The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สรุป 5 บท ประวัติศาสตร์ชาติไทย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ebookchon, 2021-12-07 23:16:11

สรุป 5 บท ประวัติศาสตร์ชาติไทย

สรุป 5 บท ประวัติศาสตร์ชาติไทย

1

สรปุ ผลการดาเนนิ งาน
โครงการอบรมใหค้ วามรปู้ ระวตั ศิ าสตรช์ าตไิ ทย

และบุญคุณพระมหากษตั ริยไ์ ทย
วันที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2564
ณ ศาลาเฉลมิ พระเกียรตอิ าเภอพานทอง
ตาบลพานทอง อาเภอพานทอง จงั หวดั ชลบุรี

ศูนยก์ ารศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั อาเภอพานทอง

สงั กัดสานักงานสง่ เสริมการศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั จังหวดั ชลบรุ ี

2

คำนำ

โครงการอบรมให้ความรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทย และบุญคุณพระมหากษัตริย์ไทย ประจำภาคเรียนท่ี 2 ปี
การศึกษา 2563 งบประมาณปี 2564 เป็นโครงการท่ีศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอ
พานทอง จัดทาข้ึนเพื่อให้นักศึกษาท่ีเข้าร่วมโครงการ มีความรู้ความเข้าใจ เก่ียวกับความเป็นมาของประวัติศาสตร์
ชาติไทย และหน้าท่ีพลเมืองปลูกจิตสานึกให้นักศึกษา รู้บุญคุณของพระมหากษัตริย์ การปกป้องสถาบันชาติและ
ศาสนาใหน้ กั ศึกษา สรา้ งความสามัคครี กั ชาติ เทิดทูนสถาบนั พระมหากษตั ริย์ และบรรพบรุ ษุ ไทย

ขอขอบคุณผู้อานวยการ และบุคลากรทางการศึกษา ผู้เช่ียวชาญทุกท่าน และขอขอบคุณคณะกรรมการ
ดาเนินงานโครงการอบรมให้ความรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทย และบุญคุณพระมหากษัตริย์ไทย ทุกท่านท่ีเสียสละเวลา
กาลังกาย และกาลงั ใจ จนทาใหโ้ ครงการครงั้ นี้สาเรจ็ ลุลว่ งด้วยดี

คณะผู้จัดทาหวังเป็นอย่างย่ิงว่า ผลการประเมินและข้อเสนอแนะท่ีได้รวบรวมด้วยความอุตสาหะนี้ นาไป
พัฒนาโครงการใหไ้ ด้ดังวตั ถปุ ระสงคท์ ต่ี ั้งไวใ้ นโอกาสตอ่ ไป

ศนู ย์กำรศึกษำนอกระบบและกำรศึกษำตำมอัธยำศัยอำเภอพำนทอง
มนี ำคม 2564

สำรบญั 3

คำนำ หนำ้
บทที่ 1 บทนำ
1
ที่มาและความสาคญั 1
วตั ถุประสงค์ 1
ขอบเขตของการศึกษา 1
ผลทคี่ าดวา่ จะไดร้ ับในการจดั กจิ กรรม 2
ดชั นวี ัดผลสาเรจ็ ของโครงการ 2
บทท่ี 2 เอกสารการศกึ ษาและรายงานทีเ่ กย่ี วขอ้ ง 3
นโยบายสานักงาน กศน. ปีงบประมาณ ๒๕๖๐ 3
ประวตั ิยุวกาชาดไทย 3

บทท่ี 3 วิธดี าเนนิ งาน 11
บทท่ี 4 ผลการดาเนนิ งาน 18
บทท่ี 5 สรุปผล และข้อเสนอแนะ 27

บรรณานกุ รม
ภาคผนวก

4

บทท่ี 1
บทนา

1. ท่ีมาและความสาคัญ
กระทรวงศึกษาธิการได้มีนโยบายเก่ียวกับการเรียนการสอนเพ่ือปลูกฝังจิตสานึกความเป็นพลเมืองท่ีดี

และเรียนรู้แหล่งประวัติศาสตร์ชาติไทย เพ่ือเป็นแนวทางการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติการจัด
การศึกษา เร่ือง การปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม การสร้างวินัย การมีจิตสานึกรับผิดชอบต่อสังคม ยึดมั่นในสถาบัน
ชาติ ศาสนาพระมหากษัตริย์ มีความภาคภูมิใจในความเป็นไทยและประวัติศาสตร์ชาติไทย เพื่อสร้างจิตสานึกความ
เป็นไทยให้นักศกึ ษาได้มีความรู้ความเข้าใจและศึกษาแหล่งเรียนรู้ประวัตศิ าสตรช์ าติไทย เรียนรู้วิถคี วามเป็นไทยจาก
ประวัตศิ าสตรช์ าติไทย หรือบุคคลในประวตั ศิ าสตร์ชาตไิ ทย

ในการนี้ เพ่ือให้นโยบายดังกล่าวสาเร็จลุล่วงไปด้วยดี กศน.อาเภอพานทอง จึงได้เล็งเห็นความสาคัญใน
การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทย สร้างความภาคภูมิใจในความเป็นไทย ส่งเสริมคุณธรรม และสร้างจิตสานึกความ
เปน็ ไทยให้ประชาชนได้มีความรู้ความเข้าใจเกีย่ วกับความเป็นชาติ เรียนรูว้ ถิ ีชวี ิตความเป็นไทยจากประวัติศาสตร์ชาติ
ไทย ซ่ึงเป็นการเปิดโอกาสในการเรียนรู้และสร้างจิตสานึก รักชาติ และสานึกในพระมหากรุณาธิคุณ ในบุญคุณ
พระมหากษตั รยิ ์ไทย จึงจดั ทาโครงการอบรมประวัติศาสตรช์ าตไิ ทย และบุญคุณของพระมหากษัตริย์ไทยขน้ึ

2. วัตถปุ ระสงค์
2.1 เพอ่ื ใหน้ ักศึกษามคี วามรู้ความเขา้ ใจ เกีย่ วกบั ความเปน็ มาของประวตั ศิ าสตร์ชาตไิ ทย และหนา้ ท่พี ลเมือง
2.2 เพือ่ ปลูกจติ สานึกใหน้ ักศกึ ษา รู้บญุ คุณของพระมหากษตั รยิ ์ การปกปอ้ งสถาบนั ชาตแิ ละศาสนา
2.3 เพื่อให้นกั ศกึ ษา สรา้ งความสามัคครี กั ชาติ เทดิ ทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ และบรรพบรุ ษุ ไทย

3. ขอบเขตของการศึกษา
3.1 เป้าหมายของกจิ กรรม
๓.๑.๑ ด้านปรมิ าณ
นักศึกษา กศน.อาเภอพานทอง จานวน 150 คน
๓.๑.๒ ด้านคุณภาพ
นักศกึ ษาท่ีเขา้ ร่วมโครงการอบรมให้ความรปู้ ระวตั ิศาสตรช์ าติไทย และบุญคุณพระมหากษตั ริย์

ไทยมคี วามรูค้ วามเข้าใจ เกี่ยวกับความเป็นมาของประวตั ิศาสตร์ชาติไทย และหนา้ ทพ่ี ลเมืองปลูกจิตสานกึ ให้นักศกึ ษา
รู้บุญคุณของพระมหากษัตริย์ การปกป้องสถาบันชาติและศาสนาให้นักศึกษา สร้างความสามัคคีรักชาติ เทิดทูน
สถาบันพระมหากษัตรยิ ์ และบรรพบรุ ุษไทย ได้ดี อยา่ งนอ้ ยร้อยละ80

3.2 สถานทีใ่ นการจัดกจิ กรรม ดงั น้ี
ณ ศาลาเฉลิมพระเกยี รติอาเภอพานทอง ตาบลพานทอง อาเภอพานทอง จังหวดั ชลบรุ ี

3.3 ระยะเวลาทใ่ี ชใ้ นจัดกิจกรรม
วนั ท่ี 7 มนี าคม 2564

4. ผลทีค่ าดวา่ จะได้รบั ในการจัดกจิ กรรม

5

4.1 นักศกึ ษา กศน.อาเภอพานทอง มคี วามรคู้ วามเข้าใจ เกย่ี วกับความเปน็ มาของประวัติศาสตรช์ าติไทย และ
หนา้ ทพ่ี ลเมือง

4.2 นกั ศึกษา กศน. อาเภอพานทอง มีจติ สานกึ ให้นกั ศกึ ษา รู้บญุ คุณของพระมหากษตั รยิ ์ การปกป้องสถาบัน
ชาตแิ ละศาสนา

4.3 นักศึกษา กศน.อาเภอพานทอง มคี วามสามัคคีรกั ชาติ เทดิ ทนู สถาบันพระมหากษตั ริย์ และบรรพบุรษุ ไทย

5. ดชั นวี ดั ผลสาเรจ็ ของโครงการ
5.1 ตวั ช้วี ดั ผลผลติ (Outputs)
- นักศึกษา กศน.อาเภอพานทอง เข้าร่วมโครงการอยา่ งน้อย รอ้ ยละ 80
5.2 ตวั ชว้ี ัดผลลพั ธ์ (Outcomes)
- นกั ศกึ ษาที่เขา้ รว่ มโครงการอบรมให้ความรปู้ ระวัตศิ าสตรช์ าตไิ ทย และบญุ คณุ พระมหากษัตริย์ไทย

มีความรู้ความเข้าใจ เก่ียวกับความเป็นมาของประวัติศาสตร์ชาติไทย และหน้าที่พลเมืองปลูกจิตสานึกให้นักศึกษา รู้
บญุ คุณของพระมหากษัตรยิ ์ การปกป้องสถาบนั ชาติและศาสนาให้นักศกึ ษา สร้างความสามคั คีรกั ชาติ เทิดทูนสถาบัน
พระมหากษตั รยิ ์ และบรรพบรุ ุษไทย ได้ดี

6

บทท่ี 2
เอกสารการศกึ ษาและรายงานทีเ่ ก่ียวข้อง

ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอพานทอง ได้ดาเนินการจัดกิจกรรม
โครงการอบรมให้ความรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทย และบุญคุณพระมหากษัตรยิ ์ไทย ประจาปีงบประมาณ 2564 เพ่ือให้
นักศึกษามีความรู้ความเข้าใจ เก่ียวกับความเป็นมาของประวัติศาสตรช์ าติไทย และหน้าท่ีพลเมือง เพ่ือปลูกจิตสานึก
ใหน้ ักศึกษา รบู้ ุญคุณของพระมหากษัตรยิ ์ การปกป้องสถาบันชาติและศาสนา เพ่ือใหน้ ักศึกษา สร้างความสามัคคีรัก
ชาติ เทิดทนู สถาบันพระมหากษตั รยิ ์ และบรรพบุรุษไทย ซึ่งมีเอกสารทเ่ี กย่ี วข้องดงั ตอ่ ไปน้ี

1. สอดคลอ้ งกับแนวทางการจดั กจิ กรรมพฒั นาคณุ ภาพผ้เู รยี น สานกั งาน กศน.
2. ภารกจิ ตอ่ เน่ือง

สอดคลอ้ งกบั แนวทางการจดั กิจกรรมพัฒนาคณุ ภาพผเู้ รียน สานกั งาน กศน.
ขอ้ 3. กิจกรรมทแ่ี สดงออกถงึ ความจงรกั ภกั ดีต่อสถาบันชาติศาสนาและพระมหากษัตริย์
โครงการเก่ยี วกับกิจกรรมท่ีแสดงออกถึงความจงรักภกั ดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษตั รยิ ์

เป็นกิจกรรมที่พัฒนา ส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้เรียน มีความรู้ ความเข้าใจ มีทัศนคติที่ดีมีความรักและ ภาคภูมิใจในชาติ
ไทย และแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์
ภารกจิ ต่อเนอ่ื ง

1. ด้านการจัดการศกึ ษาและการเรยี นรู้
1.1 การศกึ ษานอกระบบระดบั การศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน
1) สนับสนุนการจัดการศึกษานอกระบบตั้งแต่ประถมวัยจนจบการศึกษาขั้นพ้ืนฐานโดยดาเนินการ

ให้ผู้เรียนได้รับการสนับสนุนค่าจัดซื้อหนังสือเรียน ค่าจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน และค่าจัดการเรียนการสอนอย่าง
ท่วั ถึงและพอเพยี ง เพ่อื เพิ่มโอกาสในการเขา้ ถึงบริการทางการศกึ ษาทีม่ ีคณุ ภาพโดยไมเ่ สยี คา่ ใชจ้ า่ ย

มาตรฐานตัวบง่ ช้ี
มาตรฐานท่ี 1 ระดบั การศึกษาขั้นพื้นฐาน
1.2 ผูเ้ รียนการศกึ ษาข้นั พนื้ ฐานมคี ณุ ธรรมจรยิ ธรรมคา่ นยิ มและคุณลกั ษณะทีด่ ีตามสถานศกึ ษากาหนด
1.6 ผู้เรยี นการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐานมีสุขภาวะทางกาย และสุนทรียภาพ

๒. ความภูมใิ จในความเปน็ ไทย
“ความภูมใิ จในความเปน็ ไทย” วลีนเี้ ปน็ สง่ิ ที่รัฐบาล องคก์ รปกครอง พยายามให้เกิดขึน้ กับประชาชน

ภายในประเทศมาตลอดในหลายยุคหลายสมัย เพราะความภูมใิ จในความเปน็ คนไทยในความเป็นชาตไิ ทยนน้ั จะเป็น
การสร้างแรงผลกั ดนั ท่ีสาคัญตอ่ การดาเนินชวี ิตของผูค้ นและการพัฒนาชาตใิ ห้มคี วามเจริญรงุ่ เรือง ม่ันคง และเขม้ แขง็
ประเทศไทยมีประวัติความเป็นมาทยี่ าวนาน ผา่ นการเปน็ ทต่ี ้งั ของมนษุ ย์และการรวมตวั ของชุมชนมาต้งั แตย่ ุคก่อน
ประวัติศาสตร์ ก่อกาเนิดเปน็ ความเชื่อ วิถีชีวติ ประเพณี และวฒั นธรรมทสี่ บื ต่อมาอยา่ งยาวนาน มหี ลายเหตกุ ารณ์
หลายอุปสรรคที่ผคู้ นและเหล่าบรรพบรุ ษุ ได้รว่ มกนั “สรา้ งบ้านแปงเมือง” จนกระทง่ั มชี นชาตไิ ทยและประเทศไทยอัน
นา่ ภาคภูมใิ จปรากฏอยู่ในทุกวนั น้ี และการที่จะเขา้ ใจถึงความเปน็ ชาตไิ ทยน้ัน จะเกิดขน้ึ ไม่ไดถ้ า้ ผ้เู รียนไม่ไดเ้ ริม่ ต้น
จากการศึกษาประวตั คิ วามเปน็ มาของความเป็นชาตไิ ทยเสยี ก่อน ซ่งึ มขี อบขา่ ยเนอื้ หา ดังน้ี

สถาบนั หลกั ของชาติ
สถาบันหลกั ของชาติ ประกอบด้วย ชาติ ศาสนา และพระมหากษตั รยิ ์ ซงึ่ เปน็ สถาบันที่อยกู่ บั

สังคมไทยมาชา้ นาน โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ สถาบนั พระมหากษตั รยิ ์ซงึ่ เป็นเสาหลักในการสรา้ งชาตใิ ห้เปน็ ปกึ แผน่ เปน็
ศนู ย์รวมจติ ใจของปวงชน เป็นบ่อเกดิ ของความรกั ความสามคั คี นาพาประเทศชาติให้ผ่านพ้นภัยนานาประการ ไมว่ า่

7

จะเปน็ ภยั รกุ รานของประเทศอื่น ภยั จากการลา่ อาณานคิ มและการแผ่ขยายลทั ธกิ ารปกครอง อีกทงั้ สถาบนั
พระมหากษตั รยิ ม์ บี ทบาทสาคัญในการพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชนในท่ัวทุกภูมภิ าค โดยเฉพาะอยา่ งย่ิงใน
ท้องถนิ่ ทหี่ า่ งไกลสง่ ผลให้มกี ารยกระดับคุณภาพชีวติ ของประชาชนในทกุ มติ ิ และเปน็ รากฐานใหป้ ระเทศชาตมิ ีความ
มน่ั คงสืบมาจนถงึ ปัจจุบัน

ชนชาตไิ ทยในอดีต จงึ ถอื ว่าสถาบนั พระมหากษตั รยิ ์ เป็นสถาบันสูงสดุ ของชาตทิ ่มี บี ทบาทสาคัญในการเป็น
ผ้นู า รวมประเทศชาตใิ ห้เปน็ ปึกแผน่ และพระมหากษตั รยิ ์ทกุ พระองคป์ กครอง ดูแลและบรหิ ารประเทศชาติโดยใช้
หลักธรรม ทเี่ ป็นคาสอนของศาสนา ดว้ ยความเข้มแข็งของสถาบนั พระมหากษัตรยิ ์ ท่ีมีความศรทั ธาเล่ือมใสในสถาบัน
ศาสนา ทีเ่ ปน็ เสมอื นเครอ่ื งยดึ เหน่ยี วทางจิตใจใหค้ นในชาติประพฤตปิ ฏิบัติในทางทด่ี งี าม เพราะทกุ ศาสนาลว้ นแต่
สอนใหค้ นประพฤติ และคอยประคับประคองจิตใจให้ดงี าม มคี วามศรัทธาในการบาเพ็ญตนตามรอยพระศาสดาของ
แตล่ ะศาสนา และเมือ่ พระมหากษตั ริยเ์ ป็นผู้ทป่ี ระพฤตติ นอยู่ในธรรม และปกครองแผน่ ดนิ โดยธรรมแล้ว ไพร่ฟา้
ประชาราษฎรต์ า่ งอยดู่ ว้ ยความร่มเยน็ เป็นสุข จงึ ทาใหส้ ถาบันชาติ ทีเ่ ป็นสญั ลักษณ์เปรยี บเสมอื นอาณาเขตผนื แผ่นดนิ
ทเ่ี ราอยู่อาศยั มคี วามมน่ั คง พัฒนาและยืนหยดั ไดอ้ ยา่ งเท่าเทยี มอารยประเทศ ดงั น้ัน สถาบนั ชาติ สถาบนั ศาสนา
และสถาบนั พระมหากษตั รยิ ์ จงึ เป็นสถาบนั หลกั ของชาติไทย ทไ่ี มส่ ามารถแยกจากกนั ได้ สามารถยดึ เหน่ยี วจิตใจของ
ปวงชนชาวไทยและคนในชาตมิ าจวบจนทุกวนั น้ี

“ชนชาตไิ ทย” เป็นชนชาตทิ ่ีมรี ากเหงา้ ทางประวตั ศิ าสตร์และความเป็นมาที่ยาวนานไม่แพช้ าติใดในโลก เรามี
แผน่ ดินไทยท่ีอดุ มสมบรู ณ์ ในน้ามปี ลา ในนามขี า้ ว มพี ชื พนั ธธุ์ ัญญาหารทอี่ ุดมสมบรู ณ์ มีภูมิอากาศ และภมู ิประเทศท่ี
เปน็ ชัยภมู ิ อากาศไมร่ ้อนมาก ไม่หนาวมากมีความหลากหลายของแหล่งทรพั ยากรธรรมชาติท่ีสมบูรณ์ มที ร่ี าบลมุ่
แมน่ ้าท่ีอุดมสมบรู ณเ์ หมาะแกก่ ารเพาะปลกู มภี ูเขา มีทะเลทีม่ ีความสมดลุ และสมบูรณเ์ พียบพร้อมเปน็ ท่ีหมายปอง
ของนานาประเทศ นอกจากนี้ ชนชาติไทยยงั มีขนมธรรมเนยี ม ประเพณแี ละวฒั นธรรมทด่ี ีงามหลากหลาย งดงาม เปน็
เอกลักษณข์ องชาตทิ ่โี ดดเด่น ซ่งึ สิง่ เหล่านล้ี กู หลานไทยทุกคนควรมคี วามภาคภมู ใิ จที่ไดเ้ กิดมาเป็นคนไทย ในแผน่ ดนิ
ไทย แต่ก่อนทีจ่ ะสามารถรวมชนชาตไิ ทยใหเ้ ป็นปกึ แผน่ ทาให้ลูกหลานไทยได้มแี ผ่นดินอาศยั อยอู่ ยา่ งรม่ เย็นเป็นสขุ
หลายชั่วอายคุ นมาจวบจนทุกวนั นี้ บรรพบรุ ุษของชนชาติไทยในอดีต ทา่ นไดส้ ละชีพเพ่อื ชาติ ใชเ้ ลือดทาแผน่ ดนิ ต่อสู้
เพื่อปกปอ้ งดินแดนไทย กอบกูเ้ อกราชดว้ ยหวังไวว้ า่ ลกู หลานไทยตอ้ งมีแผน่ ดินอยู่ ไม่ตอ้ งไปเป็นทาสของชนชาติอนื่
ซง่ึ การรวมตวั มาเป็นชนชาติไทยทีม่ ที ั้งคนไทยและแผน่ ดินไทยของบรรพบรุ ษุ ไทยในอดีต กไ็ มใ่ ช่เรือ่ งทส่ี ามารถทาได้
โดยง่าย ตอ้ งอาศัยความรกั ความสามคั คี ความกลา้ หาญ ความเสียสละอดทน และสิ่งทส่ี าคญั คอื ต้องมีศูนยร์ วมใจที่
เปน็ เสมอื นพลังในการตอ่ สู้และผ้นู าทมี่ คี วามชาญฉลาดด้านการปกครองและการรบ คือ สถาบันพระมหากษตั ริย์ท่อี ยู่
ค่คู นไทยมาช้านาน และหากลกู หลานไทยและคนไทยทกุ คนไดศ้ กึ ษาพงศาวดารและประวตั ิศาสตรช์ าตไิ ทย ก็จะเหน็
ว่า ดว้ ยเดชะพระบารมแี ละพระปรีชาสามารถของบูรพมหากษตั ริย์ของไทยในอดตี ที่เป็นผนู้ าสามารถรวบรวมชนชาติ
ไทยใหเ้ ปน็ ปึกแผน่ แม้วา่ เราจะเคยเสียเอกราชและดินแดนมามากหมายหลายครง้ั บูรพมหากษัตรยิ ์ไทยก็สามารถกอบ
กู้เอกราชและรวบรวมชนชาวไทยให้เปน็ ปกึ แผ่นไดเ้ สมอมา และเหนือสงิ่ อ่ืนใดพระมหากษัตริยไ์ ทยทุกพระองค์ เป็น
พระมหากษตั รยิ ์ท่ปี กครองประเทศชาติดว้ ยพระบารมีและทศพิธราชธรรม ใช้ธรรมะและคาส่งั สอนของพระพุทธองค์
มาเปน็ แนวในการปกครอง ทาใหค้ นในชาติอยรู่ ่วมกนั อยา่ งร่มเย็นเปน็ สุข สมกับคาทีว่ ่า “ประเทศไทย เปน็ ประเทศ
แผ่นดินธรรมแผ่นดินทอง”

แผ่นดนิ ธรรม หมายถงึ แผน่ ดนิ ที่มีผูป้ ฏบิ ตั ธิ รรม และการปฏิบตั ิธรรมนน้ั หมายถงึ การปฏบิ ตั หิ น้าทอ่ี ย่าง
ถูกต้อง

แผน่ ดินทอง หมายถงึ แผ่นดนิ ท่ปี ระชาชนไดร้ ับประโยชน์ และความสุขอยา่ งทั่วถึงตามควรแกอ่ ตั ภาพ
ชาติ
การจะรับร้คู วามเขา้ ใจในความเปน็ ชาตหิ รอื ความรสู้ ึกที่หวงแหนความเปน็ ชาตไิ ด้นนั้ ผเู้ รียนมีความจาเปน็ ท่ี
จะตอ้ งเขา้ ใจบริบทของความเป็นชาตเิ สยี ก่อน ดังน้ี

8

ความหมาย ความสาคัญของชาติ
ชาติ หมายถึง กลุ่มคนทมี่ ีภาษา วัฒนธรรม และเช้อื ชาติ ประวตั ศิ าสตร์เดยี วกนั หรอื ใกล้เคียงกัน มแี ผน่ ดิน
อาณาเขตการปกครอง ท่ีเปน็ ระบบ เป็นสัดสว่ น มีผนู้ าหรือรฐั บาลทีใ่ ช้อานาจ หรอื มีอานาจอธปิ ไตยทีน่ ามาใชใ้ นการ
ปกครองประชาชนตามพจนานกุ รมฉบับราชบัณฑติ ยสถาน กล่าววา่ ชาติ หมายถงึ ประเทศประชาชนท่ีเปน็ พลเมอื ง
ของประเทศ กลุ่มชนทม่ี ีความร้สู กึ ในเรอ่ื งเชอ้ื ชาติ ศาสนา ภาษา ประวตั คิ วามเปน็ มา ขนบธรรมเนยี มประเพณี และ
วัฒนธรรมอยา่ งเดียวกันหรอื อยู่ในปกครองรัฐบาลเดยี วกนั
“ความจงรกั ภกั ดตี ่อชาตนิ ้นั คือ ความสานกึ ตระหนักในคณุ ของแผ่นดนิ
อันเปน็ ท่ีเกิดทอ่ี าศยั ซง่ึ ทาใหบ้ ุคคลเกดิ ความภูมใิ จในชาตกิ าเนดิ
และมุ่งม่นั ทจ่ี ะธารงรกั ษาประเทศชาตไิ ว้ ให้เป็นอิสระมนั่ คงตลอดไป”
พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ ัว (รชั กาลที่ 9) ในพธิ ถี วายสตั ย์ปฏิญาณและสวนสนาม
ของทหารรกั ษาพระองค์ ณ ลานพระราชวังดสุ ติ 3 ธนั วาคม พ.ศ. 2529

เมอ่ื พิจารณาคาท่ีมีความหมายใกล้เคยี งกันน้ันกจ็ ะพบว่าคาว่า “ชาติ” นัน้ ใกลเ้ คยี งกบั คาวา่
“ประเทศ” หรอื คาว่า “รัฐ” อยไู่ ม่น้อย คอื หมายถึง ชุมนุมแห่งมนุษยซ์ ่ึงตง้ั อยใู่ นดินแดนทมี่ อี าณาเขตแน่นอน มี
อานาจอธปิ ไตยท่ีจะใช้ไดอ้ ย่างอิสระ และมกี ารปกครองอยา่ งเป็นระเบยี บเพ่อื ประโยชนข์ องบรรดามนษุ ย์ทอ่ี ยรู่ ว่ มกัน

ความเปน็ มาของชนชาตไิ ทย
เปน็ ส่ิงท่ีตอ้ งทาความเขา้ ใจก่อนทเี่ กยี่ วข้องกบั ความเปน็ มาของชนชาติไทยนัน้ ยังไม่มีการสรปุ เป็นประเดน็ ที่
สามารถยนื ยนั ไดช้ ดั เจน เพราะการพจิ ารณาความเปน็ มาของชนชาติไทยนั้น ตอ้ งพิจารณาจากหลักฐานหรืองานวจิ ยั
การค้นคว้าทางวิชาการท่ีหลากหลายจากนกั วิชาการไทยและตา่ งประเทศ อีกท้ังยังตอ้ งพจิ ารณามติ ิทางเอกสาร
โบราณคดี เชอื้ ชาตหิ รอื ชาตพิ ันธุ์ ภาษา และวฒั นธรรม ดังนี้
1) สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดารงราชานุภาพ ขอ้ มลู ทีป่ รากฏในพระนพิ นธเ์ รอ่ื ง “แสดง
บรรยายพงศาวดารสยาม และลกั ษณะการปกครองสยามแตโ่ บราณ”เป็นการนาข้อมลู ของนักวชิ าการตะวันตกมา
ประกอบ สรุปว่าถิ่นดัง้ เดมิ ของชนชาตไิ ทยอยู่ทางตอนใตข้ องจนี แถบมณฑลยูนนาน กวา่ งโจว กวางสี จนกระทั่งจีน
แผ่อิทธพิ ลทางการปกครองลงมา จนทาใหผ้ คู้ นในบรเิ วณน้ันต้องอพยพลงมาถึงบริเวณลุ่มแมน่ ้าเจา้ พระยาตอนบน
2) หลวงวิจิตรวาทการ ขอ้ มูลท่เี สนอผ่านผลงานเรอื่ ง “งานค้นควา้ เรือ่ งชนชาติไทย” ได้อธบิ ายวา่ ถน่ิ เดิมของ
ชนชาตไิ ทยอย่บู รเิ วณตอนกลางของจนี แถบมณฑลเสฉวนตงั้ ถ่นิ ฐานกระจดั กระจายตง้ั แตแ่ นวแม่นา้ พรหมบตุ รไปจนถงึ
ทะเลจนี ใต้แถบอ่าวตงั เกี๋ย
3) ขอ้ มลู ของจติ ร ภมู ิศักด์ิ ผา่ นผลงานเร่อื ง “ความเป็นมาของคาสยามไทยลาว และขอม และลักษณะทาง
สงั คมของชือ่ ชนชาติ” ได้ศึกษาผา่ นการวิเคราะหภ์ าษา และตานานท้องถนิ่ ของภาคเหนอื ไดส้ รปุ ว่า ถ่นิ กาเนิดของคน
ไทยนน้ั ครอบคลมุ บริเวณกว้างใหญท่ างตอนใต้ของจนี เวยี ดนาม ลาว เขมร ภาคเหนือของไทย พม่า ไปจนถึงรฐั อสั สัม
ของอินเดยี เนือ่ งจากมพี น้ื ฐานทางนริ ุกตศิ าสตรท์ คี่ ล้ายคลึงกัน
4) ขอ้ มลู ของศาสตราจารย์ ดร.ประเสรฐิ ณ นคร นกั วิชาการคนสาคญั ของประเทศไทย ทา่ นได้ศกึ ษา
วเิ คราะหจ์ ากหลกั ฐานของชาวตะวนั ตกท้งั ทางดา้ นภาษาศาสตรป์ ระวัตศิ าสตร์ โบราณคดี และมานุษยวทิ ยา รวมไปถึง
การลงพนื้ ทด่ี ้วยตนเอง ได้สรุปไวว้ า่ ถ่ินเดิมของคนไทยนา่ จะอยบู่ รเิ วณมณฑลกวางสี ทางใต้ของจีน เนื่องจากในเขต
ดงั กลา่ วเป็นพ้ืนทก่ี ลมุ่ ชนทม่ี คี วามหลากหลายทงั้ ทางวัฒนธรรมและประเพณี
ข้อมูลประวัตคิ วามเปน็ มาส่วนใหญจ่ ะอธบิ ายใกลเ้ คยี งกัน ในลกั ษณะของการอพยพลงใตจ้ ากจนี แล้วแผ่
ขยายลงหลักปกั ฐานอยใู่ นบริเวณกว้างทางภาคเหนือของไทยเกิดเป็นเมอื งและเมืองขนาดใหญท่ ข่ี ยายตัวเป็น
อาณาจกั รตามมา กลา่ วอีกนัยหนง่ึ ตัง้ แตท่ ่ีสมยั ไทยอพยพลงมานัน้ ดินแดนแหลมทองเปน็ ทีอ่ ยูข่ องชนชาติมอญ ละวา้
ของขอม พวกมอญอยู่ทางตะวนั ตกของลุม่ แม่นา้ เจา้ พระยาไปจรดมหาสมทุ รอนิ เดีย พวกละวา้ มีอาณาเขตอย่ใู น
บรเิ วณภาคกลาง มีเมืองนครปฐมเปน็ เมืองสาคัญพอถึงพทุ ธศตวรรษที่ 14 ขอมซง่ึ อยทู่ างตะวนั ออกมอี านาจมากขน้ึ
เข้ายึดเอาดนิ แดนพวกละวา้ ไปไวใ้ นอานาจ แลว้ แบ่งการปกครองเป็น 2 ส่วน คอื สว่ นภาคเหนอื และสว่ นภาคใต้

9

ตอ่ มาในพุทธศตวรรษที่ 16 สมดุลอานาจในการแยง่ ชงิ พื้นท่ีไดเ้ ปล่ียนแปลงไป มอญกบั ขอมส้รู บกันจนเสื่อมอานาจลง
และในช่วงเวลานั้นสุโขทัยได้ปรากฏข้ึนมาอย่างชดั เจนในหนา้ ประวัตศิ าสตรไ์ ทย

จากรอ่ งรอยหลักฐานทางเอกสารทางประวตั ิศาสตร์ตา่ ง ๆ มีการยืนยนั และเชื่อวา่ ประวัตศิ าสตร์ของชนชาติ
ไทยในแหลมทอง (Golden Khersonese) เริม่ ตน้ เมือ่ ประมาณ พ.ศ. 800(พทุ ธศตวรรษท่ี 8 - 12) เปน็ ต้นมา โดยมี
ดนิ แดนของอาณาจักรและแควน้ ตา่ ง ๆ เชน่ อาณาจักรฟนู นั ตง้ั อยู่บรเิ วณทางทศิ ตะวันตกและชายทะเลของอ่าวไทย
และมอี าณาจกั รหริภุญชยั ทางเหนอื อาณาจกั รศรวี ิชยั ทางใต้ และมอี าณาจกั รทวารวดี (พุทธศตวรรษที่ 12) บรเิ วณลมุ่
แมน่ า้ เจ้าพระยาตอนลา่ ง เป็นต้น และได้รวมตวั เปน็ ปึกแผ่น มพี ระมหากษตั ริยไ์ ด้สถาปนาอาณาจกั รสุโขทยั เป็นราช
ธานีแห่งแรกของชนชาตไิ ทย ราวปี พ.ศ. 1762 โดยพอ่ ขุนศรีนาวนาถม พระราชบดิ าของพ่อขนุ ผาเมืองเป็นผู้ปกครอง
อาณาจกั รจากหลักฐานและข้อมูลข้างตน้ นี้ รวมถงึ สมมตฐิ านของแหลง่ อารยธรรมตา่ ง ๆของโลก ซง่ึ สว่ นใหญ่
แหล่งกาเนิดของชนชาตกิ ลุ่มในอดีตจะอยู่บริเวณลมุ่ แมน่ า้ อาทิ แหลง่ อารยธรรมเมโสโปเตเมีย ตัง้ อยบู่ รเิ วณท่ีราบล่มุ
ระหว่างแม่นา้ ไทกรสิ (Tigris) ทางตะวนั ออก และแม่น้ายเู ฟรตสิ (Euphrates) ทางตะวนั ตกหรอื อารยธรรมอินเดยี
โบราณหรืออารยธรรมลมุ่ แมน่ า้ สนิ ธุ ต้งั อยู่บริเวณลุ่มแม่นา้ เป็นตน้ ดังนั้น จงึ มคี วามเป็นไปได้ทชี่ นกลมุ่ ตา่ ง ๆ ท่เี คย
อาศยั ในลมุ่ แม่น้าเจา้ พระยาหรอื บริเวณรอบอา่ วไทย มีการรวมตัวกันเป็นปึกแผ่น มกี ารพฒั นาเปน็ ชุมชน สงั คม และ
เมืองจนกลายมาเปน็ อาณาจกั รตา่ ง ๆ ของชนชาติไทยตามพงศาวดาร

การรวมไทยเป็นปกึ แผน่
ภายหลงั การล่มสลายของอาณาจกั รอยธุ ยา ใน พ.ศ. 2310 สมเดจ็ พระเจา้ กรุงธนบุรีไดพ้ ยายามกอบกู้เอกราช
และศักดศิ์ รีของอาณาจักรกลับคนื มา หลงั จากการสถาปนาอาณาจกั รธนบรุ ีข้นึ ต้องเผชญิ กบั สงครามภายนอกจาก
กองทัพพมา่ และสงครามภายใน คือการปราบชมุ นมุ ท่ีแยง่ ชิงความเปน็ ใหญ่แตกกันเปน็ ก๊กเป็นเหล่า ช่วงเวลาผ่านไป
จนถงึ พ.ศ. 2325อาณาจักรรตั นโกสินทรเ์ ปน็ แผ่นดนิ ไทยทีพ่ อจะเรียกไดว้ า่ “เป็นปึกแผน่ ” ขน้ึ มาบา้ ง ถงึ แมว้ ่าในเวลา
ต่อมาจะเกดิ สงครามเกา้ ทพั ทีเ่ ปน็ ศกึ ใหญใ่ นสมัยรตั นโกสนิ ทร์ แตก่ ถ็ ือวา่ เป็นช่วงแห่งสนั ตสิ ขุ มาได้ยาวนาน
ความเปน็ ปกึ แผ่นของความมั่นคงของสยามเด่นชดั มากขึน้ ในสมยั จอมพล ป.พิบลู สงคราม เป็นนายกรฐั มนตรี
มีการเปลย่ี นช่ือประเทศจากสยาม เปน็ “ไทย” กลา่ วอกี นยั หนึ่ง“การสรา้ งชาติ” ได้เกดิ ข้ึนอยา่ งสมบูรณใ์ นยคุ สมัยนี้
คือ มีครบทัง้ อาณาเขต ดนิ แดน ประชากร อานาจอธิปไตย รัฐบาล ไปจนถึงสัญลกั ษณ์ของชาตทิ ่ีแสดงถึงเอกลักษณ์
วัฒนธรรมไทย เช่น ภาษาไทย และธงชาติไทย เปน็ สิง่ สาคัญทีผ่ ู้คนในยุคปจั จุบันจะต้องอนรุ ักษ์หวงแหนใหส้ ามารถ
ดารงสบื ไปในอนาคตแหล่งกาเนดิ ของชนชาติไทย จะอพยพมาจากทใี่ ด จะมีการพิสูจน์หรือไดร้ ับการยอมรับหรอื ไม่
คงไมใ่ ชป่ ระเดน็ สาคญั ทจ่ี ะตอ้ งพิสจู น์หาความจรงิ คงปล่อยให้เปน็ เรือ่ งของนกั ประวตั ิศาสตรห์ รอื นกั วชิ าการ แต่
ความสาคัญอยู่ท่ลี ูกหลานคนไทยทุกคนท่อี าศยั อยบู่ นพน้ื แผ่นดนิ ไทย ต้องได้เรยี นรู้และตอ้ งยอมรบั ว่า การรวมชนชาติ
ไทยใหเ้ ป็นปึกแผ่น และอยสู่ ุขสบายจนถงึ ปจั จุบันน้ี คนไทยและลูกหลานไทยทกุ คนต้องตระหนกั ถงึ บญุ คุณของบรรพ
บรุ ษุ ไทยและพระปรีชาสามารถของบรู พมหากษตั รยิ ไ์ ทยในอดตี ทีสามารถรวบรวมชนชาวไทย ปกปอ้ งรกั ษาเอกราช
และรวบรวมชาตไิ ทยให้เปน็ ปกึ แผน่ จึงเป็นพระราชกรณียกิจท่สี าคัญของพระมหากษตั ริย์ไทยในอดตี ซง่ึ หากจะย้อน
รอยไปศกึ ษาพงศาวดารฉบบั ต่าง ๆ รวมถงึ ประวตั ศิ าสตร์ชาติไทย ต้ังแต่ยคุ ก่อนการสถาปนากรงุ สโุ ขทัย ให้เปน็ ราช
ธานแี หง่ แรกของชนชาวไทยแลว้ การสถาปนาราชธานที ุกยุคทกุ สมัยไม่ว่าจะเปน็ การสถาปนากรุงศรอี ยุธยา กรงุ ธนบรุ ี
กรงุ รตั นโกสินทร์ รวมไปถึงการกอบกู้เอกราชหลังจากการเสียกรงุ ศรอี ยธุ ยาทัง้ 2 ครั้ง ลว้ นเป็นวรี กรรมและบทบาท
อันสาคญั ของพระมหากษัตรยิ ไ์ ทยทงั้ สนิ้
พระมหากษตั ริยไ์ ทยกับการรวมชาติ
การรวมชาติไทยให้เป็นปึกแผ่น เป็นบทบาทท่ีสาคญั ของพระมหากษัตรยิ ์ไทยในอดตี หากรัฐใดแควน้ ใด ไม่มี
ผู้นาหรือพระมหากษตั รยิ ์ทเี่ ขม้ แข็ง มพี ระปรชี าสามารถท้ังดา้ นการรบการปกครองรวมถึงดา้ นการค้า เศรษฐกจิ การ
คลัง รฐั น้นั หรือแควน้ นัน้ ย่อมมกี ารเสอื่ มอานาจลงและถกู ยดึ ครองไปเป็นเมอื งขนึ้ หรือประเทศราชภายใต้การปกครอง
ของชนชาติอ่นื การถกู ยดึ ครองหรือไปเป็นเมืองข้ึนภายใต้การปกครองของอาณาจกั รอนื่ ในอดตี สามารถทาไดห้ ลาย

10

กรณี อาทิ การยอมสโิ รราบโดยดี โดยการเจริญไมตรแี ละสง่ บรรณาการถวาย โดยไม่มีศกึ สงครามและการเสียเลือด
เนอ้ื สถาบันพระมหากษัตรยิ ์ ไดม้ บี ทบาทสาคัญในการรวมชาติใหเ้ ป็นปึกแผ่น รวมถึงการปกปอ้ งประเทศชาตแิ ละ
มาตุภูมสิ ืบไว้ให้ลูกหลานไทยได้มแี ผน่ ดนิ อยู่ ซงึ่ หากชนชาติไทยในอดตี ไมม่ ีผนู้ าหรือกษัตริยท์ ีม่ พี ระปรีชาสามารถ ใน
วันนอ้ี าจไมม่ ชี าติไทยหลงเหลืออยูใ่ นแผนทโ่ี ลก หรอื ชนชาติไทยอาจต้องตกไปอยูภ่ ายใตก้ ารปกครองของชาตใิ ดชาติ
หนง่ึ

บทบาทของพระมหากษตั รยิ ์ไทยในการรวมชาติ
บทบาทของพระมหากษตั รยิ ์ไทยในการรวมชาติ ในสมยั รัชกาลที่ 1 ถึง รชั กาลท่ี 3หรอื ในสมัยรตั นโกสินทร์
ตอนตน้ นน้ั ความเป็นปกึ แผน่ มั่นคงของอาณาจกั รเกดิ ข้นึ จากการปรบั ปรงุ การปกครอง ประมวลกฎหมายการ
บรู ณปฏิสงั ขรณว์ ัดวาอาราม ทานบุ ารุงพระพุทธศาสนา เกดิ เป็นยุคทองของการฟ้ืนฟวู รรณคดี นาฏศลิ ป์ ดนตรไี ทย
การคา้ และความสัมพันธร์ ะหวา่ งประเทศมีความเจรญิ รุ่งเรืองโดยเฉพาะกบั จีน เกิดเป็น “เงนิ ถงุ แดง” ทีน่ ามาใชใ้ นชว่ ง
วกิ ฤตของประเทศ
ภายหลงั ความพา่ ยแพข้ องอาณาจกั รพมา่ และราชวงศช์ ิงของจีนในการทาศึกกบั องั กฤษ พระมหากษัตรยิ ์ไทย
ในชว่ งเวลานั้นไดต้ ระหนกั ถงึ ภยั ของ “ลัทธลิ า่ อาณานคิ ม” เปน็ อย่างดแี ละทรงตระหนกั วา่ สยามนตี้ ้องมีการปรับตัว
และพัฒนาตนเองให้รอดพน้ จากภัยรา้ ยจากการคกุ คามของชาตติ ะวนั ตกทเ่ี ด่นชดั เริม่ ตน้ เมือ่ อังกฤษเขา้ มาขอทา
สนธสิ ัญญาเบาว์รงิ กบั สยาม ในสมยั รชั กาลท่ี 4 ตอ่ มาเกิดวกิ ฤต ร.ศ. 112 ในสมัยรัชกาลที่ 5 พระเจ้านโปเลยี นที่ 3
แหง่ ฝรัง่ เศสนาเรือปืนเข้ามาถงึ แมน่ า้ เจ้าพระยาใกลพ้ ระบรมมหาราชวัง บบี บงั คับใหส้ ยามยกดนิ แดนฝั่งซา้ ยของ
แมน่ ้าโขงให้อยู่ใต้อาณัตขิ องฝร่ังเศส พร้อมท้งั เรยี กร้องคา่ เสยี หายดว้ ยจานวนเงินกว่า 2 ลา้ นฟรงั ก์ เป็นอีกครัง้ ท่ี
อสิ รภาพของสยามอยู่ในจุดท่ีอาจตกเปน็ เมืองขึน้ หรืออาณานิคมของมหาอานาจตะวันตก
ในชว่ งเวลาดังกลา่ วแม้วา่ จะมภี ยั รอบดา้ น อรริ าชศัตรูเก่าอยา่ งพมา่ หรอื ญวนพ่ายแพแ้ ก่ชาตติ ะวนั ตกไปแล้ว
ถึงกระนัน้ สยามกลับมคี วามเป็น “ปกึ แผ่น” อยา่ งทีไ่ มเ่ คยมีมาก่อนผ่านการเปน็ “สมบูรณาญาสิทธริ าชย์” ของ
พระมหากษตั ริย์โดยเฉพาะในสมยั รชั กาลที่ 5 ทีอ่ านาจของกษตั รยิ ช์ ่วยดลบันดาลให้เกิดความผาสกุ ของราษฎร เกดิ
เป็นการ “เลกิ ระบบไพรท่ าส”
ในสมยั รชั กาลท่ี 6 ความเปน็ ชาติได้เดน่ ชัดขน้ึ ชื่อของประเทศสยามไดร้ บั การยอมรบั วา่ ทดั เทียมกบั หลาย
ชาตติ ะวันตก เม่อื ทรงสง่ ทหารอาสาชาวสยามเขา้ รว่ มสงครามโลก ครงั้ ที่ 1ในภาคพื้นยโุ รป สถาบันหลกั ของประเทศ
คอื ชาติ ศาสนา พระมหากษตั ริย์ กเ็ กดิ ขนึ้ ในสมยั นี้สัญลกั ษณ์ของชาติ เชน่ ธงไตรรงคก์ เ็ กดิ ขน้ึ เพ่ือเปน็ ตวั แทนของ
ชาตสิ ยามในโอกาสตา่ ง ๆ
บุญคณุ ของพระมหากษตั รยิ ไ์ ทยตง้ั แต่สมยั สุโขทยั อยุธยา ธนบรุ ี และรัตนโกสินทร์มัยสโุ ข
อาณาจกั รสุโขทัย เปน็ สมัยท่เี จริญรุ่งเรืองสงู สุด ในรชั สมัยของพ่อขนุ รามคาแหงมหาราชอานาจของอาณาจกั รสุโขทัย
ในชว่ งรัชสมยั ของพระองคม์ ่ันคงมาก ไดท้ รงแผ่อาณาเขตออกไปโดยรอบ วฒั นธรรมไทยได้เจริญขึน้ ทกุ สาขา ดัง
ปรากฏในศิลาจารึกหลกั ท่ี 1 ซง่ึ เจรญิ ท้ังดา้ นประวตั ศิ าสตร์ การสงคราม ภูมิศาสตร์ กฎหมาย ประเพณี การปกครอง

11

เศรษฐกิจ สงั คม ปรชั ญาพระพทุ ธศาสนา การประดษิ ฐอ์ ักษรไทย และอ่นื


สมัยพอ่ ขนุ รามคาแหงมหาราช ดา้ นการเมืองการปกครอง
พระองค์ทรงใชร้ ปู แบบการปกครองแบบพอ่ ปกครองลกู คือ พระองคท์ รงดูแลเอาใจใสใ่ นทกุ ขส์ ุขของราษฎรเหมอื น
พระองคเ์ ปน็ พอ่ สว่ นราษฎรหรือไพร่ฟา้ คอื ลูก เมอ่ื ราษฎรมีเร่อื งเดือดรอ้ นกท็ รงให้สนั่ กระด่งิ ทหี่ นา้ ประตูวงั แล้ว
พระองคก์ จ็ ะเสดจ็ ออกมารับฟังเรื่องราวและทรงตัดสินปัญหาด้วยพระองคเ์ อง นอกจากนี้ พระองคท์ รงทาสงคราม
ขยายอาณาเขตออกไปอย่างกว้างขวางมากกวา่ พระมหากษตั รยิ ์พระองคใ์ ดในสมยั สโุ ขทยั

ดา้ นเศรษฐกจิ

พระองค์ทรงโปรดใหส้ ร้างทานบกักเก็บนา้ ที่เรยี กวา่ ทานบพระร่วง หรอื สรดี ภงส์เพอ่ื ใช้กกั เก็บน้าไว้ใชใ้ นฤดูแลง้ และ
พระองคท์ รงใหเ้ สรีภาพแกป่ ระชาชนในการคา้ ขายไดอ้ ยา่ งมอี สิ ระเสรี ไมม่ กี ารเก็บภาษผี ่านด่านจากราษฎร ทเี่ รียกว่า
จงั กอบ ทาให้การคา้ ขายขยายออกไปอย่างกวา้ งขวาง และทรงโปรดใหส้ รา้ งเตาเผาเครื่องสงั คโลกเป็นจานวนมาก เพอ่ื
ผลิตสนิ คา้ ออกไปขายยงั ดนิ แดนใกล้เคยี ง

ดา้ นศิลปวัฒนธรรม

พระองค์ทรงประดิษฐต์ วั อกั ษรไทยที่เรียกว่า ลายสือไทย และได้มีการพัฒนามาเปน็ ลาดบั จนถงึ อักษรไทยในปัจจบุ ัน
ทาใหค้ นไทยมีอกั ษรไทยใชม้ าจนถงึ ปจั จบุ นั โดยโปรดให้จารึกเร่ืองราวเหตกุ ารณ์ตา่ ง ๆ ในสมัยสโุ ขทัยลงบนศลิ า เมอื่
พ.ศ. 1826 เรยี กว่า ศิลาจารกึ หลกั ที่ 1

สมัยพระมหาธรรมราชาท่ี 1 (พระยาลิไท)

ในสมยั พระมหาธรรมราชาท่ี 1 (พระยาลไิ ท) ทรงรวบรวมราชอาณาจักรสุโขทัยเป็นอนั หนงึ่ อันเดยี วกนั และขยายพระ
ราชอานาจออกไประหวา่ งแควจาปาสกั กับแมน่ ้าปงิ จนจรดแม่นา้ น่านทางทิศเหนือมาไว้ในราชอาณาจกั รสโุ ขทัย

ด้านศาสนา

ทรงมบี ทบาทสาคัญในการทานบุ ารงุ และเผยแผ่พระพทุ ธศาสนา คอื ไดส้ ง่ พระสงฆอ์ อกไปเผยแผ่ พระพทุ ธศาสนายังท่ี
ต่าง ๆ เช่น เมอื งเชยี งใหม่ พิษณุโลก อยุธยา และหลวงพระบางทรงโปรดเกล้าฯ ให้ซอ่ มพระเจดยี เ์ มอื งนครชุม

12

(กาแพงเพชร) ทรงประดษิ ฐานรอยพระพทุ ธบาททเ่ี ขาสมุ นกฏุ ซงึ่ อยนู่ อกเมืองสโุ ขทัย โปรดให้สรา้ งวดั ปา่ มะมว่ ง
(สุโขทัย) ทรงโปรดให้หล่อพระพทุ ธรูปปางมารวิชยั มีขนาดเทา่ กับองค์พระพุทธเจา้ ถวายพระนามวา่ พระศรศี ากยมนุ ี
ประดษิ ฐานท่พี ระวิหารวดั พระศรรี ตั นมหาธาตุ สุโขทยั

ดา้ นภาษาและวรรณคดี

ทรงมคี วามเช่ียวชาญในดา้ นภาษาและวรรณคดเี ปน็ พเิ ศษ ดังมหี ลักฐานปรากฏในหนังสือไตรภูมิพระรว่ ง วา่ พระมหา
ธรรมราชาที่ 1 (พระยาลไิ ท) ทรงนิพนธ์ข้นึ เม่ือครง้ั ยงั ดารงพระยศพระมหาอปุ ราช ครองเมอื งศรีสชั นาลัย หนงั สือไตร
ภมู พิ ระรว่ งเปน็ วรรณคดที ีเ่ ก่ียวข้องกบั พระพทุ ธศาสนามยั อยธุ ยา
สมเด็จพระรามาธิบดีท่ี 1 (พระเจา้ อู่ทอง) ทรงเป็นปฐมกษตั รยิ ์ของกรุงศรอี ยุธยาทรงตงั้ กรุงศรอี ยธุ ยา ณ ชัยภมู ทิ ่ี
เอื้ออานวยท้งั ในดา้ นความปลอดภยั จากข้าศึกและความอยู่ดกี ินดีของชาวอยธุ ยา พื้นทเ่ี หมาะแกก่ ารทาเกษตรกรรม
บญุ คณุ ของพระมหากษัตริยส์ มยั อยธุ ยาทมี่ ตี ่อประเทศในสมัยอยธุ ยา ดังนี้
1. ทรงปฏิรูปการปกครอง โดยทรงรวมอานาจการปกครองเขา้ ส่ศู นู ย์กลาง คอื ราชธานีและแยกฝ่ายทหารกบั ฝ่ายพล
เรือนออกจากกัน การแตง่ ต้งั ตาแหนง่ ข้าราชการให้มีบรรดาศกั ด์ติ ามลาดบั จากตา่ สุดไปสูงสดุ คือ ทนาย พัน หม่ืน ขุน
หลวง พระ พระยา และเจา้ พระยา มกี าหนดศักดนิ าเพอ่ื เป็นค่าตอบแทนการรบั ราชการ ทรงตง้ั กฎมณเฑียรบาลข้ึน
เปน็ กฎหมายสาหรับการปกครอง
2. ทรงประกาศใชก้ ฎหมายลกั ษณะสาคญั คือ กฎหมายศกั ดินา เป็นการกาหนดสิทธิหน้าทีม่ ลู นายและไพร่
3. โปรดเกล้าฯ ใหป้ ระชมุ นักปราชญ์ราชบัณฑิตแต่งหนงั สอื มหาชาตคิ าหลวง นบั ว่าเป็นวรรณกรรมทาง
พระพทุ ธศาสนาเรอ่ื งแรกของกรงุ ศรอี ยธุ ยา และเปน็ วรรณคดที ใ่ี ชเ้ ป็นแนวทางในการศกึ ษาภาษาและวรรณคดีของ
ไทย พรอ้ มทงั้ สรา้ งวดั จฬุ ามณี
4. ทรงรวมอาณาจกั รสโุ ขทัยเป็นส่วนหนึ่งของอยุธยาโดยสมบรู ณ์

สมเด็จพระนเรศวรมหาราช
ตลอดรชั สมัยของพระองค์ทรงกอบกกู้ รงุ ศรอี ยธุ ยาจากพมา่ และได้ทาสงครามกับอรริ าชศตั รทู งั้ พมา่ และเขมร จน
ราชอาณาจกั รไทยเป็นปกึ แผน่ ม่นั คง ขยายดนิ แดนได้อย่างกวา้ งขวางบญุ คุณของพระองค์ทมี่ ีตอ่ ประเทศชาตใิ นดา้ น
ต่าง ๆ ดังน้ี
ด้านการเมอื งการปกครอง
พระองค์โปรดให้ปรบั ปรุงการปกครองหัวเมอื งใหญ่เป็นการรวมอานาจเขา้ สู่ศนู ยก์ ลางยกเลิกระบบเมืองพระยามหา
นคร ยกเลิกใหเ้ จ้านายไปปกครองเมืองเหลา่ นี้ แลว้ ใหข้ นุ นางไปปกครองแทน จดั หวั เมืองตามความสาคัญและขนาด
เปน็ เอก โท ตรี จัตวา
ดา้ นการคา้ ขาย
ทรงสง่ ทตู ไปประเทศจีน เพ่ือรับรองฐานะกษัตริยข์ องพระองคแ์ ละตดิ ตอ่ คา้ ขายกับประเทศจีน ขยายการคา้ ไป
ประเทศสเปน
สมเด็จพระนารายณ์มหาราช
พระองค์ทรงเปน็ พระมหากษตั ริยท์ ี่ทรงพระปรีชาสามารถมาก ทาใหก้ รุงศรีอยธุ ยาในรชั สมยั ของพระองค์ มีความ
เจริญรงุ่ เรอื งกา้ วหนา้ ในทุกดา้ น ทง้ั ในดา้ นเศรษฐกจิ การตา่ งประเทศการศกึ ษา ศลิ ปวัฒนธรรม และวรรณคดที ส่ี าคัญ
หลายเรื่องเกิดขน้ึ
ในรชั สมยั ของพระองค์ จนไดช้ อื่ วา่ เป็นยคุ ทองของวรรณคดีในสมยั กรงุ ศรอี ยธุ ยาในรชั สมัยของพระองค์ ได้มี
ชาวตะวันตกเดินทางเข้ามาติดตอ่ ค้าขาย เผยแผศ่ าสนาตลอดจนเขา้ รบั ราชการ ทาใหช้ าวตะวันตกยอมรับนับถือกรุง
ศรีอยธุ ยาเปน็ อย่างมาก

13

ในด้านการคา้ ขาย ไดม้ กี ารตดิ ต่อคา้ ขายกับตา่ งประเทศมากยงิ่ กวา่ ในรัชสมยั อื่น ๆทง้ั ฮอลันดา ฝรง่ั เศส และอังกฤษ
ทรงโปรดเกลา้ ฯ ใหต้ อ่ เรอื กาปัน่ หลวง เพ่ือทาการคา้ ขายกบั ต่างประเทศ จงึ ทาใหอ้ ยุธยาเปน็ ศนู ย์กลางการค้ากบั
ต่างประเทศ มเี ศรษฐกจิ รุ่งเรอื ง มรี ายไดจ้ ากการจัดเกบ็ ภาษอี ากรเปน็ จานวนมากยธนบรุ ี
สมเด็จพระเจา้ ตากสนิ มหาราช พระองค์มีพระราชกรณยี กจิ ที่สาคญั คือ การรวบรวมกาลงั ไวต้ อ่ สู้กบั พม่า สรา้ งความ
เปน็ ปึกแผน่ ของพระราชอาณาจกั รบุญคุณของพระองค์ทีม่ ตี อ่ ประเทศชาตใิ นดา้ นตา่ ง ๆ
ดา้ นเศรษฐกิจ
เม่ือเศรษฐกจิ ของบา้ นเมืองอย่ใู นภาวะตกต่า ทรงแกไ้ ขปัญหาเฉพาะหนา้ ได้เปน็ อย่างดี โดยสละพระราชทรัพย์ซอ้ื
ข้าวสารจากพ่อคา้ ตา่ งเมอื ง
ดา้ นวรรณกรรม
ทรงสนพระทยั ด้านวรรณกรรม ทรงนพิ นธบ์ ทละครเร่อื งรามเกยี รติ์ ทานบุ ารงุ พระพุทธศาสนาใหร้ งุ่ เรืองดังแต่ก่อน
นอกจากนพี้ ระองคย์ ังทรงเป็นนักรบและนกั ปกครองชน้ั ดีเย่ียม มคี ณุ ลักษณะผู้นาอยู่เต็มตวั ท้ังในยามคับขันและยาม
ปกติสมยั รตั นโกสนิ ทร์
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจฬุ าโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) โปรดใหย้ า้ ยราชธานีจากกรุงธนบุรีไปยังทแี่ ห่งใหม่ซึ่ง
อยคู่ นละฝั่งของแม่น้าเจ้าพระยา เมอื่ พ.ศ. 2325 ต่อมาได้พระราชทานนามว่า กรุงรตั นโกสินทร์ หรือกรุงเทพฯ ใน
ปจั จุบัน
การสรา้ งพระบรมมหาราชวัง พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟา้ จฬุ าโลกมหาราช พระองค์โปรดใหส้ รา้ งวดั ขน้ึ ใน
พระบรมมหาราชวงั คอื วัดพระศรรี ตั นศาสดาราม หรือวดั พระแกว้ แลว้ อญั เชญิ พระแก้วมรกตมาประดษิ ฐาน
ในสมัยรัชกาลที่ 4 พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา้ เจา้ อยูห่ ัวทรงเปลี่ยนนโยบายต่างประเทศ มาเป็นการคา้ กับ
ชาวตะวันตก เพือ่ ความอยูร่ อดของชาติ เน่อื งจากทรงตระหนกั ถงึ ภัยจากลทั ธจิ ักรวรรดินิยม ซ่งึ กาลงั คุกคามประเทศ
ต่าง ๆ อยใู่ นขณะนัน้
จุดเริม่ ของการเปล่ียนแปลงนโยบายตา่ งประเทศ คือ การทาสนธิสัญญาเบาว์ริง กบั อังกฤษ ใน พ.ศ. 2398 โดยพระ
นางเจ้าวิกตอเรยี ได้แตง่ ต้ังให้ เซอร์ จอห์น เบาวร์ งิ เปน็ ราชทูตเขา้ มาเจรจา
สาระสาคัญของสนธิสัญญาเบาวร์ ิง มดี ังน้ี
1. องั กฤษขอต้งั สถานกงสุลในประเทศไทย
2. คนองั กฤษมีสิทธเิ ช่าทด่ี ินในประเทศไทยได้
3. คนอังกฤษสามารถสรา้ งโบสถ์ และสามารถเผยแพรศ่ าสนาครสิ ตไ์ ด้
4. เกบ็ ภาษีขาเข้าได้ไม่เกินรอ้ ยละ 3
5. พอ่ คา้ องั กฤษและพ่อค้าไทยมีสิทธิคา้ ขายกันไดโ้ ดยเสรี
6. สินคา้ ตอ้ งห้าม ไดแ้ ก่ ขา้ ว ปลา เกลอื
7. ถา้ ไทยทาสนธิสญั ญากับประเทศอนื่ ๆ ท่ีมผี ลประโยชนเ์ หนือประเทศองั กฤษจะต้องทาให้อังกฤษด้วย
8. สนธสิ ัญญานี้จะแกไ้ ขเปล่ียนแปลงได้ จนกว่าจะใช้แลว้ 10 ปี และในการแกไ้ ขตอ้ งยนิ ยอมดว้ ยกนั ท้ังสองฝ่ายและ
ต้องบอกลว่ งหน้า 1 ปี
การเปลยี่ นแปลงจากการทาสนธิสญั ญาเบาว์ริงในสมัยรชั กาลที่ 4 มดี ังน้ี
1. ด้านการปกครอง
รชั กาลท่ี 4 ทรงแก้ไขเปลย่ี นแปลงประเพณี คอื เปิดโอกาสให้ราษฎรเขา้ เฝา้ ได้โดยสะดวกใหร้ าษฎรเข้าเฝา้ ถวายฎีกา
ร้องทุกขไ์ ดใ้ นขณะที่ทรงเสด็จพระราชดาเนนิ รัชกาลที่ 5 ทรงเปล่ยี นแปลงสถานะของไพรใ่ หเ้ ป็นพลเมืองปลดปล่อย
ทาสซึง่ นาไปส่กู ารเลิกทาส และปฏิรูปการศกึ ษาโดยการจัดต้ังโรงเรียนข้ึนในวัดสาหรบั ราษฎรรชั กาลที่ 6 ทรง
ประกาศใชพ้ ระราชบัญญตั ิ โปรดให้ใชพ้ ุทธศักราช (พ.ศ.) เปน็ ศกั ราชทางราชการ แทนรัตนโกสนิ ทรศ์ ก (ร.ศ.)
เปลย่ี นแปลงการนบั เวลาทางราชการ ใหส้ อดคลอ้ งกับสากลนิยม โปรดใหก้ าหนดคานาหนา้ ช่อื เด็กหญงิ เด็กชาย

14

นางสาว และ นาง เปลย่ี นแปลงธงประจาชาติ จากธงรปู ช้างเผือก มาเป็นธงไตรรงคต์ รากฎมณเฑยี รบาลว่าดว้ ยการสืบ
สนั ตตวิ งศต์ ามแบบประเทศยโุ รป
การปฏิรปู กฎหมายและการศาล
รชั กาลท่ี 4 ทรงตรากฎหมายข้นึ หลายฉบบั เพือ่ ใหท้ นั สมัยและเหมาะสมกบั สภาพบา้ นเมือง เชน่ กฎหมายเกี่ยวกบั
มรดก สินสมรส ฯลฯรัชกาลท่ี 5 การปฏริ ูปกฎหมายและการศาลคร้งั สาคัญ โดยมกี รมหลวงราชบุรดี ิเรกฤทธ์ิ (พระ
บิดาแหง่ กฎหมาย) เป็นกาลังสาคญั ผลการปฏิรปู กฎหมายและการศาล มดี งั น้ี
1. โรงเรยี นสอนวิชากฎหมาย
2. ตรากฎหมายฉบบั ใหมแ่ ละทนั สมัยที่สุด คอื กฎหมายลักษณะอาญา
3. จัดต้งั กระทรวงยตุ ธิ รรมขึน้ รชั กาลที่ 6 โปรดให้ปฏิรปู กรมรา่ งกฎหมายเพิม่ เติม เป็นต้น
2.ด้านเศรษฐกจิ
ภายหลังการทาสนธสิ ัญญาเบาวร์ งิ แล้ว การคา้ ของไทยเจริญก้าวหน้าขึ้นมากทาใหม้ ีการปรบั ปรุงด้านเศรษฐกจิ ดังน้ี
รชั กาลที่ 4 ทรงเปล่ยี นการใชเ้ งนิ พดด้วงมาเป็นเงินเหรียญ และขุดคลอง ตัดถนนเพ่มิ ข้นึ หลายสาย
รัชกาลท่ี 5 โปรดเกล้าฯ ใหเ้ ปลี่ยนมาตราเงินไทยมาใช้ระบบทศนยิ มกาหนดให1้ บาท มี 100 สตางค์ สรา้ งเหรียญ
สตางคท์ าดว้ ยทองขาว และเหรียญทองแดง และได้โปรดเกลา้ ฯไดพ้ มิ พ์ธนบัตรข้นึ ใช้ โดยตราพระราชบญั ญตั ิธนบัตร
ร.ศ. 121 (พ.ศ. 2445) และตัง้ กรมธนบตั รข้นึ สังกดั กระทรวงพระคลังมหาสมบัติ นอกจากน้ยี งั ประกาศใช้
พระราชบัญญัติมาตราทองคา ร.ศ. 127 (พ.ศ. 2451) โดยใช้ทองคาเป็นมาตรฐานเงินตราแทนเงิน และได้ประกาศ
ยกเลิกการใชเ้ งนิ พดดว้ งเหรียญ เฟื้อง เบยี้ ทองแดงตา่ ง ๆ เบีย้ สตางค์ทองขาว โดยใหใ้ ช้เหรียญบาท สลึง และเหรียญ
สตางค์อยา่ งใหมแ่ ทน และขดุ คลอง ตัดถนนเพ่มิ ขน้ึ หลายสาย
รชั กาลที่ 6 โปรดตง้ั คลังออมสินข้นึ (ปัจจุบนั คอื ธนาคารออมสิน)
3. ด้านการศกึ ษา
รชั กาลท่ี 4 ตงั้ โรงเรยี นชายขน้ึ ท่ีตาบลสาเหร่ และโรงเรียนกลุ สตรวี งั หลงั
รชั กาลท่ี 5 ไดม้ กี ารปฏริ ปู การศกึ ษาขึน้ คือ โรงเรยี นนายทหารมหาดเล็ก โรงเรียนพระตาหนักสวนกุหลาบและ
โรงเรียนวดั มหรรณพาราม (แห่งแรก) ไดโ้ ปรดใหจ้ ัดตง้ั กระทรวงธรรมการข้นึ เพอ่ื รบั ผิดชอบในด้านการศกึ ษา และยัง
ไดพ้ ระราชทานทุนเลา่ เรยี นหลวงอกี ด้วย
รัชกาลที่ 6 มีดงั น้ี
1. ตราพระราชบญั ญตั ิประถมศึกษาขนึ้ ใชใ้ นปี พ.ศ. 2464
2. ให้เรยี กเกบ็ เงิน “ศึกษาพลี” จากราษฎรเพอื่ บารงุ การศึกษาทอ้ งถ่นิ
3. ตง้ั มหาวทิ ยาลัยขึ้นเปน็ แหง่ แรก คือ จุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลัย
4. ดา้ นศาสนา
รชั กาลที่ 4 ทรงประกาศใชพ้ ระราชบญั ญตั ิ ลักษณะการปกครองสงฆ์เป็นฉบบั แรก โดยมีสมเดจ็ พระสังฆราช เป็น
ผปู้ กครองสูงสดุ มีมหาเถรสมาคมใหค้ าปรกึ ษา และโปรดให้สรา้ งวดั ขนึ้ หลายแหง่ เช่น วัดโสมนัสวิหาร วัดราช
ประดษิ ฐ์ วดั ปทมุ วนาราม
รชั กาลที่ 5 ทรงมพี ระราชกรณียกจิ ทสี่ าคัญ คอื โปรดให้จัดต้งั สถานศกึ ษาสาหรับพระสงฆ์ขึ้น 2 แห่ง ซง่ึ ตอ่ มาเปน็
มหาวิทยาลัยของสงฆ์ หรอื มหาวิทยาลัยพระพทุ ธศาสนามีการศึกษาถงึ ระดับปรญิ ญาเอก คอื
1. มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลัย อยู่ทวี่ ดั มหาธาตฯุ เป็นสถานศกึ ษาของพระสงฆฝ์ า่ ยมหานิกาย (ปจั จุบัน คือ
มหาวทิ ยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั การใหบ้ รกิ ารด้านการศกึ ษาเชน่ เดยี วมหาวิทยาลัยมหามงกฎุ ราชวทิ ยาลยั )
2. มหามงกฎุ ราชวทิ ยาลยั อย่ทู ่วี ดั บวรนิเวศวิหาร เปน็ สถานศึกษาของพระสงฆ์ฝา่ ยธรรมยตุ นิ กิ าย (ปัจจุบัน คอื
มหาวทิ ยาลยั มหามงกฎุ ราชวิทยาลัย การใหบ้ ริการด้านการศกึ ษาเช่นเดยี วกับ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช
วิทยาลยั )
5. ด้านขนบธรรมเนียมประเพณี

15

รชั กาลที่ 4 ทรงประกาศใหข้ า้ ราชการสวมเส้อื เวลาเขา้ เฝา้ ทรงให้เสรีภาพประชาชน ในการนับถือศาสนา การ
ประกอบอาชีพ โปรดใหส้ ตรีไดย้ กฐานะใหส้ ูงขึ้น
รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ใหข้ ้าราชการสวมเสือ้ ราชปะแตน และสวมหมวกอย่างยโุ รป ใหข้ า้ ราชการทหารแตง่
เครอ่ื งแบบตามแบบตะวันตก โปรดให้ผู้ชายในราชสานัก ไวผ้ มทรงมหาดไทย เปลย่ี นมาไวผ้ มตดั ยาวทัง้ ศรี ษะแบบฝรั่ง
โปรดให้ผหู้ ญิงเลกิ ไว้ผมปีก ให้ไวผ้ มตัดยาวทเ่ี รียกวา่ “ทรงดอกกระท่มุ ”
6. ด้านศลิ ปกรรม
รชั กาลที่ 4 เร่มิ มกี ารกอ่ สรา้ งแบบตะวันตก เชน่ พระราชวังสราญรมย์ พระนครครี ที เ่ี พชรบุรี ด้านจิตรกรรม ไดแ้ ก่
ภาพเขยี นฝาผนงั ในพระอโุ บสถ และวิหารวัดบวรนเิ วศวหิ าร จิตรกรเอกในสมยั น้ี ไดแ้ ก่ ขรัวอนิ โขง่ ซงึ่ เริม่ เขียนภาพ
แบบสามมติ ิ ตามแบบตะวนั ตก เปน็ บุคคลแรก
รัชกาลท่ี 5 สถาปัตยกรรมได้รบั อทิ ธพิ ลแบบตะวนั ตกมากขนึ้ ประติมากรรม ไดแ้ กพ่ ระพทุ ธชนิ ราชจาลอง พระบรมรปู
หลอ่ พระมหากษัตริย์ 4 รชั กาล พระราชนิพนธท์ สี่ าคญั ของพระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ ัว ได้แก่ พระราช
พธิ สี บิ สองเดอื น พระราชนิพนธไ์ กลบ้าน
รัชกาลท่ี 6 มีการกอ่ สรา้ งตามแบบไทย ได้แก่ หอประชุมโรงเรียนวชริ าวธุ วิทยาลยั การกอ่ สรา้ งแบบตะวันตก เช่น
พระราชวงั สนามจันทร์

 ด้านจติ รกรรม ได้แก่ ภาพเขียนทฝ่ี าผนงั วิหารทศิ ทีจ่ งั หวดั นครปฐม การกอ่ สร้างพระพทุ ธรปู เช่น
พระแก้วมรกตน้อย
 ดา้ นดนตรี และการแสดงละคร มคี วามรุ่งเรืองมาก มกี ารแสดงละครเพิ่มขน้ึ หลายประเภท เช่น
ละครร้อง ละครพดู
 ดา้ นวรรณคดี ไดม้ ีพระราชนิพนธห์ ลายเรอ่ื ง เช่น เวนสิ วาณิช ฯลฯ ไดม้ กี ารกอ่ ต้งั วรรณคดสี โมสรขึ้น
ด้วย
นอกจากนยี้ งั มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองครั้งสาคญั ที่สุดของไทย คือการเปล่ียนแปลงการปกครอง จากระบอบ
สมบูรณาญาสิทธิราชยม์ าเปน็ ระบอบประชาธปิ ไตยโดยมพี ระมหากษตั รยิ ท์ รงเป็นพระประมขุ ในปี พ.ศ. 2475 ซ่ึงตรง
กบั รชั สมยั พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจา้ อย่หู วั รัชกาลที่ 7 ซึ่งถอื วา่ เป็นบุญคณุ อันใหญ่หลวงทพ่ี ระมหากษัตรยิ ไ์ ด้ทา
เพอื่ ประชาชนของพระองค์
ในรชั สมยั ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภมู ิพลอดลุ ยเดช (รชั กาลที่ 9)
พระองค์มพี ระราชกรณียกจิ ดา้ นการพฒั นาที่สาคญั คอื การบริหารจดั การทรพั ยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดลอ้ ม เป็นสง่ิ
ที่ทรงสนพระราชหฤทยั อย่างย่งิ ทรงตระหนกั วา่ ปัญหาเกษตรกรมาจากทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดล้อมท่เี สอ่ื ม
โทรม ถกู ทาลายจานวนมาก ทรงคดิ คน้ ดดั แปลงปรบั ปรงุ และแก้ไขด้วยการพฒั นาที่ดาเนนิ การได้ง่าย ไมย่ งุ่ ยาก
ซบั ซอ้ น สอดคลอ้ งกบั สภาพความเปน็ จรงิ ของความเป็นอยู่ และระบบนเิ วศในแตล่ ะภมู ิภาค พระราชกรณียกจิ ทท่ี รง
ปฏิบัติมาตลอดรชั สมยั เปน็ ท่ยี อมรับ ทรงสรา้ งรปู แบบที่เปน็ ตัวอยา่ งของการพัฒนาแบบยั่งยนื ผสมผสานความ
ต้องการของราษฎรใหเ้ ขา้ กับการประกอบอาชพี โดยทรงนาพระราชดาริมาปฏบิ ตั จิ รงิ และสามารถพฒั นาให้เป็น
ทฤษฎีใหม่ ซึง่ เป็นระบบการจดั การทด่ี นิ และแหล่งน้าเพือ่ การเกษตรทย่ี งั่ ยนื ทาใหเ้ กษตรกรสามารถดาเนินชวี ติ ได้
อย่างมคี วามสุขตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลท่ี 9) ทรงปฏิบตั พิ ระราชกรณยี กจิ เพ่ือการพัฒนาประเทศ
โดยทรงเนน้ คนเปน็ ศูนย์กลางตลอดมา พระองคเ์ ปน็ ตน้ แบบการบรหิ ารจดั การที่ดใี นทกุ พระราชภารกจิ ในฐานะ
พระมหากษตั รยิ ์ภายใตร้ ฐั ธรรมนญู ทรงเกื้อหนุนการบรหิ ารราชการทกุ รัฐบาล แนวพระราชดารจิ านวนมากที่
พระราชทานให้รัฐบาลนาไปปฏิบตั ิล้วนมีจดุ มุ่งหมายใหป้ ระชาชนชาวไทยมคี วามสุข ไดร้ ับบรกิ ารจากรฐั อย่างทว่ั ถงึ
เข้าถึงทรพั ยากรของชาตอิ ยา่ งเทา่ เทียมกัน แนวพระราชดาริดา้ นการเกษตรทสี่ าคัญ คอื “ทฤษฎีใหม”่ เป็นการใช้
ประโยชน์จากพื้นทที่ ี่มอี ยู่จากัดให้เกดิ ประโยชนส์ งู สดุ

16

พ.ศ. 2540 ประเทศไทยประสบปัญหาภาวะเศรษฐกจิ ตกตา่ พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดุลยเดช
(รชั กาลที่ 9) พระราชทานหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงทรงช้แี นะแนวทางการดาเนนิ ชวี ติ ให้แกร่ าษฎร เปน็ ผลให้
เกดิ การพัฒนาสงั คมและทรพั ยากรบุคคลอยา่ งมนั่ คง ยั่งยืน และสงบสุข ซ่ึงโครงการอันเนอ่ื งมาจากพระราชดาริในรชั
สมยั ของพระองค์มที ้งั สิ้นมากกวา่ 4,000 โครงการ อยใู่ นความรับผิดชอบของสานักงานคณะกรรมการพิเศษเพอ่ื
ประสานงานโครงการอนั เนื่องมาจากพระราชดาริ (สานกั งาน กปร.)
นอกจากนี้พระองคย์ ังทรงมีพระปรีชาสามารถในศาสตร์สาขาตา่ ง ๆ ซ่ึงส่งผลต่อการพฒั นาทงั้ ส้ิน ท้งั ในด้านการ
ประดษิ ฐ์ ได้แก่ การประดษิ ฐ์ “กงั หันชยั พฒั นา” ซง่ึ เป็นเครอ่ื งกลเตมิ อากาศแบบทนุ่ ลอย
ด้านวรรณศลิ ป์ พระองคท์ รงเชยี่ วชาญในภาษาหลายภาษา ทรงพระราชนพิ นธบ์ ทความ แปลหนงั สือ เชน่ นายอินทรผ์ ู้
ปิดทองหลงั พระ ตโิ ต พระมหาชนก และพระมหาชนกฉบบั การ์ตนู เปน็ ต้น งานทางด้านดนตรี พระองค์ทรงพระปรีชา
สามารถเปน็ อย่างมากและรอบรใู้ นเรื่องการดนตรเี ปน็ อยา่ งดี พระองคท์ รงดนตรไี ด้หลายชนดิ เช่น แซ็กโซโฟน คลาริ
เน็ต ทรมั เป็ต กตี าร์ และเปียโน พระองคย์ ังได้ประพนั ธ์เพลงที่มีความหมายและไพเราะหลายเพลงดว้ ยกนั เช่น เพลง
พระราชนพิ นธแ์ สงเทยี น เป็นเพลงแรก นอกจากนยี้ ังมเี พลงสายฝน ยามเย็น ใกลร้ งุ่ ลมหนาว ยม้ิ สู้สายลม คา่ แลว้
ไกลกงั วล ความฝันอันสูงสุด เราสู้ และเพลงพรปใี หม่ เปน็ ต้น

ในรชั สมัยสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หัวมหาวชริ าลงกรณ บดินทรเทพยวรางกรู (รชั กาลท่ี 10)
พระราชกรณียกิจของพระองคท์ สี่ าคญั เช่น พระองค์ทรงใสพ่ ระราชหฤทยั ในการส่งเสรมิ การศึกษาของเยาวชนไทย
โดยทรงรบั โรงเรียนหลายแหง่ ไวใ้ นพระราชปู ถัมภ์ เนือ่ งจากทรงตระหนกั วา่ การศกึ ษาจะสามารถพฒั นาเยาวชน ซ่ึง
เปน็ กาลังหลกั ในการพัฒนาประเทศชาติในอนาคต ทรงมพี ระราชดาริดา้ นการสง่ เสริมการศกึ ษา ไดแ้ ก่ “โครงการ
ทุนการศกึ ษาสมเดจ็ พระเจา้ อย่หู วั มหาวชริ าลงกรณ บดนิ ทรเทพยวรางกูร” เพื่อสนบั สนุนและสง่ เสริมการศกึ ษาแก่
เด็กและเยาวชน
นอกจากนี้ พระองคย์ งั ทรงหว่ งใยและทรงคานงึ ถงึ ความอย่ดู ีมีสขุ ของประชาชนเป็นสาคญั และพระองค์มพี ระราช
ปณธิ านแน่วแน่ ท่ีจะทาให้ประเทศชาติมนั่ คงและประชาชนมชี ีวติ ความเปน็ อยู่ทีด่ ขี ึน้ ด้วยมพี ระราชประสงค์ท่ีจะสืบ
สาน รกั ษา และต่อยอดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดาริและแนวพระราชดารติ า่ ง ๆ ในการบาบดั ทกุ ขแ์ ละบารงุ
สุขใหป้ ระชาชนและพัฒนาประเทศใหเ้ จรญิ กา้ วหนา้ ทรงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ ให้หน่วยราชการในพระองค์ ร่วมกับ
หน่วยราชการตา่ ง ๆ และประชาชนทุกหมเู่ หล่าทมี่ จี ิตอาสา บาเพ็ญสาธารณประโยชน์ในพน้ื ท่ตี า่ ง ๆเพื่อบรรเทาความ
เดือดร้อน และแกไ้ ขปญั หาให้แก่ประชาชน ไม่วา่ จะเป็นปัญหาน้าท่วมในเขตชมุ ชน ปญั หาการจราจร และอน่ื ๆ เพือ่
สืบสานพระราชปณธิ านพระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภมู ิพลอดลุ ยเดช (รัชกาลที่ 9) ที่ทรงหว่ งใยปัญหานา้ ทว่ ม
และปัญหาการจราจรในเขตพืน้ ท่ีกรงุ เทพมหานครและจังหวัดตา่ ง ๆ ซ่ึงพระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จดั
โครงการจติ อาสา“เราทาความดี ดว้ ยหัวใจ” ระหว่างวนั ที่ 28 กรกฎาคม - 3 สิงหาคม พ.ศ. 2560 ในพน้ื ท่ี
กรุงเทพมหานครเพอ่ื เป็นแบบอยา่ งในการพฒั นาสภาพแวดลอ้ ม และความเป็นอยใู่ นชุมชนให้มสี ภาพทดี่ ขี ้ึน
ดังน้ัน โครงการจิตอาสา “เราทาความดี ดว้ ยหัวใจ” โครงการในพระราชดารสิ มเดจ็ พระเจ้าอยหู่ วั ได้ปลุกจิตสานึกใน
การทาความดี ปลูกฝงั ใหค้ นทุกเพศทุกวัย ไดต้ น่ื ตวั ในการบาเพ็ญตนให้เปน็ ประโยชนแ์ กส่ ังคม ชุมชน และประเทศชา

17

บทท่ี 3
วธิ ีดาเนินงาน

ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอพานทอง ได้ดาเนินการจัดกิจกรรม
โครงการอบรมใหค้ วามร้ปู ระวัติศาสตรช์ าตไิ ทย และบุญคุณพระมหากษัตริย์ไทย ประจาปงี บประมาณ 2564 เพื่อให้
นักศึกษามีความรู้ความเข้าใจ เก่ียวกับความเป็นมาของประวตั ิศาสตร์ชาติไทย และหน้าท่ีพลเมือง เพื่อปลูกจิตสานึก
ใหน้ ักศึกษา รู้บญุ คุณของพระมหากษัตรยิ ์ การปกป้องสถาบันชาติและศาสนา เพ่ือใหน้ ักศึกษา สรา้ งความสามัคคีรัก
ชาติ เทิดทนู สถาบันพระมหากษตั ริย์ และบรรพบรุ ุษไทย มีขัน้ ตอนการดาเนนิ งาน โดยมขี ัน้ ตอนดังน้ี

รายการ การดาเนนิ งาน
การวางแผน (Plan)
๑. สารวจความตอ้ งการของกลุ่มเป้าหมายตามยุทธศาสตร์และจดุ เน้นการ
การปฏบิ ัติ (Do) ดาเนนิ งานการศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั
๒. เขยี นแผนเพื่อขออนมุ ัตใิ นการจัดโครงการ
การตรวจสอบ/ประเมนิ ผล (Check) ๓. ประชุมผทู้ เี่ กีย่ วข้องในการจดั โครงการตามยทุ ธศาสตร์ และจดุ เนน้ การ
แนวทางการนาผลการประเมนิ ไป ดาเนนิ งานการศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั
ปรบั ปรงุ (Act) ๔. ดาเนินงานตดิ ต่อประสานงานสถานที่ วทิ ยากร และผเู้ ขา้ ร่วมโครงการ
๕. กาหนดการจัดโครงการ

๑. ดาเนนิ การตามแผนการจดั กิจกรรมตามโครงการอบรมให้ความรู้
ประวัตศิ าสตร์ชาติไทย และบญุ คุณพระมหากษัตริยไ์ ทย
๒. นากลมุ่ เปา้ หมายเข้าร่วมกจิ กรรม ระหวา่ งวนั ที่ 7 มนี าคม 2564 ณ ศาลา
เฉลิมพระเกยี รติอาเภอพานทอง ต.พานทอง อ.พานทอง จ.ชลบุรี
ผูเ้ ขา้ ร่วมโครงการฯ จานวน 150 คน

๑. การสงั เกตพฤตกิ รรม การฝกึ ปฏิบัติของกลุ่มเป้าหมาย
๒. การพดู คยุ และสอบถามกลุ่มเป้าหมาย
๓. กลุม่ เปา้ หมายกรอกแบบสอบถามประเมนิ ความพึงพอใจในการเขา้ รว่ ม
โครงการฯ

๑. จัดให้มรี ะบบตดิ ตามหลงั จากการเข้ารว่ มกจิ กรรม
๒. ทบทวนและกาหนดแนวทางในการจดั กิจกรรม

18

2. เคร่ืองมอื ท่ใี ช้ในการเก็บรวบรวมขอ้ มูล

แบบสอบถาม โดยแบง่ การประเมนิ ออกเป็น 3 ตอน คือ

ตอนที่ 1 เปน็ ขอ้ มลู ทว่ั ไปของผู้ตอบแบบสอบถาม

ตอนท่ี 2 เปน็ ขอ้ มลู แสดงพึงพอใจของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยรวบรวมขอ้ มลู จากแบบสารวจ

สาหรบั คาถามแต่ละข้อได้ใชม้ าตราประมาณคา่ (Rating Scales) โดยประเมนิ เปน็ 5 ระดับคอื

มีความพงึ พอใจมากทีส่ ุด เท่ากับ 5 คะแนน

มีความพงึ พอใจมาก เทา่ กบั 4 คะแนน

มคี วามพงึ พอใจปานกลาง เท่ากบั 3 คะแนน

มีความพงึ พอใจน้อย เทา่ กบั 2 คะแนน

มีความพงึ พอใจนอ้ ยท่ีสดุ เท่ากบั 1 คะแนน

สถติ ทิ ่ใี ช้ในการวิเคราะห์ คือ ค่าร้อยละ มีระดับ ดังน้ี ระดบั ความความพงึ พอใจมากทสี่ ดุ
- คา่ สถิตริ อ้ ยละ 90.00 ขนึ้ ไป ระดับความความพงึ พอใจมาก
- ค่าสถติ ริ อ้ ยละ 75.00 – 89.99 ระดับความความพึงพอใจปานกลาง
- คา่ สถิติรอ้ ยละ 60.00 – 74.99 ระดบั ความความพึงพอใจน้อย
- คา่ สถติ ริ อ้ ยละ 50.00 – 59.99 ระดบั ความความพึงพอใจน้อยทส่ี ดุ
- ค่าสถติ ริ ้อยละ 0.00 – 49.99

เกณฑ์การประเมนิ

การวิเคราะห์ข้อมูลจากแบบสอบถามความคิดเห็นรายข้อ ซ่ึงมีลักษณะเป็นค่าน้าหนักคะแนนและนามา
เปรียบเทยี บ แปลความหมายของขอ้ มูลพจิ ารณาจากคา่ เฉลย่ี X ดังน้ี

- คา่ เฉล่ีย 4.51 – 5.00 หมายถงึ มคี วามพงึ พอใจมากทส่ี ดุ

- คา่ เฉล่ีย 3.51 – 4.50 หมายถงึ มีความพึงพอใจมาก

- คา่ เฉลยี่ 2.51 – 3.50 หมายถึง มคี วามพงึ พอใจปานกลาง

- ค่าเฉล่ีย 1.51 – 2.50 หมายถงึ มคี วามพงึ พอใจนอ้ ย

- ค่าเฉล่ยี 1.00 – 1.50 หมายถึง มคี วามพึงพอใจน้อยที่สดุ

ตอนที่ 3 เป็นข้อเสนอแนะของผู้ตอบแบบสอบถาม เป็นข้อคาถามแบบปลายเปิด เพื่อให้ผู้เก่ียวข้องใน
โครงการนี้ได้แสดงความคิดเห็นเพิ่มเตมิ อันอาจจะเปน็ ประโยชนต์ อ่ ผู้เขียนรายงานฉบบั นไ้ี ดช้ ัดเจนและสมบรู ณย์ ิง่ ข้ึน

3. สถิตทิ ใ่ี ช้ในการวเิ คราะหข์ อ้ มูล
การวเิ คราะหข์ อ้ มลู วเิ คราะห์จากแบบสอบถามเป็นหลกั โดยตอนที่ 1 และตอนที่ 2 ใชก้ ารคานวณหาค่ารอ้ ย

ละและค่าเฉลี่ย ตอนท่ี 3 เป็นขอ้ มลู เสนอแนะจากผ้ตู อบแบบสอบถาม ใชก้ ารเขยี นเชงิ พรรณนา

19

บทที่ 4
ผลการดาเนินงาน

ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอพานทอง ได้ดาเนินการจัดกิจกรรม
โครงการอบรมใหค้ วามรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทย และบุญคุณพระมหากษัตรยิ ์ไทย เพ่ือใหน้ ักศึกษามีความรคู้ วามเข้าใจ
เกี่ยวกับความเป็นมาของประวัติศาสตร์ชาติไทย และหน้าที่พลเมือง เพื่อปลูกจิตสานึกให้นักศึกษา รู้บุญคุณของ
พระมหากษัตริย์ การปกป้องสถาบันชาติและศาสนา เพ่ือให้นักศึกษา สร้างความสามัคคีรักชาติ เทิดทูนสถาบัน
พระมหากษัตรยิ ์ และบรรพบรุ ุษไทย ซง่ึ สามารถสรปุ ผลการดาเนนิ งานจากแบบสอบถามโครงการ ดังนี้

เป้าหมายของกิจกรรม
1. ด้านปรมิ าณ

- นักศึกษา กศน.อาเภอพานทอง จานวน 150 คน
- มีผ้เู ขา้ รว่ มโครงการฯ จานวน 150 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 100
๒. ด้านคณุ ภาพ
- นกั ศกึ ษาท่ีเข้ารว่ มโครงการอบรมใหค้ วามรูป้ ระวัติศาสตร์ชาติไทย และบุญคณุ พระมหากษัตริย์ไทยมีความรู้

ความเข้าใจ เก่ียวกับความเป็นมาของประวัติศาสตร์ชาติไทย และหน้าท่ีพลเมือง ปลูกจิตสานึกให้นักศึกษา รู้บุญคุณ

ของพระมหากษัตริย์ การปกป้องสถาบันชาติและศาสนาให้นักศึกษา สร้างความสามัคคีรักชาติ เทิดทูนสถาบัน

พระมหากษตั รยิ ์ และบรรพบรุ ุษไทย ได้ดี

สถานทีใ่ นการจัดกิจกรรม ดงั นี้
ณ ศาลาเฉลมิ พระเกยี รตอิ าเภอพานทอง ต.พานทอง อ.พานทอง จ.ชลบุรี

ระยะเวลาที่ใชใ้ นจดั กจิ กรรม
วันท่ี 7 มนี าคม 2564

งบประมาณ

โดยใช้เงินงบประมาณปี 2564 แผนงานยุทธศาสตร์สร้างความเสมอภาคทางการศึกษา โครงการสนับสนุน

ค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาต้ังแต่ระดับอนุบาลจนจบการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน งบเงินอุดหนุน เงินอุดหนุนท่ัวไป ค่าจัด

กิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ภาคเรียนที่ 2/2563 รหัสงบประมาณ 2000243016500280 แหล่งของเงิน 6411410

จานวน 25,700 บาท (สองหมน่ื ห้าพนั เจ็ดร้อยบาทถว้ น)

7.1 ค่าจัดจา้ งทาอาหารกลางวนั 150 คน x 70 บาท x 1 มอื้ = 10,500 บาท

7.2 คา่ จัดจา้ งทาอาหารวา่ งพรอ้ มเคร่ืองดมื่ 150 คน x 25 บาท x 2 มอื้ = 7,500 บาท

7.3 คา่ เช่าเคร่อื งเสยี ง = 3,000 บาท

7.4 ค่าจัดจา้ งทาปา้ ยประชาสมั พันธ์โครงการ = 500 บาท

7.5 ค่าตอบแทนวิทยากร 2 คน x 3 ช่ัวโมงๆ ละ 200 บาท = 1,200 บาท

7.6 คา่ วัสดโุ ครงการ = 3,000 บาท

รวมเปน็ เงิน 25,700 บาท (สองหม่ืนห้าพันเจด็ รอ้ ยบาทถว้ น)

20

ผลทไ่ี ด้รบั จากการจดั กจิ กรรม
นักศึกษาท่เี ข้าร่วมโครงการอบรมใหค้ วามรปู้ ระวตั ิศาสตรช์ าติไทย และบุญคุณพระมหากษตั รยิ ไ์ ทยมี

ความรู้ความเข้าใจ เก่ียวกับความเป็นมาของประวัติศาสตร์ชาติไทย และหน้าที่พลเมืองปลูกจิตสานึกให้นักศึกษา รู้

บญุ คุณของพระมหากษัตรยิ ์ การปกป้องสถาบันชาติและศาสนาให้นักศึกษา สร้างความสามคั ครี ักชาติ เทิดทูนสถาบัน

พระมหากษตั ริย์ และบรรพบุรุษไทย ได้ดี

การนาเสนอผลการดาเนนิ งาน

ตอนท่ี 1 ผลการวเิ คราะห์ข้อมูลท่วั ไปของผูต้ อบแบบสอบถาม จาแนกตามเพศ อายุ ระดบั การศกึ ษา อาชพี และ
ศาสนา

ตอนท่ี 2 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลความพึงพอใจของผตู้ อบแบบสอบถาม โครงการอบรมให้ความรปู้ ระวตั ิศาสตร์ชาติ
ไทย และบุญคณุ พระมหากษตั ริยไ์ ทย

ตอนที่ 3 สรุปผลขอ้ เสนอแนะ/ ข้อคิดเหน็ อ่นื ๆ ของผู้ตอบแบบสอบถาม โครงการอบรมให้ความรปู้ ระวตั ศิ าสตรช์ าติ
ไทย และบุญคุณพระมหากษัตรยิ ไ์ ทย

ผลการวิเคราะห์ขอ้ มลู

ตอนท่ี 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม จาแนกตามเพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และศาสนา ของผู้ตอบ
แบบสอบถามโครงการอบรมใหค้ วามรปู้ ระวตั ิศาสตร์ชาตไิ ทย และบญุ คุณพระมหากษัตรยิ ไ์ ทยดังตารางที่ 1 – 5

จานวนผู้ตอบแบบสอบถามท้ังหมด 150 คน

ตารางท่ี 1 ขอ้ มลู ท่วั ไปของผตู้ อบแบบสอบถาม (เพศ)

ข้อมูลทั่วไป จานวน ร้อยละ

ชาย 85 56.67

หญิง 65 43.33

รวม 150 100

อภปิ รายผล

ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ เป็นเพศชาย จานวน 85 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 56.67 และเป็นเพศหญิง

จานวน 65 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 43.33 ตามลาดับ

ตารางที่ 2 ขอ้ มลู ทั่วไปของผตู้ อบแบบสอบถาม (อายุ)

ต่ากว่า 15 ปี ขอ้ มลู ทั่วไป จานวน รอ้ ยละ
15-20 ปี รวม
21-25 ปี ๐ ๐
26 ปีขึ้นไป 45 30
75 50
อภปิ รายผล 30 20

150 100

21

ผ้ตู อบแบบสอบถามส่วนใหญ่ อายุ 21-25 ปี จานวน 75 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 50 อายุ 15-20 ปี จานวน 30คน
คิดเป็นรอ้ ยละ 30 และอายุ 26 ปีข้ึนไป จานวน 30 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 20 ตามลาดับ

ตารางท่ี 3 ข้อมูลท่ัวไปของผู้ตอบแบบสอบถาม (ระดับการศึกษา)

ข้อมูลท่วั ไป จานวน รอ้ ยละ

ประถมศกึ ษา 30 20

มธั ยมศกึ ษาตอนตน้ 75 50

มธั ยมศึกษาตอนปลาย 45 30

อื่นๆ 0 0

รวม 150 100

อภปิ รายผล

ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ ระดับการศกึ ษา–มัธยมศึกษาตอนต้น จานวน 75 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 50

ระดับการศึกษามัธยมศึกษาตอนปลาย จานวน 45 คน คิดเป็นร้อยละ 30 และระดับการศึกษา ประถมศึกษา

จานวน 30 คน คิดเป็นร้อยละ 20 ตามลาดบั

ตารางที่ 4 ข้อมลู ทว่ั ไปของผูต้ อบแบบสอบถาม (อาชีพ)

ขอ้ มูลท่วั ไป จานวน รอ้ ยละ

เกษตรกร 00
รบั จ้าง 80 53.33
ค้าขาย 25 16.67
อื่นๆ (ไมไ่ ด้ประกอบอาชีพ) 45 30

รวม 150 100

อภิปรายผล
ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ ประกอบอาชีพรับจ้าง จานวน 80 คน คิดเป็นร้อยละ 53.33 ประกอบอาชีพ
อ่ืนๆ (ไมไ่ ด้ประกอบอาชีพ) จานวน 45 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 30 และประกอบอาชีพคา้ ขาย จานวน 25 คน คิดเปน็ ร้อย
ละ 16.67 ตามลาดบั

ตารางที่ ๕ ข้อมลู ท่วั ไปของผ้ตู อบแบบสอบถาม (ศาสนา) จานวน รอ้ ยละ

ขอ้ มลู ทว่ั ไป 150 150
พทุ ธ 0 0
อิสลาม 0 0
คริสต์ 0 0
อนื่ ๆ
150 150
รวม

22

อภปิ รายผล
ผ้ตู อบแบบสอบถามสว่ นใหญ่ นับถอื ศาสนาพุทธ จานวน 150 คน คดิ เป็นร้อยละ 100

ตารางท่ี 6 แบบสอบถามดา้ นความพึงพอในการดาเนนิ งานดา้ นต่างๆ ของผู้ตอบแบบสอบถาม

มาก มาก ปาน น้อย นอ้ ย คิดเปน็ คิดเป็น
ที่สดุ กลาง ท่ีสดุ คา่ เฉลีย่ ร้อยละ การแปล
ประเด็น / หัวข้อ การพจิ ารณา (คน) (คน) (คน) (คน) (คน) ผล

ด้านหลกั สตู ร 54 3 21

1. กจิ กรรมที่จดั สอดคลอ้ งกับวตั ถุประสงคข์ องหลกั สูตร 71 36 4 0 0 4.60 92.07 มากทส่ี ดุ
2. เนอ้ื หาของหลักสูตรตรงกับความต้องการของผู้รบั บริการ
3. การจดั กจิ กรรมทาใหผ้ ูร้ ับบริการสามารถคิดเปน็ ทาเปน็ 59 46 6 0 0 4.48 89.55 มาก
แกป้ ญั หาเปน็ 63 45 3 0 0 4.54 90.81 มากที่สุด

4. ผ้รู บั บรกิ ารมสี ว่ นร่วมในการแสดงความคดิ เหน็ ต่อการจดั ทา 70 37 4 0 0 4.59 91.89 มากทส่ี ดุ

หลักสตู ร

5. ผู้รบั บริการสามารถนาความรไู้ ปปรับใช้ในชวี ติ ประจาวนั ได้ 73 30 8 0 0 4.59 91.71 มากทส่ี ุด

รวม 336 194 25 0 0 4.56 91.21 มากทส่ี ุด

ดา้ นกระบวนการ

6. ขั้นตอนการจัดกิจกรรมมคี วามเหมาะสม 29 74 8 0 0 4.19 83.78 มาก

7. มกี ารอานวยความสะดวกในการเข้ารว่ มกจิ กรรม 33 69 9 0 0 4.22 84.32 มาก

8. ได้รับความรหู้ รือประโยชน์จากการจัดกจิ กรรมทกุ ขน้ั ตอน 63 44 4 0 0 4.53 90.63 มากทสี่ ุด

รวม 125 187 21 0 0 4.31 86.25 มาก
38 69 4 0 0 4.31 86.13 มาก
ด้านวทิ ยากร

9. ความเหมาะสมในการแต่งกาย/บุคลกิ ภาพ

10. มีความสภุ าพ และด้วยไมตรจี ิต 64 41 6 0 0 4.52 90.45 มากทีส่ ุด

11. มีความรู้ความสามารถในการจัดกิจกรรม 57 48 6 0 0 4.46 89.19 มาก
12. บรกิ ารความเสมอภาค เปน็ ธรรม ไมเ่ ลอื กปฏิบัติ 60 44 7 0 0 4.48 89.55 มาก
219 202 23 0 0 4.44 88.83 มาก
รวม

ดา้ นสิง่ อานวยความสะดวก

13. สถานทส่ี าหรับการจดั กิจกรรมมคี วามเหมาะสม 56 49 6 0 0 4.45 89.01 มาก

14. ครภุ ณั ฑ์ วสั ดุ อุปกรณ์ เชน่ โต๊ะ เกา้ อี้ ระบบภาพและ 66 39 6 00 4.54 90.81 มากที่สุด
เสยี งอ่นื ๆ ทีใ่ ช้ในการจัดกจิ กรรมมีความเหมาะสมเพยี งพอ

15. สื่อทใี่ ช้ในการจดั กจิ กรรมทีท่ นั สมัย 66 40 5 0 0 4.55 90.99 มากที่สุด

รวม 188 128 17 0 0 4.51 90.27 มากที่สุด

ดา้ นคุณภาพ
16. เขา้ รว่ มการจดั กิจกรรมอย่างประทบั ใจ
53 52 6 0 0 4.42 88.47 มาก

17. กิจกรรมมีประโยชนส์ าหรบั การพัฒนาตนเอง ชุมชน สงั คม 64 41 6 0 0 4.52 90.45 มากที่สดุ

18. ระยะเวลาในการจดั กิจกรรมเหมาะสม 63 42 6 0 0 4.51 90.27 มากที่สุด

19. โดยภาพรวมท่านมคี วามพงึ พอใจในกระบวนการ/ขน้ั ตอน 65 40 6 0 0 4.53 90.63 มากที่สดุ

ของการฝึกอบรมในครัง้ น้ี

รวม 192 123 18 0 0 4.52 90.45 มากที่สดุ

รวมเฉล่ยี 1734 1317 168 0 0 4.49 89.73 มาก

23

ตอนที่ 2 ผลการวิเคราะหข์ ้อมูลความพงึ พอใจของผูต้ อบแบบสอบถาม โครงการอบรมให้ความรูป้ ระวัตศิ าสตร์
ชาตไิ ทย และบุญคุณพระมหากษัตรยิ ไ์ ทย ดังตารางที่ 7 – 12

ตารางท่ี 7 ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ความพงึ พอใจโครงการอบรมให้ความรปู้ ระวตั ศิ าสตร์ชาติไทย และ
บญุ คณุ พระมหากษัตรยิ ไ์ ทย ภาพรวมและรายดา้ น

ความพงึ พอใจ ค่าเฉลีย่ n = 150 อันดับ
รอ้ ยละ ระดับ

1. ดา้ นหลกั สูตร 4.56 91.21 มากที่สดุ 1
2. ดา้ นกระบวนการ 4.30 86.25 มาก 5
3. ดา้ นวทิ ยากร 4.44 88.83 มาก 4
4. ด้านสงิ่ อานวยความสะดวก 4.51 90.27 มากทสี่ ดุ 3
5. ด้านคุณภาพ 4.52 90.45 มากทส่ี ุด 2

รวม 4.49 89.73 มาก
จากตารางท่ี 7 พบว่า ความพงึ ใจในการจดั โครงการอบรมใหค้ วามรู้ประวตั ศิ าสตรช์ าติไทย และบญุ คณุ
พระมหากษตั รยิ ์ไทยของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัยอาเภอพานทอง โดยรวมอยูใ่ นระดบั ดี
เมือ่ พิจารณารายดา้ น เรยี งลาดับจากมากไปนอ้ ย ได้แก่ ด้านหลักสตู ร ดา้ นคณุ ภาพ ดา้ นสิง่ อานวยความสะดวก ด้าน
วิทยากร สว่ นด้านทมี่ ีความพงึ พอใจน้อยทีส่ ดุ คอื ดา้ นกระบวนการ

ตารางท่ี 8 ค่าเฉลยี่ รอ้ ยละ ความพงึ พอใจโครงการอบรมใหค้ วามรปู้ ระวตั ิศาสตร์ชาตไิ ทย และ
บญุ คุณพระมหากษัตริยไ์ ทยดา้ นหลักสตู ร

ความพงึ พอใจดา้ นหลักสตู ร n = 150
ค่าเฉล่ยี รอ้ ยละ ระดบั อันดบั

1. กิจกรรมที่จัดสอดคล้องกบั วัตถุประสงคข์ องหลักสตู ร 4.60 92.07 มากทส่ี ดุ 1
2. เนือ้ หาของหลกั สูตรตรงกับความตอ้ งการของ
ผรู้ บั บรกิ าร 4.48 89.55 มาก 5

3. การจัดกจิ กรรมทาให้ผรู้ ับบริการสามารถคดิ เป็น ทา 4.54 90.81 มากท่ีสดุ 4
เป็น แกป้ ญั หาเป็น
4. ผ้รู ับบริการมสี ว่ นรว่ มในการแสดงความคดิ เหน็ ตอ่ การ
จดั ทาหลกั สูตร 4.59 91.89 มากท่ีสุด 2

5. ผ้รู ับบรกิ ารสามารถนาความรู้ไปปรับใช้ใน 4.59 91.71 มากทส่ี ุด 3
ชวี ิตประจาวันได้

รวม 4.56 91.21 มากท่สี ุด

จากตารางที่ 8 พบวา่ ความพงึ ใจในการจดั โครงการอบรมให้ความรปู้ ระวัติศาสตรช์ าตไิ ทย และบุญคุณ
พระมหากษตั รยิ ์ไทยของศูนย์การศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั อาเภอพานทอง ด้านหลกั สูตรใน
ภาพรวม มคี า่ เฉลีย่ ของความพึงพอใจอยใู่ นระดับดีมาก เมอ่ื พิจารณารายขอ้ พบว่า อยใู่ นระดบั มากท่สี ุด 4 ขอ้ ระดบั
มาก 1ข้อ เรยี งคา่ เฉลย่ี ของความพงึ พอใจรายข้อ ได้แก่ กิจกรรมทีจ่ ดั สอดคลอ้ งกับวัตถุประสงค์ของหลักสูตร มี
คา่ เฉลีย่ 4.60 อยใู่ นระดบั มากทส่ี ดุ ผรู้ ับบรกิ ารมสี ว่ นร่วมในการแสดงความคิดเหน็ ต่อการจดั ทาหลกั สูตร มคี ่าเฉล่ีย
4.59 อยู่ในระดบั มากท่ีสดุ ผู้รบั บรกิ ารสามารถนาความรูไ้ ปปรับใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั ได้ มีคา่ เฉล่ยี 4.59 อยู่ในระดบั
มากทส่ี ดุ การจดั กจิ กรรมทาใหผ้ ู้รับบรกิ ารสามารถคิดเปน็ ทาเปน็ แกป้ ัญหาเปน็ มคี ่าเฉลย่ี 4.54 อยูใ่ นระดับมาก
ท่สี ุด และเนือ้ หาของหลักสตู รตรงกบั ความตอ้ งการของผู้รับบรกิ าร
มีค่าเฉลยี่ 4.48 อยใู่ นระดบั มาก ตามลาดบั

24

ตารางท่ี 9 คา่ เฉลย่ี รอ้ ยละ ความพึงพอใจโครงการอบรมใหค้ วามรู้ประวตั ิศาสตร์ชาตไิ ทย และ

บญุ คุณพระมหากษัตรยิ ไ์ ทย ดา้ นกระบวนการ

ความพึงพอใจด้านกระบวนการ n = 150
คา่ เฉล่ยี รอ้ ยละ ระดับ อันดบั

6. ขั้นตอนการจัดกจิ กรรมมีความเหมาะสม 4.19 83.76 มาก 3

7. มกี ารอานวยความสะดวกในการเขา้ รว่ ม 4.22 84.32 มาก 2
กจิ กรรม

8. ได้รับความรูห้ รือประโยชน์จากการจดั กิจกรรม 4.53 60.63 มากทส่ี ุด 1
ทกุ ข้ันตอน

รวม 4.31 86.25 มาก

จากตารางท่ี ๙ พบวา่ ความพึงใจในการจดั โครงการอบรมให้ความร้ปู ระวัติศาสตรช์ าติไทย และบุญคณุ

พระมหากษตั ริย์ไทยของศูนยก์ ารศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั อาเภอพานทอง ดา้ นกระบวนการใน

ภาพรวม มีคา่ เฉลี่ยของความพงึ พอใจอยใู่ นระดับดี เม่อื พิจารณารายขอ้ พบว่า อย่ใู นระดบั มากทสี่ ดุ 1 ข้อ ระดับมาก

2 ข้อ เรียงค่าเฉล่ยี ของความพึงพอใจรายขอ้ ได้แก่ ไดร้ ับความรหู้ รอื ประโยชนจ์ ากการจดั กิจกรรมทุกขน้ั ตอน มี

ค่าเฉลย่ี 4.53 อยใู่ นระดบั มากท่สี ุด มกี ารอานวยความสะดวกในการเขา้ รว่ มกจิ กรรม มีคา่ เฉลีย่ 4.22 อยใู่ นระดบั มาก

และข้ันตอนการจัดกจิ กรรมมีความเหมาะสม มคี า่ เฉลีย่ 4.19อยู่ในระดับมาก ตามลาดบั

ตารางที่ 10 คา่ เฉล่ีย ร้อยละ ความพึงพอใจโครงการอบรมให้ความรู้ประวัตศิ าสตร์ชาตไิ ทย และ

บุญคุณพระมหากษัตรยิ ไ์ ทย ดา้ นวิทยากร

ความพึงพอใจด้านวทิ ยากร n = 150
ค่าเฉลี่ย รอ้ ยละ ระดับ อันดบั

9. ความเหมาะสมในการแตง่ กาย/บคุ ลกิ ภาพ 4.31 86.13 มาก 4

10. มีความสุภาพ และดว้ ยไมตรจี ิต 4.52 90.45 มากทส่ี ดุ 1

11. มคี วามรู้ความสามารถในการจัดกจิ กรรม 4.46 89.19 มาก 3

12. บริการดว้ ยความเสมอภาค เป็นธรรม ไมเ่ ลอื ก 4.48 89.55 มาก 2
ปฏบิ ตั ิ

รวม 4.44 88.83 มาก

จากตารางท่ี 10 พบวา่ ความพงึ ใจในการจดั โครงการอบรมให้ความรูป้ ระวัติศาสตรช์ าตไิ ทย และ

บญุ คุณพระมหากษัตรยิ ์ไทยของศนู ยก์ ารศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัยอาเภอพานทอง ดา้ นวทิ ยากร

ในภาพรวม มคี า่ เฉลยี่ ของความพึงพอใจอยู่ในระดบั ดี เมื่อพิจารณารายข้อ พบวา่ อยูใ่ นระดับมากทสี่ ุด 1ขอ้ ระดบั

มาก 3 ขอ้ เรียงค่าเฉล่ยี ของความพงึ พอใจรายขอ้ ไดแ้ ก่ มีความสภุ าพ และดว้ ยไมตรีจติ มีค่าเฉลย่ี 4.52 อยใู่ นระดับ

มากทส่ี ุด บรกิ ารดว้ ยความเสมอภาค เปน็ ธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ มคี า่ เฉล่ีย 4.48 อยู่ในระดบั มาก มคี วามรู้

ความสามารถในการจดั กจิ กรรม มคี ่าเฉลี่ย 4.46 อยใู่ นระดบั มาก และความเหมาะสมในการแตง่ กาย/บุคลิกภาพ มี

ค่าเฉลีย่ 4.31อยใู่ นระดบั มาก ตามลาดบั

25

ตารางที่ 11 ค่าเฉลยี่ ร้อยละ ความพงึ พอใจโครงการอบรมให้ความรู้ประวัตศิ าสตร์ชาติไทย และ
บุญคุณพระมหากษัตริยไ์ ทย ด้านสง่ิ อานวยความสะดวก

ความพงึ พอใจด้านสิง่ อานวยความสะดวก n = 150
ค่าเฉลีย่ รอ้ ยละ ระดบั อันดับ

13. สถานท่ีสาหรับการจดั กจิ กรรมมีความ 4.45 89.01 มาก 3
เหมาะสม
14. ครุภณั ฑ์ วสั ดุ อุปกรณ์ เชน่ โตะ๊ เกา้ อี้ ระบบ
ภาพและเสยี งอืน่ ๆ ที่ใชใ้ นการจดั กจิ กรรมมี 4.54 9.81 มากท่ีสุด 2
ความเหมาะสมเพียงพอ
15. สอื่ ทีใ่ ชใ้ นการจดั กิจกรรมมีความทนั สมัย 4.55 90.99 มากที่สดุ 1

รวม 4.51 90.27 มากที่สดุ

จากตารางที่ ๑๑ พบวา่ ความพึงใจในการจดั โครงการอบรมให้ความรูป้ ระวตั ิศาสตร์ชาติไทย และ
บญุ คุณพระมหากษตั ริยไ์ ทยของศนู ยก์ ารศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัยอาเภอพานทอง ดา้ นสง่ิ อานวย
ความสะดวก ในภาพรวม มีคา่ เฉล่ยี ของความพงึ พอใจอย่ใู นระดบั ดมี ากเมอื่ พิจารณารายขอ้ พบวา่ อยู่ในระดับมาก
ท่ีสดุ 2 ขอ้ ระดบั มาก 1ขอ้ เรียงคา่ เฉลย่ี ของความพงึ พอใจรายขอ้ ได้แก่ ส่ือทใ่ี ชใ้ นการจดั กิจกรรมมีความทนั สมยั มี
คา่ เฉลย่ี 4.55 อย่ใู นระดบั มากท่ีสุด ครุภณั ฑ์ วัสดุ อุปกรณ์ เช่น โตะ๊ เกา้ อี้ ระบบภาพและเสยี งอืน่ ๆ ทใี่ ชใ้ นการจดั
กิจกรรมมคี วามเหมาะสมเพยี งพอ มคี า่ เฉลยี่ 4.54 อย่ใู นระดับมากทส่ี ุด และสถานที่สาหรับการจดั กจิ กรรมมคี วาม
เหมาะสม มคี ่าเฉลีย่ 4.45อยใู่ นระดบั มาก ตามลาดบั

ตารางที่ 12 คา่ เฉลีย่ ร้อยละ ความพึงพอใจโครงการฯ
ดา้ นคุณภาพ
n = 150
ความพงึ พอใจดา้ นคุณภาพ ค่าเฉลยี่ ร้อยละ ระดับ อันดบั

16. เข้ารว่ มการจดั กจิ กรรมอย่างประทับใจ 4.42 88.47 มาก 4
17. กิจกรรมมีประโยชน์สาหรับการพฒั นาตนเอง 4.52 90.45 มากทส่ี ดุ 2
ชุมชน สงั คม
18. ระยะเวลาในการจัดกจิ กรรมเหมาะสม 4.51 90.27 มากท่ีสุด 3
๑๙. โดยภาพรวมทา่ นมคี วามพงึ พอใจใน 4.53 90.63 มากทส่ี ุด 1
กระบวนการ/ข้นั ตอนของการฝึกอบรมในครงั้ น้ี

รวม 4.52 90.45 มากทส่ี ดุ 4.52

จากตารางท่ี 12 พบว่า ความพึงใจในการจดั โครงการอบรมให้ความรปู้ ระวัตศิ าสตรช์ าติไทย และ
บุญคุณพระมหากษัตริยไ์ ทยของศูนย์การศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศัยอาเภอพานทอง ดา้ นคณุ ภาพ
ในภาพรวม มีคา่ เฉล่ยี ของความพึงพอใจอยใู่ นระดบั ดีมาก เมอ่ื พิจารณารายข้อ พบวา่ อย่ใู นระดับมากทส่ี ุด 3 ขอ้
ระดบั มาก 1 ขอ้ เรียงคา่ เฉลยี่ ของความพึงพอใจรายข้อ ได้แก่ โดยภาพรวมท่านมีความพึงพอใจในกระบวนการ/
ขน้ั ตอนของการฝึกอบรมในครง้ั นี้ มีคา่ เฉล่ยี 4.53 อยูใ่ นระดับมากทส่ี ุด กจิ กรรมมีประโยชนส์ าหรบั การพฒั นาตนเอง
ชมุ ชน สงั คม มีคา่ เฉลยี่ 4.52 อย่ใู นระดบั มากที่สดุ ระยะเวลาในการจดั กจิ กรรมเหมาะสม มีคา่ เฉลย่ี 4.51 อยูใ่ น
ระดับมากที่สดุ และเขา้ รว่ มการจดั กจิ กรรมอยา่ งประทับใจ มีคา่ เฉลี่ย 4.42 อยใู่ นระดบั มาก ตามลาดบั

ตอนท่ี 3 สรปุ ผลข้อเสนอแนะ / ข้อคดิ เห็นอ่นื ๆ ของผูต้ อบแบบสอบถาม โครงการอบรมให้ความรปู้ ระวตั ิศาสตร์
ชาตไิ ทย และบุญคณุ พระมหากษัตรยิ ์ไทย เพอ่ื นาไปใชใ้ นการปรบั ปรงุ พฒั นาโครงการในครง้ั ตอ่ ไป

- ต้องการใหจ้ ัดกจิ กรรมในรปู แบบนีอ้ ีก

26

บทท่ี 5
สรปุ ผล อภปิ รายผล และข้อเสนอแนะ

ศนู ยก์ ารศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั อาเภอพานทอง ได้ดาเนินการจัดกจิ กรรมโครงการอบรม
ให้ความรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทย และบุญคุณพระมหากษัตริย์ไทย เพ่ือใหน้ ักศึกษามีความร้คู วามเข้าใจ เกย่ี วกับความ
เป็นมาของประวัติศาสตร์ชาติไทย และหน้าท่ีพลเมือง เพื่อปลูกจิตสานึกให้นักศึกษา รู้บุญคุณของพระมหากษัตริย์
การปกป้องสถาบันชาติและศาสนา เพ่ือให้นักศึกษา สร้างความสามัคคีรักชาติ เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ และ
บรรพบุรษุ ไทย โดยสรุปผล อภปิ รายผล และขอ้ เสนอแนะไดด้ ังน้ี

1. สรปุ
1.1 เปา้ หมายดา้ นปรมิ าณ
นกั ศึกษา กศน.อาเภอพานทอง จงั หวัดชลบุรี จานวน150 คน มผี เู้ ขา้ รว่ มโครงการ

จานวน 150คน คิดเป็นร้อยละ 100
1.2 เป้าหมายด้านคณุ ภาพ
นกั ศึกษาที่เข้าร่วมโครงการอบรมใหค้ วามรปู้ ระวตั ิศาสตร์ชาติไทย และบุญคณุ พระมหากษตั ริยไ์ ทย

มีความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับความเป็นมาของประวัติศาสตร์ชาติไทย และหน้าท่ีพลเมืองปลูกจิตสานึกให้นักศึกษา รู้
บุญคุณของพระมหากษัตริย์ การปกป้องสถาบันชาติและศาสนาให้นกั ศึกษา สร้างความสามัคคีรกั ชาติ เทดิ ทูนสถาบัน
พระมหากษตั ริย์ และบรรพบรุ ุษไทย ไดด้ ี

2. อภิปรายผล
การจัดการศึกษาเพ่ือพัฒนาคุณภาพผู้เรียน โครงการอบรมให้ความรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทย และบุญคุณ

พระมหากษัตริย์ไทย ซึ่งดาเนนิ การโดยศนู ยก์ ารศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอพานทอง จังหวัด
ชลบุรี มีวัตถุประสงค์ในการจัดเพื่อให้นักศึกษามีความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับความเป็นมาของประวัติศาสตร์ชาติไทย
และหน้าท่ีพลเมือง เพ่ือปลูกจิตสานึกให้นักศึกษา รู้บุญคุณของพระมหากษัตริย์ การปกป้องสถาบันชาติและศาสนา
เพอื่ ให้นักศกึ ษา สรา้ งความสามัคคีรักชาติ เทดิ ทนู สถาบันพระมหากษตั ริย์ และบรรพบรุ ษุ ไทย

3. ขอ้ เสนอแนะ
3.1 ในภาพรวมผเู้ ข้ารว่ มโครงการอบรมใหค้ วามรปู้ ระวตั ศิ าสตรช์ าตไิ ทย และบญุ คุณพระมหากษตั ริย์ไทยควร

มกี ารจดั กิจกรรมอย่างตอ่ เนือ่ งเพอ่ื ปลกู จติ สานกึ ใหน้ กั ศึกษา รู้บุญคณุ ของพระมหากษตั รยิ ์ การปกปอ้ งสถาบันชาติ
และศาสนาให้นกั ศกึ ษา สรา้ งความสามคั ครี ักชาติ เทิดทนู สถาบันพระมหากษัตริย์ และบรรพบรุ ุษไทยตอ่ ไป

27

บรรณานุกรม

https://sites.google.com/dei.ac.th/sd32034t/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%97-1-
%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A0%E0%B8%A1%E0%B9%83%E0%B
8%88%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%
E0%B8%9B%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2/%E0%B8%9A%E0%B8%8D%E0%B8
%84%E0%B8%93%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E
0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%
A2%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%95%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%95%E0
%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%A2%E0%B8%AA%E0%B9%82%E0%B8%82%E0%B8%97%E0%B8%A
2-%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%98%E0%B8%A2%E0%B8%B2-
%E0%B8%98%E0%B8%99%E0%B8%9A%E0%B8%A3-
%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B
8%81%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%9E0%B8%A3

28

ภาคผนวก

29

คณะผ้จู ัดทา

ทปี่ รึกษา ตาแหนง่ ผู้อานวยการ กศน.อาเภอพานทอง
นางสาวสมใจ เกิดพลู ผล ตาแหนง่ ครู
นางสาวอาภรณ์ ศรีแสงทอง

คณะผู้จดั ทา/ผู้รวบรวม เรยี บเรียง และจดั พมิ พ์

นางสาวสธุ ดิ า เนาวรตั น์ ครู กศน.ตาบลมาบโป่ง

*************************************


Click to View FlipBook Version