The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานผลโครงการการคุ้มครองผู้บริโภค ประจำปีงบประมาณ 2563

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ebookchon, 2023-08-04 23:27:15

รายงานผลโครงการการคุ้มครองผู้บริโภค ประจำปีงบประมาณ 2563

รายงานผลโครงการการคุ้มครองผู้บริโภค ประจำปีงบประมาณ 2563

Keywords: โครงการการคุ้มครองผู้บริโภค ประจำปีงบประมาณ 2563

โครงการการคุ้มครองผู้บริโภค วันที่ 18 มิถุนายน 2563 ณ รพ.สต.บ้านช่องแสมสาร หมู่ 2 ตำบลแสมสาร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย


-กบทสรุปผู้บริหาร โครงการการคุ้มครองผู้บริโภค โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคกับ ประชาชน เพื่อให้ผู้รับการอบรมสามารถเลือกรับประทานอาหารได้อย่างถูกสุขอนามัย ซึ่งโครงการดำเนินการ จัดในวันที่ 18 มิถุนายน 2563 ณ รพ.สต.บ้านช่องแสมสาร หมู่ 2 ตำบลแสมสาร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 18 คน จากโครงการการคุ้มครองผู้บริโภค พบว่าอยู่ในระดับ มาก เมื่อวิเคราะห์เป็นรายข้อพบว่า อันดับที่ 1 คือ ความพึงพอใจในภาพรวมของผู้รับบริการต่อการเข้าร่วมกิจกรรม มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ (µ = 4.80) อันดับที่ 2 คือ กิจกรรมที่จัดสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ ของหลักสูตร มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ(µ =4.63) อันดับที่ 3 คือ ผู้รับบริการสามารถนำความรู้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ(µ =4.51) การจัดกิจกรรมทำให้ ผู้รับบริการสามารถคิดเป็นทำเป็นแก้ปัญหาเป็น มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ(µ =4.48) เนื้อหาของหลักสูตรตรงกับความ ต้องการของผู้รับบริการ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ(µ =4.45) วิทยากรมีความรู้ความสามารถในการจัด กิจกรรมมี ค่าเฉลี่ยเท่ากับ(µ =4.41) วิทยากรมีการใช้สื่อที่สอดคล้องและเหมาะสมกับกิจกรรมมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ(µ=4.37) บุคลิกภาพของวิทยากร มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ(µ =4.35) เทคนิค/กระบวนในการจัดกิจกรรมของวิทยากร,สถานที่ ในการจัดกิจกรรมเหมาะสม มีค่าเฉลี่ยเท่ากันคือ (µ =4.34) สื่อ/เอกสารประกอบการจัดกิจกรรมมีความ เหมาะสม มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ(µ =4.30) ผู้รับบริการมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นต่อการจัดทำหลักสูตรมี ค่าเฉลี่ยเท่ากับ(µ =4.27) และ ระยะเวลาในการจัดกิจกรรมเหมาะสมมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ(µ =4.25) ตามลำดับ อาจเป็นเพราะว่าผู้เข้าอบรมประกอบอาชีพที่หลากหลาย แต่ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มค้าขาย กล่าวคือ เป็น ผู้ผลิต ดังนั้นจึงอาจมีความรู้ความเข้าใจในสารที่ห้ามนำมาใช้กับอาหาร และเข้าใจในวิธีการทำความสะอาด สามารถนำความรู้มาใช้ในการดำรงชีวิต และจำเป็นต้องพัฒนาตนเองเพื่อสุขภาพและการตรวจสอบคุณภาพ ต่างๆของสินค้าที่เราได้รับการบริโภค ต่อไปทททททท ซึ่งสอดคล้องและเกี่ยวข้องกับงานวิจัยของ สุรินทร์ มากไมตรี(คณะพยาบาลศาสตร์ วัชรพล มหาวิทยาลัยเวสเทิร์น) สุขภาพดีเป็นที่ปรารถนาของทุกคน หากประชาชนมีพฤติกรรมการดูแลสุขภาพไม่ เหมาะสมจะมีโอกาสเกิดโรคต่างๆได้ จากการดําเนินชีวิตในปัจจุบันประชาชนมีโอกาสได้รับสารพิษเข้าสู่ ร่างกาย ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับจากการบริโภคอาหารที่ปนเปื้อนสารเคมีตกค้างในผัก ผลไม้เนื้อสัตว์การปนเปื้อน สารเคมีจากกรรมวิธีการผลิตและจำหน่ายรวมถึงการเจือปนที่ผสมในอาหารเพื่อปรุงแต่งรส เมื่อร่างกายได้รับ สารพิษจากการปนเปื้อนหรือเจือปนในอาหารจะทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพได้ทั้งแบบเฉียบพลันและแบบ เรื้อรัง บทความนี้มีวตัถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีพฤติกรรมการบริโภคอาหารให้ปลอดภัยจากสารพิษ ดังนั้น เพื่อให้ประชาชนบริโภคอาหารอยา่งปลอดภยัจากการปนเปื้อนสารเคมีเกินค่ามาตรฐาน MRL การ ดําเนินงานจึงต้องส่งเสริมให้ประชาชนเลือกซื้อ ผัก ผลไม้และเนื้อสัตว์ให้ปลอดภัยจากสารพิษ เลือกซื้ออาหาร สำเร็จรูปที่มีเครื่องหมาย อย. เลือกวิธีการล้างผัก ผลไมเ้พื่อลดการปนเปื้อนสารพิษ และหลีกเลี่ยงการใช้ สารเคมีที่ทาํให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพปรุงแต่งอาหารและ อาศัยความร่วมมือจากผู้ผลิต ผู้ประกอบการ โดยหน่วยงานที่รับผิดชอบ เกี่ยวข้องมีมาตรการควบคุมการนําเข้า สารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่เป็นอันตรายร้ายแรง ต่อมนุษย์และควบคุมการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชของเกษตรกรให้ปลอดภยัจากสารพิษ ส่งเสริมให้เกษตรกร ปลูกพืชเกษตรอินทรียห์หรือปลูกพืชที่ได้รับตรามาตรฐานรับรองความปลอดภัย ใช้กฎหมายควบคุมการผลิต อาหารสำเร็จรูปให้ปลอดภัยจากสารพิษอยา่งจริงจัง


-ขคำนำ จากการที่ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอสัตหีบ กศน.ตำบลแสมสาร ได้ จัดทำโครงการการคุ้มครองเพื่อให้ความรู้ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคกับประชาชน เพื่อให้ผู้รับการอบรมสามารถ เลือกรับประทานอาหารได้อย่างถูกสุขอนามัย ซึ่งโครงการดำเนินการจัดในวันที่ 18 มิถุนายน 2563 ณ รพ.สต. บ้านช่องแสมสาร หมู่ 2 ตำบลแสมสาร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีซึ้งมีนางนภัทชา พรหมแสน นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ มาเป็นวิทยากร มาให้ความรู้เพื่อให้ผู้เข้าอบรมสามารถนำความรู้ที่ได้รับไป ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน โครงการดังกล่าวได้ดำเนินการเสร็จสิ้นไปได้ด้วยดี ซึ่งรายละเอียดผลการ ดำเนินงานต่างๆ ตลอดจนปัญหาและอุปสรรค ได้สรุปไว้แล้ว เพื่อรวบรวมกระบวนการดำเนินงาน ผลที่ได้ นำไปใช้ ตลอดจนการพัฒนาเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพวิถีชีวิต และการตอบสนองความต้องการของผู้เข้ารับ การฝึกอบรม สุดท้ายคือ การนำไปใช้ประโยชน์อย่างแท้จริงและสามารถแนะนำผู้อื่นได้ เพื่อให้เกิดการพัฒนา คุณภาพชีวิตอย่างต่อเนื่อง กศน.ตำบลแสมสาร มิถุนายน 2563


-คสารบัญ หน้า บทสรุปผู้บริหาร..........................................................................................................................................ก คำนำ...........................................................................................................................................................ข สารบัญ....................................................................................................................... .................................ค สารบัญตาราง..............................................................................................................................................ง บทที่ 1 บทนำ..........................................................................................................................................1 ความเป็นมาและความสำคัญ ......................................................................................................1 วัตถุประสงค์...............................................................................................................................1 เป้าหมาย....................................................................................................................................1 ระยะเวลาดำเนินงาน..................................................................................................................1 ผลลัพธ์.......................................................................................................................................2 ดัชนีวัดผลสำเร็จของโครงการ.....................................................................................................2 นิยามศัพท์เฉพาะ........................................................................................................................2 บทที่2 เอกสารการศึกษาและรายงานที่เกี่ยวข้อง .................................................................................3 ยุทธศาสตร์และจุดเน้นการดำเนินงาน สำนักงาน กศน.ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ............3 แนวทาง/กลยุทธ์การดำเนินงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยของ กศน.ตำบลแสมสาร.....................................................................................................................10 เอกสาร/งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง........................................................................................................19 บทที่ 3 วิธีดำเนินงาน..............................................................................................................................28 ประชุมบุคลากรกรรมการสถานศึกษา.........................................................................................28 แต่งตั้งคณะทำงาน......................................................................................................................28 ดำเนินงานตามแผน.....................................................................................................................28 ประชากรที่ใช้ในการดำเนินงาน...................................................................................................28 เครื่องมือที่ใช้ในการดำเนินงาน ...................................................................................................28 การเก็บรวบรวมข้อมูล................................................................................................................29 การวิเคราะห์ข้อมูล.....................................................................................................................29


-คสารบัญ(ต่อ) หน้า บทที่ 4 ผลการดำเนินงานและการวิเคราะห์ข้อมูล.................................................................................30 ตอนที่ 1 ข้อมูลส่วนตัวผู้แบบสอบถามของผู้เข้ารับการอบรมในโครงการการคุ้มครองผู้บริโภค….30 ตอนที่ 2 ข้อมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นที่มีต่อโครงการการคุ้มครองผู้บริโภค..................................31 บทที่ 5 สรุปผลการประเมิน อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ...................................................................33 สรุปผลการดำเนินงาน.................................................................................................................33 อภิปรายผล.................................................................................................................................33 ข้อเสนอแนะ...............................................................................................................................33 บรรณานุกรม...........................................................................................................................................34 ภาคผนวก.................. ..............................................................................................................................35 ภาคผนวก ก...............................................................................................................................36 ภาคผนวก ข................................................................................................................................38


-งสารบัญตาราง หน้า ตารางที่ 1 แสดงค่าร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยจำแนกตามเพศ 30 2 แสดงค่าร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยจำแนกตามอายุ 30 3 แสดงค่าร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยจำแนกตามอาชีพ 31 4 ผลการประเมินโครงการการคุ้มครองผู้บริโภค 31


บทที่ 1 บทนำ ความเป็นมาและความสำคัญ ทททททททอาหารมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสุขภาพ เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ชีวิตดำรงอยู่ได้ แต่หากอาหารนั้นมี สารที่เป็นอันตรายปนเปื้อน หรือแม้แต่มีสารที่อนุญาตให้ใช้ในอาหารได้ แต่มีปริมาณที่มากกว่าที่กำหนดก็ย่อม ให้เกิดพิษภัยกับผู้บริโภค ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต การส่งเสริมให้ประชาชนมีคุณภาพดีไม่เจ็บป่วย เป็นสิ่งที่รัฐ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องให้การสนับสนุน ควบคุม ดูแล เฝ้าระวัง และป้องกัน ให้ประชาชน เน้นให้ ประชาชนได้บริโภคอาหารปลอดภัย มีคุณค่าอย่างทั่วถึง ครอบคลุมทุกพื้นที่ ปัจจุบันปัญหาสำคัญที่พบใน อาหารสด มักจะมีสารปนเปื้อนอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งเมื่อรับประทานเข้าไปแล้ว ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ อาจเกิดผลทั้งในระยะสั้นและระยะยาวหรืออาจถึงกับชีวิตได้ ส่วนใหญ่ร้านค้าจะเห็นประโยชน์ส่วนตัวมากกว่า ผู้บริโภค ทำให้ได้รับสารปนเปื้อนเข้าไปสะสมในร่างกาย เพื่อเป็นการเฝ้าระวังและประกันคุณภาพของอาหาร และเป็นการพัฒนาและสร้างความรู้แก่ผู้ประกอบการและผู้บริโภคให้ตระหนักถึงความสำคัญของการเลือกซื้อ อาหารที่เหมาะสม อันจะส่งผลให้ประชาชนได้บริโภคอาหารที่สะอาด ปลอดภัย ต่อไป กศน.ตำบลแสมสาร จึงได้จัดทำโครงการการคุ้มครองผู้บริโภคเพื่อให้ความรู้ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค แก่ประชาชนในพื้นที่ตำบลแสมสารและสามารถเลือกรับประทานอาหารได้อย่างถูกสุขอนามัย วัตถุประสงค์ 1.เพื่อให้ความรู้ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคกับประชาชน 2.เพื่อให้ผู้รับการอบรมสามารถเลือกรับประทานอาหารได้อย่างถูกสุขอนามัย เป้าหมาย เชิงปริมาณ ประชาชนตำบลแสมสาร จำนวน 15 คน เชิงคุณภาพ ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับมาพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนและชุมชน สามารถเลือกอาหารมารับประทานได้ถูกสุขอนามัย ระยะเวลาดำเนินงาน ในวันที่ 18 มิถุนายน 2563 ณ รพ.สต.บ้านช่องแสมสาร หมู่ 2 ตำบลแสมสาร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ผลลัพธ์ ประชาชนมีความรู้เกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ประชาชนสามารถเลือกรับประทานอาหารที่ถูก สุขอนามัย ดัชนีวัดผลและความสำเร็จของโครงการ ทททททททท1. ตัวชี้วัดผลผลิต (Outputs) - ประชาชนตำบลแสมสาร เข้าร่วมโครงการตามเป้าหมายที่กำหนด 2. ตัวชี้วัดผลลัพธ์ (Outcomes)


- ประชาชนตำบลแสมสาร มีความพึงพอใจระดับมากขึ้นไป ต่อการดำเนินงานโครงการไม่ น้อยกว่าร้อยละ 80 - ประชาชนตำบลแสมสาร สามารถนำความรู้และประสบการณ์จากการที่ได้รับมาปรับใช้ใน การใช้ชีวิตประจำวัน นิยามศัพท์เฉพาะ คุ้มครอง หมายถึง ป้องกันรักษา ระวังรักษา ปกป้องรักษา ผู้บริโภค หมายถึง ผู้ซื้อหรือได้รับบริการจากผู้ประกอบธุรกิจ รวมถึงผู้ซึ่งได้รับการเสนอหรือชักชวนจาก ผู้ประกอบธุรกิจ เพื่อให้ซื้อสินค้า หรือรับบริการด้วย คุ้มครองผู้บริโภค หมายถึง การปกป้องดูแลผู้บริโภค ให้ได้รับความปลอดภัย เป็นธรรม และประหยัด จากการบริโภคสินค้าและบริการ


บทที่ 2 เอกสารการศึกษาและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ททททททททในการจัดทำรายงานโครงการการคุ้มครองผู้บริโภค ในครั้งนี้ ผู้จัดทำโครงการได้ทำการศึกษา ค้นคว้าเนื้อหาจากเอกสารการศึกษาและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ ทททททททท1. ยุทธศาสตร์และจุดเน้นการดำเนินงาน สำนักงาน กศน. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ทททททททท2. แนวทาง/กลยุทธ์การดำเนินงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยของ กศน. ตำบลแสมสาร ทททททททท3. เอกสาร/งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง นโยบายและยุทธศาสตร์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย งบประมาณ 2563 วิสัยทัศน์ คนไทยได้รับโอกาสการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ สามารถดำรงชีวิตที่เหมาะสม กับช่วงวัย สอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และมีทักษะที่จำเป็นในโลกศตวรรษที่ 21 พันธกิจ 1. จัดและส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยที่มีคุณภาพ เพื่อยกระดับการศึกษา พัฒนาทักษะการเรียนรู้ของประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมายให้เหมาะสมทุกช่วงวัย พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง บริบททางสังคม และสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต 2 ส่งเสริม สนับสนุน และประสานภาคีเครือข่าย ในการมีส่วนร่วมจัดการศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัย และการเรียนรู้ตลอดชีวิต รวมทั้งการดำเนินกิจกรรมของศูนย์การเรียนและแหล่งการ เรียนรู้อื่น ในรูปแบบต่าง ๆ 3. ส่งเสริมและพัฒนาการนำเทคโนโลยีทางการศึกษา และเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพ ในการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยให้กับประชาชนอย่างทั่วถึง 4. พัฒนาหลักสูตร รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ สื่อและนวัตกรรม การวัดและประเมินผลในทุก รูปแบบให้สอดคล้องกับบริบทในปัจจุบัน 5. พัฒนาบุคลากรและระบบการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ เพื่อมุ่งจัดการศึกษาและการเรียนรู้ที่ มีคุณภาพ โดยยึดหลักธรรมาภิบาล เป้าประสงค์ 1. ประชาชนผู้ด้อย พลาด และขาดโอกาสทางการศึกษา รวมทั้งประชาชนทั่วไปได้รับโอกาสทาง การศึกษาในรูปแบบการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษาต่อเนื่อง และการศึกษาตาม อัธยาศัย ที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง เป็นไปตามสภาพ ปัญหา และความต้องการของแต่ละ กลุ่มเป้าหมาย 1. ประชาชนได้รับการยกระดับการศึกษา สร้างเสริมและปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และความเป็น พลเมือง อันนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน เพื่อพัฒนาไปสู่ความมั่นคง และยั่งยืนทางด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และสิ่งแวดล้อม


2. ประชาชนได้รับโอกาสในการเรียนรู้ และมีเจตคติทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เหมาะสม สามารถคิด วิเคราะห์ และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน รวมทั้งแก้ปัญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิตได้อย่าง สร้างสรรค์ 3. ประชาชนได้รับการสร้างและส่งเสริมให้มีนิสัยรักการอ่านเพื่อการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง 4. ชุมชนและภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ร่วมจัด ส่งเสริม และสนับสนุนการดำเนินงานการศึกษานอก ระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย รวมทั้งการขับเคลื่อนกิจกรรมการเรียนรู้ของชุมชน 5. หน่วยงานและสถานศึกษาพัฒนา เทคโนโลยีทางการศึกษา เทคโนโลยีดิจิทัล มาใช้ในการยกระดับ คุณภาพในการจัดการเรียนรู้และเพิ่มโอกาสการเรียนรู้ให้กับประชาชน 6. หน่วยงานและสถานศึกษาพัฒนาสื่อและการจัดกระบวนการเรียนรู้ เพื่อแก้ปัญหาและพัฒนา คุณภาพชีวิต ที่ตอบสนองกับการเปลี่ยนแปลงบริบทด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และสิ่งแวดล้อม รวมทั้งตามความต้องการของประชาชนและชุมชนในรูปแบบที่หลากหลาย 7. หน่วยงานและสถานศึกษามีระบบการบริหารจัดการที่เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล 8. บุคลากรของหน่วยงานและสถานศึกษาได้รับการพัฒนาเพื่อเพิ่มสมรรถนะในการปฏิบัติงาน การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัด ตัวชี้วัดเชิงปริมาณ 1. จำนวนผู้เรียนการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาชั้นพื้นฐานที่ได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายตาม สิทธิที่กำหนดไว้ 2. จำนวนของคนไทยกลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ ที่เข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้/เข้ารับบริการกิจกรรม การศึกษาต่อเนื่อง และการศึกษาตามอัธยาศัยที่สอดคล้องกับสภาพ ปัญหา และความต้องการ 3. ร้อยละของกำลังแรงงานที่สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้นขึ้นไป 4. จำนวนภาคีเครือข่ายที่เข้ามามีส่วนร่วมในการจัด/พัฒนา/ส่งเสริมการศึกษา (ภาคีเครือข่าย :สถาน ประกอบการ องค์กร หน่วยงานที่มาร่วมจัด/พัฒนา/ส่งเสริมการศึกษา) 5. จำนวนประชาชน เด็ก และเยาวชนในพื้นที่สูง และชาวไทยมอแกน ในพื้นที่ 5 จังหวัด 11 อำกอ ได้รับบริการการศึกษาตลอดชีวิตจากศูนย์การเรียนชุมชนสังกัดสำนักงาน กศน. 6. จำนวนผู้รับบริการในพื้นที่เป้าหมายได้รับการส่งเสริมด้านการรู้หนังสือและการพัฒนาทักษะชีวิต 7. จำนวนนักเรียนนักศึกษาที่ได้รับบริการติวเข้มเต็มความรู้ 8. จำนวนประชาชนที่ได้รับการฝึกอาชีพระยะสั้น สามารถสร้างอาชีพเพื่อสร้างรายได้ 9. จำนวน ครู กศน. ตำบล จากพื้นที่ กศน.ภาค ได้รับการพัฒนาศักยภาพด้านการจัดการเรียนการ สอนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร 10. จำนวนประชาชนที่ได้รับการฝึกอบรมภาษาต่างประเทศเพื่อการสื่อสารด้านอาชีพ 11. จำนวนผู้สูงอายุภาวะพึ่งพิงในระบบ Long Term Care มีผู้ดูแลที่มีคุณภาพและมาตรฐาน 12. จำนวนประชาชนที่ผ่านการอบรมจากศูนย์ดิจิทัลชุมชน 13. จำนวนศูนย์การเรียนชุมชน กศน. บนพื้นที่สูง ในพื้นที่ 5 จังหวัด ที่ส่งเสริมการพัฒนาทักษะการ ฟัง พูดภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร ร่วมกันในสถานศึกษาสังกัด สพฐ. ตชด. และกศน. 14. จำนวนบุคลากร กศน. ตำบลที่สามารถจัดทำคลังความรู้ได้ 15. จำนวนบทความเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตในระดับตำบลในหัวข้อต่าง ๆ


16. จำนวนหลักสูตรและสื่อออนไลน์ที่ให้บริการกับประชาชน ทั้งการศึกษานอกระบบระดับ การศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษาต่อเนื่อง และการศึกษาตามอัธยาศัย ตัวชี้วัดเชิงคุณภาพ 1. ร้อยละของคะแนนเฉลี่ยผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ การศึกษานอกระบบ (N-NET) ทุกรายวิชาทุกระดับ 2. ร้อยละของผู้เรียนที่ได้รับการสนับสนุนการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานเทียบกับค่าเป้าหมาย 3. ร้อยละของประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่ลงทะเบียนเรียนในทุกหลักสูตร/กิจกรรมการศึกษาต่อเนื่อง เทียบกับเป้าหมาย 4. ร้อยละของผู้ผ่านการฝึกอบรม/พัฒนาทักษะอาชีพระยะสั้นสามารถนำความรู้ไปใช้ในการประกอบ อาชีพหรือพัฒนางานได้ 5. ร้อยละของผู้เรียนในเขตพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ได้รับการพัฒนาศักยภาพ หรือทักษะด้าน อาชีพ สามารถมีงานทำหรือนำไปประกอบอาชีพได้ 6. ร้อยละของผู้จบหลักสูตร/กิจกรรมที่สามารถนำความรู้ความเข้าใจไปใช้ได้ตามจุดมุ่งหมายของ หลักสูตรกิจกรรม การศึกษาต่อเนื่อง 7. ร้อยละของประชาชนที่ได้รับบริการมีความพึงพอใจต่อการบริการ/เข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ การศึกษาตามอัธยาศัย 8. ร้อยละของประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับบริการ/ข้าร่วมกิจกรรมที่มีความรู้ความเข้าใจ/เจตคติ ทักษะ ตามจุดมุ่งหมายของกิจกรรมที่กำหนด ของการศึกษาตามอัธยาศัย 9. ร้อยละของนักเรียน/นักศึกษาที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในวิชาที่ได้รับบริการติวเข้มเต็มความรู้ เพิ่มสูงขึ้น 10. ร้อยละของผู้สูงอายุที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย มีโอกาสมาเข้าร่วมกิจกรรมการศึกษาตลอดชีวิต นโยบายเร่งด่วนเพื่อร่วมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ 1.ยุทธศาสตร์ด้านความมันคง 1.1 พัฒนาและเสริมสร้างความจงรักภักดีต่อสถาบันหลักของชาติ โดยปลูกฝังและสร้างความตระหนัก รู้ถึงความสำคัญของสถาบันหลักของชาติ รณรงค์เสริมสร้างความรักและความภาคภูมิใจในความเป็นคนไทย และชาติไทย น้อมนำและเผยแพร่ศาสตร์พระราชา หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงรวมถึงแนวทาง พระราชดำริต่าง ๆ 1.2 เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง และการมีส่วนร่วมอย่างถูกต้องกับการปกครองระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ในบริบทของไทย มีความเป็นพลเมืองดี ยอมรับและเคารพ ความหลากหลายทางความคิดและอุดมการณ์ 1.3 ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยคุกคามในรูปแบบใหม่ ทั้ง ยาเสพติด การค้ามนุษย์ ภัยจากไซเบอร์ ภัยพิบัติจากธรรมชาติ โรคอุบัติใหม่ ฯลฯ 1.4 ยกระดับคุณภาพการศึกษาและสร้างเสริมโอกาสในการเข้าถึงบริการการศึกษา การพัฒนาทักษะ การสร้างอาชีพ และการใช้ชีวิตในสังคมพหุวัฒนธรรม ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ และพื้นที่ชายแดนอื่น ๆ


1.5 สร้างความรู้ ความเข้าใจในขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรมของประเทศเพื่อนบ้านยอมรับ และเคารพในประเพณี วัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ และชาวต่างชาติที่มีความหลากหลาย ในลักษณะพหุ สังคมที่อยู่ร่วมกัน 2 ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน 2.1 เร่งปรับหลักสูตรการจัดการศึกษาอาชีพ กศน. เพื่อยกระดับทักษะด้านอาชีพของประชาชนให้ เป็นอาชีพที่รองรับอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ (First S - curve และ New S-curve) โดยบูรณาการ ความร่วมมือในการพัฒนาและเสริมทักษะใหม่ด้านอาชีพ (Upskill & Reskill) รวมถึงมุ่งเน้นสร้างโอกาสในการ สร้างงาน สร้างรายได้ และตอบสนองต่อความต้องการของตลาดแรงานทั้งภาคอุตสาหกรรมและการบริการ โดยเฉพาะในพื้นที่เขตระเบียงเศรษฐกิจ และเขคพัฒนาพิเศษตามภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศสำหรับพื้นที่ปกติ ให้พัฒนาอาชีพที่เน้นการต่อยอดศักยภาพและตามบริบทของพื้นที่ 2.2 จัดการศึกษาเพื่อพัฒนาพื้นที่ภาคตะวันออก ยกระดับการศึกษาให้กับประชาชนให้จบการศึกษา อย่างน้อยการศึกษาภาคบังคับ สามารถนำคุณวุฒิที่ได้รับไปต่อยอดในการประกอบอาชีพ รวมทั้งพัฒนาทักษะ ในการประกอบอาชีพตามความต้องการของประชาชน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ตอบสนองต่อบริบทของสังคม และชุมชน รวมทั้งรองรับการพัฒนาเขตพื้นที่ระเบียบเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) 2.3 พัฒนาและส่งเสริมประชาชนเพื่อต่อยอดการผลิตและจำหน่ายสินค้และผลิตภัณฑ์ออนไลน์ 1) เร่งจัดตั้งศูนย์ให้คำปรึกษาและพัฒนาผลิตภัณฑ์ Brand กศน. เพื่อยกระดับคุณภาพของสินค้และ ผลิตภัณฑ์ การบริหารจัดการที่ครบวงจร (การผลิต การตลาด การส่งออก และสร้างช่องทางจำหน่าย) รวมทั้ง ส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลในการเผยแพร่และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ 2) พัฒนาและคัดเลือกสุดยอดสินค้าและลิตภัณฑ์ กศน. ในแต่ละจังหวัด พร้อมทั้งประสานความ ร่วมมือกับสถานีบริการน้ำมันในการเป็นซ่องทางการจำหน่ายสุดยอดสินค้าและผลิตภัณฑ์ กศน.ให้กว้างขวาง ยิ่งขึ้น 3 ยุทธศาสตร์การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ 3.1 พัฒนาครูและบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรมและการเรียนรู้ เป็นผู้เชื่อมโยงความรู้กับ ผู้เรียนและผู้รับบริการ มีความเป็น "ครูมืออาชีพ" มีจิตบริการ มีความรอบรู้และทันต่อการเปลี่ยนแปลงของ สังคมและเป็น ผู้อำนวยการการเรียนรู้" ที่สามารถบริหารจัดการความรู้ กิจกรรม และการเรียนรู้ที่ดี 1) เพิ่มอัตราข้าราชการครูให้กับ กศน. อำเภอทุกแห่ง โดยเร่งดำเนินการเรื่องการหาอัตราตำแหน่ง การสรรหา บรรจุ และแต่งตั้ง ข้าราชการครู 2) พัฒนาข้าราชการครูในรูปแบบครบวงจร ตามหลักสูตรที่เชื่อมโยงกับวิทยฐานะ 3) พัฒนาครู กศน.ตำบลให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นเรื่องการพัฒนาทักษะ การจัดการเรียนการสอนออนไลน์ ทักษะภาษาต่างประเทศ ทักษะการจัดกระบวนการเรียนรู้ 4) พัฒนาศึกษานิเทศก์ ให้สามารถปฏิบัติการนิเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ 5) พัฒนาบุคลากร กศน.ทุกระดับทุกประเภทให้มีทักษะความรู้เรื่องการใช้ประโยชน์จากดิจิทัลและ ภาษาต่างประเทศที่จำเป็น 3.2 พัฒนาแหล่งเรียนรู้ให้มีบรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ มีความพร้อมในการ ให้บริการกิจกรรมการศึกษาและการเรียนรู้ เป็นแหล่งสารสนเทศสาธารณะที่ง่ายต่อการเข้าถึง มีบรรยากาศที่ เอื้อต่อการเรียนรู้ เป็นคาเพ่พื้นที่การเรียนรู้สำหรับคนทุกช่วงวัย มีสิ่งอำนวยความสะดวก มีบรรยากาศ สวยงามมีชีวิต ที่ดึงดูดความสนใจ และมีความปลอดภัยสำหรับผู้ใช้บริการ 1) เร่งยกระดับ กศน.ตำบลนำร่อง 928 แห่ง (อำเภอละ 1 แห่ง) ให้เป็น กศน.ตำบล 5 ดี พรีเมี่ยม


ที่ประกอบด้วย ครูดี สถานที่ดี (ตามบริบทของพื้นที่) กิจกรรมดี เครือข่ายดี และมีนวัตกรรมการเรียนรู้ที่ดีมี ประโยชน์ 2) จัดให้มีศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบ กศน. เพื่อยกระดับการเรียนรู้ ใน 6 ภูมิภาค เป็นพื้นที่การเรียนรู้ (Co - Learning Space) ที่ทันสมัยสำหรับทุกคน มีความพร้อมในการให้บริการต่าง ๆ อาทิ พื้นที่สำหรับการ ทำงาน/การเรียนรู้ พื้นที่สำหรับกิจกรรมต่าง ๆ มีห้องประชุมขนาดเล็ก รวมทั้งทำงานร่วมกับห้องสมุด ประชาชนในการให้บริการในรูปแบบห้องสมุดดิจิทัล บริการอินเทอร์เน็ต สื่อมัลติมีเดีย เพื่อรองรับการเรียนรู้ แบบ Active Learning 3) พัฒนาห้องสมุดประชชน "เฉลิมราชกุมารี" ให้เป็น Digital Library โดยให้มีบริการหนังสือ ในรูปแบบ e - Book บริการคอมพิวเตอร์ และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง รวมทั้ง Free Wifi เพื่อการสืบค้น ข้อมูล 3.3 ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ เอื้อต่อการเรียนรู้สำหรับทุกคน สามารถ เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา มีกิจกรรมที่หลากลาย น่าสนใจ สนองตอบความต้องการของชุมชน เพื่อพัฒนาศักยภาพ การเรียนรู้ของประชาชน รวมทั้งใช้ประโยชน์จากประชาชนในชุมชนในการร่วมจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อ เชื่อมโยงความสัมพันธ์ของคนในชุมชนไปสู้การจัดการความรู้ของชุมชนอย่างยั่งยืน 1) ส่งเสริมการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ปลูกฝังคุณธรรม สร้างวินัย จิตสาธารณะ ความรับผิดชอบต่อ ส่วนรวม และการมีจิตอาสา ผ่านกิจกรรมรูปแบบต่าง ๆ อาทิ กิจกรรมลูกเสือ กศน. กิจกรรมจิตอาสา ตลอดจนสนับสนุนให้มีการจัดกิจกรรมเพื่อปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมให้กับบุคลากรในองค์กร 2) จัดให้มีหลักสูตรลูกเสือมัคคุเทศก์ โดยให้สำนักงาน กศน.จังหวัดทุกแห่ปกทม. จัดตั้งกองลูกเสือที่ ลูกเสือมีความพร้อมด้านทักษะภาษาต่างประเทศ เป็นลูกเสือมัคคุเทศก์จังหวัดละ 1 กอง เพื่อส่งเสริมลูกเสือ จิตอาสาพัฒนาการท่องเที่ยวในแต่ละจังหวัด 3.4 เสริมสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย ประสาน ส่งเสริมความร่วมมือภาคีเครือข่าย ทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อสร้างความเข้าใจ และให้เกิดความร่วมมือในการส่งเสริม สนับสนุน และจัดการศึกษาและการเรียนรู้ให้กับ ประชาชนอย่างมีคุณภาพ 1) เร่งจัดทำทำเนียบภูมิปัญญาท้องถิ่นในแต่ละตำบล เพื่อใช้ประโยชน์จากภูมิปัญญาท้องถิ่น ในการ สร้างการเรียนรู้จากองค์ความรู้ในตัวบุคคลให้เกิดการถ่ายทอดภูมิปัญญา สร้างคุณค่าทางวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน 2) ส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่การจัดการเรียนรู้ชุมชน 3) ประสานความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายเพื่อการขยายและพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษา ตามอัธยาศัยให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทุกกลุ่มอย่างกว้างขวางและมีคุณภาพ อาทิกลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่ม อสม. 3.5 พัฒนานวัตกรรมทางการศึกษาเพื่อประโยชน์ต่อการจัดการศึกษาและกลุ่มเป้าหมาย 1) พัฒนาการจัดการศึกษาออนไลน์ กศน. ทั้งในรูปแบบของการศึกษาขั้นพื้นฐาน การพัฒนาทักษะ ชีวิตและทักษะอาชีพ การศึกษาตามอัธยาศัย รวมทั้งการพัฒนาช่องทางการค้าออนไลน์ 2) ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีในการปฏิบัติงาน การบริหารจัดการ และการจัดการเรียนรู้ 3) ส่งเสริมให้มีการใช้การวิจัยอย่างง่ายเพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ 3.6 พัฒนาศักยภาพคนด้านทักษะและความเข้าใจในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Literacy) 1) พัฒนาความรู้และทักษะเทคโนโลยีดิจิทัลของครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อพัฒนารูปแบบการ จัดการเรียนการสอน


2) ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อให้ประชาชนมีทักษะความเข้าใจและใช้ เทคโนโลยีดิจิทัลที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน รวมทั้งสร้างรายได้ให้กับตนเองได้ 3.7 พัฒนาทักษะภาษาต่างประเทศเพื่อการสื่อสารของประชาชนในรูปแบบต่าง ๆ อย่างเป็นรูปธรรม โดยเน้นทักษะภาษาเพื่ออาชีพ ทั้งในภาคธุรกิจ การบริการ และการท่องเที่ยว รวมทั้งพัฒนา สื่อการเรียนการสอนเพื่อส่งเสริมการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสารและการพัฒนาอาชีพ 3.8 เตรียมความพร้อมการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุที่เหมาะสมและมีคุณภาพ 1) ส่งเสริมการจัดกิจกรรมให้กับประชาชนเพื่อสร้างความตระหนักถึงการเตรียมพร้อมเข้าสู่สังคม ผู้สูงอายุ (Aging Society) มีความเข้าใจในพัฒนาการของช่วงวัย รวมทั้งเรียนรู้และมีส่วนร่วมในการดูแล รับผิดชอบผู้สูงอายุในครอบครัวและชุมชน 2) พัฒนาการจัดบริการการศึกษาและการเรียนรู้สำหรับประชาชนในการเตรียมความพร้อมเข้าสู่วัย สูงอายุที่เหมาะสมและมีคุณภาพ 3) จัดการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตสำหรับผู้สูงอายุภายใต้แนวคิด "Active Aging"การศึกษาเพื่อ พัฒนาคุณภาพชีวิต และพัฒนาทักษะชีวิต ให้สามารถดูแลตนเองทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตและรู้จักใช้ ประโยชน์จากเทคโนโลยี 4) สร้างความตระหนักถึงคุณค่าและศักดิ์ศรีของผู้สูงอายุ เปิดโอกาสให้มีการเผยแพร่ภูมิปัญญาของ ผู้สูงอายุ และให้มีส่วนร่วมในกิจกรรมด้านต่าง ๆ ในชุมชน เช่น ด้านอาชีพ กีฬา ศาสนาและวัฒนธรรม 5) จัดการศึกษาอาชีพเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ โดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในทุกระดับ 3.9 การส่งเสริมวิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา 1) จัดกิจกรรมวิทยาศาสตร์เชิงรุก และเน้นให้ความรู้วิทยาศาสตร์อย่างง่ายกับประชาชนในชุมชนทั้ง วิทยาศาสตร์ในวิถีชีวิต และวิทยาศาสตร์ในชีวิตประจำวัน 2) พัฒนาสื่อนิทรรศการเละรูปแบบการจัดกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์ให้มีความทันสมัย 3.10 ส่งเสริมการรู้ภาษาไทยให้กับประชาชนในรูปแบบต่าง ๆ โดยเฉพาะประชาชนในเขตพื้นที่สูง ให้สามารถฟัง พูด อ่าน และเขียนภาษาไทย เพื่อประโยชในการใช้ชีวิตประจำวันได้ 4 ยุทธศาสตร์ต้นการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม 4.1 จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้สำหรับทุกช่วงวัย ที่เป็นศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิตที่สามารถให้บริการ ประชาชนได้ทุกคน ทุกช่วงวัย ที่มีกิจกรรมที่หลากหลาย ตอบสนองความต้องการในการเรียนรู้ในแต่ละวัยและ เป็นศูนย์บริการความรู้ ศูนย์การจัดกิจกรรมที่ครอบคลุมทุกช่วงวัย เพื่อให้มีพัฒนาการเรียนรู้ที่เหมาะสมและมี ความสุขกับการเรียนรู้ตามความสนใจ 1) เร่งประสานกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อจัดทำฐานข้อมูลโรงเรียนที่ถูกยุบ รวม หรือคาดว่าน่าจะถูกยุบรวม 2) ให้สำนักงาน กศน.จังหวัดทุกแห่งที่อยู่ในจังหวัดที่มีโรงเรียนที่ถูกยุบรวม ประสานขอใช้พื้นที่เพื่อ จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้สำหรับทุกช่วงวัย กศน. 4.2 ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาและการเรียนรู้สำหรับกลุ่มเป้าหมายผู้พิการ 1) จัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิตและทักษะอาชีพ และการศึกษาตาม อัธยาศัย โดยเน้นรูปแบบการศึกษาออนไลน์


2) ให้สำนักงาน กศน.จังหวัดทุกแห่ง/กทม. ทำความร่วมมือกับศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัด ใน การใช้สถานที่ วัสดุอุปกรณ์และครุภัณฑ์ด้านการศึกษา เพื่อสนับสนุนการจัดการศึกษาและการเรียนรู้สำหรับ กลุ่มเป้าหมายผู้พิการ 4.3 ยกระดับการศึกษาให้กับกลุ่มเป้าหมายทหารกองประจำการ รวมทั้งกลุ่มเป้าหมายพิเศษอื่น ๆ อาทิ ผู้ต้องขัง คนพิการ เด็กออกกลางคัน ประชากรวัยเรียนที่อยู่นอกระบบการศึกษาให้จบการศึกษานอก ระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน สามารถนำความรู้ที่ได้รับไปพัฒนาตนเองได้อย่างต่อเนื่อง 4.4 พัฒนาหลักสูตรการจัดการศึกษาอาชีพระะสั้น ให้มีความหลากหลาย ทันสมัย เหมาะสมกับบริบท ของพื้นที่ และตอบสนองความต้องการของประชาชนผู้รับบริการ 5. ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 5.1 ส่งเสริมให้มีการให้ความรู้กับประชาชนในการรับมือและปรับตัวเพื่อลดความเสียหายจากภัย ธรรมชาติและผลกระทบที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 5.2 สร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างสังคมสีเขียว ส่งเสริมความรู้ให้กับประชาชน เกี่ยวกับการคัดแยกตั้งแต่ต้นทาง การกำจัดขยะ และการนำกลับมาใช้ช้ำ เพื่อลดปริมาณและต้นทุนในการ จัดการขยะของเมือง และสามารถนำขยะกลับมาใช้ประโยชน์ได้โดยง่าย รวมทั้งการจัดการมลพิษในชุมชน 5.3 ส่งเสริมให้หน่วยงานและสถานศึกษาใช้พลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมทั้งลดการใช้ ทรัพยากรที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น รณรงค์เรื่องการลดการใช้ถุงพลาสติก การประหยัดไฟฟ้า เป็นต้น 6. ยุทธศาสตร์ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบหารบริหารจัดการภาครัฐ 6.1 พัฒนาและปรับระบบวิธีการปฏิบัติราชการให้ทันสมัย มีความโปร่งใส ปลอดการทุจริตและ ประพฤติมิชอบ บริหารจัดการบนข้อมูลและหลักฐานเชิงประจักษ์ มุ่งผลสัมฤทธิ์มีความโปร่งใส 6.2 นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีระบบการทำงานที่เป็นดิจิทัลมาใช้ในการบริหารและพัฒนางาน สามารถเชื่อมโยงกับระบบฐานข้อมูลกลางของกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมทั้งพัฒนาโปรแกรมออนไลน์ที่ สามารถเชื่อมโยงข้อมูลต่าง ๆ ที่ทำให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างต่อเนื่องกันตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนการ และให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมายสามารถเข้าถึงบริการได้อย่างทันที ทุกที่และทุกเวลา 6.3 ส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรทุกระดับอย่างต่อเนื่อง ให้มีความรู้และทักษะตามมาตรฐานตำแหน่ง ให้ตรงกับสายงาน ความชำนาญ และความต้องการของบุคลากร 2. แนวทาง/กลยุทธ์การดำเนินงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยของ กศน.ตำบลแสมสาร ปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ กศน.ตำบลนาแสมสาร ปรัชญา “คิดเป็น ทำเป็น เน้น ICT” วิสัยทัศน์ กศน.ตำบลแสมสารจัดการศึกษาตลอดชีวิตและการศึกษาอาชีพที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง เท่าเทียมกัน เพื่อให้เกิดสังคมแห่งการเรียนรู้ ICT และมีความสามารถเชิงแข่งขันในประชาคมอาเซียนอย่างยั่งยืน พันธกิจ


1. จัดและส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยที่มีคุณภาพ เพื่อยกระดับการศึกษา พัฒนาทักษะการเรียนรู้ของประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมายให้เหมาะสมทุกช่วงวัย พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง บริบททางสังคม และสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต 2 ส่งเสริม สนับสนุน และประสานภาคีเครือข่าย ในการมีส่วนร่วมจัดการศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัย และการเรียนรู้ตลอดชีวิต รวมทั้งการดำเนินกิจกรรมของศูนย์การเรียนและแหล่งการ เรียนรู้อื่น ในรูปแบบต่าง ๆ 3. ส่งเสริมและพัฒนาการนำเทคโนโลยีทางการศึกษา และเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพ ในการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยให้กับประชาชนอย่างทั่วถึง 4. พัฒนาหลักสูตร รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ สื่อและนวัตกรรม การวัดและประเมินผลในทุก รูปแบบให้สอดคล้องกับบริบทในปัจจุบัน 5. พัฒนาบุคลากรและระบบการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ เพื่อมุ่งจัดการศึกษาและการเรียนรู้ที่ มีคุณภาพ โดยยึดหลักธรรมาภิบาล เป้าประสงค์ 1. ประชาชนผู้ด้อย พลาด และขาดโอกาสทางการศึกษา รวมทั้งประชาชนทั่วไปได้รับโอกาสทาง การศึกษาในรูปแบบการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษาต่อเนื่อง และการศึกษาตาม อัธยาศัย ที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง เป็นไปตามสภาพ ปัญหา และความต้องการของแต่ละ กลุ่มเป้าหมาย 1. ประชาชนได้รับการยกระดับการศึกษา สร้างเสริมและปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และความเป็น พลเมือง อันนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน เพื่อพัฒนาไปสู่ความมั่นคง และยั่งยืนทางด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และสิ่งแวดล้อม 2. ประชาชนได้รับโอกาสในการเรียนรู้ และมีเจตคติทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เหมาะสม สามารถคิด วิเคราะห์ และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน รวมทั้งแก้ปัญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิตได้อย่าง สร้างสรรค์ 3. ประชาชนได้รับการสร้างและส่งเสริมให้มีนิสัยรักการอ่านเพื่อการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง 4. ชุมชนและภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ร่วมจัด ส่งเสริม และสนับสนุนการดำเนินงานการศึกษานอก ระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย รวมทั้งการขับเคลื่อนกิจกรรมการเรียนรู้ของชุมชน 5. หน่วยงานและสถานศึกษาพัฒนา เทคโนโลยีทางการศึกษา เทคโนโลยีดิจิทัล มาใช้ในการยกระดับ คุณภาพในการจัดการเรียนรู้และเพิ่มโอกาสการเรียนรู้ให้กับประชาชน 6. หน่วยงานและสถานศึกษาพัฒนาสื่อและการจัดกระบวนการเรียนรู้ เพื่อแก้ปัญหาและพัฒนา คุณภาพชีวิต ที่ตอบสนองกับการเปลี่ยนแปลงบริบทด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และสิ่งแวดล้อม รวมทั้งตามความต้องการของประชาชนและชุมชนในรูปแบบที่หลากหลาย 7. หน่วยงานและสถานศึกษามีระบบการบริหารจัดการที่เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล 8. บุคลากรของหน่วยงานและสถานศึกษาได้รับการพัฒนาเพื่อเพิ่มสมรรถนะในการปฏิบัติงาน การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัด ตัวชี้วัดเชิงปริมาณ


1. จำนวนผู้เรียนการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาชั้นพื้นฐานที่ได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายตาม สิทธิที่กำหนดไว้ 2. จำนวนของคนไทยกลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ ที่เข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้/เข้ารับบริการกิจกรรม การศึกษาต่อเนื่อง และการศึกษาตามอัธยาศัยที่สอดคล้องกับสภาพ ปัญหา และความต้องการ 3. ร้อยละของกำลังแรงงานที่สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้นขึ้นไป 4. จำนวนภาคีเครือข่ายที่เข้ามามีส่วนร่วมในการจัด/พัฒนา/ส่งเสริมการศึกษา (ภาคีเครือข่าย :สถาน ประกอบการ องค์กร หน่วยงานที่มาร่วมจัด/พัฒนา/ส่งเสริมการศึกษา) 5. จำนวนประชาชน เด็ก และเยาวชนในพื้นที่สูง และชาวไทยมอแกน ในพื้นที่ 5 จังหวัด 11 อำกอ ได้รับบริการการศึกษาตลอดชีวิตจากศูนย์การเรียนชุมชนสังกัดสำนักงาน กศน. 6. จำนวนผู้รับบริการในพื้นที่เป้าหมายได้รับการส่งเสริมด้านการรู้หนังสือและการพัฒนาทักษะชีวิต 7. จำนวนนักเรียนนักศึกษาที่ได้รับบริการติวเข้มเต็มความรู้ 8. จำนวนประชาชนที่ได้รับการฝึกอาชีพระยะสั้น สามารถสร้างอาชีพเพื่อสร้างรายได้ 9. จำนวน ครู กศน. ตำบล จากพื้นที่ กศน.ภาค ได้รับการพัฒนาศักยภาพด้านการจัดการเรียนการ สอนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร 10. จำนวนประชาชนที่ได้รับการฝึกอบรมภาษาต่างประเทศเพื่อการสื่อสารด้านอาชีพ 11. จำนวนผู้สูงอายุภาวะพึ่งพิงในระบบ Long Term Care มีผู้ดูแลที่มีคุณภาพและมาตรฐาน 12. จำนวนประชาชนที่ผ่านการอบรมจากศูนย์ดิจิทัลชุมชน 13. จำนวนศูนย์การเรียนชุมชน กศน. บนพื้นที่สูง ในพื้นที่ 5 จังหวัด ที่ส่งเสริมการพัฒนาทักษะการ ฟัง พูดภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร ร่วมกันในสถานศึกษาสังกัด สพฐ. ตชด. และกศน. 14. จำนวนบุคลากร กศน. ตำบลที่สามารถจัดทำคลังความรู้ได้ 15. จำนวนบทความเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตในระดับตำบลในหัวข้อต่าง ๆ 16. จำนวนหลักสูตรและสื่อออนไลน์ที่ให้บริการกับประชาชน ทั้งการศึกษานอกระบบระดับ การศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษาต่อเนื่อง และการศึกษาตามอัธยาศัย ตัวชี้วัดเชิงคุณภาพ 1. ร้อยละของคะแนนเฉลี่ยผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ การศึกษานอกระบบ (N-NET) ทุกรายวิชาทุกระดับ 2. ร้อยละของผู้เรียนที่ได้รับการสนับสนุนการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานเทียบกับค่าเป้าหมาย 3. ร้อยละของประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่ลงทะเบียนเรียนในทุกหลักสูตร/กิจกรรมการศึกษาต่อเนื่อง เทียบกับเป้าหมาย 4. ร้อยละของผู้ผ่านการฝึกอบรม/พัฒนาทักษะอาชีพระยะสั้นสามารถนำความรู้ไปใช้ในการประกอบ อาชีพหรือพัฒนางานได้ 5. ร้อยละของผู้เรียนในเขตพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ได้รับการพัฒนาศักยภาพ หรือทักษะด้าน อาชีพ สามารถมีงานทำหรือนำไปประกอบอาชีพได้ 6. ร้อยละของผู้จบหลักสูตร/กิจกรรมที่สามารถนำความรู้ความเข้าใจไปใช้ได้ตามจุดมุ่งหมายของ หลักสูตรกิจกรรม การศึกษาต่อเนื่อง 7. ร้อยละของประชาชนที่ได้รับบริการมีความพึงพอใจต่อการบริการ/เข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ การศึกษาตามอัธยาศัย


8. ร้อยละของประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับบริการ/ข้าร่วมกิจกรรมที่มีความรู้ความเข้าใจ/เจตคติ ทักษะ ตามจุดมุ่งหมายของกิจกรรมที่กำหนด ของการศึกษาตามอัธยาศัย 9. ร้อยละของนักเรียน/นักศึกษาที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในวิชาที่ได้รับบริการติวเข้มเต็มความรู้ เพิ่มสูงขึ้น 10. ร้อยละของผู้สูงอายุที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย มีโอกาสมาเข้าร่วมกิจกรรมการศึกษาตลอดชีวิต นโยบายเร่งด่วนเพื่อร่วมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ 1.ยุทธศาสตร์ด้านความมันคง 1.1 พัฒนาและเสริมสร้างความจงรักภักดีต่อสถาบันหลักของชาติ โดยปลูกฝังและสร้างความตระหนัก รู้ถึงความสำคัญของสถาบันหลักของชาติ รณรงค์เสริมสร้างความรักและความภาคภูมิใจในความเป็นคนไทย และชาติไทย น้อมนำและเผยแพร่ศาสตร์พระราชา หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงรวมถึงแนวทาง พระราชดำริต่าง ๆ 1.2 เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง และการมีส่วนร่วมอย่างถูกต้องกับการปกครองระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ในบริบทของไทย มีความเป็นพลเมืองดี ยอมรับและเคารพ ความหลากหลายทางความคิดและอุดมการณ์ 1.3 ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยคุกคามในรูปแบบใหม่ ทั้ง ยาเสพติด การค้ามนุษย์ ภัยจากไซเบอร์ ภัยพิบัติจากธรรมชาติ โรคอุบัติใหม่ ฯลฯ 1.4 ยกระดับคุณภาพการศึกษาและสร้างเสริมโอกาสในการเข้าถึงบริการการศึกษา การพัฒนาทักษะ การสร้างอาชีพ และการใช้ชีวิตในสังคมพหุวัฒนธรรม ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ และพื้นที่ชายแดนอื่น ๆ 1.5 สร้างความรู้ ความเข้าใจในขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรมของประเทศเพื่อนบ้านยอมรับ และเคารพในประเพณี วัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ และชาวต่างชาติที่มีความหลากหลาย ในลักษณะพหุ สังคมที่อยู่ร่วมกัน 2 ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน 2.1 เร่งปรับหลักสูตรการจัดการศึกษาอาชีพ กศน. เพื่อยกระดับทักษะด้านอาชีพของประชาชนให้ เป็นอาชีพที่รองรับอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ (First S - curve และ New S-curve) โดยบูรณาการ ความร่วมมือในการพัฒนาและเสริมทักษะใหม่ด้านอาชีพ (Upskill & Reskill) รวมถึงมุ่งเน้นสร้างโอกาสในการ สร้างงาน สร้างรายได้ และตอบสนองต่อความต้องการของตลาดแรงานทั้งภาคอุตสาหกรรมและการบริการ โดยเฉพาะในพื้นที่เขตระเบียงเศรษฐกิจ และเขคพัฒนาพิเศษตามภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศสำหรับพื้นที่ปกติ ให้พัฒนาอาชีพที่เน้นการต่อยอดศักยภาพและตามบริบทของพื้นที่ 2.2 จัดการศึกษาเพื่อพัฒนาพื้นที่ภาคตะวันออก ยกระดับการศึกษาให้กับประชาชนให้จบการศึกษา อย่างน้อยการศึกษาภาคบังคับ สามารถนำคุณวุฒิที่ได้รับไปต่อยอดในการประกอบอาชีพ รวมทั้งพัฒนาทักษะ ในการประกอบอาชีพตามความต้องการของประชาชน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ตอบสนองต่อบริบทของสังคม และชุมชน รวมทั้งรองรับการพัฒนาเขตพื้นที่ระเบียบเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) 2.3 พัฒนาและส่งเสริมประชาชนเพื่อต่อยอดการผลิตและจำหน่ายสินค้และผลิตภัณฑ์ออนไลน์ 1) เร่งจัดตั้งศูนย์ให้คำปรึกษาและพัฒนาผลิตภัณฑ์ Brand กศน. เพื่อยกระดับคุณภาพของสินค้และ ผลิตภัณฑ์ การบริหารจัดการที่ครบวงจร (การผลิต การตลาด การส่งออก และสร้างช่องทางจำหน่าย) รวมทั้ง ส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลในการเผยแพร่และจำหน่ายผลิตภัณฑ์


2) พัฒนาและคัดเลือกสุดยอดสินค้าและลิตภัณฑ์ กศน. ในแต่ละจังหวัด พร้อมทั้งประสานความ ร่วมมือกับสถานีบริการน้ำมันในการเป็นซ่องทางการจำหน่ายสุดยอดสินค้าและผลิตภัณฑ์ กศน.ให้กว้างขวาง ยิ่งขึ้น 3 ยุทธศาสตร์การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ 3.1 พัฒนาครูและบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรมและการเรียนรู้ เป็นผู้เชื่อมโยงความรู้กับ ผู้เรียนและผู้รับบริการ มีความเป็น "ครูมืออาชีพ" มีจิตบริการ มีความรอบรู้และทันต่อการเปลี่ยนแปลงของ สังคมและเป็น ผู้อำนวยการการเรียนรู้" ที่สามารถบริหารจัดการความรู้ กิจกรรม และการเรียนรู้ที่ดี 1) เพิ่มอัตราข้าราชการครูให้กับ กศน. อำเภอทุกแห่ง โดยเร่งดำเนินการเรื่องการหาอัตราตำแหน่ง การสรรหา บรรจุ และแต่งตั้ง ข้าราชการครู 2) พัฒนาข้าราชการครูในรูปแบบครบวงจร ตามหลักสูตรที่เชื่อมโยงกับวิทยฐานะ 3) พัฒนาครู กศน.ตำบลให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นเรื่องการพัฒนาทักษะ การจัดการเรียนการสอนออนไลน์ ทักษะภาษาต่างประเทศ ทักษะการจัดกระบวนการเรียนรู้ 4) พัฒนาศึกษานิเทศก์ ให้สามารถปฏิบัติการนิเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ 5) พัฒนาบุคลากร กศน.ทุกระดับทุกประเภทให้มีทักษะความรู้เรื่องการใช้ประโยชน์จากดิจิทัลและ ภาษาต่างประเทศที่จำเป็น 3.2 พัฒนาแหล่งเรียนรู้ให้มีบรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ มีความพร้อมในการ ให้บริการกิจกรรมการศึกษาและการเรียนรู้ เป็นแหล่งสารสนเทศสาธารณะที่ง่ายต่อการเข้าถึง มีบรรยากาศที่ เอื้อต่อการเรียนรู้ เป็นคาเพ่พื้นที่การเรียนรู้สำหรับคนทุกช่วงวัย มีสิ่งอำนวยความสะดวก มีบรรยากาศ สวยงามมีชีวิต ที่ดึงดูดความสนใจ และมีความปลอดภัยสำหรับผู้ใช้บริการ 1) เร่งยกระดับ กศน.ตำบลนำร่อง 928 แห่ง (อำเภอละ 1 แห่ง) ให้เป็น กศน.ตำบล 5 ดี พรีเมี่ยม ที่ประกอบด้วย ครูดี สถานที่ดี (ตามบริบทของพื้นที่) กิจกรรมดี เครือข่ายดี และมีนวัตกรรมการเรียนรู้ที่ดีมี ประโยชน์ 2) จัดให้มีศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบ กศน. เพื่อยกระดับการเรียนรู้ ใน 6 ภูมิภาค เป็นพื้นที่การเรียนรู้ (Co - Learning Space) ที่ทันสมัยสำหรับทุกคน มีความพร้อมในการให้บริการต่าง ๆ อาทิ พื้นที่สำหรับการ ทำงาน/การเรียนรู้ พื้นที่สำหรับกิจกรรมต่าง ๆ มีห้องประชุมขนาดเล็ก รวมทั้งทำงานร่วมกับห้องสมุด ประชาชนในการให้บริการในรูปแบบห้องสมุดดิจิทัล บริการอินเทอร์เน็ต สื่อมัลติมีเดีย เพื่อรองรับการเรียนรู้ แบบ Active Learning 3) พัฒนาห้องสมุดประชชน "เฉลิมราชกุมารี" ให้เป็น Digital Library โดยให้มีบริการหนังสือ ในรูปแบบ e - Book บริการคอมพิวเตอร์ และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง รวมทั้ง Free Wifi เพื่อการสืบค้น ข้อมูล 3.3 ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ เอื้อต่อการเรียนรู้สำหรับทุกคน สามารถ เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา มีกิจกรรมที่หลากลาย น่าสนใจ สนองตอบความต้องการของชุมชน เพื่อพัฒนาศักยภาพ การเรียนรู้ของประชาชน รวมทั้งใช้ประโยชน์จากประชาชนในชุมชนในการร่วมจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อ เชื่อมโยงความสัมพันธ์ของคนในชุมชนไปสู้การจัดการความรู้ของชุมชนอย่างยั่งยืน 1) ส่งเสริมการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ปลูกฝังคุณธรรม สร้างวินัย จิตสาธารณะ ความรับผิดชอบต่อ ส่วนรวม และการมีจิตอาสา ผ่านกิจกรรมรูปแบบต่าง ๆ อาทิ กิจกรรมลูกเสือ กศน. กิจกรรมจิตอาสา ตลอดจนสนับสนุนให้มีการจัดกิจกรรมเพื่อปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมให้กับบุคลากรในองค์กร


2) จัดให้มีหลักสูตรลูกเสือมัคคุเทศก์ โดยให้สำนักงาน กศน.จังหวัดทุกแห่ปกทม. จัดตั้งกองลูกเสือที่ ลูกเสือมีความพร้อมด้านทักษะภาษาต่างประเทศ เป็นลูกเสือมัคคุเทศก์จังหวัดละ 1 กอง เพื่อส่งเสริมลูกเสือ จิตอาสาพัฒนาการท่องเที่ยวในแต่ละจังหวัด 3.4 เสริมสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย ประสาน ส่งเสริมความร่วมมือภาคีเครือข่าย ทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อสร้างความเข้าใจ และให้เกิดความร่วมมือในการส่งเสริม สนับสนุน และจัดการศึกษาและการเรียนรู้ให้กับ ประชาชนอย่างมีคุณภาพ 1) เร่งจัดทำทำเนียบภูมิปัญญาท้องถิ่นในแต่ละตำบล เพื่อใช้ประโยชน์จากภูมิปัญญาท้องถิ่น ในการ สร้างการเรียนรู้จากองค์ความรู้ในตัวบุคคลให้เกิดการถ่ายทอดภูมิปัญญา สร้างคุณค่าทางวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน 2) ส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่การจัดการเรียนรู้ชุมชน 3) ประสานความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายเพื่อการขยายและพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษา ตามอัธยาศัยให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทุกกลุ่มอย่างกว้างขวางและมีคุณภาพ อาทิ กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่ม อสม. 3.5 พัฒนานวัตกรรมทางการศึกษาเพื่อประโยชน์ต่อการจัดการศึกษาและกลุ่มเป้าหมาย 1) พัฒนาการจัดการศึกษาออนไลน์ กศน. ทั้งในรูปแบบของการศึกษาขั้นพื้นฐาน การพัฒนาทักษะ ชีวิตและทักษะอาชีพ การศึกษาตามอัธยาศัย รวมทั้งการพัฒนาช่องทางการค้าออนไลน์ 2) ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีในการปฏิบัติงาน การบริหารจัดการ และการจัดการเรียนรู้ 3) ส่งเสริมให้มีการใช้การวิจัยอย่างง่ายเพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ 3.6 พัฒนาศักยภาพคนด้านทักษะและความเข้าใจในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Literacy) 1) พัฒนาความรู้และทักษะเทคโนโลยีดิจิทัลของครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อพัฒนารูปแบบการ จัดการเรียนการสอน 2) ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อให้ประชาชนมีทักษะความเข้าใจและใช้ เทคโนโลยีดิจิทัลที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน รวมทั้งสร้างรายได้ให้กับตนเองได้ 3.7 พัฒนาทักษะภาษาต่างประเทศเพื่อการสื่อสารของประชาชนในรูปแบบต่าง ๆ อย่างเป็นรูปธรรม โดยเน้นทักษะภาษาเพื่ออาชีพ ทั้งในภาคธุรกิจ การบริการ และการท่องเที่ยว รวมทั้งพัฒนา สื่อการเรียนการสอนเพื่อส่งเสริมการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสารและการพัฒนาอาชีพ 3.8 เตรียมความพร้อมการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุที่เหมาะสมและมีคุณภาพ 1) ส่งเสริมการจัดกิจกรรมให้กับประชาชนเพื่อสร้างความตระหนักถึงการเตรียมพร้อมเข้าสู่สังคม ผู้สูงอายุ (Aging Society) มีความเข้าใจในพัฒนาการของช่วงวัย รวมทั้งเรียนรู้และมีส่วนร่วมในการดูแล รับผิดชอบผู้สูงอายุในครอบครัวและชุมชน 2) พัฒนาการจัดบริการการศึกษาและการเรียนรู้สำหรับประชาชนในการเตรียมความพร้อมเข้าสู่วัย สูงอายุที่เหมาะสมและมีคุณภาพ 3) จัดการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตสำหรับผู้สูงอายุภายใต้แนวคิด "Active Aging"การศึกษาเพื่อ พัฒนาคุณภาพชีวิต และพัฒนาทักษะชีวิต ให้สามารถดูแลตนเองทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตและรู้จักใช้ ประโยชน์จากเทคโนโลยี 4) สร้างความตระหนักถึงคุณค่าและศักดิ์ศรีของผู้สูงอายุ เปิดโอกาสให้มีการเผยแพร่ภูมิปัญญาของ ผู้สูงอายุและให้มีส่วนร่วมในกิจกรรมด้านต่าง ๆ ในชุมชน เช่น ด้านอาชีพ กีฬา ศาสนาและวัฒนธรรม 5) จัดการศึกษาอาชีพเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ โดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในทุกระดับ 3.9 การส่งเสริมวิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา


1) จัดกิจกรรมวิทยาศาสตร์เชิงรุก และเน้นให้ความรู้วิทยาศาสตร์อย่างง่ายกับประชาชนในชุมชนทั้ง วิทยาศาสตร์ในวิถีชีวิต และวิทยาศาสตร์ในชีวิตประจำวัน 2) พัฒนาสื่อนิทรรศการเละรูปแบบการจัดกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์ให้มีความทันสมัย 3.10 ส่งเสริมการรู้ภาษาไทยให้กับประชาชนในรูปแบบต่าง ๆ โดยเฉพาะประชาชนในเขตพื้นที่สูง ให้สามารถฟัง พูด อ่าน และเขียนภาษาไทย เพื่อประโยชในการใช้ชีวิตประจำวันได้ 4 ยุทธศาสตร์ต้นการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม 4.1 จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้สำหรับทุกช่วงวัย ที่เป็นศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิตที่สามารถให้บริการ ประชาชนได้ทุกคน ทุกช่วงวัย ที่มีกิจกรรมที่หลากหลาย ตอบสนองความต้องการในการเรียนรู้ในแต่ละวัยและ เป็นศูนย์บริการความรู้ ศูนย์การจัดกิจกรรมที่ครอบคลุมทุกช่วงวัย เพื่อให้มีพัฒนาการเรียนรู้ที่เหมาะสมและมี ความสุขกับการเรียนรู้ตามความสนใจ 1) เร่งประสานกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อจัดทำฐานข้อมูลโรงเรียนที่ถูกยุบ รวม หรือคาดว่าน่าจะถูกยุบรวม 2) ให้สำนักงาน กศน.จังหวัดทุกแห่งที่อยู่ในจังหวัดที่มีโรงเรียนที่ถูกยุบรวม ประสานขอใช้พื้นที่เพื่อ จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้สำหรับทุกช่วงวัย กศน. 4.2 ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาและการเรียนรู้สำหรับกลุ่มเป้าหมายผู้พิการ 1) จัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิตและทักษะอาชีพ และการศึกษาตาม อัธยาศัย โดยเน้นรูปแบบการศึกษาออนไลน์ 2) ให้สำนักงาน กศน.จังหวัดทุกแห่ง/กทม. ทำความร่วมมือกับศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัด ใน การใช้สถานที่ วัสดุอุปกรณ์ และครุภัณฑ์ด้านการศึกษา เพื่อสนับสนุนการจัดการศึกษาและการเรียนรู้สำหรับ กลุ่มเป้าหมายผู้พิการ 4.3 ยกระดับการศึกษาให้กับกลุ่มเป้าหมายทหารกองประจำการ รวมทั้งกลุ่มเป้าหมายพิเศษอื่น ๆ อาทิ ผู้ต้องขัง คนพิการ เด็กออกกลางคัน ประชากรวัยเรียนที่อยู่นอกระบบการศึกษาให้จบการศึกษานอก ระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน สามารถนำความรู้ที่ได้รับไปพัฒนาตนเองได้อย่างต่อเนื่อง 4.4 พัฒนาหลักสูตรการจัดการศึกษาอาชีพระะสั้น ให้มีความหลากหลาย ทันสมัย เหมาะสมกับบริบท ของพื้นที่ และตอบสนองความต้องการของประชาชนผู้รับบริการ 5. ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 5.1 ส่งเสริมให้มีการให้ความรู้กับประชาชนในการรับมือและปรับตัวเพื่อลดความเสียหายจากภัย ธรรมชาติและผลกระทบที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 5.2 สร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างสังคมสีเขียว ส่งเสริมความรู้ให้กับประชาชน เกี่ยวกับการคัดแยกตั้งแต่ต้นทาง การกำจัดขยะ และการนำกลับมาใช้ช้ำ เพื่อลดปริมาณและต้นทุนในการ จัดการขยะของเมือง และสามารถนำขยะกลับมาใช้ประโยชน์ได้โดยง่าย รวมทั้งการจัดการมลพิษในชุมชน 5.3 ส่งเสริมให้หน่วยงานและสถานศึกษาใช้พลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมทั้งลดการใช้ ทรัพยากรที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น รณรงค์เรื่องการลดการใช้ถุงพลาสติก การประหยัดไฟฟ้า เป็นต้น 6. ยุทธศาสตร์ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบหารบริหารจัดการภาครัฐ 6.1 พัฒนาและปรับระบบวิธีการปฏิบัติราชการให้ทันสมัย มีความโปร่งใส ปลอดการทุจริตและ ประพฤติมิชอบ บริหารจัดการบนข้อมูลและหลักฐานเชิงประจักษ์ มุ่งผลสัมฤทธิ์มีความโปร่งใส


6.2 นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีระบบการทำงานที่เป็นดิจิทัลมาใช้ในการบริหารและพัฒนางาน สามารถเชื่อมโยงกับระบบฐานข้อมูลกลางของกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมทั้งพัฒนาโปรแกรมออนไลน์ที่ สามารถเชื่อมโยงข้อมูลต่าง ๆ ที่ทำให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างต่อเนื่องกันตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนการ และให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมายสามารถเข้าถึงบริการได้อย่างทันที ทุกที่และทุกเวลา 6.3 ส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรทุกระดับอย่างต่อเนื่อง ให้มีความรู้และทักษะตามมาตรฐานตำแหน่ง ให้ตรงกับสายงาน ความชำนาญ และความต้องการของบุคลากร ปัจจัยหลักแหล่งความสำเร็จ กศน.ตำบลแสมสาร 1. กศน.ตำบลแสมสาร ยึดหลักวิชา หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หลักปรัชญาคิดเป็นหลัก ธรรมาภิบาล และผลสัมฤทธิ์ในการบริหารจัดการ ทั้งด้านวิชาการงบประมาณ การบริหารงานบุคคล และการ บริหารทั่วไปทั้งภายในกศน.ตำบลแสมสาร และการทำงานร่วมกันกับภาคีเครือข่าย 2. กศน.ตำบลแสมสาร ใช้ยุทธศาสตร์/กลยุทธ์ในการดำเนินงาน ทั้งที่ยึดพื้นที่ ยึดสภาวะ แวดล้อม ยึดกลุ่มเป้าหมายาและความต้องการยึดประเด็นปัญหาของกลุ่มเป้าหมายหรือประเด็นการพัฒนา ยึดความสำเร็จ และยึดนโยบายเป็นฐาน 3. กศน.ตำบลแสมสาร การเน้นการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ทั้งเครือข่ายเชิง พื้นที่เครือข่ายเชิงภารกิจและการสร้างความเข้มแข็งร่วมมือและความยั่งยืนในการเป็นภาคีเครือข่าย 4. กศน.ตำบลแสมสาร เป็นฐานและสถานีปลายทาง ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ให้กับ ประชาชนในพื้นที่ โดยได้รับการพัฒนาให้มีศักยภาพและพร้อมในการปฏิบัติงานตลอดเวลา 5. กศน.ตำบลแสมสาร ใช้สถานศึกษาเป็นกลไกขับเคลื่อนการบริหารนโยบายในระดับพื้นที่ โดยมีคณะกรรมการสถานศึกษาคณะกรรมการ กศน.ตำบลเป็นผู้เสนอแนะ กำกับติดตาม นิเทศการดำเนินงาน เพื่อให้สามารถจัดการศึกษาในระดับพื้นฐานได้อย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพ 6. กศน.ตำบลแสมสาร มีข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มเป้าหมายทุกกลุ่มตามจุดเน้น มาใช้ในการวาง แผนการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย และ ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ในชุมชนได้ อย่างมีประสิทธิภาพ


7. กศน.ตำบลแสมสาร มีระบบการนิเทศกำกับติดตามและรายงานผล การปฏิบัติงานและ การใช้จ่ายงบประมาณที่สามารถตรวจสอบความก้าวหน้าในการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ 8. กศน.ตำบลแสมสาร มีกลไก/ระบบที่สามารถเชื่อมโยงการทำงานระหว่างส่วนราชการและ หน่วยงานต่างๆ ที่ได้รับมอบหมายจากสถานศึกษาเช่น ระบบ ฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้องและการจัดกิจกรรมเพื่อ ตอบสนองนโยบายเร่งด่วนหรือ นโยบายเฉพาะที่ได้รับมอบหมจากสถานศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ 9. กศน.ตำบลแสมสาร มีหน่วยงาน/สถานศึกษารับผิดชอบตัวชี้วัดความสำเร็จ ตาม ยุทธศาสตร์และจุดเน้นที่ตรงตามภารกิจอย่างชัดเจนที่กำกับติดตามและรายงานผลตัวชี้วัดทั้งส่วนกลางระดับ จังหวัด และระดับสถานศึกษาอย่างเป็นระบบ 3.เอกสาร/งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ผู้บริโภค "ผู้บริโภค" ตามมพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 ให้ความหมายไว้ว่า หมายถึง ผู้ซื้อ ผุ้ได้รับบริการจากผู้ประกอบธุรกิจ หรือผู้ซึ่งได้รับการเสนอหรือชักชวนจากผู้ประกอบธุรกิจ เพื่อให้ซื้อสินค้า หรือบริการ และหมายความรวมถึงผู้ใช้สินค้าหรือผู้ได้รับบริการจากผู้ประกอบธุรกิจโดนชอบ แม้มิได้เสียค่าย ตอบแทนก็ตาม "ผู้บริโภคคือพระราชา" เป็นคำกล่าวที่ให้ความสำคัญแก่ผู้ประกอบธุรกิจจะอยู่ได้ต้องอาศัย ผู้บริโภค แต่ในสังคมปัจจุบัน ผู้บริโภคมักจะถูกเอารัดเอาเปรียบด้วยวิธีการต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการ ใช้กลยุทธ์ทางตลาดที่ขาดคุณธรรมและความรับผิดชอบในอดีตคนไทยไม่ค่อยเห็นความสำคัญในเรื่องการใช้ สิทธิของผู้บริโภค จึงถูกเอารัดเอาเปรียบทั้งในด้านคุณภาพเเละราคา เเละมักจะไม่สนใจที่จะรักษาของตนเอง ให้มากขึ้น อีกทั้งประชาชนส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิต่างๆ ที่ได้รับการคุ้มครองตาม กฎหมายและไม่ทราบถึงวิธีการเลือกซื้อสินค้าเเละบริการที่ถูกต้อง ตลอดจนขาดข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เลือกซื้อสินค้าเเละบริการ รวมทั้งผู้บริโภคยังคงมีลักษณะไม่สนใจที่จะเอาเรื่องกับผู้ประกอบธุรกิจที่เอารัดเอา เปรียบ ยังมีลักษณะต่างคนต่างอยู่ ไม่มีการรวมตัวกันเพื่อสร้างอำนาจในการต่อรองเพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ ของตนเองสิทธิของผู้บริโภค รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย หมวด 3 สิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทย มาตรา 61 บัญญัติว่า "สิทธิของบุคคลซึ่งเป็นผู้บริโภคย่อมได้รับความคุ้มครองในการได้รับข้อมูลที่เป็นความจริงและมีสิทธิร้องเรียน เพื่อให้ได้รับการแก้ไขเยียวยาความเสียหาย รวมทั้งมีสิทธิรวมตัวกันเพื่อพิทักษ์สิทธิของผู้บริโภค ให้มีองค์การ เพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคที่เป็นอิสระจากหน่วยงานของรัฐ ซึ่งประกอบไปด้วยตัวแทนผู้บริโภค ทำหน้าที่ให้ ความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาของหน่วยงานของรัฐในการตราและการบังใช้กฎหมายและกฎ และให้เห็น ในการกำหนดมารตการต่างๆ เพื่อคุ้มครองผู้บริโภครวมทั้งตรวจสอบและรายงานการกระทำหรือละเลยการ กระทำอันเป็นการคุ้มครองผู้บริโภค ทั้งนี้ให้รัฐสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินการขององค์การอิสระ ดังกล่าวด้วย" และหมวด 5 แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐมาตรา 84 บัญญัติว่า "รัฐต้องดำเนินการตาม แนวนโยบายด้านเศรษฐกิจ ดังต่อไปนี้ ฯลฯ (5) กำกับให้การประกอบกิจการมีการแข่งขันอย่างเสรีและเป็น ธรรม ป้องกันการผูกขาดตัดตอน ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมและคุ้มครองผู้บริโภค ฯลฯ" พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2541 ได้บัญญัติสิทธิของผู้บริโภคที่จะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย 5 ประการ ดังนี้ 1. สิทธิที่จะได้รับข่าวสารรวมทั้งคำพรรณนาคุณภาพที่ถูกต้องและเพียงพอเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ ได้แก่ สิทธิที่จะได้รับการโฆษณาหรือการแสดงฉลากตามความเป็นจริงและปราศจากพิษภัยแก่ผู้บริโภค รวม ตลอดถึงสิทธิที่จะได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการอย่างถูกต้อง และเพียงพอที่จะไม่หลงผิดในการ ซื้อสินค้าหรือรับบริการโดยไม่เป็นธรรม


2. สิทธิที่จะมีอิสระในการเลือกหาสินค้าหรือบริการ ได้แก่ สิทธิที่จะได้รับสินค้าหรือรับบริการโดยความ สมัครใจของผู้บริโภค และปราศจากการชักจูงใจอันไม่เป็นธรรม 3. สิทธิที่จะได้รับความปลอดภัยจากการใช้สินค้าหรือบริการ ได้แก่ สิทธิที่จะได้รับสินค้าหรือบริการที่ ปลอดภัย มีสภาพและคุณภาพได้มาตรฐาน เหมาะสมแก่การใช้ ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกายหรือ ทรัพย์สิน ในกรณีใช้ตามคำแนะนำหรือระมัดระวังตามสภาพของสินค้าหรือบริการนั้นแล้ว 4. สิทธิที่จะได้รับความเป็นธรรมในการทำสัญญา ได้แก่ สิทธิที่จะได้รับข้อสัญญาโดยไม่ถูกเอารัดเอา เปรียบจากผู้ประกอบธุรกิจ 5. สิทธิที่จะได้รับการพิจารณาและชดเชยความเสียหาย ได้แก่ สิทธิที่จะได้รับการคุ้มครองและชดเชย ค่าเสียหาย เมื่อมีการละเมิดสิทธิของผู้บริโภคตามข้อ 1, 2, 3, และ 4 ดังกล่าว หน้าที่ของผู้บริโภค สิทธิของผู้บริโภคทั้ง 5 ประการ ตามที่กฎหมายได้บัญญัติไว้ จะได้รับผลเต็มที่ต่อเมื่อผู้บริโภคได้ปฎิบัติ ตามคำแนะนำ ดังต่อไปนี้ หน้าที่ของผู้บริโภคก่อนซื้อสินค้าหรือบริการ 1. ผู้บริโภคควรใช้ความระมัดระวังตามสมควร ในการซื้อสินค้าและรับบริการ เป็นต้นว่าตรวจสอบการ แสดงฉลาก ปริมาณ และราคา ว่ายุติธรรมหรือไม่ อย่าเชื่อถือข้อความโฆษณาโดยไม่พิจารณาให้รอบคอบ และ หาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคุณภาพ แหล่งกำเนิด และลักษณะของสินค้าว่าเป็นความจริงตามที่ได้โฆษณาไว้ หรือไม่ ถ้ามีข้อสงสัยหรือไม่แน่ใจควรพิจาณาให้ดีเสียก่อน 2. การเข้าทำสัญญาผูกพันกันตามกฎหมายโดยการลงลายมือชื่อนั้น ผู้บริโภคต้องตรวจสอบความ ชัดเจนของภาษาที่ใช้ ว่ารัดกุมและให้สิทธิแก่ผู้บริโภคครบถ้วนหรือไม่ ตามที่ได้เจรจากันไว้ และสัญญามี เงื่อนไขข้อใดบ้างที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค ถ้าสงสัยในข้อกฎหมายใดหรือไม่แน่ใจในความชัดเจนของสัญญาก็ ควรปรึกษาผู้ที่มีความรู้ให้แน่ชัดเสียก่อน 3. ข้อตกลงต่างๆ ที่ต้องการให้มีผลบังคับ ควรทำเป็นหนังสือและลงลายมือชื่อผู้ประกอบธุรกิจด้วย หน้าที่ของผู้บริโภคหลังซื้อสินค้าหรือบริการ 1. ผู้บริโภคมีหน้าที่ในการเก็บรักษาพยานหลักฐานต่างๆ ที่แสดงถึงการละเมิดสิทธิของผู้บริโภคไว้เพื่อ ทำการเรียกร้องตามสิทธิของตน พยานหลักฐานดังกล่าวอาจจะเป็นสินค้าที่แสดงให้เห็นว่ามีปริมาณหรือ คุณภาพไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่ระบุไว้ในฉลาก มีความสกปรกหรือเป็นพิษอาจเกิดอันตรายจากการใช้สินค้า หรือบริการนั้นได้ ควรจดจำสถานที่ที่ซื้อสินค้าหรือรับบริการนั้นไว้เพื่อประกอบการร้องเรียนด้วย 2. ในกรณีที่มีการทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรกับผู้ประกอบธุรกิจ ต้องเก็บเอกสารสัญญาต่างๆ รวมทั้งเอกสารโฆษณาและใบเสร็จรับเงินไว้ด้วย 3. เมื่อมีการละเมิดสิทธิของผู้บริโภค ผู้บริโภคมีหน้าที่ในการดำเนินการร้องเรียนตามสิทธิของตนตามที่ กล่าวมาแล้ว กฎหมาย พระราชบัญญัติ พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 (ฉบับรวม) พระราชบัญญัติ ขายตรงและตลาดแบบตรง (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2560 พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562 พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 พระราชบัญญัติการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท พ.ศ. 2562


พระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 พระราชบัญญัติการจัดตั้งสภาองค์กรของผู้บริโภค พ.ศ. 2562 พระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2560 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติแห่งกฏหมายที่เกี่ยวกับความรับผิดในทางอาญาของผู้แทนนิติบุคคล พ.ศ.2560 พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ.2551 พระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ.2545 (ฉบับรวม) พระราชบัญญัติโอนอำนาจหน้าที่และกิจการบริหารบางส่วนของสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สำนัก นายกรัฐมนตรีไปเป็นของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคสำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. 2541 พระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 พระราชกฤษฎีกา พระราชกฤษฎีกาให้ใช้บังคับบทบัญญัติมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2541 พ.ศ.2542 พระราชกฤษฎีกากำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการกำหนดธุรกิจที่ควบคุมรายการในหลักฐานการรับเงินและ ลักษณะของการรับเงิน พ.ศ.2542 พระราชกฤษฎีกากำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการกำหนดธุรกิจที่ควบคุมสัญญาและลักษณะของสัญญา พ.ศ.2542 บทความ โดย นางสุพัตรา ปรศพัฒนา อาจารย์คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดเผยในงาน ประชุมวิชาการเพื่อเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ประจำปี 2559ว่า จากการทำผลวิจัยเกี่ยวกับสารตกค้างใน พืชผักตามท้องตลาดพบว่า มีสารประเภทคลอร์ไพริฟอส ที่จัดอยู่ในกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟต ที่เป็นสารในยา กำจัดศัตรูพืช โดยสารชนิดนี้ จะมีฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของโปรตีนที่อยู่บนสมองซึ่งจำเป็นต่อการสื่อสารทำงาน ของสมอง โดยสารเคมีดังกล่าวสามารถส่งผลจากแม่สู่ลูกได้ ข้อแนะนำสำหรับผู้บริโภค ข้อควรปฏิบัติสำหรับผู้บริโภคในการซื้อสินค้าหรือบริการ -ผู้บริโภคมีหน้าที่ในการใช้ความระมัดระวังตามสมควร ในการซื้อสินค้าหรือบริการ ได้แก่ การให้ความสำคัญ ฉลากของสินค้าและการโฆษณาสินค้าหรือบริการ -ผู้บริโภคต้องตรวจดูฉลากของสินค้าเพื่อเป็นข้อมูลในการเปรียบเทียบสินค้าแต่ละยี่ห้อก่อนตัดสินใจเลือก สินค้าฉลาก ของสินค้าที่ควบคุมฉลากจะต้องระบุข้อความดังต่อไปนี้ -ชื่อประเภทหรือชนิดของสินค้าที่แสดงให้เข้าใจ ได้ว่าสินค้านั้นคืออะไรในกรณีที่เป็นสินค้าสั่งหรือนำเข้ามาใน ราชอาณาจักรเพื่อขายให้ระบุชื่อประเทศที่ผลิตด้วย


-ชื่อหรือเครื่องหมายการค้า ที่จดทะเบียนในประเทศไทย ของผู้ผลิตเพื่อขายในประเทศไทย -ชื่อหรือเครื่องหมายการค้า ที่จดทะเบียนในประเทศไทย ของผู้สั่งหรือนำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย สถานที่ตั้งของผู้ผลิตเพื่อขาย หรือของผู้สั่งหรือผู้นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขายแล้วแต่กรณ์ ต้องแสดงขนาดหรือมิติ หรือปริมาณ หรือปริมาตร หรือน้ำหนักของสินค้านั้นแล้วแต่กรณี สำหรับหน่วยที่ใช้จะ ใช้ชื่อเต็มหรือชื่อย่อหรือสัญลักษณ์แทนก็ได้ -ต้องแสดงวิธีใช้ เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าใจว่าสินค้านั้นใช้เพื่อสิ่งใด ข้อแนะนำในการใช้หรือห้ามใช้ เพื่อความถูกต้องในการที่ให้ประโยชน์แก่ผู้บริโภค วันเดือนปีที่ผลิต หรือวัน เดือนปีที่หมดอายุการใช้ หรือวันเดือนปีที่ควรใช้ก่อน วันเดือนปีที่ระบุนั้น เพื่อให้เข้าใจในประโยชน์ของ คุณภาพหรือคุณสมบัติของสินค้านั้น (ถ้ามี) ราคาโดยระบุหน่วยเป็นบาท และจะระบุเป็นเงินสกุลอื่นก็ได้ สอบถามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ คุณภาพของสินค้าจากผู้ขาย หรือผู้ที่เคยใช้สินค้านั้นแล้วศึกษาเงื่อนไข หรือ ข้อจำกัดของสินค้า เช่น วัน เดือน ปี ที่ผลิตหรือหมดอายุ วิธีการใช้ การเก็บรักษา คำเตือนหรือข้อควรระวัง ของสินค้าให้เข้าใจอย่างท่องแท้ เพื่อผู้บริโภค สมารถใช้สินค้าได้อย่างเต็ม ประสิทธิภาพ และ ประหยัด ร้องขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบคุณภาพและปริมาณของสินค้าว่าเป็นจริงตามที่ระบุไว้ที่ฉลากของ สินค้าหรือไม่เพื่อให้ได้สินค้าที่มคุณภาพและเป็นธรรมแก่ผู้บริโภคผู้บริโภคอย่าด่วนหลงเชื่อคำโฆษณาของ สินค้าหรือบริการต้องศึกษาเงื่อนไขรายละเอียดอื่นๆของตัวสินค้าหรือบริการที่อาจไม่ได้ระบุไว้ในการโฆษณา เนื่องจากการโฆษณาสินค้าหรือบริการของผู้ประกอบธุรกิจ ส่วนใหญ่จะเสนอแต่ข้อดีและเงื่อนไขที่เป็น ประโยชน์ต่อผู้บริโภคส่วนข้อเสีย มักจะไม่กล่าวถึงในการโฆษณา จึงจำเป็นที่ผู้บริโภคต้องศึกษาหาความรู้ เพิ่มเติม จากการสอบถามผู้ขาย หรือบริษัทผู้ผลิตข้อความโฆษณาต่อไปนี้ ถือว่าเป็นข้อความเป็นการไม่เป็น ธรรมต่อผู้บริโภค หรือเป็นข้อความที่อาจก่อให้เกิด ผลเสียหายต่อสังคมเป็นส่วนรวม -ข้อความที่เป็นเท็จหรือเกินความจริง -ข้อความที่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ ไม่ว่าจะเป็นการกระทำ โดยใช้ หรืออ้างอิงรายงานทางวิชาการสถิติหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งอันเป็นความจริง หรือเกินความจริงหรือไม่ก็ตาม -ข้อความที่เป็นการสนับสนุน โดยตรงหรือโดยอ้อมให้มีการกระทำผิดกฎหมาย หรือศีลธรรม หรือนำไปสู่ความ เสื่อมเสีย ในวัฒนธรรมของชาติ -ข้อความที่จะทำให้เกิดความแตกแยก หรือเสื่อมเสียความสามัคคีในหมู่ประชาชน -ข้อความอย่างอื่นตามที่กำหนด ในกระทรวงที่ ผู้ประกอบธุรกิจต้องระบุข้อความให้ครบถ้วน หากฝ่าฝืนมีโทษ ตามกฎหมาย -ข้อควรปฏิบัติหลังจากซื้อสินค้าหรือบริการผู้บริโภคมีหน้าที่ในการเก็บรักษาพยานหลักฐานต่าง ๆ ที่แสดงถึง การละเมิดสิทธิของผู้บริโภคไว้ เพื่อการเรียกร้องตามสิทธิของตน พยานหลักฐานดังกล่าว อาจเป็นสินค้าที่ แสดงให้เห็นว่ามีปริมาณ หรือคุณภาพไม่เป็นไปตามมาตรฐาน ที่ระบุไว้ในฉลาก มีความสกปรก หรือมีพิษที่ ก่อให้เกิดอันตราย ควรจำสถานที่ซื้อสินค้าหรือบริการนั้นไว้ เพื่อประกอบการ้องเรียน และต้องเก็บเอกสาร โฆษณา และใบเสร็จรับเงินเอาไว้ด้วย เมื่อมีการละเมิดสิทธิของผู้บริโภคขึ้น ผู้บริโภคมีหน้าที่ในการดำเนินการ ร้องเรียน ตามสิทธิของตน โดยร้องเรียนไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลสินค้าหรือบริการนั้นหรือ ร้องเรียนมาที่สำนักงาน คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคต่างจังหวัดร้องเรียนที่คณะอนุกรรมการการคุ้มครอง ผู้บริโภคประจำจังหวัดนอกจากนี้จากการตรวจ ติดตามเกษตรกรที่เป็นหญิงตั้งครรภ์ โดยเก็บตัวอย่างจากเลือด และสายสะดือระหว่างคลอด พบว่า สารคลอร์ไพริฟอส ได้มีการส่งไปสู่ลูก ส่งผลต่อการเจริญเติบโตชองเด็ก โดยตรง และเมื่อติดตามเด็กที่คลอดจากแม่ที่มีสารชนิดนี้ ในช่วงอายุ 12 และ 24 เดือน พบว่าเด็กกลุ่มนี้มี พัฒนาการทางสมองในระดับที่ต่ำลงอย่างชัดเจน โดยเด็กจะมีพฤติกรรมด้านความสนใจผิดปกติ วอกแวก


หลุกหลิก สมาธิสั้น และการเรียนรู้ช้ากว่าเด็กในวัยเดียวกัน “สารชนิดนี้จะเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายที่สุด จากการรัป ประทาน ทางระบบทางเดินหายใจ และการสัมผัสทางผิวหนัง ซึ่งการสัมผัสสารเคมีของเกษตกร ส่งผลโดยตรง ต่อเด็กในครรภ์”นางสุพัตรากล่าว อย่างไร ผลวิจัยดังกล่าวสอดคล้องกับ ผลการศึกษาเบื้องต้น การประยุกต์ใช้ระบบสารสนเทศ ภูมิศาสตร์ และข้อมูลการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อประมาณการผลกระทบต่อสุขภาพการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช โดย นายชยุตม์ พินิจค้า สำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ กล่าวว่า จากการใช้ แบบจำลอง ประมาณการการใช้สารเคมี เพื่อตรวจสอบการแพร่กระจาย และการใช้สารเคมีของเกษตรกรพบว่า เกษตรกรใช้สารเคมีมากกว่า ค่า Good Manufacturing Practice (GMP). กว่า 2เท่า นอกจากนี้ยังพบว่า กลุ่มสารเคมีที่ใช้มากที่สุดคือ ไกลโฟเชต พาราควอต โดย5จังหวัดที่ใช้ไกลโฟเซตมากที่สุดคือ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ เลย กำแพงเพชร น่าน ขณะที่ สารเคมีกลุ่ม พาราควอต ใช้มากที่สุดคือ นครราชสีมา เลย เพชร บุณ์ พิษณุโลก ตาก นาย ชยุตม์ กล่าวว่า ข้อมูลการใช้สารเคมีดังกล่าวสัมพันธ์กับ ผลกระทบต่อสุขภาพ จาก การนำเอาข้อมูลผู้ป่วยนอกของ สปสช.พบว่า กลุ่มผู้ป่วยจากการใช้สารเคมี อาทราซีน พาราควอต สูงกว่า ผู้ป่วยกลุ่มอื่น และผู้ป่วยที่ใช้สาร พาราควอตพบมากที่จังหวัดนครราชสีมา โดย นางพวงรัตน์ ขจิตวิชยานุกูล อาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าว ว่า จากผลวิจัยพบว่า ปัญหาสารเคมีที่ใช้ปลูกข้าวโพด กระจายเกือบทั่วทั้งจังหวัดน่าน ขณะที่ เกษตรกรได้ใช้ สารเคมี ไกลโฟเชต อาทราซีน พาราควอต และคลอร์โพริฟอสและ กระจายในดิน ในผัก และ ปลา ทั่วทั้ง จังหวัดน่าน โดยตะกอนดินของต้นแม่น้ำน่าน พบไกลโฟเชต เกินค่ามาตรฐานจำนวนมาก นอกจากนี้เมื่อไป ตรวจปลาในตลาดปรากฏว่าพบว่าสาร ทั้ง 4ชนิดปนเปื้อนในปลาเกินค่ามาตรฐานเช่นกัน นางพวงรัตน์กล่าวว่า เมื่ออาหารของจังหวัดน่าน ทั้งผักปลา มีสารปนเปื้อนทั้ง4 ชนิดจึง ได้ตรวจเลือดของ ข้าราชการ ครู และหมอ พบมีสารดังกล่าวปนเปื้อนในเลือดเช่นกัน ซึ่งกลุ่มดังกล่าวรับสารเหล่านี้ทางอ้อมจากอาหารและปลาที่มาจาก แม่น้ำน่านที่มีการแพร่กระจายของสารทั้ง4 ชนิดจำนวนมาก


นพ.ปรีชา เปรมปรี สำนักงานโรคจากการประกอบอาชีพสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า จากการทำงานเรื่องสารเคมี กำจัดศัตรูพืชมานานกว่า 20 ปียังพบว่า เราไม่สามารถลดการใช้สารเคมีได้เลยมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้น คน ไทยเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยจากสารเคมีเพิ่มขึ้น ขณะที่เกษตรกรเองยังพบว่า กว่า ร้อยละ 98 ใช้สารเคมีโดยไม่มี เครื่องป้องกัน บางคนใช้มือกวนสารเคมีด้วยตัวเอง ขณะฉีดพ่นไม่มีหน้ากาก และไม่รู้จักวิธีดูแลสุขภาพ ตัวอย่างจากการใช้สารเคมีเพิ่มขึ้น นางสาวปรกชล อู๋ทรัพย์ ผู้ประสานงานเครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช กล่าวถึงการ นำเข้าสารเคมี และการตกค้างในผลิต ว่า ในปี 2559 ผลการตรวจสอบพืชผัก ผลไม้จากทั้งในตลาดและ โม เดิร์ทเทรด พบว่า ผักที่พบปริมาณสารพิษตกค้างเกินค่า MRL ได้แก่ พริกแดง 100% ของตัวอย่าง กะเพรา และถั่วฝักยาว 66.7% คะน้า 55.6% ผักกาดขาวปลี 33.3% ผักบุ้งจีน 22.2% มะเขือเทศและแตงกวา 11.1% มะเขือเปราะพบสารพิษตกค้างแต่ไม่เกินค่า MRL 66.7% ในขณะที่กะหล่ำปลีไม่พบสารพิษตกค้างเลย 100% นอกจากนี้ยังพบว่า มีสารกำจัดศัตรูพืชที่ถูกห้ามใช้แล้ว ไม่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นทะเบียน รวม 11 ชนิด ตกค้างใน ผักและผลไม้ที่จำหน่ายในตลาด และมีผู้ประกอบการผักและผลไม้รายใหญ่ที่จัดส่งสินค้าไปยังโมเดิร์นเทรด กระทำความผิดซ้ำซาก ได้แก่ ผักด๊อกเตอร์ตรวจพบสารเคมีตกค้างเกินค่ามาตรฐาน ติดต่อกัน 3 ปี ในการ จำหน่ายผักและผลไม้ไม่ปลอดภัย และยังไม่พบว่ามีการดำเนินการลงโทษกับบริษัทดังกล่าว สำหรับการสุ่มตรวจผลไม้รวม 6 ชนิด พบว่าส้มสายน้ำผึ้งและฝรั่งมีสารพิษตกค้างเกินมาตรฐาน ทุกตัวอย่างหรือคิดเป็น 100% ที่มีการสุ่มตรวจ รองลงมาเป็นแก้วมังกร มะละกอ มะม่วงน้ำดอกไม้ ซึ่งพบ สารเคมีตกค้างเกินค่ามาตรฐาน 71.4%, 66.7% และ 44.4% ตามลำดับ ในขณะที่แตงโม จากการตรวจสอบ พบว่าทุกตัวอย่างที่มีการตรวจไม่พบสารเคมีตกค้างเกินมาตรฐานเลย ผลการตรวจครั้งนี้ของไทยแพน สอดคล้องกับผลการตรวจในครั้งที่แล้ว เช่นเดียวกันกับผลการตรวจสอบของมหาวิทยาลัยมหิดลเมื่อปี2557 ที่ พบว่าแตงโมเป็นผลไม้ที่ปลอดภัย


“การที่ข้อมูลผลการตรวจวิเคราะห์มีความครอบคลุมมากขึ้นทำให้เราตระหนักว่าปัญหาสารเคมีกำจัดศัตรูพืช เป็นปัญหาใหญ่และรุนแรงยิ่งกว่าที่เคยมีการประเมินมาก่อน ซึ่งพบว่ายังมีช่องโหว่การนำเข้าสารเคมีเนื่องจาก ยังตรวจสอบสารเคมีที่ห้ามนำเข้ามานาน จึงเสนอให้มีการปฏิรูปการดูแลสารเคมีที่เป็นสารปราบศัตรูพืช โดย แยกออกจาก พ.ร.บ.วัตถุอันตราย”นางสาวปรกชล นางภาวิณี วัตถุสินธุ เครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช กล่าวว่า ตลอด 40ปีของสาร ไกลโฟเซต หรือ ยาฆ่าหญ้าเริ่มมีงานวิจัยตั้งแต่ปี 2012-2014 ออกมาหลายแห่งว่า สารดังกล่าวต่อสัมพันธ์ต่อการเกิดโรคมะเร็ง ต่อมลูกหมาก และมะเร็งเต้า โดยองค์กรมะเร็งนานาชาติ(TARC )มีหลักฐานชี้ขัดว่าสารดังกล่าวทำให้เกิด โรคมะเร็ง และมีผลต่อระบบสืบพันธ์ นอกจากนี้ยังมีผลต่อเอ็นไซม์ที่ก่อให้เกิดความผิดปกติของพันธุกรรม และ ประกาศให้สารดังกล่าวเป็นสารก่อมะเร็งที่ผ่านมามีประเทศที่ห้ามนำเข้าสารเคมีดังกล่าว เอลซัลวาดอร์ และ ศรีลังกา ขณะที่สหรัฐอเมริกา พบการปนเปื้อนของสาร ไกลโฟเซต ในดิน น้ำ ทำให้อยู่ระหว่างการพิจารณา ทบทวนการห้ามการใช้ จักรกฤษณ์ หมั่นวิชา ฟาร์มอัจฉริยะหรือฟาร์มที่มีการจัดการอย่างถูกต้องแม่นยำ (Smart Farm/ Precision Farm) จัดเป็น นวัตกรรมใหม่ของการเกษตรในยุคดิจิตอล มีการนำเอา วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีสารสนเทศหลายด้านมาใช้ในฟาร์ม เช่น GPS GIS remote-sensing proximalsensing VRT และ DSS โดยผ่านเครือข่ายสัญญาณอินเตอร์เน็ตไร้สาย ในการรับส่งข้อมูล และมีการ ประมวลผลด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป ฟาร์มอัจฉริยะมีขั้นตอนการดำเนินงาน 5 ขั้นตอนคือ การเก็บข้อมูล การ วินิจฉัยข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล การปฏิบัติการตามแผน และการประเมินผล โดยมีการ จัดการฟาร์มในทุก ขั้นตอน คือ การจัดทำแผนที่สภาพดิน การให้น้ำ การให้ปุ๋ย การกำจัดศัตรูพืช การเก็บเกี่ยว การ คำนวณ ต้นทุน กำไร ตลอดจนการวางแผนการเพาะปลูกในฤดูกาลถัดไป การดำเนินการฟาร์มอัจฉริยะ ส่งผลให้เกิด การใช้ปัจจัยการผลิตที่มีประสิทธิภาพ เพิ่มปริมาณผลผลิตที่มีคุณภาพ คุ้มค่าต่อการลงทุน ลดผลกระทบต่อ สิ่งแวดล้อม ลดต้นทุน ลดการจ้างแรงงาน ประหยัดเวลา และนำไปสู่การเกษตรยั่งยืนและเป็นมิตรกับ สิ่งแวดล้อม


บทที่ 3 วิธีการดำเนินงาน ททททททททศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอสัตหีบ ได้เห็นความสำคัญของ ชาวบ้านเรื่องการดูแลสุขภาพร่างกาย ทางกศน.ตำบลแสมสาร จึงได้มีการจัดทำโครงการการคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อให้ความรู้ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคกับประชาชน เพื่อให้ผู้รับการอบรมสามารถเลือกรับประทานอาหารได้ อย่างถูกสุขอนามัย จึงมีขั้นตอนดังนี้ 1.ประชุมบุคลากรกรรมการ กศน.ตำบลแสมสาร 2.แต่งตั้งคณะทำงาน 3.ดำเนินงานตามแผน 4.กลุ่มประชากรที่ใช้ในการดำเนินงาน 5.เครื่องมือที่ใช้ในการดำเนินงาน 6.การเก็บรวบรวมข้อมูล 7.การวิเคราะห์ข้อมูล 1. ประชุมบุคลากรกรรมการ กศน.ตำบลแสมสาร ททททททททกศน.ตำบลแสมสาร ได้วางแผนประชุมบุคลากรกรรมการ กศน.ตำบลแสมสาร เพื่อหาแนวทางใน การดำเนินงานและกำหนดวัตถุประสงค์ร่วมกัน 2. จัดตั้งคณะทำงาน ททททททททจัดทำคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานโครงการ เพื่อมอบหมายหน้าที่ในการทำงานให้ชัดเจน เช่น ทท ทททททททททท2.1 คณะกรรมการที่ปรึกษา/อำนวยการ มีหน้าที่อำนวยความสะดวก และให้คำปรึกษาแก้ไข ปัญหาที่เกิดขึ้น ทททททททททท2.2 คณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ มีหน้าที่ประชาสัมพันธ์รับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการ ททททททททท 2.3 คณะกรรมการฝ่ายรับลงทะเบียนและประเมินผลหน้าที่จัดทำหลักฐานการลงทะเบียน ผู้เข้าร่วมโครงการ และรวบรวมการประเมินผล และรายงานผลการดำเนินการ 3. ดำเนินการตามแผนงานโครงการ ททททททททวั ;วันที่ 18 มิถุนายน 2563 ณ รพ.สต.บ้านช่องแสมสาร หมู่ 2 ตำบลแสมสาร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี 4. กลุ่มประชากรที่ใช้ในการดำเนินงาน ททททททททเป็นกลุ่มประชากรในตำบลแสมสาร จำนวนประชากรทั้งหมดจำนวน 18 คน จากเป้า 15 คน 5. เครื่องมือที่ใช้ในการดำเนินงาน 1. แบบสำรวจความคิดเห็นโครงการการคุ้มครองผู้บริโภค 2. แบบสอบถามความพึงพอใจโครงการการคุ้มครองผู้บริโภค 6. การเก็บรวบรวมข้อมูล ททททททททจากการดำเนินงานโครงการการคุ้มครองผู้บริโภค ณ รพ.สต.บ้านช่องแสมสาร หมู่ 2 ตำบล แสมสาร อำเภอสัตหีบ จังหวัด ฃชลบุรี มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 18 คน จากเป้าหมายที่กำหนด 15 คน โดยมีการแจกสอบถามทั้งหมด 18 ชุด และเก็บรวบรวมแบบสอบถามได้ 18 ชุด คิดเป็น 100 เปอร์เซ็นต์


7. การวิเคราะห์ข้อมูล ททททททททจากการดำเนินงานโครงการการคุ้มครองผู้บริโภค โดยมีเครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลดังนี้ 1. ค่าแจกแจงความถี่ 2. ค่าร้อยละ 3. ค่าเฉลี่ย 4. ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ททททททททเพื่อให้ตอบสนองความต้องการของผู้เข้าอบรมได้รับประโยชน์นำไปใช้ได้จริงตามศักยภาพของแต่ ละคน ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป และได้ดำเนินการตามขั้นตอนและได้รวบรวมข้อมูลจากแบบสำรวจสถิติที่ใช้ ในการวิเคราะห์ กศน.ตำบลแสมสาร จะได้นำแนวทางไปใช้ข้อมูลพิจารณาหลักสูตร เนื้อหาตลอดจนเทคนิค วิธีการจัดการกระบวนการเรียนรู้ต่างๆ เพื่อให้ตอบสนองความต้องการของผู้เข้าอบรมได้รับประโยชน์นำไปใช้ ได้จริงตามศักยภาพของแต่ละคน ให้มีความเข้าใจและมีคุณภาพต่อไป ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษา ตามอัธยาศัยอำเภอสัตหีบ ได้ดำเนินการตามขั้นตอนและได้รวบรวมข้อมูล โดยใช้สภาพการใช้สื่อการสอนของ ครูในสถานศึกษาเป็นแบบมาตรวัดประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ โดยมีรายละเอียดดังนี้ (บุญชม ศรีสะอาด และบุญส่ง นิลแก้ว ,2545) 5 หมายถึง มีการดำเนินงานในระดับมากที่สุด 4 หมายถึง มีการดำเนินงานในระดับมาก 3 หมายถึง มีการดำเนินงานในระดับปานกลาง 2 หมายถึง มีการดำเนินงานในระดับน้อย 1 หมายถึง มีการดำเนินงานในระดับน้อยที่สุด โดยมีเกณฑ์การแปลความหมายค่าเฉลี่ย (บุญชม ศรีสะอาด,2556) ดังนี้ 4.50 – 5.00 หมายถึง มีความคิดเห็น/การดำเนินงานอยู่ในระดับมากที่สุด 3.50 – 4.49 หมายถึง มีความคิดเห็น/การดำเนินงานอยู่ในระดับมาก 2.50 – 3.49 หมายถึง มีความคิดเห็น/การดำเนินงานอยู่ในระดับปานกลาง 1.50 – 2.49 หมายถึง มีความคิดเห็น/การดำเนินงานอยู่ในระดับน้อย 1.00 – 1.49 หมายถึง มีความคิดเห็น/การดำเนินงานอยู่ในระดับน้อยที่สุด ผู้เข้าร่วมโครงการจะต้องกรอกข้อมูลตามแบบสอบถาม เพื่อนำไปใช้ในการประเมินผลของการจัด กิจกรรมดังกล่าว และจะได้นำไปเป็นข้อมูล ปรับปรุง และพัฒนา ตลอดจนใช้ในการจัดทำแผนการดำเนินการ ในปีต่อไป บทที่ 4 ผลการดำเนินการ จากผลการดำเนินงานการจัด โครงการการคุ้มครองผู้บริโภค ณ รพ.สต.บ้านช่องแสมสาร หมู่2 ตำบลแสมสาร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีซึ่งจัดโครงการในวันที่ 18 มิถุนายน 2563 มีผู้เข้าอบรมใน โครงการ จำนวน 18 คน จากเป้าที่กำหนด 15 คน โดยมี นางนภัทชา พรหมแสน เป็นวิทยากร สรุปได้ดังนี้ จากแบบสอบถามที่ได้ สามารถนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล จากผู้ให้ข้อมูลทั้งหมด จำนวน 18 ชุด 1. ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถามของผู้เข้ารับการอบรมโครงการการคุ้มครองผู้บริโภค 2. ตอนที่ 2 ข้อมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นของผู้เข้ารับอบรมโครงการการคุ้มครองผู้บริโภค


ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถามของผู้เข้ารับการอบรม โครงการการคุ้มครอง ผู้บริโภค ผู้เข้าร่วมกิจกรรม ที่ตอบแบบสอบถามได้นำมาจำแนกตามเพศ อายุ และอาชีพ ผู้จัดทำได้เสนอ จำแนกตามข้อมูลดังกล่าว ดังปรากฏตาม ตารางที่ 1 ดังต่อไปนี้ ตารางที่ 1 แสดงค่าร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยจำแนกตามเพศ เพศ ความคิดเห็น ชาย หญิง จำนวน ร้อยละ จำนวน ร้อยละ ผู้เข้าอบรมโครงการการคุ้มครองผู้บริโภค - - 18 100 รรรรรรรรจากตารางที่ 1 แสดงผู้ตอบแบบสอบถามของผู้เข้าร่วมโครงการการคุ้มครองผู้บริโภค เป็นหญิง 18 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ตารางที่ 2 แสดงค่าร้อยละของผู้ตอบแทนแบบสอบถาม โดยจำแนกตามอายุ อายุ ความคิดเห็น ต่ำกว่า15 ปี 15-39 ปี 40-59 ปี 60 ปีขึ้นไป จำนวน ร้อยละ จำนวน ร้อยละ จำนวน ร้อยละ จำนวน ร้อยละ ผู้เข้าอบรมโครงการการ คุ้มครองผู้บริโภค 1 5.56 3 16.66 9 50 5 27.78 รรรจากตารางที่ 2 แสดงผู้ตอบแบบสอบถามของผู้เข้าร่วมโครงการการคุ้มครองผู้บริโภค อายุต่ำกว่า 15 ปีจำนวน 1 คน คิดเป็นร้อยละ 5.56 อายุ 15-39 ปี จำนวน 3 คน คิดเป็นร้อยละ 16.66 อายุ 40-59 ปี จำนวน 9 คน คิดเป็นร้อยละ 50 และอายุ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 5 คน คิดเป็นร้อยละ 27.78 ตารางที่ 3 แสดงค่าร้อยละของผู้ตอบแบบสอบeถามโดยจำแนกตามอาชีพ ประเภท ความคิดเห็น รับจ้าง ค้าขาย รับราชการ เกษตรกรรม อื่น ๆ จำนวน ร้อย ละ จำนวน ร้อย ละ จำนวน ร้อย ละ จำนวน ร้อย ละ จำนวน ร้อย ละ ผู้เข้าอบรม โครงการการ คุ้มครอง ผู้บริโภค 7 38.89 7 38.89 - - 1 5.56 3 16.66 รรรรรรรรจากตารางที่ 3 แสดงผู้ตอบแบบสอบถามของผู้เข้าอบรมผู้เข้าอบรมโครงการการคุ้มครองผู้บริโภค อาชีพรับจ้าง จำนวน 7 คน คิดเป็นร้อยละ 38.89 อาชีพค้าขายจำนวน 7 คน คิดเป็นร้อยละ 38.89 อาชีพอื่น ๆ จำนวน 3 คน คิดเป็นร้อยละ 5.56 และ อาชีพเกษตรกรรมจำนวน 1 คน คิดเป็นร้อยละ 16.66 ตอนที่2 ข้อมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นของผู้เข้ารับอบรมโครงการการคุ้มครองผู้บริโภค


ตารางที่4 แสดงค่าความพึงพอใจต่อโครงการการคุ้มครองผู้บริโภค ความคิดเห็นของผู้เข้ารับร่วมกิจกรรม จำนวน 18 คน จากแบบสอบถามทั้งหมดที่มีต่อโครงการการ คุ้มครองผู้บริโภค รายการที่ประเมิน N = 18 µ σ อันดับ ที่ ระดับผล การประเมิน ด้านหลักสูตร 1. กิจกรรมที่จัดสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ ของ หลักสูตร 4.63 0.50 2 มากที่สุด 2. เนื้อหาของหลักสูตรตรงกับความต้องการของ ผู้รับบริการ 4.45 0.52 5 มาก 3. การจัดกิจกรรมทำให้ผู้รับบริการสามารถ คิด เป็นทำเป็นแก้ปัญหาเป็น 4.48 0.52 4 มาก 4. ผู้รับบริการมีส่วนร่วมในการแสดงความคิด เห็น ต่อการจัดทำหลักสูตร 4.27 0.50 12 มาก 5. ผู้รับบริการสามารถนำความรู้ไปปรับใช้ใน ชีวิตประจำวันได้ 4.51 0.51 3 มากที่สุด 6. สื่อ/เอกสารประกอบการจัดกิจกรรมมีความ เหมาะสม 4.30 0.51 11 มาก ด้านวิทยากร 7. วิทยากรมีความรู้ความสามารถในการจัด กิจกรรม 4.41 0.52 6 มาก 8. เทคนิค/กระบวนในการจัดกิจกรรมของวิทยากร 4.34 0.51 9 มาก 9. วิทยากรมีการใช้สื่อที่สอดคล้องและเหมาะสมกับ กิจกรรม 4.37 0.52 7 มาก 10. บุคลิกภาพของวิทยากร 4.35 0.52 8 มาก ด้านสถานที่ ระยะเวลา และความพึงพอใจ 11. สถานที่ในการจัดกิจกรรมเหมาะสม 4.34 0.51 9 มาก 12. ระยะเวลาในการจัดกิจกรรมเหมาะสม 4.25 0.50 13 มาก 13. ความพึงพอใจในภาพรวมของผู้รับบริการต่อการ เข้าร่วมกิจกรรม 4.80 0.48 1 มากที่สุด ค่าเฉลี่ย 4.42 0.51 มาก ททททททจากตารางที่ 4 แสดงให้เห็นว่า ผู้เข้าร่วม โครงการการคุ้มครองผู้บริโภค อยู่ในระดับ มาก เมื่อวิเคราะห์เป็นรายข้อพบว่า อันดับที่ 1 คือ ความพึงพอใจในภาพรวมของผู้รับบริการต่อ การเข้าร่วมกิจกรรม มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ (µ = 4.80) รองลงมาคือ กิจกรรมที่จัดสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ ของหลักสูตร มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ(µ =4.63) ผู้รับบริการสามารถนำความรู้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้


มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ(µ =4.51) การจัดกิจกรรมทำให้ผู้รับบริการสามารถคิดเป็นทำเป็นแก้ปัญหาเป็น มีค่าเฉลี่ย เท่ากับ(µ =4.48) เนื้อหาของหลักสูตรตรงกับความต้องการของผู้รับบริการ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ(µ =4.45) วิทยากรมีความรู้ความสามารถในการจัด กิจกรรมมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ(µ =4.41) วิทยากรมีการใช้สื่อที่สอดคล้อง และเหมาะสมกับกิจกรรมมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ(µ =4.37) บุคลิกภาพของวิทยากร มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ(µ =4.35) เทคนิค/กระบวนในการจัดกิจกรรมของวิทยากร,สถานที่ในการจัดกิจกรรมเหมาะสม มีค่าเฉลี่ยเท่ากันคือ (µ =4.34) สื่อ/เอกสารประกอบการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสม มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ(µ =4.30) ผู้รับบริการมี ส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นต่อการจัดทำหลักสูตรมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ(µ =4.27) และ ระยะเวลาในการจัด กิจกรรมเหมาะสมมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ(µ =4.25) ตามลำดับ


บทที่ 5 สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ ททททททททจากการดำเนินงานโครงการการคุ้มครองผู้บริโภค โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ด้านการ คุ้มครองผู้บริโภคกับประชาชน เพื่อให้ผู้รับการอบรมสามารถเลือกรับประทานอาหารได้อย่างถูกสุขอนามัย ซึ่งโครงการดำเนินการจัดในวันที่ 18 มิถุนายน 2563 ณ รพ.สต.บ้านช่องแสมสาร หมู่ 2 ตำบลแสมสาร อำเภอสัตหีบ จังหวัด ชลบุรีมีผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 18 คน โดยมีการแจกสอบถามทั้งหมด 18 ชุด ซึ่งผล การวิเคราะห์ข้อมูลดังนี้ สรุปผลการดำเนินงาน ททททททททท1. ผู้ตอบแบบสอบถามเพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการการคุ้มครองผู้บริโภค จากจำนวนทั้งหมด 18 คน เป็นหญิง 18 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ40-59 ปีอาชีพส่วนใหญ่คือรับจ้างและ ค้าขาย ทททททททท2. ข้อมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมโครงการการคุ้มครองผู้บริโภค พบว่าอยู่ในระดับ มาก เมื่อวิเคราะห์เป็นรายข้อพบว่า อันดับที่ 1 คือ ความพึงพอใจในภาพรวมของผู้รับบริการต่อการเข้าร่วม กิจกรรม มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ (µ = 4.80) รองลงมาคือ กิจกรรมที่จัดสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ ของหลักสูตร มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ(µ =4.63) ผู้รับบริการสามารถนำความรู้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ(µ =4.51) การจัดกิจกรรมทำให้ผู้รับบริการสามารถคิดเป็นทำเป็นแก้ปัญหาเป็น มีค่าเฉลี่ย เท่ากับ(µ =4.48) เนื้อหาของหลักสูตรตรงกับความต้องการของผู้รับบริการ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ(µ =4.45) วิทยากรมีความรู้ความสามารถในการจัด กิจกรรมมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ(µ =4.41) วิทยากรมีการใช้สื่อที่สอดคล้อง และเหมาะสมกับกิจกรรมมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ(µ =4.37) บุคลิกภาพของวิทยากร มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ(µ =4.35) เทคนิค/กระบวนในการจัดกิจกรรมของวิทยากร,สถานที่ในการจัดกิจกรรมเหมาะสม มีค่าเฉลี่ยเท่ากัน คือ (µ =4.34) สื่อ/เอกสารประกอบการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสม มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ(µ =4.30) ผู้รับบริการ มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นต่อการจัดทำหลักสูตรมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ(µ =4.27) และ ระยะเวลาในการจัด กิจกรรมเหมาะสมมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ(µ =4.25) ตามลำดับ อภิปรายผล ททททททททจากโครการการคุ้มครองผู้บริโภค พบว่าอยู่ในระดับ มาก เมื่อวิเคราะห์เป็นรายข้อพบว่า อันดับ ที่ 1 คือ ความพึงพอใจในภาพรวมของผู้รับบริการต่อการเข้าร่วมกิจกรรม มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ (µ = 4.80) อันดับที่ 2 คือ กิจกรรมที่จัดสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ ของหลักสูตร มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ(µ =4.63) อันดับที่ 3 คือ ผู้รับบริการสามารถนำความรู้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ(µ =4.51) การจัดกิจกรรมทำ ให้ผู้รับบริการสามารถคิดเป็นทำเป็นแก้ปัญหาเป็น มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ(µ =4.48) เนื้อหาของหลักสูตรตรงกับ ความต้องการของผู้รับบริการ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ(µ =4.45) วิทยากรมีความรู้ความสามารถในการจัด กิจกรรมมี ค่าเฉลี่ยเท่ากับ(µ =4.41) วิทยากรมีการใช้สื่อที่สอดคล้องและเหมาะสมกับกิจกรรมมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ (µ =4.37) บุคลิกภาพของวิทยากร มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ(µ =4.35) เทคนิค/กระบวนในการจัดกิจกรรมของ วิทยากร,สถานที่ในการจัดกิจกรรมเหมาะสม มีค่าเฉลี่ยเท่ากัน คือ (µ =4.34) สื่อ/เอกสารประกอบการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสม มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ(µ =4.30) ผู้รับบริการ มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นต่อการจัดทำหลักสูตรมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ(µ =4.27) และ ระยะเวลาในการจัด กิจกรรมเหมาะสมมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ(µ =4.25) ตามลำดับ


อาจเป็นเพราะว่าผู้เข้าอบรมประกอบอาชีพที่หลากหลาย แต่ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มค้าข้าย กล่าวคือ เป็นผู้ ผลิด ดังนั้นจึงอาจมีความรู้ความเข้าใจในสารที่ห้ามนำมาใช้กับอาหาร และเข้าใจในวิธีการทำความสะอาด สามารถนำความรู้มาใช้ในการดำรงชีวิต และจำเป็นต้องพัฒนาตนเองเพื่อสุขภาพและการตรวจสอบคุณภาพ ต่างๆของสิ้นค้าที่เราได้รับารบริโภค ต่อไปทททททท ซึ่งสอดคล้องและเกี่ยวข้องกับงานวิจัยของ สุรินทร์ มากไมตรี(คณะพยาบาลศาสตร์ วัชรพล มหาวิทยาลัยเวสเทิร์น) สุขภาพดีเป็นที่ปรารถนาของทุกคน หากประชาชนมีพฤติกรรมการดูแลสุขภาพ ไม่เหมาะสมจะมีโอกาสเกิดโรคต่างๆได้ จากการดําเนินชีวิตในปัจจุบันประชาชนมีโอกาสได้รับสารพิษ เขา้สู่ร่างกาย ซ่ึงส่วนใหญ่ได้รับจากการบริโภคอาหารที่ปนเปื้อนสารเคมีตกค้างในผัก ผลไม้เนื้อสัตว์การ ปนเปื้อนสารเคมีจากกรรมวิธีการผลิตและจำหน่ายรวมถึงการเจือปนที่ผสมในอาหารเพื่อปรุงแต่งรส เมื่อ ร่างกายได้รับสารพิษจากการปนเปื้อนหรือเจือปนในอาหารจะทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพได้ทั้งแบบ เฉียบพลันและแบบเรื้อรัง บทความนี้มีวตัถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีพฤติกรรมการบริโภคอาหารให้ ปลอดภัยจากสารพิษ ดังนั้น เพื่อให้ประชาชนบริโภคอาหารอยา่งปลอดภยัจากการปนเปื้อนสารเคมีเกินค่า มาตรฐาน MRL การดําเนินงานจึงต้องส่งเสริมให้ประชาชนเลือกซื้อ ผัก ผลไม้และเนื้อสัตว์ให้ปลอดภัยจาก สารพิษ เลือกซื้ออาหารสำเร็จรูปที่มีเครื่องหมาย อย. เลือกวิธีการล้างผัก ผลไมเ้พื่อลดการปนเปื้อนสารพิษ และหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีที่ทาํให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพปรุงแต่งอาหารและ อาศัยความร่วมมือจากผู้ผลิต ผู้ประกอบการ โดยหน่วยงานที่รับผิดชอบ เกี่ยวข้องมีมาตรการควบคุมการนําเข้า สารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่เป็น อันตรายร้ายแรงต่อมนุษย์และควบคุมการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชของเกษตรกรให้ปลอดภยัจากสารพิษ ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชเกษตรอินทรียห์หรือปลูกพืชที่ได้รับตรามาตรฐานรับรองความปลอดภัย ใช้ กฎหมายควบคุมการผลิตอาหารสำเร็จรูปให้ปลอดภัยจากสารพิษอยา่งจริงจัง ข้อเสนอแนะ -


บรรณานุกรม การศึกษาต่อเนื่อง. กรุงเทพฯ : สำนักบริหารการศึกษานอกโรงเรียน, กระทรวงศึกษาธิการ. บุญชม ศรีสะอาด และ บุญส่ง นิลแก้ว (2545) สำนักงาน กศน.นโยบายและจุดเน้นการดำเนินงาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 http://gg.gg/jpwav https://ddc.moph.go.th/index.php https://sites.google.com/site/daranee7032/khwam-hmay-khxng-phu-briphokh-2 https://www.sme.go.th/Pond/Downloads/159044-Article%20Text-436513-1-10-20181205.pdf


ภาคผนวก


ภาคผนวก ก. แบบสำรวจผู้เข้าร่วมโครงการการคุ้มครองผู้บริโภค ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอสัตหีบ (กศน.ตำบลแสมสาร) 1. ข้อมูลทั่วไป 1.1. ชื่อ....................................................................... นามสกุล ..................................................อายุ 1.2. อาชีพปัจจุบัน ( ) ไม่มี ( ) มี ระบุ............................................................................. 1.3. ที่อยู่ ...................................................................................................โทรศัพท์................................ 2. ความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย (ทำเครื่องหมาย ✓ตรงหน้าอาชีพที่ต้องฝึกอบรม) หมวดเกษตรกรรม ( ) การปลูกผักไฮโดรลิก ( ) การขยายพันธุ์ปลา ( ) การปลูกพืชผักสมุนไพร ( ) การเพาะเห็ดนางฟ้า ( ) การเพาะเห็ดฟางด้วยตะกร้าอย่างง่าย ( ) การเลี้ยงปลา ( ) อื่นๆ ระบุ................................................................... หมวดอุตสาหกรรม ( ) ช่างซ่อมเครื่องยนต์เล็ก ( ) ช่างเดินสายไฟภายในอาคาร ( ) ช่างก่อสร้าง ( ) ช่างปูน ( ) ช่างปูกระเบื้อง ( ) ช่างไม้ ( ) ช่างทาสี ( ) ช่างซ่อมโทรศัพท์ ( ) ช่างซ่อมอุปกรณ์ไฟฟ้า ( ) อื่นๆ ระบุ ................................................................. หมวดพาณิชยกรรม ( ) คอมพิวเตอร์เบื้องต้น ( ) การนวดแผนไทย ( ) การจัดการตลาด ( ) การทำบัญชีอย่างง่าย ( ) ภาษาจีนเพื่อการสื่อสาร ( ) ภาษาอังกฤษเพื่ออาชีพพนักงานขายสินค้า ( ) อื่นๆ ระบุ ................ หมวดความคิดสร้างสรรค์ ( ) การทำข้าวเกรียบสมุนไพร ( ) การทำสบู่สมุนไพรจากธรรมชาติ ( ) การทำขนมไทย ( ) การสานกระเป๋าจากเส้นพลาสติก ( ) กะหรี่ปั๊บทรงเครื่อง ( ) การเพ้นท์เล็บ ( ) การแปรรูปเห็ด ( ) น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ( ) การส่งเสริมอาชีพด้วยสมุนไพรไทย ( ) ศิลปะประดิษฐ์จากผ้าใยบัว ( ) การประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์ของเหลือใช้จากกระป๋องอลูมิเนียม ( ) อื่นๆ ระบุ .............................................. ( ) กิจกรรมบริจาคหนังสือ/ส่งเสริมการอ่าน หมวดกลุ่มอาชีพอำนวยการและอาชีพ ( ) การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ( ) การซ่อมคอมพิวเตอร์เบื้องต้น ( ) การซ่อมเสื้อผ้า ( ) ช่างเสริมสวย ( ) การซ่อมรองเท้า ( ) ช่างเย็บผ้าอุตสาหกรรม ( ) ช่างตัดผมชาย ( ) อื่นๆ ระบุ ...............................................................


หมวดกลุ่มทักษะชีวิต ( ) การทำบัญชีครัวเรือน ( ) โภชนาการผู้สูงอายุ ( ) อบรมเรื่องยาเสพติด ( ) ภาษาอาเซียน ( ) การใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม ( ) ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ( ) การส่งเสริมการอ่าน ( ) อื่นๆ ระบุ ............................................................... 3. ระยะเวลาที่ต้องการให้ดำเนินการฝึกอบรม ( ) วันหยุดราชการระหว่างเวลา _______________________ จำนวน _________วัน ( ) วันราชการระหว่างเวลา __________________________จำนวน _________วัน 4. สถานที่ฝึกอบรม ( ) ในชุมชน ( ) สถานประกอบการ ............................................................................... ( ) อื่นๆ (ระบุ) ........................................................................................... 5. องค์ความรู้ที่ต้องการ ( ) ฝึกปฏิบัติ ( ) การเพิ่มมูลค่าผลผลิต ( ) การตลาด ( ) อื่นๆ ระบุ ................................................................................................. ขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ กศน.ตำบลแสมสาร


ภาคผนวก ข. แบบสำรวจผู้เข้าร่วมโครงการการคุ้มครองผู้บริโภค ส่วนที่ 1 คำชี้แจง ใส่เครื่องหมาย/ลงในช่องที่ตรงกับข้อมูลของท่านเพียงช่องเดียว เพศ ชาย หญิง อายุ 14-39 ปี 40-59ปี 60ปีขึ้นไป อาชีพ รับจ้าง ค้าขาย เกษตรกรรม รับราชการ อื่นๆ ส่วนที่ 2 ด้านความพึงพอใจของผู้เรียน/ผู้รับบริการ (ใส่เครื่องหมาย/ลงในช่องที่ตรงกับความคิดเห็นของท่านเพียง ช่องเดียว ข้อที่ รายการ ระดับการประเมิน มากที่สุด มาก ปานกลาง น้อย น้อยที่สุด 1 กิจกรรมที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ ของหลักสูตร 2 เนื้อหาของหลักสูตรตรงกับความ ต้องการ 3 การจัดกิจกรรมทำให้ผู้รับบริการ สามารถคิดเป็นทำเป็น แก้ปัญหาได้ 4 ผู้รับบริการมีส่วนร่วมในการแสดงความ คิดเห็นต่อการจัดทำหลักสูตร 5 ผู้รับบริการสามารถนำความรู้ไปใช้ใน ชีวิตประจำวันได้ 6 สื่อ/เอกสารประกอบการจัดกิจกรรมมี ความเหมาะสม 7 วิทยากรมีความรู้ความสามารถในการจัด กิจกรรม 8 เทคนิค/กระบวนการในการจัดกิจกรรม ของวิทยากร 9 วิทยากรมีการใช้สื่อสอดคล้องและ เหมาะสมกับกิจกรรม 10 บุคลิกภาพของวิทยากร 11 สถานที่ในการจัดกิจกรรมเหมาะสม 12 ระยะเวลาในการจัดเหมาะสม 13 ความพึงพอใจในภาพรวมของผู้รับการ อบรม ข้อเสนอแนะ………………………………………………………………………………………………………………………………………


คณะผู้จัดทำ ที่ปรึกษา นางสุรัสวดี เลี้ยงสุพงศ์ ผอ. กศน.อำเภอสัตหีบ นางสุพัด นำเจริญลาภ ครูชำนาญการ คณะทำงาน นาสาวประวีณา ดาวมณี หัวหน้า กศน.ตำบลแสมสาร นางสาวทัตพิชา นนลือชา ครูศูนย์การเรียนชุมชนตำบลแสมสาร


Click to View FlipBook Version