The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ชุดที่ 5 อาณาจักรพืช

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by te_ry_tan1, 2022-04-13 01:06:13

ชุดที่ 5 อาณาจักรพืช

ชุดที่ 5 อาณาจักรพืช

ชดุ กิจกรรมท่ี 5 อาณาจักรพชื

ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้ ตามกระบวนการสบื เสาะหาความรู้แบบวฏั จักรการเรียนรู้ 7 ข้ัน (7E)
รายวชิ าชวี วทิ ยา (ว33109) เรอื่ ง ความหลากหลายทางชวี ภาพ

ชุดกจิ กรรมท่ี 5 อาณาจกั รพืช

คำนำ

ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ ตามกระบวนการสบื เสาะหาความรู้แบบวฏั จักรการเรียนรู้ 7 ขั้น (7E) รายวชิ าชีววิทยา
(ว33109) เร่ือง ความหลากหลายทางชีวภาพ ระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 6 เปน็ การจดั กจิ กรรมการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตร์
ท่เี นน้ ผู้เรยี นเป็นสาคญั ผู้เรียนสามารถนาไปฝกึ ปฏิบตั ิหรือเรยี นรู้เพม่ิ เติมด้วยตนเอง ทั้งในและนอกเวลาเรียน โดยชุด
กิจกรรมการเรียนรู้แต่ละชดุ ประกอบดว้ ยเอกสาร 2 ส่วน คอื คู่มอื ครูและชุดกิจกรรมการเรยี นรู้ ทงั้ น้ีเพอ่ื ใหผ้ เู้ รียนนา
ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ไปดาเนินการกจิ กรรมต่างๆ ได้สะดวกและมีประสิทธภิ าพตรงตามจดุ มุง่ หมายของการสร้างชุด
กจิ กรรม ซึ่งชุดกจิ กรรม เรื่อง ความหลากหลายทางชีวภาพ ประกอบดว้ ย 8 ชุดกิจกรรม ดังนี้

1. ชดุ กิจกรรมที่ 1 การศึกษาความหลากหลายทางชวี ภาพ
2. ชดุ กิจกรรมท่ี 2 กาเนิดของส่ิงมชี วี ิต
3. ชดุ กจิ กรรมท่ี 3 อาณาจกั รมอเนอรา
4. ชดุ กิจกรรมที่ 4 อาณาจกั รโพรตสิ ตา
5. ชดุ กิจกรรมท่ี 5 อาณาจกั รพืช
6. ชุดกิจกรรมที่ 6 อาณาจักรฟงั ไจ
7. ชดุ กิจกรรมที่ 7 อาณาจกั รสัตว์
8. ชุดกิจกรรมที่ 8 ความหลากหลายทางชวี ภาพในประเทศไทย
ชุดกิจกรรมน้ี เปน็ ชดุ ที่ 5 เรอ่ื ง อาณาจกั รพชื ซงึ่ ประกอบด้วย คาช้แี จง ผลการเรียนรู้ จุดประสงค์ สาระการ
เรียนรู้ เวลาที่ใช้ วธิ ีใช้ชุดกจิ กรรมการเรียนรู้ สื่อและอุปกรณ์การเรียนรู้ แบบทดสอบกอ่ นเรยี น ซงึ่ เปน็ แบบตัวเลอื ก 4
ตวั เลือก จานวน 10 ข้อ พร้อมกับบตั รความรแู้ ละบตั รกิจกรรม รวมทั้งมีแบบทดสอบหลังเรียนและเฉลยแบบทดสอบ
และบตั รกิจกรรม ท้ายสดุ มีแบบบันทึกคะแนนกอ่ นเรียน ระหวา่ งเรยี น และหลังเรียน
ผู้จดั ทาหวังเปน็ อย่างยิ่งว่าชุดการเรียนรูน้ ้ี จะเป็นประโยชนต์ ่อการเรยี นการสอน สาหรับครู นกั เรยี นและผู้ที่
สนใจ เพ่อื ใชใ้ นการพัฒนาผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียนต่อไป

นางวไิ ลพร จันเสงย่ี ม

ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้ ตามกระบวนการสืบเสาะหาความร้แู บบวฏั จกั รการเรียนรู้ 7 ขัน้ (7E) 1
รายวชิ าชวี วทิ ยา (ว33109) เรอ่ื ง ความหลากหลายทางชีวภาพ

สำรบญั ชุดกจิ กรรมที่ 5 อาณาจักรพืช

เรื่อง หน้ำ
คานา 1
สารบัญ 2
คาชีแ้ จง 3
การใชช้ ุดกิจกรรมการเรียนรู้ 4
ผลการเรียนรู้ 5
จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรม 6
สาระการเรยี นรู้ 6
บทบาทของนักเรียน 7
แบบทดสอบก่อนเรียน 8
บัตรกจิ กรรมการเรียนรู้ที่ 1 11
บัตรความรูท้ ่ี 1 12
บตั รกิจกรรมการเรยี นรทู้ ่ี 2 15
บัตรความร้ทู ่ี 2 16
บตั รกิจกรรมการเรียนรทู้ ี่ 3 19
บตั รความร้ทู ่ี 3 21
บัตรกจิ กรรมการเรยี นรู้ท่ี 4 28
แบบทดสอบหลงั เรียน 30
บรรณานุกรม 33
ภาคผนวก 34
แบบบนั ทกึ คะแนนระหวา่ งเรียน 35
เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรียนและหลังเรยี น 36
เฉลยบตั รกจิ กรรมที่ 1-4 37
แบบสังเกตพฤตกิ รรมนกั เรยี น และประเมินคณุ ลักษณะ 43

ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้ ตามกระบวนการสืบเสาะหาความรูแ้ บบวฏั จักรการเรยี นรู้ 7 ข้นั (7E) 2
รายวชิ าชวี วิทยา (ว33109) เรอื่ ง ความหลากหลายทางชีวภาพ

ชุดกจิ กรรมท่ี 5 อาณาจกั รพืช

คำชี้แจง

ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู้ตามกระบวนการสบื เสาะหาความรู้แบบวัฏจกั ร 7 ข้นั (7E) รายวิชาชวี วิทยา
(ว33109) เร่อื ง ความหลากหลายทางชีวภาพ ระดบั ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 6 ประกอบดว้ ย ชุดกิจกรรมการเรยี นรู้
8 ชุด ดังน้ี

ชดุ ที่ ชอื่ ชุดกจิ กรรม จานวนคาบเรยี น
1 การศกึ ษาความหลากหลายทางชีวภาพ 2
2 กาเนดิ ของสิง่ มชี วี ิต 2
3 อาณาจักรมอเนอรา 2
4 อาณาจักรโพตสิ ตา 2
5 อาณาจักรพืช 2
6 อาณาจกั รฟังไจ 2
7 อาณาจกั รสัตว์ 2
8 ความหลากหลายทางชวี ภาพในประเทศไทย 2
16
รวม

ชดุ กิจกรรมการเรียนรูฉ้ บบั นี้ เป็นชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้ชุดท่ี 5 เร่อื ง อาณาจักรพชื ซึง่ นกั เรียนจะไดศ้ ึกษา
เรียนรูแ้ ละปฏบิ ตั ิกจิ กรรมต่าง ๆ เพอื่ ศึกษาเกี่ยวกับความหลากหลายของส่งิ มชี วี ติ โดยใช้เวลาในการปฏิบตั กิ จิ กรรม
ทั้งหมด 2 คาบเรยี น และให้นกั เรียนศกึ ษาชดุ กจิ กรรมตามลาดับข้ันตอนตอ่ ไปน้ี

ชุดกิจกรรมการเรยี นรู้ ตามกระบวนการสืบเสาะหาความรู้แบบวฏั จักรการเรียนรู้ 7 ขั้น (7E) 3
รายวชิ าชีววทิ ยา (ว33109) เรอ่ื ง ความหลากหลายทางชีวภาพ

ชุดกจิ กรรมท่ี 5 อาณาจักรพืช

กำรใชช้ ดุ กิจกรรม

ขัน้ เตรยี มกอ่ นใช้ชุดกจิ กรรม
1. ทาการศกึ ษาคน้ ควา้ ในเรอ่ื งที่ตนเองจะเรยี นหรือปฏิบัติกิจกรรมมากอ่ นล่วงหนา้ เพ่ือให้เข้าใจในบทเรยี น
ไดด้ ีและรวดเร็วยง่ิ ขึ้น
2. เตรียมความพร้อมของตนเองสาหรับการปฏบิ ตั ิกิจกรรมร่วมกบั เพือ่ นในหอ้ งเรียนและเพ่ือนรว่ มกลุม่
3. คาแนะนาในการปฏบิ ัตงิ านกลมุ่
3.1 เลอื กประธานกล่มุ เพอ่ื เป็นผู้นาในการดาเนินการจดั การเรยี นรู้ และเลขากลุม่ เพ่อื บนั ทึก
3.2 สมาชกิ ทกุ คนตอ้ งมีสว่ นรว่ ม ช่วยเหลือซ่ึงกนั และกนั และรับผดิ ชอบรว่ มกนั
3.3 ตั้งใจปฏบิ ัตกิ ิจกรรมอย่างเตม็ ความสามารถและรอบคอบ
4. ใช้กลุ่มเดิมตลอดการเรียนดว้ ยชุดกจิ กรรมการเรียนรชู้ ดุ ที่ 5 เรื่อง อาณาจกั รพชื

ขั้นเตรียมก่อนใชช้ ุดกจิ กรรม
1. ศกึ ษาภาระงานให้เขา้ ใจ และปฏบิ ตั ติ ามขนั้ ตอน
2. ปฏบิ ัติกิจกรรมดว้ ยตนเอง ไม่ลอกเพ่อื นและไม่ให้เพื่อนลอก
3. ศึกษากจิ กรรมด้วยความตั้งใจ แลว้ ทาการวเิ คราะหเ์ นอ้ื หาและสรุปเพอ่ื ให้เข้าใจง่าย ๆ
4. ศึกษาคาชแ้ี จงของกจิ กรรมโดยการระดมความคิดในกลมุ่ เพือ่ ตอบคาถามใหต้ รงตามทฤษฎีของเรื่อง
ที่เรียน ไมต่ อบโดยไมม่ ีเหตุผลหรอื ไมม่ ที ฤษฎรี องรบั
5. ร่วมอภปิ รายกบั ครูด้วยความต้ังใจ จดความร้ใู หม่ และซกั ถามทนั ทีเมอื่ ไม่เข้าใจ
6. มคี วามสามัคคี มนี ้าใจ ภาคภมู ิใจในผลงานของกลมุ่ โดยไมเ่ อาเปรยี บด้วยการนั่งเฉยหรอื กอ่ ความ
วุน่ วายในหอ้ งเรียน

ขั้นหลงั ใช้ชดุ กิจกรรม
1. ทาแบบทดสอบหลังเรยี น
2. รวบรวมผลงานทไี่ ด้จากการปฏบิ ตั ิกิจกรรมสง่ ครู เพือ่ ประเมนิ ผลการเรยี นรู้
3. จดั เก็บอปุ กรณ์ทุกชิ้นให้เรียบรอ้ ย

ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ ตามกระบวนการสบื เสาะหาความรแู้ บบวฏั จักรการเรยี นรู้ 7 ข้นั (7E) 4
รายวชิ าชวี วิทยา (ว33109) เรอื่ ง ความหลากหลายทางชีวภาพ

ชุดกจิ กรรมที่ 5 อาณาจักรพืช

ผลกำรเรยี นรู้

ดำ้ นควำมรู้
1. สืบค้นและอภปิ รายเก่ียวกับอาณาจักรพืช
2. อธบิ ายอาณาจกั รพืช
3. จาแนกและสร้างเกณฑ์ของอาณาจักรพชื
4. นาความรู้เรือ่ งอาณาจกั รพชื ไปใช้ประโยชนใ์ นชีวิตประจาวัน
5. ประเมินความสาคัญของอาณาจกั รพืช

ด้ำนทกั ษะกระบวนกำร
นกั เรยี นสามารถปฏบิ ตั ิกจิ กรรมตามกระบวนการสืบเสาะหาความรแู้ บบวัฏจักร 7 ขัน้ (7E) ดงั นี้
1. ทาแบบฝกึ หดั ก่อนบทเรยี น เพอ่ื ทดสอบความรู้เดิม (Elicitation Phase)
2. ร่วมกนั อภปิ รายและต้งั คาถามจากแบบทดสอบก่อนเรยี น (Engagement Phase)
3. สบื คน้ ข้อมูลจากเอกสารประกอบการเรยี นรเู้ รื่อง การศึกษาความหลากหลายของสงิ่ มชี ีวติ
(Exploration Phase)
4. นาขอ้ มลู มาดาเนนิ การวิเคราะห์ แปลผล สรุปผลและนาเสนอผลทไี่ ดใ้ นรูปต่าง ๆ เช่น บรรยายสรปุ
สรา้ งแผนภมู คิ วามคิดรวบยอด (Explanation and Expansion Phase)
5. ใหน้ ักเรยี นนาผลงานทไ่ี ด้จากการสรปุ ผลการวเิ คราะห์มานาเสนอหนา้ ชนั้ เรียนเพือ่ นาไปสู่หาสรุป
รว่ มกนั ในชัน้ เรียนและประเมนิ ผลงาน (Evaluation and Extension Phase)

ด้ำนคณุ ธรรมจรยิ ธรรมและคณุ ลักษณะที่พงึ ประสงค์
1. มคี วามสนใจใฝ่เรียนรู้ ได้แก่ การสนทนาซักถาม กระตอื รือร้นในการปฏิบตั กิ ิจกรรม
2. มคี วามรับผิดชอบ ไดแ้ ก่ ปฏบิ ตั ิหน้าทีท่ ี่ได้รบั มอบหมาย ทางานสาเร็จตามเปา้ หมาย
3. ความมีเหตุผล ไดแ้ ก่ การรวบรวมข้อมูล การอธิบายหรือแสดงความคิดเห็นอยา่ งมีเหตุผล มหี ลกั การ
หรอื ขอ้ มูลอ้างอิง
4. มีระเบยี บวนิ ยั ไดแ้ ก่ ตรงต่อเวลาที่นดั หมาย ปฏิบัตติ ามระเบียบวินัยของกจิ กรรม
5. อยู่อย่างพอเพียง ได้แก่ ใช้ทรัพย์สินตนเองอย่างประหยัด ทรัพย์สินส่วนรวมอย่างคุ้มค่า ไม่เอาเปรียบ
คนอื่น วางแผนการเรียนการทางาน
6. มงุ่ มัน่ ในการทางาน ได้แก่ ตั้งใจ อดทนทางาน ไมย่ อ่ ท้อ
7. รกั ความเป็นไทย ไดแ้ ก่ มจี ิตสานกึ ในความเปน็ ไทยและภูมปิ ัญญาไทย
8. มจี ติ สาธารณะ ได้แก่ ชว่ ยเหลือเพือ่ น พ่อแม่ ครู จิตอาสา ทางานเพือ่ สว่ นรวม

ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ ตามกระบวนการสบื เสาะหาความรูแ้ บบวฏั จกั รการเรียนรู้ 7 ขัน้ (7E) 5
รายวชิ าชวี วทิ ยา (ว33109) เรอื่ ง ความหลากหลายทางชีวภาพ

ชดุ กจิ กรรมที่ 5 อาณาจักรพชื

จุดประสงค์กำรเรยี นรู้

1. สืบค้นข้อมูล สารวจตรวจสอบ อภปิ ราย และสรปุ ลักษณะท่ีเหมอื นและแตกตา่ งกันของสิง่ มชี วี ิต
ในอาณาจกั รพชื

2. สืบค้นข้อมูล อภิปราย และนาเสนอ คุณค่าของความหลากหลายของสิง่ มชี ีวิต ในอาณาจกั รพืช
กับการใช้ประโยชน์ของมนุษย์ ท่ีมผี ลต่อสงั คมและสงิ่ แวดลอ้ ม

สำระกำรเรยี นรู้

สง่ิ มีชวี ติ ในอาณาจกั รพชื เป็นสิ่งมีชีวติ หลายเซลล์แบบยูคาริโอต เป็นพวกทีส่ งั เคราะห์ดว้ ยแสงได้ และสร้าง
สารอนิ ทรีย์จากสารอนินทรียไ์ ด้ มวี ัฏจกั รชวี ิตแบบสลบั (Alternation of generation) พชื มีความสมั พันธ์
ใกลช้ ิดกับกล่มุ สาหรา่ ยสีเขยี ว มี 2 กลุ่มย่อย คอื

1. กล่มุ ไมม่ ีท่อลาเลยี ง (Nonvascular plants)
2. กลุม่ มีทอ่ ลาเลียง (Vascular plants)

เวลำทีใ่ ช้

ชุดกิจกรรมการเรยี นร้ทู ่ี 5 เรอื่ ง อาณาจักรพชื ใช้เวลาในการเรียนรู้ 2 คาบเรียน

6

ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้ ตามกระบวนการสืบเสาะหาความรู้แบบวฏั จกั รการเรยี นรู้ 7 ขัน้ (7E) 6
รายวิชาชวี วิทยา (ว33109) เรอ่ื ง ความหลากหลายทางชีวภาพ

ชุดกจิ กรรมที่ 5 อาณาจักรพชื

บทบำทของนักเรียน

1. นกั เรียนแบง่ กลุ่ม กลุ่มละ 5 คน เลอื กประธานกลุม่ เพอื่ เป็นผูน้ าในการดาเนนิ กจิ กรรมและเลขานุการ
กลุม่ เพื่อบันทึกขอ้ มลู ในการปฏิบตั กิ จิ กรรมตา่ ง ๆ และมอบหมายหน้าท่ีให้สมาชิกแต่ละคนในกลมุ่ ให้
ชัดเจน

2. ตรวจสอบความครบถว้ นของชุดกิจกรรมการเรียนรูต้ ามกระบวนการสืบเสาะหาความรู้แบบวฏั จักร
7 ข้ัน (7E)

3. ทาแบบทดสอบกอ่ นเรยี น เพื่อทดสอบความรูเ้ ดิมของนักเรียน
4. ศึกษากจิ กรรมการเรียนรู้ท่ี 1 แลว้ ใหแ้ ต่ละกลุ่ม รว่ มกนั อภิปรายและตอบคาถาม
5. ศกึ ษาและปฏิบตั กิ ิจกรรมการเรียนรู้ท่ี 2 เพอื่ สารวจและคน้ หาคาตอบ
6. ศกึ ษากิจกรรมการเรียนรทู้ ี่ 3 และ 4 จากน้ันเลิกปฏิบตั กิ ิจกรรม อภิปรายและระดมความคดิ ในกลมุ่

สรุป แกป้ ัญหาจากสถานการณ์ทก่ี าหนดข้ึน แล้วบนั ทึกคาตอบลงในแบบบนั ทกึ กิจกรรม พรอ้ มท้ังขยาย
ความรู้ท่ไี ด้รับโดยการนาเสนอหนา้ ชัน้ เรียน
7. แลกเปลย่ี นกันตรวจแบบบันทึกกจิ กรรมการเรยี นรทู้ ่ี 1-4 โดยเลขานกุ ารกลุ่ม รวบรวมแบบบนั ทึก
คาตอบของสมาชิกไปแลกเปลี่ยนกบั กลมุ่ อื่น โดยกาหนดใหก้ ลุ่มท่ี 1 ตรวจกลมุ่ ท่ี 5, กล่มุ ท่ี 5 ตรวจ
กลุ่มท่ี 4, กลุ่มท่ี 4 ตรวจกลมุ่ ที่ 3, กลมุ่ ท่ี 3 ตรวจกลุ่มที่ 2 และกลมุ่ ท่ี 2 ตรวจกลุม่ ท่ี 1
8. ประธานรับเฉลยกิจกรรมการเรยี นร้จู ากครูผู้สอน เพ่ือนามาตรวจคาตอบ
9. สมาชิกในกลุ่มตรวจแบบบนั ทึกกิจกรรมของสมาชกิ กลมุ่ อน่ื (กรณมี ขี ้อสงสัยใหน้ กั เรียนถามครูผู้สอน)
10. เลขานุการกลุม่ รวบรวมแบบบนั ทกึ กิจกรรมกลุ่ม คืนกลมุ่ เดมิ
11. ประธานกลุ่มนาเฉลยกจิ กรรมคนื ครผู ้สู อน
12. สมาชกิ ในกลุม่ บนั ทกึ คะแนนลงในแบบบนั ทึกคะแนน รวมคะแนนของสมาชกิ ในกลุ่ม หาค่าเฉล่ียเป็น
คะแนนของกลุม่ แจง้ ครูผู้สอน

ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ ตามกระบวนการสืบเสาะหาความร้แู บบวฏั จักรการเรียนรู้ 7 ข้ัน (7E) 7
รายวชิ าชีววทิ ยา (ว33109) เรอื่ ง ความหลากหลายทางชีวภาพ

ชุดกิจกรรมท่ี 5 อาณาจักรพชื

แบบทดสอบก่อนเรียน ชดุ กิจกรรมกำรเรยี นรทู้ ี่ 5
เรื่อง อำณำจักรพืช

คำชแ้ี จง แบบทดสอบเปน็ แบบปรนัยเลือกตอบ จานวน 10 ขอ้

1. สิ่งในชีวติ ทจี่ ะจัดไวใ้ นอาณาจกั รพืช (Kingdom Plantae) ตอ้ งมีลักษณะสาคญั เดน่ ชัดในข้อใด
ก. มหี ลายเซลล์ (Multicellular) และมคี ลอโรพลาสต์
ข. มผี นังเซลล์ มีคลอไรปลาสท์ และมวี งจรชวี ิตแบบสลับ (Alteration of generation)
ค. มีระยะตน้ ออ่ น มีคลอโรพลาสต์และมีวงจรชีวติ แบบสลับ (Alteration of generation)
ง. มเี น้ือเย่ือ มรี ะยะตวั ออ่ น มีการสบื พันธุ์แบบใช้เพศ สลับกับแบบไมใ่ ชเ้ พศ

2. ลิเวอร์เวริ ์ต เป็นพืชพวกใด
ก. อยู่ Phylum Hepatophyta เพราะไม่มีท่อลาเลียง
ข. อยู่ Phylum Hepatophyta เพราะมีท่อลาเลียง
ค. อยู่ Phylum Bryophyta เพราะไมม่ ที อลาเลยี ง
ง. อยู่ Phylum Bryophyta เพราะมที อ่ ลาเลียง

3. ใบของมอส ไมถ่ ือวา่ เป็นใบทีแ่ ท้จริงเพราะเหตใุ ด
ก. ขนาดใบเล็กเกนิ ไป
ข. ไม่มสี เี ขยี ว
ค. รงควัตถภุ ายในไม่ใช่คลอโรฟิลล์
ง. ไมม่ ที อ่ ลาเลียง

4. ลักษณะสาคัญของพืชพวกจิมโนสเปริ ์ม คือ
ก. สรา้ งโคน (Cone) ทีผ่ ลติ สเปิรม์ และไขภ่ ายในตน้ เดียวกัน
ข. มีสว่ นท่ีเปน็ ราก ลาต้น ใบ และดอกที่แทจ้ รงิ
ค. เมล็ดไมม่ ีผนังรังไขห่ ่อหมุ้
ง. มีใบขนาดเล็กรปู เข็มรวมกันอยูเ่ ป็นกลุม่

5. การจัดหมวดหมพู่ ชื แบง่ ได้กีร่ ะบบ
ก. 1 ระบบ
ข. 2 ระบบ
ค. 3 ระบบ
ง. 4 ระบบ

ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ตามกระบวนการสืบเสาะหาความรูแ้ บบวฏั จกั รการเรยี นรู้ 7 ขั้น (7E) 8
รายวชิ าชีววิทยา (ว33109) เรอ่ื ง ความหลากหลายทางชวี ภาพ

ชดุ กิจกรรมที่ 5 อาณาจกั รพชื

6. ข้อใดเป็นพชื ทม่ี กี ารกระจายพันธ์ใุ นบริเวณที่แหง้ แล้งไดด้ ี มีลาต้นค่อนขา้ งเตยี้ ใบมีขนาดใหญ่ เป็นใบ
ประกอบแบบขนนกชน้ั เดียว มกี ารสร้างโคนเพศผ้แู ละโคนเพศเมยี แยกตน้ กัน
ก. Phylum Gnetophyta
ข. Phylum Cycadophyta
ค. Phylum Gnkophyta
ง. Phylum Coniferophyta

7. ขอ้ ใดคือพืชทีม่ ลี กั ษณะแตกตา่ งจากพชื เมลด็ เปลอื ยกลุ่มอ่ืน คือพบเวสเซลในท่อลาเลยี งน้า และมีลักษณะ
คล้ายพืชดอกมาก คือ มีกลีบดอกมใี บเลี้ยง 2 ใบ แต่เมลด็ ยังไมม่ ีเปลือกหุ้ม
ก. Phylum Gnetophyta
ข. Phylum Cycadophyta
ค. Phylum Ginkophyta
ง. Phylum Coniferophyta

8. พืชใดอยู่ในกลุ่มไม้ดอกทั้งหมด
ก. สร้อยสุกรม บอน แหน ผกั แวน่
ข. สาหรา่ ยหางกระรอก สาหรา่ ยขา้ วเหนียว จอก ตะไคร้
ค. สรอ้ ยสีตา ชายผ้าสดี า กระเชา้ สีดา พลู
ง. หญ้ารังไก่ หญา้ ถอดปลอ้ ง หญ้าแพรก หญา้ นกสชี มพู

9. เป็นกล่มุ พชื ที่มีลาต้น มีข้อปลอ้ งชดั เจน มที ัง้ ลาต้นตั้งตรงบนดนิ และลาต้นใต้ดนิ ลาตน้ ตั้งตรงบนดนิ มีสี
เขยี วเปน็ สนั ใบมีขนาดเล็ก มเี สน้ ใบเพยี ง 1 เส้น เรยี งเป็นวงรอบขอ้ อบั สปอรเ์ ป็นกระจกุ ทป่ี ลายกงิ่
เรยี กวา่ Strobilus
ก. หญา้ ถอดปล้อง
ก. เฟิร์น
ค. หวายทะนอย
ง. แปะ๊ ก๊วย

10. Terprothallus ของเฟริ น์ ทาหน้าทอี่ ะไร
ก. สร้างเสปริ ์ม
ก. สรา้ งรังไข่
ค. สรา้ งสปอร์
ง. ทงั้ ข้อ ก และ ขอ้ ข

ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้ ตามกระบวนการสืบเสาะหาความร้แู บบวฏั จกั รการเรียนรู้ 7 ขั้น (7E) 9
รายวชิ าชวี วทิ ยา (ว33109) เรอ่ื ง ความหลากหลายทางชีวภาพ

ชดุ กิจกรรมท่ี 5 อาณาจักรพืช

กระดำษคำตอบ ชุดกิจกรรมกำรเรยี นรู้ท่ี 5
เรอ่ื ง อำณำจกั รพชื

 ก่อนเรียน  หลังเรยี น

ชื่อ......................................................ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่.ี ........................เลขที.่ .....................

ขอ้ ที่ ก. ข. ค. ง.
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10

ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้ ตามกระบวนการสืบเสาะหาความร้แู บบวฏั จกั รการเรยี นรู้ 7 ข้นั (7E) 10
รายวิชาชวี วทิ ยา (ว33109) เรอื่ ง ความหลากหลายทางชีวภาพ

ชุดกจิ กรรมที่ 5 อาณาจกั รพืช

บตั รกิจกรรมกำรเรียนรทู้ ี่ 1
เรือ่ ง พชื รอบตวั

คำช้ีแจง กิจกรรมการเรียนร้ฉู บบั นี้เปน็ กจิ กรรมท่ีจดั การเรยี นรู้ตามกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ ขั้นตรวจสอบ
ความรู้เดิม (Elicitation Phase) ขน้ั เรา้ ความสนใจ (Engagement Phase) และข้นั อธบิ าย
(Explanation Phase)

กิจกรรมที่ 1 ใหน้ กั เรยี นแต่ละกลุม่ นาตวั อยา่ งพืชทีพ่ บได้รอบๆ ตัวของนกั เรียนไม่วา่ จากท่ีบา้ นหรอื ท่ีโรงเรียน

มาคนละ 3 ชนดิ ไม่ซ้ากัน มาศกึ ษาช่ือและลักษณะกันในแต่ละกลมุ่ และแลกเปลย่ี นกันระหวา่ งกลมุ่ ใหร้ วบรวม

ข้อมูลพชื จานวน 15 ชนดิ และบนั ทกึ ผลลงในตาราง พรอ้ มตอบคาถาม

ลาดบั ท่ี ชื่อ ลกั ษณะท่ีพบ

คำถำม
1. พืชทนี่ กั เรยี นนามาศกึ ษามีลักษณะแตกตา่ งกนั หรือไม่ อย่างไร จงอธิบาย

2. ถา้ นักเรยี นจะจัดกลุ่มพืชทีน่ ามาศกึ ษา จะแบ่งได้เปน็ ก่กี ลุม่ ไดแ้ ก่อะไรบา้ ง

ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ตามกระบวนการสืบเสาะหาความรแู้ บบวฏั จกั รการเรยี นรู้ 7 ข้ัน (7E) 11
รายวชิ าชวี วทิ ยา (ว33109) เรอ่ื ง ความหลากหลายทางชวี ภาพ

ชุดกิจกรรมที่ 5 อาณาจกั รพชื

บัตรควำมรู้ที่ 1
เร่อื ง อำณำจกั รพชื

คำช้แี จง กิจกรรมการเรยี นรู้ฉบับน้ี เปน็ กิจกรรมทจ่ี ัดการเรยี นรู้ตามกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ ข้ันอธบิ าย
(Explanation Phase) และขนั้ นขยายความรู้ (Elaboration Phase)

คำสงั่ ใหน้ กั เรยี นแต่ละกลมุ่ ร่วมกนั ศึกษาบัตรความรแู้ ละร่วมกนั วิเคราะห์ อภิปรายและตอบคาถามต่อไปนีล้ ง
ในบตั รบันทึกกิจกรรมการเรยี นรู้

อำณำจกั รพชื

พชื เป็นสงิ่ มชี ีวิตที่มีกาเนดิ ขน้ึ มาแลว้ ไมต่ ่ากวา่ 400 ล้านปี มีหลกั ฐานหลายอย่างที่ทาใหเ้ ช่อื ว่าพืชมี
วิวัฒนาการมาจากสาหร่ายสีเขยี ว กลุ่ม Charophytes โดยมีการปรับตวั จากสภาพท่ีเคยอยู่ในนา้ ขึ้นมาอยู่บนบก
ดว้ ยการสร้างคณุ สมบตั ติ ่างๆ ทีเ่ หมาะสมขน้ึ มา เช่น มกี ารสร้างคิวติน (Cutin) ขนึ้ มาปกคลมุ ผิวของลาต้นและใบ
เรียกวา่ คิวทเิ คิล (Cuticle) เพอ่ื ปอ้ งกนั การสูญเสียน้า และการเกิดสโทมาตา (Stomata) เพอ่ื ทาหนา้ ที่ระบายน้า
และแลกเปลี่ยนก๊าซ เป็นตน้

ลักษณะสำคญั ของส่ิงมีชวี ิตในอำณำจกั รพืช
พืชมีโครงสร้างที่ประกอบขึน้ ด้วยหลายเซลล์ทม่ี ารวมกลุ่มกนั เป็นเนื้อเยื่อทท่ี าหน้าท่ีเฉพาะอย่าง เซลล์
ของพืชมผี นงั เซลล์ท่มี ีสารประกอบ เชลลูโลส (Cellubse) เปน็ องคป์ ระกอบทีพ่ บเปน็ ส่วนใหญ่ พืชทกุ ชนดิ มี
คุณสมบตั ทิ ่ีสามารถสรา้ งอาหารได้เองจากระบวนการสงั เคราะห์ด้วยเสง โดยบทบาทของรงควัตถุคลอโรฟิลล์
(Chlorophyll a และ Chlorophyll b) ท่อี ยใู่ นคลอโรพลาสต์เปน็ สาคัญ รงควัตถุหลกั ทพี่ บได้ในเซลลพ์ ชื จะ
เหมอื นกับพบในเซลล์ของสาหรา่ ยสเี ขียว ได้แก่ คลอโรฟลิ ล์ เอ, คลอโรฟิลล์ บี และแคโรทนี อยด์ นอกจากน้ี
พชื ยังสะสมอาหารในรปู ของแปง้
วงชีวติ (Life Cycle) ของพชื เปน็ วงจรชวี ติ แบบสลับ (Alternative of Generation) คอื ประกอบด้วย
ช่วงชวี ิตทเ่ี ป็นสปอโรไฟต์ (Sporophyte generation) ทาหน้าที่สร้างสปอร์ (Spore) สลบั กบั ช่วงชีวิตทีเ่ ป็น
แกมโี ทไฟต์ (Gametophyte generation) ทาหน้าท่ีสร้างแกมีต (Gamete) ได้แก่เซลลส์ ืบพันธ์ุเพศผหู้ รือ
สเปิรม์ (Sperm) และเซลล์สืบพันธุเ์ พศเมียหรอื ไข่ (Egg cell) ซ่ึงจะมารวมกันเพ่ือให้ได้เปน็ เซลล์ใหม่ คือ ไซโกต
(Zygote) อวัยวะสร้างเซลลส์ บื พันธุ์ของพชื ประกอบด้วยหลายเซลล์ โดยมีเซลล์ทเ่ี ปน็ หมัน (Sterile cell) หอ่ หุ้ม
อยู่รอบนอก การเจริญของพืชจากไซโกตไปเปน็ สปอโรไฟต์จะต้องผ่านระยะทเ่ี ป็นเอ็มบริโอ (Embryo) กอ่ น
คุณสมบัติทง้ั 2 ประการ ดังกลา่ วนีจ้ ะไมพ่ บในพวกสาหรา่ ย (Algae)

ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ ตามกระบวนการสบื เสาะหาความร้แู บบวฏั จักรการเรยี นรู้ 7 ขัน้ (7E) 12
รายวชิ าชวี วทิ ยา (ว33109) เรอ่ื ง ความหลากหลายทางชีวภาพ

ชดุ กิจกรรมท่ี 5 อาณาจกั รพชื

ภาพ เซลลพ์ ืช
ทีม่ า https://jaejaesc1992.wordpress.com/เซลลพ์ ชื

สบื คน้ เม่ือ 1 ตลุ าคม 2562

วงจรชีวติ แบบสลับ (Alternative of Generation)
พชื ส่วนใหญ่จะมสี ปอโรไฟตเ์ ดน่ คือมขี นาดที่มองเห็นไดช้ ัดเจนท่วั ไป ในขณะท่ีแกมีโทไฟตม์ ขี นาดเล็ก
แทบมองไมเ่ ห็นดว้ ยตาเปล่าในพืชบางกลุ่ม แกมโี ทไฟตป์ ระกอบขนึ้ ด้วยเซลล์ทเี่ ป็นแฮพลอยด์ (n) จานวนมาก
ทาหน้าท่ีสรา้ งแกมีต สปอโรไฟต์ของพชื ประกอบขนึ้ ดว้ ยเซลล์ทเ่ี ป็นดพิ ลอยด์ (2n) ทาหน้าท่ีสรา้ งสปอร์จาก
การแบง่ เซลล์แบบไมโอซิสของสปอร์มาเทอร์เซลล์ (Spore mother cell) ทอี่ ยู่ภายในอบั สปอร์ (Sporangium)
สปอร์ซึง่ เปน็ เซลลท์ เ่ี ปน็ แฮพลอยด์ (n) จะแบ่งตวั เจรญิ ต่อไปเป็นแกมีโทไฟต์ (n) ที่ทาหนา้ ที่สร้างแกมตี
คือ สเปริ ์ม และไข่ การปฏิสนธิ (fertilization) คือ การรวมตัวกันของสเปริ ม์ (n) และไข่ (n) จะทาให้ได้เซลล์ใหม่
ท่ีเป็นดพิ ลอยด์ (2n) คอื ไซโกตเกดิ ข้ึนมา และตอ่ จากน้ันไซโกตจะแบ่งเซลลไ์ ดเ้ ป็นเอม็ บรโิ อ ก่อนท่จี ะเจริญต่อไป
เปน็ สปอร์โรไฟต์ ดังนน้ั จึงกล่าวได้วา่ ไซโกต คอื เซลล์เรมิ่ ต้นของช่วงสปอโรไฟต์ และ สปอร์คอื เซลล์เรม่ิ ต้นของช่วง
แกมีโทไฟต์
ในพชื กล่มุ ท่ีไมส่ ร้างเมล็ดส่วนใหญจ่ ะมีการสรา้ งสปอร์เพียงชนิดเดียว (Homospore) ซึง่ สปอร์ดงั กล่าว
จะแบ่งตัวและเจรญิ ต่อไปเปน็ แกมีโทไฟต์ ท่ีทาหนา้ ท่สี รา้ งท้งั สเปริ ม์ และไข่บนต้นเดียวกัน แตส่ าหรับพชื ท่ีมีการสรา้ ง
เมล็ดแลว้ ทุกชนิดจะสรา้ งสปอรเ์ ป็น 2 ชนดิ (Heterospore) ไดแ้ ก่ ไมโครสปอร์ (Microspore) และเมกะสปอร์
(Megaspore) ไมโครสปอร์จะแบ่งตัวเจริญตอ่ ไปเป็น ไมโครแกมีโทไฟต์ (Microgametophyte) หรือแกมโี ทไฟต์
เพศผู้ (Male gametophyte) ทาหน้าที่สรา้ งสเปิรม์ และเมกะสปอร์ จะแบ่งตวั เจรญิ ตอ่ ไปเป็นเมกะแกมีโทไฟต์
(Microgametophyte) หรอื แกมีโทไฟต์เพศเมีย (Female gametophyte) ทาหนา้ ท่สี รา้ งเซลล์ไข่ตอ่ ไป

ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้ ตามกระบวนการสบื เสาะหาความรแู้ บบวฏั จักรการเรยี นรู้ 7 ขั้น (7E) 13
รายวชิ าชวี วทิ ยา (ว33109) เรอ่ื ง ความหลากหลายทางชีวภาพ

ชดุ กจิ กรรมที่ 5 อาณาจักรพชื

ภาพ วงจรชวี ิตแบบสลบั จากพืช
ท่มี า https://sites.google.com/site/flowerreproduction2016/watcakr-chiwit

สืบค้นเม่ือ 1 ตลุ าคม 2562

ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้ ตามกระบวนการสบื เสาะหาความรู้แบบวฏั จกั รการเรยี นรู้ 7 ขั้น (7E) 14
รายวชิ าชวี วิทยา (ว33109) เรอื่ ง ความหลากหลายทางชีวภาพ

ชดุ กิจกรรมท่ี 5 อาณาจักรพืช

บัตรกจิ กรรมกำรเรียนรทู้ ี่ 2
เร่อื ง อำณำจกั รพชื

คำช้แี จง กจิ กรรมการเรยี นรฉู้ บบั น้ีเป็นกจิ กรรมที่จดั การเรียนรู้ตามกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ ข้นั สารวจและ
คน้ หา (Exploration Phase), ข้นั ขยายความรู้ (Elaboration Phase) และขัน้ นาความร้ไู ปใช้
(Extend Phase)

คำส่ัง เมอื่ นักเรียนศึกษาบัตรความรเู้ รอื่ ง อาณาจกั รพืชแล้ว จงตอบคาถามต่อไปนี้

1. พชื เปน็ ส่งิ มีชวี ติ ท่มี ีกาเนิดข้นึ มาแล้วไมต่ ่ากว่า...............................ปี มีหลักฐานหลายอย่างท่ีทาให้เช่อื ว่า
พชื มีววิ ฒั นาการมาจากสาหรา่ ยสีเขียว กลุม่ ...............................................................................................................

2. ให้นักเรยี นเติมส่วนต่างๆ ของเซลลพ์ ชื ใหถ้ กู ตอ้ ง

3. ลักษณะสาคัญของส่งิ มีชวี ิตในอาณาจกั รพชื คือ
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
4. พืชที่มกี ารสรา้ งเมล็ดแลว้ ทุกชนดิ จะสรา้ งสปอร์เปน็ ..............................ชนดิ (heterospore) ไดแ้ ก่
.................................................................................................................................................................

ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้ ตามกระบวนการสืบเสาะหาความร้แู บบวฏั จักรการเรียนรู้ 7 ขั้น (7E) 15
รายวิชาชีววทิ ยา (ว33109) เรอ่ื ง ความหลากหลายทางชีวภาพ

ชุดกจิ กรรมท่ี 5 อาณาจักรพืช

บัตรควำมร้ทู ่ี 2
เรอ่ื ง ควำมหลำกหลำยของพืชกลมุ่ ไมม่ ีท่อลำเลยี ง

คำชแ้ี จง กิจกรรมการเรียนร้ฉู บบั นีเ้ ปน็ กิจกรรมทจ่ี ดั การเรยี นรูต้ ามกระบวนการสบื เสาะหาความรขู้ นั้ อธบิ าย
(Explanation Phase) และขัน้ ขยายความรู้ (Elaboration Phase)

คำส่งั ให้นักเรยี นแตล่ ะกลุม่ รว่ มกันทากิจกรรม เรอ่ื ง ความหลากหลายของพชื กล่มุ ไม่มีทอ่ ลาเลียง ตามกิจกรรมที่
กาหนดให้ต่อไปนี้

กล่มุ พชื ไมม่ ีท่อลำเลียง (Nonvascular Plant)
พืชไม่มที ่อลาเลียง (Nonvascular plant) ชว่ ง Gametophyte จะเดน่ กว่าและเป็นอสิ ระ ช่วง Sporophyte

ต้องอาศยั อยู่บน Gametophyte ตลอดชีวิต ไม่มีราก แต่มรี ากเทยี ม (Rhizoid) ไมม่ ี Vascular tissue จงึ ลาเลียงโดย
การแพร่ และออสโมซิสเท่านั้น ทาให้ลาต้นจาเปน็ ตอ้ งมีขนาดเล็ก มีลาต้นและใบท่ไี ม่แท้จรงิ รวมเรยี กว่า Thallus
ปจั จุบนั พืชทไ่ี มม่ ที ่อลาเลียง แบ่งออกได้ เปน็ 3 ไฟลมั โดยใชร้ ูปรา่ งเปน็ เกณฑ์ ได้แก่

- ไฟลัมเฮปำโทไฟต้ำ (Phylum Hepatophyta) ช่วง Gametophyte มีท้ังที่เปน็ ต้น ท่มี ีสว่ นคล้ายใบและ
ท่เี ปน็ แผ่นบางๆ ซ่งึ ภายในเซลล์จะมีหยดนา้ มนั อยู่ดว้ ย สว่ นชว่ ง Sporophyte มีกา้ นชูอับสปอรท์ ีย่ าว อบั สปอร์เมอื่
แก่จะแตกออกเพ่ือปล่อยสปอร์กระจายพนั ธ์ุ ตัวอยา่ ง ไดแ้ ก่ ลเิ วอรเ์ วริ ต์ (Liverwort) (มีประมาณ 8,000 species)

ภาพ ลเิ วอรเ์ วริ ์ต
ทม่ี า https://sites.google.com/site/sciencejiraporn8003/content/content01-02

สืบค้นเมือ่ 1 ตุลาคม 2562
- ไฟลัมแอนโทซีโรไฟตำ (Phylum Anthocerophyta) ชว่ ง Gametophyte มีลักษณะเป็นแผ่น
ที่บริเวณขอบมีรอยหยัก แตกแขนงเปน็ 2 พู ชว่ ง Sporophyte มลี ักษณะยาวเรียว เกดิ อยบู่ น Thallus ของ
แกมโี ตไฟต์ ตรงปลายของสปอโรไฟตท์ ีเ่ จริญเตม็ ท่ีจะแตกออกเป็น 2 แฉก เพ่ือให้สปอร์กระจายออกไป ถงึ แม้
สปอโรไฟตจ์ ะมคี ลอโรฟิลล์ทีพ่ อจะสร้างอาหารได้เอง แตก่ ย็ ังตอ้ งอาศัยอยบู่ น Gametophyte ตลอดชวี ติ
ตัวอย่าง ได้แก่ ฮอรน์ เวริ ต์ (Hornwort)

ชุดกิจกรรมการเรยี นรู้ ตามกระบวนการสืบเสาะหาความรู้แบบวฏั จักรการเรียนรู้ 7 ขน้ั (7E)
รายวชิ าชวี วทิ ยา (ว33109) เรอื่ ง ความหลากหลายทางชวี ภาพ 16

ชดุ กิจกรรมท่ี 5 อาณาจกั รพืช

ภาพ ฮอนเวิร์ต
ทม่ี า https://sites.google.com/site/sciencejiraporn8003/content/content01-02

สบื ค้นเมอ่ื 1 ตลุ าคม 2562

- ไฟลมั ไบรโอไฟต้ำ (Phylum Bryophyta) ช่วง Gametophyte มีขนาดเล็ก ลักษณะคล้ายลาต้นและใบ
ส่วนทคี่ ลา้ ยใบเรียงตัวเปน็ เกลยี วโดยรอบสว่ นที่คลา้ ยลาต้น มไี รซอยตอ์ ยู่ในดิน ชว่ ง Sporophyte มีลกั ษณะง่าย ๆ
เกิดบนปลายยอดหรือปลายก่ิง มีสว่ นประกอบคือ ฟตุ กา้ นชอู ับสปอร์ และอับสปอร์ ตวั อยา่ ง ได้แก่ มอส (Moss)

ภาพ มอส
ท่มี า https://sites.google.com/site/kingdomplantae109/fi-lambir-xo-fi-ta

สบื ค้นเมื่อ 1 ตลุ าคม 2562

ข้ำวตอกฤำษี (Bryopsida) พชื พวกมอสมีจานวนชนดิ ประมาณ 14,500 ชนดิ ซง่ึ มากท่ีสุดในกลุ่มไบรโอ
ไฟท์ พบไดท้ ั่วไปมากกว่าพวกลเิ วอร์เวริ ์ต และฮอรน์ เวริ ์ต ลักษณะคลา้ ยตน้ ไมเ้ ลก็ ๆ และมักจะพบอบั สปอรร์ ปู คล้าย
ผอบเล็กๆ มีฝาปิดเจรญิ อยู่บนตน้ ทส่ี รา้ งเซลล์สบื พนั ธ์ุ ในประเทศไทยมีไบรโอไฟทท์ ่มี ชี ื่อไทยเพียงชื่อเดียวคือ ขา้ วตอก
ฤาษี (Sphagnum spp.) นอกน้นั ยงั ไม่มชี ่อื ในภาษาไทย

วงศ์สะแฟกเนซอี ี (Sphagnaceae) มอสวงศน์ พ้ี บไดท้ ่ีระดับความสงู ตง้ั แต่ 1,000 เมตรขึ้นไป ชอบขนึ้ ใน
ทช่ี ้นื และในแอง่ น้า และมคี ณุ สมบตั พิ เิ ศษ คอื ทาใหน้ ้าและดนิ บริเวณใกล้เคียงกับทม่ี อสวงศน์ ี้ขนึ้ อยู่มสี ภาพเปน็ กรด
ดังนน้ั ตน้ ส่วนลา่ งที่ตายไปแล้วจงึ สลายตัวชา้ สภาพแวดลอ้ มทีม่ ีมอสวงศ์นีข้ ้นึ อยมู่ ีสังคมพันธไ์ุ มท้ มี่ ลี ักษณะเฉพาะ
นอกจากน้นั ไปของมอสขนิดน้ียงั มลี กั ษณะคล้ายฟองน้า ทาใหซ้ ึมซบั นา้ ไดด้ ี จงึ มีความสาคญั ในธรรมชาติโดยเปน็
แหล่งรักษาความชุ่มช้นื ของปา่

ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ ตามกระบวนการสืบเสาะหาความรแู้ บบวฏั จกั รการเรียนรู้ 7 ขน้ั (7E) 17
รายวิชาชวี วทิ ยา (ว33109) เรอ่ื ง ความหลากหลายทางชวี ภาพ

ชดุ กิจกรรมที่ 5 อาณาจกั รพืช

Sphagnum sp. ขา้ วตอกฤาษี มีสว่ นปลายยอดท่ปี ระกอบดว้ ย ซง่ึ หลายขนาด ไดแ้ ก่ ถงึ ขนาดยาว
และห้อยลงแนบต้น ทาหนา้ ทีด่ ดู ซับนา้ จากสวนโคนตน้ ซง่ึ ยาวแยกท้ังตรงขา้ มกับกิง่ แบบแรก ซง่ึ ต่อมาจะหกั
ออกได้ต้นใหม่ และกิง่ ประเภทท่ี 3 เปน็ กิ่งทท่ี าหนา้ ทสี่ ร้างอวยั วะ สรา้ งเซลล์สบื พนั ธ์ุ ก่ิงทั้ง 3 แบบ มรี ปู คล้ายเรอื
เรียงซอ้ นทับกันตลอด

ภาพ ข้าวตอกฤาษี
ทมี่ า https://sites.google.com/site/kingdomplantae109/fi-lambir-xo-fi-ta

สบื ค้นเมื่อ 1 ตุลาคม 2562

ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้ ตามกระบวนการสบื เสาะหาความรู้แบบวฏั จกั รการเรียนรู้ 7 ขัน้ (7E)
รายวิชาชีววทิ ยา (ว33109) เรอื่ ง ความหลากหลายทางชีวภาพ 18

ชดุ กจิ กรรมท่ี 5 อาณาจกั รพืช

บตั รกจิ กรรมกำรเรียนรูท้ ่ี 3
เรอื่ ง ควำมหลำกหลำยของพืช

คำชี้แจง กิจกรรมการเรียนรฉู้ บบั นเี้ ป็นกจิ กรรมที่จดั การเรยี นรตู้ ามกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ ข้ันสารวจและ
ค้นหา (Exploration Phase), ขน้ั ขยายความรู้ (Elaboration Phase) และขนั้ ประเมนิ ผล
(Evaluate Phase)

คำสั่ง ใหน้ ักเรยี นแต่ละกลุม่ รว่ มกันพิจารณาภาพ แลว้ เติมขอ้ ความลงในชอ่ งว่างใหถ้ กู ตอ้ ง

ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ ตามกระบวนการสบื เสาะหาความร้แู บบวฏั จกั รการเรียนรู้ 7 ขั้น (7E) 19
รายวิชาชวี วิทยา (ว33109) เรอ่ื ง ความหลากหลายทางชีวภาพ

ชุดกจิ กรรมที่ 5 อาณาจักรพชื

ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ ตามกระบวนการสืบเสาะหาความรแู้ บบวฏั จักรการเรียนรู้ 7 ขั้น (7E)
รายวชิ าชีววทิ ยา (ว33109) เรอื่ ง ความหลากหลายทางชวี ภาพ 20

ชดุ กิจกรรมท่ี 5 อาณาจักรพชื

บตั รควำมรู้ที่ 3
เรอื่ ง ควำมหลำกหลำยของพชื กลุ่มมีทอ่ ลำเลียง

คำชแี้ จง กจิ กรรมการเรยี นรู้ฉบบั น้ีเปน็ กิจกรรมท่ีจดั การเรียนรูต้ ามกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ขน้ั อธบิ าย
(Explanation Phase) และขั้นขยายความรู้ (Elaboration Phase)

คำสัง่ ใหน้ กั เรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันทากิจกรรม เรื่อง ความหลากหลายของพชื กลุม่ ไม่มที อ่ ลาเลียง ตามกจิ กรรมท่ี
กาหนดให้ตอ่ ไปน้ี

กลุ่มพชื มีท่อลำเลียง (Vascular Plant)
พืชทม่ี ที อ่ ลาเลียง แบ่งออกเปน็ 2 กล่มุ ยอ่ ย ดงั นี้

1. กลุ่มพชื มเี นอื้ เย่ือลำเลยี งที่ไมม่ เี มลด็ (Seedless vascular plant)
จากหลักฐานซากดึกดาบรรพ์ ของพืชคือ คกุ โซเนีย (Cooksonia sp.) มอี ายุประมาณ 400 ลา้ นปี ในช่วง
ตน้ ยคุ ซลิ ูเรียน สันนิษฐานวา่ พืชท่ีมที ่อลาเลียงกลุ่มแรกและมวี วิ ฒั นาการกลายเปน็ กลุ่มพืชท่ีมที อ่ ลาเลียงกลุม่ แรก
และมีววิ ฒั นาการกลายเป็นกลุม่ พืชทม่ี ที ่อลาเลยี งอนื่ ๆ กลุ่มพชื มีทอ่ ลาเลยี งท่ไี รเ้ มลด็ ประกอบด้วยเฟินแท้ และกลุ่ม
ใกล้เคยี งเฟนิ พชื กล่มุ นม้ี ีราก ลาต้นและใบทีแ่ ทจ้ ริง แกมโี ทไฟต์และสปอโรไฟต์ เจรญิ แยกกนั หรอื อยู่รวมกนั ในชว่ ง
ส้นั ๆ โดยแกมีโทไฟต์จะมชี ว่ งชวี ิตส้ันกวา่ สปอโรไฟต์ จากการศกึ ษาซากดกึ ดาบรรพข์ องพชื โบราณพบวา่ รากของพืช
กลุ่มนอี้ าจจะววิ ฒั นาการมาจากลาต้นส่วนล่าง หรือสว่ นที่อยูใ่ ตด้ นิ ของพชื มที ่อลาเลียงโบราณน่ันเอง พืชมที อ่ ลาเลยี ง
ทไี่ รเ้ มล็ดที่พบในปัจจุบันแบง่ ออกเป็น 2 ไฟลมั ดังน้ี

ไฟลัมไลโคไฟตำ (Phylum Lycophyta) เป็นพชื ท่ีมีใบ ราก ลาตน้ ท่ีแท้จรงิ แต่ใบมีขนาดเล็ก มเี ส้นใบ
1 เสน้ ส่วนใหญเ่ ป็นพชื ท่มี อี ายุหลายปี (Perennial) มีอยปู่ ระมาณ 200 ชนิด สว่ นใหญส่ ญู พันธุไ์ ปแลว้ ท่ยี ังเหลอื
และรจู้ กั กนั ในปจั จุบนั พืชกลุ่มน้ีมี 3 กลุม่ คอื

- ไลโคโพเดยี ม (Lycopodium) ท่พี บเห็นน้นั เปน็ ระยะ สปอโรไฟต์ จดั เปน็ พชื ล้มลุก มที ั้งชนดิ
ที่เลอื้ ยไปตามดิน ชนดิ ที่ต้ังตรง และชนิดทเ่ี กาะอยู่กับต้นไมอ้ ่ืนๆ ใบของไลโคโพเดยี มเป็นใบแท้ เป็นแผ่นสเี ขยี ว
ขนาดเล็กเรยี งตัวคลุมรอบต้น มีรากเป็นรากแบบพเิ ศษ (Adventitious foot) โดยงอกออกจากลาต้น สว่ นทีอ่ ยตู่ ดิ
กับดนิ อวัยวะสืบพนั ธ์ขุ องไลโคโพเดยี ม เรยี กว่า สโตรบิลสั (Strobitus) อยู่ท่ีปลายกิ่ง ในสโตรบิลัสมีอับสปอรม์ ากมาย
ทาหน้าที่สร้างสปอรโ์ ดยวิธกี ารแบง่ เซลล์แบบไมโอซีสของเซลล์แมข่ องสปอร์ (Spore mother cell) ได้ 4 สปอร์
ท่ีเหมือนกนั ไลโคโพเดียม ท่ีสาคญั คอื

Lycopodium cernuum คอื สามรอ้ ยยอด หรือ หญา้ นางรงั
Lycopodium squarrosum คือ สรอ้ ยหางสิงห์
Lycopodium phlegmaria คอื สรา้ งนางก่ี
Lycopodium carinatum คือ ชอ้ งนางคล่ี หรอื สรอ้ ยนารี

ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้ ตามกระบวนการสบื เสาะหาความรู้แบบวฏั จักรการเรียนรู้ 7 ขน้ั (7E) 21
รายวิชาชวี วิทยา (ว33109) เรอ่ื ง ความหลากหลายทางชวี ภาพ

ชดุ กจิ กรรมท่ี 5 อาณาจกั รพชื

(ก) (ข)

(ค) (ง)
ภาพ ไลโคโพเดียม (Lycopodium)

(ก) Lycopodium cernuum (ข) Lycopodium squarrosum
(ค) Lycopodium phlegmaria (ง) Lycopodium carinatum
ที่มา http://www.nana-bio.com/e-learning/biodiversity/biodiversityPlant10/BiodiversityPlant10.html

สืบคน้ เมื่อ 1 ตุลาคม 2562
- ซแี ลกจิเนลลำ (Selagenella) หรอื เรยี กกันตามภาษาถน่ิ ว่า ตีนตกุ๊ แก, พ่อค้าตีเมยี , หญา้ ร้องไห้
เฟอื ยนก ทั้งหมดนจี้ ดั เป็นซีแลกจิเนลลาเหมอื นกัน ซีแลกจิเนลลามีลักษณะคลา้ ยๆ กับไลโคโพเดียม ลาต้นแตกแขนง
เปน็ 2 แฉก อาจเปน็ ชนดิ ตงั้ ตรงหรอื เลอื้ ยไปตามดิน มีใบขนาดเลก็ เรียงเปน็ ยาวของลาต้น /ท่ีโคนมีลิกูล (Ligule)
ซ่งึ มลี กั ษณะคล้ายใบเกล็ดตดิ อยู่ ในไลโคโพเดียมไมม่ ี บรเิ วณปลายกิง่ มีสโตรบลิ ัส ซงึ่ มอี บั สปอร์ 2 ชนดิ คอื
เมกะสปอแรงเจยี ม (Megasporangium) มีขนาดใหญ่ ทาหนา้ ท่ีสร้างเมกะสปอร์ (Megaspore) ซง่ึ ตอ่ ไปจะเจริญ
ไปเป็นแกมโี ทไฟตเ์ พศเมยี สรา้ งเซลล์ไข่ ส่วนอีกชนิดหน่งึ เรยี กวา่ ไมโครสปอแรงเจยี ม (Microsporangium)
มขี นาดเล็ก ซึ่งตอ่ ไปจะเจริญไปเปน็ แกมโี ทไฟต์ เพศผู้ สร้างสเปริ ม์

ภาพ ตีนต๊กุ แก
ท่ีมา http://www.nana-bio.com/e-learning/biodiversity/biodiversityPlant10/BiodiversityPlant10.html

สืบค้นเมอ่ื 1 ตลุ าคม 2562

ชุดกิจกรรมการเรยี นรู้ ตามกระบวนการสืบเสาะหาความรแู้ บบวฏั จกั รการเรียนรู้ 7 ขน้ั (7E) 22
รายวชิ าชวี วิทยา (ว33109) เรอ่ื ง ความหลากหลายทางชีวภาพ

ชุดกิจกรรมท่ี 5 อาณาจักรพชื

กระเทียมนำ้ (Isoetes) เปน็ พืชทขี่ ้นึ ในท่ีร่มมีน้าขงั ตื้นๆ จงึ จัดเป็นพวกพชื นา้ พบเหลืออยู่
เพียงชนดิ เดียว ลาตน้ มีลกั ษณะเปน็ กอ อยูใ่ ต้ดินคล้ายหัวรากเป็นแบบรากพเิ ศษ (Adventitious root)
ใบมีขนาดเลก็ ยาวเรยี ว ส่วนฐานใบกว้างหอ่ หุ้มอัปสปอร์ ใบมีปากใบและเสน้ ใบยาวตลอดใบ ภายในใบมี
ชอ่ งอากาศ ชว่ ยในการหายใจและลอยน้า

ภาพ กระเทยี มน้า
ทม่ี า http://www.nana-bio.com/e-learning/biodiversity/biodiversityPlant10/BiodiversityPlant10.html

สบื ค้นเมอ่ื 1 ตุลาคม 2562
ไฟลัมเทอโรไฟตำ (Phylum Pterophyta)
พชื กลมุ่ นี้ แบ่งเป็น 3 กลุม่ ยอ่ ย คือ
(1) หวำยทะนอย หรือ ไซโลตัม (Psilotum sp.) ลักษณะของไซโลตัม คือ มลี าต้นใต้ดินเรยี กวา่ ไรโซม
(Rhizome) ไม่มรี ากแตม่ ี ไรซอยด์ (Rhizoid) ซ่ึงประกอบดว้ ยเซลล์เพยี งเซลล์เดียวปกคลุมอยู่ และทาหน้าท่แี ทนราก
ส่วนทีอ่ ย่เู หนอื ดนิ เรยี กแอเลยี ลสเตม (Aerial stem) มีลักษณะเป็นเหมือนเส้นแส้ แตกก่งิ แบบไดโคโตมสั มีลกั ษณะ
เปน็ เหลย่ี มทาหนา้ ท่ีสังเคราะห์แสง ไมม่ ีใบ แตม่ ี สเกลลีฟ (Scale leaf) ซ่งึ ประกอบด้วย เซลล์พาเรงคมิ า
(Parenchymas cell) และไม่มที อ่ ลาเลยี งจงึ ไม่จัดวา่ เป็นใบ เมือ่ ไซโลตัมเจรญิ เตม็ ท่ีจะสรา้ งอปั สปอร์ (Sporangium)
มลี กั ษณะเปน็ 3 พู (Three lobed) ซ่ึงจะสรา้ งสปอรโ์ ดยการแบง่ เซลลแ์ บบไมโอซีสได้ 4 สปอรท์ ่ีเหมือนกันทงั้ หมด
(Homosporous)

ภาพ หวายทะนอย
ที่มา http://www.nana-bio.com/e-learning/biodiversity/biodiversityPlant10/BiodiversityPlant10.html

สบื ค้นเม่ือ 1 ตลุ าคม 2562

ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ ตามกระบวนการสบื เสาะหาความรูแ้ บบวฏั จักรการเรยี นรู้ 7 ขั้น (7E)
รายวชิ าชีววิทยา (ว33109) เรอื่ ง ความหลากหลายทางชีวภาพ 23

ชุดกจิ กรรมที่ 5 อาณาจกั รพืช

(2) หญ้ำถอดปลอ้ ง หรือ อีควเิ ซตมั (Equisetum sp.) เรียกกนั ตามภาษาถิ่นว่า สนหางมา้
หญ้าถอดปล้อง หญ้าหหู นวก หญ้าเหงอื ก ซึง่ จัดเปน็ อคี วิเซตนั ทง้ั สน้ิ ลาตน้ ของพวกน้มี ีทง้ั ชนดิ ทีอ่ ย่เู หนือดนิ
และใตด้ นิ ลาต้นบนดนิ มสี เี ขียวสงั เคราะห์ด้วยแสงได้และมีลกั ษณะเป็นขอ้ และปลอ้ งอยา่ งชัดเจน สามารถดึง
ให้หลุดออกจากกนั ไดก้ ารแตกกงิ่ ท่เี ป็นแขนงบริเวณรอบขอ้ ทาให้มีลกั ษณะคล้ายแปรงล้างขวด หรือหางมา้
จึงเรียกกันว่า สนหางมา้ ท่ีผนงั เซลลม์ ีสารพวกซิลิกา (Silica) เคลือบอยู่ทาให้หยาบและแขง็ ใช้ในการทาความ
สะอาดภาชนะตา่ งๆ ไดด้ ี ใบเปน็ ใบเกล็ดสว่ นโคนจะเช่อื มตอ่ กัน เป็นวงรอบขอ้ สว่ นปลายใบจะแตกออกและ
แยกออกจากกัน แต่ละใบมเี สน้ ใบ 1 เสน้ อบั สปอร์เกิดเป็นกระจกุ ทีป่ ลายกิ่งส้นั ๆ เรียกสปอรแรงจิโอฟอร์
(Sporangiophore) ซ่ึงอยูร่ อบแกนกลางร่วมกนั เป็นโครงสรา้ งทเี่ รยี กว่า สโตรบิลัส ทาหนา้ ท่ีสร้างสปอร์
ส่วนลาต้นท่อี ยใู่ ตด้ ินอายนุ อ้ ย จะสงั เคราะห์ด้วยแสงไม่ได้ ลาตน้ จึงทาหน้าทหี่ ลกั ในการสงั เคราะห์

(ก) (ข)
ภาพ (ก) หญ้าถอดปลอ้ ง (ข) สโตรบลิ ัสของหญ้าถอดปลอ้ ง

ทม่ี า http://www.nana-bio.com/e-learning/biodiversity/biodiversityPlant10/BiodiversityPlant10.html
สืบค้นเม่ือ 1 ตลุ าคม 2562

3. เฟิรน์ (Fern) มีจานวนมากท่สี ุดในบรรดาเทอโรไฟต์ของเฟริ น์ มรี าก ลาต้นและใบเจรญิ ดี เฟิร์นสว่ นใหญ่
มลี าตน้ ใต้ดนิ ใบของเฟริ ์นเรยี กว่า ฟรอนด์ (Frond) เปน็ สว่ นท่เี ห็นเดน่ ชัด มขี นาดใหญ่เปน็ ใบแบบเมกะฟลิ ล์
(Megaphy) มีรปู รา่ งลักษณะเปน็ หลายแบบ มที ้งั ทเี่ ป็นใบเดีย่ ว (Simple leaf) และใบประกอบ (Compound leaf)
ใบอ่อนของเฟริ ์นมีลักษณะพเิ ศษคือ จะม้วนเปน็ วง (Circinate vernation) สปอโรไฟตท์ ่ีเจรญิ เต็มท่ีจะสร้างอบั สปอร์
ซึง่ มารวมกลุม่ อย่ทู ่ีด้านได้ใบ แต่ละกลมุ่ ของอับสปอรเ์ รยี กว่า ซอรัส (Sorus) เฟิร์นสว่ นใหญ่สรา้ งสปอรช์ นิดเดยี ว
ยกเวน้ เฟิรน์ บางชนิดท่ีอยใู่ นน้า และท่ีช้ืนแฉะ ไดแ้ ก่ จอกหูหนู แหนแดง และผักแวน่ มีการสร้างสปอร์ 2 ชนดิ

ภาพ เฟนิ และการม้วนงอใบออ่ นของเฟนิ
ทม่ี า http://www.nana-bio.com/e-learning/biodiversity/biodiversityPlant10/BiodiversityPlant10.html

สืบคน้ เมอ่ื 1 ตลุ าคม 2562

ชุดกิจกรรมการเรยี นรู้ ตามกระบวนการสบื เสาะหาความรแู้ บบวฏั จักรการเรยี นรู้ 7 ขน้ั (7E) 24
รายวชิ าชีววทิ ยา (ว33109) เรอื่ ง ความหลากหลายทางชีวภาพ

ชุดกจิ กรรมท่ี 5 อาณาจักรพืช

เฟิร์นที่พบทั่วๆ ไปเปน็ ตน้ สปอโรไฟต์ การดารงชีวิตของเฟริ ์นในสภาพธรรมชาตแิ ตกต่างกนั มาก เช่น
แหนแดง จอกหหู นู ลอยน้าอยู่ ผักแวน่ ผกั กูด ขนึ้ อยู่ในนา้ ชายผ้าสดี าเกาะอยู่ตามต้นไมเ้ ปน็ Epiphyte ใบเฟนิ
เรียกวา่ Fond ซงึ่ แต่ละชนดิ แตกต่างกันออกไปมากมาย เชน่ ใบของข้าหลวงหลงั ลาย เป็นใบเดี่ยวขนาดใหญ่
เฟริ น์ ก้านดาเป็นใบประกอบ ปรงทะเลมีใบขนาดใหญ่ แต่แหนแดงมีใบขนาดเล็กมาก

ใบเฟิร์นทกุ ชนิดในขณะท่ยี งั อ่อนอย่จู ะมกี ารม้วนเขา้ ด้านในแบบลานนาฬิกา เรียกวา่ Circinate
vernation เมอ่ื ใบเฟิร์นเจริญข้นึ และมีอายุมากขึ้น สว่ นทมี่ ้วนจะค่อยๆ คลายออก ทางด้านหลังใบของเฟริ ์นจะ
มีส่วนท่ที าหน้าที่ในการสรา้ งสปอร์ เรยี กวา่ อับสปอร์ และอับสปอร์เหลา่ นจ้ี ะมารวมกันเป็นกลุ่มเรียกว่า Sorus

วงจรชีวติ แบบสลบั ของเฟริ น์
ตน้ สปอโรไฟต์ของเฟริ น์ จะสร้างสปอรภ์ ายในอบั สปอรท์ อี่ ย่ทู างด้านหลงั ใบ อับสปอรข์ องเฟิรน์ มีลกั ษณะ
กลมรี ภายในมีการสร้างสปอรโ์ ดยการแบง่ เซลล์แบบไมโอซสิ ใหส้ ปอรท์ ีม่ ีโครโมโซม (n) เม่ืออับสปอร์แกจ่ ะแตกออก
สปอร์จะถูกปลอ่ ยออก

ภาพ วงจรชีวิตแบบสลับของเฟิน
ทมี่ า http://www.nana-bio.com/e-learning/biodiversity/biodiversityPlant10/BiodiversityPlant10.html

สบื ค้นเมื่อ 1 ตลุ าคม 2562

2. กล่มุ พชื มีเน้อื เยื่อลำเลียงทีไ่ ม่มเี มล็ด (Seed vascular plant)
เป็นพืชท่ีมีระยะสปอร์โรไฟตท์ ่ีเดน่ ชดั และยาวนาน แต่ระยะแกมีโทไฟต์จะมขี นาดเล็กลงมากเมื่อเทียบกับ
มอสและเฟิน ปจั จุบนั แบง่ เปน็ 2 กลมุ่ คอื

2.1 Gymnosperm (พชื เมลด็ เปลือย)
ลกั ษณะทส่ี าคัญคือ ออวลุ และละอองเรณตู ดิ บนแผน่ กง่ิ หรอื แผน่ ใบ ซ่งึ จะอยู่รวมกันท่ีปลายกงิ่ เรียกวา่
Cone แยกเปน็ โคนเพศผู้และโคนเพศเมีย เป็นพชื ท่ไี ม่มีดอก แตม่ เี มล็ด เมลด็ ไม่มีผนงั รงั ไขห่ ่อหมุ้ ซง่ึ เรียกว่า เมลด็
เปลือย แบง่ ออกเป็น 4 Phylum คอื

ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ ตามกระบวนการสบื เสาะหาความร้แู บบวฏั จกั รการเรียนรู้ 7 ขั้น (7E) 25
รายวิชาชวี วิทยา (ว33109) เรอื่ ง ความหลากหลายทางชวี ภาพ

ชดุ กจิ กรรมที่ 5 อาณาจกั รพืช

- Phylum Cycadophyta เปน็ พืชทมี่ กี ารกระจายพันธ์ใุ นบริเวณที่แห้งแลง้ ได้ดี มลี าตน้ คอ่ นข้างเตี้ย
ใบมขี นาดใหญ่เปน็ ใบประกอบแบบขนนกช้นั เดียว มีการสรา้ งโคนเพศผ้แู ละโคนเพศเมยี แยกต้นกนั เช่น ปรง
ปรงป่า ปรงเขา เปน็ ตน้

ภาพ (ก) ปรง (ข) โคนของปรง
ที่มา https://sites.google.com/site/swnphvkssastrsk222/tn-pr

สบื คน้ เมื่อ 1 ตุลาคม 2562

- Phylum Ginkophyte ปจั จบุ นั เหลือเพียงสปีชสี ์เดียว คือ แป๊ะก๊วย มลี ักษณะใกลเ้ คยี งกบั พชื ที่สูญพันธุ์
ไปแล้ว พบตามธรรมชาติในประเทศจนี เกาหลแี ละญปี่ ุ่น ลาตน้ มีขนาดใหญ่ ใบเดี่ยวคล้ายพัดตน้ เพศเมียสร้างออวุล
ทป่ี ลายกง่ิ พิเศษ เมล็ดมีอาหารสะสมนยิ มนามารบั ประทาน

ภาพ แป๊ะกว๊ ย
ทม่ี า https://zusspa.wordpress.com/plantae/แป๊ะก๊วย

สบื คน้ เมอ่ื 1 ตลุ าคม 2562

- Phylum Coniferophyta เปน็ พืชที่มีความหลากหลายมากที่สุดในพชื กลุ่มเมลด็ เปลือยทัง้ ในดา้ นลกั ษณะ
ของตน้ และโครงสร้างของอวยั วะสืบพันธุ์ โคนเพศผ้แู ละเพศเมียอาจเกดิ บนตน้ เดยี วกนั หรอื แยกตน้ กนั เชน่ สนสองใบ
สนสามใบ สนสามพนั ปี พญาไม้ เป็นต้น

ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ ตามกระบวนการสบื เสาะหาความร้แู บบวฏั จักรการเรียนรู้ 7 ข้ัน (7E) 26
รายวชิ าชีววทิ ยา (ว33109) เรอื่ ง ความหลากหลายทางชีวภาพ

ชดุ กจิ กรรมท่ี 5 อาณาจกั รพืช

(ก) (ข)
ภาพ (ก) สนสองใบ (ข) สนสามใบ

ทมี่ า https://sites.google.com/site/kingdomplantae109/fi-lam-kho-ni-fex-ro-fi-ta
สบื ค้นเมื่อ 1 ตลุ าคม 2562

2.2 Angiosperm (พืชดอก)
เปน็ กลุม่ พชื ทม่ี คี วามหลากหลายสูงสุด จดั อยใู่ นไฟลัม แอนโทไฟตา (Anthophyta ) ซ่ึงมีลกั ษณะดงั นี้
- มีวิวัฒนาการสูงทส่ี ดุ ในพวกพชื มีท่อลาเลยี ง
- มรี าก ลาตน้ ใบที่แท้จรงิ
- มรี ะบบลาเลยี งเจรญิ ดี มที ่อลาเลยี งนา้ (Xylem) และท่อลาเลยี งอาหาร (Phloem)
- มีดอกเปน็ อวยั วะสบื พันธ์ุ เมลด็ มรี ังไขห่ ่อหมุ้ เมื่อรงั ไขพ่ ฒั นาเตม็ ทจ่ี ะกลายเปน็ ผล
- การปฏิสนธิ เป็นแบบซ้อน Double Fertilization การปฏสิ นธิ 2 คร้งั มีวงชวี ิตแบบสลับ แกมีโทไฟต์
มีขนาดเล็กอย่บู นสปอโรไฟต์
พชื ดอกแบง่ ออกเป็น 2 ชัน้ ยอ่ ย (Subclass) โดยแบง่ ตามจานวนใบเล้ยี งในเมล็ดได้ ดังน้ี

1) ใบเลยี้ งเดยี่ ว (Monocotyledonae) เรยี ก พืชในช้นั ย่อยนว้ี ่าพืชใบเลยี้ งเดย่ี ว
(Monocotyledon หรือมักเรยี กย่อๆ วา่ Monocot) พืชกลมุ่ นีม้ ีใบเลย้ี งในเมลด็ เพยี งหนึ่งใบ ในโลกน้ีมพี ืชใบเลีย้ ง
เด่ียวประมาณ 50,000 ชนดิ ตวั อยา่ งวงศ์ (Family) พชื ท่ีถูกจัดให้อยู่ในชั้นย่อยใบเล้ียงเดีย่ วน้ี เช่น Poaceae
(ชอ่ื เดิมคือ Gramineae หรอื วงศ์หญ้า) Patmae หรือ Arecaceae (วงศป์ าลม์ ) Liliaceae (วงศ์ลิล)่ี Orchidaceae
(วงศ์กลว้ ยไม)้ และ Cyperaceae (วงศ์กก) โปรดสงั เกตชื่อวงศม์ กั ลงท้ายดว้ ย ceae

2) ใบเลย้ี งคู่ (Dicotyledonae) เรยี กพืชในชนั้ ยอ่ ยนว้ี า่ พืชใบเล้ยี งคู่ (Dicotyledon หรือมกั เรียก
ย่อๆ วา่ Dicot) พชื ในกลุ่มนมี้ ใี บเลี้ยงในเมล็ดสองใบ ในโลกนม้ี พี ืชใบเลย้ี งคมู่ ากมายประมาณ 225,000 ชนิด
ตวั อย่างวงศพ์ ืชทถ่ี ูกจดั ให้อยู่ในชน้ั ย่อยใบเลีย้ งค่นู ้ี เช่น Fabaceae (ชื่อเดมิ คอื Leguminosae หรือวงศถ์ ว่ั )
Brassicaceae (ช่อื เดมิ คือ Cruciferae หรือวงศ์กะหล็ก) Solanaceae (วงศม์ ะเขือเทศ) และ Asteraceae
(ชื่อเดิมคอื Compositae หรือวงศ์ทานตะวัน)

ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้ ตามกระบวนการสบื เสาะหาความรแู้ บบวฏั จกั รการเรยี นรู้ 7 ขั้น (7E) 27
รายวิชาชวี วิทยา (ว33109) เรอื่ ง ความหลากหลายทางชวี ภาพ

ชุดกจิ กรรมท่ี 5 อาณาจักรพชื

บตั รกจิ กรรมกำรเรียนรูท้ ี่ 4
เร่ือง ควำมหลำกหลำยของพืช

คำช้ีแจง กิจกรรมการเรยี นร้ฉู บบั นี้เปน็ กิจกรรมทจี่ ัดการเรยี นร้ตู ามกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ ขนั้ สารวจและ
ค้นหา (Exploration Phase), ขนั้ ขยายความรู้ (Elaboration Phase) และข้ันประเมินผล
(Evaluate Phase)

ตอนท่ี 1 ใหน้ กั เรียนแตล่ ะกลุ่มพจิ ารณา Key word ที่กาหนดให้ แล้วนาตัวอักษรหน้า Key word เติมชอ่ งว่างทีม่ ี
ความสัมพันธ์กันอย่างถูกตอ้ ง

1. อวัยวะสรา้ งเซลลส์ บื พนั ธ์ุเพศผ้ใู นพชื ไมม่ ีทอ่ ลาเลียง
2. อวยั วะสรา้ งเซลล์สบื พนั ธุเ์ พศเมียในพืชไม่มที อ่ ลาเลยี ง
3. วงจรชวี ิตแบบสลบั
4. ตน้ ข้าวตอกฤาษี
5. ลกั ษณะคล้ายราก
6. พืชที่มีทอ่ ลาเลยี งทม่ี วี ิวัฒนาการต่าสดุ
7. ช้องนางคลี สร้อยสกุ รม สามร้อยยอด
8. พืชทม่ี ีระยะแกมีโทไฟต์เดน่
9. ตนี ต๊กุ แก
10. พืชท่มี ีลาต้นกลาง ใบขนาดเล็ก สังเคราะหด์ ว้ ยแสงได้

ชุดกิจกรรมการเรยี นรู้ ตามกระบวนการสบื เสาะหาความรแู้ บบวฏั จกั รการเรยี นรู้ 7 ข้นั (7E) 28
รายวิชาชีววทิ ยา (ว33109) เรอ่ื ง ความหลากหลายทางชวี ภาพ

ชุดกจิ กรรมที่ 5 อาณาจักรพืช

ตอนท่ี 2 ใหน้ ักเรียนตอบคาถามเกย่ี วกบั พืชกลุม่ มที ่อลาเลยี งทไ่ี ร้เมล็ด

1. ใบเฟนิ ทุกชนดิ ขณะทยี่ งั อ่อนอยู่ จะมีลักษณะเด่น คือ……………………………………………………………………………….
2. ตน้ แกมโี ทไฟต์ของเฟนิ มรี ปู ร่างคลา้ ย.................................... เรยี กว่า………………………………………………………….
2. สปอโรไฟต์ของเฟนิ ท่ีเจรญิ เตม็ ทีจ่ ะสร้างอับสปอร์ซงึ่ จะมารวมกล่มุ กนั โดยแตล่ ะกลุ่มของอับสปอร์ เรยี กว่า

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
4. พืชดอกมอี วัยวะสบื พันธ์ุ คอื ………………………..ประกอบด้วย……………………………………………………………………..
5. เมอ่ื เกิดการปฏิสนธิ โครงสร้างภายในดอกจะมกี ารเปลยี่ นแปลง ดังนี้

เซลล์ไข่ และ สเปริ ม์ จะเจรญิ เป็น.......................................................................................................................
โอวุล (ovule) จะเจริญเป็น.................................................................................................................................
รงั ไข่ (Ovary) จะเจรญิ เปน็ ..................................................................................................................................

ตอนท่ี 3 จากตัวเลือกทีก่ าหนดให้ นาตัวอักษรหนา้ ตวั เลอื กเตมิ ลงในชอ่ งว่างท่ีสัมพนั ธก์ บั คาถาม
เก่ยี วกับพืชเมล็ดเปลอื ย (บางขอ้ ตอบไดม้ ากกวา่ 1 ตัวเลือก)

ก. เมล็ดไมม่ รี งั ไขห่ มุ้ ฉ. ไมม่ ีออวลุ
ข. Coniferophyta ช. สนทะเล สนปฏิพทั ธ์
ค. Cycadophyte ซ. ปรง
ง. Pterophyta ณ. สนสองใบ สนสามใบ
จ. Lycophyta ญ. ปรงทอง ปรงทะเล

1. สนสองใบ สนสามใบ และปรง มีลักษณะใดท่เี หมอื นกนั

2. พชื เมลด็ เปลอื ยคอื พืชในไฟลมั ใด

3. เพราะเหตุใดสนสองใบ สนสามใบ และปรง มีเมลด็ แตไ่ มม่ ผี ล

4. พชื ในไฟลัมโคนเิ ฟอโรไฟตา (Phylum Coniferphyte) คอื พืชในข้อใด

5. พชื ในไฟลมั โซแคโดไฟตา (Phylum Cycadophyte) คอื พืชในขอ้ ใด

ชุดกิจกรรมการเรยี นรู้ ตามกระบวนการสืบเสาะหาความร้แู บบวฏั จักรการเรยี นรู้ 7 ขน้ั (7E) 29
รายวิชาชีววิทยา (ว33109) เรอื่ ง ความหลากหลายทางชวี ภาพ

ชดุ กิจกรรมที่ 5 อาณาจักรพืช

แบบทดสอบหลงั เรยี น ชุดกิจกรรมกำรเรยี นรทู้ ี่ 5
เร่ือง อำณำจักรพืช

คำชี้แจง แบบทดสอบเปน็ แบบปรนยั เลือกตอบ จานวน 10 ขอ้

1. ลิเวอร์เวิร์ต เป็นพชื พวกใด
ก. อยู่ Phylum Hepatophyta เพราะไมม่ ที ่อลาเลยี ง
ข. อยู่ Phylum Hepatophyta เพราะมที อ่ ลาเลียง
ค. อยู่ Phylum Bryophyta เพราะไม่มที อลาเลยี ง
ง. อยู่ Phylum Bryophyta เพราะมที ่อลาเลียง

2. ใบของมอส ไม่ถอื วา่ เป็นใบท่ีแท้จริงเพราะเหตใุ ด
ก. ขนาดใบเลก็ เกินไป
ข. ไม่มสี ีเขยี ว
ค. รงควตั ถภุ ายในไม่ใช่คลอโรฟิลล์
ง. ไมม่ ีทอ่ ลาเลยี ง

3. สิ่งในชีวิตท่จี ะจัดไวใ้ นอาณาจกั รพชื (Kingdom Plantae) ต้องมีลกั ษณะสาคญั เดน่ ชดั ในข้อใด
ก. มีหลายเซลล์ (Multicellular) และมคี ลอโรพลาสต์
ข. มผี นงั เซลล์ มีคลอไรปลาสท์ และมีวงจรชีวิตแบบสลับ (Alteration of generation)
ค. มีระยะต้นอ่อน มคี ลอโรพลาสต์และมวี งจรชวี ิตแบบสลบั (Alteration of generation)
ง. มเี นื้อเยอ่ื มีระยะตัวอ่อน มกี ารสบื พันธ์ุแบบใชเ้ พศ สลับกับแบบไมใ่ ช้เพศ

4. การจัดหมวดหมูพ่ ชื แบง่ ไดก้ ี่ระบบ
ก. 1 ระบบ
ข. 2 ระบบ
ค. 3 ระบบ
ง. 4 ระบบ

5. ลกั ษณะสาคญั ของพืชพวกจิมโนสเปริ ์ม คือ
ก. สรา้ งโคน (Cone) ที่ผลิตสเปิร์มและไข่ภายในตน้ เดยี วกนั
ข. มีส่วนทเี่ ป็นราก ลาต้น ใบ และดอกท่ีแทจ้ ริง
ค. เมล็ดไม่มผี นังรงั ไข่ห่อห้มุ
ง. มีใบขนาดเลก็ รูปเข็มรวมกนั อยู่เป็นกล่มุ

ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ ตามกระบวนการสบื เสาะหาความรแู้ บบวฏั จักรการเรียนรู้ 7 ขัน้ (7E)
รายวชิ าชวี วทิ ยา (ว33109) เรอ่ื ง ความหลากหลายทางชวี ภาพ 30

ชดุ กจิ กรรมท่ี 5 อาณาจกั รพืช

6. ขอ้ ใดเปน็ พืชท่ีมกี ารกระจายพันธุ์ในบรเิ วณที่แหง้ แลง้ ได้ดี มีลาตน้ ค่อนขา้ งเตี้ย ใบมีขนาดใหญ่ เป็นใบ
ประกอบแบบขนนกชนั้ เดียว มกี ารสรา้ งโคนเพศผ้แู ละโคนเพศเมียแยกต้นกนั
ก. Phylum Gnetophyta
ข. Phylum Cycadophyta
ค. Phylum Gnkophyta
ง. Phylum Coniferophyta

7. เปน็ กลมุ่ พืชท่ีมีลาตน้ มขี อ้ ปล้องชดั เจน มีท้ังลาตน้ ตงั้ ตรงบนดินและลาตน้ ใต้ดนิ ลาต้นตงั้ ตรงบนดินมีสี
เขยี วเปน็ สนั ใบมีขนาดเล็ก มีเสน้ ใบเพียง 1 เส้น เรียงเปน็ วงรอบขอ้ อบั สปอร์เป็นกระจุกที่ปลายกงิ่
เรียกวา่ Strobilus
ก. หญ้าถอดปล้อง
ก. เฟิรน์
ค. หวายทะนอย
ง. แปะ๊ ก๊วย

8. ขอ้ ใดคือพืชทม่ี ีลกั ษณะแตกต่างจากพชื เมลด็ เปลอื ยกล่มุ อน่ื คอื พบเวสเซลในทอ่ ลาเลยี งน้า และมีลักษณะ
คลา้ ยพืชดอกมาก คือ มกี ลบี ดอกมใี บเล้ยี ง 2 ใบ แต่เมลด็ ยงั ไมม่ ีเปลอื กหมุ้
ก. Phylum Gnetophyta
ข. Phylum Cycadophyta
ค. Phylum Ginkophyta
ง. Phylum Coniferophyta

9. พชื ใดอยใู่ นกลุม่ ไม้ดอกท้ังหมด
ก. สร้อยสุกรม บอน แหน ผกั แว่น
ข. สาหรา่ ยหางกระรอก สาหรา่ ยขา้ วเหนยี ว จอก ตะไคร้
ค. สรอ้ ยสีตา ชายผ้าสดี า กระเชา้ สีดา พลู
ง. หญ้ารังไก่ หญา้ ถอดปลอ้ ง หญ้าแพรก หญ้านกสชี มพู

10. Terprothallus ของเฟิร์นทาหนา้ ท่อี ะไร
ก. สร้างเสปริ ม์
ก. สรา้ งรงั ไข่
ค. สร้างสปอร์
ง. ทง้ั ขอ้ ก และ ข้อ ข

ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ ตามกระบวนการสืบเสาะหาความรแู้ บบวฏั จกั รการเรยี นรู้ 7 ขน้ั (7E)
รายวชิ าชวี วิทยา (ว33109) เรอื่ ง ความหลากหลายทางชีวภาพ 31

ชดุ กิจกรรมที่ 5 อาณาจักรพืช

กระดำษคำตอบ ชุดกิจกรรมกำรเรียนรู้ท่ี 5
เรอ่ื ง อำณำจักรพืช

 ก่อนเรียน  หลงั เรียน

ชื่อ......................................................ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที .่ี ........................เลขท่.ี .....................

ขอ้ ที่ ก. ข. ค. ง.
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10

30

ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้ ตามกระบวนการสืบเสาะหาความรูแ้ บบวฏั จกั รการเรียนรู้ 7 ข้นั (7E) 32
รายวิชาชวี วทิ ยา (ว33109) เรอ่ื ง ความหลากหลายทางชวี ภาพ 32

ชุดกิจกรรมที่ 5 อาณาจกั รพชื

บรรณำนุกรม

กระทรวงศกึ ษาธิการ(2551). หลกั สูตรแกนกลำงกำรศึกษำขัน้ พน้ื ฐำนพุทธศักรำช 2551. กรงุ เทพมหานคร:
ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

โครงการดาราวทิ ยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตรม์ ูลนิธิ สอวน.(2552). ชวี วิทยา สตั ววิทยา3. กรงุ เทพมหานคร: มลู นิธิ
สอวน.

จิรัสย์ เจนพาณิชย์(2552). ชีววทิ ยำสำหรบั นกั เรียนมัธยมปลำย. กรงุ เทพมหานคร: ผจก.สามลดา.
เชาวน์ ชโิ นรักษ์ และพรรณี ชิโนรักษ์(2552). ชีววิทยำ 1. กรงุ เทพมหานคร: โสภณการพมิ พ์.
ซรี ส์ ตาร์(2552). ชวี วิทยำ เลม่ 1. (แปลจาก Biology 1 Concepts and Applications โดยทมี คณาจารย์ ภาควิชา

ชีววทิ ยามหาวทิ ยาลัยขอนแกน่ , ผู้แปล). กรุงเทพมหานคร: เจเอสทพี ับลิชชิง่ จากัด.
นงลกั ษณ์ สวุ รรณพินิจ และปรชี า สพุ รรณพินิจ(2552). จลุ ชวี วิทยำทั่วไป. กรงุ เทพมหานคร: จฬุ าลงกรณ์

มหาวิทยาลัย.
ประสงค์ หลาสะอาด และจติ เกษม หลาสะอาด(มปป.). คมู่ ือสำระกำรเรียนรพู้ ้นื ฐำนและเพม่ิ เติมกลมุ่ สำระกำร

เรียนรู้วิทยำศำสตร์ ชีววทิ ยำ ม.6 เลม่ 5. กรงุ เทพมหานคร: พัฒนาศึกษา.
ปรีชา สุวรรณพินิจ และนงลกั ษณ์ สพุ รรณพินจิ (2549). ชวี วิทยำ 2. กรงุ เทพมหานคร: จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย.
วันดี วัฒนชัยยิ่งเจรญิ (2552). กำรจดั จำแนกสงิ่ มีชีวติ . ภาควชิ าชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์: มหาวิทยาลัยนเรศวร.
สถาบนั สง่ เสรมิ การสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(2541). หนงั สือเรียนรำยวิชำชีววิทยำเพิ่มเติม เล่ม 5.

กรงุ เทพมหานคร: สกสค.
สถาบนั สง่ เสริมการสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี(2555). คมู่ อื ครูรำยวิชำชีววิทยำเพ่มิ เตมิ เลม่ 5.

กรงุ เทพมหานคร: สกสค.

ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้ ตามกระบวนการสืบเสาะหาความรแู้ บบวฏั จกั รการเรยี นรู้ 7 ขั้น (7E) 33
รายวิชาชวี วทิ ยา (ว33109) เรอื่ ง ความหลากหลายทางชวี ภาพ

ชุดกจิ กรรมที่ 5 อาณาจักรพชื

ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ ตามกระบวนการสืบเสาะหาความรแู้ บบวฏั จักรการเรียนรู้ 7 ขั้น (7E) 34
รายวชิ าชีววทิ ยา (ว33109) เรอื่ ง ความหลากหลายทางชวี ภาพ

ชดุ กิจกรรมที่ 5 อาณาจักรพชื

แบบบันทกึ คะแนนระหวำ่ งเรยี น
เรอ่ื ง อำณำจกั รพืช

ชุดกจิ กรรมกำรเรยี นรคู้ วำมหลำกหลำยทำงชวี ภำพ รำยวชิ ำชวี วทิ ยำ (ว33109) ชนั้ มัธยมศึกษำปีที่ 6
กลมุ่ สำระกำรเรียนรวู้ ิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี เรอ่ื ง อำณำจกั รพืช

ชื่อ......................................................ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่.........................เลขท่ี......................

กิจกรรม คะแนนเต็ม คะแนนทไี่ ด้
บตั รกจิ กรรมที่ 1 10
บัตรกิจกรรมท่ี 2 10
บตั รกจิ กรรมที่ 3 10
บตั รกจิ กรรมท่ี 4 20

ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ ตามกระบวนการสบื เสาะหาความรู้แบบวฏั จักรการเรียนรู้ 7 ขนั้ (7E) 35
รายวชิ าชีววิทยา (ว33109) เรอ่ื ง ความหลากหลายทางชวี ภาพ

ชดุ กจิ กรรมท่ี 5 อาณาจกั รพชื

เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรยี น-หลังเรยี น ชดุ กจิ กรรมกำรเรยี นรทู้ ี่ 5
เรอ่ื ง อำณำจกั รพืช

เฉลยแบบทดสอบก่อนเรยี น

ขอ้ ท่ี ก. ข. ค. ง.
1X
2X
3X
4X
5X
6X
7X
8X
9X
10 X

เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน

ข้อท่ี ก. ข. ค. ง.
1X
2X
3X
4X
5X
6X
7X
8X
9X
10 X

ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ ตามกระบวนการสบื เสาะหาความรูแ้ บบวฏั จักรการเรียนรู้ 7 ขน้ั (7E) 36
รายวิชาชีววิทยา (ว33109) เรอื่ ง ความหลากหลายทางชวี ภาพ

ชดุ กจิ กรรมที่ 5 อาณาจกั รพชื

เฉลยบัตรกจิ กรรมกำรเรยี นรู้ท่ี 1
เรื่อง พชื รอบตัว

คำชแี้ จง กจิ กรรมการเรียนรูฉ้ บบั น้ีเป็นกิจกรรมทจี่ ดั การเรียนรตู้ ามกระบวนการสบื เสาะหาความรู้ ขั้นตรวจสอบ
ความรู้เดิม (Elicitation Phase) ขั้นเรา้ ความสนใจ (Engagement Phase) และข้ันอธิบาย
(Explanation Phase)

กจิ กรรมท่ี 1 ให้นกั เรียนแต่ละกลุ่มนาตัวอย่างพชื ทีพ่ บได้รอบๆ ตวั ของนกั เรยี นไมว่ ่าจากทบ่ี า้ นหรือท่โี รงเรียน

มาคนละ 3 ชนดิ ไม่ซา้ กัน มาศกึ ษาชื่อและลักษณะกนั ในแตล่ ะกล่มุ และแลกเปล่ยี นกนั ระหวา่ งกลมุ่ ใหร้ วบรวม

ขอ้ มูลพชื จานวน 15 ชนดิ และบนั ทกึ ผลลงในตาราง พรอ้ มตอบคาถาม

ลาดบั ที่ ช่อื ลักษณะท่ีพบ

คำถำม
1. พชื ท่ีนักเรยี นนามาศกึ ษามลี กั ษณะแตกต่างกนั หรือไม่ อย่างไร จงอธิบาย

พจิ ารณาคาตอบตามดุลยพินิจของครูผ้สู อน
2. ถ้านักเรียนจะจดั กลมุ่ พืชท่ีนามาศึกษา จะแบ่งได้เปน็ ก่ีกลมุ่ ไดแ้ ก่อะไรบา้ ง

พิจารณาคาตอบตามดุลยพินจิ ของครูผสู้ อน

ชุดกิจกรรมการเรยี นรู้ ตามกระบวนการสืบเสาะหาความรแู้ บบวฏั จักรการเรียนรู้ 7 ข้ัน (7E) 37
รายวชิ าชีววทิ ยา (ว33109) เรอื่ ง ความหลากหลายทางชวี ภาพ

ชดุ กิจกรรมที่ 5 อาณาจักรพืช

เฉลยบตั รกจิ กรรมกำรเรียนรู้ที่ 2
เรอื่ ง อำณำจกั รพชื

คำชี้แจง กิจกรรมการเรียนรู้ฉบับน้เี ป็นกิจกรรมที่จดั การเรียนรตู้ ามกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ ข้ันสารวจและ
คน้ หา (Exploration Phase), ขัน้ ขยายความรู้ (Elaboration Phase) และข้ันนาความรูไ้ ปใช้
(Extend Phase)

คำสง่ั เมอื่ นักเรยี นศึกษาบัตรความรู้เรอ่ื ง อาณาจักรพืชแล้ว จงตอบคาถามตอ่ ไปน้ี

1. พชื เปน็ สงิ่ มีชวี ิตท่มี กี าเนดิ ข้ึนมาแลว้ ไมต่ ่ากว่า.........400 ลา้ น.......ปี มีหลักฐานหลายอย่างท่ีทาให้เชื่อวา่
พืชมวี ิวัฒนาการมาจากสาหร่ายสีเขียว กลุ่ม...................Charophyte.......................................................................

2. ใหน้ กั เรียนเตมิ ส่วนต่างๆ ของเซลล์พืชใหถ้ ูกตอ้ ง

ไซโทพลาซึม นวิ เคลยี ส
แวควิ โอล

ไมโทคอนเดรีย

ผนังเซลล์ เยือ่ หุม้ เซลล์

คลอโรพลาสต์

3. ลกั ษณะสาคัญของส่ิงมชี วี ิตในอาณาจกั รพืช คือ….. พืชมีโครงสรา้ งทีป่ ระกอบขึ้นดว้ ยหลายเซลล์ท่มี า
รวมกลุ่มกนั เป็นเน้อื เยือ่ ทที่ าหนา้ ที่เฉพาะอยา่ งและวงชีวติ (Life cycle) ของพชื เปน็ วงชีวิตแบบสลับ (Alternation of
Generation) คือ ประกอบดว้ ย ชว่ งชีวติ ที่เปน็ สปอโรไฟต์ (Sporophyte generation) ทาหนา้ ที่สร้างสปอร์ (Spore)
สลบั กบั ชว่ งชีวิตท่ีเป็นแกมีโทไฟต์ (Gametophyte generation) ทาหนา้ ที่สร้างแกมตี (Gamete) ได้แก่ เซลล์
สืบพนั ธเ์ุ พศผหู้ รอื สเปริ ์ม (Sperm) และเซลล์สืบพันธ์เุ พศเมียหรือเซลลไ์ ข่ (Egg cell)………

4. พืชที่มกี ารสร้างเมล็ดแลว้ ทุกชนิด จะสรา้ งสปอร์เปน็ .........2……………............ชนิด (heterospore) ไดแ้ ก่
….ไมโครสปอร์ (Microspore ซึ่งมีขนาดเล็ก และ เมกะสปอร์ (Megaspore) ซง่ึ มีขนาดใหญ่.....................................

ชุดกิจกรรมการเรยี นรู้ ตามกระบวนการสืบเสาะหาความรูแ้ บบวฏั จกั รการเรยี นรู้ 7 ข้นั (7E)
รายวชิ าชีววิทยา (ว33109) เรอ่ื ง ความหลากหลายทางชวี ภาพ 38

ชุดกจิ กรรมท่ี 5 อาณาจกั รพืช

เฉลยบตั รกจิ กรรมกำรเรยี นรู้ท่ี 3
เรอ่ื ง ควำมหลำกหลำยของพืช

คำชีแ้ จง กจิ กรรมการเรียนรฉู้ บบั นีเ้ ป็นกจิ กรรมทจ่ี ัดการเรียนรู้ตามกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ ขน้ั สารวจและ
คน้ หา (Exploration Phase), ขัน้ ขยายความรู้ (Elaboration Phase) และข้นั ประเมินผล
(Evaluate Phase)

คำสัง่ ให้นักเรยี นแต่ละกล่มุ ร่วมกนั พจิ ารณาภาพ แล้วเติมขอ้ ความลงในชอ่ งวา่ งใหถ้ กู ต้อง

ชุดกิจกรรมการเรยี นรู้ ตามกระบวนการสืบเสาะหาความรู้แบบวฏั จกั รการเรียนรู้ 7 ขนั้ (7E) 39
รายวิชาชวี วทิ ยา (ว33109) เรอื่ ง ความหลากหลายทางชีวภาพ

ชุดกจิ กรรมที่ 5 อาณาจักรพชื

ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ ตามกระบวนการสืบเสาะหาความรแู้ บบวฏั จักรการเรียนรู้ 7 ขั้น (7E) 40
รายวชิ าชีววทิ ยา (ว33109) เรอื่ ง ความหลากหลายทางชวี ภาพ

ชุดกิจกรรมที่ 5 อาณาจกั รพืช

เฉลยบัตรกจิ กรรมกำรเรยี นรู้ท่ี 4
เร่อื ง ควำมหลำกหลำยของพืช

คำชีแ้ จง กิจกรรมการเรยี นรฉู้ บับนี้เป็นกิจกรรมท่จี ดั การเรยี นรตู้ ามกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ ข้นั สารวจและ
คน้ หา (Exploration Phase), ข้นั ขยายความรู้ (Elaboration Phase) และขนั้ ประเมนิ ผล
(Evaluate Phase)

ตอนที่ 1 ใหน้ ักเรยี นแตล่ ะกลุ่มพิจารณา Key word ท่ีกาหนดให้ แล้วนาตัวอักษรหน้า Key word เติมชอ่ งว่างที่มี
ความสัมพนั ธก์ ันอย่างถูกตอ้ ง

ค 1. อวัยวะสร้างเซลลส์ ืบพนั ธ์ุเพศผู้ในพืชไม่มที ่อลาเลียง
ฌ 2. อวยั วะสรา้ งเซลล์สบื พันธเุ์ พศเมยี ในพืชไมม่ ที อ่ ลาเลียง
ญ 3. วงจรชีวติ แบบสลบั
ช 4. ตน้ ข้าวตอกฤาษี
ง 5. ลักษณะคล้ายราก
ก 6. พืชทม่ี ีทอ่ ลาเลยี งท่ีมีวิวัฒนาการตา่ สดุ
ฉ 7. ช้องนางคลี สรอ้ ยสกุ รม สามรอ้ ยยอด
จ 8. พืชทีม่ ีระยะแกมีโทไฟตเ์ ด่น
ซ 9. ตีนตกุ๊ แก
ข 10. พชื ท่ีมีลาต้นกลาง ใบขนาดเล็ก สงั เคราะหด์ ว้ ยแสงได้

ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ ตามกระบวนการสบื เสาะหาความรูแ้ บบวฏั จกั รการเรียนรู้ 7 ขนั้ (7E)
รายวชิ าชวี วิทยา (ว33109) เรอ่ื ง ความหลากหลายทางชีวภาพ 41

ชุดกจิ กรรมท่ี 5 อาณาจักรพชื

ตอนที่ 2 ใหน้ กั เรียนตอบคาถามเกยี่ วกบั พชื กลุม่ มีทอ่ ลาเลยี งทีไ่ ร้เมล็ด

1. ใบเฟินทุกชนิดขณะทย่ี งั ออ่ นอยู่ จะมีลกั ษณะเด่น คือ…มีการม้วนเข้าด้านในแบบลานนาฬกิ า (Circinate
vernation)……………….

2. ต้นแกมโี ทไฟต์ของเฟินมรี ูปร่างคลา้ ย.....รปู หวั ใจ......... เรียกว่า……โพรทลั เลยี ม (Prothalluim)…………….…….
2. สปอโรไฟต์ของเฟนิ ที่เจรญิ เตม็ ที่จะสรา้ งอับสปอร์ซึ่งจะมารวมกลุ่มกนั โดยแตล่ ะกลุ่มของอับสปอร์ เรยี กวา่

……ซอรัส (Sorus)……………………………………………………………………………………………………………………………….
4. พืชดอกมอี วัยวะสบื พนั ธ์ุ คอื ……ดอก………..ประกอบดว้ ย…กลีบเลยี้ ง กลบี ดอก เกสรเพศผู้ เกสรเพศเมยี …..…..
5. เมื่อเกดิ การปฏสิ นธิ โครงสรา้ งภายในดอกจะมีการเปล่ยี นแปลง ดังน้ี

เซลล์ไข่ และ สเปิร์ม จะเจริญเป็น......ไซโกต........................................................................................................
โอวุล (ovule) จะเจรญิ เป็น...........เมล็ด...............................................................................................................
รงั ไข่ (Ovary) จะเจริญเป็น..........ผล.....................................................................................................................

ตอนที่ 3 จากตวั เลือกท่กี าหนดให้ นาตัวอกั ษรหน้าตัวเลือกเติมลงในช่องวา่ งที่สมั พันธก์ บั คาถาม
เกี่ยวกบั พืชเมล็ดเปลือย (บางข้อตอบได้มากกวา่ 1 ตัวเลือก)

ก. เมลด็ ไมม่ รี งั ไข่หุ้ม ฉ. ไม่มอี อวุล
ข. Coniferophyta ช. สนทะเล สนปฏพิ ัทธ์
ค. Cycadophyte ซ. ปรง
ง. Pterophyta ณ. สนสองใบ สนสามใบ
จ. Lycophyta ญ. ปรงทอง ปรงทะเล

1. สนสองใบ สนสามใบ และปรง มลี ักษณะใดทเี่ หมือนกนั ก

2. พชื เมลด็ เปลือยคือพืชในไฟลัมใด ข , ค

3. เพราะเหตุใดสนสองใบ สนสามใบ และปรง มีเมล็ดแตไ่ ม่มีผล ก

4. พืชในไฟลมั โคนเิ ฟอโรไฟตา (Phylum Coniferphyte) คอื พืชในข้อใด ฌ

5. พืชในไฟลัมโซแคโดไฟตา (Phylum Cycadophyte) คือพืชในข้อใด ซ

ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ ตามกระบวนการสืบเสาะหาความรแู้ บบวฏั จักรการเรียนรู้ 7 ขั้น (7E) 42
รายวิชาชีววิทยา (ว33109) เรอ่ื ง ความหลากหลายทางชวี ภาพ

ชดุ กจิ กรรมท่ี 5 อาณาจกั รพชื

แบบสงั เกตพฤติกรรมกำรทำงำนรำยบุคคล
เรอ่ื ง อำณำจกั รพืช

ชอื่ ......................................................ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี.........................เลขท่.ี .....................

คำชีแ้ จง ให้ผู้สอนสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แลว้ ขดี ✓ลงในชอ่ งทีต่ รงกบั
ระดบั คะแนน

ลาดบั ที่ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
4321
1 การแสดงความคิดเห็น
2 การยอมรับฟงั ความคดิ เหน็ ของผู้อ่นื
3 การทางานตามหนา้ ที่ทไ่ี ด้รับมอบหมาย
4 ความมีนา้ ใจ
5 การตรงต่อเวลา

รวม

ลงชือ่ ......................................ผู้ประเมิน
........../................./........

เกณฑก์ ำรให้คะแนน
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ 4 คะแนน
ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบอ่ ยครง้ั ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 2 คะแนน
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครง้ั ให้ 1 คะแนน

เกณฑ์กำรตัดสนิ คุณภำพ ระดับคณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ดมี าก
18-20 ดี
14-17 พอใช้
10-13 ปรับปรุง
ต่ากวา่ 10

ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ตามกระบวนการสบื เสาะหาความรูแ้ บบวฏั จักรการเรยี นรู้ 7 ขั้น (7E) 43
รายวิชาชีววิทยา (ว33109) เรอื่ ง ความหลากหลายทางชีวภาพ

ชุดกิจกรรมท่ี 5 อาณาจักรพชื

แบบสงั เกตพฤติกรรมกำรทำงำนกล่มุ
เร่อื ง อำณำจักรพืช

ชื่อ......................................................ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท.ี่ ........................เลขที่......................

คำชีแ้ จง ให้ผู้สอนสงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรียน แลว้ ขดี ✓ลงในชอ่ งทตี่ รงกบั
ระดบั คะแนน

ลาดบั ที่ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
4321
1 การแบ่งหน้าทกี่ นั อยา่ งเหมาะสม
2 ความรว่ มกนั ทางาน
3 การแสดงความคิดเห็น
4 การรบั ฟังความคิดเหน็
5 ความมีนา้ ใจชว่ ยเหลอื กัน

รวม

ลงชอื่ ......................................ผปู้ ระเมนิ
........../................./........

เกณฑก์ ำรให้คะแนน
ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่าเสมอ ให้ 4 คะแนน
ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครัง้ ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมบางครั้ง ให้ 2 คะแนน
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครงั้ ให้ 1 คะแนน

เกณฑ์กำรตัดสินคณุ ภำพ ระดบั คุณภาพ
ชว่ งคะแนน ดมี าก
18-20 ดี
14-17 พอใช้
10-13 ปรับปรุง
ต่ากวา่ 10

ชุดกิจกรรมการเรยี นรู้ ตามกระบวนการสบื เสาะหาความรู้แบบวฏั จกั รการเรยี นรู้ 7 ข้ัน (7E) 44
รายวชิ าชวี วทิ ยา (ว33109) เรอื่ ง ความหลากหลายทางชีวภาพ

ชดุ กจิ กรรมท่ี 5 อาณาจักรพชื

แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะของผูเ้ รยี น
เร่อื ง อำณำจกั รพืช

ชอ่ื ......................................................ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที.่ ........................เลขที่......................

คำช้แี จง ให้ผู้สอนสงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ✓ลงในช่องท่ตี รงกบั
ระดบั คะแนน

คณุ ลักษณะ รายการประเมิน ระดับคะแนน
4321
อันพงึ ประสงค์

ดา้ น

1. 1. ยืนตรงเมอื่ ได้ยนิ เพลงชาติ ร้องเพลงชาตไิ ด้ และอธบิ ายความหมายของเพลงชาติ

รกั ชาติ 2. ปฏบิ ตั ิตามสทิ ธฯิ และหนา้ ที่ของนกั เรียน

ศาสน์ 3. ให้ความร่วมมอื รว่ มใจในการทางานกบั สมาชกิ ในโรงเรยี น

กษัตรยิ ์ 4. เข้ารว่ มกจิ กรรมและมสี ่วนรว่ ม ในการจัดกิจกรรมทีส่ รา้ งความสามคั คปี รองดอง

และเปน็ ประโยชน์ต่อโรงเรยี นและชุมชน

5. เข้ารว่ มกิจกรรมทางศาสนาที่ตนนับถือ ปฏิบตั ติ ามหลักของศาสนา

6. เข้ารว่ มกิจกรรมและมีส่วนร่วมในการคิดจดั กิจกรรม เกีย่ วกบั สถาบนั พระมหากษตั ริย์

ตามท่โี รงเรยี นและชมุ ชนจดั ขึ้น

2. 1. ให้ข้อมูลทีถ่ ูกตอ้ งและเป็นจริง

ซอ่ื สัตย์ 2. ปฏิบตั ิในสิง่ ทถี่ ูกตอ้ ง ละอายและเกรงกลวั ทจ่ี ะทาความผิด ทาตามสญั ญาที่ตนให้ไว้

สจุ รติ กบั เพอื่ น พ่อแม่หรอื ผปู้ กครอง และครู

3. ปฏบิ ตั ิตอ่ ผู้อ่นื ดว้ ยความซ่ือตรง ไม่หาประโยชนใ์ นทางทไี่ มถ่ กู ต้อง

3. 1. ปฏบิ ัตติ ามข้อตกลงกฎเกณฑ์ ระเบียบข้อบงั คับของครอบครัวและโรงเรียน

มวี นิ ยั 2. ตรงตอ่ เวลาในการปฏิบตั กิ จิ กรรมตา่ งๆ ในชวี ติ ประจาวนั และรบั ผิดชอบในการทางาน
รับผิดชอบ

4. 1. แสวงหาขอ้ มลู จากแหล่งเรยี นรตู้ า่ งๆ

ใฝเ่ รยี นรู้ 2. มกี ารจดบันทกึ ความร้อู ยา่ งเปน็ ระบบ

3. สรุปความรู้ทไ่ี ด้อยา่ งมีเหตผุ ล

ชุดกิจกรรมการเรยี นรู้ ตามกระบวนการสบื เสาะหาความร้แู บบวฏั จักรการเรยี นรู้ 7 ข้นั (7E) 45
รายวิชาชีววทิ ยา (ว33109) เรอื่ ง ความหลากหลายทางชีวภาพ

ชดุ กจิ กรรมท่ี 5 อาณาจักรพืช

คณุ ลักษณะ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
อนั พงึ ประสงค์ 4321

ดา้ น

5. 1. ใชท้ รพั ยส์ นิ ของตนเอง เชน่ สงิ่ ของ เคร่อื งใช้ ฯลฯ อยา่ งประหยัด คุ้มคา่ และเก็บรกั ษา
อยอู่ ยา่ ง ดูแลอยา่ งดีและใช้เวลาอย่างเหมาะสม
พอเพียง
2. ใชท้ รัพยากรของส่วนรวมอยา่ งประหยัด คุ้มคา่ และเก็บรกั ษาดูแลอยา่ งดี

3. ปฏิบัติตนและตดั สินใจด้วยความรอบคอบมีเหตผุ ล

4. ไม่เอาเปรียบผอู้ ่นื และไม่ทาใหผ้ อู้ ่ืนเดือดรอ้ น พรอ้ มให้อภัย เมื่อผอู้ ื่นกระทาผดิ พลาด
5. วางแผนการเรียน การทางาน และการใช้ชีวิตประจาวนั บนพ้ืนฐานของความรู้ขอ้ มลู

ข่าวสาร
6. ร้เู ท่าทันการเปลย่ี นแปลงทางสงั คมและสภาพแวดลอ้ มยอมรับ และปรบั ตัวอยูร่ ่วมกับ

ผู้อนื่ ไดอ้ ย่างมคี วามสุข

6. 1. มีความต้งั ใจและพยายามในการทางานท่ไี ด้รบั มอบหมาย
มุ่งม่นั 2. มคี วามอดทนและไม่ทอ้ แท้ต่ออุปสรรคเพื่อให้งานสาเรจ็
ในการทางาน
7. 1. มจี ิตสานกึ ในการอนรุ กั ษว์ ฒั นธรรมและภูมปิ ญั ญาไทย
รักความ 2. เห็นคุณคา่ และปฏบิ ัตติ นตามวัฒนธรรมไทย
เป็นไทย
8. 1. รูจ้ กั ชว่ ยพอ่ แม่ผปู้ กครองและครูทางาน
2. อาสาทางานช่วยคดิ ช่วยทาและแบง่ ปนั ส่ิงของใหผ้ ู้อ่นื
มี 3. ดูแลรักษาทรัพยส์ มบัตขิ องห้องเรยี นโรงเรยี นและชุมชน
จติ สาธารณะ

4. เข้ารว่ มกจิ กรรมเพือ่ สงั คมและสาธารณประโยชนข์ องโรงเรียน

ลงช่อื ......................................ผปู้ ระเมิน
........../................./........

ชุดกิจกรรมการเรยี นรู้ ตามกระบวนการสบื เสาะหาความรแู้ บบวฏั จักรการเรยี นรู้ 7 ขนั้ (7E) 46
รายวิชาชวี วิทยา (ว33109) เรอ่ื ง ความหลากหลายทางชีวภาพ

ชดุ กิจกรรมท่ี 5 อาณาจักรพชื

ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้ ตามกระบวนการสบื เสาะหาความรู้แบบวฏั จักรการเรียนรู้ 7 ข้ัน (7E)
รายวชิ าชวี วทิ ยา (ว33109) เรอื่ ง ความหลากหลายทางชวี ภาพ


Click to View FlipBook Version