The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สรุปผลโครงการวันเด็กแห่งชาติ 2567 (5 บท)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ebookchon, 2024-04-21 03:53:04

สรุปผลโครงการวันเด็กแห่งชาติ 2567 (5 บท)

สรุปผลโครงการวันเด็กแห่งชาติ 2567 (5 บท)

1 สรุปผลการด าเนินงาน โครงการวันเด็กแห่งชาติ ประจ าปี 2567 ห้องสมุดประชาชนอ าเภอพานทอง ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อ าเภอพานทอง ส านักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดชลบุรี


2 ค ำน ำ โครงการวันเด็กแห่งชาติ ประจ าปี 2567 จัดท าขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนมี ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ กล้าแสดงออกและเปิดโอกาสส าหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมให้มีโอกาสรับรางวัลและของที่ระลึก อย่างทั่วถึง สร้างขวัญและก าลังใจให้กับเด็กและเยาวชนในพื้นที่อ าเภอพานทอง โดยผู้จัดท าได้จัดท าสรุปผลการ ด าเนินงานทุกขั้นตอนไว้ในเอกสารฉบับนี้ เพื่อเป็นการรวบรวมข้อมูลและเป็นแนวทางในการพัฒนาการด าเนินงานครั้ง ต่อไป ขอขอบคุณผู้มีส่วนร่วมในการด าเนินงานตลอดจนผู้สนับสนุนทุกท่านที่ช่วยให้การด าเนินงานโครงการฯ ส าเร็จ ลุล่วงด้วยดี ผู้จัดท า ห้องสมุดประชาชนอ าเภอพานทอง


3 สำรบัญ หน้ำ ค าน า 2 สารบัญ 3 บทที่ 1 บทน า 4 บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 8 บทที่ 3 วิธีด าเนินงาน 13 บทที่ 4 ผลการด าเนินงาน 15 บทที่ 5 สรุปผลการด าเนินงาน 21 ภาคผนวก 23 ภาพกิจกรรม 31 คณะผู้จัดท า 40


4 บทที่ 1 บทน ำ 1. ชื่อโครงกำร วันเด็กแห่งชำติ ประจ ำปี 2567 2. สอดคล้องกับนโยบำยและจุดเน้นกำรด ำเนินงำน กรมส่งเสริมกำรเรียนรู้ ประจ ำปีงบประมำณ พ.ศ. 2567 ข้อ 3 สงเสริมและสนับสนุนการสรางสังคมแหงการเรียนรูตลอดชีวิต 3.1 พัฒนากระบวนการสงเสริมใหประชาชนมีนิสัยรักการเรียนรูมีกระบวนการทางสังคมที่สงเสริมใหบุคคล กลุมบุคคล และชุมชนเกิดการเรียนรูและพัฒนาอยางตอเนื่อง สงเสริมการสรางสภาพแวดลอมของชุมชน ทองถิ่น สังคม ที่เอื้อตอการเรียนรูและสนับสนุนการสรางกลไกการขับเคลื่อนชุมชนในการปลูกฝงและพัฒนาทักษะการเรียนรู ของประชาชน 3.3 พัฒนารูปแบบการด าเนินงานสงเสริมการอานใหกับประชาชน พัฒนาแหลงการเรียนรูที่มีบรรยากาศ และสภาพแวดลอมที่เอื้อตอการอาน และพัฒนาศักยภาพการเรียนรูใหเกิดขึ้นอยางกวางขวางและทั่วถึง อาทิ การ พัฒนาความพรอมของบุคลากรและการใหบริการของหนวยจัดการเรียนรูหองสมุดประชาชนมีการบริการที่ทันสมัย ส งเสริมและสนับสนุนอาสาสมัครสงเสริมการอาน การสรางเครือขาย สงเสริมการอาน พรอมทั้งพัฒนาสื่อและจัด กิจกรรมสงเสริมการอานและการเรียนรูที่หลากหลายใหบริการกับประชาชนในพื้นที่ตางๆ อยางทั่วถึง กำรน ำไปสู่กำรปฏิบัติและกำรติดตำมผล 1. สื่อสาร ถ่ายทอด และสร้างความเข้าใจในแนวนโยบาย จุดเน้น และทิศทางการด าเนินงานให้กับบุคลากร ทุกระดับทุกประเภทในหน่วยงาน/สถานศึกษาในสังกัด 2. วางแผนการด าเนินงานตามแผนปฏิบัติราชการ แผนปฏิบัติการ แผนพัฒนา และแผนการใช้จ่ายของ หน่วยงานและสถานศึกษา ให้มีความชัดเจน 3. ก ากับ และติดตามการปฏิบัติงานในพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการสร้างความร่วมมือกับเครือข่ายใน ระดับชุมชน 4. สรุปและรายงานผลการด าเนินงานเป็นระยะ และน าผลการด าเนินงานมาวิเคราะห์เพื่อวางแผนปรับปรุง และแก้ไขแผนการด าเนินงาน เพื่อให้การขับเคลื่อนคุณภาพทางการศึกษาเกิดประสิทธิภาพ สอดคล้องกับ มำตรฐำนกำรศึกษำนอกระบบและกำรศึกษำตำมอัธยำศัย พ.ศ. 2562 มาตรฐานที่ 2 คุณภาพการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย 2.2 ผู้จัดกิจกรรมมีความรู้ ความสามารถในการจัดกิจกรรมการศึกษาตามอัธยาศัย 2.4 ผู้รับบริการมีความพึงพอใจต่อการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย มาตรฐานที่ 3 คุณภาพการบริหารจัดการของสถานศึกษา 3.8 การส่งเสริม สนับสนุนการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้


5 3. หลักกำรและเหตุผล เด็กเป็นทรัพยากรบุคคลที่ส าคัญของประเทศชาติ เป็นพลังส าคัญในการพัฒนาชาติบ้านเมืองให้ เจริญก้าวหน้าและมั่นคง เด็กจึงควรได้รับการเตรียมตัวที่จะเป็นก าลังส าคัญของชาติด้วยการขยันหมั่นศึกษาหาความรู้ และใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่ ประพฤติปฏิบัติตนอยู่ในระเบียบวินัย มีความขยันขันแข็ง รับผิดชอบ ยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริต มีความเมตตากรุณา ช่วยเหลือเอื้อเฟื้อผู้อื่น เสียสละและบ าเพ็ญประโยชน์เพื่อส่วนรวม ช่วยกันรักษาความสะอาดและอนุรักษ์ทรัพยากร ตลอดจนสาธารณสมบัติส่วนรวมของชาติ หากเด็กทุกคนได้ตระหนัก ถึงอนาคตของตนเองและของประเทศชาติ โดยได้ตระหนักถึงสิ่งที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ชาติบ้านเมืองก็จะมีความ ร่มเย็นและเด็กก็จะเติบโตเป็นเด็กดีของชาติต่อไป ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อ าเภอพานทอง โดยงานห้องสมุดประชาชนอ าเภอพานทอง ด าเนินการจัด กิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ ประจ าปี 2567 ร่วมกับเทศบาลต าบลพานทอง อ าเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี ณ บริเวณ สนามหน้าเทศบาลต าบลพานทอง ในวันเสาร์ที่ 13 มกราคม 2567 ตั้งแต่เวลา 07.30 น. เป็นต้นไป เพื่อส่งเสริมให้ เด็กและเยาวชนมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ กล้าแสดงออกและเปิดโอกาสส าหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมให้มีโอกาสรับรางวัล และของที่ระลึกอย่างทั่วถึง สร้างขวัญและก าลังใจให้กับเด็กและเยาวชนในพื้นที่อ าเภอพานทอง 4. วัตถุประสงค์ 4.1 เพื่อส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ สังคมให้เด็ก 4.2 เพื่อให้เด็กได้แสดงความสามารถ กล้าคิด กล้าแสดงออกในทางที่ถูกต้อง 5. เป้ำหมำย 5.1 เชิงปริมาณ เด็กและเยาวชนในพื้นที่อ าเภอพานทอง จ านวน 150 คน 5.2 เชิงคุณภาพ 5.2.1 เด็กได้รับการส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ สังคม 5.2.2 เด็กได้แสดงความสามารถ กล้าคิด กล้าแสดงออกในทางที่ถูกต้อง 6. กิจกรรมกำรด ำเนินงำน กิจกรรม วัตถุประสงค์ กลุ่ม เป้ำหมำย เป้ำหมำย พื้นที่ ด ำเนินกำร ระยะเวลำ งบประมำณ 1. ขั้นวางแผน (Plan) - วางแผนการปฏิบัติ - แต่งตั้งคณะท างาน - จัดท าโครงการและ ขออนุมัติโครงการ เพื่อวางแผน การด าเนินงาน และจัดกิจกรรม การเรียนรู้ บุคลากร ศูนย์ส่งเสริม การเรียนรู้ อ าเภอ พานทอง 17 คน ศูนย์ส่งเสริม การเรียนรู้ อ าเภอ พานทอง 8 ธ.ค. 66 2,570.- 2. ขั้นด าเนินงาน (Do) - กิจกรรมวาดภาพ ระบายสี - กิจกรรมปั้นตาม - เพื่อส่งเสริม พัฒนาการด้าน ร่างกาย สติปัญญา เด็กและ เยาวชน ในพื้นที่ 150 คน เทศบาลต าบล พานทอง อ าเภอพานทอง 13 ม.ค. 67


6 จินตนาการ - กิจกรรมระบายสีปูน ปลาสเตอร์ - กิจกรรมโยนบอลลง ตะกร้า - กิจกรรมเรียงแก้วน้ า อารมณ์และ สังคมให้เด็ก - เพื่อให้เด็ก ได้แสดง ความสามารถ กล้าคิด กล้าแสดงออก อ าเภอ พานทอง 3.ขั้นตรวจสอบ (Check) -การประเมินผลก่อน ด าเนินโครงการ -การประเมินผลระหว่าง ด าเนินโครงการ -การประเมินผลเมื่อ เสร็จสิ้นโครงการ เพื่อประเมิน ความเป็นไปได้ ความก้าวหน้า และความส าเร็จ ของโครงการ บุคลากร ศูนย์ส่งเสริม การเรียนรู้ อ าเภอ พานทอง 17 คน ศูนย์ส่งเสริม การเรียนรู้ อ าเภอ พานทอง 15 ม.ค. 67 - 26 ม.ค. 67 4.ขั้นปรับปรุงแก้ไข (Action) -รวบรวมข้อมูล สรุปผล และจัดท ารายงานฯ -ประชุมคณะท างานเพื่อ น าข้อมูลจากงานการ ประเมินโครงการไปใช้ ปรับปรุง แก้ไข และ พัฒนาการด าเนิน โครงการ เพื่อปรับปรุง แก้ไขและ พัฒนาการ ด าเนินโครงการ บุคลากร ศูนย์ส่งเสริม การเรียนรู้ อ าเภอ พานทอง 17 คน ศูนย์ส่งเสริม การเรียนรู้ อ าเภอ พานทอง 29 ม.ค. 67 - 8 ก.พ. 67 7. งบประมำณ - งบประมาณประจ าปี พ.ศ.2566 ไปพลางก่อน แผนงาน : พื้นฐานด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพ ทรัพยากรมนุษย์ ผลผลิตผู้รับบริการการศึกษาตามอัธยาศัย กิจกรรมจัดการศึกษาตามอัธยาศัย งบด าเนินงาน ค่าบริหารห้องสมุดประชาชน (เดือนตุลาคม 2566 – มีนาคม 2567) จ านวนเงิน 2,570 บาท (สองพันห้าร้อยเจ็ดสิบ บาทถ้วน) รายละเอียดดังนี้ 8. แผนกำรใช้จ่ำยงบประมำณ กิจกรรม ไตรมำส 1 (ต.ค.66-ธ.ค.66) ไตรมำส 2 (ม.ค.67-มี.ค.67) ไตรมำส 3 (เม.ย.67-มิ.ย.67) ไตรมำส 4 (ก.ค.67-ก.ย.67) โครงการวันเด็ก แห่งชาติ ประจ าปี 2567 - 2,570 บาท - -


7 9. ผู้รับผิดชอบโครงกำร 9.1 นางพวงออ เจริญแพทย์ ครูอาสาสมัครฯ หัวหน้างานการศึกษาตามอัธยาศัย 9.2 นางสาวพิชชานันท์ ถิระวีระเกียรติ บรรณารักษ์ 10. เครือข่ำย/หน่วยงำนที่เกี่ยวข้อง หน่วยงานภาครัฐและเอกชน 11. โครงกำรที่เกี่ยวข้อง โครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ 12. ผลลัพธ์ (Outcome) 12.1 เด็กได้รับการส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคม 12.2 เด็กได้แสดงความสามารถ กล้าคิด กล้าแสดงออกในทางที่ถูกต้อง 13. ดัชนีชี้วัดผลส ำเร็จของโครงกำร ตัวชี้วัดผลผลิต เด็กและเยาวชนในพื้นที่อ าเภอพานทอง เข้าร่วมกิจกรรมไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ตัวชี้วัดผลลัพธ์ ร้อยละ 80 เด็กและเยาวชน ได้รับการส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ สังคม ได้แสดง ความสามารถ กล้าคิด กล้าแสดงออกในทางที่ถูกต้อง 14. กำรติดตำมและประเมินกิจกรรม 14.1 ประเมินผลการด าเนินงานโครงการโดยการสังเกต 14.2 ทะเบียนรายชื่อผู้รับบริการ 15. ผลที่คำดว่ำจะได้รับ 15.1 เด็กและเยาวชนได้แสดงความสามารถ กล้าคิด กล้าแสดงออกในทางที่ถูกต้อง 15.2 เด็กได้รับการส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ สังคม 15.3 ห้องสมุดประชาชนอ าเภอพานทองและงานการศึกษานอกโรงเรียนเป็นที่รู้จักของประชาชน 15.3 ห้องสมุดประชาชนอ าเภอพานทองมีเครือข่ายในการด าเนินงานเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตามอัธยาศัย


8 บทที่ 2 ทฤษฎี ควำมส ำคัญ เอกสำรและงำนวิจัยที่เกี่ยวข้อง ควำมเป็นมำและควำมส ำคัญ จากค ากล่าวที่ว่า อนาคตของประเทศชาติจะเป็นอย่างไรต่อไป ส่วนหนึ่งต้องขึ้นอยู่กับคุณภาพชีวิตของเด็ก ในประเทศนั้น ๆ ว่าเป็นอย่างไร ดังนั้นเราจึงจ าเป็นต้องให้การพิทักษ์รักษาคุ้มครองทางด้านกฎหมาย ตลอดจนให้ ความส าคัญแก่เด็ก ๆ เพราะถือว่า เด็กคือมนุษย์ที่ยังอ่อนอยู่ทั้งทางร่างกายและจิตใจ ตำมพจนำนุกรมฉบับรำชบัณฑิตยสถำน พ.ศ. 2525 ได้ให้ความหมาย ของค าว่า "เด็ก" ไว้ดังนี้ เด็ก หมายถึง คนที่มีอายุยังน้อย ยังเล็ก เด็กชำย คือ ค าน าเรียกเด็กผู้ชายที่มีอายุไม่เกิน 14 ปีบริบูรณ์ เด็กหญิง คือ ค าน าเรียกเด็กผู้หญิงที่มีอายุไม่เกิน 14 ปีบริบูรณ์ ควำมเป็นมำของวันเด็กสำกล เมื่อปีพุทธศักราช 2498 ได้เกิดปฏิญญาว่าด้วยสิทธิเด็กขึ้น โดยองค์การสหประชาชาติท าให้ทั่วโลกเกิด ความตื่นตัว และเห็นพ้องต้องกันว่าควรจะให้ความส าคัญแก่เด็ก ๆ ของตนมากขึ้น การขานรับในการนี้จากประเทศ ต่าง ๆ เป็นไปอย่างกว้างขวาง ในปีเดียวกันนั้นเอง ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกไม่น้อยกว่า 40 ประเทศต่างก็จัดงานฉลอง วันเด็กแห่งชาติของประเทศตนขึ้นมา โดยก าหนดกันว่าจะถือเอาวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมของทุกปี เป็นวันเด็ก แห่งชาติ การจัดงานเฉลิมฉลองวันเด็กแห่งชาติในแต่ละประเทศขณะนั้นมีรูปแบบที่คล้ายคลึงกันเป็นส่วนใหญ่ โดย ยึดหลักการให้ความส าคัญแก่เด็กเป็นวัตถุประสงค์หลักโดยเปิดสถานที่ราชการที่ส าคัญเช่น พิพิธภัณฑ์ รัฐสภา เป็นต้น ให้เด็ก ๆ ได้เข้าชมและศึกษา บางแห่งจัดการแสดงมหรสพ มีการแจกอาหาร แข่งขันเกม แจกของขวัญ ฯลฯ ต่อมา งานนี้ได้รับความส าคัญทั่วโลกจึงได้จัดกันแพร่หลายมาถึงปัจจุบัน กำรจัดงำนวันเด็กในประเทศไทย ปีพุทธศักราช 2498 อันเป็นปีที่ทั่วโลกเริ่มจัดงานเฉลิมฉลองวันเด็กแห่งชาติกันขึ้นตามความเห็นคล้อยตาม กับองค์การสหประชาชาติที่น าปัญหาเรื่องเด็กมาร่างเป็นปฏิญญาว่าด้วยสิทธิของเด็กขึ้นมา ประเทศไทยได้รับข้อเสนอของนาย วี เอ็ม กุลกานี ผู้แทนองค์กรสมาพันธ์เพื่อสวัสดิภาพเด็กระหว่างประเทศ ผ่านมาทางกรมประชาสงเคราะห์กระทรวงมหาดไทยว่า ประเทศไทยควรจัดงานเฉลิมฉลองวันเด็กแห่งชาติขึ้นเพื่อ ส่งเสริมให้ประชาชนเห็นความส าคัญของเด็กให้มากขึ้น ดังที่นานาประเทศก าลังท าอยู่ขณะนั้นสภาวัฒนธรรมแห่งชาติยัง มิได้ถูกยุบเลิกไปแล้ว คณะกรรมการสภาวัฒนธรรมแห่งชาติจึงน าเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมเพื่อพิจารณา ในที่สุดที่ประชุม ได้เห็นชอบ น าเรื่องเสนอต่อคณะรัฐมนตรีในขณะนั้น ต่อมาเมื่อวันที่ 27 กรกฏาคม พ.ศ.2498 ได้มีมติคณะรัฐมนตรี รับหลักการให้จัดงานวันเด็กแห่งชาติขึ้น โดยมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงศึกษาธิการรับไป ด าเนินการ ส่วนของค่าใช้จ่ายในการจัดงานนั้นได้อนุมัติเงินจากกองสลากกินแบ่งรัฐบาลมาด าเนินการ ดังนั้นในวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ.2498 ประเทศไทยจึงมีงานเฉลิมฉลองวันเด็กแห่งชาติเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก จากนั้นเป็นต้นมาทางราชการได้ก าหนดวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมของทุกปีเป็นวันเด็กแห่งชาติส าหรับประเทศไทย และจัดติดต่อกันมาจนถึงปี พ.ศ. 2506 ที่ประชุมคณะกรรมการจัดงานวันเด็กแห่งชาติในปีนั้นมีความเห็นพ้อง


9 ต้องกันว่าสมควรที่จะเสนอเปลี่ยนวันจัดงานวันเด็กแห่งชาติเสียใหม่เพื่อความเหมาะสมด้วยเหตุผลว่า ในเดือนตุลาคม ส าหรับประเทศไทยเราเป็นเดือนที่ยังอยู่ในฤดูฝน มีฝนตกมาก เด็ก ๆ ไม่สะดวกในการมาร่วมงาน ประการต่อไปก็คือ วันจันทร์เป็นวันปฏิบัติงานของผู้ปกครองจึงไม่สามารถพาเด็กของตนไปร่วมงานได้ ตลอดจนการจราจรก็ติดขัด จึงเห็น ว่าควรจะเปลี่ยนไปเป็นวันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคมเสียทุกสิ่งทุกอย่างได้สะดวกสบายขึ้น และมีความเหมาะสม มากกว่า จากข้อเสนอดังกล่าว คณะรัฐมนตรีในขณะนั้นมีมติเห็นชอบตามที่คณะกรรมการจัดงานวัดเด็กแห่งชาติ เสนอมา ลงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2507 จึงประกาศเปลี่ยนงานฉลองวันเด็กแห่งชาติจากวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคม มาเป็นวันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคมตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นมา ด้วยเหตุนี้จึงส่งผลให้ปี พ.ศ.2507 ไม่มีงานวันเด็ก แห่งชาติด้วยการประกาศเปลี่ยนได้เลยวันมาแล้ว งานวันเด็กแห่งชาติได้เริ่มจัดขึ้นมาใหม่อีกครั้งในปี พ.ศ.2508 และจัดเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน นับเป็นเวลาได้ 38 ปีแล้ว (งดจัดในปี พ.ศ.2507 หนึ่งปี) งำนวิจัยที่เกี่ยวข้อง วันเด็กแห่งชาติ : พัฒนาการและความส าคัญต่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สุวิชัย โกศัยยะวัฒน์ รองศาสตราจารย์ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา “เด็กวันนี้คือผู้ใหญ่ในวันหน้า” เป็น วลี ที่มาจากตอนหนึ่งของเพลงวันเด็กแห่งชาติที่ได้ยินกันมานาน แต่มีความหมายที่แสดงถึง นัยของทรัพยากรมนุษย์ที่ ส าคัญของประเทศชาติไว้ด้วยอย่างแท้จริง เพราะเด็กเป็นก าลังส าคัญ ที่จะต้องเติบโตขึ้นไปเป็นผู้ที่ท าหน้าที่พัฒนา ชาติบริหารบ้านเมืองต่อไปในอนาคต การก าหนด ให้มีวันเด็กและก าหนดให้เป็นวันส าคัญของชาติวันหนึ่ง จึงเป็น การให้ความส าคัญกับเด็กในฐานะ ที่เป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่าอันส าคัญยิ่ง ของประเทศโดยตรงจากค ากล่าวที่ เคยกล่าวกัน ว่า อนาคตของประเทศชาติจะเป็นอย่างไรต่อไป ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับคุณภาพของเด็กในวันนี้ ที่จะ เติบโต ไปเป็นผู้ใหญ่ เด็กของประเทศนั้นๆ เป็น อย่างไร สามารถมองภาพในอนาคตได้ว่าคน ของประเทศนั้น ๆ ย่อมมี ลักษณะดังกล่าว ดังนั้น จึงต้องให้ความส าคัญกับเด็ก มีการพิทักษ์คุ้มครองสิทธิของเด็กทางด้านกฎหมาย ตลอดจนให้ การศึกษาอบรมเลี้ยงดู และวางแผนพัฒนาเพื่อวางรากฐานให้เด็กมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ ดีและเป็นคนดีของประเทศชาติโดยสมบูรณ์ เด็ก : ความหมายและการให้ความส าคัญ ค าว่า “เด็ก” ตามความหมายในพจนานุกรมฉบับ ราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 (หน้า 413) ได้ให้นิยามว่า เด็ก หมายถึง คนที่มีอายุยังน้อย ผู้เยาว์ตามประมวล กฎหมายแพ่งและ พาณิชย์คือผู้ซึ่งอายุไม่ครบ 18 ปีบริบูรณ์ และ ยังไม่บรรลุนิติภาวะด้วยการสมรส หรือบุคคล อายุ เกิน 7 ปีบริบูรณ์ แต่ยังไม่เกิน14 ปีบริบูรณ์เด็กชาย คือ ค าน าหน้าชื่อเรียกเด็กผู้ชาย และ เด็กหญิง คือ ค าน าหน้าชื่อ เรียกเด็กผู้หญิงที่มีอายุไม่ถึง 15 ปีบริบูรณ์ ในพระราชบัญญัติ- พัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติพ.ศ. 2550 ได้มีการ ก าหนดนิยามใหม่ว่า เด็ก หมายถึง บุคคลที่มีอายุต่ ากว่า 18 ปี เยาวชน หมายถึง บุคคลที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีถึง 25 ปี บริบูรณ์(กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, 2550, หน้า 4) ดังนั้น จึงต้องให้ความส าคัญกับ เด็ก ซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อมให้เด็กได้ตระหนักถึงความส าคัญของตนเองที่มีต่อการ พัฒนาประเทศชาติในอนาคต การให้ความส าคัญกับเด็กเริ่มต้นเมื่อปีพ.ศ. 2498 เป็นปีที่ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกเริ่มจัด งานเฉลิมฉลองวันเด็กขึ้นใน ประเทศของตน ตามมติขององค์การสหประชาชาติที่น าปัญหา เรื่องเด็กมาอภิปรายและยกร่างเป็นปฏิญญาว่า ด้วย สิทธิเด็กขึ้น ท าให้ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ตื่นตัวให้ความส าคัญกับเด็กและมีมติเห็นชอบ ตรงกันว่าต้องให้ความส าคัญ กับเด็กในประเทศ ของตนมากขึ้นกว่าเดิม ประเทศที่เป็นสมาชิก และประเทศอื่นจึงได้น าไปปฏิบัติอย่างกว้างขวางทั่ว โลกกว่า 40 ประเทศได้จัดงานฉลอง วันเด็กแห่งชาติในประเทศของตนขึ้นอย่างเป็น ทางการ โดยในปีนั้นก าหนดให้


10 วันจันทร์สัปดาห์แรกของเดือนตุลาคมเป็นวันเด็กแห่งชาติ การจัดงานวันเด็กแห่งชาติในแต่ละประเทศขณะนั้น มีรูปแบบคล้ายกัน โดยยึดหลักการให้ความส าคัญแก่เด็กเป็นส าคัญ สถานที่ราชการหลายแห่งได้เปิดให้เด็กเข้าชมโดย ไม่เก็บค่าใช้จ่าย มีการแสดงความสามารถของเด็ก การละเล่น การแข่งขัน กิจกรรมต่าง ๆ ตามประเพณีแต่ละ ท้องถิ่น การประกวดสุขภาพเด็ก และการให้ความรู้ด้านต่าง ๆ แก่เด็กซึ่งจัดติดต่อกันมาทุกปีตั้งแต่นั้น ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรสาธารณประโยชน์ต่าง ๆ ทั่วไป ส าหรับประเทศไทย นายวี เอ็ม กุลกานีผู้แทนองค์กรสัมพันธ์ เพื่อสวัสดิภาพเด็กระหว่างประเทศประจ าประเทศไทยได้เสนอเรื่องนี้ต่อกรมประชาสงเคราะห์ กระทรวงมหาดไทย ขณะนั้นว่า ประเทศไทยควรจัดงานฉลองวันเด็ก แห่งชาติขึ้น เพื่อส่งเสริมให้เห็นความส าคัญของ เด็กดังที่นานา ประเทศด าเนินการอยู่ กระทรวงมหาดไทยได้น าเสนอเรื่องนี้ต่อคณะรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม ซึ่งได้มอบหมาย ให้คณะกรรมการสภาวัฒนธรรมแห่งชาติ ซึ่งสภาวัฒนธรรม แห่งชาติเป็นหน่วยงานด้านวัฒนธรรมในขณะนั้น น าเรื่อง นี้เข้าสู่ที่ประชุมเพื่อพิจารณา ในที่สุดที่ ประชุมได้เห็นชอบและน าเสนอต่อคณะรัฐมนตรีในวันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2498 ได้มีมติคณะรัฐมนตรีรับหลักการให้จัดงานวันเด็กแห่งชาติขึ้น โดยมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย และ กระทรวงศึกษาธิการรับไปด าเนินการ ส าหรับ ค่าใช้จ่ายในการจัดงานได้อนุมัติเงินจากกองสลากกินแบ่งรัฐบาลเพื่อ น ามาจัดงานในปีนั้น จากมติคณะรัฐมนตรีก าหนดให้วันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ.2498 ซึ่งตรงกับวันจันทร์ เป็นวัน เด็ก แห่งชาติของไทยขึ้นเป็นครั้งแรก นับแต่นั้น รัฐบาลได้ก าหนดให้วันจันทร์สัปดาห์แรกของ เดือนตุลาคมของทุกปีเป็น วันเด็กแห่งชาติของไทย จึงได้จัดงานติดต่อกันมาทุกปีจนถึงปี พ.ศ.2506 ที่ประชุมคณะกรรมการจัดงานวันเด็ก แห่งชาติมีความเห็นว่าสมควรเปลี่ยนวันจัดงานวันเด็ก เพื่อความเหมาะสม เพราะว่าเดือนตุลาคมเป็น ช่วงฤดูฝน ยังมี ฝนตกและตกหนักในบางพื้นที่ ประกอบกับเป็นช่วงฤดูน้ าหลาก หลายพื้นที่มีน้ าท่วมขัง ท าให้เด็กไม่สะดวกในการ เดินทางมา ร่วมงาน ประการต่อมาวันที่จัดงานเป็นวันจันทร์ซึ่งเป็นวันท างานปกติของผู้ปกครอง ท าให้ไม่ สามารถพา เด็กไปร่วมงานได้โดยสะดวก เห็นควรเปลี่ยนไปเป็นวันเสาร์สัปดาห์ที่สองของเดือนมกราคม ซึ่งมีความเหมาะสมกว่า เนื่องจาก พ้นฤดูฝน พ้นฤดูเก็บเกี่ยวแล้วและตรงกับวันหยุดราชการ ผู้ปกครองมีความสะดวกในการพา เด็กไป ร่วมงานได้ และยังมีความต่อเนื่องจาก งานเทศกาลปีใหม่ที่ได้มีงานรื่นเริงมาในเวลา ใกล้เคียงกัน ข้อเสนอนี้ได้รับ ความเห็นชอบจาก คณะรัฐมนตรีลงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2507 จึงได้ประกาศเปลี่ยนแปลงวันจัดงานวันเด็ก แห่งชาติจากวันจันทร์สัปดาห์แรกของเดือน ตุลาคมมาเป็นวันเสาร์สัปดาห์ที่สองของเดือน มกราคม เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2508 เป็นต้นมา ส าหรับปี พ.ศ.2507 ไม่ได้มีงานวันเด็กเพราะ การประกาศเปลี่ยนแปลงวันจัดงานได้ล่วงเลย เวลาไป แล้ว วัตถุประสงค์ของการจัดงานวันเด็กแห่งชาติงานวันเด็กแห่งชาติส าหรับประเทศไทย ได้เริ่มจัดอย่างเป็นทางการ อีกครั้งในปี พ.ศ.2508 โดยจัดในวันเสาร์สัปดาห์ที่สองของเดือนมกราคม จากนั้นจัดติดต่อกันมาจนถึงปัจจุบันเป็น เวลา กว่า 40 ปีแล้ว มีวัตถุประสงค์ คือ 1. เพื่อให้ประชาชนได้ตระหนักถึงความส าคัญของเด็ก ให้ผู้ใหญ่สนใจในการเลี้ยงดู อบรม สั่งสอนเด็กและ ช่วยเหลือสงเคราะห์เด็กมากขึ้น 2. เพื่อให้เด็กและเยาวชนยึดมั่นใน สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการ ปกครองในระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข 3. เพื่อให้เด็กรู้จักหน้าที่ของตนและ อยู่ในระเบียบวินัยอันดี 4. เพื่อเผยแพร่ปฏิญญาสากลว่าด้วย สิทธิของเด็ก ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิเด็กและเยาวชนขององค์การสหประชาชาติเนื่องจากเด็กไม่ใช่ผู้ใหญ่ย่อส่วน แต่ เป็นอีกวัยอีกชีวิตหนึ่งที่ต้องมีพัฒนาการ มีลักษณะเฉพาะที่ต้องศึกษา ต้องให้ความส าคัญในฐานะพลเมืองของประเทศ ด้วย โดยแตกต่างไปจากวัยผู้ใหญ่ ดังทรรศนะของ จอห์น ดิวอี้ นักการศึกษาชื่อดังชาวสหรัฐอเมริกา แต่เนื่องจากเด็ก และเยาวชนยังไม่สามารถดูแลตัวเองได้ ต้องมีผู้ดูแลหรือมีผู้ปกครองตามกฎหมายให้การดูแล เลี้ยงดูอบรมสั่งสอน


11 จนกว่าถึงวัยที่ดูแลตนเองได้และไม่ต้องมีผู้ปกครอง และระหว่างที่ผู้ใหญ่ ท าหน้าที่ดูแลเด็กนั้น ผู้ใหญ่จ าเป็นต้องทราบ เกี่ยวกับสิทธิของเด็กและต้องไม่ละเมิดสิทธิของเด็ก อีกทั้งต้องเอาใจใส่ในการพิทักษ์รักษาสิทธิของเด็กในความดูแล ด้วยอย่างเต็มที่ ดังนี้ ข้อ 1. เด็กและเยาวชน พึงได้รับสิทธิเท่าเทียมกันโดยปราศจากการแบ่งแยกหรือกีดกัน ไม่ว่าโดยวิธี ใด ในเรื่องเชื้อชาติ สีผิว เพศ ภาษา ศาสนา ความคิดเห็นทางการเมือง เผ่าพันธุ์สัญชาติหรือสังคม ทรัพย์สิน ถิ่น ก าเนิด สภาพร่างกาย หรือสถานะอื่นๆ ไม่ว่าจะของเด็กหรือของครอบครัวก็ตาม ข้อ 2. เด็กและเยาวชน พึงได้รับการ พิทักษ์คุ้มครองเป็นพิเศษ อันจะช่วยให้เด็กสามารถ พัฒนาทั้ง ทางกาย ทางสมอง และจิตใจเพื่อให้ร่วมอยู่ในสังคมได้อย่างปกติชน ข้อ 3. เด็กและเยาวชนมีสิทธิที่จะได้ชื่อ และมีสัญชาติแต่ก าเนิด ข้อ 4. เด็กและเยาวชนพึงได้รับความมั่นคงทางสังคมและเติบโตอย่างสมบูรณ์ ดังนั้น ทั้งแม่และเด็ก ควรได้รับการดูแลคุ้มครองเป็นพิเศษ ทั้งเมื่ออยู่ในครรภ์และภายหลังเมื่อคลอดแล้ว โดยได้รับสิทธิในเรื่องที่อยู่อาศัย ได้รับอาหาร ได้รับการดูแลทางการแพทย์ และโดยเฉพาะ เด็กเล็กให้ได้รับการเล่นรื่นเริง เพลิดเพลินด้วย ข้อ 5. เด็กและเยาวชนที่พิการทั้งร่างกาย สมองและจิตใจ มีสิทธิที่จะได้รับการรักษาพิเศษ หมายถึง การดูแลรักษาและการศึกษาที่เหมาะสม กับสภาวะของเด็กโดยเฉพาะ ข้อ 6. เด็กและเยาวชน พึงได้รับความรัก และความเข้าใจ อันจะช่วยพัฒนาบุคลิกของตน โดยเติบโต อยู่ในความรับผิดชอบของบิดา มารดา ของเด็กเองและในทุกกรณีเด็กจะต้องอยู่ใน บรรยากาศที่เต็มไปด้วยความรัก ความอบอุ่น ปลอดภัยและไม่พลัดพรากจากพ่อแม่ ในกรณีที่เด็กไม่มีครอบครัวหรือมาจากครอบครัวที่ยากจนและมี ลูกมากก็จะได้รับความช่วยเหลือเป็น พิเศษจากรัฐหรือองค์การต่าง ๆ ข้อ 7. เด็กและเยาวชนมีสิทธิที่จะได้รับ การศึกษา ซึ่งควรจัดให้เปล่าอย่างน้อยในระดับ ชั้น ประถมศึกษา เพื่อเป็นการส่งเสริมพัฒนาเด็ก ให้เหมาะกับวัฒนธรรมของสังคมนั้น และให้เติบโตเป็นสมาชิกผู้ท า ประโยชน์ต่อสังคมได้คนหนึ่ง การศึกษานี้ครอบคลุมให้ถึงการแนะแนว ทางชีวิต ซึ่งมีบิดา มารดาเป็นผู้รับผิดชอบ ก่อน บุคคลอื่น เด็กจะต้องมีโอกาสได้รับความสนุกสนานเพลิดเพลินจากการเล่นและรื่นเริงพร้อม กันไป ข้อ 8. เด็กและเยาวชนจะเป็นบุคคลแรก ที่ได้รับการคุ้มครองและสงเคราะห์ในทุกกรณี ข้อ 9. เด็กและเยาวชนพึงได้รับการปกป้องให้พ้นจากการถูกทอดทิ้ง จากความโหดร้ายทารุณ และ การถูกข่มเหง รังแกทุกชนิดเด็กจะต้องไม่กลายเป็นสินค้าไม่ว่าในรูปแบบใด จะต้องไม่มีการรับเด็กเข้าท างานก่อนวัย อันสมควร ไม่มีการกระท าใด ๆ อันจะเป็นการชักจูงหรือ อนุญาตให้เด็กจ าต้องรับจ้างท างาน ซึ่งอาจจะ เป็นผลร้ายต่อ สุขภาพของเด็ก หรือเป็นเหตุให้การพัฒนาทางกาย ทางสมองและทางจิตใจของ เด็กต้องเสื่อมลง ข้อ 10. เด็กและเยาวชนพึงได้รับการ คุ้มครองให้พ้นจากการกระท าที่แสดงถึงการกีดกัน แบ่งแยกไม่ ว่าทางเชื้อชาติ ศาสนา สภาพร่างกาย ฐานะทางสังคม ด้วยวิธีการใด เด็กจะต้องได้รับการเลี้ยงดูให้เติบโตขึ้นมาใน ภาวะแห่ง จิตที่เต็มไปด้วยความเข้าใจ มีการหย่อนหนักหย่อนเบา มีมิตรภาพระหว่างชนชาติสันติภาพ และความเสมอ ภาค ตลอดจนได้รับการดูแลด้วย ส านึกที่ว่าความสามารถในตัวเด็กเป็นพละก าลัง ที่จะน ามาใช้เพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ต่อไป จากปฏิญญาสากลดังกล่าว สะท้อนให้เห็นว่าผู้ใหญ่ต้องมีจิตส านึก ต้องตระหนักใน คุณค่าของเด็ก จะกระท า การอันใดที่เป็นการล่อลวงละเมิดสิทธิของเด็กเพียงเพื่อตามใจปรารถนา ของตนนั้นย่อมมิได้ ขณะเดียวกันต้องสอนให้ เด็กได้ทราบและเข้าใจถึงความส าคัญของตนใน ฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของสังคมแห่งมวลมนุษยชาติ มีบทบาท มีหน้าที่ และมีความรับผิดชอบ ทั้งต่อตนเอง ต่อผู้อื่นและต่อสังคมที่ตนเองอาศัย อยู่ด้วยเช่นกัน พัฒนาการของการจัดงานวัน เด็กแห่งชาติของไทย นับจากปี พ.ศ.2508 รัฐบาลได้จัดงาน วันเด็กแห่งชาติขึ้นในวันเสาร์ สัปดาห์ที่สองของ


12 เดือนมกราคมมาจนถึงบัดนี้ ในการจัดงานวันเด็กแห่งชาติแต่ละปีนั้น รัฐบาลได้จัดให้มีคณะกรรมการจัดงานฉลองวัน เด็กขึ้นคณะหนึ่ง ท าหน้าที่ประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ และเอกชน ให้เด็กทั้งในระบบโรงเรียน และ นอกระบบโรงเรียนพร้อมกันทั่วประเทศ ได้รับความรู้ ความรื่นเริงอย่างมีสาระ พร้อมทั้งตระหนักในจิตส านึกถึงคุณค่า ความส าคัญของตนเอง รู้จักสิทธิหน้าที่ ความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม มีความเข้าใจในบทบาทของตนเองตาม วัย เพื่อเตรียมตัวเป็นผู้ใหญ่มีบทบาทหน้าที่ส าคัญต่อไปในอนาคต ดังนั้นการจัดงานวันเด็กแห่งชาติทุกๆ ปี จึงมิได้ มุ่งเน้นจัดงานเพื่อความบันเทิงเพียงอย่างเดียว แต่ให้ความส าคัญกับเด็กที่จะต้องเป็นผู้ใหญ่ รับผิดชอบต่อสังคมและ ประเทศชาติต่อไปอีกด้วย กิจกรรมที่จัดในงานวันเด็กแห่งชาติจึง มีหลากหลายรูปแบบ แต่มีสาระ ประโยชน์แทรกอยู่ ด้วยในทุกกิจกรรม ได้แก่ การจัดประชุม สัมมนาเกี่ยวกับความส าคัญ บทบาทหน้าที่ของเด็กที่พึงปฏิบัติ การหาความรู้ การพัฒนาตนเอง กิจกรรมพิเศษเช่นการแข่งขันทางวิชาการ การตอบปัญหา การมอบของขวัญให้แก่เด็กที่มีความ ประพฤติดี มีความสามารถพิเศษ เป็นต้น ดังนั้น การจัดงานวันเด็กแห่งชาติ นอกเหนือจากวัตถุประสงค์ที่จะให้เด็กทั่ว ประเทศได้รู้ถึงความส าคัญของตนเองเกี่ยวกับสิทธิหน้าที่ความรับผิดชอบ ระเบียบวินัยที่มีต่อตนเองและสังคมแล้ว ยังเป็นการปลูกฝังและส่งเสริมให้เด็กได้มีความรักชาติ ยึดมั่นในสถาบันศาสนาและพระมหากษัตริย์ เลื่อมใสในการ ปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข พร้อมกันนั้นเพื่อให้ผู้ใหญ่ในสังคมได้ตระหนักถึง ความส าคัญ สนับสนุนและส่งเสริมให้เด็กได้เติบโตขึ้นมา ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม เตรียมตัวให้พร้อมที่จะเป็น ทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่า ต่อสังคมในอนาคต ทุกๆ ปีในวันเด็กแห่งชาติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะพระราชทานพระบรมราโชวาท ให้ข้อคิดและความส าคัญแก่เด็ก สมเด็จพระสังฆราชทรงประทานพระคติธรรม ให้แก่เด็กได้น าไปเป็นแนวทางในการปฏิบัติส าหรับ การด าเนินชีวิต และ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีแต่ละรัฐบาล ได้มอบ ค าขวัญวันเด็กให้กับเด็กไทยทุกปีเป็นประจ า ค าขวัญวันเด็กแต่ละปีเป็นข้อคิด และคติที่สะท้อนภาพเด็กในแต่ละยุค สมัย เพื่อให้เด็กมีคุณสมบัติดังกล่าวที่เหมาะสมกับช่วงเวลา เป็นคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของเด็กไทย ค าขวัญวัน เด็กเริ่มมีเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ.2499 โดย จอมพล ป. พิบูลสงคราม และได้เว้นไปเนื่องจากสถานการณ์ทางการเมือง ไม่สงบ จากนั้นเริ่มมีอีกครั้ง ในปีพ.ศ.2502 โดยจอมพลสฤษดิ์ธนะรัตน์ และมีต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน


13 บทที่ 3 วิธีกำรด ำเนินงำน กำรด ำเนินงำน 1. ศึกษานโยบาย 2. ก าหนดกลุ่มเป้าหมาย 3. ขออนุมัติโครงการ 4. ศึกษาเนื้อหา จัดเตรียมเอกสาร 5. ด าเนินการตามโครงการ 6. ประเมินผล สรุปผล และรายงานผล กิจกรรม วัตถุประสงค์ กลุ่ม เป้ำหมำย เป้ำหมำย พื้นที่ ด ำเนินกำร ระยะเวลำ งบประมำณ 1.ขั้นวางแผน (Plan) - วางแผนการปฏิบัติ - แต่งตั้งคณะท างาน - จัดท าโครงการและขอ อนุมัติโครงการ เพื่อวางแผน การด าเนินงาน และจัดกิจกรรม การเรียนรู้ บุคลากร ศูนย์ส่งเสริม การเรียนรู้ อ าเภอ พานทอง 17 คน ศูนย์ส่งเสริม การเรียนรู้ อ าเภอ พานทอง 8 ธ.ค.66 2,570.- 2.ขั้นด าเนินงาน (Do) - กิจกรรมวาดภาพ ระบายสี - กิจกรรมปั้นตาม จินตนาการ - กิจกรรมระบายสีปูน ปลาสเตอร์ - กิจกรรมโยนบอลลง ตะกร้า - กิจกรรมเรียงแก้วน้ า - เพื่อส่งเสริม พัฒนาการด้าน ร่างกาย สติปัญญา อารมณ์และ สังคมให้เด็ก - เพื่อให้เด็ก ได้แสดง ความสามารถ กล้าคิด กล้าแสดงออก เด็กและ เยาวชน ในพื้นที่ อ าเภอ พานทอง 150 คน เทศบาลต าบล พานทอง อ าเภอ พานทอง 13 ม.ค. 67 3.ขั้นตรวจสอบ (Check) -การประเมินผลก่อน ด าเนินโครงการ -การประเมินผลระหว่าง ด าเนินโครงการ -การประเมินผลเมื่อ เสร็จสิ้นโครงการ เพื่อประเมิน ความเป็นไปได้ ความก้าวหน้า และความส าเร็จ ของโครงการ บุคลากร ศูนย์ส่งเสริม การเรียนรู้ อ าเภอ พานทอง 17 คน ศูนย์ส่งเสริม การเรียนรู้ อ าเภอ พานทอง 15 ม.ค. 67 - 26 ม.ค. 67


14 4.ขั้นปรับปรุงแก้ไข (Action) -รวบรวมข้อมูล สรุปผล และจัดท ารายงานฯ -ประชุมคณะท างานเพื่อ น าข้อมูลจากงานการ ประเมินโครงการไปใช้ ปรับปรุง แก้ไข และ พัฒนาการด าเนิน โครงการ เพื่อปรับปรุง แก้ไขและ พัฒนาการ ด าเนินโครงการ บุคลากร ศูนย์ส่งเสริม การเรียนรู้ อ าเภอ พานทอง 17 คน ศูนย์ส่งเสริม การเรียนรู้ อ าเภอ พานทอง 29 ม.ค. 67 - 8 ก.พ. 67 กำรวิเครำะห์ข้อมูล จากการด าเนินงานการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย ห้องสมุดประชาชนอ าเภอพานทองได้ด าเนินงานตาม ขั้นตอน และรวบรวมแบบส ารวจ น าข้อมูลจากการตอบแบบสอบถามมาวิเคราะห์ความถี่ คิดค่าเฉลี่ย ตามล าดับความ พึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมส าเร็จรูปเพื่อการวิจัยทางสังคมศาสตร์(SPSS) ค่าคะแนนที่ได้จะเป็นช่วงคะแนนที่เป็นเกณฑ์การวิเคราะห์ระดับความพึงพอใจเป็น 5 ระดับดังนี้ คะแนนระหว่าง 1.00 – 1.50 คือระดับน้อยที่สุด คะแนนระหว่าง 1.51 – 2.50 คือระดับน้อย คะแนนระหว่าง 2.51 – 3.50 คือระดับปานกลาง คะแนนระหว่าง 3.51 – 4.50 คือระดับมาก คะแนนระหว่าง 4.51 – 5.00 คือระดับมากที่สุด โดยจะวิเคราะห์ค่าเฉลี่ยเป็นด้าน ประกอบด้วย 1. ด้านบุคลากร/บุคลากรผู้ช่วย 2. ด้านความเหมาะสมของ กิจกรรม กำรประเมินผล จากการประเมินผลการด าเนินงานโครงการโดยการสังเกต ในด้านบุคลากร/บุคลากรผู้ช่วย และสื่อ อุปกรณ์ เอกสาร เนื้อหาของกิจกรรมมีความเหมาะสม ผู้ร่วมโครงการส่วนใหญ่ มีความพึงพอใจต่อบุคลากร/บุคลากรผู้ช่วย และสื่อ อุปกรณ์ เอกสาร เนื้อหาของกิจกรรมมีความเหมาะสม ระดับ มากที่สุด ในส่วนของข้อเสนอแนะ - ไม่มีข้อเสนอแนะ


15 บทที่ 4 ผลกำรด ำเนินงำน โครงการวันเด็กแห่งชาติ ประจ าปี 2567 จัดท าขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนมี ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ กล้าแสดงออกและเปิดโอกาสส าหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมให้มีโอกาสรับรางวัลและของที่ระลึก อย่างทั่วถึง สร้างขวัญและก าลังใจให้กับเด็กและเยาวชนในพื้นที่อ าเภอพานทอง รายละเอียดกิจกรรม มีดังนี้ กิจกรรมส่งเสริมกำรอ่ำนและกำรเรียนรู้ 1. กิจกรรมวาดภาพระบายสี 2. กิจกรรมปั้นตามจินตนาการ 3. กิจกรรมระบายสีปูนปลาสเตอร์ 4. กิจกรรมโยนบอลลงตะกร้า 5. กิจกรรมเรียงแก้วน้ า ประเภทงบประมำณที่ใช้ - งบประมาณประจ าปี พ.ศ.2566 ไปพลางก่อน แผนงาน : พื้นฐานด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพ ทรัพยากรมนุษย์ ผลผลิตผู้รับบริการการศึกษาตามอัธยาศัย กิจกรรมจัดการศึกษาตามอัธยาศัย งบด าเนินงาน ค่าบริหารห้องสมุดประชาชน (เดือนตุลาคม 2566 –มีนาคม 2567) จ านวนเงิน ๒,๕๗๐ บาท (สองพันห้าร้อยเจ็ดสิบบาทถ้วน) เป้ำหมำย เชิงปริมาณ เด็กและเยาวชนในพื้นที่อ าเภอพานทอง 150 คน เชิงคุณภาพ เด็กได้รับการส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ สังคม เด็กได้แสดงความสามารถ กล้าคิด กล้าแสดงออกในทางที่ถูกต้อง ผลที่ได้รับ 1) เด็กได้แสดงความสามารถ กล้าคิด กล้าแสดงออก 2) ผู้ร่วมโครงการรวมทั้งสิ้น 416 คน (เกินเป้าหมาย) จ ำนวนผู้ตอบแบบสอบถำม จ านวน 300 คน สถำนที่ในกำรจัดกิจกรรม สนามหน้าเทศบาลต าบลพานทอง อ าเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี ระยะเวลำในกำรจัดกิจกรรม วันที่ 13 มกราคม 2567


16 เจ้ำหน้ำที่ที่มำตรวจเยี่ยม /นิเทศ 1. นางสาวสมใจ เกิดพูลผล ผู้อ านวยการ 2. นางสาวระพีพร วงค์มน ครู 3. นางพวงออ เจริญแพทย์ ครูอาสาสมัคร 4. นางสาวศศิธร รักษาสุข ครูอาสาสมัคร ประโยชน์ที่ได้รับในกำรจัดกิจกรรม เด็กได้รับการส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคม ได้แสดงความสามารถ กล้าคิด กล้าแสดงออกในทางที่ถูกต้อง ห้องสมุดประชาชนอ าเภอพานทองและศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อ าเภอพานทองเป็นที่ รู้จักของประชาชน และมีเครือข่ายในการด าเนินงานเพื่อส่งเสริมการอ่านและการศึกษาตามอัธยาศัยเพิ่มขึ้น กำรน ำเสนอผลกำรด ำเนินงำน ตอนที่ 1 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม จ าแนกตาม เพศ อายุ และอาชีพ ตอนที่ 2 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลความพึงพอใจของผู้ตอบแบบสอบถาม ตอนที่ 3 สรุปผลข้อเสนอแนะ/ ข้อคิดเห็นอื่นๆ ของผู้ตอบแบบสอบถาม ผลกำรวิเครำะห์ข้อมูล ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม จ าแนกตามเพศ อายุ และอาชีพ ของผู้ตอบแบบสอบถาม โครงการ วันเด็กแห่งชาติ ประจ าปี 2567 ดังตารางที่ 1 - 4 ตารางที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม ด้านเพศ ข้อมูลทั่วไป จ ำนวน ร้อยละ เพศ ชาย 158 52.70 หญิง 142 47.30 รวม 300 100 จากตารางที่ 1 ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ เป็นเพศชาย จ านวน 158 คน คิดเป็นร้อยละ 52.70 และเป็นเพศหญิง จ านวน 142 คน คิดเป็นร้อยละ 47.30 ตารางที่ 2 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม ด้านอายุ ข้อมูลทั่วไป จ ำนวน ร้อยละ อำยุ ต่ ากว่า 15 ปี 300 100 รวม 300 100 จากตารางที่ 2 ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่อายุต่ ากว่า 15 ปี จ านวน 300 คน คิดเป็นร้อยละ 100


17 ตารางที่ 3 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถามด้านระดับการศึกษา ข้อมูลทั่วไป จ ำนวน ร้อยละ ระดับกำรศึกษำ - ต่ ากว่าประถมศึกษา 59 19.67 - ประถมศึกษา 219 73.00 - มัธยมศึกษาตอนต้น 22 7.33 รวม 300 100 จากตารางที่ 3 ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีการศึกษาระดับประถมศึกษา จ านวน 219 คน คิดเป็นร้อยละ 73 รองลงมาคือ ระดับต่ ากว่าประถมศึกษา จ านวน 59 คน คิดเป็นร้อยละ 19.67 น้อยที่สุดคือ ระดับมัธยมศึกษา ตอนต้น จ านวน 22 คน คิดเป็นร้อยละ 7.33 ตารางที่ 4 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม ด้านอาชีพ ข้อมูลทั่วไป จ ำนวน ร้อยละ อำชีพ - เด็กปฐมวัย / นักเรียน 300 100 รวม 300 100 จากตารางที่ 4 ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเด็กปฐมวัย / นักเรียน จ านวน 300 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ตอนที่ 2 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลความพึงพอใจของผู้ตอบแบบสอบถาม โครงการวันเด็กแห่งชาติ ประจ าปี 2567 ดังตารางที่ 5 - 7 ตารางที่ 5 ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ความพึงพอใจโครงการวันเด็กแห่งชาติ ประจ าปี 2567 ภาพรวมและรายด้าน ควำมพึงพอใจ n = 300 (จ านวนผู้ตอบแบบสอบถาม) ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ระดับ อันดับ 1. ด้านบุคลากร/บุคลากรผู้ช่วย 4.67 93.33 มากที่สุด 1 2. ด้านสื่อ อุปกรณ์ เอกสาร เนื้อหา ระยะเวลา 4.50 90.00 มาก 2 รวม 4.59 91.67 มากที่สุด จากตารางที่ 5 พบว่า ความพึงพอใจในการจัดโครงการวันเด็กแห่งชาติ ประจ าปี 2567 ของศูนย์ส่งเสริม การเรียนรู้อ าเภอพานทอง โดยห้องสมุดประชาชนอ าเภอพานทอง โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณารายด้าน เรียงล าดับจากมากไปน้อย ได้แก่ ด้านที่มีความพึงพอใจมากที่สุด คือ ด้านบุคลากร/บุคลากรผู้ช่วย ส่วนด้านที่มีความ พึงพอใจน้อยที่สุด คือ ด้านสื่อ อุปกรณ์ เอกสาร เนื้อหา ระยะเวลา


18 ตารางที่ 6 ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ความพึงพอใจโครงการวันเด็กแห่งชาติ ประจ าปี 2567 ด้านบุคลากร/บุคลากรผู้ช่วย ควำมพึงพอใจด้ำนหลักสูตรกิจกรรม n = 300 (จ านวนผู้ตอบแบบสอบถาม) ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ระดับ อันดับ 1. บุคลากรจัดกิจกรรมได้ชัดเจนเข้าใจง่าย 4.62 92.40 มากที่สุด 2 2. บุคลากรมีความรู้เกี่ยวกับเนื้อหาที่จัดกิจกรรม 4.51 90.20 มากที่สุด 3 3. บุคลากรดูแลช่วยเหลือในการจัดกิจกรรม 4.72 94.33 มากที่สุด 1 รวม 4.62 92.31 มากที่สุด จากตารางที่ 6 พบว่า ความพึงใจในการจัดโครงการวันเด็กแห่งชาติ ประจ าปี 2567 ของศูนย์ส่งเสริมการ เรียนรู้อ าเภอพานทอง โดยห้องสมุดประชาชนอ าเภอพานทอง ด้านหลักสูตรกิจกรรมในภาพรวมมีค่าเฉลี่ยของความ พึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด(4.62) เมื่อพิจารณารายข้อ พบว่าอยู่ในระดับมากที่สุด 3ข้อ ระดับมาก -ข้อ ระดับปาน กลาง -ข้อระดับน้อย - ข้อ และระดับน้อยที่สุด - ข้อ เรียงค่าเฉลี่ยของความ พึงพอใจรายข้อ ได้แก่ ข้อ 3 บุคลากรดูแลช่วยเหลือในการจัดกิจกรรม อยู่ในระดับมากที่สุด ข้อ 1 บุคลากรจัดกิจกรรมได้ชัดเจนเข้าใจง่าย อยู่ในระดับมากที่สุด ข้อ 2 บุคลากรมีความรู้เกี่ยวกับเนื้อหาที่จัดกิจกรรม อยู่ในระดับมากที่สุด ตารางที่ 7 ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ความพึงพอใจโครงการวันเด็กแห่งชาติ ประจ าปี 2567 ด้านสื่อ อุปกรณ์ เอกสาร เนื้อหา ระยะเวลา ควำมพึงพอใจด้ำนกระบวนกำร n = 300 (จ านวนผู้ตอบแบบสอบถาม) ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ระดับ อันดับ 1. สื่อ อุปกรณ์ ในการจัดกิจกรรมมีความพร้อม 4.75 95.00 มากที่สุด 1 2. เนื้อหา ครบถ้วนสมบูรณ์ 4.60 92.07 มากที่สุด 4 3. เนื้อหาในการจัดกิจกรรมชัดเจน เข้าใจง่าย 4.68 93.67 มากที่สุด 2 4. ระยะเวลาในการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสม 4.57 91.47 มากที่สุด 5 5. สถานที่มีความสะดวกต่อการจัดกิจกรรม 4.61 92.13 มากที่สุด 3 รวม 4.64 92.87 มากที่สุด จากตารางที่ 7 พบว่า ความพึงใจในการจัดโครงการวันเด็กแห่งชาติ ประจ าปี 2567 ของศูนย์ส่งเสริมการ เรียนรู้อ าเภอพานทอง โดยห้องสมุดประชาชนอ าเภอพานทอง ด้านสื่อ อุปกรณ์ เอกสาร เนื้อหา ระยะเวลาในภาพรวม มีค่าเฉลี่ยของความพึงพอใจอยู่ในระดับ มากที่สุด (4.64) เมื่อพิจารณารายข้อ พบว่า อยู่ในระดับมากที่สุด 5 ข้อ ระดับมาก - ข้อ ระดับปานกลาง - ข้อ ระดับน้อย - ข้อ และระดับน้อยที่สุด - ข้อ เรียงค่าเฉลี่ยของความ พึงพอใจรายข้อ ได้แก่ ข้อ 1. สื่อ อุปกรณ์ ในการจัดกิจกรรมมีความพร้อม อยู่ในระดับมากที่สุด ข้อ 3. เนื้อหาในการจัดกิจกรรมชัดเจน เข้าใจง่าย อยู่ในระดับมากที่สุด ข้อ 5. สถานที่มีความสะดวกต่อการจัดกิจกรรม อยู่ในระดับมากที่สุด ข้อ 2. เนื้อหา ครบถ้วนสมบูรณ์ อยู่ในระดับมากที่สุด ข้อ 4. ระยะเวลาในการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสม อยู่ในระดับมากที่สุด


19 ตอนที่ 3 ข้อเสนอแนะ จากผู้ตอบแบบสอบถามความพึงพอใจโครงการห้องสมุดประชาชนเคลื่อนที่ ไม่มีผู้ให้ข้อเสนอแนะและข้อคิดเห็นอื่นๆ


20 บทที่ 5 สรุป อภิปรำยผลและข้อเสนอแนะ ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อ าเภอพานทอง โดยห้องสมุดประชาชนอ าเภอพานทอง ได้จัดโครงการวันเด็กแห่งชาติ ประจ าปี 2567 จัดท าขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ กล้าแสดงออก และเปิดโอกาสส าหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมให้มีโอกาสรับรางวัลและของที่ระลึกอย่างทั่วถึง สร้างขวัญและก าลังใจให้กับ เด็กและเยาวชนในพื้นที่อ าเภอพานทอง เพื่อประชาสัมพันธ์หน่วยงานห้องสมุดประชาชนอ าเภอพานทองและงาน การศึกษานอกโรงเรียน โดยสามารถสรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ ได้ดังนี้ 1. สรุป จากผลการวิเคราะห์ความพึงพอใจในการจัดโครงการวันเด็กแห่งชาติ ประจ าปี 2567 สรุปสาระส าคัญ ได้ดังต่อไปนี้ 1. ผลการวิเคราะห์ความพึงใจในการจัดโครงการวันเด็กแห่งชาติประจ าปี2567 ของศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ อ าเภอพานทอง โดยห้องสมุดประชาชนอ าเภอพานทอง โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณารายด้าน เรียงล าดับจากมากไปน้อย ได้แก่ ด้านที่มีความพึงพอใจมากที่สุด คือ ด้านบุคลากร/บุคลากรผู้ช่วย ส่วนด้านที่มีความ พึงพอใจน้อยที่สุด คือ ด้านสื่อ อุปกรณ์ เอกสาร เนื้อหา ระยะเวลา เมื่อพิจารณารายด้านปรากฏผล ดังนี้ 1.1 ความพึงใจในการจัดโครงการวันเด็กแห่งชาติ ประจ าปี 2567 ของศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อ าเภอ พานทอง โดยห้องสมุดประชาชนอ าเภอพานทอง ด้านหลักสูตรในภาพรวมมีค่าเฉลี่ยของความพึงพอใจอยู่ในระดับ มากที่สุด (4.62) เมื่อพิจารณารายข้อ พบว่า อยู่ในระดับมากที่สุด 3 ข้อ ระดับมาก - ข้อ ระดับปานกลาง - ข้อ ระดับ น้อย - ข้อ และระดับน้อยที่สุด - ข้อ เรียงค่าเฉลี่ยของความพึงพอใจรายข้อ อันดับหนึ่ง ได้แก่ ข้อ 3 บุคลากร ดูแล ช่วยเหลือในการจัดกิจกรรม อยู่ในระดับมากที่สุด รองลงมาคือ ข้อ 1 บุคลากรจัดกิจกรรมได้ชัดเจนเข้าใจง่าย อยู่ใน ระดับมากที่สุด อันดับสุดท้ายคือ ข้อ 2 บุคลากรมีความรู้เกี่ยวกับเนื้อหาที่จัดกิจกรรม อยู่ในระดับมากที่สุด 1.2 ความพึงใจในการจัดโครงการวันเด็กแห่งชาติ ประจ าปี 2567 ของศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อ าเภอ พานทอง โดยห้องสมุดประชาชนอ าเภอพานทอง ด้านสื่อ อุปกรณ์ เอกสาร เนื้อหา ระยะเวลาในภาพรวม ค่าเฉลี่ย ของความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด (4.64) เมื่อพิจารณารายข้อ พบว่าอยู่ในระดับมากที่สุด 5 ข้อ ระดับมาก - ข้อ ระดับปานกลาง - ข้อ ระดับน้อย - ข้อ และระดับน้อยที่สุด - ข้อ เรียงค่าเฉลี่ยของความพึงพอใจรายข้อ อันดับหนึ่ง ได้แก่ข้อ 1 สื่อ อุปกรณ์ ในการจัดกิจกรรมมีความพร้อม อยู่ในระดับมากที่สุด รองลงมาคือ ข้อ 3 เนื้อหาในการจัด กิจกรรมชัดเจน เข้าใจง่าย อยู่ในระดับมากที่สุด ข้อ 5 สถานที่มีความสะดวกต่อการจัดกิจกรรม อยู่ในระดับมากที่สุด ข้อ 2 เนื้อหา ครบถ้วนสมบูรณ์ อยู่ในระดับมากที่สุด อันดับสุดท้าย ข้อ 4 ระยะเวลาในการจัดกิจกรรมมีความ เหมาะสม อยู่ในระดับมากที่สุด 2. อภิปรำยผล การจัดกิจกรรมโครงการวันเด็กแห่งชาติประจ าปี 2567 เป็นโครงการที่จัดขึ้นในปีงบประมาณ 2566 ไปพลางก่อน ซึ่งด าเนินการโดยห้องสมุดประชาชนอ าเภอพานทอง ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อ าเภอพานทอง จังหวัด ชลบุรี มีวัตถุประสงค์ในการจัดเพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ กล้าแสดงออกและเปิดโอกาส ส าหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมให้มีโอกาสรับรางวัลและของที่ระลึกอย่างทั่วถึง สร้างขวัญและก าลังใจให้กับเด็กและเยาวชน ในพื้นที่อ าเภอพานทอ เพื่อประชาสัมพันธ์หน่วยงานห้องสมุดประชาชนอ าเภอพานทองและงานการศึกษา


21 นอกโรงเรียน และเพื่อสร้างเครือข่ายการด าเนินงานส่งเสริมการอ่าน ซึ่งได้จัดให้มีการเก็บแบบสอบถามความพึงพอใจ จากโครงการ ดังนี้ 1. ผลการวิเคราะห์ความพึงใจในการจัดโครงการวันเด็กแห่งชาติประจ าปี 2567 ของศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ อ าเภอพานทอง โดยห้องสมุดประชาชนอ าเภอพานทอง โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ย 4.59 คิดเป็นร้อยละ 91.67 เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน สามารถอภิปรายได้ ดังนี้ 1.1 บุคลากรมีความรู้เกี่ยวกับเนื้อหาที่จัดกิจกรรม เนื่องจากมีการจัดเตรียมสื่อ อุปกรณ์ ครบถ้วนสมบูรณ์ ท าให้สามารถอธิบายให้ผู้ร่วมกิจกรรมเข้าใจและท ากิจกรรมได้อย่างดี ครูและบุคลากรจึงมีบทบาทในการจัดกิจกรรม อย่างเต็มที่ เนื่องจากเป็นกิจกรรมที่ผู้ร่วมกิจกรรมได้มีโอกาสลงมือปฏิบัติ เนื้อหาของกิจกรรมง่าย 1.2 ห้องสมุดประชาชนอ าเภอพานทอง ได้จัดให้มีสื่อ อุปกรณ์ ครบถ้วนสมบูรณ์ และกิจกรรมมีความ ชัดเจน เข้าใจง่าย สามารถตอบค าถามของกิจกรรมได้เป็นอย่างดี ประกอบกับกิจกรรมมีความสนุกสนาน หลากหลาย รูปแบบ มีของรางวัลเป็นเครื่องจูงใจ ท าให้เกิดความสนุกสนานเพลิดเพลิน 3. ข้อเสนอแนะ -ไม่มีผู้ให้ข้อเสนอแนะ-


22 ภำคผนวก โครงกำรวันเด็กแห่งชำติ ประจ ำปี 2567 1. ชื่อโครงกำร วันเด็กแห่งชำติ ประจ ำปี 2567 2. สอดคล้องกับนโยบำยและจุดเน้นกำรด ำเนินงำน กรมส่งเสริมกำรเรียนรู้ ประจ ำปีงบประมำณ พ.ศ. 2567 ข้อ 3 สงเสริมและสนับสนุนการสรางสังคมแหงการเรียนรูตลอดชีวิต 3.1 พัฒนากระบวนการสงเสริมใหประชาชนมีนิสัยรักการเรียนรูมีกระบวนการทางสังคมที่สงเสริมใหบุคคล กลุมบุคคล และชุมชนเกิดการเรียนรูและพัฒนาอยางตอเนื่อง สงเสริมการสรางสภาพแวดลอมของชุมชน ทองถิ่น สังคม ที่เอื้อตอการเรียนรูและสนับสนุนการสรางกลไกการขับเคลื่อนชุมชนในการปลูกฝงและพัฒนาทักษะการเรียนรู ของประชาชน 3.3 พัฒนารูปแบบการด าเนินงานสงเสริมการอานใหกับประชาชน พัฒนาแหลงการเรียนรูที่มีบรรยากาศ และสภาพแวดลอมที่เอื้อตอการอาน และพัฒนาศักยภาพการเรียนรูใหเกิดขึ้นอยางกวางขวางและทั่วถึง อาทิ การ พัฒนาความพรอมของบุคลากรและการใหบริการของหนวยจัดการเรียนรูหองสมุดประชาชนมีการบริการที่ทันสมัย ส งเสริมและสนับสนุนอาสาสมัครสงเสริมการอาน การสรางเครือขาย สงเสริมการอาน พรอมทั้งพัฒนาสื่อและจัด กิจกรรมสงเสริมการอานและการเรียนรูที่หลากหลายใหบริการกับประชาชนในพื้นที่ตางๆ อยางทั่วถึง สอดคล้องกับ มำตรฐำนกำรศึกษำนอกระบบและกำรศึกษำตำมอัธยำศัย พ.ศ. 2562 มาตรฐานที่ 2 คุณภาพการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย 2.2 ผู้จัดกิจกรรมมีความรู้ ความสามารถในการจัดกิจกรรมการศึกษาตามอัธยาศัย 2.4 ผู้รับบริการมีความพึงพอใจต่อการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย มาตรฐานที่ 3 คุณภาพการบริหารจัดการของสถานศึกษา 3.8 การส่งเสริม สนับสนุนการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ 3. หลักกำรและเหตุผล เด็กเป็นทรัพยากรบุคคลที่ส าคัญของประเทศชาติ เป็นพลังส าคัญในการพัฒนาชาติบ้านเมืองให้เจริญก้าวหน้า และมั่นคง เด็กจึงควรได้รับการเตรียมตัวที่จะเป็นก าลังส าคัญของชาติด้วยการขยันหมั่นศึกษาหาความรู้และใช้เวลา ว่างให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่ ประพฤติปฏิบัติตนอยู่ในระเบียบวินัย มีความขยันขันแข็ง รับผิดชอบ ยึดมั่นใน ความซื่อสัตย์สุจริต มีความเมตตากรุณา ช่วยเหลือเอื้อเฟื้อผู้อื่น เสียสละและบ าเพ็ญประโยชน์เพื่อส่วนรวม ช่วยกัน รักษาความสะอาดและอนุรักษ์ทรัพยากร ตลอดจนสาธารณสมบัติส่วนรวมของชาติ หากเด็กทุกคนได้ตระหนักถึง อนาคตของตนเองและของประเทศชาติ โดยได้ตระหนักถึงสิ่งที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ชาติบ้านเมืองก็จะมีความร่มเย็น และเด็กก็จะเติบโตเป็นเด็กดีของชาติต่อไป ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อ าเภอพานทอง โดยงานห้องสมุดประชาชนอ าเภอพานทอง ด าเนินการจัด กิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ ประจ าปี 2567 ร่วมกับเทศบาลต าบลพานทอง อ าเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี ณ บริเวณ สนามหน้าเทศบาลต าบลพานทอง ในวันเสาร์ที่ 13 มกราคม 2567 ตั้งแต่เวลา 07.30 น. เป็นต้นไป เพื่อส่งเสริมให้ เด็กและเยาวชนมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ กล้าแสดงออกและเปิดโอกาสส าหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมให้มีโอกาสรับรางวัล และของที่ระลึกอย่างทั่วถึง สร้างขวัญและก าลังใจให้กับเด็กและเยาวชนในพื้นที่อ าเภอพานทอง


23 4. วัตถุประสงค์ 4.1 เพื่อส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์สังคมให้เด็ก 4.2 เพื่อให้เด็กได้แสดงความสามารถ กล้าคิด กล้าแสดงออกในทางที่ถูกต้อง 5. เป้ำหมำย 5.1 เชิงปริมาณ เด็กและเยาวชนในพื้นที่อ าเภอพานทอง จ านวน 150 คน 5.2 เชิงคุณภาพ 5.2.1 เด็กได้รับการส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ สังคม 5.2.2 เด็กได้แสดงความสามารถ กล้าคิด กล้าแสดงออกในทางที่ถูกต้อง 6. กิจกรรมกำรด ำเนินงำน กิจกรรม วัตถุประสงค์ กลุ่ม เป้ำหมำย เป้ำหมำย พื้นที่ ด ำเนินกำร ระยะเวลำ งบประมำณ 1.ขั้นวางแผน (Plan) - วางแผนการปฏิบัติ - แต่งตั้งคณะท างาน - จัดท าโครงการและขอ อนุมัติโครงการ เพื่อวางแผน การด าเนินงาน และจัดกิจกรรม การเรียนรู้ บุคลากร ศูนย์ส่งเสริม การเรียนรู้ อ าเภอ พานทอง 17 คน ศูนย์ส่งเสริม การเรียนรู้ อ าเภอ พานทอง 8 ธ.ค. 66 2,570.- 2.ขั้นด าเนินงาน (Do) - กิจกรรมวาดภาพ ระบายสี - กิจกรรมปั้นตาม จินตนาการ - กิจกรรมระบายสีปูน ปลาสเตอร์ - กิจกรรมโยนบอลลง ตะกร้า - กิจกรรมเรียงแก้วน้ า - เพื่อส่งเสริม พัฒนาการด้าน ร่างกาย สติปัญญา อารมณ์และ สังคมให้เด็ก - เพื่อให้เด็ก ได้แสดง ความสามารถ กล้าคิด กล้าแสดงออก เด็กและ เยาวชน ในพื้นที่ อ าเภอ พานทอง 150 คน เขตพื้นที่ อ าเภอ พานทอง 13 ม.ค. 67 3.ขั้นตรวจสอบ (Check) -การประเมินผลก่อน ด าเนินโครงการ -การประเมินผลระหว่าง ด าเนินโครงการ -การประเมินผลเมื่อ เสร็จสิ้นโครงการ เพื่อประเมิน ความเป็นไปได้ ความก้าวหน้า และความส าเร็จ ของโครงการ บุคลากร ศูนย์ส่งเสริม การเรียนรู้ อ าเภอ พานทอง 17 คน ศูนย์ส่งเสริม การเรียนรู้ อ าเภอ พานทอง 15 ม.ค. 67 - 26 ม.ค. 67


24 4.ขั้นปรับปรุงแก้ไข (Action) -รวบรวมข้อมูล สรุปผล และจัดท ารายงานฯ -ประชุมคณะท างานเพื่อ น าข้อมูลจากงานการ ประเมินโครงการไปใช้ ปรับปรุง แก้ไข และ พัฒนาการด าเนิน โครงการ เพื่อปรับปรุง แก้ไขและ พัฒนาการ ด าเนินโครงการ บุคลากร ศูนย์ส่งเสริม การเรียนรู้ อ าเภอ พานทอง 17 คน ศูนย์ส่งเสริม การเรียนรู้ อ าเภอ พานทอง 29 ม.ค. 67 - 8 ก.พ. 67 7. งบประมำณ - งบประมาณประจ าปี พ.ศ.2566 ไปพลางก่อน แผนงาน : พื้นฐานด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพ ทรัพยากรมนุษย์ ผลผลิตผู้รับบริการการศึกษาตามอัธยาศัย กิจกรรมจัดการศึกษาตามอัธยาศัย งบด าเนินงาน ค่าบริหารห้องสมุดประชาชน (เดือนตุลาคม 2566 – มีนาคม 2567) เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในโครงการวันเด็กแห่งชาติ ประจ าปี 2567 จ านวนเงิน 2,570 บาท (สองพันห้าร้อยเจ็ดสิบบาทถ้วน) 8. แผนกำรใช้จ่ำยงบประมำณ กิจกรรม ไตรมำส 1 (ต.ค.66-ธ.ค.66) ไตรมำส 2 (ม.ค.67-มี.ค.67) ไตรมำส 3 (เม.ย.67-มิ.ย.67) ไตรมำส 4 (ก.ค.67-ก.ย.67) โครงการวันเด็ก แห่งชาติ ประจ าปี 2567 - 2,570 บาท - - 9. ผู้รับผิดชอบโครงกำร 9.1 นางสาวระพีพร วงค์มน ครู หัวหน้างานการศึกษาขั้นพื้นฐาน 9.2 นางพวงออ เจริญแพทย์ ครูอาสาสมัครฯ 9.3 นางสาวพิชชานันท์ ถิระวีระเกียรติ บรรณารักษ์ 10. เครือข่ำย/หน่วยงำนที่เกี่ยวข้อง หน่วยงานภาครัฐและเอกชน 11. โครงกำรที่เกี่ยวข้อง โครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ 12. ผลลัพธ์ (Outcome) 12.1 เด็กได้รับการส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคม 12.2 เด็กได้แสดงความสามารถ กล้าคิด กล้าแสดงออกในทางที่ถูกต้อง


25 13. ดัชนีชี้วัดผลส ำเร็จของโครงกำร ตัวชี้วัดผลผลิต เด็กและเยาวชนในพื้นที่อ าเภอพานทอง เข้าร่วมกิจกรรมไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ตัวชี้วัดผลลัพธ์ ร้อยละ 80 เด็กและเยาวชน ได้รับการส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ สังคม ได้แสดง ความสามารถ กล้าคิด กล้าแสดงออกในทางที่ถูกต้อง 14. กำรติดตำมและประเมินกิจกรรม 14.1 ประเมินผลการด าเนินงานโครงการโดยการสังเกต 14.2 ทะเบียนรายชื่อผู้รับบริการ 15. ผลที่คำดว่ำจะได้รับ 15.1 เด็กและเยาวชนได้แสดงความสามารถ กล้าคิด กล้าแสดงออกในทางที่ถูกต้อง 15.2 เด็กได้รับการส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ สังคม 15.3 ห้องสมุดประชาชนอ าเภอพานทองและงานการศึกษานอกโรงเรียนเป็นที่รู้จักของประชาชน 15.3 ห้องสมุดประชาชนอ าเภอพานทองมีเครือข่ายในการด าเนินงานเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตามอัธยาศัย


26 แบบสอบถำมเพื่อประเมินโครงกำร/กิจกรรม โครงการวันเด็กแห่งชาติ ประจ าปี 2567 ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม 1. เพศ ชาย จ านวน 158 คน ร้อยละ 52.7 หญิง จ านวน 142 คน ร้อยละ 47.3 รวม 300 คน ร้อยละ 100 2. อายุ ต่ ากว่า 15 ปีจ านวน 300 คน ร้อยละ 100 3. การศึกษา ต่ ากว่าประถมศึกษา จ านวน 59 คน ร้อยละ 19.67 ประถมศึกษา จ านวน 219 คน ร้อยละ 73 มัธยมศึกษาตอนต้น จ านวน 22 คน ร้อยละ 7.33 4. อาชีพ เด็กปฐมวัย / นักเรียน จ านวน 300 คน ร้อยละ 100 ตอนที่ 2 ความคิดเห็นระดับการประเมิน (ให้ท าเครื่องหมาย √ ลงในช่องระดับการประเมิน) ข้อเสนอแนะอื่น ๆ -ไม่มีข้อเสนอแนะรำยกำร ระดับการประเมิน มากที่สุด (%) มาก (%) พอใช้ (%) ควร ปรับปรุง (%) ต้อง ปรับปรุง (%) ด้ำนบุคลำกร/บุคลำกรผู้ช่วย 1. บุคลากรจัดกิจกรรมได้ชัดเจนเข้าใจง่าย 92.40 7.60 - - - 2. บุคลากรมีความรู้เกี่ยวกับเนื้อหาที่จัดกิจกรรม 90.20 9.80 - - - 3. บุคลากร ดูแลช่วยเหลือในการจัดกิจกรรม 94.33 5.67 - - - รวม 92.31 7.69 - - - ด้ำนสื่อ อุปกรณ์ เอกสำร เนื้อหำ และระยะเวลำ 1. สื่อ อุปกรณ์ ในการจัดกิจกรรมมีความพร้อม 95 5 - - - 2. เนื้อหา ครบถ้วนสมบูรณ์ 92.07 7.93 - - - 3. เนื้อหาในการจัดกิจกรรมชัดเจน เข้าใจง่าย 93.67 6.33 - - - 4. ระยะเวลาในการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสม 91.47 8.53 - - - 5. สถานที่มีความสะดวกต่อการจัดกิจกรรม 92.13 7.87 - - - รวม 92.87 7.13 - - -


27 แบบสอบถำมเพื่อประเมินโครงกำร/กิจกรรม โครงการวันเด็กแห่งชาติ ประจ าปี 2567 ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม 1.เพศ ชาย จ านวน 158 คน หญิง 142 คน รวม 300 คน 2. อายุ ต่ ากว่า 15 ปี จ านวน 300 คน 3. การศึกษา ต่ ากว่าประถมศึกษา จ านวน 59 คน ประถมศึกษา จ านวน 219 คน มัธยมศึกษาตอนต้น จ านวน 22 คน 4. อาชีพ เด็กปฐมวัย / นักเรียน จ านวน 300 คน ตอนที่ 2 ความคิดเห็นระดับการประเมิน (ให้ท าเครื่องหมาย √ ลงในช่องระดับการประเมิน) ข้อเสนอแนะอื่น ๆ - ไม่มีข้อเสนอแนะรำยกำร ระดับการประเมิน มากที่สุด มาก พอใช้ ควร ปรับปรุง ต้อง ปรับปรุง ด้ำนบุคลำกร/บุคลำกรผู้ช่วย 1. บุคลากรจัดกิจกรรมได้ชัดเจนเข้าใจง่าย 4.62 0.38 - - - 2. บุคลากรมีความรู้เกี่ยวกับเนื้อหาที่จัดกิจกรรม 4.51 0.49 - - - 3. บุคลากร ดูแลช่วยเหลือในการจัดกิจกรรม 4.72 0.28 - - - รวม 4.62 0.38 - - - ด้ำนสื่อ อุปกรณ์ เอกสำร เนื้อหำ และระยะเวลำ 1. สื่อ อุปกรณ์ ในการจัดกิจกรรมมีความพร้อม 4.75 0.25 - - - 2. เนื้อหา ครบถ้วนสมบูรณ์ 4.60 0.40 - - - 3. เนื้อหาในการจัดกิจกรรมชัดเจน เข้าใจง่าย 4.68 0.32 - - - 4. ระยะเวลาในการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสม 4.57 0.43 - - - 5. สถานที่มีความสะดวกต่อการจัดกิจกรรม 4.61 0.39 - - - รวม 4.64 0.36 - - -


28 ภำพกิจกรรม


29 ภำพกิจกรรม


30 ภำพกิจกรรม


31 ภำพกิจกรรม


32 ภำพกิจกรรม


33 คณะผู้จัดท ำ ที่ปรึกษำ นางสาวสมใจ เกิดพูลผล ผู้อ านวยการศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษา ตามอัธยาศัยอ าเภอพานทอง ปฏิบัติหน้าที่ผู้อ านวยการศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ อ าเภอพานทอง นางสาวระพีพร วงค์มน ครู นางสาวใหม่นัยนา สุดาปัน ครู รวบรวบข้อมูล/ภำพประกอบ นางสาวพิชชานันท์ ถิระวีระเกียรติ บรรณารักษ์ ผู้พิมพ์/วิเครำะห์ข้อมูล นางสาวพิชชานันท์ ถิระวีระเกียรติ บรรณารักษ์ ออกแบบปก/รูปเล่ม นางสาวพิชชานันท์ ถิระวีระเกียรติ บรรณารักษ์


34 วันเด็กแห่งชาติ ประจ าปี 2567 ห้องสมุดประชาชนอ าเภอพานทอง ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อ าเภอพานทอง ส านักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดชลบุรี


Click to View FlipBook Version