วงจรสี ( Colour Circle)
สีข้นั ที่ 1 คือ
แม่สี ไดแ้ ก่
สีแดง
สีเหลือง
สีนำ้ เงนิ
สีข้นั ท่ี 2 คือ สีที่เกิดจากสีข้นั ที่ 1
หรือแม่สีผสมกนั ในอตั ราส่วนทเี่ ท่ากนั
จะทาใหเ้ กิดสีใหม่ 3 สี ไดแ้ ก่
สีแดง ผสมกบั สีเหลือง ไดส้ ีส้ม
สีแดง ผสมกบั สีนำ้ เงนิ ไดส้ ีม่วง
สีเหลือง ผสมกบั สีนำ้ เงิน ไดส้ ีเขยี ว
สีข้นั ที่ 3 คือ สีที่เกิดจากสีข้นั ท่ี 1
ผสมกบั สีข้นั ที่ 2 ในอตั ราส่วนที่เท่ากนั
จะไดส้ ีอ่ืน ๆอีก 6 สี คือ
สีแดง ผสมกบั สีส้ม ไดส้ ี ส้มแดง
สีแดง ผสมกบั สีม่วง ไดส้ ีม่วงแดง
สีเหลือง ผสมกบั สีเขียว ไดส้ ีเขียวเหลือง
สีนำ้ เงิน ผสมกบั สีเขียว ไดส้ ีเขยี วนำ้ เงนิ
สีนำ้ เงนิ ผสมกบั สีม่วง ไดส้ ีม่วงนำ้ เงิน
สีเหลือง ผสมกบั สีส้ม ไดส้ ีส้มเหลือง
วรรณะของสีี
คือสีท่ีใหค้ วามรู้สึก
ร้อน-เยน็ ในวงจรสี
จะมีสีร้อน 7 สี และ
สีเยน็ 7 สี ซ่ึงแบ่ง
ที่ สีม่วงกบั สีเหลือง
ซ่ึงเป็นไดท้ ้งั สอง
วรรณะ
สรุปวงจรสี ( Colour Circle)
แดง
นา้ เงิน เหลือง มว่ ง สม้
สีข้นั ที่ 1 ข้นั ท่ี 2 เขียว
แดงสม้
แดงมว่ ง เหลืองสม้
น้าเงินมว่ ง เหลืองเขียว ข้นั ที่ 4
น้าเงินเขียวข้นั ที่ 3
สีกลำง คือ สีท่ีเขา้ ไดก้ บั สีทุกสี สีกลางในวงจรสี มี 2 สี คือ สีนำ้ ตำล กบั สีเทา
สีนำ้ ตำล เกิดจากสีตรงขา้ มกนั ในวงจรสีผสมกนั ในอตั ราส่วนท่ีเท่ากนั
สีน้าตาลมีคุณสมบตั ิสาคญั คือ ใชผ้ สมกบั สีอื่นแลว้ จะทาใหส้ ีน้นั ๆ เขม้ ข้ึนโดย
ไมเ่ ปลี่ยนแปลงค่าสี ถา้ ผสมมาก ๆ เขา้ ก็จะกลายเป็นสีน้าตาล
สีเทำ เกิดจากสีทุกสี ๆ สีในวงจรสีผสมกนั ในอตั ราส่วนเทา่ กนั สีเทา มี
คุณสมบตั ิที่สาคญั คือ ใชผ้ สมกบั สีอ่ืน ๆ แลว้ จะทาให้ มืด หมน่ ใชใ้ นส่วนที่
เป็นเงา ซ่ึงมีน้าหนกั อ่อนแก่ในระดบั ต่าง ๆ ถา้ ผสมมาก ๆ เขา้ จะกลายเป็นสีเทา
หลักการใช้สี
1. การใชส้ ีวรรณะเดยี ว
ความหมายของสวี รรณะเดยี ว (Tone) คอื กลุม่ สที แี่ บง่ ออกเป็ นวงลอ้ ของสเี ป็ น 2 วรรณะ คอื
วรรณะร้อน (Warm Tone) ซงึ่ ประกอบด้วย สเี หลอื ง สสี ้ม สแี ดง สมี ว่ ง ใหอ้ ทิ ธพิ ลต่อ
ความรู้สกึ ตนื่ เตน้ เร้าใจ กระฉับกระเฉง ถอื วา่ เป็ นวรรณะร้อน
วรรณะเยน็ (Cool Tone) ประกอบดว้ ย สเี หลอื ง สเี ขยี ว สนี า้ เงนิ สมี ว่ ง สเี หลา่ นีด้ ู เยน็ ตา
ใหค้ วามรู้สกึ สงบ สดชน่ื (สเี หลอื งกับสมี ว่ งอยไู่ ดท้ งั้ สองวรรณะ)
**ควรใช้สวี รรณะเดยี วในภาพทงั้ หมด เพราะจะทาใหเ้ ป็ นอนั หนึ่งอนั เดยี วกัน (เอกภาพ)
กลมกลนื มแี รงจงู ใจใหค้ ลอ้ ยตามไดม้ าก
2. การใช้สตี ่างวรรณะ
หลักการท่วั ไป ใชอ้ ตั ราส่วน 80 % ตอ่ 20 % ของวรรณะสี คอื
ถ้าใช้สวี รรณะร้อน 80 % สวี รรณะเยน็ ก็ 20 %
** ไม่ควรใชอ้ ัตราส่วนทเ่ี ทา่ กนั เพราะจะทาใหไ้ ม่มสี ใี ดเด่น ไม่น่าสนใจ
3. การใชส้ ตี รงกันข้าม
สตี รงกันข้ามจะทาใหค้ วามรู้สกึ ทต่ี ัดกันรุนแรง สร้างความเด่น และเร้าใจไดม้ าก
แตห่ ากใช้ไมถ่ ูกหลกั หรือใช้จานวนสมี ากสจี นเกนิ ไป จะทาใหร้ ู้สกึ พร่ามวั ลายตา ขัดแยง้
ควรใชส้ ตี รงข้าม ในอตั ราสว่ น 80 % ตอ่ 20 %
หรือหากมพี นื้ ทเี่ ทา่ กนั ทจ่ี าเป็ นต้องใช้ ควรนาสขี าว หรือสดี า เข้ามาเสรมิ เพอื่ ตดั เสน้
ใหแ้ ยกออกจากกัน หรืออกี วธิ หี นึง่ คอื การลดความสดของสตี รงขา้ มใหห้ มน่ ลงไป
วงล้อของสี
สีตรงข้ามมี 6 คู่ได้แก่
สีเหลอื ง - สีมว่ ง
สีแดง - สเี ขยี ว
สีน้าเงนิ - สีส้ม
สีเขียวเหลอื ง - สมี ว่ งแดง
สสี ้มเหลือง - สมี ่วงน้าเงนิ
สีสม้ แดง - สีเขียวนา้ เงนิ
สีอ่อน สีเข้ม และโทนสี (Tint , Shade and Tone)
- เมื่อสีบริสุทธ์ิผสมกบั สีขำว
จะไดส้ ีอ่อน (Tint of the hue)
- เม่ือสีบริสุทธ์ิผสมกบั สีเทำ
จะไดโ้ ทนสีท่ีระดบั ต่าง ๆ กนั
(Tone of the hue)
- เม่ือสีบริสุทธ์ิผสมกบั สีดำ
จะไดเ้ ป็ นสีเขม้
(Shade of the hue)
สีร้อน (สีอ่นุ )
(Warm Colors)
นับจากโทนสีเหลือง ชมพู แดง มว่ ง นา้ ตาล
สเี หล่านีใ้ หค้ วามหมายทเี่ รา่ รอ้ น กา้ วรา้ ว มีอทิ ธิพลตอ่
การดงึ ดูดและกระตุน้ อารมณไ์ ด้มากมายกวา่ โทนสอี นื่ ๆ สเี หลา่ นี้
จะใช้มากกับงานประเภทหวั หนังสือ นิตยสาร แคตตาลอ๊ ค ป้ายโฆษณาตา่ ง ๆ
ซงึ่ กระตุน้ ความสนใจตอ่ ผ้พู บเหน็ ไดเ้ รว็
สโี ทนร้อน คอื สที ใ่ี หค้ วามหมายรื่นเรงิ สดชน่ื ฉูดฉาด บาดอารมณ์
สเี ยน็
(Cool Colors)
เร่ิมจากสีเทา ฟ้า นา้ เงนิ เขยี ว
สโี ทนนีจ้ ดั อย่ใู นสโี ทนเย็น ใหอ้ ารมณค์ วามรูส้ กึ
สงบ สะอาด เยน็ สบาย
สีขาว
(White)
คอื สีแหง่ ความสะอาด บริสุทธิ์ ไร้เดียงสา
เหมือนกบั สานวนทช่ี อบพดู ว่า
“เด็กทเ่ี กดิ มาเหมอื นผา้ ขาวทยี่ งั ไมร่ อยแปดเปื้อน”
สดี า(Black)
คือ สญั ลกั ษณแ์ หง่ ความโศกเศร้าและความตาย
และบางความหมายใชแ้ ทนความช่วั ร้าย
ในความหมายของคนยุโรป อเมริกา แทนความเป็ นผดู้ ี ขรึม ม่นั คง
สแี ดง(Red)
คือ สีแหง่ ความกระตอื รือร้น เร่าร้อน รุนแรง สะเทอื นอารมณ์
มพี ลังความสว่างโชตชิ ว่ ง เป็ นสัญลกั ษณแ์ หง่ ความรัก ดงึ ดดู ความสนใจ
หากเป็ นสีชมพู ซง่ึ ความเข้มของสีจะจางลงจะใหค้ วามรูส้ กึ หวานโรแมนตกิ
สเี หลือง
(Yellow)
คอื สแี หง่ ความสุขสดชนื่ ร่าเริงมีชวี ติ ชีวา เป็ นสที เ่ี ข้าไดก้ บั ทกุ สี
สเี ขยี ว
(Green)
คอื สขี องตน้ ไม้ ใบหญ้า เป็ นสญั ลกั ษณข์ องความสงบ เรียบงา่ ย
ความเข้มของสเี ขียวใหค้ วามหมายถงึ ความอุดมสมบรู ณ์
สีฟ้า
(Blue)
คือ สแี หง่ ทอ้ งฟ้าและนา้ ทะเล เป็ นสญั ลกั ษณข์ องความสงบ
เยอื กเย็น ม่นั คง แต่เต็มไปด้วยพลงั หากเป็ นสฟี ้าออ่ นจะใหค้ วามรู้สึก
สดชืน่ สวยงาม กระฉับกระเฉงเป็ นหนุ่มสาว
สมี ่วง
(Purple)
คือ สแี ห่งความลกึ ลับ ซ่อนเร้น เป็ นสที มี่ ีอิทธพิ ลต่อจนิ ตนาการ
และความอยากรู้อยากเหน็ ของเดก็ เช่น เรอื่ งเทพนิยายต่าง ๆ
สีน้าตาล
(Blue)
คือ สสี ัญลักษณ์แห่งความร่วงโรยเปรยี บเสมือนต้นไม้มีใบร่วงหล่นเมือ่ ถงึ อายขุ ัย
เป็ นสีทใี่ ห้ความหมายดเู หมอื นธรรมชาติ เช่น สนี ้าตาลอ่อนและสแี ก่นของลายไม้
เป็ นต้น
สีแจด็
(Vivid Colors)
คอื สีทสี่ ะดุดตาเรว็ มองเหน็ ไดไ้ กล โทนสตี ดั กนั แบบตรงข้าม เชน่ แดงกับดา
เหลอื งกบั นา้ เงนิ เขียวกับแดง ดากับเหลอื ง เป็ นต้น สีจาพวกนีน้ ิยมใชก้ นั มาก
ในงานของเด็กเลน่ ภตั ตาคาร ร้านอาหาร ประเภทฟาสทฟ์ ้ดู คาเฟ่
ข้อเสยี – หากใชจ้ านวนสีมากจะดลู ายตา พร่า
วธิ ใี ช้ทด่ี ีควรใชห้ น่ึงหรือสองสเี ป็ นตวั เน้นหลัก
สจี าง (สีอ่อน)
(Light Colors)
ใหค้ วามหมายทดี่ อู อ่ นโยน เบาหววิ เหมือนคลื่นเมฆหรือปยุ ฝ้าย
ช่วยทาใหพ้ นื้ ทท่ี แ่ี คบดูใหก้ วา้ งขนึ้ โทนสจี าพวกนีจ้ ะใช้กนั มากกับเสือ้ ผา้ สตรี
ชุดชัน้ ใน แฟช่นั ชุดนอน ในงานศลิ ปะบางอย่างใช้สีออ่ น เป็ นพนื้ ฉากหลงั
เพอื่ ขบั ใหร้ ูปทรงลอยเดน่ ขนึ้
สีทบึ
(Dull Color)
คอื สีออ่ นทค่ี อ่ นข้างเข้มหรือสีทเ่ี จอื จาง ใหค้ วามรู้สึกทส่ี ลวั ลาง มวั
บางครัง้ ดูเหมอื นฝัน และดคู ลายเครยี ด
สมี ืดทบึ
(Dark Colors)
ใหค้ วามรู้สกึ หนัก แขง็ แกร่ง เขม้ มพี ลงั
สังเกตดูได้จากสเี คร่ืองแตง่ กายของทหาร สีสูทของผู้ชาย ชุดฟอรม์ ของชา่ ง เป็ นตน้