The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Nitthawan Kongrod, 2023-09-01 04:54:09

นาฏศิลป์

เนื้อหา

นาฏศิลป์


คำ นำ หนังสือเล่มนี้จัดทำ ขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในรายวิชานาฏศิลป์เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับนาฏศิลป์ไทยซึ่งภายในจะประกอบด้วยคุณค่าการสืบทอดการแสดงนาฏศิลป์ไทยเพื่ออนุรักษ์นาฏศิลป์ไทยผู้จัดทำ คาดหวังว่าหนังสือเล่มนี้จะเป็นประโยชน์ให้แก่ผู้ที่สนใจหรือกำ ลังศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับนาฏศิลป์ของไทย


สารบัญ •คุณค่าและประโยชน์ของนาฏศิลป์ไทย•การสืบทอดนาฏศิลป์ไทย•การแสดงนาฏศิลป์ในโอกาสต่าง•ระบำ รำ ฟ้อน การแสดงนาฏศิลป์ไทยพื้นเมือง•การแสดงนาฏศิลป์ไทยพื้นเมือง เพลงรำ กลองยาวหรือเถิดเทิง•บุคคลสำ คัญในวงการนาฏศิลป์ไทย หน้า๑-๓๔-๕๖๑๔-๑๙๗-๑๓๒๐


วรรณกรรม คุณค่าของนาฏศิลป์ นาฏศิลป์ไทยมีคุณค่ามากในฐานะที่เป็นที่รวมของศิลปะหลายแขนงปลูกฝังจริยธรรมและเป็นเอกลักษณ์ของชาติ ที่แสดงถึงความเป็นอารยประเทศ ศิลปะแขนงวิจิติรศิลป์มีความสัมพันธเ์กี่ยวข้องกับนาฏศิลป์มากที่สุดเป็ินศิลปะที่ สรา้งจากสติปัญญาและจิตใจของศิลปิน มีความศักด์ิสิทธ์ิในทางจิตใจ ประติมากรรม ในงานนาฏศิลป์ในรูปแบบของการสรา้งอปุกรณ์ในการแสดง ฉาก อุปกรณ์ประกอบฉาก ท่ีปรากฏในงานนาฏศิลป์ ได้แก่ บทประพันธ์ทั้งที่เป็นร้อยแก้วและร้อยกรองทเี่ป็นบทละคร ๑ น.ส.ลักษิกา ศรมณี เลขที่๒๔


สถาปัตยกรรม คุณค่าของนาฏศิลป์ เป็นศิลปะในการออกแบบสร้างฉาก สร้างบ้านเรือนที่อยู่ในฉาก จิตรกรรม การเขียนภาพในการแสดงนาฏศิลป์ต้องมีฉาก การแต่งหน้า เครื่องแต่งกาย เป็นองค์ประกอบสำ าคัญ ๒ น.ส.ลักษิกา ศรมณี เลขที่๒๔ ดุริยางคศิลป์ ศิลปะทางด้านดนตรี ขับร้อง ซึ่งเป็นหัวใจหลักของนาฏศิลป์


ประะโยชน์ของนาฏศิลป์ ๑. สถาบันพระมหากษัตริย์จำ เป็นต้องมีพระราชพิธีต่างๆ ตามพระราชประเพณี ๓ น.ส.ลักษิกา ศรมณี เลขที่๒๔ ๒.นาฏศิลป์ไทยผูกพันกับวิถีชีวิตคนไทย ในอดีตจนถึงปัจจุบัน ตั้งแต่เกิดจนตาย ๓.เป็นประโยชน์โดยตรงสำ หรับ ผู้ศึกษาวิชานาฏศิลป์


กระบวนการสืบทอดนาฎศิลป์ เป็นการถ่ายทอดจากครูแบบตัวต่อตัว โดยวิธีการจำ ไม่มีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร กระบวนการการสืบทอดองค์ความรู้ทางนาฏศิลป์ ถือเป็นวิชาทักษะที่ผู้ศึกษาจะต้องมีความอดทนอย่างสม่ำ เสมอ และฝึกฝน เป็นระยะเวลายาวนาน เพื่อสืบสานภูมิปัญญาของบรรพชนที่ได้สร้างผลงานไว้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมให้คงอยู่คู่ผืนเเผ่นดินไทย การสืบทอดนาฏศิลป์สมัยโบราณ การจัดกิจกรรมเพื่อสืบทอดวัฒนธรรม่ทางด้านนาฏศิลป์ กระบวนการสืบทอดนาฏศิลป์ไทยในปัจจุบัน มีการเรียนที่เป็นเเบบเเผน ใช้ระบบการเรียนที่มีผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง สามาารถค้นคว้าหา ความรู้ได้ด้วยตัวเอง จนเกิดเป็นความคิดสร้างสรรค์ เเละสามารถนำ ไปใช้ในชีวิตประจำ วัน นาฏศิลป์มีขนบธรรมเนียมประเพณีที่ยึดถือปฏิบัติมาตั้งเเต่สมัยโบราณ ผู้ที่ศึกษาจะต้องมีความเคารพ นับถือในบูรพาจารย์ผู้ ประสาทวิชาให้เเก่ศิษย์ ดังคำ ที่ว่า “นาฏศิลป์ไทยเป็นศิษย์มีครู” มีกิจกรรมที่เกิดขึ้นเพื่อสืบทอดนาฏศิลป์ไทย เช่น พิธีไหว้ครู ครอบครู การรับมอบคติความเชื่อเกี่ยวกับนาฏศิลป์ น.ส.นิชธาวัลย์ คงรอด เลขที่๓๗ 4 ๔


แนวทางการอนุรักษ์นาฏศิลป์ไทย 1.การค้นคว้าวิจัยการศึกษาและเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับภูมิปัญญาของไทยในด้านต่างๆของ ท้องถิ่นจังหวัดภูมิภาคของประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งภูมิปัญญาที่เป็นภูมิปัญญาของท้อง ถิ่นมุ่งศึกษาให้รู้ความเป็นมาในอดีตจนถึงสถานการณ์ในปัจจุบัน 2.การอนุรักษ์โดยการปลูกจิตสำ นึกคนในท้องถิ่น ตระหนักถึงคุณค่าแก่นสาระและความคัญของ ภูมิปัญญาท้องถิ่น ส่งเสริมสนับสนุนการจัดกิจกรรมตามประเพณีและที่วัฒนธรรมต่างๆสร้างจิต สำ นึกของความเป็นคนในท้องถิ่นนั้นๆ ที่จะต้องร่วมกันอนุรักษ์ภูมิปัญญาที่เป็นเอกลักษณ์ของ ท้องถิ่นไว้ 3.การฟื้นฟู โดยการเลือกสรรค์ภูมิปัญญาที่กำ ลังสูญหายหรือสูญหายไปแล้ว มาทำ ให้มีคุณค่า และมีความสำ คัญเพิ่มมากขึ้น 4.การพัฒนา ควรริเริ่มสร้างสรรค์และปรับปรุงภูมิปัญญาไทยให้เหมาะกับยุคสมัยและเกิดประ โยชน์ในการดำ เนินชีวิตประจำ วันต่อยอดในการผลิตสินค้าเข้าสู่ตลาดและการบริโภคตลอดจน การป้องกันและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเอาไว้ 5.การถ่ายทอด โดยการนำ ภูมิปัญญาที่ผ่านการคัดเลือกมาด้วยเหตุและผลอย่างรอบคอบแล้ว นำ ไปถ่ายทอดให้คนในสังคมเกิดความเข้าใจและตระหนักใน คุณค่าคุณประโยชน์และปฏิบัติได้ อย่างเหมาะสม น.ส.นิชธาวัลย์ คงรอด เลขที่ ๓๗ ๕


การแสดงนาฏศิลป์ในโอกาสต่างๆ หลักการในการเลือกชุดให้เหมาะกับการแสดง แนวคิดในการจัดชุดแสดงในวันสำ คัญของโรงเรียน • แนวคิดเกี่ยวกับสัญลักษณ์ประจำ โรงเรียน • แนวคิดเกี่ยวกับอาชีพวิถีชีวิตของชุมชน • แนวคิดเกี่ยวกับการสร้างแรงบันดาลใจ • แนวคิดเกี่ยวกับชุมชนที่โรงเรียนตั้งอยู่ • เลือกชุดให้เหมาะสมกับโอกาสที่แสดง • เวลาที่ใช้ในการแสดง • ขนาดของพื้นที่ในการแสดง • งบประมาณ • มีกฎเกณฑ์ถูกต้องตามแบบแผน • ตามที่ผู้จัดต้องการ รูปแบบของการแสดง ผู้แสดง • กำ หนกำ หนดการแสดงให้เหมาะสมกับวันสำ คัญ • นำ เสนอรูปแบบการอนุรักษ์ • เวลาในการแสดงแต่ละชุด • การกำ หนดองค์ประกอบร่วมของการแสดงให้ชัดเจน การแสดงนาฏศิลป์ •การแสดงนาฏศิลป์ในเทศกาลต่างๆ • การแสดงนาฏศิลป์ในพระราชพิธี • การแสดงนาฏศิลป์การละครไทยในงานมงคลทั่วไป • การแสดงนาฏศิลป์ในงานอวมงคล แนวคิดในการจัดชุดแสดงประจำ โรงเรียน นางสาว ปวริศร ภักดีพันธ์ เลขที่38 ๖ น.ส.ปวริศร ภักดีพันธ์ เลขที่๓๘


ระบำ รำ ฟ้อน และการแสดงนาฏศิลป์พื้นเมืองของไทย นางสาว จุฑามาส โรจนสารัมภกิจ เลขที่๓๖ ๗


ระบำ แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ ระบำ ดั้งเดิม หรือระบำ มาตรฐาน และระบำ ปรับปรุงหรือระบำ เบ็ดเตล็ด ระบำ 1 ระบำ แบบดั้งเดิมหรือระบำ มาตรฐาน 2 ระบำ ปรับปรุง หมายถึงระบำ ที่ได้ปรับปรุงขึ้นใหม่ นางสาว จุฑามาส โรจนสารัมภกิจ เลขที่๓๖ ๘


รำ รำ เดี่ยว การแสดงที่ใช้ผู้แสดงเพียง คนเดียว มีจุดมุ่งหมายเพื่อ อวดฝีมือการร่ายรำ ที่ ประณีตงดงาม รำ คู่ พระรามตามกวาง เป็นการแสดง ประเภทรำ เป็นการแสดงประเภทรำ คู่ ที่เป็นชุดเป็นตอน ซึ่งอยู่ในเรื่อง รามเกียรติ์ตอนลักสีดา บทพระราช นิพนธ์ในรัชกาลที่6 รำ หมู่ การแสดงที่ใช้ผู้แสดงมากกว่า ๒ คนขึ้นไป มุ่งความงามของท่ารำ และความพร้อมเพรียงของผู้ แสดง นางสาว จุฑามาส โรจนสารัมภกิจ เลขที่๓๖ ๙


ฟ้อน หมายถึง การแสดงกริยาเดียวกับระบําหรือการรํา เพียงแต่เรียกให้แตกต่ํางกันไป ตามท้อง ถิ่นจัดเป็นการแสดงพื้นเมืองของภาค นั้นๆแต่ในรูปของการแสดงแล้วก็คือลักษณะ การ ร่ายรํานั่นเองที่ผู้แสดงต้องแสดงให้ ประณีตงดงาม โดยสืบทอดมาจากศิลปะของ ชนชาติ ต่างๆที่มีการก่อตั้งชุมชนอาศัยอยใู่น อาณาเขตล้ํานนานี้มาช้ํานสน นางสาว จุฑามาส โรจนสารัมภกิจ เลขที่๓๖ ๑๐


ฟ้อนที่สืบเนื่องมาจากการนับถือผี เกี่ยวเนื่องกับความเชื่อและพิธีกรรมเป็น การฟ้อนเก่าแก่ที่มีมาช้า นานได้แก่ ฟ้อนผีมด ผีเม็ง ฟ้อนผีบ้านผีเมือง ฟ้อนผีนางด้ง การฟ้อนผีมด ผีเม็ง นางสาว จุฑามาส โรจนสารัมภกิจ เลขที่๓๖ ๑๑


ฟ้อนแบบเมือง หมายถึง ศิลปะการฟ้อนที่มีลีลา แสดงลักษณะเป็นแบบฉบับ ของ “คนเมือง” หรือ “ไทยยวน“ ได้แก่ฟ้อนเล็บ ฟ้อนเทียน ฟ้อนเจิง ตบมะผาบ ฟ้อนดาบ ตีกลองสะบัดไชย ฟ้ อนสาวไหม ฟ้อนดาบ นางสาว จุฑามาส โรจนสารัมภกิจ เลขที่๓๖ ๑๒


ฟ้อนแบบม่าน ฟ้อนแบบเงี้ยวหรือแบบไทยใหญ่ เป็นการผสมผสานกัน ระหว่างศิลปะการ ฟ้อนของพม่ากับของไทยล้านนาได้แก่ฟ้อน ม่านมุยเชียงตา หมายถึง การฟ้อนตลอดจนการแสดงที่รับอิทธิพล หรือมีต้นเค้ามาจากศลิปะการแสดงของชาวไทยใหญ่ ได้แก่ เล่นโตกิ่งกะหร่ํา(กินนรา)หรือฟ้อนนางนก กํา เบ้อคงมองเซิง ฟ้อนไต(ไทยใหญ่)ฟ้อนเงี้ยว ฟ้อนที่ปรากฏในบทละคร เป็นการฟ้อนที่มีผู้คิดสร้างสรรค์ ขึ้นในการแสดง ละครพันทาง ซึ่งนิยมในสมัยรัชกสลที่๕ ได้แก่ฟ้อนน้อยใจยา ฟ้อนลา นางสาว จุฑามาส โรจนสารัมภกิจ เลขที่๓๖ ๑๓


การแสดงนาฏศิลป์ไทยพื้นเมือง การแสดงนาฏศิลป์ไทยพื้นเมืองภาคเหนือ การแสดงนาฏศิลป์ไทยพื้นเมืองภาคอีสาน การแสดงนาฏศิลป์ไทยพื้นเมืองภาคกลาง การแสดงนาฏศิลป์ไทยพื้นเมืองภาคใต้ นางสาว จุฑามาส โรจนสารัมภกิจ เลขที่๓๖ ๑๔


ประวัติความเป็นมา “กลองยาวเถิดเทิง” มีผู้สันนิษฐานว่าเป็นของพม่านิยมเล่นกันมาก่อนเมื่อ ตอนที่พม่ามาทำ สงครามกับไทยในสมัยกรุงธนบุรี,ต้น รัตนโกสินทร์ เวลาพักรบพวกทหารพม่าก็จะเล่นสนุก ด้วยการละเล่นต่างๆ บางพวกก็เล่นกลองยาว ฝั่งไทย เห็นก็นำ มาเล่นบ้าง มีเพลงดนตรีเพลงหนึ่งของไทยนำ มาใช้บรรเลงมีทำ นอง เป็นเพลงพม่า เรียกกันว่า เพลงพม่ากลองยาว หรือ มีชื่อเรียกอีกชื่อนึงว่าเพลงพม่ารำ ขวาน มีผู้ปรับเพลงระบำ ให้ผู้รำ แต่งตัว ใส่เสื้อนุ่งโสร่ง ศีรษะ ผูกผ้าสีชมพู มือถือขวานร่ายรำ เข้ากับจังหวะเพลง นางสาวกนกมน รัศมีปาน เลขที่๓๔ ๑๕


การเล่นเทิงกลองยาว การเล่นเทิงบ้องกลองยาว •มีเข้ามาในเมืองไทยในสมัยรัชกาลที่4 กรุงรัตนโกสินทร์ กล่าวคือ มีพม่าพวกหนึ่งเข้ามาในรัชกาล •มีบทร้องกราวรายยกทัพพม่าในการแสดงละคร เรื่องพระอภัยมณี ตอนเก้าทัพ นางสาวกนกมน รัศมีปาน เลขที่๓๔ ๑๖


กลองยาวของพม่านี้เรียกว่า โอสิ มีลักษณะคล้ายคลึงกับของชาวไทย อาหมในแคว้นอัสสัม วิธีการเล่นเป็น แบบเดียวกัน มีลัษณะคล้ายตะโพน คือหัวท้ายเล็ก กลาง ป่อง ใบเล็กกว่าตะโพน ขึ้นหนังทั้งสอง ข้าง ผูกสายสะพายตีได้ ลักษณะกลองยาว นางสาวกนกมน รัศมีปาน เลขที่๓๔ ๑๗


ชาย •นุ่งกางเกงขายาวครึ่งแข้ง •สวมเสื้อคอกลม แขนสั้น เหนือศอก •มีผ้าโพกศีรษะ ผ้าคาดเอว หญิง •นุ่งผ้าซิ่นมีเชิงยาวกรวมเท้า •สวมเสื้อคอทรงกรับอกคอปิด ผ่าหน้า ห่มสไบ ทับเสื้อ คาดเข็มขัดทับเสื้อ ใส่สร้อยคอ และต่างหู ปล่อยผมทัดดอกไม้ การแต่งกาย นางสาวกนกมน รัศมีปาน เลขที่๓๔ ๑๘


นิยมเล่นกันในงานตรุษจีน เดินเคลื่อนขบวน เช่น ในงานแห่นาค แห่พระ และแห่กฐิน คนดูที่ได้ดู มีความรู้สึกสนุกอยากที่จะเข้าไปเล่นไปรำ ด้วย การเล่นเถิดเทิง กรมศิลปากรปรับปรุงใหม่ กำ หนดให้มีแผนลีลาท่ารำ โดยกำ หนดกลองรำ กลองยืน ถึงที่ที่มีลานกว้าง โอกาสและวิธีการเล่น เหมาะสำ หรับตั้งวงเล่นกัน นางสาวกนกมน รัศมีปาน เลขที่๓๔ ๑๙


บุคคลสำ คัญในวงการนาฏศิลป์ไทย ครูลมุล ยมะคุปต์ เกิดวันที่ 2 มิถุนายนพุทธศักราช 2488 เป็นชาวจังหวัดน่าน จุดเริ่มต้นด้านนาฏศิลป์ ท่านเริ่มต้นจากบิดาพาไปถวายตัวเป็น นางละคร ณ สวนกุหลาบเริ่มฝึกหัดนาฏศิลป์ตั้งแต่อายุ 5 ขวบและย้ายไปศึกษาด้านละครใน ณ วังเพชรบูรณ์ ผลงานด้านการประดิษฐ์ ถ้ารำ เช่นถ้ารำ เช่นรำ แม่บทใหญ่ รำ ซัดชาตรีรำ วงมาตรฐานรำ เถิดเทิงระบำ นกยูง คุณผู้หญิงเเผ้ว สนิทวงศ์เสนี มีนามเดิมว่าแผ้ว บริสุทธิ์เกิดเมื่อวันที่ 25 ธันวา 2446 เมื่อ อายุแปดขวบได้ถวายในสมเด็จพระบรมมาวงเธอเจ้าฟ้า อัษฏางค์ กับครูอาจาร์ผู้ทรงคุณวุฒิ ผลงานเกี่ยวกับการแสดงศิลปะนาฏกรรม เช่น ถ้าลำ ตัวพระถ้า รำ ตัวพระนางลิงประกอบการแสดงโขน ละคร ระบำ ฟ้อนต่างๆ ครูเฉลย ศุขะวณิช เกิดเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายนพุทธศักราช 2447 เป็นผู้เชี่ยวชาญ การสอนและออกแบบหน้าตาสินภัยทางราชการได้มอบหมายให้ เป็นผู้วางรากฐานกับทางหลักสูตรการเรียนการสอนวิชานาฏศิลป์ และเป็นผู้อุทิศตนเพื่อประโยชน์แก่การศึกษา และงานศิลป์อย่าง ต่อเนื่องจึงสมควรได้รับการยกย่องเชิดชูเป็นศิลปินแห่งชาติสาขา ศิลปการแสดงประจำ ปีพุทธศักราช 2530 ผลงานด้านการประดิษฐ์ถ้ารำ ผลงานด้านการประดิษฐ์ถ้ารำ และ ระบำ เช่นระบำ กินนร ระบำ โบราณคดี สี่ชุดฟ้อนแคน น.ส.ปวริศร ภักดีพันธ์ เลขที่๓๘ ๒๐


Click to View FlipBook Version