นางเลืลือ ลื อ ลืดขาว
นางเลือดขาว อ้างอิงจาก สารานุกรมวัฒวันธรรมไทย ภาคใต้ เล่ม 8 เรีย รี บเรีย รี งและภาพโดย นางสาวกมลมาศ กลิ่นนุ่น รหัสนิสิต 631031271 นางสาวณิศวรา บานแย้ม ย้ รหัสนิสิต 631031279 นางสาวประภัสสร เสงี่ย งี่ มพักพัตร์ รหัสนิสิต 631031290 นิสิตหลักสูตรการศึก ศึ ษาบัณบัฑิตฑิสาขาวิชวิาภาษาไทย มหาวิทวิยาลัยทักทัษิณ วิทวิยาเขตสงขลา วรรณกรรมท้อ ท้ งถิ่น ถิ่ ภาคใต้ ว ต้ รรณกรรมท้อ ท้ งถิ่น ถิ่ ภาคใต้
นางเลือดขาว เป็น ป็ บทประพันธ์ข ธ์ องหมื่นจบเจริญริการบ้า บ้ นท่าต่อเรือ รื อำ เภอเขาชัยสน จังหวัดวั พัทลุง ลุ เดิมชื่อ ชื่ แมว มูสิกสิเจริญริอดีตผู้ใผู้หญ่บ้ญ่า บ้ นบ้า บ้ นจงเก ตำ บลจองถนน อำ เภอ เขาชัยชัสน จังหวัดวั พัทลุง ลุ นางเลือดขาวแต่งเป็น ป็ กาพย์ย ย์ านี แต่งปีใปี ดไม่ปรากฏหลักฐาน ของเดิมนั้นเขีย ขี นเป็น ป็ ร้อ ร้ ยแก้ว ท่าท่นหมื่นจบเจริญริการเห็นว่าว่คนเมืองพัทลุงชอบอ่านกลอนสวด จึงนำ เรื่อ รื่ งราว ของนางเลือดขาวมาแต่งเป็นกาพย์ย ย์ านี โดยมีจุด จุ ประสงค์การแต่งเพื่อ พื่ รวบรวมเรื่อ รื่ งราว แต่เก่าก่อนไว้เ ว้ป็น ป็ หลักฐาน เพื่อการศึกษาค้นคว้า ว้ ของคนรุ่นรุ่หลัง เนื้อหาอาจผิดผิแผกแตก ต่างจากหลักฐานที่พ ที่ บใหม่ไปบ้า บ้ ง แต่คงรักรัษาสาระสำ คัญไว้อ ว้ ย่าย่งครบถ้วน นางเลือดขาว นอกจากอ่านเพื่อความบันเทิงทิแล้ว ยังยัเป็น ป็ หนังสือ สื ที่มี ที่ คุณ คุ ค่าทางประวัติวั ติศาสตร์ ตำ นาน นิทานพื้นบ้าน ขนบธรรมเนียม วัฒวันธรรมของชาวจังหวัดวั พัทลุง อารัรั รั ม รั มภบท
ตัตัว ตั ว ตั ละคร นางเลือ ลื ดขาว เจ้าหน่อ ตาสามโม ยายเพชร
ตัตัว ตั ว ตั ละคร พระยาธรรมรังคัล คั เจ้าฟ้า ฟ้ คอลาย เจ้าพระยากรุงสทิง
ตัตัว ตั ว ตั ละคร ช้างพลายคชวิชัยมณฑล ช้างพังตลับ ลั
เมือมื งพัทพั ลุงลุ ตั้งขึ้นขึ้ พร้อร้ มกับการสร้าร้ งพระวัดวั เขียขี น วัดวั สุทังทั อำ เภอเขาชัยสน จังหวัดวั พัทพั ลุงลุ วัดวั สทิงทิ พระ อำ เภอสทิงทิ พระ จังหวัดวั สงขลา คณะสามป่าป่แก้ว อนุโลมเป็นป็ หัวเมือมื งสทิงทิ พระ เมื่อมื่ แรกตั้งเมือมื งพัทพั ลุงลุ นั้น สทิงทิ พระเป็นป็ เมือมื งที่เที่ รียรี กชื่อชื่ ว่าว่กรุงสทิงทิ พาราณสี มีเมี จ้าเมือมื งชื่อว่าว่เจ้าพระยากรุงสทิงทิ 1
ในครั้ง รั้ นั้นมีต มี ายายสองผัว ผั เมีย มี คือตาสามโมกับยายเพชร อยู่ที่ ยู่ บ้ ที่ า บ้ นพระเกิด ตำ บลฝาละมี อำ เภอปากพะยูน จังหวัด วั พัท พั ลุง ลุ ตาสามโมเป็น ป็ หมอสดำ มีห มี น้าที่จั ที่ จั บช้างป่า ป่ มาฝึก ฝึ หัด สำ หรับ รั ส่งให้เจ้าพระยากรุงทองเจ้าเมือ มื ง สทิง ทิ พาราณสีซึ่ง ซึ่ ตาสามโมมีช้ มี า ช้ งสำ คัญอยู่ 2 เชือ ชื ก คือช้า ช้ งพัง พั ตลับกับช้า ช้ งคชวิชั วิ ย ชั 2
วัน วั หนึ่งตายายทั้ง ทั้ สองได้ปล่อยช้า ช้ งพัง พั ตลับไปทางทิศ ทิ ตะวัน วั ออก และปล่อยช้างพลายคชวิชั วิ ย ชั มณฑลไปทางทิศ ทิ ตะวัน วั ออกเฉียงใต้ ช้างพัง พั ตลับเข้า ข้ ไปหาอาหารและไปเฝ้า ฝ้ อยู่ที่ ยู่ ก ที่ อไม้ไม้ ผ่ผ ผ่ ะตง ส่วนช้างพลายคชวิชั วิ ยมณฑลก็ไปเฝ้า ฝ้ อยู่ที่ ยู่ ก ที่ อไม้ไม้ ผ่ส ผ่ เมรีย รี ง หรือ รื ไม้ไม้ ผ่เ ผ่ หรีย รี ง 3
เมื่อ มื่ ถึงเวลาที่ค ที่ วรจะกลับช้า ช้ งทั้ง ทั้ สองก็ไม่ย ม่ อมกลับ ตายายจึงเกิดความสงสัย สั ก็ตามช้า ช้ งไปเมื่อ มื่ พบแล้วก็นำ ช้า ช้ งกลับบ้า บ้ น 4
นางช้างได้นำ หน่อไม้ไม้ ผ่ผ ผ่ ะตงมา 1 หน่อ ส่วนพลายก็นำ หน่อไม้ไม้ ผ่ส ผ่ เมรีย รี ง มา 1 หน่อ และนำ ไปวางไว้บ ว้ นชานบ้า บ้ นแล้วเฝ้า ฝ้ หน่อไม้นั้ ม้ นั้ นอยู่ 5
ตายายจึงนำ มีด มี บากธำ มรงค์ด้ามงามผ่า ผ่ หน่อไม้อ ม้ อก มีด มี ไปถูก ถู ต้นแขนนาง ที่อ ที่ ยู่ใยู่ นหน่อไม้เ ม้ ลือดสีขาวก็ไหลออกมา ทำ ให้ตายายตกใจมาก ค่อย ๆ ผ่า ผ่ ไม้ไม้ ผ่ผ ผ่ ะตง จึงได้พบทารกผู้หผู้ ญิง ญิ จึงตั้งชื่อ ชื่ ว่า ว่ "เลือดขาว" ส่ว ส่ นหน่อไม้ไม้ ผ่ส ผ่ เมรีย รี งเมื่อ มื่ ผ่า ผ่ ออก ก็พบกุม กุ ารเลือดนั้นสีขาวเหลืองดำ แดง และตั้งชื่อ ชื่ ว่า ว่ "หน่อ" 6
วัน วั หนึ่งช้างพัง พั ตลับของตาได้หายไปจากบ้า บ้ นถึง 15 วัน วั ตาจึงออกเดินทาง ติดตามช้างไปทางทิศ ทิ ตะวัน วั ออกเฉียงเหนือของบ้า บ้ นพระเกิด จนถึงคลองบางแก้ว ก็ไปพบช้างพัง พั นอนทับ ทั ขุม ขุ ทรัพ รั ย์ไย์ ว้ 7
ตาจึงนำ ทรัพ รั ย์บ ย์ างส่วนและช้า ช้ งกลับบ้า บ้ นพระเกิด ปรึก รึ ษากับยาย เพื่อ พื่ ความสะดวกต่อการรัก รั ษาทรัพ รั ย์ส ย์ มบัติ บั ติ เห็นควรที่จ ที่ ะย้า ย้ ยบ้า บ้ นไปอยู่ที่ ยู่ บ ที่ างแก้ว แต่ยัง ยัไม่ไม่ ด้ดำ เนินการโยกย้า ย้ ยในทัน ทั ที 8
อยู่ต่ ยู่ ต่ อมาอีกหลายปี จนกระทั่ง ทั่ บุตรทั้ง ทั้ สองมีอ มี ายุได้ 19 ปี บุตรทั้ง ทั้ สองเมื่อ มื่ เริ่ม ริ่ เป็น ป็ หนุ่มสาวมีรู มี รู ปร่า ร่ งหน้าตาสวยงามมาก "ผุด ผุ ผ่อ ผ่ งละอองวงค์ สมทรวดทรงทั่ว ทั่ ร่า ร่ งกาย คิ้วต่อคอเป็น ป็ ปล้อง เลือดขาวผ่อ ผ่ งงามเพริศ ริ พราย” 9
ตาสอนให้บุตรทั้ง ทั้ สองเรีย รี นรู้ท รู้ างไตรเพทและเรีย รี นรู้วิ รู้ ช วิ าการต่าง ๆ เมื่อ มื่ อายุย่า ย่ งเข้า ข้ 19 ปี ตากับยายจะให้ทั้ง ทั้ สองแต่งงานกัน จึงบอกกล่าว ให้นางเลือดขาวกับเจ้าหน่อทราบความประสงค์ ทั้ง ทั้ สองตกลงยิน ยิ ยอมแต่งงานกัน 10
ตากับยายจัดพิธี พิ แ ธี ต่งงานตามประเพณี ผู้เผู้ฒ่า ฒ่ ในหมู่บ้มู่ า บ้ นมานั่งเป็น ป็ สัก สั ขีพ ขี ยาน ตากับยายมอบข้า ข้ วของเงิน งิ ทอง เสื้อ สื้ ผ้า ผ้ แพรพรรณกับช้า ช้ ง 2 เชือ ชื กสำ คัญ ให้เป็น ป็ ของขวัญ วั และตากับยายร่ำ ลาชาวบ้า บ้ นเกิดเพื่อ พื่ ไปอยู่ที่ ยู่ บ ที่ างแก้ว 11
เมื่อ มื่ เจ้าหน่อกับนางเลือดขาวแต่งงานและอยู่กิ ยู่ กิ นกันด้วยความสุข สุ ตายายพำ นักอยู่ที่ ยู่ บ ที่ างแก้วได้ 5 ปีเ ปี ศษก็ถึงแก่กรรม เผาศพพร้อ ร้ มกัน อัฐินำ ฐิ นำ ไปฝัง ฝัไว้ใว้ นถ้ำ วัด วั คูห คู าสวรรค์ 12
หน้าที่ห ที่ มอสดำ ก็คงตกเป็น ป็ ของเจ้าหน่อกับนางเลือดขาว จึงเดินทางไปตั้งพลับพลาที่บ้ ที่ า บ้ นบางแก้ว 13
เจ้าหน่อกับนางเลือดขาวได้ปล่อยช้า ช้ งพัง พั ตลับไปข้า ข้ งบ้า บ้ นสุทั สุ ง ทั ช้างนั้นได้พบทอง 5 พะเนียง ฝ่า ฝ่ ยหมอศรีเ รี ทพควาญช้า ช้ งพัง พั ตลับ รุ่ง รุ่ เช้าเห็นช้างไม่ก ม่ ลับก็ออกตามไปพบช้า ช้ งนอนหมอบเอางวงปิดขุม ขุ ทรัพ รั ย์ไย์ ว้ 14
หมอศรีเ รี ทพจึงนำ ความไปบอกนางเลือดขาว นางเลือดขาวจึงออกไป พบช้างนอนหมอบอยู่ก็ ยู่ ก็ให้หมอช้า ช้ งแก้และเบิก บิ งวงออกจากขุม ขุ ทรัพ รั ย์ 15
นางได้นำ ทรัพ รั ย์ที่ ย์ พ ที่ บนั้นไปสร้า ร้ งเป็น ป็ พระวิห วิ าร และพระพุท พุ ธรูปไว้ที่ ว้ วั ที่ ด วั สทัง ทั 16
อยู่ม ยู่ าวัน วั หนึ่งหมอแก่นมั่น มั่ คงได้ปล่อยช้า ช้ งพลายคชวิชั วิ ย ชั มณฑล ไปทางทิศ ทิ ตะวัน วั ออก ได้พบทอง 6 พะเนียงกับแก้วดวงหนึ่ง 17
เจ้าหน่อก็นำ ทรัพ รั ย์ที่ ย์ พ ที่ บมาสร้า ร้ งพระวิห วิ าร และพระพุท พุ ธรูป นำ ทองมาตีแผ่เ ผ่ ป็น ป็ แผ่น ผ่ ประดับด้วยแก้ว แล้วเขีย ขี นเป็น ป็ ตำ นานให้ชื่อ ชื่ ว่า ว่ "วัด วั เขีย ขี นบางแก้ว" 18
ต่อมาในปีจ ปี อ โทศก เจ้าหน่อกับนางเลือดขาวก็ได้เดินทางเป็น ป็ เวลา 7 วัน วั ไปถึงเมือ มื งตรัง รั ได้สร้า ร้ งวัด วั พระงามและวัด วั พระพุท พุ ธสิหิ สิ หิ งค์ไว้ที่ ว้ เ ที่ มือ มื งตรัง รั ณ ปีช ปี วด ตรีศ รี กวัน วั อาทิต ทิ ย์ เดือน 6 แรม 5 ค่ำ 19
นางเลือดขาวกับเจ้าหน่อก็เดินทางกลับมายัง ยั บางแก้ว และทั้ง ทั้ สองได้ออกสำ รวจพื้น พื้ ที่จ ที่ ะตั้งเมือ มื งไปจนถึงแขวงนครศรีธ รี รรมราช แต่จะตั้งเมือ มื งไม่ไม่ ด้เนื่องจากพื้น พื้ ที่เ ที่ ป็น ป็ ลุ่มน้ำ ท่ว ท่ มถึงจึงได้เดินทาง ไปนครศรีธ รี รรมราชได้สร้า ร้ งพระพุท พุ ธรูปไว้ห ว้ ลายตำ บล 20
ตั้งแต่นั้นข่า ข่ วของเจ้าหน่อและความงามของนางเลือดขาวก็เล่าลือ ไปถึงเจ้ากรุงสุโขทัย ทั จึงให้พระยาพิษ พิ ณุโลกกับขรัว รั ทองจันทร์ ออกมารับ รั นางเลือดขาวที่เ ที่ มือ มื งนครศรีธ รี รรมราช 21
เจ้ากรุงสุโขทัย ทั จะโปรดให้นางเลือดขาวเป็น ป็ มเหสี แต่เมื่อ มื่ เจ้ากรุงสุโ สุ ขทัย ทั ทรงทราบว่า ว่ นางมีส มี ามีแ มี ล้วและกำ ลังตั้งครรภ์ เจ้าสุโ สุ ขทัย ทั มิไมิ ด้ทรงผิด ผิ ประเวณี นางคลอดบุตรเป็น ป็ ผู้ชผู้ าย คนทั้ง ทั้ หลายเข้า ข้ ใจว่า ว่ เป็น ป็ ราชโอรส จึงตั้งชื่อ ชื่ ว่า ว่ เจ้าฟ้า ฟ้ คอ ลาย 22
ต่อมาเจ้ากรุงสุโขทัย ทั ได้ส่ง ส่ นางเลือดขาวกลับไปหาสามีคื มี คื อเจ้าหน่อ และตรัส รั ว่า ว่ "เราขอเลี้ยงไว้ช ว้ ม สั่งสั่แม่น ม่ มสนมไว เลี้ยงบุรุษบุตรนางไท ถนอมไว้ใว้ ห้จงดี" 23
เมื่อ มื่ นางเลือดขาวกลับถึงบางแก้ว บอกกับสามีเ มี รื่อ รื่ งบุตร ว่า ว่ เจ้ากรุงสุโขทัย ทั ขอรับ รั เลี้ยงไว้ และจะเลี้ยงดูอ ดู ย่า ย่ งดี 24
ต่อมาพระยาธรรมรัง รั คัลได้เป็น ป็ เจ้าเมือ มื งพัท พั ลุง ลุ จากนั้นมีรั มี บ รั สั่ง สั่ จากเจ้ากรุงสุโขทัย ทั ให้พระยาธรรมรัง รั คัลไปช่ว ช่ ยปราบศึก ศึ เขมร พระยาธรรมรัง รั คัลจึงมอบหมายให้เจ้าหน่อเป็น ป็ เจ้าเมือ มื งพัท พั ลุง ลุ 25
เจ้าหน่อครองเมือ มื งได้ 6 ปีเ ปี ศษ ได้กราบทูล ทู ต่อเจ้ากรุงสุโ สุ ขทัย ทั ขอลาราชการเพราะชรามากแล้ว เจ้ากรุงสุโขทัย ทั จึงส่ง ส่ เจ้าฟ้า ฟ้ คอลาย มาเป็น ป็ เจ้าเมือ มื งแทน 26
นางเลือดขาวและเจ้าหน่อกลับไปอยู่บ้ ยู่ า บ้ นเกิดซึ่ง ซึ่ เป็น ป็ บ้า บ้ นเดิม จนถึงอายุ ๗๐ ปีถึ ปี ถึ งแก่ได้กรรม เจ้าฟ้า ฟ้ คอลายได้จัดงานศพอย่า ย่ งสมเกียรติ 27
วรรณกรรมท้อ ท้ งถิ่น ถิ่ ภาคใต้ นางเลืลื ลื อลื อดขาว