1323 ร่พวมกับ งานKM
าใจกลับบ้าน
เ รื่ อ ง เ ล่ า ช า ว พ า ใ จ ก ลั บ บ้ า น
วั น ที่ 2 3 สิ ง ห า ค ม 2 5 6 4
On Zoom
ใจกลั บบ้าน
พา 1323 X KM
ผู้ปฎิ บั ติ งาน กลุ่มคลิ นิ กเฉพาะทาง สายด่ วนสุ ขภาพจิต
ที่ปฏิ บั ติ งาน WORK FROM HOME ดู แลจิตใจประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง
วัตถุ ประสงค์ของกิ จกรรม
ทางทีม 1323 ได้เชิ ญทีม KM มาจัดกิ จกรรม "พาใจกลับบ้าน" ให้
กับผู้ปฏิ บั ติ งานสายด่ วน 1323 เพื่อ ให้ผู้ปฏิ บั ติ งานได้มาพบปะพู ด
คุ ย สร้างพลังใจให้กับผู้ปฏิ บั ติ งานเเละทบทวนในเรื่องการทำงาน
สิ่ งที่ได้รับหลังทำกิ จกรรม
1.กิ จกรรมพาใจกลั บบ้านทำให้ทุ กคนได้เชื่ อมโยงกั น พู ดคุ ยเรื่องราว
ต่ าง ๆ ทำให้เกิ ดความสบายใจ และรู้สึ กได้รั บพลั งใจซึ่งกั นเเละกั น
2.ทุ กคนมีเรื่องเรื่องไม่ สบายใจจากการทำงาน เมื่อมีผู้รั บฟั งที่อยู่ ใน
สถานการณ์ คล้ายกั นทำให้รู้สึ กเบาใจขึ้ น
3.ทุ กคนได้ทบทวนตั วเอง มองเห็ นคุ ณค่ าของตั วเอง เห็ นความ
สำคัญของงานที่ตนเองทำอยู่ มีพลั งใจในการทำงานมากยิ่งขึ้ น
สิ่ งที่ต้องพัฒนา
1.กลั บมาดู แลจิ ตใจตนเองและเพื่อนร่ วมงานมากขึ้ น
2.เติ มพลั งใจให้ตนเองและเพื่อนร่ วมงานเสมอ ๆ
3.จัดกิ จกรรมให้ผู้ปฏิ บั ติ งานได้พู ดคุ ยแลกเปลี่ยนเรื่องราว
ต่ างๆ ในทุ กเวร
1323 ร่พวมกับงาน าใจกลับบ้านKM
เนื่องจากช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของ Covid-19 ทำให้เกิดการเปลี่ยนเเปลงการใช้ใน
ชีวิตรูปแบบใหม่ รวมถึงการทำงานที่ต้องปรับเปลี่ยนไป จากที่เคยพบปะกับเพื่อนร่วมงาน พูดคุย
เเลกเปลี่ยน ดูแลกันในที่ทำงาน ปรับเปลี่ยนเป็นการทำงาน work from home ซึ่งเป็นระยะเวลานาน
เกือบ 2 ปี ทำให้เกิดความเบื่อหน่าย เหนื่อยล้าจากการทำงาน
ทางทีม 1323 จึงเห็นว่า อยากให้มีการจัดกิจกรรมกลุ่มโดยให้ผู้ปฏิบัติงานได้มาพบปะพูดคุยกัน
จึงได้เชิญทีม KM นำโดย คุณจุฬาลักษณ์ รุ่มวิริยะพงษ์ ที่มีความเชี่ยวชาญในการจัดกิจกรรม มาจัด
กิจกรรม "พาใจกลับบ้าน" ให้กับผู้ปฏิบัติงานสายด่วน 1323
โดยกิจกรรมเริ่มต้นจากการสำรวจความรู้สึกของตนเอง ความคาดหวังต่อกิจกรรม จะเห็นได้ว่า
ผู้เข้าร่วมทุกคนมีความตื่นเต้น ให้ความสนใจกับกิจกรรมนี้ อยากรู้ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป ให้ทุกคนมี
ส่วนร่วมในการสร้างกติการ่วมกัน "เพื่อให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยในการแลกเปลี่ยนเรื่องราวซึ่งกันเเละ
กัน"
ระหว่างทำกิจกรรม FA ประจำกลุ่มให้ทุกคนได้เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในการทำงาน ที่ทำให้รู้สึกไม่
สบายใจและให้สมาชิกในกลุ่มได้สะท้อนข้อดีจากเรื่องที่เล่า ผู้ที่เล่าได้ฟังข้อดีของตัวเองจากที่สมาชิก
ในกลุ่ม ทำให้ได้กลับมามองเห็นตัวเองในด้านดี รู้ สึกสบายใจมากขึ้นโดยให้สมาชิกผลัดเปลี่ยนกันเป็น
ผู้เล่าครบทุกคน กิจกรรมช่วงท้ายเป็นการเขียนจดหมายถึงตัวเองเพื่อเป็นการให้อภัย ชื่นชม ขอบคุณ
เเละย้ำเตือนให้ได้กลับมาดูแลจิตใจตนเองมากขึ้น
หลังจากทำกิจกรรมนี้ ทำให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้กลับมาทบทวนตัวเอง มองเห็นคุณค่าของตัว
เอง เห็นความสำคัญของงานที่ตนเองทำอยู่ "ผ่านการเชื่อมโยงกับสมาชิกในกลุ่มที่เข้าร่วมกิจกรรมพา
ใจกลับบ้าน"
สิ่งที่ทีม 1323 จะพัฒนาต่อไป คือ การจะจัดกิจกรรมให้ผู้ปฏิบัติงานได้พูดคุยแลกเปลี่ยน
เรื่องราวต่างๆ ผ่านกิจกรรมเพียรีวิวประจำเวร รวมถึงการจัดกิจกรรมผ่อนคลายความเครียดใน
การประชุมผู้ปฎิบัติงานในทุกๆเดือน
1323 ร่พวมกับงาน าใจกลับบ้านKM
เ รื่องเล่าชาวพาใจกลับบ้าน
“ ตอนแรกเลยที่เห็นชื่อกิจกรรมมันรู้สึกลังเลใจว่าจะเข้าดีไหม กิจกรรมจะยากไปไหมเพราะ
คิดว่าต้องอยู่กับความรู้สึกของตนเองมากแน่ เกิดความลังเลที่จะเข้า แต่ตัวสินใจเข้าไปดีกว่า
อยากที่จะเรียนรู้
เริ่มแรกเลยให้เปลี่ยนชื่อตัวเอง เริ่มใช้ความคิดแหละจะใช้ชื่ออะไรดี เลยคิดอะไรไม่ออกเห็นแมว
ว่างอยู่เอาชื่อนี้แหละเหมียวๆ จะได้ดูน่ารักดี หลังจากนั้น เริ่มให้ check in ตัวเองเรามาด้วยที่อยาก
เรียนรู้เลยไม่ได้คาดหวังอะไร คิดว่าน่าจะมีอะไรดีแน่มีการตั้งกฏกติกาในกลุ่ม
เริ่มทำกิจกรรม จับใจ ตอนให้หลับตารู้สึกเฉยๆ แต่พอให้มาสัมพัสใจไม่ใช้ความคิด
เริ่มคิดเรื่องการดูแลตัวเองมาเฉยเลย ที่ผ่านมาใช้ร่างกายคุ้มมาก ไม่ได้ดูแลมันเลย ได้แต่ขอบคุณ
และขอโทษมัน แล้วความโล่งมันเกิดขึ้นไประดับนึง แต่พอเข้าสู่กิจกรรม ย้อนวันวาน เท่านั้นแหละ
ได้พูดได้เล่าเรื่องที่อึดอัดใจมาหลายปี มีทั้งอารมณ์โกรธและเสียใจป่นกันอยู่ แต่พอได้พูดออกมา
แล้ว กลับทำให้รู้สึกว่าให้อภัย ทำให้โล่งไปกว่าเดิม ยิ้มได้อ่ะ
สุดท้ายได้เขียนจดหมายให้กับตัวเอง รู้ว่าที่ผ่านมาเหนื่อยและหนักที่ต้องแบกรับอะไร
หลาย ๆ อย่าง ได้แต่ขอโทษตัวเองที่ละเลยตัวเองไปบ้าง และขอบคุณที่เรายังสู้ ถือว่าเราก็เก่งที่
ผ่านเรื่องราวนั้นมาได้ หวังว่าหลังจากนี้ไปเราจะเติบโตขึ้น รักตัวเองในแบบของเรา มีความสุข
มีพลังในการทำงานและการใช้ชีวิตได้อย่างสมดุล”
- เรื่องเล่าของเหมียวเหมียว -
1323 ร่พวมกับงาน าใจกลับบ้านKM
เ รื่องเล่าชาวพาใจกลับบ้าน
“จากเหตุการณ์ในปัจจุบันทำให้หลายคนมีกิจวัตรประจำวันที่เปลี่ยนไป มีข้อ
จำกัดในการใช้ชีวิตที่มากขึ้น รวมทั้งข่าวสารบ้านเมืองที่ค่อนข้างตึงเครียดในทุกๆวัน
ย่อมส่งผลกระทบอารมณ์ความรู้สึกของหลายคนเป็นเรื่องธรรมดา รวมทั้งตัวเราเองที่
ถึงแม้ว่าจะเข้าใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดี แต่ก็ยอมรับว่ายากมากที่จะรับมือ ยิ่งเราเป็น
คนที่มีความสุขกับการทำกิจกรรมนอกบ้านเยอะ ชอบการพูดคุยและออกไปพบปะ
เพื่อนฝูง ทำให้ค่อนข้างมีอารมณ์เบื่อหน่ายและสิ้นหวังเกิดขึ้นได้บ่อยครั้ง
การเข้ากิจกรรมพาใจกลับบ้าน 2 ครั้งนี้ทำให้ได้เข้าใจความรู้สึกของตนเองมาก
ขึ้น บ่อยครั้งการอยู่คนเดียวเป็นเวลานาน ทำกิจกรรมเดิมๆซ้ำๆทำให้ชีวิตของเรา
ทำงานกับความคิดของตนเองเป็นอย่างมาก นำมาซึ่งการบั่นทอนกำลังใจในชีวิตของ
ตนเอง
การเข้ากิจกรรมครั้งนี้ทำให้ได้วางความคิดเหล่านั้นลง อยู่กับอารมณ์ความรู้สึก
กับปัจจุบันมากขึ้น มีกิจกรรมที่ได้เปิดเผยความรู้สึก ทำให้รู้เท่าทันตนเองและปรับ
ความรู้สึกได้ดีมากขึ้น หลังจากจบกิจกรรมจึงทำให้รู้สึกใจเบาสบาย สมองปลอดโปร่ง
โล่งสบายมากขึ้น”
- เรื่องเล่าของ Sunflower -
1323 ร่พวมกับงาน าใจกลับบ้านKM
เ รื่องเล่าชาวพาใจกลับบ้าน
แค่ชื่อกิจกรรมก็รู้สึกตื่นเต้น คงเป็นกิจกรรมอะไรสักอย่างที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลายและส่งผลต่อใจ จนกระทั้งถึงวัน
ที่ได้เข้าร่วมกิจกรรม เริ่มต้นด้วยความลังเลใจว่าจะเข้ากิจกรรมนี้ดีไหม เนื่องจากเป็นวันหยุด แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจเข้า
ร่วมด้วยความรู้สึกไม่คาดหวัง คิดว่าเดียวเวลาคงผ่านหมดไป แต่สุดท้ายแค่เริ่มต้นกิจกรรมก็รู้สึกมีพลัง อย่างน้อยก็ได้
เ จ อ เ พื่ อ น ๆ
เ ริ่ ม กิ จ ก ร ร ม ด้ ว ย ท า ง ที ม ง า น ใ ห้ เ ป ลี่ ย น ชื่ อ เ ป็ น อ ะ ไ ร ก็ ไ ด้ ที่ จ ะ เ ป็ น ชื่ อ แ ท น ตั ว เ ร า สำ ห รั บ ใ ห้ เ พื่ อ น ไ ว้ เ รี ย ก แ ท น เ ร า ต ล อ ด
การเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ก็คิดอยู่นาน คิดวนไปวนมาหลายรอบและคิดอยู่หลายชื่อแต่ก็ยังไม่ตัดสินใจ จนเป็นคน
สุดท้ายที่ได้เปลี่ยนชื่อและก็ตัดสินใจเลือกชื่อ “ภูเขา” ให้กับตัวเอง ที่ตัดสินใจเลือกชื่อนี้คงเป็นเพราะช่วงนี้มีความรู้สึก
อยากไปเที่ยวภูเขาอยู่แทบจะตลอดเวลา หลังจากนั้นผู้นำกิจกรรมก็ให้เริ่มต้นด้วยการเช็คอินความรู้สึกตนเอง ให้หลับตา
อยู่กับลมหายใจ อยู่กับตนเอง ซึ่งความรู้สึกตอนนั้นยังไม่อินไม่มีสมาธิอยู่กับกิจกรรมสักเท่าไหร่ แต่สุดท้ายก็พาสมาธิ
ตนเองกลับมาได้ ด้วยประโยคที่ว่า ใช้มือสัมผัสใจตนเอง กุมใจตนเองไว้ แล้วอยากบอกอะไรใจตนเอง แล้วใจตอบอะไร
กลับมา รู้สึกได้ว่าสมาธิกลับมาอยู่กับตัวเองแต่ยังคงว่างเปล่า ไม่ได้คิดว่าจะบอกอะไรใจตนเอง แล้วใจก็ไม่ได้ตอบอะไร
ก ลั บ ม า
หลังจากนั้นก็ได้แบ่งเข้ากลุ่มย่อย เพื่อพูดคุยแชร์ประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมาโดยจะต้องเป็นเรื่องที่ค้างคาใจ
ติดในใจ อยากพูดคุยออกมา ความรู้สึกที่สัมผัสได้ถึงเรื่องที่ค้างคาใจผุดขึ้นมาตั้งแต่ที่ทางทีมงานบอกถึงโจทย์ในครั้งนี้
สัมผัสได้ว่าน้ำตาจะไหลเมื่อนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมา รู้สึกชาตามตัว ความรู้สึกไม่มั่นใจในศักยภาพของตนเองก็เข้าครอบอำ หลัง
จากได้เล่าออกไป เล่าในพื้นที่ที่เรารู้สึกว่าปลอดภัย พื้นที่ที่เราไว้ใจ ผลที่เกิดขึ้น มันทำให้โล่งใจมาก เหมือนความรู้สึกที่
ไม่เคยบอกให้ใครรับรู้ ความกังวลใจความกลัวที่จะไม่มีใครเข้าใจ ก็เปลี่ยนไปเมื่อทุกคนกลับเข้าใจ และให้พลังบวกกลับ
มา สิ่งที่เราเจอกลับไม่เหมือนสิ่งที่เรากลัว หรือกังวลไว้เลย
ถึงตรงนี้อยากขอบคุณตนเองที่กล้าเล่าเรื่องราวออกมา ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้เคยคิดว่าไม่มีอะไรมาเปลี่ยนความรู้สึกนี้ได้
แต่สุดท้ายการที่เราได้ระบายออกไปและพลังบวกที่ได้กลับมา ความรู้สึกมันดีจริงๆ สัมผัสได้ว่าใจเราพองโตขึ้นมาก
ทำให้รู้ว่าที่ผ่านมาเรากลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว ควรจะอยู่กับปัจจุบัน ไม่ควรเอาอดีตมาบั่นทอนความรู้สึกปัจจุบันเลย
แ ล ะ ล ด ค ว า ม ค า ด ห วั ง ข อ ง เ ร า ล ง บ้ า ง ใ น เ มื่ อ ค า ด ห วั ง ไ ป ก็ ไ ม่ ไ ด้ ช่ ว ย ใ ห้ อ ะ ไ ร รู้ สึ ก ดี ขึ้ น
หลังจากนั้นมารวมกลุ่มใหญ่ทำกิจกรรม เขียนจดหมายถึงตนเอง เป็นการเขียนขอบคุณตนเองขอโทษตนเองและ
สัญญากับตนเอง จะมีสักกี่โอกาสที่เราได้มาทำอะไรแบบนี้ ได้อยู่กับตนเองเต็มที่แบบนี้ มีโอกาสได้พูดคุยกับตนเอง “ฉัน
ขอบคุณตนเองที่ยังคงรู้สึก ทำให้รู้ว่ายังคงใส่ใจ ยังแคร์และไม่ละเลย ขอโทษที่ใจดีกับใจผู้อื่นได้ แต่กลับใจร้ายกับใจ
ตนเอง ต่อไปสัญญาว่าฉันจะเป็นมนุษย์ที่ขับเคลื่อนด้วยความรู้สึกแบบนี้ต่อไป แต่จะใจดีกับใจตัวเองไปพร้อมๆกับใจดีกับ
ใ จ ผู้ อื่ น
- เรื่องเล่าของภูเขา -
1323 ร่พวมกับงาน าใจกลับบ้านKM
เ รื่องเล่าชาวพาใจกลับบ้าน
ชื่อของกิจกรรม “พาใจกลับบ้าน” เป็นสิ่งแรกที่ดึงดูดใจให้อยากลองเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ตอนแรกแอบ
เครียดและรู้สึกกังวลนิดหน่อยว่าจะเข้าร่วมกิจกรรมไม่ทัน เพราะช่วงเช้าจะวุ่นวายกับการจัดการเรื่องที่บ้าน ประกอบ
กับมีเวรเช้าในวันนี้ด้วย แต่สุดท้ายก็สามารถนำพาตัวเองมาเข้าร่วมกิจกรรมได้ตรงเวลา แต่ก็ยังกังวลต่อไปอีกเกี่ยว
กับเสียงรอบข้างที่ดังเป็นระยะๆ เนื่องจากสถานที่ที่นั่งอบรมออนไลน์ไม่เอื้ออำนวยสักเท่าไหร่
ช่วงเริ่มต้นของการทำกิจกรรม ทีมงานให้เปลี่ยนชื่อใหม่ที่ตนเองชอบ จึงเลือกชื่อต้นไม้ “แสงเงินแสงทอง”
และพร้อมมากที่นำเสนอที่มาของชื่อนี้ อีกทั้งแอบตื่นเต้นกับชื่อใหม่ของเพื่อนๆ ซึ่งดูน่าสนใจ ในใจก็คิดไปว่าเขาคงให้
แชร์ความสุขจากการได้ตั้งชื่อใหม่ แต่กลับไม่ได้เป็นไปอย่างที่คิด ก็ได้แต่สงสัยและลุ้นต่อไปว่าเขาจะให้ทำอะไร
จากนั้นเข้าสู่กิจกรรมที่ได้ทบทวนใจตนเอง โดยการหลับตา อยู่กับลมหายใจ พูดคุยกับหัวใจ ทั้งสิ่งที่อยาก
บอก อยากขอโทษ อยากขอบคุณ และกอดหัวใจตัวเองไว้ ในช่วงเวลานั้นน้ำตาก็ได้ไหลออกมา มันมีทั้งความรู้สึกดีใจ
และเสียใจพร้อมๆ กัน ความรู้สึกดีใจเกิดจากการที่ได้กลับมาอยู่กับลมหายใจตัวเองอีกครั้ง คิดถึงภาพความสุขที่ตัว
เองเคยไปปฏิบัติธรรม ซึ่งเป็นช่วงนึงของชีวิตที่ทำให้ตนเองมีความสุขทุกครั้งที่ได้อยู่กับลมหายใจ โดยที่ไม่มีเรื่องอื่นๆ
เข้ามาเกี่ยวข้องในเวลานั้นเลย และรู้สึกเสียใจที่ก่อนหน้านี้ได้ละเลยในเรื่องของการดูแลหัวใจตัวเองไปนาน ปล่อยให้
หัวใจพังและบอมช้ำมาโดยตลอดเวลาเกือบปี เพราะมัวไปยึดติดอยู่กับความต้องการที่อยากจัดการทุกเรื่องให้ลงตัว
ทั้งที่หลายๆ เรื่องมันต้องใช้เวลา ใช้ใจที่เข้มแข็งในการแก้ปัญหา มีคำถามนึงที่ผุดขึ้นมาคือ “นี่ฉันหลงทางทิ้งเธอไป
นานขนาดนี้เลยหรอหัวใจ”
ต้องขอบคุณกิจกรรมนี้ที่ช่วยให้มีเวลาได้กลับมาอยู่กับใจตนเองอีกครั้ง และอีกหนึ่งกิจกรรมที่ได้แบ่งปัน
เรื่องราวที่ติดค้างใจเกี่ยวกับการทำงาน ซึ่งก็คิดว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างละเอียดอ่อน ทำให้ลำบากใจในการพูดคุยพอ
สมควร แต่สุดท้ายก็เลือกเรื่องหมดไฟในการทำงานของตนเองนี่แหละ น่าจะเหมาะสุดละ ซึ่งก็ทำให้ใจฟูขึ้นได้เหมือน
กันนะ เพราะช่วงเวลานึงที่เรารู้สึกด้อยค่าตนเอง กลับมีเพื่อนๆ คอยซัพพอร์ท ให้กำลังใจ และชวนมองถึงข้อดีที่ตัว
เองมีอยู่ ความรู้สึกเหมือนได้ชาร์ตแบตให้พลังงบวกกับตัวเองอีกครั้ง ต้องขอบคุณเพื่อนๆ ที่เป็นส่วนเติมเต็มความ
รู้สึกดีๆ ในวันนี้ และช่วงสุดท้ายที่ได้เขียนจดหมายถึงตัวเอง กลับน้ำตาคลออีกครั้ง ขอบคุณหัวใจที่อยู่เคียงข้างกันมา
ตลอดไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ ขอโทษที่ละเลยเรื่องการพัฒนาจิตใจ หลังจากนี้จะขอโอกาสปรับปรุงแก้ไข ฟื้นฟูใจตัวเอง
ใหม่อีกครั้ง และจะแบ่งเวลาให้ดีขึ้นกว่าเดิม เชื่อว่าหลายเหตุการณ์ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเป็นบทเรียนที่จะสอนให้ใจแข็ง
แกร่งขึ้น
- เรื่องเล่าของแสงเงินแสงทอง -
1323 ร่พวมกับงาน าใจกลับบ้านKM
เ รื่องเล่าชาวพาใจกลับบ้าน
ก่อนอื่นต้องขอบคุณหน่วยงาน และทีมงาน รวมทั้งวิทยากร ที่จัดกิจกรรมนี้ขึ้นมา ทำให้เรามีโอกาสได้เข้า
ร่วมเป็นหนึ่งในการพาใจกลับบ้าน รุ่นที่ 2 ในวันนี้ ตอนแรกที่เห็นชื่อกิจกรรมแอบมีความกังวลใจว่าจะเป็นรูปแบบ
อย่างไร แอบลุ้นและตื่นเต้นที่จะได้เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ ส่วนตัวคิดว่าเป็นคนที่ถูกกระตุ้นทางอารมณ์ ความรู้สึกได้
ง่าย กลัวว่าจะร้องไห้มีน้ำตา(คิดไปเอง)ทั้งที่ยังไม่รู้เลยว่ารูปแบบกิจกรรมเป็นอย่างไร
พอถึงวันที่ต้องเข้าร่วมก็มาด้วยความรู้สึกตื่นเต้น เริ่มกันที่กิจกรรมแรกคือ ตั้งชื่อตนเองเป็นอะไรก็ได้
ที่ไม่ใช่ชื่อตนเอง และเป็นชื่อที่เราใช้เรียกกันในการทำกิจกรรม แอบสงสัยว่าเพราะอะไรแต่ก็ไม่ได้ถาม คงเพราะ
อยากเข้ากิจกรรมไวๆ จึงใช้ชื่อ “ชากี้” พอต่อมาก็มาที่กิจกรรมเช็คอินหัวใจ ส่วนตัวชอบกิจกรรมนี้นะแพราะ
เป็นการที่เราได้เช็คความรู้สึกตนเองว่ารู้สึกอย่างไร และบอกเล่าให้เพื่อนๆได้รับรู้ ในตอนนั้นรู้สึกตื่นเต้น ลุ้นตลอด
รับรู้ได้ว่าใจเต้นแรง อาจมาจากสาเหตุที่นอนน้อย และดีใจที่ได้เจอเพื่อนๆด้วยไม่ได้เจอกันนานมาก รู้สึกคิดถึงมาก
ห ลั ง จ า ก นั้ น เ ป็ น กิ จ ก ร ร ม ที่ แ บ่ ง ก ลุ่ ม อ อ ก ไ ป เ ล่ า สิ่ ง ที่ ค้ า ง ค า ใ จ เ กี่ ย ว กั บ เ รื่ อ ง ง า น ที่ ต น เ อ ง รู้ สึ ก ว่ า ยั ง ติ ด ค้ า ง
ในใจ เป็นกิจกรรมที่ให้เราทบทวนว่ามีอะไรที่ทำให้เรารู้สึกไม่ดี ที่เกิดขึ้นตอนทำงาน และยังให้อภัยตนเองไม่ได้
โดยเป็นการเล่าผ่านสิ่งของอะไรก็ได้ ที่ทำให้นึกถึงเชื่อมโยงเหตุการณ์นั้นๆ ซึ่งกิจกรรมนี้ทำให้เรารู้จักอีกมุมของ
เพื่อนในกลุ่มได้มากๆเลย เพราะเราไม่สนิทกัน มาจากคนละรุ่น ไม่เคยคุยกันมาก่อน กิจกรรมในวันนี้ทำให้เรา
เหมือนรู้จักกันลึกซึ้งผ่านการเล่า โดยที่เราก็แค่ตั้งใจฟัง แต่เป็นการใช้หัวใจฟังกันไม่ตัดสิน ทำให้เราเข้าใจกันได้
ไม่น่าเชื่อเลยเพียงแค่เราเปิดใจฟังเราจะสะท้อนความรู้สึกได้ตรงต่อกันมาก โดยการสะท้อนเป็นคพชำพูดที่น่าฟัง
คนฟังเองก็รู้สึกดี แถมกิจกรรมนี้ยังทำให้เราเห็นอีกหลายมุมของตนเองที่ทำได้ดี และบางครั้งเรามองตนเองไม่ดี
แ ต่ ค น อื่ น ก็ ใ ห้ กำ ลั ง ใ จ ใ ห้ เ ร า ม อ ง มุ ม ที่ ดี ข อ ง ต น เ อ ง เ ป็ น ก า ร เ พิ่ ม กำ ลั ง ใ จ ใ น ก า ร ทำ ง า น เ ป็ น อ ย่ า ง ม า ก
กิจกรรมสุดท้าย เป็นการเขียนจดหมายถึงตนเอง ในประเด็นที่พูดถึง การขอบคุณตนเอง การขอโทษ
ตนเอง และสัญญาที่อยากจะบอกกับตนเอง กิจกรรมนี้สำหรับตนเองถือว่าเป็นครั้งแรกเลยที่เคยมารู้สึกอะไรแบบนี้
ซึ่งมันดีมากนะ เพราะทำให้เรานึกถึงตัวเอง ใจดี อ่อนโยน ไม่คาดหวัง ไม่ตัดสินตนเอง แถมยังนึกถึงคุณค่าใน
ตนเองอีกด้วย พอมานึก ๆ แล้วก็มีหลายเรื่องที่ ตัวเองเก่งมาก สู้มาโดยตลอด แต่ที่เก่งกว่าความคิดก็ คือใจของ
เรานั่นเอง ส่วนคำสัญญาที่ให้ไว้กับตัวเองก็คือ จะจัดสรรเวลา พาตัวเองไปเที่ยวไปหาความสุข ซึ่งก็หวังว่าต้อง
ทำได้ สักวัน แล้วเจอกันนะความสุข วันนี้ “ชากี้” พาใจกลับบ้านพร้อมความสุขสำเร็จแล้ว ขอบคุณทีมงานทุกท่าน
- แล้วเจอกันใหม่ในกิจกรรมต่อไป -
ชากี้
1323 ร่พวมกับงาน าใจกลับบ้านKM
เ รื่องเล่าชาวพาใจกลับบ้าน
เรื่องเล่า...พาใจกลับบ้าน เป็นกิจกรรมที่เชิญชวนให้บรรดานักจิตวิทยาของกลุ่มงานสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ซึ่งเป็นบรรดาเหล่า
ผู้ให้การปรึกษาทางโทรศัพท์ได้พาใจตนเองกลับบ้าน เป็นกระบวนการแลกเปลี่ยน แบ่งปันเรื่องราวการทำงานของตนเองที่ผ่านๆมา
รวมถึงการทำงานในปัจจุบัน ที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19
กิจกรรมเริ่มต้นด้วยการให้สมาชิกที่เข้าร่วมกิจกรรมพาใจกลับบ้าน ตั้งชื่อนามแฝงของตนเอง ตามความชอบ เพื่อให้เพื่อน
สมาชิกเรียกชื่อนามแฝงแทนชื่อจริงและตามด้วยกิจกรรมการ Check in ความรู้สึกของสมาชิกในวันนี้ซึ่งพบว่าส่วนใหญ่มีความรู้สึกตื่น
เต้นกับกิจกรรมพาใจกลับบ้านในวันนี้ เป็นอย่างมากเพราะทุกคนไม่ทราบว่ากิจกรรมจะเป็นลักษณะอย่างไร หลังจากที่ได้มีการสำรวจ
ความรู้สึกของสมาชิกทั้งหมดตามด้วยการพูดคุยถึงกฎกติกาในการร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ โดยมีกฎกติกาว่าทุกคนต้องรักษาความลับ
ไม่ตัดสินไม่ต่อว่ากัน เป็นกันเอง เพื่อให้สมาชิกทุกคนสบายใจ และเป็นพื้นที่ๆปลอดภัยในการแบ่งปันเรื่องราวการทำงานของสมาชิก
ด้วยกันได้อย่างเต็มที่
จากนั้นต่อด้วยกิจกรรมจับใจตนเอง เป็นกิจกรรมการผ่อนคลายร่างกาย การได้นำตนเองกลับมาอยู่กับตนเอง อยู่กับทุกส่วน
ของร่างกายกลับมากอดหัวใจของตัวเอง ทำให้รู้สึกดีและยิ้มขอบคุณร่างกายตนเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนอาจจะละเลยอยู่มากพอสมควร
และหลังจากที่สมาชิกเกิดการผ่อนคลายเป็นที่เรียบร้อย หลังจากนั้นตามด้วยกิจกรรมย้อนวันวาน เป็นกิจกรรมที่ให้สมาชิกได้เล่าเรื่อง
ราวการทำงานที่ทำให้รู้สึกไม่สบายใจ ยังติดค้างอยู่ในใจที่ยังไม่เคยได้พูดออกมา ไม่เคยได้เล่าระบายออกมา เพื่อไม่ให้เป็นทุกข์ที่คอย
ทำให้สมาชิกไม่มีความสุขในการทำงาน หรือเป็นก้อนร้ายที่คอยบั่นทอนจิตใจของเราอีกต่อไป โดยให้สมาชิกหาอุปกรณ์อะไรก็ได้เป็น
ตัวแทนหรือสัญลักษณ์ของเรื่องราวของตนเอง หลังจากนั้นก็ได้เปิดพื้นที่ให้สมาชิกในกลุ่มได้เล่าเรื่องราวความทุกข์ใจ ความอึดอัดใจ
กังวลใจต่างๆเกี่ยวกับการทำงานที่เกิดขึ้นกับตนเอง ซึ่งแบ่งกันเป็นกลุ่มย้อย กลุ่มละ 4 คน ซึ่งทำให้รู้สึกอบอุ่นมากขึ้น เพราะทุกคนได้
แสดงออกถึงความตั้งใจในการรับฟังเป็นอย่างมาก ฟังอย่างตั้งใจ มอบพลังบวก สะท้อนถึงความรู้สึกของสมาชิก และสะท้อนให้
สมาชิกได้เห็นถึงจุดแข็งของตนเอง ได้เพื่อนใหม่ของตนเอง เช่น ได้เพื่อนที่ชื่อว่า คุณค่าในตนเอง ความรับผิดชอบ ความสัมพันธ์ ความ
ห่วงใย ซึ่งบรรดาเพื่อนๆเหล่านี้จะเป็นเพื่อนที่อยู่เคียงข้างตัวเราตลอดไปและทำให้เราพร้อมที่จะดูแลเพื่อนให้อยู่กับเรา คอยเป็นกำลัง
ใจในการทำงานให้กับตัวเรา ให้เราทำงานได้อย่างมีความสุขต่อไป
จากนั้นตามด้วยกิจกรรมเขียนจดหมายถึงตัวเอง (self talk ) ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ให้เขียนขอบคุณตัวเอง ขอโทษตัวเอง และให้
คำมั่นสัญญากับตัวเองโดยอ่านให้ตัวเราเองได้ยินเสียงของประโยคทั้งหมดที่เราได้เขียนถึงตนเองรวมถึงเพื่อนๆสมาชิกได้รับฟังด้วย
กิจกรรมนี้ทำให้ถึงกลั้นน้ำตาไว้ไม่ได้จริงๆ เพราะไม่เคยได้มีโอกาสเขียนถึงตนเองในลักษณะนี้มาก่อน ไม่เคยเขียนขอบคุณตนเองเลย
ว่าที่ผ่านมาตัวเราเองนั้นเก่งมากแค่ไหน ที่อดทน เข้มแข็ง นำตัวเราก้าวข้ามปัญหาและอุปสรรคต่างๆที่ผ่านมาได้จนถึงวันนี้และไม่เคยได้
เขียนขอโทษตนเองเลยว่าที่ผ่านมาเราละเลยการดูแลตัวเราเองอย่างไรมาบ้าง ใจร้ายกับตัวเองอย่างไร ซึ่งทำให้เราได้กลับมามองใหม่
สัญญากับตนเองว่าจะใจดีกับตนเองให้มากขึ้น จะดูแลและใส่ใจตัวเราให้มาก ทำให้รู้สึกดีกับตนเองมากๆ และหลังจากนั้นก็ตามด้วย
กิจกรรมปิดท้ายคือการ Check out สำรวจความรู้สึกของตนเองหลังจากที่ได้ทำกิจกรรมทั้งหมดในวันนี้ ซึ่งพบว่าทุกคนรู้สึก Full มาก
รู้สึกโล่ง สบายใจ ได้พาหัวใจกลับบ้านอย่างอิ่มอกอิ่มใจได้กำลังใจ และส่งมอบพลังบวกให้แก่กันและไม่ผิดหวังที่ได้ตัดสินใจเข้าร่วม
กิจกรรมที่ชื่อว่า พาใจกลับบ้าน
- แม่ Hipster -
1323 ร่พวมกับงาน าใจกลับบ้านKM
เรื่องเล่าชาวพาใจกลับบ้าน
" วันจันทร์ ที่ 23 สิงหาคม 64 ได้เข้าร่วมกิจกรรม
พาใจกลับบ้าน รุ่น 2 เป็นกิจกรรมที่ทำให้เราได้ย้อนกลับมาหาใจ
ย้อนกลับมาอยู่กับใจตนเอง ได้สำรวจว่าที่ผ่านมาเป็นอย่างไร
รู้สึกอย่างไร ที่ผ่านมาตัวเรากับใจเรา ได้ สื่อสาร ได้มาพูดคุยกันมากน้อยแค่
ไหน โดยสรุปเป็นการย้อนกลับมาอยู่กับตัวเองเพื่อให้ตัวเราได้คุยกับอีกส่วน
นึงตัวเองว่าเป็นอย่างไรบ้าง
นอกจากนี้ยังมีอีกสองกิจกรรมที่ทำให้เราได้ย้อนกลับไปมองตัวเรา
เองในอดีต และได้คุยกับตัวเองในอนาคต เป็นการใช้แชร์ประสบการณ์ในอดีต
ของตนเองและช่วยให้เราสำรวจสิ่งที่เรากำลังทำในปัจจุบันอีกด้วย"
- เรื่องเล่าของหน้าแมว -
1323 ร่พวมกับงาน าใจกลับบ้านKM
เ รื่องเล่าชาวพาใจกลับบ้าน
“เป็นการตัดสินใจในช่วงสุดท้าย” ทันทีที่ได้เห็นประชาสัมพันธ์กิจกรรมที่ชื่อว่า “พาใจกลับบ้าน”
ก็ทำให้แอบคิดว่า เอ๊ะ! มีใครเผลอไปทำหัวใจหล่นหายไว้ที่ไหนหรือเปล่า ถึงจะต้อง มาพาใจกลับบ้าน
แต่… จริงๆ แล้วใครจะรู้ล่ะ ในทุกๆ ช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านของชีวิตเรา ใจก็อาจจะเผลอหล่นหายไประหว่าง
การเดินทาง จนเราเองก็ไม่ทันได้รับรู้ กิจกรรมในรุ่นที่ 1 นั้น รับจำนวน 20 คน ยังรู้สึกลังเลใจอยู่ว่าจะเข้า
ร่วมดีไหม ด้วยคำถามที่ว่า เราจะได้อะไร? จะมีเพื่อนเราเข้าร่วมด้วยไหม? ตรงกับวันทำงานจะทำอย่างไร?
สุดท้ายจึงปล่อยผ่าน
ต่อมาเปิดรับสมาชิกเข้าร่วมกิจกรรมในรุ่นที่ 2 ความรู้สึกและคำถามก็ไม่ได้ต่างไปจากตอนแรกจน
เกือบจะสรุปกับตัวเองไปแล้วว่า “โอเคงั้น ปล่อยผ่านไปดีกว่า”แต่ก็แค่“เกือบ” หลังจากปิดรับรุ่นที่ 2 มีผู้
ร่วมเข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 15 คน ถึงตอนนั้นหลายๆ อย่างเคยชัดเจนขึ้นบ้าง เช่น วันที่และเวลาที่จัดราย
ชื่อสมาชิก เป็นต้น แต่คำถามที่ว่า “เราจะได้อะไร” เป็นสิ่งที่ยังคาใจ แล้วจะ… ทำอย่างไรไม่ให้คาใจ คำ
ตอบก็คือต้องไปค้นหาดู การตัดสินใจในช่วงสุดท้ายจึงเกิดขึ้น ผมได้ติดต่อไปยังผู้ประชาสัมพันธ์เพื่อขอ
เข้าร่วมกิจกรรมแม้ว่าจะปิดรับลงทะเบียนไปแล้ว
แต่… โอกาสไม่เคยปิด “พาใจกลับบ้าน” ทำให้เรารู้ว่า ไม่ว่าใครก็มีวันที่ทำใจหล่นหาย หลงทาง
และลืมเลือน เพราะอย่างนั้นเราถึงต้องตามหา ระลึกถึง มองหา และพาใจกลับ “พาใจกลับบ้าน” ทำให้เรา
รู้ว่า หากใจเป็นตัวแทนของเพื่อนคนหนึ่ง ที่อยู่เคียงข้างกันมาโดยตลอด ไม่ว่าเวลาสุขใจ ผิดหวัง เสียใจ
สูญเสีย… เราอาจจะเผลอใจร้าย ทอดทิ้ง เพิกเฉยเพื่อนคนนี้ เพราะอย่างนั้นเราถึงต้องใจดีกับเพื่อนที่อยู่
ข้างกาย ใจดีกับ “ใจ” และพาใจกลับ “พาใจกลับบ้าน” ทำให้เรารู้ว่า เมื่อเราพบเจอ มองเห็น และได้พาใจ
ตัวเองกลับมา เราก็สามารถช่วยเหลือผู้อื่นให้พาใจของพวกเขากลับมาได้ด้วย“พาใจกลับบ้าน” ทำให้เรารู้
ว่า เราไม่เคยโดดเดี่ยว มองไปรอบๆ ตัว เราอาจได้เห็นผู้ที่มีเป้าหมายร่วมกัน มีสิ่งที่มุ่งหวังร่วมกัน มองหา
สิ่งที่ทำหล่นหายไปด้วยกัน นั่นคือ… พาใจกลับบ้าน สุดท้ายแล้ว ตัวของเราอาจเปรียบเสมือนบ้าน บ้านที่
อบอุ่น ปลอดภัย แข็งแรง และพร้อมที่จะให้“ใจ” ใจที่โลดแล่นออกไป ใจที่บอบช้ำ ใจที่สุขสงบ ใจที่
เหนื่อยล้า ใจที่เต็มไปด้วยความฝัน ได้กลับมาสู่บ้าน บ้านที่ต้อนรับเสมอ บ้านที่คนในบ้านพร้อมจะพูดว่า
“ดีใจที่กลับมานะ”
- เซนต์เบอร์นาร์ด -
1323 ร่พาใจกลับบ้านวมกับ งานKM
เ รื่ อ ง เ ล่ า ช า ว พ า ใ จ ก ลั บ บ้ า น
“ ตอนแรกที่เห็นให้ลงชื่อกิจกรรมพาใจกลับบ้าน ตอนแรกคิดว่าเป็นกิจกรรมที่ช่วยเกี่ยวกับปัญหาการ
Burn out เพราะช่วงหลังเจอเคส Burn ou tกับงานหรือการเรียนบ่อยมาก รวมถึงตัวเราเองช่วงหลังก็มีอาการคล้าย
Burn out ไม่อยากทำงานเลยอยากเข้าร่วมมากๆ สุดท้ายพอได้เข้าร่วมกิจกรรมจริง ๆ ก็รู้สึกว่าผิดคาด เพราะเป็น
กิจกรรมที่เน้นเรื่องการอยู่กับตัวเอง ที่จริงเป็นคนที่รู้สึกว่าอยู่กับตัวเองบ่อยแต่ไม่ใช่การอยู่กับตัวเองแบบ
Healthy Relationship เพราะเรามีข้อแม้และคาดหวังกับตนเองค่อนข้างสูง ในช่วงแรกของกิจกรรมที่ให้ตั้งชื่อตนเอง
เราก็เปลี่ยนชื่อไปมา มีชื่อที่อยากตั้งเยอะแยะไปหมดแต่สุดท้ายก็เลือกอันที่รู้สึกว่าน่ารักและเป็นตัวเราคือ “แมว
อ้วนขี้เซา”
ต่อมาส่วนของกิจกรรมที่ให้อยู่กับใจตัวเอง โอบกอดตัวเองเป็นช่วงที่ไม่อินมาก ๆ เพราะเรารู้สึกมาตลอด
ว่าการมีชีวิตอยู่ การที่หัวใจของเรายังเต้นอยู่ทำให้เราเหนื่อย การที่จะไปรู้สึกขอบคุณหรือโอบกอดตัวเองสำหรับ
เรานั้นดูฝืนมากจนไม่อยากทำเลยไม่ได้ทำตามขั้นตอนในกิจกรรมทั้งหมด
ต่อมาให้จับกลุ่มกันพูดคุยถึงเรื่องงานส่วนที่ทำให้ไม่สบายใจหรือส่วนที่เป็นปัญหา จริง ๆ รู้สึกมีหลาย
เรื่องมากที่สามารถเล่าได้เพราะรู้สึกว่าเราก็เจอปัญหามาเยอะมากในการทำงานและเป็นส่วนที่ทำให้ไม่สบายใจ
สุดท้ายก็เลือกมาเรื่องนึงที่เรารู้สึกมันค้างคาใจเรามากที่สุดซึ่งพอเล่าไปก็รู้สึกได้รับคำตอบและการสนับสนุนจาก
ทุกคนในกลุ่มเลย รวมถึงทำให้ได้รู้ว่าความพยายามของเรา(ซึ่งเราไม่เคยรู้สึกว่ามันสำคัญหรือให้คุณค่าอะไรกับ
เรา)เป็นที่รับรู้ในสายตาของคนอื่นอยู่เสมอ ทำให้รู้สึกดีขึ้นมากับการที่ได้รับการสนับสนุนจากช่วยเหลือจากคนอื่น
ในช่วงท้ายของกิจกรรมตรงนี้เราได้แบ่งปันไปว่า “เราไม่ค่อยขอบคุณตัวเองเพราะเป็นคนที่มีข้อแม้กับตัวเองอยู่
เสมอ” ทำให้คนอื่น ๆ ในกลุ่มกิจกรรมของเราพยายามให้เราลองหัดชื่นชมหรือขอบคุณตัวเองซึ่งตอนนั้นเราก็ยังไม่
ยอมทำอยู่ดี ในส่วนสุดท้ายของกิจกรรมที่ให้เขียนจดหมายถึงใจเราเอง
บอกตามตรงว่าช่วงแรกเราไม่ได้เขียนเพราะไม่รู้ว่าจะเขียนอะไรและมาปั่นเขียนเอาในช่วงท้าย แน่นอนว่า
เราไม่อยากอ่านจดหมายของเราเท่าไหร่เพราะเราเองก็ไม่อินกับมันและไม่คิดจะทำตามที่เขียนเท่าไหร่ แต่จากการ
สนับสนุนของหลาย ๆ คนและจากการทำกิจกรรมก็ทำให้เริ่มคิดว่าต้องพยายามหัดชื่นชมตัวเองให้จริงจังกว่านี้
มากขึ้น ขอบคุณจริง ๆ
- แมวอ้วนขี้เซา -
1323 ร่พวมกับ งานKM
าใจกลับบ้าน
แล้วพบกันใหม่