ประวัติความเป็นมาประเพณีแซนโฏน ประเพณีบุญแซนโฎนตา เป็นวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของคนไทยในท้องถิ่นที่พูดภาษาเขมรและภาษา กูยแถบจังหวัดในภาคอีสานตอนใต้จัดทำาขึ้นเพื่อแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว ซึ่งในภาษาเขมรเรียกว่า “บุญประเพณีแซนโฎนตา”ประเพณีนี้ ได้สืบทอดต่อกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ จนถึงปัจจุบัน วันแซนโฏนตา หรือ ไงแซนโฏนตา ตรงกับวันแรม 14คำา เดือน 10 ของทุกปี ประเพณีวันสารทของคน วัฒนธรรมเขมรครอบครัวและเครือญาติได้กลับมาพบหน้ากันเพื่อทำา บุญให้บรรพบุรุษผู้ล่วงลับ โดยการ ทำา เช่นนี้เพื่อไหว้บรรพบุรุษรับผลบุญกุศลที่อุทิศไป ทำา ให้บ่วงกรรมทีมีบรรเทาลง ซึ่งชาวเขมรยึดถือ ประเพณีนี้สืบทอดกันมาอย่างยาวนานด้วยความเชื่อที่ว่าถ้าในยุคของตนได้แซนโฏนตาให้แก่ผีบรรพบุรุษ ปู่ย่าตายาย พ่อแม่ แซน หมายถึง การเซ่น การเซ่นไหว้ การบวงสรวง โฎนตา หมายถึง การทำา บุญให้ปู่ย่า ตายาย หรือ บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วประเพณีแซนโฎนตาจึงหมาย ถึงประเพณีการเซ่นไหว้ผีบรรพบุรุษ ที่นับได้ว่าเป็นประเพณีสำาคัญที่คนไทยเชื้อสายเขมรมีการสืบทอดกัน มาเป็นระยะเวลานาน
วันสารท” เป็นวันที่เชื่อกันว่าญาติที่ล่วงลับไปแล้วจะมีโอกาสได้กลับมารับส่วนบุญจากญาติพี่น้องที่ ยังมีชีวิตอยู่ จึงมีการทำาบุญใหญ่เพื่ออุทิศส่วนกุศลไปให้ญาติที่ล่วงลับเหล่านั้น ชาวไทยก็มีวันสารทไทย ชาวจีนก็มีวันสารทจีน อีกทั้งยังมีคติความเชื่อที่คล้ายคลึงกัน ต่างกันแต่เพียงกำา หนดวันทำาบุญเท่านั้น สำาหรับชาวไทยเชื้อสายเขมรในถิ่นอีสานใต้นั้น พวกเขาก็มีการจัดงานเนื่องในวันสารทด้วยเช่นกัน โดย จะร่วมกันจัด “ประเพณีแซนโฎนตา” หรืองานสารทเขมรขึ้นเพื่อทำาบุญใหญ่ให้บรรพบุรุษที่ล่วงลับไป แล้วปรัปความเป็นมาและความเชือเพื่อแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว ซึ่งเป็น ประเพณีอันเก่าแก่สืบทอด ความสำาคัญและคุณค่าทางสังคมและทางจิตใจที่มี ในวิถีการดำา เนินชีวิตของชุมชน นอกจากประเพณี แซนโฏนตาจะเป็นการอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผีบรรพบุรุษ ปู่ย่าตายาย พ่อแม่ จุดมุ่งหมายรองของการออก กุศโลบายของบรรพบุรุษคือการแสดงถึงความกตัญญูกตเวทีของลูกหลานที่แสดงต่อผู้มีพระคุณที่ล่วง ลับไปแล้ว และเพื่อให้ลูกหลานญาติมิตรจะได้มารู้จักกันสร้างความสามัคคี สร้างสัมพันธ์ที่ดีต่อกันเป็น ที่พึ่งพาอาศัย
1.พิธีทำาบุญตักบาตรข้าสารอาหารแห้ง แด่ พระภิกษุ สามเณร จำานวน 10 รูป ฟังธรรม เพื่อความเป็นสิริมงคล ร่วมสืบสานขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงาม ถวายเป็นพุทธบูชา และส่ง เสริมพุทธศาสนา ตักบาตรข้าสารอาหารแห้ง
วันที่ 22 กันยายน 2565 ที่บริเวณลานอนุสาวรีย์พระยาไกรภักดีศรีนครลำาดวน (ตากะจะ) อำาเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัด ศรีสะเกษ เป็นประธานในพิธีเปิดงานรำาลึกพระยาไกรภักดี ประเพณีแซนโฎนตา บูชา หลักเมือง ลือเลื่องกล้วยแสนหวี “สารทเดือนสิบ 985 ปี” ประจำาปี 2565 อำาเภอ ขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ 2.พิธีบวงสรวงศาลหลักเมืองอำาเภอขุขันธ์
3. พิธีบวงสรวงเซ่นไหว้บรรพบุรุษ แซน หมายถึง การเซ่น การเซ่นไหว้ การบวงสรวง โฎนตา หมายถึง การทำา บุญให้ปู่ย่า ตายาย หรือ บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วประเพณีแซนโฎนตา จึงหมายถึงประเพณีการเซ่นไหว้ผีบรรพบุรุษ ที่นับได้ว่าเป็นประเพณีสำาคัญที่คนไทยเชื้อสายเขมรมี การสืบทอดกันมาเป็นระยะเวลานาน
4. การประกวดกล้วยงามเมืองขุขันธ์ ซึ่งการประกวดกล้วยงามเมืองขุขันธ์เป็นกิจกรรมที่สำาคัญอีกกิจกรรมหนึ่งเป็นการสนับสนุนส่ง เสริมในเกษตรกรในอำาเภอขุขันธ์ ได้นำาผลผลิตทางการเกษตรคือกล้วยชนิดต่างมาประกวดและเป็นการ ประชาสัมพันธ์ผลิตผความอุดมสมบูรณ์กล้วยในอำาเภอขุขันธ์ซึ่งถือเป็นพืชผลทางการเกษตรที่มึความ สำาคัญมาในการจัดงานครั้งนี้และอีกทั้งยังเพิ่มมูลค่าให้พืชผลทางการเกษตร โดยเกณฑ์การตัดสินมีดังนี้ 1.ความสมบูรณ์ของเครีอและผลกล้วย 2.ความสะอาดของเครือและผลกล้วย 3.กล้วยต้องไม่มีเมล็ด
5. การประกวดแส่วผ้า ทอผ้าพื้นเมือง การประกวดแส่วผ้า การทอผ้าพื้นเมือง
6. การประกวดเครื่องเซ่นไหว้ , การประกวดขบวนแห่สวยงาม การประกวดเครื่องเซ่นไหว้ การประกวดขบวนแห่ สำารับกับข้าว 1 สำารับ เป็ดต้ม 1 ตัว ไก่ต้ม 1 ตัว หรืออานมีหัวหมู ตามแต่ฐานะกับข้าวต่างๆ ขนมต่างๆ ได้แก่ ขนมข้าวต้มห่อด้วยใบมะพร้าวอ่อน ขนมข้าวต้มหมู ข้าวต้มมัด ขนมเทียน ขนมใส่ไส้ กันกันเตรือม ขนมกัน ตางราง ขนมนางเล็ด ขนมไข่หงส์ ขนมข้าวเกรียบ ขนมข้าวพองผลไม้ต่างๆ แต่ที่ขาดไม่ได้คือ มะพร้าวอ่อนและกล้วยน้ำาว้า สุกน้ำาดื่ม เหล้า ตามแต่เห็นสมควรเทียน 2 เล่ม จุดไว้อย่าให้ดับกระถางธูปและธูป ไว้สำาหรับจุดเวลาเซ่น และจะใช้ปักไว้ตาม จานอาหารด้วย
7. กิจกรรมสาธิตการทำาข้าวต้มรูปแบบต่างๆ การทำาขนม ข้าวต้มใบมะพร้าว
8. กิจกรรมการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นถิ่น และการจัดแสดง จำาหน่าย สินค้าผลิตภัณฑ์ OTOP จังหวัดศรีสะเกษกำาหนดการปีนี้