ประวตั คิ วามเป็นมาและกตกิ าของกฬี าวอลเลยบ์ อล
คำนำ
หนงั สอื เล่มนจ้ี ดั ทำขน้ึ เพอิ่ นำเสนอประวตั คิ วำมเป็นมำของกฬี ำวอลเลยบ์ อลให้คนทว้ั ไป
เขำ้ ใจและรบั ทรำบอย่ำงงำ่ ย รวมถงึ กตกิ ำของกฬี ำชนดิ นด้ี ว้ ย เช่น ขนำดของสนำม กำรให้
คะแนน เรำยนิ ดอี ย่ำงยง่ิ ทไ่ีดท้ ำ ผลงำนชน้ิ นเ้ีพอื่ ประโยชน์ส่วนรวม
สำรบญั หน้า
1.ประวตั คิ วำมเป็นมำและกตกิ ำของกฬี ำวอลเลยบ์ อล 1
2.กตกิ ำวอลเลยบ์ อล 3
3
-สนำมแข่งขนั 4
-ลูกวอลเลย์บอล
4
-ผูเ้ ลน่
-วธิ กี ำรเลน่ 5
-กำรคดิ คะแนน 6
ประวตั วิ อลเลยบ์ อล 1
กีฬาวอลเลยบ์ อล (Volleyball) นนั้ ถือกาเนิดขนึ้ ตงั้ แต่ปี ค.ศ.1895 (พ.ศ.2438) โดย นาย
วลิ เลียม จี. มอรแ์ กน (William G. Morgan) ผอู้ านวยการฝ่ายพลศึกษาของสมาคม Y.M.C.A.
(Young Men's Christian Association) ประเทศสหรฐั อเมรกิ า ท่ีตอ้ งการมีกีฬาสาหรบั เลน่
ในชว่ งฤดหู นาวแทนกีฬากลางแจง้ เพ่อื ออกกาลงั กายและพกั ผอ่ นหย่อนใจยามหมิ ะตก
วลิ เลยี ม จ.ี มอรแ์ กน
ผอู้ านวยการฝ่ ายพลศึกษาของสมาคม
Y.M.C.A ในสมยั นั้น
2
โดย นายวิลเลียม จ.ี มอรแ์ กน เกิดไอเดียในการพฒั นากีฬาวอลเลยบ์ อลขนึ้ ขณะท่เี ขากาลงั น่งั ดเู ทนนิส และ
เลอื กนาเอาตาข่ายกลางสนามของกีฬาเทนนสิ มาเป็นสว่ นประกอบในกีฬาท่เี ขาคดิ คน้ และเลือกใชย้ างในของ
ลกู บาสเก็ตบอล มาเป็นลกู บอลท่ใี ชต้ ีโตต้ อบกนั ไปมา แต่ยางในของลกู บาสเก็ตบอลกลบั ใหน้ า้ หนกั เบา
จนเกนิ ไป จึงเปลย่ี นไปใชล้ กู บาสเก็ตบอลแทน ซง่ึ ลกู บาสเก็ตบอลกม็ ีขนาดใหญ่และนา้ หนกั มากจนเกินไปอกี
เขาจงึ ส่งั ทาลกู บอลขนึ้ มาใหม่โดยเฉพาะ ในขนาดเสน้ รอบวง 25-27 นวิ้ และกาหนดนา้ หนกั ไวท้ ่ี 8-12
ออนซ์ จากนนั้ จึงตงั้ ช่อื กีฬาชนดิ นวี้ ่า มินโทเนตต์ (Mintonette)
ต่อมา ช่ือของ มินโทเนตต์ (Mintonette) ถูกเปลย่ี นเป็น
วอลเลยบ์ อล (Volleyball) หลงั ไดร้ บั คาแนะนาจาก ศาสตราจารย์
อลั เฟรด ที เฮลสเตด (Professor Alfred T. Helstead) ใน
งานประชมุ สมั มนาผนู้ าทางพลศกึ ษาท่ีวิทยาลยั สปรงิ ฟิลด์ (Spring-
field College) เม่ือปี ค.ศ.1896 (พ.ศ.2439) และกลายเป็น
กีฬายอดนยิ มในหม่ปู ระชาชนชาวอเมรกิ นั จนแพรห่ ลายออกไปท่วั โลก
รวมทงั้ มีการปรบั ปรุงและพฒั นาอยเู่ ป็นระยะ
ภาพศาสตราจารย์ อลั เฟรด ที เฮลสเตด
3
กตกิ าวอลเลยบ์ อล
สนามแข่งขัน
-จะตอ้ งเป็นพืน้ ไมห้ รือพนื้ ปนู ท่มี ีลกั ษณะเรยี บไมม่ ีส่งิ กีดขวาง
-เป็นรูปสเ่ี หล่ียมผนื ผา้ กวา้ ง 9 เมตร ยาว 18 เมตร ความสงู จากพนื้ ประมาณ 7 เมตร มบี รเิ วณโดยรอบห่างจาก
สนามประมาณ3เมตร
-แตห่ ากเป็นสนามมาตรฐานในระดบั นานาชาติ กาหนดใหร้ อบสนามห่างจากสนามประมาณ 5 เมตร ดา้ นหลงั
หา่ ง8เมตรและมีความสงู 12.5เมตร
-เสน้ รอบสนาม (Boundary lines) ทกุ เสน้ จะตอ้ งกวา้ ง 5 เซนติเมตรเป็นสอี ่อนตดั กบั พืน้ สนามมองเหน็ ไดช้ ดั เจน
-เสน้ แบง่ เขตแดน (Center line) ท่อี ยตู่ รงกลางสนาม จะตอ้ งอย่ใู ตต้ าข่าย หรือตรงกบั เสาตาข่ายพอดี
ตาขา่ ย
-จะตอ้ งมคี วามสงู จากพนื้ 2.43 เมตร กวา้ ง 1 เมตร ยาว 9.5 - 10 เมตร
-ตารางในตาขา่ ยกวา้ ง 10 เซนตเิ มตร ผตู้ ิดไวก้ บั เสากลางสนาม
-ตาข่ายสาหรบั ทีมหญิงสงู 2.24 เมตร
4
ลูกวอลเลยบ์ อล
- เป็นทรงกลมมเี สน้ รอบวงประมาณ 65-67 เซนตเิ มตร นา้ หนกั 260-280 กรมั
- ทาจากหนงั สงั เคราะหท์ ่ยี ืดหย่นุ ได้
- ซง่ึ ในการแข่งขนั ระดบั โลกจะใชล้ กู บอล 3 ลกู ตอ่ การแข่งขนั เพ่อื ความต่อเน่อื งหากบอลออกนอกสนาม
ผู้เล่น
- ในทมี จะตอ้ งมผี เู้ ลน่ ไมเ่ กนิ 12 คน ผฝู้ ึกสอน 1 คน ผชู้ ่วยผฝู้ ึกสอน 1 คน เทรนเนอร์ 1 คน และแพทย์ 1 คน
- ผเู้ ล่นจะลงเล่นในสนามไดค้ รงั้ ละ 6 คน โดยแบง่ ออกเป็นหนา้ ตาข่าย 3 คน และดา้ นหลงั อกี 3 คน
- สามารถเปล่ยี นตวั ผเู้ ล่นครงั้ ละกี่คนก็ได้ โดยผเู้ ลน่ เดิมท่ถี ูกเปลยี่ นออก สามารถเปล่ียนกลบั มาเลน่ ในสนามไดอ้ กี
- การแต่งกายในชดุ แขง่ ขนั ตอ้ งแต่งกายเหมอื นกนั ทงั้ ทมี ประกอบไปดว้ ย เสอื้ สวมคอ กางเกงขาสนั้ ถงุ เทา้ และ
รองเทา้ ผา้ ใบพนื้ ยางท่ไี มม่ ีสน้ โดยผเู้ ล่นแต่ละคนจะตอ้ งติดหมายเลขกากบั ไวท้ ่เี สอื้ กาหนดใหใ้ ชเ้ ลข 1-18 เท่านน้ั
สาหรบั หวั หนา้ ทีมจะตอ้ งมแี ถบผา้ ขนาด 8x2 เซนตเิ มตร ติดอย่ใู ตห้ มายเลขบรเิ วณอกเสอื้ ดว้ ย
5
วิธกี ารเล่น
- ทีมท่ีไดเ้ สิรฟ์ จะตอ้ งใหผ้ เู้ ลน่ ท่อี ยใู่ นตาแหน่งขวาหลงั เป็นผเู้ สิรฟ์ เพ่อื เปิดเกม จากนนั้ ผเู้ ลน่ ทกุ ตาแหนง่ จะ
ขยบั ตาแหน่งวนไปตามเข็มนาฬิกา
- การเสิรฟ์ จะตอ้ งรอฟังสญั ญาณนกหวีดก่อน และใหเ้ ร่มิ เสริ ฟ์ ลกู บอลภายใน 5 วินาที
- ทมี ท่ีไดค้ ะแนนจะเป็นผไู้ ดเ้ สิรฟ์ จนกว่าจะเสียคะแนนใหฝ้ ่ายตรงขา้ มจึงจะเปลย่ี นเสริ ฟ์
- เม่อื ลกู เขา้ มาในเขตแดนของทีม จะสามารถเลน่ บอลไดม้ ากท่สี ดุ 3 ครง้ั เทา่ นนั้
- สามารถบล็อคลกู บอลจากฝ่ายตรงขา้ มท่หี นา้ ตาขา่ ยได้ แตห่ ากผเู้ ล่นลา้ เขา้ ไปในแดนของฝ่ายตรงขา้ มจะ
ถือวา่ ฟาวล์
- สามารถขอเวลานอกได้ 2 ครง้ั ตอ่ 1 เซต ใหเ้ วลาครงั้ ละ 30 วินาที
- ทกุ ครง้ั ท่ีแขง่ ขนั จบ 1 เซต จะตอ้ งมกี ารเปลย่ี นฝ่ัง
6
การคิดคะแนน
- ทีมจะไดค้ ะแนนเม่ือลกู บอลตกลงในเขตสนามของฝ่ายตรงขา้ ม โดยนบั เป็นลกู ละ 1 คะแนน และ
หากมกี ารเสียคะแนนจะตอ้ งเปล่ียนใหท้ มี ท่ีไดค้ ะแนนเป็นผเู้ สริ ฟ์
- หากทีมไหนไดค้ ะแนนครบ 25 คะแนนก่อน ก็จะเป็นผชู้ นะในเซตนนั้ ไป แตห่ ากคะแนนเสมอกนั ท่ี
24-24 จะตอ้ งมีการดิวซ์ (Deuce) หมายถึงตอ้ งทาคะแนนใหม้ ากกว่าอีกฝ่าย 2 คะแนน ถงึ จะเป็นผู้
ชนะ เชน่ 26-24หรอื 27-25เป็นตน้
-ตอ้ งแข่งขนั กนั ใหช้ นะ3ใน5เซตจงึ จะเป็นผชู้ นะในเกมนนั้
และน่คี อื ขอ้ มลู ครา่ ว ๆ ของกีฬาวอลเลยบ์ อล เม่อื รูจ้ กั กีฬาชนดิ นกี้ นั แลว้ ก็อย่าลืมทาความเขา้ ใจ
กติกามารยาทในการแขง่ ขนั และเลน่ กีฬากนั อยา่ งมีนา้ ใจนกั กีฬากนั ดว้ ย
.
ขอบคุณข้อมูลจาก
www.kapook.com