รายงานผลการดำเนินงาน โครงการโคก-หนอง-นา- โมเดล สู่การพึ่งตนเองอย่างยั่งยืนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง(รูปแบบออนไลน์) วันที่ 15 กรกฎาคม 2564 ณ กศน.ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอ าเภอสัตหีบ ส านักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดชลบ ุรี
-กบทสรุปผู้บริหาร จากการดำเนินงานโครงการโคก-หนอง-นา- โมเดล สู่การพึ่งตนเองอย่างยั่งยืนตามแนวเศรษฐกิจ พอเพียง (รูปแบบออนไลน์) เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมสามารถสร้างงานสร้างรายได้สร้างความมั่นคงทางอาชีพได้ อย่างยั่งยืนด้วยหลักเกษตรทฤษฎีใหม่ 25 มีนาคม 2564 ณ ศูนย์การเรียนรู้ทฤษฎีใหม่หน่วยบัญชาการต่อสู้ อากาศยาน สอ.รฝ ตำบลบางเสร่ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีมีผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 6 คน โดยมีการแจก สอบถามทั้งหมด 6 ชุด ซึ่งผลการวิเคราะห์ข้อมูลดังนี้ ทททททททท1. ผู้ตอบแบบสอบถามเพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการมีความรู้อบรมสามารถสร้างงานสร้างรายได้สร้าง ความมั่นคงทางอาชีพได้อย่างยั่งยืนด้วยหลักเกษตรทฤษฎีใหม่ (รูปแบบออนไลน์) จากจำนวนทั้งหมด 6 คน เป็นชาย 1 คน คิดเป็นร้อยละ 16.67 เป็นหญิง 5 คน คิดเป็นร้อยละ 83.33 ส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 40-59 ปี ขึ้นไป จำนวน 4 คน และช่วงอายุ 19-39 ปี มีจำนวน 2 คน และมีเพศหญิงจำนวน 5 คน เพศชาย 1 คน ทททททททท2. ข้อมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นของว่า ผู้เข้าร่วม โครงการโคก-หนอง-นา- โมเดล สู่การพึ่งตนเอง อย่างยั่งยืนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง (รูปแบบออนไลน์) อยู่ในระดับ มาก เมื่อวิเคราะห์เป็นรายข้อพบว่า ผู้รับบริการสามารถนำความรู้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ และความพึงพอใจในภาพรวมของผู้รับบริการต่อ การเข้าร่วมกิจกรรม (µ = 4.67) เป็นอันดับที่ 1 กิจกรรมที่จัดสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของหลักสูตร, การจัด กิจกรรมทำให้ผู้รับบริการสามารถคิดเป็นทำเป็นแก้ปัญหาเป็น, วิทยากรมีความรู้ความสามารถในการจัด กิจกรรม, บุคลิกภาพของวิทยากร และระยะเวลาในการจัดกิจกรรมเหมาะสม มีลำดับเท่ากันเป็นอันดับที่ 2 มีค่า (µ =4.50) เนื้อหาของหลักสูตรตรงกับความต้องการของผู้รับบริการ ,เทคนิค/กระบวนในการจัด กิจกรรมของวิทยากรมีลำดับเท่ากัน (µ =4.33) ผู้รับบริการมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นต่อการจัดทำ หลักสูตร , สื่อ/เอกสารประกอบการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสม, วิทยากรมีการใช้สื่อที่สอดคล้องและ เหมาะสมกับกิจกรรม ,สถานที่ในการจัดกิจกรรมเหมาะสม มีลำดับเท่ากัน (µ =4.17) ตามลำดับ จากเพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการโคก-หนอง-นา- โมเดล สู่การพึ่งตนเองอย่างยั่งยืนตามแนว เศรษฐกิจพอเพียง (รูปแบบออนไลน์) เมื่อวิเคราะห์เป็นรายข้อพบว่า กิจกรรมที่จัดสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ ของหลักสูตร เป็นอันดับที่ 1 คือ ผู้รับบริการสามารถนำความรู้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ และความพึง พอใจในภาพรวมของผู้รับบริการต่อการเข้าร่วมกิจกรรม อันดับที่ 2 คือ กิจกรรมที่จัดสอดคล้องกับ วัตถุประสงค์ของหลักสูตร, การจัดกิจกรรมทำให้ผู้รับบริการสามารถคิดเป็นทำเป็นแก้ปัญหาเป็น, วิทยากรมี ความรู้ความสามารถในการจัด กิจกรรม, บุคลิกภาพของวิทยากร และระยะเวลาในการจัดกิจกรรม เหมาะสม มีลำดับเท่ากันอันดับที่ 3 เนื้อหาของหลักสูตรตรงกับความต้องการของผู้รับบริการ และเทคนิค/ กระบวนในการจัดกิจกรรมของวิทยากรมีลำดับเท่ากัน อันดับที่ 4 ผู้รับบริการมีส่วนร่วมในการแสดงความ คิดเห็นต่อการจัดทำหลักสูตร , สื่อ/เอกสารประกอบการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสม, วิทยากรมีการใช้สื่อที่ สอดคล้องและเหมาะสมกับกิจกรรม ,สถานที่ในการจัดกิจกรรมเหมาะสม มีลำดับเท่ากัน ตามลำดับ เป็น เพราะผู้เข้าอบรมส่วนใหญ่ได้น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นหลัก ในการดำเนิน ชีวิตประจำวัน โดยมีการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้และการมีส่วนร่วมของชุมชน และเน้นพัฒนาตนเองให้ พึ่งตนเองได้ มีความเป็นเจ้าของและบริหารจัดการโดยชุมชน ร่วมกันพัฒนาหมู่บ้านหรือชุมชนให้มีวิถีชีวิต เศรษฐกิจพอเพียงและเป็นสังคม “อยู่เย็น เป็นสุข”โดยผู้เข้าอบรมมีความต้องการให้หมู่บ้านเป็นฐานของการ พัฒนา มุ่งสร้างภูมิคุ้มกันให้ทุกครัวเรือน และพัฒนาคนให้มีความรู้และปรับตัวให้สามารถดำเนินชีวิตอย่างมี ความสุข มีอาชีพ สร้างรายได้ ท่ามกลางวิกฤตโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ซึ่งสอดคล้องกับนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน (พช.) กระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่ากรมการพัฒนาชุมชนได้น้อมนำแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่ชนบท ตามหลัก ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และแนวคิดทฤษฎีใหม่เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่เกิดความสุข ดำเนินชีวิตอย่าง พอเพียง โดยได้จัดทำโครงการศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ด้วยการ น้อมนำศาสตร์พระราชามาเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียงและทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่โคก หนอง นา โมเดล เพื่อให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ การมีส่วนร่วม การ พึ่งพาตนเอง เพื่อให้สามารถบริหารจัดการตนเองและชุมชนให้มีความสุขได้อย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับ โครงการจิตอาสาพระราชทานตามแนวพระราชดำริ หลังจากคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2563 เห็นชอบอนุมัติงบประมาณโครงการพัฒนา พื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” กรมการพัฒนา ชุมชนจึงได้เน้นย้ำไปยังจังหวัดทั้ง 73 จังหวัดทั่วประเทศ ออกหนังสือขอความร่วมมือจากผู้ว่าราชการจังหวัด ในพื้นที่ 73 จังหวัด 571 อำเภอ 3,246 ตำบล 25,179 ครัวเรือน ร่วมดำเนินการต่างๆ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ ท้องถิ่นและชุมชน อธิบดีพช. กล่าวว่า พสกนิกรชาวไทย และข้าราชการกรมการพัฒนาชุมชน ล้วนสำนึกใน พระมหากรุณาธิคุณที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ ด้วยพระราชประสงค์ที่จะสืบสาน รักษา ต่อยอด ศาสตร์พระราชา และงานในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริหลากหลายสาขา ของพระบาทสมเด็จพระ บรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยเฉพาะด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตของ พสกนิกรชาวไทย โดยทรงพระราชทาน “หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” และทฤษฎีใหม่มากกว่า 40 ทฤษฎี เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทย โดยพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เผยแพร่ภาพวาดฝีพระหัตถ์ “โคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง” 3 แบบ ประกอบด้วย แบบที่ 1 พระราชทานข้อความว่า “โคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง” “งานเสร็จ เป็นรูปธรรม นามธรรมอิ่มเอิบ สบายใจ”, แบบที่ 2 พระราชทานข้อความว่า “โคกหนองนากับความสุขสดใส” “We are farmers together” และแบบที่ 3 พระราชทานข้อความว่า “เรารักธรรมชาติ เราสร้างสรรค์ในงาน เกษตร โคกหนองนาเพื่อความอุดมสมบูรณ์ และความสดใสทั้งกายและใจ Happy Farmers”
-ขคำนำ ททททททททศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอสัตหีบ ได้จัดทำแผนการปฏิบัติงาน ประจำปีงบประมาณ 2564 โดยได้จัดโครงการโคก-หนอง-นา- โมเดล สู่การพึ่งตนเองอย่างยั่งยืนตามแนว เศรษฐกิจพอเพียง (รูปแบบออนไลน์) ให้กับประชาชนตำบลนาจอมเทียน ในวันที่ 15 กรกฎาคม 2564 ตั้งแต่เวลา 09.00 - 12.00 น. ณ กศน.ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ผู้เข้าร่วมโครงการ จำนวน 6 คน โครงการดังกล่าวได้ดำเนินเสร็จสิ้นไปด้วยดี ซึ่งรายละเอียดผลการดำเนินงานต่างๆ ตลอดจน ปัญหาอุปสรรค ได้สรุปไว้แล้ว เพื่อรวบรวมกระบวนการดำเนินงาน ผลที่ได้รับและการนำไปใช้ ตลอดจนการ พัฒนาเพื่อให้สอดคล้องกับผู้เข้าร่วมอบรม และการตอบสนองความต้องการของผู้เข้าร่วมอบรม การนำไปใช้ให้ เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง และต้องขอขอบคุณศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัด ชลบุรี ที่ให้การสนับสนุนงบประมาณ ตลอดจนคำปรึกษาแนะนำในการจัดกิจกรรมดังกล่าว กศน.ตำบลนาจอมเทียน กรกฎาคม 2564
-คสารบัญ หน้า บทสรุปผู้บริหาร..........................................................................................................................................ก คำนำ......................................................................................................................... ..................................ข สารบัญ........................................................................................................................................................ค สารบัญตาราง.................................................................................................................. ............................ง บทที่ 1 บทนำ..........................................................................................................................................1 ความเป็นมาและความสำคัญ ......................................................................................................1 วัตถุประสงค์...............................................................................................................................1 เป้าหมาย....................................................................................................................................1 ระยะเวลาดำเนินงาน..................................................................................................................1 ผลลัพธ์......................................................................................................................................2 ดัชนีวัดผลสำเร็จของโครงการ.....................................................................................................2 นิยามศัพท์เฉพาะ........................................................................................................................2 บทที่2 เอกสารการศึกษาและรายงานที่เกี่ยวข้อง .................................................................................3 ยุทธศาสตร์และจุดเน้นการดำเนินงาน สำนักงาน กศน.ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 ............3 แนวทาง/กลยุทธ์การดำเนินงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยของ กศน.ตำบลนาจอมเทียน..............................................................................................................11 หลักการพัฒนาสังคมและชุมชน ..................................................................................................26 กิจกรรมการเรียนรู้ด้านเศรษฐกิจพอเพียง...................................................................................28 เอกสาร/งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง........................................................................................................36 บทที่ 3 วิธีดำเนินงาน..............................................................................................................................37 ประชุมบุคลากรกรรมการสถานศึกษา.........................................................................................37 แต่งตั้งคณะทำงาน......................................................................................................................37 ดำเนินงานตามแผน.....................................................................................................................37 ประชากรที่ใช้ในการดำเนินงาน...................................................................................................37 เครื่องมือที่ใช้ในการดำเนินงาน ...................................................................................................37
-คสารบัญ(ต่อ) หน้า การเก็บรวบรวมข้อมูล................................................................................................................38 การวิเคราะห์ข้อมูล.....................................................................................................................38 บทที่ 4 ผลการดำเนินงานและการวิเคราะห์ข้อมูล.................................................................................39 ตอนที่ 1 ข้อมูลส่วนตัวผู้แบบสอบถามของผู้เข้ารับการอบรมในโครงการโคก-หนอง-นา- โมเดล สู่การพึ่งตนเองอย่างยั่งยืนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง..................................................39 ตอนที่ 2 ข้อมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นที่มีต่อโครงการโคก-หนอง-นา- โมเดล สู่การพึ่งตนเอง อย่างยั่งยืนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ..........................................................................40 บทที่ 5 สรุปผลการประเมิน อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ...................................................................42 สรุปผลการดำเนินงาน.................................................................................................................42 อภิปรายผล.................................................................................................................................42 ข้อเสนอแนะ...............................................................................................................................43 บรรณานุกรม ภาคผนวก ภาคผนวก ก ภาคผนวก ข
-งสารบัญตาราง หน้า ตารางที่ 1 แสดงค่าร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยจำแนกตามเพศ........................................39 2 แสดงค่าร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยจำแนกตามอายุ........................................39 3 แสดงค่าร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยจำแนกตามอาชีพ .....................................40 4 ผลการประเมินโครงการโคก-หนอง-นา- โมเดล สู่การพึ่งตนเองอย่างยั่งยืนตาม แนวเศรษฐกิจพอเพียง ...................................................................................................40
บทที่ 1 บทนำ 1.ความเป็นมาและความสำคัญ ทททท สถานการณ์ของประเทศไทยในปัจจุบันต้องเผชิญกับผลกระทบจากวิกฤตการแพร่ระบาด ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 20196 (COVID 19 ) ซึ่งส่งผลกระทบไปถึงวิกฤตทางด้านเศรษฐกิจ ด้านการ สาธารณสุขด้านการคมนาคมและอื่นๆ ส่งผลให้เกิดวิกฤตทางสังคมขนาดหนักไปทั่วทั้งโลก อีกทั้งยังมีการ เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทั้งภัยแล้งและน้ำท่วมที่คาดว่าจะมีความรุนแรงขึ้นซึ่งจะสร้างความเสียหายต่อ ชีวิตและโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นทำให้เศรษฐกิจของประเทศเกิดความเสีย เพิ่มปัญหาความยากจนและความ เหลื่อมล้ำทางสังคม ตลอดจนระบบการผลิตทางการเกษตรที่มีความสัมพันธ์ต่อเนื่องกับความมั่นคงด้านอาหาร และน้ำ ขณะที่ระบบนิเวศต่างๆมีแนวโน้มเสื่อมโทรมลง และมีแนวโน้มที่สูญเสียความสามารถในการรับรอง ความต้องการมนุษย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น พระบาทสมเด็จพระชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานแนวทางการแก้ปัญหาไว้ ตั้งแต่ปี 2541 ความบางตอนว่า “เศรษฐกิจ พอเพียงและทฤษฎีใหม่ สองอย่างนี้จะทำความเจริญให้แก่ประเทศ” เป็นแนวทางเดียวที่ทำให้ประเทศชาติ รอดพ้นจากวิกฤตและยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (2561-2580) ได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ใน การพัฒนาประเทศ ซึ่งปัจจัยแห่งความสำเร็จคือการพัฒนาคน โดยเรียนรู้จากตัวอย่างที่สอดคล้องกับภูมิสังคม ด้วยการลงมือปฏิบัติด้วยตนเองจนเกิดเป็นทักษะและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผ่านโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ การพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก-หนอง-นา-โมเดล ทำให้ลดปัญหาภัยแล้ง ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น จากเหตุผลดังกล่าว กศน.ตำบลนาจอมเทียน จึงได้จัดทำโครงการโคก-หนอง-นา- โมเดล สู่การพึ่งตนเองอย่างยั่งยืนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง (รูปแบบออนไลน์) ขึ้น 2.วัตถุประสงค์ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมสามารถสร้างงานสร้างรายได้สร้างความมั่นคงทางอาชีพได้อย่างยั่งยืนด้วยหลัก เกษตรทฤษฎีใหม่ 3.เป้าหมาย 3.1 เชิงปริมาณ ประชาชนในพื้นที่ตำบลนาจอมเทียน จำนวน 4 คน 3.2 เชิงคุณภาพ ผู้เข้าร่วมอบรม สามารถสร้างงาน สร้างรายได้ สร้างความมั่นคงทางอาชีพได้อย่างยั่งยืนด้วยหลัก เกษตรทฤษฏีใหม่ 4.ระยะเวลาดำเนินงาน วันที่ 15 กรกฎาคม 2564 ณ กศน.ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
5.ผลลัพธ์ ทท -ผู้เข้าร่วมอบรม สามารถสร้างงาน สร้างรายได้ สร้างความมั่นคงทางอาชีพได้อย่างยั่งยืนด้วยหลัก เกษตรทฤษฏีใหม่ และนำความรู้ที่ได้รับมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน 6.ดัชนีวัดผลและความสำเร็จของโครงการ ทททท6.1 ตัวชี้วัดผลผลิต (Output) ร้อยและ 80 ของผู้เข้าร่วมอบรม สามารถสร้างงาน สร้างรายได้ สร้างความมั่นคงทางอาชีพได้อย่าง ยั่งยืนด้วยหลักเกษตรทฤษฏีใหม่อยู่ในระดับพอใช้ – ดี 6.2 ตัวชี้วัดผลลัพธ์ (Outcome) ร้อยละ 80 ของผู้เข้าร่วมโครงการมีพึงพอใจอยู่ในระดับมาก นิยามศัพท์ โคก หนอง นา โม เดล หมายถึง การจัดการพื้นที่ซึ่งเหมาะกับพื้นที่การเกษตร ซึ่งเป็นผสมผสานเกษตร ทฤษฎีใหม่ เข้ากับภูมิปัญญาพื้นบ้านที่อยู่อย่างสอดคล้องกับธรรมชาติในพื้นที่นั้นๆ โคก-หนอง-นา โมเดล เป็น การที่ให้ธรรมชาติจัดการตัวมันเองโดยมี มนุษย์เป็นส่วนส่งเสริมให้มันสำเร็จเร็วขึ้น อย่างเป็นระบบ 2
บทที่ 2 เอกสารการศึกษาและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ททททททททในการจัดทำรายงานโครงการโคก-หนอง-นา- โมเดล สู่การพึ่งตนเองอย่างยั่งยืนตามแนว เศรษฐกิจพอเพียง (รูปแบบออนไลน์) ครั้งนี้ ผู้จัดทำโครงการได้ทำการศึกษาค้นคว้าเนื้อหาจากเอกสาร การศึกษาและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ 1. ยุทธศาสตร์และจุดเน้นการดำเนินงาน สำนักงาน กศน. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ททททท2. แนวทาง/กลยุทธ์การดำเนินงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยของ กศน.ตำบล นาจอมเทียน 3. การศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน 4. กิจกรรมการเรียนรู้ด้านเศรษฐกิจพอเพียง 5. งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ทททททททททททททท 1.ยุทธศาสตร์และจุดเน้นการดําเนินงานสํานักงาน กศน. ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 วิสัยทัศน์ คนไทยทุกช่วงวัยได้รับโอกาสทางการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ มีทักษะ ที่จำเป็น และสมรรถนะที่สอดรับกับทิศทางการพัฒนาประเทศ สามารถดํารงชีวิตได้อย่างเหมาะสมบนรากฐาน ของหลักปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียง พันธกิจ 1. จัดและส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยที่มีคุณภาพ สอดคล้อง กับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม เพื่อยกระดับการศึกษา และพัฒนาสมรรถนะ ทักษะการเรียนรู้ของประชาชนกลุ่มเป้าหมายให้เหมาะสมในแต่ละช่วงวัย ให้พร้อมรับ การเปลี่ยนแปลงและการปรับตัวในการดํารงชีวิตได้อย่างเหมาะสม ก้าวสู่การเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอด ชีวิต อย่างยั่งยืน 2. พัฒนาหลักสูตร รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ สื่อและนวัตกรรมเทคโนโลยีทาง การศึกษา การวัดและประเมินผลในทุกรูปแบบให้มีคุณภาพและมาตรฐานสอดคล้องกับรูปแบบการจัดการ เรียนรู้และบริบท ในปัจจุบัน 3. ส่งเสริมและพัฒนาเทคโนโลยีทางการศึกษา และนําเทคโนโลยีมาพัฒนาเพื่อเพิ่มช่องทาง และโอกาส การเรียนรู้ รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดและให้บริการการศึกษานอกระบบและการศึกษา ตามอัธยาศัย ให้กับประชาชนกลุ่มเป้าหมายอย่างทั่วถึง 4. ส่งเสริมสนับสนุน แสวงหา และประสานความร่วมมือเชิงรุกกับภาคีเครือข่าย ให้เข้ามามี ส่วนร่วม ในการสนับสนุนและจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย และการเรียนรู้ตลอดชีวิตใน รูปแบบต่าง ๆ ให้กับประชาชน 5. พัฒนาระบบการบริหารจัดการภายในองค์กรให้มีเอกภาพ เพื่อการบริหารราชการที่ดี บนหลัก ของธรรมาภิบาล มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และคล่องตัวมากยิ่งขึ้น 6 .ยกระดับการบริหารและการพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้มีความรู้ ทักษะ สมรรถนะ คุณธรรม และจริยธรรมที่ดี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการให้บริการทางการศึกษาและการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ มากยิ่งขึ้น
เป้าประสงค์ 1. ประชาชนผู้ด้อย พลาด และขาดโอกาสทางการศึกษารวมทั้งประชาชนทั่วไปได้รับโอกาส ทางการศึกษาในรูปแบบการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษาต่อเนื่อง และการศึกษา ตามอัธยาศัยที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง เป็นไปตามบริบท สภาพปัญหาและความต้องการของแต่ละ กลุ่มเป้าหมาย 2. ประชาชนได้รับการยกระดับการศึกษา สร้างเสริมและปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม หน้าที่ ความเป็น พลเมืองที่ดีภายใต้การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ที่สอดคล้องกับหลักปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียง อันนําไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตและเสริมสร้างความ เข้มแข็งให้ชุมชน เพื่อพัฒนา ไปสู่ความมั่นคงและยั่งยืนทางด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และสิ่งแวดล้อม 3. ประชาชนได้รับการพัฒนาทักษะการเรียนรู้และแสวงหาความรู้ด้วยตนเองผ่านแหล่ง เรียนรู้ ช่องทางการเรียนรู้ และกิจกรรมการเรียนรู้รูปแบบต่าง ๆ รวมทั้งมีเจตคติทางสังคม การเมือง วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีที่เหมาะสม สามารถคิดวิเคราะห์ แยกแยะอย่างมีเหตุผล และนําไปประยุกต์ใช้ใน ชีวิตประจําวัน รวมถึงการแก้ปัญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิตได้อย่างสร้างสรรค์ 4. หน่วยงานและสถานศึกษา กศน. มีหลักสูตร สื่อ นวัตกรรม ช่องทางการเรียนรู้ และ กระบวนการ เรียนรู้ในรูปแบบที่หลากหลาย ทันสมัย และรองรับกับสภาวะการเรียนรู้ในสถานการณ์ต่าง ๆ เพื่อแก้ปัญหา และพัฒนาคุณภาพชีวิตตามความต้องการของประชาชนและชุมชน รวมทั้งตอบสนองกับการ เปลี่ยนแปลงบริบท ด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และสิ่งแวดล้อม 5. หน่วยงานและสถานศึกษา กศน. สามารถนําเทคโนโลยีทางการศึกษา และเทคโนโลยี ดิจิทัล มาพัฒนาเพื่อเพิ่มช่องทางการเรียนรู้ และนํามาใช้ในการยกระดับคุณภาพในการจัดการเรียนรู้และ โอกาสการเรียนรู้ ให้กับประชาชน 6. ชุมชนและภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน มีส่วนร่วมในการจัด ส่งเสริม และสนับสนุน การศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย รวมทั้งการขับเคลื่อนกิจกรรมการเรียนรู้ของชุมชน 7. หน่วยงานและสถานศึกษามีระบบการบริหารจัดการองค์กรที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพ และเป็นไป ตามหลักธรรมาภิบาล 8. บุคลากร กศน. ทุกประเภททุกระดับได้รับการพัฒนาเพื่อเพิ่มทักษะและสมรรถนะในการ ปฏิบัติงาน และการให้บริการทางการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย รวมถึงการปฏิบัติงานตาม สายงานอย่างมี ประสิทธิภาพ 4
จุดเน้นการดําเนินงานประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 1. น้อมนําพระบรมราโชบายด้านการศึกษาสู่การปฏิบัติ 1.1 สืบสานศาสตร์พระราชา โดยการสร้างและพัฒนาศูนย์สาธิตและเรียนรู้ “โคก หนอง นา โมเดล” เพื่อเป็นแนวทางในการจัดการบริหารทรัพยากรรูปแบบต่าง ๆ ทั้งดิน น้ำ ลม แดด รวมถึงพืชพันธุ์ต่าง ๆ และ ส่งเสริม การใช้พลังงานทดแทนอย่างมีประสิทธิภาพ 1.2 จัดให้มี “หนึ่งชุมชน หนึ่งนวัตกรรมการพัฒนาชุมชน” เพื่อความกินดี อยู่ดี มีงานทํา 5
1.3 การสร้างกลุ่มจิตอาสาพัฒนาชุมชน รวมทั้งปลูกฝังผู้เรียนให้มีหลักคิดที่ถูกต้องด้านคุณธรรม จริยธรรม มีทัศนคติที่ดีต่อบ้านเมือง และเป็นผู้มีความพอเพียง ระเบียบวินัย สุจริต จิตอาสา ผ่านกิจกรรมการ พัฒนา ผู้เรียนโดยการใช้กระบวนการลูกเสือและยุวกาชาด 2. ส่งสริมการจัดการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิตสําหรับประชาชนที่เหมาะสมกับทุกช่วงวัย 2.1 ส่งเสริมการจัดการศึกษาอาชีพเพื่อการมีงานทํา ในรูปแบบ Re-Skill& Up-Skill และการสร้าง นวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ มีความหลากหลาย ทันสมัย และตอบสนองความต้องการของประชาชน ผู้รับบริการ และสามารถออกใบรับรองความรู้ความสามารถเพื่อนําไปใช้ในการพัฒนาอาชีพได้ 2.2 ส่งเสริมและยกระดับทักษะภาษาอังกฤษให้กับประชาชน (English for ALL) 2.3 ส่งเสริมการเรียนการสอนที่เหมาะสมสําหรับผู้ที่เข้าสู่สังคมสูงวัย อาทิ การฝึกอบรมอาชีพ ที่ เหมาะสมรองรับสังคมสูงวัย หลักสูตรการพัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมสมรรถนะผู้สูงวัย และหลักสูตร การดูแลผู้สูงวัย โดยเน้นการมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนในการเตรียมความพร้อมเข้าสู่สังคมสูงวัย 3. พัฒนาหลักสูตร สื่อ เทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการศึกษา แหล่งเรียนรู้ และรูปแบบ การจัดการศึกษา และการเรียนรู้ ในทุกระดับ ทุกประเภท เพื่อประโยชน์ต่อการจัดการศึกษาที่เหมาะสม กับทุก กลุ่มเป้าหมาย มีความทันสมัย สอดคล้องและพร้อมรองรับกับบริบทสภาวะสังคมปัจจุบัน ความต้องการ ของผู้เรียน และสภาวะการเรียนรู้ในสถานการณ์ต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต 3.1 พัฒนาระบบการเรียนรู้ ONIE Digital Leaming Platform ที่รองรับ DEEP ของ กระทรวงศึกษาธิการ และช่องทางเรียนรู้รูปแบบอื่น ๆ ทั้ง Online On-site และ On-air 3.2 พัฒนาแหล่งเรียนรู้ประเภทต่าง ๆ อาทิ Digital Science Museum/ Digital Science Center/ Digital Library ศูนย์การเรียนรู้ทุกช่วงวัย และศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบ กศน. (Co-Learning Space) เพื่อให้ สามารถ “เรียนรู้ได้อย่างทั่วถึง ทุกที่ ทุกเวลา” 3.3 พัฒนาระบบรับสมัครนักศึกษาและสมัครฝึกอบรมแบบออนไลน์ มีระบบการเทียบโอนความรู้ ระบบสะสมหน่วยการเรียนรู้ (Credit Bank System) และพัฒนา/ขยายการให้บริการระบบทดสอบ อิเล็กทรอนิกส์ (E-exam) 4. บูรณาการความร่วมมือในการส่งเสริม สนับสนุน และจัดการศึกษาและการเรียนรู้ให้กับ ประชาชนอย่าง มีคุณภาพ 4.1 ร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้ง ส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของชุมชน อาทิ การส่งเสริมการฝึกอาชีพที่เป็นอัตลักษณ์และบริบทของ ชุมชน ส่งเสริมการตลาดและขยายช่องทางการจําหน่ายเพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์/สินค้า กศน. 4.2 บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ทั้งในส่วนกลาง และ ภูมิภาค 5. พัฒนาศักยภาพและประสิทธิภาพในการทํางานของบุคลากร กศน. 5.1 พัฒนาศักยภาพและทักษะความสามารถด้านเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Literacy & Digital Skills) ให้กับบุคลากรทุกประเภททุกระดับ รองรับความเป็นรัฐบาลดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งพัฒนา ครูให้มีทักษะ ความรู้ และความชํานาญในการใช้ภาษาอังกฤษ การผลิตสื่อการเรียนรู้และการจัดการเรียนการ สอนเพื่อฝึกทักษะ การคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบและมีเหตุผล เป็นขั้นตอน 5.2 จัดกิจกรรมเสริมสร้างความสัมพันธ์ ของบุคลากร กศน.และกิจกรรมเพิ่มประสิทธิภาพ ในการ ทํางานร่วมกันในรูปแบบต่าง ๆ อาทิ การแข่งขันกีฬา การอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาประสิทธิภาพ ในการ ทํางาน 6
6. ปรับปรุงและพัฒนาโครงสร้างและระบบบริหารจัดการองค์กร ปัจจัยพื้นฐานในการจัดการศึกษา และ การประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ต่อสาธารณะชน 6.1 เร่งผลักดันร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ ให้สําเร็จ และปรับโครงสร้าง การบริหารและ อัตรากําลังให้สอดคล้องกับบริบทการเปลี่ยนแปลง เร่งการสรรหา บรรจุ แต่งตั้งที่มีประสิทธิภาพ 6.2 นํานวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการบริหารจัดการ พัฒนาระบบการทํางานและข้อมูล สารสนเทศด้านการศึกษาที่ทันสมัย รวดเร็ว และสามารถใช้งานทันที โดยจัดตั้งศูนย์ข้อมูลกลาง กศน. เพื่อ จัดทํา ข้อมูล กศน. ทั้งระบบ (ONE ONIE) 6.3 พัฒนา ปรับปรุง ซ่อมแซม ฟื้นฟูอาคารสถานที่ และสภาพแวดล้อมโดยรอบของหน่วยงาน สถานศึกษา และแหล่งเรียนรู้ทุกแห่ง ให้สะอาด ปลอดภัย พร้อมให้บริการ 6.4 ประชาสัมพันธ์/สร้างการรับรู้ให้กับประชาชนทั่วไปเกี่ยวกับการบริการทางวิชาการ/กิจกรรม ด้านการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย และสร้างช่องทางการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านวิชาการ ของหน่วยงานและสถานศึกษาในสังกัด อาทิ ข่าวประชาสัมพันธ์ ผ่านสื่อรูปแบบต่าง ๆ การจัดนิทรรศการ/ มหกรรม วิชาการ กศน. การจัดการศึกษาและการเรียนรู้ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) ของสํานักงาน กศน. จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) เมื่อเดือนธันวาคม 2562 ส่งผลกระทบต่อระบบการจัดการเรียนการสอนของไทยในทุกระดับชั้น ซึ่งรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ ได้ออกประกาศและมีมาตรการเฝ้าระวังเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสดังกล่าว อาทิ กําหนดให้มี การเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) ห้ามการใช้อาคารสถานที่ของโรงเรียนและสถาบันการศึกษา ทุกประเภท เพื่อจัดการเรียนการสอน การสอบ ฝึกอบรม หรือการทํากิจกรรมใด ๆ ที่มีผู้เข้าร่วมเป็นจํานวน มาก การปิดสถานศึกษาด้วยเหตุพิเศษ การกําหนดให้ใช้วิธีการจัดการเรียนการสอนรูปแบบใหม่ อาทิ การจัดการเรียนรู้ แบบออนไลน์ การจัดการเรียนรู้ผ่านระบบการออกอากาศทางโทรทัศน์ วิทยุ และโซเซียล มีเดีย ต่าง ๆ รวมถึง การสื่อสารแบบทางไกลหรือด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนของสํานักงาน กศน. ได้มีการพัฒนา ปรับรูปแบบ กระบวนการ และวิธีการดําเนินงานใน ภารกิจ ต่อเนื่องต่าง ๆ ในสถานการณ์การใช้ชีวิตประจําวัน และการจัดการเรียนรู้เพื่อรองรับการชีวิตแบบปกติ วิถีใหม่ (New Normal) ซึ่งกิจกรรมการเรียนรู้ต่าง ๆ ได้ให้ความสําคัญกับการดําเนินงานตามมาตรการการ ป้องกัน การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COMID - 19) อาทิ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทุกประเภท หากมีความจําเป็นต้องมาพบกลุ่ม หรืออบรมสัมมนา ทางสถานศึกษาต้องมีมาตรการป้องกันที่เข้มงวด มีเจล แอลกอฮอลล้างมือ ผู้รับบริการต้องใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า ต้องมีการเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล เน้นการใช้สื่อดิจิทัลและเทคโนโลยีออนไลน์ในการจัดการเรียนการสอน ภารกิจต่อเนื่อง 1. ด้านการจัดการศึกษาและการเรียนรู้ 1.1 การศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน 1) สนับสนุนการจัดการศึกษานอกระบบตั้งแต่ปฐมวัยจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐานโดย ดําเนินการ ให้ผู้เรียนได้รับการสนับสนุนค่าจัดซื้อหนังสือเรียน ค่าจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน และค่า จัดการเรียน การสอนอย่างทั่วถึงและเพียงพอเพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการศึกษาที่มีคุณภาพโดย ไม่เสียค่าใช้จ่าย 7
2) จัดการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานให้กับกลุ่มเป้าหมายผู้ด้อย พลาด และขาดโอกาสทางการศึกษา ผ่านการเรียนแบบเรียนรู้ด้วยตนเอง การพบกลุ่ม การเรียนแบบชั้นเรียน และ การจัด การศึกษาทางไกล 3) พัฒนาประสิทธิภาพ คุณภาพ และมาตรฐานการจัดการศึกษานอกระบบระดับการศึกษา ขั้นพื้นฐาน ทั้งด้านหลักสูตรรูปแบบ/กระบวนการเรียนการสอน สื่อและนวัตกรรม ระบบการวัดและ ประเมินผล การเรียน และระบบการให้บริการนักศึกษาในรูปแบบอื่น ๆ 4) จัดให้มีการประเมินเพื่อเทียบระดับการศึกษา และการเทียบโอนความรู้และประสบการณ์ ที่มีความโปร่งใส ยุติธรรม ตรวจสอบได้ มีมาตรฐานตามที่กําหนด และสามารถตอบสนองความต้องการ ของกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ 5) จัดให้มีกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียนที่มีคุณภาพที่ผู้เรียนต้องเรียนรู้และเข้าร่วมปฏิบัติ กิจกรรม เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการจบหลักสูตร อาทิ กิจกรรมเสริมสร้างความสามัคคี กิจกรรมเกี่ยวกับการ ป้องกัน และแก้ไขปัญหายาเสพติดการแข่งขันกีฬา การบําเพ็ญสาธารณประโยชน์อย่างต่อเนื่อง การส่งเสริม การปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี และยุว กาชาด กิจกรรม จิตอาสา และการจัดตั้งชมรม/ชุมนุม พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้เรียนนํากิจกรรมการบําเพ็ญ ประโยชน์อื่น ๆ นอกหลักสูตรมาใช้เพิ่มชั่วโมงกิจกรรมให้ผู้เรียนจบตามหลักสูตรได้ 1.2 การส่งเสริมการรู้หนังสือ 1) พัฒนาระบบฐานข้อมูลผู้ไม่รู้หนังสือ ให้มีความครบถ้วน ถูกต้อง ทันสมัยและเป็นระบบ เดียวกัน ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค 2) พัฒนาและปรับปรุงหลักสูตร สื่อ แบบเรียนเครื่องมือวัดผลและเครื่องมือการดําเนินงาน การ ส่งเสริมการรู้หนังสือที่สอดคล้องกับสภาพและบริบทของแต่ละกลุ่มเป้าหมาย 3) พัฒนาครู กศน. และภาคีเครือข่ายที่ร่วมจัดการศึกษา ให้มีความรู้ความสามารถ และ ทักษะการ จัดกระบวนการเรียนรู้ให้กับผู้ไม่รู้หนังสืออย่างมีประสิทธิภาพ และอาจจัดให้มีอาสาสมัครส่งเสริม การรู้หนังสือใน พื้นที่ที่มีความต้องการจําเป็นเป็นพิเศษ 4) ส่งเสริม สนับสนุนให้สถานศึกษาจัดกิจกรรมส่งเสริมการรู้หนังสือ การคงสภาพการรู้ หนังสือ การพัฒนาทักษะการรู้หนังสือให้กับประชาชนเพื่อเป็นเครื่องมือในการศึกษาและเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ตลอดชีวิต ของประชาชน 1.3 การศึกษาต่อเนื่อง 1) จัดการศึกษาอาชีพเพื่อการมีงานทําอย่างยั่งยืน โดยให้ความสําคัญกับการจัดการศึกษา อาชีพ เพื่อการมีงานทําในกลุ่มอาชีพเกษตรกรรม อุตสาหกรรม พาณิชยกรรม คหกรรม และอาชีพเฉพาะทาง หรือการบริการ รวมถึงการเน้นอาชีพช่างพื้นฐาน ที่สอดคล้องกับศักยภาพของผู้เรียน ความต้องการและ ศักยภาพของแต่ละพื้นที่ มีคุณภาพได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับ สอดรับกับความต้องการของตลาดแรงงาน และการพัฒนาประเทศ ตลอดจน สร้างความเข้มแข็งให้กับศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน โดยจัดให้มีการส่งเสริมการ รวมกลุ่มวิสาหกิจชุมชน การพัฒนา หนึ่งตําบลหนึ่งอาชีพเด่น การประกวดสินค้าดีพรีเมี่ยม การสร้างแบรนด์ ของ กศน. รวมถึงการส่งเสริมและจัดหาช่องทางการจําหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ และให้มีการกํากับ ติดตาม และรายงานผลการจัดการศึกษาอาชีพ เพื่อการมีงานทําอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง 2) จัดการศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิตให้กับทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะคนพิการ ผู้สูงอายุ ที่สอดคล้องกับความต้องการจําเป็นของแต่ละบุคคล และมุ่งเน้นให้ทุกกลุ่มเป้าหมายมีทักษะการดํารงชีวิต ตลอดจน สามารถประกอบอาชีพพึ่งพาตนเองได้มีความรู้ความสามารถในการบริหารจัดการชีวิตของตนเองให้ 8
อยู่ในสังคม ได้อย่างมีความสุขสามารถเผชิญสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจําวันได้อย่างมี ประสิทธิภาพ และเตรียมพร้อมสําหรับการปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของข่าวสารข้อมูลและเทคโนโลยี สมัยใหม่ในอนาคต โดยจัดกิจกรรมที่มีเนื้อหาสําคัญต่าง ๆ เช่น การอบรมจิตอาสา การให้ความรู้เพื่อการป้อง การการแพร่ระบาด ของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COMID - 19) การอบรมพัฒนาสุขภาพกายและสุขภาพจิต การอบรมคุณธรรม และจริยธรรม การป้องกันภัยยาเสพติด เพศศึกษา การปลูกฝังและการสร้างค่านิยมที่พึง ประสงค์ ความปลอดภัย ในชีวิตและทรัพย์สิน ผ่านการอบรมเรียนรู้ในรูปแบบต่าง ๆ อาทิ ค่ายพัฒนาทักษะ ชีวิต การจัดตั้งชมรม/ชุมนุม การอบรมส่งเสริมความสามารถพิเศษต่าง ๆ เป็นต้น 3) จัดการศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน โดยใช้หลักสูตรและการจัดกระบวนการเรียนรู้ แบบบูรณาการในรูปแบบของการฝึกอบรมการประชุม สัมมนา การจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้การจัดกิจกรรม จิตอาสา การสร้างชุมชนนักปฏิบัติ และรูปแบบอื่นๆ ที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย และบริบทของชุมชน แต่ละ พื้นที่ เคารพความคิดของผู้อื่น ยอมรับความแตกต่างและหลากหลายทางความคิดและอุดมการณ์ รวมทั้งสังคม พหุวัฒนธรรม โดยจัดกระบวนการให้บุคคลรวมกลุ่มเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันสร้างกระบวนการจิต สาธารณะ การสร้างจิตสํานึกความเป็นประชาธิปไตย การเคารพในสิทธิและเสรีภาพ และรับผิดชอบต่อหน้าที่ ความเป็นพลเมือง ที่ดีภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข การส่งเสริม คุณธรรม จริยธรรม การเป็นจิตอาสา การบําเพ็ญประโยชน์ในชุมชนการ บริหารจัดการน้ํา การรับมือกับสา ธารณภัย การอนุรักษ์พลังงาน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การช่วยเหลือซึ่งกันและกันในการพัฒนา สังคมและชุมชนอย่างยั่งยืน 4) การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงผ่านกระบวนการเรียนรู้ ตลอดชีวิต ในรูปแบบต่าง ๆ ให้กับประชาชน เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน สามารถยืนหยัดอยู่ได้อย่างมั่นคง และมี การบริหารจัดการ ความเสี่ยงอย่างเหมาะสม ตามทิศทางการพัฒนาประเทศสู่ความสมดุลและยั่งยืน 1.4 การศึกษาตามอัธยาศัย 1) พัฒนาแหล่งการเรียนรู้ที่มีบรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการอ่านและพัฒนา ศักยภาพ การเรียนรู้ให้เกิดขึ้นในสังคมไทย ให้เกิดขึ้นอย่างกว้างขวางและทั่วถึง เช่น การพัฒนา กศน. ตําบล ห้องสมุด ประชาชนทุกแห่งให้มีการบริการที่ทันสมัย ส่งเสริมและสนับสนุนอาสาสมัครส่งเสริมการอ่าน การ สร้างเครือข่าย ส่งเสริมการอ่าน จัดหน่วยบริการห้องสมุดเคลื่อนที่ ห้องสมุดชาวตลาด พร้อมหนังสือและ อุปกรณ์เพื่อจัดกิจกรรม ส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ที่หลากหลายให้บริการกับประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ อย่างทั่วถึง สม่ำเสมอ รวมทั้ง เสริมสร้างความพร้อมในด้านบุคลากร สื่ออุปกรณ์เพื่อสนับสนุนการอ่าน และ การจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการอ่าน อย่างหลากหลายรูปแบบ 2) จัดสร้างและพัฒนาศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ให้เป็นแหล่งเรียนรู้วิทยาศาสตร์ตลอด ชีวิต ของประชาชน เป็นแหล่งสร้างนวัตกรรมฐานวิทยาศาสตร์และเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงศิลปะวิทยาการ ประจําท้องถิ่น โดยจัดทําและพัฒนานิทรรศการสื่อและกิจกรรมการศึกษาที่เน้นการเสริมสร้างความรู้และสร้าง แรงบันดาลใจ ด้านวิทยาศาสตร์สอดแทรกวิธีการคิดเชิงวิเคราะห์ การคิดเชิงสร้างสรรค์ และปลูกฝังเจตคติทาง วิทยาศาสตร์ ผ่านการกระบวนการเรียนรู้ที่บูรณาการความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ ควบคู่กับเทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์และคณิตศาสตร์ รวมทั้งสอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง บริบทของชุมชน และประเทศ รวมทั้งระดับภูมิภาค และระดับโลกเพื่อให้ประชาชนมีความรู้และสามารถนําความรู้และทักษะไป ประยุกต์ใช้ในการดําเนินชีวิต การพัฒนา อาชีพ การรักษาสิ่งแวดล้อม การบรรเทาและป้องกันภัยพิบัติทาง ธรรมชาติ รวมทั้งมีความสามารถในการปรับตัวรองรับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของโลกที่เป็นไปอย่าง รวดเร็วและรุนแรง (Disruptive Changes) ได้อย่าง มีประสิทธิภาพ 9
3) ประสานความร่วมมือหน่วยงาน องค์กร หรือภาคส่วนต่าง ๆ ที่มีแหล่งเรียนรู้อื่น ๆ เพื่อส่งเสริม การจัดการศึกษาตามอัธยาศัยให้มีรูปแบบที่หลากหลาย และตอบสนองความต้องการของ ประชาชน เช่น พิพิธภัณฑ์ ศูนย์เรียนรู้ แหล่งโบราณคดี วัด ศาสนาสถาน ห้องสมุด รวมถึงภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นต้น 2. ด้านหลักสูตร สือรูปแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้ การวัดและประเมินผลงานบริการ ทางวิชาการ และการประกันคุณภาพการศึกษา 2.1 ส่งเสริมการพัฒนาหลักสูตร รูปแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้และกิจกรรมเพื่อส่งเสริม การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยที่หลากหลาย ทันสมัย รวมถึงการพัฒนาหลักสูตรฐาน สมรรถนะ และ หลักสูตรท้องถิ่นที่สอดคล้องกับสภาพบริบทของพื้นที่และความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย และชุมชน 2.2 ส่งเสริมการพัฒนาสื่อแบบเรียน สื่ออิเล็กทรอนิกส์และสื่ออื่น ๆ ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของผู้เรียน กลุ่มเป้าหมายทั่วไปและกลุ่มเป้าหมายพิเศษ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา 2.3 พัฒนารูปแบบการจัดการศึกษาทางไกลให้มีความทันสมัย หลากหลายช่องทางการเรียนรู้ ด้วย ระบบห้องเรียนและการควบคุมการสอบรูปแบบออนไลน์ 2.4 พัฒนาระบบการประเมินเพื่อเทียบระดับการศึกษา และการเทียบโอนความรู้และประสบการณ์ เพื่อให้มีคุณภาพ มาตรฐาน และสามารถตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้ง มีการประชาสัมพันธ์ให้สาธารณชนได้รับรู้และสามารถเข้าถึงระบบการประเมินได้ 2.5 พัฒนาระบบการวัดและประเมินผลการศึกษานอกระบบทุกหลักสูตร โดยเฉพาะหลักสูตร ใน ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานให้ได้มาตรฐานโดยการนําแบบทดสอบกลาง และระบบการสอบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Exam) มาใช้อย่างมีประสิทธิภาพ 2.6 ส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาหลักสูตร รูปแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้ การ วัดและประเมินผล และเผยแพร่รูปแบบการจัด ส่งเสริม และสนับสนุนการจัดการศึกษานอกระบบและ การศึกษา ตามอัธยาศัย รวมทั้งให้มีการนําไปสู่การปฏิบัติอย่างกว้างขวางและมีการพัฒนาให้เหมาะสมกับ บริบทอย่างต่อเนื่อง 2.7 พัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาให้ได้มาตรฐาน มีการพัฒนาระบบการประกัน คุณภาพภายในที่สอดคล้องกับบริบทและภารกิจของ กศน. มากขึ้น เพื่อพร้อมรับการประเมินคุณภาพภายนอก โดยพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ ความเข้าใจ ตระหนักถึงความสําคัญของระบบการประกันคุณภาพ และ สามารถ ดําเนินการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษาได้อย่างต่อเนื่องโดยใช้การประเมินภายในด้วย ตนเอง และจัดให้มี ระบบสถานศึกษาพี่เลี้ยงเข้าไปสนับสนุนอย่างใกล้ชิด สําหรับสถานศึกษาที่ยังไม่ได้เข้ารับ การประเมินคุณภาพ ภายนอก ให้พัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาให้ได้คุณภาพตามมาตรฐานที่กําหนด 3. ด้านเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา 3.1 ผลิตและพัฒนารายการวิทยุและรายการโทรทัศน์เพื่อการศึกษาเพื่อให้เชื่อมโยงและตอบสนอง ต่อการจัดกิจกรรมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยของสถานศึกษาเพื่อกระจายโอกาสทาง การศึกษา สําหรับกลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ ให้มีทางเลือกในการเรียนรู้ที่หลากหลายและมีคุณภาพ สามารถพัฒนา ตนเองให้รู้เท่าทัน สื่อและเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการสื่อสาร เช่น รายการพัฒนาอาชีพเพื่อการมีงานทํา รายการติวเข้มเติมเต็มความรู้ รายการ รายการทํากินก็ได้ ทําขายก็ดี ฯลฯ เผยแพร่ทางสถานีวิทยุศึกษา สถานี วิทยุโทรทัศน์เพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ (ETV) และทางอินเทอร์เน็ต 10
3.2 พัฒนาการเผยแพร่การจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยโดยผ่านระบบ เทคโนโลยีดิจิทัล และช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ เช่น Youtube Facebook หรือ Application อื่น ๆ เพื่อ ส่งเสริม ให้ครู กศน. นําเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการสร้างกระบวนการเรียนรู้ด้วยตนเอง (Do It Yourself : DIY) 3.3 พัฒนาสถานีวิทยุศึกษาและสถานีโทรทัศน์เพื่อการศึกษาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และการ ออกอากาศให้กลุ่มเป้าหมายสามารถใช้เป็นช่องทางการเรียนรู้ที่มีคุณภาพได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต โดยขยาย เครือข่ายการรับฟังให้สามารถรับฟังได้ทุกที่ ทุกเวลา ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศและเพิ่มช่องทาง ให้สามารถ รับชมรายการโทรทัศน์ได้ทั้งระบบ Ku - Band C - Band Digital TV และทางอินเทอร์เน็ต พร้อมที่จะ รองรับ การพัฒนาเป็นสถานีวิทยุโทรทัศน์เพื่อการศึกษาสาธารณะ (Free ETV) 3.4 พัฒนาระบบการให้บริการสื่อเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาเพื่อให้ได้หลายช่องทางทั้งทาง อินเทอร์เน็ต และรูปแบบอื่น ๆ อาทิ Application บนโทรศัพท์เคลื่อนที่ และ Tablet รวมทั้งสื่อ Offline ในรูปแบบ ต่าง ๆ เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายสามารถเลือกใช้บริการเพื่อเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาและการเรียนรู้ได้ตามความต้องการ 3.5 สํารวจ วิจัย ติดตามประเมินผลด้านการใช้สื่อเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาอย่างต่อเนื่องเพื่อนําผล มา ใช้ในการพัฒนางานให้มีความถูกต้อง ทันสมัยและสามารถส่งเสริมการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต ของ ประชาชนได้อย่างแท้จริง 4. ด้านโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ หรือโครงการอันเกี่ยวเนื่องจากราชวงศ์ 4.1 ส่งเสริมและสนับสนุนการดําเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริหรือโครงการ อัน เกี่ยวเนื่องจากราชวงศ์ 4.2 จัดทําฐานข้อมูลโครงการและกิจกรรมของ กศน.ที่สนองงานโครงการอันเนื่องมาจาก พระราชดําริ หรือโครงการอันเกี่ยวเนื่องจากราชวงศ์เพื่อนําไปใช้ในการวางแผน การติดตามประเมินผลและการ พัฒนางาน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 4.3 ส่งเสริมการสร้างเครือข่ายการดําเนินงานเพื่อสนับสนุนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ เพื่อให้เกิดความเข้มแข็งในการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย 4.4 พัฒนาศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง”เพื่อให้มีความพร้อมในการจัดการศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยตามบทบาทหน้าที่ที่กําหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพ 4.5 จัดและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของประชาชนบนพื้นที่สูง ถิ่น ทุรกันดาร และพื้นที่ชายขอบ 5. ด้านการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษและพื้นที่บริเวณ ชายแดน 5.1 พัฒนาการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยในจังหวัดชายแดนภาคใต้ 1) จัดและพัฒนาหลักสูตร และกิจกรรมส่งเสริมการศึกษาและการเรียนรู้ที่ตอบสนองปัญหา และความต้องการของกลุ่มเป้าหมายรวมทั้งอัตลักษณ์และความเป็นพหุวัฒนธรรมของพื้นที่ 2) พัฒนาคุณภาพการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง เพื่อให้ ผู้เรียนสามารถนําความรู้ที่ได้รับไปใช้ประโยชน์ได้จริง 3) ให้หน่วยงานและสถานศึกษาจัดให้มีมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยแก่บุคลากรและ นักศึกษา กศน.ตลอดจนผู้มาใช้บริการอย่างทั่วถึง 5.2 พัฒนาการจัดการศึกษาแบบบูรณาการในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ 1) ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดทําแผนการศึกษาตามยุทธศาสตร์ และบริบทของแต่ละจังหวัดในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ 11
2) จัดทําหลักสูตรการศึกษาตามบริบทของพื้นที่ โดยเน้นสาขาที่เป็นความต้องการของตลาด ให้เกิดการพัฒนาอาชีพได้ตรงตามความต้องการของพื้นที่ 5.3 จัดการศึกษาเพื่อความมั่นคงของศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพราษฎรไทยบริเวณชายแดน(ศฝช.) 1) พัฒนาศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพราษฎรไทยบริเวณชายแดน เพื่อให้เป็นศูนย์ฝึกและสาธิต การประกอบอาชีพด้านเกษตรกรรม และศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบการจัดกิจกรรมตามแนวพระราชดําริปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง สําหรับประชาชนตามแนวชายแดนด้วยวิธีการเรียนรู้ที่หลากหลาย 2) มุ่งจัดและพัฒนาการศึกษาอาชีพโดยใช้วิธีการหลากหลายใช้รูปแบบเชิงรุกเพื่อการเข้าถึง กลุ่มเป้าหมาย เช่น การจัดมหกรรมอาชีพ การประสานความร่วมมือกับเครือข่าย การจัดอบรมแกนนําด้าน อาชีพ ที่เน้นเรื่องเกษตรธรรมชาติที่สอดคล้องกับบริบทของชุมชนชายแดน ให้แก่ประชาชนตามแนวชายแดน 6. ด้านบุคลากรระบบการบริหารจัดการ และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน 6.1 การพัฒนาบุคลากร 1) พัฒนาบุคลากรทุกระดับทุกประเภทให้มีสมรรถนะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งก่อนและ ระหว่าง การดํารงตําแหน่งเพื่อให้มีเจตคติที่ดีในการปฏิบัติงานให้มีความรู้และทักษะตามมาตรฐานตําแหน่ง ให้ตรงกับสายงาน ความชํานาญ และความต้องการของบุคลากรสามารถปฏิบัติงานและบริหารจัดการการ ดําเนินงานของหน่วยงานและ สถานศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพรวมทั้งส่งเสริมให้ข้าราชการในสังกัดพัฒนา ตนเองเพื่อเลื่อนตําแหน่ง หรือเลื่อนวิทยฐานะโดยเน้นการประเมินวิทยฐานะเชิงประจักษ์ 2) พัฒนาศึกษานิเทศก์ กศน. ให้มีสมรรถนะที่จําเป็นครบถ้วน มีความเป็นมืออาชีพ สามารถ ปฏิบัติการนิเทศได้อย่างมีศักยภาพ เพื่อร่วมยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อัธยาศัยในสถานศึกษา 3) พัฒนาหัวหน้า กศน.ตําบล/แขวงให้มีสมรรถนะสูงขึ้น เพื่อการบริหารจัดการ กศน.ตําบล/ แขวง และการปฏิบัติงานตามบทบาทภารกิจอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นการเป็นนักจัดการความรู้และผู้ อํานวย ความสะดวกในการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง 4) พัฒนาครู กศน. และบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาให้สามารถจัดรูปแบบการ เรียนรู้ ได้อย่างมีคุณภาพโดยส่งเสริมให้มีความรู้ความสามารถในการจัดทําแผนการสอน การจัดกระบวนการ เรียนรู้ การวัด และประเมินผล และการวิจัยเบื้องต้น 5) พัฒนาศักยภาพบุคลากร ที่รับผิดชอบการบริการการศึกษาและการเรียนรู้ ให้มีความรู้ ความสามารถและมีความเป็นมืออาชีพในการจัดบริการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประชาชน 6) ส่งเสริมให้คณะกรรมการ กศน. ทุกระดับ และคณะกรรมการสถานศึกษา มีส่วนร่วมใน การ บริหารการดําเนินงานตามบทบาทภารกิจของ กศน.อย่างมีประสิทธิภาพ 7) พัฒนาอาสาสมัคร กศน. ให้สามารถทําหน้าที่สนับสนุนการจัดการศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ 8) พัฒนาสมรรถนะและเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างบุคลากรรวมทั้งภาคีเครือข่ายทั้งใน และต่างประเทศในทุกระดับ โดยจัดให้มีกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างสัมพันธภาพและเพิ่มประสิทธิภาพในการ ทํางาน ร่วมกันในรูปแบบที่หลากหลายอย่างต่อเนื่องอาทิ การแข่งขันกีฬา การอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนา ประสิทธิภาพ ในการทํางาน 6.2 การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและอัตรากําลัง 1) จัดทําแผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและดําเนินการปรับปรุงสถานที่และวัสดุอุปกรณ์ ให้มี ความพร้อมในการจัดการศึกษาและการเรียนรู้ 12
2) สรรหา บรรจุ แต่งตั้ง และบริหารอัตรากําลังที่มีอยู่ทั้งในส่วนที่เป็นข้าราชการ พนักงาน ราชการ และลูกจ้าง ให้เป็นไปตามโครงสร้างการบริหารและกรอบอัตรากําลัง รวมทั้งรองรับกับบทบาทภารกิจ ตามที่กําหนดไว้ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการปฏิบัติงาน 3) แสวงหาความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนในการระดมทรัพยากรเพื่อนํามาใช้ ในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานให้มีความพร้อมสําหรับดําเนินกิจกรรมการศึกษานอกระบบและการศึกษา ตามอัธยาศัย และการส่งเสริมการเรียนรู้สําหรับประชาชน 6.3 การพัฒนาระบบบริหารจัดการ 1) พัฒนาระบบฐานข้อมูลให้มีความครบถ้วน ถูกต้อง ทันสมัย และเชื่อมโยงกันทั่วประเทศ อย่างเป็นระบบเพื่อให้หน่วยงานและสถานศึกษาในสังกัดสามารถนําไปใช้เป็นเครื่องมือสําคัญในการบริหาร การวางแผน การปฏิบัติงาน การติดตามประเมินผล รวมทั้งจัดบริการการศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อัธยาศัย อย่างมีประสิทธิภาพ 2) เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการงบประมาณ โดยพัฒนาระบบการกํากับ ควบคุม และ เร่งรัด การเบิกจ่ายงบประมาณให้เป็นตามเป้าหมายที่กําหนดไว้ 3) พัฒนาระบบฐานข้อมูลรวมของนักศึกษา กศน. ให้มีความครบถ้วน ถูกต้อง ทันสมัย และ เชื่อมโยงกันทั่วประเทศ สามารถสืบค้นและสอบทานได้ทันความต้องการเพื่อประโยชน์ในการจัดการศึกษา ให้กับ ผู้เรียนและการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ 4) ส่งเสริมให้มีการจัดการความรู้ในหน่วยงานและสถานศึกษาทุกระดับ รวมทั้งการศึกษา วิจัย เพื่อสามารถนํามาใช้ในการพัฒนาประสิทธิภาพการดําเนินงานที่สอดคล้องกับความต้องการของ ประชาชน และชุมชนพร้อมทั้งพัฒนาขีดความสามารถเชิงการแข่งขันของหน่วยงานและสถานศึกษา 5) สร้างความร่วมมือของภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาสังคมทั้งใน ประเทศ และต่างประเทศ รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อสร้างความเข้าใจ และให้ เกิดความร่วมมือ ในการส่งเสริม สนับสนุน และจัดการศึกษาและการเรียนรู้ให้กับประชาชนอย่างมีคุณภาพ 6) ส่งเสริมการใช้ระบบสํานักงานอิเล็กทรอนิกส์ (e-office) ในการบริหารจัดการ เช่น ระบบ การ ลา ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ ระบบการขอใช้รถราชการ ระบบการขอใช้ห้องประชุม เป็นต้น 7) พัฒนาและปรับระบบวิธีการปฏิบัติราชการให้ทันสมัย มีความโปร่งใส ปลอดการทุจริต และประพฤติมิชอบ บริหารจัดการบนข้อมูลและหลักฐานเชิงประจักษ์ มุ่งผลสัมฤทธิ์มีความโปร่งใส 6.4 การกํากับ นิเทศติดตามประเมิน และรายงานผล 1) สร้างกลไกการกํากับ นิเทศ ติดตาม ประเมิน และรายงานผลการดําเนินงานการศึกษา นอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยให้เชื่อมโยงกับหน่วยงาน สถานศึกษา และภาคีเครือข่ายทั้งระบบ 2) ให้หน่วยงานและสถานศึกษาที่เกี่ยวข้องทุกระดับ พัฒนาระบบกลไกการกํากับ ติดตาม และ รายงานผลการนํานโยบายสู่การปฏิบัติ ให้สามารถตอบสนองการดําเนินงานตามนโยบายในแต่ละเรื่องได้ อย่างมี ประสิทธิภาพ 3) ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และสื่ออื่น ๆ ที่เหมาะสม เพื่อการ กํากับ นิเทศ ติดตาม ประเมินผล และรายงานผลอย่างมีประสิทธิภาพ 4) พัฒนากลไกการติดตามประเมินผลการปฏิบัติราชการตามคํารับรองการปฏิบัติราชการ ประจําปี ของหน่วยงาน สถานศึกษา เพื่อการรายงานผลตามตัวชี้วัดในคํารับรองการปฏิบัติราชการประจําปี ของสํานักงาน กศน.ให้ดําเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นไปตามเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาที่กําหนด 13
5) ให้มีการเชื่อมโยงระบบการนิเทศในทุกระดับ ทั้งหน่วยงานภายในและภายนอกองค์กร ตั้งแต่ ส่วนกลาง ภูมิภาค กลุ่มจังหวัด จังหวัด อําเภอ/เขต และตําบล/แขวง เพื่อความเป็นเอกภาพในการใช้ ข้อมูล และการพัฒนางานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย 2. แนวทาง/กลยุทธ์การดำเนินงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยของ กศน. ตำบลนาจอมเทียน ปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ กศน.ตำบลนาจอมเทียน ปรัชญา “คิดเป็น ทำเป็น เน้น ICT” วิสัยทัศน์ กศน.ตำบลนาจอมเทียนจัดการศึกษาตลอดชีวิตและการศึกษาอาชีพที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง เท่าเทียม กัน เพื่อให้เกิดสังคมแห่งการเรียนรู้ ICT และมีความสามารถเชิงแข่งขันในประชาคมอาเซียนอย่างยั่งยืน พันธกิจ 1. กศน.ตำบลนาจอมเทียน จัดและส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยที่ มีคุณภาพ สอดคล้อง กับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม เพื่อยกระดับการศึกษา และพัฒนาสมรรถนะ ทักษะการเรียนรู้ของประชาชนกลุ่มเป้าหมายให้เหมาะสมในแต่ ละช่วงวัย ให้พร้อมรับ การเปลี่ยนแปลงและการปรับตัวในการดํารงชีวิตได้อย่างเหมาะสม ก้าวสู่การเป็นสังคม แห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต อย่างยั่งยืน 2. กศน.ตำบลนาจอมเทียน พัฒนาหลักสูตร รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ สื่อและ นวัตกรรมเทคโนโลยีทางการศึกษา การวัดและประเมินผลในทุกรูปแบบให้มีคุณภาพและมาตรฐานสอดคล้อง กับรูปแบบการจัดการเรียนรู้และบริบท ในปัจจุบัน 3. กศน.ตำบลนาจอมเทียน ส่งเสริมและพัฒนาเทคโนโลยีทางการศึกษา และนําเทคโนโลยีมา พัฒนาเพื่อเพิ่มช่องทางและโอกาส การเรียนรู้ รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดและให้บริการการศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ให้กับประชาชนกลุ่มเป้าหมายอย่างทั่วถึง 4. กศน.ตำบลนาจอมเทียน ส่งเสริมสนับสนุน แสวงหา และประสานความร่วมมือเชิงรุกกับ ภาคีเครือข่าย ให้เข้ามามีส่วนร่วม ในการสนับสนุนและจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย และการเรียนรู้ตลอดชีวิตในรูปแบบต่าง ๆ ให้กับประชาชน 5. กศน.ตำบลนาจอมเทียน พัฒนาระบบการบริหารจัดการภายในองค์กรให้มีเอกภาพ เพื่อ การบริหารราชการที่ดี บนหลัก ของธรรมาภิบาล มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และคล่องตัวมากยิ่งขึ้น 6 .กศน.ตำบลนาจอมเทียน ยกระดับการบริหารและการพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้มีความรู้ ทักษะ สมรรถนะ คุณธรรม และจริยธรรมที่ดี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการให้บริการทางการศึกษาและการ เรียนรู้ที่มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น เป้าประสงค์ 1. ประชาชนผู้ด้อย พลาด และขาดโอกาสทางการศึกษารวมทั้งประชาชนทั่วไปในตำบล นาจอมเทียน ได้รับโอกาส ทางการศึกษาในรูปแบบการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษา ต่อเนื่อง และการศึกษา ตามอัธยาศัยที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง เป็นไปตามบริบท สภาพปัญหาและ ความต้องการของแต่ละ กลุ่มเป้าหมาย 14
2. ประชาชนตำบลนาจอมเทียน ได้รับการยกระดับการศึกษา สร้างเสริมและปลูกฝัง คุณธรรม จริยธรรม หน้าที่ความเป็น พลเมืองที่ดีภายใต้การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์เป็นประมุข ที่สอดคล้องกับหลักปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียง อันนําไปสู่การยกระดับ คุณภาพชีวิตและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน เพื่อพัฒนา ไปสู่ความมั่นคงและยั่งยืนทางด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และสิ่งแวดล้อม 3. ประชาชนในตำบลนาจอมเทียน ได้รับการพัฒนาทักษะการเรียนรู้และแสวงหาความรู้ด้วย ตนเองผ่านแหล่งเรียนรู้ ช่องทางการเรียนรู้ และกิจกรรมการเรียนรู้รูปแบบต่าง ๆ รวมทั้งมีเจตคติทางสังคม การเมือง วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีที่เหมาะสม สามารถคิดวิเคราะห์ แยกแยะอย่างมีเหตุผล และนําไป ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจําวัน รวมถึงการแก้ปัญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิตได้อย่างสร้างสรรค์ 4. กศน.ตำบลนาจอมเทียน มีหลักสูตร สื่อ นวัตกรรม ช่องทางการเรียนรู้ และกระบวนการ เรียนรู้ในรูปแบบที่หลากหลาย ทันสมัย และรองรับกับสภาวะการเรียนรู้ในสถานการณ์ต่าง ๆ เพื่อแก้ปัญหา และพัฒนาคุณภาพชีวิตตามความต้องการของประชาชนและชุมชน รวมทั้งตอบสนองกับการเปลี่ยนแปลง บริบท ด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์และสิ่งแวดล้อม 5. กศน. ตำบลนาจอมเทียน สามารถนําเทคโนโลยีทางการศึกษา และเทคโนโลยีดิจิทัล มาพัฒนาเพื่อเพิ่มช่องทางการเรียนรู้ และนํามาใช้ในการยกระดับคุณภาพในการจัดการเรียนรู้และโอกาสการ เรียนรู้ ให้กับประชาชน 6. ชุมชนและภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนของตำบลนาจอมเทียน มีส่วนร่วมในการจัด ส่งเสริม และสนับสนุนการศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย รวมทั้งการขับเคลื่อนกิจกรรมการเรียนรู้ของ ชุมชน 7. กศน.ตำบลนาจอมเทียน และสถานศึกษามีระบบการบริหารจัดการองค์กรที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพ และเป็นไป ตามหลักธรรมาภิบาล 8. บุคลากร กศน. ทุกประเภททุกระดับได้รับการพัฒนาเพื่อเพิ่มทักษะและสมรรถนะในการ ปฏิบัติงาน และการให้บริการทางการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย รวมถึงการปฏิบัติงานตาม สายงานอย่างมี ประสิทธิภาพ 15
จุดเน้นการดําเนินงานประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 1. น้อมนําพระบรมราโชบายด้านการศึกษาสู่การปฏิบัติ 1.1 กศน.ตำบลนาจอมเทียน สืบสานศาสตร์พระราชา โดยการสร้างและพัฒนาศูนย์สาธิตและเรียนรู้ “โคก หนอง นา โมเดล” เพื่อเป็นแนวทางในการจัดการบริหารทรัพยากรรูปแบบต่าง ๆ ทั้งดิน น้ำ ลม แดด รวมถึงพืชพันธุ์ต่าง ๆ และส่งเสริม การใช้พลังงานทดแทนอย่างมีประสิทธิภาพ 1.2 กศน.ตำบลนาจอมเทียน จัดให้มี “หนึ่งชุมชน หนึ่งนวัตกรรมการพัฒนาชุมชน” เพื่อความกินดี อยู่ดี มีงานทํา 1.3 กศน.ตำบลนาจอมเทียน สร้างกลุ่มจิตอาสาพัฒนาชุมชน รวมทั้งปลูกฝังผู้เรียนให้มีหลักคิดที่ ถูกต้องด้านคุณธรรม จริยธรรม มีทัศนคติที่ดีต่อบ้านเมือง และเป็นผู้มีความพอเพียง ระเบียบวินัย สุจริต จิตอาสา ผ่านกิจกรรมการพัฒนา ผู้เรียนโดยการใช้กระบวนการลูกเสือและยุวกาชาด 16
2. ส่งสริมการจัดการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิตสําหรับประชาชนที่เหมาะสมกับทุกช่วงวัย 2.1 กศน.ตำบลนาจอมเทียน ส่งเสริมการจัดการศึกษาอาชีพเพื่อการมีงานทํา ในรูปแบบ Re-Skill& Up-Skill และการสร้าง นวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ มีความหลากหลาย ทันสมัย และตอบสนองความ ต้องการของประชาชน ผู้รับบริการ และสามารถออกใบรับรองความรู้ความสามารถเพื่อนําไปใช้ในการพัฒนา อาชีพได้ 2.2 กศน.ตำบลนาจอมเทียน ส่งเสริมและยกระดับทักษะภาษาอังกฤษให้กับประชาชน (English for ALL) 2.3 กศน.ตำบลนาจอมเทียน ส่งเสริมการเรียนการสอนที่เหมาะสมสําหรับผู้ที่เข้าสู่สังคมสูงวัย อาทิ การฝึกอบรมอาชีพ ที่เหมาะสมรองรับสังคมสูงวัย หลักสูตรการพัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมสมรรถนะผู้สูง วัย และหลักสูตร การดูแลผู้สูงวัย โดยเน้นการมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนในการเตรียมความพร้อม เข้าสู่สังคมสูงวัย 3. พัฒนาหลักสูตร สื่อ เทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการศึกษา แหล่งเรียนรู้ และรูปแบบ การจัดการศึกษา และการเรียนรู้ ในทุกระดับ ทุกประเภท เพื่อประโยชน์ต่อการจัดการศึกษาที่เหมาะสม กับทุก กลุ่มเป้าหมาย มีความทันสมัย สอดคล้องและพร้อมรองรับกับบริบทสภาวะสังคมปัจจุบัน ความต้องการ ของผู้เรียน และสภาวะการเรียนรู้ในสถานการณ์ต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต 3.1 พัฒนาระบบการเรียนรู้ ONIE Digital Leaming Platform ที่รองรับ DEEP ของ กระทรวงศึกษาธิการ และช่องทางเรียนรู้รูปแบบอื่น ๆ ทั้ง Online On-site และ On-air 3.2 พัฒนาแหล่งเรียนรู้ประเภทต่าง ๆ อาทิ Digital Science Museum/ Digital Science Center/ Digital Library ศูนย์การเรียนรู้ทุกช่วงวัย และศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบ กศน. (Co-Learning Space) เพื่อให้ สามารถ “เรียนรู้ได้อย่างทั่วถึง ทุกที่ ทุกเวลา” 3.3 พัฒนาระบบรับสมัครนักศึกษาและสมัครฝึกอบรมแบบออนไลน์ มีระบบการเทียบโอนความรู้ ระบบสะสมหน่วยการเรียนรู้ (Credit Bank System) และพัฒนา/ขยายการให้บริการระบบทดสอบ อิเล็กทรอนิกส์ (E-exam) 4. บูรณาการความร่วมมือในการส่งเสริม สนับสนุน และจัดการศึกษาและการเรียนรู้ให้กับ ประชาชนอย่าง มีคุณภาพ 4.1 กศน.ตำบลนาจอมเทียน ร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม และองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้ง ส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของชุมชน อาทิ การส่งเสริมการฝึกอาชีพที่ เป็นอัตลักษณ์และบริบทของชุมชน ส่งเสริมการตลาดและขยายช่องทางการจําหน่ายเพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์/ สินค้า กศน. 4.2 กศน.ตำบลนาจอมเทียน บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ในสังกัด กระทรวงศึกษาธิการ ทั้งในส่วนกลาง และภูมิภาค 5. พัฒนาศักยภาพและประสิทธิภาพในการทํางานของบุคลากร กศน. 5.1 กศน.ตำบลนาจอมเทียน มีการพัฒนาศักยภาพและทักษะความสามารถด้านเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Literacy & Digital Skills) ให้กับบุคลากรทุกประเภททุกระดับ รองรับความเป็นรัฐบาลดิจิทัลอย่างมี ประสิทธิภาพ รวมทั้งพัฒนาครูให้มีทักษะ ความรู้ และความชํานาญในการใช้ภาษาอังกฤษ การผลิตสื่อการ เรียนรู้และการจัดการเรียนการสอนเพื่อฝึกทักษะ การคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบและมีเหตุผล เป็นขั้นตอน 5.2 จัดกิจกรรมเสริมสร้างความสัมพันธ์ ของบุคลากร กศน.และกิจกรรมเพิ่มประสิทธิภาพ ในการ ทํางานร่วมกันในรูปแบบต่าง ๆ อาทิ การแข่งขันกีฬา การอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาประสิทธิภาพ ในการ ทํางาน 17
6. ปรับปรุงและพัฒนาโครงสร้างและระบบบริหารจัดการองค์กร ปัจจัยพื้นฐานในการจัดการศึกษา และ การประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ต่อสาธารณะชน 6.1 เร่งผลักดันร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ ให้สําเร็จ และปรับโครงสร้าง การบริหารและ อัตรากําลังให้สอดคล้องกับบริบทการเปลี่ยนแปลง เร่งการสรรหา บรรจุ แต่งตั้งที่มีประสิทธิภาพ 6.2 กศน.ตำบลนาจอมเทียน นํานวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการบริหารจัดการ พัฒนา ระบบการทํางานและข้อมูล สารสนเทศด้านการศึกษาที่ทันสมัย รวดเร็ว และสามารถใช้งานทันที โดยจัดตั้ง ศูนย์ข้อมูลกลาง กศน. เพื่อจัดทํา ข้อมูล กศน. ทั้งระบบ (ONE ONIE) 6.3 กศน.ตำบลนาจอมเทียน มีการพัฒนา ปรับปรุง ซ่อมแซม ฟื้นฟูอาคารสถานที่ และ สภาพแวดล้อมโดยรอบของหน่วยงาน สถานศึกษา และแหล่งเรียนรู้ทุกแห่ง ให้สะอาด ปลอดภัย พร้อม ให้บริการ 6.4 กศน.ตำบลนาจอมเทียน มีการประชาสัมพันธ์/สร้างการรับรู้ให้กับประชาชนทั่วไปเกี่ยวกับการ บริการทางวิชาการ/กิจกรรม ด้านการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย และสร้างช่องทางการ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านวิชาการ ของหน่วยงานและสถานศึกษาในสังกัด อาทิ ข่าวประชาสัมพันธ์ ผ่านสื่อ รูปแบบต่าง ๆ การจัดนิทรรศการ/มหกรรม วิชาการ กศน. กศน.ตำบลนาจอมเทียน มีการจัดการศึกษาและการเรียนรู้ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โคโรนา 2019 (COVID - 19) ของสํานักงาน กศน. จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) เมื่อเดือนธันวาคม 2562 ส่งผลกระทบต่อระบบการจัดการเรียนการสอนของไทยในทุกระดับชั้น ซึ่งรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ ได้ออกประกาศและมีมาตรการเฝ้าระวังเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสดังกล่าว อาทิ กําหนดให้มี การเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) ห้ามการใช้อาคารสถานที่ของโรงเรียนและสถาบันการศึกษา ทุกประเภท เพื่อจัดการเรียนการสอน การสอบ ฝึกอบรม หรือการทํากิจกรรมใด ๆ ที่มีผู้เข้าร่วมเป็นจํานวน มาก การปิดสถานศึกษาด้วยเหตุพิเศษ การกําหนดให้ใช้วิธีการจัดการเรียนการสอนรูปแบบใหม่ อาทิ การ จัดการเรียนรู้ แบบออนไลน์ การจัดการเรียนรู้ผ่านระบบการออกอากาศทางโทรทัศน์ วิทยุ และโซเซียลมีเดีย ต่าง ๆ รวมถึง การสื่อสารแบบทางไกลหรือด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนของสํานักงาน กศน. ได้มีการพัฒนา ปรับรูปแบบ กระบวนการ และวิธีการดําเนินงานใน ภารกิจ ต่อเนื่องต่าง ๆ ในสถานการณ์การใช้ชีวิตประจําวัน และการจัดการเรียนรู้เพื่อรองรับการชีวิตแบบปกติ วิถีใหม่ (New Normal) ซึ่งกิจกรรมการเรียนรู้ต่าง ๆ ได้ให้ความสําคัญกับการดําเนินงานตามมาตรการการ ป้องกัน การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COMID - 19) อาทิ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทุกประเภท หากมีความจําเป็นต้องมาพบกลุ่ม หรืออบรมสัมมนา ทางสถานศึกษาต้องมีมาตรการป้องกันที่เข้มงวด มีเจล แอลกอฮอลล้างมือ ผู้รับบริการต้องใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า ต้องมีการเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล เน้นการใช้สื่อดิจิทัลและเทคโนโลยีออนไลน์ในการจัดการเรียนการสอน ภารกิจต่อเนื่อง 1. ด้านการจัดการศึกษาและการเรียนรู้ 1.1 การศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน 1) กศน.ตำบลนาจอมเทียน สนับสนุนการจัดการศึกษานอกระบบตั้งแต่ปฐมวัยจนจบ การศึกษาขั้นพื้นฐานโดยดําเนินการ ให้ผู้เรียนได้รับการสนับสนุนค่าจัดซื้อหนังสือเรียน ค่าจัดกิจกรรมพัฒนา คุณภาพผู้เรียน และค่าจัดการเรียน การสอนอย่างทั่วถึงและเพียงพอเพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงบริการทาง การศึกษาที่มีคุณภาพโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย 18
2) กศน.ตำบลนาจอมเทียน จัดการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานให้กับ กลุ่มเป้าหมายผู้ด้อย พลาด และขาดโอกาสทางการศึกษา ผ่านการเรียนแบบเรียนรู้ด้วยตนเอง การพบกลุ่ม การเรียนแบบชั้นเรียน และการจัด การศึกษาทางไกล 3) กศน.ตำบลนาจอมเทียนมีการพัฒนาประสิทธิภาพ คุณภาพ และมาตรฐานการจัด การศึกษานอกระบบระดับการศึกษา ขั้นพื้นฐาน ทั้งด้านหลักสูตรรูปแบบ/กระบวนการเรียนการสอน สื่อและ นวัตกรรม ระบบการวัดและประเมินผล การเรียน และระบบการให้บริการนักศึกษาในรูปแบบอื่น ๆ 4) กศน.ตำบลนาจอมเทียน จัดให้มีการประเมินเพื่อเทียบระดับการศึกษา และการเทียบโอน ความรู้และประสบการณ์ ที่มีความโปร่งใส ยุติธรรม ตรวจสอบได้ มีมาตรฐานตามที่กําหนด และสามารถ ตอบสนองความต้องการ ของกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ 5) กศน.ตำบลนาจอมเทียน จัดให้มีกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียนที่มีคุณภาพที่ผู้เรียนต้อง เรียนรู้และเข้าร่วมปฏิบัติ กิจกรรม เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการจบหลักสูตร อาทิ กิจกรรมเสริมสร้างความ สามัคคี กิจกรรมเกี่ยวกับการป้องกัน และแก้ไขปัญหายาเสพติดการแข่งขันกีฬา การบําเพ็ญสาธารณประโยชน์ อย่างต่อเนื่อง การส่งเสริมการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข กิจกรรม ลูกเสือ เนตรนารี และยุวกาชาด กิจกรรม จิตอาสา และการจัดตั้งชมรม/ชุมนุม พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้เรียน นํากิจกรรมการบําเพ็ญประโยชน์อื่น ๆ นอกหลักสูตรมาใช้เพิ่มชั่วโมงกิจกรรมให้ผู้เรียนจบตามหลักสูตรได้ 1.2 การส่งเสริมการรู้หนังสือ 1) พัฒนาระบบฐานข้อมูลผู้ไม่รู้หนังสือ ให้มีความครบถ้วน ถูกต้อง ทันสมัยและเป็นระบบ เดียวกัน ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค 2) พัฒนาและปรับปรุงหลักสูตร สื่อ แบบเรียนเครื่องมือวัดผลและเครื่องมือการดําเนินงาน การ ส่งเสริมการรู้หนังสือที่สอดคล้องกับสภาพและบริบทของแต่ละกลุ่มเป้าหมาย 3) พัฒนาครู กศน. และภาคีเครือข่ายที่ร่วมจัดการศึกษา ให้มีความรู้ความสามารถ และ ทักษะการ จัดกระบวนการเรียนรู้ให้กับผู้ไม่รู้หนังสืออย่างมีประสิทธิภาพ และอาจจัดให้มีอาสาสมัครส่งเสริม การรู้หนังสือใน พื้นที่ที่มีความต้องการจําเป็นเป็นพิเศษ 4) ส่งเสริม สนับสนุนให้สถานศึกษาจัดกิจกรรมส่งเสริมการรู้หนังสือ การคงสภาพการรู้ หนังสือ การพัฒนาทักษะการรู้หนังสือให้กับประชาชนเพื่อเป็นเครื่องมือในการศึกษาและเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ตลอดชีวิต ของประชาชน 1.3 การศึกษาต่อเนื่อง 1) กศน.ตำบลนาจอมเทียนมีการจัดการศึกษาอาชีพเพื่อการมีงานทําอย่างยั่งยืน โดยให้ ความสําคัญกับการจัดการศึกษาอาชีพ เพื่อการมีงานทําในกลุ่มอาชีพเกษตรกรรม อุตสาหกรรม พาณิชยกรรม คหกรรม และอาชีพเฉพาะทางหรือการบริการ รวมถึงการเน้นอาชีพช่างพื้นฐาน ที่สอดคล้องกับศักยภาพของ ผู้เรียน ความต้องการและศักยภาพของแต่ละพื้นที่ มีคุณภาพได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับ สอดรับกับความ ต้องการของตลาดแรงงาน และการพัฒนาประเทศ ตลอดจน สร้างความเข้มแข็งให้กับศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน โดย จัดให้มีการส่งเสริมการรวมกลุ่มวิสาหกิจชุมชน การพัฒนา หนึ่งตําบลหนึ่งอาชีพเด่น การประกวดสินค้าดีพรี เมี่ยม การสร้างแบรนด์ของ กศน. รวมถึงการส่งเสริมและจัดหาช่องทางการจําหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ และ ให้มีการกํากับ ติดตาม และรายงานผลการจัดการศึกษาอาชีพ เพื่อการมีงานทําอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง 2) กศน.ตำบลนาจอมเทียนมีการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิตให้กับทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะคนพิการ ผู้สูงอายุ ที่สอดคล้องกับความต้องการจําเป็นของแต่ละบุคคล และมุ่งเน้นให้ทุก กลุ่มเป้าหมายมีทักษะการดํารงชีวิตตลอดจน สามารถประกอบอาชีพพึ่งพาตนเองได้มีความรู้ความสามารถใน การบริหารจัดการชีวิตของตนเองให้อยู่ในสังคม ได้อย่างมีความสุขสามารถเผชิญสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น 19
ในชีวิตประจําวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเตรียมพร้อมสําหรับการปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของ ข่าวสารข้อมูลและเทคโนโลยีสมัยใหม่ในอนาคต โดยจัดกิจกรรมที่มีเนื้อหาสําคัญต่าง ๆ เช่น การอบรมจิต อาสา การให้ความรู้เพื่อการป้องการการแพร่ระบาด ของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COMID - 19) การอบรม พัฒนาสุขภาพกายและสุขภาพจิต การอบรมคุณธรรม และจริยธรรม การป้องกันภัยยาเสพติด เพศศึกษา การ ปลูกฝังและการสร้างค่านิยมที่พึงประสงค์ ความปลอดภัย ในชีวิตและทรัพย์สิน ผ่านการอบรมเรียนรู้ใน รูปแบบต่าง ๆ อาทิ ค่ายพัฒนาทักษะชีวิต การจัดตั้งชมรม/ชุมนุม การอบรมส่งเสริมความสามารถพิเศษต่าง ๆ เป็นต้น 3) กศน.ตำบลนาจอมเทียนมีการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน โดยใช้หลักสูตร และการจัดกระบวนการเรียนรู้ แบบบูรณาการในรูปแบบของการฝึกอบรมการประชุม สัมมนา การจัดเวที แลกเปลี่ยนเรียนรู้การจัดกิจกรรม จิตอาสา การสร้างชุมชนนักปฏิบัติ และรูปแบบอื่นๆ ที่เหมาะสมกับ กลุ่มเป้าหมาย และบริบทของชุมชน แต่ละพื้นที่ เคารพความคิดของผู้อื่น ยอมรับความแตกต่างและ หลากหลายทางความคิดและอุดมการณ์ รวมทั้งสังคม พหุวัฒนธรรม โดยจัดกระบวนการให้บุคคลรวมกลุ่มเพื่อ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันสร้างกระบวนการจิตสาธารณะ การสร้างจิตสํานึกความเป็นประชาธิปไตย การเคารพ ในสิทธิและเสรีภาพ และรับผิดชอบต่อหน้าที่ความเป็นพลเมือง ที่ดีภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข การส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม การเป็นจิตอาสา การบําเพ็ญประโยชน์ใน ชุมชนการ บริหารจัดการน้ํา การรับมือกับสาธารณภัย การอนุรักษ์พลังงาน ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม การช่วยเหลือซึ่งกันและกันในการพัฒนาสังคมและชุมชนอย่างยั่งยืน 4) กศน.ตำบลนาจอมเทียนมีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ผ่านกระบวนการเรียนรู้ตลอดชีวิต ในรูปแบบต่าง ๆ ให้กับประชาชน เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน สามารถยืนหยัด อยู่ได้อย่างมั่นคง และมีการบริหารจัดการ ความเสี่ยงอย่างเหมาะสม ตามทิศทางการพัฒนาประเทศสู่ความ สมดุลและยั่งยืน 1.4 การศึกษาตามอัธยาศัย 1) กศน.ตำบลนาจอมเทียนมีการพัฒนาแหล่งการเรียนรู้ที่มีบรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่ เอื้อต่อการอ่านและพัฒนาศักยภาพ การเรียนรู้ให้เกิดขึ้นในสังคมไทย ให้เกิดขึ้นอย่างกว้างขวางและทั่วถึง เช่น การพัฒนา กศน. ตําบล ห้องสมุด ประชาชนทุกแห่งให้มีการบริการที่ทันสมัย ส่งเสริมและสนับสนุน อาสาสมัครส่งเสริมการอ่าน การสร้างเครือข่าย ส่งเสริมการอ่าน จัดหน่วยบริการห้องสมุดเคลื่อนที่ ห้องสมุด ชาวตลาด พร้อมหนังสือและอุปกรณ์เพื่อจัดกิจกรรม ส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ที่หลากหลายให้บริการกับ ประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ อย่างทั่วถึง สม่ำเสมอ รวมทั้ง เสริมสร้างความพร้อมในด้านบุคลากร สื่ออุปกรณ์เพื่อ สนับสนุนการอ่าน และการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการอ่าน อย่างหลากหลายรูปแบบ 2) จัดสร้างและพัฒนาศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ให้เป็นแหล่งเรียนรู้วิทยาศาสตร์ตลอด ชีวิต ของประชาชน เป็นแหล่งสร้างนวัตกรรมฐานวิทยาศาสตร์และเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงศิลปะวิทยาการ ประจําท้องถิ่น โดยจัดทําและพัฒนานิทรรศการสื่อและกิจกรรมการศึกษาที่เน้นการเสริมสร้างความรู้และสร้าง แรงบันดาลใจ ด้านวิทยาศาสตร์สอดแทรกวิธีการคิดเชิงวิเคราะห์ การคิดเชิงสร้างสรรค์ และปลูกฝังเจตคติทาง วิทยาศาสตร์ ผ่านการกระบวนการเรียนรู้ที่บูรณาการความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ ควบคู่กับเทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์และคณิตศาสตร์ รวมทั้งสอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง บริบทของชุมชน และประเทศ รวมทั้งระดับภูมิภาค และระดับโลกเพื่อให้ประชาชนมีความรู้และสามารถนําความรู้และทักษะไป ประยุกต์ใช้ในการดําเนินชีวิต การพัฒนา อาชีพ การรักษาสิ่งแวดล้อม การบรรเทาและป้องกันภัยพิบัติทาง ธรรมชาติ รวมทั้งมีความสามารถในการปรับตัวรองรับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของโลกที่เป็นไปอย่าง รวดเร็วและรุนแรง (Disruptive Changes) ได้อย่าง มีประสิทธิภาพ 20
3) กศน.ตำบลนาจอมเทียน ประสานความร่วมมือหน่วยงาน องค์กร หรือภาคส่วนต่าง ๆ ที่มีแหล่งเรียนรู้อื่น ๆ เพื่อส่งเสริม การจัดการศึกษาตามอัธยาศัยให้มีรูปแบบที่หลากหลาย และตอบสนอง ความต้องการของประชาชน เช่น พิพิธภัณฑ์ ศูนย์เรียนรู้ แหล่งโบราณคดี วัด ศาสนาสถาน ห้องสมุด รวมถึง ภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นต้น 2. ด้านหลักสูตร สือรูปแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้ การวัดและประเมินผลงานบริการ ทางวิชาการ และการประกันคุณภาพการศึกษา 2.1 ส่งเสริมการพัฒนาหลักสูตร รูปแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้และกิจกรรมเพื่อส่งเสริม การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยที่หลากหลาย ทันสมัย รวมถึงการพัฒนาหลักสูตรฐาน สมรรถนะ และ หลักสูตรท้องถิ่นที่สอดคล้องกับสภาพบริบทของพื้นที่และความต้องการของกลุ่มเป้าหมายและ ชุมชน 2.2 ส่งเสริมการพัฒนาสื่อแบบเรียน สื่ออิเล็กทรอนิกส์และสื่ออื่น ๆ ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของผู้เรียน กลุ่มเป้าหมายทั่วไปและกลุ่มเป้าหมายพิเศษ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา 2.3 พัฒนารูปแบบการจัดการศึกษาทางไกลให้มีความทันสมัย หลากหลายช่องทางการเรียนรู้ ด้วย ระบบห้องเรียนและการควบคุมการสอบรูปแบบออนไลน์ 2.4 พัฒนาระบบการประเมินเพื่อเทียบระดับการศึกษา และการเทียบโอนความรู้และประสบการณ์ เพื่อให้มีคุณภาพ มาตรฐาน และสามารถตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้ง มีการประชาสัมพันธ์ให้สาธารณชนได้รับรู้และสามารถเข้าถึงระบบการประเมินได้ 2.5 พัฒนาระบบการวัดและประเมินผลการศึกษานอกระบบทุกหลักสูตร โดยเฉพาะหลักสูตร ใน ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานให้ได้มาตรฐานโดยการนําแบบทดสอบกลาง และระบบการสอบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Exam) มาใช้อย่างมีประสิทธิภาพ 2.6 ส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาหลักสูตร รูปแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้ การ วัดและประเมินผล และเผยแพร่รูปแบบการจัด ส่งเสริม และสนับสนุนการจัดการศึกษานอกระบบและ การศึกษา ตามอัธยาศัย รวมทั้งให้มีการนําไปสู่การปฏิบัติอย่างกว้างขวางและมีการพัฒนาให้เหมาะสมกับ บริบทอย่างต่อเนื่อง 2.7 พัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาให้ได้มาตรฐาน มีการพัฒนาระบบการประกัน คุณภาพภายในที่สอดคล้องกับบริบทและภารกิจของ กศน. มากขึ้น เพื่อพร้อมรับการประเมินคุณภาพภายนอก โดยพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ ความเข้าใจ ตระหนักถึงความสําคัญของระบบการประกันคุณภาพ และ สามารถ ดําเนินการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษาได้อย่างต่อเนื่องโดยใช้การประเมินภายในด้วย ตนเอง และจัดให้มี ระบบสถานศึกษาพี่เลี้ยงเข้าไปสนับสนุนอย่างใกล้ชิด สําหรับสถานศึกษาที่ยังไม่ได้เข้ารับ การประเมินคุณภาพ ภายนอก ให้พัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาให้ได้คุณภาพตามมาตรฐานที่กําหนด 3. ด้านเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา 3.1 ผลิตและพัฒนารายการวิทยุและรายการโทรทัศน์เพื่อการศึกษาเพื่อให้เชื่อมโยงและตอบสนอง ต่อการจัดกิจกรรมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยของสถานศึกษาเพื่อกระจายโอกาสทาง การศึกษา สําหรับกลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ ให้มีทางเลือกในการเรียนรู้ที่หลากหลายและมีคุณภาพ สามารถพัฒนา ตนเองให้รู้เท่าทัน สื่อและเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการสื่อสาร เช่น รายการพัฒนาอาชีพเพื่อการมีงานทํา รายการติวเข้มเติมเต็มความรู้ รายการ รายการทํากินก็ได้ ทําขายก็ดี ฯลฯ เผยแพร่ทางสถานีวิทยุศึกษา สถานี วิทยุโทรทัศน์เพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ (ETV) และทางอินเทอร์เน็ต 21
3.2 พัฒนาการเผยแพร่การจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยโดยผ่านระบบ เทคโนโลยีดิจิทัล และช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ เช่น Youtube Facebook หรือ Application อื่น ๆ เพื่อ ส่งเสริม ให้ครู กศน. นําเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการสร้างกระบวนการเรียนรู้ด้วยตนเอง (Do It Yourself : DIY) 3.3 พัฒนาสถานีวิทยุศึกษาและสถานีโทรทัศน์เพื่อการศึกษาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และการ ออกอากาศให้กลุ่มเป้าหมายสามารถใช้เป็นช่องทางการเรียนรู้ที่มีคุณภาพได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต โดยขยาย เครือข่ายการรับฟังให้สามารถรับฟังได้ทุกที่ ทุกเวลา ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศและเพิ่มช่องทาง ให้สามารถ รับชมรายการโทรทัศน์ได้ทั้งระบบ Ku - Band C - Band Digital TV และทางอินเทอร์เน็ต พร้อมที่จะ รองรับ การพัฒนาเป็นสถานีวิทยุโทรทัศน์เพื่อการศึกษาสาธารณะ (Free ETV) 3.4 พัฒนาระบบการให้บริการสื่อเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาเพื่อให้ได้หลายช่องทางทั้งทาง อินเทอร์เน็ต และรูปแบบอื่น ๆ อาทิ Application บนโทรศัพท์เคลื่อนที่ และ Tablet รวมทั้งสื่อ Offline ในรูปแบบ ต่าง ๆ เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายสามารถเลือกใช้บริการเพื่อเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาและการเรียนรู้ได้ตามความต้องการ 3.5 สํารวจ วิจัย ติดตามประเมินผลด้านการใช้สื่อเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาอย่างต่อเนื่องเพื่อนําผล มา ใช้ในการพัฒนางานให้มีความถูกต้อง ทันสมัยและสามารถส่งเสริมการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต ของ ประชาชนได้อย่างแท้จริง 4. ด้านโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ หรือโครงการอันเกี่ยวเนื่องจากราชวงศ์ 4.1 กศน.ตำบลนาจอมเทียน ส่งเสริมและสนับสนุนการดําเนินงานโครงการอันเนื่องมาจาก พระราชดําริหรือโครงการ อันเกี่ยวเนื่องจากราชวงศ์ 4.2 กศน.ตำบลนาจอมเทียน จัดทําฐานข้อมูลโครงการและกิจกรรมของ กศน.ที่สนองงานโครงการอัน เนื่องมาจาก พระราชดําริหรือโครงการอันเกี่ยวเนื่องจากราชวงศ์เพื่อนําไปใช้ในการวางแผน การติดตาม ประเมินผลและการ พัฒนางานได้อย่างมีประสิทธิภาพ 4.3 กศน.ตำบลนาจอมเทียน ส่งเสริมการสร้างเครือข่ายการดําเนินงานเพื่อสนับสนุนโครงการอัน เนื่องมาจากพระราชดําริ เพื่อให้เกิดความเข้มแข็งในการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย 5. ด้านบุคลากรระบบการบริหารจัดการ และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน 5.1 การพัฒนาบุคลากร 1) พัฒนาบุคลากรทุกระดับทุกประเภทให้มีสมรรถนะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งก่อนและ ระหว่าง การดํารงตําแหน่งเพื่อให้มีเจตคติที่ดีในการปฏิบัติงานให้มีความรู้และทักษะตามมาตรฐานตําแหน่ง ให้ ตรงกับสายงาน ความชํานาญ และความต้องการของบุคลากรสามารถปฏิบัติงานและบริหารจัดการการ ดําเนินงานของหน่วยงานและ สถานศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพรวมทั้งส่งเสริมให้ข้าราชการในสังกัดพัฒนา ตนเองเพื่อเลื่อนตําแหน่ง หรือเลื่อนวิทยฐานะโดยเน้นการประเมินวิทยฐานะเชิงประจักษ์ 2) พัฒนาศึกษานิเทศก์ กศน. ให้มีสมรรถนะที่จําเป็นครบถ้วน มีความเป็นมืออาชีพ สามารถ ปฏิบัติการนิเทศได้อย่างมีศักยภาพ เพื่อร่วมยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษา ตาม อัธยาศัยในสถานศึกษา 3) พัฒนาหัวหน้า กศน.ตําบล/แขวงให้มีสมรรถนะสูงขึ้น เพื่อการบริหารจัดการ กศน.ตําบล/ แขวง และการปฏิบัติงานตามบทบาทภารกิจอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นการเป็นนักจัดการความรู้และผู้ อํานวย ความสะดวกในการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง 4) พัฒนาครู กศน. และบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาให้สามารถจัดรูปแบบการ เรียนรู้ ได้อย่างมีคุณภาพโดยส่งเสริมให้มีความรู้ความสามารถในการจัดทําแผนการสอน การจัดกระบวนการ เรียนรู้ การวัด และประเมินผล และการวิจัยเบื้องต้น 22
5) พัฒนาศักยภาพบุคลากร ที่รับผิดชอบการบริการการศึกษาและการเรียนรู้ ให้มีความรู้ ความสามารถและมีความเป็นมืออาชีพในการจัดบริการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประชาชน 6) ส่งเสริมให้คณะกรรมการ กศน. ทุกระดับ และคณะกรรมการสถานศึกษา มีส่วนร่วมใน การ บริหารการดําเนินงานตามบทบาทภารกิจของ กศน.อย่างมีประสิทธิภาพ 7) พัฒนาอาสาสมัคร กศน. ให้สามารถทําหน้าที่สนับสนุนการจัดการศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ 8) พัฒนาสมรรถนะและเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างบุคลากรรวมทั้งภาคีเครือข่ายทั้งใน และต่างประเทศในทุกระดับ โดยจัดให้มีกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างสัมพันธภาพและเพิ่มประสิทธิภาพในการ ทํางาน ร่วมกันในรูปแบบที่หลากหลายอย่างต่อเนื่องอาทิ การแข่งขันกีฬา การอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนา ประสิทธิภาพ ในการทํางาน 5.2 การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและอัตรากําลัง 1) จัดทําแผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและดําเนินการปรับปรุงสถานที่และวัสดุอุปกรณ์ ให้มี ความพร้อมในการจัดการศึกษาและการเรียนรู้ 2) สรรหา บรรจุ แต่งตั้ง และบริหารอัตรากําลังที่มีอยู่ทั้งในส่วนที่เป็นข้าราชการ พนักงาน ราชการ และลูกจ้าง ให้เป็นไปตามโครงสร้างการบริหารและกรอบอัตรากําลัง รวมทั้งรองรับกับบทบาทภารกิจ ตามที่กําหนดไว้ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการปฏิบัติงาน 3) แสวงหาความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนในการระดมทรัพยากรเพื่อนํามาใช้ ในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานให้มีความพร้อมสําหรับดําเนินกิจกรรมการศึกษานอกระบบและการศึกษา ตามอัธยาศัย และการส่งเสริมการเรียนรู้สําหรับประชาชน 5.3 การพัฒนาระบบบริหารจัดการ 1) พัฒนาระบบฐานข้อมูลให้มีความครบถ้วน ถูกต้อง ทันสมัย และเชื่อมโยงกันทั่วประเทศ อย่างเป็นระบบเพื่อให้หน่วยงานและสถานศึกษาในสังกัดสามารถนําไปใช้เป็นเครื่องมือสําคัญในการบริหาร การวางแผน การปฏิบัติงาน การติดตามประเมินผล รวมทั้งจัดบริการการศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อัธยาศัย อย่างมีประสิทธิภาพ 2) เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการงบประมาณ โดยพัฒนาระบบการกํากับ ควบคุม และเร่งรัด การเบิกจ่ายงบประมาณให้เป็นตามเป้าหมายที่กําหนดไว้ 3) พัฒนาระบบฐานข้อมูลรวมของนักศึกษา กศน. ให้มีความครบถ้วน ถูกต้อง ทันสมัย และ เชื่อมโยงกันทั่วประเทศ สามารถสืบค้นและสอบทานได้ทันความต้องการเพื่อประโยชน์ในการจัด การศึกษาให้กับ ผู้เรียนและการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ 4) ส่งเสริมให้มีการจัดการความรู้ในหน่วยงานและสถานศึกษาทุกระดับ รวมทั้งการศึกษา วิจัย เพื่อสามารถนํามาใช้ในการพัฒนาประสิทธิภาพการดําเนินงานที่สอดคล้องกับความต้องการของ ประชาชน และชุมชนพร้อมทั้งพัฒนาขีดความสามารถเชิงการแข่งขันของหน่วยงานและสถานศึกษา 5) สร้างความร่วมมือของภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาสังคมทั้งใน ประเทศ และต่างประเทศ รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อสร้างความเข้าใจ และให้ เกิดความร่วมมือ ในการส่งเสริม สนับสนุน และจัดการศึกษาและการเรียนรู้ให้กับประชาชนอย่างมีคุณภาพ 6) ส่งเสริมการใช้ระบบสํานักงานอิเล็กทรอนิกส์ (e-office) ในการบริหารจัดการ เช่น ระบบ การ ลา ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ ระบบการขอใช้รถราชการ ระบบการขอใช้ห้องประชุม เป็นต้น 7) พัฒนาและปรับระบบวิธีการปฏิบัติราชการให้ทันสมัย มีความโปร่งใส ปลอดการทุจริต และประพฤติมิชอบ บริหารจัดการบนข้อมูลและหลักฐานเชิงประจักษ์ มุ่งผลสัมฤทธิ์มีความโปร่งใส 23
5.4 การกํากับ นิเทศติดตามประเมิน และรายงานผล 1) สร้างกลไกการกํากับ นิเทศ ติดตาม ประเมิน และรายงานผลการดําเนินงานการศึกษา นอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยให้เชื่อมโยงกับหน่วยงาน สถานศึกษา และภาคีเครือข่ายทั้งระบบ 2) ให้หน่วยงานและสถานศึกษาที่เกี่ยวข้องทุกระดับ พัฒนาระบบกลไกการกํากับ ติดตาม และ รายงานผลการนํานโยบายสู่การปฏิบัติ ให้สามารถตอบสนองการดําเนินงานตามนโยบายในแต่ละเรื่องได้ อย่างมี ประสิทธิภาพ 3) ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และสื่ออื่น ๆ ที่เหมาะสม เพื่อการ กํากับ นิเทศ ติดตาม ประเมินผล และรายงานผลอย่างมีประสิทธิภาพ 4) พัฒนากลไกการติดตามประเมินผลการปฏิบัติราชการตามคํารับรองการปฏิบัติราชการ ประจําปี ของหน่วยงาน สถานศึกษา เพื่อการรายงานผลตามตัวชี้วัดในคํารับรองการปฏิบัติราชการประจําปี ของสํานักงาน กศน.ให้ดําเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นไปตามเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาที่กําหนด 5) ให้มีการเชื่อมโยงระบบการนิเทศในทุกระดับ ทั้งหน่วยงานภายในและภายนอกองค์กร ตั้งแต่ ส่วนกลาง ภูมิภาค กลุ่มจังหวัด จังหวัด อําเภอ/เขต และตําบล/แขวง เพื่อความเป็นเอกภาพในการใช้ ข้อมูล และการพัฒนางานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย จุดเน้นการดำเนินงานตามแนวทาง/กลยุทธ์ กศน.ตำบลนาจอมเทียน 1. จุดเน้นด้านประชากรกลุ่มเป้าหมาย ทททททททท1.1 กศน.ตำบลนาจอมเทียน มุ่งเน้นสร้างโอกาสทางการศึกษาที่มีความเป็นธรรมให้กับประชากร ทุกกลุ่มตำนาจอมเทียน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มผู้ด้อย ผู้พลาด และผู้ขาดโอกาสทางการศึกษา ทั้งนี้จำแนก ประชากรกลุ่มเป้าหมายไว้ ดังนี้ ทททททททท (1) จำแนกตามช่วงอายุมี3 กลุ่ม ได้แก่ ททททททททททททท (1.1) กลุ่มวัยเรียนการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ระดับการศึกษาขั้น พื้นฐาน (อายุ6-14ปี) ททททททททททททท(1.2) กลุ่มประชากรวัยแรงงาน (อายุ15-59 ปี) ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มย่อย 1.2.1 กลุ่มวันแรงงานอายุ15-39 ปีเป็นกลุ่มวันแรงงานที่ให้ความสำคัญในการ จัดบริการการเรียนรู้ เป็นกลุ่มแรก 1.2.2 กลุ่มวัยแรงงานอายุ40-59ปีเป็นกลุ่มวัยแรงงานที่ให้ความสำคัญในการ จัดบริการการเรียนรู้ รองลงมา (1.3) กลุ่มผู้สูงอายุ แบ่งเป็น 4 กลุ่มย่อย โดยให้ความสำคัญในการจัดบริการการเรียนรู้ จากมากไปหาน้อยตามลำดับ ดังนี้ กลุ่มอายุ60-69 ปี กลุ่มอายุ70-79 ปี กลุ่มอายุ80-69 ปี กลุ่มอายุ90ปี ขึ้นไป (2) จำแนกตามคุณลักษณะเฉพาะทางสังคม-ประชากรที่เกี่ยวเนื่องกับการเข้าสู่โอกาสทาง การศึกษา แบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ดังนี้ (2.1) กลุ่มที่มีเงื่อนไขข้อจำกัดในการเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา/การเรียนรู้จำแนก เป็น 3 กลุ่มใหญ่17 กลุ่มย่อย ดังนี้ 24
2.1.1 กลุ่มผู้ด้อยโอกาส เป็นกลุ่มที่มีโอกาสในการที่จะเข้ารับบริการทางการศึกษา/ ร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ ด้อยกว่าคนปกติเนื่องมาจากข้อจำกัดทางร่างกาย/จิตใจ/สติปัญญาหรือความสามารถ ในการเรียนรู้ ข้อจำกัดทางด้านฐานะทางเศรษฐกิจหรือความยากจน ข้อจำกัดด้านการติดต่อสื่อสารอัน เนื่องมาจากความแตกต่างทางภาษา/วัฒนธรรม 3 กลุ่มย่อยมี 2.1.2 กลุ่มผู้พลาดโอกาส เป็นกลุ่มที่พลาดโอกาสในการที่จะเข้ารับบริการทาง การศึกษา/ร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ อันเนื่องมาจาก ความไม่สามารถในการที่จะรับการศึกษา/การเรียนรู้ ได้ อย่างต่อเนื่องไม่มีความประสงค์ที่จะรับการศึกษา การเรียนรู้ จนจบหลักสูตรหรือระดับชั้นการศึกษาใดๆ การย้ายถิ่น/เร่ร่อน เงื่อนไขข้อจำกัดเกี่ยวกับอายุ7 กลุ่มย่อย 2.1.3 กลุ่มผู้ขาดโอกาส เป็นกลุ่มที่ไม่สามารถเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา/ร่วม กิจกรรมการเรียนรู้อันเนื่อง 1) การอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยจากการก่อการร้าย/การก่อความไม่สงบบริเวณชายแดน 2) การอยู่ในพื้นที่ชนบทห่างไกล หรือยากลำบากในการคมนาคมติดต่อสื่อสาร 3) การมีถิ่นอยู่ในต่างประเทศ 4) การถูกจำคุก คุมขังหรือจำกัดบริเวณตามคำพิพากษา 5) การไม่มีสิทธิภาพในฐานะพลเมืองไทยหรือ 7กลุ่มย่อยมี ได้แก่ ทท (1) กลุ่มประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยจากการก่อการร้ายการก่อความไม่สงบในบริเวณ ชายแดน (2) กลุ่มประชาชนในพื้นที่ชนบทห่างไกลหรือยากลำบากในการคมนาคมติดต่อสื่อสาร (3) กลุ่มคนไทยในต่างประเทศ (4) กลุ่มผู้ต้องขัง (5) กลุ่มเด็ก/เยาวชนในสถานพินิจ (6) กลุ่มแรงงานต่างด้าว หรือแรงงานข้ามชาติ (7) กลุ่มบุคคลที่ไม่มีทะเบียนราษฎร์ (2.2) กลุ่มที่ไม่มีเงื่อนไขข้อจากัดในการเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา/การเรียนรู้ จำแนกเป็น 4 กลุ่มย่อย ได้แก่ ททททททททกลุ่มบุคคลผู้เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น/ภูมิปัญญาพื้นบ้านหรือปราชญ์ชาวบ้าน กลุ่มผู้นำชุมชนทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ ททททททททกลุ่มนักเรียน/นักศึกษาในระบบโรงเรียนที่สนใจเติมเต็มความรู้ กลุ่มประชาชนทั่วไป 2.จุดเน้นของ กศน.ตำบลนาจอมเทียน และภาคีเครือข่าย 2.1 ผู้บริหารสถานศึกษา ครู บุคลากรทางการศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษา คณะกรรมการ กศน.ตำบล และครู กศน.ตำบล ทุกคน ได้รับการพัฒนาให้มี ศักยภาพและความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจ ตามบทบาทหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ 2.2 มีการประสานเชื่อมโยงการทำงานตามโครงสร้างภายใน กศน.ตำบลกับภาคีเครือข่ายทั้งใน ระดับนโยบายและระดับปฏิบัติอย่างเป็นระบบโดยมีเอกภาพในเชิงนโยบาย และเน้นผลสัมฤทธิ์เป็นเป้า หมายความสาเร็จในการทำงาน 25
2.3 กศน.ตำบลมีแผนจุลภาค (Micro Planning) เป็นเครื่องมือในการจัดกิจกรรมหรือออกแบบ กิจกรรมการเรียนรู้ ทางการศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อัธยาศัยให้กับประชาชนกลุ่มเป้าหมายใน พื้นที่ โดยมีข้อมูลพื้นฐานที่สำคัญ ได้แก่ สภาพทางกายภาพของชุมชน ปัญหา/ความต้องการของประชาทาง การศึกษา กลุ่มเป้าหมาย แต่ละกลุ่ม แต่ละประเภท แหล่งวิทยากรชุมชน (ทุนมนุษย์ ทุนสังคมกายภาพ และ ทุกการเงิน) ซึ่งมีการปรับปรุงข้อมูลดังกล่าวให้เป็นปัจจุบันทุกรอปีงบประมาณ 3.จุดเน้นด้านผลสัมฤทธิ์กศน.ตำบลนาจอมเทียน 3.1 ประชากรกลุ่มเป้าหมาย กศน.ตำบลนาจอมเทียน ที่สำเร็จหลักสูตรหรือร่วมกิจกรรมการศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย มีผลสัมฤทธิ์ที่มีคุณภาพ ตรง ตามจุดมุ่งหมายของหลักสูตรหรือกิจกรรม การศึกษา/การเรียนรู้ ที่กำหนดไว้ และสามารถนำความรู้ และประสบการณ์การเรียนรู้โยชน์ได้จริงที่ได้รับไป ใช้ 3.2 นักศึกษา/ผู้เรียนที่สำเร็จหลักสูตรการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย มีคุณธรรม จริยธรรม ยึดค่านิยมหลักของคนไทย 12 ประการ ในการดำเนินชีวิตและมีความใฝ่รู้ ใฝ่เรียนอย่างต่อเนื่อง ตลอดชีวิต 3. หลักการพัฒนาสังคมและชุมชน 1 สาระสำคัญ การจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน เป็นการจัดการศึกษาที่บูรณาการความรู้และทักษะ จากการศึกษาที่ผู้เรียนมีอยู่หรือได้รับจากการเข้าร่วมกิจกรรมการศึกษานอกโรงเรียนโดยมีรูปแบบการเรียนรู้ที่ หลากหลายใช้ชุมชนเป็นฐานในการพัฒนาการเรียนรู้และทุนทางสังคมเป็นเครื่องมือในการจัดการเรียนรู้ เพื่อ พัฒนาสังคมและชุมชนให้มีความเข้มแข็งสามารถพึ่งพาตนเองได้ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง และประชาชน อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขตามวิถีทางการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ตลอดจนอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี มี การพัฒนาที่ยั่งยืน 2. นโยบาย เร่งรัดจัดการศึกษานอกโรงเรียนเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคม โดยใช้ชุมชนเป็น ฐานบูรณาการความรู้และทักษะการดำรงชีวิต เพื่อให้เกิดสังคมแห่งการเรียนรู้ นำไปสู่สังคมที่เข้มแข็ง มีความ เอื้ออาทรต่อกัน และพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน 3. เป้าหมายสาธารณะ การจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชนเป็นการจัดการศึกษาที่มุ่งใช้กระบวนการศึกษาเป็น เครื่องมือในการพัฒนาสังคมและชุมชนให้มีความเข้มแข็ง พึ่งตนเองได้ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง มีความ เอื้ออาทร มีคุณธรรม จริยธรรม สืบทอดวัฒนธรรมและภูมิปัญญา ประชาชนมีส่วนร่วมในการดูแลรักษา ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม และกำหนดทิศทางการพัฒนาของสังคมและชุมชนตามแนวทางในระบอบประชาธิปไตย โดยมีเป้าหมาย ดังนี้ (1) ให้มีกิจกรรมการพัฒนาสังคมและชุมชน 1 โครงการ (2) ให้บริการนิทรรศการการศึกษา (3) จัดค่ายเยาวชนประชาธิปไตย /ค่ายประชาชนประชาธิปไตย (4) จัดกิจกรรมธรรมะเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน 26
4. แนวทางและมาตรการ (1) พัฒนาศักยภาพการทำงานของบุคลากร กศน. โดยปรับบทบาทการทำงานให้สอดคล้องกับ หน้าที่ สร้างความรู้ความเข้าใจในการจัดกิจกรรมการศึกษานอกโรงเรียนตามนโยบาย และกำหนดให้ครู กศน. รับผิดชอบการจัดกิจกรรมระดับตำบลในลักษณะ Project Approach (2) ดำเนินการในรูปโครงการที่ให้ความสำคัญกับประเด็นหลักของการพัฒนา 4 ด้าน กล่าวคือ เศรษฐกิจ (วิสาหกิจชุมชน) การเมืองการปกครอง(ประชาธิปไตย) สังคม(วัฒนธรรมและภูมิปัญญาชุมชน) และ สิ่งแวดล้อม ตลอดจนการสั่งสอนอบรมเผยแผ่ธรรมะและคุณธรรม จริยธรรม ตามหลักของศาสนาในแต่ละ ท้องถิ่น โดยบูรณาการการเรียนรู้เข้ากับสภาพจริงของชุมชน (3) ส่งเสริมให้ประชาชน ชุมชน และกลไกทุกภาคส่วนของสังคม เป็นผู้รับผิดชอบหลัก(เจ้าภาพ) ในการจัดกิจกรรมการศึกษานอกโรงเรียนที่สอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่ โดยเฉพาะการจัดอบรมความรู้ ให้กับประชาชนกลุ่มเป้าหมายในเรื่องการจัดการ การตลาด และบรรจุภัณฑ์ (4) ใช้ทุนทางสังคมสนับสนุนการจัดกิจกรรมการศึกษานอกโรงเรียนในชุมชน (5) ส่งเสริมให้มีการจัดทำเวทีชาวบ้านเพื่อให้ชุมชนเรียนรู้สภาพปัญหาและความต้องการของ ชุมชนและจัดทำแผนแม่บทชุมชน (6) ส่งเสริมให้เกิดกิจกรรมการพัฒนาสังคมและชุมชน 1 โครงการ 5. ตัวชี้วัด เชิงปริมาณ – จำนวนผู้เข้ารับการอบรมและพัฒนาวิชาชีพ – จำนวนผู้สำเร็จตามหลักสูตรที่กำหนด เชิงคุณภาพ -ความพึงพอใจของผู้รับบริการ -ประโยชน์ที่ผู้รับบริการได้รับ การจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน โดยให้ประชาชน ชุมชนร่วมกัน รับผิดชอบและเห็นถึงความสำคัญในการฟื้นฟูพัฒนาสังคมและชุมชนของตนเอง เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนเกิด การเรียนรู้ บูรณาการความรู้ ประสบการณ์ และทักษะอาชีพ เข้ามาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาสังคมและ ชุมชนโดยรวม ทำให้เกิดสังคมแห่งการเรียนรู้ นำไปสู่สังคมที่เข้มแข็ง มีความเอื้ออาทรต่อกัน และพึ่งพาตนเอง ได้อย่างยั่งยืน กิจกรรมพัฒนาสังคมและชุมชนมี 5 ด้าน คือ 1. ด้านเศรษฐกิจ - กิจกรรมเศรษฐกิจชุมชนพึ่งตนเอง 2. ด้านการเมือง - กิจกรรมส่งเสริมประชาธิปไตย 3. ด้านสังคม - กิจกรรมชุมชนแห่งการเรียนรู้ 4. ด้านสิ่งแวดล้อม - กิจกรรมรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม 5. ด้านศิลปวัฒนธรรม - กิจกรรมเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน การจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน เป็นการจัดการศึกษาที่บูรณาการความรู้ และ ทักษะจากการศึกษาที่ผู้เรียนมีอยู่ หรือได้รับจากการเข้าร่วมกิจกรรมการศึกษานอกโรงเรียน โดยมีรูปแบบการ เรียนที่หลากหลาย ให้ชุมชนเป็นฐานในการพัฒนาการเรียนรู้ และทุนทางสังคมเป็นเครื่องมือในการจัดการ เรียนรู้เพื่อพัฒนาสังคมและชุมชนให้มีความเข้มแข็ง สามารถพึ่งพาตนเองได้ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง และประชาชนอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขตามวิถีทางการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ตลอดจนอยู่ใน สภาพแวดล้อมที่ดีมีการพัฒนาที่ยั่งยืน 27
4.กิจกรรมการเรียนรู้ด้านเศรษฐกิจพอเพียง ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาชี้ถึงแนวการดำรงอยู่และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับ ตั้งแต่ ระดับครอบครัว ระดับชุมชน จนถึงระดับรัฐ ทั้งในการพัฒนาและบริหารประเทศให้ดำเนินไปในทางสายกลาง โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจ เพื่อให้ก้าวทันต่อโลกยุคโลกาภิวัตน์ ความพอเพียง หมายถึง ความ พอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึงความจำเป็นที่จะต้องมีระบบภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีพอสมควร ต่อการกระทบ ใดๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายในภายนอก ทั้งนี้จะต้องอาศัยความรอบรู้ ความรอบคอบ และความ ระมัดระวังอย่างยิ่งในการนำวิชาการต่างๆ มาใช้ในการวางแผนและการดำเนินการ ทุกขั้นตอน และ ขณะเดียวกัน จะต้องเสริมสร้างพื้นฐานจิตใจของคนในชาติ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐ นักทฤษฎีและนัก ธุรกิจในทุกระดับ ให้มีสำนึกในคุณธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต และให้มีความรอบรู้ที่เหมาะสม ดำเนินชีวิตด้วย ความอดทน ความเพียร มีสติ ปัญญา และความรอบคอบ เพื่อให้สมดุลและพร้อมต่อการรองรับการ เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและกว้างขวาง ทั้งด้านวัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมจากโลกภายนอกได้ เป็นอย่างดี ความหมายของเศรษฐกิจพอเพียง จึงประกอบด้วยคุณสมบัติดังนี้ 1. ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีที่ไม่น้อยเกินไปและไม่มากเกินไป โดยไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น เช่น การผลิตและการบริโภคที่อยู่ในระดับพอประมาณ 2. ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับความพอเพียงนั้น จะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผล โดย พิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้นๆ อย่างรอบคอบ 3. ภูมิคุ้มกัน หมายถึง การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น โดย คำนึงถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ต่างๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต โดยมีเงื่อนไข ของการตัดสินใจและดำเนินกิจกรรมต่างๆ ให้อยู่ในระดับพอเพียง ๒ ประการ ดังนี้ 1. เงื่อนไขความรู้ประกอบด้วย ความรอบรู้เกี่ยวกับวิชาการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องรอบด้าน ความรอบคอบที่จะนำ ความรู้เหล่านั้นมาพิจารณาให้เชื่อมโยงกัน เพื่อประกอบการวางแผนและความระมัดระวังในการปฏิบัติ 2. เงื่อนไขคุณธรรม ที่จะต้องเสริมสร้าง ประกอบด้วย มีความตระหนักใน คุณธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริตและ มีความอดทน มีความเพียร ใช้สติปัญญาในการดำเนินชีวิต นิยาม (Working definition) ความพอเพียง หมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผลรวมถึง ความจำเป็นที่ จะต้องมีระบบภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีพอสมควร ต่อการ มีผลกระทบใดๆอันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้ง ภายนอกและ ภายใน ความหมาย ความพอเพียง (Sufficiency) จะต้องประกอบด้วย 3 คุณลักษณะ พร้อมๆกัน ได้แก่ ความพอประมาณ ความมีเหตุผล และภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี กล่าวคือ กิจกรรมใดๆที่ขาดคุณลักษณะใดคุณลักษณะหนึ่งไปก็จะไม่ สามารถเรียกได้ว่าเป็นความพอเพียง คุณลักษณะทั้ง 3 ประกอบด้วย 28
(1) ความพอประมาณ (Moderation) หมายถึง ความพอดี(dynamic optimum) ที่ไม่มาก เกินไปและไม่น้อยเกินไป ในมิติต่างๆของการกระทำ ตัวอย่างเช่น กิจกรรมทางเศรษฐกิจ เช่น การผลิตและ การบริโภค ที่อยู่ในระดับพอประมาณ เพื่อนำไปสู่ความสมดุลและพร้อมต่อการรองรับการเปลี่ยนแปลง4 (2) ความมีเหตุผล (Reasonableness) หมายถึง การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับของความพอประมาณ ในมิติต่างๆ นั้น จะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผล โดยพิจารณาจากเหตุ ปัจจัย และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ตลอดจน ผลที่ คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้นๆ (expected results) อย่างรอบคอบ (3) การมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีพอสมควร (Self-immunity) เพื่อเตรียมตัวพร้อมรับผลกระทบที่คาด ว่าจะเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆ เนื่องจาก เศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาที่มองโลกเชิงระบบที่มี ลักษณะพลวัตรดังได้ กล่าวแล้วข้างต้น การกระทำที่จะสามารถเรียกได้ว่า พอเพียง (systematic and dynamic optimum) นั้น จึงมิใช่ แต่จะคำนึงถึงเหตุการณ์และผลในปัจจุบันเท่านั้น แต่จำเป็นที่จะต้อง คำนึงถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ต่างๆ (scenario) ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตทั้งใกล้และไกล ภายใต้ ข้อจำกัดของความรู้ที่มีอยู่ (bounded rationality) และสร้างภูมิคุ้มกันในตัวให้พอเพียงที่จะสามารถพร้อม รับต่อการเปลี่ยนแปลงต่างๆได้กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ระดับของความพอประมาณต้องครอบคลุมมิติการจัดการ ความเสี่ยง (risk management) เชิงพลวัตร (dynamic) จึงจะนับได้ว่าเป็นระดับพอเพียงที่สมบูรณ์ เงื่อนไข (Conditions of Sufficiency Actions) ทั้งนี้ ต้องอาศัยความรอบรู้ ความรอบคอบ และความระมัดระวัง อย่างยิ่งในการนำ วิชาการต่างๆ มาใช้ในการวางแผนและการ ดำเนินการทุกขั้นตอน ขณะเดียวกัน ต้องเสริมสร้างพื้นฐาน จิตใจ ของคนในชาติ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐ นักทฤษฎี และ นักธุรกิจในทุกระดับ ให้มีสำนึก คุณธรรมความซื่อสัตย์สุจริตและ ให้มีความรอบรู้ที่เหมาะสม ดำเนินชีวิตด้วยความอดทน ความเพียร มี สติปัญญา และความรอบคอบ ความหมาย เงื่อนไขกรอบความรู้ (Set of knowledge) ที่จะนำไปสู่การตัดสินใจในการประกอบกิจกรรมทาง เศรษฐกิจที่อยู่ในระดับพอเพียง ต้องอาศัย ก) ความรอบรู้คือ มีความรู้(Stock of all relevant knowl-edge) เกี่ยวกับวิชาการต่างๆ อย่างรอบด้าน โดยครอบคลุมเนื้อหาของเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้เป็นพื้นฐานสำหรับ การนำไปใช้ในโอกาสและเวลาต่างๆ ข) ความรอบคอบ คือ ความสามารถที่จะนำความรู้และหลักวิชาต่างๆ เหล่านั้น มาพิจารณาให้ เชื่อมโยงสัมพันธ์กัน (Connectivity of all acquired knowledge) ประกอบการ วางแผน ก่อนที่จะนำไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติทุกขั้นตอน ค) ความระมัดระวัง คือ ความมีสติในการนำแผนปฏิบัติที่ตั้งอยู่บนหลักวิชาต่างๆเหล่านั้นไป ใช้ในทางปฏิบัติ (Utilization of knowledge at any point of time with carefulness and attentiveness) เพราะในความ เป็นจริงแล้ว สถานการณ์ เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ดังนั้นการนำความรู้และความรอบคอบมาใช้จึงต้องอาศัยความ ระมัดระวังให้รู้เท่าทันเหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปด้วย 29
เงื่อนไขคุณธรรม (Ethical Qualifications) ที่จะต้อง เสริมสร้างใน 2 ด้าน ได้แก่ ก) ด้านจิตใจ /ปัญญา โดยเน้นความรู้คู่คุณธรรม กล่าวคือ ตระหนักในคุณธรรม มีความซื่อสัตย์ สุจริต และ มีความรอบรู้ที่เหมาะสม ข) ด้านการกระทำ หรือแนวทางการดำเนินชีวิต โดยเน้น ความอดทน ความเพียร สติปัญญา และความรอบคอบ ทั้งนี้ มีกลุ่มเป้าหมายที่เน้นเป็นพิเศษในการเสริมสร้างเงื่อนไข 2 ด้านข้างต้น คือ เจ้าหน้าที่ของรัฐ นักทฤษฎี และนักธุรกิจในทุกระดับ เนื่องจากการกระทำใดๆของคนกลุ่มนี้สามารถก่อให้เกิดผลกระทบใน สังคมวงกว้างได้ ประเทศไทยกับเศรษฐกิจพอเพียง เศรษฐกิจพอเพียง มุ่งเน้นให้ผู้ผลิต หรือผู้บริโภค พยายามเริ่มต้นผลิต หรือบริโภคภายใต้ขอบเขต ข้อจำกัดของรายได้หรือทรัพยากรที่มีอยู่ไปก่อน ซึ่งก็คือ หลักในการลดการพึ่งพา เพิ่มขีดความสามารถในการ ควบคุมการผลิตได้ด้วยตนเอง และลดภาวะการเสี่ยงจากการไม่สามารถควบคุมระบบตลาดได้อย่างมี ประสิทธิภาพ เศรษฐกิจพอเพียงมิใช่หมายความถึง การกระเบียดกระเสียนจนเกินสมควร หากแต่อาจฟุ่มเฟือย ได้เป็นครั้งคราวตามอัตภาพ แต่คนส่วนใหญ่ของประเทศ มักใช้จ่ายเกินตัว เกินฐานะที่หามาได้ เศรษฐกิจพอเพียง สามารถนำไปสู่เป้าหมายของการสร้างความมั่นคงในทางเศรษฐกิจได้ เช่น โดย พื้นฐานแล้ว ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม เศรษฐกิจของประเทศจึงควรเน้นที่เศรษฐกิจการเกษตร เน้นความมั่นคงทางอาหาร เป็นการสร้างความมั่นคงให้เป็นระบบเศรษฐกิจในระดับหนึ่ง จึงเป็นระบบ เศรษฐกิจที่ช่วยลดความเสี่ยง หรือความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจในระยะยาวได้เศรษฐกิจพอเพียง สามารถ ประยุกต์ใช้ได้ในทุกระดับ ทุกสาขา ทุกภาคของเศรษฐกิจ ไม่จำเป็นจะต้องจำกัดเฉพาะแต่ภาคการเกษตร หรือ ภาคชนบท แม้แต่ภาคการเงิน ภาคอสังหาริมทรัพย์ และการค้าการลงทุนระหว่างประเทศ โดยมีหลักการที่ คล้ายคลึงกันคือ เน้นการเลือกปฏิบัติอย่างพอประมาณ มีเหตุมีผล และสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ตนเองและสังคม การดำเนินชีวิตตามแนวพระราชดำริพอเพียง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเข้าใจถึงสภาพสังคมไทย ดังนั้น เมื่อได้พระราชทานแนวพระราชดำริ หรือ พระบรมราโชวาทในด้านต่างๆ จะทรงคำนึงถึงวิถีชีวิต สภาพสังคมของประชาชนด้วย เพื่อไม่ให้เกิดความ ขัดแย้งทางความคิด ที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้งในทางปฏิบัติได้ แนวพระราชดำริในการดำเนินชีวิตแบบพอเพียง 1. ยึดความประหยัด ตัดทอนค่าใช้จ่ายในทุกด้าน ลดละความฟุ่มเฟือยในการใช้ชีวิต 2. ยึดถือการประกอบอาชีพด้วยความถูกต้อง ซื่อสัตย์สุจริต 3. ละเลิกการแก่งแย่งผลประโยชน์และแข่งขันกันในทางการค้าแบบต่อสู้กันอย่างรุนแรง 4. ไม่หยุดนิ่งที่จะหาทางให้ชีวิตหลุดพ้นจากความทุกข์ยาก ด้วยการขวนขวายใฝ่หาความรู้ให้มีรายได้เพิ่มพูน ขึ้น จนถึงขั้นพอเพียงเป็นเป้าหมายสำคัญ 5. ปฏิบัติตนในแนวทางที่ดี ลดละสิ่งชั่ว ประพฤติตนตามหลักศาสนา 30
ตัวอย่างเศรษฐกิจพอเพียง ทฤษฎีใหม่ คือ ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมของการประยุกต์ใช้เศรษฐกิจพอเพียงที่เด่นชัดที่สุด ซึ่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระราชดำรินี้เพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรที่มักประสบปัญหา ทั้งภัยธรรมชาติและปัจจัยภายนอกที่มีผลกระทบต่อการทำการเกษตร ให้สามารถผ่านพ้นช่วงเวลาวิกฤต โดยเฉพาะการขาดแคลนน้ำได้โดยไม่เดือดร้อนและยากลำบากนัก ความเสี่ยงที่เกษตรกร มักพบเป็นประจำ ประกอบด้วย 1. ความเสี่ยงด้านราคาสินค้าเกษตร 2. ความเสี่ยงในราคาและการพึ่งพาปัจจัยการผลิตสมัยใหม่จากต่างประเทศ 3. ความเสี่ยงด้านน้ำ ฝนทิ้งช่วง ฝนแล้ง 4. ภัยธรรมชาติอื่นๆ และโรคระบาด 5. ความเสี่ยงด้านแบบแผนการผลิต - ความเสี่ยงด้านโรคและศัตรูพืช - ความเสี่ยงด้านการขาดแคลนแรงงาน - ความเสี่ยงด้านหนี้สินและการสูญเสียที่ดิน ทฤษฎีใหม่ จึงเป็นแนวทางหรือหลักการในการบริหารการจัดการที่ดินและน้ำ เพื่อการเกษตรในที่ดิน ขนาดเล็กให้เกิดประโยชน์สูงสุด ความสำคัญของทฤษฎีใหม่ 1. มีการบริหารและจัดแบ่งที่ดินแปลงเล็กออกเป็นสัดส่วนที่ชัดเจน เพื่อประโยชน์สูงสุดของเกษตรกร ซึ่งไม่เคยมีใครคิดมาก่อน 2. มีการคำนวณโดยใช้หลักวิชาการเกี่ยวกับปริมาณน้ำที่จะกักเก็บให้พอเพียงต่อการเพาะปลูกได้ อย่างเหมาะสมตลอดปี 3. มีการวางแผนที่สมบูรณ์แบบสำหรับเกษตรกรรายย่อย โดยมีถึง ๓ ขั้นตอน 2. ด้านการส่งเสริมอาชีพการเกษตร 2.1 งานพัฒนาที่ดิน ได้ดำเนินการจัดระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ โดยในปี 2553 ได้มีการดำเนินการใน พื้นที่ 473 ไร่ สาธิตการใช้ปุ๋ยพืชสดในพื้นที่ 50 ไร่ และสาธิตการใช้ปุ๋ยน้ำชีวภาพปุ๋ยหมัก และปุ๋ยอินทรีย์แก่ เกษตรกรในพื้นที่โครงการฯ ในพื้นที่ 50 ไร่ รวมทั้งมีการปลูกหญ้าแฝกในพื้นที่ที่มีการกัดเซาะพังทลาย 2.2 งานชลประทาน กรมชลประทานได้ดำเนินการก่อสร้างแหล่งน้ำซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชดำริให้พิจารณาก่อสร้างแหล่งน้ำตามลำน้ำสาขาต่างๆของคลองบ้านอำเภอ มาตั้งแต่ ปี 2525 และจนถึงปัจจุบันได้มีการสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กแล้ว จำนวนทั้งสิ้น 12 แห่ง และบ่อเก็บน้ำ จำนวน 6 แห่ง เพื่อเป็นแหล่งน้ำสำหรับการอุปโภค-บริโภค และการเกษตรของราษฎรโดยรอบ และเพื่อสนับสนุน กิจกรรมของหน่วยงานราชการที่ร่วมดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่โดยรอบวัดญาณสังวรารามฯ ด้วย 2.3 ศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมวัดญาณสังวรารามวรมหาวิหารอันเนื่องมา จาก พระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งเสด็จฯ ทอดพระเนตรบริเวณพื้นที่วัดญาณสังวราราม วรมหาวิหาร เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2528 มีพระราชดำริความตอนหนึ่งว่า “ให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ในพื้นที่ร่วมกันจัดทำแผนการฝึกอบรมเยาวชนในพื้นที่วัดญาณฯ” ในชั้นต้นผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับสนอง พระราชดำริในการพิจารณาจัดทำแผนการจัดตั้งสถานฝึกอบรมเยาวชนเกษตร ต่อมาจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรม เยาวชนขึ้นในเดือนสิงหาคม 2529 โดย มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ วิทยาลัยเกษตรกรรมชลบุรี วิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ และกรมการศึกษานอกโรงเรียนได้ร่วมกันจัดทำหลักสูตรฝึกอบรมรุ่นแรก และมอบให้ 31
ศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพราษฎรไทยบริเวณชายแดนจังหวัดปราจีนบุรี ดำเนินการฝึกอบรมเยาวชนเกษตร เมื่อ ได้ผลดีแล้ว ได้เสด็จเยี่ยมศูนย์ฯ รวม 3 ครั้ง คือวันที่ 28 ตุลาคม 2530,วันที่ 28 มิถุนายน 2531 และวันที่ 22 สิงหาคม 2533 ต่อมาได้รับการพิจารณาจากคณะรัฐมนตรีให้เป็นสถานศึกษา เมื่อปี 2535 พร้อมกับชื่อใหม่ คือ "ศูนย์ ฝึกและพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมวัดญาณสังวรารามวรมหาวิหารอันเนื่องมาจากพระราชดำริ" ศูนย์ฝึกและ พัฒนาอาชีพเกษตรกรรมวัดญาณสังวรารามวรมหาวิหารอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สังกัดสำนักบริหารงาน การศึกษานอกโรงเรียน กระทรวงศึกษาธิการ ได้รับสนองงานตามพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นับแต่ ปี 2528 เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบัน ซึ่งเริ่มจากการศึกษาวิจัยด้านการปรับปรุงดินเพื่อแก้ปัญหาดินเสื่อม โทรมโดยไม่ใช้ปุ๋ยเคมีตลอดจนการป้องกันและกำจัดศัตรูพืชโดยไม่ใช้สารเคมี รวมทั้งเทคนิคการเพาะปลูก พืชผักต่างๆ ด้วยวิธีเกษตรธรรมชาติโดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และได้เผยแพร่ผลงานด้านเกษตร ธรรมชาติเพื่อพัฒนาอาชีพการเกษตรให้แก่ราษฎรบริเวณรอบโครงการพัฒนาพื้นที่วัดญาณสังวราราม วรมหาวิหารอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยเน้นให้ประชาชนพึ่งตนเองด้วยอาชีพเกษตรกรรมที่ปลอดสารพิษ การเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจโดยไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสังคมโดยรวม โดยยึดหลักความพอเพียงและ พอดี ปัจจุบันเกษตรกรเป้าหมายที่อยู่ในพื้นที่บริเวณรอบวัดญาณสังวรารามฯ และบริเวณใกล้เคียงสามารถ เพาะปลูกโดยวิธีเกษตรธรรม ชาติตลอดจนมีอาชีพเสริม และรวมกลุ่มกันอย่างเข้มแข็ง ศูนย์ฝึกฯ แห่งนี้มีภารกิจหลักที่สำคัญ คือ 1. จัดการศึกษาฝึกอบรม และสาธิตการเกษตรธรรมชาติตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัว เกษตรธรรมชาติ แนวทางอื่นๆ ที่เหมาะสมกับนิเวศเขตร้อน ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากร เทคโนโลยีการเกษตร สมุนไพรและอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับเกษตรธรรมชาติ 2. เป็นศูนย์การเรียนรู้ และเผยแพร่ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงโดยเฉพาะด้านเกษตรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม 3. วิจัยทดลองเผยแพร่เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ด้านเกษตรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม และองค์ ความรู้อื่นๆที่ เกี่ยวข้องกับเกษตรธรรมชาติ 4. ส่งเสริม สนับสนุน ประสานกับชุมชน หน่วยงานเครือข่าย ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน เพื่อ แก้ปัญหาด้าน เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และเสริมสร้างความเข้มแข็งแก่ชุมชนโดยเน้นองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับเกษตร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 5. ปฏิบัติงานอื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมายศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมวัดญาณสังวราราม วรมหาวิหารอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ดำเนินงานบนเนื้อที่ 60 ไร่ บริเวณพื้นที่วัดญาณสังวรารามฯ มีการ จัดทำแปลงสาธิตเกษตรธรรมชาติ จำนวน 22 แปลง ปลูกพืชผักหมุนเวียน และมีการจัดทำฐานการเรียนรู้ เกษตรธรรมชาติ จำนวน 5 ฐาน ได้แก่ ฐานพืชผัก ฐานปุ๋ย ฐานสมุนไพรป้องกันและกำจัดศัตรูพืช ฐาน ขยายพันธุ์พืช และฐานแปรรูปผลผลิตเกษตรกรรมธรรมชาติ กิจกรรมที่ดำเนินการ ได้แก่ - การอบรมหลักสูตรระยะสั้นเพื่อพัฒนาอาชีพด้านการเกษตรธรรมชาติ ให้กับเกษตรกร นักเรียน นักศึกษา ประชาชน และหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ฯลฯ จำนวนปีละ 3,500 คน ในหลักสูตรต่างๆ เช่น หลักเกษตรธรรมชาติ อันตรายจากสารเคมี รวมถึงการทำปุ๋ยชนิดต่างๆ และการเพาะกล้า ฯลฯ ในปี 2553 ศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมวัดญาณสังวรารามฯ ได้จัดการศึกษาต่อเนื่อง หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพให้แก่ทหารเรือ จำนวน 67 คน 32
- การพัฒนาอาชีพด้านเกษตรธรรมชาติ ศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมวัดญาณ สังวรารามฯ ได้จัดทำมาตรฐานเกษตรธรรมชาติเพื่อรับรองแก่เกษตรกรที่ทำการเกษตรมาตรฐานเกษตรธรรมชาติ โดย ขณะนี้มีเกษตรกรผู้ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน และได้รับการรับรองแล้ว จำนวน 30 ราย อีกทั้งมีแนวโน้มที่จะเพิ่ม จำนวนขึ้นด้วย นอกจากนี้ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัย ซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัดของศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมวัดญาณสังวราราม ฯ ได้มีความร่วมมือทางวิชาการกับหน่วยงานต่างประเทศ คือ MOA Imternational และมูลนิธิ MOA ไทยใน การพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัย และเผยแพร่ความรู้ด้านเกษตรธรรมชาติและอาหารธรรมชาติ ในปี 2553 บุคลากรของศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมวัดญาณสังวรารามฯ ได้เข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรเกษตร ธรรมชาติระดับสูง ณ ประเทศญี่ปุ่น ใน 3 หลักสูตร มีจำนวน 22 คน - การมาเยี่ยมชมและศึกษาดูงาน ในปี 2553 มีผู้สนใจมาเยี่ยมชมและศึกษาดูงาน จำนวนมากกว่า 40 คณะ รวมประมาณ 2,000 คน 2.4 งานแปลงสาธิต/ศึกษา/วิจัยพืชเศรษฐกิจ ได้มีการพัฒนาการเกษตรในพื้นที่ส่วนพระองค์ จำนวน 45 ไร่ ในวัดญาณสังวรารามฯ โดยมีการรวบรวมพันธุ์พืชที่ดีเพื่อผลิตและขยายพันธุ์ไปสู่เกษตรกรในบริเวณ ใกล้เคียง รวมทั้งสนับสนุนกิจกรรมของวัดญาณสังวรารามฯ ซึ่งการดำเนินการใน 3 กิจกรรมหลัก ได้แก่ กิจกรรมแปลงสาธิตการถ่ายทอดเทคโนโลยี และการผลิตและกระจายพันธุ์ กิจกรรมแปลงสาธิต แบ่งเป็น 1) แปลงไม้ผล เนื้อที่ 12 ไร่ ได้ปลูกกล้วย กระท้อน ขนุน ชมพู่ เป็นต้น มีลักษณะ การปลูกไม้เป็นแถวเป็นแนว เพื่อให้มีสภาพเหมือนป่าธรรมชาติ 2) แปลงรวบรวมพันธุ์มะม่วง เนื้อที่ 24 ไร่ ได้รวบรวมพันธุ์มะม่วง ทั้งพันธุ์มะม่วงป่า มะม่วง การค้า และมะม่วงจากต่างประเทศ เป็นต้น 3) แปลงปลูกยางพารา เนื้อที่ 3 ไร่ ปลูกยางพารา 2 พันธุ์ ได้แก่ พันธุ์ PR255 และ PRLM600 4) แปลงไม้ดอกไม้ประดับ เนื้อที่ 6 ไร่ ปลูกบานชื่น หงอนไก่ และสร้อยไก่ เป็นต้น นอกจากนี้ยังปลูกไม้ไทยที่หายาก อาทิ มะขวิด คำแสด กระวาน รวมทั้งมีการทดสอบ/สาธิตการปลูก ดอกหน้าวัวพันธุ์ต่างๆ ซึ่งสามารถสนับสนุนกิจกรรมของวัดและแจกจ่ายให้หน่วยราชการ รวมถึงประชาชน การถ่ายทอดเทคโนโลยี 1) สาธิตการปลูกมะนาวในปลอกบ่อ จำนวน 60 ต้น และปลูกผักปลอดสารพิษในพื้นที่ 180 ตาราง เมตร 2) การฝึกอบรม/ศึกษาดูงาน ในปี 2553 ได้มีการจัดหลักสูตรฝึกอบรมการปลูกหน้าวัว และแก้วมังกร มีผู้เข้ารับการอบรม จำนวน 30 ราย และมีผู้มาศึกษาดูงาน จำนวน 1,050 คน การผลิตและกระจายพันธุ์พืชเพื่อแจกจ่าย ได้แก่ พันธุ์หน้าวัว จำนวน 1,500 ต้น แก้วมังกร จำนวน 1,000 ต้น และให้ความอนุเคราะห์ดอกหน้าวัว จำนวน 1,569 ดอก 2.5 งานปศุสัตว์ดำเนินการส่งเสริมการเลี้ยงโคเนื้อโดยการผสมเทียมจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรเลี้ยงโคเนื้ออำเภอ สัตหีบ มีจำนวนสมาชิก 30 ราย และส่งเสริมการเลี้ยงปลากินพืช โดยคัดเลือกเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ จำนวน 30 ราย 33
2.6 การประชาสัมพันธ์การส่งเสริมอาชีพด้านการเกษตร กิจกรรมที่คณะทำงานโครงการพัฒนาพื้นที่ โดยรอบวัดญาณสังวรารามฯ ได้ดำเนินงานประชาสัมพันธ์เผยแพร่ความรู้ อาทิ - การจัดนิทรรศการเผยแพร่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ - การจัดงานมหกรรมเกษตรธรรมชาติ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร โดยในปี 2553 เป็นครั้งที่ 12 มีผู้เข้าร่วมชมงานกว่า 25,000 คน 3. ด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยของประชาชน 3.1 โรงพยาบาลวัดญาณสังวรารามฯ เป็นโรงพยาบาลขนาด 30 เตียงให้บริการทาง การแพทย์แก่ ประชาชนในเขตตำบลห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง ที่มีประชากรรวม 20,296 คน โดยพบว่าโรคที่เป็นปัญหาต่อ สุขภาพของประชาชนในพื้นที่ ได้แก่ โรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูง โรงพยาบาลจึงมุ่งเน้นการส่งเสริม สุขภาพไม่ให้เกิดโรคเพื่อลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพ สร้าง เครือข่ายการดูแลสุขภาพ เช่น จัดตั้งชมรมผู้สูงอายุตำบลห้วยใหญ่ นอกจากนี้ยังให้การรักษาแบบผสมผสาน แบบสหวิชาชีพ เช่น บริการการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก 3.2 ศูนย์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ จังหวัดชลบุรี ให้บริการด้านต่างๆ ดังนี้ 3.2.1 คลินิกผู้สูงอายุ เพื่อตรวจคัดกรองรักษาโรคแก่ผู้สูงอายุ 3.2.2 คลินิกกายภาพบำบัด ให้บริการด้านการรักษาฟื้นฟูทางกายภาพบำบัด ในผู้ป่วยที่มีปัญหาระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ ระบบประสาท อาทิ ผู้ป่วยอัมพฤกษ์ อัมพาต กล้ามเนื้ออ่อน แรง 3.2.3 ธาราบำบัด เป็นบริการออกกำลังกายในน้ำ เพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายผู้ป่วย แล้วส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ ในส่วนนี้ประกอบด้วย สระธาราบำบัดและอ่างนวด สรุปผลการดำเนินงานในปี 2552 ของศูนย์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรฯ ได้มีการให้บริการแก่ผู้สูงอายุและ ประชาชนทั่วไป แยกเป็นผู้ป่วยนอกจำนวน 1,455 ราย และผู้ป่วยใน จำนวน 93 ราย ได้มีการดำเนินงาน ศึกษา วิจัย พัฒนาองค์ความรู้ เช่น งานวิจัยเรื่อง ปัญหาการใช้ยาของผู้สูงอายุในศูนย์สมเด็จพระสังฆราชญาณ สังวรฯ และการถ่ายทอดองค์ความรู้ เช่น โครงการปรับพฤติกรรมเพื่อสร้างเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ โดยการดูแล ด้านสุขภาพแบบ 4 ด้านการดำเนินงานอื่นๆ 4.1 โครงการส่งเสริมและพัฒนาสหกรณ์การเกษตรธรรมชาติวัดญาณสังวรารามฯ ในปี 2553 สหกรณ์ได้ดำเนินงานเป็นปีที่ 5 โดยปัจจุบันมีจำนวนสมาชิก 157 คน ดำเนินกิจกรรมต่างๆ ได้แก่ ธุรกิจให้ สินเชื่อ ธุรกิจรวมซื้อ อาทิ ข้าวสาร ปุ๋ย สินค้าเกษตรอื่นๆ และเครื่องอุปโภค รวมทั้งมีการรวมกลุ่มของสมาชิก เพื่อดำเนินกิจกรรมขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 4.2 งานพัฒนาสังคมและการท่องเที่ยว ได้มีการดำเนินการหลายด้าน อาทิ - สำรวจลายเส้นองค์พระพุทธมหาวชิรอุตตโมภาสศาสดาด้วยกล้องส่องทางไกล การปรับปรุงภูมิทัศน์ นอกจากนี้ได้มีการปรับปรุงสภาพพื้นที่ในเขตวัดณาณสังวรารามและพุทธสถานโดยรอบ เพื่อรองรับ พุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยว - การดำเนินงานของมูลนิธิอเนกกุศลศาลา (วิหารเซียน) ในการส่งเสริมการศึกษา อาทิ มอบ ทุนการศึกษา และจัดทำโครงการอาหารกลางวันแก่โรงเรียนในกลุ่มวิหารเซียน จำนวน 12 แห่ง 34
สรุปภาพรวมของการพัฒนาตามโครงการพัฒนาพื้นที่โดยรอบวัดญาณสังวรารามวรมหาวิหารอัน เนื่องมาจากพระราชดำริ ที่ผ่านมาได้ดังนี้ 1. จากการสำรวจฝายชะลอความชุ่มชื้นในพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาชีโอนพบว่า มีความสำคัญต่อ การสร้างความอุดมสมบูรณ์ เมื่อฝายเกิดการชำรุด จะไม่มีความจำเป็นต้องซ่อมแซมใหม่อีก เนื่องจากระบบ นิเวศน์ป่าไม้เกิดความสมดุล และสัตว์ป่ามีจำนวนเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะกวางและลิง 2. ปัจจุบันพื้นที่รอบวัดญาณสังวรารามฯ มีความอุดมสมบูรณ์ขึ้นอย่างมากทั้งทรัพยากรป่าไม้และ พื้นที่เกษตรกรรมซึ่งเน้นวิถีเกษตรธรรมชาติ อันเป็นผลจากการส่งเสริมด้านการพัฒนาที่ดินและการ ชลประทานอย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง 3. มีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมวัดญาณสังวรารามฯ และวิหารเซียน รวมทั้งเขาชีจรรย์ เพิ่มขึ้นทุกปี และ โดยส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ 4. หลายหน่วยงานในคณะทำงานโครงการพัฒนาพื้นที่โดยรอบวัดญาณสังวรารามฯ ขาดงบประมาณ ด้านการบำรุงรักษา โดยเฉพาะกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ทำให้สถานที่/อุปกรณ์อยู่ในสภาพเก่า หรือทรุดโทรม ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ นักเรียน และนักศึกษาที่เข้ามาเยี่ยมชมหรือรับการ ฝึกอบรมมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 5. ศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมวัดญาณสังวรารามฯ ประสบความสำเร็จในงานศึกษาวิจัย เกษตรธรรมชาติ โดยมีงานวิจัยที่สำคัญคือ การปรับปรุงพันธุ์พืชตระกูลแตงตามแนวพระราชดำริที่ พระราชทาน เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2531 ความว่า “การนำพันธุ์ใหม่หรือพันธุ์ต่างประเทศต้องระวังเรื่องโรค ถ้าเกิดโรคแล้วจะเกิดเสียหายมากและขาดทุน การนำพันธุ์ต่างประเทศมาราคาสูงไม่ควรพึ่งพา” จึงได้มีการ ทดลองผสมข้ามพันธุ์ระหว่างแคนตาลูป Sun lady กับแตงไทย ทำให้ได้สายพันธุ์แตงไทย-แคนตาลูป ซึ่งเป็น พันธุ์แท้ที่คาดว่าจะสามารถออก เป็นสายพันธุ์ใหม่ได้ในเร็วๆนี้ แนวทางการดำเนินงานต่อไป 1. ส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นที่โครงการพัฒนาพื้นที่โดยรอบวัดญาณสังวรารามฯ ผลิตพืชสมุนไพร เพื่อส่งให้แก่โรงพยาบาลวัดญาณสังวรารามนำไปผลิตเป็นยารักษาโรค ซึ่งเป็นการสร้างอาชีพให้แก่เกษตรกร และลดค่าใช้จ่ายของโรงพยาบาลในการจัดซื้อยารักษาโรคแผนปัจจุบันมาให้บริการประชาชน 2. ปรับปรุงสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าบางละมุงให้มีสภาพที่สมบูรณ์พร้อมสำหรับเป็นสถานที่เพาะเลี้ยง และฟื้นฟูสุขภาพสัตว์ป่าที่ถูกลักลอบนำออกจากป่า ก่อนที่จะปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ รวมถึงพัฒนาให้เป็นแหล่ง ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ที่มีความเชื่อมโยงกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาชีโอน สวนป่าสิริเจริญวรรษอันเนื่องมาจาก พระราชดำริ และวัดญาณสังวรารามฯ 3. ส่งเสริมให้โครงการพัฒนาพื้นที่โดยรอบวัดญาณสังวรารามฯ เป็นศูนย์เรียนรู้ด้านการพัฒนาการ เกษตรธรรมชาติและฟื้นฟูป่าไม้ รวมถึงพัฒนาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดอีกด้วย 35
5.เอกสารเกี่ยวข้อง นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน (พช.) กระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่ากรมการ พัฒนาชุมชนได้น้อมนำแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่ชนบท ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียง และแนวคิดทฤษฎีใหม่เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่เกิดความสุข ดำเนินชีวิตอย่างพอเพียง โดยได้จัดทำ โครงการศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ด้วยการน้อมนำศาสตร์พระราชา มาเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่โคก หนอง นา โมเดล เพื่อให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ การมีส่วนร่วม การพึ่งพาตนเอง เพื่อให้ สามารถบริหารจัดการตนเองและชุมชนให้มีความสุขได้อย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับโครงการจิตอาสา พระราชทานตามแนวพระราชดำริ หลังจากคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2563 เห็นชอบอนุมัติงบประมาณโครงการพัฒนา พื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” กรมการพัฒนา ชุมชนจึงได้เน้นย้ำไปยังจังหวัดทั้ง 73 จังหวัดทั่วประเทศ ออกหนังสือขอความร่วมมือจากผู้ว่าราชการจังหวัด ในพื้นที่ 73 จังหวัด 571 อำเภอ 3,246 ตำบล 25,179 ครัวเรือน ร่วมดำเนินการต่างๆ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ ท้องถิ่นและชุมชน อธิบดีพช. กล่าวว่า พสกนิกรชาวไทย และข้าราชการกรมการพัฒนาชุมชน ล้วนสำนึกใน พระมหากรุณาธิคุณที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ ด้วยพระราชประสงค์ที่จะสืบสาน รักษา ต่อยอด ศาสตร์พระราชา และงานในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริหลากหลายสาขา ของพระบาทสมเด็จพระ บรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยเฉพาะด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตของ พสกนิกรชาวไทย โดยทรงพระราชทาน “หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” และทฤษฎีใหม่มากกว่า 40 ทฤษฎี เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทย โดยพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เผยแพร่ภาพวาดฝีพระหัตถ์ “โคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง” 3 แบบ ประกอบด้วย แบบที่ 1 พระราชทานข้อความว่า “โคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง” “งานเสร็จ เป็นรูปธรรม นามธรรมอิ่มเอิบ สบายใจ”, แบบที่ 2 พระราชทานข้อความว่า “โคกหนองนากับความสุขสดใส” “We are farmers together” และแบบที่ 3 พระราชทานข้อความว่า “เรารักธรรมชาติ เราสร้างสรรค์ในงาน เกษตร โคกหนองนาเพื่อความอุดมสมบูรณ์ และความสดใสทั้งกายและใจ Happy Farmers” 36
บทที่ 3 วิธีการดำเนินงาน ททททททททศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอสัตหีบ ได้เห็นความสำคัญ ด้านการทำการเกษตร ให้กับประชาชนในตำบลนาจอมเทียน ทาง กศน.ตำบลนาจอมเทียน จึงได้จัดโครงการ โคก-หนอง-นา- โมเดล สู่การพึ่งตนเองอย่างยั่งยืนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง (รูปแบบออนไลน์) จึงมีขั้นตอน ดังนี้ 1.ประชุมบุคลากรกรรมการ กศน.อำเภอสัตหีบ 2.แต่งตั้งคณะทำงาน 3.ดำเนินงานตามแผน 4.ประชากรที่ใช้ในการดำเนินงาน 5.เครื่องมือที่ใช้ในการดำเนินงาน 6.การเก็บรวบรวมข้อมูล 7.การวิเคราะห์ข้อมูล 1. ประชุมบุคลากรกรรมการ กศน.ตำบลนาจอมเทียน ททททททททกศน.ตำบลนาจอมเทียน ได้วางแผนประชุมบุคลากรกรรมการ กศน.อำเภอสัตหีบ เพื่อหาแนวทางในการดำเนินงานและกำหนดวัตถุประสงค์ร่วมกัน 2. จัดตั้งคณะทำงาน ททททททททจัดทำคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานโครงการ เพื่อมอบหมายหน้าที่ในการทำงานให้ชัดเจน เช่น ทท ทททททททททท2.1 คณะกรรมการที่ปรึกษา/อำนวยการ มีหน้าที่อำนวยความสะดวก และให้คำปรึกษาแก้ไข ปัญหาที่เกิดขึ้น ทททททททททท2.2 คณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ มีหน้าที่ประชาสัมพันธ์รับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการ ทททททททททท2.3 คณะกรรมการฝ่ายรับลงทะเบียนและประเมินผลหน้าที่จัดทำหลักฐานการลงทะเบียน ผู้เข้าร่วมโครงการ และรวบรวมการประเมินผล และรายงานผลการดำเนินการ 3. ดำเนินการตามแผนงานโครงการ ททททททททวันที่ 15 กรกฎาคม 2564 ณ กศน.ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี 4. ประชากรที่ใช้ในการดำเนินงาน ททททททททประชาชนในตำบลนาจอมเทียน จำนวน 4 คน 5. เครื่องมือที่ใช้ในการดำเนินงาน 1. แบบสำรวจความคิดเห็นโครงการโคก-หนอง-นา- โมเดล สู่การพึ่งตนเองอย่างยั่งยืนตามแนว เศรษฐกิจพอเพียง 2. แบบสอบถามความพึงพอใจโครงการโคก-หนอง-นา- โมเดล สู่การพึ่งตนเองอย่างยั่งยืนตาม แนวเศรษฐกิจพอเพียง
6. การเก็บรวบรวมข้อมูล ทททททท จากการดำเนินงานโครงการโคก-หนอง-นา- โมเดล สู่การพึ่งตนเองอย่างยั่งยืนตามแนวเศรษฐกิจ พอเพียง (รูปแบบออนไลน์) ณ กศน.ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 6 คน จากเป้าหมายที่กำหนด 4 คน โดยมีการแจกสอบถามทั้งหมด 6 ชุด และเก็บรวบรวม แบบสอบถามได้ 6 ชุด คิดเป็น 100 เปอร์เซ็นต์ 7. การวิเคราะห์ข้อมูล ททททททททจากการดำเนินงานโครงการโคก-หนอง-นา- โมเดล สู่การพึ่งตนเองอย่างยั่งยืนตามแนวเศรษฐกิจ พอเพียง (รูปแบบออนไลน์) โดยมีเครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลดังนี้ 1. ค่าแจกแจงความถี่ 2. ค่าร้อยละ 3. ค่าเฉลี่ย 4. ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ททททททททเพื่อให้ตอบสนองความต้องการของผู้เข้าอบรมได้รับประโยชน์นำไปใช้ได้จริงตามศักยภาพของแต่ ละคน ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป และได้ดำเนินการตามขั้นตอนและได้รวบรวมข้อมูลจากแบบสำรวจสถิติที่ใช้ ในการวิเคราะห์ กศน.ตำบลนาจอมเทียน จะได้นำแนวทางไปใช้ข้อมูลพิจารณาหลักสูตร เนื้อหาตลอดจน เทคนิควิธีการจัดการกระบวนการเรียนรู้ต่างๆ เพื่อให้ตอบสนองความต้องการของผู้เข้าอบรมได้รับประโยชน์ นำไปใช้ได้จริงตามศักยภาพของแต่ละคน ให้มีความเข้าใจและมีคุณภาพต่อไป ศูนย์การศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอสัตหีบ ได้ดำเนินการตามขั้นตอนและได้รวบรวมข้อมูล โดยใช้สภาพการใช้สื่อการ สอนของครูในสถานศึกษาเป็นแบบมาตรวัดประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ โดยมีรายละเอียดดังนี้ (บุญชม ศรีสะอาด และบุญส่ง นิลแก้ว ,2545) 5 หมายถึง มีการดำเนินงานในระดับมากที่สุด 4 หมายถึง มีการดำเนินงานในระดับมาก 3 หมายถึง มีการดำเนินงานในระดับปานกลาง 2 หมายถึง มีการดำเนินงานในระดับน้อย 1 หมายถึง มีการดำเนินงานในระดับน้อยที่สุด โดยมีเกณฑ์การแปลความหมายค่าเฉลี่ย (บุญชม ศรีสะอาด,2556) ดังนี้ 4.50 – 5.00 หมายถึง มีความคิดเห็น/การดำเนินงานอยู่ในระดับมากที่สุด 3.50 – 4.49 หมายถึง มีความคิดเห็น/การดำเนินงานอยู่ในระดับมาก 2.50 – 3.49 หมายถึง มีความคิดเห็น/การดำเนินงานอยู่ในระดับปานกลาง 1.50 – 2.49 หมายถึง มีความคิดเห็น/การดำเนินงานอยู่ในระดับน้อย 1.00 – 1.49 หมายถึง มีความคิดเห็น/การดำเนินงานอยู่ในระดับน้อยที่สุด ผู้เข้าร่วมโครงการจะต้องกรอกข้อมูลตามแบบสอบถาม เพื่อนำไปใช้ในการประเมินผลของการจัด กิจกรรมดังกล่าว และจะได้นำไปเป็นข้อมูล ปรับปรุง และพัฒนา ตลอดจนใช้ในการจัดทำแผนการดำเนินการ ในปีต่อไป 38
บทที่ 4 ผลการดำเนินการ จากผลการดำเนินงานการจากการดำเนินงานโครงการโคก-หนอง-นา- โมเดล สู่การพึ่งตนเองอย่าง ยั่งยืนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง (รูปแบบออนไลน์) ณ กศน.ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี วันที่ 15 กรกฎาคม 2564 มีผู้เข้าอบรมในโครงการ จำนวน 6 คน จากเป้าที่กำหนด 4 คน โดยมี นายวีรากร มณีทรัพย์สุคนธ์ นางสาวสุรภา เชาวันดี ครู กศน.ตำบลนาจอมเทียน และนางสาวกุสุมา เพชรสี นวล ครู ศรช.ตำบลนาจอมเทียน เป็นวิทยากร ผู้ให้ความรู้สรุปได้ดังนี้ จากแบบสอบถามที่ได้ สามารถนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล จากผู้ให้ข้อมูลทั้งหมด จำนวน 6 ชุด 1. ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถามของผู้เข้ารับการอบรมโครงการโคก-หนอง-นาโมเดล สู่การพึ่งตนเองอย่างยั่งยืนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง (รูปแบบออนไลน์) 2. ตอนที่ 2 ข้อมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นของผู้เข้ารับอบรมโครงการโคก-หนอง-นา- โมเดล สู่การ พึ่งตนเองอย่างยั่งยืนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง (รูปแบบออนไลน์) ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถามของผู้เข้ารับการอบรมโครงการโคก-หนอง-นาโมเดล สู่การพึ่งตนเองอย่างยั่งยืนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง (รูปแบบออนไลน์) ผู้เข้าร่วมกิจกรรม ที่ตอบแบบสอบถามได้นำมาจำแนกตามเพศ อายุ และอาชีพ ผู้จัดทำได้เสนอ จำแนกตามข้อมูลดังกล่าว ดังปรากฏตาม ตารางที่ 1 ดังต่อไปนี้ ตารางที่ 1 แสดงค่าร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยจำแนกตามเพศ เพศ ความคิดเห็น ชาย หญิง จำนวน ร้อยละ จำนวน ร้อยละ ผู้เข้าอบรมโครงการโคก-หนอง-นา- โมเดล สู่การพึ่งตนเอง อย่างยั่งยืนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง(รูปแบบออนไลน์) 1 16.67 5 83.33 รรรรรรรรจากตารางที่ 1 แสดงผู้ตอบแบบสอบถามของผู้เข้าร่วมโครงการโคก-หนอง-นา- โมเดล สู่การ พึ่งตนเองอย่างยั่งยืนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง (รูปแบบออนไลน์) เป็นชาย 1 คน คิดเป็นร้อยละ 16.67 เป็นหญิง 5 คน คิดเป็นร้อยละ 83.33 ตารางที่ 2 แสดงค่าร้อยละของผู้ตอบแทนแบบสอบถาม โดยจำแนกตามอายุ อายุ ความคิดเห็น ต่ำกว่า15 ปี 16-39 ปี 40-59 ปี 60 ปีขึ้นไป จำนวน ร้อยละ จำนวน ร้อยละ จำนวน ร้อยละ จำนวน ร้อยละ ผู้เข้าอบรมโครงการโคกหนอง-นา- โมเดล สู่การ พึ่งตนเองอย่างยั่งยืนตามแนว เศรษฐกิจพอเพียง (รูปแบบ ออนไลน์) - - 2 33.33 4 66.67 - -
รรรจากตารางที่ 2 แสดงว่า จากตารางที่ 2 แสดงว่า ผู้ตอบแบบสอบถามผู้เข้ารับอบรมโครงการโคกหนอง-นา- โมเดล สู่การพึ่งตนเองอย่างยั่งยืนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง (รูปแบบออนไลน์) ในช่วงอายุ16-39 ปี มีจำนวน 2 คน คิดเป็นร้อยละ 33.33 และช่วงอายุ 40-59 ปีจำนวน 4 คน คิดเป็นร้อยละ 66.67 ตารางที่ 3 แสดงค่าร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถามโดยจำแนกตามอาชีพ ประเภท ความคิดเห็น รับจ้าง ค้าขาย รับราชการ เกษตรกรรม อื่น ๆ จำนวน ร้อยละ จำนวน ร้อย ละ จำนวน ร้อย ละ จำนวน ร้อยละ จำนวน ร้อย ละ ผู้เข้าอบรมผู้เข้า อบรมโครงการ โคก-หนอง-นาโมเดล สู่การ พึ่งตนเองอย่าง ยั่งยืนตามแนว เศรษฐกิจ พอเพียง(รูปแบบ ออนไลน์) 4 66.67 - - - - - - 2 33.33 รรรรรรรรจากตารางที่ 3 แสดงผู้ตอบแบบสอบถามของผู้เข้าอบรมโครงการโคก-หนอง-นา- โมเดล สู่การ พึ่งตนเองอย่างยั่งยืนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง(รูปแบบออนไลน์) อาชีพรับจ้าง จำนวน 4 คน คิดเป็นร้อยละ 66.67 และมีอาชีพอื่น ๆ จำนวน 2 คน คิดเป็นร้อยละ 33.33 ตอนที่2 ข้อมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นของผู้เข้ารับอบรมโครงการโคก-หนอง-นา- โมเดล สู่การ พึ่งตนเองอย่างยั่งยืนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง (รูปแบบออนไลน์) ความคิดเห็นของผู้เข้ารับร่วมกิจกรรม จำนวน 6 คน จากแบบสอบถามทั้งหมดที่มีต่อโครงการโคกหนอง-นา- โมเดล สู่การพึ่งตนเองอย่างยั่งยืนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง (รูปแบบออนไลน์) ตารางที่ 4 ผลการประเมินโครงการโคก-หนอง-นา- โมเดล สู่การพึ่งตนเองอย่างยั่งยืนตามแนวเศรษฐกิจ พอเพียง (รูปแบบออนไลน์) รายการที่ประเมิน N = 6 µ σ อันดับ ที่ ระดับผล การประเมิน ด้านหลักสูตร 1. กิจกรรมที่จัดสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของ หลักสูตร 4.50 0.55 2 มากที่สุด 2. เนื้อหาของหลักสูตรตรงกับความต้องการของ ผู้รับบริการ 4.33 0.52 8 มาก 40
3. การจัดกิจกรรมทำให้ผู้รับบริการสามารถคิดเป็น ทำเป็นแก้ปัญหาเป็น 4.50 0.55 2 มากที่สุด 4. ผู้รับบริการมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น ต่อการจัดทำหลักสูตร 4.17 0.41 10 มาก 5. ผู้รับบริการสามารถนำความรู้ไปปรับใช้ใน ชีวิตประจำวันได้ 4.67 0.52 1 มากที่สุด 6. สื่อ/เอกสารประกอบการจัดกิจกรรมมีความ เหมาะสม 4.17 0.41 10 มาก ด้านวิทยากร 7. วิทยากรมีความรู้ความสามารถในการจัด กิจกรรม 4.50 0.55 2 มากที่สุด 8. เทคนิค/กระบวนในการจัดกิจกรรมของวิทยากร 4.33 0.52 8 มาก 9. วิทยากรมีการใช้สื่อที่สอดคล้องและเหมาะสมกับ กิจกรรม 4.17 0.41 10 มาก 10. บุคลิกภาพของวิทยากร 4.50 0.55 2 มากที่สุด ด้านสถานที่ ระยะเวลา และความพึงพอใจ 11. สถานที่ในการจัดกิจกรรมเหมาะสม 4.17 0.41 10 มาก 12. ระยะเวลาในการจัดกิจกรรมเหมาะสม 4.50 0.55 2 มากที่สุด 13. ความพึงพอใจในภาพรวมของผู้รับบริการต่อการ เข้าร่วมกิจกรรม 4.67 0.52 1 มากที่สุด ค่าเฉลี่ย 4.40 0.50 มาก ททททททททจากตารางที่ 4 แสดงให้เห็นว่า ผู้เข้าร่วม โครงการโคก-หนอง-นา- โมเดล สู่การพึ่งตนเองอย่าง ยั่งยืนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง (รูปแบบออนไลน์) อยู่ในระดับ มาก เมื่อวิเคราะห์เป็นรายข้อพบว่า ผู้รับบริการสามารถนำความรู้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้และความพึงพอใจในภาพรวมของผู้รับบริการต่อ การเข้าร่วมกิจกรรม (µ = 4.67) เป็นอันดับที่ 1 กิจกรรมที่จัดสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของหลักสูตร, การจัด กิจกรรมทำให้ผู้รับบริการสามารถคิดเป็นทำเป็นแก้ปัญหาเป็น, วิทยากรมีความรู้ความสามารถในการจัด กิจกรรม, บุคลิกภาพของวิทยากร และระยะเวลาในการจัดกิจกรรมเหมาะสม มีลำดับเท่ากันเป็นอันดับที่ 2 มีค่า (µ =4.50) เนื้อหาของหลักสูตรตรงกับความต้องการของผู้รับบริการ ,เทคนิค/กระบวนในการจัด กิจกรรมของวิทยากรมีลำดับเท่ากัน (µ =4.33) ผู้รับบริการมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นต่อการจัดทำ หลักสูตร , สื่อ/เอกสารประกอบการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสม, วิทยากรมีการใช้สื่อที่สอดคล้องและ เหมาะสมกับกิจกรรม ,สถานที่ในการจัดกิจกรรมเหมาะสม มีลำดับเท่ากัน (µ =4.17) ตามลำดับ 41
บทที่ 5 สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ ททททททททจากโครงการโคก-หนอง-นา- โมเดล สู่การพึ่งตนเองอย่างยั่งยืนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง (รูปแบบออนไลน์) จัดวันที่ 15 กรกฎาคม 2564 ณ กศน.ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีโดยมี วัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมสามารถสร้างงานสร้างรายได้สร้างความมั่นคงทางอาชีพได้อย่างยั่งยืนด้วย หลักเกษตรทฤษฎีใหม่ ทั้งนี้ขอสรุปและอภิปรายผลและข้อเสนอแนะดังนี้ สรุปผลการดำเนินงาน ททททททททจากการดำเนินงานโครงการโคก-หนอง-นา- โมเดล สู่การพึ่งตนเองอย่างยั่งยืนตามแนวเศรษฐกิจ พอเพียง (รูปแบบออนไลน์) เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมสามารถสร้างงานสร้างรายได้สร้างความมั่นคงทางอาชีพได้ อย่างยั่งยืนด้วยหลักเกษตรทฤษฎีใหม่ ซึ่งดำเนินงานในวันที่ 15 กรกฎาคม 2564 ณ กศน.ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 6 คน โดยมีการแจกสอบถามทั้งหมด 6 ชุด ซึ่งผลการ วิเคราะห์ข้อมูลดังนี้ ทททททททท1. ผู้ตอบแบบสอบถามเพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการมีความรู้อบรมสามารถสร้างงานสร้างรายได้สร้าง ความมั่นคงทางอาชีพได้อย่างยั่งยืนด้วยหลักเกษตรทฤษฎีใหม่ (รูปแบบออนไลน์) จากจำนวนทั้งหมด 6 คน เป็นชาย 1 คน คิดเป็นร้อยละ 16.67 เป็นหญิง 5 คน คิดเป็นร้อยละ 83.33 ส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ40-59 ปี ขึ้นไป จำนวน 4 คน และช่วงอายุ 19-39 ปี มีจำนวน 2 คน และมีเพศหญิงจำนวน 5 คน เพศชาย 1 คน ทททททททท2. ข้อมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นของว่า ผู้เข้าร่วม โครงการโคก-หนอง-นา- โมเดล สู่การพึ่งตนเอง อย่างยั่งยืนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง (รูปแบบออนไลน์) อยู่ในระดับ มาก เมื่อวิเคราะห์เป็นรายข้อพบว่า ผู้รับบริการสามารถนำความรู้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ และความพึงพอใจในภาพรวมของผู้รับบริการต่อ การเข้าร่วมกิจกรรม (µ = 4.67) เป็นอันดับที่ 1 กิจกรรมที่จัดสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของหลักสูตร, การจัด กิจกรรมทำให้ผู้รับบริการสามารถคิดเป็นทำเป็นแก้ปัญหาเป็น, วิทยากรมีความรู้ความสามารถในการจัด กิจกรรม, บุคลิกภาพของวิทยากร และระยะเวลาในการจัดกิจกรรมเหมาะสม มีลำดับเท่ากันเป็นอันดับที่ 2 มีค่า (µ =4.50) เนื้อหาของหลักสูตรตรงกับความต้องการของผู้รับบริการ ,เทคนิค/กระบวนในการจัด กิจกรรมของวิทยากรมีลำดับเท่ากัน (µ =4.33) ผู้รับบริการมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นต่อการจัดทำ หลักสูตร , สื่อ/เอกสารประกอบการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสม, วิทยากรมีการใช้สื่อที่สอดคล้องและ เหมาะสมกับกิจกรรม ,สถานที่ในการจัดกิจกรรมเหมาะสม มีลำดับเท่ากัน (µ =4.17) ตามลำดับ อภิปรายผล ททททททททจากเพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการโคก-หนอง-นา- โมเดล สู่การพึ่งตนเองอย่างยั่งยืนตามแนวเศรษฐกิจ พอเพียง (รูปแบบออนไลน์) เมื่อวิเคราะห์เป็นรายข้อพบว่า กิจกรรมที่จัดสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ ของ หลักสูตร เป็นอันดับที่ 1 คือ ผู้รับบริการสามารถนำความรู้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ และความพึงพอใจใน ภาพรวมของผู้รับบริการต่อการเข้าร่วมกิจกรรม อันดับที่ 2 คือ กิจกรรมที่จัดสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของ หลักสูตร, การจัดกิจกรรมทำให้ผู้รับบริการสามารถคิดเป็นทำเป็นแก้ปัญหาเป็น, วิทยากรมีความรู้ความสามารถ ในการจัด กิจกรรม, บุคลิกภาพของวิทยากร และระยะเวลาในการจัดกิจกรรมเหมาะสม มีลำดับเท่ากัน
อันดับที่ 3 เนื้อหาของหลักสูตรตรงกับความต้องการของผู้รับบริการ และเทคนิค/กระบวนในการจัดกิจกรรมของ วิทยากรมีลำดับเท่ากัน อันดับที่ 4 ผู้รับบริการมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นต่อการจัดทำหลักสูตร , สื่อ/ เอกสารประกอบการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสม, วิทยากรมีการใช้สื่อที่สอดคล้องและเหมาะสมกับกิจกรรม , สถานที่ในการจัดกิจกรรมเหมาะสม มีลำดับเท่ากัน ตามลำดับ เป็นเพราะผู้เข้าอบรมส่วนใหญ่ได้น้อมนำหลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นหลัก ในการดำเนินชีวิตประจำวัน โดยมีการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้และ การมีส่วนร่วมของชุมชน และเน้นพัฒนาตนเองให้พึ่งตนเองได้มีความเป็นเจ้าของและบริหารจัดการโดยชุมชน ร่วมกันพัฒนาหมู่บ้านหรือชุมชนให้มีวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียงและเป็นสังคม “อยู่เย็น เป็นสุข”โดยผู้เข้าอบรมมี ความต้องการให้หมู่บ้านเป็นฐานของการพัฒนา มุ่งสร้างภูมิคุ้มกันให้ทุกครัวเรือน และพัฒนาคนให้มีความรู้และ ปรับตัวให้สามารถดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข มีอาชีพ สร้างรายได้ ท่ามกลางวิกฤตโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่าง รวดเร็ว ซึ่งสอดคล้องกับนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน (พช.) กระทรวงมหาดไทย เปิดเผย ว่ากรมการพัฒนาชุมชนได้น้อมนำแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่ชนบท ตามหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง และแนวคิดทฤษฎีใหม่เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่เกิดความสุข ดำเนินชีวิตอย่างพอเพียง โดยได้ จัดทำโครงการศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ด้วยการน้อมนำศาสตร์ พระราชามาเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎี ใหม่ประยุกต์สู่โคก หนอง นา โมเดล เพื่อให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ การมีส่วนร่วม การพึ่งพาตนเอง เพื่อให้ สามารถบริหารจัดการตนเองและชุมชนให้มีความสุขได้อย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับโครงการจิตอาสา พระราชทานตามแนวพระราชดำริ หลังจากคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2563 เห็นชอบอนุมัติงบประมาณโครงการพัฒนา พื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” กรมการพัฒนา ชุมชนจึงได้เน้นย้ำไปยังจังหวัดทั้ง 73 จังหวัดทั่วประเทศ ออกหนังสือขอความร่วมมือจากผู้ว่าราชการจังหวัดใน พื้นที่ 73 จังหวัด 571 อำเภอ 3,246 ตำบล 25,179 ครัวเรือน ร่วมดำเนินการต่างๆ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่น และชุมชน อธิบดีพช. กล่าวว่า พสกนิกรชาวไทย และข้าราชการกรมการพัฒนาชุมชน ล้วนสำนึกในพระมหา กรุณาธิคุณที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ ด้วยพระราชประสงค์ที่จะสืบสาน รักษา ต่อยอดศาสตร์ พระราชา และงานในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริหลากหลายสาขา ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิ เบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยเฉพาะด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตของพสกนิกรชาวไทย โดยทรงพระราชทาน “หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” และทฤษฎีใหม่มากกว่า 40 ทฤษฎี เพื่อเป็นแนวทาง ในการดำเนินชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทย โดยพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานพระบรมรา ชานุญาตให้เผยแพร่ภาพวาดฝีพระหัตถ์ “โคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง” 3 แบบ ประกอบด้วย แบบที่ 1 พระราชทานข้อความว่า “โคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง” “งานเสร็จ เป็นรูปธรรม นามธรรมอิ่มเอิบ สบายใจ”, แบบที่ 2 พระราชทานข้อความว่า “โคกหนองนากับความสุขสดใส” “We are farmers together” และแบบที่ 3 พระราชทานข้อความว่า “เรารักธรรมชาติ เราสร้างสรรค์ในงานเกษตร โคกหนองนาเพื่อความอุดม สมบูรณ์ และความสดใสทั้งกายและใจ Happy Farmers” ข้อเสนอแนะ ด้านแบบสำรวจและวัดความพึงพอใจของผู้เข้ารับการอบรม - การอบรมออนไลน์อาจมีข้อจำกัดในการปฏิบัติจริง 43