The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

มหาดไทย ผ้าไทยใส่ให้สนุก

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Petchguin infinity, 2023-04-18 23:00:36

มหาดไทย ผ้าไทยใส่ให้สนุก

มหาดไทย ผ้าไทยใส่ให้สนุก

149 ชุดผ้าไหมมัดหมี่ลายสร้อยดอกหมากสีเหลือง เรื่องราวผ้าที่ใช้ในการเดินแบบ เส้นใยที่ใช้ทอผ้า : เส้นไหมพันธุ์ไทยพื้นบ้าน การย้อมสี : สีเหลืองได้จากการย้อมด้วยแก่นขนุน ลายดอกหมากใช้เทคนิคการแต้มครั่ง กัดด้วยสนิม เพื่อให้ได้สีแดงเข้มและสด สีเขียวได้จากสีของแก่นขนุน ทับด้วยสนิม เสื้อบุรุษ : ตัดเย็บเป็นเสื้อแบบพระราชทาน คอจีนแขนยาว ตกแต่งให้เป็นเสื้อที่สามารถ สวมใส่ได้ทุกโอกาส โดยการนำผ้าไหมพื้นเรียบมาแต่งสลับและนำผ้าต่อเชิงผ้านุ่งสไตล์อีสาน หรือที่ชาวอีสานเรียกว่า “ตีนซิ่น” มาต่อเพิ่มความโดดเด่น เป็นอัตลักษณ์ของไทยอีสาน ชุดสตรี : ตัดเย็บเป็นชุดสไตล์ค็อกเทล โดยนำเอาผ้ามัดหมี่ลายสร้อยดอกหมากมาตัดเย็บ ช่วงบนออกแบบทรงเกาะอก ตกแต่งด้วยลูกไม้ ทำให้ผู้ที่สวมใส่มีความระหงและเครื่องประดับ ที่สวมใส่มีความโดดเด่น ช่วงแขนตกแต่งด้วยลูกไม้โปร่ง ช่วงเอวแต่งด้วยตีนซิ่นอีสาน กระโปรง ด้านในทรงสอบสั้น ตัดเย็บด้วยผ้าลูกไม้ ชั้นนอกเป็นผ้าไหมมัดหมี่ลายสร้อยดอกหมาก วางลายโชว์ เชิงผ้าเพิ่มความโดดเด่น และนำตีนซิ่นมาตกแต่งช่วงปลายกระโปรงด้านหน้าเพื่อดึงความบาลานซ์ ให้เส้นเฉียงของกระโปรง และเพื่อเป็นการสื่อสารว่าคนมหาสารคามจะอนุรักษ์การใช้เชิงของผ้าถุง หรือตีนซิ่น ที่เป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์การแต่งกายของชาวอีสานให้คงอยู่สืบไป รายละเอียดผู้ออกแบบและตัดเย็บ ช่างทอผ้า : กลุ่มทอผ้าไหมบ้านกุดรัง ตำบลกุดรัง อำเภอกุดรัง จังหวัดมหาสารคาม ผู้ออกแบบและตัดเย็บ : ชื่อร้าน/กลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ ห้องเสื้อปฏิมา ชื่อ - สกุล (ผู้ตัดเย็บ) นายปฏิมา เหล่าชัย โทร. ๐๘ ๑๑๗๑ ๒๙๗๗ ที่อยู่ ๑๔๑/๓๒ ตำบลตลาด อำเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม


150 นายบุญเรือง เมฆฉิม รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร นางนภาภรณ์ เมฆฉิม รองประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดมุกดาหาร


151 ผ้าไหมมัดหมี่ลายแก้วมุกดา เรื่องราวผ้าที่ใช้ในการเดินแบบ ผ้าไหมมัดหมี่ลายแก้วมุกดา เป็นการนำเอาลวดลายผ้าโบราณที่มีเอกลักษณ์และ มีความหมายของจังหวัด จำนวน ๕ ลาย มามัดเป็นลวดลายบนเส้นไหมและทอเป็นผืนผ้า แต่ละลายมีเอกลักษณ์และความหมายสำหรับจังหวัดมุกดาหาร ดังนี้ ๑) ลายสายนํ้า (ลายง็อกแง็ก หรือลายซิกแซก) มีลักษณะเป็นเส้นโค้งสีขาว หมายถึง สัญลักษณ์แทนแม่นํ้าโขงซึ่งเป็นสายนํ้าคู่จังหวัดมุกดาหาร และเป็นเส้นกั้นเขตแดนระหว่าง ประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ๒) ลายนาคน้อย (หรือลายพญานาค) เป็นสัตว์แห่งความอุดมสมบูรณ์ เกี่ยวกับศาสนาพุทธ ชาวอีสานจะมีการนับถือนาคเป็นวัฒนธรรมร่วมกัน จะปรากฏมีลายนาคในผืนผ้าชาวอีสานมากมาย หลายแบบ หมายถึงพญานาคที่อาศัยอยู่ในแม่นํ้าโขงเฝ้าดูแลความเป็นอยู่ของชาวเมืองมุกดาหาร ๓) ลายดอกช้างน้าว (ลายดอกกระบวนน้อย) เป็นลายสีเหลืองดอกช้างน้าว ซึ่งเป็นไม้มงคล ประจำจังหวัดมุกดาหาร ๔) ลายตุ้มเล็ก (ตุ้มลายไม้) แทนดวงแก้วเล็ก (ดวงดาวในท้องฟ้า) ๕) ลายตุ้มใหญ่ หรือลายมุก มีลักษณะเป็นดอกสีขาวหรือที่เรียกว่า ลายตุ้ม หมายถึง แก้วมุกดา ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวเมืองมุกดาหาร รายละเอียดผู้ออกแบบและตัดเย็บ ชื่อร้าน/กลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ นางสำหรับ งานไว กลุ่มวิสาหกิจชุมชนทอผ้าไหมบ้านภู โทร. ๐๘ ๙๙๔๒ ๔๓๗๘ ชื่อ - สกุล (ผู้ตัดเย็บ) นางสาวสงวน สุวะรัตน์ และนายสุเทพ ศรีโสภา โทร. ๐๘ ๑๓๔๒ ๐๙๑๙


152 นายชลธี ยังตรง ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร นางพัทธานันท์ ยังตรง ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดยโสธร


153 ผ้าไหมมัดหมี่ลายกุญแจเมือง เรื่องราวผ้าที่ใช้ในการเดินแบบ “ผ้าไหมมัดหมี่ลายกุญแจเมือง” ได้รับแรงบันดาลใจมาจากลูกกุญแจโบราณ ที่ใช้เปิด ประตูบ้าน ประตูห้อง ประตูเมือง ถือว่าเป็นสิ่งที่มีความสำคัญ มีความหมายที่สามารถเปิดรับโชค เปิดโอกาสให้เห็นสิ่งดีงาม เปิดประตูชัยแห่งชัยชนะ เพื่อพบกับความสุข ความอบอุ่น จึงได้เล็งเห็น ความสำคัญของกุญแจ นำมาวาดลวดลายลงบนเส้นไหมที่มีคุณภาพจากเส้นไหมที่ชาวบ้านเลี้ยงเอง โดยการนำเส้นไหมมาตีเกลียว ๔๙ ลำ ลายมัดหมี่ ลายคั่น เพื่อมัดลายรูปแบบเป็นเรขาคณิต ได้ ๔๙ ลำ ถึงจะมัดลายกุญแจเมืองได้ เชิงเป็นลายฉัตรขอนาค ซึ่งเป็นลายโบราณที่ต่อยอด จากภูมิปัญญาชาวบ้านจากรุ่นสู่รุ่น เส้นใยไหมย้อมด้วยสีธรรมชาติจากเปลือกมะม่วงเล็ก เฉพาะ หน้าแล้งเท่านั้นที่ให้สีเขียวไพร หรือสีเขียวเหนี่ยวทรัพย์ เป็นการสร้างสรรค์ภูมิปัญญาสู่สากล ผู้มัดหมี่ลายกุญแจเมือง คือ นางละมัย โพธิ์ภาษิต ครูช่างปี ๒๕๕๕ ผู้ทอคือนางฉวีวรรณ ศรีมากรณ์ รายละเอียดผู้ออกแบบและตัดเย็บ ชื่อกลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP กลุ่มสตรีทอผ้าไหมบ้านหัวเมือง เลขที่ ๒๒ หมู่ที่ ๘ ตำบล หัวเมือง อำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร โทร. ๐๙ ๗๓๔๓ ๙๙๘๐ ชื่อ - สกุล (ผู้ตัดเย็บชุดผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร) นายพณโตศัลย์ ไกรยสิทธิ์ ร้านสูทเจ้าฟ้า เลขที่ ๒๕๐ หมู่ที่ ๑๐ ตำบลสำราญ อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร ๓๕๐๐๐ โทร. ๐๘ ๖๑๐๑ ๗๐๗๓ ชื่อ - สกุล (ผู้ตัดเย็บชุดประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดยโสธร) นางทองแพง ศิริโสม ร้านห้องเสื้อเพื่อน เลขที่ ๗๐ ซอยนานาภัณฑ์ ถนนวิทยะธำรงค์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร ๓๕๐๐๐ โทร. ๐๘ ๓๕๙๑ ๔๘๔๖


154 นายภูสิต สมจิตต์ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด


155 ผ้าไหมลายสาเกต เรื่องราวผ้าที่ใช้ในการเดินแบบ ผ้าไหมสาเกต เป็นผ้าไหมลายหมี่ตาตามยาว ประกอบด้วยลายผ้า ๕ ลาย คือ ลายคํ้าเพา หมายถึง คํ้าชู ลายคองเอี้ย หมายถึง เอื้ออำนวย ลายนาคน้อย หมายถึง ความอุดมสมบูรณ์ ลายโคมเจ็ด หมายถึง ความรุ่งเรือง และลายหมากจับ หมายถึง ความตราตรึงใจ ทุกขั้นตอนการผลิต คือมาตรฐานตามประกาศมาตรฐานผ้าสาเกต เมื่อวันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๔๘ การเริ่มต้น ทอผ้าไหมสาเกตนั้นเริ่มจากลายโคมเจ็ด ลายนาคน้อย ลายคองเอี้ย ลายคํ้าเพา และลายหมากจับ ลายนาคน้อยต้องมีตัวนาค ๑๒ ตัว ลายหมากจับให้รักษาแบบดั้งเดิม คือ ๓ ลำ ความหนา มาตรฐาน ผ้าสาเกตร้อยเอ็ด ใช้ฟืมขนาด ๔๒ นิ้ว เส้นยืนเส้นพุ่งขนาด ๔ x ๖ ไหมเส้นเล็ก ช่องไฟของ ลายพื้นเท่ากับ ๑.๕ เซนติเมตร รายละเอียดผู้ออกแบบและตัดเย็บ ชื่อร้าน/กลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ : ร้านตั๊กผ้าไหมไทย ชื่อ - สกุล (ผู้ตัดเย็บ) : นายสุริยา สุดสงสาร โทร. ๐๖ ๑๐๗๘ ๔๐๐๘ ที่อยู่ : บ้านดงสว่าง ตำบลชานุวรรณ อำเภอพนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด


156 นางสาวชนมณัฐ รอดบุญธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ


157 ผ้าศรีลาวา (ผ้าย้อมดินภูเขาไฟศรีสะเกษ) เรื่องราวผ้าที่ใช้ในการเดินแบบ “ผ้าศรีลาวา..ลายขิดนารีรัตนราชกัญญา” เพิ่มเทคนิคสร้างสรรค์จกดาวจากกลุ่มผ้าทอมือ บ้านเอือด อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ ได้นำลายมัดหมี่และย้อมด้วยดินลาวาภูเขาไฟ ที่ใช้ปลูกทุเรียนรสเลิศของจังหวัดศรีสะเกษ ผสมเปลือกไม้ประดู่ทำให้ได้สีส้มลาวาที่สด สวยงาม ซึ่งสีส้มเป็นสีประจำจังหวัดศรีสะเกษ การทอใช้เทคนิคเสริมการจกดาวเข้าไปในช่องว่างของ ลายมัดหมี่ และจกเชิงสนที่ชายผ้าเพิ่มความสวยงาม ไหมที่ใช้จกใช้สีเหลืองลำดวน ซึ่งดอกลำดวน เป็นดอกไม้ประจำจังหวัดศรีสะเกษ และไหมสีขาวงาช้าง จึงทำให้ผ้ามีมิติสวยงามและชูอัตลักษณ์ ของจังหวัดศรีสะเกษมากยิ่งขึ้น “ผ้าศรีลาวา” ๑ ใน ๕ ผ้าเบญจศรีของจังหวัดศรีสะเกษ นำผ้าทอมือมาย้อมด้วยดินภูเขาไฟ หนึ่งในวัตถุดิบสำคัญที่หาได้ในพื้นที่ภูดินแดง เขตอำเภอศรีรัตนะ อำเภอกันทรลักษ์ และอำเภอ ขุนหาญ ซึ่งเป็นแหล่งปลูกทุเรียนภูเขาไฟรสเลิศ ด้วยการนำเส้นไหมหรือฝ้ายเข้าสู่กระบวนการ ย้อมด้วยดินจอมปลวกภูเขาไฟ ได้ผ้าทอมือย้อมสีธรรมชาติที่มีสีนํ้าตาลแดงแบบดินภูเขาไฟสวยงาม อย่างมีเอกลักษณ์ รายละเอียดผู้ออกแบบและตัดเย็บ ชื่อร้าน/กลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ : กลุ่มผ้าทอมือบ้านเอือด ๑๓๓ หมู่ ๘ ตำบลสำโรง อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ ชื่อ - สกุล (ผู้ตัดเย็บ) นางสาววิราวรรณ หาญเสนา โทร. ๐ ๑๕๔๔ ๓๘๕๖ ที่อยู่ : ๓๑๔/๒ ถนนภิรมย์ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์


158 นายพิสิษฐ์ แร่ทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร นางสุพัตรา แร่ทอง รองประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสกลนคร


159 ผ้าฝ้ายมัดหมี่ย้อมคราม “ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” เรื่องราวผ้าที่ใช้ในการเดินแบบ ผ้าฝ้ายมัดหมี่ย้อมคราม “ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” ใช้เทคนิคการทอ ๒ ตะกอ ซึ่งลายนี้ เกิดจากที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จทรงเยี่ยมกลุ่มทอผ้า ย้อมครามบ้านดอนกอย หมู่ที่ ๒ ตำบลสว่าง อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร เมื่อวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ ได้ทอดพระเนตรขั้นตอนของการผลิตผ้าย้อมครามที่เกิดจากภูมิปัญญา ท้องถิ่นภูไท โดยการรวมกลุ่มของชาวบ้านที่ร่วมกันพัฒนาการทอผ้าย้อมครามจากวัสดุธรรมชาติ ที่เป็นภูมิปัญญาพื้นถิ่นและเป็นมรดกแห่งภูมิปัญญา สนับสนุนการสร้างรายได้เสริมจากอาชีพหลัก คือเกษตรกรรม พระองค์มีพระประสงค์ที่จะพัฒนาคุณภาพผ้าของชุมชนบ้านดอนกอยให้ไปสู่ การเป็นชุมชนต้นแบบของประเทศ และก่อเกิดโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” และ “วิชชาลัยดอนกอย วิถีแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืน” เป็นแหล่งเรียนรู้ให้ชุมชนและพื้นที่ใกล้เคียงได้เข้ามาศึกษากระบวนการ ทำผ้าย้อมครามของจังหวัดสกลนคร รายละเอียดผู้ออกแบบและตัดเย็บ ชื่อร้าน/กลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ อัศดา ชื่อ - สกุล (ผู้ตัดเย็บ) นายศักดา มหัทธนาวานิชกุล โทร. ๐๘ ๑๘๖๘ ๗๕๕๕ ที่อยู่ ๑๒๒๒ ถนนบรรทัดทอง (ตรงข้ามซอยจุฬา ๔) แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ


160 นางกุลกัญญา ทุมเสน รองประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสุรินทร์


161 ผ้าไหมจันทร์โสมา เรื่องราวผ้าที่ใช้ในการเดินแบบ กลุ่มจันทร์โสมา มีจุดเริ่มต้นจากเมื่อครั้งที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มีพระราชเสาวนีย์ให้อาจารย์สมิทธิ ศิริภัทร์ และคุณหญิงปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี หาวิธีผลิตผ้าไหมให้มีเนื้อนุ่มเนียน คุณภาพเทียบเท่าผ้าไหมโบราณ อาจารย์วีรธรรม จึงได้อาสากลับมารื้อฟื้นกระบวนการผลิตผ้าไหมของบรรพบุรุษ จนเกิดเป็นแรงบันดาลใจในการ ฟื้นฟูการทอผ้าแบบราชสำนัก การทอผ้าไหมของกลุ่มจันทร์โสมา  มีความโดดเด่นที่ความละเอียด และความนุ่มของเนื้อผ้า ที่เกิดจากการเลือกเส้นไหมเส้นเล็กและบางเบา นำมาผ่านกรรมวิธีฟอก ต้ม และย้อมด้วยสีธรรมชาติ แม่สีหลัก ๓ สี คือ สีแดงจากครั่ง สีเหลืองจากแก่นแกแล และสีคราม จากเมล็ดคราม สอดแทรกการยกดอกด้วยไหมทองที่ทำจากเงินแท้มารีดเป็นเส้นเล็ก ๆ ปั่นควบกับ เส้นด้าย มีเทคนิคการทอแบบเนื้อ ๓ ตะกอ ที่ใช้ตะกอเส้นพุ่งพิเศษที่ทำให้เกิดลายจำนวนตะกอ มากกว่าร้อยตะกอ จึงต้องใช้คนทอถึง ๔ - ๕ คนต่อผืน ความละเอียดของการทอและเนื้องาน ทำให้ ต่อวันทอได้แค่ ๕ - ๗ เซนติเมตรเท่านั้น ต่อผืนที่มีความยาว ๒ เมตร ใช้เวลาประมาณ ๒ เดือน ดังนั้น ราคาของผ้าไหมยกทองของจันทร์โสมามีราคาเฉลี่ยถึงเมตรละ ๕ หมื่นบาท จนถึงหลักแสนบาท รายละเอียดผู้ออกแบบและการตัดเย็บ ออกแบบและตัดเย็บ โดยอาจารย์วีรธรรม ตระกูลเงินไทย ผู้ก่อตั้งกลุ่มจันทร์โสมา ที่อยู่ บ้านท่าสว่าง ตำบลท่าสว่าง อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์


162 นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย นางวารุณี ไพศาลธนวัฒน์ ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดหนองคาย


163 ผ้าขิดสลับหมี่ลายนาคคั่น เรื่องราวผ้าที่ใช้ในการเดินแบบ ผ้าฝ้ายขิดสลับหมี่ลายนาคขอคั่นโบราณ เป็นลายนาคสัญลักษณ์แทนพญานาค ตามความเชื่อของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในแม่นํ้าโขง นำเอาลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ (S) มาประยุกต์ ทอคั่นด้วยขิดลายดอกบัวเพื่อบูชาองค์พญานาค เป็นลายผ้ามงคลสำหรับผู้สวมใส่ การมัดหมี่ลายนาค ที่มีความอ่อนช้อยงดงามจินตนาการผสานความเชื่อเกี่ยวกับพญานาค สีม่วงคือสีของดอกต้นชิงชัน ซึ่งเป็นต้นไม้ประจำจังหวัดหนองคาย คงเอกลักษณ์ของผ้าฝ้ายทอมือที่สวมใส่สบาย แบรนด์ นิศาชล โดยนางณิศาชณ บุปผาสังข์ ครูช่างทอผ้าที่มีชื่อเสียงของจังหวัดหนองคาย รายละเอียดผู้ออกแบบและตัดเย็บ ชื่อร้าน/กลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ ร้านนิศาชล นางณิศาชณ บุปผาสังข์ หมู่ที่ ๑๑ ตำบล หนองสองห้อง อำเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย ชื่อ - สกุล (ผู้ตัดเย็บ) นางลัดดา รุ่งธีระกูล โทร. ๐๖ ๓๗๔๓ ๙๙๓๓ ที่อยู่ ๑๓๙ หมู่ที่ ๑๔ ตำบลค่ายบกหวาน อำเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย


164 นางศิวพร ฉั่วสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำ ภู และประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดหนองบัวลำ ภู นายมานัส ฉั่วสวัสดิ์ คู่สมรสผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำ ภู


165 ผ้าขิดสลับหมี่ เรื่องราวผ้าที่ใช้ในการเดินแบบ “ผ้าขิดสลับหมี่” ลาย “บัวลุ่มภู” ผ้าลายอัตลักษณ์จังหวัดหนองบัวลำภู “ผ้าขิด” เป็นเทคนิค ที่ซับซ้อนเกิดจากการสะกิด ส่วน “ผ้ามัดหมี่” เป็นการมัดลายเส้นหมี่/เส้นด้าย ก่อนนำไปย้อม สู่การทอสลับผสมผสานเป็น “ผ้าขิดสลับหมี่” เกิดลวดลายที่สวยงาม หลากหลาย สื่อถึงวิถีวัฒนธรรม และภูมิปัญญาอันทรงคุณค่าของชาวจังหวัดหนองบัวลำภู “ดอกบัวหลวง” ดอกไม้ประจำจังหวัดหนองบัวลำภู นำมาสร้างสรรค์เป็นลายขิดดอกบัว ทั้งบัวตูมและบัวบาน อันสื่อความหมายถึงดอกไม้ศักดิ์สิทธิ์ของผู้มีบุญ สัญลักษณ์แทนความสมบูรณ์ ความดี และปัญญา นอกจากนี้ยังสื่อถึงสายสัมพันธ์ของครอบครัว ซึ่งเป็นวิถีแห่งความเกื้อกูล ของชาวหนองบัวลำภู “สีชมพู” สีประจำจังหวัดหนองบัวลำภู สื่อความหมายถึงดินแดนแห่งดอกบัวที่งดงาม รายละเอียดผู้ออกแบบและตัดเย็บ ออกแบบโดย วิชชาลัยผ้าทอขวัญตา ที่อยู่ ๓๕๕ หมู่ที่ ๕ ตำบลโพธิ์ชัย อำเภอเมืองหนองบัวลำภู จังหวัดหนองบัวลำภู ๓๙๐๐๐ ตัดเย็บโดย นางบุญเพ็ง พุชโก โทร. ๐๘ ๑๒๖๒ ๒๐๔๑ ที่อยู่ ๑๔๙ หมู่ที่ ๒ ตำบลลำภู อำเภอเมืองหนองบัวลำภู จังหวัดหนองบัวลำภู ๓๙๐๐๐


166 นายวันชัย จันทร์พร รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี นางสงวน จันทร์พร รองประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดอุดรธานี


167 ลายก้นหอย อารยธรรมห้าพันปี โทนสีส้มและสีนํ้าตาลทอง ผ้าไหมหมี่ขิดลายก้นหอย อารยธรรมห้าพันปี ได้รับแรงบันดาลใจจากลายก้นหอยของเครื่องปั้น ดินเผาจากแหล่งอารยธรรมมรดกโลกบ้านเชียง สื่อถึงประวัติศาสตร์อันยาวนาน มรดกภูมิปัญญา วิถีชีวิต ความเชื่อ ความเจริญรุ่งเรืองด้วยศิลปวัฒนธรรมของจังหวัดอุดรธานี มีกรรมวิธีการทอแบบขิด ซึ่งสามารถ สอดแทรกลวดลายท้องถิ่นได้ตามการสร้างสรรค์ของผู้ทอ กำหนดรูปแบบสีธรรมชาติ ประกอบด้วย สีนํ้าตาลทอง หมายถึง สีของดินจากเครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียง สีส้ม หมายถึง สีของดอกทองกวาว (ดอกจาน) ดอกไม้ประจำจังหวัดอุดรธานี และสีชมพู หมายถึง สีของดอกบัวแดง จากแหล่งท่องเที่ยวทะเล บัวแดง บึงหนองหาน กุมภวาปี และเพื่อเป็นการอนุรักษ์ศาสตร์การทอผ้าไหมขิด จังหวัดอุดรธานีจึงประกาศ ให้ผ้าไหมหมี่ขิดลายก้นหอย อารยธรรมห้าพันปี เป็นผ้าลายอัตลักษณ์ประจำจังหวัดอุดรธานี ในปี ๒๕๖๕ เรื่องราวผ้าที่ใช้ในการเดินแบบ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี (นายวันชัย จันทร์พร) ชื่อลายผ้า : ผ้ามัดหมี่ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ เรื่องราวผ้า : เป็นผ้าที่ย้อมด้วยสีธรรมชาติ ด้วยสายบัวแดงและยอมด้วยคราม ขั้นตอนการทอ นำเส้นไหมไปย้อมด้วยสายบัวแดงแล้วนำมามัดลายขอเจ้าฟ้าฯ จากนั้นนำหมี่ที่มัดแล้วไปย้อมทับด้วยคราม ตามภูมิปัญญาท้องถิ่นของจังหวัดอุดรธานี กลุ่มผู้ผลิต/ผู้ประกอบการ ทอผ้าโดย กลุ่มทอผ้าโบราณบ้านโนนกอก ๖๓ หมู่ที่ ๑๘ ตำบลหนองนาคำ อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี โทร. ๐๙ ๓๕๔๗ ๘๒๕๕ (นายอภิชาต พลบัวไข) รองประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดอุดรธานี (นางสงวน จันทร์พร) ชื่อลายผ้า : เสื้อใช้ผ้าลายราชวัตรโคม กางเกงใช้ผ้าหมี่ขิดคั่นสะกิดลาย เรื่องราวผ้า : เสื้อ ย้อมสีธรรมชาติ ผ้ายกลายราชวัตรโคมมีลักษณะโครงสร้างรวมอยู่ในรูปตาราง สี่เหลี่ยมแนวตะแคงทำนองเดียวกับรั้วราชวัตรสำหรับกำหนดขอบเขตมณฑลพิธี จึงสื่อถึงความหมายมงคล เปรียบประดุจรั้วราชวัตร นำมาซึ่งคุณงามความดีสิริมงคล และช่วยปกปักรักษาผู้สวมใส่ กางเกง ย้อมสีธรรมชาติ ทอด้วยหมี่ขิดมัดหมี่ลายขิดที่สะกิดขึ้นเป็นลาย ได้แรงบันดาลใจมาจาก ลายขิดหมอนโบราณซึ่งเป็นวัฒนธรรมการขิดขึ้นลายของคนภูมิภาคอุษาคเนย์ (ภูมิภาคอีสาน) ซึ่งถ้าเห็น ลายลักษณะเป็นกาบเป็นเหลี่ยมก็จะนึกถึงวัฒนธรรมการขิดลายของคนอีสาน ส่วนลายมัดหมี่ใช้ลายขอ พระราชทาน เส้นใยวัตถุดิบใช้เส้นใยเรยอนซึ่งมีคุณสมบัตินุ่มลื่น ทิ้งตัว สวมใส่สบาย ใช้เทคนิคการทอชิดคั่น กลุ่มผู้ผลิต/ผู้ประกอบการ ทอผ้าโดย ร้านพะแพงดีไซน์ บ้านหนองเตาเหล็ก ตำบลบ้านเลื่อม อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี โทร. ๐๘ ๒๓๙๖ ๕๔๖๔ (นางสาวพิมพ์มาดา ชำนาญณรงค์ศักดิ์) รายละเอียดผู้ออกแบบและตัดเย็บ ชื่อ - สกุล (ผู้ตัดเย็บ) - ชุดท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัด ตัดเย็บโดยร้านนายอินทร์ ตำบลหมากแข้ง อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี - ชุดรองประธานแม่บ้านมหาดไทย ตัดเย็บโดยร้านพะแพงดีไซน์ บ้านหนองเตาเหล็ก ตำบลบ้านเลื่อม อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี โทร. ๐๘ ๒๓๙๖ ๕๔๖๔ (นางสาวพิมพ์มาดา ชำนาญณรงค์ศักดิ์)


168 นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี นางศลิษา ภิรมย์รัตน์ ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดอุบลราชธานี


169 ผ้ากาบบัว เรื่องราวผ้าที่ใช้ในการเดินแบบ ผ้ากาบบัว เป็นผ้าเอกลักษณ์จังหวัดอุบลราชธานี ทอพุ่งด้วยมับไม (ไหมเกลียวหางกระรอก) สลับทอ ยกขิด และมัดหมี่ เส้นยืน ย้อมแยกสีอย่างซิ่นทิว ต้นแบบของผ้ากาบบัวนั้นมีการคิดค้นและ ออกแบบโดยนายมีชัย แต้สุจริยา ซึ่งเป็นบุตรของนางคำปุน ศรีใส ผู้ควบคุมการทอ “ผ้ากาบบัว” ประกาศให้เป็นลายผ้าเอกลักษณ์ประจำจังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันอังคารที่ ๒๕ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๓ ผ้ากาบบัว เป็นผ้าที่มีลักษณะรวมเอาเอกลักษณ์อันโดดเด่นของผ้าพื้นเมืองอุบลราชธานี มารวมไว้ หลายชนิด ได้แก่ ลักษณะของซิ่นทิว มับไม มัดหมี่ ผ้าขิดหรือจก ซิ่นทิวผ้ากาบบัวต้องมีเส้นยืนหรือ ริ้วหรือทิว ๒ สี มับไมผ้ากาบบัวต้องมีเส้นพุ่งมับไมซึ่งเกิดจากการเข็น คือ ปั่นเกลียวเส้นพุ่ง ๒ เส้น เข้าด้วยกัน มัดหมี่ผ้ากาบบัวจะสวยงามมากน้อยเพียงใด ขึ้นอยู่กับลวดลายหมี่เป็นองค์ประกอบหลัก ลายหมี่ในผ้ากาบบัว ทั้งลายดั้งเดิมและลายประยุกต์ขึ้นใหม่ ขิดผ้ากาบบัวต้องมีเส้นพุ่งที่เป็นเส้นใหญ่ หรือเส้นนูนขึ้นจากเนื้อผ้า เป็นการเลียนแบบเส้นลายของกลีบบัว ซึ่งใช้วิธีขิดจก การจกเป็นการตกแต่ง ให้ผ้ากาบบัวมีความวิจิตรงดงามยิ่งขึ้น ผ้ากาบบัวที่ใช้เดินแบบท่านผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เป็นผ้ากาบบัวลายไม้ไผ่ เทคนิค ในการทอ เส้นยืนทิวมัดหมี่ ขิด มับไม สีชมพูย้อมจากครั่ง สีนํ้าตาลย้อมจากมะยม ขิดจากรังไหม เพื่อให้เกิดความเป็นมงคล เป็นที่นิยมชมชอบ มีคนรักใคร่ ลายต้นไผ่ บ่งบอกถึงความอ่อนโยน เมตตา ผ้ากาบบัวที่ใช้เดินแบบท่านประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดอุบลราชธานี เทคนิคการทอ เส้นยืนทิว มัดหมี่ มับไม ในการทำเครือทิว ซึ่งลายนี้ใช้หมี่ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ผสมผสานกับผ้า กาบบัว เพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคลร่วมสมัย รายละเอียดผู้ออกแบบและตัดเย็บ ชื่อ - สกุล (ผู้ออกแบบ) นายกฤษดา รัตนางกูร อาจารย์ประจำสาขาสิ่งทอและแฟชั่น คณะศิลปะประยุกต์ และสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ชื่อร้าน ห้างสูทสาคร ชื่อ - สกุล (ผู้ตัดเย็บ) นายชยกร สีหะวงษ์ โทร. ๐๙ ๐๓๒๖ ๑๖๙๖ ที่อยู่ ๒๕๒/ ๒-๓ ถนนพิชิตรังสรรค์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี ชื่อร้าน ด้ายเนา แฟชั่น เฮ้าส์ ชื่อ - สกุล (ผู้ตัดเย็บ) นางสาวอนงค์ภัทร์ ผลประเสริฐ โทร. ๐๖ ๑๔๑๕ ๓๕๘๙ ที่อยู่ ๑๓๕/๙ หมู่ที่ ๑๘ ซอยเทคโน ถนนชยางกูร ตำบลขามใหญ่ อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี


170 นายทวีป บุตรโพธิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอำ นาจเจริญ นางรัชชุมา บุตรโพธิ์ ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดอำ นาจเจริญ


171 ผ้าขาวม้า เรื่องราวผ้าที่ใช้ในการเดินแบบ ผ้าขาวม้า เป็นผ้าสารพัดประโยชน์ที่คนไทยใช้มาแต่โบราณ ส่วนใหญ่ผู้ใช้จะเป็นเพศชาย สามารถใช้นุ่งอาบนํ้า เช็ดตัว คลุมหัวกันแดด หรือทำเปลก็ได้ บ้างก็เรียกว่า “ผ้าเคียนเอว” ผ้าขาวม้ามีลักษณะเป็นผ้ารูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ความกว้างประมาณ ๒ ศอก ยาวประมาณ ๓ - ๔ ศอก เป็นผ้าสำหรับผู้ชายใช้นุ่งแบบลำลอง ความกว้างจึงเท่ากับระยะจากเอวถึงกลางหน้าแข้ง ความยาว เท่ากับระยะพันรอบตัวแล้วเหลือเศษอีกเล็กน้อย โดยมากทอเป็นลายตารางเล็ก ๆ และปัจจุบัน ผ้าขาวม้าสามารถนำมาแปรรูปเป็นสินค้าต่าง ๆ ได้หลากหลาย เช่น เสื้อผ้า กระเป๋า ผ้าพันคอ เป็นต้น สำหรับผ้าขาวม้าย้อมสีธรรมชาติ เป็นผ้าที่ได้รับความนิยมในจังหวัดอำนาจเจริญเป็น อย่างมาก โดยสีที่ได้จะมาจากส่วนต่าง ๆ ของต้นไม้ เช่น เปลือกไม้ ใบไม้ เป็นต้น ซึ่งผ้าที่ใช้ในการ เดินแบบครั้งนี้เป็นผ้าขาวม้าชายขิดย้อมสีธรรมชาติ โดยสีแดงได้จากการย้อมจากเปลือกมะยม ผสมเปลือกอะราง และชายผ้าใช้เทคนิคการขิดเป็นลายดอกแก้วสลับดอกสะแบง จากกลุ่มทอผ้า บ้านโสกสว่าง อำเภอหัวตะพาน รายละเอียดผู้ออกแบบและตัดเย็บ ชื่อร้าน/กลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ กลุ่มแปรรูปผ้าขาวม้านุชบา ชื่อ - สกุล (ผู้ตัดเย็บ) ช่างจากกลุ่มแปรรูปผ้าขาวม้านุชบา โทร. ๐๘ ๐๓๓๓ ๘๓๙๙ ที่อยู่ บ้านเลขที่ ๑๐๐ หมู่ที่ ๑ ตำบลนาแต้ อำเภอเมืองอำนาจเจริญ จังหวัดอำนาจเจริญ


กิจกรรม การรณรงค์และส่งเสริมการใช้และสวมใส่ผ้าไทย ตามแนวพระดำ ริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา


174 จังหวัดกำ แพงเพชร มีกิจกรรมทั้งสิ้น จำ�นวน ๔ กิจกรรม - จัดโครงการพัฒนาศักยภาพสตรีจังหวัดกำ�แพงเพชร ประจำ�ปี ๒๕๖๕ “รวมพลังสตรี อนุรักษ์ผ้าถิ่นไทย ดำ�รงไว้ในแผ่นดินกำ�แพงเพชร” - การประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบายเรื่องการรณรงค์ การแต่งกายด้วยผ้าไทยและผ้าพื้นเมือง สัปดาห์ละ ๓ วัน โดยกำ�หนดเป็นทุกวันอังคาร วันพุธ และวันศุกร์ - การจัดจำ�หน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าไทย ผ้าพื้นเมืองของจังหวัดให้กับส่วนราชการ และหน่วยงาน ณ บริเวณหน้าห้องสำ�นักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดกำ�แพงเพชร - กิจกรรมการประกวดผ้าไทยพื้นเมืองลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ เพื่อพัฒนาและยกระดับ ผลิตภัณฑ์ OTOP ผ้าไทย ผ้าพื้นเมือง “ผ้ามัดหมี่ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” ให้มีคุณภาพ มาตรฐาน และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์


175 มีกิจกรรมทั้งสิ้น จำ�นวน ๒ กิจกรรม - การมอบแบบลายผ้า “อัตลักษณ์อาภรณ์นครเชียงรายใต้ร่มพระบารมี” ลายเชียงแสน หงส์ดำ� สีม่วงขาบเชียงราย - การประชาสัมพันธ์ให้ทุกภาคส่วนสวมใส่ผ้าไทยและผ้าพื้นถิ่นในทุกโอกาส เพื่ออุดหนุน ผ้าไทย สร้างรายได้ให้กับชุมชน จังหวัดเชียงราย


176 มีกิจกรรมทั้งสิ้น จำ�นวน ๓ กิจกรรม - จังหวัดเชียงใหม่ดำ�เนินการรณรงค์การสวมใส่ผ้าไทย โดยจัดทำ�มาตรการส่งเสริม และสนับสนุนการใช้และสวมใส่ผ้าไทย และประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ข้าราชการ บุคลากรในสังกัด และประชาชน แต่งกายด้วยผ้าไทยหรือผ้าพื้นเมืองทุกวัน ตามความเหมาะสมของหน่วยงาน อย่างต่อเนื่อง และประชาสัมพันธ์การสวมใส่ผ้าไทยผ่านสื่อออนไลน์ - ประชาสัมพันธ์ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ผ่านการจัดแสดงนิทรรศการผ้าไทย จำ�หน่ายผลิตภัณฑ์ ประเภทผ้า และจัดกิจกรรมส่งเสริมและสนับสนุนการใช้และสวมใส่ผ้าไทยอย่างต่อเนื่อง เช่น การจัดนิทรรศการผ้าไทย และการเดินแบบผ้าไทย - ประกาศวาระจังหวัดเชียงใหม่ ด้านมาตรการส่งเสริมและสนับสนุนการใช้และสวมใส่ ผ้าไทย โดยกำ�หนดให้สวมใส่ผ้าไทยหรือผ้าพื้นเมืองทุกวัน จังหวัดเชียงใหม่


177 จังหวัดตาก มีกิจกรรมทั้งสิ้น จำ�นวน ๓ กิจกรรม - จัดทำ�โครงการรณรงค์ส่งเสริมการแต่งกายผ้าไทย “ม่วงเมืองตาก” อย่างยั่งยืน จังหวัดตาก ประจำ�ปี ๒๕๖๓ - จัดกิจกรรมรณรงค์สวมใส่ผ้าไทย รวมถึงประชาสัมพันธ์ส่งเสริมให้บุคลากรภาครัฐและ ประชาชนทั่วไปได้สวมใส่ผ้าไทย - จัดงานวันสตรีสากล “รวมพลังสตรีจังหวัดตาก ส่งเสริมอัตลักษณ์ผ้าถิ่นไทยสู่สากล” เนื่องในวันสตรีสากล ณ หอประชุม ศาลากลางจังหวัดตาก


178 จังหวัดนครสวรรค์ มีกิจกรรมทั้งสิ้น จำ�นวน ๔ กิจกรรม - งานสืบค้นภูมิปัญญา เชื่อมสายใยต้นนาํ้เจ้าพระยา สร้างคุณค่าอาหาร สืบสานศิลป์อาภรณ์ - งานประกวดออกแบบชุดผ้าไทยวันครบรอบสถาปนามหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ ๑๐๐ ปี - งานสวรรค์นคร นครแห่งแฟชั่นผ้าไทย ซึ่งกำ�หนดจัดงานในวันที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๖๕ ณ โรงแรม ๔๒ ซี ชิคโฮเต็ล นครสวรรค์ - การประชาสัมพันธ์สวมใส่ผ้าไทยในรูปแบบปกนิตยสาร Nakhonsawan Weekly ทุกสัปดาห์ ผ่านเพจ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก สวรรค์เมืองมังกร” รวมถึงการส่งเสริมช่องทางการตลาด การจัดทำ�แค็ตตาล็อก “ผ้าไทยและผ้าพื้นเมืองจังหวัดนครสวรรค์” ลงในเว็บไซต์หน่วยงาน เพจธุรกิจท้องถิ่น และสื่อมวลชนทุกแขนง


179 จังหวัดน่าน มีกิจกรรมทั้งสิ้น จำ�นวน ๔ กิจกรรม - การจัดนิทรรศการผ้าไทยตามงานอิเวนต์ต่าง ๆ ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา - การประชาสัมพันธ์รณรงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการใช้และสวมใส่ผ้าไทย - การประกวดผ้าลายพระราชทาน “ผ้ามัดหมี่ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” การใช้และ สวมใส่ผ้าไทยของภาคส่วนต่าง ๆ ระดับจังหวัด - การจำ�หน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าผ่านช่องทาง OTOP และช่องทาง Online


180 จังหวัดพิจิตร มีกิจกรรมทั้งสิ้น จำ�นวน ๒ กิจกรรม - การประชาสัมพันธ์ผ่านการจัดนิทรรศการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” และเชิญชวนให้ทุกหน่วยงาน ทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงาน ภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้นำ�กลุ่ม/องค์กร เครือข่าย และประชาชนทุกคน สวมใส่ผ้าไทยและผ้าพื้นเมืองเป็นประจำ�ทุกวัน - การประชาสัมพันธ์ผ่านการจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ แสดงผ้าลายพระราชทาน “ผ้ามัดหมี่ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” เนื่องในวันสตรีสากล วันที่ ๘ มีนาคม ๒๕๖๕ ณ อาคาร หอประชุมจังหวัดพิจิตร ศาลากลางจังหวัดพิจิตร ตำ�บลท่าหลวง อำ�เภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร


181 จังหวัดพิษณุโลก มีกิจกรรมทั้งสิ้น จำ�นวน ๓ กิจกรรม - กิจกรรมเดินแบบผ้าไทยในงานแผ่นดินสมเด็จพระนเรศวรมหาราชพิษณุโลก ประจำ�ปี ๒๕๖๕ เมื่อวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๖๕ ณ ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก - กิจกรรม “ภูษาศิลป์จากท้องถิ่นสู่สากล” เมื่อวันที่ ๒๔ เมษายน ๒๕๖๕ ณ พระราชวัง จันทน์ พิษณุโลก - การประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางออนไลน์ เฟซบุ๊ก เพจ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก พิษณุโลก”


182 จังหวัดเพชรบูรณ์ มีกิจกรรมทั้งสิ้น จำ�นวน ๕ กิจกรรม - จัดแสดงนิทรรศการ และจัดกิจกรรมส่งเสริมการใช้และสวมใส่ผ้าไทยตามมติคณะรัฐมนตรีฯ และเดินแบบผ้าไทย สืบสาน อนุรักษ์ศิลป์ผ้าถิ่นไทย ดำ�รงไว้ในแผ่นดิน เหล่าไทเพชรบูรณ์ ในงาน มะขามหวาน นครบาลเพชรบูรณ์ ประจำ�ปี ๒๕๖๕ - การส่งเสริมช่องทางการตลาดออนไลน์และออฟไลน์ - การประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการใช้และสวมใส่ผ้ามัดหมี่ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ สัปดาห์ละ ๔ วัน - การดำ�เนินงานผ้าไทยใส่ให้สนุก ผ้าทอลายขอเจ้าฟ้า และการพัฒนาต่อยอดสู่ การเพิ่มมูลค่าสู่ตลาด - กิจกรรมการอบรมพัฒนาศักยภาพการทอผ้าการย้อมสีธรรมชาติสู่องค์กรสตรีอำ�เภอเมือง เพชรบูรณ์ และสมาชิกกลุ่มทอผ้าพุเตย ตำ�บลพุเตย อำ�เภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์


183 จังหวัดแพร่ มีกิจกรรมทั้งสิ้น จำ�นวน ๒ กิจกรรม - การประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ทุกหน่วยงานราชการทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้นำ�กลุ่ม/องค์กร เครือข่าย และประชาชนทุกคนสวมใส่ผ้าไทยและผ้าพื้นถิ่นเมืองแพร่ ในชีวิตประจำ�วันและในโอกาสสำ�คัญทุก ๆ โอกาสจนเป็นวิถีชีวิตของคนแพร่ - การประชาสัมพันธ์ผ่านการจัดนิทรรศการผ้าไทย ผ้าพื้นถิ่นเมืองแพร่ ภายในงาน “รวมพลังสตรีศรีเวียงโกศัย ร่วมใจสืบสานอนุรักษ์ศิลป์ ผ้าถิ่นไทย เทิดไท้พระบารมี” เนื่องใน วันสตรีไทย ประจำ�ปี ๒๕๖๕ เมื่อวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๖๕ ณ โรงแรมอมรรักษ์ อำ�เภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่


184 จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีกิจกรรมทั้งสิ้น จำ�นวน ๑ กิจกรรม - กิจกรรมการรณรงค์ในการส่งเสริมและสนับสนุนการใช้และสวมใส่ผ้าไทย ภายใต้แนวคิด “ผ้าไทยใส่ให้สนุก เสน่ห์ผ้า เสน่ห์ชีวิต เสน่ห์แม่ฮ่องสอน”


185 จังหวัดลำ ปาง มีกิจกรรมทั้งสิ้น จำ�นวน ๒ กิจกรรม - การจัดนิทรรศการ “เสน่ห์ผ้าทอ สานต่อผ้าถิ่น เมดอินลำ�ปาง” ดำ�เนินการในวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ณ บริเวณโถงชั้น ๑ หอประชุมจังหวัดลำ�ปาง ศาลากลางจังหวัดลำ�ปาง - กิจกรรม “ใส่ผ้าไทย เที่ยวไป ในลำ�ปาง”


186 จังหวัดลำ พูน มีกิจกรรมทั้งสิ้น จำ�นวน ๓ กิจกรรม - ประชาสัมพันธ์การใช้และสวมใส่ผ้าไทย การดำ�เนินงาน “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” พร้อมรณรงค์ การใช้และสวมใส่ผ้าไทยในหน่วยงาน อย่างน้อย สัปดาห์ละ ๓ วัน - ทำ�สื่อประชาสัมพันธ์ Infographic โดยผู้นำ� เป็นต้นแบบ ประชาสัมพันธ์การใช้และสวมใส่ผ้าไทย ผ่านสื่อออนไลน์ - จัดดำ�เนินการประกวดผ้า “ลายพระราชทาน” และผ้าย้อมสีธรรมชาติ จังหวัดลำ�พูน ระหว่างวันที่ ๑๗ - ๑๘ สิงหาคม ๒๕๖๕ ณ ลานโปรโมชั่น แจ่มฟ้า ช้อปปิ้งมอลล์ ตำ�บลเวียงยอง อำ�เภอเมืองลำ�พูน


187 จังหวัดสุโขทัย มีกิจกรรมทั้งสิ้น จำ�นวน ๖ กิจกรรม - จัดกิจกรรม VOTE รางวัลสวมใส่ผ้าไทย ภายใต้แนวคิด พช.สุโขทัย ดูดีได้ทุกสไตล์ ด้วยผ้าไทย - การประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้รณรงค์รงค์การสวมใส่ ผ้าไทย รวมถึงเผยแพร่การดำ�เนินงานการใช้และสวมใส่ผ้าไทย ช่องทางออนไลน์ ผ่านเพจ OTOP Sukhothai โอทอปสุโขทัย - จัดนิทรรศการและจำ�หน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าไทย เพื่อ เผยแพร่การดำ�เนินงานการใช้และสวมใส่ผ้าไทย ภายใต้กิจกรรม “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” - การเชิดชูเกียรติบุคคลต้นแบบในการสวมใส่ผ้าไทย - การจัดทำ�วีดิทัศน์ สืบสาน รักษา ต่อยอด ผ้าทอสุโขทัย เพื่อเทิดไท้องค์พระพันปีหลวง ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๔ - การจัดโครงการสืบสานงานศิลป์ ผ้าทอพื้นถิ่นอัตลักษณ์สุโขทัย เพื่อเป็นการส่งเสริม การเรียนรู้และสืบทอดภูมิปัญญาและวัฒนธรรมการทอผ้าพื้นถิ่นอัตลักษณ์สุโขทัย


188 จังหวัดอุตรดิตถ์ มีกิจกรรมทั้งสิ้น จำ�นวน ๓ กิจกรรม - จัดกิจกรรมเดินแบบในงานพระยาพิชัยดาบหักและงานกาชาด - จัดนิทรรศการผ้าไทยและการประดิษฐ์ผีเสื้อเพื่อนำ�ไปประดับนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา ๙๐ พรรษา ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๕ - การประชาสัมพันธ์และรณรงค์การใช้และสวมใส่ผ้าไทย เพื่อเชิญชวนให้ทุกหน่วยงาน ราชการทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้นำ�กลุ่ม/องค์กรเครือข่าย และประชาชนทุกคน สวมใส่ผ้าไทยและผ้าพื้นเมือง ผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น Facebook OTOP อุตรดิตถ์


189 จังหวัดอุทัยธานี มีกิจกรรมทั้งสิ้น จำ�นวน ๑ กิจกรรม - จัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ กระตุ้น ส่งเสริม และสนับสนุนการใช้และ สวมใส่ผ้าไทย ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๓ ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การจัดงานมหกรรมของดี วิถีสตรีเมืองอู่ไท มีการจัดนิทรรศการแสดงผลงานผ้าพื้นถิ่นพร้อมจำ�หน่าย และการเดินแบบแฟชั่น “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” และงานอัตลักษณ์ผ้าทอกะเหรี่ยงร่วมสมัย


190 จังหวัดกาญจนบุรี มีกิจกรรมทั้งสิ้น จำ�นวน ๓ กิจกรรม - การรณรงค์เชิญชวนให้ข้าราชการ บุคลากรในสังกัด และประชาชน สวมใส่ผ้าไทยหรือผ้าพื้นเมือง อย่างน้อยสัปดาห์ละ ๓ วัน ทุกวันพุธ พฤหัสบดี และวันศุกร์ และตามความเหมาะสม ของหน่วยงานอย่างต่อเนื่อง และประชาสัมพันธ์การสวมใส่ผ้าไทย ผ่านสื่อออนไลน์อย่างสมํ่าเสมอ - ประชาสัมพันธ์ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ผ่านการจัดแสดง นิทรรศการผ้าไทย จำ�หน่ายผลิตภัณฑ์ประเภทผ้า และจัดกิจกรรม ส่งเสริมและสนับสนุนการใช้และสวมใส่ผ้าไทยอย่างต่อเนื่อง เช่น การจัดนิทรรศการผ้าไทย และการเดินแบบผ้าไทย - จัดนิทรรศการผ้าไทยและการประดิษฐ์ผีเสื้อเพื่อนำ�ไป ประดับนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาส มหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๙๐ พรรษา ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๕


191 จังหวัดจันทบุรี มีกิจกรรมทั้งสิ้น จำ�นวน ๑ กิจกรรม - การประชาสัมพันธ์เชิญชวนบุคลากรภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนร่วมกันแต่งกาย ด้วยผ้าไทยหรือผ้าพื้นเมือง สัปดาห์ละ ๒ วัน เพื่อสนับสนุนผลิตภัณฑ์ผ้าไทยและเชิดชูเอกลักษณ์ วัฒนธรรมการสวมใส่ผ้าไทยให้แพร่หลาย ตลอดจนร่วมอนุรักษ์และส่งเสริมภูมิปัญญาผ้าไทยให้ธำ�รง อยู่คู่ชาติไทยสืบไป


192 จังหวัดฉะเชิงเทรา มีกิจกรรมทั้งสิ้น จำ�นวน ๒ กิจกรรม - จัดกิจกรรมแสดงแบบผ้าไทย ภายใต้คำ�ขวัญ “วิจิตราผ้าไทย งดงามลํ้าค่าวิไล ภูมิปัญญาไทยแปดริ้ว” เมื่อวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ณ เวทีกลาง บูธชมรม แม่บ้านมหาดไทย งานนมัสการหลวงพ่อโสธร และงาน กาชาดจังหวัดฉะเชิงเทรา ประจำ�ปี ๒๕๖๔ - ประชาสัมพันธ์ออนไลน์และออฟไลน์ เช่น Facebook สำ�นักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดฉะเชิงเทรา สำ�นักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด สำ�นักงานพัฒนาชุมชน อำ�เภอ ๑๑ อำ�เภอในจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นประจำ� ทุกสัปดาห์


193 จังหวัดชลบุรี มีกิจกรรมทั้งสิ้น จำ�นวน ๑ กิจกรรม - จัดนิทรรศการรณรงค์และส่งเสริมการใช้และสวมใส่ผ้าไทยตามพระดำ�ริ “ผ้าไทย ใส่ให้สนุก” ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และมาตรการ ส่งเสริมและสนับสนุนการใช้และสวมใส่ผ้าไทย ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๖๓ โดยจัดแสดงผลงานผ้าไทยและจัดกิจกรรมการประกวดเดินแบบไทย เมื่อวันที่ ๑๐ - ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ ณ บริเวณห้องโถงศาลากลางจังหวัดชลบุรี และโรงแรมบางแสนเฮอริเทจ อำ�เภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี


194 จังหวัดชัยนาท มีกิจกรรมทั้งสิ้น จำ�นวน ๔ กิจกรรม - โครงการประกวดผ้าลายพระราชทาน “ผ้าลายขิดนารีรัตนราชกัญญา” รอบคัดเลือก ภาคกลาง สืบสานแนวพระดำ�ริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา - จัดกิจกรรมเดินแบบผ้าไทย “ภูษาสง่า ศิลป์ถิ่นชัยนาท” - จัดนิทรรศการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ตาม พระดำ�ริ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เนื่องในโอกาสวันคล้ายวัน ประสูติ ๘ มกราคม ๒๕๖๕ - นิทรรศการผ้าทอลายพระราชทาน “ผ้ามัดหมี่ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” และผ้าพื้นเมืองจังหวัดชัยนาท


195 จังหวัดตราด มีกิจกรรมทั้งสิ้น จำ�นวน ๑ กิจกรรม - ประชาสัมพันธ์เชิญชวนทุกหน่วยงาน ทั้ง หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้นำ�กลุ่ม องค์กร เครือข่าย และประชาชนทุกคนสวมใส่ผ้าไทย ภายใต้ แนวคิด “โครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก” เป็นประจำ� ทุกวัน พร้อมประชาสัมพันธ์เชิญชวนผ่านช่องทาง ออฟไลน์ เช่น การประชุม งานวาระต่าง ๆ และ ช่องทางออนไลน์ เช่น Facebook Line และ YouTube เป็นต้น เพื่อเป็นต้นแบบและกระตุ้น ส่งเสริมให้ประชาชนสวมใส่ผ้าไทยในทุกโอกาส สร้างรายได้ให้กับชุมชน


196 จังหวัดนครนายก มีกิจกรรมทั้งสิ้น จำ�นวน ๑ กิจกรรม - กิจกรรมเดินแบบผ้าไทยใส่ให้สนุก ในวันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๖๕ (วันสตรีสากล) ณ ศูนย์ฝึกอาชีพ ผลิต และจำ�หน่ายสินค้าพื้นเมือง จังหวัดนครนายก


197 จังหวัดนครปฐม มีกิจกรรมทั้งสิ้น จำ�นวน ๒ กิจกรรม - ส่งเสริมการใช้และสวมใส่ผ้าไทย ตามแนวพระดำ�ริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” - การประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ทุกหน่วยงานทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานราชการ เอกชน กลุ่ม องค์กร และภาคประชาชน สวมใส่ผ้าไทยและผ้าพื้นเมือง เพื่อปลุกกระแสการใส่ผ้าไทย ให้เป็นที่นิยม ส่งผลให้กลุ่มชุมชนที่ทอผ้ามีอาชีพและมีรายได้เพิ่มขึ้น อีกทั้งยังเป็นการคงไว้ ซึ่งวัฒนธรรมและภูมิปัญญาผ้าไทย


198 จังหวัดนนทบุรี มีกิจกรรมทั้งสิ้น จำ�นวน ๓ กิจกรรม - การรณรงค์สวมใส่ผ้าไทยปลูกผักตามแผน ปฏิบัติการ ๙๐ วัน ปลูกผักสวนครัวเพื่อสร้างความมั่นคง ทางอาหาร - การรณรงค์สวมใส่ผ้าไทย ในการร่วมขับเคลื่อน พื้นที่เกษตรทฤษฎีใหม่ : ศาสตร์พระราชาสู่ โคก หนอง นา โมเดล - การจัดทำ�สื่อประชาสัมพันธ์ เพื่อรณรงค์ ให้ส่วนราชการ ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่สวมใส่ ผ้าไทยในชีวิตประจำ�วัน


Click to View FlipBook Version