ก บทสรุปผู้บริหาร กกกกกกกกโครงการเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์นั้นมีวัตถุประสงค์โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ ผู้เรียนได้มีความรู้และเห็นความส าคัญของชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ปลูกฝังนิสัย ความรักและภูมิใจใน ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์แสดงความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้ถูกต้องกับกาลเทศะ ซึ่งโครงการ ได้จัดขึ้น ในระหว่าง วันที่ 28 กุมภาพันธ์2564 ณ ศาลาประชาคมอ าเภอสัตหีบ กศน.ต าบลบางเสร่และวัดช่อง แสมสาร อ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีมีนักศึกษาเข้าร่วมโครงการจ านวน 400 คน กกกกกกกกผลการด าเนินงานและการวิเคราะห์ข้อมูลโครงการเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ผลปรากฏอยู่ในระดับ มากที่สุด เมื่อวิเคราะห์เป็นรายข้อ ล าดับที่ 1 ได้เข้าร่วมโครงการหรือได้รับบริการตรงตาม ความต้องการ ล าดับที่ 2 ได้เข้าร่วมโครงการหรือได้รับบริการที่เป็นประโยชน์, ได้เข้าร่วมโครงการหรือได้รับบริการ ที่เป็นประโยชน์, บริการด้วยความเสมอภาค เป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ, ได้รับความรู้หรือประโยชน์จาก กระบวนการจัดกิจกรรมทุกขั้นตอน, ความรู้ความสามารถในการบริการ เช่น การตอบค าถาม ชี้แจงข้อสงสัย แนะน า, ขั้นตอนการจัดกิจกรรมหรือการให้บริการมีความยืดหยุ่น สามารถปรับให้เหมาะสมกับสถานการณ์ได้ สื่อที่ ใช้ในการจัดกิจกรรมมีความทันสมัย, มีการประชาสัมพันธ์ล่วงหน้า และอย่างทั่วถึง, สามารถน าความรู้จากการเข้า ร่วมกิจกรรมไปใช้ร่วมกับการเรียนการสอนได้, บริการด้วยความกระตือรือร้น รวดเร็ว ฉับไว, การอ านวยความ สะดวกในการเข้าร่วมกิจกรรม, ความเหมาะสมในการแต่งกาย/บุคลิก/ท่าทาง การให้บริการ, ครุภัณฑ์ วัสดุ อุปกรณ์ เช่น โต๊ะ เก้าอี้ ระบบภาพและเสียง อื่นๆที่ใช้ในการจัดโครงการมีความเหมาะสมเพียงพอ, บริการด้วย ความสุภาพ และด้วยไมตรีจิต, สามารถน าความรู้จากการเข้าร่วมกิจกรรมไปใช้ในชีวิตประจ าวันได้, สถานที่ส าหรับ การให้บริการมีความเหมาะสม ตามล าดับ ซึ่งผู้เข้าร่วมโครงการส่วนใหญ่มีความพึงพอใจในภาพรวมของ ผู้รับบริการต่อการเข้าร่วมกิจกรรมเป็นไปตามเป้าหมายการจัดการเรียนรู้ต้องมุ่งเน้นให้นักศึกษาเป็นผู้มีความรู้ และเห็นความส าคัญของชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ปลูกฝังนิสัย ความรักและภูมิใจในชาติ ศาสนา และ พระมหากษัตริย์แสดงความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้ถูกต้องกับกาลเทศะ ดังนั้นสถานศึกษาจ าเป็นต้อง จัดโครงการให้มีทุกรูปแบบและหลากหลาย เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและครอบครัวได้
ข ค าน า กกกกกกกสถาบันหลักส าคัญของประเทศ ประกอบด้วย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจที่ น าพาประเทศชาติไปสู่ความมั่นคงปลอดภัย และความเจริญก้าวหน้า ชาติไทยเป็นชาติที่มีเอกลักษณ์ของตนเอง ได้แก่ วัฒนธรรมที่ดีงาม มีศิลปกรรม สถาปัตยกรรมที่น่าภาคภูมิใจ มีศาสนาเป็นหลักใจ และมีสถาบัน พระมหากษัตริย์เป็นสถาบันหลักที่สร้างชาติบ้านเมือง และปกครองดูแลให้อาณาประชาราษฎร์มีความร่มเย็นผาสุก มาตั้งแต่เริ่มความเป็นชาติไทย ให้ด ารงคงอยู่จนถึงพวกเราคนไทยในทุกวันนี้ พระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ได้ ทรงท านุบ ารุงประเทศชาติ โดยทรงพระวิริยะอุตสาหะ ทุ่มเทพระวรกาย และพระสติปัญญาในการแก้ไขปัญหาชาติ บ้านเมืองให้ผ่านพ้นวิกฤตการณ์ต่างๆ มาได้จนถึงปัจจุบัน ดังนั้นการถวายความจงรักภักดี และพิทักษ์รักษาสถาบัน หลักของชาติ จึงเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคนที่ต้องช่วยกันรักษาไว้ด้วยชีวิต ซึ่งได้ยึดถือปฏิบัติสืบเนื่องกันมาตั้งแต่ อดีตจนถึงปัจจุบัน จากกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกและความขัดแย้งทางการเมืองได้ก่อให้เกิดความแตกแยกขึ้นในกลุ่ม บุคคลบางกลุ่มของสังคมไทย ซึ่งยังหาแนวทางสร้างความสามัคคีกันได้ยาก ซึ่งเป็นการบั่นทอนความเจริญก้าวหน้า ของประเทศ และมีผลกระทบต่อวิถีการด ารงชีวิตของคนไทยทั่วทั้งประเทศ กกกกกกกกศน.อ าเภอสัตหีบ จึงได้จัดโครงการสถานศึกษาเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เพื่อให้นักศึกษามีความรู้ เห็นความส าคัญของชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ปลูกฝังนิสัย ความรักและภูมิใจ ในชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์แสดงความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้ถูกต้องกับกาลเทศะ นางภัทชา เอี่ยมอาษา เมษายน 2564
ค สารบัญ หน้า บทสรุปผู้บริหาร.............................................................................................................. ............................ก ค าน า................................................................................................. ..........................................................ข สารบัญ....................................................................................................................... .................................ค สารบัญตาราง..............................................................................................................................................จ บทที่ 1 บทน า..........................................................................................................................................1 ความเป็นมาและความส าคัญ ......................................................................................................1 วัตถุประสงค์...............................................................................................................................1 เป้าหมาย....................................................................................................................................2 ดัชนีวัดผลส าเร็จของโครงการ.....................................................................................................2 บทที่ 2 เอกสารการศึกษาและรายงานที่เกี่ยวข้อง .................................................................................3 ยุทธศาสตร์และจุดเน้นการด าเนินงาน ส านักงาน กศน.ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ.2564 ...........3 ปรัชญา วิสัยทัศน์ อัตลักษณ์ เอกลักษณ์ กลยุทธ์ กศน. อ าเภอสัตหีบ .........................................20 กรอบการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ..........................................................................23 เอกสาร/งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง........................................................................................................27 บทที่ 3 วิธีด าเนินงาน..............................................................................................................................32 ประชุมบุคลากรกรรมการสถานศึกษา.........................................................................................32 จัดตั้งคณะท างาน........................................................................................................................32 ประสานงานกับผู้เรียน/วิทยากรผู้สอน........................................................................................32 ด าเนินการตามแผนงานโครงการ.................................................................................................33 สรุปผลและรายงาน.....................................................................................................................33
ง สารบัญ(ต่อ) หน้า บทที่ 4 ผลการด าเนินงานและการวิเคราะห์ข้อมูล.................................................................................34 ตอนที่ 1 ข้อมูลส่วนตัวผู้แบบสอบถามของผู้เข้ารับการอบรมโครงการสถานศึกษาเทิดทูน สถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์....................................................................34 ตอนที่ 2 ข้อมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นที่มีต่อโครงการสถานศึกษาเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา และ พระมหากษัตริย์.........................................................................................................…..35 บทที่ 5 สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ...........................................................................................38 สรุปผล........................................................................................................................................38 อภิปรายผล.................................................................................................................................39 ปัญหาและอุปสรรค.....................................................................................................................39 ข้อเสนอแนะ...............................................................................................................................39 บรรณานุกรม...........................................................................................................................................40 ภาคผนวก.................. ..............................................................................................................................41
จ สารบัญตาราง หน้า ตารางที่ 1. แสดงค่าร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยจ าแนกตามเพศ..................................................34 2. แสดงค่าร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยจ าแนกตามอายุ.................................................34 3. แสดงค่าร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยจ าแนกตามอาชีพ...............................................35 4. ผลการประเมินโครงการสถานศึกษาเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์..............36
บทที่ 1 บทน ำ หลักกำรและเหตุผล กกกกกกกสถาบันหลักส าคัญของประเทศ ประกอบด้วย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นศูนย์รวม จิตใจที่น าพาประเทศชาติไปสู่ความมั่นคงปลอดภัย และความเจริญก้าวหน้า ชาติไทยเป็นชาติที่มี เอกลักษณ์ของตนเอง ได้แก่ วัฒนธรรมที่ดีงาม มีศิลปกรรม สถาปัตยกรรมที่น่าภาคภูมิใจ มีศาสนา เป็นหลักใจ และมีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันหลักที่สร้างชาติบ้านเมือง และปกครองดูแลให้ อาณาประชาราษฎร์มีความร่มเย็นผาสุกมาตั้งแต่เริ่มความเป็นชาติไทย ให้ด ารงคงอยู่จนถึงพวกเราคน ไทยในทุกวันนี้ พระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ได้ทรงท านุบ ารุงประเทศชาติ โดยทรงพระวิริยะ อุตสาหะ ทุ่มเทพระวรกาย และพระสติปัญญาในการแก้ไขปัญหาชาติบ้านเมืองให้ผ ่านพ้น วิกฤตการณ์ต่างๆ มาได้จนถึงปัจจุบัน ดังนั้นการถวายความจงรักภักดี และพิทักษ์รักษาสถาบันหลัก ของชาติ จึงเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคนที่ต้องช่วยกันรักษาไว้ด้วยชีวิต ซึ่งได้ยึดถือปฏิบัติสืบเนื่องกัน มาตั้งแต่ครั้งโบราณกาลจวบจนปัจจุบัน กกกกกกกจากกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกและความขัดแย้งทางการเมืองได้ก่อให้เกิดความ แตกแยกขึ้นในกลุ่มบุคคลบางกลุ่มของสังคมไทย ซึ่งยังหาแนวทางสร้างความสามัคคีกันได้ยาก ซึ่งเป็น การบั่นทอนความเจริญก้าวหน้าของประเทศ และมีผลกระทบต่อวิถีการด ารงชีวิตของคนไทยทั่วทั้ง ประเทศ กกกกกกกกศน.อ าเภอสัตหีบ จึงได้จัดโครงการเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เพื่อให้นักศึกษามีความรู้ เห็นความส าคัญของชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ปลูกฝังนิสัย ความ รักและภูมิใจในชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์แสดงความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้ ถูกต้องกับกาลเทศะ วัตถุประสงค์ กกกกกกก1. เพื่อให้นักศึกษามีความรู้ เห็นความส าคัญของ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ 2. เพื่อปลูกฝังอุปนิสัย ความรักและภูมิใจในชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ให้กับ นักศึกษา 3. เพื่อให้นักศึกษาแสดงความรักชาติศาสนา พระมหากษัตริย์ได้ถูกต้องกับกาลเทศะ เป้ำหมำย กกกกกกกเชิงปริมำณ ผู้เรียนได้เข้าร่วมโครงการ จ านวน 400 คน
2 เชิงคุณภำพ นักศึกษา กศน.อ าเภอสัตหีบ ที่เข้าร่วมโครงการเกิดความรักและภูมิใจในชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ และสามารถแสดงความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้ถูกต้องกับ กาลเทศะ ดัชนีตัวชี้วัดผลส ำเร็จของโครงกำร ตัวชี้วัดผลผลิต (Output) กกกกกกก1.ร้อยละ 80 ของนักศึกษา ที่เข้าร่วมโครงการได้รับความรู้ เห็นความส าคัญของชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ กกกกกกก2. ร้อยละ 80 ของนักศึกษา ที่เข้าร่วมโครงการได้แสดงความรักชาติ ศาสนา และ พระมหากษัตริย์อย่างต้องกับกาลเทศะ ตัวชี้วัดผลลัพธ์(Outcome) กกกกกกก1. นักศึกษา กศน.อ าเภอสัตหีบ ที่เข้าร่วมโครงการเกิดความรักและภูมิใจในชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ แสดงความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้ถูกต้องกับกาลเทศะ กกกกกกก2. นักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการมีความพึงพอใจในระดับมากขึ้นไปร้อยละ 80
3 บทที่ 2 เอกสำรกำรศึกษำและงำนวิจัยที่เกี่ยวข้อง กกกกกกกในการจัดท ารายงานโครงการเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ครั้งนี้ ผู้จัดท าโครงการได้ท าการค้นคว้าเนื้อหาเอกสารการศึกษาและงานวิจัยที่ เกี่ยวข้อง ดังนี้ 1. นโยบายและจุดเน้นการด าเนินงาน ส านักงาน กศน. ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 2. ปรัชญา วิสัยทัศน์ อัตลักษณ์ เอกลักษณ์ กลยุทธ์ กศน. อ าเภอสัตหีบ 3. กรอบการจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน 4. เอกสาร/งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 1. นโยบำยและจุดเน้นกำรด ำเนินงำน ส ำนักงำน กศน.ประจ ำปีงบประมำณ พ.ศ. 2564 วิสัยทัศน์ คนไทยทุกช่วงวัยได้รับโอกาสทางการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ มีทักษะ ที่จ าเป็นและสมรรถนะที่สอดรับกับทิศทางการพัฒนาประเทศ สามารถด ารงชีวิตได้อย่างเหมาะสมบน รากฐานของหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง พันธกิจ 1. จัดและส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยที่มีคุณภาพ สอดคล้อง กับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม เพื่อยกระดับ การศึกษาและพัฒนาสมรรถนะ ทักษะการเรียนรู้ของประชาชนกลุ่มเป้าหมายให้เหมาะสมในแต่ละ ช่วงวัย ให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงและการปรับตัวในการด ารงชีวิตได้อย่างเหมาะสม ก้าวสู่การเป็น สังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างยั่งยืน 2. พัฒนาหลักสูตร รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ สื่อและนวัตกรรมเทคโนโลยีทาง การศึกษาการวัดและประเมินผลในทุกรูปแบบให้มีคุณภาพและมาตรฐานสอดคล้องกับรูปแบบการ จัดการเรียนรู้และบริบทในปัจจุบัน 3. ส่งเสริมและพัฒนาเทคโนโลยีทางการศึกษา และน าเทคโนโลยีมาพัฒนาเพื่อเพิ่มช่องทาง และโอกาสการเรียนรู้ รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดและให้บริการการศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัยให้กับประชาชนกลุ่มเป้าหมายอย่างทั่วถึง 4. ส่งเสริมสนับสนุน แสวงหา และประสานความร่วมมือเชิงรุกกับภาคีเครือข่าย ให้เข้ามามี ส่วนร่วมในการสนับสนุนและจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย และการเรียนรู้ ตลอดชีวิตในรูปแบบต่าง ๆ ให้กับประชาชน 5. พัฒนาระบบการบริหารจัดการภายในองค์กรให้มีเอกภาพ เพื่อการบริหารราชการที่ดี บน หลักของธรรมาภิบาล มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และคล่องตัวมากยิ่งขึ้น
4 6. ยกระดับการบริหารและการพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้มีความรู้ ทักษะ สมรรถนะ คุณธรรมและจริยธรรมที่ดี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการให้บริการทางการศึกษาและการเรียนรู้ที่มี คุณภาพมากยิ่งขึ้น เป้ำประสงค์ 1. ประชาชนผู้ด้อย พลาด และขาดโอกาสทางการศึกษารวมทั้งประชาชนทั่วไปได้รับโอกาส ทางการศึกษาในรูปแบบการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษาต่อเนื่อง และ การศึกษาตามอัธยาศัยที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง เป็นไปตามบริบท สภาพปัญหาและความ ต้องการของแต่ละกลุ่มเป้าหมาย 2. ประชาชนได้รับการยกระดับการศึกษา สร้างเสริมและปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม หน้าที่ ความเป็นพลเมืองที่ดีภายใต้การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ที่ สอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง อันน าไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตและเสริมสร้าง ความเข้มแข็งให้ชุมชน เพื่อพัฒนาไปสู่ความมั่นคงและยั่งยืนทางด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และสิ่งแวดล้อม 3. ประชาชนได้รับการพัฒนาทักษะการเรียนรู้และแสวงหาความรู้ด้วยตนเองผ่านแหล่ง เรียนรู้ช่องทางการเรียนรู้ และกิจกรรมการเรียนรู้รูปแบบต่าง ๆ รวมทั้งมีเจตคติทางสังคม การเมือง วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เหมาะสม สามารถคิด วิเคราะห์ แยกแยะอย่างมีเหตุผล และน าไป ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวันรวมถึงการแก้ปัญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิตได้อย่างสร้างสรรค์ 4. หน่วยงานและสถานศึกษา กศน. มีหลักสูตร สื่อ นวัตกรรม ช่องทางการเรียนรู้ และ กระบวนการเรียนรู้ ในรูปแบบที่หลากหลาย ทันสมัย และรองรับกับสภาวะการเรียนรู้ในสถานการณ์ ต่าง ๆ เพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิตตามความต้องการของประชาชนและชุมชน รวมทั้ง ตอบสนองกับการเปลี่ยนแปลงบริบทด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และ สิ่งแวดล้อม 5. หน่วยงานและสถานศึกษา กศน. สามารถน าเทคโนโลยีทางการศึกษา และเทคโนโลยี ดิจิทัลมาพัฒนาเพื่อเพิ่มช่องทางการเรียนรู้และน ามาใช้ในการยกระดับคุณภาพในการจัดการเรียนรู้ และโอกาสการเรียนรู้ให้กับประชาชน 6. ชุมชนและภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน มีส่วนร่วมในการจัด ส่งเสริม และสนับสนุน การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย รวมทั้งการขับเคลื่อนกิจกรรมการเรียนรู้ของชุมชน 7. หน่วยงานและสถานศึกษามีระบบการบริหารจัดการองค์กรที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพ และ เป็นไปตามหลักธรรมภิบาล 8. บุคลากร กศน. ทุกประเภททุกระดับได้รับการพัฒนาเพื่อเพิ่มทักษะและสมรรถนะในการ ปฏิบัติงานและการให้บริการทางการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย รวมถึงการ ปฏิบัติงานตามสายงานอย่างมีประสิทธิภาพ
5 รำยละเอียดตัวชี้วัด ค่ำเป้ำหมำย 1. ตัวชี้วัดเชิงปริมำณ 1.1 ร้อยละของผู้เรียนที่ได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายการศึกษานอกระดับ การศึกษาขั้นพื้นฐานตามสิทธิที่ก าหนดไว้ (เทียบกับเป้าหมาย พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจ าปี) ร้อยละ 80 1.2 จ านวนผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้/ ได้รับบริการกิจกรรม การศึกษาต่อเนื่อง ที่สอดคล้องกับสภาพ ปัญหา และความต้องการ 756,675 คน 1.3 จ านวนผู้รับบริการ/เข้าร่วมกิจกรรมการศึกษาตามอัธยาศัย 9,800,000 คน 1.4 จ านวนบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับภาคีเครือข่าย ไม่น้อยกว่า 3,000 ฉบับ 1.5 จ านวนแหล่งเรียนรู้ในระดับต าบลที่มีความพร้อมในการให้บริการ/ การจัดกิจกรรมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย 1,787 แห่ง 1.6 จ านวนประชาชนที่เข้ารับการพัฒนาทักษะอาชีพเพื่อสร้างรายได้ และการมีงานท า 424,500 คน 1.7 จ านวน ครู กศน.ต าบล ที่ได้รับการพัฒนาศักยภาพด้านการจัดการเรียน การสอนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร 100 คน 1.8 จ านวนประชาชนที่ได้รับการฝึกอบรมภาษาต่างประเทศเพื่อการสื่อสาร ด้านอาชีพ 22,272 คน 1.9 จ านวนผู้ผ่านการอบรมหลักสูตรการดูแลผู้สูงอายุ 6,800 คน 1.10 จ านวนประชาชนที่ผ่านการอบรมจากศูนย์ดิจิทัลชุมชน 185,600 คน 1.11 จ านวนสื่อการเรียนออนไลน์ หลักสูตรการพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เพื่องานอาชีพ ไม่น้อยกว่า 30 วิชา 1.12 จ านวนบุคลากรสังกัดส านักงาน กศน. ที่ได้รับการพัฒนาศักยภาพ และความก้าวหน้าตามสายงานในอาชีพ 2,807 คน 1.13 จ านวนบุคลากรในสังกัดส านักงาน กศน. ที่เข้ารับการอบรมด้านการ ปกป้องและเชิดชูสถาบันหลักของชาติ ด้านความปรองดองสมานฉันท์ ด้าน การมีจิตสาธาณะและด้านทักษะในการปฐมพยาบาลเบื้องต้น 10,000 คน 1.14 จ านวนบทความเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตในระดับต าบล ในหัวข้อต่าง ๆ อาทิ อาชีพชุมชน วัฒนธรรมท้องถิ่น ภูมิปัญญา 80,000 บทความ 1.15 จ านวนศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบ (Co-Learning Space) 77 แห่ง
6 รำยละเอียดตัวชี้วัด ค่ำเป้ำหมำย 2. ตัวชี้วัดเชิงคุณภำพ 2.1 ร้อยละของนักศึกษาที่คาดว่าจะจบในทุกระดับ ที่ส าเร็จการศึกษา ในแต่ละภาคเรียน ร้อยละ 75 2.2 ร้อยละของผู้จบหลักสูตร/กิจกรรมการศึกษาต่อเนื่อง ที่สามารถน าความรู้ ความเข้าใจไปใช้พัฒนาตนเองได้ตามจุดมุ่งหมายของหลักสูตร/กิจกรรม ร้อยละ 80 2.3 ร้อยละของผู้ผ่านการพัฒนาทักษะอาชีพ สามารถน าความรู้ไปใช้ในการ ประกอบอาชีพหรือพัฒนาตนเองได้ ร้อยละ 80 2.4 ร้อยละของผู้เรียนในเขตพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ได้รับการพัฒนา ศักยภาพหรือทักษะด้านอาชีพ สามารถมีงานท าหรือน าไปประกอบอาชีพได้ ร้อยละ 80 2.5 ร้อยละของประชาชนที่ได้รับบริการ/ เข้าร่วมกิจกรรมการศึกษาตาม อัธยาศัย มีความรู้ความเข้าใจ/ เจตคติ/ ทักษะ ตามจุดมุ่งหมายของกิจกรรมที่ก าหนด ร้อยละ 80 2.6 ร้อยละของผู้สูงอายุที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย มีโอกาสมาเข้าร่วมกิจกรรม การศึกษาตลอดชีวิต ร้อยละ 80 2.7 ร้อยละของบุคลากรที่ได้รับการพัฒนา ที่มีการพัฒนาตนเองในด้าน พฤติกรรม บุคลิกภาพ ทัศนคติ ค่านิยมที่พึงประสงค์ ภาวะผู้น า และมี จรรยาบรรณวิชาชีพ ที่เหมาะสมยิ่งขึ้น ร้อยละ 90 จุดเน้นกำรด ำเนินงำนประจ ำปีงบประมำณ พ.ศ. 2564 1. น้อมน ำพระบรมรำโชบำยด้ำนกำรศึกษำสู่กำรปฏิบัติ 1.1 สืบสานศาสตร์พระราชา โดยการสร้างและพัฒนาศูนย์สาธิตและเรียนรู้ “โคก หนอง นา โมเดล” เพื่อเป็นแนวทางในการจัดการบริหารทรัพยากรรูปแบบต่าง ๆ ทั้งดิน น้ า ลม แดด รวมถึง พืชพันธุ์ต่าง ๆ และส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนอย่างมีประสิทธิภาพ 1.2 จัดให้มี “หนึ่งชุมชน หนึ่งนวัตกรรม การพัฒนาชุมชน” เพื่อความกินดี อยู่ดี มีงานท า 1.3 การสร้างกลุ่มจิตอาสาพัฒนาชุมชน รวมทั้งปลูกฝังผู้เรียนให้มีหลักคิดที่ถูกต้องด้าน คุณธรรมจริยธรรม มีทัศนคติที่ดีต่อบ้านเมือง และเป็นผู้มีความพอเพียง ระเบียบวินัย สุจริต จิตอาสา ผ่านกิจกรรมการพัฒนาผู้เรียนโดยการใช้กระบวนการลูกเสือและยุวกาชาด 2. ส่งเสริมกำรจัดกำรศึกษำและกำรเรียนรู้ตลอดชีวิตส ำหรับประชำชนที่เหมำะสมกับทุก ช่วงวัย 2.1 ส่งเสริมการจัดการศึกษาอาชีพเพื่อการมีงานท า ในรูปแบบ Re-Skill& Up-Skill และ การสร้างนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ มีความหลากหลาย ทันสมัย และตอบสนองความ ต้องการของประชาชนผู้รับบริการ และสามารถออกใบรับรองความรู้ความสามารถเพื่อน าไปใช้ในการ พัฒนาอาชีพได้
7 2.2 ส่งเสริมและยกระดับทักษะภาษาอังกฤษให้กับประชาชน (English for All) 2.3 ส่งเสริมการเรียนการสอนที่เหมาะสมส าหรับผู้ที่เข้าสู่สังคมสูงวัย อาทิ การฝึกอบรม อาชีพที่เหมาะสมรองรับสังคมสูงวัย หลักสูตรการพัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมสมรรถนะผู้สูงวัย และหลักสูตรการดูแลผู้สูงวัย โดยเน้นการมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนในการเตรียมความ พร้อมเข้าสู่สังคมสูงวัย 3. พัฒนำหลักสูตร สื่อ เทคโนโลยีและนวัตกรรมทำงกำรศึกษำ แหล่งเรียนรู้ และรูปแบบ กำรจัดกำรศึกษำและกำรเรียนรู้ ในทุกระดับ ทุกประเภท เพื่อประโยชน์ต่อการจัดการศึกษาที่ เหมาะสมกับทุกกลุ่มเป้าหมาย มีความทันสมัย สอดคล้องและพร้อมรองรับกับบริบทสภาวะสังคม ปัจจุบัน ความต้องการของผู้เรียน และสภาวะการเรียนรู้ในสถานการณ์ต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต 3.1 พัฒนาระบบการเรียนรู้ ONIE Digital Learning Platform ที่รองรับ DEEP ของ กระทรวงศึกษาธิการและช่องทางเรียนรู้รูปแบบอื่น ๆ ทั้ง Online On-site และ On-air 3.2 พัฒนาแหล่งเรียนรู้ประเภทต่าง ๆ อาทิ Digital Science Museum/ Digital Science Center/ Digital Library ศูนย์การเรียนรู้ทุกช่วงวัย และศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบ กศน. (CoLearning Space) เพื่อให้สามารถ “เรียนรู้ได้อย่างทั่วถึง ทุกที่ ทุกเวลา 3.3 พัฒนาระบบรับสมัครนักศึกษาและสมัครฝึกอบรมแบบออนไลน์ มีระบบการเทียบ โอนความรู้ระบบสะสมหน่วยการเรียนรู้ (Credit Bank System) และพัฒนา/ขยายการให้บริการ ระบบทดสอบอิเล็กทรอนิกส์(E-exam) 4. บูรณำกำรควำมร่วมมือในกำรส่งเสริม สนับสนุน และจัดกำรศึกษำและกำรเรียนรู้ ให้กับประชำชนอย่ำงมีคุณภำพ 4.1 ร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม และองค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของชุมชน อาทิ การส่งเสริมการฝึกอาชีพที่เป็นอัต ลักษณ์และบริบทของชุมชนส่งเสริมการตลาดและขยายช่องทางการจ าหน่ายเพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์/ สินค้า กศน. 4.2 บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ทั้งใน ส่วนกลางและภูมิภาค 5. พัฒนำศักยภำพและประสิทธิภำพในกำรท ำงำนของบุคลำกร กศน. 5.1 พัฒนาศักยภาพและทักษะความสามารถด้านเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Literacy & Digital Skills) ให้กับบุคลากรทุกประเภททุกระดับ รองรับความเป็นรัฐบาลดิจิทัลอย่างมี ประสิทธิภาพ รวมทั้งพัฒนาครูให้มีทักษะความรู้ และความช านาญในการใช้ภาษาอังกฤษ การผลิตสื่อ การเรียนรู้และการจัดการเรียน การสอนเพื่อฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบและมีเหตุผล เป็นขั้นตอน 5.2 จัดกิจกรรมเสริมสร้างความสัมพันธ์ของบุคลากร กศน.และกิจกรรมเพิ่มประสิทธิภาพ ในการท างานร่วมกันในรูปแบบต่าง ๆ อาทิ การแข่งขันกีฬา การอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนา ประสิทธิภาพในการท างาน 6. ปรับปรุง และพัฒนำโครงสร้ำงและระบบบริหำรจัดกำรองค์กร ปัจจัยพื้นฐำนในกำรจัด กำรศึกษำ และกำรประชำสัมพันธ์สร้ำงกำรรับรู้ต่อสำธำรณะชน
8 6.1 เร่งผลักดันร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. ... ให้ส าเร็จ และปรับ โครงสร้างการบริหารและอัตราก าลังให้สอดคล้องกับบริบทการเปลี่ยนแปลง เร่งการสรรหา บรรจุ แต่งตั้งที่มีประสิทธิภาพ 6.2 น านวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการบริหารจัดการ พัฒนาระบบการท างาน และข้อมูลสารสนเทศด้านการศึกษาที่ทันสมัย รวดเร็ว และสามารถใช้งานทันที โดยจัดตั้งศูนย์ข้อมูล กลาง กศน. เพื่อจัดท าข้อมูล กศน. ทั้งระบบ (ONE ONIE) 6.3 พัฒนา ปรับปรุง ซ่อมแซม ฟื้นฟูอาคารสถานที่ และสภาพแวดล้อมโดยรอบของ หน่วยงานสถานศึกษา และแหล่งเรียนรู้ทุกแห่ง ให้สะอาด ปลอดภัย พร้อมให้บริการ 6.4 ประชาสัมพันธ์/สร้างการรับรู้ให้กับประชาชนทั่วไปเกี่ยวกับการบริการทางวิชาการ/ กิจกรรมด้านการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย และสร้างช่องทางการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ด้านวิชาการของหน่วยงานและสถานศึกษาในสังกัด อาทิ ข่าวประชาสัมพันธ์ ผ่านสื่อรูปแบบต่าง ๆ การจัดนิทรรศการ/มหกรรม วิชาการ กศน. กำรจัดกำรศึกษำและกำรเรียนรู้ในสถำนกำรณ์กำรแพร่ระบำดของเชื้อโรคไวรัสโคโรนำ 2019 (COVID - 19) ของส ำนักงำน กศน. จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) เมื่อเดือนธันวาคม 2562ส่งผลกระทบต่อระบบการจัดการเรียนการสอนของไทยในทุกระดับชั้น ซึ่งรัฐบาลและ กระทรวงศึกษาธิการได้ออกประกาศและมีมาตรการเฝ้าระวังเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ ไวรัสดังกล่าว อาทิ ก าหนดให้มีการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) ห้ามการใช้อาคาร สถานที่ของโรงเรียนและสถาบันการศึกษาทุกประเภท เพื่อจัดการเรียนการสอน การสอบ ฝึกอบรม หรือการท ากิจกรรมใด ๆ ที่มีผู้เข้าร่วมเป็นจ านวนมาก การปิดสถานศึกษาด้วยเหตุพิเศษ การ ก าหนดให้ใช้วิธีการจัดการเรียนการสอนรูปแบบใหม่ อาทิ การจัดการเรียนรู้แบบออนไลน์ การจัดการ เรียนรู้ผ่านระบบการออกอากาศทางโทรทัศน์ วิทยุ และโซเซียลมีเดีย ต่าง ๆ รวมถึงการสื่อสารแบบ ทางไกลหรือด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนของส านักงาน กศน. ได้มีการพัฒนา ปรับรูปแบบ กระบวนการ และวิธีการด าเนินงาน ในภารกิจต่อเนื่องต่าง ๆ ในสถานการณ์การใช้ชีวิตประจ าวัน และการจัดการเรียนรู้เพื่อรองรับการ ชีวิตแบบปกติวิถีใหม่ (New Normal) ซึ่งกิจกรรมการเรียนรู้ต่าง ๆ ได้ให้ความส าคัญกับการ ด าเนินงานตามมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) อาทิ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทุกประเภท หากมีความจ าเป็นต้องมาพบกลุ่ม หรืออบรมสัมมนา ทาง สถานศึกษาต้องมีมาตรการป้องกันที่เข้มงวด มีเจลแอลกอฮอลล้างมือ ผู้รับบริการต้องใส่หน้ากาก อนามัยหรือหน้ากากผ้า ต้องมีการเว้นระยะห่างระหว่างบุคคลเน้นการใช้สื่อดิจิทัลและเทคโนโลยี ออนไลน์ในการจัดการเรียนการสอน ภำรกิจต่อเนื่อง 1. ด้ำนกำรจัดกำรศึกษำและกำรเรียนรู้ 1.1 กำรศึกษำนอกระบบระดับกำรศึกษำขั้นพื้นฐำน 1) สนับสนุนการจัดการศึกษานอกระบบตั้งแต่ปฐมวัยจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยด าเนินการให้ผู้เรียนได้รับการสนับสนุนค่าจัดซื้อหนังสือเรียน ค่าจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน
9 และค่าจัดการเรียนการสอนอย่างทั่วถึงและเพียงพอเพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการศึกษา ที่มีคุณภาพโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย 2) จัดการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานให้กับกลุ่มเป้าหมายผู้ด้อย พลาดและขาดโอกาสทางการศึกษา ผ่านการเรียนแบบเรียนรู้ด้วยตนเอง การพบกลุ่ม การเรียนแบบ ชั้นเรียน และการจัดการศึกษาทางไกล 3) พัฒนาประสิทธิภาพ คุณภาพ และมาตรฐานการจัดการศึกษานอกระบบระดับ การศึกษาขั้นพื้นฐาน ทั้งด้านหลักสูตรรูปแบบ/กระบวนการเรียนการสอน สื่อและนวัตกรรม ระบบ การวัดและประเมินผลการเรียน และระบบการให้บริการนักศึกษาในรูปแบบอื่น ๆ 4) จัดให้มีการประเมินเพื่อเทียบระดับการศึกษา และการเทียบโอนความรู้และ ประสบการณ์ที่มีความโปร่งใส ยุติธรรม ตรวจสอบได้ มีมาตรฐานตามที่ก าหนด และสามารถ ตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ 5) จัดให้มีกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียนที่มีคุณภาพที่ผู้เรียนต้องเรียนรู้และเข้าร่วม ปฏิบัติกิจกรรม เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการจบหลักสูตร อาทิ กิจกรรมเสริมสร้างความสามัคคี กิจกรรม เกี่ยวกับการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดการแข่งขันกีฬา การบ าเพ็ญสาธารณประโยชน์อย่าง ต่อเนื่อง การส่งเสริมการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี และยุวกาชาด กิจกรรมจิตอาสา และการจัดตั้งชมรม/ชุมนุม พร้อมทั้งเปิด โอกาสให้ผู้เรียนน ากิจกรรมการบ าเพ็ญประโยชน์อื่น ๆ นอกหลักสูตรมาใช้เพิ่มชั่วโมงกิจกรรมให้ ผู้เรียนจบตามหลักสูตรได้ 1.2 กำรส่งเสริมกำรรู้หนังสือ 1) พัฒนาระบบฐานข้อมูลผู้ไม่รู้หนังสือ ให้มีความครบถ้วน ถูกต้อง ทันสมัยและเป็น ระบบเดียวกันทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค 2) พัฒนาและปรับปรุงหลักสูตร สื่อ แบบเรียนเครื่องมือวัดผลและเครื่องมือการ ด าเนินงานการส่งเสริมการรู้หนังสือที่สอดคล้องกับสภาพและบริบทของแต่ละกลุ่มเป้าหมาย 3) พัฒนาครู กศน. และภาคีเครือข่ายที่ร่วมจัดการศึกษา ให้มีความรู้ ความสามารถ และทักษะการจัดกระบวนการเรียนรู้ให้กับผู้ไม่รู้หนังสืออย่างมีประสิทธิภาพ และอาจจัดให้มี อาสาสมัครส่งเสริมการรู้หนังสือในพื้นที่ที่มีความต้องการจ าเป็นเป็นพิเศษ 4) ส่งเสริม สนับสนุนให้สถานศึกษาจัดกิจกรรมส่งเสริมการรู้หนังสือ การคงสภาพ การรู้หนังสือ การพัฒนาทักษะการรู้หนังสือให้กับประชาชนเพื่อเป็นเครื่องมือในการศึกษาและเรียนรู้ อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตของประชาชน 1.3 กำรศึกษำต่อเนื่อง 1) จัดการศึกษาอาชีพเพื่อการมีงานท าอย่างยั่งยืน โดยให้ความส าคัญกับการจัด การศึกษาอาชีพเพื่อการมีงานท าในกลุ่มอาชีพเกษตรกรรม อุตสาหกรรม พาณิชยกรรม คหกรรม และ อาชีพเฉพาะทางหรือการบริการ รวมถึงการเน้นอาชีพช่างพื้นฐาน ที่สอดคล้องกับศักยภาพของผู้เรียน ความต้องการและศักยภาพของแต่ละพื้นที่มีคุณภาพได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับ สอดรับกับความ ต้องการของตลาดแรงงาน และการพัฒนาประเทศ ตลอดจนสร้างความเข้มแข็งให้กับศูนย์ฝึกอาชีพ ชุมชน โดยจัดให้มีการส่งเสริมการรวมกลุ่มวิสาหกิจชุมชน การพัฒนาหนึ่งต าบลหนึ่งอาชีพเด่น การ
10 ประกวดสินค้าดีพรีเมี่ยม การสร้างแบรนด์ของ กศน. รวมถึงการส่งเสริมและจัดหาช่องทางการ จ าหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ และให้มีการก ากับ ติดตาม และรายงานผลการจัดการศึกษาอาชีพเพื่อ การมีงานท าอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง 2) จัดการศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิตให้กับทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะคนพิการ ผู้สูงอายุที่สอดคล้องกับความต้องการจ าเป็นของแต่ละบุคคล และมุ่งเน้นให้ทุกกลุ่มเป้าหมายมีทักษะ การด ารงชีวิตตลอดจนสามารถประกอบอาชีพพึ่งพาตนเองได้มีความรู้ความสามารถในการบริหาร จัดการชีวิตของตนเองให้อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุขสามารถเผชิญสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นใน ชีวิตประจ าวันได้อย่างมีประสิทธิภาพและเตรียมพร้อมส าหรับการปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง ของข่าวสารข้อมูลและเทคโนโลยีสมัยใหม่ในอนาคต โดยจัดกิจกรรมที่มีเนื้อหาส าคัญต่าง ๆ เช่น การ อบรมจิตอาสา การให้ความรู้เพื่อการป้องการการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) การอบรมพัฒนาสุขภาพกายและสุขภาพจิต การอบรมคุณธรรมและจริยธรรม การป้องกันภัยยา เสพติด เพศศึกษา การปลูกฝั่งและการสร้างค่านิยมที่พึงประสงค์ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ผ่านการอบรมเรียนรู้ในรูปแบบต่าง ๆ อาทิ ค่ายพัฒนาทักษะชีวิต การจัดตั้งชมรม/ชุมนุมการอบรม ส่งเสริมความสามารถพิเศษต่าง ๆ เป็นต้น 3) จัดการศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน โดยใช้หลักสูตรและการจัดกระบวนการ เรียนรู้แบบบูรณาการในรูปแบบของการฝึกอบรมการประชุม สัมมนา การจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การจัดกิจกรรมจิตอาสา การสร้างชุมชนนักปฏิบัติ และรูปแบบอื่น ๆ ที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย และบริบทของชุมชนแต่ละพื้นที่ เคารพความคิดของผู้อื่น ยอมรับความแตกต่างและหลากหลายทาง ความคิดและอุดมการณ์ รวมทั้งสังคมพหุวัฒนธรรม โดยจัดกระบวนการให้บุคคลรวมกลุ่มเพื่อ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน สร้างกระบวนการจิตสาธารณะ การสร้างจิตส านึกความเป็นประชาธิปไตย การเคารพในสิทธิและเสรีภาพ และรับผิดชอบต่อหน้าที่ความเป็นพลเมืองที่ดีภายใต้การปกครอง ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข การส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม การเป็นจิต อ า ส า ก า ร บ า เ พ็ ญ ป ร ะ โ ย ช น์ ใ น ชุ ม ช น ก า ร บ ริ ห า ร จั ด ก า ร น้ า ก า ร รับ มื อ กั บ สาธารณภัย การอนุรักษ์พลังงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การช่วยเหลือซึ่งกันและกันใน การพัฒนาสังคมและชุมชนอย่างยั่งยืน 4) การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงผ่านกระบวนการ เรียนรู้ตลอดชีวิตในรูปแบบต่าง ๆ ให้กับประชาชน เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน สามารถยืนหยัดอยู่ได้ อย่างมั่นคง และมีการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างเหมาะสม ตามทิศทางการพัฒนาประเทศสู่ความ สมดุลและยั่งยืน 1.4 กำรศึกษำตำมอัธยำศัย 1) พัฒนาแหล่งการเรียนรู้ที่มีบรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการอ่านและ พัฒนาศักยภาพการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นในสังคมไทย ให้เกิดขึ้นอย่างกว้างขวางและทั่วถึง เช่น การพัฒนา กศน. ต าบล ห้องสมุดประชาชนทุกแห่งให้มีการบริการที่ทันสมัย ส่งเสริมและสนับสนุนอาสาสมัคร ส่งเสริมการอ่าน การสร้างเครือข่ายส่งเสริมการอ่าน จัดหน่วยบริการห้องสมุดเคลื่อนที่ ห้องสมุดชาว ตลาด พร้อมหนังสือและอุปกรณ์เพื่อจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ที่หลากหลาย ให้บริการกับประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ อย่างทั่วถึง สม่ าเสมอ รวมทั้งเสริมสร้างความพร้อมในด้าน
11 บุคลากร สื่ออุปกรณ์เพื่อสนับสนุนการอ่าน และการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการอ่านอย่างหลากหลาย รูปแบบ 2) จัดสร้างและพัฒนาศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ตลอดชีวิตของประชาชน เป็นแหล่งสร้างนวัตกรรมฐานวิทยาศาสตร์และเป็นแหล่ง ท่องเที่ยวเชิงศิลปะวิทยาการประจ าท้องถิ่น โดยจัดท าและพัฒนานิทรรศการสื่อและกิจกรรม การศึกษาที่เน้นการเสริมสร้างความรู้และสร้างแรงบันดาลใจด้านวิทยาศาสตร์สอดแทรกวิธีการคิดเชิง วิเคราะห์ การคิดเชิงสร้างสรรค์ และปลูกฝังเจตคติทางวิทยาศาสตร์ผ่านการกระบวนการเรียนรู้ที่ บูรณาการความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ ควบคู่กับเทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์และคณิตศาสตร์รวมทั้ง สอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง บริบทของชุมชน และประเทศ รวมทั้งระดับภูมิภาค และระดับโลกเพื่อให้ประชาชนมีความรู้และสามารถน าความรู้และทักษะไปประยุกต์ใช้ในการด าเนิน ชีวิต การพัฒนาอาชีพ การรักษาสิ่งแวดล้อม การบรรเทาปละป้องกันภัยพิบัติทางธรรมชาติ รวมทั้ง คว ามส าม า รถในก า รป รับตัวรอง รับผลกร ะทบจ ากก า รเปลี่ยนแปลงของโลกที่เป็นไป อย่างรวดเร็วและรุนแรง (Disruptive Changes) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 3) ประสานความร่วมมือหน่วยงาน องค์กร หรือภาคส่วนต่าง ๆ ที่มีแหล่งเรียนรู้อื่น ๆ เพื่อส่งเสริมการจัดการศึกษาตามอัธยาศัยให้มีรูปแบบที่หลากหลาย และตอบสนองความต้องการ ของประชาชน เช่น พิพิธภัณฑ์ศูนย์เรียนรู้ แหล่งโบราณคดี วัด ศาสนาสถาน ห้องสมุด รวมถึงภูมิ ปัญญาท้องถิ่น เป็นต้น 2. ด้ำนหลักสูตร สื่อรูปแบบกำรจัดกระบวนกำรเรียนรู้ กำรวัดและประเมินผลงำนบริกำร ทำงวิชำกำร และกำรประกันคุณภำพกำรศึกษำ 2.1 ส่งเสริมกำรพัฒนำหลักสูตร รูปแบบกำรจัดกระบวนกำรเรียนรู้และกิจกรรม เพื่อ ส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยที่หลากหลาย ทันสมัย รวมถึงการพัฒนา หลักสูตรฐานสมรรถนะ และหลักสูตรท้องถิ่นที่สอดคล้องกับสภาพบริบทของพื้นที่และความต้องการ ของกลุ่มเป้าหมายและชุมชน 2.2 ส่งเสริมกำรพัฒนำสื่อแบบเรียน สื่ออิเล็กทรอนิกส์และสื่ออื่น ๆ ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ของผู้เรียนกลุ่มเป้าหมายทั่วไปและกลุ่มเป้าหมายพิเศษ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา 2.3 พัฒนำรูปแบบกำรจัดกำรศึกษำทำงไกลให้มีควำมทันสมัย หลากหลายช่องทางการ เรียนรู้ด้วยระบบห้องเรียนและการควบคุมการสอบรูปแบบออนไลน์ 2.4 พัฒนำระบบกำรประเมินเพื่อเทียบระดับกำรศึกษำ และกำรเทียบโอนควำมรู้และ ประสบกำรณ์เพื่อให้มีคุณภาพ มาตรฐาน และสามารถตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายได้ อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งมีการประชาสัมพันธ์ให้สาธารณชนได้รับรู้และสามารถเข้าถึงระบบการ ประเมินได้ 2.5 พัฒนำระบบกำรวัดและประเมินผลกำรศึกษำนอกระบบทุกหลักสูตร โดยเฉพาะ หลักสูตรในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานให้ได้มาตรฐานโดยการน าแบบทดสอบกลาง และระบบการ สอบอิเล็กทรอนิกส์(e-Exam) มาใช้อย่างมีประสิทธิภาพ 2.6 ส่งเสริมและสนับสนุนกำรศึกษำวิจัย เพื่อพัฒนาหลักสูตร รูปแบบการจัด กระบวนการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล และเผยแพร่รูปแบบการจัด ส่งเสริม และสนับสนุนการจัด
12 การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย รวมทั้งให้มีการน าไปสู่การปฏิบัติอย่างกว้างขวาง และมีการพัฒนาให้เหมาะสมกับบริบทอย่างต่อเนื่อง 2.7 พัฒนำระบบประกันคุณภำพภำยในสถำนศึกษำให้ได้มำตรฐำน มีการพัฒนาระบบ การประกันคุณภาพภายในที่สอดคล้องกับบริบทและภารกิจของ กศน. มากขึ้น เพื่อพร้อมรับการ ประเมินคุณภาพภายนอก โดยพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ ความเข้าใจ ตระหนักถึงความส าคัญของ ระบบการประกันคุณภาพ และสามารถด าเนินการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษาได้อย่าง ต่อเนื่องโดยใช้การประเมินภายในด้วยตนเอง และจัดให้มีระบบสถานศึกษาพี่เลี้ยงเข้าไปสนับสนุน อย่างใกล้ชิด ส าหรับสถานศึกษาที่ยังไม่ได้เข้ารับการประเมินคุณภาพภายนอก ให้พัฒนาคุณภาพการ จัดการศึกษาให้ได้คุณภาพตามมาตรฐานที่ก าหนด 3. ด้ำนเทคโนโลยีเพื่อกำรศึกษำ 3.1 ผลิตและพัฒนำรำยกำรวิทยุและรำยกำรโทรทัศน์เพื่อกำรศึกษำ เพื่อให้เชื่อมโยง และตอบสนองต่อการจัดกิจกรรมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยของสถานศึกษาเพื่อ กระจายโอกาสทางการศึกษาส าหรับกลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ ให้มีทางเลือกในการเรียนรู้ที่หลากหลาย และมีคุณภาพ สามารถพัฒนาตนเองให้รู้เท่าทันสื่อและเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการสื่อสาร เช่น รายการพัฒนาอาชีพเพื่อการมีงานท า รายการติวเข้มเติมเต็มความรู้รายการ รายการท ากินก็ได้ ท า ขายก็ดี ฯลฯ เผยแพร่ทางสถานีวิทยุศึกษา สถานีวิทยุโทรทัศน์เพื่อการศึกษากระทรวงศึกษาธิการ (ETV) และทางอินเทอร์เน็ต 3.2 พัฒนำกำรเผยแพร่กำรจัดกำรศึกษำนอกระบบและกำรศึกษำตำมอัธยำศัย โดย ผ่านระบบเทคโนโลยีดิจิทัล และช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ เช่น Youtube Facebook หรือ Application อื่น ๆ เพื่อส่งเสริมให้ครู กศน. น าเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการสร้างกระบวนการเรียนรู้ ด้วยตนเอง (Do It Yourself : DIY) 3.3 พัฒนำสถำนีวิทยุศึกษำและสถำนีโทรทัศน์เพื่อกำรศึกษำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการ ผลิตและการออกอากาศให้กลุ่มเป้าหมายสามารถใช้เป็นช่องทางการเรียนรู้ที่มีคุณภาพได้อย่าง ต่อเนื่องตลอดชีวิตโดยขยายเครือข่ายการรับฟังให้สามารถรับฟังได้ทุกที่ ทุกเวลา ครอบคลุมพื้นที่ทั่ว ประเทศและเพิ่มช่องทางให้สามารถรับชมรายการโทรทัศน์ได้ทั้งระบบ Ku - Band C - Band Digital TV และทางอินเทอร์เน็ต พร้อมที่จะรองรับการพัฒนาเป็นสถานีวิทยุโทรทัศน์เพื่อการศึกษาสาธารณะ (Free ETV) 3.4 พัฒนำระบบกำรให้บริกำรสื่อเทคโนโลยีเพื่อกำรศึกษำ เพื่อให้ได้หลายช่องทางทั้ง ทางอินเทอร์เน็ต และรูปแบบอื่น ๆ อาทิ Application บนโทรศัพท์เคลื่อนที่ และ Tablet รวมทั้งสื่อ Offline ในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายสามารถเลือกใช้บริการเพื่อเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา และการเรียนรู้ได้ตามความต้องการ 3.5 ส ำรวจ วิจัย ติดตำมประเมินผลด้ำนกำรใช้สื่อเทคโนโลยีเพื่อกำรศึกษำอย่ำง ต่อเนื่อง เพื่อน าผลมาใช้ในการพัฒนางานให้มีความถูกต้อง ทันสมัยและสามารถส่งเสริมการศึกษาและการ เรียนรู้ตลอดชีวิตของประชาชนได้อย่างแท้จริง 4. ด้ำนโครงกำรอันเนื่องมำจำกพระรำชด ำริ หรือโครงกำรอันเกี่ยวเนื่องจำกรำชวงศ์
13 4.1 ส่งเสริมและสนับสนุนกำรด ำเนินงำนโครงกำรอันเนื่องมำจำกพระรำชด ำริหรือ โครงกำรอันเกี่ยวเนื่องจำกรำชวงศ์ 4.2 จัดท ำฐำนข้อมูลโครงกำรและกิจกรรมของ กศน.ที่สนองงำนโครงกำรอัน เนื่องมำจำกพระรำชด ำริหรือโครงกำรอันเกี่ยวเนื่องจำกรำชวงศ์ เพื่อน าไปใช้ในการวางแผน การ ติดตามประเมินผลและการพัฒนางานได้อย่างมีประสิทธิภาพ 4.3 ส่งเสริมกำรสร้ำงเครือข่ำยกำรด ำเนินงำน เพื่อสนับสนุนโครงการอันเนื่องมาจาก พระราชด าริเพื่อให้เกิดความเข้มแข็งในการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย 4.4 พัฒนำศูนย์ศูนย์กำรเรียนชุมชนชำวไทยภูเขำ “แม่ฟ้ำหลวง” เพื่อให้มีความพร้อม ในการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยตามบทบาทหน้าที่ที่ก าหนดไว้อย่างมี ประสิทธิภาพ 4.5 จัดและส่งเสริมกำรเรียนรู้ตลอดชีวิตให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของประชำชนบน พื้นที่สูง ถิ่นทุรกันดาร และพื้นที่ชายขอบ 5. ด้ำนกำรศึกษำในจังหวัดชำยแดนภำคใต้ พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษและพื้นที่บริเวณ ชำยแดน 5.1 พัฒนำกำรจัดกำรศึกษำนอกระบบและกำรศึกษำตำมอัธยำศัยในจังหวัดชำยแดน ภำคใต้ 1) จัดและพัฒนาหลักสูตร และกิจกรรมส่งเสริมการศึกษาและการเรียนรู้ที่ ตอบสนองปัญหาและความต้องการของกลุ่มเป้าหมายรวมทั้งอัตลักษณ์และความเป็นพหุวัฒนธรรม ของพื้นที่ 2) พัฒนาคุณภาพการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างเข้มข้นและ ต่อเนื่องเพื่อให้ผู้เรียนสามารถน าความรู้ที่ได้รับไปใช้ประโยชน์ได้จริง 3) ให้หน่วยงานและสถานศึกษาจัดให้มีมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยแก่ บุคลากรและนักศึกษา กศน.ตลอดจนผู้มาใช้บริการอย่างทั่วถึง 5.2 พัฒนำกำรจัดกำรศึกษำแบบบูรณำกำรในเขตพัฒนำเศรษฐกิจพิเศษ 1) ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดท าแผนการศึกษาตาม ยุทธศาสตร์และบริบทของแต่ละจังหวัดในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ 2) จัดท าหลักสูตรการศึกษาตามบริบทของพื้นที่ โดยเน้นสาขาที่เป็นความต้องการ ของตลาดให้เกิดการพัฒนาอาชีพได้ตรงตามความต้องการของพื้นที่ 5.3 จัดกำรศึกษำเพื่อควำมมั่นคงของศูนย์ฝึกและพัฒนำอำชีพรำษฎรไทยบริเวณ ชำยแดน (ศฝช.) 1) พัฒนำศูนย์ฝึกและพัฒนำอำชีพรำษฎรไทยบริเวณชำยแดน เพื่อให้เป็นศูนย์ฝึก และสาธิตการประกอบอาชีพด้านเกษตรกรรม และศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบการจัดกิจกรรมตามแนว พระราชด าริปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ส าหรับประชาชนตามแนวชายแดนด้วยวิธีการเรียนรู้ที่ หลากหลาย
14 2) มุ่งจัดและพัฒนำกำรศึกษำอำชีพโดยใช้วิธีกำรหลำกหลำยใช้รูปแบบเชิงรุก เพื่อการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย เช่น การจัดมหกรรมอาชีพ การประสานความร่มมือกับเครือข่าย การจัด อบรมแกนน าด้านอาชีพที่เน้นเรื่องเกษตรธรรมชาติที่สอดคล้องกับบริบทของชุมชนชายแดน ให้แก่ ประชาชนตามแนวชายแดน 6. ด้ำนบุคลำกรระบบกำรบริหำรจัดกำร และกำรมีส่วนร่วมของทุกภำคส่วน 6.1 กำรพัฒนำบุคลำกร 1) พัฒนาบุคลากรทุกระดับทุกประเภทให้มีสมรรถนะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งก่อน และระหว่างการด ารงต าแหน่งเพื่อให้มีเจตคติที่ดีในการปฏิบัติงานให้มีความรู้และทักษะตาม มาตรฐานต าแหน่ง ให้ตรงกับสายงานความช านาญ และความต้องการของบุคลากรสามารถปฏิบัติงาน และบริหารจัดการการด าเนินงานของหน่วยงานและสถานศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพรวมทั้งส่งเสริม ให้ข้าราชการในสังกัดพัฒนาตนเองเพื่อเลื่อนต าแหน่งหรือเลื่อนวิทยฐานะโดยเน้นการประเมินวิทย ฐานะเชิงประจักษ์ 2) พัฒนาศึกษานิเทศก์ กศน. ให้มีสมรรถนะที่จ าเป็นครบถ้วน มีความเป็นมืออาชีพ สามารถปฏิบัติการนิเทศได้อย่างมีศักยภาพ เพื่อร่วมยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัยในสถานศึกษา 3) พัฒนาหัวหน้า กศน.ต าบล/แขวงให้มีสมรรถนะสูงขึ้น เพื่อการบริหารจัดการ กศน.ต าบล/แขวงและการปฏิบัติงานตามบทบาทภารกิจอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นการเป็นนัก จัดการความรู้และผู้อ านวยความสะดวกในการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ อย่างแท้จริง 4) พัฒนาครู กศน. และบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาให้สามารถ จัดรูปแบบการเรียนรู้ได้อย่างมีคุณภาพโดยส่งเสริมให้มีความรู้ความสามารถในการจัดท าแผนการสอน การจัดกระบวนการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล และการวิจัยเบื้องต้น 5) พัฒนาศักยภาพบุคลากร ที่รับผิดชอบการบริการการศึกษาและการเรียนรู้ ให้มี ความรู้ความสามารถและมีความเป็นมืออาชีพในการจัดบริการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตของ ประชาชน 6) ส่งเสริมให้คณะกรรมการ กศน. ทุกระดับ และคณะกรรมการสถานศึกษา มีส่วน ร่วมในการบริหารการด าเนินงานตามบทบาทภารกิจของ กศน.อย่างมีประสิทธิภาพ 7) พัฒนาอาสาสมัคร กศน. ให้สามารถท าหน้าที่สนับสนุนการจัดการศึกษานอก ระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ 8) พัฒนาสมรรถนะและเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างบุคลากรรวมทั้งภาคี เครือข่ายทั้งในและต่างประเทศในทุกระดับ โดยจัดให้มีกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างสัมพันธภาพและเพิ่ม ประสิทธิภาพในการท างานร่วมกันในรูปแบบที่หลากหลายอย่างต่อเนื่องอาทิการแข่งขันกีฬา การ อบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาประสิทธิภาพในการท างาน 6.2 กำรพัฒนำโครงสร้ำงพื้นฐำนและอัตรำก ำลัง 1) จัดท าแผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและด าเนินการปรับปรึงสถานที่และวัสดุ อุปกรณ์ ให้มีความพร้อมในการจัดการศึกษาและการเรียนรู้
15 2) สรรหา บรรจุแต่งตั้ง และบริหารอัตราก าลังที่มีอยู่ทั้งในส่วนที่เป็นข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้าง ให้เป็นไปตามโครงสร้างการบริหารและกรอบอัตราก าลัง รวมทั้งรองรับ กับบทบาทภารกิจตามที่ก าหนดไว้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการปฏิบัติงาน 3) แสวงหาความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนในการระดมทรัพยากรเพื่อ น ามาใช้ในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานให้มีความพร้อมส าหรับด าเนินกิจกรรมการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย และการส่งเสริมการเรียนรู้ส าหรับประชาชน 6.3 กำรพัฒนำระบบบริหำรจัดกำร 1) พัฒนาระบบฐานข้อมูลให้มีความครบถ้วน ถูกต้อง ทันสมัย และเชื่อมโยงกันทั่ว ประเทศอย่างเป็นระบบเพื่อให้หน่วยงานและสถานศึกษาในสังกัดสามารถน าไปใช้เป็นเครื่องมือส าคัญ ในการบริหารการวางแผน การปฏิบัติงาน การติดตามประเมินผล รวมทั้งจัดบริการการศึกษานอก ระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอย่างมีประสิทธิภาพ 2) เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการงบประมาณ โดยพัฒนาระบบการก ากับ ควบคุม และเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณให้เป็นตามเป้าหมายที่ก าหนดไว้ 3) พัฒนาระบบฐานข้อมูลรวมของนักศึกษา กศน. ให้มีความครบถ้วน ถูกต้อง ทันสมัย และเชื่อมโยงกันทั่วประเทศ สามารถสืบค้นและสอบทานได้ทันความต้องการเพื่อประโยชน์ ในการจัดการศึกษาให้กับผู้เรียนและการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ 4) ส่งเสริมให้มีการจัดการความรู้ในหน่วยงานและสถานศึกษาทุกระดับ รวมทั้ง การศึกษาวิจัยเพื่อสามารถน ามาใช้ในการพัฒนาประสิทธิภาพการด าเนินงานที่สอดคล้องกับความ ต้องการของประชาชนและชุมชนพร้อมทั้งพัฒนาขีดความสามารถเชิงการแข่งขันของหน่วยงานและ สถานศึกษา 5) สร้างความร่วมมือของภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อสร้างความ เข้าใจ และให้เกิดความร่วมมือในการส่งเสริม สนับสนุน และจัดการศึกษาและการเรียนรู้ให้กับ ประชาชนอย่างมีคุณภาพ 6) ส่งเสริมการใช้ระบบส านักงานอิเล็กทรอนิกส์ (e -office) ในการบริหารจัดการ เช่น ระบบการลา ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ ระบบการขอใช้รถราชการ ระบบการขอใช้ห้อง ประชุม เป็นต้น 7) พัฒนาและปรับระบบวิธีการปฏิบัติราชการให้ทันสมัย มีความโปร่งใส ปลอดการ ทุจริตและประพฤติมิชอบ บริหารจัดการบนข้อมูลและหลักฐานเชิงประจักษ์ มุ่งผลสัมฤทธิ์มีความ โปร่งใส 6.4 กำรก ำกับ นิเทศติดตำมประเมิน และรำยงำนผล 1) สร้างกลไกการก ากับ นิเทศ ติดตาม ประเมิน และรายงานผลการด าเนินงาน การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยให้เชื่อมโยงกับหน่วยงาน สถานศึกษา และภาคี เครือข่ายทั้งระบบ
16 2) ให้หน่วยงานและสถานศึกษาที่เกี่ยวข้องทุกระดับ พัฒนาระบบกลไกการก ากับ ติดตามและรายงานผลการน านโยบายสู่การปฏิบัติ ให้สามารถตอบสนองการด าเนินงานตามนโยบาย ในแต่ละเรื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ 3) ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และสื่ออื่น ๆ ที่เหมาะสม เพื่อการก ากับนิเทศ ติดตาม ประเมินผล และรายงานผลอย่างมีประสิทธิภาพ 4) พัฒนากลไกการติดตามประเมินผลการปฏิบัติราชการตามค ารับรองการปฏิบัติ ราชการประจ าปีของหน่วยงาน สถานศึกษา เพื่อการรายงานผลตามตัวชี้วัดในค ารับรองการปฏิบัติ ราชการประจ าปี ของส านักงาน กศน. ให้ด าเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นไปตามเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาที่ก าหนด 5) ให้มีการเชื่อมโยงระบบการนิเทศในทุกระดับ ทั้งหน่วยงานภายในและภายนอก องค์กร ตั้งแต่ส่วนกลาง ภูมิภาค กลุ่มจังหวัด จังหวัด อ าเภอ/เขต และต าบล/แขวง เพื่อความเป็น เอกภาพในการใช้ข้อมูลและการพัฒนางานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย 3. กรอบกำรจัดกิจกรรมพัฒนำคุณภำพผู้เรียน กกกกกกกหลักกำร กกกกกกกรัฐบาลได้ก าหนดยุทธศาสตร์ชาติ20 ปี (2560 – 2579) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไข จุดอ่อนและเสริมจุดแข็งให้เอื้อต่อการพัฒนาประเทศให้บรรลุเป้าหมาย การสร้างรักษาไว้ซึ่ง ผลประโยชน์แห่งชาติในการที่จะให้ประเทศไทยมีความมั่นคงในทุกด้าน คนในชาติมีคุณภาพชีวิตที่ดี และมั่นคง และประเทศสามารถพัฒนาไปได้อย่างยั่งยืน จ านวน 6 ยุทธศาสตร์ได้แก่ (1) ยุทธศาสตร์ ด้านความมั่นคง (2) ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน (3) ยุทธศาสตร์การพัฒนา และเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์(4) ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทาง สังคม (5) ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิต(6) ยุทธศาสตร์ด้านการปรับสมดุลและ พัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ ซึ่งสอดคล้องจุดเน้นในการพัฒนาคุณภาพคนในสังคมไทยทุก ช่วงวัยให้เป็นคนดีมีสุขภาวะที่ดีมีคุณธรรม จริยธรรม มีระเบียบวินัยมีจิตสานึกที่ดีต่อสังคมส่วนรวม มีทักษะความรู้และความสามารถปรับตัวเท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงรอบตัวที่รวดเร็วแผนการศึกษา แห่งชาติพ.ศ.2560 – 2579 ได้ก าหนดวัตถุประสงค์ในการจัดการศึกษา 4 ประการได้แก่ (1) เพื่อ พัฒนาระบบและกระบวนการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ (2) เพื่อพัฒนาคนไทยให้ เป็นพลเมืองดีมีคุณลักษณะทักษะและสมรรถนะที่สอดคล้องกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทยพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติและยุทธศาสตร์ชาติ(3) เพื่อพัฒนาสังคมไทยให้ เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้และมีคุณธรรม จริยธรรม รู้รักสามัคคีและร่วมมือผนึกกาลังมุ่งสู่การพัฒนา ประเทศอย่างยั่งยืน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และ (4) เพื่อนาประเทศไทยก้าวข้ามกับ ดักประเทศที่มีรายได้ปานกลาง และความเหลื่อมล้าภายในประเทศลดลง จึงก าหนดยุทธศาสตร์ใน การพัฒนาการศึกษาภายใต้6 ยุทธศาสตร์หลักที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ20 ปีเพื่อให้แผนการ ศึกษาแห่งชาติบรรลุเป้าหมายตามจุดมุ่งหมาย วิสัยทัศน์ และแนวคิดการจัดการศึกษา ดังนี้ (1) ยุทธศาสตร์การจัดการศึกษาเพื่อความมั่นคงของสังคมและประเทศชาติ(2) ยุทธศาสตร์การผลิตและ พัฒนากาลังคน การวิจัย และนวัตกรรม เพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ(3)
17 ยุทธศาสตร์การพัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวัย และการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้(4) ยุทธศาสตร์การ สร้างโอกาสความเสมอภาพ และความเท่าเทียมทางการศึกษา (5) ยุทธศาสตร์การจัดการศึกษาเพื่อ สร้างเสริมสุขภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (6) ยุทธศาสตร์การพัฒนาประสิทธิภาพของระบบ บริหารจัดการศึกษากระทรวงศึกษาธิการ ได้ประกาศใช้หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษา ขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 ที่มุ่งจัดการศึกษาเพื่อตอบสนองอุดมการณ์การจัดการศึกษาตลอดชีวิต และการสร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ตามปรัชญา “คิดเป็น” เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตและ สังคม มีการบูรณาการอย่างสมดุลระหว่างปัญญาธรรม ศีลธรรม และวัฒนธรรม มุ่งสร้างพื้นฐานการ เป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัว ชุมชน สังคม และพัฒนาความสามารถเพื่อการทางานที่มีคุณภาพ โดย ให้ภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมจัดการศึกษาให้ตรงตามความต้องการของผู้เรียน และสามารถตรวจสอบได้ ว่า การศึกษานอกระบบเป็นกระบวนการของการพัฒนา ชีวิตและสังคม สามารถพึ่งพาตนเองได้และ รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง เป็นหลักสูตรที่มีความเหมาะสมสอดคล้องกับสภาพปัญหา ความต้องการ ของบุคคลที่อยู่นอกระบบโรงเรียน ซึ่งเป็นผู้มีความรู้ประสบการณ์จากการท างานและการประกอบ อาชีพ โดยการก าหนดสาระการเรียนรู้มาตรฐานการเรียนรู้การจัดการเรียนรู้การวัดและประเมินผล ให้ความส าคัญกับการพัฒนากลุ่มเป้าหมายด้านจิตใจ ให้มีคุณธรรมควบคู่ไปกับการพัฒนาการเรียนรู้ สร้างภูมิคุ้มกัน สามารถจัดการกับองค์ความรู้ ทั้งภูมิปัญญาท้องถิ่นและเทคโนโลยี เพื่อให้ผู้เรียน สามารถปรับตัวอยู่ในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา สร้างภูมิคุ้มกันตามแนวปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง รวมทั้งค านึงถึงธรรมชาติการเรียนรู้ของผู้ที่อยู่นอกระบบ และสอดคล้องกับสภาพ เศรษฐกิจ สังคม การเมือง การปกครองความเจริญก้าวหน้า ของเทคโนโลยีและการสื่อสารส านักงาน กศน. จึงก าหนดกรอบการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนที่สอดคล้องกับจุดมุ่งหมายของ หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ให้ สถานศึกษาจัดเพิ่มเติมจากการเรียนปกติให้กับผู้เรียน เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณธรรม จริยธรรม มี สติปัญญา มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีศักยภาพในการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพและการเรียนรู้อย่าง ต่อเนื่องซึ่งเป็นคุณลักษณะอันพึงประสงค์สอดคล้องกับทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ตาม จุดมุ่งหมายของกระทรวงศึกษาธิการ แผนการศึกษาแห่งชาติและยุทธศาสตร์ชาติ20 ปีขึ้น เพื่อให้สถานศึกษาได้จัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน เป็นไปในแนวทางเดียวกันอย่างมี ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล คุ้มค่า เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้เรียน ดังนี้ กกกกกก1. กิจกรรมพัฒนำวิชำกำร เป็นการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาให้ผู้เรียนมีพื้นฐานความรู้เพียงพอกับการศึกษาในแต่ละ ระดับและพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ความสามารถทางด้านวิชาการเพิ่มมากขึ้นในรายวิชาตามหลักสูตร การศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ได้แก่ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์วิทยาศาสตร์หรือวิชาอื่น ๆ ตามความต้องการของนักศึกษา กศน. ซึ่งวิทยากรหรือผู้สอน ควรเป็นผู้ที่มีความรู้หรือประสบการณ์ในการสอนวิชานั้น ๆ โดยตรง อาจจะเป็นบุคคลภายนอกหรือ ครูกศน. ได้ตามความเหมาะสม ส่วนจ านวนนักศึกษากศน. ที่ร่วมกิจกรรมให้อยู่ในดุลยพินิจของ ผู้บริหารสถานศึกษา
18 กกกกกก2.2. กิจกรรมพัฒนำทักษะชีวิต เป็นการจัดกิจกรรมเสริมเพิ่มเติมจากการเรียนปกติในสาระทักษะการด าเนินชีวิต หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 เนื่องจากสังคมปัจจุบันมี การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม ข่าวสารข้อมูล และเทคโนโลยีมีการแข่งขัน และความขัดแย้งมากขึ้นจึงมีความจาเป็นที่สถานศึกษาต้องจัดกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิตให้กับผู้เรียน เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจ มีเจตคติค่านิยมที่ถูกต้องและมีทักษะหรือความสามารถพื้นฐานที่จาเป็น ในการเผชิญปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิต อาทิเช่น ปัญหายาเสพติดการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์เพศสัมพันธ์ ทะเลาะวิวาท ครอบครัวแตกแยก ความรุนแรง ความเครียด ภัยพิบัติเป็นต้น รวมทั้งมีคุณสมบัติที่พึง ประสงค์ในการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข และสามารถนาความรู้จากการเข้าร่วม กิจกรรมไปปรับใช้ในชีวิตประจาวันได้อย่างเหมาะสม กกกกกกก3. กิจกรรมที่แสดงออกถึงควำมจงรักภักดีต่อสถำบันชำติศำสนำ และพระมหำกษัตริย์ เป็นการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาและส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้เรียน มีความรู้ความเข้าใจ มี ทัศนคติที่ดีมีความรักและภาคภูมิใจในชาติไทย และแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ตลอดจนทะนุบ ารุงและปฏิบัติตามหลักธรรมทางศาสนาที่นับถือ การ ส่งเสริมโครงการอันเนื่องมาจากพระราชด าริการเทิดทูนและปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์และพระ บรมวงศานุวงศ์ กกกกกกก4. กิจกรรมกำรเรียนรู้ตำมหลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียง เป็นการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ ความเข้าใจตามหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียงโดยสามารถนาไปประยุกต์ให้เกิดผลในทางปฏิบัติในการดารงชีวิตประจาวันทั้งต่อ ตนเอง ครอบครัวชุมชน สังคมและประเทศชาติ กกกกกกก5. กิจกรรมลูกเสือ และกิจกรรมอำสำยุวกำชำด เป็นกิจกรรมเพื่อพัฒนาและส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้เรียนเป็นผู้ที่มีระเบียบวินัย มีคุณธรรม จริยธรรมมีจิตอาสา มีความเสียสละในการช่วยเหลือผู้อื่น บ าเพ็ญประโยชน์ต่อสังคมและชุมชน โดย ด าเนินการจัดกิจกรรมลูกเสือ กศน. และกิจกรรมอาสายุวกาชาด หรืออาจด าเนินการร่วมกับ ส านักงาน ลูกเสือแห่งชาติส านักการลูกเสือยุวกาชาดและกิจกรรมนักเรียน กระทรวงศึกษาธิการ ส านักงานยุว กาชาด สภากาชาดไทย เป็นต้น กกกกกกก6. กิจกรรมกีฬำและส่งเสริมสุขภำพ เป็นการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาผู้เรียนได้มีโอกาสออกกาลังกายและเล่นกีฬาเพื่อสุขภาพ พลานามัยที่ดีสร้างนิสัยความมีน้าใจเป็นนักกีฬาและใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ เป็นการสร้างความ รัก ความสามัคคีในหมู่คณะ ให้รู้จักรู้แพ้รู้ชนะ รู้อภัย และเป็นการสร้างสัมพันธภาพอันดีระหว่าง นักศึกษา กศน. กกกกกกก7. กิจกรรมเพื่อพัฒนำควำมรู้ควำมสำมำรถด้ำนเทคโนโลยีสำรสนเทศ (ICT) เป็นกิจกรรมเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้และทักษะใน ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (ICT)เช่น การจัดอบรมความรู้ในด้านต่างๆ ที่เกี่ยวกับ ICT เป็นต้น
19 กกกกกกก8. กิจกรรมเพื่อพัฒนำควำมรู้สู่ประชำคมโลก เป็นการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาความรู้ให้กับผู้เรียน ในด้านการศึกษา เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมความมั่นคง และการเมือง เพื่อเข้าสู่ประชาคมโลก เช่น การเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง ประชากรไปสู่สังคมสูงวัยทักษะของประชากรในศตวรรษที่ 21 ที่ทั่วโลกต่างต้องเผชิญกับความท้าทาย และมุ่งพัฒนาประเทศไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมยุค 4.0 เป็นต้น กกกกกกก9. กิจกรรมจิตอำสำ กศน. “เรำท ำควำมดีด้วยหัวใจ” เป็นกิจกรรมที่หน่วยงาน/สถานศึกษาในสังกัดส านักงาน กศน. จัดขึ้น หรือร่วมกับ หน่วยงานอื่น ๆ และร่วมกับประชาชนทุกหมู่เหล่าที่มีจิตอาสาบาเพ็ญสาธารณประโยชน์ในพื้นที่ต่างๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และแก้ไขปัญหาให้แก่ประชาชน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาน้าท่วมในเขตชุมชน ปัญหาการจราจรและอื่น ๆ เพื่อสืบสานพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอ ดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่ทรงห่วงใยปัญหาน้าท่วมและปัญหาการจราจรในเขตพื้นที่ กรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ และสอดคล้องกับพระบรมราโชบายของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 เป็นการพัฒนาสภาพแวดล้อมและความเป็นอยู่ในชุมชนให้มีสภาพที่ดีขึ้น กกกกกกก10. กิจกรรมส่งเสริมกำรอ่ำน และพัฒนำทักษะกำรเรียนรู้ เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีทักษะการอ่าน การเรียนรู้เสริมสร้างนิสัยรักการอ่าน และการเรียนรู้เพื่อนาไปใช้ในการพัฒนาตนเอง ครอบครัว ชุมชนและสังคม อันจะนาไปสู่สังคมแห่ง การเรียนรู้ตลอดชีวิต กกกกกกก11. กิจกรรมส่งเสริมกำรเรียนรู้เพื่อพัฒนำทักษะอำชีพ เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ศึกษา เรียนรู้ฝึกทักษะและฝึกปฏิบัติด้านอาชีพที่ ตนเองสนใจ เพื่อเป็นทางเลือก และวางแผนการประกอบอาชีพ และการศึกษาต่อในอนาคต กกกกกกก12. กิจกรรมส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ ด้วยการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม วัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณี และเอกลักษณ์ของชาติ ให้เกิดความรักและความภาคภูมิใจ สืบสานวัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่นอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างมีความสุข กกกกกกก13. กิจกรรมกำรเรียนรู้กำรปกครองระบอบประชำธิปไตยอันมีพระมหำกษัตริย์ทรงเป็น ประมุข และกฎหมำยที่เกี่ยวข้องในชีวิตประจ ำวัน เป็นกิจกรรมเพื่อพัฒนาผู้เรียน ให้มีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการปกครอง ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และกฎหมายที่เกี่ยวข้องในชีวิตประจาวัน เช่น กฎหมายรัฐธรรมนูญกฎหมายการเลือกตั้ง สิทธิหน้าที่พลเมือง กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการ คุ้มครองผู้บริโภค เป็นต้น กกกกกกก14. กิจกรรมเสริมสร้ำงควำมสำมำรถพิเศษ เป็นกิจกรรมเพื่อพัฒนาผู้เรียนที่มีความสามารถพิเศษ หรือมีพรสวรรค์ในด้านต่าง ๆ ให้มีโอกาสและกล้าแสดงออกถึงทักษะ ความรู้ความสามารถ ความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ ใน แนวทางที่ถูกต้องเหมาะสม และพัฒนาความสามารถพิเศษหรือพรสวรรค์ไปใช้ประโยชน์ต่อการดารง ชีวิตของตนเอง เป็นการส่งเสริมสนับสนุนการศึกษาตลอดชีวิตโดยการจัดตั้งชมรมต่าง ๆ เช่น ชมรม TO BE NUMBER ONE การจัดตั้งศูนย์เพื่อนใจวัยรุ่น
20 รูปแบบของกิจกรรม กกกกกกก 1. แบบการจัดค่ายวิชาการ ค่ายกิจกรรม ทั้งไป – กลับ และค้างคืน กกกกกกก 2. แบบชั้นเรียน โดยครูกศน. หรือวิทยากรที่มีความรู้หรือประสบการณ์ในการสอนวิชา นั้น ๆ เป็นผู้จัดกิจกรรมหรือร่วมกับเครือข่าย กกกกกกก 3. แบบศึกษาดูงาน กกกกกกก 4. อื่น ๆ ตามความเหมาะสม (โดยให้พิจารณารูปแบบของกิจกรรมข้อที่ 3.1–3.3 ก่อน แล้วจึงด าเนินการ ในข้อ หมำยเหตุ : ในกรณีที่พานักศึกษาออกนอกสถานที่ให้ปฏิบัติตามระเบียบ กระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการพานักเรียนและนักศึกษาไปนอกสถานศึกษา พ.ศ. 2548 งบประมำณ การเบิกจ่ายให้เป็นไปตามระเบียบของทางราชการที่เกี่ยวข้อง โดยยึดหลักความถูกต้อง โปร่งใสตรวจสอบได้ เงื่อนไขของกำรด ำเนินงำน กกกกกกก 1. ผู้รับบริการต้องเป็น นักศึกษา กศน. ที่ลงทะเบียน เรียนในหลักสูตรการศึกษานอก ระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ในภาคเรียนนั้น ๆ กกกกกกก22. สถานศึกษาจัดทาแผนการจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ตามกรอบการจัดกิจกรรม เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน กกกกกกก23. สถานศึกษาจัดส่งแผนการจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน เพื่อขอความเห็นชอบจาก ส านักงาน กศน.จังหวัด /กทม. กกกกกกก24. สถานศึกษาด าเนินการตามแผนการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ตรวจสอบ ประเมินผลการจัดกิจกรรม พร้อมเบิกจ่ายเงินตามระเบียบที่ก าหนดให้แล้วเสร็จภายในแต่ละภาค เรียน และรายงานผลให้ส านักงานกศน. จังหวัด/กทม. ทราบ กกกกกกก 5. ส านักงาน กศน. จังหวัด/กทม. นิเทศ ติดตาม การจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ของสถานศึกษา 5.6 ให้ใช้“กรอบการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ตามหลักสูตรการศึกษา นอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ส านักงาน กศน.” ตั้งแต่ภาคเรียนที่ 2/2561 เป็นต้นไป หมำยเหตุ : กิจกรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนที่ใช้เงินงบประมาณในการจัดกิจกรรมไม่นับเป็นชั่วโมง กิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต (กพช.) ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 เรียน และรายงานผลให้ส านักงาน กศน. จังหวัด/กทม. 4. เอกสำรที่เกี่ยวข้อง รักชำติ ศำสนำ พระมหำกษัตริย์ (Love of nation, religion and king) เป็นคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ที่แสดงออกถึงการเป็นพลเมืองดีของชาติ ธ ารงไว้ซึ่งความเป็นชาติ ศรัทธา ยึดมั่นใน ศาสนา และเคารพเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ เด็กที่มีความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ จะเป็นเด็กที่ แสดงออกถึงการเป็นพลเมืองดีของชาติ มีความสามัคคี ปรองดอง ภูมิใจ เชิดชูความเป็นไทย ปฏิบัติ ตนต ามหลักศ าสน าที่ตนนับถือ และแสดงคว ามจง รักภักดีต่อสถาบันพระมห ากษัต ริย์
21 ชำติ หมายถึง แผ่นดินที่มีประชาชนยึดครอง มีอาณาเขตที่แน่นอน มีการปกครองเป็นสัดส่วน มีผู้น าเป็นผู้ปกครองประเทศและประชาชนทั้งหมด ด้วยกฎหมายที่ประชาชนในชาตินั้นก าหนดขึ้น ศำสนำ หมายถึง ค าสอนขององค์พระศาสดาแต่ละพระองค์ ค าสอนขององค์ศาสดาแต่ละ พระองค์ตามศาสนาหรือลัทธิความเชื่อของศาสนานั้นๆ ศาสนาทุกศาสนามีไว้เพื่อสอนให้มนุษย์ละชั่ว ประพฤติดี ผู้ที่รักศาสนา จะเป็นผู้ที่น าค าสอนของแต่ละศาสนาไปประพฤติปฏิบัติในชีวิตประจ าวัน ละความชั่ว กระท าแต่ความดี และท าจิตใจให้สะอาดปราศจากเครื่องเศร้าหมอง พระมหำกษัตริย์หมายถึง พระเจ้าแผ่นดิน ผู้เป็นพระประมุขของประเทศ มีหน้าที่ปกครอง ประชาชนพลเมืองในประเทศนั้นให้อยู่ดีมีสุขตามกฎหมาย ตามครรลองคลองธรรมจารีตประเพณี วัฒนธรรมของชาตินั้นๆ สถาบันทั้ง 3 นี้มีบุญคุณต่อเราอย่างมาก เพราะชาติ คือ แผ่นดินที่เราอยู่อาศัย ศาสนา คือ ค าสอนขององค์พระศาสดาแต่ละพระองค์ที่สอนให้เราทุกคนเป็นคนดี และพระมหากษัตริย์ คือ ผู้ปกครองบ้านเมืองโดยธรรม เพื่อความสงบสุขของพสกนิกรชาวไทย เราทุกคนจึงควรรักชาติ รัก ศาสนา รักพระมหากษัตริย์ ด้วยใจอันบริสุทธิ์ ยึดมั่นและปฏิบัติตามหลักธรรม เพื่อการอยู่ร่วมกัน อย่างสันติสุข กำรแสดงกำรเคำรพต่อ ชำติ ศำสนำ พระมหำกษัตริย์ กำรแสดงควำมเคำรพต่อชำติ ชาติคือสิ่งที่ทุกคนต้องรักและเทิดทูน เพราะเป็นสิ่งซึ่งแสดงถึงความเป็นเอกราช เป็นอิสระ และความปลอดภัยในชีวิต ทุกคนจึงรักและหวงแหนชาติของตน คนไทยรับรู้เรื่องชาติของเราได้จาก ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี สัญลักษณ์อีกอย่างที่ส าคัญของชาติ คือ ธงชาติ ธงชาติเปรียบเสมือนเป็นตัวแทนของชาติในการติดต่อกับประเทศอื่นๆ การร้องเพลงชาติก็เป็นส่วน หนึ่งของการสร้างความยึดมั่น ความผูกพัน ความภาคภูมิใจที่มีต่อประเทศชาติของตน กำรเคำรพชำติและธงชำติ คนไทยแสดงความเคารพธงชาติด้วยการยืนตรง เมื่อได้ยินเสียงเพลงชาติและ พูดถึงชาติใน ลักษณะที่ยกย่องไม่ลบหลู่ดูหมิ่นชาติของตน กำรแสดงควำมเคำรพต่อศำสนำ ศาสนาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจของคนในชาติ ศาสนาสอนให้คนเป็นคนดีมี ศีลธรรม มีเมตตาต่อกันทุกคนควรให้ความคารวะซาบซึ้งในพระธรรมค าสั่งสอน เพราะชาติใดไม่มี ศาสนา ชาตินั้นจะถูกท าลายได้ง่ายศาสนาจึงเป็นสิ่งส าคัญอย่างหนึ่งในการช่วยชาติให้ อยู่รอดปลอดภัย การแสดงความเคารพ ปฏิบัติได้ดังนี้ 1. การไหว้ ในกรณีเช่นนี้จะต้องไหว้ในลักษณะนอบน้อม นิ้วหัวแม่มือจรดหน้าผาก 2. การหมอบกราบ ท าดังนี้ 1) หมอบเก็บเท้า 2) มือประณมตั้งบนพื้น 3) ก้มศีรษะลงไปให้หน้าผากจรดสันมือ 4) คว่ ามือทั้งสองลงกับพื้น
22 5) ยกมือทั้งสองขึ้นในท่าประณมพร้อมทั้งยกศีรษะขึ้นด้วย 6) ท าเช่นนี้ ๓ ครั้ง 7) นั่งตรง ยกมือไหว้จรดหน้าผากอีกครั้งหนึ่ง การกราบพระที่ถูกต้องจะต้องกราบ แบบเบญจางคประดิษฐ์เสมอ การกราบแบบนี้ หมายถึงให้ส่วนของร่างกายทั้ง 5 ส่วนจรดพื้น หน้าผาก 1 ,มือ 2 ,เข่า 2 กำรแสดงควำมเคำรพต่อพระมหำกษัตริย์ พระมหากษัตริย์ทรงเป็นที่เคารพสักการะสูงสุดของปวงชนชาวไทย พระองค์ทรงร่วมทุกข์ ร่วมสุขกับคนไทยทุกคน ประเทศชาติจะด ารงอยู่ก็เพราะมีองค์พระมหากษัตริย์เป็นศูนย์รวมแห่งจิตใจ ในการต่อสู้กับอริราชศัตรู ในการรักษาเอกราชของประเทศ หรือการพัฒนาประเทศให้เจริญยิ่งขึ้นธง มหาราช เป็นธงประจ าตัวของพระองค์ เวลาพระองค์เสด็จ ธงนั้นจะปักอยู่หน้ารถพระที่นั่ง และเพลง สรรเสริญพระบารมีเปรียบเสมือน สัญลักษณ์แทนตัวพระองค์ คนไทยทุกคนควรท าความเคารพต่อองค์พระมหากษัตริย์ดังต่อไปนี้ 1. ยืนตรงท าความเคารพ พระมหากษัตริย์ พระราชินีพระโอรสพระธิดาหรือตัวแทนพระองค์ ชายถวายค านับ หญิงถอนสายบัว 2. เมื่อได้ยินเพลงสรรเสริญพระบารมีทุกครั้ง ให้ยืนตรงท าความเคารพ อย่างสุภาพและระวัง ตรงหันหน้าไปทางพระองค์หรือพระบรมฉายาลักษณ์ หรือองค์ประธานของงาน หรือยืนหันไปทาง เสียงที่ได้ยินยืนจนจบเพลง ถ้าเป็นการบรรเลงที่ปรากฏพระองค์ ต้องถวายความเคารพ เมื่อเห็น พระองค์ครั้งหนึ่ง เมื่อจบเพลงให้ถวายความเคารพอีกครั้งหนึ่งแล้วนั่ง หรือเคลื่อนที่ไปแล้วแต่กรณี 3. ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีได้ 4. เทิดทูนพระองค์ในทุกโอกาส 5. ตั้งรูปของพระมหากษัตริย์ พระราชินี พระโอรส พระธิดา ไว้ในที่สูง ควำมรักชำติ ศำสนำ พระมหำกษัตริย์ 1) รักชาติ ผู้ที่จะมีความรักชาติได้นั้น ต้องมีคุณธรรมประจ ากาย วาจา ใจ คือ ความกตัญญู กตเวที หมายถึงผู้ที่รู้คุณของแผ่นดิน แล้วตอบแทนคุณแผ่นดิน ดังนั้นเราต้องรักชาติ ค าว่า รักชาติ หมายถึง เราต้องรักษาแผ่นดินไทยอันเป็นแผ่นดินเกิดที่บรรพบุรุษของไทยมีความทุกข์ยากล าบาก ต้องเสียสละ เลือดเนื้อและชีวิตเพื่อปกป้องรักษาไว้ให้ลูกหลานไทยได้มีแผ่นดินอยู่อาศัยมาจนถึงปัจจุบันนี้ เพราะฉะนั้นเราทุกคนต้องรักชาติ ช่วยกันปกป้องรักษาชาติไว้ ไม่ให้อริราชศัตรูมารุกราน หรือมาท า ร้ายท าลายด้วยประการใดๆ ก็ตาม พวกเราต้องต่อสู้ป้องกันแผ่นดินนี้ไว้ด้วยเลือดเนื้อและชีวิตเพื่อให้ ลูกหลานได้อยู่อาศัยต่อไป เราต้องทะนุบ ารุงสร้างชาติบ้านเมืองให้เจริญรุ่งเรือง ให้อยู่ร่วมกันด้วย ความสงบสุขสืบไป นี้คือ ผู้ที่รักชาติ ผู้ที่ไม่รักชาติหมายถึง ผู้ที่ไม่มีคุณธรรม ความกตัญญูกตเวที ประจ ากาย วาจา ใจ เนรคุณ ต่อชาติ เช่น ขายชาติ ทรยศต่อชาติ เป็นไส้ศึกให้อริราชศัตรู เข้ามาท าร้าย ท าลายแล้วยึดครอง ประเทศชาติ สร้างความแตกแยกให้คนในชาติ น าความเสื่อมเสียมาให้ประเทศชาติบ้านเมืองนี้คือ ผู้ที่ ไม่รักชาติ
23 2) รักศาสนา เราต้องรักและเคารพนับถือบูชาพุทธศาสนา เพราะพระพุทธเจ้า องค์ศาสดา ทรงมีพระ มหากรุณาธิคุณ พระบริสุทธิคุณ พระปัญญาธิคุณ หมายถึง พระพุทธองค์ทรงมีความสงสารสรรพสัตว์ ทั้งโลก ด้วยความบริสุทธิ์ใจ และมีปัญญาเป็นเลิศ รู้แจ้งเห็นจริงในสัจธรรม พระพุทธองค์จึงมีค าสอน มากมาย ถึง 84,000 พระธรรมขันธ์ เพื่อเป็นอุบายให้มนุษย์น ามาประพฤติปฏิบัติตามให้ทุกคนเป็นคน ดี มีความเป็นอยู่อย่างสุขสบาย ถ้าผู้ใดประพฤติปฏิบัติตามจนกิเลส ความโลภ ความโกรธ ความหลง หมดไปจากจิตใจ เข้าสู่แดนวิมุตหลุดพ้น ไม่ต้องมาเวียนว่าย ตาย เกิด อีกต่อไป ผู้ที่รักศาสนา ต้องมีคุณธรรมประจ ากาย วาจา ใจ คือ มีความกตัญญู กตเวที ต่อพระองค์ ท่าน โดยการประพฤติปฏิบัติตามพระธรรมค าสอนด้วยความบริสุทธิ์ใจ เพื่อให้รู้แจ้งเห็นจริงในสัจ ธรรมตามพระองค์ท่าน แล้วน าค าสอนที่รู้ตามไปสอนให้ผู้อื่น ละชั่วประพฤติดี และช าระจิตใจให้ สะอาดปราศจากเครื่องเศร้าหมอง คือ ความโลภ ความโกรธ ความหลง เราจึงต้องเคารพนับถือบูชา พระพุทธศาสนา และทะนุบ ารุงให้เจริญรุ่งเรืองสืบต่อไป นี้คือ ผู้ที่รักศาสนา ผู้ที่ไม่รักศาสนา หมายถึง ผู้ที่ไม่รัก เคารพนับถือ บูชา พุทธศาสนา และพระพุทธเจ้า ไม่ ประพฤติปฏิบัติตามพระธรรมค าสอนของพระองค์ท่าน ไม่ละชั่วประพฤติดี ไม่ช าระจิตใจให้สะอาด ปราศจากกิเลส ปล่อยให้ ความโลภ ความโกรธ ความหลง ครอบง าจิตใจ ไม่มีการให้ทาน ไม่น าศีล และธรรม มารักษา กาย วาจา ใจ ให้สะอาด ไม่เจริญสมาธิเพื่อให้จิตสงบ ไม่วิปัสสนา คือไม่น าพระ ธรรมค าสอน มาพิจารณาเพื่อให้เกิดปัญญา ที่จะเอาชนะกิเลสทั้ง 3 อย่างได้ จึงเป็นผู้ที่มีความโลภ คือ มีความอยากได้ไม่มีที่สิ้นสุด มีความโกรธ คือ ความไม่พอใจ ความอาฆาต พยาบาท ป้องร้าย มี ความหลง คือความเข้าใจผิด มีความรักใคร่พอใจในสิ่งต่างๆ คิดว่าจะเป็นสุข แท้ที่จริงแล้วความโลภ ความโกรธ ความหลง ล้วนแล้วแต่เป็นเหตุของการเกิดทุกข์ทั้งสิ้น ไม่เคารพนับถือ เหยียบย้ าท าลาย และอาศัยศาสนาหากิน ให้เกิดความเสื่อมเสีย ต่อต้านหรือบิดเบือนค าสอนของพระพุทธองค์ ให้ พุทธศาสนิกชนเกิดความเสื่อมศรัทธาต่อพระพุทธศาสนาเป็นอย่างยิ่ง นี้คือ ผู้ที่เนรคุณไม่รัก ไม่นับถือ ในพุทธศาสนา 3) รักพระมหากษัตริย์ ผู้ที่จะรักพระมหากษัตริย์ได้ ต้องมีคุณธรรมประจ ากาย วาจา ใจ คือ ความกตัญญู กตเวที รู้คุณและตอบแทนบุญคุณของพระองค์ท่านด้วยชีวิตจิตใจที่บริสุทธิ์ เพราะฉะนั้นเราต้องรัก พระมหากษัตริย์นับว่าเราชาวไทยทุกคนมีความภาคภูมิใจที่ได้เกิดมาใต้ร่มพระโพธิสมภาร มีความ เป็นอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข มีความรู้รักสามัคคีกลมเกลียวรวมน้ าใจไทยทั้งชาติให้เป็นน้ าหนึ่งใจเดียว ประพฤติตนเป็นคนดี เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล และถวายความจงรักภักดี ปกป้องพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวฯ และราชบัลลังก์ นี้คือผู้ที่รัก “พระมหากษัตริย์ ” ผู้ที่ไม่รักพระมหากษัตริย์ หมายถึง ผู้ที่ไม่มีความจงรักภักดี ไม่มีความเคารพนับถือต่อ สถาบันพระมหากษัตริย์ คิดท าร้ายท าลาย จาบจ้วงล่วงละเมิด หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และยุยง ส่งเสริมให้ผู้อื่นท าตาม รวมไปถึงเจ้าหน้าที่บ้านเมือง เจ้าหน้าที่ของรัฐ ข้าราชการทหาร ต ารวจ บาง คน ที่มีหน้าที่รับผิดชอบ แต่กลับปล่อยปะละเลย ไม่ด าเนินการยับยั้ง หรือปราบปรามจับกุม ผู้กระท าผิดดังกล่าว และยังปล่อยให้มีขบวนการด าเนินการเพื่อล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ ด าเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยเพียงเพื่อให้กลุ่มบุคคลบางกลุ่มหรือกลุ่มของตนเองได้ผลประโยชน์และมี
24 อ านาจโดยมิชอบธรรม ไม่ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์และราชบัลลังก์ดังที่ได้กล่าวถวายค าสัตย์ ปฏิญาณไว้ เพราะขาดคุณธรรม คือ ไม่มีสัจจะ ไม่มีความกตัญญูกตเวทีไม่รู้คุณ และยังเนรคุณต่อ พระองค์ท่าน นี้คือ ผู้ที่ไม่จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ สถาบันทั้ง 3 สถาบันนี้ มีบุญคุณต่อเราอย่างใหญ่หลวง เช่น ชาติ คือ แผ่นดินที่เราอยู่อาศัย ศาสนา คือ ค าสอนของพระพุทธเจ้า สอนให้เราเป็นคนดี พระมหากษัตริย์ คือ ผู้ปกครองบ้านเมือง โดยธรรม เพื่อความสงบสุขของพสกนิกรชาวไทย เราต้องรักชาติ รักศาสนา รักพระมหากษัตริย์ ด้วย ใจอันบริสุทธิ์ จะได้อยู่ร่วมกันอย่างร่มเย็นเป็นสุข ผู้ที่ไม่รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ดูหมิ่นเหยียดหยาม เหยียบย้ าท าลาย ประณามให้ เกิดความเสื่อมเสีย แก่ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เป็นคนชั่ว จะอยู่อย่างทุกข์ทรมานตลอดไป
25 บทที่ 3 วิธีกำรด ำเนินงำน กกกกกกกกศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ ได้เล็งเห็นความส าคัญ ของผู้เข้ารับการอบรมได้มีความรู้และเห็นความส าคัญของชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ปลูกฝัง นิสัย ความรักและภูมิใจในชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์แสดงความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้ถูกต้องกับกาลเทศะ โดยมีขั้นตอนดังนี้ 1. ประชุมบุคลากรกรรมการ กศน.อ าเภอสัตหีบ 2. จัดตั้งคณะท างาน/คณะอนุกรรมการและคณะท างานเพื่อด าเนินงาน 3. ประสานงาน/ประชาสัมพันธ์และเปิดรับสมัคร 4. ด าเนินงานตามแผน 5. วัดผล/ประเมินผล/สรุปผลและรายงาน 1. ประชุมบุคลำกรกรรมกำร กศน.อ ำเภอสัตหีบ กกกกกกกก กศน.อ าเภอสัตหีบ ได้วางแผนประชุมบุคลากรกรรมการ กศนอ าเภอสัตหีบ เพื่อหา แนวทางในการด าเนินงานและก าหนดวัตถุประสงค์ร่วมกัน 2. จัดตั้งคณะท ำงำน กกกกกกกกจัดท าค าสั่งแต่งตั้งคณะท างานโครงการ เพื่อมอบหมอบหมายหน้าที่ในการท างานให้ ชัดเจน เช่น 2.1 คณะกรรมการที่ปรึกษา/อ านวยการ มีหน้าที่อ านวยความสะดวก และให้ค าปรึกษาแก้ไข ปัญหา ที่เกิดขึ้น 2.2 คณะกรรมการฝ่ายประสานสถานที่ วิทยากร ที่ให้ความรู้ผู้เข้าร่วมกิจกรรม 2.3 คณะกรรมการฝ่ายบันทึกภาพและประชาสัมพันธ์ มีหน้าที่บันทึกภาพกิจกรรมตลอด โครงการ และประชาสัมพันธ์กิจกรรมให้สาธารณชนได้ทราบ 2.4 คณะกรรมการฝ่ายรับลงทะเบียนและประเมินผลหน้าที่จัดท าหลักฐานการลงทะเบียน ผู้เข้าร่วม โครงการ และรวบรวมการประเมินผล และรายงานผลการด าเนินการ 3. ประสำนงำนกับผู้เรียน/ประชำสัมพันธ์ กกกกกกกก ประสานงานกับผู้เรียน วิทยากร และคณะครู เช่น ประสานเรื่องสถานที่ใช้ท ากิจกรรม รูปแบบการจัดกิจกรรมโครงการ วัน เวลา สถานที่ รายละเอียดการเข้าร่วมกิจกรรม พร้อ มทั้ง ประชาสัมพันธ์การจัดกิจกรรม 4. ด ำเนินกำรตำมแผนงำนโครงกำร โครงการเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ด าเนินการในวันที่ วันที่ 28 กุมภาพันธ์2564 ณ ศาลาประชาคมอ าเภอสัตหีบ กศน.ต าบลบางเสร่ และวัดช่องแสมสาร จังหวัด ชลบุรีจ านวน 400 คน โดยจัดกิจกรรมโดยใช้กระบวนการกลุ่ม
26 5. สรุปผลและรำยงำน โครงการเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ด าเนินการในวันที่ วันที่ 28 กุมภาพันธ์2564 ณ ณ ศาลาประชาคมอ าเภอสัตหีบ กศน.ต าบลบางเสร่ และวัดช่องแสมสาร จังหวัดชลบุรี จ านวน 400 คน โดยจัดกิจกรรมโดยใช้กระบวนการกลุ่ม และน าแนวทางไปใช้เป็น ข้อมูลพิจารณารูปแบบการจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการ กศน.อ าเภอสัตหีบ ได้ด าเนินการตามขั้นตอนและได้รวบรวมข้อมูลจากแบบส ารวจสถิติที่ใช้ ในการวิเคราะห์ คือโดยก าหนดค่าล าดับความส าคัญของการประเมินผลออกเป็น 5 ระดับ ดังนี้ มากที่สุด ให้คะแนน 5 มาก ให้คะแนน 4 ปานกลาง ให้คะแนน 3 น้อย ให้คะแนน 2 น้อยที่สุด ให้คะแนน 1 ในการแปลผล ผู้จัดท าได้ใช้เกณฑ์การพิจารณาจากคะแนนเฉลี่ยตามแนวคิดของบุญชม ศรีสะอาด และบุญส่ง นิวแก้ว (2535, หน้า 23-24) 4.51-5.00 หมายความว่า มากที่สุด 3.51-4.50 หมายความว่า มาก 2.51-3.50 หมายความว่า ปานกลาง 1.51-2.50 หมายความว่า น้อย 1.00-1.50 หมายความว่า น้อยที่สุด นักศึกษา จะต้องกรอกข้อมูลตามแบบสอบถาม เพื่อน าไปใช้ในการประเมินผลของการจัด กิจกรรมดังกล่าว และจะได้น าไปเป็นข้อมูล ปรับปรุง และพัฒนา ตลอดจนใช้ในการจัดท าแผนการ ด าเนินการในปีต่อไป
27 บทที่ 4 ผลกำรด ำเนินงำนและกำรวิเครำะห์ข้อมูล กกกกกกกก โครงการเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ด าเนินการในวันที่ วันที่ 28 กุมภาพันธ์2564 ณ ศาลาประชาคมอ าเภอสัตหีบ กศน.ต าบลบางเสร่ และวัดช่องแสมสาร อ าเภอ สัตหีบ จังหวัดชลบุรี จ านวน 400 คน ซึ่งได้สรุปผลจากแบบสอบถามและน าเสนอผลการวิเคราะห์ ข้อมูล จากการก าหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่างโดยใช้วิธีการสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) และก าหนดขนาดของกลุ่มโดยการใช้ตารางเครซี่และมอร์แกน (Krejcie & Morgan) จ านวน 196 คนกลุ่มตัวอย่างซึ่งได้สรุปผลจากแบบสอบถามและน าเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล จาก นักศึกษาจ านวนทั้งหมด 400 คน ตอนที่ 1 ข้อมูลส่วนตัวผู้ตอบแบบถามของผู้เข้าร่วมโครงการเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์2564 ผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่ตอบแบบสอบถามได้น ามา จ าแนกตามเพศ อายุ และอาชีพ ผู้จัดท าได้น าเสนอจ าแนกตามข้อมูลดังกล่าว ดังปรากฏตามตารางที่ 1 ดังต่อไปนี้ ตำรำงที่ 1 แสดงค่ำร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถำม โดยจ ำแนกตำมเพศ เพศ จ านวน ร้อยละ ชาย 93 47.44 หญิง 103 52.56 รวม 196 100 จากตารางที่ 1 แสดงว่า ผู้ตอบแบบสอบถามของโครงการเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา และ พระมหากษัตริย์เป็นชาย 93 คน ร้อยละ 47.44 เป็นหญิง 103 ร้อยละ 52.56 ตำรำงที่ 2 แสดงค่ำร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถำม โดยจ ำแนกตำมอำยุ ช่วงอายุ จ านวน ร้อยละ 10 – 20 ปี 31 15.81 21 - 30 ปี 130 66.33 31 - 40 ปี 32 16.33 41-50 ปี 3 1.53 51ปีขึ้นไป - - รวม 196 100 จากตารางที่ 2 แสดงว่า ผู้ตอบแบบสอบถามของผู้เข้าร่วมโครงการเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ส่วนมากอยู่ในช่วงอายุ 21-30 ปี มีจ านวนสูงสุด 130 คน คิดเป็นร้อย
28 ละ 66.33 รองลงมาช่วงอายุ31-40 ปี มีจ านวน 32 คน คิดเป็นร้อยละ 16.33 ช่วงอายุ 10-20 ปี มี จ านวน 31 คน คิดเป็นร้อยละ 15.81 และช่วงอายุ 41-50 ปี มีจ านวน 3 คน คิดเป็นร้อยละ 1.53 ตำรำงที่ 3 แสดงค่ำร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถำม โดยจ ำแนกตำมอำชีพ อาชีพ จ ำนวน ร้อยละ รับจ้าง 154 78.57 ค้าขาย 18 9.18 เกษตรกรรม - - อื่นๆ 24 12.25 รวม 196 100 จากตารางที่ 3 แสดงว่า ผู้เข้าร่วมกิจกรรมโครงการเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา และ พระมหากษัตริย์ส่วนมากมีอาชีพรับจ้าง มีจ านวนสูงสุด 154 คน คิดเป็นร้อยละ 78.57 รองลงมามี อาชีพอื่นๆ มีจ านวน 24 คน คิดเป็นร้อยละ 12.25 อาชีพค้าขายมีจ านวน 18 คน คิดเป็นร้อยละ 9.18 ตอนที่ 2 ข้อมูลเกี่ยวกับควำมคิดเห็นของผู้เข้ำร่วมโครงกำรเทิดทูนสถำบันชำติศำสนำ และ พระมหำกษัตริย์ ความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมกิจกรรม จ านวน 196 คน จากแบบสอบถามทั้งหมดที่มีต่อ โครงการเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์2564 ณ อ าเภอ สัตหีบ จังหวัดชลบุรีดังปรากฏในตารางที่ 4 ตำรำงที่ 4 ผลการประเมินโครงการเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เนื้อหาโครงการเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา และ พระมหากษัตริย์ n = 196 S.D. อันดับที่ ระดับ ความพึงพอใจ 1. กระบวนการจัดกิจกรรมตรงกับวัตถุประสงค์การจัดงาน 4.83 0.38 2 มากที่สุด 2. การอ านวยความสะดวกในการเข้าร่วมกิจกรรม 4.49 0.59 12 มาก 3. ขั้นตอนการจัดกิจกรรมหรือการให้บริการมีความยืดหยุ่น สามารถปรับให้เหมาะสมกับสถานการณ์ได้ 4.60 0.62 7 มากที่สุด 4. ได้รับความรู้หรือประโยชน์จากกระบวนการจัดกิจกรรมทุก ขั้นตอน 4.67 0.54 5 มากที่สุด 5. ความเหมาะสมในการแต่งกาย/บุคลิก/ท่าทาง การ ให้บริการ 4.46 0.60 13 มาก 6. บริการด้วยความสุภาพ และด้วยไมตรีจิต 4.37 0.63 15 มาก 7. บริการด้วยความกระตือรือร้น รวดเร็ว ฉับไว 4.50 0.50 11 มากที่สุด
29 8. ความรู้ความสามารถในการบริการ เช่น การตอบค าถาม ชี้แจงข้อสงสัย แนะน า 4.62 0.49 6 มากที่สุด 9. บริการด้วยความเสมอภาค เป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ 4.69 0.54 4 มากที่สุด 10. สถานที่ส าหรับการให้บริการมีความเหมาะสม 4.20 0.69 17 มาก 11. ครุภัณฑ์ วัสดุ อุปกรณ์ เช่น โต๊ะ เก้าอี้ ระบบภาพและ เสียง อื่นๆที่ใช้ในการจัดโครงการมีความเหมาะสมเพียงพอ 4.43 0.50 14 มาก 12. สื่อที่ใช้ในการจัดกิจกรรมมีความทันสมัย 4.59 0.49 8 มากที่สุด 13. มีการประชาสัมพันธ์ล่วงหน้า และอย่างทั่วถึง 4.56 0.50 9 มากที่สุด 14. ได้เข้าร่วมโครงการหรือได้รับบริการตรงตามความต้องการ 4.90 0.30 1 มากที่สุด 15. ได้เข้าร่วมโครงการหรือได้รับบริการที่เป็นประโยชน์ 4.75 0.55 3 มากที่สุด 16. สามารถน าความรู้จากการเข้าร่วมกิจกรรมไปใช้ร่วมกับ การเรียนการสอนได้ 4.53 0.50 10 มากที่สุด 17. สามารถน าความรู้จากการเข้าร่วมกิจกรรมไปใช้ใน ชีวิตประจ าวันได้ 4.25 0.56 16 มาก ค่าเฉลี่ย 4.55 0.53 มากที่สุด จากตาราง 4 พบว่า โดยเฉลี่ยแล้วผู้เข้าร่วมกิจกรรมในโครงการเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์มีความพึงพอใจภาพรวมอยู่ในระดับ มากที่สุด ( = 4.55) เมื่อวิเคราะห์เป็น รายข้อ ได้เข้าร่วมโครงการหรือได้รับบริการตรงตามความต้องการ ( = 4.90) ล าดับที่ 1 ได้เข้าร่วม โครงการหรือได้รับบริการที่เป็นประโยชน์ ( = 4.83) เป็นล าดับที่ 2 ได้เข้าร่วมโครงการหรือได้รับ บริการที่เป็นประโยชน์ ( = 4.75) เป็นล าดับที่ 3 บริการด้วยความเสมอภาค เป็นธรรม ไม่เลือก ปฏิบัติ( =4.69) เป็นล าดับที่ 4 ได้รับความรู้หรือประโยชน์จากกระบวนการจัดกิจกรรมทุกขั้นตอน ( =4.67) เป็นล าดับที่ 5 ความรู้ความสามารถในการบริการ เช่น การตอบค าถาม ชี้แจงข้อสงสัย แนะน า ( =4.62) เป็นล าดับที่ 6 ขั้นตอนการจัดกิจกรรมหรือการให้บริการมีความยืดหยุ่น สามารถ ปรับให้เหมาะสมกับสถานการณ์ได้( = 4.60) เป็นล าดับที่ 7 สื่อที่ใช้ในการจัดกิจกรรมมีความ ทันสมัย ( = 4.59) เป็นล าดับที่ 8 มีการประชาสัมพันธ์ล่วงหน้า และอย่างทั่วถึง ( = 4.56) เป็น ล าดับที่ 9 สามารถน าความรู้จากการเข้าร่วมกิจกรรมไปใช้ร่วมกับการเรียนการสอนได้( = 4.53) ล าดับที่ 10 บริการด้วยความกระตือรือร้น รวดเร็ว ฉับไว ( = 4.50) เป็นล าดับที่ 11 การอ านวย ความสะดวกในการเข้าร่วมกิจกรรม ( = 4.49) เป็นล าดับที่ 12 ความเหมาะสมในการแต่งกาย/ บุคลิก/ท่าทาง การให้บริการ ( =4.46) เป็นล าดับที่ 13 ครุภัณฑ์ วัสดุ อุปกรณ์ เช่น โต๊ะ เก้าอี้ ระบบ ภาพและเสียง อื่นๆที่ใช้ในการจัดโครงการมีความเหมาะสมเพียงพอ ( =4.43) เป็นล าดับที่ 14 บริการด้วยความสุภาพ และด้วยไมตรีจิต ( =4.37) เป็นล าดับที่ 15 สามารถน าความรู้จากการเข้า ร่วมกิจกรรมไปใช้ในชีวิตประจ าวันได้( = 4.25) เป็นล าดับที่ 16 สถานที่ส าหรับการให้บริการมี ความเหมาะสม ( = 4.20) เป็นล าดับที่ 17 ตามล าดับ
30 บทที่ 5 สรุป อภิปรำยผล และข้อเสนอแนะ จากโครงการเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์โดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1) เพื่อให้นักศึกษามีความรู้ เห็นความส าคัญของ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ 2) เพื่อปลูกฝัง อุปนิสัย ความรักและภูมิใจในชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ให้กับนักศึกษา 3) เพื่อให้นักศึกษา แสดงความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้ถูกต้องกับกาลเทศะ โครงการได้จัดขึ้น ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์2564 ณ อ าเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ทั้งนี้ขอสรุปและอภิปรายผลและข้อเสนอแนะดังนี้ 1. สรุปผล 1.1 ผลการด าเนินงานของโครงการเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์มี นักศึกษาเข้าร่วมทั้งหมด 400 คน จากเป้ามาย 400 คน ท าให้บรรลุเป้าหมายร้อยละ 100 จากการ ประเมินผู้เข้าร่วมกิจกรรมจากกลุ่มตัวอย่างได้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด 196 คน ชาย 93 คน ร้อย ละ 47.44 เป็นหญิง 103 ร้อยละ 52.56 ส่วนใหญ่ในช่วงอายุ 21-30 ปี มีจ านวนสูงสุด 130 คน คิด เป็นร้อยละ 66.33 รองลงมาช่วงอายุ 31-40 ปี มีจ านวน 32 คน คิดเป็นร้อยละ 16.33 ช่วงอายุ 10- 20 ปี มีจ านวน 31 คน คิดเป็นร้อยละ 15.81 และช่วงอายุ 41-50 ปี มีจ านวน 3 คน คิดเป็นร้อยละ 1.53 1.2 การประเมินความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ มีความพึงพอใจอยู่ในระดับ มากที่สุด ( = 4.55) เมื่อวิเคราะห์เป็นรายข้อ ได้เข้าร่วมโครงการหรือ ได้รับบริการตรงตามความต้องการ ( = 4.90) ล าดับที่ 1 ได้เข้าร่วมโครงการหรือได้รับบริการที่เป็น ประโยชน์ ( = 4.83) เป็นล าดับที่ 2 ได้เข้าร่วมโครงการหรือได้รับบริการที่เป็นประโยชน์ ( = 4.75) เป็นล าดับที่ 3 บริการด้วยความเสมอภาค เป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ ( =4.69) เป็นล าดับที่ 4 ได้รับ ความรู้หรือประโยชน์จากกระบวนการจัดกิจกรรมทุกขั้นตอน ( =4.67) เป็นล าดับที่ 5 ความรู้ ความสามารถในการบริการ เช่น การตอบค าถาม ชี้แจงข้อสงสัย แนะน า ( =4.62) เป็นล าดับที่ 6 ขั้นตอนการจัดกิจกรรมหรือการให้บริการมีความยืดหยุ่น สามารถปรับให้เหมาะสมกับสถานการณ์ได้ ( = 4.60) เป็นล าดับที่ 7 สื่อที่ใช้ในการจัดกิจกรรมมีความทันสมัย ( = 4.59) เป็นล าดับที่ 8 มีการ ประชาสัมพันธ์ล่วงหน้า และอย่างทั่วถึง ( = 4.56) เป็นล าดับที่ 9 สามารถน าความรู้จากการเข้า ร่วมกิจกรรมไปใช้ร่วมกับการเรียนการสอนได้ ( = 4.53) ล าดับที่ 10 บริการด้วยความกระตือรือร้น รวดเร็ว ฉับไว ( = 4.50) เป็นล าดับที่ 11 การอ านวยความสะดวกในการเข้าร่วมกิจกรรม ( = 4.49) เป็นล าดับที่ 12 ความเหมาะสมในการแต่งกาย/บุคลิก/ท่าทาง การให้บริการ ( =4.46) เป็นล าดับที่ 13 ครุภัณฑ์ วัสดุ อุปกรณ์ เช่น โต๊ะ เก้าอี้ ระบบภาพและเสียง อื่นๆที่ใช้ในการจัดโครงการมีความ เหมาะสมเพียงพอ ( =4.43) เป็นล าดับที่ 14 บริการด้วยความสุภาพ และด้วยไมตรีจิต ( =4.37) เป็นล าดับที่ 15 สามารถน าความรู้จากการเข้าร่วมกิจกรรมไปใช้ในชีวิตประจ าวันได้ ( = 4.25) เป็น ล าดับที่ 16 สถานที่ส าหรับการให้บริการมีความเหมาะสม ( = 4.20) เป็นล าดับที่ 17 ตามล าดับ
31 2. อภิปรำยผล จากโครงการเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์พบว่า มีการเข้าร่วมกิจกรรม ตามฐานครบทุกฐาน บรรลุวัตถุประสงค์ คือ ผู้เรียนมีเกิดความรักและภูมิใจในชาติ ศาสนาและ พระมหากษัตริย์ และสามารถแสดงความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้ถูกต้องกับกาลเทศนะ จะเห็นได้จากการร่วมกิจกรรม การฟังบรรยาย และการฝึกปฏิบัติเมื่อวิเคราะห์ความพึงพอใจใน ภาพรวมของนักศึกษาอยู่ในระดับมากที่สุด และสามารถน าความรู้ไปประยุกต์ใช้ และฝึกทักษะด้วย ตนเอง และสามารถน าไปใช้ในชีวิตประจ าวัน ท าให้ผลการจัดกิจกรรมประสบความส าเร็จบรรลุ เป้าหมายทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ 3. ปัญหำและอุปสรรค - 4. ข้อเสนอแนะ -
32 บรรณำนุกรม กระทรวงศึกษาธิการ. (2554). แนวทางการพัฒนา การวัดและประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์. บุญชม ศรีสะอาด. (2535) การวิจัยเบื้องต้น. กรุงเทพฯ : สุรีวิยาสาส์น. ส านักงาน การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย. (2562) กศน.นโยบายและจุดเน้น การด าเนินงาน ส านักงาน กศน. ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 . กรุงเทพฯ : พริก หวานกราฟฟิค. https://sites.google.com/site/mikhwamrakchati1220/mi-khwam-rak-chati-sasna-phra- mha-ksatriy
33 ภำคผนวก
34 คณะผู้จัดท ำ ที่ปรึกษำ นางสุรัสวดี เลี้ยงสุพงศ์ ผอ.กศน.อ าเภอสัตหีบ นางสุพัด น าเจริญลาภ ครูช านาญการ นายทัพพเทพ อรเนตร ครูผู้ช่วย คณะท ำงำน นางภัทชา เอี่ยมอาษา ครูอาสาสมัครฯ คณะบรรณำธิกำร นางภัทชา เอี่ยมอาษา ครูอาสาสมัครฯ เจ้ำหน้ำที่จัดพิมพ์/ผู้เขียน นางภัทชา เอี่ยมอาษา ครูอาสาสมัครฯ