การบริหารสุขภาพจิต
โดยการวาดภาพ
จัดทำโดย
ชลธิชา วงค์ตะวัน
รหัสนิสิต 65010055
คณะพยาบาลศาสตร์
เสนอ
อาจารย์วรัญญา คงปรีชา
การบริหารสุขภาพจิต
กิจกรรม วาดภาพ ระบายสี
การวาดภาพระบายสีเป็ นส่วนหนึ่งของการบริหารสุขภาพจิต
โดยใช้ศิลปะหรือที่เรียกว่า ศิลปะบำบัด ( ART Therapy )
ศิลปะบำบัด (Art Therapy ) คืออะไร???
การใช้ศิลปะบำบัด (art therapy) เป็นรูปแบบการบำบัดแบบบูรณา
การรูปแบบหนึ่ง ที่ช่วยให้ผู้รับการบำบัดแสดงอารมณ์ และความคิดออกมา
ผ่านทางศิลปะ อย่างที่ทราบกันว่าการวาดรูปเป็นกิจกรรมที่ช่วยลด
ความเครียด ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายกิจกรรมหนึ่ง นักบำบัดจึงใช้ศิลปะเป็นตัว
ช่วยให้เราได้แสดงความคิด ความรู้สึกออกมาผ่านงานศิลปะและทำการบำบัด
ไปด้วย ซึ่งการทำศิลปะบำบัดนั้นมีส่วนช่วยให้เรามีการรับรู้ มีสติมากกว่าการ
บำบัดแบบพูดคุย
หลักการทำงานของ ศิลปะบำบัด
ศิลปะบำบัดเป็นรูปแบบการบำบัดที่ช่วยให้ทั้งผู้ใหญ่ เด็ก วัยรุ่นได้
สำรวจอารมณ์ และความรู้สึกของตนเอง เพื่อปรับปรุง จัดการกับความเครียด
ความวิตกกังวล และอาการซึมเศร้าที่เกิดขึ้นจนบางครั้งอาการเหล่านี้ส่งผลกระ
ทบต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิต
หัวใจของศิลปะบำบัดคือการมุ่งเน้นหาความสัมพันธ์ ปัญหา โดยจะถูก
ถ่ายทอดออกมาผ่านทางงานศิลปะ หรือเรียกง่าย ๆ ว่าใช้ศิลปะเป็นตัวกระตุ้น
ให้ได้ถ่ายทอดเรื่องราวต่าง ๆ ที่เป็นปัญหาออกมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวใน
ความทรงจำที่เลวร้ายหรือความรู้สึกจากจิตใต้สำนึก ซึ่งมีศิลปะหลายแขนงที่
เลือกใช้ในการบำบัด ดังนี้
จิตรกรรม การวาดภาพ งานปั้ น
การวาดภาพด้วยนิ้ว แกะไม้
ความแตกต่างระหว่างศิลปะบำบัด
กับศิลปะทั่วไป
ศิลปะบำบัดมีเป้ าหมายเพื่อการบำบัด รักษาและฟื้ นฟูอาการเจ็บ
ป่ วยทั้งทางร่างกายและจิตใจ มุ่งหวังให้ผู้รับการบำบัดเกิดการ
เปลี่ยนแปลงภายในตนเอง ซึ่งในกระบวนการแต่ละครั้ง นักศิลปะบำบัดจะ
เปิ ดโอกาสและให้อิสระกับผู้รับการบำบัดได้สร้างสรรค์ผลงาน โดยไม่ได้
คำนึงถึงความสวยงามหรือหลักเกณฑ์องค์ประกอบทางศิลปะใด ๆ แต่มุ่ง
เน้นไปยังการสำรวจอารมณ์ ความรู้สึก ความคิด การเข้าใจ และอธิบายตัว
ตนผ่านการสร้างชิ้นงานของผู้รับการบำบัด ซึ่งแตกต่างจากการเรียนศิลปะ
ทั่วไปที่คำนึงถึงคุณค่าทางศิลปะและสร้างผลงานให้มีความสวยงามด้วย
เทคนิคต่าง ๆ มีเป้ าหมายเพื่อพัฒนาทักษะและฝีมือให้เก่งขึ้น โดยมีครู
ศิลปะหรือผู้เชี่ยวชาญในศิลปะแขนงนั้นๆเป็นผู้สอน ทั้งนี้ในกระบวนการ
ของศิลปะบำบัดนักศิลปะบำบัดจะเป็ นผู้ประเมินและวางแผนการรักษาร่วม
กับจิตแพทย์และสหวิชาชีพ และนักศิลปะบำบัดต้องเรียนจบเฉพาะทางใน
การบำบัดรักษาอีกด้วย
การบำบัดด้วยศิลปะช่วงส่ง
เสริมสุขภาพจิตได้อย่างไร??
ศิลปะบำบัดสามารถใช้เพื่อบำบัดความผิดปกติทางจิตใจหรือ
ปัญหาทางสุขภาพจิตได้หลากหลาย ในบางครั้งอาจมีการใช้เทคนิค
จิตบำบัดอื่น ๆ ควบคู่ไปด้วย เช่น การบำบัดแบบกลุ่ม หรือการบำบัดเพื่อ
ทำความรู้ ความเข้าใจและพฤติกรรม ศิลปะบำบัดสามารถทำการบำบัดได้
หลายปัญหา เช่น
ส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกายและอารมณ์ ในเด็กและวัยรุ่น
• สร้างสมาธิ สามารถอยู่นิ่งและจดจ่อได้นานขึ้น
• ส่งเสริมการเห็นคุณค่าในตัวเอง
• เสริมสร้างจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์
• เสริมสร้างประสาทสัมผัสทางการสัมผัส การเคลื่อนไหว ความสมดุล
• เสริมสร้างการใช้ชีวิตอย่างมีระเบียบแบบแผน และเป็นกิจวัตร
• ปลูกฝังศีลธรรม ความอ่อนโยนต่อเพื่อนมนุษย์และสัตว์
• เสริมสร้างทักษะทางสังคม
ส่งเสริมคุณภาพชีวิตในผู้สูงอายุ
• สร้างความผ่อนคลาย
• สร้างความเบิกบาน
• สร้างความรื่นรมย์และใกล้ชิดธรรมชาติ
• ฟื้ นฟูพลังชีวิต
• ฟื้ นฟูสมรรถภาพด้านการสัมผัส การเคลื่อนไหว
การมองเห็น ความสมดุล
• เสริมสร้างการใช้ชีวิตอย่างเป็นกิจวัตร
ศิลปะร่วมรักษา
(Art Associated Therapy)
มีประโยชน์อยู่ด้วยกันหลายประการ โดยผ่านกลไกที่อธิบายทาง
จิตวิทยาและสมองที่ซับซ้อน แต่ผลลัพธ์นั้นสามารถช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิต
(overall quality of life) อีกทั้งยังช่วยสนับสนุนการติดตามจากการรักษา
โรคประจำตัวโดยประโยชน์จากการบำบัดด้วยศิลปะจะมีทั้งหมดจะมีทั้งหมด
6 ประโยชน์จากการใช้ศิลปะมาช่วยร่วมในการรักษา ซึ่งการที่ได้นำศิลปะ
เข้ามาร่วมรักษาเปรียบเสมือนเป็นการนำเครื่องมือ ตัวช่วยที่สำคัญเหมือน
กุญแจที่จะเปิ ดประตูเชื่อมการรักษาทางการแพทย์สู่ผลลัพธ์ที่ดี
1. Promoting self-awareness and self-expression
(กระตุ้นการรับรู้ตนเองและการแสดงออกตัวตน)
การแสดงออกซึ่งตัวตนผ่านงานศิลปะ เป็นสิ่งที่ทรงพลังและมีความ
หมายอย่างมาก เป็นวิถีทางที่จะแชร์ประสบการณ์ ในของท่าน แสดงการมีตัวตน
และความเป็นตัวของตัวเองของผู้สูงวัย ไปยังผู้อื่นและสังคม โดยวิถีทางที่มี
ความหมาย มีหลักการ ศิลปะบำบัดนั้นยังสามารถช่วยกระตุ้นสมองส่วนที่มี
ความบกพร่องทางความจำทั้งปัจจุบันและอดีต เอื้อให้อิสระทางความคิด เสริม
สร้างความมั่นใจในตัวเองได้อย่างดี
2. Facilitating socialization and communication
(มีส่วนช่วยในการเข้าสังคมและการสื่อสาร)
ผู้สูงวัยที่มีปัญหา มีอุปสรรคในการสื่อสาร การแสดงความเป็นตัวตนออก
มาผ่านการพูด หากได้นำศิลปะมาใช้เป็น ตัวกลาง ส่งเสริมให้ใช้ผ่านการมองเห็น
นำไปสู่การแปลความหมายออกมาสื่อสารเป็นคำพูด เป็นวาจา สิ่งนี้เป็นกุญแจหลัก
ที่สำคัญที่จะช่วยผู้สูงวัยที่มีปัญหาดังกล่าวนั่นเอง ศิลปะยังช่วยเชื่อมผู้สูงวัยต่อคน
อื่นๆ ในครอบครัวและสังคมอีกทั้งยังช่วยลดความรู้สึกโดดเดี่ยวเดียวดาย
3. Improving cognitive skills and providing intellectual stimulation
(พัฒนาศักยภาพทางพุทธิปัญญาและการตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้น)
การได้พูดคุย วิพากษ์วิจารณ์ ร่วมกันคิด ต่อภาพงานศิลป์ ผลงานทาง
ศิลปะ นอกจากจะช่วยในด้านการสื่อสาร ปฏิสัมพันธ์กันแล้ว ยังช่วยกระตุ้น
สนับสนุนและเพิ่มพลังความคิดสร้างสรรค์ เชื่อมการทำงานของสมองโดยทั่วอย่าง
เป็นระบบ การใช้สมองทั้งสองซีก ซ้ายขวา ประสานงานเป็นหนึ่งเดียวกัน
4. Reducing boredom
(ใช้เวลาว่างอย่างเป็ นประโยชน์สนุกสนานไม่น่าเบื่อ)
การใช้เวลาว่างผ่านการทำงานศิลปะ เป็นการเติมเต็มชีวิตเติมเต็มช่วง
เวลาว่างได้อย่างวิเศษ อีกทั้งยังสร้างความภาคภูมิใจในผลงานซึ่งเป็นสิ่งที่
ประเมินค่ามิได้อีกด้วย
5. Improving motor skills
(ช่วยสร้างเสริมพัฒนาทักษะในการใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่และมัดเล็ก)
ในการทำกิจกรรมโดยใช้ศิลปะเป็นตัวเชื่อม สามารถจัดได้อย่างหลาก
หลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็น งานวาดเขียน งานปั้ น งานหัตถกรรม งานจัดดอกไม้
และอื่นๆอีกมากมายสิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ช่วยในการเสริมสร้างการปฏิสัมพันธ์
ระหว่างของร่างกายทั้งสมองกล้ามเนื้อ ความคิด อารมณ์ เพื่อที่จะทำสิ่งต่างๆ
ผลงานที่สำเร็จแสดงออกมาอย่างมีความหมาย เทคนิคพวกนี้ช่วยลดความรู้สึก
ปวด ความรู้สึกกังวล ความเครียด โดยการเบี่ยงความสนใจ เน้น focus ไปยัง
งานศิลปะอีกด้วย
6. Decreased stress and depression
(ช่วยลดภาวะเครียดซึมเศร้าได้อย่างดี)
ที่ผ่านมามีการนำเอาศิลปะมาบำบัดความรู้สึก ความเครียด กังวล และ
ภาวะซึมเศร้าโดยกลไกที่ช่วยผ่อนคลายอารมณ์ เปิ ดใจ เปิ ดความคิด การ
กำหนดจิตให้จดจ่อกับงานศิลป์ เป็นการช่วยยกระดับสภาพจิตให้สูงขึ้น เป็น
สาเหตุที่ทำให้ ผู้สูงวัยกิจกรรมรู้สึกสบาย ผ่อนคลายความกังวลและรู้สึกดีได้
นั่นเอง บุคลากรที่มีความชำนาญ หากได้ร่วมกับทีการรักษา พยาบาล ได้นำเอา
กิจกรรมศิลปะบำบัด เข้ามาร่วมเป็น ส่วนหนึ่งของการรักษา ผ่านกิจกรรมที่
หลากหลายน่าสนใจผ่านสีสันที่สวยงาม กิจกรรมมุ่งหวังให้เพลิดเพลิน การทำ
กิจกรรมเป็นหมู่คณะ การได้พูดคุยหรือแสดงออกถึงความคิด สร้างสรรค์ เป็น
กลไกที่สำคัญที่ทำให้ผู้สูงวัยสามารถใช้สมองเชื่อมความคิด ตรรกะและอารมณ์
เข้าเป็นหนึ่งเดียวกัน ผสานการดูแลทางการแพทย์
ตัวอย่างงานวิจัย
การเยียวยาสภาวะทางจิตใจด้วยศิลปะบำบัด
Healing Mental Health Conditions with Art
นำวิธีการบำบัดด้วยศิลปะขTอhงศeิลrปaิ นpหyญิง 3 ท่าน คือ ยะโกะ คุสะมะ
เมตตา สุวรรณศร และ วัชรพร อยู่ดีเป็นการศึกษาวิธีการผ่อนคลายและ
ปลดปล่อยในลักษณะของผลงานศิลปะโดยการสร้างสรรค์ในรูปแบบ
ต่างๆ เช่น การวาด การปั้ น ปะติด ถักทอเส้นใย เป็นต้น โดยผลการศึกษา
พบว่าการแสดงออกเชิงสร้างสรรค์ด้วยศิลปะช่วยปรับสมดุลทางอารมณ์
ได้ดีขึ้น ช่วยให้บุคคลรู้เท่าทันอารมณ์ต่างๆ สามารถควบคุมอารมณ์ได้ดี
ยิ่งขีึ้น เสริมสร้างสมาธิ ลดความตึงเครียดและเป็นอีกหนทางในการก้าว
ผ่านช่วงเวลาโหดร้ายในชีวิตและเป็ นอีกหนทางในการรักษาสภาวะ
อาการซึมเศร้า
สายอักษร รักคง. (2563).การเยียวยาสภาวะทางจิต
ด้วยศิลปะบำบัด. เรียกใช้เมื่อ 30 กันยายน 2565
จาก Silpa Bhirasri:https://so02.tci-
thaijo.org/index.php/jfa/article/view/238128
ขั้นตอนและการดำเนินกิจกรรม
กิจกรรม วาดภาพระบายสี
แนวคิดทางกิจกรรม
กิจกรรมวาดรูประบายสีเป็ นหนึ่งในกิจกรรมที่ใช้ในการทำจิตบำบัด
( Psychotherapy ) โดยจะใช้ศิลปะเป็นสื่อในการแสดงอารมณ์ ความรู้สึก
ของเรา ณ ขณะนั้นว่าเป็นอย่างไร ซึ่งกิจกรรมจะไม่เน้นที่องค์ประกอบศิลป์
ของตัวผลงานแต่จะเน้นที่การปล่อยวางความรู้สึกเราจะวาดอะไรก็ได้หรือ
ระบายสีแบบไหนก็ได้ตามที่เราต้องการ
ขั้นตอนการปฎิบัติกิจกรรม
1.ให้วาดภาพหรือระบายสีในทุกวันจันทร์ วันพุธ และวันศุกร์ โดย
วาดหรือระบายสีอะไรก็ได้ตามที่อย่างจะวาดในวันนั้นๆ
2.ให้ถ่ายรูปหรืออัดคลิปวิดีโอระหว่างวาดภาพ
3.ให้เขียนความรู้สึกหลังวาดภาพหรือความรู้สึกระหว่างวาดภาพ
ระยะเวลาการปฎิบัติกิจกรรม
25 กรกฎาคม – 7 ตุลาคม พ.ศ 2565
ตัวอย่างผลงานการวาดภาพ
ผลการปฎิบัติกิจกรรม
ความรู้สึกหลังจากปฎิบัติกิจกรรม
หลังจากการทำกิจกรรมการวาดภาพระบายสีรู้สึกผ่อนคลายขึ้น
ระหว่างการวาดภาพมีสมาธิมากขึ้น จดจ่ออยู่กับการวาดภาพจนไม่
ได้นึกถึงเรื่องอื่นที่ทำให้ไม่สบายใจ ได้ปล่อยใจให้สบายมากขึ้น และ
จากการสังเกตตัวเองพบว่าพอเริ่มวาดภาพทำให้ใจเย็นลง มีสติ และ
ควบคุมอารมณ์ ตัวเองได้ดีขึ้น
ข้อจำกัดหรือข้อเสีย
การวาดรูปที่ใช้เวลานานเกินไปอาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้ เช่น
การวาดรูปต้องใช้ข้อมือหา กวาดนานๆ อาจเกิดอาการบาดเจ็บที่ข้อมือ
ได้ การนั่งนานๆ หรือนั่งผิดสรีระจะทำให้ปวดเมื่อยตามร่างกายได้
นอกจากนี้ยังส่งผลเสียต่อสายตาอีกด้วย
ข้อเสนอแนะ
ไม่แนะนำให้จัดตารางการวาดภาพว่าต้องวาดวันไหนบ้าง ควร
วาดเมื่อมีความรู้สึกอยากวาดหรือมีความรู้สึกอยากระบายความในใจ
ที่ไม่อยากพูดหรือพูดออกมาไม่ได้ การวาดภาพแบบจัดตารางไว้
ชัดเจนเหมือนเป็ นสิ่งที่ต้องทำมากกว่าการบริหารสุขภาพจิต
ภาพการปฎิบัติกิจกรรม
และผลงานเพิ่มเติม
ภาพการปฎิบัติกิจกรรม
ผลงานการปฎิบัติ
กิจกรรมเพิ่มเติม