The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรท้องถิ่น เรื่องหลักสูตรการขี่ควายเพื่อการแข่งขันในประเพณีวิ่งควายจังหวัดชลบุรี

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ebookchon, 2021-11-25 18:18:50

หลักสูตรท้องถิ่น

หลักสูตรท้องถิ่น เรื่องหลักสูตรการขี่ควายเพื่อการแข่งขันในประเพณีวิ่งควายจังหวัดชลบุรี

Keywords: หลักสูตรท้องถิ่น

คำนำ

ด้วย สำนักงำนส่งเสริมกำรศึกษำนอกระบบและกำรศึกษำตำมอัธยำศัยจังหวัดชลบุรี
มอบหมำยให้ ศูนย์กำรศึกษำนอกระบบและกำรศึกษำตำมอัธยำศัยอำเภอบ้ำนบึง ดำเนินกิจกรรม
สืบทอดมรดกภูมิปญั ญำทำงวัฒนธรรม โดยให้จัดทำหลักสูตรท้องถ่ินขนึ้ เรื่อง หลกั สตู รกำรข่คี วำย
เพ่ือกำรแข่งขันในประเพณีว่ิงควำยจังหวัดชลบุรี โดยจัดทำเนื้อหำเก่ียวกับประเพณีว่ิงควำยใน
ทอ้ งถิน่ ควำมร้เู กีย่ วกับควำย กำรฝึกควำย คัดเลอื กควำยและผู้ข่คี วำยเพ่ือกำรแขง่ ขัน

สืบเนื่องจำก คำขวัญจังหวัดชลบุรี ท่ีว่ำทะเลงำม ข้ำวหลำมอร่อย อ้อยหวำน จักรสำนดี
ประเพณีว่ิงควำย สอดคล้องกับคำขวัญของอำเภอบ้ำนบึง ท่ีว่ำ บ้ำนบึงสะอำดสดชื่น คนนับหม่ืน
กนิ เจ ประเพณีวง่ิ ควำย เซียงซือไท้ศกั ด์ิสิทธิ์ ลือท่ัวทิศขนมจีน พบว่ำใหค้ วำมสำคัญท่ีเหมือนกันใน
เรือ่ ง ประเพณีว่งิ ควำย

กศน.อำเภอบ้ำนบึง ได้ศึกษำข้อมูลเก่ียวกับควำยไทย และประเพณีว่ิงควำยซึ่งสืบทอดมำ
ยำวนำนกว่ำ ๑๐๐ ปี โดยให้ควำมสำคัญกับคนขี่ควำย ซึ่งนับวันจะไม่มีผู้สนใจจะนำอำชีพข่ีควำย
เพ่ือกำรแข่งขัน ไม่มีกำรสืบทอด คงมีแต่ประวัติศำสตร์ของคนข่ีควำยเท่ำนั้น และอำจลำงเลือนไป
จำกทอ้ งถ่ินได้

ขอขอบพระคุณ นำยสุวิทย์ ครูศรี ภูมิปัญญำท้องถิ่นด้ำนกำรเลี้ยงควำยไทยเพื่อกำร
แข่งขัน และสภำวัฒนธรรมจังหวัดชลบุรี ตลอดจนผู้รู้อีกจำนวนมำก ที่ทำให้หลักสูตรเล่มนี้
ครบถ้วนสมบูรณ์และหวังเป็นอย่ำงย่ิงว่ำหลักสูตรท้องถ่ินน้ีจะเป็นตัวแทนของประวัติศำสตร์
ประเพณีว่ิงควำยชลบุรี ตัวสะท้อนควำมสำคัญของประเพณีว่ิงควำยไม่ใช่อยู่ที่ควำยเท่ำนั้น คนขี่
ควำยแข่งเป็นตัวบ่งช้ีอันดับหน่ึงของกำรสืบทอดประเพณีกำรข่ีควำยเพ่ือกำรแข่งขันในประเพณีวิ่ง
ควำยจงั หวดั ชลบุรี

ด้วยควำมปรำรถนำดีและขอบพระคณุ ย่ิง
ศนู ย์กำรศึกษำนอกระบบและกำรศึกษำตำมอธั ยำศยั อำเภอบำ้ นบึง

สำรบญั หน้ำ

คำนำ 1

หลักสูตรทอ้ งถน่ิ 1
เรอื่ งหลักสตู รกำรขคี่ วำยเพื่อกำรแขง่ ขนั ในประเพณวี ง่ิ ควำยจังหวัดชลบรุ ี
1
1. หลกั กำร
2
2. จดุ มุง่ หมำย
2
3. โครงสรำ้ งหลักสตู ร
3
4. แนวทำงกำรจัดกำรเรยี นรู้
3
5. ส่อื /แหลง่ กำรเรียนรู้
4
6. กำรวัดและประเมนิ ผล
4
หน่วยกำรเรยี นรู้ที่ 1.1 ประเพณีวิ่งควำยในท้องถ่ิน
5
1. ประเพณี
11
2. ประเพณีว่งิ ควำย
12
ลักษณะเฉพำะทแ่ี สดงถงึ อัตลักษณข์ องมรดกภูมปิ ญั ญำทำงวัฒนธรรม
13
เทศบำลเมอื งบ้ำนบึง
15
รำยชือ่ ผู้สบื ทอดหลกั และภมู ิปญั ญำดำ้ นประเพณวี งิ่ ควำย 15
15
หน่วยกำรเรียนร้ทู ่ี 1.2 ควำมรเู้ กยี่ วกับควำย 16
1. ควำยไทย 16
2. ควำยพันธุ์มรู ำ่ ห์ 17
3. ควำยลกู ผสม 18
กำรเลย้ี งดตู ง้ั แตเ่ กิด – 6 เดอื น 19
กำรเลี้ยงดตู งั้ แต่ 6 เดอื น – 10 เดอื น 19
กำรเลี้ยงดูตงั้ แตอ่ ำยุ 10 เดอื นขึ้นไป 20
วสั ดุพลอยไดจ้ ำกกำรปลูกพชื 21
กำรเล้ยี งควำยใหม้ ีควำมต้ำนทำนโรค
กำรป้องกนั โรคลว่ งหน้ำ
กำรขยำยพันธ์ุควำย

สำรบญั (ตอ่ ) 22
23
วิธีผสมพนั ธุ์ 24
ประโยชน์ของควำย 24
หน่วยกำรเรียนรทู้ ี่ 1.3 กำรคัดเลือกควำยและผูข้ ่ีควำยเพอ่ื แข่งขัน 28
ลกั ษณะควำยที่ดี 28
กำรจำแนกรุ่นของควำยแข่ง 29
ตัวอยำ่ งตำหรับยำสมนุ ไพรที่ใชบ้ ำรุงควำย 29
ลกั ษณะของผูค้ วบคุมควำย 29
วิธขี นึ้ บนหลงั ควำย 30
กตกิ ำ ของกำรแข่งควำย 31
รำยได้ของผมู้ ีอำชีพขค่ี วำยแขง่ 38
ภำคผนวก 39
เอกสำรอ้ำงอิง
คณะทำงำน

หลักสตู รทอ้ งถ่ิน

เรอ่ื งหลกั สตู รการขี่ควายเพ่อื การแขง่ ขนั ในประเพณวี ง่ิ ควายจังหวดั ชลบุรี

๑. หลักการ

ตามความมาตรา ๒๗ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๔๒ ได้กำหนด
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อความเป็นไทยความเป็นพลเมืองดีด้านการดำรงชีวิต
การประกอบอาชีพตลอดจนการจัดการศึกษาของสถานศึกษามีวัตถุประสงค์ที่กำหนดในส่วนที่
เกี่ยวข้องกับชุมชน สังคม และภูมิปัญญาท้องถิ่นมีวตั ถุประสงค์เพือ่ เป็นสมาชิกท่ีดีของครอบครัว
ชุมชนสังคมและประเทศชาติ หมายถึงสถานศึกษาต้องจัดการศึกษาให้มีความสอดคล้องกับความ
ต้องการของชุมชนท้องถิ่นผู้เรียนเป็นสำคัญ เพื่อนำมาสู่การแก้ปัญหาและความต้องการของสังคม
และนำภมู ิปญั ญาท้องถ่นิ เขา้ มาเปน็ สว่ นหน่งึ ของการจดั การศึกษาด้วย

หลกั สตู รทอ้ งถิน่ ฉบบั นีพ้ ัฒนาข้ึนเพอื่ อนรุ ักษ์การขคี่ วายเพือ่ การแขง่ ขนั ในประเพณีวิ่งควาย
จังหวัดชลบุรี โดยการนำเอาภูมิปัญญาชาวบา้ น ศิลปะ วัฒนธรรม และประเพณีในท้องถิ่น เป็นสื่อ
การเรียนการสอน การมีส่วนร่วมของประชาชนที่มีความรู้ ความสามารถในเรื่องของประเพณีว่ิง
ควาย และภูมปิ ัญญาชาวบา้ นเรือ่ งการขค่ี วายแข่งในประเพณวี ิง่ ควายจังหวัดชลบุรี

ดังนั้น การนำหลักสูตรท้องถิ่นมาใช้ในการจัดการเรียนรู้ โดยให้ผู้มีความรู้ความชำนาญ
ประจำทอ้ งถนิ่ เป็นผถู้ า่ ยทอดโดยตรง นับเป็นการส่งเสริมและถ่ายทอดภูมิปัญญาชาวบ้านให้ยังคง
สืบทอดสู่คนรุ่นหลัง เป็นการแก้ปัญหาการละเลยภูมิปัญญาท้องถิ่นของคนรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นการ
ส่งเสริมคุณค่าของศิลปะวัฒนธรรมประเพณี อันมีค่ายิ่งของชุมชน รวมถึงเป็นการจัดการเรียนรู้
เพื่อตอบสนองต่อเป้าหมายของหลักสูตร การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ที่ให้ท้องถ่ิน
รว่ มจัดการศกึ ษาได้

๒. จดุ มงุ่ หมาย

หลักสูตรท้องถ่นิ ฉบบั น้ีมงุ่ จัดการศกึ ษาใหผ้ ูเ้ รียนมีความรู้และคณุ ลักษณะดังนี้
๑. เพ่ือตอบสนองความต้องการของชุมชน ท้องถิ่นที่ต้องการอนุรักษ์ประเพณีวิ่งควาย
และศิลปะการข่ีควาย โดยนำมาบรรจไุ ว้ในหลักสูตรของจดั การเรยี นการสอนของสถานศกึ ษา
๒. เพื่อให้ผู้เรียนตระหนักถึงความสำคัญยอมรับภูมิปัญญาท้องถิ่นของตนเองตลอดจน
เกิดเจตคติที่ดี มีความรกั ความภาคภมู ิใจ ร้คู ุณคา่ ในภูมปิ ญั ญาท้องถน่ิ ของตน
๓. เพื่อให้ชุมชนเห็นความสำคัญและให้ความร่วมมือในการสนับสนุนให้มีการนำภูมิปัญญา
ท้องถ่นิ เขา้ มามสี ว่ นร่วมในการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้เพ่อื ตอบสนองความต้องการของทอ้ งถิ่น



๓. โครงสร้างหลักสูตร

๓.๑ เน้อื หา
เนื้อหาสาระที่กำหนดไว้ในหลักสูตรท้องถิ่นฉบับนี้ประกอบด้วยเนื้อหาเรื่อง

ประเพณวี ่ิงควายชลบุรี การข่คี วามเพอื่ การแข่งขนั การเลยี้ งควายเพอื่ การแข่งขัน ซึ่งนำมากำหนด
เป็นหนว่ ยการเรยี นรใู้ นรายวิชาพ้นื ฐานกลุ่มสาระการพฒั นาสังคม

๓.๒ หน่วยการเรยี นรู้

หน่วยการเรียนรู้ในหลักสูตรท้องถิ่นเรื่องการพัฒนาหลักสูตรการขี่ควายเพื่อการ

แข่งขันในประเพณีวิ่งควายจังหวัดชลบุรี เป็นหลักสูตรรายวิชาพื้นฐานกลุ่มสาระการพัฒนาสังคม

กำหนดเวลาเรียนทั้งหมด ๔๐ ชั่วโมง ซึ่งประกอบด้วยหน่วยการเรียนรู้และมาตรฐานการเรียนรู้

ดงั น้ี

๑. สาระการเรียนรู้ประกอบด้วย ๔ หน่วยการเรียนรู้ คือ

๑.๑ หน่วยประเพณวี ่งิ ควายในทอ้ งถิ่น จำนวน ๒ ชัว่ โมง

๑.๒ หน่วยความร้เู กีย่ วกบั ควาย จำนวน ๒ ชว่ั โมง

๑.๓ หนว่ ยการคัดเลือกควายและผู้ข่คี วายเพ่ือแขง่ ขัน จำนวน ๓๖ ช่วั โมง

๒. รายละเอยี ดมาตรฐานการเรียนรู้
หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551

สาระที่ 5 สาระการพัฒนาสังคม มาตรฐานที่ ๕.๒ มีความรู้ ความเข้าใจ เห็นคุณค่าและสืบทอด
ศาสนา วฒั นธรรมประเพณี เพื่อการอยู่ร่วมกันอยา่ งสันติสุข

๓.๓ เวลาเรียน
หลกั สูตรทอ้ งถิน่ ฉบบั น้ใี ช้เวลาในการจัดการเรยี นรู้ จำนวน ๔๐ ชั่วโมง

๔. แนวทางการจัดการเรยี นรู้

กิจกรรมการจัดการเรยี นรแู้ ต่ละหนว่ ยประกอบดว้ ย
๑. ขั้นการสร้างความเข้าใจโดยบอกให้ทราบถึงวัตถุประสงค์และเนื้อหาการ

จัดการเรียนรู้ในแต่ละหน่วยโดยมีภูมิปัญญาชาวบ้านหรือปราชญ์เข้ามามีส่วนร่วมใน
กระบวนการจัดการเรียนรู้ตามแผนการจัดการเรียนรู้ทีก่ ำหนดไวโ้ ดยมีการทบทวนความรู้เดิมให้
ผู้เรียนไดเ้ ชือ่ มโยงความรู้เดมิ กับความรูใ้ หม่

๒. ขั้นเข้าสู่บทเรียนเป็นการเรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติตามแผนการ
จัดการเรียนรู้ รวมทั้งการใช้กิจกรรมที่หลากหลายเพื่อสร้างความสนใจในการเรียนรู้ เช่น
การวิเคราะห์สถานการณ์โดยการแบ่งกลุม่ ทำงานท่ไี ดร้ ับมอบหมาย และการนำเสนอผลงานและ
แสดงความคิดเห็น



๓. ขั้นสรุปผลเป็นการสรุปเนื้อหาการเรียนรู้ในแต่ละหน่วยการเรียนรู้ แนะนำ
วิธีการประเมินผลเมื่อเรียนจบ โดยขั้นสุดท้ายผู้เรียนต้องเข้าร่วมทำกิจกรรมในงานประเพณีวิ่งควาย
หรอื เรยี นรู้จากแหลง่ เรียนรู้ เพือ่ เปน็ การแสดงถงึ การมีส่วนร่วมในกิจกรรมของท้องถนิ่
๕. สอื่ /แหล่งการเรียนรู้

สอ่ื แหล่งการเรยี นรปู้ ระกอบด้วย
๑. เอกสารประกอบการเรยี นรู้
๒. ภาพวีดที ศั น์ / ภาพน่งิ
๓. แหลง่ การเรยี นรู้ในท้องถิ่น
๔. ใบความรู้
๕. ใบงาน

6. การวดั และประเมนิ ผล
การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรขู้ องผู้เรยี น ดังนี้
๑. วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลักสูตรท้องถิน่ เรื่อง การขี่ควายเพื่อการแข่งขันใน

ประเพณีว่ิงควายจังหวัดชลบุรี ใชแ้ บบทดสอบกอ่ นเรียนและหลงั เรียน
๒. การประเมินจากการเขา้ ร่วมกิจกรรมในท้องถ่ิน



เอกสารการเรยี นรู้

หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี ๑.๑ ประเพณีว่ิงควายในทอ้ งถิ่น

๑. ประเพณี (tradition) เป็นกิจกรรมที่มีการปฏิบัติสืบเนื่องกันมา เป็นเอกลักษณ์และมี
ความสำคัญต่อสังคม เช่น การแต่งกาย ภาษา วัฒนธรรม ศาสนา ศิลปกรรม กฎหมาย คุณธรรม
ความเชื่อ ฯลฯ อันเป็นบ่อเกิดของวัฒนธรรมของสังคมเชื้อชาติต่าง ๆ กลายเป็นประเพณีประจำ
ชาติและถ่ายทอดกันมาโดยลำดับ หากประเพณีนั้นดีอยู่แล้วก็รักษาไว้เป็นวัฒนธรรมประจำชาติ
หากไม่ดีก็แก้ไขเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเทศะ ประเพณีล้วนได้รับอิทธิพลมาจากสิ่งแวดล้อม
ภายนอกทเ่ี ขา้ สสู่ งั คม รบั เอาแบบปฏิบัติท่ีหลากหลายเข้ามาผสมผสานในการดำเนินชีวิต ประเพณี
จึงเรียกได้ว่าเป็นวิถีแห่งการดำเนินชีวิตของสังคม โดยเฉพาะศาสนาซึ่งมีอิทธิพลต่อประเพณีไทย
มากที่สุด วัดวาอารามต่าง ๆ ในประเทศไทยสะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลของพุทธศาสนาที่มีต่อ
สังคมไทย และชี้ให้เห็นว่าชาวไทยให้ความสำคัญในการบำรุงพุทธศาสนาด้วยศิลปกรรมที่งดงาม
เพ่ือใชใ้ นพธิ ีกรรมทางศาสนาตง้ั แตโ่ บราณกาล เป็นต้น พระยาอนุมานราชธน ไดใ้ ห้ความหมายของ
คำว่าประเพณีไว้ว่า ประเพณี คือ ความประพฤติที่ชนหมู่หนึ่งอยู่ในที่แห่งหนึ่งถอื เป็นแบบแผนกนั
มาอย่างเดียวกัน และสืบต่อกันมานาน ถ้าใครในหมู่ประพฤติออกนอกแบบก็ผิดประเพณี หรือผิด
จารีตประเพณี คำวา่ ประเพณี ตามพจนานกุ รมภาษาไทยฉบับบณั ฑติ ยสถาน ไดก้ ำหนดความหมาย
ประเพณไี วว้ ่าขนบธรรมเนียมแบบแผน ซงึ่ สามารถแยกคำตา่ ง ๆ ออกได้เป็น ขนบ มีความหมายว่า
ระเบียบแบบอย่าง ธรรรมเนียม มีความหมายว่า ที่นิยมใช้กันมาและเมื่อนำมารวมกันแล้วก็มี
ความหมายว่า ความประพฤติท่ีคนส่วนใหญ่ ยึดถือเป็นแบบแผน และได้ทำการปฏิบัติสืบต่อกนั มา จน
เปน็ ตน้ แบบท่จี ะให้คนรุ่นตอ่ ๆ ไปได้ประพฤตปิ ฏบิ ัตติ ามกนั ตอ่ ไป

โดยสรุปแล้ว ประเพณี หมายถึง ระเบียบแบบแผนที่กำหนดพฤติกรรมในสถานการณ์ต่าง ๆ
ที่คนในสังคมยึดถือปฏิบัติสืบกันมา ถ้าคนใดในสังคมนั้น ๆ ฝ่าฝืนมักถูตำหนิจากสังคม ลักษณะ
ประเพณีในสังคมระดับประเพณีชาติ มีทั้งประสมกลมกลืนเป็นอย่างเดียวกัน และมีผิดแผกกันไป
บ้างตามความนิยมเฉพาะท้องถิ่น แต่โดยมากย่อมมีจุดประสงค์ และวิธีการปฏิบัติเป็นอันหนึ่งอัน
เดยี วกนั มีเฉพาะส่วนปลกี ยอ่ ยท่ีเสริมเตมิ แต่งหรือตดั ทอนไปในแต่ละท้องถนิ่ สำหรับประเพณีไทย
จะมคี วามเก่ยี วข้องกับความเช่อื ในคตพิ ระพุทธศาสนาและพราหมณม์ าแตโ่ บราณ

ประเพณที อ้ งถ่นิ
คำว่า “ท้องถิ่น” หมายถึง พื้นที่และขอบเขตที่ชุมชน หมู่บ้าน เมือง มีการปะทะ

สังสรรค์กันทางด้านสังคม เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม จนปรากฏรูปแบบทางวัฒนธรรมทีเ่ หมือนกนั
และแตกต่างกันไปจากชุมชน หมู่บ้าน และเมือง ในท้องถิ่นอื่น ดังนั้นวัฒนธรรมและประเพณีของ
ท้องถิ่นแต่ละแห่งอาจมีรูปแบบแตกต่างกันไปตามสภาพทางภูมิศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและ
สภาพแวดล้อม ซึ่งเราพอจะสรุปลักษณะสำคัญของวัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่นของไทย
ศลิ ปวฒั นธรรมท้องถนิ่



๒. ประเพณีของจังหวดั ชลบรุ ี
ประเพณวี ง่ิ ควาย
เป็นงานประเพณีประจำจังหวัดชลบุรี เป็นหนึ่งในประเพณีอันเป็นเอกลักษณ์ของ

จงั หวดั ชลบุรี ท่ีมีการจัดมากวา่ ๑๐๐ ปแี ลว้ ประเพณวี ิ่งควาย เป็นประเพณีท่จี ัดข้ึนเป็นประจำทุก
ปี ในวันขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๑๑ หรือก่อนออกพรรษา ๑ วัน เพื่อเป็นการทำขวัญควายและให้ควาย
ได้พักผ่อนหลงั จากการทำนามายาวนาน นอกจากนีป้ ระเพณวี ่ิงควายยังเป็นการแสดงความกตัญญู
รู้คุณต่อควายที่เป็นสัตว์มีบุญคุณต่อชาวนาและคนไทยอีกทั้งยังเพื่อให้ชาวบ้านได้มีโอกาสพักผ่อน
มาพบปะสังสรรค์กันในงานวิ่งควายก็จะนำผลผลิตของตนบรรทุกเกวียนมาขายให้ชาวบ้านร้าน
ตลาดไปพร้อม ๆ กัน ต่างคนก็จูงควายเข้าเที่ยวตลาดจนกลายมาเป็นการแข่งขันวิ่งควายกันข้ึน
และจากการที่ชาวไร่ชาวนาต่างก็พากันตกแต่งประดับประดาควายของตนอย่างสวยงามนี่เอง ทำ
ให้เกิดการประกวดประชันความสวยงามของควายกันขึ้นพร้อม ๆ ไปกับการแข่งขันวิ่งควาย
ประเพณีนี้เป็นของท้องถิน่ จังหวัดชลบุรีโดยแท้ หรือจะเรียกว่าเป็น “ของดีเมืองชล” ที่บรรพบุรุษ
ของเราได้สร้างสมไว้ให้ เป็นอมตะสมบัติของชาวชลบุรี เป็นประเพณีที่มีมาแต่บรรพกาลจนไม่
สามารถชช้ี ดั ไดว้ ่ามีมาแตส่ มัยใด และใครเปน็ ผรู้ ิเริ่มเป็นประเพณีทส่ี บื ทอดมาหลายช่ัวอายุคน เป็น
ประเพณีที่ปฏิบัติในวนั ขึน้ ๑๔ ค่ำ ซึ่งเป็นวันใกล้ส้ินฤดูฝนจะย่างเขา้ ฤดูหนาว เป็นฤดูกาลทีก่ ารไถ
หว่านได้เสร็จเรียบร้อยแล้วเป็นเวลาข้าวกล้าในนา พืชพันธุ์ธัญญาหารในไร่กำลังตกดอกออกรวง
เป็นฤดทู ่ชี าวไรช่ าวนากำลงั มองเหน็ ผลจากแรงกายของตน ตลอดจนแรงสตั วท์ ่ไี ดใ้ ช้ทำงานกำลังจะ
ให้ผลอยรู่ ำไร ความสุขและความหวังกำลงั รออย่เู บอื้ งหน้าอย่างน่าภาคภูมิใจ อีกไม่ช้าก็จะเกบ็ เกีย่ ว
ข้าวกล้าในนา ตลอดจนพืชผลต่าง ๆ ที่ได้ไถหว่านไว้ จึงมาคำนึงถึงสัตว์ เช่น วัวควายที่ได้ไถนาเป็น
เวลาหลายเดือน ควรจะได้มีส่วนได้รับความสุขตามสภาพบ้าง จึงต่างตกแต่งวัวควายของตน ให้
สวยงาม เป็นการทำขวัญควาย แล้วก็นำควายเข้าเมืองเพื่อพบปะกับบรรดาเกษตรกรทั้งหลาย ไม่
ว่าจะอยู่สารทิศใดก็จะมีโอกาสพบปะสังสรรค์กันในวันนั้น คนที่ไม่รู้จักกันก็แลกเปลี่ยนความ
คิดเห็นสารทุกข์สุขดิบ มีการเลี้ยงดูกันอย่างสนุกสนาน ตลอดจนมีการประกวดความสมบูรณ์ของ
ควาย วันนั้นเป็นวันของผู้ที่เป็นกระดูกสันหลังของชาติ มาสันนิบาตพบปะกันจริง ๆ เหตุที่เลือกเอา
วันขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๑๑ นั้น เพราะวันรุ่งขึ้นเป็นวันพระทุกคนจะต้องหยุดงานไปวัด วันพระน้ัน
โบราณหยุดงานไปวัดกันจริง ๆ แม้กระทั่งวัวควายก็ไม่ยอมให้ใช้งานวันพระ โดยเฉพาะต่อไปวันแรม
๑ ค่ำ เดือน ๑๑ ก็เป็นวันออกพรรษา การนำควายมาวิ่งอวดประกวดกันในเมืองวันนั้นเขามาก็เอา



ควายมาเทียบเกวียนบรรทุกกล้วย มะพร้าว ใบตอง ยอดมะพร้าวมาขาย เพื่อคนในเมืองจะได้
ซื้อไปห่อข้าวต้มหางทำบุญตักบาตร วันเทโวโรหนะ วันออกพรรษา คนโบราณของเราเป็นคนที่
หนักในความกตัญญูกตเวทติ า และมคี วามเมตตาธรรมสูง เหน็ วัวควายเหล่านนั้ ทำงานให้กับตน เป็น
สัตวท์ ีม่ คี ุณแก่ชวี ติ ตนไม่ยอมฆ่าสตั ว์เหล่าน้ันเป็นอาหาร ไม่รบั ประทานเนอื้ วัว ควาย เพราะถือว่าเป็น
สตั ว์ทีม่ ีบญุ คุณ

ประเพณีวิ่งควายไม่ใช่เรื่องไร้สาระเหลวไหล เป็นเรื่องที่แฝงไว้ด้วยสามัคคีธรรม
บรรพชนของเราเปน็ ห่วงประเพณีน้จี ะสูญหายในเร็ววัน เพราะคนจะไมเ่ หน็ คุณค่าของควาย ฉะน้ันในปีใด
ท่ไี ม่มีการว่ิงควาย ปีนนั้ ควายจะเป็นโรคระบาดตายกันมากผิดกวา่ ปกติ เพราะวิญญาณของบรรพชน
ของเรายังห่วงประเพณีอันดีงามนี้อยู่ จึงบันดาลให้เกิดอาเพศภัยพิบัติต่าง ๆ ควายที่เจ็บป่วย
ระหว่างปีเจ้าของควายก็บนบานให้หายแล้ว จะนำมาวิ่งเพื่อรักษาประเพณีปีละมาก ๆ สิ่งที่น่า
ภาคภูมิใจยิ่งสำหรับประเพณีวิ่งควายของชาวชลบุรีก็คือในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า
เจ้าอยู่หัวได้เสด็จประพาสจังหวัดชลบุรี เมื่อวันเสาร์ที่ ๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๕๕ ผู้ว่าราชการ
จังหวัดชลบุรี คือพระยาวิเศษฤาไชย ได้จัดวิง่ ควายถวายทอดพระเนตร ที่หน้าศาลากลางจังหวัด
ชลบุรี มีหลักฐานปรากฏในพระราชกิจรายวัน กรมราชเลขาธิการได้บันทึกไว้ ขอคัดมาเป็น
หลักฐาน วัน ๗ ฯ ๑๒ ร.ศ.๑๓๑ เสด็จลงเรือพระที่นั่ง ที่ท่าหน้าตำหนักกรมขุนมรุพงษ์
พระราชทาน พระแสงสำหรับมณฑลแก่พระสุนทรพิพิธ แล้วเสด็จลงเรือจะเสด็จเมืองชลบุรี พอ
ผ่านโรงทหาร กองทหารโห่ร้องถวายไชยมงคลล่องลงมาตามลำน้ำ เวลาเที่ยงถึงปากน้ำบางปะกง
เสด็จขึ้นประทับบนศาลาการเปรียญ วัดบางปะกง มีเจ้าคณะมณฑลและเจ้าอธิการวัดนี้มาคอยรบั
เสด็จ และมีราษฎรมาคอยเฝ้าเป็นอันมากโปรดให้ราษฎรเฝ้าราษฎรนำปลาและน้ำปลามาถวาย
โปรดพระราชทานเงินทุกราย และพระราชทานเสมาเงิน จ.ป.ร. แก่เด็กลูกหลานของราษฎรที่มา
เฝ้านั้นทั้งหญิงและชายแล้วประทับเสวย ณ ที่นั้น เวลาบ่าย ๒ โมง ๔๕ นาที เสด็จประทับลงเรือ
ยนต์พระสงฆ์ในวดั นีส้ วดชยันโต เวลา ๓ โมง ๔๕ นาที เรือพระที่นั่งเทียบสะพานท่านำ้ เมอื งชลบุรี
พระยาวิเศษฤาไชยและข้าราชการเมืองนั้นมาคอยรับเสด็จ เสด็จขึ้นประทับตำหนักกรมขุนมรุพงษ์ท่ี
เมืองชลบุรีน้ัน เวลาบ่าย ๔ โมง เสด็จทีว่ ่าการเมืองกองเสือป่าและลูกเสือ นักเรียนชายหญิงตั้งแถวรบั
เสด็จท่สี นามหญ้าหน้าท่ีว่าการ ทหารเรอื ชายทะเลท้ังข้างขวา ข้างซา้ ยตำรวจภูธร เมือ่ ประทับบน
ที่ว่าการแล้วพระยาวิเศษฤาไชย นำฝ่ายพลเรือนเฝ้าเรีย งตัวหลวงมริดราบ นำทหารเรือ
ทหารบกตำรวจภูธรเฝ้า พระยาวิเศษฤาไชยนำพ่อค้าไทย,จีน เฝ้าประทับทอดพระเนตรแข่งกระบือ
และแห่ผ้าป่า ซึ่งพ่อค้าพลเมืองได้จัดให้มีขึ้น ประทับเสวยเครื่องว่าง ณ ที่นั้นแล้วเสด็จกลับยังท่ี
ประทับแรม โปรดให้เลื่อนกำหนดวันที่จะเสด็จกลับไปอีก ๒ วัน จากพระราชกิจประจำวันนี้ จะ
เห็นได้ชัดว่าประเพณีวิ่งควายได้มีมาแล้วแต่อดีต และเป็นประเพณีที่แปลกกว่าจังหวัดอื่น จึงได้
เตรียมการจัดถวายทอดพระเนตรเป็นกรณีพิเศษ



ประเพณีวิ่งควาย ปัจจุบันในเขตเทศบาลเมืองชลบุรี จัดวันขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๑๑
อำเภอบ้านบึงจัดวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ ตลาดหนองเขิน ตำบลหนองชาก อำเภอบ้านบึง จัด
วันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ วัดกลางดอน ตำบลแสนสุข อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี จัดว่ิงควาย
วันทอดกฐินประจำปีของวัด ถึงแม้เกษตรกร จะนำควายเหล็กมาใช้ไถที่หรือทำงานด้านเกษตรเป็น
จักรกลเครื่องผ่อนแรง แต่ก็ปรากฏว่าการวิ่งควายของแต่ละหน่วยงานที่จัดขึ้นนั้น จำนวนควายได้
ลดน้อยถอยลง นอกจากจะเป็นการรักษาประเพณีและวัฒนธรรมท้องถิ่นแล้ว หากร่วมแรงร่วมใจ
ตั้งใจทำงานนี้อย่างจริงจัง ยังเป็นการดึงชนต่างถิ่นได้มาชมประเพณีวิ่งควายอันเป็นประเพณีที่มี
จังหวัดเดียวในเมืองไทยอีกด้วย ในอดีตสภาพตลาดชลบุรี ยังไม่เจริญเหมือนทุกวันนี้ เกวียนท่ี
บรรทุกสินค้ามาจำหนา่ ยในเมืองจึงพักเกวียนอยู่ตามลานวัดใกล้เคียงกับตลาดที่ติดต่อค้าขายกันที่
บริเวณข้างวัดใหญอ่ นิ ทารามและข้างวัดต้นสนมสี ถานทข่ี องเอกชนแหง่ หนึ่ง ซ่งึ ชาวบา้ นนิยมใช้เป็น
ที่พักเกวียนเพ่ือขนถ่ายสินค้า ชาวบ้านเรียกกันว่า ตลาดท่าเกวียน ทุกวันข้ึน ๑๔ ค่ำ เดือน ๑๑
(วันออกพรรษา) จะมีชาวบ้านมาจำหน่ายสินค้าในตลาดเป็นจำนวนมากและนำควายมาพักไว้ใน
บริเวณวัด หรือไม่กจ็ ูงควายเข้ามาเท่ียวตลาด โดยแต่งตวั ให้สวยงามทั้งคนและควาย เพื่อเป็นการทำ
ขวัญควาย การแต่งควายจึงวิจิตรพิสดารไปตามความคิด เช่น ทำถุงสวมเขาควาย ตกแต่งเชือกจูง
ควาย และหวายเฆี่ยนควาย ตลอดจนทำกระบังแต่งหน้าควาย เป็นต้น การจูงควายเข้าเทีย่ วตลาด
เพื่อจับจ่ายซื้อของตามความประสงค์ ตลอดจนนำควายวิ่งไปรอบ ๆ ตลาดด้วยความสนุกสนานนี้
เองทีต่ ่อมาไดก้ ลายเปน็ ประเพณวี ่ิงควายตามลานวดั ต่าง ๆ ซ่งึ เมอื่ ถงึ วนั แขง่ วงิ่ ควาย ชาวบ้านจะนำ
ควายมาพักก่อนที่จะนำควายเข้าวิ่งแข่งขัน ในระหว่างปีหากควายเกิดการเจ็บป่วย เจ้าของ
ควายก็จะบนบานศาลกล่าวด้วยการนำควายมาวิ่งแก้บนจนกลายเป็นประเพณีสืบต่อกันมาจนทุก
วนั น้ี

จากข้อมูลการสัมภาษณ์นายสุรสิตย์ กังวลกิจ นายกเทศมนตรีบ้านบึง และ
นายวันชัย จึงจรัสทรัพย์ รองประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดชลบุรี ได้ให้ข้อมูลไว้ว่า อำเภอบ้านบึง
ได้จัดประเพณีวิ่งควายมาแล้วกว่า ๑๐๐ ปี จะจัดในช่วงต้นเดือน ตุลาคม-พฤศจิกายน
วันอาทิตย์แรกหลังออกพรรษา ในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ ของทุกปีและจัดต่อเนื่องกันมาเป็น
เวลานาน ซงึ่ ในอดตี จะมีประเพณีทำขวญั ควาย แต่ในปัจจุบนั ไม่มีการทำขวญั ควายแล้ว เพราะไม่มี
หมอที่สามารถทำขวัญควายได้จึงยกเลิกการทำขวัญควายไป เหลือแต่การวิ่งควายและประกวด
ควายพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ โดยแบ่งควายเป็น ๕ รุ่น คือ ใหญ่ จิ๋วใหญ่ จิ๋วเล็ก ซุปเปอร์จิ๋ว จิ๋วพิเศษ
ควายที่ใช้ในการประกวดจะต้องมีอายุไม่เกิน ๑๒ ปี จึงจะเข้าประกวดได้ ทางเทศบาลเมืองบ้านบึง ได้
ใหง้ บประมาณในการจดั การประเพณีวง่ิ ควายปีละ ๕๐๐,๐๐๐ บาท (หา้ แสนบาทถ้วน)



จากการสัมภาษณ์ นายบุญธรรม ถงถาวร สมาชิกสภาเทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์
เขต ๔ กล่าวว่า ประเพณีวิ่งควายเริ่มจัดขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๓๙ สืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ถ้าหาก
ไม่จดั การแข่งวิง่ ควายกจ็ ะเกิดเหตุการณ์ หนอนกินหญา้ กินใบไมจ้ นหมดและเกดิ ไฟไหม้ ตามความ
เชื่อของชาวบ้าน ซึ่งปัจจุบันงานแข่งวิ่งควายจะจัดขึ้นบริเวณสันเขื่อนอ่างเก็บน้ำหนองค้อ โดยจะ
จัดในวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ (วันออกพรรษา) ภายในงานประเพณีวิ่งควายจะมีการประกวดพ่อพันธุ์
แม่พันธุ์ควาย สวยงาม แต่ในพื้นที่ไม่มีควายต้องมกี ารนำควายมาจากตำบลหนองชาก อำเภอบ้าน
บึง และอำเภอพนัสนิคมทำให้เสียค่าขนย้ายควาย ต้องมีงบมาสนับสนุนจากหน่วยงานต่าง ๆ ท้ัง
ภาครัฐและเอกชนทำให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินเข้ามาตรวจสอบการใช้งบประมาณในประเพณี
วิ่งควายจงึ เกิดปัญหาการของบประมาณมาจัดประเพณีว่งิ ควายเพราะมกี ารตรวจสอบอย่างเข้มงวด
ทำให้ไม่สามารถเบิกงบประมาณจากทางรัฐได้ยากมากขึ้น จึงส่งผลต่อประเพณีวิ่งควาย ทำให้
ประเพณีวิ่งควายมีการเปลี่ยนแปลงและกำลังจะสญู หายไปในอนาคต อาจทำให้ลูกหลานไม่ได้เหน็
ประเพณีทอ้ งถ่ินดงั้ เดมิ ของพนื้ ทจ่ี งั หวัดชลบรุ อี กี ตอ่ ไป

จากการสัมภาษณ์นายไพบูรณ์ พันธ์สนิท นายกเทศมนตรีตำบลบ่อทอง ได้ให้
ข้อมูลว่า จะจัดประเพณีวิ่งควายในวัน ขึ้น ๑ ค่ำ เดือน ๑๒ ของทุกปี ในอดีตรูปแบบการจัดงาน
ไม่ได้รับความช่วยเหลือจากคนในท้องถิ่นและจากทางภาครัฐ โดยจะใช้วิธีเรี่ยไรจากชาวบ้านเพื่อ
นำมาเป็นรางวัลให้กับคนที่นำควายมาแข่งขัน ปัจจุบันเทศบาลเข้ามาสนับสนุนโดยการให้
งบประมาณในการจัดงานประเพณีวิ่งควายซึ่งจะจัดการแข่งควายขึ้นที่กลางตลาด สี่แยกบ่อทอง
ตอนเช้าจะทำบุญตักบาตร เมื่อทำบุญตอนเช้าเสร็จสิ้น ก็จะมีการจัดประกวดควายสวยงามในอดีตมี
การประกวดใส่ชุดว่ายน้ำในปี พ.ศ.๒๕๔๓ และการแข่งวิ่งควายมีการจัดขบวนแห่ควาย ควายแข่งจะให้
โชวบ์ นรถแต่จะไม่นำมาเดินขบวนดว้ ย เนือ่ งจากควายจะเจ็บกีบเท้าทำให้เกิดบาดแผลได้ แต่ควาย
ที่ไม่แขง่ จะนำมาเดินขบวนรอบตลาดประมาณ ๕๐๐ ตัว ส่วนควายที่เขา้ แข่งขนั แบ่งประเภท เป็น
๔ รุ่น ท้ังใหญ่ กลาง จิ๋วและรุ่นทั่วไป จำแนกรุ่นจากน้ำหนักและอายุ โดยในพื้นท่ีตำบลบ่อทอง
มีควายจำนวนน้อยลง เนื่องจากชาวบ้านไม่ค่อยเลี้ยงควาย แต่บางบ้านเลี้ยงไว้เพื่อทำการเกษตร
ทำใหต้ ้องมกี ารนำควายมาจากนอกพ้ืนที่ เชน่ จงั หวดั ระยอง และจงั หวัดฉะเชิงเทรา นอกจากน้ี ยัง
มีการจัดประกวดพืชผลทางการเกษตรและภายในอำเภอบ่อทอง ยังมีพื้นที่ที่จัดประเพณีวิ่งควาย
คอื ตำบลเกษตรสุวรรณ (จัดในวันลอยกระทง) อำเภอบ่อทอง (๑๕ คำ่ เดือน ๑๒) ตำบลพลวงทอง
(วันออกพรรษา) และได้เงินสนับสนุนจากทางเทศบาลบ่อทอง จำนวน ๕๐๐,๐๐๐ บาท (ห้าแสน
บาทถ้วน) และได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชนในปี พ.ศ.๒๕๕๙ เทศบาลตำบลบ่อทองไม่ได้จัด
ประเพณีว่ิงควาย แต่มกี ารทำบุญที่ตลาดสี่แยกบ่อทองและมกี ารนำควายมาเดินรอบตลาดกว่า ๓๐ ตัว
ซึ่งตามความเชื่อของชาวบ้านเชื่อกันว่าถ้าไม่จัดงานวิ่งควายขึ้น ก็จะเกิดไฟไหม้ขึ้นที่ตลาด ที่เป็น
สถานที่จัดประเพณีว่ิงควายทำให้ต้องจัดงานวิ่งควายข้ึนใหม่ โดยในปี พ.ศ.๒๕๖๐ ได้จดั งาน
ว่งิ ควายข้ึนเป็นครั้งที่ ๕๑



ข้อมูลจาการสัมภาษณ์ นายอเนก พัฒนงาม รองประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดชลบุรี
ได้ให้ข้อมูลว่าการจัดประเพณีวิ่งควายของอำเภอบางละมุง ซึ่งในอดีตได้จัดตั้งแต่ ปีพ.ศ. ๒๕๔๖
ในอดีตควายในพื้นที่วิ่งเก่งเป็นควายที่ใช้งานหนัก เนื่องจากควายในสมัยอดีตมกั นำไปทำนา ทำให้
มีร่างกายแข็งแรง จึงวิ่งเก่งและเร็วส่วนในปี พ.ศ.๒๕๔๖ เริ่มมีการจัดแข่งขันเรือยาวประเพณี
กลองยาว หมากรุก ใช้งบประมาณจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรีและเมืองพัทยา ในอดีต
แบ่งควายที่ลงแข่งเป็น ๔ รุ่น คือ จิ๋วเล็ก จิ๋วใหญ่ จิ๋วพิเศษ ควายใหญ่ แต่ในปัจจุบันแบ่งเป็น ๕ รุ่น
คอื จ๋ิวเล็ก ซุปเปอร์จิว๋ จิ๋วพเิ ศษ จวิ๋ ใหญ่ ควายใหญ่ ซึ่งดูอายุควายจากฟันและพาลีเขาและมีการทำ
ขวัญควาย แต่ในอดตี องค์การบริหารส่วนตำบลหนองปรอื ไม่ไดม้ ีพิธที ำขวัญควาย แต่ในปี พ.ศ.๒๕๔๙
มีขบวนเกวียน กลองยาว ควายเผือก แข่งขันจับลูกหมู ประกวดน้องนางบ้านนา แข่งมอเตอร์ไซด์
แข่งเรือยาว เป็นกิจกรรมที่เสริมขึ้นมาเมื่อเป็นเทศบาลเมืองหนองปรือ ได้งบประมาณจากเมืองพัทยา
จำนวน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) และองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรีให้งบประมาณ
จำนวน ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท (สองล้านบาทถ้วน) ซึ่งกิจกรรมต่าง ๆ มีการจัดมาถึงปัจจุบัน ในช่วง
เดือนตุลาคมถึงเดือนพฤศจิกายน ซึ่งดูจากความเหมาะสมและมักจัดให้ตรงกับวันอาทิตย์ ทำให้มี
ชาวบา้ นมารว่ มงานนบั หมน่ื คนสว่ นในพ้ืนท่มี คี วายท่ีเล้ียงไว้ประมาณ ๑๐ ตัว รวมท้งั ควายเผือกอีก
ประมาณ ๑๐ ตวั

ข้อมูลจาการสัมภาษณ์นายประวิง วัฒนแพทย์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล
คลองพลูได้ให้ข้อมูลว่า กำหนดจัดงานประเพณีวิ่งควาย ในวันแรม ๗ ค่ำ เดือน ๑๑ หรือ
ประมาณเดือนตุลาคมของทุกปี จัดหลังจากที่จังหวัดชลบุรีจัดประเพณีวิ่งควายเสร็จสิ้นแล้ว
ในสมยั กอ่ นจะจดั ทบ่ี า้ นกงสี (เจ้าของตลาด) ปัจจบุ นั จัดที่ตลาดคลองพลู ตอนเช้าจัดพิธีทำบุญตักบาตร
หลังจากนัน้ จะเริ่มนำควายเดินแห่รอบตลาด มาสิ้นสุดที่บริเวณหน้าองคก์ ารบริหารส่วนตำบลคลองพลู
ระยะทางที่เดินแห่ประมาณ ๑ กิโลเมตร มีควายมาร่วมขบวนแห่จำนวนประมาณ ๑๕๐ ตัว แล้ว
ตอ่ ดว้ ยการประกวดควายสวยงาม แบง่ เปน็ รุ่น เลก็ กลาง ใหญ่ ควายสว่ นใหญจ่ ะนำมาจากอำเภอบ้านบึง
สำหรบั การแขง่ วิง่ ควายไมไ่ ด้จดั มานานเป็นเวลา ๑๐ กว่าปีแล้ว เนื่องจากไม่มสี ถานท่ีแต่ว่ามีการจดั
ประกวดพชื ผลทางการเกษตร การประกวดควายสวยงาม การแข่งขันกฬี า เชน่ มวยไทย ชกั คะเยอ่ ตะกร้อ
ฟตุ บอล เปน็ ตน้ นอกจากน้นั แล้วองค์การบรหิ ารสว่ นตำบลหนองเสือชา้ ง และเทศบาลตำบลหนอง
ใหญก่ ม็ ีการจดั ประเพณีวงิ่ ควาย ในลกั ษณะเดยี วกัน ท้ังน้ี ชาวบ้านในอำเภอหนองใหญ่ มคี วามเช่ือ
ว่าหากปีใด ไม่มีการจัดประเพณีวิ่งควาย ก็จะต้องจัดพิธีทำบุญตักบาตรแทน เพื่อไม่ให้เกิดไฟไหม้
ตลาด



ข้อมูลจาการสัมภาษณ์นายสฤษดิ์พร เกิดบุญส่ง ผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมการศึกษาฯ
ได้กล่าวว่า การแข่งควายท่ีเทศบาลเมืองชลบุรี เป็นประเพณีที่สืบทอดมาหลายชั่วอายุคน จะจัดใน
วันขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๑๑ ซึ่งเป็นวันใกล้สิ้นฤดูฝนย่างเข้าฤดูหนาว จัดมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๖
แต่ในปี พ.ศ.๒๕๕๙ ไม่ได้จัดแข่งวิ่งควาย แต่มีการจัดพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์แทน ซึ่งใน
ปัจจุบันประเพณีวิ่งควายมีกิจกรรมในขบวนแห่มากมาย เช่น เกวียนกัณฑ์ ๑๓ ขบวน การ
ประกวดน้องนางบ้านนา การประกวดสาว(เหลือ)น้อยบ้านนา การแข่งขันปืน เสาน้ำมัน การ
แข่งขนั ตะกร้อลอดบ่วง เป็นตน้ งานประเพณีวง่ิ ควายท่ีเทศบาลเมอื งชลบุรมี ีการทำขวัญควายทุกปี
นอกจากนอ้ี งค์การบริหารส่วนจงั หวดั ชลบุรี ได้สนบั สนนุ งบประมาณ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท (สองล้าน
บาทถ้วน) และเทศบาลเมอื งชลบุรีให้เงินสนับสนุน ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท (สามล้านบาทถว้ น) โดยให้
ควายที่เข้ามาร่วมแข่งขันจะได้รับเงินรางวัลตัวละ ๕๐๐ บาท และบริษัทอีซูซุ บริษัทโตโยต้า และ
โรงหนังเมเจอร์ ได้สนับสนุนด้วยการทำเสื้อให้คณะกรรมการ จำนวน ๖๐๐ ตัว เพื่อนำมาแจก
ประชาชนทมี่ ารว่ มในงานว่ิงควายอกี ด้วย

ข้อมูลจากการสัมภาษณ์ นายชุมพล วิมลประเสริฐ ได้ให้ข้อมูลวา่ บ้านตลาดทุ่งเหียง
เป็นชุมชนที่มีอายุเก่าแก่กว่า ๑๐๐ ปี ตั้งอยู่ที่ หมู่ ๔ ตำบลหมอนนาง อำเภอพนัสนิคม ชาวบ้าน
ส่วนใหญ่จะทำการเกษตรทำนา เพาะปลูก จึงนิยมเลี้ยงควายไว้ใช้งานมากกว่าเพื่อบริโภค
ประเพณีวิ่งควายเริ่มมีมาตั้งแต่ราวปี พ.ศ.๒๕๐๐ ได้มีดำริจากผู้ใหญ่ ที่เป็นบุคคลสำคัญของบ้าน
ตลาดทุ่งเหียง ได้มอบหมายให้ผู้รู้และชาวบ้านช่วยกันดำเนินงาน โดยจัดการทำบุญกลางตลาด
และมีการประกวดควายสวยงาม ควายตลกขบขัน และควายเร็ว ใช้ถนนในตลาดเป็นสนามแข่งขัน
สร้างความสนุกสนานกับผู้ชมยิ่งนักจนเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางจนถึงปี พ.ศ.๒๕๑๕ ชาวบ้านได้
รวมตัวกนั จดั ประเพณอี ีกคร้งั หลงั จากไม่ได้จัดต่อเนอื่ งมาหลายปี โดยการนำของนายวโิ รจน์ พพิ ฒั น์ขจร
(อั้ง) และกลุ่มเยาวชนอีกหลายท่านจนทำให้บรรลุผลสำเร็จเป็นอย่างดี กิจกรรมที่จัดขึ้นมีความ
ทันสมัยมากขึ้น แต่ยังคงรูปแบบเดิม มีพิธีสงฆ์ในตอนเช้า ทำบุญกลางตลาด ซึ่งมีควายเข้าร่วมพิธี
ราว ๓๐๐ ตัว พระสงฆ์พรมน้ำพุทธมนต์ให้ควายทุกตัวที่แข่งขันเพื่อเป็นสิริมงคล ปัดเป่าโรคภัย
นอกจากนี้ยังมีการละเล่นกีฬาพื้นบ้าน และยังเชิญนักท่องเที่ยวจากต่างถิ่นให้เข้าร่วมการแข่งขัน
เพื่อสร้างความสนุกสนานอีกด้วย และในช่วงกลางคืนยังมีการละเล่นต่าง ๆ จากลูกหลานชาวบ้าน
ตลาดทุ่งเหียง รายได้หลักหักค่าใช้จ่าย คณะผู้จัดได้มีมตใิ ห้จัดซื้ออปุ กรณ์ดับเพลิง และไดม้ ีการนำ
กระแป๋งน้ำที่เหลือจากการแจกควายมาแขวนไว้ที่ขื่อหน้าบ้านทุกบ้าน ปัจจุบันประเพณีวิ่งควาย
บา้ นทงุ่ เหียง ยงั คงดำเนนิ การจัดงานอยู่ ตง้ั แต่ปี พ.ศ.๒๕๕๑ เป็นตน้ มาได้รเิ รมิ่ ประเพณวี งิ่ ควายข้ึน
อกี คร้ังหลังจากท่ีห่างหายไปนาน เน่ืองจากสภาพถนนถูกลาดยางทำให้ไม่เอ้ืออำนวยต่อการจัดการ
แข่งขัน จึงมีการดำเนินการย้ายและสร้างสนามแข่งขันขึ้นใหม่ ในบริเวณเส้นทางบ้านทุ่งเหียง
หนองเสม็ด แต่ยังคงรูปแบบเดิมอยู่รวมถึงการละเล่นพื้นบ้านที่หาชมได้ยาก เพื่อเป็นการอนุรักษ์
วฒั นธรรมเฉพาะถ่นิ ใหค้ งอยสู่ บื ไป

๑๐

ลักษณะเฉพาะที่แสดงถึงอัตลักษณ์ของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม โดยมี
รายละเอยี ดครอบคลุมสาระ ดงั ตอ่ ไปน้ี

๑. ลักษณะ ประเพณีวิ่งควาย เป็นประเพณีเก่าแก่ดั่งเดิมของจังหวัดชลบุรีอยู่แห่งเดียวใน
เมืองไทย เมื่อใกล้เทศกาลออกพรรษาครั้งใดก็แสดงว่าเป็นช่วงเวลาแห่งการไถหว่านได้ผ่านพ้นไป
แล้ว ถึงเวลาทบี่ รรดาชาวไร่ชาวนา จะไดม้ โี อกาสหยุดพกั ผอ่ น เพ่อื รอคอยเวลาทผี่ ลผลิตจะตกดอก
ออกรวงและก็เป็นเวลาที่วัวควายจะได้พักเหนื่อยเสียทีหลังจากที่ถูกใช้งานมาอย่างหนักซึ่งเป็น
ประเพณที ีต่ กทอดมาจากบรรพบุรุษจนถึงปัจจุบัน โดยมีวตั ถปุ ระสงคเ์ พ่ือสง่ เสริมประเพณีอันดีงาม
และสง่ เสริมการทอ่ งเทย่ี วของจงั หวดั ชลบรุ ี หลายพ้นื ที่ในจงั หวัดชลบรุ ีได้จดั ประเพณีว่ิงควายขึ้นใน
วันที่ต่างกัน คือ เทศบาลเมืองบ้านบึงจะจัดในวันอาทิตยแ์ รกหลังวันออกพรรษาหรอื วันอาทิตย์ถัด
จากวันตักบาตรเทโวโรหณะ เทศบาลเมืองชลบุรีกับเทศบาลเมืองหนองปรือ จัดในวันขึ้น ๑๔ ค่ำ
เดือน ๑๑ หรือ ก่อนออกพรรษา ๑ วัน เทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์ จัดในวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑
(วันออกพรรษา) เทศบาลตำบลบ่อทอง จัดในวันขึ้น ๑ ค่ำ เดือน ๑๒ องค์การบริหารส่วนตำบล
คลองพลู จัดในวันแรม ๗ ค่ำ เดือน ๑๑ ซึ่งการจัดประเพณีวิ่งควายในจังหวัดชลบุรีนั้นจัดขึ้นเพื่อ
สร้างความสนุกสนานสรา้ งความสามคั คใี หก้ ับคนในชมุ ชนอกี ด้วย

๒. ความเชื่อ ในหลายพื้นที่ของจังหวัดชลบุรีชาวบ้านหรือคนในชุมชนมักมีความเชื่อที่สืบ
ทอดกันมาว่า “ปีใดที่ไม่มีการวิ่งควาย ปีนั้นวัวควายจะตายเป็นโรคระบาดกันมากกว่าปกติ เพราะ
วิญญาณของบรรพชนยังห่วงประเพณีอันดีงามอยู่จึงบันดาลให้เกิดอาเพศภัยพิบัติต่าง ๆ ควายที่
เจบ็ ปว่ ยระหว่างปเี จา้ ของควายก็จะบนบานใหห้ ายแลว้ จะนำมาวง่ิ เพื่อรักษาประเพณีว่ิงควายปลี ะมาก
ๆ นอกจากนี้ก็ยังเชื่อว่าหากปีใดที่ไม่มีการจัดวิ่งแข่งควาย ควายจะทำให้เกิดไฟไหม้สถานที่ที่จัดวิ่ง
ควายไม่ว่าจะเป็นตลาดคลองพลู ตลาดบ่อทอง จะเกิดอาเพศภัยพิบัติ คือ เกิดไฟไหม้ตลาด ถ้าไม่
จดั ว่ิงควายจึงต้องมพี ิธบี วงสรวงส่ิงศักดส์ิ ิทธทิ์ ีย่ งั คงสบื ทอดตอ่ กนั มาจนถงึ ปัจจบุ นั

๓. วสั ดแุ ละอปุ กรณ์ทีเ่ กยี่ วข้องกบั ควาย

๑) เกวยี น ๙) อปุ กรณต์ อนควาย

๒) เกราะแขวนคอควาย ๑๐) หนงั ตะแบงเกวยี น

๓) ยาเปา่ ตาควาย ไวร้ ักษาควาย ๑๑) กระพ้อกรอกยาควาย

๔) กระดิ่งแขวนคอควาย ๑๒) ไถคู่

๕) สะพานควาย ๑๓) หวายนกั เลง

๖) เชอื กขบั เกวยี น ๑๔) แอก

๗) แอกนอ้ ย ๑๕) คฑาลากข้าว

๘) กระโหลง่

๔. กระบวนการ/ข้นั ตอน/วิธกี าร

ข้ันตอนและวธิ กี ารในการว่ิงควายของแต่ละอำเภอจะมีความคล้ายคลึงกัน แตกต่างกันเล็กน้อย

ในแตล่ ะพื้นที่

๑๑

เทศบาลเมอื งบา้ นบงึ

ประเพณีวิ่งควายของเทศบาลเมืองบ้านบึง เจ้าของควายจะตกแต่งควาย อย่างงดงามด้วย
ผา้ แพรพรรณดอกไม้หลากสี แล้วนำควายมาว่ิงแขง่ กันหลังจากท่ีมีการทำบุญใส่บาตรกันในช่วงเช้า
แล้วโดยผู้ขี่ควายแต่ละคนจะขึ้นขี่หลังควายของตนเองอยู่หลังเส้นจุดปล่อยตัว เมื่อได้ยินสัญญาณ
เร่มิ แขง่ ขนั ก็จะควบคมุ ควายให้วิ่งไปใหเ้ รว็ ทส่ี ดุ แข่งขันกันไปใหผ้ า่ นเส้นชยั ควายใครวง่ิ ผ่านเส้นชัย
ก่อนจะเป็นผู้ชนะความสนุกอยู่ที่ท่าทางว่ิงควายที่แปลก บางคนขี่ก็ลื่นไหลตกลงมาจากหลังควาย
และคนดูจำนวนมากจะสง่ เสียงกันดังอย่างอื้ออึงและในอำเภอบ้านบึงนี้มีการเพิม่ ประกวดควายพ่อ
พนั ธ์ุ แม่พนั ธุ์ประกวดการตกแตง่ ความสวยงาม และทพี่ เิ ศษกวา่ ทีอ่ นื่ คือ อำเภอบา้ นบึงมีควายแสน
รู้ที่สามารถ เดินสองขาได้ สั่งให้น่ัง และทำตามคำสั่งได้ ทำให้ประเพณีวิ่งควายมีกิจกรรมมากขึ้น
ในอดีตก่อนจะมีการแข่งวิ่งควาย จะมีพิธีทำขวัญควาย ซึ่งเป็นพิธีกรรมที่ทำเพื่อระลึกถึงบุญคุณ
ของควายที่ช่วยมนุษย์ทำนา รวมไปถึงการขอขมาที่ได้ด่าว่า เฆี่ยนตี ในระหว่างการใช้งานแต่ใน
ปัจจุบันไม่มีแล้วเนือ่ งจากขาดผู้เชี่ยวชาญในการมาประกอบพิธี จึงเหลือแค่การแข่งขันวิ่งควาย ใน
ปัจจบุ ันแบ่งประเภทควายท่ีว่ิงแข่งเป็น ๕ รนุ่ ดังนี้

๑. รุ่นซุปเปอรจ์ ๋วิ หมายถงึ ควายอายนุ อ้ ยกวา่ ๑ ปีครึง่
๒. รุ่นจิว๋ พเิ ศษ หมายถงึ ควายทีม่ ีอายไุ มเ่ กนิ ๒ ปี
๓. รนุ่ จ๋ิวเลก็ หมายถึง ควายทมี่ ีอายุไม่เกิน ๓ ปี
๔. รุ่นจิ๋วใหญ่ หมายถงึ ควายท่ีถ่ายฟนั ๔ ซ่ี
๕. รนุ่ ใหญ่ หมายถงึ ควายที่ถา่ ยฟนั มากกวา่ ๔ ซ่ีขึน้ ไป

หลังจากวิ่งควาย ก็จะมีการประกวดควายพ่อพนั ธุ์ แม่พันธ์ุ โดยเลือกจากควายที่มีลักษณะ
สมบูรณ์ สวยงามเพื่อความสนกุ สนานของชาวบ้านท่ีมาร่วมงานจังหวัดชลบุรีทกุ พ้ืนท่ีได้กำหนดจัดงาน
ประเพณีวิ่งควายขึ้นทุกปีโดยมีข้อสรุป เรื่องระยะเวลาจัดกิจกรรมและประเภทของกิจกรรมของ
เทศบาลเมืองชลบุรี เทศบาลเมืองบ้านบึง เทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์ เทศบาลตำบลบ่อทอง
องค์การบริหารส่วนตำบลพลวงทอง องค์การบริหารส่วนตำบลคลองพลู เทศบาลเมืองหนองปรือ
เทศบาลตำบลหมอนนาง กำหนดจัดงานประเพณีวิ่งควาย เริม่ ตงั้ แต่วันขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๑๑ จนถึงวัน
ขึ้น ๑๕ คำ่ เดอื น ๑๒ กิจกรรมทส่ี ำคญั ประกอบด้วย

๑. การแขง่ ขันวิ่งควายเรว็ (ควายบก)
๒. การแข่งขนั วิ่งคราดนา (ควายน้ำ)
๓. การประกวดอนรุ ักษ์ควายพันธ์ุ
๔. ขบวนแหข่ บวนควายและควายเทยี มเกวียน
๕. การประกวดผลผลิตทางการเกษตร
๖. การแต่งกายควายและคนสวยงาม
๗. การแตง่ กายควายและคนความคิดตลกขบขัน

๑๒

ประเพณีว่ิงควาย เปน็ กีฬาพน้ื บ้านเก่าแกด่ ้ังเดิมที่มเี อกลักษณ์โดดเดน่ ชนดิ หนึ่งของไทย ได้
มีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร เป็นข้อมูลประเพณีที่สำคัญของจังหวัดชลบุรีโดยเทศบาลเมือง
ชลบุรี จดั ทำเปน็ เอกสารรูปเล่มทุกปี และเป็นมรดกภมู ิปญั ญาทางวฒั นธรรมของจังหวัดชลบุรีที่ข้ึน
บัญชีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมทำให้ประเพณีวิ่งควายมีเอกสารที่ได้บันทึกข้อมูลไว้ ให้คนรุ่น
หลังได้สืบสานประเพณีอันดีงามของจังหวัดชลบุรีสืบไป นอกจากนี้ในพื้นที่ที่จัดงานประเพณีว่ิง
ควาย ไดม้ กี ารจดั ต่อเนอ่ื งเป็นประจำทุกปีและมชี าวบ้านเข้ามามสี ่วนร่วมในการแข่งขันว่ิงควาย ถือ
ได้ว่าเป็นการสืบสานและถ่ายทอดให้คนรุ่นหลังได้เห็นการแข่งขันวิ่งควาย การประกวดต่าง ๆ ท่ี
เกี่ยวข้องกับควาย อำเภอศรีราชา มีการจัดอนุสรณ์สถานควายไทย บริเวณหน้าโรงเรียนชุมชนวันหนองค้อ
ตำบลหนองขาม อำเภอศรีราชา เพื่อให้ลูกหลานได้เห็นคุณค่าของควาย นายสมศักดิ์ สวัสดีมงคล
นายกองคก์ ารบริหารส่วนตำบลคลองกิว่ อำเภอบา้ นบงึ / นายกสมาคมควายไทย จงั หวดั ชลบรุ ี ได้จัดตั้ง
แหล่งเรียนรู้อนุรักษ์ควายไทย ณ ข้างอ่างเก็บน้ำหนองน้ำเขียวส่วนขยายตำบลคลองกิ่ว อำเภอบ้านบึง
และจัดทำสนามแข่งขนั ว่ิงควาย (ถาวร) ตำบลคลองกว่ิ อำเภอบา้ นบงึ

รายชื่อผูส้ ืบทอดและภมู ิปญั ญาดา้ นประเพณวี ่งิ ควาย

รายชอื่ บุคคล/หัวหนา้ คณะ/กลุ่ม/สมาคม/ องค์ความร้ดู ้านที่ สถานทต่ี ิดตอ่ /โทรศัพท์
ชมุ ชน ไดร้ ับการสืบทอด/
จำนวนปที ี่สืบทอด เทศบาลเมืองบ้านบงึ
นายสุรสติ ย์ กงั วลกจิ ๐๘๑-๖๑๙๗๙๗๗
นายกเทศมนตรีเมืองบ้านบงึ ปฏบิ ัติ
นายสวุ ิทย์ ครูศรี ๕๐ ปี อำเภอบา้ นบงึ
ภมู ปิ ญั ญาชาวบ้าน ๐๘๑-๓๗๗๒๘๕๐
นายมานะ ฉิมชา ๔๐ ปี
รองนายกเทศมนตรนี คร เทศบาลนคร
เจ้าพระยาสุรศักดิ์ ๒๑ ปี เจ้าพระยาสุรศกั ดิ์
นางวันเพญ็ พงษส์ ริ ิ ๐๓๘-๓๔๘๑๓๘ ต่อ ๓๐๔
ประธานสภาวัฒนธรรมตำบลสุรศกั ดิ์ ๕๐ ปี อำเภอศรีราชา
นายบุญธรรม คงถาวร ๐๘๑-๘๖๑๖๔๖๒
สมาชิกสภาเทศบาลนคร ๕๐ ปี อำเภอศรีราชา
เจา้ พระยาสรุ ศักด์ิ ๐๘๑-๗๙๕๒๕๗๙

๑๓

รายชื่อบุคคล/หัวหน้าคณะ/กลุ่ม/สมาคม/ องค์ความรดู้ ้านท่ี สถานทีต่ ิดตอ่ /โทรศัพท์
ชุมชน ไดร้ ับการสืบทอด/
จำนวนปีทสี่ ืบทอด เทศบาลตำบลบ่อทอง
นายไพบรู ณ์ พันธ์สนิท ๐๘๑-๖๕๔6540454
นายกเทศมนตรีตำบลบ่อทอง ปฏิบตั ิ เทศบาลตำบลบอ่ ทอง
นายสมพร โคกเพลาะ ๔๐ ปี
ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอบอ่ ทอง 081-6523292
นายมานพ นาควัธวางกูร 50 ปี เทศบาลตำบลบ่อทอง
ผูช้ ่วยนกั วชิ าการศกึ ษาเทศบาลตำบลบ่อทอง 081-5774703
นายอเนก พัฒนงาม 30 ปี เทศบาลเมอื งหนองปรอื
รองประธานสภาวฒั นธรรมจังหวดั ชลบุรี 081-9826779
นายประวงิ วัฒนแพทย์ 40 ปี องคก์ ารบรหิ ารส่วนตำบล
นายกองคก์ ารบริหารสว่ นตำบลคลองพลู
30 ปี คลองพลู
081-9498670
นายสบุ ิน สรงศรสี ม 40 ปี องคก์ ารบรหิ ารส่วนตำบล
ผู้มปี ระสบการณ์
คลองพลู
นายสฤษดิพ์ ร เกิดบุญสง 30 ปี 090-7391895
ผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมการศึกษาฯสำนัก 60 ปี เทศบาลเมืองชลบรุ ี
การศึกษา เทศบาลเมืองชลบรุ ี 081-6153958
-
นายพิสิฐ เสนานนั ทส์ กลุ - เทศบาลตำบลหมอนนาง
ศิลปินดีเด่นสาขาทัศนศิลป์ภาพถ่ายจังหวัด 081-8637101
ชลบุรี
เทศบาลตำบลหมอนนาง
นายชุมพล วมิ ลประเสริฐ
ผมู้ ปี ระสบการณ์ องค์การบรหิ ารส่วนตำบล
พลวงทอง
นายสมโชค สิทธิภ์ านุวงศ์
นายกองค์การบริหารสว่ นตำบลพลวงทอง 081-4367777

๑๔

หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 1.2 ความรเู้ กยี่ วกับควาย
ชนิดของพนั ธ์คุ วายในประเทศไทย แบง่ ไดด้ ังนี้
1. ควายไทย (ควายปลัก)
2. ควายมรู า่ ห์ (ควายแมน่ ำ้ )
3. ควายลูกผสมระหว่างควายไทยกบั ควายมรู ่าห์

1. ควายไทย (ควายปลกั )
ควายไทยเป็นประเภทควายปลัก เป็นสัตว์ใช้แรงงาน มีลักษณะรูปร่างล่ำสัน ขนสีเทาดำ
หรือสีเทาเข้ม เขาโค้งเป็นวงกว้าง มีขนสีขาวรูปตัววี (V) ที่คอ เท้าทั้งสี่ข้างด่าง ชอบนอนแช่ปลัก
โคลน มคี วามแข็งแรงอดทน

2. ควายพันธ์มุ รู ่าห์ (Murrah)
ควายแม่น้ำ เป็นสัตว์ให้นม อาจเรียกว่า “ควายนม” มีแหล่งกำเนิดจากประเทศอินเดีย มี
ลักษณะทว่ั ไปคอื ตัวใหญ่ สีดำ หน้าผากนนู เขามว้ นงอ ส้นั เตา้ นมเจริญดี ใหน้ ำ้ นมเฉลยี่ 2,000 ก.ก.
ต่อ 9-10 เดือน ของช่วงการให้นม ตัวผู้หนักประมาณ 550 ก.ก. ตัวเมียหนักประมาณ 450 ก.ก.
ลูกควายแรกเกิดหนักประมาณ 30-35 ก.ก. ควายมูรา่ หช์ อบน้ำสะอาด ไมช่ อบลงโคลน

๑๕

3. ควายลกู ผสม

ควายลูกผสมระหว่างควายไทยกบั ควายมูร่าห์ เป็นการผสมข้ามสายพนั ธุ์ระหว่างควายปลัก
และควายแม่น้ำ ลูกผสมที่ได้มีลักษณะของทั้งสองพันธุ์ผสมกัน คือ เขาไม่ม้วนขดมากเหมือนพันธ์ุ
แท้ แต่โค้งออกข้างและชี้ขึ้นบน หรือบิดเล็กน้อย ผิวหนังมีจุดสีดำ (dark pigmentation) หัวมี
ลักษณะไปทางควายแม่น้ำ แต่หน้าผากไม่นูนเด่นมาก เต้านมเจริญดีกว่าควายปลัก ใช้งานได้ดี
เช่นเดียวกับควายไทย ตัวผู้หนักประมาณ 730-800 ก.ก. ตัวเมียหนักประมาณ 630-650 ก.ก.
จำนวนโครโมโซนมี 2n=49 อาจมีปัญหาในด้านการแบ่งจำนวนโครโมโซนในเซลล์สืบพันธุ์
(gamete) และด้านการรวมตัวของเซลลส์ ืบพันธุ์ อาจทำใหม้ ีสารพนั ธุกรรม (gene material) เกิน
หรือขาดได้ และมีผลตอ่ อตั ราการผสมติด

การเลยี้ งดูตง้ั แตเ่ กิด – 6 เดอื น
การเลี้ยงดคู วายต้ังแต่เกดิ จนถึงอายุ 6 เดอื น ระยะนี้เป็นระยะที่มอี นั ตรายมากท่ีสุดจะต้อง

ดูแลลูกควายเป็นอย่างดีเป็นพิเศษ ในกรณีน้ำนมไม่พอให้ลูกควายกิน ก็ควรหาน้ำนมผงมาละลาย
น้ำให้กิน หรือจะให้น้ำนมเทียมก็ได้ น้ำนมเทียมโดยมากทำจากถั่วและไข่หรือนมผง ควรให้ลูก
ควายได้กินน้ำนมแม่ทั้งหมดจนถึงอายุประมาณ 3-4 สัปดาห์ แล้วจึงค่อยใช้ของอื่นแทน โดยลด
จำนวนน้ำนมลงทีละน้อย ต่อจากน้ันควรหดั ให้ลูกควายกินอาหารผสม หรือเมล็ดพืชที่บดแล้ว เช่น
ข้าวโพดและถั่วแห้ง ๆ หรือสด ๆ ควรใส่ในรางหญ้าให้กินตลอดเวลา ลูกควายจะเริ่มกินอาหาร
เหล่าน้ีเมื่ออายุประมาณ 2 สัปดาห์ ในระยะทีค่ วายอายุอ่อน ๆ นี้ ทุ่งหญ้ายังไมใ่ ห้ประโยชน์แกล่ กู
ควาย เพราะเครื่องย่อยอาหารยังไม่เจริญพอ นั่นก็คือ ยังไม่มีจุลินทรีย์ (microorganism) ใน
กระเพาะขอบกระด้งหรือผ้าขนหนู (rumen) ทุ่งหญ้าจะให้ประโยชน์แก่สัตว์เมื่ออายุ 2 เดือน
ข้ึนไป แต่ต้องให้อาหารผสมด้วยจนอายุ 10 เดือน ตอนนี้ทุ่งหญ้าให้ประโยชน์แก่ลูกสัตว์มาก คือ
ลูก สัตว์จะได้ออกกำลัง ได้รับแสงแดดและไดร้ ับอากาศบริสุทธิ์ เมื่อเลี้ยงลูกควายในทุ่งหญ้าควรมี
นำ้ ท่สี ะอาด มีรม่ ไม้

๑๖

การเลย้ี งดูตง้ั แต่ 6 เดอื น – 10 เดอื น
เมือ่ ลูกควายอายุ 6 เดือนแลว้ เป็นระยะทลี่ กู ควายหย่านม ระยะนี้ก็งา่ ยเขา้ โดยเลี้ยงในทุ่งหญ้า

และใหอ้ าหารผสมและเมล็ดพืชบดอ่ืน ๆ หลักในการประมาณอาหารผสมกับหญ้าที่ให้กินในทุ่งหญ้า
ก็คือ ถ้าหญ้านั้นมีคุณภาพดีก็ให้อาหารผสมราว ๆ วันละ 1 – 1.5 กิโลกรัม ถ้าหญ้าในทุ่งหญ้ามี
คุณภาพไม่ดคี วรให้อาหารผสม 2 – 4 กิโลกรมั ถ้าใหก้ ินหญ้าแห้ง หญา้ แห้งก็ควรเป็นวันละ 4 – 7 กิโลกรมั
อาหารผสมสำหรับหญ้าที่มีพวกตระกูลถั่วซึ่งมีโปรตีนอยู่ในตัวมันแล้วอาหารผสมควรมีโปรตีนอยู่
12 – 14 % ถ้าหญา้ ท่ีให้ไมใ่ ชพ่ ชื ตระกูลถัว่ อาหารผสมจงึ ควรมีโปรตนี 16 – 18 % น้ำเกลือต้อง
มีให้กินอยู่ตลอดเวลา และควรมีแร่ธาตุ เช่น แคลเซี่ยม หรือธาตุเหล็ก หรือแร่ธาตุต่าง ๆ เช่น
ทองแดง ไอโอดีน โคบอลต์หรือแมงกานีส การให้ธาตุเหล่านี้เราจะต้องตรวจหาว่าสถานที่ทำการ
เลี้ยงสัตว์เหล่านั้นในอาหารสัตว์ขาดแร่ธาตุที่กล่าวแล้วข้างต้นอะไรบ้าง ใส่ลังไม้ให้ควายกิน
ตลอดเวลา เมื่อลูกควายอายุ 6 เดือน แล้วควรแยกออกจากฝูงเพื่อป้องกันมิให้ควายผสมเมื่ออายุ
ยังนอ้ ย ถา้ ปล่อยให้ผสมในขณะท่ีควายยังไมโ่ ตและสมบูรณ์เตม็ ทจี่ ะให้ลูกขนาดเล็ก และตัวแม่ก็จะ
ไม่เจริญเติบโต และการแยกนี้ยังเป็นประโยชน์ที่ลูกควายจะได้รับความเอาใจใส่เป็นพิเศษ โดยให้
อาหารที่ถูกหลักถูกส่วนเพื่อความเจริญเติบโตและได้กินอาหารสมบูรณ์ เพราะอยู่ในฝูงขนาด
เดียวกันและไม่ถูกแย่งอาหารจากควายขนาดโตกวา่ หรอื ถูกเหยียบตาย

๑๗

การเลยี้ งดูตงั้ แตอ่ ายุ 10 เดอื นขน้ึ ไป
อายุตอนนี้เป็นอายุที่อวัยวะย่อยอาหาร มีจุลินทรีย์ จะย่อยอาหารหยาบเช่น พวกหญ้า ได้

เจริญเต็มที่แล้ว ถ้าหญ้าเป็นหญ้าที่มีคุณภาพสูง อาหารผสมก็ให้น้อยลง หรือไม่ต้องให้เลย แต่
น้ำเกลือและแร่ธาตตุ ่าง ๆ ต้องให้กินตลอดเวลา

การเลี้ยงไว้ทำงาน เกษตรกรควรเจาะจมูกควายตั้งแต่ขนาดยังเล็กแล้วหัดให้ทำงานเบาไป
ก่อนจนกว่าจะโด และการใช้ควายทำงานนั้นไม่ควรใช้ทำงานเกินวันละ 6 ชั่วโมง และควรแบ่งให้
ทำงานตอนเช้า 3 ชั่วโมง และตอนเย็น 3 ชั่วโมง หลังจากทำงานแล้วควรให้ควายอาบน้ำ หรือฉีด
น้ำราดตัวให้ผลจากการสำรวจปรากฎว่า เกษตรกรหัดควายทำงานเมื่ออายุ 3 ปี ซึ่งนับว่าช้ามาก
แต่ก็เก่งมากที่หดั ได้ภายในเวลา 1-3 อาทิตย์ และใช้ควายทำงานในปีหน่ึงน้อยไป ให้ควายกินอาหาร
ทมี่ คี ณุ ภาพและมจี ำนวนเพยี งพอ ผเู้ ลย้ี งต้องรู้ว่าลกู ควาย ควายรนุ่ หรือแมค่ วายมีความต้องการอาหาร
ประเภทใดบ้างมากน้อยแค่ไหน การให้อาหารไม่ถูกต้อง และไม่เพียงพอจะทำให้สิ้นเปลือง
ค่าใช้จ่าย แล้วอาจเป็นสาเหตุให้เกิดโรคต่าง ๆ ตามมาได้ และการให้อาหารต้องระวังสิ่งต่าง ๆ ที่
จะใหค้ วายกนิ คอื

1. พชื หรือสารพิษตา่ ง ๆ เชน่ เหด็ เมา มนั สด หรือยาฆ่าแมลงท่ีใชก้ ันอยู่
2. ให้กินหญ้าและน้ำสะอาด ไมม่ กี ารปะปนของเชอ้ื โรค เชอ้ื รา หรือไขพ่ ยาธติ ่าง ๆ
3. วตั ถแุ ปลกปลอม เช่น เศษเหล็กตะปู หรือถุงพลาสตกิ
4. อย่าใหก้ ินอาหารทเี่ สยี แล้ว

สภาพแวดล้อมทีเ่ หมาะตอ่ การเล้ียงควาย
คอกควรเย็นสบายไม่ร้อน มีอากาศระบายดี ลมไม่โกรกเกินไปไม่ให้เลี้ยงอยู่รวมกันมาก ๆ

มีอาหารและน้ำให้กินอย่างเพยี งพอ ควรมีหญา้ อยา่ งพอเพียง ไม่รกรุงรัง หมั่นเก็บขยะมูลฝอยและ
อจุ จาระ เพื่อป้องกนั การหมกั หมมของเชอ้ื โรค พยาธิ หรือแมลงวันทจ่ี ะวางไข่ หม่ันทำความสะอาด
คอกและราดด้วยนำ้ ยาฆ่าเชือ้ ทีเ่ หมาะสม

๑๘

วสั ดุพลอยได้จากการปลูกพชื
วัสดุพลอยไดท้ ี่เกษตรกรได้จากการปลูกพืช แทนที่จะเผาหรือปล่อยทิ้งไว้ สามารถนำมาใช้

เป็นอาหารเลี้ยงควายได้ จะทำให้ลดต้นทนุ การเลี้ยงควายได้มากเช่น ฟางข้าว ในพื้นที่ปลูกข้าว 1
ไร่ จะได้ฟางข้าง 310 ถึง 540 กิโลกรัม หรือ ฟางข้าวที่ได้จะเท่ากับจำนวนข้าวเปลือกที่ผลิตได้
เชน่ เดยี วกนั การใชฟ้ างขา้ วอย่างเดียวเลยี้ งควายในฤดูแลง้ ไมเ่ พียงพอที่จะทำให้ควายรักษาน้ำหนัก
ตวั อยไู่ ด้ เพราะฟางข้าวมีคุณภาพต่ำ ควายจะมีนำ้ หนักลดลง เราสามารถเพิ่มคุณภาพของฟางข้าว
ได้ดังน้ี

1. ให้ฟางข้าวเสริมด้วยใบถั่ว ใบกระถิน หรือใบมันสำปะหลังตากแห้งจำนวนวันละ 0.5 ถึง
1 กิโลกรัม จะทำใหค้ วายรกั ษานำ้ หนักในช่วงแล้งได้

2. ให้ฟางข้าวท่ีราดละลายยูเรีย-กากน้ำตาลโดยใช้ยูเรีย 1.5 กิโลกรัม กากน้ำตาลน้ำตาล
7.5 กิโลกรัม ละลายในน้ำ 80 ลิตร (ประมาณ 4 ปีบ) แล้วนำไปราดฟางข้าวได้จำนวน 100 กิโลกรัม
หรอื ประมาณครง่ึ ควิ (0.5 บาศกเ์ มตร)

3. ใช้ในรูปของฟางปรุงแต่งหรือฟางหมักยูเรีย ซึ่งมีวิธีทำคร่าว ๆ ตามภาพ จะทำให้ควาย
กินได้มากกว่าฟางธรรมดาโดยอาจกินได้ 2 ถึง 3 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตวั เช่น ควายหนัก 300 กิโลกรัม
อาจกินฟางปรุงแต่งได้วันละ 9 กิโลกรัม (ขอคำแนะนำการทำฟางปรุงแต่งได้ที่สำนักงานปศุสัตว์
อำเภอและหน่วยงานของกรมปศุสัตว์ที่เกี่ยวข้อง) ข้อควรระวังในการทำฟางปรุงแต่งคือ อย่าให้โค
หรอื ควายได้มีโอกาสกินนำ้ ท่ีละลายปุ๋ยยูเรียกอ่ นใช้ราดฟางข้าวอยา่ งเดด็ ขาดจะทำใหส้ ัตวต์ ายได้

การเล้ียงควายให้มีความตา้ นทานโรค
ลูกควายที่เกิดใหม่จะมีความต้านทานต่อโรคต่าง ๆ โดยการกินนมน้ำเหลืองจากแม่

ใน 2-3 วันแรกเกิด และถ้าโรคต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นไม่รุนแรงมากนักลูกควายก็จะสร้างความต้านทาน
ต่อโรคต่าง ๆ ได้เอง แต่ถ้าเกิดโรคระบาดอย่างรุนแรง ควายก็ไม่สามารถต้านทานโรคเหล่านั้นได้
ผู้เลี้ยงจึงจำเป็นต้องฉีดวัคซีนล่วงหน้าเพื่อสร้างความต้านทานให้เกิดขึ้นในจตัวควายก่อนเป็นโรค
โดยท่วั ไปแลว้ เรามกั ฉีดวัคซีนปอ้ งกันโรคปากและเท้าเป่ือย โรคเฮโมรายกิ เซฟติซีเมีย (โรคคอบวม)
และในบางพื้นที่ต้องฉีดวัคซีนป้องกันโรคแอนแทรกซ์หรือโรคกาลีด้วย ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ใน
พนื้ ที่ จะทราบดีวา่ ต้องฉดี วัคซีนอะไรบ้างและเม่อื ไร

๑๙

การป้องกนั โรคล่วงหน้า
การที่ปล่อยให้ควายเป็นโรคแล้วค่อยรักษาย่อมไม่ใช่เรื่องถูกต้อง นอกจากจะสิ้นเปลือง

ค่าใช้จ่าย เสียเวลา หรืออาจไม่หายแล้วอาจติดต่อไปยังควายตัวอื่น ๆ อีกได้ ทางที่ดีควรมีการ
ป้องกนั ตอ่ ปีดงั น้ี

1. ก่อนนำควายใหมเ่ ข้ามาในฝูง ต้องแยกและกักเลย้ี งต่างหากประมาณ 2 อาทติ ย์ จนกว่า
จะแน่ใจว่าไม่เป็นโรค แล้วทำการถ่ายพยาธิ และฉีดวัคซีนหากสัตวต์ วั นั้นยงั ไมไ่ ด้ถ่ายพยาธิหรอื ฉีด
วคั ซนี ปอ้ งกันโรคติดตอ่ แล้วจึงนำไปรวมกับฝูงเดิม

2. แยกสัตว์ป่วยออกจากสัตว์ดี วิธีนี้จะประหยัดและได้ผลดีผู้เลี้ยงต้องหมั่นสังเกตอาการ
ผิดปกติ หรืออาการป่วยตั้งแต่ระยะเริ่มแรก เพื่อจะได้แยกสัตว์ป่วยออกมารักษาได้ทัน และ ถ้ามี
การป่วยมากกว่า 2 ตัว ในระยะเวลาใกล้เคียงกัน และมีอาการเหมือนกัน ให้สงสัยว่าอาจเป็นโรค
ระบาดให้รีบตามสัตว์แพทย์มาช่วยทำการป้องกันไม่ให้การระบาดให้รีบตามสัตว์แพทย์มาช่วยทำ
การป้องกนั ไม่ให้การระบาดลกุ ลามยง่ิ ขน้ึ

3. สัตว์ที่ตายโดยไม่ทราบสาเหตุหรือเป็นโรคระบาดควรตามสัตว์แพทย์มาช่วยตรวจดู
เพราะอาจเป็นโรคที่ติดต่อถึงคนได้หากสัตว์แพทย์อนุญาติให้กินจึงจะกินได้ แต่ถ้าโรคระบาดควร
เผาหรือฝังซากให้ลึก โรยดว้ ยปูนขาวหรอื ยาฆ่าเช้อื ซากควรอยลู่ กึ กวา่ ผวิ ดนิ ไมน่ ้อยกวา่ 1 เมตร

4. กำจดั และทำลายสตั ว์ที่เปน็ โรคติดต่อร้ายแรง ซึ่งเราทราบได้โดยการใหส้ ัตวแ์ พทย์มาทำ
การทดสอบเป็นประจำ เช่น วัณโรค หรือบรูเซลโลซีส (โรคแท้ง) เพื่อป้องกันไม่ให้โรคเผยแพร่
ติดตอ่ ไปยงั สตั วอ์ น่ื

5. ศกึ ษารายละเอียดการเกบ็ รกั ษา และการทำวัคซนี ตามคำแนะนำเฉพาะของวคั ซีนแต่ละ
ชนิดเพ่อื ใหว้ คั ซนี มีประสิทธิภาพดีท่ีสุดและสามารถเกบ็ รกั ษาไดน้ าน

6. ใช้วัคซีนตามคำแนะนำของสัตว์แพทย์เท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่มีโรคระบาด
เกิดขึน้ แลว้ หรอื เกดิ โรคระบาดในบริเวณใกล้เคียง

7. ตอ้ งใชว้ คั ซนี กอ่ นวันหมดอายุทแี่ จ้งไวข้ า้ งขวด
8. อย่าให้วคั ซีนถูกความร้อนหรอื แสงแดดและใหว้ ัคซีนให้ครบตามขนาดที่กำหนดไว้
9. อย่าให้วคั ซีนแก่สัตวท์ ก่ี ำลงั จะนำไปฆา่ เป็นอาหาร
10. วัคซีนที่เหลือจากการใชค้ วรทิ้งเลย ซึ่งจะทำให้คุณภาพวัคซีนลดลง และเป็นอันตราย
ในการนำไปใช้คร้งั ตอ่ ไป
11. ขวดบรรจุวัคซนี หรือ ภาชนะที่ใช้ในการผสมวคั ซีน เมื่อใช้แล้วควรต้มหรือเผาทำลาย
เชอ้ื กอ่ นทงิ้ โดยเฉพาะวคั ซีนท่ีเป็นเช้ือเปน็
12. สว่ นมากแลว้ สัตวจ์ ะมีความคุม้ กันโรคได้ภายหลงั การทำวัคซีนแล้วประมาณ 15 วัน
13. ต้องใหว้ ัคซนี ซ้ำเมื่อหมดระยะความคุ้มโรคของวัคซีนแต่ละชนิด
14. วัคซีนแบบที่ต้องผสมกับน้ำละลายเมื่อผสมแล้วตอ้ งใชใ้ ห้หมดภาย 2 ชั่วโมง ระหว่าง
น้ันต้องเกบ็ ในกระตกิ นำ้ แขง็

๒๐

15. สัตวบ์ างตัวอาจเกิดอาการแพ้หลังฉีดวัคซีน ดังนั้นจึงควรรอสงั เกตอาการสัตว์ภายหลัง
ฉีดวคั ซีนแลว้ ประมาณ 30 นาที ถา้ เกิดอาการแพ้ข้นึ ให้สัตวแพทยร์ ักษา

16. วัคซนี ที่เสื่อมสภาพ หมดอายุ มกี ารปนเปือ้ น หรอื สีของวัคซนี เปลีย่ นไปห้ามนำมาใช้
17. การฉีดวัคซีนให้ได้ผล ต้องพยายามฉีดให้แก่สัตว์ทุกตัวในหมู่บ้านยิ่งปริมาณสัตว์ท่ี
ได้รบั วัคซนี มาก ระดับภูมคิ มุ้ กันโรคในฝงู กย็ ่ิงสูง โอกาสที่โรคจะเข้าไประบาดได้จงึ มนี ้อย
18. สตั ว์จะป่วยหลังจากได้รับเช้ือโรคหรอื ไมข่ น้ึ อยู่กับปริมาณและความรุนแรงของเช้ือโรค
ท่ีเข้าส่รู า่ งกาย หากเช้ือโรคมปี ริมาณและความรนุ แรงมากอาจทำใหส้ ตั วเ์ ปน็ โรคได้
19. ไม่ควรหวังผลจากการฉีดวัคซีนแต่เพียงอย่างเดียว การป้องกันการติดโรคจากแหล่ง
อืน่ การจัดการและการสุขาภิบาลทีด่ จี ะชว่ ยป้องกันการเกดิ โรคได้ดที ีส่ ุด
การขยายพันธคุ์ วาย
การผสมพนั ธุ์
ควายเป็นสัตว์ที่ผสมพันธุ์ตลอดปีแม้ว่าควายที่เกษตรกรเลี้ยงส่วนใหญ่แม่ควายจะออกลูก
เป็นช่วงฤดูก็ตาม สาเหตุก็เพราะในช่วงฤดูทำนาแม่ควายไม่มีโอกาสได้รับการผสมพันธุ์จะมีโอกาส
ไดร้ บั การผสมกบั พอ่ พันธ์ใุ นชว่ งทค่ี วายได้รวมฝงู กนั ในทุง่ นา หลงั จากเกยี่ วขา้ วแลว้ เท่าน้ัน
การผสมพนั ธ์ุในฤดูแลง้ อาจมีปัญหาทำให้การผสมติดตำ่ โดยเฉพาะการใช้วิธีการผสมเทียม
เนอื่ งจากอากาศร้อนจะทำให้น้ำเชื้อพอ่ พนั ธมุ์ ีคุณภาพลดลงแมค่ วายท่ีมีสุขภาพไม่สมบูรณ์จะทำให้
แสดงอาการเป็นสัดไมช่ ดั เจน และทำให้อัตราการผสมติดตำ่
อายุที่สามารถผสมพันธุ์ได้ของควายแตกต่างกันตามเพศและพันธุ์ควาย การผสมควายสาว
ที่อายุหรือมีน้ำหนักน้อยเกินไป จะทำให้แม่ควายชะงักการเจริญเติบโตและใหล้ ูกไม่สมบรู ณ์ แม้ว่า
ควายตัวผู้สามารถสร้างน้ำเชื้ออสุจิได้ตั้งแต่อายุ 1 ปี แต่การใช้ควายตัวผู้ท่ีอายุน้อยเกินไปเป็นพ่อ
พันธุ์หรือให้มีโอกาสผสมพันธุ์กับควายตัวเมียจะมีผลเสียเช่นเดียวกัน เนื่องจากน้ำเชื้อของควาย
อายนุ อ้ ยยังไม่มคี วามสมบูรณแ์ ข็งแรงเท่าที่ควร ดังนั้นเพือ่ ป้องกนั ไม่ให้ควายผสมพันธ์ุกันก่อนวันท่ี
เหมาะสมจงึ ควรควบคมุ ลกู ควายตวั ผแู้ ละตัวเมียหลังจากหย่านมแล้วทีอ่ ายุประมาณ 10 ถงึ 12 เดือนข้ึนไป
ไมใ่ หไ้ ดม้ ีโอกาสผสมพันธจุ์ นกว่าควายตวั เมียจะมอี ายุประมาณ 2 ปคี รึง่ หรอื สงู ไม่ต่ำกว่า 125 เซนติเมตร
หรือควรมีน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 350 กิโลกรัมและควายผู้อายุประมาณ 3 ปีครึ่งหรือสูงไม่ต่ำกว่า
130 แต่ถ้าจำเป็นอาจใช้ควายผู้อายุตั้งแต่ 2 ปีครึ่งใช้ผสมพันธุ์ได้ แต่ควรใช้ผสมกับแม่ควาย
จำนวนน้อยตวั ลง

๒๑

วธิ ผี สมพนั ธุ์
1. การปลอ่ ยใหพ้ อ่ พนั ธุค์ มุ ฝูง

วิธีนี้มีข้อดคี ือผู้เลี้ยงไม่ต้องคอยสังเกตการเป็นสดั ของแม่ควาย ควายเพศผู้จะทราบและทำ
การผสมกับแม่ควายเอง แต่มีข้อเสียคือถ้ามแี ม่ควายเป็นสัด พ่อควายจะคอยไลต่ ามจนไม่สนใจกนิ
อาหาร ถา้ หากมีควายเพศเมียมีจำนวนหลายตัวเป็นสดั ใกล้เคียงกันจะทำให้พอ่ ควายมีร่างกายทรุด
โทรม ตามปกติควรจะใช้ควายพอ่ พันธุ์หน่งึ ตวั คมุ ฝงู แมค่ วายประมาณ 20 ตวั
2. การจงู เขา้ ผสม

ได้แก่ การจูงพ่อพันธุ์ควายมาผสมกบั แม่ควายหรือจูงแม่ควายมาผสมกับพ่อพันธุ์ วิธีนี้แยก
พ่อควายไปเลี้ยงต่างหากทำให้สามารถดูแลพ่อควายให้สุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงได้ดี พ่อควายตัว
หนึ่งสามารถผสมกับแม่ควายได้จำนวนมากกว่าการปล่อยให้คมุ ฝูง แต่มีข้อเสียคือ ผู้เลี้ยงต้องคอย
สังเกตการเป็นสัดของแม่ควายถ้าพลาดการสังเกตการเป็นสัดแล้ว แม่ควายจะเสียโอกาสที่ได้รับ
การผสมจะต้องรอไปจนกว่าจะเป็นสัดอีกรอบหน่งึ

การจูงเข้าผสมสามารถทำให้พ่อควายสามารถผสมกับควายเพศเมียได้มากขึ้น พ่อควายหนุ่ม
อายุ 2 ปีครึ่งถึง 3 ปีครึ่ง ควรใช้ผสมกับแม่ควายไม่เกินปีละ 20 ตัว พ่อควายอายุ 3 ปีครึ่งขึ้นไป
สามารถผสมแมค่ วายปลี ะ 30 – 40 ตวั
3. การผสมเทยี ม

ได้แก่ การที่เจ้าหน้าที่จะนำน้ำเชื้อของควายพันธุ์ดีมาผสมกับแม่ควายที่เป็นสัด ปัจจุบัน
กรมปศุสัตว์มีหน่วยผสมเทียมที่จะสามารถให้บริการได้เกือบทุกอำเภอทั่วประเทศ ผู้เลี้ยงจะต้อง
คอยสังเกตการณ์เป็นสัดของแม่ควายของตัวเอง เมื่อเห็นแม่ควายเริ่มเป็นสัดต้องรีบไปแจ้ง
เจ้าหน้าที่ผสมเทียมทันที ไข่จะเริ่มตกหลังจากสิ้นสุดการเป็นสัดแล้ว 12 ถึง 24 ชั่วโมง เวลาที่
เหมาะสมที่สุดในการผสมเทียมคือ 24 ถึง 36 ชั่วโมงหลังจากเริ่มเป็นสัดเพื่อสะดวกในการผสม
เทียมเกษตรกรควรมีการจัดทำซองผสมเทียมที่บ้านหรือภายในหมู่บ้าน เมื่อเจ้าหน้าที่มาทำการ
ผสมเทียมควรมีคนคอยชว่ ยอย่างน้อย 2 คน แม่ควายที่ไดร้ ับการผสมแล้วผู้เลี้ยงควรกักอยูใ่ นคอก
ท่ีมีท่รี ่ม ไม่ควรปล่อยให้แมค่ วายตากแดดหรอื ว่ิงไปในทอ้ งทุ่งเพราะจะทำใหโ้ อกาสผสมตดิ ตำ่ ลง

การผสมเทียมมีข้อดีคือ ไม่ต้องเล้ียงดูควายพ่อพันธุ์ ทำให้ไม่ต้องเปลืองอาหารและแรงงาน
แต่ก็มีข้อเสียคือ ผู้เลี้ยงต้องคอยดูการเป็นสัดของควายเพศเมีย และต้องรีบไปแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มา
ผสมเทยี มใหท้ นั เวลา

ระยะเวลาอุ้มทอ้ งของควาย เป็นระยะเวลาท่ไี ม่แน่นอนคงท่ี แต่ประมาณ 10 เดอื น 316 วัน
ระยะอุ้มท้องของควายนานกว่าโคเล็กน้อย ลูกควายตัวผู้มักอยู่ในท้องนานกว่าลูกควายตัวเมีย
และลูกควายแฝดมกั คลอดเรว็ กวา่ กำหนดว่าลกู ควายทไ่ี ม่แฝด แตค่ วายมักไม่ค่อยมลี ูกแฝด

๒๒

ประโยชน์ของควาย
1. การใช้เป็นแรงงาน ควายมีรูปร่างลักษณะเหมาะสมกับการใช้เป็นแรงงานในพื้นที่เป็น

โคลนตมไดด้ ี เพราะขาทัง้ ส่ขี ้างรบั นำ้ หนกั ไดด้ ี มกี ีบเท้าใหญแ่ ละแขง็ แรงเดินไดด้ ีในโคลน และมีข้อ
กีบและข้อขาที่เคลื่อนไหวคล่องตัว ทำให้เดินได้ดีในที่นาขรุขระ ควาย เป็นแรงงานหลักที่สำคัญ
ของชาวนา เช่น ใช้ในการเตรียมดินไถนาและคราด การนวดข้าว ลากเกวียน ไถนา หรือไถวัชพืช
ระหว่างร่องมนั สำปะหลังหรือรอ่ งอ้อยในบางพื้นท่ี

2. การใช้มูลเป็นปุ๋ย มูลควายมีความสำคัญมากในการฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของดิน
เนื่องจากที่นาได้ใช้เป็นปุ๋ยเคมีติดต่อกันหลายปี ทำให้ดินเสื่อมคุณภาพแข็งแรงเป็นดินดาน แต่ถ้า
ใส่ปุ๋ยคอกจากมูลควายเป็นการเพิ่มอินทรียวัตถุให้กับดิน จะทำให้โครงสร้างของดินร่วนซุย เพ่ิม
ธาตอุ าหารใหก้ ับพืช และใหธ้ าตอุ าหารพชื ในลกั ษณะตอ่ เน่อื ง และยังทำให้การเกดิ ฟ้นื ฟสู ิง่ มีชีวติ ใน
ดนิ เช่น จุลินทรยี ์ ไสเ้ ดือน แมลงตา่ ง ๆ จากผลการวเิ คราะห์ธาตุอาหารในมูลควาย โดยพบวา่ ในมูล
ควายมีธาตุไนโตรเจน 1.39 % ฟอสฟอรัส 0.97 % และโปตัสเซียม 0.43 % ของน้ำหนักแห้ง
สำหรบั ปรมิ าณมูลทผี่ ลติ ได้ต่อตวั ควายโตเตม็ ทจี่ ะถ่ายมลู คดิ เป็นนำ้ หนกั แห้งปลี ะ 2 – 3 ตนั

3. การใช้เนื้อเป็นอาหาร เนื้อควายถือว่าเป็นเนื้อที่มีคุณภาพต่อผู้บริโภค ด้วยเหตุผลด้าน
รสชาตทิ ่ดี ี เปน็ เน้ือทม่ี ีปริมาณไขมัน และไตรกลเี ซอไรดน์ ้อยเมื่อเทียบกับเนื้อไก่ เนื้อโค และเน้ือปลา
แตเ่ สน้ ใยมีลักษณะหยาบกวา่ เนอ้ื โค

๒๓

หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 1.3 การคดั เลอื กควายและผ้ขู ค่ี วายเพอ่ื แขง่ ขนั

ลกั ษณะควายที่ดี
ลักษณะประจำพันธุ์ของควายไทย เกษตรกรส่วนใหญ่ระบุลักษณะความงามประจำพันธุ์

ของควายไทยที่สอดคล้องกัน โดยมีลักษณะสำคัญซึ่งเป็นจุดสังเกต 5 แห่งด้วยกัน คือ ตรงใต้คอ
ต้องเป็นบ้งั สขี าว ตอ้ งมจี ุดแต้มบนใบหน้า มขี อ้ เท้าขาว มอี ณั ฑะและปลายลงึ คท์ ี่ไม่หย่อนยาน หนัง
และขนมสี เี ทา เทาดำหรอื เทาแดง โดยมีรายละเอยี ด ดังนี้

1. บ้ังคอสขี าว
บางแห่งเรียกอ้องคอ หรือบ้องคอ ลักษณะขนและหนังบริเวณใต้คอเป็นสีขาวรูปตัววี (V)
เหมือนแถบบั้งนายสิบ (Chevron) ซึ่งพาดขวางบริเวณใต้คอ โดยมีความเชื่อว่า นอกจากเป็น
ลักษณะที่ส่งเสริมให้ควายดูงามแล้ว ยังถือเป็นลักษณะมงคล โดยปราชญ์ชาวบ้านระบุว่าถ้าเป็น
ควายไทยต้องปรากฏลักษณะนี้เด่นชัด จากตำแหน่งและจำนวนของบั้งคอยังสามารถจำแนก
ระดบั ช้นั ความงามได้เป็น 3 ระดบั คือ ควายสามอ้อง หรอื ควายสามบั้ง มีตำแหน่งของบั้งคออยู่ใต้
คอหอย 1 บั้ง และต่ำลงไปบริเวณเหนืออก 2 บั้ง รวมเป็น 3 บั้ง ซึ่งถ้าประกอบด้วยลักษณะอื่น
เช่น หน้าตา ท่าทาง รูปร่างทั่วไปฯ ที่ได้ลักษณะครบถ้วนก็จะถือว่าเป็นควายงามในระดับมาก
รองลงมาคือ ควายสองอ้องหรือควายสองบั้ง ตำแหน่งของบั้งคออยู่ใต้คอหอย 1 บั้ง และบริเวณ
เหนืออก 1 บั้ง ซึ่งถ้าประกอบด้วยลักษณะอื่น ๆ ครบถ้วนก็จัดว่าเป็นควายงามเช่นเดียวกัน ซึ่ง
ลักษณะควายทง้ั สองประเภทนี้ค่อนข้างหายาก สว่ นใหญ่จะอยใู่ นมอื เกษตรกรท่ีนิยมเลีย้ งควายงาม
ซึ่งมักมีราคาสูงกว่าควายท่ีเลี้ยงทัว่ ไป และสำหรับควายที่เลี้ยงโดยเกษตรกรรายย่อยอ่ืน ๆ ซึ่งเป็น
ควายส่วนใหญ่ของประเทศ จะมีลักษณะของบั้งคอไม่ชัดเจน และมักจะมีเพยี ง 1 บั้งที่พอมองเหน็
จึงเรียก ควายหนึ่งอ้องหรือควายหนึ่งบ้ัง ซึ่งไม่จัดเป็นควายงาม ปราชญ์ชาวบ้านมีความเห็นว่า
ควายไทย จะต้องปรากฏลักษณะบั้งคอทุกตัว แต่บางตัวอาจมองเห็นไม่ชัดเจนถ้าไมส่ ังเกตให้ดี ซึ่ง
ทำใหไ้ ม่มจี ดุ เดน่

ลักษณะบั้งคอแบบตา่ ง ๆ

๒๔

2. จุดขนสขี าวบรเิ วณใบหน้า
ลักษณะเปน็ จุดขนสขี าวบนใบหน้าของควาย เปน็ การสง่ เสรมิ ใหห้ น้าตาของควายไทยดูเด่น
มีจุดดึงดูดสายตา โดยปกตจิ ะพบจุดขนสีขาวบนส่วนของใบหน้า รวม 7 จุด คือ
2.1 บริเวณเหนือหัวตา นิยมเรียกจุดนี้ว่ากะบี้จับตา หรือกะพี้จับตา จะต้องมีขนสีขาวเด่นชัด
ขนาดและตำแหนง่ เหมือนกันทั้งสองข้าง รวมเปน็ 2 จุด
2.2 บริเวณแก้มด้านซ้ายและขวา รวม 2 จุด และในแนวเดียวกันนี้มีจุดขนสีขาวอีก 1 จุด อยู่ใต้
คางในตำแหน่งที่ตรงกัน โดยมีลักษณะเหมือนเม็ดไฝขนาดใหญ่และมีขนยาวเหมือนเคราผู้ชาย ซ่ึง
เมด็ ไฝน้จี ะพบในควายไทยทกุ ตัว รวมท้งั หมดเปน็ 3 จดุ ด้วยกัน
ปราชญ์ชาวบ้าน ระบุว่าถ้าเป็นควายที่ถือว่างาม จะต้องมีจุดขาวนี้ชัดเจนบนใบหน้า มี
ขนาดเท่ากันและอยู่ในตำแหน่งที่ตรงกัน จึงจะทำให้ใบหน้าดูเด่นสะดุดตา ส่วนควายที่งาม
รองลงมา และควายทั่ว ๆ ไป จะมีจุดขาวเฉพาะบางตำแหน่ง ขนาดเล็ก และสีขาวไม่ค่อยเด่นชัด
ซ่ึงควายท่ีมจี ุดขาวบนใบหน้าน้ี

ลักษณะจดุ ขาวบนใบหน้า

๒๕

3. ขอ้ เทา้ ขาว
ข้อเท้าหรือแข้งจะปรากฏเป็นขนสีขาวตั้งแต่ช่วงข้อต่อจากเล็บขึ้นมาถึงหัวเข่าทั้งขาหน้า
และขาหลัง มองดูเหมือนการสวมถุงเท้าสีขาว โดยจะมีสีดำขีดขวางตรงตำแหน่งข้อกีบ ควายงาม
มักจะเห็นถุงเท้าสีขาวชัดเจน ทั้งขาหน้าและขาหลัง และมีขนสีดำตรงข้อต่อกีบชัดเจน ส่วนควาย
ทั่ว ๆ ไป มักพบสีขาวของข้อเท้าไม่ชัดเจน โดยเฉพาะควายลูกผสมที่มีสายเลือดของควายนมหรือ
ควายมูรา่ ห์ สขี นบรเิ วณของขอ้ ขาน้ีจะออกเปน็ สีเทาอมดำ แตกตา่ งกับควายไทยอย่างชัดเจน

ลกั ษณะข้อเทา้ ขาว
4. ขั้วอณั ฑะและปลายลึงคข์ องควายเพศผู้
ลักษณะประจำพันธุ์ของควายไทยจะมีขั้วอัณฑะสั้น เกือบติดท้อง ไม่คอดกิ่วมาก และปลาย
ลึงค์จะหย่อนเล็กน้อย แตกต่างกับควายมูร่าห์หรือควายลูกผสม ทำให้สามารถจำแนกความ
แตกต่างควายไทยกับควายลูกผสมได้ ซงึ่ ถ้าเหน็ ข้วั อัณฑะหย่อนยาน และปลายลงึ ค์หย่อนยานมาก
เหมือนลงึ ค์ของโคพนั ธุบ์ ราห์มนั ประกอบกับมีขนยาว สีของขนและหนงั สีดำสนิทแล้ว แสดงว่าเป็น
ควายลูกผสม ที่มสี ายเลอื ดควายมรู ่าห์หรือควายแมน่ ้ำผสมอยไู่ ม่มากกน็ อ้ ย

๒๖

ลักษณะอณั ฑะและปลายลงึ ค์

5. สหี นังและขน
ลักษณะสขี องควายจะเป็นสีผสมของหนงั และขน และเน่อื งจากควายไทยโดยปกติขนไม่ดก
หนามาก เหมือนควายพันธุ์นมหรือควายมูราห์ สีที่เห็นจึงเป็นสีของหนังเป็นส่วนใหญ่ โดยสีของ
ควายอาจแตกต่างกันได้ จากแหลง่ นำ้ ที่เลี้ยง สีของดินที่ควายทำปลกั ความสมบูรณ์รา่ งกาย รวมถึง
ชว่ งอายตุ า่ งฯ สขี นของควายไทย ตอนอายยุ งั น้อยส่วนใหญ่จะเปน็ สีเทาขาว หรอื เทาทอง และเมื่อ
อายุมากขึ้นส่วนใหญ่จะเปลี่ยนเป็นสีดำเข้มขึ้น สีเทาหรือสีเลา หรือเป็นสีเทาแดง(สีเปลือกเมล็ด
มะขาม) สีของควายท่ีนิยมว่าเป็นควายงาม สำหรับแม่พันธุ์ จะมีสีเทาถึงเทาดำ ไม่ดำเข้มเท่าเพศผู้
ส่วนพ่อพันธุ์ จะมีสีเทาแดง หรือเทาดำ สีขนจะเป็นสีดำ หรือแดงเหมือนสีของเปลือกเมลด็ มะขาม
และปราชญ์ให้ความเห็นว่าถ้าพบควายที่มีหนังและขนสีดำเข้ม และขนดกยาวกว่าควายทั่วไป
แสดงว่าอาจมสี ายเลือดควายมรู ่าห์ผสมอยู่

สีหนงั และขนควายงาม

๒๗

การจำแนกรนุ่ ของควายแขง่
ควายที่ใชใ้ นการแข่งขนั ซ่งึ ใชจ้ ำนวนซ่ขี องฟนั เป็นตวั บง่ ช้อี ายคุ วาย แบง่ เปน็ 4 ร่นุ คอื

1. ร่นุ จ๋วิ อายุ 1.5 ปี
2. จิ๋วเล็ก อายุ 2.5 ปี
3. จิ๋วใหญ่ อายุ 3 ปี
4. จิว๋ พเิ ศษ อายุ 5 – 6 ปี

ควายแข่งเม่ือมีอายุครบ 1 ปี 6 เดอื น สามารถนำไปฝกึ ซอ้ มเพ่อื การแข่งขันได้ แต่ควายตัว
นั้นจะต้องได้รับการดูแลอย่างดี เพื่อการแข่งขันอย่างเดียว สายพันธุ์ที่นิยมนำมาฝึกหัดคือพันทาง
ดอก (ไอ้ดอกลุงแดง) อาหารที่บำรุงควาย คือ ข้าวต้มใส่ไข่ โบราณให้กินต้มปลาฉลาม เป็นการ
บำรุงกำลัง ส่วนหญ้าขนที่จะให้ควายกินต้องตัดให้มีความยาวไม่เกิน 1 ฟุต เพราะหากเกิน 1 ฟุต
วิตามินจะเหลอื นอ้ ย ควรปล่อยให้มีความอิสระตามธรรมชาติไมใ่ หค้ วายเครียด ที่สำคัญอีกอย่างคือ
ต้องให้บำรงุ ดว้ ยยาสมุนไพร ยาน้จี ะชว่ ยให้ควายกนิ หญา้ ดี และอว้ นขน้ึ

ตวั อยา่ งตำหรบั ยาสมุนไพรที่ใชบ้ ำรุงควาย
ตำรับที่ 1.1 ตวั ยา ปูนา นำ้ สม้ สายชู

วิธีปรุงยา ใช้ปูนาประมาณ 6 ตัว ใส่ครกตำให้ละเอียด แล้วผสมน้ำส้มสายชู 1
ขวด (ประมาณ 350 ลบ.ซม.) คนให้เข้ากัน แล้วกรองด้วยผ้ากรอง เอาน้ำที่กรอง
ไดม้ ากรอกใหค้ วายกินใหห้ มด
วิธใี ช้ ทำให้กินตอนเช้ากอ่ นปลอ่ ยควายไปกนิ หญา้ ยานใ้ี ชไ้ ดก้ บั ควาย 1 ตวั
สรรพคุณ ทำให้ควายกินน้ำกนิ หญา้ ดีขึ้น ควายนผี้ อมเปน็ ตาล (ตาล หมายถึง
พยาธิ มขี ีแ้ ข็งหยาบ เหน็ ตวั พยาธ)ิ จะอ้วนทว้ นขน้ึ
ตำรบั ท่ี 1.2 ตัวยา แตงโม
วิธีปรุงยา เอาแตงโมมา 1 ลูก บีบค้นั เอาแต่น้ำ
วธิ ีใช้ ทำตอนเช้าก่อนปล่อยไปกินหญ้า แล้วกรอกน้ำแตงโม 2 ลกู ตอ่ ควาย 1 ตวั
สรรพคณุ ทำให้ควายอว้ นทว้ นข้นึ กนิ หญา้ และนำ้ ดขี ึ้น
ตำรบั ที่ 1.3 ตวั ยา บอระเพด็ ผสมนำ้ ปัสสาวะและไข่เปด็ หรอื ไขไ่ ก่
วธิ ปี รงุ ยา เอาบอระเพ็ดมาประมาณ 1 กก. หมักกับปัสสาวะพอท่วมท้ิงไว้
ประมาณ 7 วัน
วธิ ีใช้ รนิ เอานำ้ มาผสมกบั ไข่ครัง้ ละ 1 ฟอง กรอกให้กินตอนเชา้ กอ่ นออกจากคอก
ทกุ วนั
สรรพคณุ ทำให้ควายอว้ นทว้ นข้นึ กินหญา้ กนิ น้ำได้มากขนึ้

๒๘

ตำรับที่ 1.4 ตวั ยา เครือ บอ่ นน้อย เถาวลั ยเ์ ขยี ว ขา้ วเหนียวดำ
วิธีปรุงยา เครือ บ่อนน้อย เถาวัลย์เขียว ข้าวเหนียวดำ ต้มคนเอาน้ำใหก้ นิ ทั้งสาม
อยา่ งน้ีเอาพอประมาณ
วธิ ีใช้ กรอก 3 – 4 วนั ต่อครง้ั
สรรพคุณ ยากินแลว้ อ้วน

ลักษณะของผคู้ วบคมุ ควาย (คนขค่ี วาย)
พบว่าคนขี่ควายทีอ่ ายุน้อยสดุ คือ 8 ขวบ ตัวคนเล็ก น้ำหนักเบา ขี่ควายรุ่นเลก็ แต่คนขีต่ วั

เลก็ สามารถเข้าแข่งขันข่ีควายได้หลายรุ่น เพราะน้ำหนักตัวเบา หากคนขี่ตัวใหญ่ น้ำหนักมาก
ต้องขี่ควายแข่งตัวใหญ่ รนุ่ ใหญ่เทา่ นัน้

การฝึกคนข่ีควาย คนข่ีที่ไม่มปี ระสบการณ์ข่ีควายต้องฝึกกับควายแข่งท่ีมีประสบการณ์แข่ง
แล้วเท่านั้น ส่วนควายแข่งตัวใหม่ที่ไม่เคยฝึกต้องใช้คนขี่ที่มีประสบการณ์ จะได้ไม่ตกควาย
ลักษณะของการควบคุมควาย คนขี่จะต้องขี่เป็น จะเห็นว่าคนขจ่ี ะขต่ี รงบนั ท้ายควาย การที่จะแข่ง
ชนะหรือไม่อยู่ที่การออกตัวของควาย ประสบการณ์ และไหวพริบในการขี่และควบคุมควาย การทำ
ความคุ้นเคยกับควายเป็นสิ่งสำคัญ ผู้ขี่ต้องทำความคุ้นเคยกบั ควายประมาณ 7 วัน และฝึกอย่างน้อย
6 เดอื น จงึ จะสามารถออกข่ีแขง่ ได้ อปุ กรณ์บังคับควายจะใชห้ วายสำหรับตคี วายเท่าน้ันวัสดุอ่ืนไม่
สามารถใชไ้ ด้
วธิ ีข้ึนบนหลังควาย มี 4 วธิ ี

1. ขึ้นทางด้านหน้าควาย (จับเขาควาย)
2. ข้นึ ทางด้านหลังควาย (ดึงหางควาย)
3. ข้นึ ด้านข้างควาย
4. ขน้ึ ขาหนา้ ควาย
กติกา ของการแขง่ ควาย
ควายทุกตัวที่ลงแข่งขันต้องอยู่ในลู่วิ่งของตัวเอง เมื่อออกตัวแล้วจะไม่สามารถบังคับได้
จนกว่าจะถึงเส้นชัย การบังคับจะใช้การตีเพื่อให้ควายวิ่งไปข้างให้เร็วขึ้นเท่านั้น แต่จะไม่สามารถ
บังคับใหค้ วายวง่ิ เลยี้ ว ซ้าย - ขวา ได้

๒๙

รายได้ของผมู้ ีอาชีพขค่ี วายแขง่
ในปัจจุบัน ผู้ประกอบอาชีพขี่ควายแข่งมีน้อยมากจนเกือบจะหมดไปจากสนามแข่งควาย

การประกวดควายสวยงามจึงเกิดขึ้นแทน ทำให้การเลี้ยงควายแข่งนอ้ ยลงตามลำดับด้วย รายได้ที่ได้จาก
การประกอบอาชีพขี่ควายแข่ง หากทำการลงซ้อมแข่งแต่ละครั้งจะได้ค่าจ้าง 500 – 1,000 บาท
แต่ถ้าลงแข่งขัน จะได้ 5,000 – 6,000 บาทต่อครัง้ สำหรับค่าจ้างเลีย้ งควายและซ้อมแข่งจะได้รบั
เป็นรายปี คือ 1 ตัว จะได้ค่าเลี้ยงควายและซ้อมแข่ง 10,000 บาท เท่านั้น คุณสมบัติผู้ที่ประกอบ
อาชพี ข่ีควายแข่งคอื ตอ้ งมใี จรกั ชอบ มีความกลา้ และไม่กลวั เจ็บ ทีส่ ำคัญต้องฉลาดและมีไหวพริบ
ดี พบว่ามีเด็กหัดขี่ควายแข่งมาหัดขี่ควายแข่ง จำนวนมากแต่ไม่มีความอดทนจึงเลิกราไป วิกฤต
ของการข่ีควายแขง่ จงึ เกิดขึ้นจากเหตผุ ล 2 ประการ คอื

1. ขาดควายที่มีลักษณะพร้อมที่จะเป็นควายแข่ง เนื่องจากอาชีพเลี้ยงควายเพื่อใช้
ประกอบอาชีพเกษตรกรรมลดนอ้ ยลง เนอื่ งจากมีอปุ กรณ์การเกษตรที่มาแทนท่ีควาย ควายจงึ หมด
บทบาท

2. คนขีค่ วายแขง่ มีนอ้ ย ไม่มผี สู้ นใจฝกึ หดั เน่อื งจากเหนือ่ ยและรายไดน้ อ้ ย

๓๐

ภาคผนวก

๓๑

ผ้อู ำนวยการ กศน.อำเภอบ้านบงึ สัมภาษณ์ นายสุวทิ ย์ ครศู รี
เจา้ ของควายแข่งประจำอำเภอบา้ นบงึ

๓๒

คอกควาย ตอ้ งมีความร่มเยน็ และกวา้ งขวาง
๓๓

สนเชอื กผา่ นจมูกควายกอ่ นจูง

วิธฝี กึ ควายเขา้ ลูแ่ ขง่ ขนั
๓๔

หนมุ่ นอ้ ย / นกั ขค่ี วายแขง่

วิธฝี ึกควายเข้าลูแ่ ขง่ ขัน
๓๕

วิธฝี กึ คนขค่ี วายแขง่ เขา้ ลู่แขง่

ฝกึ ควายในลู่ว่ิง
๓๖

ควายออกนอกลู่แข่ง

ถว้ ยรางวลั ในประเพณวี ่งิ ควาย
๓๗

เอกสารอ้างองิ

1. ศนู ย์อนุรกั ษค์ วายไทยบา้ นวงั น้ำดำ หมู่ 4 ตำบลหนองบอนแดง อำเภอบ้านบงึ จังหวัดชลบรุ ี
2. สวนสวรรค์บา้ นนา พอ่ พาพอเพยี ง สอบถามเพ่มิ เตมิ 087-5867401,089-8086162
3. สมนุ ไพรไทยรกั ษาควาย โดย ศาสตราจารย์ประสบ บูรณมานัส และคณะ
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
4. https://sites.google.com/site/khwaythiynisangkhmthiy/nisay-khxng-khway/kar-
leiyng-du-tangtae-xayu10deuxn-khun-pi
5. https://www.rakbankerd.com/agriculture/print.php?id=3651&s=tblanimal
6. http://kanchanapisek.or.th/kp6/sub/book/book.php?book=3&chap=9&page=t3-9-
infodetail05.html

๓๘

คณะทำงาน

ทปี่ รึกษา ผู้อำนวยการสำนกั งานส่งเสรมิ การศกึ ษานอกระบบ
นายอนชุ า พงษเ์ กษม และการศึกษาตามอธั ยาศัยอำเภอบ้านบงึ
รองผอู้ ำนวยการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอก
นางสาวอุไรรตั น์ ชนะบำรุง ระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอบา้ นบึง
ผู้อำนวยการศูนย์การศกึ ษานอกระบบและ
นางสาวพวงสุวรรณ์ พันธ์ุมะม่วง การศกึ ษาตามอธั ยาศยั อำเภอบ้านบึง

คณะผู้จัดทำ ผ้อู ำนวยการศนู ยก์ ารศกึ ษานอกระบบและ
นางสาวพวงสวุ รรณ์ พนั ธุ์มะมว่ ง การศึกษาตามอธั ยาศยั อำเภอบ้านบงึ
ครชู ำนาญการพเิ ศษ
นางจันทนี ก่ิงไทรงาม ครูผู้ช่วย
นางสมปรารถนา หาญโยธา ครูอาสาสมคั รการศกึ ษานอกโรงเรยี น
นางสาวอมรา พวงภู่ ครูอาสาสมคั รการศกึ ษานอกโรงเรียน
นางสาววันเพ็ญ โยโล ครูอาสาสมัครการศกึ ษานอกโรงเรียน
นางสาวกวนิ ตรา ฤทธิม์ นตรี ครู กศน.ตำบล
นางสาวทพิ วรรณ กรัตพงศ์ ครู กศน.ตำบล
นางสาวกัณห์สิภทั ร เหลอื งนภัส บรรณารักษอ์ ัตราจา้ ง
นายพงศธร พราหมณี
ครูชำนาญการพเิ ศษ
ผู้เรยี บเรียงและพมิ พส์ รปุ รายงาน ครู กศน.ตำบล
นางจนั ทนี ก่งิ ไทรงาม
นางสาวทิพวรรณ กรัตพงศ์

๓๙


Click to View FlipBook Version