th/content/849370, [เขา้ ถึงเมื่อ 8 กรกฎาคม 2562]
3. กญั ชง-กญั ชา. 2562. [ออนไลน์]. เขา้ ถึงไดจ้ าก: https://www.oncb.go.th/ncsmi/hemp7/กญั ชง-กญั ชา.pdf,
[เขา้ ถึงเม่ือ 8 กรกฎาคม 2562]
4. Tettey, J., 2009. Recommended Methods for the Identification and Analysis of Cannabis and Cannabis
Products. New York: United Nations.
5. กฎกระทรวง การขออนุญาตและการอนุญาตผลิต จาํ หน่าย หรือมีไวใ้ นครอบครอง ซ่ึงยาเสพติดใหโ้ ทษ
ในประเภท 5 เฉพาะเฮมพ์ พ.ศ. 2559 เล่ม 134 ตอนท่ี 1 ก ราชกิจจานุเบกษา 6 มกราคม 2560 [ออนไลน]์ .
เขา้ ถึงไดจ้ าก:
http://www.oic.go.th/FILEWEB/CABINFOCENTER2/DRAWER051/GENERAL/DATA0000/00000717.
PDF, [เขา้ ถึงเมื่อ 26 สิงหาคม 2562]
กญั ชง-กัญชา และประวัติความเปนมา
กญั ชง หรือ เฮมพ (Cannabis sativa L.subsp. sativa) และกัญชา (Cannabis sativa L.subsp. indica)
มชี ื่อทางพฤกษศาสตรเ ดียวกันคอื Cannabis sativa L. เพราะมตี น กาํ เนดิ มาจากพชื เดมิ ชนดิ เดียวกัน ลกั ษณะ
ภายนอกหรือสณั ฐานวทิ ยาของพืช ท้งั สองชนดิ น้นั จงึ ไมแ ตกตา งกันหรอื มีความแตกตางกันนอ ยมากจนยากในการ
จาํ แนก แตจ ากการท่ีพืชทง้ั สองชนดิ น้ีมกี ารใชป ระโยชนอยา งกวา งขวางมาเปนระยะเวลายาวนาน จงึ ทาํ ใหม กี าร
คัดเลือกพนั ธเุ พอื่ ใหไดสายพนั ธุท ี่มคี ุณสมบัตดิ ีและเหมาะสมทส่ี ดุ ตรงตามวัตถปุ ระสงคของการใชประโยชน จึงมีความ
แตกตางกันชดั เจนมากขน้ึ ระหวา ง ตน กัญชาทีเ่ ปนยาเสพตดิ และกญั ชงทีใ่ ชเ ปน พชื เสน ใยในปจจบุ ัน
กัญชง-กญั ชา เปน พชื เดมิ ท่ขี ึ้นอยูในเขตอบอุนของทวปี เอเชีย
สนั นิษฐานวา มกี ารกระจายพันธุเปน บรเิ วณกวางอยูท างตอนกลางของ
ทวปี ไดแ กพืน้ ที่ทางตอนใต ของแควนไซบเี รีย ประเทศเปอรเซีย ทาง
ตอนเหนอื ของประเทศอนิ เดยี บริเวณแควน แคชเมยี ร และเชิงเขาหิมาลยั
และประเทศจนี เปน พชื ที่ไดร บั การบนั ทกึ ไวใ นเอกสารเกาหลายเลม วา
มกี ารปลกู ใชประโยชนเ ปนพืชเสน ใย และปลูกเปนพชื เสพตดิ มาแตด กึ ดาํ
บรรพ
ภาพท่ี 1 แสดงตนกาํ เนิดของกญั ชง-กัญชาบรเิ วณตอนกลางของทวปี เอเชีย
ขอมูลภมู ปิ ญ ญาทอ งถน่ิ
ประวตั ิคาํ วากญั ชา-กญั ชง คําวากัญชาเปนคําเรยี กเดมิ ทมี่ าจากภาษาอนิ เดยี ซ่งึ ชาวพน้ื บานของอินเดยี ไดนําพชื
ชนิดนไ้ี ปใชป ระโยชนอยางแพรห ลายทส่ี ดุ ทั้งการเสพติด และเปน เสนใยมาตัง้ แตดึกดาํ บรรพ แลว จากน้ันจึงมผี นู าํ มา
กระจายพนั ธุ ยงั ภูมภิ าคเอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใตจ นถึงอินโดนเี ซีย หมเู กาะในมหาสมุทรแปซฟิ ก และประเทศในยา นเขต
รอ นและเขตอบอนุ ของโลก ทว่ั ไปอยางแพรห ลายในป 960-1279 กอนคริสตศักราชไดม ีบนั ทกึ วา ในประเทศจนี มกี าร
ปลกู กญั ชงเพอื่ เปน พชื ใชท าํ เสนใย และในสมัยโรมันไดมกี ารนําพืชชนิดน้จี ากทวีปเอเชยี เขา ไปปลกู ในประเทศอิตาลี
แลว จากนน้ั จึงแพรหลายทั่วไปในทวีปยุโรปและทั่วโลก
การศกึ ษาลกั ษณะทางพฤกษศาสตร
กญั ชงและกญั ชา เดิมมีชอ่ื วิทยาศาสตรเ ดยี วกันคอื Cannabis sativa L. แตเดมิ นกั พฤกษศาสตรไ ดจ ัดให
อยใู นวงศตําแย (Urticaceae) แตตอ มาภายหลังพบวา มีคณุ สมบตั ิ และลักษณะเฉพาะหลายประการท่ตี า งออกไปจาก
พืชในกลมุ ตาํ แยมาก จงึ ไดร ับการจาํ แนก ออกเปน วงศเฉพาะคือ (Cannabidaceae)ในป ค.ศ. 1998 หรอื พ.ศ. 2541
นเ้ี อง นักพฤกษศาสตรชาวอเมริกัน ไดจ ําแนก กัญชาและกญั ชง ออกจากกนั โดยลกั ษณะทางสณั ฐานวทิ ยา
(Morphology) และพฤกษเคมี (Phytochemistry) โดยใหชอื่ วทิ ยาศาสตรข องกัญชง Cannabis sativa L. subsp.
sativa และกญั ชา Canabis sativa L. subsp. indica (Lam.) E.Small & Cronquist ดว ยลกั ษณะทคี่ ลายคลงึ กัน
ทางพฤกษศาสตร และการใชประโยชน ที่มกี รรมวธิ หี ลากหลายทําใหก ญั ชาและกัญชงมีการเรียกชือ่ ตา งๆกนั ออกไป
มากมายจนสบั สน อาทิ กญั ชา Kanchaa, กัญชง Kanchong, กัญชาจีน Kanchaa cheen (ท่ัวไป); คุนเชา Khun
chao (จนี ); ปาง Paang, ยาพ้ี Yaa pee (ชาน และแมฮองสอน) ยานอ Yaa no (กระเหรยี่ ง แมฮองสอน); Ganja,
Kancha (India and general); Marihuana, bhang (general); Hemp, Indian Hemp, Industrial
Hemp(general) etc.
ในปจจุบนั โดยทัว่ ไปก็ยังมคี วามสับสนอยูโดยชาวบานนิยมเรียกพืชนี้ตาม ลกั ษณะของการใชป ระโยชนโ ดยคํา
วากัญชาชาวพนื้ บานใชเรยี กกนั ทว่ั ไปกบั ตน พชื ท่ใี ชเ ปนยาเสพตดิ สวนคาํ วากญั ชงหรอื เฮมพ เปน คาํ เรียกท่ใี ชกับตน
พชื ทีใ่ ชป ระโยชนในการผลิต เสนใยสาํ หรับถักทอ
ขอสังเกตในการจําแนกเฮมพ (Sativa) และกัญชา (Indica)
เนอ่ื งจากเฮมพเ ปนพชื ท่มี คี วามใกลช ิดกับกัญชามากเน่อื งจากอยูใ นวงศเดยี วกัน
จงึ ทาํ ใหม คี วามคลายกันในหลายลกั ษณะ จนทําใหเ กดิ ความสับสนและยากตอ การจาํ แนก
โดยเฉพาะเม่อื ตน ยังมีขนาดเล็ก แตเม่อื โตเต็มท่ีจะมหี ลายลักษณะท่ีมีความแตกตางกัน
อยา งเห็นไดชัด อาทิ
ตนเฮมพ โดยท่ัวไปสงู ใหญกวาตน กัญชาและจะสูงมากกวา 2 เมตร สวนกญั ชามักสงู ไม
เกิน 2 เมตร
ภาพท่ี 2 เปรียบเทียบความสูงของแตละสายพันธุ
ใบเฮมพ จะมขี นาดใหญก วา มกี ารเรียงสลบั ของใบคอ นขา งหางชดั เจนและไมม ียางเหนียว
ติดมอื สวนกญั ชาใบจะเลก็ กวา เฮมพเล็กนอย การเรยี งตัวของใบจะชดิ กันหรือเรยี งเวียนใกล
โดยเฉพาะใบประดับชอ ดอกจะเปนกลมุ แนน
ชดั เจนและมักมียางเหนียวตดิ มือ
ดอก ของพชื ทงั้ 2 ชนดิ มีขนาดและสไี ม
แตกตา งกัน ทั้งดอกตัวผแู ละดอกตัวเมีย
ภาพที่ 3 เปรยี บเทยี บลกั ษณะใบกัญชง-กญั ชา บน ใบกญั ชง ลาง ใบกญั ชา ภาพที่ 4 ชอดอกเพศเมยี มกี ลุมใบประดบั ชอ ดอก เห็นไดชัดเจน
เมล็ด ของพืชท้ัง 2 ชนิดมสี สี นั และลวดลายทม่ี ีความแตกตางกันเพียงเล็กนอย จน
ไมส ามารถแยกลักษณะออกจากกันไดอ ยา งชดั เจน
ภาพท่ี 5 เมล็ดกญั ชง
ทงั้ นี้ความแตกตางระหวา งกญั ชงและกญั ชา สามารถสรุปไดตามตารางที่ 1
ตารางที่ 1 แสดงการเปรยี บทียบความแตกตา งทางกายภาพระหวางกญั ชงและกัญชา
กญั ชง(เฮมพ) กญั ชา
1. ลําตน สูงมากกวา 2 เมตร 1. ลาํ ตน สูงนอยกวา บางชนดิ ออกเปน พุมเต้ีย
2. แตกกงิ่ กา นนอย 2. แตกก่งิ กานมาก
3. ใบใหญ การเรียงตัวของใบคอ นขา งหา ง 3. ใบเลก็ แคบ ยาว การเรียงตัวของใบจะชดิ กนั
4. ปลองหรือขอยาว 4. ปลองหรือขอไมยาว
5. เปลือกเหนยี ว ลอกงา ย 5. เปลือกไมเหนยี ว ลอกยาก
6. ใบมสี ีเขยี วอมเหลอื ง 6. ใบสีเขยี ว-เขยี วจดั
7. ใหเ สนยาว คุณภาพสงู 7. ใหเ สนยาว คุณภาพตํา่
8. เม่ือออกดอก มียางท่ีชอ ไมม าก 8. เม่ือออกดอก มยี างท่ชี อมาก
9. ออกดอกเมือ่ อายมุ ากกวา 4 เดอื น 9. ออกดอกเมอ่ื อายุประมาณ 3 เดือน
10. ใบและกะหร่ีนาํ มาสูบจะมกี ลนิ่ หอมนอย และทํา 10. ใบและกะหรี่นาํ มาสูบมีกลิน่ หอมคลายหญา แหง
11. ระยะหา งระหวา งตนกวาง และระหวา งแถวกวาง
ใหผ ูเสพมีอาการปวดศรษี ะ
11. ระยะหา งระหวางตน แคบ และระหวางแถวแคบ เพราะปลกู เพื่อตองการใบและกะหร(ี่ ชอดอก)
เพราะปลูกเพือ่ ตอ งการเสน ใย
การศึกษาคุณสมบตั ิทางเคมี
ลักษณะทางเคมีเปน ลกั ษณะเสรมิ สาํ คัญ (supporting characters) สามารถใชกาํ หนดความเปนพืชเสพติด
จากปริมาณสารในกัญชงและกญั ชาได โดยการวิเคราะหป ระเภทของสารออกฤทธิ์ดว ยเทคนคิ Thin Layer
Chromatography (TLC) และการวิเคราะหปริมาณสารออกฤทธ์ิดวย Gas Chromatography (GC) ในทาง
กฎหมายสากล พชื ทีใ่ หปรมิ าณ THC นอยกวา 0.3 % ไมถ อื วา เปนพชื เสพติด และกัญชงท่ปี ลกู เปน อุตสาหกรรม
จะตองมีปรมิ าณ THC ตํ่ากวาเกณฑมาตรฐาน
ลักษณะ กญั ชา เฮมพ
THC 1-20 < 1
∆-9-tetrahydrocannabinol (%) <2 ≥2
CBD (Cannabidiol): THC 15 % 35 %
% fiber สูงสุด
ประโยชนในดานตางๆ
1. ประโยชนจ ากเสน ใยของกญั ชง เสน ใยกัญชงเปนเสนใยทมี่ คี ณุ ภาพสูง มคี วามยืดหยนุ แขง็ แรง และ
ทนทานสูง สามารถใชเ ปนวัตถุดิบในการผลติ ผลิตภณั ฑจ ากเสนใยไดกวา 5,000
ชนิด อยา งไรกต็ าม ตลาดหลักของเสน ใยกัญชงในปจจุบันนีม้ ีอยู 2 ตลาดใหญ
คือใชเ ปนวัตถุดิบในการผลติ เสนใยใชใ นการทาํ เสอื้ ผาและทําเย่อื กระดาษ
ถึงแมว าเสน ใยกญั ชงจะใหผ ามรี อยยนหรอื เกิดรอยยับไดง า ย แตล ักษณะ ของ
เสนใยทีส่ ามารถลอกออกเปนชน้ั ๆ คลายหัวหอมแตเ ปนใยยาว จึงสามารถนํามา
พัฒนาผลิตเปน ผาทีบ่ างไดเทาทต่ี องการ และยังสามารถซักดวยเครอื่ งซักผา ได
โครงสรางของเสน ใยทําใหผา ทไ่ี ดส วมใสเย็นสบายในฤดรู อ น อบอุนและ
สบายในฤดูหนาว และคณุ สมบัตขิ องเสนใยทแี่ ข็งแรงกวาผา ฝาย ดูดซับความช้ืน
ภาพท่ี 5 ผลติ ภัณฑเสน ใยกัญชง
ไดดกี วา ไนลอน อบอุนกวาลนิ นิน ทาํ ใหม ีความเบาสวมใสส บาย ก็เปนจุดท่ที าํ ใหเสนใยกัญชงเร่ิมเขามาเปนคูแขง ที่
สาํ คญั ในตลาดเสนใยธรรมชาติ และจะทวีความสาํ คญั ขึน้ อกี ในอนาคต แตไ มม ีปริมาณพอกบั ความตองการของ
ตลาดโลก
2. ประโยชนจากโปรตีนในเมลด็ กญั ชง
เมลด็ กญั ชงจะประกอบไปดว ยโปรตนี ซึ่งมคี ณุ คา ทางโภชนาการสงู กวา โปรตีน
จากถ่ัวเหลอื ง มีปรมิ าณเสน ใยสงู และยงั มีราคาท่ีถูกกวา โปรตนี ในเมล็ดของกญั ชง
สามารถ นํามาใชท ดแทนผลิตภณั ฑท ่ที ํามาจากถั่วเหลือง เชน เตาหู โปรตนี เกษตร
เนย ชสี นํ้ามันสลดั ไอศครมี และนม ฯลฯ นอกจากนเี้ รายงั สามารถนําเมลด็ ของ
กญั ชงมาผลิตแปง เพื่อใชเปนวัตถุดบิ สาํ หรับการประกอบอาหาร เชน พลาสตา คกุ ก้ี
ขนมปง ฯลฯ
ภาพท่ี 6. ผลิตภณั ฑอ าหารจากกัญชง
3. ประโยชนจ ากน้าํ มันในเมลด็ กญั ชง
นอกจากสวนของโปรตนี ในเมลด็ ของกญั ชง ทส่ี ามารถนํามาใช
ประโยชนไดแลว นา้ํ มันในเมล็ดกัญชงยงั ใหก รดไขมัน Omega-3 ซ่ึงเปน
กรดไขมนั ทีม่ ีอยใู นนา้ํ มันจากปลา และกัญชงเทานน้ั ผลจากการตรวจ
เอกสารพบวาผูทบ่ี ริโภคปลาและอาหารทมี่ ีกรดไขมัน Omega-3 จะมี
โอกาสเปนโรคหัวใจต่ํากวาบคุ คลทวั่ ไป และจากการวิจยั ขอ ง
ศาสตราจารย Andrew Weil จากคณะแพทยศ าสตร มหาวทิ ยาลยั อริโซ
นา สหรฐั อเมรกิ าพบวา การบรโิ ภค Omega-3 สามารถ ชว ยลด อตั รา
การเส่ียงตอ การเปนโรคมะเรง็ อีกดว ย
ภาพ 7 ผลิตภัณฑ Omega-3
4. ประโยชนท างดานเย่อื กระดาษและสงิ่ แวดลอม
ในการเปรยี บเทยี บปรมิ าณเสน ใย จากการปลูกกัญชงและการปลูกฝา ย
ในระยะเวลา 1 ป เทากัน พบวาการปลกู กัญชง 10 ไร จะใหผลติ ผลเสนใยเทากบั
การปลกู ฝา ย 20-30 ไร ซ่ึงเสนใยจากกัญชงนจี้ ะมคี ุณภาพดีกวาเสน ใยจากฝาย
โดยเสนใยกญั ชงจะยาวเปน 2 เทา ของเสนใยฝา ยมีความแขง็ แรงและความนิ่ม
ของเสน ใยมากกวา ฝาย
จากขอ ดดี งั กลา วของเสนใยกัญชงจะเห็นไดว า ในปจ จบุ ันน้ีไดม กี าร
พัฒนาผลิตภัณฑจ ากเสน ใยกญั ชง 100% เชน เสอื้ เชต้ิ กางเกง กระเปา ฯลฯ
สาํ หรบั ในดา นเทคนคิ การเพาะปลูก เมอื่ เทียบกบั ฝายจะเหน็ ไดว าฝา ย
ตอ งการ อณุ หภูมทิ ี่เหมาะสมและนาํ้ ในปริมาณทมี่ ากกวา การเพาะปลกู กญั ชง
นอกจากน้ี ฝายยงั ตองการสารกาํ จัดศตั รูพชื ในปริมาณสูง ซงึ่ นักเกษตรพบวา
ประมาณ 20 % ของสารกําจดั ศตั รูพชื ที่ใชอ ยใู นโลกถูกใชใ นการเพาะปลกู
ฝา ย ซง่ึ เปนอนั ตรายตอสุขภาพของมนุษยและสัตวโดยเฉพาะสิ่งแวดลอ ม
ในขณะทกี่ ารปลกู กัญชงไมจําเปนตองใชสารกําจดั ศัตรพู ชื จะใชเพียงปยุ และ
น้าํ ในปริมาณที่เหมาะสมเทาน้ัน นอกจากนย้ี ังพบวาการปลูกกญั ชงยังเปนการ
ภาพ 8 อุตสาหกรรมกระดาษจากกัญชง ชว ยปรับปรงุ คุณภาพของดนิ ท่ีใชเ พาะปลกู อีกดว ย การปลูกเพื่อใชป ระโยชนใน
การทาํ กระดาษ จะเปน ตวั อยางดานการรักษาส่ิงแวดลอ มชัดเจน พชื ทใี่ ชทํากระดาษคุณภาพดี อาทิ สน ยคู าลปิ ตัส
และปอกระสา ลว นเปน พชื ยืนตน การเจริญเติบโตชามากเมอ่ื เทยี บกบั กญั ชง กวาจะเกบ็ เกี่ยวผลผลติ ได ตอ งปลกู
เปนลักษณะสวนปา ใชเวลานานหลายป ปอกระสาประมาณไมนอ ยกวา 3 ป ยูคาลปิ ตัสและสน ประมาณ 6-8 ป การ
ปลูกกต็ องใชพ น้ื ทีม่ าก และเมอื่ ตดั ไมแ ลว จะฟน คนื คณุ ภาพพื้นที่ไดยาก ปลกู ซ้ําไดไ มก ่คี ร้ังเพราะจะมีเหงา และตออยู
ทําใหดเู ปน ลกั ษณะทําลายส่งิ แวดลอ ม สว นกัญชงจะสามารถปลกู ซํา้ ในพื้นท่ีเดิมไดโ ดยตอ เนอ่ื งไมต อ งการมกี ารดแู ล
รกั ษา หรือจดั การพ้ืนที่มาก ตลอดจนการเกบ็ ผลผลติ และคาใชจา ยในการแปรรปู และการขนสง ตา งๆกส็ ะดวกมาก
นอกจากนีย้ งั สามารถดําเนินการไดโดยกลุมชาวบา นท่วั ๆไปในการทาํ เปน เชิงธรุ กิจ คา ใชจ า ยในการลงทุนและกาํ ไรจึง
จะตา งกันเปน จาํ นวนมหาศาล
แนวโนมท่ีจะเปน ประโยชนด า นอน่ื แกประเทศไทยในอนาคต
ในอนาคตทรัพยากรพืชของประเทศจะขาดแคลนมากขึน้
พืชเสน ใยและเยื่อกระดาษ จะเปน อกี วัตถดุ ิบหน่ึงที่ประเทศไทย
จะมีการใชเ พิม่ ขึ้นอยา งมาก และจะขาดแคลน โดยในขณะนกี้ ม็ ี
การสง่ั ซอื้ เยื่อกระดาษจากตา งประเทศคอื ประเทศจีน และ
ประเทศแคนนาดา เปน เงนิ ประมาณหลายพันลา นบาทตอป
กญั ชงจะเปน พชื หลักอีกชนิดหนึง่ ทจี่ ะสามารถแกไ ข
ปญหานไี้ ด และจะสามารถทํารายไดใ หก ับประเทศ อยา งมหาศาล
เพราะเปน พชื ท่ีมอี ายสุ น้ั ปลกู ไดหลายคร้ังตอ ป ใชทุนนอ ยและไม
ตองมีการดแู ลรกั ษามาก ไมต องการดนิ ดแี ละพน้ื ท่ีกวางมาก อกี ทัง้
ยงั เปนพืชที่สามารถปลูกไดซ า้ํ ในพ้ืนที่เดมิ จงึ จะชวยลดการตัดไม
ทําลายปา และรักษาสิง่ แวดลอ มไวไ ดอ ีกสว นหนึง่ ดวย
องค์ความรู้ เรอื่ ง กญั ชงและกญั ชา
หอ้ งสมุดประชาชน “เฉลมิ ราชกมุ ารี”อาเภอพนัสนคิ ม
ทม่ี า http://training.myonie.com/kancha/