กจิ กรรมสง่ เสรมิ การอ่านออนไลน์
เรื่อง พระราชกรณยี กิจพระมหากษัตรยิ ไ์ ทย
ห้องสมดุ ประชาชนอำเภอบา้ นบึง
ศูนยก์ ารศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัยอำเภอบา้ นบงึ
สำนักงานสง่ เสรมิ การศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั จงั หวัดชลบุรี
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รชั กาลท่ี 1)
พระราชประวัติ
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พระปฐมบรมกษัตริย์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ผู้ทรง
สถาปนากรุงเทพมหานคร (หรอื กรุงรตั นโกสินทร)์ เปน็ ราชธานี และทรงสถาปนาราชวงศ์จกั รี มีพระนามเดมิ ว่า ดว้ ง
หรือ ทองด้วง พระราชบดิ า คือ สมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก พระนามเดมิ ว่า ทองดี สบื เชือ้ สายมาจากเจ้าพระยา
โกษาธิบดี (ปาน) พระราชมารดาพระนามเดิมว่า หยก หรือ ดาวเรือง เสด็จพระบรมราชสมภพเมื่อวันพุธ ที่ 20
มนี าคม พ.ศ. 2279 เสด็จขน้ึ ครองราชสมบัติ เมอ่ื วันเสาร์ท่ี 6 เมษายน พ.ศ. 2325 เสดจ็ สวรรคต เม่ือวันพฤหัสบดี
ท่ี 7 กนั ยายน พ.ศ. 2352
พระราชกรณียกิจ
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจฬุ าโลกมหาราช ทรงบำเพ็ญพระราชกรณยี กิจเพื่อทำนุบำรุงบ้านเมืองให้
เจริญรุ่งเรืองนานปั การ โดยเฉพาะในดา้ นการสงคราม ทรงทำศกึ สงครามปอ้ งกนั และขยายพระราชอาณาจักรหลาย
ครั้ง ครั้งสำคัญในรัชกาล คือ สงครามเก้าทัพใน พ.ศ. 2328 ซึ่งได้รับชัยชนะเป็นที่เลื่องลือในยุทธวิธีการรบของ
กองทพั ไทยท่ีมกี ำลังพลนอ้ ยกว่าขา้ ศึกทยี่ กมาถงึ เกา้ ทัพ
ด้านกฎหมายบ้านเมือง โปรดให้ชำ ระพระราชกำหนดกฎหมายให้ถูกต้องแล้วให้อาลักษณ์ชุบเส้นหมกึ ไว้
ประทับตราพระราชสีห์ พระคชสีห์ และบัวแก้ว ซึ่งเป็นตราของสมุหนายก สมุหพระกลาโหม และพระคลัง เพื่อใช้
บังคบั ทวั่ ราชอาณาจกั ร กฎหมายนเ้ี รียกกนั ว่ากฎหมายตราสามดวง
ด้านศาสนา พ.ศ. 2331 โปรดเกล้าฯให้มีการสังคายนาพระไตรปิฎก ณ วัดนิพพานาราม (ปัจจุบัน
คือ วดั มหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ)์ และโปรดใหต้ รากฎพระสงฆค์ วบคุมสมณปฏิบัติและข้อพงึ ปฏบิ ตั ิของพทุ ธศาสนกิ ชน
รวมทัง้ พระราชกำหนดกวดขนั ศีลธรรมข้าราชการและพลเมือง มีพระราชศรทั ธาทำนุบำรงุ พระอารามทง้ั ในเขตพระ
นครและหวั เมอื งหลายแหง่ วัดประจำ รัชกาล คือ วัดพระเชตพุ นวิมลมงั คลาราม
ด้านขนบธรรมเนียมประเพณีและศิลปวัฒนธรรม โปรดให้สร้างปราสาทพระราชวัง วัดวาอาราม เช่น
วัดพระศรรี ตั นศาสดาราม วัดพระเชตพุ นวมิ ลมังคลาราม วัดสระเกศและวัดสุทัศนเทพวราราม ทง้ั ยังฟน้ื ฟทู ำนุบำรุง
งานศลิ ปกรรม ขนบธรรมเนียมและราชประเพณีต่าง ๆ ทีม่ มี าแตค่ ร้ังกรุงศรีอยุธยา เชน่ พระราชพธิ ีบรมราชาภิเษก
พระราชพธิ ีโสกนั ต์ พระราชพธิ ีถอื นำ้ พระพิพฒั น์สตั ยา เป็นตน้
พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลศิ หล้านภาลัย (รชั กาลท่ี 2)
พระราชประวัติ
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย พระนามเดิมว่า สมเด็จเจ้าฟ้าฉิม เป็นพระราชโอรส
ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชกับสมเด็จพระอมรินทราบรมราชินี เสด็จพระบรมราชสมภพ
เมื่อวันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2310 เสด็จขึ้นครองราชสมบัติ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2352
เสด็จสวรรคต เม่อื วันพุธที่ 21 กรกฎาคมพ.ศ. 2367
พระราชกรณยี กิจ
พระองค์ทรงมีพระราชกรณียกิจที่สำคัญต่อบ้านเมืองและราษฎรหลายด้าน เพื่อให้เกิดความมั่นคงและ
เจริญรุ่งเรืองของชาติไทย ซึ่งในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ถือว่าเป็นยุคทองของวรรณคดี
เพราะวรรณคดีของชาติรุ่งเรืองมาก ทรงส่งเสริมศิลปะทุกประเภททรงพระปรีชาสามารถในงานวรรณกรรมและ
บทละครเป็นอย่างยง่ิ ทรงพระราชนิพนธ์งานวรรณกรรมและบทละครต่าง ๆ ที่ทรงคุณค่าไว้จำนวนมาก เช่น เสภา
เร่อื งขุนช้างขนุ แผน (บางตอน) บทละครเรอ่ื งอิเหนา รามเกียรต์ิ คาวี ไกรทอง มณีพชิ ยั สงั ข์ทอง กาพย์เห่เรือ และ
บทพากยโ์ ขนตอนเอราวัณ นาคบาศ และนางลอย เป็นตน้
นอกจากนี้ พระองค์ยังสนพระราชหฤทัยด้านศิลปะการดนตรีเป็นอย่างยิ่งทรงเชี่ยวชาญและ
โปรดซอสามสาย พระองค์มีซอคู่พระหัตถ์อยู่คันหนึ่ง พระราชทานนามว่า “ซอสายฟ้าฟาด” ทั้งนี้ พระองค์
ยังพระราชนิพนธ์ทำนองเพลงบุหลันลอยเลื่อน (บุหลันเลื่อนลอยฟ้าหรือ สรรเสริญพระจันทร์ บางแห่งเรียกว่า
เพลงทรงพระสบุ นิ ) ซง่ึ ในรัชสมยั ของพระองค์ ศลิ ปะดา้ นนาฏกรรมเจริญรุ่งเรอื งมาก ความงดงามไพเราะทง้ั บทละคร
ท่ารำ ได้ปรับปรงุ และใชเ้ ป็นแบบแผนทางนาฏศลิ ป์ของชาติมาจนปจั จบุ ัน
ด้านการปกครอง ทรงทำนุบำรุงบ้านเมืองในทุกด้าน โปรดเกล้าฯ ให้สร้างป้อมปราการต่าง ๆ สร้างเมือง
นครเขือ่ นขันธ์ เปน็ เมืองหน้าด่านชายทะเลเพอื่ ป้องกนั ขา้ ศึกรุกราน
ดา้ นการค้ากับตา่ งประเทศ ปรากฏว่าการคา้ กบั จนี และประเทศทางตะวนั ตกเฟ่ืองฟมู าก ทรงส่งเสริมการค้า
กับต่างประเทศ โดยทรงส่งเรือสำเภาไปค้าขายกับจีน เขมร ญวนมลายู มีเรือสินค้าของหลวงเดินทางไปจีนเป็น
ประจำ รวมท้ังประเทศตะวนั ตกตา่ ง ๆ เช่น โปรตุเกสองั กฤษ เปน็ ต้น นำรายได้เข้าสู่ประเทศจำนวนมาก
ดา้ นสงั คม ทรงพระราชดำรวิ ่า การสบู ฝนิ่ เปน็ อนั ตรายแก่ผู้สูบ ท้งั ก่อใหเ้ กิดคดีอาชญากรรมขึ้นมาก แม้ฝิ่น
จะนำรายไดจ้ ำนวนมากเข้าพระคลังหลวง แตด่ ้วยพระมหากรุณาธิคุณท่ีมีตอ่ ราษฎร ทรงตราพระราชกำหนดห้ามมิ
ให้ซื้อขายและสูบฝนิ่ ทรงกำหนดบทลงโทษสำหรบั ผฝู้ ่าฝนื ไวอ้ ยา่ งหนกั
ส่วนการพระศาสนา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ริเริ่มการประกอบพิธีวิสาขบูชาขึ้นใน พ.ศ. 2360
เป็นครั้งแรกในสมัยรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงบริหารราชการโดยการกระจาย
อำนาจการบริหารไปสู่บุคคลทีม่ ีความสามารถในด้านต่าง ๆ ทรงมอบอำนาจการบริหารราชการแผ่นดินแก่เจา้ นาย
และขุนนางที่ทรงไวว้ างพระราชหฤทัยทรงส่งเสริมให้ข้าราชการปฏิบัติหน้าที่ราชการตามความสามารถและความ
ถนัดของบุคคลนั้น ๆการปกครองหัวเมืองประเทศราช ทรงใช้นโยบายสร้างดุลอำนาจของขุนนางในการบริหาร
การปกครองด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ทรงใช้นโยบายการทหาร การทูต และการค้า ควบคู่กันไปตามแต่
สถานการณ์ ตลอดรชั สมัยของพระองค์ ส่งผลให้บา้ นเมืองมคี วามสุข พสกนิกรไทยตา่ งตระหนกั ถึงพระบารมปี กเกล้า
ดา้ นพุทธศาสนา อักษรศาสตร์ ศิลปะ และนาฏยศิลป์ อันเป็นต้นแบบแหง่ ศาสตรแ์ ละศิลปน์ านปั การ
พระบาทสมเด็จพระนง่ั เกลา้ เจา้ อยู่หัว (รชั กาลที่ 3)
พระราชประวตั ิ
พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวพระนามเดิมว่า พระองค์เจ้าทับ เป็นพระราชโอรสพระองค์ใหญ่
ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย กับเจ้าจอมมารดาเรียมเสด็จพระบรมราชสมภพ เมื่อวันจันทร์
ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2330 เสดจ็ ข้ึนครองราชสมบัติเมอื่ วนั พุธท่ี 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2367 เสดจ็ สวรรคต เมื่อวันพุธ
ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2394
พระราชกรณยี กิจ
ในรัชสมัยของพระองค์ ได้รับการยกย่องว่ามีความเจริญรุ่งเรืองทางด้านเศรษฐกจิ และศาสนาเปน็ อย่างย่งิ
ทรงมีพระปรชี าสามารถในการนำรายได้เข้าสู่ท้องพระคลังมาต้ังแต่ก่อนข้ึนครองราชย์ ครนั้ เมอ่ื เสวยราชย์แล้ว ทรง
สร้างความเปน็ ปึกแผ่นทางเศรษฐกิจดว้ ยการประหยัดรายจ่ายและเพ่ิมพูนรายได้แผ่นดิน โดยการแกไ้ ขวธิ เี ก็บภาษี
อากรแบบเดิม เช่น เปลี่ยนเก็บอากรค่านาจากหางข้าวมาเป็นเงิน ทรงตั้งภาษีอากรใหม่ อีก 38 ชนิด และทรง
กำหนดระบบเจ้าภาษีนายอากรใหม่ โดยรัฐเก็บภาษีเองเฉพาะภาษีที่สำคัญบางอย่างด้วยพระบาทสมเด็จพระน่ัง
เกลา้ เจ้าอยหู่ ัวทรงพระปรีชาสามารถในการพาณิชย์มานับแตส่ มัยรชั กาลท่ี 2 จนทรงได้รบั การยกยอ่ งจากสมเดจ็ พระ
บรมชนกนาถว่าเป็น “เจา้ สัว” เพราะทรงเชย่ี วชาญในด้านการคา้ กับต่างประเทศเป็นอย่างยิง่ โดยเฉพาะการค้ากับ
จนี เป็นผลใหม้ ีพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เป็นจำนวนมากก่อนเสด็จขน้ึ ครองราชย์ พระราชทรัพย์ดงั กลา่ วนีบ้ รรจุไว้
ในถุงแดงเก็บรักษาไว้ในพระคลังข้างที่ ต่อมาเรียกว่า “เงินถุงแดง” (ถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า
เจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 พ.ศ. 2436 ทรงใช้เงินถุงแดงเป็นค่าปฏิกรรมสงคราม ภายหลังเกิดเหตุการณ์ความขัดแย้ง
ระหวา่ งไทยกับฝร่ังเศส เม่ือคร้งั วกิ ฤตการณ์ ร.ศ. 112)
ด้านพระศาสนา ทรงเป็นองคอ์ คั รศาสนปู ถมั ภกตามพระราชประเพณี ในรัชสมยั ของพระองค์ ผลท่ีเกิดจาก
การที่ทรงพระราชศรัทธาในพระพุทธศาสนา คือ ความเจริญรุ่งเรืองทางศิลปกรรมแขนงต่าง ๆ โดยเฉพาะ
สถาปัตยกรรม ซึ่งมีลักษณะเฉพาะเป็นพระราชนิยม เช่นการเปลี่ยนแปลงส่วนหลังคาโบสถ์ ไม่มีช่อฟ้า ใบระกา
หางหงส์ หน้าบันประดับกระเบื้องเคลือบจานชามจีน เช่น ที่วัดราชโอรสาราม จิตรกรรมก็มีลักษณะผสมผสาน
แบบจนี
ตลอดรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว แผ่นดินสยามมีความมั่นคงทั้งทางด้านการปกครอง
เศรษฐกจิ และสังคม ท้ังนี้ กด็ ้วยพระบารมปี กเกล้า ดว้ ยพระปรชี าสามารถและพระวิจารณญาณทกี่ วา้ งไกล พระราช
ภารกจิ ท่ีทรงมี ทำให้บ้านเมืองเปรียบเสมือนฐานแหง่ ความม่นั คงและความเจริญของประเทศทไี่ ด้รับการบูรณาการ
โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในอีกหลายรัชกาลต่อมา จากการที่พระองค์ทรงประกอบพระราชกรณียกิจ
เพอื่ บ้านเมืองอย่างเตม็ พระสติกำลงั ตลอดเวลาแห่งรัชกาล ทรงไดร้ ับการถวายราชสดดุ ีจากพระบาทสมเด็จพระจอม
เกลา้ เจา้ อยู่หัวว่า “พระองค์ทา่ นเปน็ หัวใจแผ่นดนิ ”
พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกล้าเจ้าอยูห่ ัว (รัชกาลท่ี 4)
พระราชประวัติ
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระนามเดิมว่า สมเด็จเจ้าฟ้ามงกุฎ เป็นพระราชโอรส
ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยกับสมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี เสด็จพระบรมราชสมภพ
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2347 เสด็จขึ้นครองราชสมบัติ เมื่อวันพุธที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2394
เสด็จสวรรคต เมื่อวันพฤหสั บดีที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2411
พระราชกรณียกิจ
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ไทยต้องเผชิญกับการคุกคามโดยการแผ่ขยายอำนาจ
และอทิ ธิพลของจกั รวรรดนิ ิยมตะวันตกรอบดา้ น โดยเฉพาะอังกฤษกับฝร่ังเศส ดงั นน้ั เพื่อความอย่รู อดของประเทศ
ไทยในฐานะประเทศเอกราชประเทศเล็กซ่ึงด้อยกว่าอังกฤษและฝร่ังเศส จึงต้องดำเนนิ นโยบายการเจรจาผ่อนปรน
ทางการทตู การทำสนธสิ ญั ญาไมตรีและพาณิชย์กบั ประเทศต่าง ๆ
พระราชกรณียกิจที่สำคัญยิ่งของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว คือการรักษาเอกราชของชาติ
เพราะในรชั สมยั ของพระองคต์ รงกบั สมัยลัทธจิ ักรวรรดินิยมทชี่ าติมหาอำนาจตะวันตกโดยเฉพาะอังกฤษและฝรั่งเศส
กำลังแข่งขันแสวงหาอาณานิคม พระองค์ทรงตระหนักว่าถึงเวลาที่สยามต้องยอมเปิดสัมพันธภาพกับประเทศ
ตะวันตก โดยทำสนธิสัญญาในลักษณะใหม่ เมื่อสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียแห่งอังกฤษทรงแต่งตั้งเซอร์จอห์น
เบาว์ริง เป็นอัครราชทตู ผู้มีอำนาจเต็มเชิญพระราชสาส์นมาเจรจาทำสนธิสัญญาทางไมตรีกับสยามใน พ.ศ. 2398
พระองค์ทรงต้อนรบั อย่างสมเกียรติ และโปรดเกล้าฯ ให้ เซอร์จอห์น เบาว์ริง เข้าเฝ้าเพื่อเจรจากันเป็นการภายใน
แบบมิตรภาพก่อน ซึ่งเป็นที่ประทับใจของอัครราชทูตอังกฤษมากการเจรจาเป็นทางการใช้เวลาไม่นานก็ประสบ
ความสำเร็จ อังกฤษและสยามได้ลงนามในสนธิสัญญาไมตรีและพาณิชย์ต่อกันในวันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2398
เปน็ ท่ีรจู้ ักกันในนามวา่ สนธิสญั ญาเบาว์รงิ
พระองค์ทรงวางรากฐานในการยอมรับความเจริญก้าวหน้าแบบอารยประเทศมาใช้ในสยาม เช่น การรับ
ชาวต่างประเทศเขา้ มารับราชการดว้ ยการให้เปน็ ล่าม เป็นผูแ้ ปลตำราเป็นครหู ดั ทหารบกและโปลิศ ซึ่งโปรดใหจ้ ัดต้ัง
ขึ้นตามแบบยุโรป นอกจากกิจการดังกล่าวแล้ว ยังมีงานสมยั ใหม่เกิดขึ้นอีกมาก เช่น การสำรวจทำแผนที่ชายแดน
พระอาณาเขต การตั้งโรงพิมพ์อักษรในพระบรมมหาราชวัง เพื่อพิมพ์หนังสือราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่กฎหมาย
คำส่งั ขา่ วราชการตา่ ง ๆ สร้างโรงกษาปณส์ ิทธกิ าร (ปจั จุบันเปน็ กรมธนารักษ)์ เพอ่ื ใช้ทำเงินเหรียญแทนเงินพดด้วง
ใช้อัฐทองแดงและดีบุกแทนเบี้ยหอย จัดตั้งศุลกสถาน (กรมศุลกากร) สถานที่เก็บภาษีอากรมถี นนสำหรับใช้รถมา้
เกดิ ตกึ แถวและอาคารแบบฝรงั่ โรงสีไฟ โรงเล่ือยจักร ฯลฯ
นอกจากน้ีทรงทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรอื งยิ่งขึ้น ทรงก่อตั้งคณะธรรมยุตกิ นิกาย ทรงบูรณะ
และปฏิสงั ขรณพ์ ระอารามที่สรา้ งคา้ งในรัชกาลกอ่ นให้ลุล่วงเรยี บรอ้ ยที่สำคญั ยง่ิ คือ ได้ทรงปฏิสงั ขรณพ์ ระปฐมเจดีย์
เปน็ งานใหญ่
ด้านการศึกษา พระองค์ทรงตระหนักถึงความสำคัญของการศึกษาว่าเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนา
บ้านเมืองให้ทันสมัยแบบตะวันตก จึงทรงริเริ่มสนับสนุนการศึกษาภาษาอังกฤษและวิทยาการสมัยใหม่ของโลก
ตะวันตก โดยเฉพาะด้านดาราศาสตร์ ทรงมีพระอัจฉริยภาพเป็นที่ประจักษ์เลื่องลือในวงการดาราศาสตร์ทั่วโลก
ด้วยทรงสามารถคำนวณวันเวลาและสถานที่เกิดสุริยปราคาได้อย่างถูกต้องแม่นยำ จนได้รับการยกย่องว่าเป็น
“พระบิดาแหง่ วิทยาศาสตร์ไทย”
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยหู่ วั (รชั กาลท่ี 5)
พระราชประวัติ
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระนามเดิมว่า สมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์เป็นพระราชโอรส
ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กับสมเด็จพระเทพศิรินทรา บรมราชินีเสด็จพระบรมราชสมภพ
เมื่อวันอังคารที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2396 เสด็จขึ้นครองราชสมบัติเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2411
เสดจ็ สวรรคต เมือ่ วันอาทิตยท์ ่ี 23 ตุลาคม พ.ศ. 2453
พระราชกรณียกิจ
พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีมากมายเป็นอเนกประการ แต่ที่อยู่ใน
ความทรงจำของอาณาประชาราษฎร์ ได้แก่ พระราชกรณียกิจท่ที รงเลิกทาส โดยใช้วิธีผอ่ นปรนเป็นระยะ พอมีเวลา
ใหผ้ เู้ ปน็ นายและตัวทาสเองไดป้ รับตัว ปรับใจทรงพระราชดำรเิ รมิ่ จัดการศึกษาในทกุ ระดับ ทรงตงั้ โรงเรยี นหลวงข้ึน
เพื่อให้การศึกษาแกค่ นทุกชั้นตัง้ แตเ่ จ้านายในราชตระกลู ไปจนถงึ ราษฎรสามัญ ในตอนกลางและตอนปลายรัชกาล
ของพระองค์การศึกษาเจริญก้าวหน้ามากขึ้น มีโรงเรียนวิชาชีพชั้นสูงหลายแห่งเกิดขึ้น เช่น โรงเรียนนายร้อย
โรงเรยี นนายเรือ โรงเรยี นกฎหมาย โรงเรียนแพทยาลยั และโรงเรียนยนั ตรศกึ ษา เป็นต้น
พระราชกรณียกิจสำคัญอีกประการหนึง่ คือ การปฏิรูประบบการเงินการคลังของประเทศและการปฏริ ูป
ระบบบรหิ ารราชการแผ่นดิน ดา้ นการเงินการคลัง ทรงต้ังหอรษั ฎากรพิพฒั น์ เมอื่ พ.ศ. 2416 เพื่อจัดระบบรายรับ
ของประเทศให้เต็มเมด็ เตม็ หนว่ ยข้นึ กว่าแตก่ อ่ น ทดแทนวิธีการท่ใี ช้เจ้าภาษนี ายอากรเป็นเคร่อื งมือ ทรงพระราชดำริ
แก้ไขระบบบริหารราชการแผ่นดินครั้งใหญ่ เมื่อ พ.ศ. 2435 โดยทรงยกเลิกระบบเสนาบดีแบบเดิม แล้วทรงแบ่ง
ราชการเป็นกระทรวงจำนวน 12 กระทรวง ทรงแบ่งหน้าทใี่ ห้ชัดเจน และเหมาะกบั ความเป็นไปของบ้านเมืองในรัช
สมยั ของพระองค์
นอกจากนี้ยังมีพระราชกรณียกิจด้านการสาธารณูปโภค และสาธารณสุขโปรดเกล้าฯ ให้ทดลองจัดการ
สุขาภบิ าลหัวเมืองขน้ึ เปน็ แหง่ แรกที่ตำบลท่าฉลอม เมอื งสมุทรสาครเมื่อ พ.ศ. 2448 โปรดเกล้าฯ ให้สรา้ งทางรถไฟ
หลวงสายแรกระหว่างกรุงเทพฯ - นครราชสีมา และริเริ่มกิจการด้านไฟฟ้า ประปา และโทรเลข ส่วนด้านการ
สาธารณสุข โปรดเกล้าฯ ให้ก่อตั้งโรงพยาบาลขึ้นเป็นแห่งแรก เมื่อ พ.ศ. 2431 พระราชทานนามว่า“โรงศิริราช
พยาบาล” ปัจจุบนั คือ “โรงพยาบาลศิริราช”
ส่วนพระราชกรณียกิจที่สำคัญที่สุด คือ การที่ทรงรักษาอิสรภาพของชาติไว้ได้รอดปลอดภัย ในขณะท่ี
ประเทศเพื่อนบ้านโดยรอบทุกทิศต้องตกเป็นอาณานิคมของชาติตะวันตกแต่ชาติไทยสามารถดำรงอธิปไตยอยู่ได้
อยา่ งน่าอศั จรรย์
โดยสรุป พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงดำเนินการปฏิรูปประเทศในลักษณะ “พลิก
แผ่นดิน” ซึ่งส่งผลเป็นคุณประโยชน์อย่างใหญ่หลวงต่ออาณาประชาราษฎร์ และก่อให้เกิดความเจริญรุ่งเรืองเปน็
อเนกอนนั ต์แก่บ้านเมอื งท่ามกลางกระแสการคุกคามของจกั รวรรดนิ ยิ มตะวันตกในขณะนั้น พระราชกรณยี กจิ ตา่ ง ๆ
ล้วนเป็นการวางรากฐานและเป็นต้นแบบของความเจริญทั้งด้านการปกครอง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมของ
ประเทศไทยสบื ต่อมาจนถงึ ปัจจุบนั
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจา้ อยู่หวั (รชั กาลที่ 6)
พระราชประวตั ิ
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระนามเดิมว่า สมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธเป็นพระราชโอรส
ในพระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอย่หู ัวกบั สมเดจ็ พระศรีพัชรนิ ทราบรมราชนิ นี าถ พระบรมราชชนนพี นั ปหี ลวง
เสดจ็ พระบรมราชสมภพ เมื่อวันเสาร์ที่ 1 มกราคมพ.ศ. 2423 เสด็จขึ้นครองราชสมบัติ เมอ่ื วนั อาทิตยท์ ี่ 23 ตุลาคม
พ.ศ. 2453 เสดจ็ สวรรคตเมื่อวันพฤหสั บดีที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468
พระราชกรณียกิจ
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชกรณียกิจอันเป็นคุณูปการต่อประชาชนชาวไทยและ
ประเทศมากมาย ด้วยพระปรีชาสามารถดุจนักปราชญ์ของพระองค์โดยทรงวางแผนการพัฒนาดา้ นต่าง ๆ เริ่มจาก
การทพ่ี ระองค์มพี ระราชดำริในการท่ีจะนำพาประเทศไปสู่ความเจรญิ ให้ทัดเทียมกบั นานาอารยประเทศซ่ึงทรงเน้น
การให้การศึกษาแก่พสกนิกรเป็นประการสำคัญ ทรงปรับปรุงโรงเรียนมหาดเล็กซึ่งตั้งในรัชสมัยพระบาทสมเด็จ
พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็น “โรงเรียนข้าราชการพลเรือนของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว”
เมื่อ พ.ศ. 2453 และโปรดสร้างอาคารเรียนที่อำเภอปทุมวัน เมื่อ พ.ศ. 2458 ต่อมาทรงสถาปนาขึ้น
เปน็ จุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลัย เม่ือ พ.ศ. 2459 โปรดใหต้ ราพระราชบัญญัติโรงเรียนราษฎรใ์ น พ.ศ. 2461 พร้อมท้ัง
ทรงขยายงานด้านประถมศกึ ษาใหก้ วา้ งขวางขนึ้
พระราชกรณียกิจการพัฒนาประเทศที่สำคัญ คือ ทรงเปลี่ยนธงชาติจากธงช้างเผือกเป็น “ธงไตรรงค์”
เชน่ ปจั จบุ นั นอกจากนีย้ งั มพี ระราชกรณียกิจในการสรา้ งความเจริญกา้ วหน้าใหก้ ับประเทศอกี ด้านหนึ่ง คอื พระราช
กรณยี กจิ เพ่อื การพฒั นาเศรษฐกจิ ทรงจดั ตง้ั คลงั ออมสิน (ปจั จุบัน คอื ธนาคารออมสิน) ทรงกอ่ ต้ังบริษัทปูนซีเมนต์
ไทยนอกจากนี้ยงั มีพระราชกรณียกิจดา้ นกิจการกองเสือป่าและกองลูกเสือพระองค์ทรงจัดตั้งกองเสือป่า เมื่อวันที่
1 พฤษภาคม พ.ศ. 2454 มีพระราชประสงค์ที่จะฝึกหัดอบรมข้าราชการพลเรือนให้ได้รับการฝึกอบรมอย่างทหาร
เปน็ พลเมอื งทม่ี รี ะเบียบวนิ ัยและมีความสามัคคีในชาติ สว่ นกองลกู เสือโปรดเกล้าฯ ใหจ้ ดั ต้ังเป็นกจิ การของเยาวชน
ตงั้ ขึ้นคู่กบั กองเสอื ป่า เม่อื วนั ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2454 และไดร้ ับการยกยอ่ งวา่ เปน็ พระบิดาแห่งลูกเสอื ไทย
แม้พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จะทรงพระปรีชาสามารถทางด้านการปกครอง ทรงมีความ
เปน็ ประชาธิปไตยแต่ชาวไทยและชาวต่างประเทศก็รจู้ กั พระองค์และยกย่องพระองคท์ างด้านอกั ษรศาสตรม์ ากกว่ามี
พระราชนิพนธ์มากมายทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เช่นพระขรรค์เพชร ศรีอยุธยา นายแก้วนายขวัญ เป็นต้น
ในรัชสมัยของพระองค์นับเป็นยุครุ่งเรืองของกิจการพิมพ์และหนังสือพิมพทรงได้รับการถวายพระราชสมัญญาวา่
“สมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า” หมายถึง พระมหากษัตริย์ผู้เป็นปราชญ์ที่ยิ่งใหญ่ มิใช่จะทรงเป็นปราชญ์ด้านอักษร
ศาสตร์ ผู้รจนาคำประพันธ์หลากหลายประเภทจำนวนมากเท่านั้น หากแต่ทรงเป็นพระเจ้าแผ่นดินผู้มีความสุขุม
คัมภีรภาพ ทรงมีพระราชวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล จึงทรงวางแผนบริหารประเทศในลักษณะ “การตั้งรับและปอ้ งกนั ”
ปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต เช่น การป้องกันตนเองของพลเรือน การวางระบบให้การศึกษาแก่ราษฎร
ทงั้ ประเทศ
พระบาทสมเด็จพระปกเกลา้ เจา้ อยูห่ ัว (รชั กาลที่ 7)
พระราชประวตั ิ
พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พระนามเดิมว่า สมเด็จเจ้าฟ้าประชาธิปกศักดิเดชน์ เป็นพระราช
โอรสในพระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกล้าเจ้าอยู่หัวกับสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินนี าถ พระบรมราชชนนีพันปี
หลวง เสด็จพระบรมราชสมภพ เมื่อวันพุธที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2436 เสด็จขึ้นครองราชสมบัติ เมื่อวันพฤหัสบดี
ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468ทรงสละราชสมบัติ เมื่อวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2477 เสด็จสวรรคต เมื่อวันศุกร์
ที่ 30 พฤษภาคมพ.ศ. 2484
พระราชกรณยี กิจ
พระองคท์ รงริเริม่ สิง่ ใหมใ่ หป้ รากฏในแผน่ ดินหลายประการ ท้ังการเมืองการปกครอง เศรษฐกจิ และสังคม
โดยเฉพาะการวางรากฐานระบบข้าราชการพลเรอื นไทยในยุคปจั จุบัน อนั มาจากแนวพระราชดำริ 4 ประการ คอื
1) ให้ข้าราชการพลเรอื นอยใู่ นระเบียบเดียวกัน
2) ใหเ้ ลอื กสรรผู้มคี วามร้คู วามสามารถเขา้ รบั ราชการ
3) ใหข้ า้ ราชการพลเรือนยดึ ถอื การเข้ารับราชการเปน็ อาชพี และ
4) ให้ข้าราชการพลเรือนมีวินัย ซึ่งจากแนวพระราชดำรินี้ ทรงร่างกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการ
พลเรือนขึน้ เป็นคร้งั แรก
นอกจากน้ยี ังมพี ระราชกรณียกจิ ตา่ ง ๆ ดงั ต่อไปน้ี
ด้านการปกครอง พระองค์มีพระราชปรารภจะพระราชทานรัฐธรรมนูญ ให้แด่คนไทยแต่ถูกทักท้วงจาก
พระบรมวงศ์ชั้นผู้ใหญ่ จึงได้ระงับไปก่อน ต่อมาเกิดเหตุการณ์ปฏิวัติโดยคณะราษฎรในวันที่ 24 มิถุนายน
พ.ศ. 2475 พระองค์จึงยินยอมสละพระราชอำนาจ และเป็นพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ นำไปสู่การต้ัง
รัฐสภา และรัฐบาล เพอ่ื บริหารราชการแผ่นดินต่อมามีการร่างรัฐธรรมนญู ฉบับใหม่ และพระราชทานรัฐธรรมนูญ
สำหรับการปกครองแผน่ ดนิ เม่ือวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2475
ด้านการศึกษาและการศาสนา ทรงปฏิรูปมหาวิทยาลัย โดยทรงสร้างกลไกการปฏิรูปมีการแต่งตั้ง
คณะกรรมการปฏิรปู จฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลัย นบั เป็นครง้ั แรกทผี่ ู้หญิงและผชู้ ายได้รับความเสมอภาคทางการศึกษา
มโี อกาสเขา้ รับการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะแพทยศาสตร์
ดา้ นศาสนา ทรงจัดพิมพพ์ ระไตรปฎิ กฉบับพิมพ์อักษรไทยสมบรู ณ์ ขนานนามว่า “พระไตรปิฎกสยามรฐั ”
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานนั ทมหดิ ล พระอฐั มรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ 8)
พระราชประวัติ
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทรพระนามเดิมว่า พระวรวงศ์เธอ
พระองค์เจ้าอานันทมหิดล เป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก กับ
สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเสด็จพระบรมราชสมภพ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2468 เสด็จข้ึน
ครองราชสมบตั เิ มื่อวันเสารท์ ่ี 2 มนี าคม พ.ศ. 2477 เสดจ็ สวรรคต เมอ่ื วนั อาทิตย์ท่ี 9 มิถนุ ายน พ.ศ. 2489
พระราชกรณยี กิจ
พระราชกรณียกิจในการบริหารจัดการของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล ด้านการ
ปกครอง ได้พระราชทานรฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2489 ซึ่งเป็นรัฐธรรมนญู ฉบับถาวรฉบับ
ท่ี 2 ประกาศใชห้ ลังจากรฐั ธรรมนูญฉบับถาวร ฉบบั ที่ 1 พทุ ธศกั ราช 2475 ท่ีประกาศใช้มาเปน็ เวลา 14 ปี
การแก้ไขความบาดหมางระหว่างชาวไทย - จีน โดยพระองค์ได้เสด็จประพาสสำเพ็ง อย่างเป็นทางการ
โดยมพี ระราชประสงค์สำคญั ท่ีจะเช่อื มสัมพันธไมตรีระหวา่ งชาวไทยกบั ชาวจนี นอกจากนี้ พระองคไ์ ดท้ รงประกอบ
พระราชกรณียกิจทีม่ ีความสำคัญและเป็นคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติอย่างไพศาล ในฐานะพระประมุขสูงสุดของ
ประเทศไทย ซึ่งเปน็ ประเทศเอกราช โดยการเสด็จพระราชดำเนินตรวจพลสวนสนามกองทหารสหประชาชาติพร้อม
ด้วยลอร์ด หลุยส์ เมานต์แบตเตน ผู้บัญชาการทหารฝ่ายสัมพันธมิตรในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้การเสด็จพระราช
ดำเนนิ ในครง้ั นเ้ี ป็นการประกาศยืนยนั แน่ชัดถงึ สถานภาพความเปน็ เอกราชของประเทศไทย สร้างขวัญและกำลังใจ
ใหแ้ ก่ประชาชนชาวไทยอย่างดียง่ิ
พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู ิพลอดลุ ยเดช (รชั กาลท่ี 9)
พระราชประวัติ
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดลุ ยเดช (รัชกาลที่ 9) พระนามเดิมว่าพระวรวงศ์เธอ พระองคเ์ จ้า
ภูมิพลอดลุ ยเดช เป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระมหติ ลาธิเบศรอดลุ ยเดชวกิ รมพระบรมราชชนก กับสมเด็จพระศรี
นครินทราบรมราชชนนี เสด็จพระบรมราชสมภพเมื่อวันจันทร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2470 เสด็จขึ้นครองราชสมบัติ
เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2489 และในวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2493 โปรดเกล้าให้ตั้งการพระราชพิธีบรม
ราชาภิเษกตามแบบอย่างโบราณราชประเพณี มีพระปฐมบรมราชโองการแก่ประชาชนชาวไทยว่า “เราจะครอง
แผน่ ดนิ โดยธรรม เพือ่ ประโยชน์สขุ แหง่ มหาชนชาวสยาม” เสดจ็ สวรรคต เมอ่ื วนั พฤหสั บดีที่ 13 ตลุ าคม พ.ศ. 2559
พระราชกรณยี กิจ
พระราชกรณียกิจของพระองค์ในระยะเริ่มแรก ทรงเน้นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้านำไปสู่การพัฒนา
เน้นการเกษตรเป็นหลัก เพราะราษฎรส่วนใหญข่ องประเทศประกอบอาชีพกสิกรรม ทรงตระหนักวา่ เกษตรกรสว่ น
ใหญ่การศึกษาน้อย ขาดหลักวิชาสมัยใหมต่ ้องเผชิญปัญหาดา้ นทรัพยากรธรรมชาตนิ ้ำ ดิน ป่าไม้ แตกต่างกันไปใน
แต่ละภูมิภาค พระองค์มีพระราชประสงค์ให้เกษตรกรเรยี นรู้เรือ่ งการอาชีพ มีการพัฒนาที่เหมาะสมสอดคล้องกบั
สภาพแวดล้อม ดังที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริข้ึน
ในภูมภิ าคต่าง ๆ ไดแ้ ก่
1. ศูนย์ศกึ ษาการพฒั นาห้วยฮอ่ งไคร้ จังหวดั เชียงใหม่
2. ศูนยศ์ กึ ษาการพัฒนาภพู าน จงั หวดั สกลนคร
3. ศูนยศ์ กึ ษาการพฒั นาหว้ ยทราย จงั หวดั เพชรบุรี
4. ศนู ย์ศึกษาการพฒั นาเขาหนิ ซ้อน จังหวดั ฉะเชงิ เทรา
5. ศนู ยศ์ ึกษาการพฒั นาอ่าวคงุ้ กระเบน จังหวดั จนั ทบรุ ี
6. ศนู ย์ศึกษาการพฒั นาพกิ ลุ ทอง จงั หวัดนราธิวาส
พระราชกรณียกิจด้านการพัฒนาที่สำคัญ คือ การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเปน็
สิ่งที่ทรงสนพระราชหฤทัยอย่างยิ่ง ทรงตระหนักว่าปัญหาเกษตรกรมาจากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่
เสื่อมโทรม ถูกทำลายจำนวนมาก ทรงคิดค้น ดัดแปลงปรับปรุง และแก้ไขด้วยการพัฒนาที่ดำเนินการได้ง่าย ไม่
ยุ่งยากซับซอ้ น สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงของความเป็นอยู่ และระบบนิเวศในแต่ละภูมภิ าค พระราชกรณยี
กิจที่ทรงปฏิบตั ิมาตลอดรัชสมัยเป็นทีย่ อมรับ ทรงสร้างรูปแบบที่เป็นตัวอย่างของการพัฒนาแบบยั่งยืน ผสมผสาน
ความต้องการของราษฎรให้เข้ากับการประกอบอาชีพ โดยทรงนำพระราชดำริมาปฏิบัติจริง และสามารถพัฒนาให้
เปน็ ทฤษฎใี หม่ ซึ่งเปน็ ระบบการจัดการทดี่ นิ และแหล่งนำ้ เพ่ือการเกษตรทยี่ งั่ ยนื ทำใหเ้ กษตรกรสามารถดำเนินชีวิต
ไดอ้ ย่างมีความสุขตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อการพัฒนาประเทศ
โดยทรงเน้นคนเป็นศูนย์กลางตลอดมา พระองค์เป็นต้นแบบการบริหารจัดการที่ดีในทุกพระราชภารกิจ ในฐานะ
พระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ ทรงเกื้อหนุนการบริหารราชการทุกรัฐบาล แนวพระราชดำริจำนวนมาก
ทพี่ ระราชทานให้รฐั บาลนำไปปฏบิ ัติลว้ นมีจุดมุง่ หมายให้ประชาชนชาวไทยมคี วามสุข ได้รบั บริการจากรฐั อยา่ งทว่ั ถึง
เขา้ ถงึ ทรัพยากรของชาติอยา่ งเทา่ เทยี มกัน และใช้ทรัพยากรอยา่ งชาญฉลาด
พระราชกรณียกิจในช่วงสมัยต้น ๆ เป็นลักษณะของการพัฒนาสังคม เช่น การรณรงค์หาทุนเพื่อก่อสร้าง
อาคารพยาบาล การต่อสู้โรคเรื้อนของมูลนิธิราชประชาสมาสัย การจัดตั้งโรงเรียนสงเคราะห์เด็กยากจน พระราช
กรณียกิจดา้ นการพัฒนาท่ีสำคัญย่งิ คือ งานพฒั นาทเี่ กี่ยวขอ้ งกบั น้ำ ศาสตร์ทัง้ ปวงท่ีเก่ียวกับน้ำ ทั้งการพัฒนา การ
จัดหาแหล่งน้ำการเก็บกักน้ำ การระบาย การควบคุม การทำน้ำเสียให้เป็นน้ำดี ตลอดจนการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม
นอกจากนี้ ยังมีพระราชดำริเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาน้ำเสีย เช่น โครงการ “น้ำดีไล่น้ำเสีย” ในการแก้ไขปัญหา
มลพษิ ทางน้ำ โดยทรงใชน้ ้ำที่มคี ณุ ภาพดีจากแม่น้ำเจ้าพระยาให้ชว่ ยผลักดันและเจือจางนำ้ เนา่ เสยี ใหอ้ อกจากแหล่ง
น้ำของชุมชนภายในเมืองตามคลองต่าง ๆแนวพระราชดำริด้านการเกษตรที่สำคัญ คือ “ทฤษฎีใหม่” เป็นการใช้
ประโยชนจ์ ากพื้นทท่ี ี่มีอย่จู ำกัดให้เกดิ ประโยชน์สงู สุด
พ.ศ. 2540 ประเทศไทยประสบปัญหาภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมพิ ลอดุลย
เดช พระราชทานหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ทรงชแี้ นะแนวทางการดำเนนิ ชีวิตให้แก่ราษฎร เป็นผลให้เกิด
การพัฒนาสงั คมและทรัพยากรบคุ คลอยา่ งมน่ั คง ย่งั ยืน และสงบสุข
โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในรัชสมัยของพระองค์มีทั้งสิ้นมากกว่า 4,000 โครงการอยู่ในความ
รับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน
กปร.)
นอกจากน้พี ระองค์ยังทรงมพี ระปรชี าสามารถในศาสตรส์ าขาต่าง ๆ ซึ่งสง่ ผลตอ่ การพัฒนาทั้งสิ้น ทั้งในด้าน
การประดษิ ฐ์ ไดแ้ ก่ การประดิษฐ์ “กังหนั ชัยพฒั นา” ซึ่งเป็นเครอ่ื งกลเติมอากาศแบบท่นุ ลอย
งานทางด้านวรรณศิลป์ พระองค์ทรงเชี่ยวชาญในภาษาหลายภาษาทรงพระราชนิพนธ์บทความ แปล
หนังสือ เช่น นายอินทร์ผู้ปิดทองหลังพระ ติโต พระมหาชนก และพระมหาชนกฉบับการ์ตนู เป็นต้น งานทางด้าน
ดนตรี พระองค์ทรงพระปรีชาสามารถเป็นอยา่ งมาก และรอบรู้ในเรื่องการดนตรีเป็นอยา่ งดี พระองค์ทรงดนตรีได้
หลายชนิด เช่น แซ็กโซโฟนคลาริเน็ต ทรัมเป็ต กีตาร์และเปียโน พระองค์ยังได้ประพันธ์เพลงที่มีความหมายและ
ไพเราะหลายเพลงด้วยกัน เช่น เพลงพระราชนิพนธ์แสงเทียน เป็นเพลงแรก นอกจากนี้ยังมเี พลงสายฝน ยามเย็น
ใกลร้ ุ่ง ลมหนาว ย้ิมสู้ สายลม คำ่ แล้ว ไกลกังวล ความฝันอนั สูงสุด เราสู้ และเพลงพรปใี หม่ เปน็ ตน้
ตลอดรัชสมัยพระองค์ได้ทรงทุ่มเทกำลังพระวรกาย และกำลังพระสติปัญญา เพื่อพสกนิกรของพระองค์
ดังที่ปรากฏในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต่าง ๆ ซึ่งเป็นพระราชกรณียกิจดา้ นการพัฒนาเพ่ือบำบัดทุกข์
บำรงุ สุขของประชาชนเพอ่ื ให้ประชาชนของพระองค์มีความเกษมสขุ โดยเท่าเทยี มกัน
กล่าวได้ว่า นับแต่เมื่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ
พระองค์ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อประโยชน์สุขของปวงอาณาประชาราษฎร์และความ
เจริญกา้ วหน้าของชาติบ้านเมืองเป็นอเนกประการยงั ผลให้ราษฎร อยเู่ ยน็ เป็นสุขภายใต้พระบรมโพธิสมภารตลอดมา
พระองค์จึงทรงเป็นมิง่ ขวญั ศูนย์รวมจิตใจ และพลงั สามคั คีของคนไทยทง้ั ชาตติ ลอดกาลนริ นั ดร์
สมเด็จพระเจ้าอย่หู วั มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกรู (รัชกาลที่ 10)
พระราชประวตั ิ
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร พระนามเดิมว่าสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ
เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ เป็นพระราชโอรสพระองค์เดียวในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
(รัชกาลที่ 9) กับสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถเสด็จพระราชสมภพ เมื่อวันจันทร์ที่ 28 กรกฎาคม
พ.ศ. 2495
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม
ให้ประกาศสถาปนาสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ ขึ้นเป็น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช
เจ้าฟ้ามหาวชริ าลงกรณ สยามมกุฎราชกมุ าร เมือ่ วนั ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2515
ภายหลังจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่ 9) เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 13
ตุลาคม พ.ศ. 2559 สภานิติบัญญัติแห่งชาติรับทราบมติคณะรัฐมนตรี กราบบังคมทูลเชิญสมเด็จพระบรมโอรสา
ธิราช เจ้าฟา้ มหาวชิราลงกรณ สยามมกฎุ ราชกุมาร เสด็จขึน้ ครองสิริราชสมบตั สิ บื ราชสนั ตตวิ งศ์เปน็ พระมหากษตั ริย์
รชั กาลท่ี 10 เมอ่ื วันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559
ต่อมาในวนั ท่ี 1 ธันวาคม พ.ศ. 2559 พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ผสู้ ำเร็จราชการแทนพระองค์ นายพรเพชร
ลิขิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี นายวีระพล ตั้งสุวรรณ
ประธานศาลฎีกา เข้าเฝ้าทูลละอองพระบาท กราบบังคมทูลเชิญขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 10
แหง่ พระบรมราชจักรวี งศ์ โดยสมเด็จพระบรมโอรสาธริ าช เจ้าฟา้ มหาวชิ ราลงกรณ สยามมกุฎราชกมุ าร ทรงตอบรับ
ข้ึนทรงราชย์ เฉลมิ พระปรมาภไิ ธยว่า“สมเดจ็ พระเจา้ อยู่หวั มหาวชริ าลงกรณ บดนิ ทรเทพยวรางกรู ”
พระราชกรณียกิจ
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงปฎิบัติพระราชกรณียกิจ เพื่อแบ่งเบา
พระราชภาระในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่ 9) และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์
พระบรมราชินีนาถ มาตั้งแต่ครั้งยังทรงพระเยาว์เริ่มตั้งแต่การตามเสด็จพระราชดำเนินไปยังภูมิภาคต่าง ๆ
เพื่อทอดพระเนตรความเป็นอยู่และความทุกข์ยากเดือดร้อนของราษฎรทรงเรียนรู้แนวทางการพระราชทานความ
ช่วยเหลือราษฎรซึง่ ประสบปัญหาแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่โดยเฉพาะการพฒั นาอาชีพ การพัฒนาแหล่งน้ำและการ
พัฒนาชวี ิตความเป็นอย่ขู องราษฎรผ้ยู ากไรใ้ นถิ่นทุรกนั ดาร ทำให้ทรงเข้าพระราชหฤทัยถงึ ความทุกข์ยากของราษฎร
ทกุ หมู่เหลา่
ด้านการศึกษา ทรงพระกรุณาพระราชทานพระราชทรัพย์ร่วมสนับสนุนให้กรมสามัญศึกษา
กระทรวงศึกษาธิการ ก่อตั้งโรงเรียนมัธยมศึกษาในถิ่นทุรกันดาร 6 แห่ง ทรงรับโรงเรียนไว้ในพระราชูปถัมภ์
พระราชทานวสั ดุอปุ กรณก์ ารศึกษาท่ที นั สมยั เช่น คอมพวิ เตอร์ โทรทัศน์ วิดีทัศน์ และในดา้ นการอดุ มศึกษา
ด้านการแพทย์และสาธารณสุข ทรงตระหนักว่าสุขภาพพลานามัยอันดีของประชาชนเป็นปัจจัยสำคัญ
ของการสร้างสรรค์ทรัพยากรบุคคล จึงทรงสนพระราชหฤทัยในการประกอบพระราชกณียกิจ เช่น เมื่อรัฐบาลได้
น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช 21 แห่งทั่วประเทศ พระองค์ก็ได้ทรงพระอุตสาหะ
เสด็จฯ ไปทรงประกอบพิธีเปิดโรงพยาบาลทุกแห่งและทรงเยี่ยมโรงพยาบาลอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งพระราชทาน
พระราชทรัพยส์ นับสนุนใหม้ ีอุปกรณ์การแพทย์ เคร่อื งมือเครื่องใช้ท่ีทันสมัย
ด้านสังคมสงเคราะห์ ทรงพระกรุณาห่วงใยการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะเยาวชน
ท่ีดอ้ ยโอกาส ไดเ้ สด็จฯ ไปทรงเย่ียมชมุ ชนแออัดของกรุงเทพฯ หลายแห่ง เช่น ชุมชนแออดั พระโขนง เขตคลองเตย
เขตยานนาวา พระราชทานพระราชทรัพย์สนับสนุนโครงการของชุมชน เช่น โครงการพัฒนาเด็กเล็กที่ขาดแคลน
โครงการปราบปรามยาเสพตดิ
ด้านการต่างประเทศ ทรงเสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล
อดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ไปทรงเยือนมิตรประเทศทั่วทุกทวีป เช่น ประเทศอิตาลี
สาธารณรัฐประชาชนจีน ญี่ปุ่น อิหร่าน เนปาล สาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา สาธารณรัฐเปรู
ออสเตรเลีย สิงคโปร์ นอกจากจะมุ่งเจริญสมั พันธไมตรแี ลว้ ยงั ทรงสนพระราชหฤทยั ในการทอดพระเนตรและศึกษา
กิจการต่างๆ ที่จะทรงนำประโยชน์มาใช้ในการพัฒนาประเทศไทย เช่น เสด็จฯ ไปทรงเย่ี ยมชมกิจการทหาร
ศิลปวฒั นธรรม อุตสาหกรรมและความเป็นอยู่ของประชาชน
ด้านเกษตรกรรม เมื่อครั้งยังเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงทำปุ๋ยหมัก
จากผกั ตบชวาและวชั พชื อื่น ๆ เปน็ ปฐมฤกษ์ เพอ่ื พระราชทานแกเ่ กษตรกร สำหรับนำไปใชใ้ นการเพาะปลกู เป็นการ
เพิ่มผลผลิต ที่บ้านแหลมสะแก ตำบลเดิมบาง อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี เมื่อวันที่ 23 มีนาคม
พ.ศ. 2528 นอกจากนี้ยังทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจเพื่อส่งเสริมกิจการด้านเกษตรกรรม เช่น เสด็จฯ
แทนพระองคใ์ นการพระราชพิธพี ชื มงคล
ด้านพระศาสนา ทรงเสด็จฯ แทนพระองค์ไปปฏิบัติพระราชกรณียกิจทางศาสนาเป็นประจำสม่ำเสมอ
เชน่ ทรงเปล่ยี นเคร่อื งทรงพระพุทธมหามณรี ตั นปฏิมากร ณ วดั พระศรรี ตั นศาสดาราม ตามฤดกู าล รวมถึงการเสด็จ
พระราชดำเนนิ ไปในการพระราชทานถ้วยรางวลั การทดสอบการอัญเชญิ พระมหาคมั ภรี อ์ ัลกุรอ่านระดบั ประเทศ
ด้านการกีฬา ทรงพระราชทานพระราชานุญาตให้จัดงานกิจกรรมปั่นจักรยาน “Bike อุ่นไอรัก” ในงาน
“อุ่น ไอรัก คลายความหนาว สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์” ทรงพระราชทานเสื้อสำหรับใส่ปั่นจักรยาน และน้ำดื่ม
พระราชทาน ใหก้ บั ประชาชนผู้ที่เข้ารว่ มกิจกรรม และทรงนำประชาชนปั่นจักรยาน “Bike อ่นุ ไอรัก” เส้นทางพระ
ลานพระราชวังดุสิต - สวนสุขภาพลัดโพธิ์ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ รวมระยะทางไปกลับ 39 กม. กำหนด
จัดขึ้นเวลา 15.00 น. ในวันที่ 9 ธ.ค. 2561 โดยกิจกรรมนี้พระราชานุญาตให้จัดขึ้นเพื่อเป็นการแสดงให้เห็นว่า
สถาบันพระมหากษัตริย์กับประชาชนมีความใกล้ชิดกัน อีกทั้งผู้ที่ร่วมกจิ กรรมปั่นจักรยานยังแสดงให้เห็นการรวม
พลังความสามคั คีของคนไทยทัง้ ชาติ และเห็นความสำคญั ในการออกกำลงั กายและส่งเสริมสุขภาพร่างกายใหแ้ ขง็ แรง
สมบูรณ์
ด้านการทหาร ทรงสนพระราชหฤทัยในวทิ ยาการด้านการทหารมาตัง้ แต่ยังทรงพระเยาว์ นอกจากทรงรบั
การศกึ ษาดา้ นการทหารจากประเทศออสเตรเลียแลว้ ยงั ทรงพระวิริยะอตุ สาหะเพ่ิมพูนความรู้และประสบการณ์อยู่
ตลอดเวลา โดยเฉพาะในดา้ นวิทยาการการบิน ทรงรับราชการทหารมาโดยตลอดตั้งแต่วันที่ 9 ม.ค.2518 และทรง
ดำรงพระยศทางทหารของ 3 เหลา่ ทัพ คอื พล.อ. พล.ร.อ. พล.อ.อ. โดยทรงเขา้ รว่ มปฏิบัติการรบในการต่อต้านการ
ก่อการรา้ ยในภาคเหนอื และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมทงั้ การคุม้ กนั พ้นื ท่ีในบรเิ วณรอบคา่ ยผู้อพยพชาวกัมพูชา
ที่เขาลา้ น จ.ตราด อีกทงั้ ยงั เสด็จพระราชดำเนนิ ไปในพิธีการดา้ นทหาร อาทิ งานวนั ราชวัลลภ
ด้านการบิน พ.ศ. 2552 ทรงปฏิบัติหน้าที่นักบินที่ 1 เครื่องบินโบอิ้ง 737 - 400 ในเที่ยวบินสายใยรัก
แห่งครอบครัว ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย และจัดหาอุปกรณ์ด้านการแพทย์ สำหรับโรงพยาบาลใน 3 จังหวัด
ชายแดนภาคใต้, (เที่ยวบินที่ ทีจี 8870 (กรุงเทพมหานครถึงจังหวัดเชียงใหม่) และเที่ยวบินที่ ทีจี 8871 (จังหวัด
เชียงใหมถ่ ึงกรงุ เทพมหานคร)
ด้านราชการ วันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2535 - ปัจจุบัน ทรงดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการหน่วยบญั ชาการถวาย
ความปลอดภัย สำนักผู้บัญชาการทหารสูงสุด ปัจจุบันคือ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์
เป็นสว่ นราชการในพระองค์
บรรณานุกรม
http://gg.gg/v4cxv
younghappy.com/blog/life-style/kingofthailand/
คณะผู้จัดทำ
ท่ีปรึกษา ผอ.กศน.อำเภอบ้านบึง
นางสาวพวงสุวรรณ์ พนั ธุม์ ะม่วง ครูชำนาญการพิเศษ
นางจันทนี ก่ิงไทรงาม ครูผชู้ ว่ ย
นางสาวอศิ ราภรณ์ สริ ธิ นศักด์ิ
บรรณารกั ษ์
ผู้รวบรวม / เรยี บเรียง
นางสาวสุชาดา เน่อื งจำนงค์
ห้องสมุดประชาชนอำเภอบา้ นบงึ
ศูนย์การศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั อำเภอบ้านบงึ
สำนกั งานสง่ เสรมิ การศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั จงั หวดั ชลบรุ ี