The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผน การรับรู้และการตอบสนอง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by te_ry_tan1, 2022-09-18 05:43:48

แผน การรับรู้และการตอบสนอง

แผน การรับรู้และการตอบสนอง

แผนการจัดการเรียนรู้
การรับรู้และการตอบสนอง
หนว่ ยการเรยี นรู้ ระบบประสาทและอวยั วะรับความร้สู ึก
รายวชิ าชีววทิ ยา (ว30245)
ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565

นางวิไลพร จันเสง่ียม
ครชู านาญการ

กลุม่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

โรงเรียนเฉลิมพระเกยี รติสมเดจ็ พระศรีนครนิ ทร์ ภเู กต็
ในพระราชูปถัมภ์สมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี

สานกั งานเขตพ้นื ท่กี ารศกึ ษามัธยมศึกษา พงั งา ภเู ก็ต ระนอง

แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ 1

รหัสวชิ า ว30245 รายวชิ า ชวี วทิ ยา 5 ภาคเรยี นท่ี 1/2564 ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 6

หนว่ ยการเรียนรู้ ระบบประสาทและอวยั วะรบั สัมผสั เวลา 18 ชั่วโมง

เรอื่ ง การรับร้แู ละการตอบสนอง (1) เวลา 2 ชั่วโมง

ครูผู้สอน นางวไิ ลพร จนั เสงย่ี ม กล่มุ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

1. สาระชีววทิ ยา
เขา้ ใจการยอ่ ยอาหารของสัตวแ์ ละมนุษย์ รวมท้งั การหายใจและการแลกเปลย่ี นแก๊ส การลาเลยี งสาร

และการหมนุ เวียนเลือด ภมู คิ มุ้ กันของร่างกาย การรับร้แู ละการตอบสนอง การเคล่อื นที่ การสืบพันธุแ์ ละการ
เจรญิ เติบโต ฮอรโ์ มนกับการรกั ษาดลุ ยภาพ และพฤตกิ รรมของสัตว์ รวมทง้ั ความรู้ไปใช้ประโยชน์

2. ตัวช้ีวัด/ผลการเรยี นรู้
สืบค้นขอ้ มลู อธบิ าย และเปรยี บเทียบโครงสร้างและหนา้ ที่ของระบบประสาทของไฮดรา พลานาเรีย

ไสเ้ ดอื นดนิ กุ้ง หอย แมลง และสัตวม์ กี ระดกู สันหลงั

3. สาระสาคัญ
สัตวส์ ่วนใหญ่มรี ะบบประสาททาให้สามารถรับรแู้ ละตอบสนองตอ่ สง่ิ เร้าได้ เชน่ ไฮดรา มรี ่างแห

ประสาท พลานาเรยี ไสเ้ ดือนดิน กงุ้ หอย และแมลงมีปมประสาทและเส้นประสาท สว่ นสตั วม์ ีกระดูกสนั หลงั
มสี มอง ไขสนั หลัง ปมประสาทและเสน้ ประสาท

4. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. อธบิ ายหนว่ ยรับความรสู้ ึก หนว่ ยแปลความรู้สึก และหน่วยปฏิบัตงิ านที่จะตอบสนองตอ่ สิง่ เร้า (K)
2. อธิบายโครงสร้างทใ่ี ช้ในการรบั รูแ้ ละตอบสนองของ พารามีเซยี ม ไฮดรา พลานาเรยี แมลง และสัตว์

มกี ระดกู สันหลัง (K)
3. อธบิ ายวิธกี ารรบั รู้และตอบสนองของสงิ่ มีชีวิตเซลล์เดยี วบางชนดิ ที่มีเส้นใยประสานงาน สัตว์ไม่มี

กระดกู สันหลังบางชนิดทมี่ รี ่างแหประสาท บางชนิดทีม่ ีปมประสาทและเสน้ ประสาท และสัตวม์ ีกระดูกสันหลัง
ทม่ี สี มองและไขสนั หลงั (K)

4. เปรยี บเทียบวิธกี ารรบั รูแ้ ละตอบสนองของสง่ิ มีชีวติ เซลล์เดยี วบางชนิดที่มีเส้นใยประสานงาน สัตว์
ไมม่ กี ระดกู สันหลงั บางชนิดทีม่ ีร่างแหประสาท บางชนิดที่มีปมประสาทและเส้นประสาท และสัตว์มีกระดกู สัน
หลงั ที่มีสมองและไขสนั หลงั (K)

5. สารวจโครงสร้างระบบประสาทไสเ้ ดอื นดิน โดยใชท้ ักษะกระบวนการทางานกลุ่มได้ (P)
6. ระบุตาแหนง่ ของโครงสร้างระบบประสาทของไส้เดอื นดิน (P)

7. รับผดิ ชอบต่อหน้าทแ่ี ละปฏบิ ตั ิกิจกรรมเป็นลาดับขนั้ ตอนได้อยา่ งถกู ตอ้ ง (A)

5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ : นักเรยี น  2. ซ่ือสัตย์สุจริต
 1. รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์  4. ใฝ่เรียนรู้
 3. มวี นิ ยั  6. มงุ่ มั่นในการทางาน
 5. อยู่อย่างพอเพียง  8. มจี ิตสาธารณะ
 7. รกั ความเป็นไทย

6. สมรรถนะสาคัญของผ้เู รยี น  2. ความสามารถในการคดิ
 1. ความสามารถในการสื่อสาร  4. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
 3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา
 5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

7. สาระการเรียนรู้
- การรบั ร้แู ละตอบสนองของส่ิงมีชวี ิตหลายเซลล์
- การรบั รแู้ ละตอบสนองของสง่ิ มีชวี ิตไม่มกี ระดูกสนั หลงั
- การรบั รแู้ ละตอบสนองของสิ่งมชี วี ติ มีกระดกู สันหลัง

8. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ชวั่ โมงท่ี 1
ขัน้ ท่ี 1 ขนั้ ตรวจสอบความรูเ้ ดมิ (Elicitation Phase)
1. นักเรยี นทาแบบทดสอบก่อนเรยี น เร่ือง การรบั ร้แู ละการตอบสนอง จากชุดกิจกรรมการเรยี นรู้ท่ี 1

การรบั รูแ้ ละการตอบสนอง
2. ครูใช้คาถามก่อนนาไปสูก่ ารเรียนการสอนให้นักเรยี นตอบคาถามเหล่านโี้ ดยอาศัยความรู้ความ

เข้าใจทีม่ อี ยู่เดมิ หรือจากประสบการณท์ ่นี กั เรียนเคยพบเห็นในชีวติ ประจาวนั
- เมือ่ นักเรียนถกู มีดบาดนวิ้ จะเกดิ อะไรข้ึนบา้ ง นักเรยี นมพี ฤติกรรมอยา่ งไร
(แนวการตอบ : มีความรสู้ ึกเจ็บ เอามอื กดบาดแผล ทาการปฐมพยาบาล)
- นักเรยี นคดิ ว่า สงิ่ มีชวี ิตทุกชนดิ มีรูปแบบการตอบสนองตอ่ ส่งิ เรา้ เหมอื นหรือแตกต่างกัน อยา่ งไร
(แนวการตอบ : สง่ิ มชี วี ติ บางชนดิ ตอบสนองแบบ Positive บางชนิดตอบสนองแบบ Nagative)

3. นักเรียนอภิปรายเก่ียวกบั ลักษณะของสงิ่ เรา้ ที่เกิดจากประสบการณ์ของนักเรียน แล้วสรปุ ลักษณะ
ของสงิ่ เร้าภายนอก และสงิ่ เร้าภายใน ดังนี้

* ส่งิ เร้า (Stimulus )หมายถงึ คือ สญั ญาณหรือการเปลย่ี นแปลงซ่ึงมผี ลตอ่ กิจกรรมของสิ่งมีชีวิต
โดยทัว่ ไปแบง่ ได้ 2 ชนิด คอื

1) สง่ิ เร้าภายในร่างกาย ได้แก่ ฮอรโ์ มน เอนไซม์ ความหวิ ความเครยี ด ความตอ้ งการทางเพศ เป็น
ต้น

2) ส่ิงเรา้ ภายนอกรา่ งกาย ไดแ้ ก่ แสง เสยี ง อณุ หภูมิ อาหาร นา้ การสัมผัส สารเคมี เป็นต้น *
ข้ันท่ี 2 ขน้ั เร้าความสนใจ (Engagement Phase)
1. นกั เรยี นแต่ละคนปฏิบตั กิ ิจกรรมการเรยี นรทู้ ี่ 1 ความหมายของการรบั รู้และการตอบสนอง จากชดุ
กิจกรรมการเรียนรู้ที่ 1 การรับรูแ้ ละการตอบสนอง ดงั น้ี

- สแกน QR Code คลิปการตอบสนองของไสเ้ ดอื นดินต่อแสงไฟฉาย
- บนั ทกึ ผลการศกึ ษาทดลอง
- สรุปผลการศกึ ษาทดลอง
2. นกั เรียนนาเสนอความคิดเหน็ เพ่อื เชื่อมโยงเข้าสู่ บทเรยี น การรบั รู้และการตอบสนอง
ขัน้ ท่ี 3 ขัน้ สารวจและค้นหา (Exploration Phase)
1. ครแู จง้ จุดประสงค์การเรยี นร้ใู นครง้ั นี้ใหน้ ักเรยี นทราบ
2. นกั เรียนเข้ากลุ่มตามท่ีครูจัดให้ในชั่วโมงปฐมนเิ ทศ เพ่อื ปฏิบตั ิกจิ กรรมกลุ่มร่วมกัน
3. นักเรียนแต่ละกล่มุ ปฏบิ ตั ิกิจกรรมการเรยี นรู้ท่ี 2 เร่อื ง การศึกษาระบบประสาทของไสเ้ ดอื นดนิ
จากชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้ท่ี 1 การรับรแู้ ละการตอบสนอง
4. นกั เรยี นศกึ ษา ทาความเข้าใจ และวางแผนการทากจิ กรรมรว่ มกัน
5. นักเรยี นซักถามขอ้ สงสยั กอ่ นทากจิ กรรม และครูคอยเน้นย้าให้นกั เรียนแบ่งหน้าท่ีในกลมุ่ ไดแ้ ก่
หัวหน้า เลขานกุ าร ผนู้ าเสนอผลงาน และผู้ตรวจสอบผลงานกลุ่ม โดยสลับหนา้ ทไ่ี ม่ให้ซ้ากับคร้งั กอ่ น เพ่อื ให้
นักเรียนทกุ คนมสี ว่ นร่วมในกจิ กรรมและมคี วามรบั ผดิ ชอบงานท่ไี ดร้ บั มอบหมาย
6. สังเกตการทากิจกรรมของนกั เรียน การแลกเปลย่ี นความคิดเห็นของนกั เรียนภายในกลุ่ม พร้อมให้
คาแนะนาเมอื่ นกั เรียนสอบถามหรอื มขี ้อสงสัย
ขัน้ ตอนท่ี 4 ข้นั อธบิ าย (Explanation Phase)
1. นกั เรียนแตล่ ะกล่มุ นาเสนอผลการทากิจกรรมการเรยี นรู้ท่ี 2 เรอ่ื ง การศกึ ษาระบบประสาทของ
ไส้เดือนดนิ แลว้ ใหน้ กั เรยี นแตล่ ะกลุ่มรว่ มกันอา่ น วเิ คราะห์ อภปิ ราย และประเมินผลงานของเพอ่ื นกลุ่มอน่ื
เขยี นข้อคดิ เห็นของกลุ่มลงในกระดาษโน้ตกาว (Sticky Note) และทาเครือ่ งหมาย

✓ เมือ่ นกั เรยี นเหน็ ด้วย
 เมอ่ื นักเรยี นไม่เห็นดว้ ย
? เม่อื นักเรยี นไมแ่ นใ่ จ
2. นกั เรียนกลมุ่ ที่นาเสนอผลงาน อา่ นสรุปขอ้ คดิ เหน็ ของเพอ่ื น รว่ มกนั อภิปราย ตรวจสอบความถูก
ต้อง และปรับปรุงผลการศึกษาของตนเองให้สมบูรณ์
3. นักเรยี นสามารถต้ังคาถามที่อยากรเู้ พิ่มเติม หลังจากได้ร่วมกนั อภปิ รายในหอ้ งเรียนแลว้
4. นกั เรียนศึกษาใบความรู้ที่ 1 เร่อื ง การรับรู้และการตอบสนอง จากชุดกิจกรรมการเรยี นรู้ท่ี 1 การ
รับรแู้ ละการตอบสนอง

5. นักเรยี นรว่ มกนั วเิ คราะห์ถึงสาระสาคญั ท่ไี ดจ้ ากการศกึ ษา ดงั น้ี
* การรบั รู้และการตอบสนองต่อส่งิ เร้าของส่ิงมีชีวิตชนั้ สูง เช่น สตั วม์ ีกระดูกสันหลงั จะเกดิ จาก

การทางานร่วมกันของ 2 ระบบ ได้แก่ ระบบประสาทและระบบต่อมไรท้ ่อ โดยรูปแบบการตอบสนองต่อสงิ่ เร้า
มีลาดับขน้ั ตอนครา่ ว ๆ คอื สงิ่ เร้าทีเ่ กิดจากส่ิงแวดลอ้ มภายในหรือภายนอกรา่ งกาย ไปกระตุ้นหนว่ ยรับ
ความรสู้ กึ จากนน้ั กระแสประสาทจะถกู สง่ ต่อไปที่เซลล์ประสาทรบั ความรู้สึก (sensory neuron) หนว่ ยแปล
ความร้สู ึกหรือระบบประสาทส่วนกลาง (CNS: ) ผ่านเซลล์ประสาทประสานงาน (interneuron หรือ relay
neuron) เซลล์ประสาทสัง่ การ (motor neuron) แลว้ จึงจะส่งไปยังหน่วยปฏิบัตงิ าน ซ่งึ กค็ อื อวยั วะตา่ ง ๆ ท่ี
ทาหนา้ ที่ตอบสนองต่อส่งิ เร้า *

ชวั่ โมงท่ี 2
ขั้นที่ 5 ขน้ั ขยายความรู้ (Elaboration Phase)
1. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ ปฏบิ ัติกจิ กรรมการเรียนรู้ท่ี 3 เรอื่ ง แบบฝกึ หัด การรับรแู้ ละการตอบสนอง 1
จากชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ท่ี 1 การรับรูแ้ ละการตอบสนอง
2. นกั เรียนศึกษา ทาความเขา้ ใจ และวางแผนการทากิจกรรมรว่ มกนั
3. นกั เรยี นซักถามขอ้ สงสัยก่อนทากจิ กรรม และครูคอยเน้นยา้ ใหน้ ักเรียนแบง่ หน้าที่ในกลุ่ม ไดแ้ ก่
หัวหน้า เลขานกุ าร ผนู้ าเสนอผลงาน และผู้ตรวจสอบผลงานกลมุ่ โดยสลับหน้าที่ไม่ใหซ้ ้ากับคร้งั ก่อน เพ่อื ให้
นักเรยี นทุกคนมสี ว่ นรว่ มในกิจกรรมและมคี วามรบั ผดิ ชอบงานท่ีได้รบั มอบหมาย
4. สงั เกตการทากจิ กรรมของนกั เรียน การแลกเปลยี่ นความคดิ เห็นของนกั เรยี นภายในกลุ่ม พร้อมให้
คาแนะนาเม่อื นักเรียนสอบถามหรอื มีขอ้ สงสัย
ขั้นท่ี 6 ข้ันประเมนิ ผล (Evaluation Phase)
1. นกั เรยี นปฏบิ ตั ิกจิ กรรมการเรียนรู้ท่ี 4 เรื่อง แบบฝึกหัด การรบั รู้และการตอบสนอง 2 จากชุด
กจิ กรรมการเรียนรู้ที่ 1 การรับรู้และการตอบสนอง เปน็ รายบคุ คล โดยครเู น้นย้าให้นกั เรียนทาแบบฝึกหดั ดว้ ย
ความตั้งใจและซื่อสตั ย์ ไมป่ รกึ ษาหรือลอกกนั
2. ครูและนักเรียนร่วมกนั อภปิ รายเฉลยแบบฝึกการรบั รูแ้ ละการตอบสนอง 2 พรอ้ มทงั้ ชมเชย
นักเรียนทม่ี ีอภิปรายคาตอบไดถ้ ูกต้อง และให้กาลังใจสาหรับนกั เรยี นที่อภปิ รายคาตอบได้ไม่ครบถ้วนหรอื ไม่
ถูกตอ้ ง ใหพ้ ยายามมากขน้ึ
ขน้ั ท่ี 7 ขัน้ นาความรู้ไปใช้ (Extension Phase)
1. นักเรยี นรว่ มกนั อภิปราย โดยใช้คาถามกระตนุ้ ในการนาความรเู้ ร่อื งการรบั รแู้ ละการตอบสนองมา
อธิบายระบบและการทางานของร่างกายมนษุ ย์ไดอ้ ย่างไร

(แนวการตอบ : การรับรูแ้ ละการตอบสนองต่อสง่ิ เร้า เปน็ หนงึ่ ในคุณสมบัติที่สาคัญของสงิ่ มีชวี ิต
ดงั นนั้ ไมว่ ่าจะมีระบบประสาทหรือไม่ สงิ่ มชี ีวิตทุกชนดิ กต็ ้องมกี ารตอบสนองตอ่ สง่ิ เรา้ เพียงแตร่ ปู แบบการ
ตอบสนองอาจแตกต่างกันไปตามความซับซ้อนของสิ่งมชี ีวิต)

2. นกั เรยี นบันทึกสรุปความรูล้ งในสมุดบันทกึ ของตนเอง

9. สอื่ / แหลง่ เรยี นรู้
1. หนังสอื เรียนรายวชิ าเพม่ิ เติมวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชวี วิทยา เล่ม 5
2. ชุดกจิ กรรมการเรียนรู้ท่ี 1 การรบั รูแ้ ละการตอบสนอง
3. PowerPoint เร่ือง Nervous system
4. คลปิ วิดีโอ จากเวบ็ ไซต์ Youtube

10. การวัดผลและประเมนิ ผล วิธีการวดั เครอื่ งมอื วดั เกณฑ์การวดั และ
สิ่งทตี่ อ้ งการวดั /ประเมินผล ประเมนิ ผล

- อธบิ ายหน่วยรบั ความรู้สกึ หนว่ ย - ตรวจใบกิจกรรม - ใบกจิ กรรมการ - นกั เรยี นไดค้ ะแนนการ
เรียนรู้ท่ี 1 ปฏิบัติกจิ กรรมการเรยี นรู้
แปลความรู้สึก และหน่วย การเรียนรู้ - ใบกจิ กรรมการ และแบบทดสอบหลงั เรยี น
เรยี นรู้ที่ 2 ร้อยละ 60 ขนึ้ ไป
ปฏบิ ัตงิ านท่จี ะตอบสนองต่อสงิ่ เรา้ - ตรวจแบบทดสอบ - ใบกิจกรรมการ
เรยี นรู้ที่ 3
(K) - ใบกิจกรรมการ
เรยี นรู้ท่ี 4
- อธิบายโครงสรา้ งท่ีใชใ้ นการรับรู้ - แบบทดสอบ

และตอบสนองของ พารามีเซียม

ไฮดรา พลานาเรยี แมลง และสัตวม์ ี

กระดูกสันหลัง (K)

- อธิบายวิธกี ารรบั รแู้ ละตอบสนอง

ของสง่ิ มีชีวติ เซลล์เดียวบางชนิดที่มี

เสน้ ใยประสานงาน สัตว์ไมม่ ี

กระดูกสนั หลังบางชนิดทีม่ รี ่างแห

ประสาท บางชนิดท่มี ปี มประสาท

และเสน้ ประสาท และสัตวม์ ีกระดูก

สันหลงั ที่มสี มองและไขสันหลงั (K)

- เปรยี บเทยี บวธิ กี ารรับรูแ้ ละ

ตอบสนองของสิง่ มีชีวติ เซลลเ์ ดียว

บางชนดิ ทม่ี ีเสน้ ใยประสานงาน

สตั วไ์ ม่มกี ระดกู สนั หลงั บางชนิดทีม่ ี

ร่างแหประสาท บางชนิดทีม่ ีปม

ประสาทและเส้นประสาท และสัตว์

มกี ระดูกสนั หลงั ทีม่ สี มองและไขสนั

หลัง (K)

สิ่งทต่ี ้องการวัด/ประเมินผล วิธกี ารวดั เครอื่ งมอื วดั เกณฑ์การวัดและ
ประเมนิ ผล
- สารวจโครงสรา้ งระบบประสาท - ตรวจใบกิจกรรม - ใบกจิ กรรมการ
- นกั เรยี นได้คะแนนการ
ไสเ้ ดือนดิน โดยใช้ทกั ษะ การเรียนรู้ เรยี นร้ทู ี่ 2 ปฏบิ ัติกิจกรรมการเรียนรู้
และแบบทดสอบหลังเรยี น
กระบวนการทางานกลมุ่ ได้ (P) - ตรวจแบบทดสอบ - แบบทดสอบ ร้อยละ 60 ขึ้นไป

- ระบตุ าแหน่งของโครงสร้างระบบ ระดบั คณุ ภาพ 3 ขึ้นไป
ผา่ นเกณฑ์
ประสาทของไสเ้ ดือนดนิ (P)

- รบั ผดิ ชอบตอ่ หนา้ ท่แี ละงานที่ - สงั เกตพฤตกิ รรม - แบบสังเกต

ได้รับมอบหมาย (A) การทางานรายบคุ คล พฤติกรรม

บันทึกผลหลงั การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
1. ผลการจัดการเรยี นรู้
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

2.ปญั หา / อุปสรรค
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

3. ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางการปรบั ปรงุ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงช่ือ....................................................ครูผสู้ อน
( นางวไิ ลพร จนั เสง่ยี ม )

วนั ที่ ......../......................../...........

ลงชือ่ ...................................................หวั หนา้ กลมุ่ สาระฯ
( นางวไิ ลลักษณ์ ตังสรุ ตั น์ )

ความคิดเห็นของรองผอู้ านวยการกลุ่มบรหิ ารวิชาการ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชื่อ.............................................................
(............................................................)
รองผู้อานวยการกล่มุ บรหิ ารวชิ าการ

โรงเรยี นเฉลมิ พระเกียรตสิ มเด็จพระศรีนครินทร์ ภเู ก็ต
ในพระราชูปถัมภส์ มเดจ็ พระเทพรตั นราชสุดาฯ สยามบรมราชกมุ ารี

ขอ้ เสนอแนะของผู้อานวยการโรงเรียนเฉลมิ พระเกียรติสมเดจ็ พระศรีนครนิ ทร์ ภูเก็ตฯ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงช่อื .............................................................
( นายมนตรี พรผล )

ผู้อานวยการโรงเรียนเฉลมิ พระเกยี รตสิ มเดจ็ พระศรีนครินทร์ ภูเก็ต
ในพระราชปู ถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ 1

รหัสวชิ า ว30245 รายวิชา ชีววทิ ยา 5 ภาคเรยี นท่ี 1/2564 ชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 6

หนว่ ยการเรียนรู้ ระบบประสาทและอวยั วะรบั สัมผสั เวลา 18 ชั่วโมง

เรอื่ ง การรับร้แู ละการตอบสนอง (2) เวลา 1 ชั่วโมง

ครูผู้สอน นางวไิ ลพร จนั เสงย่ี ม กล่มุ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

1. สาระชีววทิ ยา
เขา้ ใจการยอ่ ยอาหารของสัตว์และมนุษย์ รวมท้งั การหายใจและการแลกเปลยี่ นแก๊ส การลาเลยี งสาร

และการหมนุ เวียนเลือด ภมู คิ มุ้ กนั ของร่างกาย การรับร้แู ละการตอบสนอง การเคลื่อนที่ การสืบพนั ธุแ์ ละการ
เจรญิ เติบโต ฮอรโ์ มนกับการรกั ษาดลุ ยภาพ และพฤตกิ รรมของสัตว์ รวมทั้งความรไู้ ปใช้ประโยชน์

2. ตัวช้ีวัด/ผลการเรยี นรู้
สืบค้นขอ้ มลู อธบิ าย และเปรยี บเทียบโครงสร้างและหนา้ ทีข่ องระบบประสาทของไฮดรา พลานาเรีย

ไสเ้ ดอื นดนิ กุ้ง หอย แมลง และสัตว์มีกระดกู สันหลงั

3. สาระสาคญั
สัตวส์ ว่ นใหญ่มรี ะบบประสาททาให้สามารถรับรแู้ ละตอบสนองตอ่ สง่ิ เร้าได้ เช่น ไฮดรา มรี ่างแห

ประสาท พลานาเรยี ไสเ้ ดือนดิน กงุ้ หอย และแมลงมีปมประสาทและเสน้ ประสาท สว่ นสตั ว์มีกระดกู สนั หลงั
มสี มอง ไขสนั หลัง ปมประสาทและเส้นประสาท

4. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. อธิบายหนว่ ยรบั ความรสู้ กึ หนว่ ยแปลความรู้สึก และหนว่ ยปฏบิ ัติงานทจ่ี ะตอบสนองตอ่ สิง่ เร้า (K)
2. อธิบายโครงสร้างทใ่ี ช้ในการรบั รูแ้ ละตอบสนองของ พารามีเซียม ไฮดรา พลานาเรยี แมลง และสัตว์

มกี ระดกู สันหลัง (K)
3. อธิบายวิธกี ารรบั รู้และตอบสนองของสงิ่ มีชีวิตเซลล์เดยี วบางชนดิ ที่มเี สน้ ใยประสานงาน สัตว์ไม่มี

กระดกู สันหลังบางชนิดทมี่ รี า่ งแหประสาท บางชนิดทีม่ ีปมประสาทและเส้นประสาท และสัตวม์ ีกระดกู สันหลัง
ทม่ี สี มองและไขสนั หลงั (K)

4. เปรยี บเทียบวิธกี ารรับรู้และตอบสนองของสง่ิ มีชีวติ เซลล์เดยี วบางชนดิ ทีม่ ีเส้นใยประสานงาน สัตว์
ไมม่ กี ระดกู สันหลงั บางชนิดทีม่ ีรา่ งแหประสาท บางชนิดที่มีปมประสาทและเสน้ ประสาท และสัตว์มีกระดกู สัน
หลงั ที่มีสมองและไขสนั หลงั (K)

5. สารวจโครงสร้างระบบประสาทไสเ้ ดอื นดิน โดยใชท้ กั ษะกระบวนการทางานกลุม่ ได้ (P)
6. ระบุตาแหนง่ ของโครงสร้างระบบประสาทของไส้เดอื นดิน (P)

7. รบั ผิดชอบต่อหนา้ ที่และปฏบิ ัตกิ ิจกรรมเปน็ ลาดบั ขน้ั ตอนไดอ้ ย่างถกู ต้อง (A)

5. คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ : นักเรียน  2. ซอ่ื สัตย์สจุ ริต
 1. รกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์  4. ใฝเ่ รยี นรู้
 3. มวี ินยั  6. มงุ่ มน่ั ในการทางาน
 5. อยู่อย่างพอเพียง  8. มจี ติ สาธารณะ
 7. รักความเปน็ ไทย

6. สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น  2. ความสามารถในการคดิ
 1. ความสามารถในการสอื่ สาร  4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
 3. ความสามารถในการแก้ปญั หา
 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

7. สาระการเรยี นรู้
- การรับรูแ้ ละตอบสนองของสิง่ มีชีวิตหลายเซลล์
- การรับรู้และตอบสนองของสงิ่ มีชวี ิตไมม่ กี ระดกู สนั หลัง
- การรับรูแ้ ละตอบสนองของสิ่งมชี วี ติ มกี ระดูกสันหลัง

8. กจิ กรรมการเรียนรู้
ข้นั ที่ 1 ข้นั ตรวจสอบความรเู้ ดมิ (Elicitation Phase)
1. ครใู ช้คาถามกอ่ นนาไปสู่การเรียนการสอนให้นักเรียนตอบคาถามเหลา่ นโี้ ดยอาศัยความรู้ความ

เข้าใจท่ีมีอยเู่ ดมิ หรอื จากการเรียนในคาบเรียนทผ่ี ่านมา
- พวกส่งิ มีชีวิตเซลลเ์ ดียว มกี ารรับร้แู ละการตอบสนองต่อสิ่งเร้าอยา่ งไร
(แนวการตอบ :
* อะมีบาเปน็ สิ่งมชี วี ติ จาพวกโพรทสิ ต์ (protist) ชนิดหน่ึง ถึงจะไมม่ เี ซลล์ประสาท แตอ่ ะมบี าก็

ตอบสนองตอ่ สิง่ เร้า โดยการเคล่อื นทดี่ ้วย "เทา้ เทียม (pseudopods)" เข้าหาอาหารและหนีแสง ซึ่งเราเรียก
การเคล่อื นท่แี บบอะมีบาวา่ amoeboid movement)

* พารามเี ซยี มมี "เสน้ ใยประสานงาน (coordinating fiber)" อยูใ่ ต้ผิวเซลล์ เส้นใยประสานงานน้ี
จะเชื่อมโยงระหว่างขน (cilia) แต่ละเสน้ ทาใหเ้ กิดการประสานงาน การโบกพัดของขนทอี่ ยรู่ อบ ๆ ตวั ทาให้
พารามีเซียมเคล่อื นทเี่ ขา้ หรอื หนีสิง่ เรา้ ได้ โดยจะตอบสนองตอ่ ส่ิงเรา้ เชน่ แสงสว่าง อุณหภูมิ และสารเคมี

* ยูกลนี าถึงจะไมม่ ีเซลลป์ ระสาท แตย่ ูกลีนาก็มโี ครงสรา้ งรบั แสงท่เี รยี กว่า "จดุ ตา (stigma, eye
spot)" ทาให้ยูกลีนาตอบสนองตอ่ ความเข้มแสงและทศิ ทางของแสงได้ นอกจากนย้ี งั มแี ฟลกเจลลัม
(flagellum) สาหรบั การเคลื่อนท่ดี ้วย โดยยกู ลนี าจะตอบสนองต่อสิ่งเร้าจาพวกแสงสว่าง อณุ หภมู ิ และ
สารเคมี (คลา้ ย ๆ กบั พารามีเซียมเลย)

- นักเรียนคิดว่า สง่ิ มชี ีวิตทกุ ไฟลมั ในอาณาจักรสตั ว์ มรี ูปแบบการทางานของระบบประสาท
เหมอื นหรอื แตกต่างกัน อย่างไร

(แนวการตอบ : สง่ิ มชี วี ิตในอาณาจักรสตั ว์ มรี ูปแบบการทางานของระบบประสาท เพือ่
ตอบสนองต่อสง่ิ เรา้ แตกต่างกัน ตามพัฒนาการจากสัตวช์ ้ันตา่ ไปหาสัตวช์ ั้นสูง)

ขั้นที่ 2 ขั้นเร้าความสนใจ (Engagement Phase)
1. นักเรยี นศกึ ษาคลิปวดิ ีโอการรับรู้และการตอบสนองของสง่ิ มชี วี ติ ในอาณาจกั รสัตว์ จากส่ือการ
เรียนรู้ PowerPoint เรื่อง Nervous system
2. นกั เรยี นนาเสนอความคดิ เหน็ จากคลิปวิดีโอเพอ่ื เช่ือมโยงเข้าสู่ บทเรยี น รปู แบบระบบประสาทใน
สตั วท์ ม่ี ีพฒั นาต่า จนถึงสัตว์ที่มีพัฒนาการสงู
ข้ันที่ 3 ขน้ั สารวจและค้นหา (Exploration Phase)
1. ครูแจง้ จุดประสงค์การเรียนร้ใู นคร้งั น้ีใหน้ กั เรียนทราบ
2. นกั เรียนเข้ากลมุ่ ตามท่ีครจู ัดใหใ้ นช่วั โมงปฐมนิเทศ เพ่ือปฏิบตั ิกิจกรรมกลุ่มรว่ มกนั
3. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มปฏบิ ตั ิกจิ กรรมการเรยี นรู้ท่ี 5 เรื่อง แบบฝึกหัดการรับรแู้ ละการตอบสนอง 4
จากชุดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ 1 การรบั ร้แู ละการตอบสนอง
4. นกั เรียนศึกษา ทาความเขา้ ใจ และวางแผนการทากจิ กรรมร่วมกัน
5. นักเรียนซักถามข้อสงสัยก่อนทากจิ กรรม และครูคอยเนน้ ยา้ ให้นักเรยี นแบ่งหน้าท่ีในกลุม่ ไดแ้ ก่
หัวหนา้ เลขานกุ าร ผนู้ าเสนอผลงาน และผู้ตรวจสอบผลงานกลุ่ม โดยสลับหน้าท่ไี มใ่ ห้ซ้ากับครั้งก่อน เพื่อให้
นักเรียนทกุ คนมสี ่วนรว่ มในกิจกรรมและมคี วามรับผดิ ชอบงานท่ไี ด้รบั มอบหมาย
6. สงั เกตการทากิจกรรมของนกั เรยี น การแลกเปล่ยี นความคดิ เห็นของนกั เรยี นภายในกลุม่ พรอ้ มให้
คาแนะนาเม่ือนักเรียนสอบถามหรอื มีข้อสงสยั
ขน้ั ตอนท่ี 4 ขนั้ อธบิ าย (Explanation Phase)
1. นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ นาเสนอผลการทากิจกรรมการเรยี นรู้ที่ 2 เรอ่ื ง 5 เรื่อง แบบฝกึ หัดการรบั รแู้ ละ
การตอบสนอง 4 แลว้ ให้นักเรียนแตล่ ะกลุ่มร่วมกันอา่ น วิเคราะห์ อภปิ ราย และประเมนิ ผลงานของเพอื่ นกล่มุ
อืน่ เขยี นขอ้ คิดเห็นของกลมุ่ ลงในกระดาษโน้ตกาว (Sticky Note) และทาเครือ่ งหมาย

✓ เม่อื นกั เรียนเหน็ ดว้ ย
 เม่ือนกั เรยี นไมเ่ ห็นด้วย
? เมอ่ื นักเรียนไม่แน่ใจ
2. นกั เรียนกลุ่มท่นี าเสนอผลงาน อ่านสรุปข้อคิดเหน็ ของเพื่อน รว่ มกนั อภปิ ราย ตรวจสอบความถูก
ตอ้ ง และปรับปรุงผลการศึกษาของตนเองให้สมบูรณ์
3. นักเรียนสามารถต้ังคาถามที่อยากรู้เพ่มิ เตมิ หลังจากได้รว่ มกันอภิปรายในห้องเรียนแล้ว
4. นักเรียนศกึ ษาใบความรู้ที่ 2 เรอื่ ง สรปุ การรับรู้และการตอบสนอง จากชุดกจิ กรรมการเรียนรู้ท่ี 1
การรับร้แู ละการตอบสนอง

5. นกั เรียนร่วมกนั วเิ คราะหถ์ งึ สาระสาคัญที่ไดจ้ ากการศกึ ษา ดงั น้ี
* ระบบประสาทของสัตว์ มีหน้าท่ใี นการออกคาสั่งการทางานของกล้ามเน้อื ควบคมุ การทางาน

ของอวยั วะต่าง ๆ ในร่างกาย และประมวลขอ้ มูลท่รี บั มาจากประสาทสัมผัสตา่ ง ๆ และสรา้ งคาสัง่ ต่าง ๆ
(action) ให้อวัยวะต่าง ๆ ทางาน

ระบบประสาทของสัตว์ท่ีมีสมองจะมีความคดิ และอารมณ์ ระบบประสาทจงึ เปน็ ส่วนของรา่ งกายท่ี
ทาให้สตั ว์มกี ารเคล่ือนไหว (ยกเว้นสัตว์ชั้นตา่ ท่ไี ม่สามารถเคล่ือนไหวไดเ้ ช่น ฟองนา้ ) สารเคมีที่มฤี ทธ์ิต่อระบบ
ประสาทหรือเส้นประสาท (nerve) เรยี กวา่ สารท่ีมพี ษิ ตอ่ ระบบประสาท (neurotoxin) ซ่ึงมกั จะมีผลทาให้
เปน็ อัมพาต หรอื ตายได้ *

ขนั้ ที่ 5 ขน้ั ขยายความรู้ (Elaboration Phase)
1. นักเรยี นและครูร่วมกันอภปิ รายการทางานของระบบประสาทในสงิ่ ชีวิตต่าง ตามพฒั นาการของ
สมอง จากสื่อการเรียนรู้ PowerPoint เรือ่ ง Nervous system
2. นกั เรียนศึกษา ทาความเขา้ ใจ และซักถามขอ้ สงสัย โดยครูเลือกนักเรียนตอบคาถามโดยการสุม่
เพือ่ ใหน้ ักเรยี นทุกคนมสี ่วนร่วมในกจิ กรรม
3. สังเกตการทากจิ กรรมของนกั เรยี น การแลกเปลยี่ นความคดิ เห็นของนกั เรียน พร้อมให้แรงเสริมกบั
นกั เรยี นทรี่ ่วมกจิ กรรม หรอื ตอบคาถามไดถ้ กู ต้อง
ข้นั ที่ 6 ขัน้ ประเมนิ ผล (Evaluation Phase)
1. นักเรยี นทาแบบทดสอบหลังเรียน เรือ่ ง การรับรู้และการตอบสนอง จากชดุ กิจกรรมการเรียนร้ทู ่ี 1
การรับร้แู ละการตอบสนอง เป็นรายบุคคล โดยครูเน้นยา้ ใหน้ กั เรียนทาขอ้ สอบด้วยความตั้งใจและซือ่ สัตย์ ไม่
ปรึกษาหรือลอกกัน
2. ครแู จง้ คะแนนใหน้ กั เรียนทราบ พร้อมทง้ั ชมเชยนักเรยี นที่มคี ะแนนผ่านเกณฑ์ และใหก้ าลงั ใจ
สาหรบั นักเรยี นท่มี คี ะแนนไมผ่ า่ นเกณฑ์ให้พยายามมากขน้ึ เพอื่ ใหส้ อบได้คะแนนผ่านเกณฑ์ในครง้ั ต่อไป
ขั้นที่ 7 ขัน้ นาความรู้ไปใช้ (Extension Phase)
1. นักเรียนรว่ มกนั อภิปราย โดยใช้คาถามกระต้นุ ในการนาความรเู้ รื่องการรบั รูแ้ ละการตอบสนองมา
อธิบายการดารงชีวติ อยู่ของสิ่งมชี วี ิตได้อยา่ งไร

(แนวการตอบ :
* ส่งิ เร้า คอื ส่งิ ทีม่ ากระตุ้น สว่ นการตอบสนองคือ การแสดงออกเม่อื ถกู กระตุน้ มนุษย์มีการ
ตอบสนองต่อสงิ่ เร้า เปน็ เหตใุ หแ้ สดงพฤติกรรมต่างๆออกมา สง่ิ ท่มี ากระตุ้นมที ัง้ สง่ิ เร้าภายในรา่ งกาย
เชน่ ความหิว และส่ิงเรา้ ภายนอกรา่ งกาย เช่น แสง สี เสียง อุณหภมู ิอาหาร นา้ การสมั ผัส สารเคมี เปน็ ต้น
* กริ ิยาอาการเพอื่ ที่แสดงออกเพ่อื ตอบสนองต่อสง่ิ เรา้ ภายนอก ต้องอาศยั การทางานท่ีประสานกนั
ระหว่างระบบต่าง ๆ ในรา่ งกาย เช่น การตอบสนองตอ่ แสงที่จา้ มนษุ ย์จะหรต่ี า เพอ่ื ลดปรมิ าณแสงที่ได้รับ
การตอบสนองต่ออุณหภมู ิ ในวนั ทอ่ี ากาศรอ้ นจะมีเหงื่อออก เพอื่ ระบายความร้อนออกจากรา่ งกายและปรบั
อุณหภูมิในรา่ งกายไมใ่ ห้สงู เกนิ ไป ในวนั ที่อากาศเยน็ จะเข้าหอ้ งน้าบ่อยเน่ืองจากไม่ได้ขับนา้ ออกจากรา่ งกาย
ในรปู ของเหง่ือ ดงั นัน้ จึงตอ้ งขับนา้ ออกมาในรปู ของปัสสาวะ

* การตอบสนองต่อสง่ิ แปลกปลอมทเ่ี ข้าไปในร่างกาย เมือ่ อาหารหรือน้าเข้าไปในหลอดลม
รา่ งกายจะเกิดพฤติกรรมการไอ หรือ จาม เพอ่ื ขบั สิ่งเหล่าน้ันออกจากหลอดลม

* ปฏิกริ ยิ าการตอบสนองฉับพลนั Reflex actions พฤติกรรมการตอบสนองทันทหี รอื อตั โนมัติ
โดยไมผ่ ่านการตดั สนิ ใจของสมอง เพอื่ ความปลอดภยั และปอ้ งกันอันตรายเช่นเมือ่ ฝุ่นเขา้ ตาจะกระพริบตา เม่อื
สมั ผัสถกู ของร้อนจะชักมอื ออก เมือ่ เหยียบเศษแกว้ จะรบี ยกเท้าออกให้พ้นเศษแก้วทนั ที

* มนษุ ยม์ ีการตอบสนองตอ่ สิ่งเรา้ เชน่ แสง เสียง อุณหภูมิ สัมผัส และ กล่ิน เป็นต้น การ
ตอบสนองตอ่ สง่ิ เร้าของมนุษย์มีประโยชน์ ช่วยปรับสมดลุ ในรา่ งกายและปอ้ งกนั อันตรายตา่ ง ๆ *

2. นักเรียนบันทกึ สรุปความรูล้ งในสมุดบนั ทึกของตนเอง

9. ส่ือ / แหลง่ เรยี นรู้
1. หนงั สือเรียนรายวิชาเพ่ิมเตมิ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชีววิทยา เล่ม 5
2. ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ท่ี 1 การรับรู้และการตอบสนอง
3. PowerPoint เรอ่ื ง Nervous system
4. คลปิ วดิ ีโอ จากเว็บไซต์ Youtube

10. การวัดผลและประเมนิ ผล วิธีการวัด เครือ่ งมอื วัด เกณฑก์ ารวดั และ
สิง่ ท่ีต้องการวดั /ประเมนิ ผล ประเมนิ ผล

- อธบิ ายหน่วยรับความรสู้ กึ หน่วย - ตรวจใบกิจกรรม - ใบกจิ กรรมการ - นกั เรียนได้คะแนนการ
เรยี นรู้ท่ี 1 ปฏบิ ัติกิจกรรมการเรียนรู้
แปลความรู้สึก และหนว่ ย การเรียนรู้ - ใบกจิ กรรมการ และแบบทดสอบหลังเรยี น
เรียนรู้ท่ี 2 ร้อยละ 60 ขึ้นไป
ปฏิบัตงิ านทีจ่ ะตอบสนองต่อสิง่ เร้า - ตรวจแบบทดสอบ - ใบกิจกรรมการ
เรยี นรู้ท่ี 3
(K) - ใบกจิ กรรมการ
เรยี นรู้ที่ 4
- อธิบายโครงสรา้ งทใี่ ชใ้ นการรับรู้ - ใบกจิ กรรมการ
เรยี นรู้ที่ 5
และตอบสนองของ พารามเี ซยี ม - แบบทดสอบ

ไฮดรา พลานาเรียแมลง และสัตวม์ ี

กระดกู สันหลงั (K)

- อธิบายวธิ ีการรับร้แู ละตอบสนอง

ของส่งิ มชี ีวิตเซลลเ์ ดยี วบางชนดิ ท่ีมี

เส้นใยประสานงาน สัตวไ์ ม่มี

กระดูกสันหลังบางชนดิ ท่มี รี ่างแห

ประสาท บางชนิดทมี่ ปี มประสาท

และเสน้ ประสาท และสัตว์มีกระดกู

สันหลงั ท่มี ีสมองและไขสันหลัง (K)

ส่ิงที่ตอ้ งการวดั /ประเมินผล วิธีการวดั เครื่องมอื วัด เกณฑ์การวดั และ
ประเมนิ ผล
- เปรียบเทียบวิธกี ารรบั รแู้ ละ
- นกั เรยี นได้คะแนนการ
ตอบสนองของส่งิ มชี วี ิตเซลลเ์ ดยี ว ปฏิบตั ิกิจกรรมการเรยี นรู้
และแบบทดสอบหลังเรยี น
บางชนิดทมี่ เี ส้นใยประสานงาน รอ้ ยละ 60 ข้ึนไป
ระดับคุณภาพ 3 ข้นึ ไป
สัตว์ไม่มีกระดกู สนั หลงั บางชนิดท่ีมี ผา่ นเกณฑ์

รา่ งแหประสาท บางชนดิ ทมี่ ปี ม

ประสาทและเสน้ ประสาท และสัตว์

มีกระดูกสันหลงั ที่มสี มองและไขสัน

หลัง (K)

- สารวจโครงสร้างระบบประสาท - ตรวจใบกิจกรรม - ใบกจิ กรรมการ

ไสเ้ ดือนดนิ โดยใช้ทักษะ การเรียนรู้ เรียนรทู้ ่ี 2

กระบวนการทางานกล่มุ ได้ (P) - ตรวจแบบทดสอบ - แบบทดสอบ

- ระบตุ าแหน่งของโครงสร้างระบบ

ประสาทของไสเ้ ดือนดิน (P)

- รบั ผดิ ชอบตอ่ หนา้ ทแ่ี ละงานที่ - สังเกตพฤตกิ รรม - แบบสังเกต

ได้รบั มอบหมาย (A) การทางานรายบุคคล พฤติกรรม

บันทึกผลหลงั การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
1. ผลการจัดการเรยี นรู้
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

2.ปัญหา / อปุ สรรค
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

3. ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางการปรับปรงุ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชอื่ ....................................................ครผู ู้สอน
( นางวไิ ลพร จันเสงยี่ ม )

วันท่ี ......../......................../...........

ลงชื่อ...................................................หัวหนา้ กล่มุ สาระฯ
( นางวิไลลักษณ์ ตังสุรตั น์ )

ความคิดเห็นของรองผอู้ านวยการกลุ่มบริหารวิชาการ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงช่ือ.............................................................
(............................................................)
รองผู้อานวยการกลุ่มบรหิ ารวชิ าการ

โรงเรียนเฉลิมพระเกียรตสิ มเดจ็ พระศรีนครินทร์ ภูเก็ต
ในพระราชปู ถัมภส์ มเด็จพระเทพรตั นราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

ขอ้ เสนอแนะของผู้อานวยการโรงเรยี นเฉลมิ พระเกียรตสิ มเด็จพระศรนี ครนิ ทร์ ภเู ก็ตฯ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชอื่ .............................................................
( นายมนตรี พรผล )

ผอู้ านวยการโรงเรียนเฉลมิ พระเกียรตสิ มเดจ็ พระศรีนครินทร์ ภเู ก็ต
ในพระราชูปถมั ภ์สมเดจ็ พระเทพรตั นราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่

คําชี้แจง : ใหผ้ ู้สอนสงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในระหวิางเรีิยนและนอกเวลาเรีิยนิแล้วขีด ✓ลงในชอิ งทิ่ี

ตรงกับระดับิ คะแนน การแสดง การยอมรับ การทาิํ งาน ความมิี การมิี รวม
ความ ฟังิ คนอืน่ ตามท่ิไี ด้ิรับ ำนใ้ จ สวนรวมใน 15
ลาํ ดบัิ ชือ่ –สกลิ ของนักเรียน คดเหนิ มอบหมาย คะแนน
ทีิ่ การ
ปรับปรง
ผลงานกลม

321 3 21 3213213 21
1

2

3

4

5
6
7
8
9
10
11

12
13

14
15

16
17

18
19

20

ลงช่ือ...................................................ผปู้ ระเมนิ

............./.................../..............

แบบประเมินคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
คําชแ้ี จง : ให้ผู้สอนสงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหวิางเรียิ นและนอกเวลาเรีิยนิแล้วขดี ✓ลงในชอิ งที่

ตรงกับระดับิ คะแนน

คณุ ลักษณะ รายการประเมนึ ระดึับคะแนน
อันพงึ ประสงค์ดึาน 321

1. รกั ชาต ศาสนิ 1.1 ยนืิ ตรงเคารพธงชาติและร้องเพลงชาตได้

กษัติ รยิ 1.2 เขารวมกจกรรมทส่ีิ รางความสามคั คีิปรองดอง และเปน็ ประโยชนตอ

โรงเรยี น

1.3 เขารวมกจกรรมทางศาสนาทิี่ตนนัิบถือิ ิปฏิบัิตติ ามหลกศาสนา

1.4 เขารวมกจกรรมทิีเ่ กยี่ วกบสถาบนั พระมหากษตั ริยิตามทีิโ่ รงเรียนจดขน้ิ

2. ซือ่ิ สตั ยิสจรต 2.1 ใหข้ อมลู ทถิี่ กตอ้ งและเปน็ จริง

2.2 ปฏบิ ัตในสง่ ทถ่ีิ กูิ ตอ้ ง

3. มวี นิยั รับผดชอบ 3.1 ปฏิบัตตามข้อิ ตกลง กฎเกณฑิระเบีิยบิขิ้อบงั คัิบของครอบครัวิ

มคี วามตรงตอเวลาในการปฏิบัิติกจกรรมตาง ๆ ในชวิี ตประจาวัน

4. ใฝ่เรียนรู้ 4.1 รูิจ้ ัิกใช้เิวลาวางให้เป็นประโยชน และนาํ ไปปฏิบตั ได้

4.2 รจิู้ ัิกจัดสรรเวลาใหเ้ หมาะสม

4.3 เชอิ่ื ฟงคํิาสงิสอนของบิดา-มารดาิโดยไมโต้แย้ิง

4.4 ตงั้ ใจเรียน

5. อยิอู ยิางพอเพยง 5.1 ใช้ทิ รพั ยิสนและส่งของของโรงเรยี นอยาิ งประหยัิด

5.2 ใชิอ้ ปกรณิการเรียนอยิางประหยัดิ และรู้คิณคิา

5.3 ใช้ิจายอยิางประหยดิั และมการเกบออมเงิน

6. มงม่นั ในการทางาน 6.1 มคี วามตง้ั ใจและพยายามในการทิาํ งานทีไ่ิด้ิรับิ มอบหมาย

6.2 มคี วามอดทนและไมท้ิอแท้ติ ออปสรรคเพื่อใหงานสําเริจ

7. รกั ความเป็นไทย 7.1 มีจตสาํ นกในการอนิริักษวิ ัฒนธรรมและภมู ปญั ญาไทย

7.2 เหนคณิ คิาและปฏบิ ัตตนตามวฒนธรรมไทย

8. มีิจิตสาธารณะ 8.1 รจิู้ ิกั ชวิ ยพอแม ผู้ปกครอง และครทู ิํางาน

8.2 รจิู้ ัิกการดแู ลรกษาทรัพยิสมบัตและสง่ แวดลอมของห้องเรยี นและ

โรงเรยี น

รวม

ลงชื่อ...................................................ผ้ปู ระเมิน

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน
พฤตกิ รรมที่ปฏบิ ัิตชิ ัดิ เจนและสํมาเสมอ ให้ 2 คะแนน
พฤตกิ รรมที่ปฏิบัิติชัดิ เจนและบอยคริั้ง ให้ 1 คะแนน
พฤติกรรมที่ปฏิบัติ บิ างคร้ัง

แบบประเมนิ พฒั นาการในการเรียนรู้ของนักเรียน

หนว่ ยการเรยี นรู้ การเคลอื่ นทขี่ องสง่ิ มีชวี ิต แผนการจดั การเรยี นรู้ท่.ี ...... เร่ือง

..................................................

คาชแี้ จง 1. ให้บนั ทกึ คะแนนทีไ่ ด้จากการทาแบบทดสอบก่อนเรียน – หลงั เรียนของนกั เรยี นแตล่ ะคนลงใน

ช่อง

คะแนนแบบทดสอบ

2. นาคะแนนหลังการเรียนลบคะแนนกอ่ นเรยี น เปน็ คะแนนพฒั นาการ

3. ประเมนิ คะแนนพัฒนาการในการเรยี นร้โู ดยเปรยี บเทียบกบั เกณฑค์ ะแนนพัฒนาการแลว้

ทาเครอ่ื งหมาย  ลงในช่องความหมายของการพัฒนาการเรียนรใู้ หต้ รงกบั ความเป็นจรงิ

คะแนนแบบทดสอบ คะแนน พัฒนาการในการเรียนรู้

เลขท่ี ช่ือ – สกุล ก่อนเรยี น หลังเรยี น พฒั นาการ ดีมาก ดี ปานกลาง ปรับปรุง

นกั เรยี น (หลงั -กอ่ น)

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

ลงช่ือ...........................................ผู้ประเมิน
........./...................../...........

เกณฑค์ ะแนนพัฒนาการ
9 – 10 = ดีมาก
7 – 8 = ดี
5 – 6 = ปานกลาง
น้อยกวา่ 5 = ปรบั ปรุง


Click to View FlipBook Version