The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้โควิดศึกษา ป.4

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

แผนการจัดการเรียนรู้โควิดศึกษา ป.4

แผนการจัดการเรียนรู้โควิดศึกษา ป.4

หลกั สตู ร “โควดิ ศึกษา” ระดับช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 4 2

หลกั สูตร “โควิดศึกษา”

ปพี ทุ ธศักราช ๒๕๖๔

ระดับชน้ั
ประถมศกึ ษาปที ี่ 4

เอกสารกลุม่ นิเทศฯ ท่ี 9/๒๕๖๔
สานกั งานเขตพน้ื ท่กี ารศึกษาประถมศกึ ษานครราชสมี า เขต 2

สานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร

สานกั งานเขตพน้ื ทกี่ ารศึกษาประถมศกึ ษานครราชสีมา เขต 2

หลักสตู ร “โควดิ ศกึ ษา” ระดับช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 4 ก

คานา

โรคติดเชอ้ื ไวรัสโคโรนา 2019 (Coronavirus Disease 2019 : COVID-19) มีการระบาด
ในวงกวา้ ง โดยเมอื่ วนั ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2563 องค์การอนามัยโลก ได้ประเมนิ สถานการณ์ และ
ประกาศให้โรค COVID-19 เป็นภาวะฉกุ เฉนิ ทางสาธารณสุขระหวา่ งประเทศ (Public Health
Emergency of International Concern) โดยแนะนาใหท้ ุกประเทศเร่งรัด การเฝา้ ระวังและป้องกัน
ความเส่ียงจากเช้ือ COVID-19. และสาหรับในประเทศไทยน้ัน ไดม้ ีการพบผู้ป่วยตดิ เชอ้ื จานวนหนึ่ง
ซ่ึงถงึ แม้ว่าตัวเลขผู้ปว่ ยติดเชือ้ ในแต่ละวนั จะมีจานวนลดน้อยลง แต่กย็ ังคงอยใู่ นสภาวการณ์ที่ไมอ่ าจวางใจ
ได้ ดงั นน้ั เพ่ือลดความเส่ียงของประชาชนทุกคนต่อการสมั ผัสเช้ือโรค และป้องกันไมใ่ ห้ประชาชนไดร้ บั
ผลกระทบต่อสุขภาพ จึงต้องใหค้ วามสาคัญต้ังแตก่ ารรักษาสขุ วิทยาส่วนบคุ คล โดยเฉพาะในประชาชน
กลมุ่ เสีย่ ง ทงั้ เด็ก ผสู้ ูงอายุ และผูท้ ม่ี ีโรคประจาตวั รวมถึงการจัดการด้านอนามยั ส่งิ แวดล้อม อยา่ งถูก
สุขลกั ษณะและเหมาะสมในทุกพนื้ ท่ี โดยเฉพาะพ้ืนทีส่ าธารณะ

สานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศกึ ษานครราชสมี า เขต 2 สานกั งานคณะกรรมการการศึกษา
ข้นั พน้ื ฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ตระหนักถึง ความสาคญั ในการดแู ลนักเรยี น ผปู้ กครอง ครูและบคุ ลากร
ทางการศึกษา จงึ ไดจ้ ดั ทาหลักสตู รโควดิ ศึกษา เพื่อเปน็ แนวทางในการจดั การเรยี นการสอนของโรงเรยี น
สังกดั ทัง้ นี้เน้ือหาในหลกั สตู รมวี ัตถุประสงคเ์ พื่อให้ครูสามารถจัดกิจกรรมทสี่ ง่ เสริมการเรียนร้ขู องนักเรยี น
เกี่ยวกบั โรคโควดิ -19 ได้อย่างรอบดา้ น ซง่ึ นอกจากจะชว่ ยให้นกั เรียนเข้าใจเกยี่ วกบั โรค วธิ กี ารดูแลตวั เอง
และการป้องกันการแพร่ระบาดได้อย่างถูกตอ้ งปลอดภัยแล้ว ยังจะชว่ ยใหน้ กั เรยี นเข้าใจถึงประเดน็ อืน่ ๆ ท่ี
สาคัญ เช่น การเข้าใจอารมณ์และความรูส้ ึกของตวั เองในภาวะท่ีมีโรคระบาด การดูแลจติ ใจของตวั เอง การ
รู้จักเห็นอกเหน็ ใจผู้อ่นื และการไม่ตีตราหรือเลอื กปฏิบตั ิตอ่ ผ้ทู ไ่ี ดร้ ับผลกระทบจากโรคโควิด -19 ใน
หลกั สตู รฉบบั น้ปี ระกอบดว้ ย

สว่ นท่ี 1 โครงสร้างรายวิชา
สว่ นที่ 2 หน่วยการเรยี นรู้และแผนการจัดการเรยี นรู้

สานกั งานเขตพน้ื ท่ีการศึกษาประถมศึกษานครราชสมี า เขต 2 หวังเป็นอยา่ งยงิ่ วา่ หลกั สูตรโควิด
ศึกษา ฉบับนี้จะเป็นแนวทางในการจดั การเรยี นการสอนให้กับคณะครูได้เป็นอยา่ งดี

นายพเิ ชษฐ์ นนท์พละ
ผอู้ านวยการสานกั งานเขตพืน้ ทก่ี ารศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 2

สานักงานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 2

หลกั สตู ร “โควดิ ศกึ ษา” ระดบั ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 4 ข

สารบญั หน้า

คานา ก

สารบัญ ข

สว่ นท่ี 1 โครงสร้างรายวชิ า 1

สว่ นท่ี 2 หนว่ ยการเรียนรแู้ ละแผนการจดั การเรยี นรู้ 3

หนว่ ยท่ี 1 ความร้เู กีย่ วกับเช้อื ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) 4
- แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 1 ต้นกาเนิดเชือ้ ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) 5
- แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 2 ลกั ษณะของเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) 22
- แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 3 ระยะเวลาของการฟักตวั ของเช้อื ไวรัสโคโรนา 2019 37
- แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 4 ลกั ษณะจาเพาะของโรค อัตราการแพรเ่ ช้อื และความรนุ แรง 52
- แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 5 โควิด - 19 และความเส่ยี งของเรา 65

หน่วยที่ 2 การแพรก่ ระจายและการป้องกันการติดเชือ้ ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) 87
- แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 1 การแพรเ่ ชอ้ื และการรับเช้อื ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) 88
- แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 2 การปอ้ งกนั การแพร่เชอ้ื และการตดิ เชือ้ ไวรสั โคโรนา 2019 106
- แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 3 ลกั ษณะการติดเชื้อไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) 124

หนว่ ยที่ 3 รจู้ กั วคั ซีนโควิด-19 (COVID-19) 147
- แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 ความหมายของ “วัคซีน (Vaccine)” 148
- แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 ชนดิ ของวัคซีนโควิด 161
- แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 3 วคั ซีนทางานอยา่ งไร 175
- แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 ใครควรได้รบั วัคซีน 189
- แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5 การใหบ้ รกิ ารวัคซีน 203
- แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 6 ขอ้ ปฏิบตั ิกอ่ น-ระหว่างและหลังการรบั วคั ซนี 216

หนว่ ยท่ี 4 การใชช้ ีวติ ประจาวนั ใหป้ ลอดภยั จากเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) 232
- แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 1 แนวทางการปฏบิ ัติเพ่อื ป้องกันโรคติดเชอ้ื ไวรสั โคโรนา 233
- แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 แนวทางการปฏิบัตเิ พ่อื ป้องกนั โรคติดเชอ้ื ไวรัสโคโรนา 2 248
- แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 การปอ้ งกันตนเอง 263
- แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 4 ชุมชนปลอดโรค 277
- แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5 เช็คก่อนเชื่อ ชวั ร์กอ่ นแชร์ 290
- แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 6 ผลกระทบทางเศรษฐกิจและสงั คม 304

ภาคผนวก 317

- คาส่ังแต่งตั้งคณะกรรมการจดั ทาหลกั สูตรโควิดศกึ ษา 339279
- คณะทางาน 321

สานกั งานเขตพืน้ ทกี่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษานครราชสมี า เขต 2

หลักสตู ร “โควิดศกึ ษา” ระดบั ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 4 ๑

สว่ นท่ี 1

โครงสรา้ งรายวชิ า

สานักงานเขตพ้ืนทกี่ ารศึกษาประถมศึกษานครราชสมี า เขต 2

หลกั สตู ร “โควิดศึกษา” ระดับชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 4 ๒

ส่วนท่ี 1 โครงสรา้ งรายวิชา

โครงสรา้ งรายวิชา ระดบั ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 4

ลาดับ หน่วยการเรยี นรู้ เร่ือง จานวนชั่วโมง
๑๐
1 ความร้เู กย่ี วกบั ๑. ตน้ กาเนดิ เชื้อไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19)

เชือ้ ไวรัส ( ๒ ชวั่ โมง) ๑๐
๑๒
โคโรนา 2019 ๒. ลักษณะของเช้ือไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) 40

(COVID-19) ( ๒ ชว่ั โมง)

๓. ระยะเวลาของการฟักตัวของเช้ือไวรัสโคโรนา 2019

(COVID-19) ( ๒ ช่ัวโมง)

๔. ลกั ษณะจาเพาะของโรค อัตราการแพรเ่ ชื้อและความ

รนุ แรง ( ๒ ชวั่ โมง)

๕. โควิด - 19 และความเสีย่ งของเรา ( ๒ ช่ัวโมง)

2 การแพร่กระจาย ๑. การแพร่เช้อื และการรบั เช้ือไวรสั โคโรนา 2019

และการป้องกนั (COVID-19) ( ๓ ช่ัวโมง)

การตดิ เช้ือไวรสั ๒. การปอ้ งกนั การแพรเ่ ชือ้ และการตดิ เชื้อไวรสั โคโรนา

โคโรนา 2019 2019 (COVID-19) ( ๓ ชวั่ โมง)

(COVID-19) ๓. ลักษณะการติดเชอ้ื ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19)

( ๒ ชว่ั โมง)

3 รจู้ ักวัคซีน ๑. รู้จกั วัคซนี โควิด ( ๒ ชวั่ โมง)

โควิด -19 ๒. วัคซีนทางานอยา่ งไร ( ๒ ชัว่ โมง)

(COVID-19) ๓. ใครควรไดร้ ับวคั ซีน ( ๒ ชั่วโมง)

๔. การใหบ้ รกิ ารวัคซีน ( ๒ ช่ัวโมง)

๕. ขอ้ ปฏบิ ตั กิ อ่ น-ระหว่างและหลังการรับวัคซนี

( ๒ ช่ัวโมง)

4 การใช้ ๑. แนวทางการปฏบิ ตั ิเพื่อปอ้ งกนั โรคติดเชื้อไวรัส

ชีวิตประจาวันให้ โคโรนา 2019 (COVID-19) (๔ ชว่ั โมง)

ปลอดภยั จาก ๒. การปอ้ งกันตนเอง ( ๒ ช่วั โมง)

เชื้อไวรสั ๓. ชุมชนปลอดโรค ( ๒ ชวั่ โมง)

โคโรนา 2019 ๔. เชค็ ก่อนเชอ่ื ชวั รก์ อ่ นแชร์ ( ๒ ช่วั โมง)

(COVID-19) ๕. ผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม ( ๒ ช่ัวโมง)

รวม

สานกั งานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 2

หลักสตู ร “โควิดศกึ ษา” ระดับชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี 4 ๓

สว่ นท่ี 2

หน่วยการเรยี นรู้ และแผนการจดั การเรียนรู้

สานกั งานเขตพนื้ ท่กี ารศึกษาประถมศกึ ษานครราชสีมา เขต 2

หลกั สตู ร “โควดิ ศึกษา” ระดบั ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 4 ๔

หนว่ ยที่ 1
ความรู้เกย่ี วกับเชอ้ื ไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)

สานกั งานเขตพื้นทก่ี ารศกึ ษาประถมศึกษานครราชสมี า เขต 2

หลกั สตู ร “โควดิ ศึกษา” ระดับชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 4 ๕

แผนการจัดการเรียนรู้

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 ความรู้เกี่ยวกับเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี ๔
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 1
ต้นกาเนดิ เช้ือไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) เวลา ๒ ชั่วโมง

๑. ผลการเรียนรู้
1) มคี วามรคู้ วามเข้าใจเก่ียวกบั ต้นกาเนิดเช้ือไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-๑๙)

2. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
ด้านความรู้ (K)
๑) นักเรียนสามารถเลา่ เร่ืองราวและอธิบายเก่ียวกบั ต้นกาเนิดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-๑๙)ได้
๒) นักเรียนสามารถสืบค้นหาข้อมูลเก่ียวกับ ตน้ กาเนดิ เชื้อไวรสั โคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-๑๙)ได้
ด้านทักษะ/กระบวนการ (P)
3) ปฏบิ ตั ิตามใบกิจกรรมเร่ืองต้นกาเนิดเช้ือไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-๑๙) แบบรวมพลงั ด้วยความรบั ผิดชอบ

ได้
4) สรา้ ง (ชน้ิ งาน) ตน้ กาเนิดเช้ือไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-๑๙) และเผยแพรไ่ ด้
ดา้ นคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ (A)
5) มีวนิ ัยในตนเองขณะเรียนและทางานรว่ มกับผอู้ ่นื
6) เป็นผู้มีความรับผิดชอบตอ่ ตนเองและงานกลมุ่

3. สาระการเรียนรู้
3.1 ความรู้ (K)
1) ตน้ กาเนดิ เชอ้ื ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-๑๙)
3.2 ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
1) ความสามารถในการส่ือสาร
๑.๑ การสนทนาถาม – ตอบ
๑.๒ การทาใบงาน
๒) ความสามารถในการคิด
2.1 อภิปราย สรุป
3.3 คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ (A)
๑) ซอ่ื สตั ยส์ จุ ริต
๒) มวี ินัย
๓) ใฝ่เรยี นรู้
4) อยูอ่ ย่างพอเพียง
5) มงุ่ มน่ั ในการทางาน
6) มจี ิตสาธารณะ

4. สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน
1) ความสามารถในการสื่อสาร
2) ความสามารถในการคดิ
3) ความสามารถในการแกป้ ัญหา
4) ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
5) ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

สานกั งานเขตพื้นทีก่ ารศึกษาประถมศกึ ษานครราชสีมา เขต 2

หลักสตู ร “โควิดศึกษา” ระดับช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 4 ๖

5. กระบวนการจดั การเรียนรู้
ข้ันที่ ๑ การเรียนรู้ต้งั คาถาม (learning to Question)
1) ให้นักเรียนชมคลิปวีดีทัศน์ สารคดีโควดิ – 19 ตอนท่ี 1 ปฐมบทโควิด

https://www.youtube.com/watch?v=-JQbRK2F8Us&ab_channel และร่วมกันสนทนาแสดงความคดิ เหน็
เกยี่ วกบั เร่อื ง ที่ได้ชม

2) นักเรียนสังเกตสงิ่ เร้า ด้วยประสาทสัมผสั ทง้ั ห้า ถา้ ทาไดพ้ ร้อมจดบันทึก (ใช้หลัก ๓ จ ท่ีควรจา : รู้จกั -
จดจา-จารึก)

3) นักเรียนตงั้ คาถามเอง โดยเปน็ คาถามระดบั พนื้ ฐาน (คาถามปลายปิด) หรือคาถามง่าย และคาถาม
ระดับสูง (คาถามปลายเปิด) หรือคาถามยาก

4) นักเรียนร่วมเลือกคาถามสาคญั (Key Question) เพื่อนาไปสู่การหาความคิดหลัก (Big idea) หรือเน้ือหา
สาระทจ่ี ะสอน

5) นักเรยี นตา่ งคาดคะเนคาตอบ โดยไมต่ ้องกังวลวา่ เปน็ คาตอบที่ถูกหรือผิด ซ่ึงไมม่ ผี ลต่อคะแนน เป็น
แนวทางใหค้ รูร้วู า่ นกั เรยี นทง้ั ห้องรู้หรือไม่รู้เทา่ นั้น เพ่ือดาเนนิ การเรียนรู้ต่อไป

6) นักเรียนสนใจใคร่รู้คาตอบ จึงต้องดาเนินการเรยี นรู้ในขน้ั ต่อไป
7) ครแู จง้ จดุ ประสงค์ใหน้ กั เรยี นทราบ
8) แบง่ นักเรียนออกเป็นกล่มุ กลุม่ ละ 4-5 คน แต่ละกลุ่มต้องมผี ู้หญิงและผชู้ าย
ขนั้ ท่ี ๒ การเรยี นรู้แสวงหาสารสนเทศ (Learning to Search)
1) นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มศึกษาใบความรู้เรอ่ื ง โรคโควิด ๑๙ คอื อะไร (ต้นกาเนิดของไวรัส)
๒) นกั เรียนร่วมกนั สืบคน้ ขอ้ มลู โรคโควิด ๑๙ คืออะไร (ตน้ กาเนิดของไวรัส)
3) นกั เรยี นทากิจกรรมตามสื่อการเรียนร้ทู ี่ครูเตรียมในเวลาที่กาหนดพร้อมบ่มเพาะนสิ ัยไปด้วย
4) นักเรยี นพจิ ารณากลั่นกรองแลว้ สรุปผลการวิเคราะห์สารสนเทศท่ีจะนามาใช้ ซง่ึ เป็นการใชห้ ลักอุปนัย
5) นกั เรียนดาเนินการวิเคราะห์ และอาจมีการใชต้ ัวเลขและค่าสถิติ พร้อมออกแบบการนาเสนอโดยใชผ้ ัง
กราฟิกให้เหมาะสมกับข้อมูลทีไ่ ดจ้ ากการวเิ คราะห์
ขน้ั ที่ ๓ การเรยี นรู้เพ่ือสร้างองค์ความรู้ (Learning to Construct)
๑) นกั เรยี นนาเสนอผลระหวา่ งกลุ่ม/หนา้ ช้ันเรยี น และมีการสะท้อนความคิด
๒) นักเรียนร่วมอภิปราย

๒.๑ ภายในกลุ่ม (intragroup)
๒.๒ ระหว่างกลุ่ม (intergroup)
๒.๓ หน้าชั้นเรียน (inclass)
จากน้ันนักเรียนแต่ละกลมุ่ ปรับผลการสร้างองค์ความรู้
๓) นักเรยี นรับรู้และกลับไปปรับความรทู้ ี่ตนสรา้ งให้ถกู ต้องตามมโนทัศนท์ ่ีต้องเปน็
4) นักเรยี นแต่ละกลุ่ม นาความรทู้ ่ีได้จากการศึกษาใบความรู้ เขยี นเป็นแผนผังความคดิ
ขั้นท่ี ๔ การเรียนรู้เพ่ือการสื่อสาร (Learning to Communicate)
๑) นกั เรยี นเตรียมนาเสนอผลงานความรู้ท่ไี ดด้ ้วยรปู แบบและวิธีการท่ีหลากหลาย เชน่ บทบาทสมมติ
สนทนา อภิปราย เป็นต้น พร้อมท้งั บอกเล่าเร่ืองราวเก่ียวกับขัน้ ตอนวธิ ีการเรียนรู้ และแสดงความรู้สึกจากการ
ดาเนินการแสวงหาความรู้ของกลุ่ม
๒) นักเรียนนาเสนอผลงานด้วยความตงั้ ใจ และท่าทางมั่นใจ เพ่ือนนักเรียนอาจร่วมประเมนิ ผลเพอ่ื นด้วยกัน
(Peer evaluation)
3) ครแู ละนักเรยี นรว่ มกนั อภิปรายสรุปความรู้เพ่ิมเตมิ

สานกั งานเขตพืน้ ท่ีการศึกษาประถมศกึ ษานครราชสีมา เขต 2

หลกั สตู ร “โควิดศกึ ษา” ระดบั ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 4 ๗

ข้นั ท่ี ๕ การเรยี นรู้เพื่อตอบแทนสงั คม (Learning to Service)
๑) นักเรียนทากิจกรรมสรา้ งช้ินงานดว้ ยระดับการคดิ ตัง้ แต่พื้นฐานถึงระดบั สูง ทาใบงาน เรื่อง โรคโควดิ ๑๙

คืออะไร (ตน้ กาเนิดของไวรสั )
๒) นักเรยี นนาผลงานของตน มาเผยแพรใ่ นกิจกรรมต่างๆ เชน่ การจัดนทิ รรศการผลงาน คลิปวดิ ีโอ งาน

เขยี น โครงงาน เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้แก่คนอน่ื ในโรงเรียน เป็นตน้
๖. สอ่ื การเรียนรู้

1) สารคดีโควิด – 19 ตอนท่ี 1 ปฐมบทโควิด
https://www.youtube.com/watch?v=-JQbRK2F8Us&ab_channel
2) ใบความรู้ เรอื่ ง โรคโควดิ ๑๙ คอื อะไร (ต้นกาเนดิ ของไวรัส)
3) ใบงาน เรือ่ ง โรคโควดิ ๑๙ คอื อะไร (ต้นกาเนิดของไวรสั )

๗. การวดั และประเมินผล

1. การประเมินตามจุดประสงค/์ ตวั ชี้วดั

ส่งิ ท่ีตอ้ งการประเมนิ วิธกี ารประเมิน เคร่ืองมือ เกณฑ์การประเมิน
- แบบประเมิน - ผา่ นการประเมินคะแนน
๑. ด้านความรู้ (K) - การทาใบงานเรื่อง ใบงาน รอ้ ยละ 80 ขึน้ ไป

- ความรู้ วธิ ีปฏิบัติและป้องกัน - แบบสังเกต (คะแนนเตม็ ๑0 คะแนน)
พฤติกรรมการ คะแนน 9 – 10 ระดับดีเย่ยี ม
- ความเข้าใจ ตนเองให้ห่างไกลจาก ทางานเปน็ กลุ่ม คะแนน 7 – 8 ระดับดีมาก
คะแนน 5 – 6 ระดบั ผา่ น
- มโนทศั น์ โรคโควิด 19 คะแนน 0 – 4 ระดบั ปรบั ปรงุ

๒. ดา้ นทักษะกระบวนการ (P) - การสังเกต

- ทักษะการคิด (วเิ คราะห์

สงั เคราะห์ ส่ือสาร)

- ทักษะการทางานกลุ่ม

3. สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน - การสงั เกต - แบบบันทกึ เกณฑ์การประเมิน
- ความสามารถในการสือ่ สาร การสังเกต คะแนน 57 – 75 ระดบั ดีมาก
- ความสามารถในการคดิ คะแนน 38 – 56 ระดับดี
- ความสามารถในการ คะแนน 19 – 37 ระดบั พอใช้
แกป้ ญั หา คะแนน 0–18 ระดบั ปรับปรงุ
- ความสามารถในการใช้ทักษะ
ชีวติ
- ความสามารถในการใช้
เทคโนโลยี

สานักงานเขตพน้ื ท่ีการศกึ ษาประถมศกึ ษานครราชสมี า เขต 2

หลกั สตู ร “โควดิ ศกึ ษา” ระดับชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 4 ๘

ส่ิงท่ีตอ้ งการประเมิน วิธีการประเมิน เคร่ืองมือ เกณฑ์การประเมิน
- การสงั เกต เกณฑ์การประเมิน
4. ด้านคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ - แบบบนั ทึก คะแนน 42 – 54 ระดับดมี าก
(A) การสงั เกต คะแนน 28 – 41 ระดบั ดี
- ซอ่ื สตั ย์สจุ รติ คะแนน 14 – 27 ระดบั พอใช้
- มวี ินัย คะแนน 0–13 ระดบั ปรบั ปรงุ
- ใฝ่เรยี นรู้
- อย่อู ยา่ งพอเพียง
- มุง่ มั่นในการทางาน
- มีจิตสาธารณะ

8. ความคิดเห็นของผบู้ ริหาร
.............................................................................................................................................................. ....

............................................................................................................................. ...................................................
............................................................................................................................. ...................................................

ลงชอื่
(......................................................................)

ผู้อานวยการโรงเรียน................................................

สานกั งานเขตพนื้ ท่ีการศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 2

หลักสตู ร “โควดิ ศึกษา” ระดบั ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 4 ๙

9. บนั ทึกผลหลงั การจัดการเรียนรู้
9.๑ ผลการจดั การเรียนรู้
นักเรยี นจานวน .............................. คน
ผา่ นจดุ ประสงค์การเรยี นรู้โดยรวม ............... คน คดิ เป็นร้อยละ ...................
ไม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนร้โู ดยรวม.............. คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ.....................
ไดแ้ ก่
๑) ………………………………………………………………....................................………………….
2) ………………………………………………………………....................................………………….
นักเรียนที่มีความสามารถพเิ ศษ/นักเรียนเด็กพเิ ศษ ไดแ้ ก่
๑) ………………………………………………………………....................................………………….
2) ………………………………………………………………....................................………………….
นักเรยี นท่ไี มผ่ า่ นการประเมนิ จุดประสงคด์ า้ นความรู้ (K) จานวน ............ คน ได้แก่
.................................................................................................................. ..........................................
............................................................................................................................. ...............................
นักเรยี นที่ไมผ่ ่านการประเมินจุดประสงคด์ า้ นทกั ษะ (P) จานวน ............ คน ได้แก่
............................................................................................................................. ...............................
............................................................................................................................................................
นกั เรียนทไ่ี มผ่ ่านการประเมนิ จดุ ประสงคด์ า้ นเจตคติ (A) จานวน ............ คน ไดแ้ ก่
............................................................................................. ...............................................................
............................................................................................................................. ...............................
9.๒ ปัญหา/อปุ สรรค
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
9.๓ กิจกรรมเสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................

ลงช่อื
(......................................................................)

ตาแหน่ง ครู โรงเรยี น ..............................................

สานักงานเขตพ้นื ที่การศกึ ษาประถมศกึ ษานครราชสีมา เขต 2

หลักสตู ร “โควิดศึกษา” ระดับช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 4 ๑๐

ภาคผนวก
 ใบความรู้
 ใบงาน
 แบบประเมนิ ผลและการสะท้อนผล

สานกั งานเขตพืน้ ที่การศกึ ษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 2

หลักสตู ร “โควดิ ศกึ ษา” ระดบั ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 4 ๑๑

ใบความรู้
เร่อื ง โรคโควดิ ๑๙ คอื อะไร(ตน้ กาเนดิ ของไวรัส)

สานกั งานเขตพื้นทกี่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษานครราชสมี า เขต 2

หลักสตู ร “โควิดศึกษา” ระดับช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 4 ๑๒

สานกั งานเขตพ้นื ที่การศกึ ษาประถมศกึ ษานครราชสมี า เขต 2

หลักสตู ร “โควิดศึกษา” ระดับช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 4 ๑๓

สานกั งานเขตพ้นื ที่การศกึ ษาประถมศกึ ษานครราชสมี า เขต 2

หลักสตู ร “โควิดศึกษา” ระดับช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 4 ๑๔

สานกั งานเขตพ้นื ที่การศกึ ษาประถมศกึ ษานครราชสมี า เขต 2

หลักสตู ร “โควิดศึกษา” ระดบั ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ 4 ๑๕

ใบงาน
เรือ่ ง โรคโควิด ๑๙ คอื อะไร(ต้นกาเนิดของไวรสั )

ชอ่ื -สกลุ ....................................................... โรงเรยี น ............................................เลขท่ี....................ช้นั ...........
คาชี้แจง ให้นกั เรียนเขียนแผนผงั ความคิด เรื่อง โรคโควิด ๑๙ คอื อะไร (ตน้ กาเนดิ ของไวรัส)

สานักงานเขตพ้นื ทีก่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษานครราชสีมา เขต 2

หลักสตู ร “โควดิ ศึกษา” ระดับชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 4 ๑๖

แบบตรวจใหค้ ะแนนใบงาน

เลขที่ ชื่อ – สกลุ คะแนนทีไ่ ด้ สรปุ ผล
(๑๐ คะแนน) ผ่าน ไม่ผ่าน



















๑๐

๑๑

๑๒

13

14

15

16

17

18

19

20

สรุป

ลงชือ่ ..................................................ผตู้ รวจ
(....................................................)

เกณฑก์ ารให้คะแนน
- นักเรียนผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๘๐ ขน้ึ ไปถอื ว่า ผา่ น

สานักงานเขตพ้ืนท่กี ารศกึ ษาประถมศกึ ษานครราชสมี า เขต 2

หลักสตู ร “โควดิ ศึกษา” ระดบั ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 4 ๑๗

แบบสังเกตพฤติกรรมนักเรียน
ช่อื นักเรยี น................................................................... ช้นั .................ภาคเรียนที่...........ปกี ารศึกษา...................

คาชี้แจง การบันทกึ ให้กาเครื่องหมาย  ลงในช่องทตี่ รงกับพฤตกิ รรมทเ่ี กิดข้ึนจริง

ระดับการปฏิบัติ

ที่ พฤติกรรม เปน็ ประจา บางคร้งั นอ้ ยครงั้ ไม่ทาเลย/
ไมช่ ดั เจน
(๓) (๒) (๑)
(๐)

๑ มคี วามรบั ผิดชอบในหน้าทีก่ ารงาน
๒ ต้งั ใจและเอาใจใสต่ ่อการปฏิบตั ิหนา้ ทีท่ ไี่ ดร้ บั มอบหมาย
๓ ทางานด้วยความเพยี รพยายาม
๔ รจู้ ักแก้ปัญหาในการทางานเมื่อมีอุปสรรค
๕ อดทนเพอ่ื ใหง้ านสาเร็จตามเปา้ หมาย
๖ ปรับปรุงและพัฒนาการทางานใหด้ ีขน้ึ ด้วยตนเอง

รวมคะแนน/ระดับคุณภาพ

ลงชือ่ ..................................................ผปู้ ระเมนิ
(......................................................)

เกณฑก์ ารประเมิน

ระดบั คณุ ภาพ เกณฑ์การประเมนิ

ดเี ยย่ี ม ไดค้ ะแนนรวมระหว่าง ๑๕-๑๘ คะแนน และไมม่ ีผลการประเมนิ ข้อใดข้อหน่ึงต่ากวา่ ๒ คะแนน

ดี ได้คะแนนรวมระหว่าง ๑๑-๑๔ คะแนน และไมม่ ีผลการประเมินข้อใดข้อหน่ึงตา่ กว่า ๐ คะแนน

ผ่าน ไดค้ ะแนนรวมระหว่าง ๖-๑๐ คะแนน และไม่มผี ลการประเมินขอ้ ใดข้อหนง่ึ ต่ากวา่ ๐ คะแนน

ไมผ่ ่าน ได้คะแนนรวมระหว่าง ๐-๕ คะแนน

สานักงานเขตพนื้ ทีก่ ารศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 2

หลกั สตู ร “โควิดศึกษา” ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ๑๘

แบบประเมนิ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์

ชื่อ-นามสกุลผู้เรยี น .....................................................................ช้ัน .................................... เลขท่ี .....................

ใหค้ รูสังเกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขีด  ลงในชอ่ งทต่ี รงกับระดบั

คะแนน

คุณลักษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน

อันพงึ ประสงคด์ ้าน ๓๒๑๐

๑. ซื่อสัตย์ สุจรติ 1. ใหข้ ้อมูลทถ่ี ูกต้องและเป็นจรงิ ไมโ่ กหก

2. มวี นิ ยั 2. ไม่ถือเอาสง่ิ ของหรือผลงานของผอู้ ื่นมาเป็นของตนเองไม่
3. ใฝ่เรียนรู้ ลกั ขโมย
4. อยู่อย่างพอเพยี ง 3. ไม่หาผลประโยชน์ในทางทไ่ี มถ่ กู ตอ้ ง ไม่คดโกง

5. มุ่งมน่ั ในการทางาน 1. ปฏบิ ตั ิตนตามข้อตกลง กฎระเบียบของครอบครวั โรงเรยี นและ
6. มีจติ สาธารณะ สังคม
2. ตรงตอ่ เวลาและรบั ผดิ ชอบในการเรยี น การปฏบิ ตั งิ าน

3. ปฏิบตั ติ นในกิจวตั รประจาวนั โดยไมล่ ะเมิดสิทธิผอู้ ่ืน

1. ตงั้ ใจ เพียรพยายามในการเรียนสนใจเขา้ รว่ มกิจกรรมการเรียนรู้
ตา่ ง ๆ
2. แสวงหา ศึกษา คน้ คว้าความรู้จากแหลง่ การเรียนรู้ตา่ ง ๆ

3. บนั ทึกความรวู้ เิ คราะหต์ รวจสอบ แลกเปลี่ยนเรยี นรู้

1. ใชท้ รัพยส์ นิ ของตนเองและของส่วนรวมอย่างประหยดั ค้มุ ค่า
รวมทั้งใช้เวลาอย่างเหมาะสม
2. ปฏบิ ัติตนและตดั สนิ ใจด้วยความรอบคอบมเี หตผุ ล

3. วางแผนการเรียนการทางานบนพืน้ ฐานของความรู้ ข้อมลู
ขา่ วสาร มภี มู ิคมุ้ กนั ในตวั ที่ดี
1. ตงั้ ใจและรบั ผดิ ชอบในการทางานให้สาเร็จ

2. ทุม่ เททางาน อดทนไม่ย่อท้อตอ่ ปญั หาและอุปสรรค

3. ปรับปรุงพัฒนาการทางานและผลงานดว้ ยตนเอง

1. ช่วยเหลอื ผอู้ ื่น แบง่ ปันสิ่งของ อาสาทางานใหด้ ้วยความ
เตม็ ใจ ไมห่ วงั ผลตอบแทน
2. เขา้ รว่ มกิจกรรมทีเ่ ป็นประโยชนต์ อ่ โรงเรยี น ชมุ ชนและสังคม

3. ดแู ลรักษาสาธารณสมบตั ิและสงิ่ แวดลอ้ มดว้ ย ความเตม็ ใจ

คะแนน

สรุปผลคะแนน

ลงชือ่ ..................................................ผู้ประเมิน
(....................................................)

สานักงานเขตพนื้ ทีก่ ารศึกษาประถมศกึ ษานครราชสีมา เขต 2

หลกั สตู ร “โควดิ ศกึ ษา” ระดบั ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 4 ๑๙

เกณฑ์การใหค้ ะแนน

- พฤติกรรมท่ีปฏิบตั ิชดั เจนและสม่าเสมอ ให้ 3 คะแนน

- พฤตกิ รรมที่ปฏบิ ัตชิ ัดเจนและบ่อยคร้ัง ให้ 2 คะแนน

- พฤติกรรมทปี่ ฏบิ ตั บิ างครั้ง ให้ 1 คะแนน

- พฤติกรรมที่ไมป่ ฏิบตั ิ ให้ 0 คะแนน

สรุปเกณฑก์ ารประเมิน
 ดมี าก ได้ 42 – 54 คะแนน
 ดี ได้ 28 – 41 คะแนน
 พอใช้ ได้ 14 – 27 คะแนน
 ปรบั ปรงุ ได้ 0 – 13 คะแนน

สานักงานเขตพื้นท่กี ารศึกษาประถมศกึ ษานครราชสีมา เขต 2

หลกั สตู ร “โควิดศึกษา” ระดบั ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 4 ๒๐

แบบประเมนิ สมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน

ชื่อ-นามสกุลผู้เรียน ................................................................ชั้น ............................... เลขท่ี .....................

ใหค้ รสู ังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขดี  ลงในชอ่ งท่ีตรงกับระดับคะแนน

สมรรถนะที่ประเมนิ ระดับคะแนน สรุปผล
3210
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
1.1 มีความสามารถในการรับ – สง่ สาร
1.2 มคี วามสามารถในการถา่ ยทอดความรู้ ความคดิ

ความเข้าใจของตนเอง โดยใชภ้ าษาอยา่ งเหมาะสม
1.3 ใชว้ ิธีการส่อื สารที่เหมาะสม
1.4 วเิ คราะหแ์ สดงความคดิ เหน็ อยา่ งมีเหตผุ ล
1.5 เขียนบนั ทึกเหตุการณ์ประจาวนั แล้วเลา่ ให้เพือ่ นฟังได้

สรปุ ผลการประเมนิ
2. ความสามารถในการคิด
2.1 มีความสามารถในการคิดวเิ คราะห์ สังเคราะห์
2.2 มที กั ษะในการคดิ นอกกรอบอย่างสร้างสรรค์
2.3 สามารถคิดอย่างมีวิจารณญาณ
2.4 มีความสามารถในการคิดอยา่ งมรี ะบบ
2.5 ตัดสนิ ใจแกป้ ัญหาเกี่ยวกับตนเองได้

สรุปผลการประเมิน
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
3.1 สามารถแก้ปญั หาและอปุ สรรคตา่ ง ๆ ที่เผชญิ ได้
3.2 ใชเ้ หตุผลในการแก้ปญั หา
3.3 เขา้ ใจความสัมพนั ธแ์ ละการเปล่ยี นแปลงในสงั คม
3.4 แสวงหาความรู้ ประยุกตค์ วามรูม้ าใชใ้ นการปอ้ งกันและแก้ไขปัญหา
3.5 สามารถตัดสนิ ใจไดเ้ หมาะสมตามวัย

สรปุ ผลการประเมิน

4. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ิต
4.1 เรียนรดู้ ้วยตนเองได้เหมาะสมตามวยั
4.2 สามารถทางานกล่มุ รว่ มกบั ผู้อ่ืนได้
4.3 นาความร้ทู ีไ่ ด้ไปใชป้ ระโยชนใ์ นชีวิตประจาวนั

4.4 จัดการปญั หาและความขดั แย้งไดเ้ หมาะสม
4.5 หลกี เลย่ี งพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ทสี่ ง่ ผลกระทบตอ่ ตนเอง

สรปุ ผลการประเมิน

สานกั งานเขตพื้นทก่ี ารศกึ ษาประถมศกึ ษานครราชสีมา เขต 2

หลักสตู ร “โควิดศึกษา” ระดับชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 4 ๒๑

สมรรถนะที่ประเมนิ ระดับคะแนน สรปุ ผล
3210
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
5.1 เลอื กและใช้เทคโนโลยไี ด้เห าะสมตามวัย
5.2 มที ักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี
5.3 สามารถนาเทคโนโลยีไปใช้พฒั นาตนเอง
5.4 ใช้เทคโนโลยีในการแกป้ ัญหาอยา่ งสร้างสรรค์
5.5 มีคุณธรรม จริยธรรมในการใช้เทคโนโลยี

สรุปผลการประเมนิ

เกณฑ์การใหค้ ะแนน

- พฤตกิ รรมทีป่ ฏบิ ัติชัดเจนและสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน

- พฤตกิ รรมที่ปฏิบตั ชิ ดั เจนและบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน

- พฤติกรรมทีป่ ฏิบตั บิ างครง้ั ให้ 1 คะแนน

- พฤตกิ รรมท่ไี มป่ ฏิบัติ ให้ 0 คะแนน

สรปุ เกณฑ์การประเมิน
 ดมี าก ได้ 57 – 75 คะแนน
 ดี ได้ 38 – 56 คะแนน
 พอใช้ ได้ 19 – 37 คะแนน
 ปรับปรุง ได้ 0 – 18 คะแนน

สานักงานเขตพนื้ ท่กี ารศึกษาประถมศึกษานครราชสมี า เขต 2

หลกั สตู ร “โควดิ ศกึ ษา” ระดบั ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 4 ๒๒

แผนการจัดการเรียนรู้

หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 1 ความร้เู ก่ยี วกับเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 2
ลกั ษณะของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เวลา ๒ ชวั่ โมง

๑. ผลการเรียนรู้
1) มคี วามร้คู วามเขา้ ใจเก่ยี วกบั ลกั ษณะของเช้ือไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-๑๙)
๒) สามารถเขยี นแผนภาพความคดิ ลกั ษณะของเช้ือไวรสั โคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-๑๙) ได้

2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
ด้านความรู้ (K)
1) สามารถอธบิ ายลักษณะของเช้ือไวรสั โคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-๑๙) ได้
2) แยกประเภทของเช้ือไวรสั แต่ละชนิดได้
ด้านทักษะ/กระบวนการ (P)
3) ปฏิบตั ิตามใบกิจกรรมเร่ืองลักษณะของเชื้อไวรัสโคโรนา๒๐๑๙ (COVID-๑๙) แบบรวมพลังด้วยความ

รบั ผิดชอบได้
4) สามารถเขยี นแผนภาพความคดิ ลักษณะของเช้ือไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-๑๙) ได้
ด้านคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ (A)
5) มวี ินยั ในตนเองขณะเรียนและทางานรว่ มกบั ผู้อื่น
6) เป็นผู้มีความรับผดิ ชอบต่อตนเองและงานกลมุ่

3. สาระการเรียนรู้
3.1 ความรู้ (K)
1) ความรเู้ กีย่ วกบั ลักษณะของเช้ือไวรสั โคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-๑๙)
3.2 ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
1) ความสามารถในการสื่อสาร
๑.๑ การสนทนาถาม – ตอบ
๑.๒ การทาใบงาน
๒) ความสามารถในการคดิ
2.1 อภิปราย สรปุ
3.3 คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (A)
๑) ซอ่ื สัตย์สจุ ริต
๒) มวี นิ ัย
๓) ใฝ่เรยี นรู้
4) อยู่อย่างพอเพยี ง
5) มงุ่ มน่ั ในการทางาน
6) มีจติ สาธารณะ

4. สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน
1) ความสามารถในการส่ือสาร
2) ความสามารถในการคดิ
3) ความสามารถในการแก้ปัญหา
4) ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ

สานกั งานเขตพื้นทกี่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษานครราชสมี า เขต 2

หลกั สตู ร “โควิดศกึ ษา” ระดบั ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 4 ๒๓

5) ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
5. กระบวนการจัดการเรียนรู้

ขนั้ ที่ ๑ การเรียนรู้ตัง้ คาถาม (learning to Question)
๑) ครูและนักเรยี นร่วมกนั รอ้ งเพลง “วายร้ายโควิด” แลว้ ร่วมกันอภปิ รายเกยี่ วกับเนอื้ เพลง
2) นักเรียนสงั เกตสิ่งเรา้ ด้วยประสาทสัมผัสทง้ั หา้ ถา้ ทาไดพ้ ร้อมจดบนั ทึก (ใช้หลัก ๓ จ ท่ีควรจา : รู้จัก-

จดจา-จารึก)
3) นักเรียนต้ังคาถามเอง โดยเป็นคาถามระดบั พนื้ ฐาน (คาถามปลายปดิ ) หรือคาถามง่าย และคาถาม

ระดับสงู (คาถามปลายเปิด) หรือคาถามยาก
4) นักเรยี นร่วมเลือกคาถามสาคัญ (Key Question) เพ่ือนาไปสกู่ ารหาความคดิ หลัก (Big idea) หรือเนื้อหา

สาระท่จี ะสอน
5) นักเรียนตา่ งคาดคะเนคาตอบ โดยไม่ต้องกังวลว่าเปน็ คาตอบทถี่ ูกหรือผิด ซ่ึงไมม่ ผี ลต่อคะแนน เป็น

แนวทางใหค้ รูรู้วา่ นักเรยี นทั้งห้องรู้หรือไม่รู้เท่านั้น เพ่ือดาเนินการเรียนร้ตู ่อไป
6) นักเรยี นสนใจใคร่รู้คาตอบ จงึ ต้องดาเนนิ การเรยี นรู้ในขน้ั ต่อไป
7) ครูแจง้ จุดประสงค์การเรียนรูใ้ หน้ กั เรียนทราบ เพอื่ กระตุ้นให้นักเรยี นเกิดแรงจูงใจท่จี ะพฒั นาการ

เรยี นใหผ้ า่ นเกณฑ์ท่ตี ้ังไว้
8) แบง่ นกั เรยี นเปน็ กลุ่ม ๆ ละ 4-5 คน แตล่ ะกลุ่มตอ้ งมผี ู้หญงิ และผู้ชาย

ขน้ั ที่ ๒ การเรียนรู้แสวงหาสารสนเทศ (Learning to Search)
1) นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มร่วมกันศึกษาใบความรู้ เร่อื ง ลกั ษณะของเชื้อไวรสั โคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-๑๙)
2) นกั เรียนทากจิ กรรมตามส่ือการเรียนร้ทู ี่ครูเตรียมในเวลาที่กาหนดพร้อมบม่ เพาะนสิ ัยไปด้วย
3) นกั เรยี นพิจารณากลั่นกรองแลว้ สรุปผลการวิเคราะหส์ ารสนเทศท่ีจะนามาใช้ ซง่ึ เป็นการใช้หลักอปุ นัย
4) นกั เรยี นดาเนนิ การวิเคราะห์ และอาจมกี ารใช้ตัวเลขและค่าสถิติ พร้อมออกแบบการนาเสนอโดยใชผ้ ัง

กราฟิกให้เหมาะสมกบั ข้อมลู ทไ่ี ด้จากการวิเคราะห์
ขั้นท่ี ๓ การเรียนรู้เพื่อสร้างองคค์ วามรู้ (Learning to Construct)
๑) นักเรยี นนาเสนอผลระหว่างกลุ่ม/หน้าช้ันเรยี น และมีการสะท้อนความคิด
๒) นักเรยี นร่วมอภิปราย
๒.๑ ภายในกล่มุ (intragroup)
๒.๒ ระหว่างกลุ่ม (intergroup)
๒.๓ หนา้ ชนั้ เรียน (inclass)

จากน้ันนักเรียนแต่ละกลุ่มปรบั ผลการสร้างองค์ความรู้
๓) นักเรียนรบั รู้และกลับไปปรับความร้ทู ่ีตนสรา้ งให้ถูกต้องตามมโนทัศน์ท่ีต้องเปน็
4) นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มช่วยกนั เขียนแผนภาพความคิดลักษณะของเช้ือไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-๑๙)

ขน้ั ที่ ๔ การเรียนร้เู พื่อการสื่อสาร (Learning to Communicate)
๑) นกั เรียนเตรียมนาเสนอผลงานความรู้ทไี่ ดด้ ว้ ยรปู แบบและวธิ ีการที่หลากหลาย เช่น บทบาทสมมติ

สนทนา อภิปราย เป็นต้น พร้อมท้ังบอกเล่าเรื่องราวเก่ียวกับขนั้ ตอนวธิ ีการเรียนรู้ และแสดงความรู้สึกจากการ
ดาเนินการแสวงหาความรู้ของกลุ่ม

๒) นักเรียนนาเสนอผลงานด้วยความตงั้ ใจ และท่าทางมน่ั ใจ เพ่ือนนักเรียนอาจรว่ มประเมินผลเพื่อนด้วยกัน
(Peer evaluation)

ขั้นที่ ๕ การเรยี นรเู้ พ่ือตอบแทนสังคม (Learning to Service)
๑) นกั เรียนทากิจกรรมสร้างชิ้นงานด้วยระดบั การคิดตงั้ แต่พื้นฐานถึงระดับสงู ทาใบงาน เร่ือง การเขยี น

แผนภาพความคิดลักษณะของเชอ้ื ไวรสั โคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-๑๙)

สานักงานเขตพ้ืนทีก่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษานครราชสีมา เขต 2

หลักสตู ร “โควดิ ศกึ ษา” ระดับชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 4 ๒๔

๒) นักเรยี นนาผลงานของตน มาเผยแพร่ในกิจกรรมตา่ งๆ เช่น การจัดนทิ รรศการผลงาน คลิปวิดโี อ งาน
เขยี น โครงงาน เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้แก่คนอ่นื ในโรงเรียน เปน็ ต้น
6. สือ่ การเรียนรู้

1) https://www.youtube.com/watch?v=OsyApv1zjHg&ab_channel=RaklukeClub
2) ใบความรู้ เรอ่ื ง ลักษณะของเช้ือไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-๑๙)
3) ใบงาน เรอื่ ง การเขยี นแผนภาพความคิดลักษณะของเช้ือไวรสั โคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-๑๙)

7. การวดั และประเมินผล

1. การประเมินตามจุดประสงค์/ตวั ชวี้ ัด

ส่ิงท่ีตอ้ งการประเมิน วิธกี ารประเมิน เคร่ืองมือ เกณฑ์การประเมิน

๑. ด้านความรู้ (K) - การทาใบงาน - แบบประเมนิ - ผา่ นการประเมนิ คะแนน
ใบงาน ร้อยละ 80 ขึ้นไป
- ความรู้

- ความเขา้ ใจ

- มโนทัศน์

๒. ด้านทักษะกระบวนการ (P) - การสังเกต - แบบสงั เกต (คะแนนเต็ม ๑0 คะแนน)
พฤติกรรมการ คะแนน 9 – 10 ระดับดเี ยย่ี ม
- ทักษะการคดิ (วเิ คราะห์ ทางานเปน็ กลุ่ม คะแนน 7 – 8 ระดบั ดีมาก
คะแนน 5 – 6 ระดับผ่าน
สงั เคราะห์ สื่อสาร) - แบบบนั ทึก คะแนน 0 – 4 ระดับปรบั ปรงุ
การสังเกต เกณฑ์การประเมิน
- ทักษะการทางานกลมุ่
คะแนน 57 – 75 ระดบั ดีมาก
3. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น - การสังเกต
- ความสามารถในการสอ่ื สาร คะแนน 38 – 56 ระดบั ดี
- ความสามารถในการคดิ
- ความสามารถในการ คะแนน 19 – 37 ระดบั พอใช้
แก้ปัญหา
- ความสามารถในการใช้ทักษะ คะแนน 0–18 ระดบั ปรบั ปรงุ
ชีวิต
- ความสามารถในการใช้ - แบบบันทึก เกณฑ์การประเมนิ
เทคโนโลยี การสังเกต คะแนน 42 – 54 ระดับดมี าก
คะแนน 28 – 41 ระดบั ดี
4. ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ - การสงั เกต คะแนน 14 – 27 ระดบั พอใช้
(A) คะแนน 0–13 ระดบั ปรบั ปรุง
- ซื่อสัตยส์ ุจรติ
- มวี ินยั
- ใฝ่เรียนรู้
- อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
- มุ่งม่นั ในการทางาน
- มจี ติ สาธารณะ

สานักงานเขตพ้นื ทกี่ ารศึกษาประถมศกึ ษานครราชสมี า เขต 2

หลกั สตู ร “โควิดศกึ ษา” ระดับช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 4 ๒๕

8. ความคดิ เห็นของผ้บู รหิ าร

...............................................................................................................................................................................

............................................................................................................................. ...................................................

............................................................................................................................. ...................................................

ลงชื่อ

(......................................................................)

ผอู้ านวยการโรงเรียน................................................

9. บนั ทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้

9.๑ ผลการจดั การเรียนรู้
นักเรยี นจานวน .............................. คน
ผา่ นจดุ ประสงค์การเรียนรู้โดยรวม ............... คน คิดเปน็ รอ้ ยละ ...................
ไม่ผ่านจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรโู้ ดยรวม.............. คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ.....................
ไดแ้ ก่
๑) ………………………………………………………………....................................………………….
2) ………………………………………………………………....................................………………….
นักเรยี นท่ีมีความสามารถพเิ ศษ/นกั เรียนเด็กพิเศษ ไดแ้ ก่
๑) ………………………………………………………………....................................………………….
2) ………………………………………………………………....................................………………….
นักเรียนทไี่ มผ่ ่านการประเมนิ จุดประสงค์ด้านความรู้ (K) จานวน ............ คน ไดแ้ ก่
............................................................................................................................. ...............................
............................................................................................................................. ...............................
นกั เรยี นที่ไมผ่ ่านการประเมนิ จุดประสงคด์ ้านทกั ษะ (P) จานวน ............ คน ไดแ้ ก่
............................................................................................................................. ...............................
......................................................................................... ...................................................................
นกั เรียนที่ไมผ่ า่ นการประเมนิ จดุ ประสงคด์ ้านเจตคติ (A) จานวน ............ คน ไดแ้ ก่
.......................................................................................................... ..................................................
............................................................................................................................. ...............................

9.๒ ปญั หา/อปุ สรรค
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
9.๓ กิจกรรมเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................

ลงชื่อ
(......................................................................)

ตาแหน่ง ครู โรงเรียน ..............................................

สานักงานเขตพ้ืนที่การศกึ ษาประถมศึกษานครราชสมี า เขต 2

หลักสตู ร “โควิดศึกษา” ระดับช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 4 ๒๖

ภาคผนวก
 ใบความรู้
 ใบงาน
 แบบประเมนิ ผลและการสะท้อนผล

สานกั งานเขตพืน้ ที่การศกึ ษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 2

หลกั สตู ร “โควดิ ศึกษา” ระดบั ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 4 ๒๗

ใบความรู้
รจู้ กั กบั ไวรัสโคโรนาสายพนั ธ์ุใหม่ 2019

ไวรัสโคโรนา เมื่อสองดวยกลองจุลทรรศนอเิ ลก็ ตรอน จะเหน็ เป็นรูปวงกลมท่ีมีกา้ นย่นื ออกมารอบตวั
เหมอื นมงกฎุ

(ภาษาลาติน corona แปลว่า crown หรือมงกฏุ ลอมรอบ) จงึ เปนทมี่ าของช่ือ Corona กอโรคไดทง้ั ในคน
และสัตว

ไวรสั โคโรนา เปนกลุมของเช้ือไวรสั ทส่ี ามารถกอให้เกดิ โรคทางเดนิ หายใจในคน ซ่งึ ไวรัสที่อยูในกลมุ น้ี มี
หลายสายพนั ธุ สวนใหญท่ าใหเกดิ อาการไมรุนแรง คือ เปนไขหวดั ธรรมดา ในขณะท่ีบางสายพันธุอาจกอใหเกิด
อาการรุนแรงเปนปอดอักเสบได เชน โรคตดิ เชื้อไวรัสทางเดนิ หายใจตะวนั ออกกลาง (เมอรส) หรอื โรคซาร
(SARS) ซ่งึ เคยมีการระบาดในอดีตทผี่ ่านมา

สานักงานเขตพน้ื ทีก่ ารศึกษาประถมศกึ ษานครราชสมี า เขต 2

หลักสตู ร “โควดิ ศึกษา” ระดับชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ 4 ๒๘

ใบความรู้
เรอื่ ง ลกั ษณะของเชื้อไวรสั โคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-๑๙)

๑. ความรูท้ ่วั ไปเกี่ยวกับ COVID-19
ความเปน็ มาของโรคโควดิ -19 (COVID-19)
ไวรสั โคโรนาเป็นไวรัสในสตั ว์ มหี ลายสายพนั ธุ์ โดยปรกติไม่กอ่ โรคในคน แต่เมื่อกลายพันธ์เุ ป็นสายพันธ์ุ

ใหม่ที่ก่อโรคในมนษุ ย์ได้ (ซึง่ มักเกดิ จากการจัดการทผ่ี ดิ ธรรมชาตโิ ดยมนุษย์) ในขณะทม่ี นุษย์ยงั ไมร่ จู้ ักและไม่มี
ภมู ิตา้ นทาน ก็จะเกดิ การระบาดของโรคในคน

โรคโควิด-19 (COVID-19, ยอ่ จาก Coronavirus disease 2019) เปน็ โรคตดิ เชื้อทางเดนิ หายใจท่ี
เกดิ จากไวรสั โคโรนา ซ่งึ มีชือ่ ทางการวา่ SARS-CoV-2 ทาให้เกดิ ไข้ ไอ และอาจมีปอดอกั เสบ

เร่ิมพบผปู้ ว่ ยคร้ังแรกเม่ือเดือน ธันวาคม พ.ศ. 2562 (ค.ศ. 2019) ทีเ่ มอื งอู่ฮ่นั เมอื งหลวงของมณฑล
หเู ปย่ ์ ภาคกลางของประเทศจีน ซ่ึงเปน็ เมืองใหญ่มผี ้คู นหนาแน่น จงึ เกิดการระบาดใหญ่ไดร้ วดเร็ว การดแู ล
รกั ษาเปน็ ไปอยา่ งฉุกเฉนิ มีคนปว่ ยหนกั และตายมากเกนิ ท่ีควรจะเปน็ จนประเทศจนี ต้องปดิ เมือง และปิด
ประเทศตอ่ มา ขณะน้ี ประเทศจนี สามารถควบคมุ ได้ จนแทบจะไม่มีผูป้ ่วยรายใหม่ แต่โดยธรรมชาติแล้ว จะยงั
มผี ู้ทม่ี ีเชอ้ื อยู่

ผูป้ ว่ ยรายแรกทร่ี ับการรักษาในประเทศไทย เม่ือวนั ท่ี 13 มกราคม 2563 เปน็ คนจีนท่ีรับเชื้อจากการ
ระบาดในประเทศจนี และได้เดินทางมาประเทศไทย หลงั จากน้นั มีผปู้ ว่ ยอกี หลายรายที่มาจากประเทศอนื่ สว่ น
ผปู้ ว่ ยท่ีตดิ เชอื้ ในประเทศไทยรายแรก มีการรายงานเม่ือ 31 มกราคม 2563

โรคน้เี กิดจากไวรสั โคโรนา (Corona virus) ที่กลายพนั ธ์ุในธรรมชาติเป็นสายพันธุ์ใหม่ จากการท่ี
ธรรมชาติถูกมนษุ ย์ทารา้ ย โดยมีสมมุตฐิ านว่า ไวรสั อาจจะมแี หล่งเรมิ่ ตน้ คือค้างคาว และกลายพันธ์ุเมือ่ ผา่ นสัตว์
ตัวกลาง กลายเปน็ ไวรสั สายพันธุ์ใหม่ท่กี ่อโรคในคน และคนไปรบั เช้ือมาแพร่ระหวา่ งคนสู่คน ทง้ั น้ตี อ้ งรอการ
พิสูจนต์ อ่ ไป เคยมีเหตุการณ์ที่คล้ายคลงึ กันจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่เกิดขนึ้ ในอดีต คอื การเกิดโรค
SARS (พ.ศ.2545) และ MERS (พ.ศ.2557) ซ่งึ ทัง้ สองโรคนนั้ ผู้ปว่ ยมอี าการหนักท้งั หมดและต้องอยู่ใน
โรงพยาบาล จงึ สะกัดการแพรโ่ รคได้ไม่ยากนัก

ส่วนผ้ปู ว่ ยโรค COVID-19 ท่แี พรเ่ ชือ้ มีทงั้ ผทู้ ี่มีอาการนอ้ ยหรืออาจไม่มีอาการ นอกเหนือจากผ้มู ี
อาการหนักซงึ่ มนี ้อยกว่ามาก จงึ ควบคมุ การระบาดไดย้ ากกวา่ การระบาดท่ีใกลเ้ คยี งกับคร้ังนม้ี ากทีส่ ุด คอื การ
ระบาดของไข้หวัดใหญส่ ายพันธุ์ใหม่ 2009 (Influenza A (H1N1) pdm09 virus) ใน พ.ศ.2552 ซงึ่ เริ่ม
จากอเมรกิ าแลว้ ระบาดหนกั ไปทว่ั โลก แต่คนท่ีติดเช้ือโควดิ -19 สามารถแพร่เชือ้ ได้ในช่วงเวลาของการตดิ เชอื้
ได้นานกว่า การระบาดจึงน่าจะกวา้ งขวางกว่า และควบคมุ ยากกว่า ในขณะนี้ โรคโควิด-19 ไดร้ ะบาดไปทว่ั โลก
แลว้
11 กมุ ภาพนั ธ์ 2563 ได้มีการกาหนดชื่อโรคและชอื่ ไวรสั อย่างเป็นทางการ ดังน้ี

โรค COVID-19 (อ่านว่า โควดิ ไนนท์ นี ยอ่ มาจาก Corona Virus Disease 2019) กาหนดช่ือโดย
องค์การอนามยั โลก (WHO)

ไวรสั SARS-CoV-2 (อ่านว่า ซาร์สคอฟทู ย่อมาจาก Severe Acute Respiratory Syndrome
Corona Virus 2) กาหนดช่อื โดยคณะกรรมการระหวา่ งประเทศว่าดว้ ยอนกุ รมวิธานของไวรัส ( ICTV ) โดยท่ี
ช่วงแรกของการระบาด ใชช้ ่อื อยา่ งไม่เปน็ ทางการ เชน่ ไวรสั อฮู่ ่นั 2019-nCoV (2019 novel coronavirus
หรอื ไวรัสโคโรนาสายพันธ์ใุ หม่ 2019) แตม่ ักจะเรยี กกนั ง่ายๆ วา่ ไวรัสโควดิ 19

สานักงานเขตพื้นท่กี ารศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 2

หลักสตู ร “โควิดศกึ ษา” ระดับช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 4 ๒๙

ส่วน ไวรัส SARS-Co-1 คือไวรสั ท่เี ป็นสาเหตขุ องโรคติดเช้ือทางเดนิ หายใจรนุ แรง หรอื SARS ที่
ระบาด ใน พ.ศ. 2545-2546 ไวรัสทก่ี อ่ โรคระบาดในคร้ังนี้จึงเปน็ ชนดิ ที่ 2 หรือ SARS-CoV-2

ไวรสั SARS-CoV-2 เป็นเชื้อโรคท่ีต้องอยใู่ นเซลลเ์ น้อื เยื่อ หรือมเี มือกคลมุ อยู่ เชน่ เสมหะ ไม่สามารถ
อย่เู ป็นอิสระ นอกจากนี้ ยังเปน็ ไวรัสท่ีเกราะดา้ นนอกเป็นไขมัน ซ่ึงจะสลายตัวเมือ่ สมั ผัสกับสารซกั ฟอกหรือสบู่

ไวรสั โคโรน่า ที่ก่อโรคในมนุษย์ในขณะน้ี มที ง้ั หมด 7 ชนิด
ชนดิ ที่ 1-4: โรคหวัดธรรมดา
ชนิดท่ี 5: โรค SARS (ซาร์) จากไวรัสสายพนั ธ์ุใหม่ เมอื่ พ.ศ. 2545-2546
ชนดิ ที่ 6: โรค MERS (เมอรส์ ) จากไวรสั สายพนั ธุ์ใหม่ เมอ่ื พ.ศ. 2557
ชนดิ ที่ 7: โรค COVID-19 (โควดิ -19) จากไวรสั สายพนั ธใุ์ หม่ในปจั จบุ ัน

แหล่งแพรเ่ ช้ือไวรัส COVID-19
1. คาดว่าเรมิ่ จากสตั ว์ปา่ ทีน่ ามาขายในตลาดสดเมืองอู่ฮ่นั ประเทศจนี ซงึ่ คนไปสัมผสั และนามา

เผยแพรต่ อ่ โดยเรม่ิ จากไวรสั จากคา้ งคาวทม่ี ีการผสมพันธุ์กบั ไวรสั อ่ืน และกลายพนั ธ์ุ
2. คนทีม่ เี ชื้อแล้วแพร่สคู่ นอ่ืน ทางส่ิงคัดหลัง่ จากทางเดินหายใจ

ข้นั ตอนจากการรบั เชื้อถึงการปว่ ย
ประกอบดว้ ย การสมั ผสั เช้ือโรค การรบั เช้อื การติดเชอ้ื และการปว่ ย

ผสู้ มั ผสั เช้อื โรค (contact)
หมายถงึ ผู้ทส่ี มั ผสั ใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ หรือ อาจจะสมั ผัสกับเช้อื ที่ออกมากับสงิ่ คัดหลงั่ จากระบบหายใจ

ของผปู้ ่วย (นา้ ลาย เสมหะ นา้ มูก) แลว้ อาจจะนาเขา้ สรู่ า่ งกายทางปาก จมูก ตา (อวยั วะทม่ี เี ย่ือเมือกบุ) โดยได้
อยใู่ นชุมชนทม่ี ผี ูป้ ว่ ยอยู่ดว้ ย โดยไมร่ ะมัดระวังเพยี งพอ หากมีการสัมผัสดังกลา่ ว ก็อาจเกดิ การติดเช้ือตามมา
และเป็นแหล่งแพรเ่ ชือ้ ต่อไปได้

ผู้ท่ตี อ้ งเฝ้าระวังในระยะนี้ (มนี าคม. 63) ได้แก่ ผู้สัมผสั หรืออาจจะสมั ผัสโรค โดยมีประวตั อิ ย่างใด
อย่างหนึง่ ในช่วงเวลา 14 วันก่อนหน้านี้ (คือ ระยะฟกั ตัวที่ยาวที่สุดของโรค คอื ติดเชื้อแลว้ แต่ยังไมม่ ีอาการ
ปว่ ย) ดังตอ่ ไปนี้

1. มปี ระวตั เิ ดนิ ทางไปยัง มาจาก หรืออยู่อาศยั ในพน้ื ท่ที มี่ ีรายงานการระบาด
2. เป็นผู้สัมผัสใกลช้ ิดกับผู้ท่ีมาจากพ้ืนทีท่ ่ีมรี ายงานการระบาด
3. มีประวตั ิใกล้ชิดหรอื สมั ผัสกับผทู้ เี่ ขา้ ข่ายหรอื ไดร้ บั การตรวจยนื ยันวา่ ติดเชอื้

ผลจากการสัมผสั กบั เชื้อโรค
ผ้ทู ส่ี มั ผสั กับเชอ้ื โรคโควดิ -19 หากได้รับเชื้อโรคมาอาจจะมีผลเป็น
1. พาหะของเชอื้ คอื ผูท้ ่รี บั เช้ือโรคแตไ่ ม่เกิดการติดเช้ือ ซึง่ เช้ือมกั จะตดิ มาทางมือ
2. ผู้ตดิ เช้อื คือ ผ้ทู ตี่ รวจพบเช้อื และมีปฏกิ ริ ิยาทางอมิ มนู ตอ่ เชอ้ื ซึ่งตรวจพบได้ทางการตรวจเลอื ด

แบ่งเป็น
2.1 ผตู้ ดิ เชอื้ ท่ีไม่มีอาการ
2.2 ผปู้ ว่ ย หรือ ผู้ตดิ เชอื้ ทีม่ ีอาการ ซง่ึ อาจจะมีอาการนอ้ ยหรือมาก

สานกั งานเขตพื้นทีก่ ารศึกษาประถมศกึ ษานครราชสมี า เขต 2

หลกั สตู ร “โควดิ ศึกษา” ระดับชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 4 ๓๐

ใบงาน
เรอื่ ง ลกั ษณะของเชอ้ื ไวรสั โคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-๑๙)

ชอ่ื -สกลุ ................................................... โรงเรยี น ......................................เลขที่....................ชัน้ ...........
คาช้แี จง ใหน้ กั เรยี นเขยี นแผนผงั ความคดิ เร่อื ง ลักษณะของเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-๑๙)

สานกั งานเขตพ้ืนทกี่ ารศึกษาประถมศกึ ษานครราชสมี า เขต 2

หลักสตู ร “โควดิ ศึกษา” ระดับชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 4 ๓๑

แบบตรวจใหค้ ะแนนใบงาน

เลขที่ ชื่อ – สกลุ คะแนนทีไ่ ด้ สรปุ ผล
(๑๐ คะแนน) ผ่าน ไม่ผ่าน



















๑๐

๑๑

๑๒

13

14

15

16

17

18

19

20

สรุป

ลงชือ่ ..................................................ผตู้ รวจ
(....................................................)

เกณฑก์ ารให้คะแนน
- นักเรียนผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๘๐ ขน้ึ ไปถอื ว่า ผา่ น

สานักงานเขตพ้ืนท่กี ารศกึ ษาประถมศกึ ษานครราชสมี า เขต 2

หลักสตู ร “โควดิ ศึกษา” ระดับช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 4 ๓๒

แบบสังเกตพฤติกรรมนักเรยี น
ช่อื นักเรียน.................................................................... ชน้ั .................ภาคเรยี นท.ี่ ..........ปกี ารศึกษา...................

คาชี้แจง การบันทกึ ให้กาเครื่องหมาย  ลงในชอ่ งทต่ี รงกับพฤติกรรมทีเ่ กิดขึน้ จรงิ

ระดับการปฏบิ ัติ

ที่ พฤติกรรม เป็นประจา บางครงั้ น้อยครั้ง ไม่ทาเลย/
ไม่ชดั เจน
(๓) (๒) (๑)
(๐)

๑ มคี วามรบั ผิดชอบในหน้าทกี่ ารงาน
๒ ต้งั ใจและเอาใจใส่ต่อการปฏิบตั หิ นา้ ทท่ี ่ีไดร้ ับมอบหมาย
๓ ทางานด้วยความเพียรพยายาม
๔ รจู้ กั แก้ปัญหาในการทางานเม่ือมีอุปสรรค
๕ อดทนเพอ่ื ใหง้ านสาเร็จตามเป้าหมาย
๖ ปรับปรุงและพัฒนาการทางานใหด้ ขี ึ้นดว้ ยตนเอง

รวมคะแนน/ระดบั คุณภาพ

ลงชอ่ื ..................................................ผู้ประเมิน
(......................................................)

เกณฑก์ ารประเมิน

ระดบั คณุ ภาพ เกณฑ์การประเมิน

ดเี ยย่ี ม ไดค้ ะแนนรวมระหว่าง ๑๕-๑๘ คะแนน และไมม่ ีผลการประเมนิ ข้อใดขอ้ หน่ึงต่ากวา่ ๒ คะแนน

ดี ได้คะแนนรวมระหวา่ ง ๑๑-๑๔ คะแนน และไม่มผี ลการประเมนิ ข้อใดข้อหน่ึงต่ากว่า ๐ คะแนน

ผ่าน ไดค้ ะแนนรวมระหวา่ ง ๖-๑๐ คะแนน และไม่มีผลการประเมินขอ้ ใดข้อหนงึ่ ต่ากว่า ๐ คะแนน

ไมผ่ ่าน ได้คะแนนรวมระหว่าง ๐-๕ คะแนน

สานกั งานเขตพื้นท่กี ารศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 2

หลกั สตู ร “โควดิ ศกึ ษา” ระดับช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ 4 ๓๓

แบบประเมนิ ลักษณะอันพงึ ประสงค์

ชอ่ื -นามสกลุ ผู้เรยี น .....................................................................ชั้น ................................... เลขที่ .....................

ใหค้ รสู งั เกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี  ลงในชอ่ งท่ตี รงกบั ระดับ

คะแนน

คณุ ลกั ษณะ รายการประเมนิ ระดบั คะแนน

อนั พงึ ประสงค์ดา้ น ๓๒๑๐

๑. ซ่ือสัตย์ สจุ รติ 1. ใหข้ อ้ มูลท่ถี กู ต้องและเป็นจรงิ ไม่โกหก

2. มีวนิ ัย 2. ไมถ่ อื เอาส่ิงของหรอื ผลงานของผ้อู นื่ มาเป็นของตนเองไม่
3. ใฝเ่ รียนรู้ ลักขโมย
4. อย่อู ยา่ งพอเพยี ง 3. ไม่หาผลประโยชน์ในทางท่ีไมถ่ กู ตอ้ ง ไมค่ ดโกง

5. มงุ่ มน่ั ในการทางาน 1. ปฏบิ ตั ิตนตามข้อตกลง กฎระเบียบของครอบครัว โรงเรียนและ
6. มจี ติ สาธารณะ สังคม
2. ตรงตอ่ เวลาและรบั ผดิ ชอบในการเรยี น การปฏบิ ัตงิ าน

3. ปฏบิ ัตติ นในกิจวตั รประจาวนั โดยไมล่ ะเมิดสิทธิผอู้ ื่น

1. ต้งั ใจ เพียรพยายามในการเรียนสนใจเข้ารว่ มกิจกรรมการเรยี นรู้
ตา่ ง ๆ
2. แสวงหา ศกึ ษา ค้นควา้ ความรจู้ ากแหลง่ การเรียนรตู้ า่ ง ๆ

3. บนั ทกึ ความรวู้ เิ คราะห์ตรวจสอบ แลกเปลย่ี นเรียนรู้

1. ใชท้ รัพย์สินของตนเองและของสว่ นรวมอยา่ งประหยดั คุม้ ค่า
รวมท้งั ใช้เวลาอย่างเหมาะสม
2. ปฏิบัตติ นและตดั สนิ ใจดว้ ยความรอบคอบมเี หตผุ ล

3. วางแผนการเรยี นการทางานบนพื้นฐานของความรู้ ขอ้ มูล
ขา่ วสาร มภี มู ิคุ้มกนั ในตวั ที่ดี
1. ตงั้ ใจและรับผดิ ชอบในการทางานให้สาเรจ็

2. ท่มุ เททางาน อดทนไม่ยอ่ ท้อตอ่ ปัญหาและอุปสรรค

3. ปรับปรุงพัฒนาการทางานและผลงานดว้ ยตนเอง

1. ช่วยเหลือผอู้ ืน่ แบง่ ปนั สิ่งของ อาสาทางานให้ด้วยความ
เตม็ ใจ ไมห่ วังผลตอบแทน
2. เขา้ ร่วมกิจกรรมทีเ่ ป็นประโยชน์ต่อโรงเรยี น ชุมชนและสงั คม

3. ดูแลรกั ษาสาธารณสมบัตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ มด้วย ความเตม็ ใจ

คะแนน

สรุปผลคะแนน

ลงชอื่ ..................................................ผปู้ ระเมนิ
(....................................................)

สานักงานเขตพืน้ ที่การศกึ ษาประถมศกึ ษานครราชสีมา เขต 2

หลักสตู ร “โควิดศกึ ษา” ระดบั ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 4 ๓๔

เกณฑ์การใหค้ ะแนน

- พฤติกรรมท่ีปฏิบัติชดั เจนและสม่าเสมอ ให้ 3 คะแนน

- พฤตกิ รรมที่ปฏิบตั ชิ ดั เจนและบอ่ ยคร้ัง ให้ 2 คะแนน

- พฤติกรรมทปี่ ฏบิ ตั ิบางครง้ั ให้ 1 คะแนน

- พฤติกรรมที่ไมป่ ฏิบตั ิ ให้ 0 คะแนน

สรุปเกณฑ์การประเมนิ
 ดมี าก ได้ 42 – 54 คะแนน
 ดี ได้ 28 – 41 คะแนน
 พอใช้ ได้ 14 – 27 คะแนน
 ปรบั ปรุง ได้ 0 – 13 คะแนน

สานกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศึกษาประถมศกึ ษานครราชสมี า เขต 2

หลักสตู ร “โควดิ ศึกษา” ระดบั ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 4 ๓๕

แบบประเมินสมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี น

ชื่อ-นามสกลุ ผูเ้ รียน ................................................................ช้นั ............................... เลขท่ี .....................

ใหค้ รสู งั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขีด  ลงในชอ่ งท่ีตรงกับระดับ
คะแนน

สมรรถนะที่ประเมนิ ระดบั คะแนน สรุปผล
3210
1. ความสามารถในการส่ือสาร
1.1 มคี วามสามารถในการรับ – สง่ สาร
1.2 มคี วามสามารถในการถา่ ยทอดความรู้ ความคิด

ความเขา้ ใจของตนเอง โดยใชภ้ าษาอยา่ งเหมาะสม
1.3 ใชว้ ธิ ีการส่ือสารที่เหมาะสม
1.4 วิเคราะหแ์ สดงความคดิ เหน็ อยา่ งมีเหตุผล
1.5 เขียนบันทกึ เหตุการณ์ประจาวนั แล้วเล่าให้เพอ่ื นฟงั ได้

สรุปผลการประเมิน
2. ความสามารถในการคดิ
2.1 มคี วามสามารถในการคิดวเิ คราะห์ สังเคราะห์
2.2 มีทกั ษะในการคดิ นอกกรอบอย่างสรา้ งสรรค์
2.3 สามารถคิดอยา่ งมีวิจารณญาณ
2.4 มีความสามารถในการคิดอยา่ งมีระบบ
2.5 ตัดสนิ ใจแก้ปญั หาเก่ยี วกบั ตนเองได้

สรุปผลการประเมนิ
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
3.1 สามารถแกป้ ัญหาและอุปสรรคตา่ ง ๆ ที่เผชญิ ได้
3.2 ใช้เหตุผลในการแก้ปัญหา
3.3 เข้าใจความสมั พนั ธ์และการเปล่ยี นแปลงในสังคม
3.4 แสวงหาความรู้ ประยุกตค์ วามรมู้ าใชใ้ นการป้องกนั และแกไ้ ขปญั หา
3.5 สามารถตัดสนิ ใจไดเ้ หมาะสมตามวยั

สรปุ ผลการประเมนิ

4. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต
4.1 เรยี นร้ดู ้วยตนเองได้เหมาะสมตามวยั
4.2 สามารถทางานกล่มุ ร่วมกบั ผอู้ ่นื ได้
4.3 นาความร้ทู ่ไี ดไ้ ปใชป้ ระโยชนใ์ นชวี ติ ประจาวนั
4.4 จัดการปัญหาและความขัดแย้งไดเ้ หมาะสม
4.5 หลีกเลยี่ งพฤตกิ รรมไมพ่ งึ ประสงค์ทสี่ ง่ ผลกระทบตอ่ ตนเอง

สรปุ ผลการประเมิน

สานกั งานเขตพ้ืนทก่ี ารศกึ ษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 2

หลกั สตู ร “โควิดศกึ ษา” ระดบั ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 4 ๓๖

สมรรถนะที่ประเมิน ระดับคะแนน สรปุ ผล
3210
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
5.1 เลอื กและใช้เทคโนโลยไี ดเ้ หมาะสมตามวยั
5.2 มที กั ษะกระบวนการทางเทคโนโลยี
5.3 สามารถนาเทคโนโลยีไปใชพ้ ัฒนาตนเอง
5.4 ใช้เทคโนโลยีในการแกป้ ัญหาอย่างสรา้ งสรรค์
5.5 มีคุณธรรม จรยิ ธรรมในการใช้เทคโนโลยี

สรปุ ผลการประเมิน

เกณฑ์การใหค้ ะแนน

- พฤตกิ รรมที่ปฏิบัตชิ ัดเจนและสม่าเสมอ ให้ 3 คะแนน

- พฤติกรรมทป่ี ฏิบตั ชิ ัดเจนและบอ่ ยครั้ง ให้ 2 คะแนน

- พฤตกิ รรมที่ปฏบิ ัตบิ างคร้งั ให้ 1 คะแนน

- พฤตกิ รรมท่ีไม่ปฏิบตั ิ ให้ 0 คะแนน

สรุปเกณฑก์ ารประเมนิ
 ดมี าก ได้ 57 – 75 คะแนน
 ดี ได้ 38 – 56 คะแนน
 พอใช้ ได้ 19 – 37 คะแนน
 ปรับปรงุ ได้ 0 – 18 คะแนน

สานกั งานเขตพน้ื ท่กี ารศกึ ษาประถมศกึ ษานครราชสมี า เขต 2

หลักสตู ร “โควิดศึกษา” ระดบั ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ 4 ๓๗

แผนการจัดการเรียนรู้

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 ความรู้เกี่ยวกับเชอื้ ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 ระยะเวลาของการฟกั ตัวของเชื้อไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) เวลา ๒ ชัว่ โมง

๑. ผลการเรียนรู้
๑) สามารถบอกระยะเวลาของการฟักตัวของเช้ือไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-๑๙) ได้
๒) เห็นความสาคัญของการปฏิบตั ิตนใหป้ ลอดภัยจาก เชื้อไวรสั โคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-๑๙)

2. จุดประสงค์การเรียนรู้
ดา้ นความรู้ (K)
๑) นักเรียนสามารถบอกระยะเวลาของการฟักตวั ของเช้ือไวรสั โคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-๑๙) ได้
ด้านทักษะ/กระบวนการ (P)
2) ปฏิบัติตามใบกิจกรรมเรื่องระยะเวลาของการฟักตัวของเช้ือไวรสั โคโรนา๒๐๑๙ (COVID-๑๙) แบบรวมพลงั

ด้วยความรบั ผิดชอบได้
3) สรา้ ง (ช้นิ งาน)เรื่องระยะเวลาของการฟักตัวของเช้ือไวรสั โคโรนา๒๐๑๙ (COVID-๑๙) และเผยแพรไ่ ด้
ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A)
4) นกั เรียนเห็นความสาคญั ของการปฏบิ ัตติ นให้ปลอดภยั จากเชื้อไวรสั โคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-๑๙)
5) เป็นผู้มีความรบั ผดิ ชอบต่อตนเองและงานกลุ่ม

3. สาระการเรียนรู้
3.1 ความรู้ (K)
1) ระยะเวลาของการฟักตัวของเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-๑๙)
3.2 ทกั ษะ/กระบวนการ (P)
1) ความสามารถในการส่ือสาร
๑.๑ การสนทนาถาม – ตอบ
๑.๒ การทาใบงาน
๒) ความสามารถในการคิด
2.1 อภิปราย สรุป
3.3 คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ (A)
๑) ซื่อสัตย์สุจริต
๒) มวี นิ ัย
๓) ใฝ่เรยี นรู้
4) อย่อู ยา่ งพอเพยี ง
5) ม่งุ ม่ันในการทางาน
6) มจี ิตสาธารณะ

4. สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน
1) ความสามารถในการส่ือสาร
2) ความสามารถในการคิด
3) ความสามารถในการแกป้ ญั หา
4) ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
5) ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

สานักงานเขตพนื้ ทกี่ ารศึกษาประถมศกึ ษานครราชสมี า เขต 2

หลกั สตู ร “โควิดศึกษา” ระดับชั้นประถมศึกษาปที ่ี 4 ๓๘

5. กระบวนการจดั การเรียนรู้
ขั้นท่ี ๑ การเรียนรู้ตั้งคาถาม (learning to Question)
๑) นักเรยี นสังเกตส่งิ เรา้ ด้วยประสาทสัมผัสทงั้ ห้า ถา้ ทาได้พร้อมจดบันทึก (ใช้หลัก ๓ จ ท่ีควรจา : รู้จัก-

จดจา-จารึก)
๒) นักเรียนตัง้ คาถามเอง โดยเป็นคาถามระดับพ้ืนฐาน (คาถามปลายปิด) หรือคาถามง่าย และคาถาม

ระดับสงู (คาถามปลายเปิด) หรือคาถามยาก
๓) นักเรียนร่วมเลือกคาถามสาคัญ (Key Question) เพื่อนาไปสกู่ ารหาความคดิ หลัก (Big idea) หรือเนื้อหา

สาระทจี่ ะสอน
๔) นักเรียนตา่ งคาดคะเนคาตอบ โดยไม่ต้องกังวลวา่ เป็นคาตอบท่ีถูกหรือผิด ซึง่ ไมม่ ผี ลต่อคะแนน เป็น

แนวทางใหค้ รูรู้ว่านกั เรียนท้ังห้องรู้หรือไม่รู้เท่าน้ัน เพ่ือดาเนนิ การเรียนรตู้ ่อไป
๕) นักเรยี นสนใจใคร่รู้คาตอบ จึงต้องดาเนินการเรียนรู้ในข้นั ต่อไป
6) แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม ๆละ 4-5 คน
7) ปฏบิ ัติตามกิจกรรมท่ี 9 ไวรสั ความเร็วสงู

ข้ันที่ ๒ การเรยี นรู้แสวงหาสารสนเทศ (Learning to Search)
1) นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาใบความรู้ เร่ืองระยะเวลาของการฟักตวั ของเช้ือไวรัสโคโรนา๒๐๑๙

(COVID-๑๙)
2) นักเรยี นทากิจกรรมตามสื่อการเรียนรูท้ ่ีครูเตรียมในเวลาท่ีกาหนดพร้อมบ่มเพาะนิสัยไปด้วย
3) นักเรยี นพจิ ารณากล่นั กรองแล้วสรุปผลการวิเคราะห์สารสนเทศท่ีจะนามาใช้ ซ่ึงเป็นการใช้หลักอปุ นัย
4) นักเรียนดาเนินการวิเคราะห์ และอาจมกี ารใช้ตัวเลขและค่าสถิติ พร้อมออกแบบการนาเสนอโดยใชผ้ ัง

กราฟิกใหเ้ หมาะสมกบั ข้อมูลทีไ่ ดจ้ ากการวเิ คราะห์
ข้ันที่ ๓ การเรียนร้เู พ่ือสร้างองค์ความรู้ (Learning to Construct)
๑) นักเรยี นนาเสนอผลระหว่างกลุ่ม/หน้าชน้ั เรยี น และมีการสะท้อนความคิด
๒) นักเรียนร่วมอภปิ ราย
๒.๑ ภายในกลุ่ม (intragroup)
๒.๒ ระหวา่ งกลุ่ม (intergroup)
๒.๓ หนา้ ชั้นเรยี น (inclass)

จากนั้นนักเรียนแตล่ ะกล่มุ ปรบั ผลการสรา้ งองค์ความรู้
๓) นักเรียนรับรู้และกลับไปปรับความรทู้ ่ีตนสร้างให้ถกู ต้องตามมโนทัศนท์ ่ีต้องเป็น
4) นักเรยี นช่วยกันสรุปความรู้ทีไ่ ด้จากการศึกษาใบความรู้ และเขียนแผนผงั ความคิดระยะเวลาของการฟัก

ตวั ของเช้ือไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-๑๙)
ข้ันที่ ๔ การเรียนรเู้ พื่อการสื่อสาร (Learning to Communicate)
๑) นกั เรยี นเตรียมนาเสนอผลงานความรทู้ ่ไี ด้ด้วยรปู แบบและวธิ ีการที่หลากหลาย เช่น บทบาทสมมติ

สนทนา อภิปราย เป็นต้น พร้อมทั้งบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับขั้นตอนวิธีการเรียนรู้ และแสดงความรู้สึกจากการ
ดาเนินการแสวงหาความรู้ของกลุ่ม

๒) นักเรยี นนาเสนอผลงานด้วยความตัง้ ใจ และทา่ ทางมน่ั ใจ เพื่อนนักเรียนอาจร่วมประเมนิ ผลเพอ่ื นด้วยกนั
(Peer evaluation)

3) ครแู ละนักเรียนร่วมกนั อภปิ รายแนะนาแกไ้ ขข้อบกพร่อง
ขน้ั ท่ี ๕ การเรียนรู้เพื่อตอบแทนสังคม (Learning to Service)

๑) นักเรยี นทากจิ กรรมสรา้ งชิ้นงานด้วยระดบั การคดิ ตง้ั แต่พื้นฐานถึงระดับสูง ทาใบงาน เรื่อง ระยะเวลา
ของการฟักตัวของเช้ือไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-๑๙)

สานกั งานเขตพ้นื ท่กี ารศกึ ษาประถมศึกษานครราชสมี า เขต 2

หลักสตู ร “โควิดศกึ ษา” ระดบั ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 4 ๓๙

๒) นักเรียนนาผลงานของตน มาเผยแพร่ในกิจกรรมต่างๆ เช่น การจัดนิทรรศการผลงาน คลิปวิดีโอ งาน

เขียน โครงงาน เพ่ือเผยแพร่องคค์ วามรู้แก่คนอ่ืนในโรงเรียน เปน็ ต้น

๖. ส่อื การเรียนรู้

1) คู่มอื ครูสาหรับการจัดกิจกรรมสง่ เสรมิ การเรียนรู้โรคโควิด 19 ( unicef for every child )

2) ใบความรู้ เรอ่ื ง ระยะเวลาของการฟักตวั ของเช้ือไวรสั โคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-๑๙)

3) ใบงาน เรื่อง การเขยี นแผนผงั ความคิดระยะเวลาของการฟักตวั ของเช้ือไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙

(COVID-๑๙)

7. การวดั และประเมินผล

1. การประเมินตามจุดประสงค/์ ตวั ชี้วัด

สิง่ ที่ตอ้ งการประเมิน วธิ ีการประเมิน เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน

๑. ด้านความรู้ (K) - การทาใบงาน - แบบประเมนิ - ผา่ นการประเมนิ คะแนน

- ความรู้ ใบงาน ร้อยละ 80 ขึน้ ไป

- ความเข้าใจ

- มโนทศั น์

๒. ด้านทักษะกระบวนการ (P) - การสังเกต - แบบสงั เกต (คะแนนเตม็ ๑0 คะแนน)
- ทักษะการคดิ (วิเคราะห์ พฤติกรรมการ คะแนน 9 – 10 ระดับดีเย่ียม
สงั เคราะห์ สอ่ื สาร) ทางานเป็นกลุ่ม คะแนน 7 – 8 ระดบั ดมี าก
- ทักษะการทางานกล่มุ คะแนน 5 – 6 ระดบั ผ่าน
คะแนน 0 – 4 ระดับปรับปรงุ

3. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น - การสงั เกต - แบบบันทึก เกณฑ์การประเมิน
- ความสามารถในการส่ือสาร การสังเกต คะแนน 57 – 75 ระดบั ดมี าก
- ความสามารถในการคิด คะแนน 38 – 56 ระดบั ดี
- ความสามารถในการ คะแนน 19 – 37 ระดบั พอใช้
แกป้ ญั หา คะแนน 0–18 ระดบั ปรับปรงุ
- ความสามารถในการใช้ทักษะ
ชวี ติ - แบบบันทึก เกณฑ์การประเมิน
- ความสามารถในการใช้ การสงั เกต คะแนน 42 – 54 ระดับดมี าก
เทคโนโลยี คะแนน 28 – 41 ระดับดี
คะแนน 14 – 27 ระดับพอใช้
4. ดา้ นคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ - การสังเกต คะแนน 0–13 ระดบั ปรบั ปรุง
(A)
- ซอ่ื สตั ย์สุจริต
- มีวินยั
- ใฝ่เรยี นรู้
- อย่อู ยา่ งพอเพยี ง
- มงุ่ มน่ั ในการทางาน
- มีจติ สาธารณะ

สานกั งานเขตพ้ืนท่ีการศกึ ษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 2

หลักสตู ร “โควดิ ศึกษา” ระดับชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 4 ๔๐

8. ความคิดเห็นของผูบ้ ริหาร
.................................................................................. ................................................................................

............................................................................................................................. ...................................................
............................................................................................................................. ...................................................

ลงช่ือ

(......................................................................)

ผู้อานวยการโรงเรียน................................................

9. บนั ทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้

9.๑ ผลการจดั การเรียนรู้
นกั เรยี นจานวน .............................. คน
ผ่านจดุ ประสงค์การเรียนรู้โดยรวม ............... คน คิดเปน็ ร้อยละ ...................
ไมผ่ ่านจดุ ประสงคก์ ารเรียนร้โู ดยรวม.............. คน คดิ เป็นร้อยละ.....................
ได้แก่
๑) ………………………………………………………………....................................………………….
2) ………………………………………………………………....................................………………….
นกั เรียนทม่ี ีความสามารถพเิ ศษ/นักเรยี นเด็กพเิ ศษ ได้แก่
๑) ………………………………………………………………....................................………………….
2) ………………………………………………………………....................................………………….
นักเรยี นท่ไี มผ่ ่านการประเมินจุดประสงคด์ ้านความรู้ (K) จานวน ............ คน ไดแ้ ก่
............................................................................................................................. ...............................
............................................................................................................................. ...............................
นกั เรียนทไ่ี ม่ผา่ นการประเมนิ จดุ ประสงค์ด้านทักษะ (P) จานวน ............ คน ได้แก่
............................................................................................................................. ...............................
......................................................................................... ...................................................................
นกั เรียนทีไ่ ม่ผ่านการประเมนิ จดุ ประสงค์ด้านเจตคติ (A) จานวน ............ คน ไดแ้ ก่
.......................................................................................................... ..................................................
............................................................................................................................. ...............................

9.๒ ปญั หา/อุปสรรค
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
9.๓ กิจกรรมเสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................

ลงชอื่
(......................................................................)

ตาแหน่ง ครู โรงเรียน ..............................................

สานักงานเขตพ้ืนท่กี ารศกึ ษาประถมศกึ ษานครราชสีมา เขต 2

หลักสตู ร “โควิดศึกษา” ระดับช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 4 ๔๑

ภาคผนวก
 ใบความรู้
 ใบงาน
 แบบประเมนิ ผลและการสะท้อนผล

สานกั งานเขตพืน้ ที่การศกึ ษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 2

หลักสตู ร “โควดิ ศึกษา” ระดบั ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี 4 ๔๒

ใบความรู้
เรอื่ ง ระยะเวลาของการฟกั ตัวของเชอ้ื ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-๑๙)

การดาเนนิ โรค
การตดิ เชอ้ื

ไวรัสโควิด-19 รวมถึงไวรัสอื่นท่ีทาใหต้ ิดเช้ือที่ทางเดินหายใจ เขา้ สรู่ ่างกายโดยทาง “ปาก จมกู ตา”
โดยท่ีไวรัสจะเขา้ ไปเกาะติดและเข้าไปแบ่งตวั ในเซลลข์ องเยอื่ บุทางเดนิ หายใจ ไวรัสไมเ่ ขา้ ทางผิวหนงั หรือแผล
ทผ่ี วิ หนัง

ระยะฟกั ตัว (Incubation period, IP)
หมายถงึ ระยะเวลาต้งั แต่รับเชอ้ื จนถึงเริ่มมีอาการปว่ ย

ระยะฟกั ตวั ของโรค COVID-19 เทา่ กับ 2-14 วนั ซ่ึงเปน็ เหตุผลทีใ่ หผ้ ู้สมั ผัสโรคกกั กันตวั จากคนอน่ื
14 วัน จากรายงานผู้ป่วยนอกเมืองอู่ฮ่นั ระหวา่ ง มกราคม-กมุ ภาพนั ธ์ 2563 พบว่าค่ามัธยฐาน (median,
ค่ากลาง) ของระยะฟักตวั ของโรคน้ี ประมาณ 5.1 วนั (95% CI, 4.5 to 5.8 days) และ 97.5% ของผู้ป่วย
มรี ะยะฟักตวั ของโรคน้อยกว่า 11.5 วัน (95% CI, 8.2 to 15.6 days)

ปจั จยั ท่ีมผี ลต่อระยะฟกั ตัว ไดแ้ ก่
1. ปรมิ าณของเช้ือไวรสั ท่ีได้รับ ถ้ามากจะทาใหเ้ กิดโรคเรว็ คอื ระยะฟักตัวสั้น
2. ทางเข้าของเชอ้ื โรค เชน่ ไวรัส COVID-19 หากเข้าสปู่ อดโดยตรงทางจมูกและปาก จะเกิดโรค
เร็วกวา่ การรบั เชอ้ื ทางเย่อื บุตา
3. ความเร็วของการเพ่ิมจานวนไวรสั ในร่างกายมนุษย์
4. สุขภาพของผู้ที่ไดร้ ับเชอ้ื
5. ปฏิกิริยาทางอิมมูนของผตู้ ิดเชื้อต่อไวรสั ซง่ึ มีผลทัง้ ในการกาจัดเชือ้ และการอกั เสบซึ่งมีผลให้เกิด

อาการของโรค เช่น ไข้ ไอ หอบ
อาการป่วย (Symptoms)

โดยท่ัวไป ผูป้ ว่ ยจะมี อาการคลา้ ยไขห้ วดั ใหญ่ มอี าการ “ไข้ และ ไอ” เปน็ พืน้ ฐาน ส่วนใหญเ่ ริ่มจาก
ไอแห้งๆ ตามดว้ ย ไข้ ผ้ปู ่วยสว่ นน้อยคือ รอ้ ยละ 5 มีน้ามูก เจบ็ คอ หรือ จาม ไมม่ ีอาการเสียงแหบหรอื เสยี ง
หาย

รอ้ ยละ 98.6 มีไข้ (ไข้อาจจะไมได้เรมิ่ ในวันแรกของการป่วย)
รอ้ ยละ 69.6 มอี าการอ่อนเพลียผดิ ปรกติ
ร้อยละ 59.4 ไอแหง้ (Wang et al JAMA 2020)

สานักงานเขตพ้ืนท่กี ารศกึ ษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 2

หลักสตู ร “โควิดศึกษา” ระดับช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 4 ๔๓

สานกั งานเขตพ้นื ที่การศกึ ษาประถมศกึ ษานครราชสมี า เขต 2

หลักสตู ร “โควดิ ศึกษา” ระดบั ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 4 ๔๔

ใบกิจกรรมที่ 9
ไวรสั ความเร็วสงู

ผลการเรยี นรู้
1) นักเรยี นวเิ คราะห์ได้วา่ เชื้อโรคสามารถตดิ ต่อจากคนส่คู นไดเ้ ร็ว และเพิ่มคนปว่ ยจานวนมากจน

กลายเป็นโรคระบาดได้
2) นักเรียนอธบิ ายเรื่องโรคระบาดและระยะฟกั ตวั ของเชื้อโรคได้

ระยะเวลา 10-15 นาที
สื่อการเรยี นรู้ จดั เตรยี มหอ้ งใหโ้ ล่ง มีพน้ื ทส่ี าหรบั เดนิ ไดส้ ะดวก ขอ้ ควรระวัง กิจกรรมนเ้ี ปน็ กจิ กรรม
สนั ทนาการท่ีมีการสัมผัสมือ ควรให้นักเรยี น ล้างมือให้สะอาดหรือใช้เจลแอลกอฮอล์ก่อนเร่มิ กจิ กรรม

ข้ันตอนการเรยี นรู้
1. นักเรยี นก้มหนา้ และหลบั ตาพร้อมกันทั้งช้นั
2. ครสู ุ่มแตะไหลน่ ักเรียน 2 คน (เล่นเป็นผ้ปู ว่ ยโควดิ -19) โดยทไ่ี มใ่ หน้ ักเรยี นอนื่ ๆ รู้
3. นกั เรยี นลืมตาขน้ึ แล้วเดินจบั มอื กับเพื่อนๆในห้องไปเร่อื ย ๆ
4. เฉพาะนักเรียน 2 คน ทไ่ี ด้รบั เลอื ก เวลาจบั มอื เพื่อน ๆ ให้บบี มือเพือ่ นเบา ๆ โดยไม่ให้คนอืน่

สงั เกตเหน็
5. คนที่ถูกบบี มือ หมายถึงได้รับเช้ือโรคแลว้ จะสามารถจบั มอื เพอ่ื นต่อไดอ้ ีกเพยี งสามคน พอถึงคนที่

สาม ให้ บีบมือเพือ่ น เพ่ือแพร่เชอ้ื ไวรัส จากนน้ั ปว่ ยและเดินออกจากเกม
6. เกมดาเนินไปเร่ือย ๆ จนทุกคนปว่ ยหมด ชวนคุยชวนถาม
• จากเกมทีเ่ ล่นดว้ ยกนั เรารหู้ รอื ไมว่ ่า เพอ่ื นคนไหนเป็นคนทีแ่ พร่เชอ้ื ใหเ้ รา
• เกมนเ้ี กี่ยวข้องอะไรกับโรคระบาดโควดิ -19 หรือไม่ เชื้อไวรสั แพร่ไปส่อู ีกคนหน่ึงได้อย่างไร

แนวทางสรปุ
จากกจิ กรรม จะเห็นได้วา่ เราไมร่ วู้ า่ ใครบา้ งท่มี ีเช้ือไวรสั เพราะบางครั้งยงั ไม่มีอาการ ซ่ึงเรยี กว่าระยะ

ฟักตัว เราอาจจะไดร้ ับเชอ้ื แล้วแตใ่ ช้เวลาอยา่ งนอ้ ย 5 วันถึงจะมีอาการ แต่การสมั ผสั และสง่ ต่อ จะทาใหเ้ ชื้อ
ไวรสั แพร่ระบาด ไปเร่ือย ๆ หากเราไมเ่ ปดิ โอกาสให้เชือ้ ไวรัสแพร่มาที่เรา เชน่ หยดุ อยบู่ า้ น หรือลา้ งมอื บ่อย ๆ
ก็เทา่ กับว่าเรา ชว่ ยยบั ยั้งการระบาดของไวรสั ในสงั คม คาอธบิ ายเพ่ิมเตมิ สาหรับครู หากเป็นกจิ กรรมกับ
นักเรยี นในระดับชน้ั ท่ีสงู ข้นึ ครูสามารถนาเนื้อหาขา่ วเกี่ยวกับจานวนผู้ตดิ เชือ้ ทเ่ี พิ่มข้ึน เรื่อย ๆ ในแตล่ ะ
ประเทศมาเรยี นรตู้ ่อหรอื บูรณาการเข้ากบั วชิ าคณิตศาสตร์ ในเกมทสี่ มมุตวิ ่ามนี ักเรียนที่ตดิ เช้อื โรค ตอ้ งระวงั
อยา่ ใหเ้ กิดการล้อเลียนกันระหวา่ งเกมหรือหลังจากเกมจบแล้ว

สานักงานเขตพนื้ ทีก่ ารศกึ ษาประถมศึกษานครราชสมี า เขต 2

หลกั สตู ร “โควิดศกึ ษา” ระดับช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 4 ๔๕

ใบงาน
เรื่อง ระยะเวลาของการฟกั ตัวของเชือ้ ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-๑๙)

ชอ่ื -สกลุ ....................................................... โรงเรียน ...................................เลขท่ี....................ชน้ั ...........
คาชแ้ี จง ใหน้ ักเรียนเขยี นแผนผังความคิด เรอ่ื งระยะเวลาของการฟักตัวของเชื้อไวรสั โคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-๑๙)

สานกั งานเขตพืน้ ทก่ี ารศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 2

หลักสตู ร “โควดิ ศึกษา” ระดับชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 4 ๔๖

แบบตรวจใหค้ ะแนนใบงาน

เลขที่ ชื่อ – สกลุ คะแนนทีไ่ ด้ สรปุ ผล
(๑๐ คะแนน) ผ่าน ไม่ผ่าน



















๑๐

๑๑

๑๒

13

14

15

16

17

18

19

20

สรุป

ลงชือ่ ..................................................ผตู้ รวจ
(....................................................)

เกณฑก์ ารให้คะแนน
- นักเรียนผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๘๐ ขน้ึ ไปถอื ว่า ผา่ น

สานักงานเขตพ้ืนท่กี ารศกึ ษาประถมศกึ ษานครราชสมี า เขต 2


Click to View FlipBook Version