โรงเรียนบ้านปอยเดิน ดิ (อินทรศึกษา) หนัง นั สือสืเล่มล่นี้ เป็นส่วส่นหนึ่งนึ่ของรายวิชวิา สัง สั คมศึกศึษา ศาสนาและวัฒ วั นธรรม จัด จั ทำ ขึ้นขึ้เพื่อ พื่ นำ เสนอข้อข้มูล มู ผ้าผ้ไหมกับ กั วัฒ วั นธรรมไทยในท้อท้งถิ่นถิ่ของ ตำ บลสวาย จัง จั หวัด วั สุริ สุ นริทร์ ผู้จัผู้ ด จั ทำ หวัง วั เป็นอย่าย่งยิ่งยิ่ว่าว่หนัง นั สือสืเล่มล่นี้จ นี้ ะเป็น ประโยชน์ต่ น์ อต่ผู้ที่ผู้ ส ที่ นใจศึกศึษาผ้าผ้ไหมกับ กั วัฒ วั นธรรมบ้าบ้น สวาย หากมีข้มีอข้ผิดผิพลาดประการใดต้อต้งขออภัย ภั มา ณ โอกาสนี้ด้ นี้ วด้ย คณะผู้จัผู้ ด จั ทำ คำ นำ ก
สารบัญ เนื้อ นื้ หา คำ นำ สารบัญ บั วัฒ วั นธรรมไหมไทย การแต่งต่กาย ผ้าผ้ไหมกับ กั บ้าบ้นสวาย ประวัติ วั คติวามเป็นมา ลัก ลั ษณะเด่นด่ของผ้าผ้ไหมจัง จั หวัด วั สุริ สุ นริทร์ ลายผ้าผ้ไหมของจัง จั หวัด วั สุริ สุ นริทร์ แหล่งล่ผ้าผ้ไหมเมือมืงสุริ สุ นริทร์ หน้าน้ ก ข 1 2 3 4 5 6 7 โรงเรียนบ้านปอยเดิน ดิ (อินทรศึกษา) ข
โรงเรียนบ้านปอยเดิน ดิ (อินทรศึกษา) 1 วัฒ วั นธรรมไหมไทย “ผ้าผ้ไหมเป็นวัฒ วั นธรรมการทอผ้าผ้มาแต่ดั้ต่ง ดั้ เดิมดิของ ชนชาวเขมรจาม ที่อ ที่ พยพเข้าข้มาอยู่ตยู่ ามแนวคลองแสน แสบ ตั้ง ตั้ แต่สต่ะพานหัว หั ช้าช้ง จนถึงถึวัด วั พระยายัง ยั เรียรีกว่าว่ “บ้าบ้นครัว รั” ผ้าผ้ไหมบ้าบ้นครัว รั ได้เด้ริ่มริ่ทอใช้กัช้น กั ตั้ง ตั้ แต่ปต่ลาย รัช รั กาลที่ 1 เรื่อ รื่ ยมา จนถึงถึปัจจุบั จุ น บั มากกว่าว่200 ปี ใน ช่วช่งแรกเป็นการทอเพื่อ พื่ ใช้ใช้นครัว รั เรือรืน และเริ่มริ่ทออย่าย่ง จริงริจัง จั(ผลิตลิเพื่อ พื่ จำ หน่าน่ย)
โรงเรียนบ้านปอยเดิน ดิ (อินทรศึกษา) 2 การแต่งกาย ถ้าถ้เกิดกิเป็นผ้าผ้นุ่งนุ่ สีเสีขียขีวขี้ม้ ขี้ าม้สลับ ลั ขาว เรียรีกว่าว่ผ้าผ้สระ มอ ส่วส่นผ้าผ้สีส้สีมส้สลับ ลั ขาว เรียรีกว่าว่ผ้าผ้สาคู แต่ว่ต่าว่หากว่าว่ ไป งานสำ คัญ คั หรือรืงานพิธีพิต่ธีาต่งๆที่จ ที่ ะต้อต้งออกมาจากบ้าบ้น มัก มั นิยนิมใส่ผ้ส่าผ้นุ่งนุ่ ที่มี ที่ ลัมีก ลั ษณะ สวยสดงดงามเป็นพิเพิศษ ยก ตัว ตั อย่าย่งเช่นช่ผ้าผ้ โฮล หรือรืผ้าผ้มัด มั หมี่ ส่วส่นเสื้อ สื้ จะเป็นเสื้อ สื้ ผ้าผ้ ไหมที่ท ที่ อยกดอก แล้วล้ก็มี ก็ ผ้มีาผ้สไบเป็นลายชูด ชู อกด้วด้ย
โรงเรียนบ้านปอยเดิน ดิ (อินทรศึกษา) 3 ผ้าไหมกับ กั บ้านสวาย บ้าบ้นสวายมีชื่มีอ ชื่ เสียสีงด้าด้นการผลิตลิผ้าผ้ไหมที่ส ที่ วยที่สุ ที่ ด สุ แห่งห่ หนึ่งนึ่ของสุริ สุ นริทร์ จุด จุ เด่นด่อยู่ที่ยู่ ก ที่ รรมวิธีวิกธีารทอที่ส ที่ ลับ ลั ซับ ซั ซ้อซ้นมี ความยาก ต้อต้งใช้คช้วามสามารถ และอาศัย ศั ทัก ทั ษะความ ชำ นาญในการทอ โดยเฉพาะการทอผ้าผ้ไหมมัด มั หมี่ย มี่ กดอก ซึ่งซึ่ทำ ให้ผ้ห้าผ้มีเมีนื้อ นื้ แน่นน่ ใส่ไส่ด้ทด้นทาน ทว่าว่ยัง ยั ความนุ่มนุ่ พลิ้วลิ้ ไหวและระบายอากาศได้ดีด้เดียี่ย ยี่ ม กว่าว่70 เปอร์เ ร์ ซนต์ ของ คนในชุม ชุ ชนนี้
โรงเรียนบ้านปอยเดิน ดิ (อินทรศึกษา) 4 ผ้าไหมกับ กั บ้านสวาย ผ้าผ้ทอหนึ่งนึ่ผืนผืบอกอะไรเรามากกว่าว่เครื่อ รื่ งนุ่งนุ่ ห่มห่เพื่อ พื่ ซ่อซ่น เร้นร้ความโป๊เปือย และมากกว่าว่ความสวยงามของลวดลาย คือคื เรื่อ รื่ งราวอัน อั ยาวนานที่ถู ที่ ก ถู เล่าล่ขานผ่าผ่นด้าด้ยทอ บ้าบ้นสวาย คือคื หนึ่งนึ่ในชุม ชุ ชนทอผ้าผ้ที่มี ที่ ดีมีมดีากกว่าว่ผ้าผ้ทอ ย้อย้นกลับ ลัไปในสมัย มัปลายยุค ยุ หินหิหรือรืยุค ยุ โลหะประมาณ 6000 ปีก่อก่น จากการขุด ขุ พบหลัก ลั ฐานทางโบราณคดีที่ดีบ้ ที่ าบ้นเชียชีง และบ้าบ้นนาคี อ.หนองหาน จ.อุด อุ รธานี พบเศษผ้าผ้ที่ติ ที่ ดติกับ กั สัม สั ภาระเครื่อ รื่ งมือมืเครื่อ รื่ งใช้ พร้อร้มอุป อุ กรณ์ท ณ์ อผ้าผ้ชนิดนิต่าต่งๆ อัน อั เป็นสิ่งสิ่ยืนยืยัน ยั ทางประวัติ วั ศติาสตร์ ถึงถึวัฒ วั นธรรมการทอผ้าผ้ซึ่งซึ่ มีมมีายาวนานมากกว่าว่สิบสิช่วช่งอายุค ยุ น วัฒ วั นธรรมการทอผ้าผ้ได้แด้พร่หร่ลายไปตามดินดิแดนอุษ อุ าค เนย์ เครื่อ รื่ งนุ่งนุ่ ห่มห่แต่ลต่ะท้อท้งถิ่นถิ่มีกมีระบวนการและลวดลาย แตกต่าต่งกัน กัไป สำ หรับ รั ตำ บลสวาย อ.เมือมืง จ.สุริ สุ นริทร์ คือคืชุม ชุ ชน ทอไหมที่มี ที่ ชื่มีอ ชื่ เสียสีงของจัง จั หวัด วั เพราะมากกว่าว่ลวดลายที่ห ที่ ลาก หลาย และสีย้สีอย้มที่รั ที่ ง รั สรรค์จ ค์ ากจินจิตนาการ คือคืภูมิ ภู ปัมิญญาทอ ไหมอย่าย่งภาคภูมิ ภูมิส่งส่ต่อต่และสืบสืทอดจากรุ่นรุ่ หนึ่งนึ่ไปยัง ยั อีกอีรุ่นรุ่ หนึ่งนึ่จนเกิดกิความชำ นาญ อีกอีทั้ง ทั้ เชี่ย ชี่ วชาญพลิกลิแพลงวิธีวิกธีาร ปลูก ลู หม่อม่นเลี้ย ลี้ งไหมในสภาพแวดล้อล้มที่ไที่ ม่เม่ ป็นใจ
โรงเรียนบ้านปอยเดิน ดิ (อินทรศึกษา) 5 ผ้าไหมกับ กั บ้านสวาย การเลี้ย ลี้ งไหมมีคมีวามละเอียอีดละอ่ออ่นและซับ ซั ซ้อซ้นอย่าย่ง มาก กว่าว่ตัว ตัไหมโตเต็ม ต็ วัย วั ความสะอาดของพื้น พื้ ที่ สภาพ อากาศที่ต้ ที่ อต้งถ่าถ่ยเท คือคืข้อข้คำ นึงนึถึงถึเพราะอากาศที่ร้ ที่ อร้นจัด จัใน หน้าน้ร้อร้น หนาวเหน็บ น็ในหน้าน้หนาว ชาวอีสอีานต้อต้งเผชิญชิกับ กั โรคภัย ภั ของตัว ตัไหม บ่อบ่ยครั้ง รั้ ที่ส ที่ ภาพอากาศเป็นสาเหตุต้ ตุ นต้ๆ ที่ ทำ ให้หห้นอนไหมตาย เกือกืบทุก ทุ ครัว รั เรือรืนของที่แ ที่ ห่งห่นี้ ประกอบอาชีพชี เกษตรกรรม แต่ด้ต่วด้ยความไม่แม่น่นน่อนของกลไกตลาดข้าข้ว เม็ด ม็ เงินงิจากผลผลิตลิที่มี ที่ อมีาจไม่เม่พียพีงพอต่อต่คนในครอบครัว รั กลุ่มลุ่ สตรีทรีอไหมจึงจึรวมตัว ตั กัน กั อาศัย ศั ต้นต้ทุน ทุ จากเครื่อ รื่ งมือมืทอผ้าผ้ สร้าร้งมูล มู ค่าค่ ให้กัห้บ กั ผ้าผ้ทอของกิจกิวัต วั รประจำ วัน วั ส่งส่ออกสู่ต สู่ ลาด ผ้าผ้ไหมไทย ดึงดึดูด ดู นัก นั ท่อท่งเที่ย ที่ วและผู้สผู้ นใจเข้าข้มาเรียรีนรู้ ซื้อ ซื้ ใช้
โรงเรียนบ้านปอยเดิน ดิ (อินทรศึกษา) 6 ผ้าไหมกับ กั บ้านสวาย ตามปกติ ชาวอีสอีานจะเริ่มริ่ ปลูก ลู ข้า ข้ ว ปล่อล่ยทิ้งทิ้ไว้ ประมาณ 3 – 4 เดือ ดื นจึงจึเก็บ ก็ เกี่ย กี่ ว เวลาว่าว่งตรงนี้เ นี้ อง ผู้ หญิงญิจะเริ่มริ่ทอผ้าฝ้ายสำ หรับ รั สิ่งสิ่ของเครื่อ รื่ งใช้ใช้ นปัจจัย จั สี่ เช่นช่ ผ้านุ่งนุ่ ผ้าห่มห่ ผ้าปู เป็นต้น ต้ แต่นต่อกจากทอฝ้ายเพื่อ พื่ ข้า ข้ วของเครื่อ รื่ งใช้ใช้ นครัว รั เรือ รื นแล้ว ล้ การทอไหมก็เ ก็ป็นสิ่งสิ่ จำ เป็นด้ว ด้ ยเช่นช่กัน กั เพราะต้อ ต้ งใช้ค ช้ วามประณีตณีระยะ เวลา และความอดทนเป็นอย่าย่งมาก ทุก ทุ กระบวนการคือ คื ความใส่ใส่จ และเป็นเครื่อ รื่ งแสดงความสามารถของหญิงญิ อีสอีานอีกอีด้ว ด้ ยทุก ทุ ครัว รั เรือ รื นต้อ ต้ งมีกี่มีท กี่ อผ้า ผ้ และกี่ท กี่ อผ้า ผ้ จะ เป็นสมบัติส่ติวส่นตัว ตั ของผู้หญิงญิในบ้า บ้ น หากเดินดิลัด ลั เลาะไป ตามบ้าน เราเห็น ห็ ‘กี่ท กี่ อผ้า ผ้ ’ ทุก ทุ ครัว รั เรือ รื น ในแง่หง่นึ่งนึ่คือ คื สถานที่แ ที่ ห่งห่นี้เ นี้ป็นชุม ชุ ชนทอผ้า ผ้ใต้ถุ ต้ น ถุ เรือ รื นที่เ ที่ กิดกิจากการ อนุรั นุ ก รั ษ์วัฒ วั นธรรมทอผ้าของชุม ชุ ชนไว้ จนเป็นต้น ต้ แบบให้ กับ กั ชุม ชุ ชนอื่น อื่ ๆ ของจัง จั หวัด วั สุริ สุ นริทร์แ ร์ ละแถบอีสอีานใต้ แต่ อีกอีแง่หง่นึ่งนึ่คือ คื กุศ กุ โลบายของคนเฒ่าฒ่คนแก่ เพราะ นอกจากเป็นสินสิสอดในพิธีพิแธีต่งต่งานแล้ว ล้ ยัง ยั กลายเป็น เครื่อ รื่ งมือ มื ทำ กินกิทำ ใช้ข ช้ องครัว รั เรือ รื นโดยไม่ต้ม่อ ต้ งซื้อหาให้ สิ้นสิ้เปลือ ลื ง
โรงเรียนบ้านปอยเดิน ดิ (อินทรศึกษา) 7 ผ้าไหมกับ กั บ้านสวาย ประเพณีกณีารแต่งต่งานของบ้าบ้นสวายตามคำ บอกเล่าล่ ของผู้เผู้ฒ่าฒ่ผู้แผู้ ก่ ฝ่ายชายจะเริ่มริ่ ประดิษดิฐ์กี่ ฐ์ ท กี่ อ สลัก ลั ลวดลาย เป็นเอกลัก ลั ษณ์เ ณ์ ฉพาะตัว ตั เพื่อ พื่ เป็นเครื่อ รื่ งสมาอย่าย่งหนึ่งนึ่ที่ มอบให้หห้ญิงญิยอดรัก รัในพิธีพิแธีต่งต่งาน ขณะเดียดีวกัน กั ฝ่ายหญิงญิ จะเริ่มริ่ทอผ้าผ้เป็นเครื่อ รื่ งนุ่งนุ่ ห่มห่ทั้ง ทั้ ผ้าผ้ ฝ้าย และผ้าผ้ไหม โดยใช้กี่ช้ กี่ ทอผ้าผ้ของแม่ เพื่อ พื่ มอบให้กัห้บ กั ฝ่ายชายอัน อั เป็นเครื่อ รื่ งผูก ผู มัด มั ความรัก รั ของทั้ง ทั้ สอง ลายที่ห ที่ ลากหลายกับ กั ความซับ ซั ซ้อซ้นของ ผ้าผ้ทอ คือคืเครื่อ รื่ งการัน รั ตีคตีวามเก่งก่กาจ และเหมาะสมแก่ชก่าย คู่คคู่ รอง ด้วด้ยเหตุนี้ ตุ เ นี้ อง ทุก ทุ บ้าบ้นจึงจึมีเมีครื่อ รื่ งทอเป็นสมบัติ บัติ ประจำ บ้าบ้น นอกจากปัจจัย จั ขั้น ขั้ พื้น พื้ ฐาน และเครื่อ รื่ งแสดงความ พร้อร้มของผู้หผู้ ญิงญิผ้าผ้เองก็มี ก็ บมีทบาทหน้าน้ที่อ ที่ ย่าย่งมากใน พิธีพิกธีรรมซึ่งซึ่ผลัด ลั เปลี่ย ลี่ นไปตามฤดูก ดู าล เช่นช่ฤดูร้ ดู อร้น – เซ่นซ่ ปู่ ตาเปิดป่า-เปิดดง บุญบุ ข้าข้วจี่ บุญบุ พะเวส สงกรานต์ และบุญบุ ผ้าผ้ ป่า, ฤดูฝ ดู น – เข้าข้พรรษา เทศการแห่เห่ทียทีน การแต่งต่งาน, ฤดูห ดู นาว – บุญบุ กฐินฐิลอยกระทง บุญบุ ข้าข้วเปลือลืก บุญบุ ข้าข้วจี่ เป็นต้นต้รวมไปถึงถึพิธีพิกธีารเกิดกิพิธีพิบธีวช และพิธีพิศธีพ ซึ่งซึ่จะขาด ผ้าผ้เพื่อ พื่ ประกอบพิธีพิกธีรรมไม่ไม่ด้เด้ลย
โรงเรียนบ้านปอยเดิน ดิ (อินทรศึกษา) 8 ผ้าไหมกับ กั บ้านสวาย สำ หรับ รั ผู้หผู้ ญิงญิในชุม ชุ ชนบ้าบ้นสวาย สืบสืทอดภูมิ ภู ปัมิญญา การทอผ้าผ้ด้วด้ยวิธีวิคธีรูพั รู ก พั ลัก ลั จำ ด้วด้ยบริบริทและต้นต้ทุน ทุ ที่พ ที่ ร้อร้ม เด็ก ด็ หญิงญิของทุก ทุ บ้าบ้นจะทอผ้าผ้ใช้เช้องเป็น และเริ่มริ่ลวดลาย ยากๆ ตามความชำ นาญที่สั่ ที่ ง สั่ สมมา ไม่เม่พียพีงแค่เค่ด็ก ด็ หญิงญิ เท่าท่นั้น นั้ ทุก ทุ วัน วั นี้เ นี้ ด็ก ด็ ชายที่มี ที่ คมีวามสนใจก็ส ก็ ามารถฝึกหัด หัได้ เช่นช่กัน กั การทอผ้าผ้จึงจึไม่ใม่ช่เช่รื่อ รื่ งของหญิงญิเพียพีงฝ่ายเดียดีว สำ หรับ รั ที่แ ที่ ห่งห่นี้
โรงเรียนบ้านปอยเดิน ดิ (อินทรศึกษา) 9 ผ้าไหมกับ กั บ้านสวาย ปัจจุบันบ้านสวายได้กลายเป็นชุมชนทอผ้าที่มีชื่อเสียงของ จังหวัดสุรินทร์ ด้วยการอนุรักษ์วิถีทอผ้าใต้ถุนเรือน ประกอบกับ หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ได้เข้ามาช่วยส่งเสริม และแก้ไข ปรับเปลี่ยนให้เป็นไปตามมาตราฐาน จัดการตั้งแต่ต้นน้ำ ถึงปลาย น้ำ พัฒนาและแปรรูปผลิตภัณฑ์เพื่อตอบโจทย์ตลาดคนซื้อ จึง กลายเป็นชุมชนเข้มแข็งที่ยืนด้วยความภูมิใจในวัฒนธรรมและวิถี ชีวิตของตัวเอง เหนือสิ่งอื่นใดคือความร่วมแรงร่วมใจของพี่น้อง ในชุมชน ทุนวัฒนธรรมและภูมิปัญญาของคนในชุมชนนี้ ไม่ได้ถูก เปลี่ยนให้เป็นสินค้า เพราะหากเป็นเช่นนั้น เจ้าของทาง วัฒนธรรมจะสูญเสียความสามารถในการควบคุมไป ในแง่หนึ่งก็ ลดทอนความเป็นตัวตนของชุมชนลง แต่สำ หรับบ้านสวาย จ.สุรินทร์ ได้สร้างสรรค์คุณค่าจากสิ่งที่มีทุกครัวเรือน เรียงร้อย จนเกิดเป็นลวดลายที่มีเรื่องเล่าให้ขับขานไม่รู้จบ ไม่ใช่เพราะผ้า ทอกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต แต่เป็นทุกส่วนของชีวิตพวกเขา ต่างหาก สำ หรับคนในชุมชนสวาย มองว่าผ้าหนึ่งผืน ไม่ได้บอกราคา ตีมูลค่า หรือดีเด่ไปกว่าความงามจากสวมใส่ แต่หากมีความ หมายมากกว่า ‘ชีวิต’ ที่คนในบ้านสวายร่วมกันถักทอ เกิดเป็น ลวดลายที่ยังไม่สิ้นลมหายใจ
โรงเรียนบ้านปอยเดิน ดิ (อินทรศึกษา) 10 บ้าบ้นสวายจ๊ะจ๊ผ้าผ้ไหมทอมือมืของดีชุดีม ชุ ชนสวาย เป็นหมู่บ้มู่ าบ้นที่มี ที่ กมีารทอผ้าผ้ไหมมายาวนานตั้ง ตั้ แต่บต่รรพบุรุ บุ ษ รุ สืบสืทอดมาจนถึงถึปัจจุบั จุ น บั ซึ่งซึ่ในหมู่บ้มู่ าบ้นมีคมีรัว รั เรือรืนที่ถ่ ที่ าถ่ยทอด การทอผ้าผ้ไหมจากรุ่นรุ่ สู่รุ่ สู่ นรุ่ ทำ ให้ผ้ห้าผ้ไหมบ้าบ้นสวายจ๊ะจ๊เป็น ที่ รู้จัรู้ ก จั ของคนทั่ว ทั่ไปโดยเฉพาะผ้าผ้ไหมมัด มั หมี่ลู มี่ ก ลู แก้วก้ย้อย้มสี ธรรมชาติ ผ้าไหมกับ กั บ้านสวาย
โรงเรียนบ้านปอยเดิน ดิ (อินทรศึกษา) 11 ผ้าไหมกับ กั บ้านสวาย ชุม ชุ ชนบ้าบ้นสวายในสมัย มั เมือมืงสุริ สุ นริทร์ไร์ ด้เด้ริ่มริ่ก่อก่ตั้ง ตั้ เมือมืง ตั้ง ตั้ แต่ พ.ศ. 2306 จนถึงถึในปี พ.ศ. 2433 ในสมัย มั พระยาสุริ สุ นริ ทรภัก ภั ดีศดีรีไรีผทสมัน มั ต์ (เยียยีบ) เจ้าจ้เมือมืงสุริ สุ นริทร์ ได้มีด้รมีาษฎร จากในกำ แพงเมือมืงสุริ สุ นริทร์ อพยพไปอยู่นยู่ อกเมือมืง เพื่อ พื่ ประกอบอาชีพชีทางการเกษตร และตั้ง ตั้ หลัก ลั แหล่งล่ ใหม่ทำม่ทำสวน ไร่นร่าอยู่ทยู่ างบ้าบ้นสลัก ลัได บ้าบ้นแสลงพัน พั บ้าบ้นโคกอาโพน บ้าบ้นแกใหญ่ บ้าบ้นแกน้อน้ย บ้าบ้นประปืดและบ้าบ้นสวายนาแห้วห้ ได้แด้ยกตัว ตั ออกมาอีกอีกลุ่มลุ่ หนึ่งนึ่อพยพลงมาทางตอน ใต้ปต้ระมาณ 8 กิโกิลเมตร ตั้ง ตั้ ถิ่นถิ่ฐานทำ มาหากินกิและมีอมีพยพ ลงมาเรื่อ รื่ ยๆ จึงจึได้เด้รียรีกชื่อ ชื่ หมู่บ้มู่ าบ้นใหม่ว่ม่าว่ “สวายจ๊ะจ๊” ชาว บ้าบ้นสวายจ๊ะจ๊ส่วส่นใหญ่นัญ่บ นั ถือถืศาสนาพุท พุ ธใช้ภช้าษาเขมรพื้น พื้ บ้าบ้นเป็นภาษาสื่อ สื่ สาร ประกอบอาชีพชีทำ นาเป็นอาชีพชีหลัก ลั หลัง ลั จากฤดูทำ ดู ทำนาผู้หผู้ ญิงญิส่วส่นใหญ่จญ่ะใช้เช้วลาว่าว่งในการทอ ผ้าผ้เพื่อ พื่ ใช้ใช้นเทศกาลสำ คัญ คั เป็นของฝากที่ล้ำ ที่ ล้ำค่าค่แก่ญก่าติมิติตมิร และจำ หน่าน่ยนำ รายได้สู่ด้ค สู่ รอบครัว รั จากรุ่นรุ่ สู่รุ่ สู่ นรุ่ จนถึงถึปัจจุบั จุ น บั
โรงเรียนบ้านปอยเดิน ดิ (อินทรศึกษา) 12 จากการที่บ้ ที่ าบ้นสวายจ๊ะจ๊เป็นชุม ชุ ชนเก่าก่แก่ปก่ระกอบกับ กั มี ภูมิ ภู ปัมิญญาทอผ้าผ้ไหม จึงจึทำ ให้แห้หล่งล่เรียรีนรู้แรู้ ละแหล่งล่ท่อท่ง เที่ย ที่ วที่น่ ที่ าน่สนใจได้มีด้กมีารยกระดับ ดั การท่อท่งเที่ย ที่ ววัฒ วั นธรรม ครบวงจร นั่ง นั่ รถอีแอีต๋นต๋ชมบรรยากาศภายในหมู่บ้มู่ าบ้น ชมวีถีวีถี ชีวิชีตวิและชมการม้วม้นไหม ย้อย้มไหม จากสีธสีรรมชาติต่ติาต่งๆ ชิมชิขนมพื้น พื้ บ้าบ้น ชมกิจกิกรรมฝาผนัง นั พุท พุ ธประวัติ วัติเขียขีนโดย ช่าช่งชาวกัม กั พูช พู าในปี 2512 ที่วั ที่ ด วั นารายณ์บุ ณ์ ริ บุ นริทร์แ ร์ ละยัง ยั มี ผลิตลิภัณ ภั ฑ์จ ฑ์ ากชุม ชุ ชนให้เห้ลือลืกซื้อ ซื้ เป็นขิงขิฝากมากมาย อาทิ ผ้าผ้ ไหมทอลายช้าช้ง ผ้าผ้นุ่มนุ่ ย้อย้มหรือรืผ้าผ้นุ่มนุ่ ย้อย้มสีธสีรรมชาติ และ ของที่ร ที่ ะลึกลึที่ทำ ที่ ทำจากผ้าผ้ไหมและผ้าผ้มัด มั ย้อย้ม อาทิ กระเป๋าใบ เล็ก ล็ พวงกุญกุ แจ และอื่น อื่ ๆ อีกอีมากมาย ผ้าไหมกับ กั บ้านสวาย
โรงเรียนบ้านปอยเดิน ดิ (อินทรศึกษา) 13 จัง จั หวัด วั สุริ สุ นริทร์เ ร์ป็นจัง จั หวัด วั หนึ่งนึ่ที่มี ที่ วัมีฒ วั นธรรม การทอผ้าผ้ไหมมานานและได้สืด้บสืทอดเป็นมรดกทาง วัฒ วั นธรรมมานานจนเป็นเอกลัก ลั ษณ์ข ณ์ องตนเองที่น่ ที่ าน่สนใจยิ่งยิ่ หากศึกศึษาอย่าย่งลึกลึซึ่งซึ่แล้วล้จะค้นค้พบเหตุผ ตุ ลหลายประการที่ สนับ นั สนุน นุ ว่าว่จัง จั หวัด วั สุริ สุ นริทร์มี ร์ เมีอกลัก ลั ษณ์เ ณ์ ฉพาะของตนเองใน เรื่อ รื่ งผ้าผ้ไหม ตลอดจนประเพณีวัณีฒ วั นธรรมต่าต่ง ๆ ซึ่งซึ่ส่งส่ผลต่อต่ การผลิตลิและการทอ ไม่ว่ม่าว่จะเป็นลวดลายของผ้าผ้ไหม การ ผลิตลิเส้นส้ ไหมน้อน้ย และกรรมวิธีวิกธีารทอ จัง จั หวัด วั สุริ สุ นริทร์นิ ร์ ยนิม นำ เส้นส้ ไหมขั้น ขั้ หนึ่งนึ่หรือรืไหมน้อน้ย (ภาษาเขมร เรียรีก “โซกซัก ซั”) มาใช้ใช้นการทอผ้าผ้ ไหมน้อน้ยจะมีลัมีก ลั ษณะเป็นผ้าผ้ไหมเส้นส้เล็ก ล็ เรียรีบ นิ่มนิ่เวลาสวมใส่จส่ะรู้สึรู้ กสึเย็น ย็ สบาย นอกจากนี้ก นี้ ารทอผ้าผ้ ไหมของจัง จั หวัด วั สุริ สุ นริทร์ ยัง ยั มีกมีรรมวิธีวิกธีารทอที่ส ที่ ลับ ลั ซับ ซั ซ้อซ้น และเป็นกรรมวิธีวิที่ธีย ที่ าก ซึ่งซึ่ต้อต้งใช้คช้วามสามารถและความ ชำ นาญจริงริเช่นช่การทอผ้าผ้มัด มั หมี่พ มี่ ร้อร้มยกดอกไปในตัว ตั ซึ่งซึ่ ทำ ให้ผ้ห้าผ้ไหมที่ไที่ ด้เด้ป็นผ้าผ้เนื้อ นื้ แน่นน่มีคุมีณ คุ ค่าค่มีกมีารทอที่เ ที่ ดียดีวใบ ประเทศไทย จนเป็นที่ส ที่ นพระทัย ทั และเป็นที่ชื่ ที่ น ชื่ ชอบของ สมเด็จ ด็ พระนางเจ้าจ้พระบรมราชินีชินนีาถ ทรงรับ รั สั่ง สั่ ว่าว่ ใส่แส่ล้วล้ เย็น ย็ สบาย อีกอีทั้ง ทั้ ยัง ยัใช้ฝีช้ฝีมือมืในการทออีกอีด้วด้ย ประวัติความเป็นมา
โรงเรียนบ้านปอยเดิน ดิ (อินทรศึกษา) 14 1. มีลมีวดลายเป็นเอกลัก ลั ษณ์โณ์ ดยได้รัด้บ รั อิทอิธิพธิลทาง วัฒ วั นธรรมจากกัม กั พูช พู า และลวดลายที่บ ที่ รรจงประดิษดิฐ์ขึ้ ฐ์ นขึ้ ล้วล้นมีที่มีม ที่ าและมีคมีวามหมายอัน อั เป็นมงคล 2. นิยนิมใช้ไช้หมน้อน้ยในการทอซึ่งซึ่ไหมน้อน้ยคือคืไหมที่ส ที่ าว มาจากเส้นส้ ใยภายในรัง รัไหม มีลัมีก ลั ษณะนุ่มนุ่ เรียรีบ เงางาม 3. นิยนิมใช้สีช้ธสีรรมชาติใตินการทอทำ ให้มีห้สีมีไสีม่ฉูม่ด ฉู ฉาด มี สีสัสีน สั ที่มี ที่ ลัมีก ลั ษณะเฉพาะ คือคืสีจสีะออกโทนสีขสีรึมรึเช่นช่น้ำ ตาล แดง เขียขีว ดำ เหลือลืง อีกอีทั้ง ทั้ ยัง ยั มีกมีลิ่นลิ่หอมจากเปลือลืกไม้ 4. ฝีมือมืการทอจะทอแน่นน่มีคมีวามละเอียอีดอ่ออ่นในการ ทอและประณีตณีรู้จัรู้ ก จั ผสมผสานลวดลายต่าต่ง ๆ เข้าข้ด้วด้ยกัน กั แสดงถึงถึศิลศิ ปะที่ส ที่ วยงามกว่าว่ ปกติ 5. แต่เต่ดิมดินั้น นั้ การทอผ้าผ้ไหมของชาวบ้าบ้นทำ เพื่อ พื่ ไว้ใว้ช้ เอง และสวมใส่ใส่นงานทำ บุญบุ และงานพิธีพิต่ธีาต่งๆ ลัก ลั ษณะเด่นของ ผ้าไหมจังหวัดสุรินทร์
โรงเรียนบ้านปอยเดิน ดิ (อินทรศึกษา) 15 มัด มั หมี่โมี่ ฮล หรือรืจองโฮล(จองเป็นภาษาเขมร หมายถึงถึ ผูก ผู หรือรืมัด มั) หรือรืซัม ซั ป็วตโฮล เป็นหนึ่งนึ่ในผ้าผ้ไหมมัด มั หมี่ข มี่ อง เมือมืงสุริ สุ นริทร์ มัด มั หมี่แ มี่ ม่ลม่ายโฮล ถือถืเป็นแม่ลม่ายหลัก ลั ของ ผ้าผ้มัด มั หมี่สุ มี่ ริ สุ นริทร์ที่ ร์ มี ที่ กมีรรมวิธีวิกธีารมัด มั ย้อย้มด้วด้ยวิธีวิเธีฉพาะ ไม่ เหมือมืนที่ใที่ ดๆ ความโดดเด่นด่ของการมัด มั ย้อย้มแบบจองโฮล คือคื ในการมัด มั ย้อย้มแบบเดียดีวนี้ สามารถทอได้ 2 ลาย คือคื โฮลผู้ หญิงญิ (โฮลแสร็ย ร็) หรือรืผ้าผ้ โฮลธรรมดา และสามารถทอเป็น ผ้าผ้ โฮลผู้ชผู้ าย (โฮลเปราะฮ์) ฮ์ ไว้นุ่ว้งนุ่ ในงานพิธีพิต่ธีาต่งๆ ผ้าผ้ โฮล ได้รัด้บ รั รางวัล วั ชนะเลิศลิ ประเภทผ้าผ้ไหม ในงาน “มหกรรมผ้าผ้ไทย เทิดทิไท้อท้งค์ร ค์ าชินีชิ ”นีเนื่อ นื่ งในวัน วั แม่แม่ห่งห่ชาติ ประจำ ปี 2545 ณ ห้าห้งสรรพสินสิค้าค้เดอะมอลล์ สาขาบางกะปิ กรุง รุ เทพฯ ซึ่งซึ่จัด จัโดยกรมการพัฒ พั นาชุม ชุ ชน กระทรวง มหาดไทย ลายผ้าไหม ของจังหวัด วัสุรินทร์
โรงเรียนบ้านปอยเดิน ดิ (อินทรศึกษา) 16 มีผ้มีาผ้มัด มั หมี่ล มี่ ายฟ้อนซึ่งซึ่ใช้เช้ป็นผ้าผ้แขวนผนัง นั และทอผ้าผ้ ขาวถวายพระสงฆ์เ ฆ์ พื่อ พื่ อุทิ อุ ศทิส่วส่นกุศ กุ ลให้ บรรพบุรุ บุ ษ รุ และ เวลามีงมีานแต่งต่งานฝ่ายผู้หผู้ ญิงญิมัก มั จะใช้ผ้ช้าผ้สีขสีาว เป็นผ้าผ้สมมา ให้ญห้าติผู้ติใผู้หญ่ฝ่ญ่ ฝ่ายชาย ส่วส่นผ้าผ้ที่ใที่ ช้นุ่ช้งนุ่ ห่มห่มีผ้มีาผ้ซิ่นซิ่ที่ต่ ที่ อต่ด้วด้ยตีนตี ซิ่นซิ่ที่เ ที่ ป็นมัด มั หมี่ เรียรีกว่าว่ผ้าผ้ ปะโบล ผ้าผ้สไบนิยนิมสีขสีาวทอแบบ ยกดอกหรือรืลายลูก ลู แก้วก้ซึ่งซึ่เรียรีกว่าว่ โฉนดเรย ไม่นิม่ยนิมสีดำสีดำแต่ ก็มี ก็มีส่วส่นผ้าผ้มัด มั หมี่มี มี่ ลมีายโคม (กะเงาะมูย มู ) ลายหงอนไก่แก่จ้ (กะเมนแจ้)จ้ลายทะเลพับ พั หรือรืลายคลื่น ลื่ (ตะลีบ๊ลีอบ๊ด) และผ้าผ้ ปะ กากัน กั เตรยเป็นลายทางริ้วริ้ๆ มีลมีายขวางๆ คล้าล้ยดอกหญ้าญ้ เจ้าจ้ชู้ที่ชู้ ติ ที่ ดติผ้าผ้ถ้าถ้เป็นเส้นส้ขวางตัด ตั กัน กั เรียรีกลายกระแซเอ หรือรื ลายลูก ลู อีกอีา แหล่ง ล่ ผ้าไหม เมืองสุรินทร์ บ้านสวาย
โรงเรียนบ้านปอยเดิน ดิ (อินทรศึกษา) 17 บ้าบ้นนาแห้วห้ตำ บลสวาย มีทมีอทั้ง ทั้ ผ้าผ้ไหมและผ้าผ้ ฝ้าย ผ้าผ้ ซิ่นซิ่ผู้หผู้ ญิงญินิยนิมนุ่งนุ่ ผ้าผ้ทอไหมหัว หั (โสดกบาล) เป็นผ้าผ้นุ่งนุ่ ตา ตาราง และมีผ้มีาผ้ลายลูก ลู แก้วก้ทอ 4 เขา เรียรีกตะกอบูล บู ห่มห่สไบ เริกริที่เ ที่ ป็นผ้าผ้ยกไหมลายลูก ลู แก้วก้และทอผ้าผ้มัด มั หมี่ที่ มี่ เ ที่ รียรีกผ้มผ้ ปูม ปู หรือรืโฮลเปร๊าร๊ะ สำ หรับ รั การทอผ้าผ้ยกลายลูก ลู แก้วก้นั้น นั้ เรียรีก ว่าว่เหยียยีบกูบ กู มีทมีอตั้ง ตั้ แต่ 3-8 ตะกอ บ้านนาแห้ว แหล่ง ล่ ผ้าไหม เมืองสุรินทร์
โรงเรียนบ้านปอยเดิน ดิ (อินทรศึกษา) 18 บ้าบ้นจัน จั รม หมู่ที่มู่ ที่ 4 ตำ บลตาอ๊ออ๊ง ผู้หผู้ ญิงญินุ่งนุ่ ซิ่นซิ่ทั้ง ทั้ ผ้าผ้มัด มั หมี่ ผ้าผ้อัม อั ปรม ผ้าผ้สมอเอและผ้าผ้ ประกากัน กั เตรย ผ้าผ้มัด มั หมี่ ที่ใที่ ช้ทั่ช้ว ทั่ไป คือคืผ้าผ้หมี่คั่ มี่ น คั่ ลายขอ ลายนาค ลายไก่ ลายนกยูง ยู ผ้าผ้ตาตาราง มีผ้มีาผ้อัม อั ปรมซึ่งซึ่เป็นผ้าผ้ที่เ ที่ ก่าก่ที่สุ ที่ ด สุ ของเขมรและ นิยนิมใช้เช้ป็นผ้าผ้สมมาผู้เผู้ฒ่าฒ่เช่นช่เดียดีวกับ กั ผ้าผ้สมอเอ อัน อั เป็นผ้าผ้ที่ ย้อย้มแล้วล้นำ มาทอไม่ต้ม่อต้งมัด มั ต่าต่งจากมัด มั หมี่ที่ มี่ ต้ ที่ อต้งมัด มัให้เห้กิดกิสี ต่าต่งๆตามลายที่กำ ที่ กำหนดไว้ แหล่ง ล่ ผ้าไหม เมืองสุรินทร์ บ้านจันรม
โรงเรียนบ้านปอยเดิน ดิ (อินทรศึกษา) 19 บรรณานุกรม pompam1985. ประเพณีและวัฒวันธรรม. สืบสืค้น 15 มิถุมินถุายน 2567 จาก https://surinsilk.home.blog /2019/11/05