The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by supiitchaaa, 2021-09-12 11:07:32

อารยธรรมลุ่มแม่น้ำไนล์

อารยธรรมลุ่มแม่น้ำไนล์

นาย ปกรณ์ สิทธิโชคเจริญดี ชั้น ม.6/4 เลขที่ 13

คำนำ

อารยธรรมลุ่มแม่น้ำไนล์ถือเป็นอารยธรมมที่สำคัญของโลกเนื่องจากเกิดวิวัฒนาการ
และสิ่งสำคัญในด้านต่างๆมากมาย กระผมจึงเห็นว่าอารยธรรมนี้น่าสนใจ จึงได้จัด
ทำE-Bookโดยหนังสือเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาอารยธรรมโลก

ปกรณ์ สิทธิโชคเจริญดี
ผู้จัดทำ

สารบัญ หน้า

เรื่อง 1
3
ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ 5
ลักษณะการปกครอง 6
โครงสร้างทางสังคม 8
ความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาการ 9
การแพทย์และสถาปัตยกรรม
ความเชื่อและบทบาทในการดำเนินชีวิต

ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ 1

ที่ตั้งสภาพภูมิศาสตร์ของอียิปต์โดยทั่วไปมีลักษณะร้อนและแห้งแล้งพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเขตทะเล
ทรายซึ่งไม่เอื้อต่อการเพาะปลูกยกเว้นบริเวณ 2 ฝั่ งแม่น้ำไนล์ที่มักมีน้ำท่วมขังเป็นประจำในช่วงฤดู
ฝนน้ำฝนและหิมะที่ละลายจากยอดเขาจะไหลจากต้นแม่น้ำไนล์และท่วมล้นสองฝั่ งแม่น้ำตั้งแต่เดือน
กันยายนของทุกปีตะกอนและโคลนที่น้ำพัดพามาได้กลายเป็นปุ๋ยที่ดีสำหรับการเพาะปลูกบริเวณที่ลุ่ม
ริมฝั่ งแม่น้ำอย่างไรก็ตามลักษณะธรรมชาติดังกล่าวนี้ช่วยให้ชาวอียิปต์เพาะปลูกได้เพียงปีละครั้ง
เท่านั้น ดังนั้นจึงจำต้องใช้ภูมิปัญญาแก้ไขข้อจำกัดของสภาพภูมิศาสตร์ด้วยการขุดคลอง ขนาดสั้นๆ
เพื่อส่งน้ำเข้าไปในเขตทะเลทรายที่แห้งแล้งจนสามารถขยายพื้นที่เพาะปลูก และทำการเพาะปลูกได้ปี
ละ 2-3 ครั้ง นอกจากนี้ผู้นำชาวอียิปต์โบราณยังใช้วิธีคำนวณจัดแบ่งที่ดินที่สามารถเพาะ ปลูกได้ให้
กับประชาชนอย่างทั่วถึง กล่าวได้ว่าการทำชลประทานและระบบจัดสรรที่ดินช่วยให้ชาวอียิปต์ตั้ง
ถิ่นฐาน อยู่ในดินแดนที่แห้งแล้งได้ต่อเนื่องนานถึง 6000 ปี โดยไม่ต้องอพยพละทิ้งถิ่นฐานไป
แสวงหาที่ทำกินใหม่เหมือนชนชาติอื่ น

ลักษณะที่ตั้งของอียิปต์ซึ่งถูกปิดล้อมด้วยพรมแดนธรรมชาติที่สำคัญ คือทะเลและทะเลทราย
ก็ช่วยป้องกันการรุกรานจากภายนอก ทำให้ชาวอียิปต์สามารถพัฒนาและหล่อหลอมอารยธรรมได้ต่อ
เนื่องยาวนานและมี เอกลักษณ์ของตนเอง

2

ทรัพยากรธรรมชาติแม้ว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ของ
อียิปต์จะเป็นทะเลทรายที่แห้งแล้งแต่บริเวณสอง
ฝั่ งแม่น้ำไนล์ก็ประกอบด้วยหินแกรนิตและ
หินทรายซึ่งเป็นวัสดุสำคัญที่ชาวอียิปต์ใช้ในการ
ก่อสร้างและพัฒนาความเจริญรุ่งเรืองทางด้าน
สถาปัตยกรรมวัสดุเหล่านี้มีความคงทนแข็งแรง
และช่วยรักษามรดกทางด้านอารยธรรมของ
อียิปต์ให้ปรากฏแก่ชาวโลกมาจนกระทั่งทุกวันนี้
นอกจากนี้ต้นอ้อโดยเฉพาะปาปิรุสซึ่งขึ้นชุกชุม
บริเวณสองฝั่ งแม่น้ำไนล์ก็เป็นวัสดุธรรมชาติ
สำคัญที่ชาวอียิปต์ใช้ทำกระดาษทำให้เกิความ
ก้าวหน้าในการบันทึกและสร้างผลงานด้าน
วรรณกรรม

ลักษณะการปกครอง 3

สมัยอาณาจักรเก่า กษัตริย์หรือฟาโรห์ (Pharaoh) มีอำนาจสูงสุด โดยมีผู้
ช่วยในการปกครองคือ ขุนนาง หัวหน้าขุนนางเรียกว่า “วิเซียร์” และมีหน่วย
งานย่อย ๆ ในการบริหารประเทศ แต่ละเมืองแต่ละหมู่บ้านมีผู้ปกครองระดับ
ต่าง ๆ ดูแลเป็นลำดับขั้น แต่ละชุมชนถูกเกณฑ์แรงงานมาทำงานให้แก่
ทางการซึ่งส่วนใหญ่คือ การสร้างพีระมิดแต่ละอาณาจักรมีอำนาจปกครอง
เหนือมณฑลต่าง ๆหรือเรียกว่าโนเมส ซึ่งแต่ละโนเมสมีสัญลักษณ์แตกต่าง
กัน ต่อมามีการรวมกันเป็นอาณาจักรใหญ่ 2 แห่ง คืออียิปต์บนและอียิปต์
ล่าง ต่อมาทั้ง 2 อาณาจักรได้ถูกรวมเข้าด้วยกันเกิดราชวงศ์อียิปต์โดย
ประมุขแห่งอียิปต์ (เมเนสหรือนาร์เมอร์) ความเสื่อมของอารยธรรมสมัยก่อน
ประวัติศาสตร์ การสร้างพีระมิดขนาดใหญ่ เป็นการบั่นทอนเศรษฐกิจและ
แรงงานของอียิปต์ ซึ่งนำความเสื่อมมาสู่ราชวงศ์อียิปต์

สมัยอาณาจักรกลาง ฟาโรห์เปลี่ยนภาพลักษณ์จากผู้ปกครองที่อยู่ห่างไกลประชาชนมาเป็นผู้ปกป้อง 4

ประชาชน ลดการสร้างพีระมิด แต่ประชาชนต้องตอบแทนด้วยการทำงานสาธารณะต่าง ๆ เช่น การระบายน้ำใน

บริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำเพื่อช่วยการเกษตร การขุดคลองเชื่อมแม่น้ำไนล์กับทะเลแดงเพื่อการสะดวกใน

การค้าและขนส่ง สมัยอาณาจักรใหม่ ฟาโรห์อเมนโฮเตปที่ 4

ทรงเปลี่ยนแปลงความเชื่อในเรื่องการ

นับถือเทพเจ้าหลายองค์มาเป็นการนับถือ

เทพเจ้าองค์เดียว คือ เทพเจ้าแห่งดวง

อาทิตย์ ทำให้เกิดความไม่พอใจในหมู่ขุนนาง

และประชาชน รัชกาลนี้จึงตกต่ำ แต่เมื่อ

ฟาโรห์ตุตันคาเมนขึ้นครองราชย์จึงเปลี่ยน

กลับไปนับถือเทพเจ้าหลายองค์เช่นเดิม

ตั้งแต่ศตวรรษที่ 11 ก่อนคริสต์ศักราช

อียิปต์สูญเสียความเข้มแข็ง ชนเผ่าต่าง ๆ

สลับกันมีอำนาจปกครองอียิปต์ เช่น

อัสซีเรีย ลิเบีย เปอร์เซีย สุดท้ายอียิปต์

กลายเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรโรมัน

โครงสร้างทางสังคมของอียิปต์โบราณ 5

เป็นสังคมแบบลำดับชั้น ผู้ปกครองสูงสุด คือ ฟาโรห์ และชนชั้นปกครองอื่น ๆ คือ ขุนนางและนักบวช
ชนชั้นรองลงมาคือ พ่อค้าและช่างฝีมือ ชนชั้นล่าง คือ ชาวนา และทาส ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ ที่ดินทั้งหมด
เป็นของฟาโรห์ สำหรับขุนนางและนักบวชก็ได้ครอบครองที่ดินจำนวนมาก ชาวนาอาศัยอยู่ในหมู่บ้านหรือ
เมืองเล็กๆ และเสียภาษีเป็นผลผลิตให้ฟาโรห์ ขุนนาง และพระ รวมทั้งต้องถูกเกณฑ์แรงงานไปทำงานให้รัฐ
และเป็นทหารสตรีมีบทบาทสูงไม่น้อยกว่าผู้ชาย คือ ให้สถานภาพแก่สตรีสูง ยอมให้สตรีขึ้นครองราช
บัลลังก์ได้ มีสิทธิในการมีทรัพย์สินและมรดก ราชินีที่มีชื่อเสียงของอียิปต์ คือ แฮตเชพซุต (Hatchepsut)
ซึ่งปกครองในศตวรรษที่ 15 ก่อนคริสต์ศักราช และทำความงดงามให้กับเมืองคาร์นัก

ชาวอียิปต์ไม่ยอมให้ชายแต่งงานกับสตรีเป็นภรรยามากกว่า 1 คน แม้ว่าการมีเมียน้อยเป็นเรื่องปกติและ
ยอมรับทั่วไป ลักษณะที่แปลกของระเบียบสังคมนี้ คือ ชอบให้พี่ชาย-น้องสาวแต่งงานกัน หรือแต่งงาน
ภายในตระกูล ฟาโรห์แต่งงานกับตระกูลของตน เพื่อรักษาความบริสุทธิ์ของสายเลือด ประเพณีนี้ได้มีผู้อื่น
นำไปใช้ต่อมา

ความเจริญด้านวิทยาการ 6

ด้านดาราศาสตร์ เกิดจากการสังเกตปรากฏการ์ณที่น้ำในแม่น้ำไนล์หลาก
ท่วมล้นตลิ่ง เมื่อน้ำลดแล้วพื้นดินก็มีความเหมาะสมที่จะเพาะปลูก หลังจาก
ชาวนาเก็บเกี่ยวพืชผลแล้วน้ำในแม่น้ำไนล์ก็กลับมาท่วมอีก หมุนเวียนเช่นนี้
ตลอดไป ชาวอียิปต์ได้นำความรู้จากประสบการ์ณดังกล่าวไปคำนวณปฏิทิน
นับรวมเป็น 1 ปี มี 12 ดือน ในรอบ 1 ปียังบ่งเป็น 3 ฤดูที่กำหนดตามวิถี
การประกอบอาชีพ คือ ฤดูน้ำท่วม ฤดูไถหว่าน และฤดูเก้บเกี่ยว

ด้านคณิตศาสตร์ โดยเฉพาะการคำนวณขั้นพื้นฐาน ได้แก่ การบวก
ลบและหาร การคำนวณพื้นที่วงกลม สี่เหลี่ยม และสามเหลี่ยม ความรู้
ดังกล่าวเป็นฐานของวิชาฟิสิกส์ ซึ่งชาวอียิปต์ใช้คำนวณในการ
ก่อสร้างพีระมิด วิหาร เสาหินขนาดใหญ่ ฯลฯ

ด้านอักษรศาสตร์ อักษรไฮโรกลิฟิกเป็นอักษรรุ่นแรกที่ 7
อียิปต์ประดิษฐ์ขึ้นเมื่อประมาณปี 3100 ปีก่อนคริสต์ศักราช
เป็นอักษรภาพแสดงลักษณ์ต่างๆ ต่อมามีการพัฒนาตัว
อักษรเป็นแบบพยัญชนะ ในระยะแรก ชาวอียิปต์จารึกเรื่อง
ราวด้วยการแกะสลักอักษรไว้ตามกำแพงและผนังของสิ่งก่อ
สร้าง เช่น วิหารและพีระมิด ต่อมาค้นพบวิธีทำกระดาษจากต้น
ปาปิรุส ทำให้มีการบันทึกแพร่หลายมากขึ้น ความก้าวหน้าทาง
อักษรศาสตร์จึงเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ทำให้ชาว
โลก ทราบถึงความเจริญและความต่อเนื่องของอารยธรรม
อียิปต์

ประติมากรรม ชาวอียิปต์สร้างผลงานประติมากรรม
ไว้จำนวนมาก ทั้งที่เป็นรูปปั้ นและภาพสลัก ส่วนใหญ่
ประดับอยู่ในพีระมิดและวิหาร ที่พบในพีระมิดมักเป็นรูป
ปั้ น ของฟาโรห์และมเหสี ภาพสลักที่แสดงถึงเรื่องราว
ต่างๆ และวิถีชีวิตของชาวอียิปต์ ส่วนในวิหารมักเป็นรูป
ปั้ นสัญลักษณ์ของเทพและสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ที่นับถือ เช่น
สุนัข แมว เหยี่ยว ฯลฯ และภาพสลักที่แสดงเรื่องราว
และเหตุการณ์

8

ด้านการแพทย์ มีความก้าวหน้าทางด้านการแพทย์
มากเอกสารที่บันทึกเมื่อ 1700 ปีก่อนคริสต์ศักราช
ระบุว่าอียิปต์มีผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์หลาย
สาขา เช่น ทันตแพทย์ ศัลยแพทย์ และแพทย์ผู้
เชี่ยวชาญเกี่ยวกับกระเพาะอาหาร ในสมัยนี้แพทย์
อียิปต์สามารถผ่าตัดคนไข้แบบง่ายๆ ได้แล้ว
นอกจากนี้ยังคิดค้นวิธีปรุงยารักษาโรคต่างๆ ได้
จำนวนมาก โดยรวบรวมเป็นตำราเล่มแรก ซึ่งต่อ
มาถูกนำไปใช้กันแพร่หลายในทวีปยุโรป

ด้านสถาปัตยกรรม เอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมอียิปต์คือ
พีระมิด ซึ่งสร้างขึ้นด้วยจุดประสงค์ทางศาสนาและอำนาจทางการ
ปกครองด้วยความเชื่อทางศาสนาฟาโรห์ของอียิปต์จึงสร้างพีระมิด
สำหรับหรับตนเอง เช่น พีระมิดแห่งเมืองกิซานอกจากพีระมิดแล้ว
อียิปต์ยังสร้างวิหารจำนวนมากเพื่อบูชาเทพเจ้าแต่ละองค์และเทพ
ประจำท้องถิ่นภายในวิหารมักจะประดับด้วยเสาหินขยาดใหญ่ซึ่ง
แกะสลักลวดลายอย่างงดงาม วิหารที่สำคัญและยิ่งใหญ่ของอียิปต์
ได้แก่ วิหารแห่งเมืองคาร์นักและวิหารแห่งเมืองลักซอร์

ความเชื่อและบทบาทในการดำเนินชีวิต 9

ศาสนามีอิธิพลสำคัญต่อการดำเนินชีวิตและการสร้างสรรค์อารยธรรมอียิปต์ ความเชื่อทางศาสนาของชาวอียิปต์
ผูกพันกับธรรมชาติและสภาพภูมิศาสตร์ จะเห็นได้ว่าชาวอียิปต์นับถือเทพเจ้าหลายองค์ทั้งที่เป็นสรรพสิ่งตาม
ธรรมชาติและวิญญาณของอดีตฟาโรห์ โดยบูชาสัตว์ต่างๆ เช่น แมว สุนัข หมาใน วัว เหยี่ยว แกะ ฯลฯ เพราะเชื่อว่า
สัตว์เหล่านั้นเป็นที่สิงสถิตของเทพซึ่งพิทักษ์มนุษย์ แต่เทพเจ้าที่เชื่อว่ามีอำนาจปกครองจักรวาลคือ รา ซึ่งเป็นเทพ
แห่งดวงอาทิตย์และเป็นหัวหน้าแห่งเทพเจ้าทั้งปวง โอริซิสซึ่งเป็นเทพแห่งแม่น้ำไนล์ผู้บันดาลความอุดมสมบูรณ์ให้
แก่อียิปต์และเป็นผู้พิทักษ์ดวงวัญญาณหลังความตาย และไอซิส ซึ่งเป็นเทวีผู้สร้างและชุบชีวิตคนตาย และยังเป็น
ชายาของเทพโอริซิสอีกด้วย ชาวอียิปต์นับถือฟาโรห์ของตนเสมือนเทพเจ้าองค์หนึ่งและเชื่อว่าวิญญาณเป็นอมตะ

ศาสนามีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมอำนาจการปกครองของสถาบัน
กษัตริย์อียิปต์ เป็นการสร้างความชอบธรรมให้แก่สถานะและอำนาจ
ของฟาโรห์ นอกจากนี้ความเชื่อทางศาสนาของชาวอียิปต์ยังส่งเสริม
ให้เกิดความเจริญทางด้านวิทยาการด้านต่างๆ และศิลปกรรมอีกด้วย


Click to View FlipBook Version