154
คาอธิบายรายวิชา
รายวิชาฟิสิกส์ 5 รหสั วิชา ว33201 ประเภทวชิ าเพิ่มเติม
ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 6 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลาเรียน 80 ชว่ั โมง 2.0 หน่วยกิต
ศึกษาหลักการของสสารและฟิสิกส์แผนใหม่ในเร่ือง ความร้อน การเปลี่ยนสถานะของสาร
ทฤษฎีจลน์ของแก๊ส กฎของแก๊สและพลังงานภายในระบบของแก๊ส ความดันในของไหลและกฎพาส
คัล แรงพยุงและหลักอาร์คิมีดีส ความตึงผิว การเคลื่อนที่ในของไหล และหลักแบร์นูลลี การค้นพบ
อิเล็กตรอน แนวคิดเกี่ยวกับแบบจาลองอะตอม สมมติฐานของพลังค์ ปรากฏการณ์โฟโตอิเล็กทริก
ทวิภาวะของคลื่นและอนุภาค กัมมันตภาพรังสี การสลายกัมมันตรังสี ปฏิกิริยานิวเคลียร์ พลังงาน
นิวเคลียร์ รังสีในธรรมชาติ การป้องกันอันตรายและการใช้ประโยชน์จากกัมมันตภาพรังสี และ
พลังงานนิวเคลียร์
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบค้นข้อมูล การสารวจตรวจสอบ เพื่อให้เกิด
ความรู้ ความเข้าใจ ความคิดมีความสามารถในการสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ การตัดสินใจ การนาความรู้
ไปใช้ในชีวติ ประจาวัน
มีจิตวทิ ยาศาสตร์ จริยธรรม คณุ ธรรมและค่านิยมที่เหมาะสม
ผลการเรียนรู้
1. อธิบายความดนั หลกั การของเครือ่ งวดั ความดัน
2. อธิบายหลักอารค์ ิมดี ิสและนาไปใช้อธิบายเกีย่ วกบั การลอยของวัตถใุ นของไหล
3. อธิบายความตงึ ผวิ ของของเหลวและความหนดื ในของเหลว
4. อธิบายการไหลของของไหลอุดมคติซึง่ เป็นการเคลือ่ นที่ทีเ่ ป็นไปตามกฎการอนุรกั ษ์
พลังงาน
5. อธิบายผลของความรอ้ นทีท่ าให้สารเปลี่ยนอุณหภูมิและเปลี่ยนสถานะ
6. อธิบายแก๊สอุดมคติกฎของแก๊สและใช้กฎของแก๊สอธิบายพฤติกรรมของแก๊ส
7. อธิบายทฤษฎีจลน์ของแก๊สและใช้ทฤษฎีจลน์ของแก๊สอธิบายสมบัติทางกายภาพของแก๊ส
ได้
8. อธิบายพลังงานภายในระบบ และความสมั พนั ธ์ระหว่างพลังงานความรอ้ นพลังงานภายใน
ระบบ และงานทีร่ ะบบทาหรอื รับจากสิ่งแวดล้อม
9. อธิบายการค้นพบอิเล็กตรอนและโครงสร้างอะตอมตามแบบจาลองอะตอมของทอมสนั
และรทั เทอร์ฟอรด์
10. อธิบายสมมตฐิ านของพลังค์
11. อธิบายทฤษฎีอะตอมของไฮโดรเจนของโบร์และระดบั พลงั งานของอะตอม
155
12. อธิบายปรากฏการณ์โฟโตอิเลก็ ทริกและปรากฏการณ์คอมป์ตนั ซึง่ เป็นปรากฏการณ์ที่
สนับสนุนว่าแสงแสดงสมบัติของอนุภาคได้
13. อธิบายสมมตฐิ านของเดอบรอยล์และทวิภาวะของคลืน่ และอนุภาค
14. อธิบายโครงสรา้ งอะตอมตามทฤษฎีกลศาสตร์ควอนตัม
15. อธิบายกัมมันตภาพรังสีและการเปลี่ยนสภาพนิวเคลียสของธาตกุ ัมมันตรังสี
16. อธิบายหลักการที่เกี่ยวข้องการสลายของธาตกุ ัมมันตรังสี
17. อธิบายไอโซโทปและการแยกไอโซโทป
18. อธิบายแรงนิวเคลียร์พลังงานยึดเหนีย่ วและเสถียรภาพของนวิ เคลียส
19. อธิบายปฏิกิรยิ านวิ เคลียร์และพลงั งานนิวเคลียร์ที่เกิดข้ึนรวมทั้งการใช้ประโยชน์
20. อธิบายประโยชน์และโทษของรงั สีและการป้องกัน
รวมทัง้ หมด 20 ผลการเรียนรู้
156
คาอธิบายรายวิชา
รายวิชาเคมี 1 รหัสวิชา ว31221 ประเภทวิชาเพิ่มเติม
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลาเรียน 60 ชว่ั โมง 1.5 หน่วยกิต
ศกึ ษาข้อปฏิบตั ิเบื้องตน้ ในการทาปฏิบตั ิการเคมี การเลือกใช้อุปกรณ์และเครื่องมอื ในการทา
ปฏิบัติการ การระบหุ น่วยวดั ปริมาณต่าง ๆ ของสาร การเปลี่ยนหน่วยในระบบเอสไอด้วยการใช้แฟก
เตอร์เปลี่ยนหน่วย ศึกษาแบบจาลองอะตอม สัญลักษณ์นิวเคลียร์ของธาตุ อนุภาคมูลฐานของ
อะตอม การจัดเรียงอิเล็กตรอนในอะตอม การจัดเรียงธาตุในตารางธาตุ แนวโน้มสมบัติบางประการ
ของธาตุในตารางธาตุตามหมู่และตามคาบ สมบัติของธาตุโลหะแทรนซิชัน การเปรียบเทียบสมบัติ
กับธาตุโลหะในกลุ่มธาตุเรพรีเซนเททีฟ ศึกษาและอธิบายสมบัติและคานวณครึ่งชีวิตของไอโซโทป
กัมมันตรังสี ยกตัวอย่างการนาธาตุมาใช้ประโยชน์ รวมท้ังผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม
ศึกษาการเกิดพันธะไอออนิก สูตรและการเรียกชื่อสารประกอบไอออนิก การเปลี่ยนแปลงพลังงาน
ในการเกิดสารประกอบไอออนิก สมบัติของสารประกอบไอออนิก ปฏิกิริยาของสารประกอบไอออ
นิก ศึกษาการเกิดพันธะและชนิดของพันธะโคเวเลนต์ การเขียนสูตรและเรียกชื่อสารโคเวเลนต์
ความยาวพันธะและพลังงานพันธะในสารโคเวเลนต์ พลังงานที่เกี่ยวข้องกับปฏิกิริยาของสารโคเว-
เลนต์ รูปร่างโมเลกุลโคเวเลนต์ สภาพข้ัวของโมเลกุลโคเวเลนต์ แรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลโคเว
เลนต์ สมบัติของสารโคเวเลนต์โครงรา่ งตาข่าย ศกึ ษาการเกิดโลหะและสมบตั ิของโลหะ
โดยใช้การเรียนรู้ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสารวจ
ตรวจสอบ สามารถนาความรู้และหลักการไปใช้ประโยชน์ เชื่อมโยง อธิบายปรากฏการณ์ หรือ
แก้ปัญหาในชีวิตประจาวัน สามารถจัดกระทาและวิเคราะห์ข้อมูล สื่อสารสิ่ งที่เรียนรู้ มี
ความสามารถในการตัดสินใจแก้ปัญหา มีจิตวิทยาศาสตร์ เห็นคุณค่าของวิทยาศาสตร์ มีจริยธรรม
คุณธรรมและคา่ นิยมที่เหมาะสม
ผลการเรียนรู้
1. บอกและอธิบายข้อปฏิบัติเบื้องต้น และปฏิบัติตนที่แสดงถึงความตระหนักในการทา
ปฏิบัติการเคมีเพื่อให้มีความปลอดภัยท้ังต่อตนเอง ผู้อื่น และสิ่งแวดล้อม และเสนอแนว
ทางแก้ไขเมือ่ เกิดอบุ ตั ิเหตุ
2. เลือกและใช้อุปกรณ์หรือเคร่ืองมือในการทาปฏิบัติการ และวัดปริมาณต่าง ๆ ได้อย่าง
เหมาะสม
3. นาเสนอแผนการทดลอง ทดลอง และเขียนรายงานการทดลอง
157
4. ระบหุ นว่ ยวดั ปริมาณต่าง ๆ ของสาร และเปลี่ยนหนว่ ยวดั ใหเ้ ป็นหนว่ ยในระบบเอสไอด้วย
การใชแ้ ฟกเตอร์เปลี่ยนหน่วย
5. สืบค้นข้อมูลสมมติฐาน การทดลอง หรือผลการทดลองที่เปน็ ประจักษ์พยานในการเสนอ
แบบจาลองอะตอมของนกั วิทยาศาสตร์ และอธิบายวิวัฒนาการของแบบจาลองอะตอม
6. เขียนสัญลักษณ์นิวเคลียร์ของธาตุ และระบุจานวนโปรตอน นิวตรอน และอิเล็กตรอน
ของอะตอมจากสญั ลกั ษณ์นวิ เคลียร์รวมทั้งบอกความหมายของไอโซโทป
7. อธิบายและเขียนการจัดเรียงอิเล็กตรอนในระดับพลังงานหลัก และระดับพลังงานย่อย
เมือ่ ทราบเลขอะตอมของธาตุ
8. ระบหุ มู่ คาบ ความเปน็ โลหะ อโลหะ และกึง่ โลหะ ของธาตุเรพรีเซนเททีฟ และธาตุแทรน
ซิชัน ในตารางธาตุ
9. วิเคราะหแ์ ละบอกแนวโน้มสมบัติของธาตุเรพรีเซนเททีฟตามหมู่และตามคาบ
10. บอกสมบัติของธาตุโลหะแทรนซิชัน และเปรียบเทียบสมบัติกับธาตุโลหะในกลุ่มธาตุเร
พรีเซนเททีฟ
11. อธิบายสมบตั ิและคานวณคร่งึ ชีวติ ของไอโซโทปกมั มันตรงั สี
12. สืบค้นข้อมูลและยกตวั อย่างการนาธาตุมาใช้ประโยชน์ รวมท้ังผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตและ
สิ่งแวดล้อม
13. อธิบายการเกิดไอออนและการเกิดพันธะไอออนิก โดยใช้แผนภาพ หรือสัญลักษณ์แบบ
จุดของ ลิวอสิ
14. เขียนสูตรและเรียกชื่อสารประกอบไอออนิก
15. คานวณพลังงานที่เกี่ยวข้องกับปฏิกิริยาการเกิดสารประกอบไอออนิกจากวัฏจักร
บอร์น-ฮาเบอร์
16. อธิบายสมบตั ิของสารประกอบไอออนิก
17. เขียนสมการไอออนิก และสมการไอออนิกสทุ ธิของปฏิกิริยาของสารประกอบไอออนิก
18. อธิบายการเกิดพันธะโคเวเลนต์แบบพันธะเดี่ยว พันธะคู่ และพันธะสาม ด้วยโครงสร้าง
ลิวอิส
19. เขียนสูตรและเรียกชื่อสารโคเวเลนต์
20. วิเคราะห์และเปรียบเทียบความยาวพันธะ และพลังงานพันธะในสารโคเวเลนต์ รวมทั้ง
คานวณพลงั งานที่เกี่ยวข้องกบั ปฏิกิรยิ าของสารโคเวเลนต์จากพลังงานพันธะ
158
21. คาดคะเนรูปร่างโมเลกุลโคเวเลนต์โดยใช้ทฤษฎีการผลักระหว่างคู่อิเล็กตรอนในวง
เวเลนซ์ และระบสุ ภาพข้ัวของโมเลกุลโคเวเลนต์
22. ระบุชนิดของแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลโคเวเลนต์ และเปรียบเทียบจุดหลอมเหลว
จุดเดือดและการละลายน้าของสารโคเวเลนต์
23. สืบค้นข้อมูลและอธิบายสมบตั ิของสารโคเวเลนต์โครงรา่ งตาข่ายชนดิ ต่าง ๆ
24. อธิบายการเกิดพันธะโลหะและสมบตั ิของโลหะ
25. เปรียบเทียบสมบัติบางประการของสารประกอบไอออนิก สารโคเวเลนต์ และโลหะ
สืบค้นข้อมูลและนาเสนอตัวอย่างการใช้ประโยชน์ของสารประกอบไอออนิก สารโคเว
เลนต์ และโลหะได้อย่างเหมาะสม
รวมท้งั หมด 25 ผลการเรียนรู้
159
คาอธิบายรายวิชา
รายวิชาเคมี2 รหสั วิชา ว31222 ประเภทวิชาเพิม่ เติม
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4 ภาคเรียนที่ 2 เวลาเรียน 60 ชัว่ โมง 1.5 หนว่ ยกิต
ศึกษาเกี่ยวกับมวลอะตอมของธาตุ มวลของธาตุ 1 อะตอม มวลอะตอมเฉลี่ยของธาตุ มวล
โมเลกุลของสาร ความสัมพันธ์ระหว่างจานวนโมล อนุภาค มวล และปริมาตรของแก๊สที่ STP ศึกษา
หน่วยและการคานวณความเข้มข้นของสารละลาย การทดลองเตรียมสารละลาย การเปรียบเทียบ
จดุ เดือดและจุดหลอมเหลวของสารบริสุทธิ์และสารละลาย ศึกษาความหมายและเขียนสูตรโมเลกุล
สูตรเอมพิริคัล หรือสูตรอย่างง่าย และสูตรโครงสร้าง การคานวณหามวลเป็นร้อยละจากสูตร การ
คานวณหาสูตรเอมพิริคัลและสูตรโมเลกุลของสาร ศึกษาการเขียนและดุลสมการเคมี ทดลองและ
คานวณหาอัตราส่วนจานวนโมลของสารตั้งต้นที่ทาปฏิกิริยาพอดีกัน ศึกษาสมบัติของระบบปิดและ
ระบบเปิด ศึกษาและฝกึ คานวณปริมาณสารในปฏิกิริยาเคมีที่เปน็ ไปตามกฎทรงมวล กฎสัดส่วนคงที่
ศึกษาทดลองและคานวณปริมาตรของแก๊สในปฏิกิริยาเคมีตามกฎของเกย์- ลูสแซก และกฎของ
อาโวกาโดร ศึกษาและฝึกคานวณหาความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณของสารในสมการเคมีนั้น ๆ และ
สมการเคมีที่เกีย่ วข้องมากกว่าหนง่ึ สมการ สารกาหนดปริมาณ และผลได้รอ้ ยละ
โดยใช้การเรียนรู้ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสารวจ
ตรวจสอบ สามารถนาความรู้และหลักการไปใช้ประโยชน์ เชื่อมโยง อธิบายปรากฏการณ์ หรือ
แก้ปัญหาในชีวิตประจาวัน สามารถจัดกระทาและวิเคราะห์ข้อมูล สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ มี
ความสามารถในการตัดสินใจแก้ปัญหา มีจิตวิทยาศาสตร์ เห็นคุณค่าของวิทยาศาสตร์ มีจริยธรรม
คุณธรรม และค่านิยมทีเ่ หมาะสม
ผลการเรียนรู้
1. บอกความหมายของมวลอะตอมของธาตุ และคานวณมวลอะตอมเฉลี่ยของธาตุ มวลโมเลกุล
และมวลสตู รได้
2. อธิบายและคานวณปริมาณใดปริมาณหนึ่งจากความสัมพันธ์ของโมล จานวนอนุภาค มวล
และปริมาตรของแก๊สที่ STP ได้
3. คานวณอัตราส่วนโดยมวลของธาตอุ งค์ประกอบของสารประกอบตามกฎสดั ส่วนคงทีไ่ ด้
4. คานวณสูตรอย่างง่ายและสตู รโมเลกุลของสารได้
5. คานวณความเข้มขน้ ของสารละลายในหน่วยต่าง ๆ ได้
6. อธิบายวิธีการและเตรียมสารละลายให้มีความเข้มข้นในหน่วยโมลาริตี และปริมาตร
สารละลายตามทีก่ าหนดได้
160
7. เปรียบเทียบจุดเดือดและจุดเยือกแข็งของสารละลายกับสารบริสุทธิ์ รวมท้ังคานวณจุดเดือด
และจุดเยือกแข็งของสารละลายได้
8. แปลความหมายสญั ลักษณ์ในสมการเคมี เขียนและดลุ สมการเคมีของปฏิกิรยิ าเคมีบางชนิดได้
9. คานวณปริมาณของสารในปฏิกิรยิ าเคมีที่เกีย่ วข้องกบั มวลสารได้
10.คานวณปริมาณของสารในปฏิกิรยิ าเคมีที่เกี่ยวข้องกบั ความเข้มขน้ ของสารละลายได้
11. คานวณปริมาณของสารในปฏิกิรยิ าเคมีทีเ่ กีย่ วข้องกบั ปริมาตรแก๊สได้
12.คานวณปริมาณของสารในปฏิกิรยิ าเคมีหลายข้ันตอนได้
13.ระบุสารกาหนดปริมาณและคานวณปริมาณสารตา่ ง ๆ ในปฏิกิริยาเคมีได้
14.คานวณผลได้รอ้ ยละของผลิตภณั ฑใ์ นปฏิกิรยิ าเคมีได้
รวม 14 ผลการเรียนรู้
161
คาอธิบายรายวิชา
รายวิชาเคมี 3 รหสั วิชา ว32221 ประเภทวิชาเพิ่มเติม
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลาเรียน 60 ช่วั โมง 1.5 หน่วยกิต
ศึกษา วิเคราะห์ความสัมพันธ์ ทดลอง และคานวณ ปริมาตร ความดัน หรือ อุณหภูมิของ
แก๊สที่ภาวะต่างๆ ตามกฎของบอยล์ กฎของชาร์ล กฎของเกย์-ลูสแซก และ กฎรวมแก๊ส คานวณ
ปริมาตร ความดัน อุณหภูมิ จานวนโมล หรือมวลของแก๊ส จากความสัมพันธ์ตามกฎของอาโวกา
โดร และกฎแก๊สอุดมคติ คานวณความดันย่อยหรอื จานวนโมลของแก๊สในแก๊สผสม โดยใช้กฎความ
ดันย่อยของดอลตัน ศึกษาการแพร่ของแก๊สโดยใช้ทฤษฎีจลน์ของแก๊ส การประยุกต์ใช้ความรู้
เกี่ยวกับสมบัติและกฏต่างๆของแก๊สในการอธิบายปรากฏการณ์หรือการแก้ปัญหาในชีวิตประจาวัน
และในอุตสาหกรรม อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี การชนกันของอนุภาคและพลังงานที่ส่งผลต่ออัตรา
การเกิดปฏิกิริยาเคมี ความเข้มข้น พื้นที่ผิวของสารต้ังต้น อุณหภูมิ และตัวเร่งปฏิกิริยาที่มีต่ออัตรา
การเกิดปฏิกิริยาเคมี เปรียบเทียบอัตราการเกิดปฏิกิริยาเม่ือมีการเปลี่ยนแปลงความเข้มข้น พื้นที่
ผิวของสารตั้งต้นอุณหภูมิ และตัวเร่งปฏิกิริยา ศึกษาปัจจัยที่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีใน
ชีวติ ประจาวันหรือในอุตสาหกรรม ประเภทของปฏิกิริยาการเกิดพอลิเมอร์จากโครงสรา้ งของมอนอ
เมอร์หรือพอลิเมอร์ ความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างและสมบัติของพอลิเมอร์ รวมท้ังการนาไปใช้
ประโยชน์ทดสอบและระบุประเภทของพลาสติกและผลิตภัณฑ์ยาง รวมทั้งการนาไปใช้ประโยชน์
การปรับเปลี่ยนโครงสร้างและการสังเคราะห์พอลิเมอร์ที่มีต่อสมบัติของพอลิเมอร์ ผลกระทบจาก
การใชแ้ ละการกาจดั ผลติ ภัณฑ์พอลิเมอร์และแนวทางแก้ไข
โดยใช้การเรียนรู้ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสารวจ
ตรวจสอบ สามารถนาความรู้และหลักการไปใช้ประโยชน์ เชื่อมโยง อธิบายปรากฏการณ์ หรือ
แก้ปัญหาในชีวิตประจาวัน สามารถจัดกระทาและวิเคราะห์ข้อมูล สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ มี
ความสามารถในการตดั สินใจแก้ปญั หา
มีจิตวิทยาศาสตร์ เหน็ คุณค่าของวิทยาศาสตร์ มีจรยิ ธรรม คณุ ธรรม มีความรกั ชาติ ศาสนา
พระมหากษตั รยิ ์ รักท้องถิน่ มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 8 ประการ และค่านิยมทีเ่ หมาะสม
ผลการเรียนรู้
1. อธิบายความสัมพันธ์และคานวณปริมาตร ความดนั หรอื อุณหภมู ิของแก๊สที่ภาวะตา่ งๆ
ตามกฎของบอยล์ กฎของชาร์ล กฎของเกย์-ลสู แซก
2. คานวณปริมาตร ความดัน หรอื อุณหภมู ิของแก๊สที่ภาวะตา่ งๆ ตามกฎรวมแก๊ส
3. คานวณปริมาตร ความดัน อุณหภมู ิ จานวนโมล หรอื มวลของแก๊ส จากความสัมพันธ์ตามกฎ
ของอาโวกาโดร และกฎแก๊สอุดมคติ
162
4. คานวณความดนั ย่อยหรือจานวนโมลของแก๊สในแก๊สผสม โดยใช้กฎความดนั ย่อยของดอลตัน
5. อธิบายการแพร่ของแก๊สโดยใช้ทฤษฎีจลน์ของแก๊ส คานวณและเปรียบเทียบอัตราการแพร่
ของแก๊ส โดยใช้กฎการแพร่ผ่านของเกรแฮม
6. สืบค้นข้อมลู นาเสนอตัวอย่าง และอธิบายการประยุกต์ใช้ความรเู้ กี่ยวกบั สมบัติและกฎต่างๆ
ของแก๊สในการอธิบายปรากฏการณ์หรอื การแก้ปัญหาในชีวิตประจาวันและในอุตสาหกรรม
7. ทดลองและเขียนกราฟการเพิม่ ขนึ้ หรอื ลดลงของสารที่ทาการวัดในปฏิกิริยา
8. คานวณอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีและเขียนกราฟการลดลงหรือเพิ่มขึ้นของสารที่ไม่ได้วัดใน
ปฏิกิรยิ า
9. เขียนแผนภาพ และอธิบายทิศทางการชนกันของอนุภาคและพลังงานที่ส่งผลต่ออัตราการ
เกิดปฏิกิรยิ าเคมี
10. ทดลองและอธิบายผลของความเข้มข้น พืน้ ทีผ่ วิ ของสารตงั้ ตน้ อณุ หภูมิ และตัวเร่งปฏิกิรยิ า
ทีม่ ตี ่ออตั ราการเกิดปฏิกิรยิ าเคมี
11. เปรียบเทียบอัตราการเกิดปฏิกิรยิ าเมอ่ื มีการเปลี่ยนแปลงความเข้มขน้ พืน้ ทีผ่ วิ ของสารตงั้ ตน้
อุณหภูมิ และตวั เร่งปฏิกิรยิ า
12.ยกตัวอย่าง และอธิบายปัจจัยที่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีในชีวิตประจาวันหรือ
อุตสาหกรรม
13. ระบุประเภทของปฏิกิรยิ าการเกิดพอลิเมอร์จากโครงสรา้ งของมอนอเมอร์หรอื พอลิเมอร์
14. วิเคราะหแ์ ละอธิบายความสัมพนั ธ์ระหว่างโครงสร้างและสมบัติของพอลิเมอร์ รวมทั้งการ
นาไปใช้ประโยชน์
15. ทดสอบและระบุประเภทของพลาสติกและผลติ ภัณฑ์ยาง รวมท้ังการนาไปใช้ประโยชน์
16.อธิบายผลของการปรับเปลีย่ นโครงสรา้ งและการสังเคราะหพ์ อลิเมอร์ที่มตี ่อสมบัติของ
พอลิเมอร์
17. สืบค้นข้อมูล และนาเสนอตัวอย่างผลกระทบจากการใชแ้ ละการกาจดั ผลติ ภณั ฑพ์ อลิเมอร์
และแนวทางแก้ไข
รวมทง้ั หมด 17 ผลการเรียนรู้
163
คาอธิบายรายวิชา
รายวิชาเคมี 4 รหัสวิชา ว32222 ประเภทวิชาเพิ่มเติม
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลาเรียน 60 ชั่วโมง 1.5 หน่วยกิต
ศึกษา วิเคราะห์ ทดลอง และอธิบายความหมายของปฏิกิริยาผันกลับได้และภาวะสมดุล
การเปลีย่ นแปลงความเข้มข้นของสาร อัตราการเกิดปฏิกิริยาไปข้างหน้า และอัตราการเกิดปฏิกิริยา
ย้อนกลับ เม่ือเริ่มปฏิกิริยาจนกระท่ังระบบอยู่ในภาวะสมดุล คานวณค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยา
ความเข้มข้นของสารที่ภาวะสมดุล ค่าคงที่สมดุลหรือความเข้มข้นของปฏิกิริยาหลายข้ันตอน ศึกษา
ปัจจัยที่มีผลต่อภาวะสมดุลและค่าคงที่สมดุลของระบบ รวมทั้งคาดคะเนการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
เม่ือภาวะสมดุลของระบบถูกรบกวน โดยใช้หลักของเลอชาเตอลิเอ สมดุลเคมีของกระบวนการที่
เกิดขึ้นในสิ่งมีชีวิต ปรากฏการณ์ในธรรมชาติและกระบวนการในอุตสาหกรรมการสร้างพันธะของ
สารประกอบอินทรีย์ที่มีพันธะเดี่ยว พันธะคู่ พันธะสาม ที่พบในชีวิตประจาวัน การเขียนสูตร
โครงสร้าง และหมู่ฟังก์ชัน ของสารประกอบอินทรีย์ การเรียกชื่อสารประกอบอินทรีย์ประเภทต่างๆ
ทีม่ หี มู่ฟงั ก์ชนั ไม่เกิน 1 หมู่ ตามระบบ IUPAC การเขียนไอโซเมอร์โครงสร้างของสารประกอบอินทรีย์
ประเภทต่างๆ จุดเดือดและการละลายในน้าของสารประกอบอินทรีย์ที่มีหมู่ฟังก์ชัน ขนาดโมเลกุล
หรือโครงสร้างต่างกัน ปฏิกิริยาการเผาไหม้ ปฏิกิริยากับโบรมีน หรือปฏิกิริยากับโพแทสเซียมเปอร์
แมงกาเนต ปฏิกิริยาเอสเทอริฟิเคชัน ปฏิกิริยาการสังเคราะห์เอไมด์ ปฏิกิริยาไฮโดรลิซีส และ
ปฏิกิริยาสปอนนิฟิเคชัน การทดสอบปฏิกิริยา เอสเทอริเคชัน ปฏิกิริยาไฮโดรลิซีส และปฏิกิริยา
สปอนนิฟิเคชัน การนาสารประกอบอินทรีย์ไปใช้ประโยชน์ในชีวติ ประจาวนั และอุตสาหกรรม
โดยใช้การเรียนรู้ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสารวจ
ตรวจสอบ สามารถนาความรู้และหลักการไปใช้ประโยชน์ เชื่อมโยง อธิบายปรากฏการณ์ หรือ
แก้ปัญหาในชีวิตประจาวัน สามารถจัดกระทาและวิเคราะห์ข้อมูล สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ มี
ความสามารถในการตัดสินใจแก้ปญั หา
มีจิตวิทยาศาสตร์ เหน็ คณุ ค่าของวิทยาศาสตร์ มีจรยิ ธรรม คุณธรรม มีความรักชาติ ศาสนา
พระมหากษัตรยิ ์ รักท้องถิ่น มีคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ 8 ประการ และค่านิยมทีเ่ หมาะสม
ผลการเรียนรู้
1. ทดสอบและอธิบายความหมายของปฏิกิรยิ าผันกลบั ได้และภาวะสมดุล
2. อธิบายการเปลี่ยนแปลงความเข้มขน้ ของสาร อตั ราการเกิดปฏิกิรยิ าไปข้างหน้า และอตั รา
การเกิดปฏิกิรยิ าย้อนกลบั เมือ่ เร่มิ ปฏิกิริยาจนกระทั่งระบบอยู่ในภาวะสมดุล
3. คานวณค่าคงที่สมดลุ ของปฏิกิริยา
164
4. คานวณความเข้มขน้ ของสารทีภ่ าวะสมดุล
5. คานวณค่าคงทีส่ มดุลหรอื ความเข้มข้นของปฏิกิรยิ าหลายขั้นตอน
6. ระบปุ ัจจัยทีม่ ผี ลต่อภาวะสมดุลและค่าคงที่สมดลุ ของระบบ รวมทั้งคาดคะเนการเปลีย่ นแปลง
ทีเ่ กิดขึน้ เมื่อภาวะสมดุลของระบบถูกรบกวน โดยใช้หลกั ของเลอชาเตอลิเอ
7. ยกตัวอย่างและอธิบายสมดุลเคมีของกระบวนการที่เกิดขึ้นในสิ่งมีชีวิต ปรากฏการณ์ใน
ธรรมชาติและกระบวนการในอุตสาหกรรม
8. สืบค้นข้อมูลและนาเสนอตัวอย่างสารประกอบอินทรีย์ที่มพี ันธะเดีย่ ว พันธะคู่ พันธะสาม ทีพ่ บ
ในชีวติ ประจาวัน
9. เขียนสูตรโครงสร้างลิวอิส สูตรโครงสร้างแบบย่อ และสูตรโครงสร้างแบบเส้นของ
สารประกอบอินทรีย์
10. วิเคราะหโ์ ครงสรา้ งและระบปุ ระเภทของสารประกอบอินทรีย์จากหมู่ฟังก์ชัน
11. เขียนสตู รโครงสร้างและเรยี กชื่อสารประกอบอินทรีย์ประเภทต่างๆ ที่มีหมู่ฟังก์ชันไมเ่ กิน 1 หมู่
ตามระบบ IUPAC
12. เขียนไอโซเมอร์โครงสร้างของสารประกอบอินทรีย์ประเภทต่างๆ
13. วิเคราะห์และเปรียบเทียบจุดเดือดและการละลายในน้าของสารประกอบอินทรีย์ที่มีหมู่
ฟังก์ชัน ขนาดโมเลกลุ หรอื โครงสรา้ งตา่ งกัน
14.ระบุประเภทของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนและเขียนผลิตภัณฑ์จากปฏิกิริยาการเผาไหม้
ปฏิกิรยิ ากับโบรมนี หรอื ปฏิกิรยิ ากับโพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนต
15. เขียนสมการเคมีและอธิบายการเกิดปฏิกิริยาเอสเทอริฟิเคชัน ปฏิกิริยาการสังเคราะห์เอไมด์
ปฏิกิรยิ าไฮโดรลิซีส และปฏิกิรยิ าสปอนนิฟิเคชนั
16. ทดสอบปฏิกิรยิ าเอสเทอริเคชนั ปฏิกิรยิ าไฮโดรลิซีส และปฏิกิรยิ าสปอนนิฟิเคชนั
17. สืบค้นข้อมลู และนาเสนอตวั อย่างการนาสารประกอบอินทรีย์ไปใช้ประโยชน์ในชีวติ ประจาวัน
และอุตสาหกรรม
รวมทงั้ หมด 17 ผลการเรียนรู้
165
คาอธิบายรายวิชา
รายวิชาเคมี 5 รหัสวิชา ว33221 ประเภทวิชาเพิ่มเติม
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 6
ภาคเรยี นท่ี 1 เวลาเรียน 60 ชัว่ โมง 1.5 หนว่ ยกิต
คาอธิบายรายวิชา
ศกึ ษา วิเคราะห์ ทดลอง คานวณ และอธิบาย ทฤษฎีกรด–เบสของอาร์เรเนียสเบรินสเตด–ลาวรี
ความสามารถในการแตกตัวหรือความแรงของกรดและเบส ค่า pH ความเข้มข้นของไฮโดรเนียม
ไอออนหรอื ไฮดรอกไซด์ไอออนของสารละลายกรดและเบส ปฏิกิริยาสะเทิน ปฏิกิริยาไฮโดรลิซิสของ
เกลือความเป็นกรด-เบสของสารละลายเกลือ หลักการการไทเทรต อินดิเคเตอร์ที่เหมาะสมสาหรับ
การไทเทรตกรด-เบส การคานวณปริมาณสารหรือความเข้มข้นของสารละลายกรดหรือเบสจาก
การไทเทรต ศึกษาสมบัติองค์ประกอบ และประโยชน์ ของสารละลายบัฟเฟอร์การใช้ประโยชน์และ
การแก้ปัญหาโดยใช้ความรู้เกี่ยวกับกรด–เบส ศึกษา ปฏิกิริยารีดอกซ์ ตัวรีดิวซ์และตัวออกซิไดส์
ครึ่งปฏิกิริยาออกซิเดชันและครึ่งปฏิกิริยารีดักชันของปฏิกิริยารีดอกซ์ ความสามารถในการเป็นตัว
รีดิวซ์หรือตัวออกซิไดส์ การดุลสมการรีดอกซ์ สมการเคมีของปฏิกิริยาที่แอโนดและแคโทด
ปฏิกิริยารวมและแผนภาพเซลล์ ค่าศักย์ไฟฟ้ามาตรฐานของเซลล์ ประเภทของเซลล์เคมีไฟฟ้า
ข้ัวไฟฟ้า และปฏิกิริยาเคมีที่เกิดขึ้น หลักการทางาน และสมการแสดง ปฏิกิริยาของเซลล์ปฐมภูมิ
และเซลล์ทุติยภูมิ การชุบโลหะและแยกสารเคมีด้วยกระแสไฟฟ้า การทาโลหะให้บริสุทธิ์และการ
ป้องกันการกัดกร่อนของโลหะ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง กับเซลล์เคมีไฟฟ้าใน
ชีวิตประจาวัน การกาหนดปัญหาและนาเสนอแนวทางการแก้ปัญหาโดยใช้ความรู้ ทางเคมีจาก
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจาวัน ศึกษาการประกอบอาชีพ หรืออุตสาหกรรม การบูรณาการ
ความรู้ทางเคมีร่วมกับสาขาวิชาอื่น รวมทั้งทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์หรือกระบวนการ
ออกแบบเชงิ วิศวกรรมโดยเน้นการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหาและ ความคิดสรา้ งสรรค์เพื่อแก้ปัญหา
ในสถานการณ์หรอื ประเด็นที่สนใจนาเสนอผลงาน หรือชิน้ งานที่ได้จากการแก้ปัญหาในสถานการณ์
หรือประเด็นที่สนใจโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศการเข้าร่วมการสัมมนาการเข้าร่วมประชุมวิชาการ
หรอื การแสดงผลงานสิ่งประดิษฐ์ในงานนิทรรศการ
โดยใช้การเรียนรู้ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสารวจ
ตรวจสอบ สามารถนาความรู้และหลักการไปใช้ประโยชน์ เชื่อมโยง อธิบายปรากฏการณ์ หรือ
แก้ปัญหาใน ชีวิตประจาวัน สามารถจัดกระทาและวิเคราะห์ข้อมูล สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ มี
ความสามารถในการตดั สินใจแก้ปัญหา
มีจิตวิทยาศาสตร์ เห็นคุณค่าของวิทยาศาสตร์ มีจริยธรรม คุณธรรม มีความรักชาติ
ศาสนา พระมหากษตั รยิ ์ รักท้องถิน่ มีคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ 8 ประการ และค่านิยมทีเ่ หมาะสม
166
ผลการเรียนรู้
1. ระบแุ ละอธิบายว่าสารเป็นกรดหรือเบสโดยใช้ทฤษฎีกรด–เบสของอาร์เรเนียสเบรินสเตด–
ลาวรแี ละลิวอิส
2. ระบุคู่กรด-เบสของสารตามทฤษฎีกรด-เบส ของเบรินสเตด-ลาวรี
3. คานวณ และเปรียบเทียบความสามารถในการแตกตวั หรอื ความแรงของกรดและเบส
4. คานวณค่า pH ความเข้มข้นของไฮโดรเนียมไอออนหรือไฮดรอกไซด์ไอออนของสารละลาย
กรดและเบส
5. เขียนสมการเคมีแสดงปฏิกิริยาสะเทินและระบคุ วามเป็นกรด-เบสของสารละลายหลัง
การสะเทิน
6. เขียนปฏิกิรยิ าไฮโดรลิซิสของเกลือ และระบคุ วามเป็นกรด-เบสของสารละลายเกลือ
7. ทดลอง และอธิบายหลักการการไทเทรตและเลือกใช้อินดิเคเตอร์ทีเ่ หมาะสมสาหรับ
การไทเทรตกรด-เบส
8. คานวณปริมาณสารหรอื ความเข้มขน้ ของสารละลายกรดหรอื เบสจากการไทเทรต
9. อธิบายสมบัติองค์ประกอบ และประโยชน์ ของสารละลายบฟั เฟอร์
10. สืบค้นข้อมลู และนาเสนอตัวอย่างการใช้ประโยชน์และการแก้ปญั หาโดยใช้ความรเู้ กี่ยวกบั
กรด–เบส
11. คานวณเลขออกซิเดชันและระบปุ ฏิกิรยิ าที่เปน็ ปฏิกิริยารีดอกซ์
12. วิเคราะหก์ ารเปลี่ยนแปลงเลขออกซิเดชนั และระบุตัวรีดิวซ์และตัวออกซิไดส์ รวมท้ังเขียน
ครึง่ ปฏิกิรยิ าออกซิเดชันและครึง่ ปฏิกิรยิ ารีดักชันของปฏิกิรยิ ารดี อกซ์
13. ทดลองและเปรียบเทียบความสามารถในการเป็นตวั รีดิวซ์หรอื ตัวออกซิไดส์และเขียนแสดง
ปฏิกิรยิ ารดี อกซ์
14. ดลุ สมการรดี อกซ์ดว้ ยการใช้เลขออกซิเดชนั และวิธีครึ่งปฏิกิรยิ า
15. ระบุองค์ประกอบของเซลล์เคมีไฟฟ้าและเขียนสมการเคมีของปฏิกิรยิ าที่แอโนดและแคโทด
ปฏิกิรยิ ารวมและแผนภาพเซลล์
16. คานวณค่าศักย์ไฟฟ้ามาตรฐานของเซลล์และระบปุ ระเภทของเซลล์เคมีไฟฟ้าข้ัวไฟฟ้าและ
ปฏิกิรยิ าเคมีที่เกิดข้ึน
17. อธิบายหลักการทางาน และเขียนสมการแสดง ปฏิกิรยิ าของเซลล์ปฐมภูมิและเซลล์ทุติยภมู ิ
18. ทดลองชบุ โลหะและแยกสารเคมีด้วยกระแสไฟฟ้าและอธิบายหลักการทางเคมีไฟฟ้าทีใ่ ชใ้ น
การชุบโลหะการแยกสารเคมีดว้ ยกระแสไฟฟ้า การทาโลหะให้บริสุทธิ์และการป้องกันการ
กัดกร่อนของโลหะ
19. สืบค้นข้อมลู และนาเสนอตัวอย่างความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทีเ่ กีย่ วข้องกบั เซลล์
เคมีไฟฟ้าในชีวติ ประจาวัน
167
20. กาหนดปัญหาและนาเสนอแนวทางการแก้ปัญหาโดยใช้ความรู้ทางเคมีจากสถานการณท์ ี่
เกิดข้ึนในชีวติ ประจาวันการประกอบอาชีพ หรอื อุตสาหกรรม
21. แสดงหลกั ฐานถึงการบรู ณาการความรทู้ างเคมีรว่ มกับสาขาวิชาอื่นรวมทั้งทกั ษะ
กระบวนการทางวิทยาศาสตรห์ รอื กระบวนการออกแบบเชงิ วิศวกรรม โดยเน้นการคิด
วิเคราะห์ การแก้ปัญหาและความคิดสร้างสรรค์ เพือ่ แก้ปญั หาในสถานการณ์หรอื ประเดน็
ทีส่ นใจ
22. นาเสนอผลงานหรอื ชิน้ งานทีไ่ ด้จากการแก้ปญั หาในสถานการณ์หรอื ประเด็นทีส่ นใจโดยใช้
เทคโนโลยีสารสนเทศ
23. แสดงหลกั ฐานการเข้าร่วมการสัมมนาการเข้าร่วมประชุมวิชาการหรือการแสดงผลงาน
รวมทง้ั หมด 23 ผลการเรียนรู้
168
คาอธิบายรายวิชา
รายวิชาชีววทิ ยา 1 รหสั วิชา ว31241 ประเภทวิชาเพิ่มเติม
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4 ภาคเรียนที่ 1 เวลาเรียน 60 ชวั่ โมง 1.5 หน่วยกิต
ศกึ ษาเกี่ยวกับธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตและลักษณะเฉพาะของสิ่งมีชีวิต แขนงวิชาที่เกี่ยวข้อง
กับชีววิทยาและการใช้ความรู้ทางชีววิทยาทีเ่ ปน็ ประโยชน์ต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม ชีววิทยากบั การ
ดารงชีวิตของส่ิงมชี ีวิต ความตระหนักในเรื่องของชีวจริยธรรม การศกึ ษาชีววิทยาโดยใช้วิธีการทาง
วิทยาศาสตร์ รวมทั้งการศึกษาวิธีการทางานของนักวิทยาศาสตร์ และการนาความรู้เกี่ยวกับ
ชีววิทยามาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวัน การทากิจกรรมสะเต็มศึกษาโดยใช้กระบวนการออกแบบ
เชิงวิศวกรรมเพื่อแก้ปัญหาในชีวิตจริง ศึกษา เคมีที่เป็นพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต โครงสร้างและหน้าที่
ของสารต่าง ๆ ที่เป็นองค์ประกอบในเซลล์ของสิ่งมีชีวิต และปฏิกิริยาเคมีในเซลล์ของสิ่งมีชีวิต
การศึกษาส่วนประกอบของกล้องจุลทรรศน์ใช้แสง หลักการทางาน วิธีการใช้รวมทั้งการดูแลและ
เก็บรักษา ศึกษาโครงสร้างและหน้าที่ของส่วนที่ห่อหุ้มเซลล์ ไซโทพลาสซึม และนิวเคลียส การ
ลาเลียงสารเข้าและออกจากเซลล์ การหายใจระดับเซลล์ซึ่งเป็นกระบวนการที่เซลล์สร้างพลังงาน
จากการสลายสารอาหารสาหรับนาไปใช้ในกิจกรรมต่าง ๆ ของเซลล์ และการแบ่งเซลล์
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การสังเกต
วิเคราะห์ เปรียบเทียบ อธิบาย อภปิ ราย และสรุป เพือ่ ให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ มคี วามสามารถใน
การตัดสินใจ มีทักษะปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ รวมท้ังทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ในด้าน
การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านการคิดและการแก้ปัญหา ด้านการสื่อสาร สามารถสื่อสารสิ่งที่
เรียนรู้และนาความรไู้ ปใช้ในชีวติ ของตนเอง
มีจิตวทิ ยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมที่เหมาะสม
ผลการเรียนรู้
1. อธิบายและสรุปสมบัติที่สาคัญของสิ่งมีชีวิต และความสัมพันธ์ของการจัดระบบในสิ่งมีชีวิตที่
ทาให้สิ่งมีชีวติ ดารงชีวติ อยู่ได้
2. อภิปรายและบอกความสาคัญของการระบุปัญหา ความสัมพันธ์ระหว่างปัญหา สมมติฐาน
และวิธีการตรวจสอบสมมติฐาน รวมท้ังออกแบบการทดลองเพือ่ ตรวจสอบสมมตฐิ าน
3. สืบค้นข้อมูล อธิบายเกี่ยวกับสมบัติของน้าและบอกความสาคัญของน้าที่มีต่อสิ่งมีชีวิต และ
ยกตวั อย่างธาตตุ า่ ง ๆ ทีม่ คี วามสาคัญต่อร่างกายสิ่งมีชีวติ
4. สืบค้นข้อมูล อธิบายโครงสร้างของคาร์โบไฮเดรต ระบุกลุ่มคาร์โบไฮเดรต รวมทั้งความสาคัญ
ของคาร์โบไฮเดรตที่มตี ่อส่งิ มชี ีวติ
5. สืบค้นข้อมลู อธิบายโครงสรา้ งของโปรตนี และความสาคญั ของโปรตนี ทีม่ ีตอ่ สิ่งมีชีวติ
169
6. สืบค้นข้อมูล อธิบายโครงสรา้ งของลิพิด และความสาคัญของลิพิดทีม่ ีตอ่ สิ่งมีชีวิต
7. อธิบายโครงสร้างของกรดนิวคลีอิก และระบุชนิดของกรดนิวคลีอิกและความสาคัญของกรด
นิวคลีอกิ ที่มตี ่อส่งิ มชี ีวติ
8. สืบค้นข้อมลู และอธิบายปฏิกิรยิ าเคมีที่เกิดข้ึนในสิ่งมีชีวติ
9. อธิบายการทางานของเอนไซม์ในการเร่งปฏิกิริยาเคมีในสิ่งมีชีวิต และระบุปัจจัยที่มีผลต่อการ
ทางานของเอนไซม์
10. บอกวิธีการและเตรียมตัวอย่างสิ่งมีชีวิตเพื่อศึกษาภายใต้กล้องจุลทรรศน์ใช้แสง วัดขนาด
โดยประมาณและวาดภาพที่ปรากฏภายใต้กล้อง บอกวิธีการใช้ และการดูแลรักษากล้อง
จลุ ทรรศน์ใช้แสงที่ถกู ต้อง
11. อธิบายโครงสรา้ งและหน้าทีข่ องส่วนทีห่ อ่ หมุ้ เซลล์ของเซลล์พชื และเซลล์สัตว์
12. สืบค้นข้อมูล อธิบาย และระบุชนิดและหน้าที่ของออร์แกเนลล์
13. อธิบายโครงสรา้ งและหน้าที่ของนิวเคลียส
14. อธิบายและเปรียบเทียบการแพร่ ออสโมซิส การแพร่แบบฟาซิลิเทต และ แอกทีฟทรานส
ปอร์ต
15. สืบค้นข้อมูล อธิบายและเขียนแผนภาพการลาเลียงสารโมเลกุลใหญ่ออกจากเซลล์ด้วย
กระบวนการเอกโซไซโทซิส และการลาเลียงสารโมเลกุลใหญ่เข้าสู่เซลล์ด้วยกระบวนการเอน
โดไซโทซิส
16. สังเกตการแบ่งนิวเคลียสแบบไมโทซิสและแบบไมโอซิสจากตัวอย่างภายใต้กล้องจุลทรรศน์
พร้อมท้ังอธิบายและเปรียบเทียบการแบ่งนิวเคลียสแบบไมโทซิสและแบบไมโอซิส
17. อธิบาย เปรียบเทียบ และสรุปขั้นตอน การหายใจระดับเซลล์ในภาวะที่มีออกซิเจนเพียงพอ
และภาวะที่มอี อกซิเจนไม่เพียงพอ
รวมท้งั หมด 17 ผลการเรียนรู้
170
คาอธิบายรายวิชา
รายวิชาชีววิทยา 2 รหสั วิชา ว31242 ประเภทวิชาเพิ่มเติม
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4 ภาคเรียนที่ 1 เวลาเรียน 60 ชว่ั โมง 1.5 หน่วยกิต
ศึกษาเกี่ยวกับการถ่ายทอดทางพันธุกรรม การศึกษาพันธุศาสตร์ของเมนเดล กฎการแยก
และกฎการรวมกลุ่มอย่างอิสระ ลักษณะทางพันธุกรรมที่เป็นส่วนขยายของพันธุศาสตร์เมนเดล
ศกึ ษาเกีย่ วกบั ยีนและโครโมโซม การค้นพบสารพนั ธุกรรม โครโมโซม องค์ประกอบทางเคมีของของ
ดีเอ็นเอ โครงสร้างของดีเอ็นเอ สมบัติของสารพันธุกรรม การกลาย ศึกษาเกี่ยวกับพันธุศาสตร์และ
เทคโนโลยีทางดีเอ็นเอ พันธุวิศวกรรม การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีทางดีเอ็นเอ ความปลอดภัยของ
เทคโนโลยีทางดีเอ็นเอ และมมุ มองทางสังคมและจรยิ ธรรม ศึกษาเกี่ยวกับวิวฒั นาการ หลกั ฐานที่บ่ง
บอกถึงวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต แนวคิดเกี่ยวกับวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต พันธุศาสตร์ประชากร
และกาเนิดของสปีชสี ์ ศกึ ษาเกีย่ วกบั ความหลากหลายของสิ่งมีชีวติ การเกิดเซลล์เริมแรก อาณาจกั ร
ของสง่ิ มชี วิต การจาแนกสิ่งมีชีวติ และการสร้าง ไดโคโตมัสคีย์
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การ
สังเกต การวิเคราะห์ การทดลอง อภิปราย การอธิบาย และสรุป เพื่อใหเ้ กิดความรู้ ความคิด ความ
เข้าใจ มีความสามารถในการตดั สินใจ สือ่ สารสิ่งที่เรยี นรู้และนาความรไู้ ปใช้ในชีวติ ของตนเอง
มีจิตวทิ ยาศาสตร์ จรยิ ธรรมคุณธรรม และค่านิยม
ผลการเรียนรู้
1. สืบค้นข้อมลู อธิบายและสรุปผลการทดลองของเมนเดลได้
2. อธิบายและสรุปกฎแหง่ การแยกและกฎแหง่ การรวมกลุ่มอย่างอสิ ระ และนากฎของเมน
เดลนี้ไปอธิบายการถ่ายทอดลกั ษณะทางพนั ธุกรรมและใช้ในการคานวณโอกาสในการ
เกิดฟีโนไทป์และจีโนไทป์แบบต่าง ๆ ของรนุ่ F1 และ F2 ได้
3. สืบค้นข้อมลู วิเคราะห์ อธิบาย และสรปุ เกีย่ วกบั การถ่ายทอดลักษณะทางพนั ธกุ รรมที่
เป็นส่วนขยายของพนั ธุศาสตรเ์ มนเดลได้
4. สืบค้นข้อมลู วิเคราะห์ และเปรียบเทียบลกั ษณะทางพันธกุ รรมที่มกี ารแปรผันไม่ต่อเนือ่ ง
และลักษณะทางพันธุกรรมที่มกี ารแปรผันต่อเนอ่ื งได้
5. อธิบายการถ่ายทอดยีนบนโครโมโซม และยกตวั อย่างลักษณะทางพนั ธกุ รรมทีถ่ กู ควบคุม
ด้วยยีนบนออโตโซมและยีนบนโครโมโซมเพศได้
6. สืบค้นข้อมลู อธิบายสมบตั ิและหน้าที่ของสารพันธุกรรม โครงสร้างและองค์ประกอบทาง
เคมีของ DNA และสรปุ การจาลอง DNA ได้
7. อธิบายและระบขุ ้ันตอนในกระบวนการสังเคราะหโ์ ปรตีนและหน้าทีข่ อง DNA และ RNA
แตล่ ะชนิดในกระบวนการสังเคราะห์โปรตนี ได้
171
8. สรุปความสมั พันธ์ระหว่างสารพนั ธกุ รรม แอลลีล โปรตนี ลักษณะทางพันธกุ รรม และ
เช่อื มโยงกบั ความรเู้ รื่องพนั ธศุ าสตรเ์ มนเดลได้
9. สืบค้นข้อมูล และอธิบายการเกิดมวิ เทชันระดับยีนและระดบั โครโมโซม สาเหตกุ ารเกิดมิว
เทชนั รวมท้ังยกตวั อย่างโรคและกลุ่มอาการทีเ่ ป็นผลของการเกิดมวิ เทชนั ได้
10. อธิบายหลักการสร้างส่งิ มีชีวิตดดั แปรพันธุกรรมโดยใช้ดีเอ็นเอรีคอมบิแนนท์ได้
11. สืบค้นข้อมูล ยกตวั อย่าง และอภิปรายการนาเทคโนโลยีทางดีเอ็นเอไปประยุกต์ ท้ังใน
ด้านสิ่งแวดล้อม นิตวิ ิทยาศาสตร์ การแพทย์ การเกษตร และอตุ สาหกรรม และข้อควร
คานงึ ถึงด้านชีวจริยธรรมได้
12. สืบค้นข้อมลู และอธิบายเกี่ยวกับหลักฐานทีส่ นับสนุนและข้อมูลทีใ่ ชอ้ ธิบายการเกิด
วิวัฒนาการของส่ิงมชี ีวิตได้
13. อธิบายและเปรียบเทียบแนวคิดเกีย่ วกับวิวัฒนาการของส่ิงมีชีวติ ของฌอง ลามาร์ก และ
ทฤษฎีเกี่ยวกับวิวัฒนาการของสง่ิ มีชีวติ ของชาลส์ ดาร์วินได้
14. ระบสุ าระสาคญั และอธิบายเงื่อนไขของภาวะสมดุลของฮารด์ ี-ไวน์เบิร์ก ปจั จยั ทีท่ าให้
เกิดการเปลีย่ นแปลงความถี่ของแอลลลี ในประชากร พร้อมทั้งคานวณหาความถี่ของ
แอลลีลและจโี นไทป์ของประชากรโดยใช้หลักของฮาร์ดี-ไวน์เบิร์กได้
15. สืบค้นข้อมลู อภปิ ราย และอธิบายกระบวนการเกิดสปีชีสใ์ หม่ของส่งิ มีชีวติ ได้
16. อภปิ รายความสาคญั ของความหลากหลายทางชีวภาพ และความเช่ือมโยงระหว่างความ
หลากหลายทางพนั ธุกรรม ความหลากหลายของสปีชีส์ และความหลากหลายของระบบ
นิเวศ
17. อธิบายการเกิดเซลล์เริมแรกของสิง่ มีชีวติ และวิวฒั นาการของส่ิงมชี ีวิตเซลล์เดียว
18. อธิบายลักษณะสาคญั และยกตัวอย่างสิง่ มีชีวติ กลุ่มแบคทีเรยี สิ่งมีชีวติ กลุ่มโพรทิสต์
สิง่ มีชีวติ กลุ่มฟังไจ ส่ิงมีชีวิตกลุ่มพืช และสิ่งมชี ีวิตกลุ่มสัตว์
19. อธิบาย และยกตวั อย่างการจาแนกสิ่งมีชีวิตจากหมวดหมู่ใหญ่จนถึงหมวดหมยู่ ่อย และ
วิธีการเขียนชื่อวทิ ยาศาสตร์ในลาดบั ขั้นสปีชสี ์
20. สร้างไดโคโตมสั คีย์ในการระบุสิง่ มีชีวิตหรอื ตัวอย่างที่กาหนดออกเปน็ หมวดหมู่
รวมทัง้ หมด 20 ผลการเรียนรู้
172
คาอธิบายรายวิชา
รายวิชาชีววทิ ยา 3 รหัสวิชา ว32241 ประเภทวิชาเพิ่มเติม
ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 5 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลาเรียน 60 ชว่ั โมง 1.5 หนว่ ยกิต
ศกึ ษาชนิดและลักษณะของเน้ือเยื่อพืช โครงสร้างภายในของรากพืชใบเลีย้ งเดี่ยวและรากพืช
ใบเลี้ยงคู่จากการตัดตามขวาง โครงสร้างภายในของลาต้นพืชใบเลี้ยงเดี่ยวและลาต้นพืชใบเลี้ยงคู่
จากการตัดตามขวาง โครงสร้างภายในของใบพืชจากการตดั ตามขวาง การแลกเปลี่ยนแก๊สและการ
คายน้าของพืช กลไกการลาเลียงน้าและธาตอุ าหารของพืช ความสาคัญของธาตุอาหาร ธาตุอาหาร
ที่สาคัญที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของพืช กลไกการลาเลียงอาหารในพืช การทดลองของ
นักวิทยาศาสตร์ในอดีตเกี่ยวกับกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง ขั้นตอนที่เกิดขึ้นในกระบวนการ
สังเคราะห์ด้วยแสงของพืช C3 กลไกการตรึงคาร์บอนไดออกไซด์ในพืช C3 พืช C4 และ พืช CAM
ปัจจัยความเข้มของแสง ความเข้มข้นของคาร์บอนไดออกไซด์และอุณหภูมิที่มีผลต่อการสังเคราะห์
ด้วยแสงของพืช วัฏจักรชีวิตแบบสลับของพืชดอก กระบวนการสร้างเซลล์สืบพันธุ์เพศผู้และเพศเมีย
ของพืชดอก การปฏิสนธิของพืชดอก การเกิดเมล็ดและการเกิดผลของพืชดอก โครงสร้างของเมล็ด
และผล การใช้ประโยชน์จากโครงสร้างต่างๆ ของเมล็ดและผล ปัจจัยต่างๆ ที่มีผลต่อการงอกของ
เมล็ด สภาพพักตัวของเมล็ด บทบาทและหน้าที่ของออกซิน ไซโทไคนิน จิบเบอเรลลิน เอทิลีน และ
กรดแอบไซซิก การนาไปใช้ประโยชน์ทางการเกษตร สิ่งเร้าภายนอกที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของ
พืช
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์กระบวนการสืบเสาะ หาความรู้ การสืบค้นข้อมูลการ
สงั เกต การวิเคราะห์ การอธิบาย การอภิปราย และการสรปุ
เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้
และนาความรู้ไปใช้ในชีวิตของตนเองและดูแลรักษาสิ่งมีชีวิตอื่นๆ เฝ้าระวังและพัฒนาสิ่งแวดล้อม
อย่างยัง่ ยืน มีจติ วิทยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คุณธรรม และค่านิยมทีเ่ หมาะสม
ผลการเรียนรู้
5. อธิบายเกี่ยวกับชนิดและลักษณะของเน้ือเยื่อพืช และเขียนแผนผงั เพื่อสรุปชนดิ ของเน้ือเยือ่ พชื
6. สังเกต อธิบาย และเปรียบเทียบโครงสร้างภายในของรากพืชใบเลี้ยงเดี่ยวและรากพืชใบเลี้ยง
คู่จากการตดั ตามขวาง
7. สังเกต อธิบาย และเปรียบเทียบโครงสร้างภายในของลาต้นพืชใบเลี้ยงเดี่ยวและลาต้นพืชใบ
เลี้ยงคู่จากการตดั ตามขวาง
8. สังเกต และอธิบายโครงสรา้ งภายในของใบพืชจากการตัดตามขวาง
9. สืบค้นข้อมลู สังเกต และอธิบายการแลกเปลีย่ นแก๊สและการคายน้าของพืช
173
10. สืบค้นข้อมูล และอธิบายกลไกการลาเลียงน้าและธาตอุ าหารของพชื
11. สืบค้นข้อมูล อธิบายความสาคญั ของธาตอุ าหาร และยกตัวอย่างธาตอุ าหารทีส่ าคัญที่มผี ลต่อ
การเจรญิ เติบโตของพชื
12. อธิบายกลไกการลาเลียงอาหารในพืช
13. สืบค้นข้อมูล และสรุปการศึกษาที่ได้จากการทดลองของนักวิทยาศาสตร์ในอดีตเกี่ยวกับ
กระบวนการสังเคราะหด์ ้วยแสง
14. อธิบายข้ันตอนที่เกิดขึน้ ในกระบวนการสังเคราะหด์ ้วยแสงของพชื C3
15. เปรียบเทียบกลไกการตรงึ คาร์บอนไดออกไซด์ในพืช C3 พืช C4 และ พืช CAM
16. สืบค้นข้อมลู อภิปราย และสรุปปัจจัยความเข้มของแสง ความเข้มข้นของคาร์บอนไดออกไซด์
และอณุ หภูมิ ทีม่ ผี ลตอ่ การสงั เคราะหด์ ้วยแสงของพชื
17. อธิบายวัฏจักรชวี ิตแบบสลับของพืชดอก
18. อธิบาย และเปรียบเทียบกระบวนการสร้างเซลล์สืบพันธุ์เพศผู้และเพศเมียของพืชดอก และ
อธิบายการปฏิสนธิของพืชดอก
19. อธิบายการเกิดเมล็ดและการเกิดผลของพืชดอก โครงสร้างของเมล็ดและผล และยกตัวอย่าง
การใชป้ ระโยชน์จากโครงสรา้ งตา่ งๆ ของเมล็ดและผล
20. ทดลอง และอธิบายเกี่ยวกับปัจจัยต่างๆ ที่มีผลต่อการงอกของเมล็ด สภาพพักตัวของเมล็ด
และบอกแนวทางในการแก้สภาพพกั ตวั ของเมลด็
21. สืบค้นข้อมูล อธิบายบทบาทและหน้าที่ของออกซิน ไซโทไคนิน จิบเบอเรลลิน เอทิลีน และ
กรดแอบไซซิก และอภปิ รายเกี่ยวกับการนาไปใช้ประโยชน์ทางการเกษตร
22. สืบค้นข้อมลู ทดลอง และอภปิ รายเกี่ยวกับสิง่ เร้าภายนอกที่มผี ลตอ่ การเจรญิ เติบโตของพชื
รวมทั้งหมด 18 ผลการเรียนรู้
174
คาอธิบายรายวิชา
รายวิชาชีววทิ ยา 4 รหัสวิชา ว322442 ประเภทวิชาเพิม่ เติม
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 5 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลาเรียน 60 ช่วั โมง 1.5 หน่วยกิต
ศกึ ษาโครงสร้างและกระบวนการย่อยอาหารของสัตว์ที่ไม่มีทางเดินอาหาร สัตว์ที่มีทางเดิน
อาหารแบบไม่สมบูรณ์ และสัตว์ที่มีทางเดินอาหารแบบสมบูรณ์ การกินอาหารของไฮดราและพลา
นาเรีย โครงสรา้ ง หน้าที่ กระบวนการย่อยอาหาร และการดูดซึมสารอาหารภายในระบบย่อยอาหาร
ของมนุษย์ โครงสร้างที่ทาหน้าที่แลกเปลี่ยนแก๊สของฟองน้า ไฮดรา พลานาเรีย ไส้เดือนดิน แมลง
ปลา กบ และนก โครงสร้างของปอดในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้านม โครงสร้างที่ใช้ในการแลกเปลี่ยนแก๊ส
และกระบวนการแลกเปลี่ยนแก๊สของมนุษย์ การทางานของปอด วัดปริมาตรของอากาศในการ
หายใจออกของมนุษย์ ระบบหมุนเวียนเลือดแบบเปิดและระบบหมุนเวียนเลือดแบบปิด ทิศทางการ
ไหลของเลือดและการเคลื่อนที่ของเซลล์เม็ดเลือดในหางปลา ความสัมพันธ์ระหว่างขนาดของหลอด
เลือดกับความเร็วในการไหลของเลือด โครงสร้างและการทางานของหัวใจและหลอดเลือดในมนุษย์
โครงสร้างหัวใจของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้านม ทิศทางการไหลของเลือดผ่านหัวใจของมนุษย์ การ
หมุนเวียนเลือดของมนุษย์ ความแตกต่างของเซลล์เม็ดเลือดแดง เซลล์เมด็ เลือดขาว เพลตเลต และ
พลาสมา หมู่เลือดและหลักการให้และรับเลือดในระบบ ABO และระบบ Rh ส่วนประกอบและหน้าที่
ของน้าเหลือง โครงสร้างและหน้าที่ของหลอดน้าเหลือง และต่อมน้าเหลือง กลไกการต่อต้านหรือ
ทาลายสิง่ แปลกปลอมแบบไม่จาเพาะและแบบจาเพาะ การสร้างภมู ิคุ้มกันก่อเองและภมู ิคุ้มกนั รับมา
ความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันที่ทาให้เกิดเอดส์ ภูมิแพ้ การสร้างภูมิต้านทานต่อเนื้อเยื่อตนเอง
โครงสรา้ งและหน้าทีใ่ นการกาจดั ของเสียออกจากร่างกายของฟองนา้ ไฮดรา พลานาเรีย ไส้เดือนดิน
แมลง และสตั ว์มกี ระดูกสันหลงั โครงสร้างและหน้าที่ของไต และโครงสร้างที่ใช้ลาเลียงปสั สาวะออก
จากร่างกาย กลไกการทางานของหน่วยไต ในการกาจัดของเสียออกจากร่างกาย ข้ันตอนการกาจัด
ของเสียออกจากร่างกายโดยหนว่ ยไต และความผิดปกติของไตอนั เนื่องมาจากโรคต่างๆ
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์กระบวนการสืบเสาะ หาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การ
สงั เกต การวิเคราะห์ การอธิบาย การอภิปราย และการสรปุ
เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้
และนาความรู้ไปใช้ในชีวิตของตนเองและดูแลรักษาสิ่งมีชีวิตอื่นๆ เฝ้าระวังและพัฒนาสิ่งแวดล้อม
อย่างยั่งยืน มีจติ วิทยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คุณธรรม และค่านิยมที่เหมาะสม
175
ผลการเรียนรู้
1. สืบค้นข้อมูล อธิบาย และเปรียบเทียบโครงสรา้ งและกระบวนการย่อยอาหารของสัตว์ทีไ่ ม่มี
ทางเดินอาหาร สัตวท์ ีม่ ีทางเดินอาหารแบบไม่สมบูรณ์ และสตั ว์ที่มีทางเดินอาหารแบบ
สมบูรณ์
2. สงั เกต อธิบาย การกินอาหารของไฮดราและพลานาเรีย
3. อธิบายเกี่ยวกับโครงสรา้ ง หนา้ ที่ และกระบวนการย่อยอาหาร และการดูดซึมสารอาหาร
ภายในระบบย่อยอาหารของมนุษย์
4. สืบค้นข้อมูล อธิบาย และเปรียบเทียบโครงสรา้ งที่ทาหน้าที่แลกเปลีย่ นแก๊สของฟองน้า ไฮดรา
พลานาเรีย ไส้เดือนดนิ แมลง ปลา กบ และนก
5. สังเกต และอธิบายโครงสร้างของปอดในสัตว์เลีย้ งลูกด้วยน้านม
6. สืบค้นข้อมูล อธิบายโครงสร้างทีใ่ ช้ในการแลกเปลี่ยนแก๊ส และกระบวนการแลกเปลีย่ นแก๊ส
ของมนษุ ย์
7. อธิบายการทางานของปอด และทดลองวัดปริมาตรของอากาศในการหายใจออกของมนษุ ย์
8. สืบค้นข้อมลู อธิบาย และเปรียบเทียบระบบหมนุ เวียนเลือดแบบเปิดและระบบหมุนเวียนเลือด
แบบปิด
9. สังเกต และอธิบายทิศทางการไหลของเลือดและการเคลื่อนที่ของเซลล์เม็ดเลือดในหางปลา
และสรุปความสัมพนั ธ์ระหว่างขนาดของหลอดเลือดกบั ความเรว็ ในการไหลของเลือด
10. อธิบายโครงสรา้ งและการทางานของหวั ใจและหลอดเลือดในมนษุ ย์
11. สังเกต และอธิบายโครงสร้างหัวใจของสตั ว์เลีย้ งลูกด้วยน้านม ทิศทางการไหลของเลือดผ่าน
หัวใจของมนุษย์ และเขียนแผนผังสรุป การหมุนเวียนเลือดของมนุษย์
12. สืบค้นข้อมลู ระบคุ วามแตกต่างของเซลล์เม็ดเลือดแดง เซลล์เมด็ เลือดขาว เพลตเลต และ
พลาสมา
13. อธิบายหมเู่ ลือดและหลักการให้และรับเลือดในระบบ ABO และระบบ Rh
14. อธิบาย และสรุปเกี่ยวกับสว่ นประกอบและหนา้ ทีข่ องน้าเหลือง รวมท้ังโครงสร้างและหน้าที่
ของหลอดน้าเหลือง และต่อมนา้ เหลือง
15. สืบค้นข้อมลู อธิบาย และเปรียบเทียบกลไกการตอ่ ต้านหรอื ทาลายสิ่งแปลกปลอมแบบไม่
จาเพาะและแบบจาเพาะ
16. สืบค้นข้อมูล อธิบาย และเปรียบเทียบการสรา้ งภูมิคุ้มกันก่อเองและภูมคิ ุ้มกนั รับมา
17. สืบค้นข้อมลู และอธิบายเกี่ยวกบั ความผิดปกติของระบบภมู คิ ุ้มกนั ที่ทาให้เกิดเอดส์ ภูมิแพ้
การสรา้ งภูมิต้านทานต่อเน้ือเยื่อตนเอง
18. สืบค้นข้อมลู อธิบาย และเปรียบเทียบโครงสรา้ งและหน้าทีใ่ นการกาจัดของเสียออกจาก
ร่างกายของฟองน้า ไฮดรา พลานาเรีย ไส้เดือนดนิ แมลง และสตั ว์มกี ระดกู สันหลัง
176
19. อธิบายโครงสรา้ งและหนา้ ที่ของไต และโครงสร้างที่ใช้ลาเลียงปสั สาวะออกจากร่างกาย
20. อธิบายกลไกการทางานของหนว่ ยไต ในการกาจัดของเสียออกจากร่างกาย และเขียนแผนผงั
สรปุ ข้ันตอนการกาจดั ของเสียออกจากร่างกายโดยหน่วยไต
21. สืบค้นข้อมูล อธิบาย และยกตัวอย่างเกี่ยวกับความผิดปกติของไตอันเนื่องมาจากโรคต่างๆ
รวมทง้ั หมด 21 ผลการเรียนรู้
177
คาอธิบายรายวิชา
รายวิชาชีววทิ ยา 5 รหสั วิชา ว33241 ประเภทวิชาเพิ่มเติม
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 6 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลาเรียน 60 ช่ัวโมง 1.5 หนว่ ยกิต
ศึกษาโครงสร้างและหน้าที่ของระบบประสาทของไฮดรา พลานาเรีย ไส้เดือนดิน กุ้ง หอย
แมลง และสัตว์มีกระดูกสันหลัง โครงสร้างและหน้าที่ของเซลล์ประสาท การเปลี่ยนแปลงของ
ศักย์ไฟฟ้าที่เยื่อหุ้มเซลล์ของเซลล์ประสาท และกลไกการถ่ายทอดกระแสประสาท โครงสร้างของ
ระบบประสาทส่วนกลางและระบบประสาทรอบนอก โครงสร้างและหน้าที่ของส่วนต่างๆ ในสมอง
ส่วนหนา้ สมองส่วนกลาง สมองส่วนหลงั และไขสันหลัง การทางานของระบบประสาทโซมาติก และ
ระบบประสาทอัตโนวัติ โครงสร้างและหน้าที่ของ ตา หู จมูก ล้ิน และผิวหนังของมนษุ ย์ โรคต่างๆ ที่
เกี่ยวข้อง การดูแลป้องกัน และรักษา การหาตาแหน่งของจุดบอด โฟเวีย และความไวในการรับ
สัมผัสของผิวหนัง โครงสร้างและหน้าที่ของอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนที่ของแมงกะพรุน หมึก
ดาวทะเล ไส้เดือนดิน แมลง ปลา และนก โครงสร้างและหน้าทีข่ องกระดูกและกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้อง
กับการเคลื่อนไหวและการเคลื่อนที่ของมนุษย์ การทางานของข้อต่อชนิดต่างๆ และการทางานของ
กล้ามเนื้อโครงร่างที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวและการเคลื่อนที่ของมนุษย์ การสืบพันธุ์แบบไม่
อาศัยเพศและการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศในสัตว์ โครงสร้างและหน้าที่ของอวัยวะในระบบสืบพันธุ์
เพศชายและระบบสืบพันธ์ุเพศหญิง กระบวนการสร้างสเปิร์ม กระบวนการสร้างเซลล์ไข่ และการ
ปฏิสนธิในมนุษย์ การเจรญิ เติบโตระยะเอม็ บริโอและระยะหลังเอ็มบริโอของกบ ไก่ และมนุษย์ หนา้ ที่
ของฮอร์โมนจากต่อมไร้ท่อและเนือ้ เยือ่ ที่สร้างฮอร์โมน พฤติกรรมที่เป็นมาแต่กาเนิดและพฤติกรรมที่
เกิดจากการเรียนรู้ของสัตว์ ความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมกับวิวัฒนาการของระบบประสาท การ
สื่อสารระหว่างสัตว์ที่ทาให้สตั วแ์ สดงพฤติกรรม
โดยใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์กระบวนการสบื เสาะ หาความรู้ การสบื ค้นขอ้ มลู
การสังเกต การวิเคราะห์ การอธิบาย การอภปิ ราย และการสรุป
เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้
และนาความรู้ไปใช้ในชีวิตของตนเองและดูแลรักษาสิ่งมีชีวิตอื่นๆ เฝ้าระวังและพัฒนาสิ่งแวดล้อม
อย่างย่ังยืน มีจติ วิทยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คณุ ธรรม และค่านิยมที่เหมาะสม
ผลการเรียนรู้
1. สืบค้นข้อมูล อธิบาย และเปรียบเทียบโครงสรา้ งและหน้าที่ของระบบประสาทของไฮดรา
พลานาเรีย ไส้เดือนดนิ กุ้ง หอย แมลง และสัตว์มีกระดูกสันหลัง
2. อธิบายเกี่ยวกับโครงสร้างและหน้าที่ของเซลล์ประสาท
3. อธิบายเกี่ยวกับการเปลีย่ นแปลงของศักย์ไฟฟ้าที่เยือ่ หุ้มเซลล์ของเซลล์ประสาท และกลไก
การถ่ายทอดกระแสประสาท
178
4. อธิบาย และสรปุ เกี่ยวกับโครงสรา้ งของระบบประสาทส่วนกลางและระบบประสาทรอบนอก
5. สืบค้นข้อมลู อธิบายโครงสร้างและหน้าที่ของส่วนตา่ งๆ ในสมองส่วนหน้า สมองส่วนกลาง
สมองสว่ นหลัง และไขสันหลัง
6. สืบค้นข้อมูล อธิบาย เปรียบเทียบ และยกตัวอย่างการทางานของระบบประสาทโซมาติก
และระบบประสาทอัตโนวตั ิ
7. สืบค้นข้อมลู อธิบายโครงสร้างและหน้าที่ของ ตา หู จมกู ลนิ้ และผวิ หนงั ของมนุษย์
ยกตัวอย่างโรคต่างๆ ทีเ่ กี่ยวข้อง และบอกแนวทางในการดแู ลป้องกนั และรกั ษา
8. สังเกต และอธิบายการหาตาแหน่งของจดุ บอด โฟเวีย และความไวในการรับสัมผัสของ
ผวิ หนงั
9. สืบค้นข้อมูล อธิบาย และเปรียบเทียบโครงสรา้ งและหน้าที่ของอวยั วะที่เกี่ยวข้องกบั การ
เคลือ่ นทีข่ องแมงกะพรนุ หมึก ดาวทะเล ไส้เดือนดนิ แมลง ปลา และนก
10. สืบค้นข้อมลู และอธิบายโครงสรา้ งและหน้าทีข่ องกระดูกและกล้ามเนื้อทีเ่ กี่ยวข้องกับการ
เคลื่อนไหวและการเคลื่อนที่ของมนุษย์
11. สงั เกต และอธิบายการทางานของข้อต่อชนิดต่างๆ และการทางานของกล้ามเนือ้ โครงรา่ งที่
เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวและการเคลื่อนทีข่ องมนุษย์
12. สืบค้นข้อมูล อธิบาย และยกตัวอย่างการสืบพนั ธ์ุแบบไม่อาศยั เพศและการสบื พันธุ์แบบ
อาศยั เพศในสัตว์
13. สืบค้นข้อมูล อธิบายโครงสร้างและหน้าทีข่ องอวัยวะในระบบสืบพันธุ์เพศชายและระบบ
สืบพันธ์ุเพศหญิง
14. อธิบายกระบวนการสร้างสเปิรม์ กระบวนการสร้างเซลล์ไข่ และการปฏิสนธิในมนุษย์
15. อธิบายการเจรญิ เติบโตระยะเอม็ บริโอและระยะหลงั เอ็มบริโอของกบ ไก่ และมนุษย์
16. สืบค้นข้อมูล อธิบาย และเขียนแผนผงั สรปุ หน้าที่ของฮอร์โมนจากต่อมไร้ท่อและเน้ือเยือ่ ที่
สร้างฮอร์โมน
17. สืบค้นข้อมลู อธิบาย เปรียบเทียบ และยกตัวอย่างพฤติกรรมที่เปน็ มาแต่กาเนดิ และ
พฤติกรรมทีเ่ กิดจากการเรียนรู้ของสัตว์
18. สืบค้นข้อมลู อธิบาย และยกตัวอย่างความสมั พนั ธ์ระหว่างพฤติกรรมกับวิวัฒนาการของ
ระบบประสาท
19. สืบค้นข้อมลู อธิบาย และยกตัวอย่างการสือ่ สารระหว่างสัตว์ที่ทาให้สัตว์แสดงพฤติกรรม
รวมทง้ั หมด 19 ผลการเรียนรู้
179
คาอธิบายรายวิชา
รายวิชา โลก ดาราศาสตร์และอวกาศ 1 รหัสวิชา ว 31261 ประเภทวิชาเพิ่มเติม
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลาเรียน 40 ชั่วโมง 1.0 หน่วยกิต
ศึกษา การแบ่งชั้นและสมบัติของโครงสร้างโลก รอยต่อระหว่างชั้นโครงสร้างพร้อมหลักฐาน
สนับสนุน ศึกษาการเคลื่อนที่ของแผ่นธรณีตามทฤษฎีธรณีแปรสัณฐานพร้อมหลักฐานสนับสนุน
ศึกษาสาเหตุและรูปแบบ แนวรอยต่อของแผ่นธรณีที่สัมพันธ์กับการเคลื่อนที่ของแผ่นธรณี และ
หลักฐานที่เป็นผลจากการเคลื่อนทีข่ องแผน่ ธรณี ศกึ ษาสาเหตุ กระบวนการเกิด และผลจากการเกิด
ภูเขาไฟระเบิด แผ่นดินไหว และสึนามิ พร้อมแนวทางการเฝา้ ระวังและปฏิบัติตนให้ปลอดภัย รวมท้ัง
อธิบายลาดับเหตกุ ารณ์ทางธรณีวิทยาในอดีตจากการใชห้ ลักฐานทีพ่ บในปจั จุบนั
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตรก์ ระบวนการสบื เสาะ หาความรู้ การสืบค้นข้อมูล
การสงั เกต การวิเคราะห์ การอธิบาย การอภปิ ราย และการสรุป
เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ มีทักษะปฏิบัติการทาง
วิทยาศาสตร์ รวมทั้งทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ในด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านการคิด และ
การแก้ปัญหา ด้านการสื่อสาร สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนา ไปใช้ในชีวิตตนเอง มีจิต
วิทยาศาสตร์ จริยธรรม คณุ ธรรม และค่านิยมที่เหมาะสม
ผลการเรียนรู้
1. อธิบายการแบ่งชั้นและสมบัติของโครงสร้างโลก พร้อมยกตวั อย่างข้อมลู ที่สนบั สนนุ
2. อธิบายหลกั ฐานทางธรณีวทิ ยาทีส่ นบั สนนุ การเคลื่อนที่ของแผน่ ธรณี
3. ระบุสาเหตุ และอธิบายแนวรอยต่อของแผน่ ธรณีที่สมั พันธ์การเคลื่อนที่ของแผ่นธรณี
พร้อมยกตัวอย่างหลกั ฐานทางธรณีวิทยาที่พบ
4. วิเคราะห์หลกั ฐานทางธรณีวทิ ยาที่พบในปัจจบุ นั และอธิบายลาดบั เหตกุ ารณ์ทาง
ธรณีวิทยาในอดีต
5. อธิบายสาเหตุ กระบวนการเกิดภูเขาไฟระเบิดและปัจจยั ที่ทาให้ความรุนแรงของการ
ปะทแุ ละรปู ร่างของภูเขาไฟแตกต่างกัน รวมทั้งสืบค้นข้อมลู พืน้ ที่เสีย่ งภยั ออกแบบและนาเสนอแนว
ทางการเฝา้ ระวงั และการปฏิบัติตนให้ปลอดภยั
6. อธิบายสาเหตุ กระบวนการเกิด ขนาดและความรนุ แรง และผลจากแผ่นดินไหว รวมทั้ง
สืบค้นข้อมูลพืน้ ที่เสีย่ งภยั ออกแบบและนาเสนอแนวทางการเฝ้าระวงั และปฏิบตั ิตนให้ปลอดภยั
7. อธิบายสาเหตุ กระบวนการเกิด และผลจากสึนามิ รวมท้ังสืบค้นข้อมลู พืน้ ทีเ่ สี่ยงภยั
ออกแบบและนาเสนอแนวทางการเฝา้ ระวังและปฏิบัติตนให้ปลอดภยั
รวมทง้ั หมด 7 ผลการเรียนรู้
180
คาอธิบายรายวิชา
รายวิชา โลก ดาราศาสตร์และอวกาศ 2 รหสั วิชา ว 31262 ประเภทวิชาเพิม่ เติม
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลาเรียน 40 ชัว่ โมง 1.0 หน่วยกิต
ศึกษาชนิดแร่และหิน สมบัติของแร่และหิน การจาแนกแร่ตามสมบัติของแร่ การจาแนกหิน
ตามลักษณะการเกิดและเน้ือหิน และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรแร่และหินที่เหมาะสม ศึกษา
กระบวนการเกิด และการสารวจแหล่งปิโตรเลียมและถ่านหินโดยใช้ความรู้พื้นฐานธรณีวิทยาด้าน
ต่างๆ รวมท้ังวิธีการและเทคนิคที่เหมาะสมเพื่อนาทรัพยากรมาใช้ได้อย่างคุ้มค่าและย่ังยืน ศึกษา
องค์ประกอบและการแปลความหมายของแผนที่ภูมิประเทศและแผนที่ธรณีวิทยา พร้อมท้ังนาเสนอ
การนาข้อมูลจากแผนทีภ่ มู ิประเทศและแผนทีธ่ รณีวิทยาไปใช้ประโยชน์
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสังเกต วิเคราะห์
เปรียบเทียบ อธิบาย อภปิ ราย และสรุป
เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ มีทักษะปฏิบัติทาง
วิทยาศาสตร์ รวมท้ังทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ในด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านการ
คิดและการแก้ปัญหาด้านการสื่อสารท สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ไปใช้ในชีวิตประจาวันของตนเอง
มีจิตวทิ ยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คุณธรรม และค่านิยมที่เหมาะสม
ผลการเรียนรู้
1. ตรวจสอบ และระบชุ นิดแร่ รวมทั้งวิเคราะหส์ มบตั ิและนาเสนอการใชป้ ระโยชน์จาก
ทรัพยากรแร่ที่เหมาะสม
2. ตรวจสอบ จาแนกประเภท และระบชุ ือ่ หนิ รวมทั้งวิเคราะหส์ มบัติและนาเสนอการใช้
ประโยชน์ของทรัพยากรหินทีเ่ หมาะสม
3. อธิบายกระบวนการเกิด และการสารวจแหล่งปิโตรเลียมและถ่านหนิ โดยใช้ขอ้ มูลทาง
ธรณีวิทยา
4. อธิบายสมบัติของผลิตภัณฑท์ ี่ได้จากปิโตรเลียมและถ่านหิน พร้อมนาเสนอการใช้
ประโยชน์อย่างเหมาะสม
5. อ่านและแปลความหมายจากแผนทีภ่ ูมิประเทศและแผนทีธ่ รณีวิทยาของพ้ืนทีท่ ีก่ าหนด
พร้อมทั้งอธิบาย และยกตวั อย่างการนาไปใช้ประโยชน์
รวม 5 ผลการเรียนรู้
181
คาอธิบายรายวิชา
รายวิชา โลก ดาราศาสตรแ์ ละอวกาศ 3 รหัสวิชา ว 32261 ประเภทวิชาเพิ่มเติม
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลาเรียน 40 ช่วั โมง 1.0 หนว่ ยกิต
ศกึ ษาเกี่ยวกบั องค์ประกอบของอากาศ พลังงานจากดวงอาทิตย์ อุณหภูมิของอากาศ ปัจจัย
ทีม่ ีผลต่อการรับและคายพลังงานจากดวงอาทิตย์ ผลที่มีต่ออุณหภูมิอากาศในแต่ละบริเวณของโลก
กระบวนการที่ทาให้เกิดสมดุลพลังงานของโลก การเกิดลม ผลของแรงเนื่องจากความแตกต่างของ
ความกดอากาศ การหมุนเวียนระบบลม แบบจาลองการหมุนเวียนอากาศ การหมุนเวียนอากาศตาม
เขตละติจูด ผลจากการหมุนเวียนของระบบลม พายุ พายุฝนฟ้าคะนอง ทอร์นาโด พายุหมุนเขตร้อน
การเกิดมรสุม อิทธิพลของมรสุมต่อประเทศไทย ร่องมรสุม การหมุนเวียนของน้าในมหาสมุทร การ
แบ่งชั้นน้าในมหาสมุทร ผลกระทบจากการหมุนเวียนของกระแสน้าในมหาสมุทร เมฆและ การเกิด
เมฆเสถียรภาพของอากาศ แนวปะทะอากาศ ปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศของโลก
ปรากฏการณ์เรือนกระจก คลื่นความร้อน การตรวจอากาศ ข้ันตอนการพยากรณ์อากาศ วิธีการ
พยากรณ์อากาศ แผนที่อากาศ และประโยชน์ของแผนทีอ่ ากาศ
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การ
สังเกต การวิเคราะห์ การอภปิ ราย การอธิบาย และการสรุปผล
เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด และความเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ สื่อสารสิ่งที่
เรียนรู้ และนาความรู้ไปใช้ในชีวิตของตนเอง ตลอดจนมีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และ
ค่านิยมทีเ่ หมาะสม
ผลการเรียนรู
1. อธิบายปัจจยั สาคัญทีม่ ีผลต่อการรับรู้และคายพลังงานจากดวงอาทิตย์แตกต่างกนั และ
ผลทีม่ ตี ่ออณุ หภมู ิอากาศในแตล่ ะบริเวณของโลก
2. อธิบายกระบวนการทีท่ าให้เกิดสมดลุ พลังงานของโลก
3. อธิบายผลของแรงเน่อื งจากความแตกต่างของความกดอากาศ แรงคอริออลสิ แรงสู่
ศูนย์กลางและแรงเสียดทานที่มีตอ่ การหมุนเวียนของอากาศ
4. อธิบายการหมุนเวียนของอากาศตามเขตละติจดู และผลทีม่ ตี ่อภมู อิ ากาศ
5. อธิบายปจั จัยที่ทาให้เกิดการแบ่งช้ันน้าในมหาสมุทร
6. อธิบายปจั จัยที่ทาให้เกิดการหมุนเวียนของน้าในมหาสมทุ รและรปู แบบการหมุนเวียนของ
น้าในมหาสมุทร
7. อธิบายผลของการหมนุ เวียนของนา้ ในมหาสมุทรทีม่ ีต่อลกั ษณะลมฟ้าอากาศ สิ่งมชี ีวติ
และสิ่งแวดล้อม
182
8. อธิบายความสัมพนั ธ์ระหว่างเสถียรภาพอากาศและการเกิดเมฆ
9. อธิบายการเกิดแนวปะทะอากาศแบบต่าง ๆ และลักษณะลมฟ้าอากาศที่เกีย่ วข้อง
10. อธิบายปจั จัยต่าง ๆ ทีม่ ีผลตอ่ การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศของโลก พรอ้ มยกตวั อย่าง
ข้อมูลสนบั สนุน
11. วิเคราะห์ และอภปิ รายเหตุการณ์ทีเ่ ป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงภูมอิ ากาศของโลก และ
นาเสนอแนวปฏิบัติของมนุษย์ที่มสี ่วนช่วยในการชะลอการเปลีย่ นแปลงภูมิอากาศโลก
12. แปลความหมายสัญลกั ษณ์ลมฟา้ อากาศบนแผนที่อากาศ
13. วิเคราะห์ และคาดการณ์ลกั ษณะลมฟ้าอากาศเบือ้ งตน้ จากแผนที่อากาศและข้อมูล
สารสนเทศ เพื่อวางแผนในการประกอบอาชีพและการดาเนนิ ชีวิตให้สอดคล้องกับสภาพลมฟ้า
อากาศ
รวม 13 ผลการเรียนรู
183
คาอธิบายรายวิชา
รายวิชา โลก ดาราศาสตร์และอวกาศ 4 รหสั วิชา ว 32262 ประเภทวิชาเพิ่มเติม
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลาเรียน 40 ชว่ั โมง 1.0 หนว่ ยกิต
ศึกษาเกี่ยวกับการกาเนิดเอกภพตามทฤษฎีบิกแบง วิวัฒนาการของเอกภพ หลักฐาน
สนับสนุนทฤษฎีบิกแบง องค์ประกอบ โครงสร้างของกาแล็กซีทางช้างเผือก กระบวนการเกิดดาว
ฤกษ์กระบวนการสร้างพลังงานของดาวฤกษ์ สมบตั ิของดาวฤกษ์ วิวัฒนาการของดาวฤกษ์ การเกิด
ระบบสุริยะ การแบ่งเขตบริวารของดวงอาทิตย์ การโคจรของดาวเคราะห์รอบดวงอาทิตย์ตามกฎ
ความโน้มถ่วงของนิวตัน กฎเคพเลอร์ ลักษณะดาวเคราะห์ที่เอื้อต่อการดารงชีวิตและดาวเคราะห์
นอกระบบสุริยะ โครงสร้างของดวงอาทิตย์ การเกิดลมสุริยะ พายุสุริยะ และผลที่มีต่อโลก ระบบ
ขอบฟ้า ระบบศูนย์สูตรและการระบุพิกัดดาว แนวการขึ้น การตกของดวงอาทิตย์และดวงดาว เวลา
สรุ ิยคติ มมุ ห่างของดาวเคราะห์ ตาแหนง่ ในวงโคจรของดาวเคราะห์ ตาแหน่งปรากฏของดาวเคราะห์
ปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้อง เทคโนโลยีอวกาศ และประโยชน์ของเทคโนโลยีอวกาศ
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การ
สังเกต การวิเคราะห์ การอภปิ ราย การอธิบาย และการสรปุ ผล
เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด และความเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ สื่อสารสิ่งที่
เรียนรู้ และนาความรู้ไปใช้ในชีวิตของตนเอง ตลอดจนมีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และ
ค่านิยมทีเ่ หมาะสม
ผลการเรียนรู
1. อธิบายการกาเนิดและการเปลีย่ นแปลงพลงั งาน สสาร ขนาด อณุ หภูมขิ องเอกภพหลงั
เกิดบิกแบงในชว่ งเวลาต่าง ๆ ตามวิวฒั นาการของเอกภพ
2. อธิบายหลกั ฐานที่สนับสนุนทฤษฎีบิกแบง จากความสมั พันธ์ระหว่างความเรว็ กับ
ระยะทางของกาแล็กซีรวมทั้งข้อมลู การค้นพบไมโครเวฟพื้นหลงั จากอวกาศ
3. อธิบายโครงสรา้ งและองค์ประกอบของกาแลก็ ซีทางช้างเผอื ก และระบตุ าแหน่งของ
ระบบสรุ ิยะพร้อมอธิบายเชื่อมโยงกับการสงั เกตเห็นทางช้างเผอื กของคนบนโลก
4. อธิบายกระบวนการเกิดดาวฤกษ์ โดยแสดงการเปลี่ยนแปลงความดัน อณุ หภมู ิ ขนาด
จากดาวฤกษ์ก่อนเกิดจนเป็นดาวฤกษ์
5. อธิบายกระบวนการสร้างพลงั งานของดาวฤกษ์และผลทีเ่ กิดขึ้น โดยวิเคราะหป์ ฏิกิรยิ า
ลกู โซ่โปรตอน-โปรตอน และวัฏจักรคาร์บอน-ไนโตรเจนออกซิเจน
6. ระบปุ จั จัยที่สง่ ผลตอ่ ความส่องสว่างของดาวฤกษ์ และอธิบายความสัมพนั ธ์ระหว่างความ
ส่องสว่างกับโชติมาตรของดาวฤกษ์
184
7. อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างสี อุณหภูมิผิว และสเปกตรัมของดาวฤกษ์
8. อธิบายวิธีการหาระยะทางของดาวฤกษ์ดว้ ยหลกั การแพรัลแลกซ์ พร้อมคานวณหา
ระยะทางของดาวฤกษ์
9. อธิบายลาดบั วิวัฒนาการทีส่ มั พันธ์กับมวลต้ังต้น และวเิ คราะหก์ ารเปลีย่ นแปลงสมบตั ิ
บางประการของดาวฤกษ์ในลาดบั วิวฒั นาการจากแผนภาพเฮิรซ์ ปรงุ -รัสเซลล์
10. อธิบายกระบวนการเกิดระบบสุริยะ การแบ่งเขตบริวารของดวงอาทิตย์ และลักษณะ
ของดาวเคราะหท์ ี่เอ้ือตอ่ การดารงชีวติ
11. อธิบายการโคจรของดาวเคราะห์รอบดวงอาทิตย์ด้วยกฏเคพเลอร์ และกฎความโน้มถ่วง
ของนวิ ตนั พรอ้ มคานวณคาบการโคจรของดาวเคราะห์
12. อธิบายโครงสรา้ งของดวงอาทิตย์ การเกิดลมสรุ ยิ ะ พายุสรุ ิยะ และวิเคราะห์ นาเสนอ
ปรากฏการณ์หรอื เหตกุ ารณ์ที่เกีย่ วข้องกับผลของลมสุริยะ และพายุสุริยะทีม่ ตี ่อโลกรวมท้ังประเทศ
ไทย
13. สร้างแบบจาลองทรงกลมฟ้า สังเกต และเช่อื มโยงจดุ และเส้นสาคัญของแบบจาลองทรง
กลมฟ้ากบั ท้องฟ้าจริง และอธิบายการระบพุ ิกัดของดาวในระบบขอบฟ้า และระบบศูนย์สูตร
14. สังเกตท้องฟ้า และอธิบายเส้นทางการขนึ้ การตกของดวงอาทิตย์และดาวฤกษ์
15. อธิบายเวลาสุริยคติปรากฏ โดยรวบรวมข้อมูล และเปรียบเทียบเวลาขณะที่ดวงอาทิตย์
ผา่ นเมริเดียนของผสู้ งั เกตในแตล่ ะวัน
16. อธิบายเวลาสุริยคติปานกลาง และการเปรียบเทียบเวลาของแต่ละเขตเวลาบนโลก
17. อธิบายมุมห่างทีส่ ัมพันธ์กบั ตาแหน่งในวงโคจร และอธิบายเช่ือมโยงกบั ตาแหนง่ ปรากฏ
ของดาวเคราะหท์ ีส่ ังเกตได้จากโลก
18. สืบค้นข้อมลู อธิบายการสารวจอวกาศโดยใช้กล้องโทรทรรศน์ในช่วงความยาวคลืน่ ตา่ ง
ๆ ดาวเทียม ยานอวกาศ สถานีอวกาศ และนาเสนอแนวคิดการนาความรทู้ างด้านเทคโนโลยีอวกาศ
มาประยุกต์ใชใ้ นชีวติ ประจาวนั หรอื ในอนาคต
19. สืบค้นข้อมูล ออกแบบและนาเสนอกิจกรรมการสังเกตดาวบนท้องฟ้าด้วยตาเปล่าและ
หรอื กล้องโทรทรรศน์
รวม 19 ผลการเรียนรู
185
คาอธิบายรายวิชา
รายวิชาปฏิบัติการทางวทิ ยาศาสตร์ 1 รหัสวิชา ว30281 ประเภทวิชาเพิ่มเติม
ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 4 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลาเรียน 40 ช่ัวโมง 1.0 หนว่ ยกิต
ศึกษาทักษะและกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เคร่ืองมือและอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ มี
ทักษะในการลงมือทาปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์กายภาพ (เคมี) เร่ือง ความปลอดและทักษะใน
ปฏิบัติการทางเคมี ข้อควรปฏิบัติเบื้องต้น การปฐมพยาบาล การกาจัดสารเคมี ทักษะในปฏิบัติการ
เคมี การทดลองการเตรียมสารละลาย การแยกสาร การไตรเตรต การคานวณ วิธีการทาง
วิทยาศาสตร์
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์กระบวนการสืบเสาะ หาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การ
สังเกต การลงมือปฏิบตั ิการทดลอง การวิเคราะห์ การอธิบาย การอภิปราย และการสรปุ
เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้
และนาความรู้ไปใช้ในชีวิตของตนเอง มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมที่เหมาะสม
ผลการเรียนรู้
23. มีความรคู้ วามเข้าใจ และสามารถนาความรเู้ กี่ยวกับทักษะและกระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์ไปใช้ในชีวติ ประจาวันได้อย่างเหมาะสม
24. มีความรคู้ วามเข้าใจ และมีความสามารถในการใชเ้ ครื่องมอื และอปุ กรณ์ทางวิทยาศาสตรไ์ ด้
ถกู ต้องและเหมาะสม
25. ลงมอื ทาปฏิบัติการทางวทิ ยาศาสตรก์ ายภาพ (เคมี) โดยใช้ทักษะและกระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์
รวมท้ังหมด 3 ผลการเรียนรู้
186
คาอธิบายรายวิชา
รายวิชาปฏิบัติการทางวทิ ยาศาสตร์ 2 รหสั วิชา ว30282 ประเภทวิชาเพิม่ เติม
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลาเรียน 40 ชว่ั โมง 1.0 หน่วยกิต
สืบค้นข้อมูล ศึกษา สารวจ ตรวจสอบ ทาการทดลอง อธิบาย อภิปราย และ วิเคราะห์ มี
ทักษะในการลงมือปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ชีวภาพ เร่ือง สิ่งมีชีวิตและกระบวนการดารงชีวิต
ได้แก่ การรักษาดุลยภาพภายในเซลล์ของส่งิ มชี ีวติ โดยการออกแบบการทดลอง ทาการทดลอง เพื่อ
แสดงใหเ้ หน็ ว่า เซลล์ของส่ิงมชี ีวิตมีการรักษาดุลยภาพของภายในเซลล์ โดยการควบคมุ การเข้าออก
ของสารผ่านเยื่อหุ้มเซลล์ ศึกษาการรักษาดุลยภาพภายในร่างกายของสิ่งมีชีวิต โดยการทาการ
ทดลองเพื่อเปรียบเทียบอัตราการหายใจของสัตว์เลือดอุ่นและสัตว์เลือดเย็น ในอุณหภูมิที่แตกต่าง
กนั ศกึ ษาการทางานของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย โดยการทาการทดลองเกี่ยวกับ แอนติเจนและ
แอนติบอดี และศึกษาการดารงชีวิตของพืช โดยการออกแบบการทดลอง ทาการทดลอง เกี่ยวกับ
การตอบสนองต่อส่งิ เร้าของพชื
โดยใช้ทักษะและกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ ทกั ษะการทา
การทดลอง ทักษะการเลือกใช้เคร่ืองมอื และอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ ทักษะการเลือกใช้เทคโนโลยี
ทีเ่ หมาะสมในการ เก็บรวบรวมข้อมลู ประมวลผลขอ้ มลู จดั กระทาขอ้ มลู และนาเสนอข้อมูล
เพือ่ ให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ มคี วามสามารถในการตดั สินใจ สือ่ สารสิ่งทีเ่ รยี นรู้
และนาความรู้ไปใช้ในชีวติ ของตนเองและดูแลรักษาสิ่งมีชีวติ อ่ืนๆ เฝา้ ระวังและพัฒนาสิง่ แวดล้อม
อย่างยงั่ ยืน มีจิตวทิ ยาศาสตร์ จริยธรรม คณุ ธรรม และค่านิยมที่เหมาะสม
ผลการเรียนรู้
1. ออกแบบการทดลอง ทาการทดลอง เพือ่ แสดงให้เห็นว่า เซลล์ของส่ิงมีชีวติ มกี ารรักษา
ดลุ ยภาพของภายในเซลล์ โดยการควบคุมการเข้าออกของสารผา่ นเยือ่ หุ้มเซลล์
2. ศกึ ษาการรกั ษาดุลยภาพภายในรา่ งกายของสง่ิ มีชีวติ โดยทาการทดลองเพื่อเปรียบเทียบ
อตั ราการหายใจของสตั ว์เลือดอุ่นและสตั ว์เลือดเย็น ในอุณหภมู ิที่แตกต่างกัน
3. ศกึ ษาการทางานของระบบภูมคิ ุ้มกันของร่างกาย โดยการทาการทดลองเกี่ยวกบั
แอนตเิ จนและแอนตบิ อดี
4. ออกแบบการทดลอง ทาการทดลอง เพื่อแสดงใหเ้ ห็นการตอบสนองตอ่ สิง่ เร้าของพืช
5. ออกแบบนวัตกรรม เพือ่ ใช้ในการดูแลรกั ษาสิง่ มีชีวติ อืน่ ๆ และสิง่ แวดล้อม
รวมทง้ั หมด 5 ผลการเรียนรู้
187
คาอธิบายรายวิชา
รายวิชาปฏิบัติการทางวทิ ยาศาสตร์ 3 รหัสวิชา ว30283 ประเภทวิชาเพิม่ เติม
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 6 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลาเรียน 40 ช่ัวโมง 1.0 หน่วยกิต
ศึกษาทักษะและกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เคร่ืองมือและอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ มี
ทักษะในการลงมือทาปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ เร่ือง เคร่ืองมือ
อุปกรณ์ทางดาราศาสตร์ แผนที่ดาว กล้องโทรทัศน์ โครงสร้างของโลก หลักฐานทางธรณีวิทยาที่
สนบั สนนุ การเคลือ่ นที่ของแผน่ ธรณี การเคลือ่ นที่ของแผน่ ธรณี การเกิดภูเขาไฟระเบิด การเกิด สึ
นามิ ปจั จัยทีม่ ผี ลตอ่ การเปลีย่ นแปลงภูมอิ ากาศ สัญลักษณ์ลมฟา้ อากาศ
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์กระบวนการสืบเสาะ หาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การ
สังเกต การลงมือปฏิบตั ิการทดลอง การวิเคราะห์ การอธิบาย การอภิปราย และการสรปุ
เพือ่ ให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ มคี วามสามารถในการตัดสินใจ ส่ือสารสิ่งที่เรยี นรู้
และนาความรู้ไปใช้ในชีวติ ของตนเอง มจี ติ วิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมที่เหมาะสม
ผลการเรยี นรู้
1. มีความรคู้ วามเข้าใจ และสามารถนาความรเู้ กีย่ วกบั ทักษะและกระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์ไปใช้ในชีวติ ประจาวันได้อย่างเหมาะสม
2. มีความรคู้ วามเข้าใจ และมีความสามารถในการใชเ้ ครื่องมอื และอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตรไ์ ด้
ถูกต้องและเหมาะสม
3. ลงมอื ทาปฏิบตั ิการทางวทิ ยาศาสตรโ์ ลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ โดยใช้ทักษะและ
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์
รวมท้งั หมด 3 ผลการเรียนรู้
188
คาอธิบายรายวิชา
รายวิชาปฏิบตั ิการทางวทิ ยาศาสตร์ 4 รหัสวิชา ว30284 ประเภทวิชาเพิ่มเติม
ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 6 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลาเรียน 40 ช่ัวโมง 1.0 หน่วยกิต
ศึกษาทักษะและกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เคร่ืองมือและอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ มี
ทักษะในการลงมอื ทาปฏิบตั ิการทางวิทยาศาสตร์กายภาพ(ฟิสิกส์) เร่ือง การเคลื่อนที่ สนามของแรง
พลังงานนิวเคลียร์ และคลื่น
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์กระบวนการสืบเสาะ หาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การ
สงั เกต การลงมือปฏิบตั ิการทดลอง การวิเคราะห์ การอธิบาย การอภิปราย และการสรุป
เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้
และนาความรู้ไปใช้ในชีวิตของตนเอง มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมที่เหมาะสม
ผลการเรียนรู้
1. มีความรคู้ วามเข้าใจ และสามารถนาความรเู้ กี่ยวกบั ทกั ษะและกระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์ไปใช้ในชีวติ ประจาวันได้อย่างเหมาะสม
2. มีความรคู้ วามเข้าใจ และมีความสามารถในการใชเ้ ครื่องมอื และอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตรไ์ ด้
ถกู ต้องและเหมาะสม
3. ลงมอื ทาปฏิบตั ิการทางวทิ ยาศาสตรก์ ายภาพ(ฟิสิกส์) โดยใช้ทกั ษะและกระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์
รวมทง้ั หมด 3 ผลการเรียนรู้
189
คาอธิบายรายวิชา
รายวิชาการออกแบบสือ่ ฯ รหัสวิชา ว31281 ประเภทวิชาเพิม่ เติม
ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 4 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลาเรียน 20 ชั่วโมง 0.5 หน่วยกิต
ศึกษาความรู้เกี่ยวกับการใช้ซอฟแวร์ประยุกต์ เทคโนโลยีเพื่อการดารงชีวิตในสังคมที่มีการ
เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ใช้ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตร์อื่น ๆ
เพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนางานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม
เลือกใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสมโดยคานงึ ถึงผลกระทบต่อชีวติ สงั คม และสิง่ แวดล้อม
ปฏิบัติงานด้วยซอฟแวร์ประยุกต์ เช่น โปรแกรมออกแบบกราฟิก โปรแกรมตัดต่อภาพนิ่ง
และภาพเคลื่อนไหว โปรแกรมนาเสนอข้อมูลด้านคอมพิวเตอร์ได้หลากหลายรูปแบบ ข้อความ
รปู ภาพ ตาราง แผนภูมิ ปฏิทิน ไฟล์ข้อมูล ตลอดจนภาพเคลือ่ นไหวและเสียง มาประกอบเข้าด้วยกัน
เป็นลกั ษณะสือ่ ประสม
เพื่อให้มีทักษะในการปฏิบัติงาน มีความมุ่งมั่นในการทางาน ใฝเ่ รียนรู้ มีความคิดสร้างสรรค์
มีความรับผดิ ชอบมีความสามารถในการใช้เทคโนโลยี และเผยแพร่ผลงานได้อย่างถูกต้องตาม พรบ.
คอมพิวเตอร์
มาตรฐานการเรียนรู้
สาระที่ 4 เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 4.1 เข้าใจแนวคิดหลกั ของเทคโนโลยีเพือ่ การดารงชีวติ ในสังคมทีม่ กี ารเปลี่ยนแปลง
อย่างรวดเร็ว ใชค้ วามรแู้ ละทักษะทางดา้ นวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตรอ์ ื่น ๆ เพื่อ
แก้ปัญหาหรอื พัฒนางานอย่างมคี วามคิดสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม
เลือกใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสมโดยคานึงถึงผลกระทบต่อชีวติ สังคม และสิ่งแวดล้อม
ผลการเรียนรู้
1. นกั เรียนสามารถใช้โปรแกรมสาเร็จรูปด้านการออกแบบได้
2. นกั เรียนสามารถใช้โปรแกรมในการตัดต่องานกราฟิกได้
3. นักเรียนสามารถใช้โปรแกรมนาเสนอข้อมูลด้านคอมพิวเตอร์ได้หลากหลายรูปแบบ ข้อความ
รปู ภาพ ตาราง แผนภูมิ ปฏิทิน ไฟล์ข้อมูล ตลอดจนภาพเคลือ่ นไหวและเสียง มาประกอบเข้าด้วยกัน
เปน็ ลักษณะสือ่ ประสม
4. นักเรียนสามารถเลือกใช้เทคโนโลยีในการนาเสนอและเผยแพร่สื่อมัลติมิเดียร์ได้อย่างเหมาะสม
และถูกต้องตาม พรบ.คอมพิวเตอร์
ท้งั หมด 4 ผลการเรียนรู้
190
คาอธิบายรายวิชา
รายวิชาการสร้างเวบ็ ไซต์ รหสั วิชา ว31282 ประเภทวิชาเพิ่มเติม
ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 4 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลาเรียน 20 ชว่ั โมง 0.5 หน่วยกิต
ศึกษา วิเคราะห์ การทางานของโปรแกรมในการสร้างเว็บไซต์ เรียนรู้หลักการออกแบบ
เว็บไซต์ สงั เกตรปู แบบเว็บไซต์จากเว็บไซต์ตา่ ง ๆ
ปฏิบัติการสร้างเว็บไซต์โดยใช้โปรแกรมสาเร็จ โดยมีการเชื่อมโยง การแสดงผลกราฟิก
รปู แบบพื้นฐาน ต่าง ๆ ของเว็บเพจอย่างสวยงาม เต็มไปด้วยเนื้อหาสาระที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ที่เข้า
มาเยี่ยมชมเว็บไซต์ที่จัดสร้างขึ้น ตลอดจนใช้กระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศ ในการรวบรวม
ข้อมลู แก้ปัญหา จากการสร้างเวบ็ ไซต์โดยโปรแกรมสาเรจ็ รปู
มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีเจตคติที่ดีต่องาน ทางานอย่างเป็นระบบ มีระเบียบวินัย และมี
ความรับผิดชอบในการปฏิบัติงาน มีจิตสานึก และรับผิดชอบในการใช้เทคโนโลยี มีคุณธรร ม
จริยธรรม โดยไม่ลอกผลงานผู้อื่น สามารถนาเอาความรู้มาใช้และประยุกต์ในการทางานได้อย่างมี
คุณภาพ ตามวิถีไทย และถูกต้องความหลักกฎหมายลิขสิทธิ์และทรัพย์สินทางปัญญา เกิด
ประสิทธิภาพในการศึกษา
ผลการเรียนรู้
1. นักเรียนมีความรคู้ วามเข้าใจเกี่ยวกบั Google Site
2. นกั เรียนสามารถออกแบบเวบ็ ไซต์ได้
3. นกั เรียนสามารถกาหนดโครงร่างเว็บไซต์ได้และถกู ต้อง
4. นกั เรียนเข้าใจและอธิบายเครื่องมือต่างๆ ใน Google Site ได้
5. นักเรียนสามารถสร้างและเชือ่ มโยงขอ้ มลู ในเวบ็ ไซต์ได้
6. นกั เรียนสามารถกาหนดฟงั ก์ชนั อื่นๆ ให้กับเวบ็ ไซต์ได้
7. นกั เรียนเผยแพรเ่ ว็บไซต์ได้
รวมทงั้ หมด 7 ผลการเรียนรู้
191
คาอธิบายรายวิชา
รายวิชาการเขียนโปรแกรมภาษาซี รหสั วิชา ว32281 ประเภทวิชาเพิ่มเติม
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลาเรียน 20 ชว่ั โมง 0.5 หนว่ ยกิต
ศกึ ษาเกี่ยวกับประวัติความเป็นมา ขั้นตอนการพฒั นาโปรแกรมภาษาคอมพิวเตอร์ ลักษณะ
ท่ัวไปและลักษณะจาเพาะของภาษาคอมพิวเตอร์ องค์ประกอบและโครงสร้างของโปรแกรม การ
เขียนผังงาน ลักษณะของตัวแปร ชนิดของข้อมูล ตัวดาเนินการทางคณิตศาสตร์ ตัวดาเนินการ
เปรียบเทียบ ตัวดาเนินการทางตรรกะ นิพจน์ วิธีการและคาสั่งต่าง ๆ ในการเขียนโปรแกรมภาษาซี
การสร้างและเรียกใช้ฟังก์ชันตรวจสอบเง่ือนไข ฟังก์ชันวนรอบ และการประยุกต์การเขียนโปรแกรม
ใช้งานเบือ้ งตน้
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะ หาความรู้ การวิเคราะห์ปัญหา
การออกแบบโปรแกรม การเขียนโปรแกรม การทดสอบโปรแกรม และการจดั ทาเอกสาร
เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้
และนาความรู้ไปใช้ในชีวิตของตนเองและดูแลรักษาสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ เฝ้าระวังและพัฒนาสิ่งแวดล้อม
อย่างยงั่ ยืน มีจติ วิทยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คณุ ธรรม และค่านิยมที่เหมาะสม
ผลการเรียนรู้
1. อธิบายประวัติความเปน็ มาและขั้นตอนการพัฒนาโปรแกรมภาษาคอมพิวเตอร์ได้
2. อธิบายและสามารถเขียนผงั งานได้
3. อธิบายการประกาศตัวแปรและชนิดของข้อมูลได้
4. อธิบายและเขียนโปรแกรมเกีย่ วกับคาสั่งการรับข้อมูลจากแป้นพมิ พ์และการแสดงผลทางจอภาพ
ได้
5. อธิบายและเขียนโปรแกรมการใชเ้ ครื่องหมายและตัวดาเนนิ การได้
6. อธิบายและเขียนโปรแกรมเกี่ยวกบั ฟังก์ชนั เปรียบเทียบเง่ือนไขได้
7. อธิบายและเขียนโปรแกรมเกี่ยวกบั ฟังก์ชันวนรอบทางานได้
รวมทงั้ หมด 7 ผลการเรียนรู้
192
คาอธิบายรายวิชา
รายวิชาอินเทอร์เนต็ แห่งสรรพสิง่ รหัสวิชา ว32282 ประเภทวิชาเพิม่ เติม
ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 5 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลาเรียน 20 ชวั่ โมง 0.5 หนว่ ยกิต
ศึกษาระบบการทางานของอินเทอร์เน็ต ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ การสื่อสารผ่านระบบ
เครือขา่ ยคอมพิวเตอร์ การตดิ ต้ังระบบอินเทอร์เน็ตส่วนบคุ คล วิเคราะห์ อภิปรายเกี่ยวกบั เทคโนโลยี
อินเทอร์เน็ตในปัจจุบัน ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการติดต่อสื่อสาร อุปกรณ์ทางเทคโนโลยี
อินเทอร์เน็ต เว็บ และพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ โปรแกรมประยุกต์เฉพาะทาง การเชื่อมต่ออุปกรณ์
ความรู้เกี่ยวกับอินเทอร์เน็ตแห่งสรรพสิ่ง(Internet of Things) การเชื่อมต่อเซ็นเซอร์เข้ากับอุปกรณ์
ควบคุม การควบคุมการทางานของอุปกรณ์ IoT ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต การสร้างเครือข่ายของ
อปุ กรณ์ IoT การวิเคราะหข์ ้อมลู และการประยุกต์ใชง้ านในการพฒั นาเทคโนโลยี
โดยใช้ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล
กระบวนการทางาน กระบวนการฝึกปฏิบัติ กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิดวิเคราะห์ และ
กระบวนการออกแบบ เพือ่ สร้างผลงานด้วยตนเอง
เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้
และนาความรู้ไปใช้ในชีวิตของตนเองและดูแลรักษาสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ เฝ้าระวังและพัฒนาสิ่งแวดล้อม
อย่างย่งั ยืน มีจติ วิทยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คุณธรรม และค่านิยมทีเ่ หมาะสม
ผลการเรียนรู้
1. อธิบายความรู้เกี่ยวกบั อินเทอร์เน็ตแหง่ สรรพสิ่ง(Internet of Things : IoT) ได้
2. อธิบายความก้าวหนา้ ของเทคโนโลยีอินเทอร์เนต็ ได้
3. ใช้เทคโนโลยีอินเทอร์เนต็ อย่างสร้างสรรค์
4. สร้างชิ้นงานจากโปรแกรมประยกุ ต์เฉพาะทางได้
5. ใช้เทคโนโลยีอย่างมีจิตสานึกและมีความรับผดิ ชอบ
6. นาความรไู้ ปใช้เป็นแนวทางในการประกอบอาชีพทีม่ ีคณุ ธรรมและเจตคติทีด่ ีตอ่ อาชีพ
รวมทัง้ สิ้น 6 ผลการเรียนรู้
193
คาอธิบายรายวิชา
รายวิชาการสร้างภาพเคลือ่ นไหว รหัสวิชา ว32283 ประเภทวิชาเพิม่ เติม
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลาเรียน 20 ชั่วโมง 0.5 หนว่ ยกิต
ศกึ ษาโปรแกรมการสรา้ งภาพเคลื่อนไหว (Animation) ความหมายและความสามารถของ
โปรแกรม การสร้างภาพเคลอ่ื นไหว และ ลกั ษณะการทางาน สว่ นประกอบของโปรแกรม การสร้าง
ภาพเคลอื่ นไหว อธิบายข้ันตอนการเปดิ -ปดิ และการใช้เครอ่ื งมือโปรแกรมการสรา้ งภาพเคล่ือนไหวและ
ลกั ษณะของเสียง และวดี ีโอท่ีนาเขา้ ขัน้ ตอนการนาเขา้ และจดั การเก่ยี วกับเสียง และวีดีโอ ลักษณะของ
ประเภทของ Symbol แบบ Movie Clip และ Graphic บอกข้ันตอนการสรา้ ง Symbol แบบ Movie
Clip และ Graphic Symbol แบบ Button
ปฏิบตั ิ และมที ักษะในการใชเ้ ครอื่ งมือ คาสัง่ ในการวาดภาพ การเลอื ก เคล่ือนย้าย และตกแตง่ วัตถุ
ลกั ษณะ ของ Timeline effect และการสรา้ งภาพเคล่ือนไหว แบบ Frame by Frame Motion
Tween Shape Tween และการสร้างภาพเคล่ือนไหวด้วยเทคนิค ต่าง ๆ การนาเข้าเสยี ง และวีดีโอที่
การสรา้ งงาน Symbol แบบ Movie Clip และ Graphic และสามารถสร้างภาพเคล่ือนไหวอยา่ ง
สรา้ งสรรค์ โดยเน้นหลกั ของปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง
เพื่อสรา้ งการมวี นิ ัย ความรับผดิ ชอบในการทางาน และการทางานร่วมกับผู้อ่ืนได้อย่างมีจติ สานกึ
และนาไปประยุกตใ์ ช้ในชีวิตประจาวันได้
ผลการเรยี นรู้
1. อธิบายความหมายและรจู้ ักโปรแกรมการสร้างภาพเคลื่อนไหวได้
2. บอกลักษณะการทางานของโปรแกรมการสร้างภาพเคลื่อนไหวได้
3. บอกสว่ นประกอบของโปรแกรมสร้างภาพเคลือ่ นไหวได้
4. สามารถเข้าโปรแกรมและใชค้ าส่ัง แถบเครื่องมือต่าง ๆ ได้อย่างสร้างสรรค์ มีคุณธรรม
จรยิ ธรรมได้
5. อธบิ ายข้นั ตอนการใช้เคร่ืองมือวาดภาพและนาไปใช้สรา้ งภาพเคลือ่ นไหวได้อย่างสร้างสรรค์
6. อธบิ ายขน้ั ตอนและสามารถสร้างภาพเคลื่อนไหวแบบ แบบFrame by Frame ,Motion
Tween ไดอ้ ย่างสร้างสรรค์
7. สามารถบอกประเภทของ Symbol และสรา้ งชิน้ งานแบบ Symbol ได้
8. สามารถนาเข้าเสยี งและวดี ีโอเข้ามาใชใ้ นการสร้างงานได้
9. สามารถเขียนเค้าโครงเรื่อง หรอื Storyboard และนาความรมู้ าประยุกต์สร้างชนิ้ งานได้อย่าง
นอ้ ย 1 เร่ือง โดยเน้นหลกั ของปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง
รวมท้ังหมด 9 ผลการเรียนรู้
194
คาอธิบายรายวิชา
รายวิชาฐานข้อมูลเบือ้ งต้น รหสั วิชา ว33281 ประเภทวิชาเพิ่มเติม
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 6 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลาเรียน 20 ชวั่ โมง 0.5 หนว่ ยกิต
ศึกษาความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับฐานข้อมูล การวิเคราะห์และออกแบบฐานข้อมูล ความรู้
เบื้องต้นเกี่ยวกับโปรแกรมระบบการจัดการฐานข้อมูล การสร้างฐานข้อมูล การสร้างตาราง การ
สร้างแบบสอบถาม การสร้างฟอร์ม การสร้างรายงาน การจัดการฐานข้อมูลให้มีประสิทธิภาพและ
ความปลอดภยั กรณีศกึ ษาระบบการจดั การฐานขอ้ มูลกับการใชง้ านด้านต่างๆ
ปฏิบัติการสร้างฐานข้อมูล สร้างตาราง เพิ่มข้อมูลในตาราง ประมวลผลข้อมูลในตาราง
สร้างแบบสอบถาม สร้างฟอร์ม สร้างรายงาน จัดการฐานข้อมูลให้มีประสิทธิภาพและความปลอด
ภยั ใช้โปรแกรมระบบการจัดการฐานขอ้ มลู สร้างโครงงานเพื่อการจัดการงานด้านต่างๆ
เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจ มีทักษะในการจัดการฐานข้อมูลเบื้องต้น และสามารถใช้
โปรแกรมระบบการจัดการฐานข้อมูลสร้างโครงงานเพื่อการจัดการงานด้านต่างๆ อย่างมีจิตสานึก
และความรบั ผดิ ชอบ
ผลการเรียนรู้
1. มีความรเู้ บือ้ งตน้ เกี่ยวกับโปรแกรมการจดั การฐานข้อมลู
2. ออกแบบฐานขอ้ มลู และจาแนกลักษณะความสัมพันธ์ระหว่างขอ้ มูลต่าง ๆ ได้
3. สร้างฐานข้อมูล สร้างตาราง (Table) เพิ่มข้อมลู ในตาราง และประมวลผลขอ้ มูลในตาราง
ได้
4. สร้างแบบสอบถาม (Query) ค้นหาและวิเคราะหข์ ้อมูลตามที่ตอ้ งการได้
5. สร้างฟอรม์ (Form) บันทกึ ข้อมลู และประมวลผลขอ้ มูลผ่านฟอร์มได้
6. สร้างรายงาน (Report) นาเสนอข้อมูลตามที่ต้องการได้
รวมทัง้ หมด 6 ผลการเรียนรู้
195
คาอธิบายรายวิชา
รายวิชาโครงงานคอมพิวเตอร์ รหัสวิชา ว33282 ประเภทวิชาเพิ่มเติม
ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 6 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลาเรียน 20 ชัว่ โมง 0.5 หน่วยกิต
ศึกษาพัฒนาการของคอมพิวเตอร์ ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ การประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์ เพื่อ
สร้างงานในรูปแบบต่าง ๆ หลักการทาโครงงานคอมพิวเตอร์ ลักษณะของการทาโครงงาน จาก
ปัญหาหรือเร่ืองที่สนใจจะศึกษา วิเคราะห์รูปแบบกระบวนการดาเนินงานโครงงาน แนวทางการ
ประยกุ ต์คอมพิวเตอรก์ บั โครงงาน
ปฏิบัติการสร้างโครงงานโดยใช้คอมพิวเตอร์เป็นเคร่ืองมือ โดยใช้ความรู้ ความคิด
จนิ ตนาการ ทักษะ เหตุผล และกระบวนการต่างๆ ทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ตลอดจนประสบการณ์
ด้านคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ ในการแก้ปัญหาต่างๆ ที่มอี ยู่ มาเชอ่ื มโยงสมั พันธ์กันจนเกิดความรู้ใหม่
ที่มีความหมายสอดคล้อง และเชื่อมโยงกันได้ โดยมีการบูรณาการความรู้ด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเข้า
มาร่วมดว้ ย
เพือ่ ให้มีความรู้ ความเข้าใจในการสร้างสรรค์ผลงานทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และเกิด
เจตคติที่ดีทาให้สามารถใช้คอมพิวเตอร์เพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ได้ และสามารถนาเอา
คอมพิวเตอร์มาประยกุ ต์ใชใ้ นการสร้างโครงงานได้อย่างมจี ิตสานึก และมีความรับผดิ ชอบ
ผลการเรียนรู้
1. นกั เรียนสามารถบอกความหมายและคุณค่าของการทาโครงงานคอมพิวเตอร์ และ
จาแนกประเภทของโครงงานคอมพิวเตอร์ได้
2. นกั เรียนมคี วามรู้ความเข้าใจในขั้นตอนการทาโครงงานคอมพิวเตอร์
3. นักเรียนสามารถจัดทาและนาเสนอข้อเสนอโครงงานคอมพิวเตอร์ได้
4. นักเรียนสามารถอธิบายวิธีทาโครงงานอย่างเป็นระบบและวิธีทาโครงงานให้ประสบ
ความสาเร็จอย่างมีคุณภาพได้
5. นกั เรียนสามารถทารายงานโครงงานคอมพิวเตอร์ฉบับสมบูรณ์ได้
6. นกั เรียนสามารถนาเสนอโครงงานและประเมินผลโครงงานคอมพิวเตอร์ได้
รวมท้งั หมด 6 ผลการเรียนรู้
196