ค ำน ำ ปัจจุบันประเทศไทยของเราก าลังเข้าสู่ภาวะที่เรามีเด็กน้อยลง และผู้ที่ท างานนนวัยกลางนนเร่่มลด น้อยลงนนแง่ของสัดส่วน แล้วก็ผู้สูงอายุเพ่่มขึ้น อันนี้เป็นสถ่ต่ของประเทศที่พัฒนาแล้วกันทุกแห่ง ประเทศที่ พัฒนาแล้วมีแนวน่ดหรือน่าน่ยมที่จะมีบุตรจ านวนน้อย ไม่เหมือนสมัยก่อนที่น่ยมมีบุตรจ านวนมาก บาง นรอบนรัวมีเป็นส่บนน หรืออย่างน้อยก็เจ็ดนน นนประเทศไทยปัญหานหญ่ นือ เรื่องเศรษฐก่จเกือบนรึ่งหนึ่ง ของผู้สูงอายุนนประเทศไทยมีรายได้ไม่พอนช้ นนการจะพัฒนานุณภาพชีว่ตของผู้สูงอายุนั้น ส าหรับเมืองไทยเรานี้ อีกประมาณ 15 ปี หรือปี 2568 เมืองไทยเราจะเป็นสังนมผู้สูงอายุเต็ม รูปแบบ นือ จะมีผู้สูงอายุเกือบจะ 30 เปอร์เซ็นต์ ประเทศที่พัฒนาต่างๆ หลายประเทศก็เร่่มที่จะมีมาตรการ ออกมา อย่างเช่น ญี่ปุ่น ก็มีการตั้งหมู่บ้านผู้สูงอายุ นนหลายประเทศก็มี การบังนับว่านนรที่อายุสี่ส่บขึ้นไป จะต้องโดนหักเง่นเดือนไปเพื่อเข้ากองทุน เพื่อน าไปนช้นนเวลาที่แก่ชรา โดยสรุปนือ ผู้สูงวัยหรือผู้สูงอายุ ที่อยู่ อย่างเหงา ซึมเศร้า หรือว่าสดชื่น อยู่ที่ว่ารู้หลักนนการนช้เวลาของชีว่ตได้ดีหรือเปล่า ถ้าหากหมั่นสร้างบุญ สร้างกุศลทุกวันล่ะก็ ทุกนืนที่ผ่านไปมีนุณน่าตลอด เราจะเป็นผู้สูงอายุที่ภูม่นจนนตัวเอง มีชีว่ตที่มีนุณน่า มีนวามหมาย ทั้งต่อตนเอง และลูกหลาน รวมทั้งสังนมรอบข้างตลอดไป กศน.อ าเภอสัตหีบ เห็นนวามส านัญนนการส่งเสร่มนห้ประชาชนนนพื้นที่ต าบลสัตหีบมีสุขภาวะ อนามัยที่ดีดังนั้นจึงนห้ กศน.ต าบลสัตหีบ จัดโนรงการส่งเสร่มผู้สูงวัยนส่นจสุขภาพขึ้น นางปิยวดี เตชะวงศ์ มีนานม 2563
สารบัญ หน้า บทที่ 1 บทน า....................................................................................................................................................1 ความเป็นมา.................................................................................................................................1 วัตถุประสงค์.................................................................................................................................1 เป้าหมาย......................................................................................................................................1 ผลที่คาดว่าจะได้รับ......................................................................................................................1 ดัชนีวัดผลส าเร็จของโครงการ......................................................................................................2 2 เอกสารการศึกษาและรายงานที่เกี่ยวข้อง...........................................................................................3 นโยบายและยุทธศาสตร์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย งบประมาณ 2563.....3 นโยบายและจุดเน้นการด าเนินงาน กศน.อ าเภอสัตหีบประจ าปีงบประมาณ พ.ศ.2563.............11 การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต..................................................................................................19 โภชนาการส าหรับผู้สูงอายุ..........................................................................................................19 3 วิธีด าเนินงาน........................................................................................................................................30 ประชุมบุคลากรกรรมการสถานศึกษา.........................................................................................30 จัดตั้งคณะท างาน ........................................................................................................................30 ประสานงานกับหน่วยงานและบุคคลที่เกี่ยวข้อง.........................................................................30 ด าเนินการตามแผน.....................................................................................................................30 วัดผล/ประเมินผล/สรุปผลและรายงาน.......................................................................................30 4 ผลการด าเนินงานและการวิเคราะห์ข้อมูล..........................................................................................32 ตอนที่ 1 ข้อมูลส่วนตัวผู้แบบสอบถามของผู้เข้ารับการอบรมในโครงการส่งเสริมผู้สูงวัยใส่ใจ สุขภาพ ส าหรับผู้สูงอายุ............................................................................................................32 ตอนที่ 2 ข้อมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นที่มีต่อโครงการส่งเสริมผู้สูงวัยใส่ใจสุขภาพ.... ....................33 5 สรุปผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ................................................................................................35 สรุปผลการด าเนินงาน.................................................................................................................35 อภิปรายผล..................................................................................................................................36 ปัญหาและอุปสรรค.....................................................................................................................36 ข้อเสนอแนะ................................................................................................................................36 บรรณานุกรม ภาคผนวก
สารบัญตาราง ตารางที่ หน้า 1 แสดงค่าร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยจ าแนกตามเพศ..............................................32 .................................................................................................................................................2 แสดงค่าร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยจ าแนกตามอายุ..........................................................................32 3 แสดงค่าร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยจ าแนกตามอาชีพ ...........................................32 4 ผลการประเมินโครงการส่งเสริมผู้สูงวัยใส่ใจสุขภาพ.............................................................33
บทสรุปผู้บริหาร โครงการส่งเสริมผู้สูงวัยใส่ใจสุขภาพ จัดขึ้นในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรม ตระหนักถึงการดูแลสุขภาพของตัวเอง และมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพของตัวเองและสามารถ น าความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้ในชีวิตประจ าวันและเผยแพร่ได้กลุ่มเป้าหมายคือ กลุ่มผู้สูงอายุและประชาชน ทั่วไป ในพื้นที่ต าบลสัตหีบ จ านวน 20 คน โดยจะใช้กลุ่มเป้าหมายทั้งหมดในการค านวณโดยใช้โปรแกรมส าเร็จรูป คอมพิวเตอร์ (โปรแกรมตารางค านวณ) เพื่อสรุปผลการด าเนินงานในครั้งนี้ วิธีการด าเนินงาน โดยการส ารวจความต้องการของประชาชนและน าผลจากการส ารวจมาจัดท า กิจกรรมโครงการส่งเสริมผู้สูงวัยใส่ใจสุขภาพ ให้กับกลุ่มผู้สูงอายุและประชาชน ทั่วไปในพื้นที่ต าบลสัตหีบ จ านวน 20 คน ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563 ณ กลุ่มหัตถศิลป์สัตหีบ หมู่ 5 ต าบลสัตหีบ อ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยมี นางเสาวนีย์ โกมลวานิช เป็นวิทยากร จัดการเรียนการสอนในครั้งนี้ หลังจากการจัด กิจกรรมโครงการแล้วมีการแจกแจงแบบประเมินความพึงพอใจ ส าหรับผู้เข้าร่วมโครงการทั้งหมด จ านวน 20 ชุด แล้วน าข้อมูลที่ได้มาค านวณทางสถิติ หาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ในการแปรผล ผลการด าเนินงาน จากการน าข้อมูลที่ได้มาท าการค านวณหาค่าสถิติต่างๆ สรุปว่า ผู้เข้าร่วม กิจกรรม มีความพึงพอใจอยู่ใน ระดับ 4.65 (มากที่สุด)
1 บทที่ 1 บทน ำ โครงกำรส่งเสริมผู้สูงวัยใส่ใจสุขภำพ สอดคล้องกับนโยบำยเร่งด่วนยุทธศำสตร์ด้ำนกำรพัฒนำและเสริมสร้ำงศักยภำพคนให้มีคุณภำพ ข้อ 3.5 เตรียมควำมพร้อมกำรเข้ำสู่สังคมผู้สูงอำยุที่เหมำะสมและมีคุณภำพ จัดการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตส าหรับผู้สูงอายุภายใต้แนวคิด “Active Aging” การศึกษาเพื่อ พัฒนาคุณภาพชีวิต และพัฒนาทักษะชีวิต ให้สามารถดูแลตนเองทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต และรู้จักใช้ ประโยชน์จากเทคโนโลยี 1.หลักกำรและเหตุผล ผู้สูงอายุหรือคนชรา ตามค าจ ากัดความขององค์การอนามัยโลก หมายถึงคนที่มีอายุ 60 ปี ขึ้นไปทั้งเพศ หญิงและเพศชาย ปัจจุบันประเทศต่างๆทั่วโลกมีอัตราการเพิ่มจ านวนของผู้สูงอายุมากขึ้นเรื่อยๆทุกปี เหตุที่เป็น เช่นนี้เนื่องจากความเจริญก้าวหน้าทางการแพทย์และการพัฒนางานด้านสาธารณสุขท าให้สุขภาพอนามัยของ ประชาชนดีขึ้นและมีอายุยืนยาวท าให้ผู้สูงอายุในประเทศไทยมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น ผู้สูงอายุถือได้ว่าเป็นทรัพยากรของชาติที่มีคุณค่าทุกคนควรให้ความรักเคารพ และดูแลเอาใจใส่เนื่องจาก เป็นผู้ที่สร้างประโยชน์แก่ประเทศชาติมาก่อน สามารถถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ และวัฒนธรรมอันดีไปสู่ ลูกหลาน แต่ปัจจุบันผู้สูงอายุถูกทอดทิ้งจากบุตรหลานมากขึ้นท ากิจวัตรและดูแลตัวเองในเรื่องของความเป็นอยู่ใน ชีวิตประจ าวันมากขึ้น ฉะนั้นผู้สูงอายุควรต้องได้รับความรู้ในเรื่อง การรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ การออก ก าลังกาย การดูแลสุขภาพปากและฟัน การป้องกันอุบัติเหตุเหล่านี้เป็นต้น เพื่อที่จะสามารถดูแลสุขภาพร่างกาย ของตัวเองได้ท าให้เกิดปัญหาได้น้อยที่สุดและส่งผลให้จิตใจสดชื่น แจ่มใส ช่วยให้คนรอบข้างหรือครอบครัวทั้งสังคม มีความสุขด้วยและครอบครัวเป็นสถาบันที่เล็กที่สุดแต่มีความส าคัญที่สุด ถ้าครอบครัวให้ความส าคัญและเล็งเห็น ความส าคัญของผู้สูงอายุด้วยแล้วครอบครัวและสังคมไทยจะมีความสุข และทุกคนมีสุขภาพจิตที่ดีส่งผลให้ร่างกายดี ตามมาเพื่อเป็นการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุและส่งเสริมสถาบันครอบครัวดังกล่าว จึงได้ท าโครงการนี้ขึ้นเพื่อเป็น การส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุให้สามารถดูแลตัวเองได้โดยไม่เป็นภาระแก่ลูกหลาน 2.วัตถุประสงค์ 1. เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถดูแลสุขภาพของตนเองได้ 2. เพื่อส่งเสริมการจัดตั้งและด าเนินงานชมรมผู้สูงอายุและเครือข่ายให้ยั่งยืน 3 เพื่อสนับสนุนกิจกรรมขององค์กรเครือข่ายชมรมผู้สูงอายุ 3.เป้ำหมำย เชิงปริมาณ ผู้สูงอายุในต าบลสัตหีบ จ านวน 20 คน เชิงคุณภาพ กลุ่มเป้าหมายสามารถดูแลสุขภาพของตนเองได้
2 4. วิธีกำรด ำเนินกำร กิจกรรมหลัก วัตถุประสงค์ กลุ่มเป้ำหมำย เป้ำหมำย พื้นที่ ด ำเนินกำร ระยะเวลำ งบ ประมำณ 1.ส ารวจความต้องการ 2.ประสานหน่วยงานที่ เกี่ยวข้อง 3.ขออนุมัติโครงการ 4.แต่งตั้งคณะกรรมการ 5.ด าเนินงานตาม แผนงาน 6.ประเมินผลการจัด กิจกรรม 7.สรุปและรายงานผล 1. ผู้สูงอายุสามารถดูแล สุขภาพของตนเองได้ 2. ส่งเสริมการจัดตั้งและ ด าเนินงานชมรมผู้สูงอายุ และเครือข่ายให้ยั่งยืน 3.สนับสนุนกิจกรรมของ องค์กรเครือข่ายชมรม ผู้สูงอายุ ผู้สูงอายุใน หมู่ 5 ต าบล สัตหีบ จ านวน 20 คน กลุ่มหัตถศิลป์ หมู่ 5 ต าบล สัตหีบ มกราคม 63 2,300.- 5. ผลที่คำดว่ำจะได้รับ 1. ผู้สูงอายุมีสุขภาพอนามัยที่พึงประสงค์ สามารถดูแลสุขภาพของตัวเองได้ 2. ผู้สูงอายุมีโอกาสแสดงความรู้ความสามารถ และประสบการณ์ในการส่งเสริมสุขภาพ ตนเอง ครอบครัว และชุมชน 3. มีชมรมเครือข่ายผู้สูงอายุในพื้นที่แบบยั่งยืนและมีกิจกรรมต่อเนื่อง 6.ดัชนีชี้วัดควำมส ำเร็จของโครงกำร 6.1. ตัวชี้วัดผลผลิต (Outputs) 1) มีผู้เข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 2) ผู้เข้าร่วมโครงการมีความพึงพอใจในระดับ มากขึ้นไป ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 6.2. ตัวชี้วัดผลลัพธ์(Outcomes) - ผู้เข้ารับการอบรมร้อยละ 80 มีตระหนักถึงการดูแลสุขภาพของตัวเอง - ผู้เข้ารับการอบรมร้อยละ 80 มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพของตัวเองและสามารถ น าความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้ในชีวิตประจ าวันและเผยแพร่ได้ 7.กำรติดตำมและประเมินผลโครงกำร 1. แบบสอบถาม 2. แบบติดตามผู้เข้าร่วมโครงการ 3. การรายงานผลการจัดโครงการ
3 บทที่ 2 เอกสำรกำรศึกษำและรำยงำนที่เกี่ยวข้อง ในการจัดท ารายงานครั้งนี้ ได้ท าการศึกษาค้นคว้าเนื้อหาจากเอกสารการศึกษาและ รายงานที่เกี่ยวข้อง ดังต่อไปนี้ 1. นโยบายและจุดเน้นการด าเนินงาน ส านักงาน กศน.ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ.2562 1.1 วิสัยทัศน์ 1.2 พันธกิจ 1.3 เป้าประสงค์ 1.4 ตัวชี้วัดความส าเร็จ/ยุทธศาสตร์/โครงการ 2. นโยบายและจุดเน้นการด าเนินงาน กศน.อ าเภอสัตหีบ ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ.2562 3. การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต 4. โภชนาการส าหรับผู้สูองอายุ 5. งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง นโยบำยและจุดเน้นกำรด ำเนินงำน ส ำนักงำน กศน. ประจ ำปีงบประมำณ พ.ศ. 2563 วิสัยทัศน์ คนไทยได้รับโอกาสการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ สามารถด ารงชีวิตที่เหมาะสม กับช่วงวัย สอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และมีทักษะที่จ าเป็นในโลกศตวรรษที่ 21 พันธกิจ 1. จัดและส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยที่มีคุณภาพ เพื่อยกระดับ การศึกษา พัฒนาทักษะการเรียนรู้ของประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมายให้เหมาะสมทุกช่วงวัย พร้อมรับ การเปลี่ยนแปลงบริบททางสังคม และสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต 2 ส่งเสริม สนับสนุน และประสานภาคีเครือข่าย ในการมีส่วนร่วมจัดการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย และการเรียนรู้ตลอดชีวิต รวมทั้งการด าเนินกิจกรรมของศูนย์การเรียนและ แหล่งการเรียนรู้อื่น ในรูปแบบต่าง ๆ 3. ส่งเสริมและพัฒนาการน าเทคโนโลยีทางการศึกษา และเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ให้เกิด ประสิทธิภาพในการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยให้กับประชาชนอย่างทั่วถึง 4. พัฒนาหลักสูตร รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ สื่อและนวัตกรรม การวัดและประเมินผล ในทุกรูปแบบให้สอดคล้องกับบริบทในปัจจุบัน 5. พัฒนาบุคลากรและระบบการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ เพื่อมุ่งจัดการศึกษาและ การเรียนรู้ที่มีคุณภาพ โดยยึดหลักธรรมาภิบาล เป้ำประสงค์ 1. ประชาชนผู้ด้อย พลาด และขาดโอกาสทางการศึกษา รวมทั้งประชาชนทั่วไปได้รับโอกาส ทางการศึกษาในรูปแบบการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษาต่อเนื่อง และการศึกษา ตามอัธยาศัย ที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง เป็นไปตามสภาพ ปัญหา และความต้องการของแต่ละ กลุ่มเป้ำหมำย 2. ประชาชนได้รับการยกระดับการศึกษา สร้างเสริมและปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และ ความเป็นพลเมือง อันน าไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน เพื่อพัฒนาไปสู่
4 ความมั่นคงและยั่งยืนทางด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และสิ่งแวดล้อม 3. ประชาชนได้รับโอกาสในการเรียนรู้ และมีเจตคติทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เหมาะสม สามารถคิด วิเคราะห์ และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวัน รวมทั้งแก้ปัญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิต ได้อย่างสร้างสรรค์ 4. ประชาชนได้รับการสร้างและส่งเสริมให้มีนิสัยรักการอ่านเพื่อการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง 5. ชุมชนและภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ร่วมจัด ส่งเสริม และสนับสนุนการด าเนินงานการศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย รวมทั้งการขับเคลื่อนกิจกรรมการเรียนรู้ของชุมชน 6. หน่วยงานและสถานศึกษาพัฒนา เทคโนโลยีทางการศึกษา เทคโนโลยีดิจิทัล มาใช้ ในการยกระดับคุณภาพในการจัดการเรียนรู้และเพิ่มโอกาสการเรียนรู้ให้กับประชาชน 7. หน่วยงานและสถานศึกษาพัฒนาสื่อและการจัดกระบวนการเรียนรู้ เพื่อแก้ปัญหาและพัฒนา คุณภาพชีวิต ที่ตอบสนองกับการเปลี่ยนแปลงบริบทด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และสิ่งแวดล้อม รวมทั้งตามความต้องการของประชาชนและชุมชนในรูปแบบที่หลากหลาย 8. หน่วยงานและสถานศึกษามีระบบการบริหารจัดการที่เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล 9. บุคลากรของหน่วยงานและสถานศึกษาได้รับการพัฒนาเพื่อเพิ่มสมรรถนะในการปฏิบัติงาน การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัด ตัวชี้วัดเชิงปริมำณ 1. จ านวนผู้เรียนการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาชั้นพื้นฐานที่ได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายตาม สิทธิที่ก าหนดไว้ 2. จ านวนของคนไทยกลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ ที่เข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้/เข้ารับบริการกิจกรรม การศึกษาต่อเนื่อง และการศึกษาตามอัธยาศัยที่สอดคล้องกับสภาพ ปัญหา และความต้องการ 3. ร้อยละของก าลังแรงงานที่ส าเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้นขึ้นไป 4. จ านวนภาคีเครือข่ายที่เข้ามามีส่วนร่วมในการจัด/พัฒนา/ส่งเสริมการศึกษา (ภาคีเครือข่าย : สถานประกอบการ องค์กร หน่วยงานที่มาร่วมจัด/พัฒนา/ส่งเสริมการศึกษา) 5. จ านวนประชาชน เด็ก และเยาวชนในพื้นที่สูง และชาวไทยมอแกน ในพื้นที่ 5 จังหวัด 11 อ ากอ ได้รับบริการการศึกษาตลอดชีวิตจากศูนย์การเรียนชุมชนสังกัดส านักงาน กศน. 6. จ านวนผู้รับบริการในพื้นที่เป้าหมายได้รับการส่งเสริมด้านการรู้หนังสือและการพัฒนาทักษะชีวิต 7. จ านวนนักเรียนนักศึกษาที่ได้รับบริการติวเข้มเต็มความรู้ 8. จ านวนประชาชนที่ได้รับการฝึกอาชีพระยะสั้น สามารถสร้างอาชีพเพื่อสร้างรายได้ 9. จ านวน ครู กศน. ต าบล จากพื้นที่ กศน.ภาค ได้รับการพัฒนาศักยภาพด้านการจัดการเรียน การสอนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร 10. จ านวนประชาชนที่ได้รับการฝึกอบรมภาษาต่างประเทศเพื่อการสื่อสารด้านอาชีพ 11. จ านวนผู้สูงอายุภาวะพึ่งพิงในระบบ Long Term Care มีผู้ดูแลที่มีคุณภาพและมาตรฐาน 12. จ านวนประชาชนที่ผ่านการอบรมจากศูนย์ดิจิทัลชุมชน 13. จ านวนศูนย์การเรียนชุมชน กศน. บนพื้นที่สูง ในพื้นที่ 5 จังหวัด ที่ส่งเสริมการพัฒนาทักษะ การฟัง พูดภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร ร่วมกันในสถานศึกษาสังกัด สพฐ. ตชด. และกศน. 14. จ านวนบุคลากร กศน. ต าบลที่สามารถจัดท าคลังความรู้ได้ 15. จ านวนบทความเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตในระดับต าบลในหัวข้อต่าง ๆ 16. จ านวนหลักสูตรและสื่อออนไลน์ที่ให้บริการกับประชาชน ทั้งการศึกษานอกระบบระดับ การศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษาต่อเนื่อง และการศึกษาตามอัธยาศัย
5 ตัวชี้วัดเชิงคุณภำพ 1. ร้อยละของคะแนนเฉลี่ยผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ การศึกษานอกระบบ (N-NET) ทุกรายวิชาทุกระดับ 2. ร้อยละของผู้เรียนที่ได้รับการสนับสนุนการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานเทียบกับค่าเป้าหมาย 3. ร้อยละของประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่ลงทะเบียนเรียนในทุกหลักสูตร/กิจกรรมการศึกษา ต่อเนื่องเทียบกับเป้าหมาย 4. ร้อยละของผู้ผ่านการฝึกอบรม/พัฒนาทักษะอาชีพระยะสั้นสามารถน าความรู้ไปใช้ ในการประกอบอาชีพหรือพัฒนางานได้ 5. ร้อยละของผู้เรียนในเขตพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ได้รับการพัฒนาศักยภาพ หรือทักษะ ด้านอาชีพ สามารถมีงานท าหรือน าไปประกอบอาชีพได้ 6. ร้อยละของผู้จบหลักสูตร/กิจกรรมที่สามารถน าความรู้ความเข้าใจไปใช้ได้ตามจุดมุ่งหมาย ของหลักสูตรกิจกรรม การศึกษาต่อเนื่อง 7. ร้อยละของประชาชนที่ได้รับบริการมีความพึงพอใจต่อการบริการ/เข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ การศึกษาตามอัธยาศัย 8. ร้อยละของประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับบริการ/ข้าร่วมกิจกรรมที่มีความรู้ความเข้าใจ/เจตคติ ทักษะ ตามจุดมุ่งหมายของกิจกรรมที่ก าหนด ของการศึกษาตามอัธยาศัย 9. ร้อยละของนักเรียน/นักศึกษาที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในวิชาที่ได้รับบริการติวเข้มเต็มความรู้ เพิ่มสูงขึ้น 10. ร้อยละของผู้สูงอายุที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย มีโอกาสมาเข้าร่วมกิจกรรมการศึกษาตลอดชีวิต นโยบำยเร่งด่วนเพื่อร่วมขับเคลื่อนยุทธศำสตร์กำรพัฒนำประเทศ 1.ยุทธศำสตร์ด้ำนควำมมันคง 1.1 พัฒนาและเสริมสร้างความจงรักภักดีต่อสถาบันหลักของชาติ โดยปลูกฝังและ สร้างความตระหนักรู้ถึงความส าคัญของสถาบันหลักของชาติ รณรงค์เสริมสร้างความรักและความภาคภูมิใจ ในความเป็นคนไทยและชาติไทย น้อมน าและเผยแพร่ศาสตร์พระราชา หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง รวมถึงแนวทางพระราชด าริต่าง ๆ 1.2 เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง และการมีส่วนร่วมอย่างถูกต้องกับการปกครอง ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ในบริบทของไทย มีความเป็นพลเมืองดี ยอมรับ และเคารพความหลากหลายทางความคิดและอุดมการณ์ 1.3 ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยคุกคาม ในรูปแบบใหม่ ทั้งยาเสพติด การค้ามนุษย์ ภัยจากไซเบอร์ ภัยพิบัติจากธรรมชาติ โรคอุบัติใหม่ ฯลฯ 1.4 ยกระดับคุณภาพการศึกษาและสร้างเสริมโอกาสในการเข้าถึงบริการการศึกษา การพัฒนา ทักษะ การสร้างอาชีพ และการใช้ชีวิตในสังคมพหุวัฒนธรรม ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดน ภาคใต้ และพื้นที่ชายแดนอื่น ๆ 1.5 สร้างความรู้ ความเข้าใจในขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรมของประเทศเพื่อนบ้าน ยอมรับและเคารพในประเพณี วัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ และชาวต่างชาติที่มีความหลากหลาย ในลักษณะ พหุสังคมที่อยู่ร่วมกัน
6 2 ยุทธศำสตร์ด้ำนกำรสร้ำงควำมสำมำรถในกำรแข่งขัน 2.1 เร่งปรับหลักสูตรการจัดการศึกษาอาชีพ กศน. เพื่อยกระดับทักษะด้านอาชีพของประชาชน ให้เป็นอาชีพที่รองรับอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ (First S - curve และ New S-curve) โดยบูรณา การความร่วมมือในการพัฒนาและเสริมทักษะใหม่ด้านอาชีพ (Upskill & Reskill) รวมถึงมุ่งเน้นสร้างโอกาส ในการสร้างงาน สร้างรายได้ และตอบสนองต่อความต้องการของตลาดแรงานทั้งภาคอุตสาหกรรมและ การบริการ โดยเฉพาะในพื้นที่เขตระเบียงเศรษฐกิจ และเขคพัฒนาพิเศษตามภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศ ส าหรับพื้นที่ปกติให้พัฒนาอาชีพที่เน้นการต่อยอดศักยภาพและตามบริบทของพื้นที่ 2.2 จัดการศึกษาเพื่อพัฒนาพื้นที่ภาคตะวันออก ยกระดับการศึกษาให้กับประชาชนให้จบ การศึกษาอย่างน้อยการศึกษาภาคบังคับ สามารถน าคุณวุฒิที่ได้รับไปต่อยอดในการประกอบอาชีพ รวมทั้ง พัฒนาทักษะในการประกอบอาชีพตามความต้องการของประชาชน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ตอบสนองต่อ บริบทของสังคมและชุมชน รวมทั้งรองรับการพัฒนาเขตพื้นที่ระเบียบเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) 2.3 พัฒนาและส่งเสริมประชาชนเพื่อต่อยอดการผลิตและจ าหน่ายสินค้และผลิตภัณฑ์ ออนไลน์ 1) เร่งจัดตั้งศูนย์ให้ค าปรึกษาและพัฒนาผลิตภัณฑ์ Brand กศน. เพื่อยกระดับคุณภาพ ของสินค้และผลิตภัณฑ์ การบริหารจัดการที่ครบวงจร (การผลิต การตลาด การส่งออก และสร้างช่องทาง จ าหน่าย) รวมทั้งส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลในการเผยแพร่และจ าหน่ายผลิตภัณฑ์ 2) พัฒนาและคัดเลือกสุดยอดสินค้าและลิตภัณฑ์ กศน. ในแต่ละจังหวัด พร้อมทั้งประสาน ความร่วมมือกับสถานีบริการน้ ามันในการเป็นซ่องทางการจ าหน่ายสุดยอดสินค้าและผลิตภัณฑ์ กศน. ให้กว้างขวางยิ่งขึ้น 3 ยุทธศำสตร์กำรพัฒนำและเสริมสร้ำงศักยภำพทรัพยำกรมนุษย์ 3.1 พัฒนาครูและบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรมและการเรียนรู้ เป็นผู้เชื่อมโยงความรู้กับ ผู้เรียนและผู้รับบริการ มีความเป็น "ครูมืออาชีพ" มีจิตบริการ มีความรอบรู้และทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคม และเป็น "ผู้อ านวยการการเรียนรู้" ที่สามารถบริหารจัดการความรู้ กิจกรรม และการเรียนรู้ที่ดี 1) เพิ่มอัตราข้าราชการครูให้กับ กศน. อ าเภอทุกแห่ง โดยเร่งด าเนินการเรื่องการหาอัตราต าแหน่ง การสรรหา บรรจุ และแต่งตั้ง ข้าราชการครู 2) พัฒนาข้าราชการครูในรูปแบบครบวงจร ตามหลักสูตรที่เชื่อมโยงกับวิทยฐานะ 3) พัฒนาครู กศน.ต าบลให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นเรื่องการพัฒนา ทักษะการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ ทักษะภาษาต่างประเทศ ทักษะการจัดกระบวนการเรียนรู้ 4) พัฒนาศึกษานิเทศก์ ให้สามารถปฏิบัติการนิเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ 5) พัฒนาบุคลากร กศน.ทุกระดับทุกประเภทให้มีทักษะความรู้เรื่องการใช้ประโยชน์จากดิจิทัลและ ภาษาต่างประเทศที่จ าเป็น 3.2 พัฒนาแหล่งเรียนรู้ให้มีบรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ มีความพร้อม ในการให้บริการกิจกรรมการศึกษาและการเรียนรู้ เป็นแหล่งสารสนเทศสาธารณะที่งยต่อการเข้าถึง มีบรรยากาศที่ เอื้อต่อการเรียนรู้ เป็นคาเพ่พื้นที่การเรียนรู้ส าหรับคนทุกช่วงวัย มีสิ่งอ านวยความสะดวก มีบรรยากาศสวยงามมี ชีวิต ที่ดึงดูดความสนใจ และมีความปลอดภัยส าหรับผู้ใช้บริการ 1) เร่งยกระดับ กศน.ต าบลน าร่อง 928 แห่ง (อ าเภอละ 1 แห่ง) ให้เป็น กศน.ต าบล 5 ดี พรีเมี่ยม ที่ประกอบด้วย ครูดี สถานที่ดี (ตามบริบทของพื้นที่) กิจกรรมดี เครือข่ายดี และมีนวัตกรรมการเรียนรู้ที่ดีมี ประโยชน์ 2) จัดให้มีศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบ กศน. เพื่อยกระดับการเรียนรู้ ใน 6 ภูมิภาค เป็นพื้นที่การเรียนรู้
7 (Co - Learning Space) ที่ทันสมัยส าหรับทุกคน มีความพร้อมในการให้บริการต่าง ๆ อาทิ พื้นที่ส าหรับการ ท างาน/การเรียนรู้ พื้นที่ส าหรับกิจกรรมต่าง ๆ มีห้องประชุมขนาดเล็ก รวมทั้งท างานร่วมกับห้องสมุดประชาชนใน การให้บริการในรูปแบบห้องสมุดดิจิทัล บริการอินเทอร์เน็ต สื่อมัลติมีเดีย เพื่อรองรับการเรียนรู้แบบ Active Learning 3) พัฒนาห้องสมุดประชชน "เฉลิมราชกุมารี" ให้เป็น Digital Library โดยให้มีบริการหนังสือ ในรูปแบบ e - Book บริการคอมพิวเตอร์ และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง รวมทั้ง Free Wifi เพื่อการสืบค้นข้อมูล 3.3 ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ เอื้อต่อการเรียนรู้ส าหรับทุกคน สามารถ เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา มีกิจกรรมที่หลากลาย น่าสนใจ สนองตอบความต้องการของชุมชน เพื่อพัฒนาศักยภาพ การเรียนรู้ของประชาชน รวมทั้งใช้ประโยชน์จากประชาชนในชุมชนในการร่วมจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อเชื่อมโยง ความสัมพันธ์ของคนในชุมชนไปสู้การจัดการความรู้ของชุมชนอย่างยั่งยืน 1) ส่งเสริมการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ปลูกฝังคุณธรรม สร้างวินัย จิตสาธารณะ ความรับผิดชอบ ต่อส่วนรวม และการมีจิตอาสา ผ่านกิจกรรมรูปแบบต่าง ๆ อาทิ กิจกรรมลูกเสือ กศน. กิจกรรมจิตอาสา ตลอดจน สนับสนุนให้มีการจัดกิจกรรมเพื่อปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมให้กับบุคลากรในองค์กร 2) จัดให้มีหลักสูตรลูกเสือมัคคุเทศก์ โดยให้ส านักงาน กศน.จังหวัดทุกแห่ปกทม. จัดตั้งกองลูกเสือ ที่ลูกเสือมีความพร้อมด้านทักษะภาษาต่างประเทศ เป็นลูกเสือมัคคุเทศก์จังหวัดละ 1 กอง เพื่อส่งเสริมลูกเสือจิต อาสาพัฒนาการท่องเที่ยวในแต่ละจังหวัด 3.4 เสริมสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย ประสาน ส่งเสริมความร่วมมือภาคีเครือข่าย ทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อสร้างความเข้าใจ และให้เกิดความร่วมมือในการส่งเสริม สนับสนุน และจัดการศึกษาและการเรียนรู้ให้กับ ประชาชนอย่างมีคุณภาพ 1) เร่งจัดท าท าเนียบภูมิปัญญาท้องถิ่นในแต่ละต าบล เพื่อใช้ประโยชน์จากภูมิปัญญาท้องถิ่น ในการสร้างการเรียนรู้จากองค์ความรู้ในตัวบุคคลให้เกิดการถ่ายทอดภูมิปัญญา สร้างคุณค่าทางวัฒนธรรมอย่าง ยั่งยืน 2) ส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่การจัดการเรียนรู้ชุมชน 3) ประสานความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายเพื่อการขยายและพัฒนาการศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัยให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทุกกลุ่มอย่างกว้างขวางและมีคุณภาพ อาทิ กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่ม อสม. 3.5 พัฒนานวัตกรรมทางการศึกษาเพื่อประโยชน์ต่อการจัดการศึกษาและกลุ่มเป้าหมาย 1) พัฒนาการจัดการศึกษาออนไลน์ กศน. ทั้งในรูปแบบของการศึกษาขั้นพื้นฐาน การพัฒนาทักษะ ชีวิตและทักษะอาชีพ การศึกษาตามอัธยาศัย รวมทั้งการพัฒนาช่องทางการค้าออนไลน์ 2) ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีในการปฏิบัติงาน การบริหารจัดการ และการจัดการเรียนรู้ 3) ส่งเสริมให้มีการใช้การวิจัยอย่างง่ายเพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ 3.6 พัฒนาศักยภาพคนด้านทักษะและความเข้าใจในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Literacy) 1) พัฒนาความรู้และทักษะเทคโนโลยีดิจิทัลของครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อพัฒนา รูปแบบกำรจัดกำรเรียนกำรสอน 2) ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อให้ประชาชนมีทักษะความเข้าใจและ ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่สามารถน าไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจ าวัน รวมทั้งสร้างรายได้ให้กับตนเองได้ 3.7 พัฒนาทักษะภาษาต่างประเทศเพื่อการสื่อสารของประชาชนในรูปแบบต่าง ๆ อย่างเป็นรูปธรรม โดยเน้นทักษะภาษาเพื่ออาชีพ ทั้งในภาคธุรกิจ การบริการ และการท่องเที่ยว รวมทั้ง พัฒนาสื่อการเรียนการสอนเพื่อส่งเสริมการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสารและการพัฒนาอาชีพ
8 3.8 เตรียมความพร้อมการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุที่เหมาะสมและมีคุณภาพ 1) ส่งเสริมการจัดกิจกรรมให้กับประชาชนเพื่อสร้างความตระหนักถึงการเตรียมพร้อมเข้าสู่ สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) มีความเข้าใจในพัฒนาการของช่วงวัย รวมทั้งเรียนรู้และมีส่วนร่วมในการดูแล รับผิดชอบผู้สูงอายุในครอบครัวและชุมชน 2) พัฒนาการจัดบริการการศึกษาและการเรียนรู้ส าหรับประชาชนในการเตรียมความพร้อม เข้าสู่วัยสูงอายุที่เหมาะสมและมีคุณภาพ 3) จัดการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตส าหรับผู้สูงอายุภายใต้แนวคิด "Active Aging" การศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต และพัฒนาทักษะชีวิต ให้สามารถดูแลตนเองทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต และรู้จักใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี 4) สร้างความตระหนักถึงคุณค่าและศักดิ์ศรีของผู้สูงอายุ เปิดโอกาสให้มีการเผยแพร่ภูมิปัญญา ของผู้สูงอายุ และให้มีส่วนร่วมในกิจกรรมด้านต่าง ๆ ในชุมชน เช่น ด้านอาชีพ กีฬา ศาสนาและวัฒนธรรม 5) จัดการศึกษาอาชีพเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ โดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ในทุกระดับ 3.9 การส่งเสริมวิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา 1) จัดกิจกรรมวิทยาศาสตร์เชิงรุก และเน้นให้ความรู้วิทยาศาสตร์อย่างง่ายกับประชาชนในชุมชน ทั้งวิทยาศาสตร์ในวิถีชีวิต และวิทยาศาสตร์ในชีวิตประจ าวัน 2) พัฒนาสื่อนิทรรศการเละรูปแบบการจัดกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์ให้มีความทันสมัย 3.10 ส่งเสริมการรู้ภาษาไทยให้กับประชาชนในรูปแบบต่าง ๆ โดยเฉพาะประชาชนในเขตพื้นที่สูง ให้สามารถฟัง พูด อ่าน และเขียนภาษาไทย เพื่อประโยชในการใช้ชีวิตประจ าวันได้ 4 ยุทธศำสตร์ต้นกำรสร้ำงโอกำสและควำมเสมอภำคทำงสังคม 4.1 จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ส าหรับทุกช่วงวัย ที่เป็นศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิตที่สามารถให้บริการ ประชาชนได้ทุกคน ทุกช่วงวัย ที่มีกิจกรรมที่หลากหลาย ตอบสนองความต้องการในการเรียนรู้ในแต่ละวัย และเป็นศูนย์บริการความรู้ ศูนย์การจัดกิจกรรมที่ครอบคลุมทุกช่วงวัย เพื่อให้มีพัฒนาการเรียนรู้ที่เหมาะสม และมีความสุขกับการเรียนรู้ตามความสนใจ 1) เร่งประสานกับส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อจัดท าฐานข้อมูลโรงเรียน ที่ถูกยุบรวม หรือคาดว่าน่าจะถูกยุบรวม 2) ให้ส านักงาน กศน.จังหวัดทุกแห่งที่อยู่ในจังหวัดที่มีโรงเรียนที่ถูกยุบรวม ประสานขอใช้ พื้นที่เพื่อจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ส าหรับทุกช่วงวัย กศน. 4.2 ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาและการเรียนรู้ส าหรับกลุ่มเป้าหมายผู้พิการ 1) จัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิตและทักษะอาชีพ และการศึกษา ตามอัธยาศัย โดยเน้นรูปแบบการศึกษาออนไลน์ 2) ให้ส านักงาน กศน.จังหวัดทุกแห่ง/กทม. ท าความร่วมมือกับศูนย์การศึกษาพิเศษประจ า จังหวัด ในการใช้สถานที่ วัสดุอุปกรณ์ และครุภัณฑ์ด้านการศึกษา เพื่อสนับสนุนการจัดการศึกษาและการ เรียนรู้ส าหรับกลุ่มเป้าหมายผู้พิการ 4.3 ยกระดับการศึกษาให้กับกลุ่มเป้าหมายทหารกองประจ าการ รวมทั้งกลุ่มเป้าหมาย พิเศษอื่น ๆ อาทิ ผู้ต้องขัง คนพิการ เด็กออกกลางคัน ประชากรวัยเรียนที่อยู่นอกระบบการศึกษา ให้จบการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน สามารถน าความรู้ที่ได้รับไปพัฒนาตนเองได้อย่าง ต่อเนื่อง 4.4 พัฒนาหลักสูตรการจัดการศึกษาอาชีพระะสั้น ให้มีความหลากหลาย ทันสมัย เหมาะสมกับ บริบทของพื้นที่ และตอบสนองความต้องการของประชาชนผู้รับบริการ
9 5. ยุทธศำสตร์ด้ำนกำรสร้ำงกำรเติบโตบนคุณภำพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 5.1 ส่งเสริมให้มีการให้ความรู้กับประชาชนในการรับมือและปรับตัวเพื่อลดความเสียหาย จากภัยธรรมชาติและผลกระทบที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 5.2 สร้างความตระหนักถึงความส าคัญของการสร้างสังคมสีเขียว ส่งเสริมความรู้ให้กับประชาชน เกี่ยวกับการคัดแยกตั้งแต่ต้นทาง การก าจัดขยะ และการน ากลับมาใช้ช้ า เพื่อลดปริมาณและต้นทุนในการ จัดการขยะของเมือง และสามารถน าขยะกลับมาใช้ประโยชน์ได้โดยง่าย รวมทั้งการจัดการมลพิษในชุมชน 5.3 ส่งเสริมให้หน่วยงานและสถานศึกษาใช้พลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมทั้งลดการใช้ ทรัพยากรที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น รณรงค์เรื่องการลดการใช้ถุงพลาสติก การประหยัดไฟฟ้า เป็นต้น 6. ยุทธศำสตร์ด้ำนกำรปรับสมดุลและพัฒนำระบบหำรบริหำรจัดกำรภำครัฐ 6.1 พัฒนาและปรับระบบวิธีการปฏิบัติราชการให้ทันสมัย มีความโปร่งใส ปลอดการทุจริตและ ประพฤติมิชอบ บริหารจัดการบนข้อมูลและหลักฐานเชิงประจักษ์ มุ่งผลสัมฤทธิ์มีความโปร่งใส 6.2 น านวัตกรรมและเทคโนโลยีระบบการท างานที่เป็นดิจิทัลมาใช้ในการบริหารและพัฒนางาน สามารถเชื่อมโยงกับระบบฐานข้อมูลกลางของกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมทั้งพัฒนาโปรแกรมออนไลน์ที่ สามารถเชื่อมโยงข้อมูลต่าง ๆ ที่ท าให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างต่อเนื่องกันตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนการ และให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมายสามารถเข้าถึงบริการได้อย่างทันที ทุกที่และทุกเวลา 6.3 ส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรทุกระดับอย่างต่อเนื่อง ให้มีความรู้และทักษะตามมาตรฐาน ต าแหน่ง ให้ตรงกับสายงาน ความช านาญ และความต้องการของบุคลากร แนวทำง/กลยุทธ์กำรด ำเนินงำน ของ กศน.อ ำเภอสัตหีบ ประจ ำปีงบประมำณ พ.ศ.2562 ปรัชญำ คิดเป็น ท าเป็น เน้นคุณธรรม วิสัยทัศน์ “ภายในปี 2565 ผู้เรียน/ผู้รับบริการ ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ มีคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้ ใช้แหล่งเรียนรู้ ภูมิปัญญา สื่อเทคโนโลยี ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ โดย เครือข่ายมีส่วนร่วม” อัตลักษณ์ “เท่าทันเทคโนโลยี” ความหมาย การใช้เทคโนโลยี ในการเรียนรู้และการด ารงชีวิตได้อย่างถูกต้อง เอกลักษณ์ “องค์กร ออนไลน์” หมายถึง สถานศึกษาใช้เทคโนโลยีในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ และการบริหารงานภายในองค์กร พันธกิจ 1. ออกแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับหลักสูตร 2. จัดระบบสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้และการบริหารการศึกษา 3. พัฒนาบุคลากรด้านการออกแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้/สื่อ/การประเมินผล 4. ส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายและชุมชนในการจัดกิจกรรมการศึกษา เป้ำประสงค์
10 1. ใช้สื่อเทคโนโลยีในการจัดการเรียนรู้ 2. จัดการเรียนรู้ร่วมกับเครือข่าย กลยุทธ์ กลยุทธ์ วัตถุประสงค์ 1. พัฒนาคุณภาพผู้เรียน 1. เพื่อให้ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรมค่านิยมอันพึงประสงค์ 2. เพื่อให้ผู้เรียนมีทักษะและความสามารถในการแสวงหาความรู้ 3. เพื่อให้ผู้เรียนมีทักษะและความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ 4. เพื่อให้ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาตามนโยบายสถานศึกษา 5. เพื่อให้ผู้เรียนการศึกษาต่อเนื่องน าความรู้ไปใช้ได้ 6. เพื่อให้ผู้เรียนการศึกษาเศรษฐกิจพอเพียงสามารถน าความรู้ไปใช้ได้ 7. เพื่อให้ผู้เรียนการศึกษาดิจิทัลชุมชนสามารถน าความรู้ไปใช้ได้ 8. เพื่อให้ผู้รับบริการการศึกษาตามอัธยาศัยน าความรู้ไปใช้ได้ 9. เพื่อให้ผู้เรียน/ผู้รับบริการสามารถเข้าถึงข้อมูลจากระบบสารสนเทศและสามารถน า ความรู้ไปใช้พัฒนาตนเองได้ 2. พัฒนาบุคลาการ 1. เพื่อให้บุคลากรมีความรู้และทักษะด้านการออกแบบการจัดกระบวนการเรียนการสอน 2. เพื่อให้บุคลากรมีความรู้และทักษะด้านการออกแบบสื่อการเรียนการสอน 3. เพื่อให้บุคลากรมีความรู้และทักษะด้านวิธีการประเมินผลที่มีคุณภาพ 3.บริหารการจัดการสถานศึกษา 1. เพื่อจัดระบบสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้และการบริหารสถานศึกษา 4.ภาคีเครือข่ายร่วมจัดกิจกรรม 1. เพื่อให้เครือข่ายมีส่วนร่วมส่งเสริมสนับสนุนและร่วมจัดการจัดกิจกรรมการศึกษา ผลการวิเคราะห์ SWOT (Swot Analysis) ของ กศน.อ าเภอสัตหีบ S = จุดแข็ง 1. ด้านอาคารสถานที่ตั้งอยู่ในเขตชุมชนเมือง สะดวกในการติดต่อ 2. ด้านบุคลากรมีจ านวนเพียงพอต่อการปฏิบัติงาน 3. มีระบบการจัดเก็บและสืบค้นข้อมูลที่ทันสมัยสามารถสืบค้นข้อมูลทางเวปไซด์ได้ W = จุดอ่อน 1. สื่อ วัสดุ อุปกรณ์ ไม่เพียงพอต่อการด าเนินงานและการบริการ 2. ระบบสารสนเทศ เทคโนโลยี อินเตอร์เน็ต wifi ไม่เพียงพอต่อการด าเนินงานและการบริการประชาชน และนักศึกษา 3. สถานที่คับแคบ ไม่เหมาะสมกับการจัดกิจกรรมขนาดใหญ่ O = โอกาส 1. ได้รับความร่วมมือกบภาคีเครือข่ายเป็นอย่างดี 2. ได้รับการยอมรับจากชุมชนและหน่วยงานอื่นๆ 3. มีแหล่งเรียนรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่โดดเด่นจากเศรษฐกิจพอเพียง 4. มีกรอบแนวทางการด าเนินงานที่ชัดเจน T = อุปสรรค
11 1. สถานที่ 2. นักศึกษาไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้บ่อยครั้ง 3. ผู้เรียนไม่ค่อยพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง 4. การจัดสรรงบประมาณจากหน่วยงานล่าช้า นโยบำยและจุดเน้นของ กศน.อ ำเภอสัตหีบ ตัวชี้วัด 1. จ านวนผู้เรียนการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานที่ได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายตามสิทธิที่ก าหนดไว้ 2. จ านวนของคนไทยกลุ่มเป้าหมายต่างๆ (กลุ่มเป้าหมายทั่วไป กลุ่มเป้าหมายพิเศษ และกลุ่มคนไทยทั่วไป เป็นต้น) ที่เข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้/ได้รับบริการกิจกรรมการศึกษาต่อเนื่อง และการศึกษาตามอัธยาศัยที่สอดคล้องกับ สภาพ ปัญหา และความต้องการ 3. ร้อยละผู้จบหลักสูตร/กิจกรรมการศึกษานอกระบบสามารถน าความรู้ความเข้าใจไปใช้ได้ตามจุดมุ่งหมายของ หลักสูตร/กิจกรรมที่ก าหนด 4. จ านวนแหล่งเรียนรู้ในระดับต าบลที่มีความพร้อมในการให้บริการการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย 5. จ านวนประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่เข้ารับการฝึกอาชีพ เห็นช่องทางในการประกอบอาชีพ 6. ร้อยละของผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่สามารถอ่านออกเขียนได้และคิดเลขเป็นตามจุดมุ่งหมายของกิจกรรม 7. ร้อยละของประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับบริการเข้าร่วมกิจกรรมแหล่งเรียนรู้ตามอัธยาศัย มีความรู้ความเข้าใจ เจตคติทักษะตามจุดมุ่งหมายของกิจกรรมที่ก าหนด 8. จ านวนผู้ดูแลประชาชนที่ผ่านการอบรมตามหลักสูตรที่ก าหนด 9. จ านวนองค์กรภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ ที่ร่วมเป็นภาคีเครือข่ายในการด าเนินงานการศึกษานอก ระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย 10. จ านวนนักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไปที่เข้าถึงบริการการเรียนรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ในรูปแบบ 11. จ านวน/ประเภทของสื่อ และเทคโนโลยีทางการศึกษาที่มีการจัดท า/พัฒนาและน าไปใช้เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ ของผู้เรียน/ผู้รับบริการการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย 12. จ านวนนักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไปที่เข้าถึงบริการความรู้นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยผ่าน ช่องทางสื่อเทคโนโลยีทางการศึกษา และเทคโนโลยีการสื่อสาร 13. ร้อยละของนักศึกษาที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ได้รับบริการติวเข้มเต็มความรู้เพิ่มสูงขึ้น 14. จ านวนบุคลากรของหน่วยงานและสถานศึกษาได้รับการพัฒนาเพื่อเพิ่มสมรรถนะในการปฏิบัติงานการศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย 15. ร้อยละของสถานศึกษาในสังกัดที่มีระบบประกันคุณภาพภายในและมีการจัดท ารายงานการประเมินตนเอง 16. ร้อยละของหน่วยงาน และสถานศึกษา กศน. ที่มีการใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการจัดท า ฐานข้อมูลชุมชนและการบริหารจัดการ เพื่อสนับสนุนการด าเนินงานการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตาม อัธยาศัยขององค์การ 17. ร้อยละของหน่วยงาน และสถานศึกษา กศน. ที่สามารถด าเนินงานโครงการ/กิจกรรมตามบทบาทภารกิจที่ รับผิดชอบได้ส าเร็จตามเป้าหมายที่ก าหนดไว้อย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ โดยใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า/ตามแผนที่ ก าหนดไว้ จุดเน้นกำรด ำเนินงำน กศน. ตำมยุทธศำสตร์กระทรวงศึกษำธิกำร 6 ยุทธศำสตร์ 1. พัฒนำหลักสูตร กระบวนกำรเรียนกำรสอน และกำรวัดผลประเมินผล จุดเน้นการด าเนินงาน
12 1.1 จัดกระบวนการเรียนรู้ที่ตอบสนองกับการเปลี่ยนแปลงและความต้องการของประชาชนชุมชนและ สังคม ในรูปแบบที่หลากหลาย ให้ประชาชนคิดเป็น วิเคราะห์ได้ตัดสินใจภายใต้ฐานข้อมูลที่ถูกต้อง เช่น ความรู้ เรื่องการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข/การเลือกตั้ง แนวทางและทิศทางการ พัฒนาประเทศด้านต่าง ๆ ของรัฐบาล โดยประสานความร่วมมือกับกระทรวงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ร่วมจัดท าเนื้อหา และสื่อประกอบการจัดกระบวนการเรียนรู้รวมทั้งให้มีการจัดท าแผนการเรียนรู้รายชุมชน เพื่อพัฒนาสู่ชุมชน/เมือง แห่งการเรียนรู้ 1.2 ส่งเสริมให้มีการจัดการเรียนการสอนแบบ “สะเต็มศึกษา” (STEM Education) โดยบูรณาการความรู้ ด้าน คณิตศาสตร์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต สู่การประกอบอาชีพ ประยุกต์ใช้ในการท างาน และเป็นแนวทางของการสร้างแรงงานที่มีศักยภาพได้ในอนาคต 1.3 จัดการศึกษาเพื่อเพิ่มอัตราการรู้หนังสือให้คนไทยให้สามารถอ่านออกเขียนได้ โดยใช้หลักสูตรการรู้ หนังสือของคนไทยของส านักงาน กศน.และสื่อที่เหมาะสมกับสภาพและพื้นที่ของกลุ่มเป้าหมาย 2. กำรผลิต พัฒนำ ครูคณำจำรย์และบุคลำกรทำงกำรศึกษำ จุดเน้นการด าเนินงาน 2.1 จัดท าแผนพัฒนาอัตราก าลังล่วงหน้าระยะ 10 ปีเพื่อใช้เป็นข้อมูลส าหรับการขอกรอบอัตราก าลัง เพิ่มเติมให้เพียงพอต่อขอบข่ายการด าเนินงานของ กศน. 2.2 เร่งพัฒนาศักยภาพครู กศน. ทุกประเภท เพื่อให้สามารถเป็นทั้งผู้สอนและผู้ออกแบบการเรียนรู้ รายบุคคล และจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และจัดท าแผนพัฒนาครูกศน.ทุกประเภท และทุก ระดับ ช่วงระยะ 10 ปีเพื่อพัฒนาสมรรถนะครูกศน. ให้ได้เกณฑ์มาตรฐานที่ก าหนด 2.3 ส ารวจข้อมูล และทบทวนหลักเกณฑ์การจ้างลูกจ้างแบบจ้างเหมาบริการ และพนักงานราชการให้ตรง ตามความต้องการของพื้นที่ 3. ผลิต และพัฒนำก ำลังคน รวมทั้งงำนวิจัยที่สอดคล้องกับควำมต้องกำรของกำรพัฒนำประเทศ จุดเน้นการด าเนินงาน 3.1 ยกระดับการศึกษาให้กับกลุ่มพนักงานรักษาความปลอดภัย ให้จบการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพ โดยเน้นการเรียนรูปแบบโปรแกรมเรียนรู้รายบุคคล 3.2 จัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยให้สอดคล้องและรองรับกับความต้องการของการ พัฒนาตามบริบทของแต่ละพื้นที่ในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ โดยมุ่งเน้นผลิตก าลังคนให้สอดคล้องกับความต้องการ ของพื้นที่ พร้อมทั้งสร้างทักษะทางวิชาชีพ โดยเน้นด้านการบริหารและการประกอบการ เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ ได้รับการพัฒนาศักยภาพในแนวทางที่ดีขึ้น 4. ขยำยโอกำสในกำรเข้ำถึงบริกำรกำรศึกษำและกำรเรียนรู้อย่ำงต่อเนื่องตลอดชีวิต จุดเน้นการด าเนินงาน 4.1 เร่งบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก โดยประสานข้อมูลโรงเรียนขนาดเล็กจากส านักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และประสานหน่วยงานในพื้นที่เพื่อส ารวจความต้องการในกาจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก เพื่อท าเป็น กศน. ต าบลหรือแหล่งการเรียนรู้ของชุมชนภายในต าบลสัตหีบ 4.2 จัดและส่งเสริมความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดการศึกษาและการเรียนรู้ให้กับ กลุ่มเป้าหมายเด็กออกกลางคัน/เด็กตกหล่น และกลุ่มคนพิการในต าบลสัตหีบ 4.3 เร่งส ารวจข้อมูลการรู้หนังสือของคนไทย โดยให้ความส าคัญกับกลุ่มเป้าหมายนักศึกษา กศน.ในต าบล สัตหีบ 4.4 พัฒนา กศน.ต าบล/แขวง ให้เป็นฐานการขับเคลื่อนการจัดการศึกษา โดยเน้นการประสานเชื่อมโยง ระหว่างชุมชนและภาคีเครือข่าย ในการจัดการศึกษารูปแบบ กศน.ต าบล 4 ศูนย์ได้แก่ (1) ศูนย์เรียนรู้ หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ประจ าต าบล (2) ศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตยต าบล
13 (3) ศูนย์ดิจิทัลชุมชน และ (4) ศูนย์การศึกษาตลอดชีวิตชุมชน เพื่อสนองตอบต่อความต้องการของประชาชนอย่างมี ประสิทธิภาพ รวมทั้งสร้างและกระจายโอกาสในการเรียนรู้ตลอดชีวิตในชุมชน 4.5 จัดการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนทุกช่วงวัย“กศน.เพื่อประชาชน”เช่น จัดการเรียน วิชาชีพระยะสั้น (โครงการศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน) ให้กับประชาชนที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน บริบทของพื้นที่ จัดการศึกษาเพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิตให้กับกลุ่มประชาชนและการพัฒนาทักษะชีวิตในการเตรียม ความพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และการเข้าสู่สังคมเศรษฐกิจที่ ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม (Thailand 4.0) 4.6 มุ่งเน้นการส่งเสริมให้เกิดชุมชนรักการอ่านภายในต าบลสัตหีบ “นั่งที่ไหน อ่านที่นั่น” ในรูปแบบต่าง ๆ เช่นอาสาสมัครส่งเสริมการอ่าน ห้องสมุดประชาชน บ้านหนังสือชุมชน ตู้หนังสือเคลื่อนที่ในตลาด และหนังสือพิมพ์ ฝาผนัง เป็นต้น 5. ส่งเสริมและพัฒนำระบบเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อกำรศึกษำ จุดเน้นการด าเนินงาน 5.1 พัฒนา กศน. ต าบลสัตหีบ ให้มีความพร้อมเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานด้าน ICT และเทคโนโลยีเพื่อ การศึกษาอื่นที่เหมาะสมกับพื้นที่ เพื่อให้กศน.ต าบลสัตหีบ เข้าถึงการใช้บริการทางอินเทอร์เน็ตมีความพร้อมในการ ให้บริการการศึกษาและการเรียนรู้ที่เป็นไปตามความต้องการของประชาชนและชุมชน และสร้างโอกาสในการเรียนรู้ ได้อย่างทั่วถึง 5.2 พัฒนาระบบช่องทางแหล่งเรียนรู้ออนไลน์ (Portal Web) และส่งเสริมให้ประชาชนน าเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสารมาประยุกต์ใช้ในการเรียนรู้/กิจกรรมต่าง ๆ เพื่อเพิ่มโอกาสการเรียนรู้และการพัฒนา อาชีพ เช่น การแสวงหาความรู้เพื่อการด ารงชีวิต การพัฒนาต่อยอดอาชีพเพื่อสร้างรายได้โดยผ่านกลไกของศูนย์ ดิจิทัลชุมชน เพื่อให้ผู้เรียนสามารถน าความรู้ความสามารถ เจตคติที่ดีต่อการประกอบอาชีพและทักษะที่พัฒนาขึ้น ไปใช้ประโยชน์ในการประกอบอาชีพที่สร้างรายได้ได้จริงและการพัฒนาสู่เศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ต่อไป 6. พัฒนำระบบบริหำรจัดกำรส่งเสริมให้ทุกภำคส่วนมีส่วนร่วมในกำรจัดกำรศึกษำ จุดเน้นการด าเนินงาน 6.1 ส ารวจ วิเคราะห์ และปรับปรุงค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยด าเนินการให้ผู้เรียนได้รับการสนับสนุนค่าจัดซื้อต าราเรียน ค่าจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน และค่าเล่าเรียน อย่างทั่วถึง และเหมาะสมกับสภาพการจัดการศึกษา เพื่อเพิ่มโอกาสในการรับการศึกษาที่มีคุณภาพโดยไม่เสีย ค่าใช้จ่าย 6.2 สร้างความรู้ความตระหนัก และปลูกจิตส านึกตามหลักธรรมาภิบาล ตลอดจนความรู้เรื่องกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานให้กับบุคลากรทุกระดับทุกประเภทโดยส่งเสริมการจัด กิจกรรม การจัดท านวัตกรรมเกี่ยวกับองค์ความรู้ด้านคุณธรรมจริยธรรม การป้องกันการทุจริต และราชการใส สะอาด ของหน่วยงานและสถานศึกษา เพื่อให้กศน.ต าบลสัตหีบ เป็นองค์กรแห่งศักดิ์ศรีและสุจริตธรรมที่ประชาชน มีความเชื่อมั่น ศรัทธาและมีความไว้วางใจในการปฏิบัติงาน ภำรกิจต่อเนื่อง 1. ด้ำนกำรจัดกำรศึกษำและกำรเรียนรู้ 1.1 การศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน 1) สนับสนุนการจัดการศึกษานอกระบบตั้งแต่ปฐมวัยจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยด าเนินการให้ ผู้เรียนได้รับการสนับสนุนค่าจัดซื้อต าราเรียน ค่าจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน และค่าเล่าเรียนอย่างทั่วถึงและ เพียงพอเพื่อเพิ่มโอกาสในการรับการศึกษาที่มีคุณภาพโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
14 2) จัดการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานให้กับกลุ่มเป้าหมายผู้ด้อย พลาดและขาด โอกาสทางการศึกษา ทั้งระบบการให้บริการ ระบบการเรียนการสอน ระบบการวัดและประเมินผลการเรียน ผ่าน การเรียนแบบเรียนรู้ด้วยตนเอง การพบกลุ่ม การเรียนแบบชั้นเรียน และการจัดการศึกษาทางไกล 3) จัดให้มีการประเมินเพื่อเทียบระดับการศึกษา และการเทียบโอนความรู้และประสบการณ์ที่มี ความโปร่งใส ยุติธรรม ตรวจสอบได้ มีมาตรฐานตามที่ก าหนด และสามารถตอบสนองความต้องการของ กลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ 4) ส่งเสริมให้ผู้เรียนต้องเรียนรู้และปฏิบัติกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต เพื่อด าเนินกิจกรรม เสริมสร้างความสามัคคีบ าเพ็ญสาธารณประโยชน์อย่างต่อเนื่อง และส่งเสริมการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เช่น กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารีและยุวกาชาด กิจกรรม จิตอาสา การ จัดตั้งชมรม/ชุมนุม และเปิดโอกาสให้ผู้เรียนน ากิจกรรมการบ าเพ็ญประโยชน์อื่น ๆนอกหลักสูตร มาใช้เพิ่มชั่วโมง กิจกรรมให้ผู้เรียนจบตามหลักสูตรได้ 5) จัดตั้งศูนย์แนะแนวและประสานการศึกษาพิเศษอ าเภอ/เขต ให้ครบทุกอ าเภอทั่วประเทศ 1.2 การศึกษาต่อเนื่อง 1) จัดการศึกษาอาชีพเพื่อการมีงานท าอย่างยั่งยืน โดยให้ความส าคัญกับการจัดการศึกษาอาชีพ เพื่อการมีงานท าประเภทช่างพื้นฐาน/ช่างชนบท และอาชีพที่สอดคล้องกับศักยภาพของผู้เรียนและศักยภาพของแต่ ละพื้นที่ 2) จัดการศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิตให้กับทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยจัดกิจกรรมการศึกษาในรูปแบบ ต่างๆ อาทิค่ายพัฒนาทักษะชีวิต การจัดตั้งชมรม/ชุมนุม การส่งเสริมความสามารถพิเศษต่างๆ ที่มุ่งเน้นให้ทุก กลุ่มเป้าหมายมีความรู้ความสามารถในการบริหารจัดการชีวิตของตนเองให้อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข มี คุณธรรมจริยธรรม รวมทั้งสามารถใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ต่อตนเอง ครอบครัวและชุมชน 3) จัดการศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน โดยใช้หลักสูตรและการจัดกระบวนการเรียนรู้แบบ บูรณาการในรูปแบบของการฝึกอบรม การเรียนทางไกล การประชุม สัมมนา การจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้การจัด กิจกรรมจิตอาสา การสร้างชุมชนนักปฏิบัติและรูปแบบอื่นๆ ที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายและบริบทของชุมชนแต่ ละพื้นที่ โดยเน้นการด าเนินตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การสร้างจิตส านึกความเป็นประชาธิปไตย ความ เป็นพลเมืองดีการบ าเพ็ญประโยชน์การอนุรักษ์พลังงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 4) ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เพื่อสร้างจิตส านึกและวินัยในชุมชน เช่น การส่งเสริมคุณธรรมและ จริยธรรมในชุมชน การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการขยะมูลฝอยของชุมชน ศูนย์เรียนรู้หลักปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ประจ าต าบลสัตหีบ 1.3 การศึกษาตามอัธยาศัย 1) ส่งเสริมให้มีการขยายและพัฒนาแหล่งการเรียนรู้ในระดับต าบล เพื่อการถ่ายทอดองค์ความรู้ และจัดกิจกรรมเพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ในชุมชนได้อย่างทั่วถึง 2) จัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อปลูกฝังนิสัยรักการอ่าน และพัฒนาความสามารถในการอ่าน และศักยภาพการเรียนรู้ของประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมายให้ได้ระดับอ่านคล่อง อ่านเข้าใจความเขียนคล่อง และอ่าน เชิงคิดวิเคราะห์พื้นฐาน และให้ประชาชนสามารถรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องและทันเหตุการณ์ เพื่อสามารถน า ความรู้ที่ได้รับไปใช้ประโยชน์ในการปฏิบัติจริง 3) ส่งเสริมให้มีการสร้างบรรยากาศ และสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการอ่านให้เกิดขึ้นในสังคมไทย โดย สนับสนุนการพัฒนาแหล่งการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นอย่างกว้างขวางและทั่วถึง เช่น พัฒนาห้องสมุดประชาชนทุกแห่งให้ เป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตของชุมชน ส่งเสริมและสนับสนุนอาสาสมัครส่งเสริมการอ่าน การสร้างเครือข่ายส่งเสริม การอ่าน จัดหน่วยบริการเคลื่อนที่พร้อมอุปกรณ์เพื่อส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ที่หลากหลายออกให้บริการ
15 ประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ อย่างทั่วถึง สม่ าเสมอ รวมทั้งเสริมสร้างความพร้อมในด้านสื่ออุปกรณ์เพื่อสนับสนุนการ อ่าน และการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการอ่านอย่างหลากหลาย 4) จัดท ามุมวิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ให้เป็นแหล่งการเรียนรู้เชิงวิชาการประจ าต าบล โดย พัฒนาและจัดท านิทรรศการ และจัดกิจกรรมที่เน้นการเสริมสร้างทักษะ กระบวนการเรียนรู้ และเจตคติทาง วิทยาศาสตร์เพื่อให้นักศึกษา ประชาชนน าความรู้และทักษะทางวิทยาศาสตร์ไปใช้พัฒนาทักษะการคิด วิเคราะห์ บนฐานข้อมูลที่ถูกต้อง และสามารถปรับตัวรองรับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งเชื่อมโยงกระบวนการเรียนรู้วิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาชุมชน ให้ผู้รับบริการสามารถน าไปประยุกต์ใช้ในการ ด าเนินชีวิตการพัฒนาอาชีพ การรักษาสิ่งแวดล้อม และการป้องกันภัยพิบัติจากธรรมชาติในพื้นที่ 2. ด้ำนหลักสูตร สื่อ รูปแบบกำรเรียนรู้กำรวัดและประเมินผล งำนบริกำรทำงวิชำกำรและกำรประกันคุณภำพ กำรศึกษำ 2.1 ส่งเสริมการพัฒนาหลักสูตร รูปแบบการเรียนการสอน และกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมการศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยที่หลากหลาย ทันสมัย รวมทั้งหลักสูตรท้องถิ่นที่สอดคล้องกับสภาพบริบทของ พื้นที่ และความต้องการของกลุ่มเป้าหมายและชุมชน เช่น การจัดโปรแกรมการเรียนรู้รายบุคคล และแผนการ เรียนรู้รายชุมชน 2.2 พัฒนารูปแบบการจัดการศึกษาทางไกลให้มีความทันสมัยด้วยระบบห้องเรียนและการควบคุมการสอบ ออนไลน์ 2.3 พัฒนาระบบการประเมินเพื่อเทียบระดับการศึกษา และการเทียบโอนความรู้และประสบการณ์ให้มี คุณภาพ มาตรฐาน และสามารถตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2.4 ส่งเสริมการพัฒนาสื่อแบบเรียน สื่ออิเล็กทรอนิกส์และสื่ออื่นๆ ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของผู้เรียน กลุ่มเป้าหมายทั่วไปและกลุ่มเป้าหมายพิเศษ 2.5 พัฒนาระบบการวัดผลและประเมินผลการศึกษานอกระบบทุกหลักสูตร โดยเฉพาะหลักสูตรในระดับ การศึกษาขั้นพื้นฐานให้ได้มาตรฐาน โดยการน าแบบทดสอบกลาง และระบบการสอบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Exam) มา ใช้อย่างมีประสิทธิภาพ 2.6 ส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาวิจัย พัฒนาหลักสูตร รูปแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้และเผยแพร่ รูปแบบการจัด ส่งเสริม และสนับสนุนการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยเพื่อให้มีการน าไปสู่ การปฏิบัติอย่างกว้างขวางและมีการพัฒนาให้เหมาะสมกับบริบทอย่างต่อเนื่อง 2.7 พัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาให้ได้มาตรฐาน เพื่อพร้อมรับการประเมินคุณภาพ ภายนอก โดยพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ความเข้าใจ ตระหนักถึงความส าคัญของระบบการประกันคุณภาพ และ สามารถด าเนินการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษาได้อย่างต่อเนื่องโดยใช้การประเมินภายในด้วยตนเอง และ จัดให้มีระบบสถานศึกษาพี่เลี้ยงเข้าไปสนับสนุนอย่างใกล้ชิด ส าหรับสถานศึกษาที่ยังไม่ได้เข้ารับการประเมิน คุณภาพภายนอก ให้พัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาให้ได้คุณภาพตามมาตรฐานที่ก าหนด 3. ด้ำนเทคโนโลยีเพื่อกำรศึกษำ 3.1 ผลิตและพัฒนารายการวิทยุและรายการโทรทัศน์เพื่อการศึกษาให้เชื่อมโยงและตอบสนองต่อการจัด กิจกรรมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยของสถานศึกษาเพื่อกระจายโอกาสทางการศึกษาส าหรับ กลุ่มเป้าหมายต่างๆ ให้มีทางเลือกในการเรียนรู้ที่หลากหลายและมีคุณภาพ สามารถพัฒนาตนเองให้รู้เท่าทันสื่อและ เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการสื่อสาร เช่น รายการพัฒนาอาชีพเพื่อการมีงานท ารายการติวเข้มเติมเต็มความรู้ฯลฯ เผยแพร่ทางสถานีวิทยุศึกษา สถานีวิทยุโทรทัศน์เพื่อการศึกษากระทรวงศึกษาธิการ (ETV) และทางอินเทอร์เน็ต 3.2 พัฒนาช่องทางการเผยแพร่การจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยผ่านระบบเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสารแบบออนไลน์เพื่อส่งเสริมให้ครูกศน.น าเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาใช้ในการ สร้างกระบวนการเรียนรู้ด้วยตนเอง (Do It Yourself : DIY)
16 3.3 พัฒนาสถานีวิทยุศึกษา และสถานีโทรทัศน์เพื่อการศึกษาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการ ออกอากาศให้กลุ่มเป้าหมายสามารถใช้เป็นช่องทางการเรียนรู้ที่มีคุณภาพได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต โดยขยาย เครือข่ายการรับฟังให้สามารถรับฟังได้ทุกที่ ทุกเวลา ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศและเพิ่มช่องทางให้สามารถรับชม รายการโทรทัศน์ได้ทั้งระบบ Ku - Band , C - Band และทางอินเทอร์เน็ตพร้อมที่จะรองรับการพัฒนาเป็นสถานี วิทยุโทรทัศน์เพื่อการศึกษาสาธารณะ (Free ETV) 3.4 พัฒนาระบบการให้บริการสื่อเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาให้ได้หลายช่องทางทั้งทางอินเทอร์เน็ต และ รูปแบบอื่น ๆ เช่น Application บนโทรศัพท์เคลื่อนที่ และ Tablet, DVD, CD, VCD และ MP3 เป็นต้น เพื่อให้ กลุ่มเป้าหมายสามารถเลือกใช้บริการเพื่อเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาและการเรียนรู้ได้ตามความต้องการ 3.5ส ารวจ วิจัย ติดตามประเมินผลด้านสื่อเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาอย่างต่อเนื่อง และน าผลมาใช้ในการ พัฒนางานให้มีความถูกต้อง ทันสมัยและสามารถส่งเสริมการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประชาชนได้อย่าง แท้จริง 5. ด้ำนบุคลำกร ระบบกำรบริหำรจัดกำร และกำรมีส่วนร่วมของทุกภำคส่วน 5.1 การพัฒนาบุคลากร 1) พัฒนาบุคลากรทุกระดับ ทุกประเภทให้มีสมรรถนะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งก่อนและระหว่างการ ด ารงต าแหน่งเพื่อให้มีเจตคติที่ดีในการปฏิบัติงาน สามารถปฏิบัติงานและบริหารจัดการการด าเนินงานของ หน่วยงานและสถานศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งส่งเสริมให้บุคลากรในสังกัดพัฒนาตนเองเพื่อเลื่อนต าแหน่ง หรือเลื่อนวิทยฐานะโดยเน้นการประเมินวิทยฐานะเชิงประจักษ์ 2) พัฒนาหัวหน้า กศน. ต าบล ให้มีสมรรถนะสูงขึ้นในการบริหารจัดการ กศน. ต าบลสัตหีบ และ การปฏิบัติงานตามบทบาทภารกิจอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นการเป็นนักจัดการความรู้และผู้อ านวยความสะดวก ในการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง 3) พัฒนาครูกศน. และผู้ที่เกี่ยวข้องให้สามารถจัดรูปแบบการเรียนรู้ได้อย่างมีคุณภาพโดยส่งเสริม ให้มีความรู้ความสามารถในการจัดท าแผนการสอน การจัดกระบวนการเรียนรู้การวัดและประเมินผล และการวิจัย เบื้องต้น 4) ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพคณะกรรมการ กศน. ต าบลสัตหีบ เพื่อให้มีส่วนร่วมในการบริหาร การด าเนินงานตามบทบาทภารกิจของ กศน. ต าบลสัตหีบ อย่างมีประสิทธิภาพ 5) พัฒนาศักยภาพบุคลากรที่รับผิดชอบการบริการการศึกษาและการเรียนรู้ให้มีความรู้ ความสามารถและความเป็นมืออาชีพในการจัดบริการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประชาชนต าบลสัตหีบ 6)พัฒนาอาสาสมัคร กศน.สัตหีบ ให้สามารถท าหน้าที่เป็นผู้จัด ส่งเสริมและสนับสนุนการจัด 7)การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ 8) เสริมสร้างสัมพันธภาพระหว่างบุคลากร รวมทั้งภาคีเครือข่ายทั้งในต าบลและต าบลใกล้เคียงใน ทุกระดับเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการท างานร่วมกัน โดยจัดให้มีกิจกรรมการพัฒนาสมรรถนะ และเสริมสร้าง ความสัมพันธ์ระหว่างบุคลากร และภาคีเครือข่ายในรูปแบบที่หลากหลายอย่างต่อเนื่อง 5.2 การพัฒนาโครงสร้างและอัตราก าลัง 1) จัดท าแผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและด าเนินการปรับปรุงสถานที่ และวัสดุอุปกรณ์ให้มี ความพร้อมในการจัดการศึกษา 2) แสวงหาภาคีเครือข่ายในท้องถิ่นเพื่อการมีส่วนร่วมในการด าเนินกิจกรรม การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย รวมทั้งระดมทรัพยากรเพื่อน ามาใช้ในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานให้มีความพร้อม ส าหรับด าเนินกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ของประชาชน 3) บริหารอัตราก าลังที่มีอยู่ทั้งในส่วนที่เป็นข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้างให้เกิด ประสิทธิภาพสูงสุดในการปฏิบัติงาน
17 5.3 การพัฒนาระบบบริหารจัดการ 1) เร่งผลักดันให้มีการประกาศใช้กฎหมายว่าด้วยการศึกษาตลอดชีวิต 2) เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการงบประมาณ โดยพัฒนาระบบการก ากับ ควบคุมและเร่งรัด การเบิกจ่ายงบประมาณให้เป็นตามเป้าหมายที่ก าหนดไว้ 3) พัฒนาระบบฐานข้อมูลให้มีความครบถ้วน ถูกต้อง ทันสมัย และเชื่อมโยงกันทั่วประเทศอย่าง เป็นระบบเพื่อให้หน่วยงานและสถานศึกษาในสังกัดสามารถน าไปใช้เป็นเครื่องมือส าคัญในการบริหารการวางแผน การปฏิบัติงาน การติดตามประเมินผล และการน าผลมาพัฒนาการด าเนินงานอย่างต่อเนื่องตามวงจรคุณภาพ เดม มิ่ง (PDCA) รวมทั้งจัดบริการการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอย่างมีประสิทธิภาพ 4) พัฒนาระบบฐานข้อมูลรวมของนักศึกษา กศน.ต าบลสัตหีบ ให้มีความครบถ้วน ถูกต้อง ทันสมัย และเชื่อมโยงกันทั่วประเทศ สามารถสืบค้นและสอบทานได้ทันความต้องการเพื่อประโยชน์ในการจัดการศึกษาให้กับ ผู้เรียนและการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ 5) ส่งเสริมให้มีการจัดการความรู้ในหน่วยงานและสถานศึกษาทุกระดับ รวมทั้งการศึกษาวิจัยเพื่อ สามารถน ามาใช้ในการพัฒนาประสิทธิภาพการด าเนินงานที่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนและชุมชน พร้อมทั้งพัฒนาขีดความสามารถเชิงการแข่งขันของหน่วยงานและสถานศึกษา 6) สร้างความร่วมมือของทุกภาคส่วนทั้งในประเทศและต่างประเทศ ในการพัฒนาและส่งเสริมการ จัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย และการเรียนรู้ตลอดชีวิต 5.4 การก ากับ นิเทศ ติดตาม ประเมิน และรายงานผล 1) สร้างกลไกการก ากับ นิเทศ ติดตาม ประเมิน และรายงานผลการด าเนินงานการศึกษานอก ระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยให้เชื่อมโยงกับหน่วยงาน สถานศึกษา และภาคีเครือข่ายทั้งระบบ 2)ให้หน่วยงานและสถานศึกษาที่เกี่ยวข้องทุกระดับ พัฒนาระบบกลไกการก ากับ ติดตามและ รายงานผลการน านโยบายสู่การปฏิบัติ ให้สามารถตอบสนองการด าเนินงานตามนโยบายในแต่ละเรื่องได้อย่างมี ประสิทธิภาพ 3) ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และสื่ออื่น ๆ ที่เหมาะสม เพื่อการก ากับ นิเทศ ติดตาม ประเมินผล และรายงานผลอย่างมีประสิทธิภาพ 4) พัฒนากลไกการติดตามประเมินผลการปฏิบัติราชการตามค ารับรองการปฏิบัติราชการประจ าปี ของ กศน.ต าบล เพื่อการรายงานผลตามตัวชี้วัดในค ารับรองการปฏิบัติราชการประจ าปีของส านักงาน กศน. ให้ ด าเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นไปตามเกณฑ์วิธีการ และระยะเวลาที่ก าหนด 5) ให้มีการเชื่อมโยงระบบการนิเทศในทุกระดับ ทั้งหน่วยงานภายในและภายนอกองค์กรตั้งแต่ ส่วนกลาง ภูมิภาค กลุ่มจังหวัด จังหวัด อ าเภอ/เขต และต าบล/แขวง เพื่อความเป็นเอกภาพในการใช้ข้อมูล และ การพัฒนางานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ทิศทำงกำรพัฒนำและโอกำสของ กศน.ต ำบลสัตหีบ 1. กำรพัฒนำชุมชนต ำบลสัตหีบตำมหลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียง ชุมชนต าบลสัตหีบ ประชากรในพื้นที่ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพที่หลากหลาย เช่น ท าประมง ค้าขาย รับจ้าง ทั่วไป พนักงานบริษัทเอกชนเนื่องจากอยู่ใกล้เขตใกล้โรงแรม และ อาชีพเกษตรกรเนื่องจากเป็นพื้นที่ราบลุ่มภูเขา ดินมีความอุดมสมบูรณ์ ทิศทางการพัฒนาชุมชนที่เหมาะสมและมีความยั่งยืนคือการใช้แนวคิด ทิศทางการพัฒนา ประเทศสู่ความยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงโดยใช้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่มีอยู่ใน ชุมชนอย่างเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ และวิถีการด าเนินชีวิตในประจ าวันของคนในชุมชนเป็น 6 ทุน ได้แก่ ทุน มนุษย์ ทุนสังคม ทุนกายภาพ ทุนทางการเงิน ทุนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และทุนวัฒนธรรมมาใช้ ประโยชน์อย่างบูรณาการและเกื้อกูลกัน โดยเฉพาะการสร้างฐานทางปัญญา เพื่อเป็นภูมิคุ้มกันให้กับคนในสังคม
18 ภาคเกษตร รวมทั้งการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างระบบ ธรร มาภิบาลและความสมานฉันท์ในชุมชน เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ต าบลสัตหีบและชุมชนใกล้เคียงอยู่ร่วมกันในสังคม อย่างมีความสุขและเป็นธรรม 2. กำรส่งเสริมกำรเรียนรู้ตลอดชีวิตของชุมชนต ำบลสัตหีบ กศน.ต าบลสัตหีบ มุ่งเน้นให้ประชาชนในพื้นที่ได้เรียนรู้ ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ โดยพัฒนาคุณภาพ การศึกษาและการเรียนรู้ อย่างเป็นระบบโดยใช้ ทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชนมาช่วยในการจัดการศึกษาเพิ่มโอกาสทาง การศึกษาและการเรียนรู้จากการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายในชุมชนเพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมายได้เรียนรู้ ตลอดชีวิตด้านการศึกษานอกระบบและตามอัธยาศัยอย่างมีคุณภาพมีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนในพื้นที่เป็นคนเก่ง คนดี มีความสุข มีความรู้ ความช านาญด้านทักษะการประกอบอาชีพมีคุณธรรมจริยธรรมใฝ่เรียนรู้ และแสวงหา ความรู้ อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต ด ารงชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มีความสุข มีสุขภาพทั้ง กายและใจที่สมบูรณ์สามารถประกอบอาชีพและอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข 3. กำรจัดกำรศึกษำเพื่อส่งเสริมศิลปะและวัฒนธรรมในท้องถิ่นธรรม กศน.ต าบลสัตหีบ มุ่งเน้นให้ประชาชนในพื้นที่ศึกษาเรียนรู้ด้านท านุบ ารุงศาสนาศิลปะและวัฒนธรรมใน ท้องถิ่นดังนี้ 3.1 จัดให้มีการศึกษาและการเรียนรู้ ทางเลือกตามความสนใจของผู้เรียนและกลุ่มเป้าหมาย 3.2 สนับสนุนการศึกษาให้สอดคล้องกับความจ าเป็นของผู้เรียนโดยน าแนวทางการใช้คูปองการศึกษาเพื่อ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยมาปรับใช้กับการจัดการศึกษาของ กศน.ต าบลสัตหีบ 3.3 ร่วมมือกับภาคีเครือข่ายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต าบลสัตหีบ ก านัน ผู้ใหญ่บ้านและประชาชนทั่วไป จัดการการเรียนรู้ที่มีคุณภาพและทั่วถึง 3.4 จัดการศึกษาให้กับทุกกลุ่มเป้าหมายโดยส่งเสริมการเรียนรู้ ตลอดชีวิตโดยเน้นความร่วมมือระหว่าง ผู้เกี่ยวข้อง 3.5 พัฒนาตนเองให้มีคุณภาพและมีจิตวิญญาณของความเป็นครู 3.6 สนับสนุนการมีส่วนร่วมกับองค์กรทางศาสนาในชุมชน เพื่อการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม การสร้าง สันติสุขค่านิยมไทย 12 ประการและจัด กิจกรรมส่งเสริมความปรองดองสมานฉันท์ในชุมชนอย่างยั่งยืน 3.7 สนับสนุนภาคีเครือข่าย ประชาชนในพื้นที่ให้มีการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และเผยแพร่มรดกทางวัฒนธรรม ภาษาไทย และภาษาถิ่น ภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อ การเรียนรู้ การสร้างจิตส านึกความเป็นไทยและการเพิ่มมูลค่าทาง เศรษฐกิจให้แก่คนในชุมชน 3.8 สนับสนุนการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ วัฒนธรรมของประเทศเพื่อนบ้านและวัฒนธรรมสากลตลอดจน ส่งเสริมและอนุรักษ์ภาษาท้องถิ่นในชุมชน 3.9 ปลูกฝังค่านิยมและจิตส านึกดีให้เยาวชนและประชาชนพื้นที่ ได้มีโอกาสแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ ตัวชี้วัดควำมส ำเร็จตำมยุทธศำสตร์ และจุดเน้น กศน.ต ำบลสัตหีบ 1. จ านวนกลุ่มเป้าหมายในต าบลสัตหีบมี ผู้ด้อย พลาด และขาดโอกาสทางการศึกษาที่ได้รับบริการ การศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายมีจ านวนเพิ่ม 2. จ านวนประชากรกลุ่มเป้าหมายในต าบลสัตหีบที่เข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้/ได้รับบริการกิจกรรม การศึกษาต่อเนื่อง และการศึกษาตามอัธยาศัยที่สอดคล้องกับสภาพ ปัญหา และความต้องการได้โดยทั่วถึง 3. ร้อยละของผู้เรียนและผู้รับบริการในต าบลสัตหีบที่มีผลสัมฤทธิ์ตามจุดมุ่งหมายการเรียนรู้ของแต่ละ หลักสูตร/กิจกรรมเพิ่มขึ้น 4. ร้อยละของผู้ไม่รู้หนังสือในต าบลสัตหีบที่ผ่านการประเมินการรู้หนังสือตามหลักสูตรส่งเสริมการรู้ หนังสือเพิ่มขึ้น
19 5. ร้อยละของชุมชนในต าบลสัตหีบที่มีการจัดการความรู้และกระบวนการเรียนรู้อันเป็นผลเนื่องจากการเข้า ร่วมกิจกรรมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยเพิ่มขึ้น 6. ร้อยละของชุมชนในต าบลสัตหีบที่ใช้แหล่งการเรียนรู้ชุมชนในการจัดกระบวนการเรียนรู้ในชุมชนเพิ่มขึ้น 7. จ านวนประชาชนกลุ่มเป้าหมายในต าบลสัตหีบที่ได้รับการศึกษาอบรมในหลักสูตรภาษาอังกฤษ และ ภาษากลุ่มประเทศอาเซียนมีจ านวนเพิ่มมากขึ้น 8. ร้อยละของผู้รับการฝึกอบรมในหลักสูตรภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษากลุ่มประเทศอาเซียน และอาเซียน ศึกษาที่ผ่านเกณฑ์การประเมินตามหลักสูตรมีจ านวนเพิ่มมากขึ้น 9. จ านวนกิจกรรม/หลักสูตรที่ใช้กระบวนการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์/เทคโนโลยีที่เหมาะสมเป็น กระบวนการ/สาระในการเรียนรู้ใน กศน.ต าบลสัตหีบมีกิจกรรมที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น 10. จ านวนองค์กรภาคส่วนต่างๆ ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของ กศน.ต าบลสัตหีบที่ร่วมเป็นภาคีเครือข่ายใน การด าเนินงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยมีจ านวนเพิ่มขึ้น 11. จ านวน/ประเภทของสื่อ และเทคโนโลยีทางการศึกษาที่มีการจัดท า/พัฒนาและน าไปใช้เพื่อส่งเสริมการ เรียนรู้ของผู้เรียน/ผู้รับบริการการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยของ กศน.ต าบลสัตหีบมีจ านวน เพิ่มขึ้นหลากหลาย 12. จ านวนนักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไปในเขตพื้นที่รับผิดชอบของ กศน.ต าบลสัตหีบที่เข้าถึง บริการความรู้นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยผ่านช่องทางสื่อเทคโนโลยีทางการศึกษา และเทคโนโลยีการ สื่อสารมีจ านวนเพิ่มขึ้น ปัจจัยหลักแหล่งควำมส ำเร็จ กศน.ต ำบลสัตหีบ 1. กศน.ต าบลสัตหีบ ยึดหลักวิชา หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หลักปรัชญาคิดเป็น หลัก ธรมมาภิบาล และผลสัมฤทธิ์ในการบริหารจัดการ ทั้งด้านวิชาการงบประมาณ การบริหารงานบุคคล และการ บริหารทั่วไปทั้งภายในกศน.ต าบลสัตหีบ และการท างานร่วมกันกับภาคีเครือข่าย 2. กศน.ต าบลสัตหีบ ใช้ยุทธศาสตร์/กลยุทธ์ในการด าเนินงาน ทั้งที่ยึดพื้นที่ ยึดสภาวะแวดล้อม ยึดกลุ่มเป้า หมายาและความต้องการยึดประเด็นปัญหาของกลุ่มเป้าหมายหรือประเด็นการพัฒนา ยึดความส าเร็จ และยึด นโยบายเป็นฐาน 3. กศน.ต าบลสัตหีบ การเน้นการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ทั้งเครือข่ายเชิงพื้นที่เครือข่าย เชิงภารกิจและการสร้างความเข้มแข็งร่วมมือและความยั่งยืนในการเป็นภาคีเครือข่าย 4. กศน.ต าบลสัตหีบ เป็นฐานและสถานีปลายทาง ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ให้กับประชาชนในพื้นที่ โดยได้รับการพัฒนาให้มีศักยภาพและพร้อมในการปฏิบัติงานตลอดเวลา 5. กศน.ต าบลสัตหีบ ใช้สถานศึกษาเป็นกลไกขับเคลื่อนการบริหารนโยบายในระดับพื้นที่ โดยมี คณะกรรมการสถานศึกษาคณะกรรมการ กศน.ต าบลเป็นผู้เสนอแนะ ก ากับติดตาม นิเทศการด าเนินงานเพื่อให้ สามารถจัดการศึกษาในระดับพื้นฐานได้อย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพ 6. กศน.ต าบลสัตหีบ มีข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มเป้าหมายทุกกลุ่มตามจุดเน้น มาใช้ในการวางแผนการจัด การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย และ ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ในชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ 7. กศน.ต าบลสัตหีบ มีระบบการนิเทศก ากับติดตามและรายงานผล การปฏิบัติงานและการใช้จ่าย งบประมาณที่สามารถตรวจสอบความก้าวหน้าในการด าเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ 8. กศน.ต าบลสัตหีบ มีกลไก/ระบบที่สามารถเชื่อมโยงการท างานระหว่างส่วนราชการและหน่วยงานต่างๆ ที่ได้รับมอบหมายจากสถานศึกษาเช่น ระบบ ฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้องและการจัดกิจกรรมเพื่อตอบสนองนโยบาย เร่งด่วนหรือ นโยบายเฉพาะที่ได้รับมอบหมายจากสถานศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
20 9. กศน.ต าบลสัตหีบ มีหน่วยงาน/สถานศึกษารับผิดชอบตัวชี้วัดความส าเร็จ ตามยุทธศาสตร์และจุดเน้นที่ ตรงตามภารกิจอย่างชัดเจนที่ก ากับติดตามและรายงานผลตัวชี้วัดทั้งส่วนกลางระดับจังหวัด และระดับสถานศึกษา อย่างเป็นระบบ จุดเน้นของ กศน.ต ำบลสัตหีบ และภำคีเครือข่ำย 2.1 ผู้บริหารสถานศึกษา ครู บุคลากรทางการศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษา คณะกรรมการ กศน. ต าบล และครู กศน.ต าบล ทุกคน ได้รับการพัฒนาให้มี ศักยภาพและความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจตามบทบาท หน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ 2.2 มีการประสานเชื่อมโยงการท างานตามโครงสร้างภายใน กศน.ต าบลกับภาคีเครือข่ายทั้งในระดับ นโยบายและระดับปฏิบัติอย่างเป็นระบบโดยมีเอกภาพในเชิงนโยบาย และเน้นผลสัมฤทธิ์เป็นเป้าหมายความส าเร็จ ในการท างาน 2.3 กศน.ต าบลมีแผนจุลภาค (Micro Planning) เป็นเครื่องมือในการจัดกิจกรรมหรือออกแบบกิจกรรม การเรียนรู้ ทางการศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อัธยาศัยให้กับประชาชนกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ โดยมีข้อมูล พื้นฐานที่ส าคัญ ได้แก่ สภาพทางกายภาพของชุมชน ปัญหา/ความต้องการของประชาทางการศึกษา กลุ่มเป้าหมาย แต่ละกลุ่ม แต่ละประเภท แหล่งวิทยากรชุมชน (ทุนมนุษย์ ทุนสังคมกายภาพ และทุกการเงิน) ซึ่งมีการปรับปรุง ข้อมูลดังกล่าวให้เป็นปัจจุบันทุกรอปีงบประมาณ จุดเน้นด้ำนผลสัมฤทธิ์ กศน.ต ำบลสัตหีบ 3.1 ประชากรกลุ่มเป้าหมาย อ าเภอสัตหีบ ที่ส าเร็จหลักสูตรหรือร่วมกิจกรรมการศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัย มีผลสัมฤทธิ์ที่มีคุณภาพ ตรง ตามจุดมุ่งหมายของหลักสูตรหรือกิจกรรมการศึกษา / การ เรียนรู้ที่ก าหนดไว้ และสามารถน าความรู้ และประสบการณ์การเรียนรู้โยชน์ได้จริงที่ได้รับไปใช้ 3.2 นักศึกษา/ผู้เรียนที่ส าเร็จหลักสูตรการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย มีคุณธรรม จริยธรรม ยึดค่านิยมหลักของคนไทย 12 ประการ ในการด าเนินชีวิตและมีความใฝ่รู้ ใฝ่เรียนอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต เอกสำรที่เกี่ยวข้อง กำรศึกษำเพื่อพัฒนำทักษะชีวิต เป็นการจัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อสร้างเสริมความรู้ความสามารถของบุคคล เพื่อให้สามารถจัดการกับตนเอง และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้มีความสุขตามสภาพ และความสงบสุข ความปลอดภัยในสังคม การจัดการศึกษาเพื่อพัฒนา ทักษะชีวิต เป็นการให้ความส าคัญกับการพัฒนาคนให้มีความรู้ เจตคติและทักษะที่จ าเป็นส าหรับการด ารงชีวิตอยู่ใน สังคมปัจจุบันได้อย่างมีความสุข กระบวนการจัดกิจกรรมทักษะชีวิตเป็นการใช้กระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม โดย ให้กลุ่มเป้าหมายให้ฝึกคิด วิเคราะห์ เช่น การให้ชุมชนร่วมคิด เพื่อก าหนดเป็นเนื้อหาที่จะน ามาพัฒนาทักษะชีวิต เมื่อคิดแล้วต้องมีการฝึกปฏิบัติจริง คือ ลงมือท า เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ที่น าไปสู่การจ า หากท าแล้วประสบปัญหาต้อง ฝึกกระบวนการแก้ปัญหา ให้กับกลุ่มเป้าหมาย เมื่อกลุ่มเป้าหมายผ่านกระบวนการ 4 ขั้น ดังกล่าว ก็จะสามารถพัฒนา ทักษะชีวิตของตนเอง ครอบครัวชุมชน และสังคมได้ต่อไป
21 โภชนำกำรส ำหรับผู้สูงอำยุ ควำมหมำยส ำหรับโภชนกำรส ำหรับผู้สูงอำยุ ความหมายของโภชนาการ อาหาร และสารอาหาร โภชนาการ (nutrition) หมายถึง อาหาร (Food) ที่เข้าสู่ร่างกายคนแล้ว ร่างกายสามารถน าไปใช้เป็น ประโยชน์ด้านการเจริญเติบโต การค้ าจุนและการซ่อมแซมส่วนต่างๆของร่างกาย โภชนาการมีความหมายกว้างกว่า และต่างจากค าว่าอาหาร เพราะอาหารที่กินกันอยู่ทุกวันนี้มีดีเลวต่างกัน อาหารหลายชนิดที่กินแล้วรู้สึกอิ่ม แต่ไม่มี ประโยชน์ หรือก่อโทษต่อร่างกายได้ ถ้าน าเอาหารต่างๆ มาวิเคราะห์ จะพบว่ามีสารประกอบอยู่มากมายหลายชนิด โดยอาศัยหลักคุณค่าทาง โภชนาการท าให้มีการจัดสารประกอบต่างๆ ในอาหารออกเป็น 6 ประเภท คือ โปรตีน (protein) คาร์โบไฮเดรต (carbohydrate) ไขมัน (fat) วิตามิน (vitamin) เกลือแร่ (mmineral) และน้ า สารประกอบทั้ง 6 กลุ่ม นี่เองที่ เรียกว่า “สารอาหาร” (nutrient) ร่างกายประกอบด้วยสารอาหารเหล่านี้ และการท างานของร่างกายจะเป็นปกติ อยู่ได้ก็ต่อเมื่อได้สารหารทั้ง 6 ประเภทครบถ้วน อาหาร นับเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ในการครองชีวิต และมีส่วนท าให้สุขภาพของคนสมบูรณ์แข็งแรง ถ้ารับประทานอาหารได้ถูกต้อง และเพียงพอแก่ความต้องการของร่างกาย หรืออาจท าให้เป็นโรคได้ ถ้ามีการ รับประทานอาหารไม่ถูกต้อง ไม่เหมาะสมตามความต้องหาร ของร่างกายในแต่ละวัย ผู้สูงอายุนับเป็นวัยหนึ่ง ที่ พบว่ามีปัญหาทางโภชนาการ และน าไปสู่การเกิดโรค ซึ่งท าความยุ่งยากในการรักษา และครองตนให้มีความสุข ใน บั้นปลายชีวิต ความชราเป็นสิ่งที่ทุก ๆ คนหลีกเลี่ยงไม่ได้ และมักจะเกี่ยวโยงไปถึง การเปลี่ยนแปลงในทางสรีรวิทยา ของ ร่างกายมีสภาพการเสื่อม ของระบบอวัยวะต่าง ๆ ทางองค์การอนามัยโลก ได้ตั้งเกณฑ์ขึ้นเพื่อใช้กันทั่ว ๆ ไปว่า ผู้สูงอายุคือ ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ซึ่งในปัจจุบันมีแนวโน้ม ของการเพิ่มประชากรกลุ่มนี้ จะมีมากขึ้น อย่าง ต่อเนื่อง เป็นผลมาจาก การพัฒนาทางการแพทย ์และสาธารณสุข ในประเทศไทยนั้นมีรายงานจาก ส านักงานสถิติ แห่งชาติ และส านักงานคณะกรรมการ พัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ พบว่าจ านวน ผู้สูงอายุไทย ได้เพิ่มขึ้น อย่างรวดเร็ว ซึ่งคาดว่าในปี 2543 จะมีผู้สูงอายุถึง 4.8 ล้านคนและอายุเฉลี่ยปัจจุบันคือ 67.6 ปี การเป็นผู้สูงอายุที่มีคุณภาพไม่เป็นภาระแก่ลูกหลาน เป็นผลมาจากการเตรียมตัวของท่าน ซึ่งโภชนาการจัด ได้ว่าเป็นปัจจัยที่ส าคัญในช่วงอายุนี้การที่ผู้สูงอายุได้รับสารอาหารไม่เพียงพอหรือได้มากเกินไป จะมีผลซ้ าเติม อวัยวะต่าง ในร่างกายที่มีแนวโน้มจะเสื่อมอยู่แล้วให้เสื่อมมากขึ้น นอกจากนี้อุบัติการณ์การเกิดโรคเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจ โรคมะเร็ง โรคความดันโลหิตสูง จะมีผลต่อภาวะโภชนาการทั้งสิ้น เมื่อย่างเข้าสู่วัยสูงอายุ จะเกิดความเปลี่ยนแปลงในของร่างกายไปในทางเสื่อม ได้แก่ การเปลี่ยนแปลง ของส่วนประกอบของร่างกาย การท างานของอวัยวะต่างๆในร่างกายเสื่อมลง สมรรถนะทางกายเสื่อมลง รวมทั้งการ ท างานของสมองลดลง ส่วนประกอบของร่างกายที่เปลี่ยนแปลงในผู้สูงอายุได้แก่ มวลเนื้อเยื่อซึ่งได้แก่ มวลกล้ามเนื้อ มวลเนื้อเยื่อของอวัยวะภายใน มวลกระดูก และน้ าในร่างกายลดลง แต่สัดส่วนของไขมันมากขึ้น การที่มีมวล เนื้อเยื่ออวัยวะภายในลดลงนั้น ท าให้การท างานของอวัยวะภายในต่างๆโดยเฉพาะ หัวใจ ปอด ไต ตับ และสมอง ลดลงด้วย การท างานของระบบต่างๆของร่างกายโดยเฉพาะระบบภูมิคุ้มกันก็เสื่อมถอยลง ท าให้ผู้สูงอายุมีโอกาสติด เชื้อได้ง่าย และการฟื้นตัวจากโรคก็ยากขึ้น โดยปกติการเสื่อมของร่างกายเป็นไปอย่างช้าๆ แต่หากมีปัจจัยบางอย่างมาเกี่ยวข้องเช่นโรคเรื้อรังหรือ โรคเฉียบพลันใดๆก็ตาม ภาวะทุโภชนาการ สิ่งแวดล้อมที่ไม่ดี ฯลฯ จะท าให้ความเสื่อมเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ผู้สูงอายุมีการฟื้นตัวจากโรคที่เป็นช้ากว่าคนหนุ่มสาว ส่วนหนึ่งเกิดจากความเสื่อมของระบบต่างๆ ส่วนหนึ่งเกิดจาก ทุกโภชนาการ หากป้องกันการเกิดทุโภชนาการได้น่าจะท าให้การฟื้นจากโรคที่เป็นได้เร็วขึ้น
22 ผู้สูงอำยุ เป็นบุคคลที่ต้องกินอาหารให้ได้สัดส่วนและเพียงพอกับความต้องการของร่างกาย เช่น เดียวกับวัยอื่น ๆ คือ มีความต้องการพลังงานและสารอาหารชนิดอื่นๆ เหมือนบุคคลทั่วไป ส ำหรับผู้ที่มีอำยุระหว่ำง 40-60 ปีในวัยนี้มักมีน้ าหนักตัวมากเกินมาตรฐาน เพราะจะมีการใช้ก าลังงาน น้อยลง และต่อต่างๆ โดยเฉพาะต่อไทรอยด์จะท างานน้อยลง เมื่อรู้ว่าน้ าหนักเกินควรพยายามลดหรือ ควบคุม น้ าหนักของร่างกายให้คงที่ไม่ให้อ้วนหรือผอมจนเกินไป ส ำหรับผู้ที่มีอำยุ60 ปีขึ้นไป ความต้องการพลังงานจะลดลง เนื่องจากการท างานของอวัยวะต่างๆ น้อยลง เช่น การท างานของกล้ามเนื้อ เป็นต้น ดังนั้น จึงควรเลือกกินอาหารที่ให้พลังงานน้อยลง เช่น ลดอาหาร ประเภทแป้ง และไขมันลงมาก กว่าตอนอายุ40-60 ปีลดปริมาณอาหารแต่ละมื้อลง แต่กินบ่อยขึ้น อาหารมื้อเย็น ไม่ควรมากเกินไป ควรกินอาหารเบาๆ และเครื่องดื่ม เช่นนมสัก 1 ถ้วย ก่อนนอน จะท าให้หลับสบาย อาหาร ประเภท เนื้อสัตว์ รับประทานได้เหมือนเดิม แต่ควรสับหรือต้มเปื่อย เนื้อสัตว์ประเภทปลาจะช่วยให้ย่อยง่ายขึ้น ควร เป็นอาหารอุ่นๆ ถ้ามีน้ าแกงหรือต้มจืดจะช่วยกระตุ้นน้ าย่อยได้ดี อาหารประเภทผัก ควรต้มเปื่อย รับประทานได้ เหมือนเดิม หรือเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เพราะจะช่วยในการขับถ่าย ส่วนใหญ่ผู้สูงอายุ จะรับประทานผักและผลไม้น้อยลง ท าให้ร่างกายได้รับแร่ธาตุไม่เพียงพอกับความต้องการ ซึ่งจะ มีผลต่อสารอาหารอื่นๆ ด้วย คือ ท าให้ร่างกายได้รับ เหล็กต่ าไปด้วย ท าให้เป็นโรคซีดหรือโลหิตจาง ดังนั้น เพื่อให้การดูดซึมแร่ธาตุเหล็กดีขึ้น จึงควรกินผักและผลไม้ที่มี วิตามินซีสูง นอกจากนี้ ยังสูง อายุ ยังมีปัญหาเกิดโรคกระดูกพรุน ทั้งนี้ มีสาเหตุจากการกินอาหารที่มีแคลเซียมน้อย จึงควรป้องกัน โดยดื่มนมทุกวัน รับประทานเนื้อสัตว์ ปลาตัวเล็กตัวน้อย กุ้งแห้ง และผักสีเขียวบ้าง เพื่อร่างกายจะ ได้ รับแคลเซียมไปบ ารุงกระดูกให้แข็งแรงไม่เปราะหักง่าย น้ ามีความส าคัญต่อร่างกายผู้สูงอายุมาก เพราะผู้สูงอายุ ส่วนมากจะดื่มน้ าไม่เพียงพอ ท าให้คอแห้งมีเสมหะ และการขับถ่ายไม่ดีมักท้องผูก ดังนั้นผู้สูงอายุจึงควรดื่มน้ า ประมาณวันละ 6-8 แก้ว เป็นประจ าทุกวัน นอกจากนี้ ในพืชผักทุกชนิด จะมีเส้นใยอาหาร ซึ่ง มีความส าคัญต่อ สุขภาพเช่นกัน เพราะจะช่วยไม่ให้ท้องผูกขับถ่ายได้สะดวกขึ้น ร่างกายไม่หมักหมมสิ่งบูดเน่า และสารพิษบางอย่าง ไว้ในร่างกายนานเกินควร รวมทั้ง ยังป้องกันการ เกิดมะเร็งในล าไส้ใหญ่ได้ด้วย จึงควรกินผักเป็นประจ าและควรกิน ผลไม้โดยเฉพาะผลไม้สด จะเห็นได้ว่าผู้สูงอายุควรมีการดูแลสุขภาพในเรื่องโภชนาการ เช่นเดียวกันกับบุคคลวัยอื่นๆ วัยผู้สูงอายุ เป็นวัยสุดท้ายของชีวิต เป็นวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงไปในทางเสื่อมสลาย แต่เราสามารถท าให้วัยนี้ สดชื่น แจ่มใส และมีคุณค่าได้โดยการมีสุขภาพแข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ เพื่อเป็นการชะลอการเสื่อม ของร่างกายมิให้เกิด เร็ว ผู้สูงอำยุควรเน้นรับประทำนผักและผลไม้ ด้วยเหตุผล 3 ประกำรคือ 1. ผักและผลไม้มีวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิดที่กินเข้าไปแล้ว ร่างกายจะย่อยและดูดซึมไปใช้ให้เป็น ประโยชน์ สร้างภูมิคุ้มกันโรค และท าให้มีชีวิตอยู่ได้เป็นปกติสุข 2. มีสารต้านมะเร็ง ในผักและผลไม้หลายชนิดมีวิตามินซีและเบตาแคโรทีนสูง กินเข้าไปแล้วจะไปต้าน ไม่ให้เกิดสารอนุมูลอิสระ ช่วยลดความเสี่ยงจากการเป็นมะเร็งได้อย่างมาก 3. ผักและผลไม้มีใยอาหารหรือที่เรียกว่าไฟเบอร์สูง เมื่อกินเข้าไปแล้วร่างกายจะไม่ย่อยและไม่ถูกดูดซึม ไฟเบอร์จะท าหน้าที่เหมือนไม้กวาด ลากน้ าตาล ไขมัน สารก่อมะเร็ง สารพิษ ที่เรากินเข้าไปกับอาหาร ระหว่างมื้อ ออกไปเก็บไว้บริเวณล าไส้ใหญ่ รุ่งเช้ามาก็ขับถ่ายออกไป นั่นคือประโยชน์อันมหาศาลของผักและผลไม้ โดยผู้สูงอายุควรกินผักและผลไม้ประมาณวันละ 5-6 ทัพพี และควร จะเป็นผักสุก ผักลวก ผักนึ่ง และผักที่ดีที่สุดคือผักพื้นบ้าน ผู้สูงอำยุที่มีสุขภำพสมบูรณ์อยู่แล้ว ควรได้รับอำหำรครบทั้ง 5 หมู่ ดังนี้ หมู่ 1 อำหำรประเภทแป้งหรือคำร์โบไฮเดรต เช่น ข้าว ก๋วยเตี๋ยว เผือก และมันส าปะหลัง กลุ่มนี้เป็น สารอาหารหลัก และให้พลังงานแก่ร่างกายมากกว่าสารอาหารจากกลุ่มอื่น ผู้สูงอายุจะมีความต้องการพลังงานลดลง
23 เนื่องจากความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อลดลง ดังนั้นผู้สูงอายุจึงควรรับประทานอาหารกลุ่มนี้แต่พออิ่ม ไม่มาก จนเกินไป เพราะส่วนที่เกินจะถูกเปลี่ยนเป็นไขมันสะสมตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย เกิดเป็นผลเสียต่อระบบ ไหลเวียนโลหิต ท าให้น้ าหนักตัวเพื่ม มีผลต่อเข่า คือ ท าให้เสื่อมเร็วขึ้นและปวดเข่าเวลาเดิน 1. คนสูงอายุควรรับประทานข้าวให้ลดน้อยลง ควรกินในปริมาณที่พอเหมาะ เช่น ข้าวเมื้อละ 1 จาน หรือ ปริมาณ 2 ทัพพี 2. ไม่ควรรับประทานน้ าตาลในปริมาณที่มาก หลีกเลี่ยงอาหารรสหวานจัดและของหวานทุกชนิด 3. อาหารจ าพวก ข้าว แป้ง น้ าตาล เผือก มัน ให้สารอาหารที่เรียกว่า "คาร์โบไฮเดรท" ซึ่งให้พลังงานต่อ ร่างกาย หากรับประทานมากเกินไปจะสะสมเป็นไขมัน ควรเลือกรับประทานในรูปของธัญพืช เช่น ข้าวจ้าว ข้าวเหนียว ข้าวสาลี ข้าวโพด หรืออาหารแป้ง เช่น ขนมปัง บะหมี่ ก๋วยเตี๋ยว อาหารเหล่านี้จะมีกากใยอาหารอยู่ด้วย ซึ่งมีประโยชน์ต่อผู้สูงอายุ 4. หากผู้สูงอายุต้องการรับประทานข้าวกล้องก็ควรหุงให้นิ่ม ข้าวกล้องนอกจากจะให้พลังงานแล้วยังช่วย ป้องกันโรคเหน็บชาได้อีกด้วย หมู่ 2 อำหำรประเภทโปรตีนหรือเนื้อสัตว์ และถั่วชนิดต่ำงๆ อาหารกลุ่มนี้จ าเป็นในการซ่อมแซม และ สร้างเนื้อเยื่อที่ส าคัญต่อการด ารงชีวิต แม้ว่าผู้สูงอายุจะไม่มีการเจริญเติบโตอีกแต่ร่างกายก็ต้องมีการสร้างเนื้อเยื่อ ใหม่ทดแทนของเดิมที่สูญสลายไปตลอดเวลา ผู้สูงอายุ จึงยังต้องการสารอาหารกลุ่มนี้มากกว่าในวัยหนุ่มสาว เมื่อ เทียบกับน้ าหนักตัว เนื้อสัตว์ที่ผู้สูงอายุควรรับประทานคือ เนื้อไก่ที่ลอกหนังออกเนื่องจากหนังไก่จะมีไขมันมาก เกินไป เนื้อปลาซึ่งยังมีกรดไขมันชนิดโอเมก้า-3 ที่สามารถป้องกันหลอดเลือดและโรคหัวใจได้ ถั่วขนิดต่างๆ เช่น ถั่ว ลิสง ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ก็เป็นแหล่งโปรตรีนราคาไม่แพงที่ให้คุณค่าไม่แพ้เนื้อสัตว์ ทั้งยังมีกากเส้นใยท าให้ล าไส้บีบ ตัวดี ป้องกันเรื่องท้องผูกได้ 1. ควรให้รับประทานไข่วันละ 1 ฟอง และดื่มนมอย่างน้อยวันละ 1 แก้ว ส าหรับโปรตีนจากเนื้อสัตว์ควรลด น้อยลง เพราะส่วนใหญ่จะติดมันมากับเนื้อสัตว์ด้วย 2. อาหารจ าพวกเนื้อสัตว์ต่างๆ นม ไข่ และถั่วเมล็ดแห้ง จะให้สารอาหารที่เรียกว่า "โปรตีน" ผู้สูงอายุ จ าเป็นต้องได้รับโปรตีนให้เพียงพอเพื่อช่วยซ่อมแซ่มส่วนที่สึกหรอของร่างกาย ในวันหนึ่งผู้สูงอายุควรได้รับโปรตีน 1 กรัมต่อน้ าหนักตัว 1 กิโลกรัม 3. เนื้อปลาเป็นอาหารโปรตีนที่ผู้สูงอายุควรเลือกรับประทาน เนื่องจากเป็นแหล่งโปรตีนที่ดี ย่อยง่าย ไขมัน ต่ า ควรเลือกก้างออกให้หมด เนื้อปลายังมีกรดไขมันชนิดโอเมก้ -3 ที่สามารถป้องกันหลอดเลือดแข็งและโรคหัวใจได้ รวมทั้งยังมีแร่ธาตุที่ผู้สูงอายุต้องการอีกด้วย 4. หากผู้สูงอายุต้องการรับประทานเนื้อสัตว์ชนิดอื่น ควรสับให้ละเอียดหรือต้มให้เปื่อยเพื่อสะดวกต่อการ เคี้ยว ส าหรับเนื้อไก่ควรลอกหนังออก เนื่องจากหนังไก่จะมีไขมันมากเกินไป 5. ผู้สูงอายุควรรับประทานไข่วันละ 1 ฟอง หรืออย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ฟอง ในกรณีผู้สูงอายุที่มีปัญหา ไขมันในเลือดสูง ควรเลือกรับประทานเฉพาะไข่ขาวเท่านั้น 6. ผู้สูงอายุควรดื่มนมอย่างน้อยวันละ 1 แก้ว นมเป็นอาหารให้สารอาหารโปรตีน และเเคลเซียมสูง ส าหรับ ผู้สูงอายุที่ดื่มนมแล้วท้องเสีย อาจเปลี่ยนเป็นนมถั่วเหลืองแทน 7. พืชจ าพวกถั่วชนิดต่างๆ เป็นอาหารประเภทโปรตีน ช่วยซ่อมแซม และสร้างเนื้อเยื่อที่ส าคัญต่อการ ด ารงชีวิตอยู่ ซึ่งผู้สูงอายุแม้จะไม่เจริญเติบโตอีกแต่ร่างกายก็ต้องมีการสร้างเนื้อเยื่อใหม่เพื่อทดแทนของเดิมที่สูญ สลายไปตลอดเวลา ผู้สูงอายุต้องการสารอาหารกลุ่มนี้มากกว่าในวัยหนุ่มสาวเมื่อเทียบกับน้ าหนักตัว ถั่วชนิดต่างๆ เช่น ถั่วลิสง ถั่วเหลือง ถั่วเขียว เป็นแหล่งอาหารโปรตีนราคาไม่แพงที่ให้คุณค่าม่แพ้เนื้อสัตว์ ทั้งยังมีกากเส้นใยท าให้ ล าไส้บีบตัวดี ป้องกันเรื่องท้องผูกได้
24 หมู่ 3 อาหารประเภทไขมัน เช่น น้ ามันพืชที่ใช้ประกอบอาหาร กะทิซึ่งเป็นน้ ามันจากมะพร้าว หรือไขมัน จากสัตว์ เช่น หนังไก่ หนังหมู ไข่แดง นม อาหารกลุ่มนี้ให้พลังงานสูงมากที่สุด ถ้ารับประทานมากเกินไปจะเกิด ผลเสียต่อร่างกายอย่างมาก ท าให้หลอดเลือดแข็งตัวและเลือดไหลเวียนไปเลี้ยงอวัยวะที่ส าคัยน้อยลง เช่น สมองและ หัวใจ ผู้สูงอายุจึงควรรับประทานไขมันน้อยที่สุด 1. ควรใช้น้ ามันถั่วเหลือง น้ ามันดอกทานตะวัน หรือน้ ามันข้าวโพด ในการปรุงอาหาร เพราะเป็นน้ ามันพืชที่ มีกรดไลโนเลอิก ซึ่งเป็นกรดไขมันที่จ าเป็นต่อร่างกาย สามารถควบคุมระดับไขมันในเลือด เท่ากับเป็นการช่วยลด ภาวะหลอดเลือดแข็ง และโรคหัวใจขาดเลือด 2. ไขมันจากสัตว์ และพืช อาหารหมู่นี้ให้พลังงานแก่ร่างกายหากกินมากจะท าให้อ้วน และไขมันอุดตันใน เส้นเลือดได้ 3. หลีกเลี่ยงน้ ามันพืชที่ใช้ประกอบอาหารกะทิซึ่งเป็นน้ ามันจากมะพร้าว 4. หลีกเลี่ยงไขมันจากสัตว์ เช่น หนังไก่ หนังหมู ไข่แดง อาหารกลุ่มนี้จะให้ไขมันสูงมาก ซึ่งถ้ารับประทาน มากเกินไปจะเป็นผลเสียต่อร่างกายอย่างมาก ท าให้หลอดเลือดแข็ง และเลือดไหลเวียนไปหล่อเลี้ยงอวัยวะที่ส าคัญ ลดลง เช่น สมอง และหัวใจ หมู่ 4 อาหารประเภทเกลือแร่ แร่ธาติที่ผู้สูงอายุต้องการและมักจะขาดคือ ธาตุแคลเซียมและธาติสังกะสี ธาตุแคลเซียมเป็นส่วนประกอบส าคัญของกระดูก พบมากในนม ก้อนเต้าหู้ ผักผลไม้ เมล็ดงา กระดูกสัตว์ เช่น ปลา ป่น หรือปลากระป๋อง ผู้สูงอายุควรดื่มนมบ้าง แต่ควรเป็นนมพร่องมันเนย เพื่อลดประมาณไขมันที่ไม่จ าเป็นออกไป ส่วนธาตุสังกะสีมีความจ าเป็นต่อร่างกายหลายระบบโดยเฉพาะผิวหนัง ซึ่งมีมากในอาหารทะเล ปลา เป็นต้น หมู่ 5 อาหารประเภทวิตามิน วิตามินนั้นมีหลายชนิด แต่ที่ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ขาดบ่อย ได้แก่ วิตามินบีหนึ่ง วิตามินอี วิตามินดี และกรดโฟลิค ถ้าผู้สูงอายุควรออกนอกบ้านเพื่อรับแสงแดดบ้าง เพราะแสงแดดอ่อนๆ สามารถ กระตุ้นให้ผิวหนังสร้างวิตามินขึ้นเองได้ ส่วนวิตามินบีหนึ่ง พบมากในข้าวซ้อมมือ ข้าวกล้อง ผักผลไม้ ส่วนวิตามินอี พบมากในน้ ามันพืช ถั่วชนิดต่างๆ กรดโฟลิกจะบพมากในพืชผักสดใบเขียวทุกชนิด ผู้สูงอายุไทยมักไม่ขาดวิตามินบี สิบสอบเพราะวิตามินบีสิบสองมีมากในกะปิและน้ าปลา 1. แร่ธาตุที่ผู้สูงอายุต้องการและมักจะขาดคือ ธาตุแคลเซียม และธาตุสังกะสี ธาตุแคลเซียมเป็น ส่วนประกอบส าคัญของกระดูก พบมากในนม ก้อนเต้าหู้ ผักผลไม้ เมล็ดงา กระดูกสัตว์ เช่น ปลาป่นหรือปลา กระป๋อง ผู้สูงอายุจึงควรรับประทานนมบ้าง แต่ควรเป็นนมพร่องไขมันเนย เพื่อลดปริมาณไขมันที่ไม่จ าเป็นออกไป ส่วนธาตุสังกะสีมีความจ าเป็นต่อร่างกายหลายระบบโดยเฉพาะผิวหนัง ซึ่งมีมากในอาหารทะเล ปลา เป็นต้น 2. เกลือแร่เป็นสารอาหารอีกชนิดหนึ่งที่พบว่ามีการขาดในผู้สูงอายุ เกลือแร่ที่ควรให้ความสนใจมากๆ ได้แก่ แคลเซียม ฟอสฟอรัส และเหล็ก จากข้อก าหนดสารอาหารส าหรับผู้สูงอายุ ก าหนดให้ผู้สูงอายุ ควรได้รับแคลเซียม และฟอสฟอรัสประมาณ 800 มิลลิกรัม/วัน แต่มีการศึกษาว่าควรได้รับสูงกว่านี้ คือประมาณ 1,000-1,500 มิลลิกรัม/วัน โดยเฉพาะผู้หญิงที่อยู่ในวัยหมดประจ าเดือน เพราะมีการดูดซึมแคลเซียมน้อยลง จึงท าให้เกิดมีปัญหา ของกระดูก เนื่องจากได้รับแคลเซียมไม่เพียงพอ และท าให้กระดูกเปราะ พรุนและไม่แข็งแรง จึงพบว่าเมื่อประสบ อุบัติเหตุ หรือหกล้มเพียงเล็กน้อย ผู้สูงอายุจะมีอาการของกระดูกหักได้ง่าย 3. เหล็กเป็นเกลือแร่อีกชนิดหนึ่งที่พบว่ามีการขาดในผู้สูงอายุ และท าให้เกิดโรคโลหิตจาง ซึ่งท าให้ผู้สูงอายุ เหนื่อยง่าย ความต้านทานโรคน้อยลง เจ็บป่วยได้ง่าย ท าให้ร่างกายอ่อนแอลง เกลือแร่มีในอาหารทุกชนิด ทั้ง เนื้อสัตว์ นม ไข่ ผัก ผลไม้ และธัญพืช แต่ในปริมาณมากน้อยแตกต่างกัน 4. วิตามินนั้นมีหลายชนิด แต่ที่ผู้สูงอายุส่วนใหญ่อาจจะขาดได้บ่อยเช่น วิตามินบีหนึ่ง วิตามินอี วิตามินดี และกรดโฟลิค ถ้าผู้สูงอายุท่านนั้นอยู่แต่ในบ้าน 5. วิตามินเป็นสารอาหารอีกชนิดหนึ่งที่จ าเป็นส าหรับร่างกายเพื่อช่วยในการเผาผลาญอาหา ที่บริโภคให้ เป็นพลังงาน และสามารถน าไปใช้ในร่างกาย ท าให้ร่างกายสามารถท างานได้ตามปกติ เพิ่มภูมิต้านทานโรคและสร้าง
25 สารเคมีที่จ าเป็นส าหรับร่างกาย วิตามินมีหลายชนิด มีหน้าที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งร่างกายต้องการในปริมาณที่ไม่ เท่ากัน 6. ปัญหาการขาดวิตามินในผู้สูงอายุพบได้เสมอ เช่น การขาดวิตามินบีหนึ่ง ท าให้เกิดโรคเหน็บชา ปริมาณสารอาหารชนิดต่างๆที่ควรได้รับประจ าวันส าหรับผู้สูงอายุ สำรอำหำร ชำย หญิง โปรตีน, กรัม 51 44 วิตำมินที่ละลำยในไขมัน วิตามินเอ, ไมโครกรัม RE วิตามินดี, ไมโครกรัม วิตามินอี, มก. a- TE วิตามินเค, ไมโครกรัม 700 600 5 5 10 8 45 35 วิตำมินที่ละลำยในน้ ำ วิตามินซี, มก 60 60 วิตามินบี 1, มก. 1.2 1.0 วิตามินบี 2, มก. 1.4 1.2 ไนอะซิน, มก. NE 16 13 วิตามินบี 6, มก. 2.2 2.0 โฟเลท, ไมโครกรัม 400# 400# วิตามินบี 12, ไมโครกรัม 2.0 2.0 ไบโอติน, ไมโครกรัม 100-200 100-200 กรดแพนโทธีนิค, มก. 4-7 4-7 คาร์นิทีน, มก. 24-81 24-81 เกลือแร่ โซเดียม, มก. 1,100-3,300 1,100-3,300 โปแตสเซียม, มก. 1,875-5,625 1,875-5,625 คลอไรด์, มก. 1,700-5,100 1,700-5,100 แคลเซียม, มก. 1500* 1500* ฟอสฟอรัส, มก 800 800 แมกนีเซียม, มก 350 350 เหล็ก, มก. 10 10 สังกะสี, มก. 15 15 ไอโอดีน, ไมโครกรัม 150 150 ทองแดง, มก. 2.0-3.0 2.0-3.0 ฟลูออไรด์, มก. 1.5-4.0 1.5-4.0 โครเมียม, มก 0.05-0.2 0.05-0.2 ซีลีเนียม, มก. 0.05-0.2 0.05-0.2
26 โภชนำกำรในผู้สูงอำยุ แบ่งได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ กลุ่มที่ 1 อาหารที่เหมาะสมส าหรับ เมตะบอลิสมคือสารอาหารที่ได้รับเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ในแต่ละวัน กลุ่มที่ 2 อาหารเพื่อช่วยให้มีสุขภาพดีและมีชีวิตยืนยาวหรืออาหารเพื่อเวชศาสตร์ป้องกัน เป็นการช่วย ชะลอสุขภาพมิให้เสื่อมเร็ว และป้องกันไม่ให้เกิดโรคต่าง ๆ ที่อาจป้องกันได้ ด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และถูกหลักโภชนาการ กลุ่มที่ 3 อาหารที่เหมาะสมกับโรคซึ่งเกิดขึ้นเสมอ ๆ หรือมักจะเป็นโรคประจ าตัวของผู้สูงวัย เช่น อาหารส าหรับ ผู้ที่เป็นโรคความดัน โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวาน และโรคเก้าท์ เป็นต้น นอกจากนี้ยังต้องพิจารณาถึงสภานการณืต่าง ๆ เช่น อาหารที่เหมาะกับผู้สูงอายุในสภาวะนั้น ๆ และ ทรัพยากร ธรรมชาติที่เรามีอยู่ ซึ่งสามารถดัดแปลงให้เหมาะสม โดยพิจารณาถึง คุณภาพ และเศรษฐกิจของ ครอบครัว เป็นหลัก พร้อมกันนั้นก็ควรต้อง ยอมรับด้วยว่า อาหารที่เหมาะสมส าหรับคนสูงอายุคนหนึ่ง อาจไม่ เหมาะสมส าหรับอีกคนหนึ่ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับหน้าที่ทางกายภาพ สภาพของระบบอวัยวะต่าง ๆ ของคนนั้น ๆ เป็น ส าคัญ วิธีการง่าย ๆ ที่จะใช้เป็น เครื่องบ่งชี้ว่าบุคคลผู้นั้น น่าจะมีอายุยืนยาวหรือไม่ นอกเหนือไปจาก โภชนาการ ที่ถูกต้องแล้ว มีหลายประการ ประการที่ 1 ประวัติครอบครัวที่มีอายุยืนยาวถ้าบิดา มารดา ปู่ย่า ตายาย และพี่น้องมีอายุยืนยาว โอกาสที่ บุคคลนั้น จะมีอายุยืนยาวไปด้วยจะมีสูงขึ้น เพราะเกี่ยวข้องกับกรรมพันธุ์ของแต่ละบุคคล ประการที่ 2 ลักษณะนิสัย ผู้ที่ดื่มเหล้ามากจะพบว่ามีอายุสั้น เพราะการติดสุราจะน าพาไปสู่การเกิดโรค เช่น โรคตับแข็ง ซึ่งเป็นสาเหตุ การเกิดมะเร็งตับได้ การสูบบุหรี่มากจะเป็นสาเหตุของ การเกิดโรคเกี่ยวกับหลอด เลือด รวมทั้ง เป็นผลร้ายแก่ปอดผู้ที่สูบบุหรี่มาก ๆ โอกาสที่จะมีสุขภาพดีและอายุยืนน้อยกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ ประการที่ 3 ความอ้วนเกินไป หรือผอมเกินไป จากการศึกษาเปรียบเทียบโดยรวบรวมตัวเลขระหว่างปี 1954-1972 ในประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่าผู้ที่ มีน้ าหนักต่ ากว่าเกณฑ์กลางเล็กน้อย มีอัตราตายต่ าสุด โดยทั่ว ๆ ไป และผู้ที่มีน้ าหนักเกินเกณฑ์กลางไม่เกิน 15% ก็มีอัตราการตายไม่สูงกว่าเช่นเดียวกัน ฉะนั้น การควบคุมน้ าหนัก ให้เข้ามาตรฐานตาม ความสูงและอายุของคนไทย อย่าให้ถึงกับอ้วนมาก ๆ จะท าให้อายุยืนยาว (น้ าหนักเกินกว่า เกณฑ์กลาง 20% ขึ้นไป) วิธีตรวจเช็คว่าอ้วน หรือไม่ สามารถท าได้ง่าย ๆ โดยใช้ความสุง ซึ่งวัดเป็น ซม. ลบ ด้วย 100 ถ้าเป็นหญิงลบด้วย 110 ก็จะได้น้ าหนักที่พอดี แต่ถ้าน้ าหนักน้อย หรือผอมเกินไปอัตราตาย ก็ค่อนข้างสูง เช่นเดียวกันปัญหำที่ผู้สูงอำยุกินอำหำรได้น้อยลงอำจมีสำเหตุมำจำก 1. ปัญหาเรื่องเหงือกและฟัน การสูญเสียฟัน ฟันผุ ใส่ฟันใหม่แล้วยังไม่เจ้าที่ เป็นโรคเหงือก ท าให้เคี้ยว อาหารล าบากเป็นสาเหตุท าให้ไม่อยากรับประทานอาหารที่ต้องเคี้ยว เช่น เนื้อสัตสว์ หรือผักต่าง ๆ ซึ่งอาจะท าให้ เกิดการขาดสารอาหารที่จ าเป็นต่อร่างกาย เช่น กรดอะมิดน แร่ธาตุ และกากใยอาหาร ซึ่งผลที่ตามมาคือจะท าให้ ท้องผูก 2. รสชาดอาหารจะลดลง ทั้งนี้เป็นเพราะปุ่มรับรสอาหารที่ลิ้นเสื่อมและมีจ านวนลดลง ท าให้ต้องกินอาหาร รสจัด เช่น เค็มจัด ท าให้มีอาการบวม ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคความดันโลหิตสูง 3. การรับกลิ่นอาหารลดลงในผู้สูงอายุ ปลายประสาทรับกลิ่นในจมูกท าหน้าที่ไม่ได้ดีเหมือนเดิม จึงท าให้ไม่ สามารถได้กลิ่นอาหารบางชนิดที่เคยชอบเหมือนเดิมเป็นสาเหตุท าให้ความอยากรับประทานของอาหารลดลง 4. ความกังวลที่มีในจิตใจ ผู้สูงอายุมักจะมีความกังวลและความเศร้า ซึ่งอาจเกิดจาก การสูญเสียเพื่อน หรือบุคคลที่ เคยอยู่ร่วมกัน ลูกหลานไม่ดูแลเอาใจใส่เท่าที่ควร ความกังวลด้านเศรษฐกิจของตนเอง และครอบครัว สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ท าให้เกิดการเบื่อหน่ายในชีวิต ไม่อยากรับประทาน จึงเป็นสาเหตุท าให้ผู้สูงอายุมักจะขาดอาหาร 5. ไม่สามารถที่จะท า หรือเตรียมอาหารได้ด้วยตนเองตามธรรมชาติสมรรถภาพของร่างกายจะลดลงตาม อายุ มีการเปลี่ยนแปลงของอวัยวะต่าง ๆ ซึ่งอาจมีปัญหา ในการจัดหาอาหารให้ตนเอง เช่น สายตาเสื่อม
27 มีความพิการ ในการเคลื่อนไหวของมือ ขาและเท้า หรือมีความพิการ ในการเคลื่อนไหวของมือ ขาและเท้า หรือมี ความพิการ ทางสมองด้วย เช่น ผู้ที่เป็นอัมพาตจากการเคลื่อนที่ไม่ได้ ต้องได้รับความช่วยเหลือจากลูกหลาน ญาติพี่ น้อง และผู้ที่ใกล้ชิด ซึ่งปัญหาของผู้สูงอายุในเรื่องอาหารการกินจึงมีปัญหา ทั้งกินไม่ได้และกินไม่พอ จนท าให้เกิด ภาวะ ขาดสารอาหาร เช่น การขาดแร่ธาตุแคลเซียม เหล็ก และการขาดวิตามินต่าง ๆ แต่ถ้า ผู้สูงอายุ ได้รับอาหาร อย่างมากไป ไม่ถูกสัดส่วน ก็อาจเกิดปัญหาโรคเรื้อรัง เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคไขมันอุดตันในหลอดเลือด โรค ความดันโลหิตสูง เป็นต้น สรุป ในผู้สูงอายุความต้องการพลังงานจะลดลง เนื่องจาก การเปลี่ยนแปลงส่วนประกอบของร่างกาย เช่น มี ไขมันมากขึ้น และมีกล้ามเนื้อลดลง นอกจากนี้ การท างานของอวัยวะต่าง ๆ และกลุ่มผลิตฮอร์โมนจากต่อมต่าง ๆ จะน้อยลง เช่น ต่อมใต้สมอง ต่อมไทรอยด์ และตับอ่อน ระบบทางเดินอาหาร น้ าย่อยในกระเพาะลดลง การเคลื่อนไหวของล าไส้ลดลง ท าให้มีอาการ ท้องผูกมากขึ้น ดังนั้น ส่วนประกอบของอาหาร ที่มีคุณค่า จึงจ าเป็น ส าหรับผู้สูงอายุเป็นอย่างยิ่ง อำหำรที่ผู้สูงอำยุไม่ควรกิน 1. อำหำรพวกข้ำว แป้ง และน้ ำตำล ควรกินน้อยลงแต่ไม่ควรกิน ข้าวที่ขัดสีจนขาว และข้าวที่น ามา ประกอบอาหาร โดยเพิ่มกะทิและไขมัน เช่น ข้าวมันไก่ ข้าวขาหมู ข้าวหลาม ข้าวเหนียวทุเรียน ข้าวเหนียวมะม่วง ขนมเชื่อมต่างๆ ที่ใช้น้ าตาลจ านวนมาก เช่น ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ทุเรียนกวน ของเชื่อมต่าง ๆ 2. อำหำรจ ำพวกเนื้อสัตว์ไม่ควรกิน เนื้อสัตว์ติดมัน หนังสัตว์ต่าง ๆ เช่น หนังไก่ทอด ขาหมู หมูสามชั้น ไข่แดง 3. อำหำรจ ำพวกไขมันสูง ได้แก่ น้ ามันหมู น้ ามันจากไก่ น้ ามันมะพร้าว น้ ามันปาล์ม ของทอดต่าง ๆ เช่น กล้วยทอด ปาท่องโก๋ กล้วยบวชชี แกงเผ็ด 4. ผลไม้ที่มีรสหวำนจัด เช่น ทุเรียน มะม่วงสุก ละมุด ล าไย น้อยหน่า ขนุน กล้วยหอม รำยกำรอำหำรที่สำมำรถเลือกกินสับเปลี่ยนกันได้ 1. ประเภทข้ำว ก๋วยเตี๋ยว เช่น ข้าวต้มหมู ไก่ ปลา 1 ถ้วย อาจสับเปลี่ยนให้เป็น โจ๊กหมู-ไก่ 1 ถ้วย หรือ มักกะโรนี ต้มใส่หมู-ไก่ 1 ถ้วยแทนได้ก๋วยเตี๋ยวราดหน้า 1 จาน อาจเปลี่ยนเป็นขนมจีนน้ ายา หรือขนมจีนน้ าพริก 1 จานแทนได้ข้าวผัดหมู 1 จาน อาจเปลี่ยนเป็น ข้าวผัดกระเพราะ หมู-ไก่ หรือ ข้าวหมูแดง 1 จานแทนได้ 2. ประเภทแกง เช่น แกงจืดเต้าหู้ขาว 1 ถ้วย อาจเปลี่ยนเป็น แกงจืดต าลึงหมูสับ หรือ แกงจืดผักกาดขาว 1 ถ้วย หรือ แกงส้มผักต่าง ๆ แกงเผ็ดหมู-ไก่ 1 ถ้วย ซึ่ง อาจเปลี่ยนเป็นแกงปลากราย 1 ถ้วย หรือ แกงขี้เหล็ก 1 ถ้วย 3. ประเภทของหวำน เช่น กล้วยบวชชี 1 ถ้วย อาจเปลี่ยนเป็น แกงบวชฟักทอง 1 ถ้วย หรือ แกงบวช เผือก 1 ถ้วย ถั่วเขียวต้มน้ าตาล 1 ถ้วย อาจเปลี่ยนเป็น ลูกตาลน้ าเชื่อม หรือ มันต้มน้ าตาล 1 ถ้วย 4. ประเภทผลไม้เช่น ส้มเขียวหวาน 1 ผล อาจเปลี่ยนเป็น องุ่น 10 ผล หรือ มะละกอสุก 6 ชิ้นขนาดพอ ค า หรือ สับปะรด 6 ชิ้นขนาดพอค า หรือ แตงโม 8 ชิ้นขนาดพอค า หรือแอปเปิ้ล 1 ลูกเล็ก หรือ กล้วยน้ าว้า 2 ลูก 5. ประเภทเครื่องดื่ม เช่น นมถั่วเหลือง 1 แก้ว (ใส่น้ าตาล 2 ช้อนชา) จ านวน 244 ซีซี อาจเปลี่ยนเป็น นมสดพร่องมันเนย หรือโอวันติล 1 แก้ว น้ าผลไม้ต่าง ๆ เช่น น้ ามะตูม 1 แก้ว อาจเปลี่ยนเป็น น้ าล าไย น้ าขิง หรือ น้ ากระเจี๊ยบ 1 แก้ว (ปริมาณ 240 ซีซี) สำรอำหำรส ำคัญส ำหรับผู้สูงอำยุ ต่อไปนี้เป็น อง ค์ป ร ะ ก อบ ส าคัญที่ ค ว ร รู้เมื่ อ ต้ อง ก า ร ว าง แ ผนโภ ชน าก า รให้ กับ ผู้ สูง อ า ยุ แคลเซียม แม้ว่าจะส าคัญกับทุกช่วงอายุ แต่แคลเซียมดูจะมีความส าคัญมากขึ้นเมื่อคนเรามีอายุมากขึ้น
28 ทั้งนี้เพื่อป้องกันโรคกระดูกพรุน และช่วยในการสร้างกระดูกที่แข็งแรง อย่างไรก็ดี มีผู้สูงอายุจ านวนไม่น้อยที่ รับประทานอาหารที่มีแคลเซียมไม่เพียงพอ เมื่อบวกกับความสามารถในการดูดซึมแคลเซียมในอาหารที่ลดลง รวมไป ถึงการขาดการออกก าลังกายแบบใช้น้ าหนักตัว เช่น การเดิน (ซึ่งช่วยท าให้กระดูกแข็งแรง) ก็จะยิ่งท าให้ผู้สูงอายุมี ปัญหาเรื่องกระดูกมากขึ้น ด้วยเหตุนี้นักโภชนาการจึงแนะน าว่า คนที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไปควรรับประทานอาหารเสริมแคลเซียม หรือรับประทานแคลเซียมเสริม เพื่อร่างกายจะได้รับแคลเซียมประมาณ 800 มิลลิกรัมต่อวัน (ซึ่งยากหากจะได้รับ จากอาหารเท่านั้น) แต่ควรรับประทานแคลเซียมเสริมในช่วงว่างระหว่างมื้ออาหาร เพื่อไม่ให้แคลเซียมรบกวนการ ดูดซึมของธาตุเหล็กจากอาหาร ส าหรับอาหารที่เป็นแหล่งของแคลเซียม ได้แก่ เนยแข็ง โยเกิร์ต นมไขมันต่ า ปลาตัวเล็กที่กินได้ทั้งก้าง ผักใบเขียว เต้าหู้ที่ผลิตโดยการเติมแคลเซียมซัลเฟต นมถั่วเหลืองเพิ่มแคลเซียม วิตำมินซ ีระดับวิตามินซีที่ต่ าในผู้สูงอายุอาจน าไปสู่ภาวะขาดธาตุเหล็ก เพราะวิตามินซีจะช่วยในการดูดซึม ธาตุเหล็กจากอาหารที่ได้จากพืช นอกจากนี้ยังท าให้แผลหายช้า และเกิดเลือดออกตามไรฟัน โดยการสูบบุหรี่และ รับประทานอาหารน้อยกว่าความต้องการอาจจะเป็นสาเหตุที่ท าให้ระดับวิตามินซีในร่างกายของผู้สูงอายุลดต่ าลง ส าหรับอาหารที่มีวิตามินซีสูงซึ่งผู้สูงอายุไม่ควรพลาดก็คือ ฝรั่ง พริกหวาน ผักโขม มะละกอ สตรอเบอร์รี่ บรอคโคลี เป็นต้น โพแตสเซียม คนจ านวนมากรู้ถึงความส าคัญของแคลเซียมและวิตามินซี แต่น้อยคนนักที่จะรู้ถึงความส าคัญ ของโพแตสเซียมว่าช่วยในการรักษาความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ดี และช่วยให้ระบบกล้ามเนื้อและระบบประสาท ท างานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังช่วยรักษาสมดุลของของเหลวในร่างกายให้อยู่ในระดับที่พอดีด้วย โชคดีที่เรา จะได้รับโพแตสเซียมเพียงพอด้วยการรับประทานอาหาร ยกเว้นบางคนที่บริโภคผักและผลไม้น้อยเกินไป แหล่ง อาหารที่มีโพแทสเซียมอยู่มาก คือ กล้วย ส้ม มะเขือเทศ กะหล่ าปลี ดอกกะหล่ า บรอคโคลี ผักโขม ปลาตาเดียว มะเขือม่วง วิตำมินบี12 เป็นวิตามินที่มีความส าคัญมากต่อการสร้างเม็ดเลือดแดง การขาดวิตามินบี12 จึงน าไปสู่การ เกิดโรคโลหิตจางได้ อาหารที่เป็นแหล่งของวิตามินบี12 ได้แก่ ตับ ซึ่งเป็นแหล่งที่ดีที่สุด เนื้อวัว เนื้อไก่ เนื้อหมู ไข่ทั้ง ฟอง เนื้อปลา โยเกิร์ต เนยแข็ง นม แต่ถ้าเป็นผู้สูงอายุที่ไม่ชอบรับประทานเนื้อสัตว์อาจจะต้องปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับ การรับประทานวิตามินบี12 เสริมหากจ าเป็น แมกนีเซียม เป็นแร่ธาตุที่มีความจ าเป็นกับกระบวนการท างานภายในร่างกายหลายระบบ เช่น ช่วยท าให้ ระบบภูมิคุ้มกันและกระดูกแข็งแรง รวมถึงยังมีบทบาทส าคัญในการท างานของระบบประสาท กล้ามเนื้อ และหัวใจ โดยปริมาณที่แนะน าต่อวันส าหรับผู้ชายและผู้หญิง คือ 350 และ 300 มิลลิกรัมตามล าดับ แม็กนีเซียมพบได้มากใน เนื้อปลา ผักใบเขียว ถั่วต่างๆ วิตำมินเอ มีความจ าเป็นส าหรับการรักษาสายตาของผู้สูงอายุให้ดี เช่นเดียวกับการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อ และระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย แหล่งวิตามินเอที่ส าคัญ ได้แก่ พืชตระกูลน้ าเต้า ผักโขม แครอท และมันเทศ วิตำมินดีช่วยในการดูดซึมแคลเซียมและป้องกันโรคที่เกี่ยวกับกระดูก ร่างกายสามารถสังเคราะห์วิตามินดี ได้เมื่อได้รับแสงอาทิตย์ อย่างไรก็ดี ผู้สูงอายุที่ไม่ค่อยได้รับแสงแดด หรือใช้ครีมกันแดดเสมอเวลา หรือมีผิวคล้ า อาจจะสร้างวิตามินดีจากแสงอาทิตย์ได้ไม่เพียงพอ ดังนั้นผู้สูงอายุจึงควรให้ร่างกายได้รับแสงอาทิตย์ในช่วงก่อน 9 โมงเช้า หรือหลัง 4 โมงเย็นเป็นเวลาประมาณ 20-30 นาที 2-3 วันต่อสัปดาห์ เพื่อจะได้รับวิตามินดีอย่างเพียงพอ
29 ส าหรับแหล่งอาหารที่มีวิตามินดีสูง ได้แก่ ธัญพืชและนมที่เพิ่มสารอาหาร หรืออาจจะรับประทานวิตามินดีเสริมก็ได้ หากแพทย์แนะน า วิตำมินอีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีจึงช่วยป้องกันเซลล์ในร่างกายไม่ให้ถูกท าลาย วิตามินอีพบได้ใน อัลมอนด์ เมล็ดทานตะวัน เนยถั่ว และซอสมะเขือเทศ เส้นใยอำหำร ประโยคที่ว่าเส้นใยอาหารมีความส าคัญกับผู้สูงอายุดูจะไม่เกินจริงเลยแม้แต่น้อย เพราะว่า เส้นใยอาหารช่วยให้ระบบขับถ่ายท างานได้ตามปกติ และป้องกันปัญหาเกี่ยวกับล าไส้ที่อาจเกิดขึ้นได้ นอกจากนี้การ บริโภคเส้นใยอาหารที่เหมาะสมจะช่วยป้องกันร่างกายจากเบาหวาน โรคหัวใจ และมะเร็งบางชนิด ปริมาณเส้นใย อาหารที่แนะน าต่อวันส าหรับผู้สูงอายุ คือ 30 มิลลิกรัมส าหรับผู้ชาย และ 21 มิลลิกรัมส าหรับผู้หญิง ซึ่งผักส่วนใหญ่ ผลไม้ และถั่วเปลือกแข็งล้วนแล้วแต่เป็นอาหารที่มีเส้นใยอาหารสูงทั้งสิ้น ข้อเสนอแนะในกำรเลือกอำหำร ส ำหรับผู้สูงอำยุ อำหำรโปรตีน ควรเลือกชนิดที่ย่อยง่าย เช่น ปลา ไก่ ถั่วต่าง ๆ อำหำรคำร์โบไฮเดรท ควรเลือดชนิดคาร์โบไฮเดรทเชิงซ้อน เช่น ข้าวซ้อมมือ ถั่ว แป้ง เผือก มันต่าง ๆ หลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ าตาลมาก อำหำรไขมัน ควรหลีกเลี่ยงอาหารไขมันชนิดอิ่มตัว ที่ได้จากสัตว์ กะทิ อาหารที่มีปริมาณโคเลสเตอรอลสูง วิตำมินแร่ธำตุและกำกใยอำหำร ควรรับประทานผัก ผลไม้ต่าง ๆ ให้มาก ๆ กำรประเมินภำวะโภชนำกำรในผู้สูงอำยุ องค์การอนามัยโลกแนะน าว่าการค านวณหาค่าดัชนีมวลกาย สามารถน ามาใช้ในการประเมินผลภาวะ โภชนาการ ในผู้สูงอายุได้ดี โดยเฉพาะผู้สูงอายุระหว่าง 60 - 69 ปี ที่สามารถยืนตัวตรงได้ส าหรับผู้สูงอายุ ที่มี ลักษณะโครงสร้างผิดปกติ ไม่สามารถยืนตัวตรงได้ เช่น ขาโกง หลังโกง โครงสร้างกระดูกทรุด เป็นต้น ให้ค านวณค่า ดัชนีมวลกาย โดยการใช้ความยาวของช่วงแขน (arm span) แทนความสูง (การวัด arm span ให้วัดจากปลาย นิ้วกลางของมือข้างหนึ่ง ถึงปลายนิ้วกลางของมืออีกข้างหนึ่ง โดยให้ผู้ถูกวัดกางแขนทั้ง 2 ข้างขนานไหล่ และเหยียด แขนให้ตรง) ให้วัดหน่วยนับเป็นเมตร ใช้แทนส่วนสูงแล้วค านวณหาค่าดัชนีมวลกาย (Body Mass Index) ตามสูตร สูตรการค านวณ ดัชนีมวลกาย น้ าหนักตัวเป็นกิโลกรัม หารด้วย ส่วนสูงเป็นเมตรยกก าลัง2 น้ าหนักปกติ ค่าอยู่ระหว่าง 18.5 - 24.9 กก./ตร.ม. ภาวะโภชนาการเกิน ค่าอยู่ระหว่าง 25 - 29.9 กก./ตร.ม. โรคอ้วน ค่าอยู่ ระหว่าง 30 กก./ตร.ม. ขึ้นไปข้อควรระวังโดยปกติแล้วความสามารถในการรับรู้รสชาติและกลิ่นอาหารจะเสื่อมลง เมื่อคนเราแก่ตัวลง ยิ่งไปกว่านั้น ยาบางประเภทยังท าให้เกิดรสขมในคอ ซึ่งส่งผลให้ผู้สูงอายุไม่อยากรับประทาน อาหาร เพื่อชดเชยสิ่งเหล่านี้ ผู้ดูแลจึงควรประกอบอาหารให้ดูสวยงาม และปรุงรสให้อร่อย ด้วยการเติมเครื่องเทศ สมุนไพรมะนาว นอกจากนี้ยังมีปัจจัยที่ชี้ให้เห็นว่าผู้สูงอายุมีปัญหาด้านโภชนาการ อาทิ -สุขภาพเสื่อมโทรมเรื้อรัง - สุขภาพในช่องปากไม่ดี - น้ าหนักลดหรือเพิ่มอย่างไม่คาดคิด - รับประทานอาหารน้อยกว่าที่ร่างกายต้องการ สรุปหลักกำรจัดอำหำรส ำหรับผู้สูงอำยุ 1. จัดเป็นรายบุคคล เนื่องจากความเคยชินกับอาหารต่างๆ ที่บริโภคการเปลี่ยนแปลงจะต้องค่อยเป็น ค่อยไป 2. จัดอาหารให้ครบ 5 หมู่ ลดไขมัน น้ าตาล เพิ่มผัก ผลไม้ (เพิ่มใยอาหารและวิตามิน) 3. จัดอาหารเป็น 4-5 มื้อต่อวัน ทั้งนี้เนื่องจากปัญหาระบบย่อยอาหาร 4. ดื่มน้ าให้เพียงพอวันละ 6-8 แก้ว หรืออาจอยู่ในรูปแบบของซุปหรือต้มจืด
30 5. กระตุ้นให้มีการออกก าลังกายอย่างสม่ าเสมอ 6. ลดการดื่มสุราและงดการสูบบุหรี่ 7. ด้านจิตใจ เอาใจใส่ผู้สูงอายุอย่างสม่ าเสมอ เพื่อให้เกิดความอบอุ่น และมีความรู้สึกว่าชีวิตยังมีค่าอยู่ 8. ควบคุมน้ าหนักตัวอย่าให้อ้วน ลดการกินอาหารที่มีไขมันสูง เช่น พวกไขมันจากสัตว์ อาหารที่ ปรุงจาก กะทิ และพวกขนมหวานจัด 9. ควรรับประทานอาหารเนื้อสัตว์ที่ย่อยง่าย เช่น เนื้อปลา 10. ดื่มนมพร่องมันเนยทุกวัน 11. พักผ่อนให้เพียงพอ 12. ฝึกการขับถ่ายอย่าให้ท้องผูก โดยรับประทานอาหารประเภท ผัก และผลไม้ อย่าใช้ยาถ่ายตลอด เวลา หรือจะใช้เมื่อจ าเป็นเท่านั้น 13.มองโลกในแง่ดี ท าจิตใจให้สดใส อารมณ์ดี ไม่มีความเครียดทางอารมณ์และจิตใจ 14.ควรมีปริมาณสารอาหารและคุณค่าทางโภชนาการเพียงพอกับความต้องการของร่างกาย 15.การจัดอาหารแต่ละมื้อควรมีปริมาณน้อยลง และให้กินบ่อยครั้งกว่าเดิมในแต่ละวัน 16.ควรมีลักษณะนุ่ม เคี้ยวง่าย ย่อยง่าย และเลือกวิธีการเตรียมการปรุงที่เหมาะสม สะดวกต่อการเคี้ยว และการย่อย 17.อาหารประเภทผักต่าง ๆ ควรปรุงโดยวิธีการต้มหรือนึ่ง หลักเลี่ยงการกินผักสดที่มีผลท าให้แก็สและท า ให้ท้องอืด ผู้สูงอายุที่ไม่มีปัญหาเรื่องท้องอืด แน่นท้อง จากการกินผัดสดก็จัดให้ได้ 18.ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง เพราะผู้สูงอายุจะย่อย และดูดซึมไขมันน้อยลง อาจจะท าให้อาการ ท้องอืด และแน่นท้องได้ 19. ควรเป็นอาหารประเภทที่มีน้ า เพื่อช่วยหล่อลื่นหลอดอาหาร ท าให้กลืนอาหารสะดวกขึ้น 20. จัดผลไม้ให้ผู้สูงอายุทุกวัน และควรเป็นผลไม่ที่นิ่ม เคี้ยวง่าย เพื่อช่วยในการขับถ่ายและให้ได้วิตามิน ต่างๆ เพิ่มขึ้น 21. ผู้สูงอายุชอบขนมหวาน จึงควรจัดให้บ้างแต่ไม่บ่อยนัก และควรเป็นขนมที่ให้ประโยชน์แก่ร่างกายด้วย เช่น กล้วยบวชชี เต้าส่วน ลอยแก้วผลไม้ เป็นต้น 22. ให้เวลาในการกินอาหารผู้สูงอายุตามสบาย ไม่ควรรีบเร่ง เพราะอาจส าลัก เคี้ยวไม่ละเอียด หรืออาหาร ติดคอได้
31 บทที่ 3 วิธีกำรด ำเนินงำน ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ ได้เห็นความถึงส าคัญของสุข ภาวะอนามัยของประชนในชุมชน จึงได้ให้ กศน.ต าบลสัตหีบ จัดท าโครงการส่งเสริมผู้สูงวัยใส่ใจสุขภาพ มีขั้นตอน ดังนี้ 1.ประชุมบุคลากรกรรมการ กศน.ต าบลสัตหีบ 2.จัดตั้งคณะท างาน 3.ประสานงานกับผู้เรียน/วิทยากรผู้สอน 4.ด าเนินงานตามแผน 5.วัดผล/ประเมินผล/สรุปผลและรายงาน 1. ประชุมบุคลำกรกรรมกำร กศน.ต ำบลสัตหีบ กศน.อ าเภอสัตหีบ ได้วางแผนประชุมบุคลากรคณะกรรมการ กศน.ต าบลสัตหีบ เพื่อหาแนวทางในการ ด าเนินงานและก าหนดวัตถุประสงค์ร่วมกัน 2. จัดตั้งคณะท ำงำน จัดท าค าสั่งแต่งตั้งคณะท างานโครงการ เพื่อมอบหมอบหมายหน้าที่ในการท างานให้ชัดเจน เช่น 2.1 คณะกรรมการที่ปรึกษา/อ านวยการ มีหน้าที่อ านวยความสะดวก และให้ค าปรึกษาแก้ไขปัญหาที่ เกิดขึ้น 2.2 คณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ มีหน้าที่ประชาสัมพันธ์รับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการ 2.3 คณะกรรมการฝ่ายรับลงทะเบียนและประเมินผลหน้าที่จัดท าหลักฐานการลงทะเบียนผู้เข้าร่วม โครงการ และรวบรวมการประเมินผล และรายงานผลการด าเนินการ 3. ประสำนงำนกับผู้เรียน/วิทยำกรผู้สอน ประสานงานกับผู้เรียนและวิทยากร เช่น ประสานเรื่องสถานที่ใช้ท าการเรียนการสอน ประสานงานกับ วิทยากรผู้สอน เรื่องเนื้อหา หลักสูตรการเรียนการสอน รูปแบบการเรียนการสอน วัน เวลา สถานที่ 4. ด ำเนินกำรตำมแผนงำนโครงกำร โครงการส่งเสริมผู้สูงวัยใส่ใจสุขภาพ ณ กลุ่มหัตถศิลป์สัตหีบ หมู่ 5 ต าบลสัตหีบ อ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563 ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. 5. สรุปผลและรำยงำน โครงการส่งเสริมผู้สูงวัยใส่ใจสุขภาพ ณ กลุ่มหัตถศิลป์สัตหีบ หมู่ 5 ต าบลสัตหีบ อ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563 ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. มีผู้เข้าร่วมอบรมจ านวน 20 คน โดยมี นางเสาวนีย์ โกมลวานิช เป็นวิทยากรในการให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพกาย อาหารและโภชนาการส าหรับ ผู้สูงอายุ
32 6. กำรเก็บรวมรวมข้อมูล จากการด าเนินงานโครงการโครงการส่งเสริมผู้สูงวัยใส่ใจสุขภาพ ณ กลุ่มหัตถศิลป์สัตหีบ หมู่ 5 ต าบลสัตหีบ อ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563 มีผู้เข้าร่วมอบรมจ านวน 20 คน โดยมี การแจกแบบสอบถามทั้งหมด 20 ชุด และเก็บรวบรวมแบบสอบถามได้ 20 ชุด คิดเป็น 100 เปอร์เซ็นต์ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ จะได้น าแนวทางไปใช้ข้อมูลพิจารณา หลักสูตร เนื้อหาตลอดจนเทคนิควิธีการจัดการกระบวนการเรียนรู้ต่างๆ เพื่อให้ตอบสนองความต้องการของผู้เข้า อบรมได้รับประโยชน์น าไปใช้ได้จริงตามศักยภาพของแต่ละคน ให้มีความเข้าใจและมีคุณภาพต่อไป ศูนย์การศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ ได้ด าเนินการตามขั้นตอนและได้รวบรวมข้อมูล โดยใช้สภาพการ ใช้สื่อการสอนของครูในสถานศึกษาเป็นแบบมาตรวัดประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ โดยมีรายละเอียดดังนี้ (บุญชม ศรีสะอาด และบุญส่ง นิลแก้ว ,2545) 5 หมายถึง มีการด าเนินงานในระดับมากที่สุด 4 หมายถึง มีการด าเนินงานในระดับมาก 3 หมายถึง มีการด าเนินงานในระดับปานกลาง 2 หมายถึง มีการด าเนินงานในระดับน้อย 1 หมายถึง มีการด าเนินงานในระดับน้อยที่สุด โดยมีเกณฑ์การแปลความหมายค่าเฉลี่ย (บุญชม ศรีสะอาด,2556) ดังนี้ 4.50 – 5.00 หมายถึง มีความคิดเห็น/การด าเนินงานอยู่ในระดับมากที่สุด 3.50 – 4.49 หมายถึง มีความคิดเห็น/การด าเนินงานอยู่ในระดับมาก 2.50 – 3.49 หมายถึง มีความคิดเห็น/การด าเนินงานอยู่ในระดับปานกลาง 1.50 – 2.49 หมายถึง มีความคิดเห็น/การด าเนินงานอยู่ในระดับน้อย 1.00 – 1.49 หมายถึง มีความคิดเห็น/การด าเนินงานอยู่ในระดับน้อยที่สุด ผู้เข้าร่วมโครงการจะต้องกรอกข้อมูลตามแบบสอบถาม เพื่อน าไปใช้ในการประเมินผลของการจัดกิจกรรม ดังกล่าว และจะได้น าไปเป็นข้อมูล ปรับปรุง และพัฒนา ตลอดจนใช้ในการจัดท าแผนการด าเนินการในปีต่อไป
33 บทที่ 4 ผลกำรด ำเนินงำนและกำรวิเครำะห์ข้อมูล ในการจัดโครงการส่งเสริมผู้สูงวัยใส่ใจสุขภาพ ณ กลุ่มหัตถศิลป์สัตหีบ หมู่ 5 ต าบลสัตหีบ อ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563 ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น.ซึ่งได้สรุปผลจากแบบสอบถามและ น าเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลจากผู้เข้าร่วมอบรมโครงการ จ านวน 20 ชุด ตอนที่ 1 ข้อมูลส่วนตัวผู้ตอบแบบถำมของผู้เข้ำร่วมโครงการส่งเสริมผู้สูงวัยใส่ใจสุขภาพ ณ กลุ่ม หัตถศิลป์สัตหีบ หมู่ 5 ต าบลสัตหีบ อ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่ตอบแบบสอบถามได้น ามา จ าแนกตามเพศ อายุ และอาชีพ ผู้จัดท าได้น าเสนอจ าแนกตามข้อมูลดังกล่าว ดังปรากฏตามตารางที่ 1 ดังต่อไปนี้ ตารางที่ 1 แสดงค่าร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยจ าแนกตามเพศ เพศ ความคิดเห็น ชาย หญิง จ านวน ร้อยละ จ านวน ร้อยละ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมโครงการส่งเสริมผู้สูงวัยใส่ใจสุขภาพ 1 10% 19 90% จากตารางที่ 1 แสดงว่า ผู้ตอบแบบสอบถามของผู้เข้าร่วมโครงการส่งเสริมผู้สูงวัยใส่ใจสุขภาพ เป็นชาย 1 คน ร้อยละ 10% เป็นหญิง 19 ร้อยละ 90% ตารางที่ 2 แสดงค่าร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยจ าแนกตามอายุ อายุ ความคิดเห็น 14 - 39 ปี 40 - 59 ปี 60 ปี ขึ้นไป จ านวน ร้อยละ จ านวน ร้อยละ จ านวน ร้อยละ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมโครงการส่งเสริมผู้สูงวัยใส่ใจ สุขภาพ - - 5 15 90.90 จากตารางที่ 2 แสดงว่า ผู้ตอบแบบสอบถามของผู้เข้าร่วมผู้เข้าร่วมกิจกรรมโครงการส่งเสริมผู้สูงวัยใส่ใจ สุขภาพ ในช่วงอายุ 40-59 ปีขึ้นไป จ านวน 5 คน คิดเป็นร้อยละ 9.10% รองลงมาอายุ 60 ปีขึ้นไป มีจ านวน 15 คน คิดเป็นร้อยละ 90.90% ตารางที่ 3 แสดงค่าร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยจ าแนกตามอาชีพ ประเภท ความคิดเห็น รับจ้าง ค้าขาย รับราชการ แม่บ้าน อื่นๆ จ านวน ร้อยละ จ านวน ร้อยละ จ านวน ร้อยละ จ านวน ร้อยละ จ านวน ร้อยละ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมโครงการ ส่งเสริมผู้สูงวัยใส่ใจ สุขภาพ 18 4.54% 2 77.28% จากตารางที่ 3 แสดงว่า ผู้ตอบแบบสอบถามผู้เข้าร่วมกิจกรรมโครงการส่งเสริมผู้สูงวัยใส่ใจสุขภาพ มีอาชีพ แม่บ้าน มากที่สุด จ านวน 18 คน คิดเป็นร้อยละ 77.28% รองลงมาคืออาชีพอื่นๆ จ านวน 2 คน คิดเป็นร้อยละ 13.63%
34 ตอนที่ 2 ข้อมูลเกี่ยวกับควำมคิดเห็นของผู้เข้ำร่วมโครงการส่งเสริมผู้สูงวัยใส่ใจสุขภาพ ความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมกิจกรรม จ านวน 20 คน จากแบบสอบถามทั้งหมดที่มีต่อโครงการส่งเสริมผู้สูงวัย ใส่ใจสุขภาพ ณ กลุ่มหัตถศิลป์สัตหีบ หมู่ 5 ต าบลสัตหีบ อ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ดังปรากฏในตารางที่ 4 ตำรำงที่ 4 ผลการประเมินโครงการส่งเสริมผู้สูงวัยใส่ใจสุขภาพ รำยกำรที่ประเมิน N = 20 µ σ อันดับที่ ระดับผล กำรประเมิน ตอนที่ 1 ความพึงพอใจด้านเนื้อหา 1 เนื้อหาตรงตามความต้องการ 4.8 0.40 4 มากที่สุด 2 เนื้อหาเพียงพอต่อความต้องการ 4.9 0.30 2 มากที่สุด 3 เนื้อหาปัจจุบันทันสมัย 4.6 0.58 7 มากที่สุด 4 เนื้อหามีประโยชน์ต่อการน าไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิต 4.5 0.59 9 มากที่สุด ตอนที่ 2 ความพึงพอใจด้านกระบวนการจัดกิจกรรม 5 การเตรียมความพร้อมก่อนจัดกิจกรรม 4.9 0.30 2 มากที่สุด 6 การออกแบบกิจกรรมเหมาะสมกับวัตถุประสงค์ 4.7 0.46 5 มากที่สุด 7 การจัดกิจกรรมเหมาะสมกับเวลา 4.95 0.22 1 มากที่สุด 8 การจัดกิจกรรมเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย 4.45 0.59 10 มากที่สุด 9 วิธีการวัดผล/ประเมินผลเหมาะสมกับวัตถุประสงค์ 4.35 0.57 11 มากที่สุด ตอนที่ 3 ความพึงพอใจต่อวิทยากร 10 วิทยากรมีความรู้ความสามารถในเรื่องที่ถ่ายทอด 4.4 0.86 11 มากที่สุด 11 วิทยากรมีเทคนิคการถ่ายทอดใช้สื่อเหมาะสม 4.85 0.36 3 มากที่สุด 12 วิทยากรเปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมและซักถาม 4.6 0.58 7 มากที่สุด ตอนที่ 4 ความพึงพอใจด้านการอ านวยความสะดวก 13 สถานที่ วัสดุ อุปกรณ์และสิ่งอ านวยความสะดวก 4.65 0.48 6 มากที่สุด 14 การสื่อสาร การสร้างบรรยากาศเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ 4.5 0.59 9 มากที่สุด 15 การบริการ การช่วยเหลือและการแก้ปัญหา 4.55 0.59 8 มากที่สุด ค่ำเฉลี่ย 4.65 0.16 มากที่สุด จากตารางแสดงให้เห็นว่า ผู้เข้าร่วม โครงการส่งเสริมผู้สูงวัยใส่ใจสุขภาพ ดังนี้จำกตำรำง 4 พบว่า โดยเฉลี่ยแล้ว ผู้เข้ารับการอบรมโครงการส่งเสริมผู้สูงวัยใส่ใจสุขภาพ อยู่ในระดับ มากที่สุด เมื่อวิเคราะห์เป็นรายข้อพบว่า (µ = 4.95) เป็นอันดับที่ 1 คือ การจัดกิจกรรมเหมาะสมกับเวลา (µ = 4.90), เป็นอันดับที่ 2 คือ เนื้อหาเพียงพอ ต่อความต้องการ,การเตรียมความพร้อมก่อนจัดกิจกรรม (µ =4.85) เป็นอันดับที่ 3 คือ วิทยากรมีเทคนิคการ ถ่ายทอดใช้สื่อเหมาะสม (µ =4.80) เป็นอันดับที่ 4 คือ เนื้อหาตรงตามความต้องการ (µ =4.70) เป็นอันดับที่ 5 คือ การออกแบบกิจกรรมเหมาะสมกับวัตถุประสงค์(µ =4.65) เป็นอันดับที่ 6 คือ สถานที่ วัสดุ อุปกรณ์และสิ่งอ านวย ความสะดวก (µ =4.60) เป็นอันดับที่ 7คือ เนื้อหาปัจจุบันทันสมัย,วิทยากรเปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมและซักถาม (µ =4.55)เป็นอันดับที่ 8 คือ การบริการ การช่วยเหลือและการแก้ปัญหา (µ =4.50)เป็นอันดับที่ 9 คือ เนื้อหามี ประโยชน์ต่อการน าไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิต,การสื่อสาร การสร้างบรรยากาศเพื่อให้เกิดการเรียนรู้แก้ปัญหา (µ =4.45) เป็นอันดับที่ 10 คือ การจัดกิจกรรมเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย (µ =4.40) เป็นอันดับที่ 11 คือ วิทยากร มีความรู้ความสามารถในเรื่องที่ถ่ายทอด ตามล าดับ
35 บทที่ 5 สรุป ผลกำรด ำเนินกำร การจัดท าโครงการส่งเสริมผู้สูงวัยใส่ใจสุขภาพ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมตระหนักถึงการ ดูแลสุขภาพของตัวเอง และมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพของตัวเองและสามารถน าความรู้ที่ได้รับไป ปรับใช้ ในชีวิตประจ าวันและเผยแพร่ได้ซึ่งโครงการได้จัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 26 มีนาคม 2563 เวลา 08.30-16.30น. ณ กลุ่มหัตถศิลป์สัตหีบ หมู่ 5 ต าบลสัตหีบ อ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีตลอดระยะเวลาที่รับการอบรมโดยมีการ ซักถามพูดคุยโต้ตอบกับวิทยากรอย่างสนใจ ในด้านต่าง ๆ คือ ความพึงพอใจด้านเนื้อหา - ด้านหลักสูตรเนื้อหาตรงตามความต้องการ - เนื้อหาเพียงพอต่อความต้องการ - เนื้อหาปัจจุบันทันสมัย - เนื้อหามีประโยชน์ต่อการน าไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิต ความพึงพอใจด้านกระบวนการจัดกิจกรรม - การเตรียมความพร้อมก่อนจัดกิจกรรม - การออกแบบกิจกรรมเหมาะสมกับวัตถุประสงค์ - การจัดกิจกรรมเหมาะสมกับเวลา - การจัดกิจกรรมเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย - วิธีการวัดผล/ประเมินผลเหมาะสมกับวัตถุประสงค์ ความพึงพอใจต่อวิทยากร - วิทยากรมีความรู้ความสามารถในเรื่องที่ถ่ายทอด - วิทยากรมีเทคนิคการถ่ายทอดใช้สื่อเหมาะสม - วิทยากรเปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมและซักถาม ความพึงพอใจด้านการอ านวยความสะดวก - สถานที่ วัสดุ อุปกรณ์และสิ่งอ านวยความสะดวก - การสื่อสาร การสร้างบรรยากาศเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ - การบริการ การช่วยเหลือและการแก้ปัญหาได้ สรุปผลกำรด ำเนินงำน ผู้เข้าร่วมโครงการส่งเสริมผู้สูงวัยใส่ใจสุขภาพ ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยของ อ าเภอสัตหีบ (กศน.ต าบลสัตหีบ) มีผู้เข้าร่วมอบรมทั้งหมด 20 คน โดยแยกเป็นผู้ชาย 1 คน และ ผู้หญิง 19 คน โดย ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพอื่นๆ และมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมำกที่สุด(µ =4.65) โดยมีนางเสาวนีย์ โกมลวานิช เป็นวิทยากร
36 อภิปรำยผล จากการจัดกิจกรรมโครงการส่งเสริมผู้สูงวัยใส่ใจสุขภาพ ผู้เข้าร่วมโครงการส่งเสริมผู้สูงวัยใส่ใจสุขภาพ อยู่ในระดับมากที่สุด ผู้เข้าร่วมโครงการมีความรู้ความเข้าใจในเนื้อหาสาระเรื่องการดูแลสุขภาพกาย โภชนาการส าหรับผู้สูงอายุ การออกก าลังกาย และสามารถน าความรู้ความเข้าใจที่ได้จากการเข้าร่วมโครงการไปปรับใช้ในชีวิตประจ าวันได้ และ สามารถน าไปเผยแพร่ต่อเพื่อนบ้าน หรือคนในชุมชนได้ ปัญหำและอุปสรรคที่เกิดขึ้นระหว่ำงกำรด ำเนินงำน ไม่มี ข้อเสนอแนะ -
37 บรรณำนุกรม กรมการศึกษานอกโรงเรียน. (2543). แนวทางการจัดกิจกรรมผู้สูงอายุ. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ชุมนุม. บริหารการศึกษานอกโรงเรียน.(2547). คู่มือการด าเนินงานการศึกษานอกโรงเรียน ประเภท การศึกษาต่อเนื่อง. กรุงเทพฯ : ส านักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน, กระทรวงศึกษาธิการ. บุญชม ศรีสะอาด และ บุญส่ง นิวแก้ว. (2535 หน้า 22 – 25). http://www.oeadc.org/Miscellaneous/StudentManual/Safety www.oic.or.th/sites/.../update_23.09.2016_08.57_k.nusara_1.pdf http://www.hiso.or.th/hiso/picture/reportHealth/ThaiHealth2013/thai2013_2.pdf
38 ภำคผนวก
39 ภำพกิจกรรม โครงกำรส่งเสริมผู้สูงวัยใส่ใจสุขภำพ วันที่ 2 6 กุมภำพันธ์256 3
40 …………………………………ผู้รายงาน (นางปิยวดี เตชะวงศ์)
41 คณะผู้จัดท ำ ที่ปรึกษำ นางสุรัสวดี เลี้ยงสุพงศ์ ผู้อ านวยการศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ คณะท ำงำน 1. นางสาวสุภาวดี บางโสก หัวหน้ากศน.ต าบลสัตหีบ 2. นางสาวปารย์พิชชา เจริญศรี ครูกศน.ต าบลสัตหีบ 3. นางปิยวดี เตชะวงศ์ ครู ศรช.ต าบลสัตหีบ เจ้ำหน้ำที่จัดพิมพ์/ผู้เขียน นางปิยวดี เตชะวงศ์ ครู ศรช.ต าบลสัตหีบ