รายงานผลโครงการสร้างเครือข่ายดิจิทัลชุมชนระดับตำบล หลักสูตร Digital Literacy Curriculum วันที่ 13 - 14 มิถุนายน 2563 หลักสูตร การค้าออนไลน์ วันที่ 20- 21 มิถุนายน 2563 ณ กศน.ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ปีงบประมาณ 2563 ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอสัตหีบ สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดชลบุรี
-กบทสรุปผู้บริหาร ททททททททททจากโครงการสร้างเครือข่ายดิจิทัลชุมชนระดับตำบล หลักสูตร Digital Literacy Curriculum และหลักสูตร การค้าขายออนไลน์ พบว่า อยู่ในระดับ มาก เมื่อวิเคราะห์เป็นรายข้อพบว่า อันดับที่ 1 คือ กิจกรรมที่จัดสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของหลักสูตร ,ผู้รับบริการสามารถนำความรู้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ได้, วิทยากรมีความรู้ความสามารถในการจัด กิจกรรม , ความพึงพอใจในภาพรวมของผู้รับบริการต่อการเข้า ร่วมกิจกรรม มีค่าเท่ากันคือมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ และลำดับรองลงมาตามลำดับคือ การจัดกิจกรรมทำให้ ผู้รับบริการสามารถคิดเป็นทำเป็นแก้ปัญหาเป็น, วิทยากรมีการใช้สื่อที่สอดคล้องและเหมาะสมกับกิจกรรม , ระยะเวลาในการจัดกิจกรรมเหมาะสม มีค่าเท่ากันคือมีค่าเฉลี่ยเท่ากับเป็นอันดับที่ 2 เนื้อหาของหลักสูตรตรง กับความต้องการของผู้รับบริการ , สื่อ/เอกสารประกอบการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสม , เทคนิค/กระบวนใน การจัดกิจกรรมของวิทยากร ,บุคลิกภาพของวิทยากร มีค่าเท่ากันคือมีค่าเฉลี่ยเท่ากับเป็นอันดับที่ 3 ผู้รับบริการมีส่วนร่วมในการแสดงความคิด เห็นต่อการจัดทำหลักสูตร, สถานที่ในการจัดกิจกรรมเหมาะสม มี ค่าเท่ากันคือ มีค่าเฉลี่ยเท่ากันเป็นลำดับสุดท้าย ตามลำดับ ซึ่งผู้เข้าร่วมโครงการเป็นชาย 3 เป็นหญิง 17 คน และมีอาชีพอื่นมากที่สุด เช่น ว่างงาน โดยผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับดิจิทัล ให้รู้เท่าทัน สื่อดิจิทัล คิด วิเคราะห์ แยกแยะ สื่อดิจิทัลเพื่อการบริโภคได้รวมถึงการประยุกต์ใช้ดิจิทัลเพื่อการใช้งานอย่าง เหมาะสม รวมถึงมีความเข้าใจ กฎระเบียบ กฎกติกา มารยาท และกฎหมายเกี่ยวกับการใช้สื่อ Social Media สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม และถูกต้อง และให้ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับเทคนิคการสืบค้นข้อมูลใน Internet สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสมและถูกต้อง รวมทั้งเพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้ ความเข้าใจ ทักษะในการใช้ Application Line สามารถนำไปใช้ใน ชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม และถูกต้อง ททททททททซึ่งสอดคล้องและเกี่ยวข้องการวิจัยเรื่อง “ความรู้เท่าทันการสื่อสารยุคดิจิทัลกับบทบาทในการ กำหนดแนวทางการปฏิรูปการสื่อสารในสังคมไทย” ของ รศ.ดร.พีระ จิรโสภณ และคณะ เป็นการวิจัยเชิง สำรวจ กลุ่มเป้าหมายประชากรกรุงเทพมหานครที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 400 คน ผนวกกับการจัดกลุ่ม อภิปรายโดยเชิญผู้ทรงคุณวุฒิผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อการและการรู้เท่าทันสื่อและการสื่อสารร่วมให้ความคิดเห็น เพื่อประมวลองค์ความรู้ แนวคิดและการดำเนินการเรื่องการรู้เท่าทันการสื่อสาร การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ หลัก 3 ด้านคือ (1) เพื่อการประมวลแนวคิด องค์ความรู้และการดำเนินการเรื่องการรู้เท่าทันสื่อและการ สื่อสารในประเทศไทย จากผู้ทรงคุณวุฒิ (2) สำรวจลักษณะทางประชากรศาสตร์ พฤติกรรมการเปิดรับและ การใช้สื่อ ระดับการรู้เท่าทันการสื่อสารของกลุ่มตัวอย่างและ (3) ศึกษาแนวทางในการส่งเสริมบทบาทความ เป็นพลเมืองและการขับเคลื่อนการรู้เท่าทันการสื่อสารปฏิรูปการสื่อสารในสังคมไทย ผู้ทรงคุณวุฒิในการอธิป รายกลุ่มให้ข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษาวิจัยและการขับเคลื่อนเพื่อการส่งเสริมการเรียนรู้ การรู้เท่าทันสื่อและการ สื่อสารในระดับต่าง ๆ ทั้งการจัดหลักสูตรการเรียนการสอนในโรงเรียนและการรณรงค์ในกลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ ผู้ทรงคุณวุฒชี้ประเด็นปัญหาการนิยามขอบเขตการรู้เท่าทันสื่อและการสื่อสารที่ยังแตกต่างกัน รวมทั้งการ สร้างตัวชี้วัด และการวินิจฉัยการเป็นผู้รู้เท่าทันหรือไม่รู้เท่าทันที่ยังไม่สอดคล้องกัน ซึ่งผู้ศึกษาวิจัยควรจะต้อง กำหนดขอบเขตแนวคิดให้เจาะจงเป็นแบบแผนชัดเจน ในการสำรวจประชากรพบว่าเป็นเพศหญิงมากกว่า ชาย อายุกระจายทุกวัย การศึกษาส่วนใหญ่ปริญญาตรี อาชีพกระจายทุกประเภท แต่ส่วนใหญ่เป็นนักศึกษา มี ทั้งกลุ่มทำงานและไม่ทำงานในสัดส่วนใกล้เคียงกัน ระดับรายได้ค่อนข้างต่ำอยู่ในกลุ่ม 1 – 2 หมื่นบาทมาก
ที่สุด ประชากรร้อยละ 96.19 หรือเกือบทั้งหมดมีสมาร์ทโฟนใช้เป็นของตนเองรวมทั้งมีคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ และโน้ตบุ๊กมากกว่าครึ่งหนึ่ง มีพฤติกรรมเปิดรับสื่อเว็ปไซต์ค่อนข้างบ่อยรวมทั้งเปิดรับสื่อสังคมออนไลน์ โดย ใช้ไลน์มากที่สุดบ่อยถึงบ่อยมาก เฟซบุ๊กรองลงมาตามด้วยยูทูป กูเกิล อินสตาแกรม สำหรับสื่อดั้งเดิมเปิดรับ โทรทัศน์เกือบทุกวันจนถึงทุกวัน รองลงมาอ่านหนังสือพิมพ์ ฟังวิทยุและติดตามนิตยสารบ่อยปานกลาง ส่วน ใหญ่มีวัตถุประสงค์ในการใช้ทั้งสื่อดั้งเดิมและสื่อใหม่ เพื่อติดตามเหตุการณ์ข่าวสาร่าง ๆ และเพื่อความบันเทิง ผ่อนคลาย สำหรับสื่อใหม่ใช้เพื่อการสื่อสารพูดคุยกับบุคคลต่าง ๆ อยู่ในเกณฑ์บ่อย ระดับการรู้เท่าทันการ สื่อสาร ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มระดับปานกลาง ร้อยละ 54.5 รองลงมาเป็นกลุ่มระดับต่ำ ร้อยละ 30.75 และกลุ่ม ระดับสูงเพียงร้อยละ 14.75
-ขคำนำ ททททททททโครงการสร้างเครือข่ายดิจิทัลชุมชนระดับตำบล หลักสูตร Digital Literacy Curriculum ใน วันที่ 13-14 มิถุนายน 2563และหลักสูตร การค้าขายออนไลน์ ในวันที่ 20-21 มิถุนายน 2563 ณ กศน. ตำบลนาจอมเทียน ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ โดยมีวัตถุเพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้ ความเข้าใจ การเข้าใจดิจิทัล (Digital Literacy Curriculum) และเพื่อให้ประชาชนมีความรู้ การเข้าใจการเปิดร้านค้า ออนไลน์รวมถึงการประยุกต์ใช้ดิจิทัลเพื่อการใช้งานอย่างเหมาะสม โดยมีวิทยากร ดังนี้ 1นายวีรากร มณี ทรัพย์สุคนธ์ 2.นางสาวจิราพร สีโสด 3.นางสาวกุสุมา เพชรสีนวล โครงการดังกล่าว ดำเนินการเสร็จสิ้นไป ด้วยดี ซึ่งรายละเอียดผลการดำเนินงานต่าง ๆ ตลอดจนปัญหาอุปสรรค ได้สรุปไว้แล้วและสามารถนำมาเป็น บทเรียน และพัฒนาการงานทำของสำนักงาน กศน. ต่อไป ได้อย่างเป็นรูปธรรมและมีคุณภาพต้องขอขอบคุณ ทางสำนักงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดชลบุรี ที่ให้การสนับสนุนงบประมาณ และผู้นำชุมชนในตำบล นาจอมเทียน ที่ให้คำแนะนำในการจัดกิจกรรมดังกล่าว รายงานผลการสรุปเล่มนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคงมีประโยชน์บ้างสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาหาข้อมูล เพื่อใช้เป็นแนวทางในการจัดอบรม ในลักษณะนี้ และถ้ามีสิ่งหนึ่งสิ่งใดขาดตกบกพร่องคณะผู้จัดทำขอน้อมรับ ไว้ เพื่อจะปรับปรุงในโอกาสต่อไป กศน.ตำบลนาจอมเทียน มิถุนายน 2563
-คสารบัญ หน้า บทสรุปผู้บริหาร............................................................................................................................. .............ก คำนำ...........................................................................................................................................................ข สารบัญ....................................................................................................................... .................................ค สารบัญตาราง.......................................................................................................................... ....................ง บทที่ 1 บทนำ..........................................................................................................................................1 ความเป็นมาและความสำคัญ ......................................................................................................1 วัตถุประสงค์...............................................................................................................................1 เป้าหมาย....................................................................................................................................1 ระยะเวลาดำเนินงาน..................................................................................................................1 ผลลัพธ์.......................................................................................................................................1 ดัชนีวัดผลสำเร็จของโครงการ.....................................................................................................2 นิยามศัพท์เฉพาะ........................................................................................................................2 บทที่2 เอกสารการศึกษาและรายงานที่เกี่ยวข้อง .................................................................................3 ยุทธศาสตร์และจุดเน้นการดำเนินงาน สำนักงาน กศน.ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ............3 แนวทาง/กลยุทธ์การดำเนินงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยของ กศน.ตำบลนาจอมเทียน..............................................................................................................9 การขับเคลื่อนการดำเนินงาน 4 ศูนย์เรียนรู้................................................................................17 การเข้าใจดิจิทัล..........................................................................................................................18 เอกสาร/งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง........................................................................................................21 บทที่ 3 วิธีดำเนินงาน..............................................................................................................................23 ประชุมบุคลากรกรรมการสถานศึกษา.........................................................................................23 แต่งตั้งคณะทำงาน......................................................................................................................23 ดำเนินงานตามแผน.....................................................................................................................23 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการดำเนินงาน..............................................................................................23 เครื่องมือที่ใช้ในการดำเนินงาน ...................................................................................................23 การเก็บรวบรวมข้อมูล................................................................................................................24 การวิเคราะห์ข้อมูล.....................................................................................................................24
-คสารบัญ(ต่อ) หน้า บทที่ 4 ผลการดำเนินงานและการวิเคราะห์ข้อมูล.................................................................................25 ตอนที่ 1 ข้อมูลส่วนตัวผู้แบบสอบถามของผู้เข้ารับการอบรมในโครงการสร้างเครือข่าย ดิจิทัลชุมชนระดับตำบล..............................................................................................25 ตอนที่ 2 ข้อมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นที่มีต่อโครงการสร้างเครือข่ายดิจิทัลชุมชนระดับตำบล.......27 บทที่ 5 สรุปผลการประเมิน อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ...................................................................29 สรุปผลการดำเนินงาน.................................................................................................................29 อภิปรายผล.................................................................................................................................29 ข้อเสนอแนะ...............................................................................................................................30 บรรณานุกรม...........................................................................................................................................31 ภาคผนวก
-งสารบัญตาราง หน้า ตารางที่ 1 แสดงค่าร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยจำแนกตามเพศ..................................................25 2 แสดงค่าร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยจำแนกตามอายุ..................................................26 3 แสดงค่าร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยจำแนกตามอาชีพ................................................26 4 ผลการประเมินโครงการสร้างเครือข่ายดิจิทัลชุมชนระดับตำบล..............................................27
บทที่ 1 บทนำ หลักการและเหตุผล ประเทศไทยให้ความสำคัญกับการพัฒนาและการนำ ICT มาใช้เป็นเครื่องมือสนับสนุน (enabling technology) ในการพัฒนาประเทศมาโดยตลอด และในปัจจุบันรัฐบาลได้ตระหนักถึงอิทธิพลของ เทคโนโลยีดิจิทัลที่มีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายของประเทศไทย ที่จะ ปรับปรุงทิศทางการดำเนินงานของประเทศด้วยการใช้ประโยชน์สูงสุดจากเทคโนโลยีดิจิทัล นำมาสู่การจัดทำ แผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อให้การดำเนินงานสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาประเทศ ลดความเลื่อมล้ำ สร้างโอกาส และยกระดับคุณภาพการศึกษา การใช้สื่อเทคโนโลยีทางการศึกษาและเทคโนโลยีการสื่อสารที่ทันสมัย และ เหมาะสม เป็นเครื่องมือในการสร้างโอกาสและกระจายโอกาสทางการศึกษา ตลอดจนส่งเสริมให้มีการสร้าง องค์ความรู้ที่หลากหลาย มีความถูกต้องและสอดคล้องกับความจำเป็นและความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย สำนักงาน กศน.จังหวัดชลบุรี จึงได้จัดโครงการสร้าง เครือข่ายดิจิทัลชุมชนระดับตำบลขึ้น วัตถุประสงค์ 1. เพื่อให้ประชาชนมีความรู้ การเข้าใจดิจิทัล (Digital Literacy Curriculum) 2. เพื่อให้ประชาชนมีความรู้ การเข้าใจการเปิดร้านค้าออนไลน์ เป้าหมาย เชิงปริมาณ ประชาชนในพื้นที่ตำบลนาจอมเทียน จำนวน 30 คน เชิงคุณภาพ -ผู้เข้าอบรม ร้อยละ 80 ของประชาชนผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้ด้านการตลาดและการเพิ่ม มูลค่าสินค้าเพิ่มมากขึ้น -ผู้เข้าอบรม ร้อยละ ร้อยละ 80 ของประชาชนผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้ด้านการโปรโมท สินค้าเพิ่มมากขึ้น ระยะเวลาดำเนินงาน ทท –หลักสูตร Digital Literacy Curriculum วันที่ 13-14 มิถุนายน 2563 ณ กศน.ตำบลนาจอมเทียน ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี -หลักสูตร การค้าขายออนไลน์ วันที่ 20-21 มิถุนายน 2563 ณ กศน.ตำบลนาจอมเทียน ตำบล นาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ผลลัพธ์ -ผู้ผู้เข้าอบรมมีความรู้ การเข้าใจดิจิทัล (Digital Literacy Curriculum) และเข้าใจการเปิดร้านค้า ออนไลน์ได้
ดัชนีชี้วัดความสำเร็จของโครงการ ตัวชี้วัดผลสำเร็จ (Outputs) - มีผู้เข้าร่วมโครงการฯ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของกลุ่มเป้าหมาย - ผู้เข้าร่วมโครงการมีความพึงพอใจในระดับดีขึ้นไปไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ตัวชี้วัดผลลัพท์ (Outcome) - ผู้เข้าร่วมโครงการฯ ร้อยละ 80 ได้นำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันอย่างเป็น รูปธรรม - ผู้เข้าร่วมโครงการฯ ร้อยละ 80 ได้นำความรู้ที่ได้รับไปขยายผลให้กับชุมชน นิยามศัพท์เฉพาะ Digital literacy หมายถึง ทักษะความเข้าใจและใช้เทคโนโลยีดิจิทัล หรือ Digital literacy หมายถึง ทักษะในการนำเครื่องมือ อุปกรณ์ และเทคโนโลยีดิจิทัลที่มีอยู่ในปัจจุบัน อาทิ คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ แทปเลต โปรแกรมคอมพิวเตอร์ และสื่อออนไลน์ มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในการสื่อสาร การ ปฏิบัติงาน และการทำงานร่วมกัน หรือใช้เพื่อพัฒนากระบวนการทำงาน หรือระบบงานในองค์กรให้มีความ ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ สื่อดิจิทัล หมายถึง สื่อที่มีการนำเอาข้อความ กราฟิก ภาพเคลื่อนไหว เสียง มาจัดรูปแบบ โดย อาศัยเทคโนโลยีความเจริญก้าวหน้าทางด้านคอมพิวเตอร์ สื่อสารทางออนไลน์ หรือ ตัวกลางที่ถูกสร้างขึ้นโดย อาศัยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ที่นำเอาข้อความ กราฟิกภาพเคลื่อนไหว เสียง และ วิดีโอ มา จัดการตามกระบวนการ และวิธีการผลิตโดยนำมาเชื่อมโยงกันเพื่อให้เกิดประโยชน์ในการใช้งาน และตรงกับ วัตถุประสงค์ การค้าขายออนไลน์ หมายถึง พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ( E-Commerce ) เป็นการทำธุรกรรมการ ซื้อขายสินค้าระหว่างผู้ขายและผู้ซื้อผ่านทางอินเทอร์เน็ต โดยทั้งสองฝ่ายไม่ต้องพบกัน แต่ใช้การติดต่อขาย ทางอินเทอร์เน็ตก็สามารถซื้อขายสินค้าได้ทุกรูปแบบ ผู้เข้าอบรม หมายถึง นักศึกษาและประชาชน ในตำบลนาจอมเทียน 2
บทที่ 2 เอกสารการศึกษาและรายงานที่เกี่ยวข้อง ในการจัดทำรายงานครั้งนี้ ได้ทำการศึกษาค้นคว้าเนื้อหาจากเอกสารการศึกษาและรายงานที่เกี่ยวข้อง ดังต่อไปนี้ 1. ยุทธศาสตร์และจุดเน้นการดำเนินงาน สำนักงาน กศน. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 2. แนวทาง/กลยุทธ์การดำเนินงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยของ กศน.ตำบล นาจอมเทียน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 3. การขับเคลื่อนการดำเนินงาน 4 ศูนย์เรียนรู้ 4. การเข้าใจดิจิทัล (Digital LiteracyCurriculum) และการค้าขายออนไลน์ 5. เอกสาร/งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 1. นโยบายและยุทธศาสตร์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย งบประมาณ 2563 วิสัยทัศน์ คนไทยได้รับโอกาสการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ สามารถดำรงชีวิตที่เหมาะสม กับช่วงวัย สอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และมีทักษะที่จำเป็นในโลกศตวรรษที่ 21 พันธกิจ 1. จัดและส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยที่มีคุณภาพ เพื่อยกระดับการศึกษา พัฒนาทักษะการเรียนรู้ของประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมายให้เหมาะสมทุกช่วงวัย พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง บริบททางสังคม และสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต 2 ส่งเสริม สนับสนุน และประสานภาคีเครือข่าย ในการมีส่วนร่วมจัดการศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัย และการเรียนรู้ตลอดชีวิต รวมทั้งการดำเนินกิจกรรมของศูนย์การเรียนและแหล่งการ เรียนรู้อื่น ในรูปแบบต่าง ๆ 3. ส่งเสริมและพัฒนาการนำเทคโนโลยีทางการศึกษา และเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพ ในการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยให้กับประชาชนอย่างทั่วถึง 4. พัฒนาหลักสูตร รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ สื่อและนวัตกรรม การวัดและประเมินผลในทุก รูปแบบให้สอดคล้องกับบริบทในปัจจุบัน 5. พัฒนาบุคลากรและระบบการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ เพื่อมุ่งจัดการศึกษาและการเรียนรู้ที่ มีคุณภาพ โดยยึดหลักธรรมาภิบาล เป้าประสงค์ 1. ประชาชนผู้ด้อย พลาด และขาดโอกาสทางการศึกษา รวมทั้งประชาชนทั่วไปได้รับโอกาสทาง การศึกษาในรูปแบบการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษาต่อเนื่อง และการศึกษาตาม อัธยาศัย ที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง เป็นไปตามสภาพ ปัญหา และความต้องการของแต่ละ
กลุ่มเป้าหมาย 1. ประชาชนได้รับการยกระดับการศึกษา สร้างเสริมและปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และความเป็น พลเมือง อันนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน เพื่อพัฒนาไปสู่ความมั่นคง และยั่งยืนทางด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และสิ่งแวดล้อม 2. ประชาชนได้รับโอกาสในการเรียนรู้ และมีเจตคติทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เหมาะสม สามารถคิด วิเคราะห์ และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน รวมทั้งแก้ปัญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิตได้อย่าง สร้างสรรค์ 3. ประชาชนได้รับการสร้างและส่งเสริมให้มีนิสัยรักการอ่านเพื่อการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง 4. ชุมชนและภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ร่วมจัด ส่งเสริม และสนับสนุนการดำเนินงานการศึกษานอก ระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย รวมทั้งการขับเคลื่อนกิจกรรมการเรียนรู้ของชุมชน 5. หน่วยงานและสถานศึกษาพัฒนา เทคโนโลยีทางการศึกษา เทคโนโลยีดิจิทัล มาใช้ในการยกระดับ คุณภาพในการจัดการเรียนรู้และเพิ่มโอกาสการเรียนรู้ให้กับประชาชน 6. หน่วยงานและสถานศึกษาพัฒนาสื่อและการจัดกระบวนการเรียนรู้ เพื่อแก้ปัญหาและพัฒนา คุณภาพชีวิต ที่ตอบสนองกับการเปลี่ยนแปลงบริบทด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และสิ่งแวดล้อม รวมทั้งตามความต้องการของประชาชนและชุมชนในรูปแบบที่หลากหลาย 7. หน่วยงานและสถานศึกษามีระบบการบริหารจัดการที่เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล 8. บุคลากรของหน่วยงานและสถานศึกษาได้รับการพัฒนาเพื่อเพิ่มสมรรถนะในการปฏิบัติงาน การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัด ตัวชี้วัดเชิงปริมาณ 1. จำนวนผู้เรียนการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาชั้นพื้นฐานที่ได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายตาม สิทธิที่กำหนดไว้ 2. จำนวนของคนไทยกลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ ที่เข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้/เข้ารับบริการกิจกรรม การศึกษาต่อเนื่อง และการศึกษาตามอัธยาศัยที่สอดคล้องกับสภาพ ปัญหา และความต้องการ 3. ร้อยละของกำลังแรงงานที่สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้นขึ้นไป 4. จำนวนภาคีเครือข่ายที่เข้ามามีส่วนร่วมในการจัด/พัฒนา/ส่งเสริมการศึกษา (ภาคีเครือข่าย :สถาน ประกอบการ องค์กร หน่วยงานที่มาร่วมจัด/พัฒนา/ส่งเสริมการศึกษา) 5. จำนวนประชาชน เด็ก และเยาวชนในพื้นที่สูง และชาวไทยมอแกน ในพื้นที่ 5 จังหวัด 11 อำกอ ได้รับบริการการศึกษาตลอดชีวิตจากศูนย์การเรียนชุมชนสังกัดสำนักงาน กศน. 6. จำนวนผู้รับบริการในพื้นที่เป้าหมายได้รับการส่งเสริมด้านการรู้หนังสือและการพัฒนาทักษะชีวิต 7. จำนวนนักเรียนนักศึกษาที่ได้รับบริการติวเข้มเต็มความรู้ 8. จำนวนประชาชนที่ได้รับการฝึกอาชีพระยะสั้น สามารถสร้างอาชีพเพื่อสร้างรายได้ 9. จำนวน ครู กศน. ตำบล จากพื้นที่ กศน.ภาค ได้รับการพัฒนาศักยภาพด้านการจัดการเรียนการ สอนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร 10. จำนวนประชาชนที่ได้รับการฝึกอบรมภาษาต่างประเทศเพื่อการสื่อสารด้านอาชีพ 11. จำนวนผู้สูงอายุภาวะพึ่งพิงในระบบ Long Term Care มีผู้ดูแลที่มีคุณภาพและมาตรฐาน 12. จำนวนประชาชนที่ผ่านการอบรมจากศูนย์ดิจิทัลชุมชน 4
13. จำนวนศูนย์การเรียนชุมชน กศน. บนพื้นที่สูง ในพื้นที่ 5 จังหวัด ที่ส่งเสริมการพัฒนาทักษะการ ฟัง พูดภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร ร่วมกันในสถานศึกษาสังกัด สพฐ. ตชด. และกศน. 14. จำนวนบุคลากร กศน. ตำบลที่สามารถจัดทำคลังความรู้ได้ 15. จำนวนบทความเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตในระดับตำบลในหัวข้อต่าง ๆ 16. จำนวนหลักสูตรและสื่อออนไลน์ที่ให้บริการกับประชาชน ทั้งการศึกษานอกระบบระดับ การศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษาต่อเนื่อง และการศึกษาตามอัธยาศัย ตัวชี้วัดเชิงคุณภาพ 1. ร้อยละของคะแนนเฉลี่ยผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ การศึกษานอกระบบ (N-NET) ทุกรายวิชาทุกระดับ 2. ร้อยละของผู้เรียนที่ได้รับการสนับสนุนการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานเทียบกับค่าเป้าหมาย 3. ร้อยละของประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่ลงทะเบียนเรียนในทุกหลักสูตร/กิจกรรมการศึกษาต่อเนื่อง เทียบกับเป้าหมาย 4. ร้อยละของผู้ผ่านการฝึกอบรม/พัฒนาทักษะอาชีพระยะสั้นสามารถนำความรู้ไปใช้ในการประกอบ อาชีพหรือพัฒนางานได้ 5. ร้อยละของผู้เรียนในเขตพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ได้รับการพัฒนาศักยภาพ หรือทักษะด้าน อาชีพ สามารถมีงานทำหรือนำไปประกอบอาชีพได้ 6. ร้อยละของผู้จบหลักสูตร/กิจกรรมที่สามารถนำความรู้ความเข้าใจไปใช้ได้ตามจุดมุ่งหมายของ หลักสูตรกิจกรรม การศึกษาต่อเนื่อง 7. ร้อยละของประชาชนที่ได้รับบริการมีความพึงพอใจต่อการบริการ/เข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ การศึกษาตามอัธยาศัย 8. ร้อยละของประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับบริการ/ข้าร่วมกิจกรรมที่มีความรู้ความเข้าใจ/เจตคติ ทักษะ ตามจุดมุ่งหมายของกิจกรรมที่กำหนด ของการศึกษาตามอัธยาศัย 9. ร้อยละของนักเรียน/นักศึกษาที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในวิชาที่ได้รับบริการติวเข้มเต็มความรู้ เพิ่มสูงขึ้น 10. ร้อยละของผู้สูงอายุที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย มีโอกาสมาเข้าร่วมกิจกรรมการศึกษาตลอดชีวิต นโยบายเร่งด่วนเพื่อร่วมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ 1.ยุทธศาสตร์ด้านความมันคง 1.1 พัฒนาและเสริมสร้างความจงรักภักดีต่อสถาบันหลักของชาติ โดยปลูกฝังและสร้างความตระหนัก รู้ถึงความสำคัญของสถาบันหลักของชาติ รณรงค์เสริมสร้างความรักและความภาคภูมิใจในความเป็นคนไทย และชาติไทย น้อมนำและเผยแพร่ศาสตร์พระราชา หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงรวมถึงแนวทาง พระราชดำริต่าง ๆ 1.2 เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง และการมีส่วนร่วมอย่างถูกต้องกับการปกครองระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ในบริบทของไทย มีความเป็นพลเมืองดี ยอมรับและเคารพ ความหลากหลายทางความคิดและอุดมการณ์ 1.3 ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยคุกคามในรูปแบบใหม่ ทั้ง ยาเสพติด การค้ามนุษย์ ภัยจากไซเบอร์ ภัยพิบัติจากธรรมชาติ โรคอุบัติใหม่ ฯลฯ 5
1.4 ยกระดับคุณภาพการศึกษาและสร้างเสริมโอกาสในการเข้าถึงบริการการศึกษา การพัฒนาทักษะ การสร้างอาชีพ และการใช้ชีวิตในสังคมพหุวัฒนธรรม ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ และพื้นที่ชายแดนอื่น ๆ 1.5 สร้างความรู้ ความเข้าใจในขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรมของประเทศเพื่อนบ้านยอมรับ และเคารพในประเพณี วัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ และชาวต่างชาติที่มีความหลากหลาย ในลักษณะพหุ สังคมที่อยู่ร่วมกัน 2 ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน 2.1 เร่งปรับหลักสูตรการจัดการศึกษาอาชีพ กศน. เพื่อยกระดับทักษะด้านอาชีพของประชาชนให้ เป็นอาชีพที่รองรับอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ (First S - curve และ New S-curve) โดยบูรณาการ ความร่วมมือในการพัฒนาและเสริมทักษะใหม่ด้านอาชีพ (Upskill & Reskill) รวมถึงมุ่งเน้นสร้างโอกาสในการ สร้างงาน สร้างรายได้ และตอบสนองต่อความต้องการของตลาดแรงานทั้งภาคอุตสาหกรรมและการบริการ โดยเฉพาะในพื้นที่เขตระเบียงเศรษฐกิจ และเขคพัฒนาพิเศษตามภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศสำหรับพื้นที่ปกติ ให้พัฒนาอาชีพที่เน้นการต่อยอดศักยภาพและตามบริบทของพื้นที่ 2.2 จัดการศึกษาเพื่อพัฒนาพื้นที่ภาคตะวันออก ยกระดับการศึกษาให้กับประชาชนให้จบการศึกษา อย่างน้อยการศึกษาภาคบังคับ สามารถนำคุณวุฒิที่ได้รับไปต่อยอดในการประกอบอาชีพ รวมทั้งพัฒนาทักษะ ในการประกอบอาชีพตามความต้องการของประชาชน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ตอบสนองต่อบริบทของสังคม และชุมชน รวมทั้งรองรับการพัฒนาเขตพื้นที่ระเบียบเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) 2.3 พัฒนาและส่งเสริมประชาชนเพื่อต่อยอดการผลิตและจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ออนไลน์ 1) เร่งจัดตั้งศูนย์ให้คำปรึกษาและพัฒนาผลิตภัณฑ์ Brand กศน. เพื่อยกระดับคุณภาพของสินค้าและ ผลิตภัณฑ์ การบริหารจัดการที่ครบวงจร (การผลิต การตลาด การส่งออก และสร้างช่องทางจำหน่าย) รวมทั้ง ส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลในการเผยแพร่และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ 2) พัฒนาและคัดเลือกสุดยอดสินค้าและลิตภัณฑ์ กศน. ในแต่ละจังหวัด พร้อมทั้งประสานความ ร่วมมือกับสถานีบริการน้ำมันในการเป็นซ่องทางการจำหน่ายสุดยอดสินค้าและผลิตภัณฑ์ กศน.ให้กว้างขวาง ยิ่งขึ้น 3 ยุทธศาสตร์การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ 3.1 พัฒนาครูและบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรมและการเรียนรู้ เป็นผู้เชื่อมโยงความรู้กับ ผู้เรียนและผู้รับบริการ มีความเป็น "ครูมืออาชีพ" มีจิตบริการ มีความรอบรู้และทันต่อการเปลี่ยนแปลงของ สังคมและเป็น ผู้อำนวยการการเรียนรู้" ที่สามารถบริหารจัดการความรู้ กิจกรรม และการเรียนรู้ที่ดี 1) เพิ่มอัตราข้าราชการครูให้กับ กศน. อำเภอทุกแห่ง โดยเร่งดำเนินการเรื่องการหาอัตราตำแหน่ง การสรรหา บรรจุ และแต่งตั้ง ข้าราชการครู 2) พัฒนาข้าราชการครูในรูปแบบครบวงจร ตามหลักสูตรที่เชื่อมโยงกับวิทยฐานะ 3) พัฒนาครู กศน.ตำบลให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นเรื่องการพัฒนาทักษะ การจัดการเรียนการสอนออนไลน์ ทักษะภาษาต่างประเทศ ทักษะการจัดกระบวนการเรียนรู้ 4) พัฒนาศึกษานิเทศก์ ให้สามารถปฏิบัติการนิเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ 5) พัฒนาบุคลากร กศน.ทุกระดับทุกประเภทให้มีทักษะความรู้เรื่องการใช้ประโยชน์จากดิจิทัลและ ภาษาต่างประเทศที่จำเป็น 6
3.2 พัฒนาแหล่งเรียนรู้ให้มีบรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ มีความพร้อมในการ ให้บริการกิจกรรมการศึกษาและการเรียนรู้ เป็นแหล่งสารสนเทศสาธารณะที่ง่ายต่อการเข้าถึง มีบรรยากาศที่ เอื้อต่อการเรียนรู้ เป็นคาเฟ่พื้นที่การเรียนรู้สำหรับคนทุกช่วงวัย มีสิ่งอำนวยความสะดวก มีบรรยากาศ สวยงามมีชีวิต ที่ดึงดูดความสนใจ และมีความปลอดภัยสำหรับผู้ใช้บริการ 1) เร่งยกระดับ กศน.ตำบลนำร่อง 928 แห่ง (อำเภอละ 1 แห่ง) ให้เป็น กศน.ตำบล 5 ดี พรีเมี่ยม ที่ประกอบด้วย ครูดี สถานที่ดี (ตามบริบทของพื้นที่) กิจกรรมดี เครือข่ายดี และมีนวัตกรรมการเรียนรู้ที่ดีมี ประโยชน์ 2) จัดให้มีศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบ กศน. เพื่อยกระดับการเรียนรู้ ใน 6 ภูมิภาค เป็นพื้นที่การเรียนรู้ (Co - Learning Space) ที่ทันสมัยสำหรับทุกคน มีความพร้อมในการให้บริการต่าง ๆ อาทิ พื้นที่สำหรับการ ทำงาน/การเรียนรู้ พื้นที่สำหรับกิจกรรมต่าง ๆ มีห้องประชุมขนาดเล็ก รวมทั้งทำงานร่วมกับห้องสมุด ประชาชนในการให้บริการในรูปแบบห้องสมุดดิจิทัล บริการอินเทอร์เน็ต สื่อมัลติมีเดีย เพื่อรองรับการเรียนรู้ แบบ Active Learning 3) พัฒนาห้องสมุดประชาชน "เฉลิมราชกุมารี" ให้เป็น Digital Library โดยให้มีบริการหนังสือ ในรูปแบบ e - Book บริการคอมพิวเตอร์ และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง รวมทั้ง Free Wifi เพื่อการสืบค้น ข้อมูล 3.3 ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ เอื้อต่อการเรียนรู้สำหรับทุกคน สามารถ เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา มีกิจกรรมที่หลากลาย น่าสนใจ สนองตอบความต้องการของชุมชน เพื่อพัฒนาศักยภาพ การเรียนรู้ของประชาชน รวมทั้งใช้ประโยชน์จากประชาชนในชุมชนในการร่วมจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อ เชื่อมโยงความสัมพันธ์ของคนในชุมชนไปสู้การจัดการความรู้ของชุมชนอย่างยั่งยืน 1) ส่งเสริมการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ปลูกฝังคุณธรรม สร้างวินัย จิตสาธารณะ ความรับผิดชอบต่อ ส่วนรวม และการมีจิตอาสา ผ่านกิจกรรมรูปแบบต่าง ๆ อาทิ กิจกรรมลูกเสือ กศน. กิจกรรมจิตอาสา ตลอดจนสนับสนุนให้มีการจัดกิจกรรมเพื่อปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมให้กับบุคลากรในองค์กร 2) จัดให้มีหลักสูตรลูกเสือมัคคุเทศก์ โดยให้สำนักงาน กศน.จังหวัดทุกแห่ปกทม. จัดตั้งกองลูกเสือที่ ลูกเสือมีความพร้อมด้านทักษะภาษาต่างประเทศ เป็นลูกเสือมัคคุเทศก์จังหวัดละ 1 กอง เพื่อส่งเสริมลูกเสือ จิตอาสาพัฒนาการท่องเที่ยวในแต่ละจังหวัด 3.4 เสริมสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย ประสาน ส่งเสริมความร่วมมือภาคีเครือข่าย ทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อสร้างความเข้าใจ และให้เกิดความร่วมมือในการส่งเสริม สนับสนุน และจัดการศึกษาและการเรียนรู้ให้กับ ประชาชนอย่างมีคุณภาพ 1) เร่งจัดทำทำเนียบภูมิปัญญาท้องถิ่นในแต่ละตำบล เพื่อใช้ประโยชน์จากภูมิปัญญาท้องถิ่น ในการ สร้างการเรียนรู้จากองค์ความรู้ในตัวบุคคลให้เกิดการถ่ายทอดภูมิปัญญา สร้างคุณค่าทางวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน 2) ส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่การจัดการเรียนรู้ชุมชน 3) ประสานความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายเพื่อการขยายและพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษา ตามอัธยาศัยให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทุกกลุ่มอย่างกว้างขวางและมีคุณภาพ อาทิ กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่ม อสม. 3.5 พัฒนานวัตกรรมทางการศึกษาเพื่อประโยชน์ต่อการจัดการศึกษาและกลุ่มเป้าหมาย 1) พัฒนาการจัดการศึกษาออนไลน์ กศน. ทั้งในรูปแบบของการศึกษาขั้นพื้นฐาน การพัฒนาทักษะ ชีวิตและทักษะอาชีพ การศึกษาตามอัธยาศัย รวมทั้งการพัฒนาช่องทางการค้าออนไลน์ 2) ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีในการปฏิบัติงาน การบริหารจัดการ และการจัดการเรียนรู้ 7
3) ส่งเสริมให้มีการใช้การวิจัยอย่างง่ายเพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ 3.6 พัฒนาศักยภาพคนด้านทักษะและความเข้าใจในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Literacy) 1) พัฒนาความรู้และทักษะเทคโนโลยีดิจิทัลของครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อพัฒนารูปแบบการ จัดการเรียนการสอน 2) ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อให้ประชาชนมีทักษะความเข้าใจและใช้ เทคโนโลยีดิจิทัลที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน รวมทั้งสร้างรายได้ให้กับตนเองได้ 3.7 พัฒนาทักษะภาษาต่างประเทศเพื่อการสื่อสารของประชาชนในรูปแบบต่าง ๆ อย่างเป็นรูปธรรม โดยเน้นทักษะภาษาเพื่ออาชีพ ทั้งในภาคธุรกิจ การบริการ และการท่องเที่ยว รวมทั้งพัฒนา สื่อการเรียนการสอนเพื่อส่งเสริมการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสารและการพัฒนาอาชีพ 3.8 เตรียมความพร้อมการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุที่เหมาะสมและมีคุณภาพ 1) ส่งเสริมการจัดกิจกรรมให้กับประชาชนเพื่อสร้างความตระหนักถึงการเตรียมพร้อมเข้าสู่สังคม ผู้สูงอายุ (Aging Society) มีความเข้าใจในพัฒนาการของช่วงวัย รวมทั้งเรียนรู้และมีส่วนร่วมในการดูแล รับผิดชอบผู้สูงอายุในครอบครัวและชุมชน 2) พัฒนาการจัดบริการการศึกษาและการเรียนรู้สำหรับประชาชนในการเตรียมความพร้อมเข้าสู่วัย สูงอายุที่เหมาะสมและมีคุณภาพ 3) จัดการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตสำหรับผู้สูงอายุภายใต้แนวคิด "Active Aging"การศึกษาเพื่อ พัฒนาคุณภาพชีวิต และพัฒนาทักษะชีวิต ให้สามารถดูแลตนเองทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตและรู้จักใช้ ประโยชน์จากเทคโนโลยี 4) สร้างความตระหนักถึงคุณค่าและศักดิ์ศรีของผู้สูงอายุ เปิดโอกาสให้มีการเผยแพร่ภูมิปัญญาของ ผู้สูงอายุ และให้มีส่วนร่วมในกิจกรรมด้านต่าง ๆ ในชุมชน เช่น ด้านอาชีพ กีฬา ศาสนาและวัฒนธรรม 5) จัดการศึกษาอาชีพเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ โดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในทุกระดับ 3.9 การส่งเสริมวิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา 1) จัดกิจกรรมวิทยาศาสตร์เชิงรุก และเน้นให้ความรู้วิทยาศาสตร์อย่างง่ายกับประชาชนในชุมชนทั้ง วิทยาศาสตร์ในวิถีชีวิต และวิทยาศาสตร์ในชีวิตประจำวัน 2) พัฒนาสื่อนิทรรศการเละรูปแบบการจัดกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์ให้มีความทันสมัย 3.10 ส่งเสริมการรู้ภาษาไทยให้กับประชาชนในรูปแบบต่าง ๆ โดยเฉพาะประชาชนในเขตพื้นที่สูง ให้สามารถฟัง พูด อ่าน และเขียนภาษาไทย เพื่อประโยชน์ในการใช้ชีวิตประจำวันได้ 4 ยุทธศาสตร์ต้นการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม 4.1 จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้สำหรับทุกช่วงวัย ที่เป็นศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิตที่สามารถให้บริการ ประชาชนได้ทุกคน ทุกช่วงวัย ที่มีกิจกรรมที่หลากหลาย ตอบสนองความต้องการในการเรียนรู้ในแต่ละวัยและ เป็นศูนย์บริการความรู้ ศูนย์การจัดกิจกรรมที่ครอบคลุมทุกช่วงวัย เพื่อให้มีพัฒนาการเรียนรู้ที่เหมาะสมและมี ความสุขกับการเรียนรู้ตามความสนใจ 1) เร่งประสานกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อจัดทำฐานข้อมูลโรงเรียนที่ถูกยุบ รวม หรือคาดว่าน่าจะถูกยุบรวม 2) ให้สำนักงาน กศน.จังหวัดทุกแห่งที่อยู่ในจังหวัดที่มีโรงเรียนที่ถูกยุบรวม ประสานขอใช้พื้นที่เพื่อ จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้สำหรับทุกช่วงวัย กศน. 8
4.2 ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาและการเรียนรู้สำหรับกลุ่มเป้าหมายผู้พิการ 1) จัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิตและทักษะอาชีพ และการศึกษาตาม อัธยาศัย โดยเน้นรูปแบบการศึกษาออนไลน์ 2) ให้สำนักงาน กศน.จังหวัดทุกแห่ง/กทม. ทำความร่วมมือกับศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัด ใน การใช้สถานที่ วัสดุอุปกรณ์ และครุภัณฑ์ด้านการศึกษา เพื่อสนับสนุนการจัดการศึกษาและการเรียนรู้สำหรับ กลุ่มเป้าหมายผู้พิการ 4.3 ยกระดับการศึกษาให้กับกลุ่มเป้าหมายทหารกองประจำการ รวมทั้งกลุ่มเป้าหมายพิเศษอื่น ๆ อาทิ ผู้ต้องขัง คนพิการ เด็กออกกลางคัน ประชากรวัยเรียนที่อยู่นอกระบบการศึกษาให้จบการศึกษานอก ระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน สามารถนำความรู้ที่ได้รับไปพัฒนาตนเองได้อย่างต่อเนื่อง 4.4 พัฒนาหลักสูตรการจัดการศึกษาอาชีพระยะสั้น ให้มีความหลากหลาย ทันสมัย เหมาะสมกับ บริบทของพื้นที่ และตอบสนองความต้องการของประชาชนผู้รับบริการ 5. ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 5.1 ส่งเสริมให้มีการให้ความรู้กับประชาชนในการรับมือและปรับตัวเพื่อลดความเสียหายจากภัย ธรรมชาติและผลกระทบที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 5.2 สร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างสังคมสีเขียว ส่งเสริมความรู้ให้กับประชาชน เกี่ยวกับการคัดแยกตั้งแต่ต้นทาง การกำจัดขยะ และการนำกลับมาใช้ช้ำ เพื่อลดปริมาณและต้นทุนในการ จัดการขยะของเมือง และสามารถนำขยะกลับมาใช้ประโยชน์ได้โดยง่าย รวมทั้งการจัดการมลพิษในชุมชน 5.3 ส่งเสริมให้หน่วยงานและสถานศึกษาใช้พลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมทั้งลดการใช้ ทรัพยากรที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น รณรงค์เรื่องการลดการใช้ถุงพลาสติก การประหยัดไฟฟ้า เป็นต้น 6. ยุทธศาสตร์ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบหารบริหารจัดการภาครัฐ 6.1 พัฒนาและปรับระบบวิธีการปฏิบัติราชการให้ทันสมัย มีความโปร่งใส ปลอดการทุจริตและ ประพฤติมิชอบ บริหารจัดการบนข้อมูลและหลักฐานเชิงประจักษ์ มุ่งผลสัมฤทธิ์มีความโปร่งใส 6.2 นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีระบบการทำงานที่เป็นดิจิทัลมาใช้ในการบริหารและพัฒนางาน สามารถเชื่อมโยงกับระบบฐานข้อมูลกลางของกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมทั้งพัฒนาโปรแกรมออนไลน์ที่ สามารถเชื่อมโยงข้อมูลต่าง ๆ ที่ทำให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างต่อเนื่องกันตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนการ และให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมายสามารถเข้าถึงบริการได้อย่างทันที ทุกที่และทุกเวลา 6.3 ส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรทุกระดับอย่างต่อเนื่อง ให้มีความรู้และทักษะตามมาตรฐานตำแหน่ง ให้ตรงกับสายงาน ความชำนาญ และความต้องการของบุคลากร 2. แนวทาง/กลยุทธ์การดำเนินงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยของ กศน.ตำบลนาจอมเทียน ปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ กศน.ตำบลนาจอมเทียน ปรัชญา “คิดเป็น ทำเป็น เน้น ICT” วิสัยทัศน์ กศน.ตำบลนาจอมเทียนจัดการศึกษาตลอดชีวิตและการศึกษาอาชีพที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง เท่าเทียม กัน เพื่อให้เกิดสังคมแห่งการเรียนรู้ ICT และมีความสามารถเชิงแข่งขันในประชาคมอาเซียนอย่างยั่งยืน 9
พันธกิจ 1. จัดและส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยที่มีคุณภาพ เพื่อยกระดับการศึกษา พัฒนาทักษะการเรียนรู้ของประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมายให้เหมาะสมทุกช่วงวัย พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง บริบททางสังคม และสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต 2 ส่งเสริม สนับสนุน และประสานภาคีเครือข่าย ในการมีส่วนร่วมจัดการศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัย และการเรียนรู้ตลอดชีวิต รวมทั้งการดำเนินกิจกรรมของศูนย์การเรียนและแหล่งการ เรียนรู้อื่น ในรูปแบบต่าง ๆ 3. ส่งเสริมและพัฒนาการนำเทคโนโลยีทางการศึกษา และเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพ ในการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยให้กับประชาชนอย่างทั่วถึง 4. พัฒนาหลักสูตร รูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ สื่อและนวัตกรรม การวัดและประเมินผลในทุก รูปแบบให้สอดคล้องกับบริบทในปัจจุบัน 5. พัฒนาบุคลากรและระบบการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ เพื่อมุ่งจัดการศึกษาและการเรียนรู้ที่ มีคุณภาพ โดยยึดหลักธรรมาภิบาล เป้าประสงค์ 1. ประชาชนผู้ด้อย พลาด และขาดโอกาสทางการศึกษา รวมทั้งประชาชนทั่วไปได้รับโอกาสทาง การศึกษาในรูปแบบการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษาต่อเนื่อง และการศึกษาตาม อัธยาศัย ที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง เป็นไปตามสภาพ ปัญหา และความต้องการของแต่ละ กลุ่มเป้าหมาย 1. ประชาชนได้รับการยกระดับการศึกษา สร้างเสริมและปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และความเป็น พลเมือง อันนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน เพื่อพัฒนาไปสู่ความมั่นคง และยั่งยืนทางด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และสิ่งแวดล้อม 2. ประชาชนได้รับโอกาสในการเรียนรู้ และมีเจตคติทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เหมาะสม สามารถคิด วิเคราะห์ และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน รวมทั้งแก้ปัญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิตได้อย่าง สร้างสรรค์ 3. ประชาชนได้รับการสร้างและส่งเสริมให้มีนิสัยรักการอ่านเพื่อการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง 4. ชุมชนและภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ร่วมจัด ส่งเสริม และสนับสนุนการดำเนินงานการศึกษานอก ระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย รวมทั้งการขับเคลื่อนกิจกรรมการเรียนรู้ของชุมชน 5. หน่วยงานและสถานศึกษาพัฒนา เทคโนโลยีทางการศึกษา เทคโนโลยีดิจิทัล มาใช้ในการยกระดับ คุณภาพในการจัดการเรียนรู้และเพิ่มโอกาสการเรียนรู้ให้กับประชาชน 6. หน่วยงานและสถานศึกษาพัฒนาสื่อและการจัดกระบวนการเรียนรู้ เพื่อแก้ปัญหาและพัฒนา คุณภาพชีวิต ที่ตอบสนองกับการเปลี่ยนแปลงบริบทด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และสิ่งแวดล้อม รวมทั้งตามความต้องการของประชาชนและชุมชนในรูปแบบที่หลากหลาย 7. หน่วยงานและสถานศึกษามีระบบการบริหารจัดการที่เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล 8. บุคลากรของหน่วยงานและสถานศึกษาได้รับการพัฒนาเพื่อเพิ่มสมรรถนะในการปฏิบัติงาน การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอย่างมีประสิทธิภาพ 10
ตัวชี้วัด ตัวชี้วัดเชิงปริมาณ 1. จำนวนผู้เรียนการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาชั้นพื้นฐานที่ได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายตาม สิทธิที่กำหนดไว้ 2. จำนวนของคนไทยกลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ ที่เข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้/เข้ารับบริการกิจกรรม การศึกษาต่อเนื่อง และการศึกษาตามอัธยาศัยที่สอดคล้องกับสภาพ ปัญหา และความต้องการ 3. ร้อยละของกำลังแรงงานที่สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้นขึ้นไป 4. จำนวนภาคีเครือข่ายที่เข้ามามีส่วนร่วมในการจัด/พัฒนา/ส่งเสริมการศึกษา (ภาคีเครือข่าย :สถาน ประกอบการ องค์กร หน่วยงานที่มาร่วมจัด/พัฒนา/ส่งเสริมการศึกษา) 5. จำนวนประชาชน เด็ก และเยาวชนในพื้นที่สูง และชาวไทยมอแกน ในพื้นที่ 5 จังหวัด 11 อำกอ ได้รับบริการการศึกษาตลอดชีวิตจากศูนย์การเรียนชุมชนสังกัดสำนักงาน กศน. 6. จำนวนผู้รับบริการในพื้นที่เป้าหมายได้รับการส่งเสริมด้านการรู้หนังสือและการพัฒนาทักษะชีวิต 7. จำนวนนักเรียนนักศึกษาที่ได้รับบริการติวเข้มเต็มความรู้ 8. จำนวนประชาชนที่ได้รับการฝึกอาชีพระยะสั้น สามารถสร้างอาชีพเพื่อสร้างรายได้ 9. จำนวน ครู กศน. ตำบล จากพื้นที่ กศน.ภาค ได้รับการพัฒนาศักยภาพด้านการจัดการเรียนการ สอนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร 10. จำนวนประชาชนที่ได้รับการฝึกอบรมภาษาต่างประเทศเพื่อการสื่อสารด้านอาชีพ 11. จำนวนผู้สูงอายุภาวะพึ่งพิงในระบบ Long Term Care มีผู้ดูแลที่มีคุณภาพและมาตรฐาน 12. จำนวนประชาชนที่ผ่านการอบรมจากศูนย์ดิจิทัลชุมชน 13. จำนวนศูนย์การเรียนชุมชน กศน. บนพื้นที่สูง ในพื้นที่ 5 จังหวัด ที่ส่งเสริมการพัฒนาทักษะการ ฟัง พูดภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร ร่วมกันในสถานศึกษาสังกัด สพฐ. ตชด. และกศน. 14. จำนวนบุคลากร กศน. ตำบลที่สามารถจัดทำคลังความรู้ได้ 15. จำนวนบทความเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตในระดับตำบลในหัวข้อต่าง ๆ 16. จำนวนหลักสูตรและสื่อออนไลน์ที่ให้บริการกับประชาชน ทั้งการศึกษานอกระบบระดับ การศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษาต่อเนื่อง และการศึกษาตามอัธยาศัย ตัวชี้วัดเชิงคุณภาพ 1. ร้อยละของคะแนนเฉลี่ยผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ การศึกษานอกระบบ (N-NET) ทุกรายวิชาทุกระดับ 2. ร้อยละของผู้เรียนที่ได้รับการสนับสนุนการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานเทียบกับค่าเป้าหมาย 3. ร้อยละของประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่ลงทะเบียนเรียนในทุกหลักสูตร/กิจกรรมการศึกษาต่อเนื่อง เทียบกับเป้าหมาย 4. ร้อยละของผู้ผ่านการฝึกอบรม/พัฒนาทักษะอาชีพระยะสั้นสามารถนำความรู้ไปใช้ในการประกอบ อาชีพหรือพัฒนางานได้ 5. ร้อยละของผู้เรียนในเขตพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ได้รับการพัฒนาศักยภาพ หรือทักษะด้าน อาชีพ สามารถมีงานทำหรือนำไปประกอบอาชีพได้ 6. ร้อยละของผู้จบหลักสูตร/กิจกรรมที่สามารถนำความรู้ความเข้าใจไปใช้ได้ตามจุดมุ่งหมายของ หลักสูตรกิจกรรม การศึกษาต่อเนื่อง 11
7. ร้อยละของประชาชนที่ได้รับบริการมีความพึงพอใจต่อการบริการ/เข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ การศึกษาตามอัธยาศัย 8. ร้อยละของประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับบริการ/ข้าร่วมกิจกรรมที่มีความรู้ความเข้าใจ/เจตคติ ทักษะ ตามจุดมุ่งหมายของกิจกรรมที่กำหนด ของการศึกษาตามอัธยาศัย 9. ร้อยละของนักเรียน/นักศึกษาที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในวิชาที่ได้รับบริการติวเข้มเต็มความรู้ เพิ่มสูงขึ้น 10. ร้อยละของผู้สูงอายุที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย มีโอกาสมาเข้าร่วมกิจกรรมการศึกษาตลอดชีวิต นโยบายเร่งด่วนเพื่อร่วมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ 1.ยุทธศาสตร์ด้านความมันคง 1.1 พัฒนาและเสริมสร้างความจงรักภักดีต่อสถาบันหลักของชาติ โดยปลูกฝังและสร้างความตระหนัก รู้ถึงความสำคัญของสถาบันหลักของชาติ รณรงค์เสริมสร้างความรักและความภาคภูมิใจในความเป็นคนไทย และชาติไทย น้อมนำและเผยแพร่ศาสตร์พระราชา หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงรวมถึงแนวทาง พระราชดำริต่าง ๆ 1.2 เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง และการมีส่วนร่วมอย่างถูกต้องกับการปกครองระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ในบริบทของไทย มีความเป็นพลเมืองดี ยอมรับและเคารพ ความหลากหลายทางความคิดและอุดมการณ์ 1.3 ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยคุกคามในรูปแบบใหม่ ทั้ง ยาเสพติด การค้ามนุษย์ ภัยจากไซเบอร์ ภัยพิบัติจากธรรมชาติ โรคอุบัติใหม่ ฯลฯ 1.4 ยกระดับคุณภาพการศึกษาและสร้างเสริมโอกาสในการเข้าถึงบริการการศึกษา การพัฒนาทักษะ การสร้างอาชีพ และการใช้ชีวิตในสังคมพหุวัฒนธรรม ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ และพื้นที่ชายแดนอื่น ๆ 1.5 สร้างความรู้ ความเข้าใจในขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรมของประเทศเพื่อนบ้านยอมรับ และเคารพในประเพณี วัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ และชาวต่างชาติที่มีความหลากหลาย ในลักษณะพหุ สังคมที่อยู่ร่วมกัน 2 ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน 2.1 เร่งปรับหลักสูตรการจัดการศึกษาอาชีพ กศน. เพื่อยกระดับทักษะด้านอาชีพของประชาชนให้ เป็นอาชีพที่รองรับอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ (First S - curve และ New S-curve) โดยบูรณาการ ความร่วมมือในการพัฒนาและเสริมทักษะใหม่ด้านอาชีพ (Upskill & Reskill) รวมถึงมุ่งเน้นสร้างโอกาสในการ สร้างงาน สร้างรายได้ และตอบสนองต่อความต้องการของตลาดแรงานทั้งภาคอุตสาหกรรมและการบริการ โดยเฉพาะในพื้นที่เขตระเบียงเศรษฐกิจ และเขตพัฒนาพิเศษตามภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศสำหรับพื้นที่ปกติ ให้พัฒนาอาชีพที่เน้นการต่อยอดศักยภาพและตามบริบทของพื้นที่ 2.2 จัดการศึกษาเพื่อพัฒนาพื้นที่ภาคตะวันออก ยกระดับการศึกษาให้กับประชาชนให้จบการศึกษา อย่างน้อยการศึกษาภาคบังคับ สามารถนำคุณวุฒิที่ได้รับไปต่อยอดในการประกอบอาชีพ รวมทั้งพัฒนาทักษะ ในการประกอบอาชีพตามความต้องการของประชาชน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ตอบสนองต่อบริบทของสังคม และชุมชน รวมทั้งรองรับการพัฒนาเขตพื้นที่ระเบียบเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) 12
2.3 พัฒนาและส่งเสริมประชาชนเพื่อต่อยอดการผลิตและจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ออนไลน์ 1) เร่งจัดตั้งศูนย์ให้คำปรึกษาและพัฒนาผลิตภัณฑ์ Brand กศน. เพื่อยกระดับคุณภาพของสินค้าและ ผลิตภัณฑ์ การบริหารจัดการที่ครบวงจร (การผลิต การตลาด การส่งออก และสร้างช่องทางจำหน่าย) รวมทั้ง ส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลในการเผยแพร่และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ 2) พัฒนาและคัดเลือกสุดยอดสินค้าและลิตภัณฑ์ กศน. ในแต่ละจังหวัด พร้อมทั้งประสานความ ร่วมมือกับสถานีบริการน้ำมันในการเป็นซ่องทางการจำหน่ายสุดยอดสินค้าและผลิตภัณฑ์ กศน.ให้กว้างขวาง ยิ่งขึ้น 3 ยุทธศาสตร์การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ 3.1 พัฒนาครูและบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรมและการเรียนรู้ เป็นผู้เชื่อมโยงความรู้กับ ผู้เรียนและผู้รับบริการ มีความเป็น "ครูมืออาชีพ" มีจิตบริการ มีความรอบรู้และทันต่อการเปลี่ยนแปลงของ สังคมและเป็น ผู้อำนวยการการเรียนรู้" ที่สามารถบริหารจัดการความรู้ กิจกรรม และการเรียนรู้ที่ดี 1) เพิ่มอัตราข้าราชการครูให้กับ กศน. อำเภอทุกแห่ง โดยเร่งดำเนินการเรื่องการหาอัตราตำแหน่ง การสรรหา บรรจุ และแต่งตั้ง ข้าราชการครู 2) พัฒนาข้าราชการครูในรูปแบบครบวงจร ตามหลักสูตรที่เชื่อมโยงกับวิทยฐานะ 3) พัฒนาครู กศน.ตำบลให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นเรื่องการพัฒนาทักษะ การจัดการเรียนการสอนออนไลน์ ทักษะภาษาต่างประเทศ ทักษะการจัดกระบวนการเรียนรู้ 4) พัฒนาศึกษานิเทศก์ ให้สามารถปฏิบัติการนิเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ 5) พัฒนาบุคลากร กศน.ทุกระดับทุกประเภทให้มีทักษะความรู้เรื่องการใช้ประโยชน์จากดิจิทัลและ ภาษาต่างประเทศที่จำเป็น 3.2 พัฒนาแหล่งเรียนรู้ให้มีบรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ มีความพร้อมในการ ให้บริการกิจกรรมการศึกษาและการเรียนรู้ เป็นแหล่งสารสนเทศสาธารณะที่ง่ายต่อการเข้าถึง มีบรรยากาศที่ เอื้อต่อการเรียนรู้ เป็นคาเฟ่พื้นที่การเรียนรู้สำหรับคนทุกช่วงวัย มีสิ่งอำนวยความสะดวก มีบรรยากาศ สวยงามมีชีวิต ที่ดึงดูดความสนใจ และมีความปลอดภัยสำหรับผู้ใช้บริการ 1) เร่งยกระดับ กศน.ตำบลนำร่อง 928 แห่ง (อำเภอละ 1 แห่ง) ให้เป็น กศน.ตำบล 5 ดี พรีเมี่ยม ที่ประกอบด้วย ครูดี สถานที่ดี (ตามบริบทของพื้นที่) กิจกรรมดี เครือข่ายดี และมีนวัตกรรมการเรียนรู้ที่ดีมี ประโยชน์ 2) จัดให้มีศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบ กศน. เพื่อยกระดับการเรียนรู้ ใน 6 ภูมิภาค เป็นพื้นที่การเรียนรู้ (Co - Learning Space) ที่ทันสมัยสำหรับทุกคน มีความพร้อมในการให้บริการต่าง ๆ อาทิ พื้นที่สำหรับการ ทำงาน/การเรียนรู้ พื้นที่สำหรับกิจกรรมต่าง ๆ มีห้องประชุมขนาดเล็ก รวมทั้งทำงานร่วมกับห้องสมุด ประชาชนในการให้บริการในรูปแบบห้องสมุดดิจิทัล บริการอินเทอร์เน็ต สื่อมัลติมีเดีย เพื่อรองรับการเรียนรู้ แบบ Active Learning 3) พัฒนาห้องสมุดประชาชน "เฉลิมราชกุมารี" ให้เป็น Digital Library โดยให้มีบริการหนังสือ ในรูปแบบ e - Book บริการคอมพิวเตอร์ และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง รวมทั้ง Free Wifi เพื่อการสืบค้น ข้อมูล 3.3 ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ เอื้อต่อการเรียนรู้สำหรับทุกคน สามารถ เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา มีกิจกรรมที่หลากลาย น่าสนใจ สนองตอบความต้องการของชุมชน เพื่อพัฒนาศักยภาพ การเรียนรู้ของประชาชน รวมทั้งใช้ประโยชน์จากประชาชนในชุมชนในการร่วมจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อ เชื่อมโยงความสัมพันธ์ของคนในชุมชนไปสู้การจัดการความรู้ของชุมชนอย่างยั่งยืน 13
1) ส่งเสริมการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ปลูกฝังคุณธรรม สร้างวินัย จิตสาธารณะ ความรับผิดชอบต่อ ส่วนรวม และการมีจิตอาสา ผ่านกิจกรรมรูปแบบต่าง ๆ อาทิ กิจกรรมลูกเสือ กศน. กิจกรรมจิตอาสา ตลอดจนสนับสนุนให้มีการจัดกิจกรรมเพื่อปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมให้กับบุคลากรในองค์กร 2) จัดให้มีหลักสูตรลูกเสือมัคคุเทศก์ โดยให้สำนักงาน กศน.จังหวัดทุกแห่ปกทม. จัดตั้งกองลูกเสือที่ ลูกเสือมีความพร้อมด้านทักษะภาษาต่างประเทศ เป็นลูกเสือมัคคุเทศก์จังหวัดละ 1 กอง เพื่อส่งเสริมลูกเสือ จิตอาสาพัฒนาการท่องเที่ยวในแต่ละจังหวัด 3.4 เสริมสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย ประสาน ส่งเสริมความร่วมมือภาคีเครือข่าย ทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อสร้างความเข้าใจ และให้เกิดความร่วมมือในการส่งเสริม สนับสนุน และจัดการศึกษาและการเรียนรู้ให้กับ ประชาชนอย่างมีคุณภาพ 1) เร่งจัดทำทำเนียบภูมิปัญญาท้องถิ่นในแต่ละตำบล เพื่อใช้ประโยชน์จากภูมิปัญญาท้องถิ่น ในการ สร้างการเรียนรู้จากองค์ความรู้ในตัวบุคคลให้เกิดการถ่ายทอดภูมิปัญญา สร้างคุณค่าทางวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน 2) ส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่การจัดการเรียนรู้ชุมชน 3) ประสานความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายเพื่อการขยายและพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษา ตามอัธยาศัยให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทุกกลุ่มอย่างกว้างขวางและมีคุณภาพ อาทิ กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่ม อสม. 3.5 พัฒนานวัตกรรมทางการศึกษาเพื่อประโยชน์ต่อการจัดการศึกษาและกลุ่มเป้าหมาย 1) พัฒนาการจัดการศึกษาออนไลน์ กศน. ทั้งในรูปแบบของการศึกษาขั้นพื้นฐาน การพัฒนาทักษะ ชีวิตและทักษะอาชีพ การศึกษาตามอัธยาศัย รวมทั้งการพัฒนาช่องทางการค้าออนไลน์ 2) ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีในการปฏิบัติงาน การบริหารจัดการ และการจัดการเรียนรู้ 3) ส่งเสริมให้มีการใช้การวิจัยอย่างง่ายเพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ 3.6 พัฒนาศักยภาพคนด้านทักษะและความเข้าใจในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Literacy) 1) พัฒนาความรู้และทักษะเทคโนโลยีดิจิทัลของครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อพัฒนารูปแบบการ จัดการเรียนการสอน 2) ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อให้ประชาชนมีทักษะความเข้าใจและใช้ เทคโนโลยีดิจิทัลที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน รวมทั้งสร้างรายได้ให้กับตนเองได้ 3.7 พัฒนาทักษะภาษาต่างประเทศเพื่อการสื่อสารของประชาชนในรูปแบบต่าง ๆ อย่างเป็นรูปธรรม โดยเน้นทักษะภาษาเพื่ออาชีพ ทั้งในภาคธุรกิจ การบริการ และการท่องเที่ยว รวมทั้งพัฒนา สื่อการเรียนการสอนเพื่อส่งเสริมการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสารและการพัฒนาอาชีพ 3.8 เตรียมความพร้อมการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุที่เหมาะสมและมีคุณภาพ 1) ส่งเสริมการจัดกิจกรรมให้กับประชาชนเพื่อสร้างความตระหนักถึงการเตรียมพร้อมเข้าสู่สังคม ผู้สูงอายุ (Aging Society) มีความเข้าใจในพัฒนาการของช่วงวัย รวมทั้งเรียนรู้และมีส่วนร่วมในการดูแล รับผิดชอบผู้สูงอายุในครอบครัวและชุมชน 2) พัฒนาการจัดบริการการศึกษาและการเรียนรู้สำหรับประชาชนในการเตรียมความพร้อมเข้าสู่วัย สูงอายุที่เหมาะสมและมีคุณภาพ 3) จัดการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตสำหรับผู้สูงอายุภายใต้แนวคิด "Active Aging"การศึกษาเพื่อ พัฒนาคุณภาพชีวิต และพัฒนาทักษะชีวิต ให้สามารถดูแลตนเองทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตและรู้จักใช้ ประโยชน์จากเทคโนโลยี 4) สร้างความตระหนักถึงคุณค่าและศักดิ์ศรีของผู้สูงอายุ เปิดโอกาสให้มีการเผยแพร่ภูมิปัญญาของ ผู้สูงอายุ และให้มีส่วนร่วมในกิจกรรมด้านต่าง ๆ ในชุมชน เช่น ด้านอาชีพ กีฬา ศาสนาและวัฒนธรรม 14
5) จัดการศึกษาอาชีพเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ โดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในทุกระดับ 3.9 การส่งเสริมวิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา 1) จัดกิจกรรมวิทยาศาสตร์เชิงรุก และเน้นให้ความรู้วิทยาศาสตร์อย่างง่ายกับประชาชนในชุมชนทั้ง วิทยาศาสตร์ในวิถีชีวิต และวิทยาศาสตร์ในชีวิตประจำวัน 2) พัฒนาสื่อนิทรรศการเละรูปแบบการจัดกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์ให้มีความทันสมัย 3.10 ส่งเสริมการรู้ภาษาไทยให้กับประชาชนในรูปแบบต่าง ๆ โดยเฉพาะประชาชนในเขตพื้นที่สูง ให้สามารถฟัง พูด อ่าน และเขียนภาษาไทย เพื่อประโยชน์ในการใช้ชีวิตประจำวันได้ 4 ยุทธศาสตร์ต้นการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม 4.1 จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้สำหรับทุกช่วงวัย ที่เป็นศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิตที่สามารถให้บริการ ประชาชนได้ทุกคน ทุกช่วงวัย ที่มีกิจกรรมที่หลากหลาย ตอบสนองความต้องการในการเรียนรู้ในแต่ละวัยและ เป็นศูนย์บริการความรู้ ศูนย์การจัดกิจกรรมที่ครอบคลุมทุกช่วงวัย เพื่อให้มีพัฒนาการเรียนรู้ที่เหมาะสมและมี ความสุขกับการเรียนรู้ตามความสนใจ 1) เร่งประสานกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อจัดทำฐานข้อมูลโรงเรียนที่ถูกยุบ รวม หรือคาดว่าน่าจะถูกยุบรวม 2) ให้สำนักงาน กศน.จังหวัดทุกแห่งที่อยู่ในจังหวัดที่มีโรงเรียนที่ถูกยุบรวม ประสานขอใช้พื้นที่เพื่อ จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้สำหรับทุกช่วงวัย กศน. 4.2 ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาและการเรียนรู้สำหรับกลุ่มเป้าหมายผู้พิการ 1) จัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิตและทักษะอาชีพ และการศึกษาตาม อัธยาศัย โดยเน้นรูปแบบการศึกษาออนไลน์ 2) ให้สำนักงาน กศน.จังหวัดทุกแห่ง/กทม. ทำความร่วมมือกับศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัด ใน การใช้สถานที่ วัสดุอุปกรณ์ และครุภัณฑ์ด้านการศึกษา เพื่อสนับสนุนการจัดการศึกษาและการเรียนรู้สำหรับ กลุ่มเป้าหมายผู้พิการ 4.3 ยกระดับการศึกษาให้กับกลุ่มเป้าหมายทหารกองประจำการ รวมทั้งกลุ่มเป้าหมายพิเศษอื่น ๆ อาทิ ผู้ต้องขัง คนพิการ เด็กออกกลางคัน ประชากรวัยเรียนที่อยู่นอกระบบการศึกษาให้จบการศึกษานอก ระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน สามารถนำความรู้ที่ได้รับไปพัฒนาตนเองได้อย่างต่อเนื่อง 4.4 พัฒนาหลักสูตรการจัดการศึกษาอาชีพระยะสั้น ให้มีความหลากหลาย ทันสมัย เหมาะสมกับ บริบทของพื้นที่ และตอบสนองความต้องการของประชาชนผู้รับบริการ 5. ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 5.1 ส่งเสริมให้มีการให้ความรู้กับประชาชนในการรับมือและปรับตัวเพื่อลดความเสียหายจากภัย ธรรมชาติและผลกระทบที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 5.2 สร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างสังคมสีเขียว ส่งเสริมความรู้ให้กับประชาชน เกี่ยวกับการคัดแยกตั้งแต่ต้นทาง การกำจัดขยะ และการนำกลับมาใช้ช้ำ เพื่อลดปริมาณและต้นทุนในการ จัดการขยะของเมือง และสามารถนำขยะกลับมาใช้ประโยชน์ได้โดยง่าย รวมทั้งการจัดการมลพิษในชุมชน 5.3 ส่งเสริมให้หน่วยงานและสถานศึกษาใช้พลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมทั้งลดการใช้ ทรัพยากรที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น รณรงค์เรื่องการลดการใช้ถุงพลาสติก การประหยัดไฟฟ้า เป็นต้น 15
6. ยุทธศาสตร์ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบหารบริหารจัดการภาครัฐ 6.1 พัฒนาและปรับระบบวิธีการปฏิบัติราชการให้ทันสมัย มีความโปร่งใส ปลอดการทุจริตและ ประพฤติมิชอบ บริหารจัดการบนข้อมูลและหลักฐานเชิงประจักษ์ มุ่งผลสัมฤทธิ์มีความโปร่งใส 6.2 นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีระบบการทำงานที่เป็นดิจิทัลมาใช้ในการบริหารและพัฒนางาน สามารถเชื่อมโยงกับระบบฐานข้อมูลกลางของกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมทั้งพัฒนาโปรแกรมออนไลน์ที่ สามารถเชื่อมโยงข้อมูลต่าง ๆ ที่ทำให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างต่อเนื่องกันตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนการ และให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมายสามารถเข้าถึงบริการได้อย่างทันที ทุกที่และทุกเวลา 6.3 ส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรทุกระดับอย่างต่อเนื่อง ให้มีความรู้และทักษะตามมาตรฐานตำแหน่ง ให้ตรงกับสายงาน ความชำนาญ และความต้องการของบุคลากร ปัจจัยหลักแหล่งความสำเร็จ กศน.ตำบลนาจอมเทียน 1. กศน.ตำบลนาจอมเทียน ยึดหลักวิชา หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หลักปรัชญาคิดเป็น หลักธรรมาภิบาล และผลสัมฤทธิ์ในการบริหารจัดการ ทั้งด้านวิชาการงบประมาณ การบริหารงานบุคคล และ การบริหารทั่วไปทั้งภายในกศน.ตำบลนาจอมเทียน และการทำงานร่วมกันกับภาคีเครือข่าย 2. กศน.ตำบลนาจอมเทียน ใช้ยุทธศาสตร์/กลยุทธ์ในการดำเนินงาน ทั้งที่ยึดพื้นที่ ยึดสภาวะ แวดล้อม ยึดกลุ่มเป้าหมายาและความต้องการยึดประเด็นปัญหาของกลุ่มเป้าหมายหรือประเด็นการพัฒนา ยึดความสำเร็จ และยึดนโยบายเป็นฐาน 3. กศน.ตำบลนาจอมเทียน การเน้นการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ทั้ง เครือข่ายเชิงพื้นที่เครือข่ายเชิงภารกิจและการสร้างความเข้มแข็งร่วมมือและความยั่งยืนในการเป็นภาคี เครือข่าย 4. กศน.ตำบลนาจอมเทียน เป็นฐานและสถานีปลายทาง ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ให้กับ ประชาชนในพื้นที่ โดยได้รับการพัฒนาให้มีศักยภาพและพร้อมในการปฏิบัติงานตลอดเวลา 5. กศน.ตำบลนาจอมเทียน ใช้สถานศึกษาเป็นกลไกขับเคลื่อนการบริหารนโยบายในระดับ พื้นที่ โดยมีคณะกรรมการสถานศึกษาคณะกรรมการ กศน.ตำบลเป็นผู้เสนอแนะ กำกับติดตาม นิเทศการ ดำเนินงานเพื่อให้สามารถจัดการศึกษาในระดับพื้นฐานได้อย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพ 6. กศน.ตำบลนาจอมเทียน มีข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มเป้าหมายทุกกลุ่มตามจุดเน้น มาใช้ในการ วางแผนการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย และ ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ในชุมชนได้ อย่างมีประสิทธิภาพ 7. กศน.ตำบลนาจอมเทียน มีระบบการนิเทศกำกับติดตามและรายงานผล การปฏิบัติงาน และการใช้จ่ายงบประมาณที่สามารถตรวจสอบความก้าวหน้าในการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ 8. กศน.ตำบลนาจอมเทียน มีกลไก/ระบบที่สามารถเชื่อมโยงการทำงานระหว่างส่วนราชการ และหน่วยงานต่างๆ ที่ได้รับมอบหมายจากสถานศึกษาเช่น ระบบ ฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้องและการจัดกิจกรรม เพื่อตอบสนองนโยบายเร่งด่วนหรือ นโยบายเฉพาะที่ได้รับมอบหมจากสถานศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ 9. กศน.ตำบลนาจอมเทียน มีหน่วยงาน/สถานศึกษารับผิดชอบตัวชี้วัดความสำเร็จ ตาม ยุทธศาสตร์และจุดเน้นที่ตรงตามภารกิจอย่างชัดเจนที่กำกับติดตามและรายงานผลตัวชี้วัดทั้งส่วนกลางระดับ จังหวัด และระดับสถานศึกษาอย่างเป็นระบบ 16
3. การขับเคลื่อนการดำเนินงาน 4 ศูนย์เรียนรู้ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เป็นประธานการประชุม กระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ 3/2559 เมื่อวันพุธที่ 2 มีนาคม 2559 โดยมี นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ. และผู้บริหารองค์กรหลักและหน่วยงานในกำกับ ศธ.เข้าร่วมประชุม โดยที่ประชุม ได้รับทราบความก้าวหน้าการดำเนินโครงการสำคัญของหน่วยงานต่างๆ อาทิ ที่ประชุมได้รับทราบแนวทางการ ดำเนินงานของ กศน.ตำบล ซึ่งจะมีการปรับบทบาทภารกิจให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลและบริบทของพื้นที่ ตลอดจนรองรับการเป็นประชาคมอาเซียนมากขึ้น ภายใต้การขับเคลื่อนการดำเนินงาน 4 ศูนย์เรียนรู้ ประกอบด้วย 1) ศูนย์เรียนรู้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ประจำตำบล เป็นศูนย์กลาง การส่งเสริมจัดกระบวนการเรียนรู้ และหน่วยประสานงานแหล่งเรียนรู้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงภายใน ชุมชน ดำเนินงานร่วมกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) 2) ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาประชาธิปไตยประจำตำบล เพื่อสร้างการเรียนรู้และความเข้าใจที่ ถูกต้องเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข โดยเฉพาะสิทธิ และหน้าที่ในระบอบประชาธิปไตย บูรณาการความร่วมมือกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และภาค ประชาสังคม 3) ศูนย์ดิจิทัลชุมชน ซึ่งบริหารจัดการฐานข้อมูลที่จำเป็นสำหรับ กศน. และชุมชน เพื่อให้มีความรู้ และรับรู้ที่เท่าทัน ปรับตัวให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกยุคดิจิทัล 4) ศูนย์การศึกษาตลอดชีวิตชุมชน เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาในระบบการศึกษา นอกระบบการศึกษา และการศึกษาตามอัธยาศัย ให้มีคุณภาพที่สอดคล้องกับนโยบายทางการศึกษา โดยยึด ชุมชนเป็นฐานในการดำเนินงาน โดย กศน.ตำบล มีบทบาทเป็นผู้ประสานงานและอำนวยความสะดวก จุดเน้นการดําเนินงาน กศน. ตามยุทธศาสตร์กระทรวงศึกษาธิการ 6 ยุทธศาสตร์ ยุทธศาสตร์ข้อที่ 5. ส่งเสริมและพัฒนาระบบเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการศึกษา ข้อที่ 5.1 พัฒนากศน. ตําบล ให้มีความพร้อมเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานด้าน ICT และเทคโนโลยีเพื่อ การศึกษาอื่นที่เหมาะสมกับพื้นที่ เพื่อให้กศน. ตําบลทุกแห่งเข้าถึงการใช้บริการทางอินเทอร์เน็ตมีความพร้อม ในการให้บริการการศึกษาและการเรียนรู้ที่เป็นไปตามความต้องการของประชาชนและชุมชน และสร้างโอกาส ในการเรียนรู้ได้อย่างทั่วถึง ข้อที่ 5.2 พัฒนาระบบช่องทางแหล่งเรียนรู้ออนไลน์ (Portal Web) และส่งเสริมให้ประชาชนนํา เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาประยุกต์ใช้ในการเรียนรู้/กิจกรรมต่าง ๆ เพื่อเพิ่มโอกาสการเรียนรู้ และการพัฒนาอาชีพ เช่น การแสวงหาความรู้เพื่อการดํารงชีวิต การพัฒนาต่อยอดอาชีพเพื่อสร้างรายได้โดย ผ่านกลไกของศูนย์ดิจิทัลชุมชน เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนําความรู้ความสามารถ เจตคติที่ดีต่อการประกอบอาชีพ และทักษะที่พัฒนาขึ้นไปใช้ประโยชน์ในการประกอบอาชีพที่สร้างรายได้ได้จริงและการพัฒนาสู่เศรษฐกิจเชิง สร้างสรรค์ต่อไป 17
4. การเข้าใจดิจิทัล การเรียนรู้ดิจิทัล คือการผนวกกันของทักษะความรู้และความเข้าใจที่ผู้เรียนต้องเรียนรู้เพื่อที่จะมี ส่วนร่วมอย่างเต็มที่และมีความปลอดภัยในโลกยุคดิจิทัลมากขึ้น ทักษะความรู้และความเข้าใจนี้เป็นกุญแจ สำคัญที่ควรเป็นองค์ประกอบของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานทั้งระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา และ ควรจะผนึกผสานอยู่ในการเรียนการสอนของทุกรายวิชาทุกระดับชั้น การเรียนรู้ดิจิทัล มีความสำคัญอย่างไร เทคโนโลยีให้โอกาสในการมีส่วนร่วมในชนิดใหม่ของการเรียนรู้ ชุมชน สังคม และกิจกรรมการทำงาน ทุกคนจะต้องมีความรู้ดิจิทัลเพื่อใช้ประโยชน์สูงสุดจากโอกาสเหล่านี้ หลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าในขณะที่ เยาวชนคนหนุ่มสาว รู้สึกมั่นใจเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีนี้ไม่ได้เป็นสิ่งบ่งบอกถึงสมรรถนะหรือความสามารถที่ แท้จริง ในด้านทักษะการคิดวิจารณญาณ เช่น ความตระหนักถึงกลยุทธ์ทางการค้าหรืออคติจากสื่อต่างๆ ตลอดจนความปลอดภัยในการใช้งานนอกจากนี้การเรียนรู้ดิจิทัลจะมีผลสำคัญต่อสังคมโดยรวม ต่อความเสมอ ภาคในการเข้าถึงข้อมูลการบริการและการจ้างงาน การเข้ากลุ่มทางสังคม และโอกาสในการเรียนรู้เพิ่มเติม ตลอดจนอาจส่งผลกระทบต่อการขยายโอกาสทางธุรกิจการพัฒนาการเรียนรู้ดิจิทัลเป็นเรื่องเกี่ยวกับการ เปลี่ยนแปลงธรรมชาติของความรู้ความเข้าใจครูทุกคนสามารถนำเสนอมุมมองที่แตกต่างกันในเรื่องวิธีการที่ เทคโนโลยีสามารถเพิ่มคุณค่าในการเรียนของผู้เรียนนอกจากนี้ยังช่วยให้ออนไลน์อย่างปลอดภัยหากผู้เรียนมี ความสามารถในการตัดสินใจที่เหมาะสม การเรียนรู้ดิจิทัลคืออะไร การรู้’ (Literacy) ในแง่ดั้งเดิมหมายถึงความสามารถอ่านและเขียนในภาษาที่ใช้ร่วมกันของ วัฒนธรรม ส่วนการรู้ดิจิทัล หมายถึงการอ่านและการเขียนข้อความดิจิทัล เช่น สามารถ ‘อ่าน’ เว็บไซต์โดย ผ่านการเชื่อมโยงหลายมิติ และ ‘การเขียน’ โดยการอัปโหลดภาพถ่ายดิจิทัลเพื่อเว็บไซต์เครือข่ายสังคมทักษะ การทำงานที่จำเป็นในการดำเนินการและการสื่อสารด้วยเทคโนโลยีและสื่อ นอกจากนี้ยังหมายถึงความรู้ เกี่ยวกับความสำคัญของเทคโนโลยีและสื่อที่มีผลกระทบ แต่ที่สำคัญกว่านั้น คือความสามารถที่จะวิเคราะห์ และประเมิน ความรู้ที่มีอยู่ในเว็บไซต์ การเรียนการสอนและการเรียนรู้ไม่สามารถตีกรอบอยู่ในกิจกรรมที่ใช้ กระดาษและปากกาเท่านั้นซึ่งหมายความว่าผู้เรียนและครูผู้สอนจำเป็นต้องรู้สึกได้ว่า เทคโนโลยีสามารถ นำมาใช้ในทุกวิชาและเข้าใจว่า เทคโนโลยีดังกล่าวส่งผลกระทบต่อสิ่งที่รู้ในเรื่องต่างๆ เทคโนโลยีกำลัง เปลี่ยนแปลงวิธีการที่เราศึกษาค้นคว้า เช่น ภูมิศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และวิทยาศาสตร์ ระบบจีพีเอส เรื่องเล่า ออนไลน์ แบบจำลองทางฟิสิกส์ และการใช้ทัศนภาพ โปรแกรมการทำแผนที่อาจส่งผลกระทบต่อการเรียน ภูมิศาสตร์การศึกษาวิทยาศาสตร์อาจรับรู้วิธีการโต้ตอบด้วยภาพการรู้ดิจิทัลในรายวิชาต่างๆ ไม่จำเป็นต้อง นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงการสอนอย่างสิ้นเชิง ทักษะต่างๆที่เป็นส่วนหนึ่งของการเป็นความรู้แบบดิจิทัล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตั้งคำถามที่สำคัญ ทักษะของการศึกษาที่มีประสิทธิภาพและการวิเคราะห์ความผูกพัน ของผู้เรียนกับเนื้อหาวิชา จะยังคงช่วยให้ครูหาวิธีการสร้างสรรค์ที่มีประสิทธิภาพและมีส่วนร่วมในการจัดการ เรียนรู้ตามหลักสูตรการรู้ดิจิทัลมีความหมายมากกว่าทักษะด้านเทคโนโลยีอย่างง่าย ความเข้าใจรวมถึงทักษะที่ ซับซ้อนมากขึ้นขององค์ประกอบและการวิเคราะห์ ความสามารถในการสร้างความหลากหลายของเนื้อหาที่มี การใช้เครื่องมือดิจิทัลต่างๆ ทักษะและความรู้ที่จะใช้ความหลากหลายของการใช้งานซอฟต์แวร์สื่อดิจิทัลและ 18
อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์เช่น คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ และเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตความสามารถในการเข้าใจสื่อ ดิจิทัลเนื้อหาการใช้งานและความรู้ความสามารถในการสร้างด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล การค้าออนไลน์ ความหมายของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Commerce) พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หมายถึง การทำ ธุรกรรมทุกรูปแบบโดยครอบคลุมถึงการซื้อขายสินค้า/บริการ การชำระเงิน การโฆษณาโดยผ่านสื่อ อิเล็กทรอนิกส์ประเภทต่าง ๆ โดยเฉพาะเครือข่ายทางอินเทอร์เน็ต กรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หมายถึง การดำเนินธุรกิจทุกรูปแบบที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายสินค้าและบริการ ผ่าน และระบบสื่อสารโทรคมนาคมหรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์องค์กรการค้าโลก ให้คำจำกัดความไว้ว่า พาณิชย์ อิเล็กทรอนิกส์ หมายถึง การผลิต การกระจาย การตลาด การขาย หรือการขนส่งผลิตภัณฑ์และบริการโดยใช้ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ ความหมายของการขายออนไลน์ ความหมายของการขายสินค้าออนไลน์และคำที่เกี่ยวข้อง มีดังนี้ 1. ความหมายของการซื้อขายออนไลน์ ให้ความหมายการซื้อขายสินค้าออนไลน์ หมายถึง พาณิชย์ อิเล็กทรอนิกส์ (E-Commerce)เป็นการทำธุรกรรมการซื้อขายสินค้าระหว่างผู้ขายและผู้ซื้อผ่านทาง อินเทอร์เน็ต โดยทั้งสองฝ่ายไม่ต้อง พบกัน แต่ใช้การติดต่อขายทางอินเทอร์เน็ตก็สามารถซื้อขายสินค้าได้ทุก รูปแบบสินค้าทุกประเภท ตลอด 24 ชั่วโมงทั่วโลก เกิดความสะดวกสบาย 2. ความหมายของการขายออนไลน์ ให้ความหมายของการขายออนไลน์ หมายถึง การนำสินค้าไป ประกาศขายตามเว็บไซต์ที่เป็นทำเล หรือ Maketplaceที่ผู้ซื้อกับผู้ขายออนไลน์พบกัน ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ใน ไทย หรือ ในต่างประเทศเช่นTrade.com และ weloveshopping.com หรือ ในต่างประเทศ เช่น amazon.comและ ebaly.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์สำเร็จรูปที่สามารถประกาศขายได้ทันทีมีบุคคลเข้ามาดูสินค้า หรือ สอบถามรายละเอียด เพิ่มเติม เพราะเป็นเว็บไซต์ขนาดใหญ่ และ มีค่าใช้จ่ายต่ำ 3. ความหมายของการเปิดร้านค้าออนไลน์ให้ความหมายการเปิดร้านค้าออนไลน์ หมายถึง การสร้าง เว็บไซต์ขึ้นมาเพื่อนำสินค้าของตนเองมาจำหน่ายผ่านทางช่องทางออนไลน์ ซึ่งร้านค้าออนไลน์จะเหมือนกับ ร้านค้าทั่วไปนำสินค้ามาวางขายแต่มีความแตกต่างกันตรงที่ทำการซื้อขายทุกขั้นตอนผ่านอินเทอร์เน็ตเท่านั้น สามารถซื้อขายได้ทุกที่ ทุกเวลา ความสำคัญของการขายออนไลน์ ในโลกปัจจุบันอินเทอร์เน็ตได้เข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในชีวิต ไม่เพียงแต่การสืบค้นข่าวสารข้อมูล ต่างๆ การติดต่อสื่อสารในกลุ่มเพื่อน แต่รวมไปถึงการซื้อขายสินค้าแบะบริการผ่านทางอินเทอร์เน็ต หรือ ที่ เรียกกันว่า E-Commerce เพราะ E-Commerce คือ บริการการซื้อขายออนไลน์ มีความสำคัญ ดังนี้ ทำให้ การซื้อขายออนไลน์ สามารถซื้อขายได้ทุกที่ สร้างความสะดวกสบายให้ผู้ซื้อและผู้ขายเทคโนโลยี ก็ยังถือปัจจัย หลักที่ช่วยส่งเสริมให้ธุรกิจ E-Commerce เติบโตไปได้อย่างรวดเร็วมาก เพราะทำธุรกิจ E-Commerce ปัจจุบัน สามารถใช้งานได้หลากหลายช่องทางทั้งทางสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรือ คอมพิวเตอร์ ซึ่งระบบของ E-Commerce มีความปลอดภัย โดย เว็บไซต์ E-Commerce ส่วนใหญ่จะมีระบบการจ่ายเงินที่สะดวกสบาย แต่ระบบความปลอดภัยสูงมาก เป็นช่องทางใหม่สำหรับผู้ประกอบการ ซึ่งถือเป็นช่องทางหนึ่งที่ช่วยสร้าง โอกาสในการขยายช่องทางการค้าขายให้ผู้ประกอบการได้มากยิ่งขึ้น และเป็นตัวช่วยหนึ่งในการเข้าถึงผู้บริโภค ได้ง่ายและตรงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น เป็นวิธีที่ดีในการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก เพราะปัจจุบันสังคมออนไลน์ ถือเป็นสื่อหลักที่ช่วยในการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ได้อย่างดีเยี่ยม ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ดังนั้น จึงถือเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการช่วยขยายแบรนด์ ซึ่งช่วยเพิ่มฐานลูกค้าและขยายฐานธุรกิจออกไปอีกด้วย 19
ลักษณะของการขายออนไลน์ การขายสินค้าโดยปกติ ต้องมีหน้าร้านหรือแผงสำหรับการขายสินค้า อาจต้องเช้าพื้นที่ในห้าง หรือ ต้องหาพื้นที่เช่าอื่นๆในราคาไม่แพง นอกจากนั้นยังต้องซื้อสินค้ามาจัดวาง แต่การขายออนไลน์นั้นไม่ได้ยุ่งยาก เพียงแค่ลงรายการสินค้า ลงรูป รายละเอียด และราคาของสินค้าในเว็บไซต์ก็สามารถขายของได้แล้ว ในกรณี ใช้บริการเปิดร้านค้าออนไลน์ สามารถตั้งชื่อร้าน ตกแต่งป้ายร้านและหน้าตาของร้านได้ตามต้องการ ดังนั้น จะ เห็นว่าการขายออนไลน์มีลักษณะที่ต่างจากร้านค้าปกติ ดังนี้ 1. ใช้ต้นทุนต่ำกว่าเปิดร้านจริง การขายออนไลน์นั้นมีต้นทุนต่ำกว่าเปิดร้านจริงๆ เนื่องจากไม่ต้องเสีย ค่าเช่าร้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าจ้างพนักงาน แต่ถ้าต้องการมีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง หรือ ไปสมัครใช้บริการตาม เว็บไซต์ที่ให้บริการเปิดร้านค้าออนไลน์หรือฝากขายสินค้าก็ต้องมีค่าเช่าพื้นที่ ค่าธรรมเนียมรายเดือน-รายปี หรืออาจจะแบ่งเปอร์เซ็นจากการขาย เป็นต้น 2. กลุ่มลูกค้ามีจำนวนมาก อัตราการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่เพิ่มขึ้นทุกปี ทำให้โอกาสในการขายของ ออนไลน์เพิ่มขึ้นตามไปด้วย จากสถิติผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตในปี 2012 พบว่าประเทศไทยมีจำนวนผู้เข้าใช้งาน อินเทอร์เน็ตในแต่ละวันมากกว่า 6 ล้านคน แต่ละคนจะเข้าเยี่ยมชมหน้าเว็บอย่างน้อย 50 หน้าในแต่ละวัน เวลาที่คนเข้าชมเว็บไซต์มากที่สุดคือ ช่วง 4-5 โมงเย็น และแต่ละยัง Search Enginge ในการค้นหาข้อมูล หรือ สินค้าประมาณ 8 ครั้งต่อวันอีกด้วย 3. เปิดร้านค้าได้ทุกวัน การเปิดร้านค้าทั่วไปจะต้องมีเวลาเปิด-ปิด เช่น เปิดร้านค้าเวลา 10 โมงเช้า ปิดร้านเวลา 1 ทุ่ม เปิดทุกวันจันทร์-เสาร์ หยุด วันอาทิตย์ เป็นต้น นอกจากนี้ยังต้องมีคนคอยเฝ้าร้าน ซึ่งต้อง แบ่งเวลาไปทำธุรกิจอื่นๆ แต่สำหรับการขายหรือเปิดร้านค้าออนไลน์แล้ว สามารถเปิดได้ทุกวัน ไม่จำกัดเวลา ทำให้ลูกค้าสามารถเข้ามาชมสินค้าภายในร้านค้าหรือกระทู้ขายของได้ตลอดเวลา 4. เพิ่มช่องทางในการขายสินค้า สำหรับผู้ที่มีหน้าร้านค้าจริงอยู่แล้ว สามารถเปิดร้านค้าออนไลน์เพื่อ เพิ่มช่องทางการขายสินค้าอีกทางหนึ่งเนื่องจากการเปิดร้านค้าออนไลน์ใช้ทุนไม่มาก สามารถลงรูปพร้อม รายละเอียดของสินค้าโปรโมชั่นใหม่ๆที่อยู่ของร้าน นอกจากนี้ยังช่วยโฆษณาและสร้างความน่าเชื่อถือให้กับ ร้านได้ 5. ใช้เวลาไม่มากทำเป็นอาชีพเสริมได้ ถึงแม้ว่าจะมีงานประจำทำอยู่แล้ว ก็สามารถขายของหรือเปิด ร้านค้าออนไลน์เป็นรายได้เสริมอีกทางหนึ่งได้ เพราะใช้เวลาในการดูแลร้านไม่มาก สามารถใช้เวลาในช่วงเช้า หรือพักเที่ยง เพื่ออีกทางหนึ่งได้ เพราะใช้เวลาในการดูแลร้านไม่มาก สามารถใช้เวลาในช่วงเช้าหรือพักเที่ยง เพื่อเข้ามาตรวจสอบดูกระทู้ในเว็บบอร์ดหรืออ่านอีเมล ว่ามีลูกค้าเข้ามาสอบถามหรือสั่งซื้อสินค้าของทางร้าน หรือไม่ และเวลาจะส่งสินค้าให้ลูกค้าทางไปรษณีย์ สามารถไปส่งที่ไปรษณีย์ ในวันเสาร์ก่อนเที่ยงได้ เพราะ ไปรษณีย์ไทยเปิดทำการในวันเสาร์ครึ่งวันด้วย จะได้ไม่รบกวน เวลาทำงานจนเสียงาน หรือ หากที่ทำงานอยู่ ใกล้ไปรษณีย์ก็ถือว่าสะดวกมาก สามารถส่งสินค้าได้ทุกวัน 20
5. เอกสาร/งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การวิจัยเรื่อง “ความรู้เท่าทันการสื่อสารยุคิจิทัลกับบทบาทในการกำหนดแนวทางการปฏิรูปการ สื่อสารในสังคมไทย” ของ รศ.ดร.พีระ จิรโสภณ และคณะ เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ กลุ่มเป้าหมายประชากร กรุงเทพมหานครที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 400 คน ผนวกกับการจักลุ่มอภิปรายโดยเชิญผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อการและการรู้เท่าทันสื่อและการสื่อสารร่วมให้ความคิดเห็นเพื่อประมวลองค์ความรู้ แนวคิด และการดำเนินการเรื่องการรู้เท่าทันการสื่อสาร การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลัก 3 ด้านคือ (1) เพื่อการ ประมวลแนวคิด องค์ความรู้และการดำเนินการเรื่องการรู้เท่าทันสื่อและการสื่อสารในประเทศไทย จาก ผู้ทรงคุณวุฒิ (2) สำรวจลักษณะทางประชากรศาสตร์ พฤติกรรมการเปิดรับและการใช้สื่อ ระดับการรู้เท่าทัน การสื่อสารของกลุ่มตัวอย่างและ (3) ศึกษาแนวทางในการส่งเสริมบทบาทความเป็นพลเมืองและการขับเคลื่อน การรู้เท่าทันการสื่อสารปฏิรูปการสื่อสารในสังคมไทย ผู้ทรงคุณวุฒิในการอธิปรายกลุ่มให้ข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษาวิจัยและการขับเคลื่อนเพื่อการส่งเสริม การเรียนรู้ การรู้เท่าทันสื่อและการสื่อสารในระดับต่าง ๆ ทั้งการจัดหลักสูตรการเรียนการสอนในโรงเรียนและ การรณรงค์ในกลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ ผู้ทรงคุณวุฒชี้ประเด็นปัญหาการนิยามขอบเขตการรู้เท่าทันสื่อและการ สื่อสารที่ยังแตกต่างกัน รวมทั้งการสร้างตัวชี้วัด และการวินิจฉัยการเป็นผู้รู้เท่าทันหรือไม่รู้เท่าทันที่ยังไม่ สอดคล้องกัน ซึ่งผู้ศึกษาวิจัยควรจะต้องกำหนดขอบเขตแนวคิดให้เจาะจงเป็นแบบแผนชัดเจน ในการสำรวจประชากรพบว่าเป็นเพศหญิงมากกว่าชาย อายุกระจายทุกวัย การศึกษาส่วนใหญ่ ปริญญาตรีอาชีพกระจายทุกประเภท แต่ส่วนใหญ่เป็นนักศึกษา มีทั้งกลุ่มทำงานและไม่ทำงานในสัดส่วน ใกล้เคียงกัน ระดับรายได้ค่อนข้างต่ำอยู่ในกลุ่ม 1 – 2 หมื่นบาทมากที่สุด ประชากรร้อยละ 96.19 หรือเกือบทั้งหมดมีสมาร์ทโฟนใช้เป็นของตนเองรวมทั้งมีคอมพิวเตอร์ตั้ง โต๊ะ และโน้ตบุ๊กมากกว่าครึ่งหนึ่ง มีพฤติกรรมเปิดรับสื่อเว็ปไซต์ค่อนข้างบ่อยรวมทั้งเปิดรับสื่อสังคมออนไลน์ โดยใช้ไลน์มากที่สุดบ่อยถึงบ่อยมาก เฟซบุ๊กรองลงมาตามด้วยยูทูป กูเกิล อินสตาแกรม สำหรับสื่อดั้งเดิมเปิดรับ โทรทัศน์เกือบทุกวันจนถึงทุกวัน รองลงมาอ่านหนังสือพิมพ์ ฟังวิทยุและ ติดตามนิตยสารบ่อยปานกลาง ส่วนใหญ่มีวัตถุประสงค์ในการใช้ทั้งสื่อดั้งเดิมและสื่อใหม่ เพื่อติดตามเหตุการณ์ ข่าวสาร่าง ๆ และเพื่อความบันเทิงผ่อนคลาย สำหรับสื่อใหม่ใช้เพื่อการสื่อสารพูดคุยกับบุคคลต่าง ๆ อยู่ใน เกณฑ์บ่อย ระดับการรู้เท่าทันการสื่อสาร ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มระดับปานกลาง ร้อยละ 54.5 รองลงมาเป็นกลุ่ม ระดับต่ำ ร้อยละ 30.75 และกลุ่มระดับสูงเพียงร้อยละ 14.75 ประชากรมีบทบาทในการตรวจสอบสังคมน้อย และคาดหวังให้สื่อมีบทบาทตรวจสอบสังคมและ สร้างสรรค์สติปัญญาแก่ประชาชนมากขึ้น กลุ่มตัวอย่างต้องการให้ภาครัฐส่งเสริมการรู้เท่าทันการสื่อสารเพื่อ ปฏิรูปการสื่อสารและปฏิรูปสังคม ต้องการให้มีการเรียนการสอนและจัดหลักสูตรการรู้เท่าทันการสื่อสารใน โรงเรียนและมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะในระดับตั้งแต่มัธยมศึกษาถึงอุดมศึกษา นอกจากนี้ยังต้องการให้รัฐบาลมี นโยบายจัดสรรงบประมาณ โดยแบ่งมาจากรายได้ภาษีของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสารโดยเฉพาะจาก กสทช. มาเป็นกองทุนเพื่อส่งเสริมการรู้เท่าทันการสื่อสารให้กับหน่วยงานและองค์กรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องและมี บทบาทในการผลักดันการรู้เท่าทันการสื่อสารในสังคม 21
ผลการทสอบสมมติฐานที่ตั้งไว้ว่าระดับการรู้เท่าทันการสื่อสารแตกต่างกันไปตามลักษณะทาง ประชากรและพฤติกรรมการเปิดรับและการใช้สื่อ ปรากฏว่าเป็นตามสมมติฐานเพียงบางส่วนนั่นคือแตกต่าง กันตามลักษณะทางประชากรศาสตร์ เฉพาะด้านอายุที่กลุ่มผู้สูงอายุมากกว่ามักมีระดับการรู้เท่าทันมากว่า แต่ ก็ไม่เป็นแบบแผนที่สอดคล้องกันทุกกลุ่ม ส่วนสมมติฐานที่เกี่ยวกับพฤติกรรมการสื่อสารปรากฏว่ามีความ แตกต่างกับระดับการรู้เท่าทันการสื่อสาร บางส่วน แต่ไม่เป็นในทิศทางที่สอดคล้อง จึงไม่สามารถสรุปเป็นแบบ แผนที่ชัดเจนได้ เด็กยุคดิจิทัลภายใต้สังคมแห่งสื่อออนไลน์และการเรียนรู้ทางสังคม ของ วิไลภรณ์ จิรวัฒนเศรษฐ์ เด็กยุคใหม่ที่เรียกว่าเด็กเจเนอเรชั่นแซดหรือดิจิทัลเจอเนอเรชั่นเป็นกลุ่มเด็กที่ชีวิตเกิดมาท่ามกลางความเจริญ ของสื่อออนไลน์แต่มีความน่าเป็นห่วงด้านแนวคิด พฤติกรรมและบรรทัดฐานทางสังคมที่เกิดปัญหาต่าง ๆ ใน สังคมมาก ขึ้นทุกวัน เพราะเขาอยู่ท่ามกลางเทคโนโลยีที่สามารถสร้างประโยชน์และโทษได้ในเวลาเดียวกัน ซึ่ง ปัญหาที่เกิดขึ้นสำหรับ เด็กในเจนเนอเรชั่นก็คือ การใช้สื่อออนไลน์ในด้านลบมากกว่าด้านบวก เช่น ติดเฟซบุ๊ก ไลน์ติดเกมออนไลน์ชีวิตดำรงอยู่กับอินเทอร์เน็ต โทรศัพท์มือถือแบบสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต มากกว่าสนใจ การเรียน ดังนั้นกระบวนการท างานภายใต้ทฤษฎีการเรียนรู้ทางสังคม จึงต้องเป็นการท างานแบบ 3 ประสานคือ ผู้ปกครอง ครูและเด็ก เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ทัศนคติซึ่งกันและกัน อันจะเป็นการปกป้องเด็ก ๆ จากผลกระทบด้านลบทั้งหลายที่เกิดจากสื่อออนไลน์เช่น การวางแผน เพื่อทำงานร่วมกันระหว่างผู้ปกครอง ครูและเด็ก โดยการเปิดใจยอมรับในกระแสของสื่อออนไลน์พร้อมที่จะพูดคุยและ ใช้สื่อร่วมกันในลักษณะของ เวลาคุณภาพของครอบครัว และเป็นแบบอย่างที่ดีต่อเด็ก ๆ รวมทั้งการสอนให้เด็กรู้เท่าทันสื่อ ออนไลน์รวมทั้ง สอดแทรกเนื้อหาเข้าในบทเรียนต่างๆ เป็นต้น 22
บทที่ 3 วิธีการดำเนินงาน ททททททททศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอสัตหีบ ได้เห็นความสำคัญของ โครงการสร้างเครือข่ายดิจิทัลชุมชนระดับตำบล หลักสูตร..Digital Literacy Curriculum และหลักสูตร การค้าขายออนไลน์ โดยมีวัตถุเพื่อให้ประชาชนมีความรู้ การเข้าใจดิจิทัล (Digital Literacy Curriculum) และเพื่อให้ประชาชนมีความรู้ การเข้าใจการเปิดร้านค้าออนไลน์รวมถึงการประยุกต์ใช้ดิจิทัลเพื่อการใช้งาน อย่างเหมาะสม มีขั้นตอนดังนี้ 1.ประชุมบุคลากรกรรมการ กศน.ตำบลนาจอมเทียน 2.แต่งตั้งคณะทำงาน 3.ดำเนินงานตามแผน 4.ประชากรที่ใช้ในการดำเนินงาน 5.เครื่องมือที่ใช้ในการดำเนินงาน 6.การเก็บรวบรวมข้อมูล 7.การวิเคราะห์ข้อมูล 1. ประชุมบุคลากรกรรมการ กศน.ตำบลนาจอมเทียน ททททททททกศน.ตำบลนาจอมเทียน ได้วางแผนประชุมบุคลากรกรรมการ กศน.ตำบลนาจอมเทียน เพื่อหา แนวทางในการดำเนินงานและกำหนดวัตถุประสงค์ร่วมกัน 2. จัดตั้งคณะทำงาน ททททททททจัดทำคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานโครงการ เพื่อมอบหมอบหมายหน้าที่ในการทำงานให้ชัดเจน เช่น ทท 2.1 คณะกรรมการที่ปรึกษา/อำนวยการ มีหน้าที่อำนวยความสะดวก และให้คำปรึกษาแก้ไข ปัญหาที่เกิดขึ้น ททททททท2.2 คณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ มีหน้าที่ประชาสัมพันธ์รับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการ ททททททท2.3 คณะกรรมการฝ่ายรับลงทะเบียนและประเมินผลหน้าที่จัดทำหลักฐานการลงทะเบียนผู้เข้าร่วม โครงการ และรวบรวมการประเมินผล และรายงานผลการดำเนินการ 3. ดำเนินการตามแผนงานโครงการ ทททททททท-วันที่ 13-14 มิถุนายน 2563 ณ กศน.ตำบลนาจอมเทียน ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี -วันที่ 27-28 มิถุนายน 2563 ณ กศน.ตำบลนาจอมเทียน ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี 4. ประชากรที่ใช้ในการดำเนินงาน ททททททททเป็นนักศึกษาและประชาชนในตำบลนาจอมเทียน ทั้งหมดจำนวน 40 คน 5. เครื่องมือที่ใช้ในการดำเนินงาน ทททททททท1. แบบสำรวจความคิดเห็นโครงการสร้างเครือข่ายดิจิทัลชุมชนระดับตำบล หลักสูตร Digital Literacy Curriculum 2. แบบสอบถามความพึงพอใจโครงการสร้างเครือข่ายดิจิทัลชุมชนระดับตำบล หลักสูตร Digital Literacy Curriculum
6. การเก็บรวบรวมข้อมูล ททททททททจากการดำเนินงานโครงการสร้างเครือข่ายดิจิทัลชุมชนระดับตำบล หลักสูตร Digital Literacy Curriculum ในวันที่ 13-14 มิถุนายน 2563 และหลักสูตร การค้าขายออนไลน์ ในวันที่ 20-21 มิถุนายน 2563 ณ กศน.ตำบลนาจอมเทียน ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยมีวัตถุเพื่อให้ประชาชน มีความรู้ การเข้าใจดิจิทัล (Digital Literacy Curriculum) และเพื่อให้ประชาชนมีความรู้ การเข้าใจการเปิด ร้านค้าออนไลน์รวมถึงการประยุกต์ใช้ดิจิทัลเพื่อการใช้งานอย่างเหมาะสม มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 40 คน (เป้า 30 คน) โดยมีการแจกสอบถามทั้งหมด 40 ชุด และเก็บรวบรวมแบบสอบถามได้ 40 ชุด คิดเป็น 100 เปอร์เซ็นต์ 7. การวิเคราะห์ข้อมูล ททททททททจากการดำเนินงานโครงการสร้างเครือข่ายดิจิทัลชุมชนระดับตำบล หลักสูตร Digital Literacy Curriculum และหลักสูตร การค้าขายออนไลน์ โดยมีเครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลดังนี้ 1. ค่าแจกแจงความถี่ 2. ค่าร้อยละ 3. ค่าเฉลี่ย 4. ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน เพื่อให้ตอบสนองความต้องการของผู้เข้าอบรมได้รับประโยชน์นำไปใช้ได้จริงตามศักยภาพของแต่ ละคน ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป และได้ดำเนินการตามขั้นตอนและได้รวบรวมข้อมูลจากแบบสำรวจสถิติที่ใช้ ในการวิเคราะห์ กศน.ตำบลนาจอมเทียน จะได้นำแนวทางไปใช้ข้อมูลพิจารณาหลักสูตร เนื้อหาตลอดจน เทคนิควิธีการจัดการกระบวนการเรียนรู้ต่างๆ เพื่อให้ตอบสนองความต้องการของผู้เข้าอบรมได้รับประโยชน์ นำไปใช้ได้จริงตามศักยภาพของแต่ละคน ให้มีความเข้าใจและมีคุณภาพต่อไป ศูนย์การศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอสัตหีบ ได้ดำเนินการตามขั้นตอนและได้รวบรวมข้อมูล โดยใช้สภาพการใช้สื่อการ สอนของครูในสถานศึกษาเป็นแบบมาตรวัดประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ โดยมีรายละเอียดดังนี้ (บุญชม ศรีสะอาด และบุญส่ง นิลแก้ว ,2545) 5 หมายถึง มีการดำเนินงานในระดับมากที่สุด 4 หมายถึง มีการดำเนินงานในระดับมาก 3 หมายถึง มีการดำเนินงานในระดับปานกลาง 2 หมายถึง มีการดำเนินงานในระดับน้อย 1 หมายถึง มีการดำเนินงานในระดับน้อยที่สุด โดยมีเกณฑ์การแปลความหมายค่าเฉลี่ย (บุญชม ศรีสะอาด,2556) ดังนี้ 4.50 – 5.00 หมายถึง มีความคิดเห็น/การดำเนินงานอยู่ในระดับมากที่สุด 3.50 – 4.49 หมายถึง มีความคิดเห็น/การดำเนินงานอยู่ในระดับมาก 2.50 – 3.49 หมายถึง มีความคิดเห็น/การดำเนินงานอยู่ในระดับปานกลาง 1.50 – 2.49 หมายถึง มีความคิดเห็น/การดำเนินงานอยู่ในระดับน้อย 1.00 – 1.49 หมายถึง มีความคิดเห็น/การดำเนินงานอยู่ในระดับน้อยที่สุด ผู้เข้าร่วมโครงการจะต้องกรอกข้อมูลตามแบบสอบถาม เพื่อนำไปใช้ในการประเมินผลของการจัด กิจกรรมดังกล่าว และจะได้นำไปเป็นข้อมูล ปรับปรุง และพัฒนา ตลอดจนใช้ในการจัดทำแผนการดำเนินการ ในปีต่อไป 24
บทที่ 4 ผลการดำเนินการ จากผลการดำเนินงานการโครงการสร้างเครือข่ายดิจิทัลชุมชนระดับตำบล หลักสูตร Digital Literacy Curriculum ในวันที่ 13 -14 มิถุนายน 2563 และหลักสูตร การค้าขายออนไลน์ ในวันที่ 20-21 มิถุนายน 2563 ณ กศน.ตำบลนาจอมเทียน ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยมีวัตถุเพื่อให้ ประชาชนมีความรู้ การเข้าใจดิจิทัล (Digital Literacy Curriculum) และเพื่อให้ประชาชนมีความรู้ การเข้าใจ การเปิดร้านค้าออนไลน์รวมถึงการประยุกต์ใช้ดิจิทัลเพื่อการใช้งานอย่างเหมาะสม โดยมีวิทยากร ดังนี้ 1.นายวีรากร มณีทรัพย์สุคนธ์ 2.นางสาวจิราพร สีโสด 3.นางสาวกุสุมา เพชรสีนวล สรุปได้ดังนี้ จากแบบสอบถามที่ได้ สามารถนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล จากผู้ให้ข้อมูลทั้งหมดจำนวน 40 ชุด 1. ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถามของผู้เข้าโครงการสร้างเครือข่ายดิจิทัลชุมชนระดับ ตำบล หลักสูตร Digital Literacy Curriculum และหลักสูตร การค้าขายออนไลน์ 2. ตอนที่ 2 ข้อมูลเกี่ยวกับความพึงพอใจของผู้เข้าโครงการสร้างเครือข่ายดิจิทัลชุมชนระดับตำบล หลักสูตร Digital Literacy Curriculum และหลักสูตร การค้าขายออนไลน์ ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถามของผู้เข้าโครงการสร้างเครือข่ายดิจิทัลชุมชนระดับ ตำบล หลักสูตร Digital Literacy Curriculum และหลักสูตร การค้าขายออนไลน์ ผู้เข้าร่วมกิจกรรม ที่ตอบแบบสอบถามได้นำมาจำแนกตามเพศ อายุ และอาชีพ ผู้จัดทำได้เสนอ จำแนกตามข้อมูลดังกล่าว ดังปรากฏตาม ตารางที่ 1 ดังต่อไปนี้ ตารางที่ 1 แสดงค่าร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยจำแนกตามเพศ เพศ ความคิดเห็น ชาย หญิง จำนวน ร้อยละ จำนวน ร้อยละ ผู้เข้าโครงการสร้างเครือข่ายดิจิทัลชุมชนระดับตำบล หลักสูตร Digital Literacy Curriculum และหลักสูตร การค้าขายออนไลน์ 16 40.00 24 60.00 รรรรรรรรจากตารางที่ 1 แสดงผู้ตอบแบบสอบถามของผู้เข้าร่วมโครงการสร้างเครือข่ายดิจิทัลชุมชนระดับ ตำบล หลักสูตร Digital Literacy Curriculum และหลักสูตร การค้าขายออนไลน์เป็นชาย 16 คน คิดเป็น ร้อยละ 40.00 เป็นหญิง 24 คน คิดเป็นร้อยละ 60.00
ตารางที่ 2 แสดงค่าร้อยละของผู้ตอบแทนแบบสอบถาม โดยจำแนกตามอายุ อายุ ความคิดเห็น ต่ำกว่า15 ปี 16-39 ปี 40-59 ปี 60 ปีขึ้นไป จำนวน ร้อยละ จำนวน ร้อยละ จำนวน ร้อยละ จำนวน ร้อยละ ผู้เข้าโครงการสร้างเครือข่าย ดิจิทัลชุมชนระดับตำบล หลักสูตร Digital Literacy Curriculum และหลักสูตร การค้าขายออนไลน์ - - 38 95.00 2 5.00 - - รรรรรรรรจากตารางที่ 2 แสดงว่า จากตารางที่ 2 แสดงว่า ผู้ตอบแบบสอบถามผู้เข้าโครงการสร้างเครือข่าย ดิจิทัลชุมชนระดับตำบล หลักสูตร Digital Literacy Curriculum และหลักสูตร การค้าขายออนไลน์ในช่วง อายุ 16 -39 ปี จำนวน 38 คน คิดเป็นร้อยละ 95.00 และช่วงอายุ 40-59 ปีจำนวน 2 คน คิดเป็นร้อยละ 5.00 ตารางที่ 3 แสดงค่าร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถามโดยจำแนกตามอาชีพ ประเภท ความคิดเห็น รับจ้าง ค้าขาย รับราชการ เกษตรกรรม อื่น ๆ จำนวน ร้อย ละ จำนวน ร้อย ละ จำนวน ร้อย ละ จำนวน ร้อย ละ จำนวน ร้อยละ ผู้เข้าโครงการ สร้างเครือข่าย ดิจิทัลชุมชน ระดับตำบล หลักสูตร Digital Literacy Curriculum และหลักสูตร การค้าขาย ออนไลน์ 5 12.50 - - - - - - 35 87.50 รรรรรรรรจากตารางที่ 3 แสดงผู้ตอบแบบสอบถามของผู้เข้าโครงการสร้างเครือข่ายดิจิทัลชุมชนระดับตำบล หลักสูตร Digital Literacy Curriculum และหลักสูตร การค้าขายออนไลน์มีอาชีพอื่นๆ มากที่สุด จำนวน 35 คน คิดเป็นร้อยละ 87.50 รองลงมาคือ อาชีพรับจ้าง จำนวน 5 คน คิดเป็นร้อยละ 12.50 ตามลำดับ 26
ตอนที่2 ข้อมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นของผู้เข้าโครงการสร้างเครือข่ายดิจิทัลชุมชนระดับตำบล หลักสูตร Digital Literacy Curriculum และหลักสูตร การค้าขายออนไลน์ ทททททความคิดเห็นของผู้เข้ารับร่วมกิจกรรม จำนวน 40 คน จากแบบสอบถามทั้งหมดที่มีต่อโครงการสร้าง เครือข่ายดิจิทัลชุมชนระดับตำบล หลักสูตร Digital Literacy Curriculum และหลักสูตร การค้าขายออนไลน์ ตารางที่ 4 ผลการประเมินโครงการสร้างเครือข่ายดิจิทัลชุมชนระดับตำบล หลักสูตร Digital Literacy Curriculum และหลักสูตร การค้าขายออนไลน์ รายการที่ประเมิน N = 40 µ σ อันดับ ที่ ระดับผล การประเมิน ด้านหลักสูตร 1. กิจกรรมที่จัดสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ ของ หลักสูตร 4.55 0.51 1 มากที่สุด 2. เนื้อหาของหลักสูตรตรงกับความต้องการของ ผู้รับบริการ 4.45 0.51 8 มาก 3. การจัดกิจกรรมทำให้ผู้รับบริการสามารถ คิด เป็นทำเป็นแก้ปัญหาเป็น 4.50 0.51 5 มากที่สุด 4. ผู้รับบริการมีส่วนร่วมในการแสดงความคิด เห็น ต่อการจัดทำหลักสูตร 4.40 0.50 12 มาก 5. ผู้รับบริการสามารถนำความรู้ไปปรับใช้ใน ชีวิตประจำวันได้ 4.55 0.51 1 มากที่สุด 6. สื่อ/เอกสารประกอบการจัดกิจกรรมมีความ เหมาะสม 4.45 0.51 8 มาก ด้านวิทยากร 7. วิทยากรมีความรู้ความสามารถในการจัด กิจกรรม 4.55 0.51 1 มากที่สุด 8. เทคนิค/กระบวนในการจัดกิจกรรมของวิทยากร 4.45 0.51 8 มาก 9. วิทยากรมีการใช้สื่อที่สอดคล้องและเหมาะสมกับ กิจกรรม 4.50 0.51 5 มากที่สุด 10. บุคลิกภาพของวิทยากร 4.45 0.51 8 มาก ด้านสถานที่ ระยะเวลา และความพึงพอใจ 11. สถานที่ในการจัดกิจกรรมเหมาะสม 4.40 0.50 12 มาก 12. ระยะเวลาในการจัดกิจกรรมเหมาะสม 4.50 0.51 5 มาก 13. ความพึงพอใจในภาพรวมของผู้รับบริการต่อการ เข้าร่วมกิจกรรม 4.55 0.51 1 มากที่สุด ค่าเฉลี่ย 4.48 0.51 มาก 27
ททททททททจากตารางที่ 4 แสดงให้เห็นว่า ผู้เข้าร่วม โครงการสร้างเครือข่ายดิจิทัลชุมชนระดับตำบล หลักสูตร Digital Literacy Curriculum และหลักสูตร การค้าขายออนไลน์อยู่ในระดับ มาก เมื่อวิเคราะห์ เป็นรายข้อพบว่า อันดับที่ 1 คือ กิจกรรมที่จัดสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของหลักสูตร ,ผู้รับบริการสามารถนำ ความรู้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้, วิทยากรมีความรู้ความสามารถในการจัด กิจกรรม , ความพึงพอใจใน ภาพรวมของผู้รับบริการต่อการเข้าร่วมกิจกรรม มีค่าเท่ากันคือมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ (µ = 4.55) และลำดับ รองลงมาตามลำดับคือ การจัดกิจกรรมทำให้ผู้รับบริการสามารถคิดเป็นทำเป็นแก้ปัญหาเป็น, วิทยากรมีการใช้ สื่อที่สอดคล้องและเหมาะสมกับกิจกรรม , ระยะเวลาในการจัดกิจกรรมเหมาะสม มีค่าเท่ากันคือมีค่าเฉลี่ย เท่ากับ (µ =4.50) เป็นอันดับที่ 2 เนื้อหาของหลักสูตรตรงกับความต้องการของผู้รับบริการ , สื่อ/เอกสาร ประกอบการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสม , เทคนิค/กระบวนในการจัดกิจกรรมของวิทยากร ,บุคลิกภาพของ วิทยากร มีค่าเท่ากันคือมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ (µ =4.45) เป็นอันดับที่ 3 ผู้รับบริการมีส่วนร่วมในการแสดง ความคิด เห็นต่อการจัดทำหลักสูตร, สถานที่ในการจัดกิจกรรมเหมาะสม มีค่าเท่ากันคือ มีค่าเฉลี่ยเท่ากัน คือ (µ =4.50) ตามลำดับ 28
บทที่ 5 สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ ททททททททจากโครงการสร้างเครือข่ายดิจิทัลชุมชนระดับตำบล หลักสูตร Digital Literacy Curriculum ในวันที่ 13-14 มิถุนายน 2563 และหลักสูตร การค้าขายออนไลน์ในวันที่ 20-21 มิถุนายน 2563 ณ กศน.ตำบลนาจอมเทียน ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยมีวัตถุเพื่อให้ประชาชนมี ความรู้ การเข้าใจดิจิทัล (Digital Literacy Curriculum) และเพื่อให้ประชาชนมีความรู้ การเข้าใจการเปิด ร้านค้าออนไลน์รวมถึงการประยุกต์ใช้ดิจิทัลเพื่อการใช้งานอย่างเหมาะสม โดยมีวิทยากร ดังนี้ 1นายวีรากร มณีทรัพย์สุคนธ์ 2.นางสาวจิราพร สีโสด 3.นางสาวกุสุมา เพชรสีนวล ทั้งนี้ขอสรุปและอภิปรายผลและ ข้อเสนอแนะดังนี้ สรุปผลการดำเนินงาน ททททททททจากการดำเนินงานโครงการสร้างเครือข่ายดิจิทัลชุมชนระดับตำบล หลักสูตร Digital Literacy Curriculum และหลักสูตร การค้าขายออนไลน์ มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 40 คน โดยมีการแจกสอบถาม ทั้งหมด 40 ชุด ซึ่งผลการวิเคราะห์ข้อมูลดังนี้ ทททททททท1. ผู้ตอบแบบสอบถามของโครงการสร้างเครือข่ายดิจิทัลชุมชนระดับตำบล หลักสูตร Digital Literacy Curriculum และหลักสูตร การค้าขายออนไลน์จากจำนวนทั้งหมด 40 คน เป็นชาย 16 คน คิด เป็นร้อยละ 40.00 เป็นหญิง 24 คน คิดเป็นร้อยละ 60.00 ส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ16-39 ปีและส่วนใหญ่มี อาชีพอื่น ๆ มากที่สุด ทททททททท2. ข้อมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมโครงการสร้างเครือข่ายดิจิทัลชุมชนระดับตำบล หลักสูตร Digital Literacy Curriculum และหลักสูตร การค้าขายออนไลน์อยู่ในอยู่ในระดับ มาก เมื่อ วิเคราะห์เป็นรายข้อพบว่า อันดับที่ 1 คือ กิจกรรมที่จัดสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของหลักสูตร ,ผู้รับบริการ สามารถนำความรู้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้, วิทยากรมีความรู้ความสามารถในการจัด กิจกรรม , ความพึง พอใจในภาพรวมของผู้รับบริการต่อการเข้าร่วมกิจกรรม มีค่าเท่ากันคือมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ และลำดับ รองลงมาตามลำดับคือ การจัดกิจกรรมทำให้ผู้รับบริการสามารถคิดเป็นทำเป็นแก้ปัญหาเป็น, วิทยากรมีการใช้ สื่อที่สอดคล้องและเหมาะสมกับกิจกรรม , ระยะเวลาในการจัดกิจกรรมเหมาะสม มีค่าเท่ากันคือมีค่าเฉลี่ย เท่ากับเป็นอันดับที่ 2 เนื้อหาของหลักสูตรตรงกับความต้องการของผู้รับบริการ , สื่อ/เอกสารประกอบการจัด กิจกรรมมีความเหมาะสม , เทคนิค/กระบวนในการจัดกิจกรรมของวิทยากร ,บุคลิกภาพของวิทยากร มีค่า เท่ากันคือมีค่าเฉลี่ยเท่ากับเป็นอันดับที่ 3 ผู้รับบริการมีส่วนร่วมในการแสดงความคิด เห็นต่อการจัดทำ หลักสูตร ,สถานที่ในการจัดกิจกรรมเหมาะสม มีค่าเท่ากันคือ มีค่าเฉลี่ยเท่ากันเป็นลำดับสุดท้าย ตามลำดับ ท อภิปรายผล ททททททททจากโครงการสร้างเครือข่ายดิจิทัลชุมชนระดับตำบล หลักสูตร Digital Literacy Curriculum และหลักสูตร การค้าขายออนไลน์พบว่า อยู่ในระดับ มาก เมื่อวิเคราะห์เป็นรายข้อพบว่า อันดับที่ 1 คือ กิจกรรมที่จัดสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของหลักสูตร ,ผู้รับบริการสามารถนำความรู้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ได้, วิทยากรมีความรู้ความสามารถในการจัด กิจกรรม , ความพึงพอใจในภาพรวมของผู้รับบริการต่อการเข้า ร่วมกิจกรรม มีค่าเท่ากันคือมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ และลำดับรองลงมาตามลำดับคือ การจัดกิจกรรมทำให้ ผู้รับบริการสามารถคิดเป็นทำเป็นแก้ปัญหาเป็น, วิทยากรมีการใช้สื่อที่สอดคล้องและเหมาะสมกับกิจกรรม , ระยะเวลาในการจัดกิจกรรมเหมาะสม มีค่าเท่ากันคือมีค่าเฉลี่ยเท่ากับเป็นอันดับที่ 2 เนื้อหาของหลักสูตรตรง
กับความต้องการของผู้รับบริการ , สื่อ/เอกสารประกอบการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสม , เทคนิค/กระบวนใน การจัดกิจกรรมของวิทยากร ,บุคลิกภาพของวิทยากร มีค่าเท่ากันคือมีค่าเฉลี่ยเท่ากับเป็นอันดับที่ 3 ผู้รับบริการมีส่วนร่วมในการแสดงความคิด เห็นต่อการจัดทำหลักสูตร, สถานที่ในการจัดกิจกรรมเหมาะสม มี ค่าเท่ากันคือ มีค่าเฉลี่ยเท่ากันเป็นลำดับสุดท้าย ตามลำดับ ซึ่งผู้เข้าร่วมโครงการเป็นชาย 3 เป็นหญิง 17 คน และมีอาชีพอื่นมากที่สุด เช่น ว่างงาน โดยผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับดิจิทัล ให้รู้เท่าทัน สื่อดิจิทัล คิด วิเคราะห์ แยกแยะ สื่อดิจิทัลเพื่อการบริโภคได้รวมถึงการประยุกต์ใช้ดิจิทัลเพื่อการใช้งานอย่าง เหมาะสม รวมถึงมีความเข้าใจ กฎระเบียบ กฎกติกา มารยาท และกฎหมายเกี่ยวกับการใช้สื่อ Social Media สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม และถูกต้อง และให้ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับเทคนิคการสืบค้นข้อมูลใน Internet สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสมและถูกต้อง รวมทั้งเพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้ ความเข้าใจ ทักษะในการใช้ Application Line สามารถนำไปใช้ใน ชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม และถูกต้อง ททททททททซึ่งสอดคล้องและเกี่ยวข้องการวิจัยเรื่อง “ความรู้เท่าทันการสื่อสารยุคดิจิทัลกับบทบาทในการ กำหนดแนวทางการปฏิรูปการสื่อสารในสังคมไทย” ของ รศ.ดร.พีระ จิรโสภณ และคณะ เป็นการวิจัยเชิง สำรวจ กลุ่มเป้าหมายประชากรกรุงเทพมหานครที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 400 คน ผนวกกับการจัดกลุ่ม อภิปรายโดยเชิญผู้ทรงคุณวุฒิผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อการและการรู้เท่าทันสื่อและการสื่อสารร่วมให้ความคิดเห็น เพื่อประมวลองค์ความรู้ แนวคิดและการดำเนินการเรื่องการรู้เท่าทันการสื่อสาร การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ หลัก 3 ด้านคือ (1) เพื่อการประมวลแนวคิด องค์ความรู้และการดำเนินการเรื่องการรู้เท่าทันสื่อและการ สื่อสารในประเทศไทย จากผู้ทรงคุณวุฒิ (2) สำรวจลักษณะทางประชากรศาสตร์ พฤติกรรมการเปิดรับและ การใช้สื่อ ระดับการรู้เท่าทันการสื่อสารของกลุ่มตัวอย่างและ (3) ศึกษาแนวทางในการส่งเสริมบทบาทความ เป็นพลเมืองและการขับเคลื่อนการรู้เท่าทันการสื่อสารปฏิรูปการสื่อสารในสังคมไทย ผู้ทรงคุณวุฒิในการอธิป รายกลุ่มให้ข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษาวิจัยและการขับเคลื่อนเพื่อการส่งเสริมการเรียนรู้ การรู้เท่าทันสื่อและการ สื่อสารในระดับต่าง ๆ ทั้งการจัดหลักสูตรการเรียนการสอนในโรงเรียนและการรณรงค์ในกลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ ผู้ทรงคุณวุฒชี้ประเด็นปัญหาการนิยามขอบเขตการรู้เท่าทันสื่อและการสื่อสารที่ยังแตกต่างกัน รวมทั้งการ สร้างตัวชี้วัด และการวินิจฉัยการเป็นผู้รู้เท่าทันหรือไม่รู้เท่าทันที่ยังไม่สอดคล้องกัน ซึ่งผู้ศึกษาวิจัยควรจะต้อง กำหนดขอบเขตแนวคิดให้เจาะจงเป็นแบบแผนชัดเจน ในการสำรวจประชากรพบว่าเป็นเพศหญิงมากกว่า ชาย อายุกระจายทุกวัย การศึกษาส่วนใหญ่ปริญญาตรี อาชีพกระจายทุกประเภท แต่ส่วนใหญ่เป็นนักศึกษา มี ทั้งกลุ่มทำงานและไม่ทำงานในสัดส่วนใกล้เคียงกัน ระดับรายได้ค่อนข้างต่ำอยู่ในกลุ่ม 1 – 2 หมื่นบาทมาก ที่สุด ประชากรร้อยละ 96.19 หรือเกือบทั้งหมดมีสมาร์ทโฟนใช้เป็นของตนเองรวมทั้งมีคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ และโน้ตบุ๊กมากกว่าครึ่งหนึ่ง มีพฤติกรรมเปิดรับสื่อเว็ปไซต์ค่อนข้างบ่อยรวมทั้งเปิดรับสื่อสังคมออนไลน์ โดย ใช้ไลน์มากที่สุดบ่อยถึงบ่อยมาก เฟซบุ๊กรองลงมาตามด้วยยูทูป กูเกิล อินสตาแกรม สำหรับสื่อดั้งเดิมเปิดรับ โทรทัศน์เกือบทุกวันจนถึงทุกวัน รองลงมาอ่านหนังสือพิมพ์ ฟังวิทยุและติดตามนิตยสารบ่อยปานกลาง ส่วน ใหญ่มีวัตถุประสงค์ในการใช้ทั้งสื่อดั้งเดิมและสื่อใหม่ เพื่อติดตามเหตุการณ์ข่าวสาร่าง ๆ และเพื่อความบันเทิง ผ่อนคลาย สำหรับสื่อใหม่ใช้เพื่อการสื่อสารพูดคุยกับบุคคลต่าง ๆ อยู่ในเกณฑ์บ่อย ระดับการรู้เท่าทันการ สื่อสาร ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มระดับปานกลาง ร้อยละ 54.5 รองลงมาเป็นกลุ่มระดับต่ำ ร้อยละ 30.75 และกลุ่ม ระดับสูงเพียงร้อยละ 14.75 29
สรุปผลด้านหลักสูตร มีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของหลักสูตร ผู้เรียนมีความพึงพอใจ เนื้อหาของหลักสูตร ตรงกับความต้องการของผู้เข้าอบรม ผู้เข้าอบรมนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้มีความพึงพอใจอยู่ในระดับ มากถึงมากที่สุด ด้านวิทยากร วิทยากรมีความรู้ความสามารถในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้อย่างดีเทคนิค/กระบวนการใน การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของวิทยากรเหมาะสม วิทยากรมีการใช้สื่อที่สอดคล้องและเหมาะสมกับกิจกรรม และบุคลิกภาพของวิทยากร ดีเหมาะสม มีความพึงพอใจอยู่ในระดับ มากถึงมากที่สุด ด้านสถานที่ ระยะเวลา และความพึงพอใจ สถานที่ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้มีความเหมาะ ระยะเวลาในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เหมาะ ผู้เข้ารับการอบรมมีความพึงพอใจต่อการเข้าร่วมกิจกรรม มีความพึงพอใจอยู่ในระดับ มากถึงมากที่สุด สรุปผลในภาพรวมของโครงการ ผู้เข้าอบรมมีความพึงพอใจอยู่ในระดับ มาก ข้อเสนอแนะ - 30
บรรณานุกรม บุญชม ศรีสะอาด และ บุญส่ง นิลแก้ว (2545) . การอ้างอิงกลุ่มประชากรเมื่อใช้เครื่องมือแบบมาตราส่วน ประมาณค่ากับกลุ่มตัวอย่าง. วารสารการวัดผลการศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒมหาสารคราม ,3(1),22-25). รศ.ดร.พีระ จิรโสภณ และคณะ,งานวิจัย ความรู้เท่าทันการสื่อสารยุดิจิทัลกับบทบาทในการกำหนดแนว ทางการปฏิรูปการสื่อสารในสังคมไทย. วิไลภรณ์ จิรวัฒนเศรษฐ์, งานวิจัย เรื่องเด็กยุคดิจิทัลภายใต้สังคมแห่งสื่อออนไลน์และการเรียนรู้ทางสังคม ของ. https://drive.google.com/file/d/1JCM6yFGsTcm9megAjdRNsZUHUkLeyN9V/view http://www.ocsc.go.th/DLProject/mean-dlp https://www.nstda.or.th/th/nstda-knowledge/142-knowledges/2632 http://zaysai18.blogspot.com/2015/11/blog-post.html
ภาคผนวก
รายงานผลการดำเนินงาน โครงการสร้างเครือข่ายดิจิทัลชุมชนระดับตำบล หลักสูตร Digital Literacy Curriculum และหลักสูตรการค้าออนไลน์ ประจำปีงบประมาณ 2563 ผู้รับผิดชอบโครงการ นายวีรากร มณีทรัพย์สุคนธ์ และนางสาวจิราพร สีโสด 1.หลักการและเหตุผล ประเทศไทยให้ความสำคัญกับการพัฒนาและการนำ ICT มาใช้เป็นเครื่องมือสนับสนุน (enabling technology) ในการพัฒนาประเทศมาโดยตลอด และในปัจจุบันรัฐบาลได้ตระหนักถึงอิทธิพลของเทคโนโลยี ดิจิทัลที่มีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายของประเทศไทย ที่จะปรับปรุง ทิศทางการดำเนินงานของประเทศด้วยการใช้ประโยชน์สูงสุดจากเทคโนโลยีดิจิทัล นำมาสู่การจัดทำ แผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อให้การดำเนินงานสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาประเทศ ลดความเลื่อมล้ำ สร้างโอกาส และยกระดับคุณภาพการศึกษา การใช้สื่อเทคโนโลยีทางการศึกษาและเทคโนโลยีการสื่อสารที่ทันสมัย และ เหมาะสม เป็นเครื่องมือในการสร้างโอกาสและกระจายโอกาสทางการศึกษา ตลอดจนส่งเสริมให้มีการสร้าง องค์ความรู้ที่หลากหลาย มีความถูกต้องและสอดคล้องกับความจำเป็นและความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย สำนักงาน กศน.จังหวัดชลบุรี จึงได้จัดโครงการสร้าง เครือข่ายดิจิทัลชุมชนระดับตำบลขึ้น 2.วัตถุประสงค์ 1. เพื่อให้ประชาชนมีความรู้ การเข้าใจดิจิทัล (Digital Literacy Curriculum) 2. เพื่อให้ประชาชนมีความรู้ การเข้าใจการเปิดร้านค้าออนไลน์ 3.เป้าหมาย 3.1 เชิงปริมาณ ประชาชนในพื้นที่ตำบลนาจอมเทียน จำนวน 30 คน 3.2 เชิงคุณภาพ 3.2.1 ร้อยละ 80 ของประชาชนผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้ด้านการตลาดและการเพิ่มมูลค่าสินค้า เพิ่มมากขึ้น 3.2.2 ร้อยละ 80 ของประชาชนผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้ด้านการโปรโมทสินค้าเพิ่มมากขึ้น 4.ตัวชี้วัดความสำเร็จ ดัชนีตัวชี้วัดผลสำเร็จของโครงการ 4.1 ตัวชี้วัดผลผลิต (Outputs) - มีผู้เข้าร่วมโครงการฯ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของกลุ่มเป้าหมาย - ผู้เข้าร่วมโครงการมีความพึงพอใจในระดับมากขึ้นไปไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 4.2 ตัวชี้วัดผลลัพธ์ (Outcome) PDCA
- ผู้เข้าร่วมโครงการฯ ร้อยละ 80 ได้นำความรู้ด้านการตลาดและการเพิ่มมูลค่าสินค้าเพิ่มมากขึ้น - ผู้เข้าร่วมโครงการฯ ร้อยละ 80 ได้นำความรู้ด้านการโปรโมทสินค้าเพิ่มมากขึ้น 5.ขั้นตอนการดำเนินการโครงการ กิจกรรมหลัก วัตถุประสงค์ กลุ่มเป้าหมาย เป้าหมาย พื้นที่ ดำเนินงาน ระยะเวลา งบประมาณ ขั้นการวางแผน (P:Plan) 1. วางแผนการจัด โครงการ 1.1 ประชุม 1.2 เขียนโครงการ/ อนุมัติ - กำหนด เป้าหมายและ วางแผนการ ดำเนินงาน 1.ครู กศน. ตำบล 2.ครู ศรช. 2 คน 1 คน กศน.ตำบล นาจอม เทียน วันที่ 4 มิถุนายน 2563 ขั้นการดำเนินงาน (D:Do) 1. ประสานการ ดำเนินงานตามแผน - เพื่ อ เต รี ย ม ความพร้อมใน การ ดำเนินงาน 1.ครู กศน. ตำบล 2.ครู ศรช. 2 คน 1 คน กศน.ตำบล นาจอม เทียน วันที่ 5 มิถุนายน 2563 2. โครงการสร้าง เครือข่ายดิจิทัลชุมชน ระดับตำบล หลักสูตร Digital Literacy Curriculum หลักสูตร การค้าขาย ออนไลน์ 1.เพื่อให้ ประชาชนมี ความรู้ การ เข้าใจดิจิทัล (Digital Literacy Curriculum) 2 เพื่อให้ ประชาชนมี ความรู้ การ เข้าใจการเปิด ร้านค้าออนไลน์ ประชาชน ในตำบล นาจอมเทียน 15 คน 15 คน กศน.ตำบล นาจอม เทียน วันที่ 13-14 มิถุนายน 2563 วันที่ 20-21 มิถุนายน 2563 9,200.-บาท ขั้นสรุปและ ประเมินผล (C : Check) 4. สรุปรายงานผล และนำไปปรับปรุง การจัดกิจกรรม 1.เพื่อสรุปจัดทำ เป็นรายงาน เผยแพร่ต่อต้น สังกัดและ สาธารณะ 2. เพื่อนำผลการ ประเมินไปพัฒนา โครงการต่อไป 1.ผู้รับผิดชอบ โครงการฯ 2.ครู กศน.ตำบล 3.ครู ศรช. 2 คน 1 คน กศน.ตำบล นาจอม เทียน วันที่ 24 มิถุนายน 2563
ขั้นปรับปรุงตามผล การประเมิน (A : Act) 5.กำหนดแนวทางใน การปรับปรุงการ ดำเนินงานในครั้ง ต่อไปให้มีคุณภาพ มากยิ่งขึ้น 1.ครู กศน. ตำบล 2.ครู ศรช. 2 คน 1 คน กศน.ตำบล นาจอม เทียน 6.ระยะเวลาดำเนินงาน - หลักสูตร Digital Literacy Curriculum วันที่ 13-14 มิถุนายน 2563 - หลักสูตร การค้าออนไลน์วันที่ 20-21 มิถุนายน 2563 7.สถานที่ในการจัดกิจกรรมโครงการ - กศน.ตำบลนาจอมเทียน หมู่ที่ 5 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 8.ผลการดำเนินโครงการ 8.1 ผลการประเมินข้อมูลพื้นฐานของผู้เข้าร่วมโครงการ -จำนวนผู้เข้าอบรมจำนวน 40 คน เป็นเพศชาย จำนวน 16 คน เพศหญิง จำนวน 24 คน มี ช่วงอายุ16-39 ปี จำนวน 38 คน และช่วงอายุ 40-59 ปี จำนวน 2 คน และมีอาชีพ รับจ้าง 5 คน และอาชีพ อื่น จำนวน 35 คน เช่น ว่างงาน เป็นต้น 8.2 ความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมโครงการ - ผู้เข้าร่วมโครงการมีความพึงพอใจในระดับมากขึ้นไปไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 8.3 บรรลุตามวัตถุประสงค์คือ - ผู้เข้าร่วมโครงการฯ ร้อยละ 80 ได้นำความรู้ด้านการตลาดและการเพิ่มมูลค่าสินค้าเพิ่ม มากขึ้น - ผู้เข้าร่วมโครงการฯ ร้อยละ 80 ได้นำความรู้ด้านการโปรโมทสินค้าเพิ่มมากขึ้น 8.4 สรุปงบประมาณในการดำเนินงาน - วงเงินงบประมาณทั้งโครงการ 9,200.-บาท งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 งบรายจ่ายอื่น รายการค่าใช้จ่ายโครงการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาพื้นที่ภาคตะวันออก สำนักงาน กศน. รหัสงบประมาณ 2000234752700004
9. จำนวนผู้เรียนและผู้ผ่านการเรียน/อบรม จำแนกตามอายุและเพศ เพศ อายุ ต่ำกว่า 15 ปี 15-39 ปี 40-59 ปี 60 ปีขึ้นไป รวม รวมทั้งสิ้น ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ จำนวนผู้เรียน 16 24 40 จำนวนผู้ผ่านการฝึกอบรม 16 24 40 10. จำนวนผู้เรียนและผู้ผ่านการฝึกอบรม จำแนกตามกลุ่มอาชีพและเพศ กลุ่มอาชีพ อายุ รับ ราชการ พนักงาน รัฐวิสาหกิจ ค้าขาย เกษตรกรรม รับจ้าง อื่นๆ รวม รวม ทั้งสิ้น ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ จำนวนผู้เรียน 2 3 14 21 16 24 40 จำนวนผู้ผ่านการฝึกอบรม 2 3 14 21 16 24 40 11. จำนวนผู้เรียนและผู้ผ่านการฝึกอบรม จำแนกตามกลุ่มเป้าหมายและเพศ กลุ่มเป้าหมายอายุ ผู้นำ ท้องถิ่น อบต. ผู้ต้องขัง ทหาร กอง ประจำ การ แรงงานไทย แรงง าน ต่าง ด้าว เกษตร กร อสม. กลุ่ม สตรี อื่น ๆ รวม รวม ทั้งสิ้น ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ ช ญ จำนวนผู้เรียน 16 24 16 24 40 จำนวนผู้ผ่านการ ฝึกอบรม 16 24 16 24 40 12.ปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นระหว่างดำเนินงาน …....................................-…............................................................................................. 13.ข้อเสนอแนะในการจัดกิจกรรมโครงการครั้งต่อไป ….....................................-….............................................................................................
14.ภาพกิจกรรม ภาพรายงานผลการดำเนินงาน โครงการสร้างเครือข่ายดิจิทัลชุมชนระดับตำบล หลักสูตร Digital Literacy Curriculum ระหว่างวันที่ 13 – 14 มิถุนายน 2563 ณ กศน.ตำบลนาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี
ภาพรายงานผลการดำเนินงาน (ต่อ) โครงการสร้างเครือข่ายดิจิทัลชุมชนระดับตำบล หลักสูตร Digital Literacy Curriculum ระหว่างวันที่ 13 – 14 มิถุนายน 2563 ณ กศน.ตำบลนาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ............................................ ผู้รายงาน ............................................ ผู้รายงาน ( นางสาวจิราพร สีโสด) ( นายวีรากร มณีทรัพย์สุคนธ์)
ภาพรายงานผลการดำเนินงาน โครงการสร้างเครือข่ายดิจิทัลชุมชนระดับตำบล หลักสูตร การค้าออนไลน์ ระหว่างวันที่ 20 – 21 มิถุนายน 2563 ณ กศน.ตำบลนาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี
ภาพรายงานผลการดำเนินงาน (ต่อ) โครงการสร้างเครือข่ายดิจิทัลชุมชนระดับตำบล หลักสูตร การค้าออนไลน์ ระหว่างวันที่ 20 – 21 มิถุนายน 2563 ณ กศน.ตำบลนาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ............................................ ผู้รายงาน ............................................ ผู้รายงาน ( นางสาวจิราพร สีโสด) ( นายวีรากร มณีทรัพย์สุคนธ์)
ภาคผนวก ก. แบบสำรวจผู้เข้าร่วมโครงการสร้างเครือข่ายดิจิทัลชุมชนระดับตำบล ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอสัตหีบ (กศน.ตำบลนาจอมเทียน) 1. ข้อมูลทั่วไป 1.1. ชื่อ....................................................................... นามสกุล ..................................................อายุ 1.2. อาชีพปัจจุบัน ( ) ไม่มี ( ) มี ระบุ............................................................................. 1.3. ที่อยู่ ...................................................................................................โทรศัพท์..... ........................... 2. ความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย (ทำเครื่องหมาย ✓ตรงหน้าอาชีพที่ต้องฝึกอบรม) หมวดเกษตรกรรม ( ) การปลูกผักไฮโดรลิก ( ) หลักเกษตรธรรมชาติ ( ) การปลูกพืชผักสมุนไพร ( ) การเพาะเห็ดนางฟ้า ( ) การเพาะเห็ดฟางด้วยตะกร้าอย่างง่าย ( ) Master Trainer ( ) อื่นๆ ระบุ................................................................... หมวดอุตสาหกรรม ( ) ช่างซ่อมเครื่องยนต์เล็ก ( ) ช่างเดินสายไฟภายในอาคาร ( ) ช่างก่อสร้าง ( ) ช่างปูน ( ) ช่างปูกระเบื้อง ( ) ช่างไม้ ( ) ช่างทาสี ( ) ช่างซ่อมโทรศัพท์ ( ) ช่างซ่อมอุปกรณ์ไฟฟ้า ( ) อื่นๆ ระบุ ................................................................. หมวดพาณิชยกรรม ( ) คอมพิวเตอร์เบื้องต้น ( ) การนวดแผนไทย ( ) การจัดการตลาด ( ) การทำบัญชีอย่างง่าย ( ) ภาษาจีนเพื่อการสื่อสาร ( ) ภาษาอังกฤษเพื่ออาชีพพนักงานขายสินค้า ( ) อื่นๆ ระบุ ................ หมวดความคิดสร้างสรรค์ ( ) การทำข้าวเกรียบสมุนไพร ( ) การทำสบู่สมุนไพรจากธรรมชาติ ( ) การทำขนมไทย ( ) การสานกระเป๋าจากเส้นพลาสติก ( ) กะหรี่ปั๊บทรงเครื่อง ( ) การเพ้นท์เล็บ ( ) การแปรรูปเห็ด ( ) น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ( ) การส่งเสริมอาชีพด้วยสมุนไพรไทย ( ) ศิลปะประดิษฐ์จากผ้าใยบัว ( ) การประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์ของเหลือใช้จากกระป๋องอลูมิเนียม ( ) อื่นๆ ระบุ .............................................. ( ) กิจกรรมบริจาคหนังสือ/ส่งเสริมการอ่าน หมวดกลุ่มอาชีพอำนวยการและอาชีพ ( ) การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ( ) การซ่อมคอมพิวเตอร์เบื้องต้น ( ) การซ่อมเสื้อผ้า ( ) ช่างเสริมสวย ( ) การซ่อมรองเท้า ( ) ช่างเย็บผ้าอุตสาหกรรม ( ) ช่างตัดผมชาย ( ) อื่นๆ ระบุ ...............................................................
หมวดกลุ่มทักษะชีวิต ( ) การทำบัญชีครัวเรือน ( ) โภชนาการผู้สูงอายุ ( ) อบรมเรื่องยาเสพติด ( ) ภาษาอาเซียน ( ) การใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม ( ) ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ( ) การส่งเสริมการอ่าน ( ) การค้าออนไลน์ ( ) การเข้าใจดิจิทัล ( ) อื่นๆ ระบุ ............................................................... 3. ระยะเวลาที่ต้องการให้ดำเนินการฝึกอบรม ( ) วันหยุดราชการระหว่างเวลา _______________________ จำนวน _________วัน ( ) วันราชการระหว่างเวลา __________________________จำนวน _________วัน 4. สถานที่ฝึกอบรม ( ) ในชุมชน ( ) สถานประกอบการ ............................................................................... ( ) อื่นๆ (ระบุ) ........................................................................................... 5. องค์ความรู้ที่ต้องการ ( ) ฝึกปฏิบัติ ( ) การเพิ่มมูลค่าผลผลิต ( ) การตลาด ( ) อื่นๆ ระบุ ................................................................................................. ขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ กศน.ตำบลนาจอมเทียน โทร.0912647737