จัดทำโดย
1.นายอาสัน หลีหนุด 6539250023
2.นายวัชรพิชญ์ แสงเสน 6539250203
3.นายธรรมจักร ทองจำรูญ 6539250014
4.นางสาวสุภาวดี มณีโชติ 6539250027
5.นางส
าวณิชชาอร เล่งวงศ์ 6539250196
1
คำนำ
หลักสูตรการเลี้ยงไก่เบตงเป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา 920-524 ปรัชญาการศึกษาและการพัฒนา
หลักสูตร ระดับ ป.บัณฑิต มหาวิทยาลัย หาดใหญ่ จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลเนื้อหาสารระเกี่ยวกับความรู้
เบื้องต้นการเล้ยี งไก่เบตงคุณลักษณะที่ดขี องไกเ่ บตง วธิ ีการเลี้ยงหลักวธิ กี ารสุขาภบิ าลที่ควรปฏิบัติกับไก่เบตง
ที่เป็นระบบแบบผสมผสาน ระหว่างเลี้ยงในโรงเรือนและปล่อยอิสระ รุ้จักวิธีการรักษาความเคลียดของไก่
วัตถุดิบอาหารที่ใช้เลี้ยงและสูตรอาหารและช่องทางการตลาดของไก่เบตง เพื่อให้ผู้ที่ต้องการศึกษาหาความรู้
ได้ศึกษาด้วยตนเองเพ่มิ เติม
หลักสูตรเล่มนี้สำเร็จลุล่วงได้ด้วยดีซึง่ ได้ความอนุเคราะห์ จากผู้ประกอบการเลี้ยงไก่เบตงใน
พื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการดูแลเลี่ยงไก่เบตง และชี้นำแนวทางต่างๆโดยผู้จัดทำหวังว่า
หลกั สตู รเล่มนี้จะมปี ระโยชน์ไมม่ ากก็น้อย หากเกดิ ขอ้ ผิดพลาดประการใดคณะผจู้ ดั ทำขออภัย ณ ทนี่ ้ดี ้วย
นักศกึ ษา ป.บัณฑิต วิชาชีพครู กลมุ่ 1 ปีการศึกษา 2565
มหาวิทยาลยั หาดใหญ่
สารบญั 2
ชือ่ เรอื่ ง หน้า
ความเป็นมาของหลักสตู ร 3
3
เปา้ หมายของหลักสตู ร 3
4
หลกั การและเหตผุ ล 4
4
วสิ ัยทัศน์ 5
7
จุดมงุ่ หมายของหลกั สูตร 10
11
คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ 12
18
คำอธิบายรายวิชา 29
โครงสร้างรายวชิ า 34
แนวทางการจัดการเรยี นรู้ 39
การวัดและประเมินผล
บทที่ 1 ความรูท้ ว่ั ไปไก่เบตง
บทท่ี 2 วิธีการเลี้ยงไกเ่ บตง
บทที่ 3 วิธีการใหอ้ าหารและการผลติ อาหารแก่ไก่เบตง
บทที่ 4 เรื่องการตลาดและการแปรรปู ไกเ่ บตง
ภาคผนวก
3
ความเป็นมาของหลกั สตู ร
ไก่เบตงเป็นไก่พื้นเมืองที่สำคัญทางภาคใต้ ที่ได้รับการยอมรับทั้งจากผู้บริโภคในท้องถิ่นและจาก
นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ ในเรื่องของคุณภาพเนื้อซึ่งมีกลิ่นหอม นุ่ม และโดยเฉพาะหนังของ
ไก่เบตง มีลักษณะเฉพาะคือ มีความหนึบ จึงทำให้ไก่เบตงเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในพื้นที่อำเภอเบตง
รวมทั้งพื้นที่อื่นๆ จากการรวบรวมรายงานวิจัยที่ผ่านมายังไม่ปรากฏรายงานที่แน่ชัดถึงระบบการผลิต ระบบ
การผลติ ไก่เบตง ถือวา่ เปน็ หน่งึ ในระบบการทำเกษตร
แตใ่ นปจั จุบนั ไก่พนั ธ์ุน้ีมีปรมิ าณลดน้อยลง เนอ่ื งจากมีการอพยพบ้านเรือนบ่อย ๆ และราษฏรบาง
ท้องที่ไม่ได้มีการทำวัคซีนป้องกันโรคบางครั้งทำให้เกิดโรคระบาดขึ้นไก่ล้มตายเป็นจำนวนมากและอีก
ประการหนึ่ง คือ ราคาที่จำหน่ายในท้องที่หรือตลาดมีราคาสูงถึงกิโลกรัมละประมาณ 100 – 150 บาท
เนื่องจากหาซื้อยากขึ้นเพราะมีราษฏรเลี้ยงลดน้อยลงตลาดผู้บริโภคไม่แน่นอนจึงได้ทำหลักสูตรขึ้นมาเพื่อ
ศึกษาชอ่ งทางการตลาดของไก่เบตง
เป้าหมายของหลักสตู ร
หลกั สตู รสถานศึกษาเร่อื ง การเลีย้ งไกเ่ บตง เปน็ ส่วนหน่ึงของสถานศึกษามุ่งพัฒนาใหผ้ ู้เรียนเป็น
มนุษย์ท่ีพรอ้ มสมบูรณด์ ว้ ย กาย จิตใจ สตปิ ญั ญา สงั คม เป็นคนดี จงึ กำหนดเป้าหมายไว้ดงั น้ี
1.ให้ผูเ้ รียนมจี ิตสำนกึ อนรุ ักษ์ ท้องถน่ิ
2.มีทักษะกระบวนการทำงาน
3.มที กั ษะการวางแผนเบ้อื งตน้ ในการปฎิบัติงาน
4.มีความอดทน มจี ริยธรรม คณุ ธรรม ตามมาตฐานการเรยี นรู้ของสถานศึกษา
5.สรา้ งเสริมรายไดแ้ ละอาชพี ทส่ี ามารถมาพัฒนาชมุ ชน
หลักการและเหตุผล
1. เปน็ หลักสูตรการศกึ ษาเพื่อความเปน็ เอกภาพของชุมชน มีจุดหมายและมาตรฐานการเรียนรู้ เป็น
เปา้ หมายสำหรบั พฒั นาเดก็ และเยาวชนใหม้ ีความรู้ ทักษะ เจตคติ และคุณธรรมบนพื้นฐาน ของ
ความเปน็ ไทยควบคกู่ ับความเป็นสากล
2. เปน็ หลกั สูตรการศกึ ษาเพ่ือปวงชน ท่ปี ระชาชนทกุ คนมโี อกาสได้รบั การศกึ ษาอยา่ งเสมอภาค และ
มคี ณุ ภาพ
3. เป็นหลักสูตรการศกึ ษาทส่ี นองการกระจายอำนาจ ให้สังคมมสี ่วนร่วมในการจดั การศกึ ษา ให้
สอดคลอ้ งกับสภาพและความต้องการของท้องถิ่น
4. เป็นหลักสตู รการศกึ ษาที่มีโครงสร้างยดื หยุ่นท้ังด้านสาระการเรียนรู้ เวลาและการจดั การเรยี นรู้
5. เป็นหลกั สตู รการศกึ ษาทเ่ี นน้ ผู้เรยี นเปน็ สำคัญ
4
วิสัยทศั น์
หลกั สตู รการเลยี้ งไก่เบตง เป็นสาระเน้อื หาการเรยี นรสู้ าระการงานอาชีพ เป็นสาระหลักสตู รท่ี
เนน้ ความรู้ ความเขา้ ใจ ในการทำงานทีเ่ ปน็ กระบวนการพัฒนาทักษะในด้านการทำงานรู้จกั การพ่ึงพาตนเอง
และใชเ้ วลาวา่ งให้เกดิ ประโยชน์ เปน็ การอนรุ กั ษ์ สบื สานวฒั นธรรมอนั ดงี ามของชุมชนในทอ้ งถิน่ ปลกู ฝัง
คณุ ธรรมจรยิ ธรรมในด้านความรู้ ความสามคั คี ส่งเสรมิ การตลาดในระบบเทคโนโลยีสมยั ใหม่ และการทำงาน
เปน็ หมู่คณะของผ้เู รยี นและชุมชน
จดุ มุง่ หมายของหลักสูตร
1. เพอ่ื ศึกษาสภาพการผลิตไกเ่ บตง และวเิ คราะหร์ ะบบการผลติ ไกเ่ บตงของเกษตรกรในพื้นท่ีอำเภอเบตง
2. เพื่อศึกษาระบบการผลิตไก่เบตงเชงิ พาณชิ ย์ของเกษตรกรในพื้นท่ีอำเภอเบตง
3. เพื่อศกึ ษาหารผสมอาหารเล้ียไก่เบตง
4. ศึกษาเสน้ ทางการตลาดของไกเ่ บตงในพน้ื ท่เี บตงและปัญหาในการเล้ียงไกเ่ บตง
คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
1.เหน็ ความสำคญั และอนรุ ักษภ์ มู ิปญั ญาทอ้ งถิ่น
2.สบื คน้ รบั ข้อมูลอยา่ งถูกต้อง
3.วิเคราะห์ขอ้ มลู อยา่ งเปน็ ระบบ
4.รู้จักแนวทางการแก้ปญั ญา
5.ร้จู ักการวางแผนในการทำงาน
6.รู้จักกระบวนการทำงานกลุ่ม
7.รู้จักการประเมินการทำงาน
คำอธบิ ายรายวชิ า 5
หลักสตู รท้องถน่ิ เรือ่ งการเล้ยี งไก่เบตง
ระดับประถมศึกษาปีที่ 5 จำนวนช่ัวโมง 10 ช่วั โมง
ความรู้เบื้องต้นการเลี้ยงไก่เบตง คุณลักษณะที่ดีของไก่เบตง วิธีการเลี้ยงหลักวิธีการ
สุขาภิบาลที่ควรปฏิบัติกับไก่เบตงที่เป็นระบบแบบผสมผสาน ระหว่างเลี้ยงในโรงเรือนและปล่อยอิสระ รุ้จัก
วธิ ีการรักษาความเคลียดของไก่ วัตถดุ ิบอาหารท่ีใชเ้ ลยี้ งและสูตรอาหารและช่องทางการตลาดของไก่เบตงโดย
การใช้กระบวนคิด วิเคราะห์ กระบวนการกลุ่ม การสืบค้นข้อมูลด้วยสารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ
เพ่อื ใหเ้ กดิ ความรู้ ความเขา้ ใจ และการส่ือสาร และเหน็ คณุ ค่าของการนำไปใช้ประโยชน์ เพือ่
ปฏิบัตติ ใิ นชีวติ ประจำวนั มคี วามรกั ทอ้ งถิน่ และมีจติ สาธารณะ
ผลการเรียนรู้ท่คี าดหวัง
1. ผู้เรียนมีความเข้าใจสภาพการผลิตไก่เบตง และวิเคราะห์ระบบการผลิตไก่เบตงของเกษตรกรในพื้นท่ี
อำเภอเบตง
2. ผู้เรยี นมคี วามเขา้ ใจระบบการผลิตไกเ่ บตงเชงิ พาณิชย์ของเกษตรกรในพื้นท่ีอำเภอเบตง
3. ผู้เรยี นมีความเข้าใจอาหารผสมอาหารเลย้ี ไก่เบตง
4.ผ้เู รียนมคี วามเขา้ ใจเส้นทางการตลาดของไก่เบตงในพน้ื ทเี่ บตงและปัญหาในการเล้ยี งไก่เบตง
ตัวช้วี ัด
ง.1.1.ป.5/1 ป.5/2
ง.2.1 ป5/1 ป5/2 ป5/3 ป5/4
รวม 6 ตวั ชวี้ ดั
6
สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้
สาระท่ี 1 การดำรงชีวติ และครอบครวั
มาตรฐาน ง 1.1เข้าใจการทำงาน มีความคิดสร้างสรรค์ มีทักษะกระบวนการทำงาน ทักษะ
การจัดการ ทักษะกระบวนการแก้ปัญหา ทักษะการทำงานร่วมกัน และทักษะ
การแสวงหาความรู้ มีคุณธรรม และลักษณะนิสัยในการทำงาน มีจิตสำนึก
ในการใช้พลงั งาน ทรพั ยากร และสง่ิ แวดลอ้ มเพอ่ื การดำรงชีวติ และครอบครวั
สาระท่ี 2 การอาชีพ
มาตรฐาน ง 2.1 เข้าใจ มีทักษะที่จำเป็น มีประสบการณ์ เห็นแนวทางในงานอาชีพ ใช้เทคโนโลยีเพ่ือ
พัฒนาอาชีพ มคี ุณธรรม และมเี จตคติทด่ี ตี ่ออาชีพ
โครงสร้างรายวชิ า 7
หลักสตู รท้องถน่ิ เรอื่ งการเล้ยี งไกเ่ บตง
ระดบั ประถมศกึ ษาปที ี่5 จำนวนช่ัวโมง 10 ชั่วโมง
หน่วยการ จุดประสงค์การเรียนรู้ เน้อื หา สือ่ /วสั ดุอุปกรณ์ ช่ัวโมง/คะแนน
เรยี นรู้
1.1ผเู้ รยี นสามารถ 1. ประวตั คิ วาม – ชดุ วชิ า ชว่ั โมง คะแนน
1. ความรู้ บอกประวัติความ เป็นมาของ – ภาพประกอบ 1 15
ทัว่ ไป เปน็ มาของไก่เบ ไก่เบตง - แหล่งเรียนรู้/
เก่ยี วกบั ตง
การเล้ียง 1.2 ผเู้ รยี นสามารถ 2. ลักษณะทีด่ ี สถาน
ไก่เบตง บอกคณุ สมบัติ ของไก่เบตง ประกอบการ
ลกั ษณะทด่ี ีของ เลยี้ งไกเ่ บตง
ไกเ่ บตงได้
2.วิธีการเลี้ยง 2.1.ผู้เรยี นสามารถ 1.สถานท่ีเลีย้ งไกเ่ บ -ชดุ วิชา 3 30
ไก่เบตง บอกขน้ั ตอนและ ตงและการจดั การ สขุ าภิบาลไก่
วิธีสุขาภบิ าลและ สขุ าภบิ าลไกเ่ บตง -สืบค้นควา้
โรงเรอื นเลีย้ งไก่เบตง ได้ -เอกสารดาร
ได้ และสามารถปฏิบัติ 2.วิธกี ารจดั การ เล้ียงไกใ่ หผ้ ่อน
ตามขัน้ ตอนได้อยา่ ง ความเคลียดไขเ่ บ คลาย
ถูกต้อง ตงและการดแู ล
2.2.ผูเ้ รียนสามารถ แบบผสมผสาน
บอกถงึ วธิ ีดแุ ลไก่เบตง
ไม่ให้เกดิ สภาวะเคลยี ด
ในคณะเลี้ยงและร้จู ัก
การจดั การเลยี้ งไกเ่ บ
ตงแบบผสมผสานได้
8
หน่วยการ จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ เนอ้ื หา สื่อ/วสั ดุอปุ กรณ์ ชั่วโมง/คะแนน
เรียนรู้ ชั่วโมง คะแนน
2.3.ผู้เรยี นสามารถ 3.โรคระบาดของ
บอกโรคระบาดทจ่ี ะ ไก่พ้ืนเมือง – ชดุ วชิ า
เกิดขน้ึ กับไก่พื้นเมอื ง เทคนคิ และวิธี – อุปกรณ์จริง
ได้
2.4.ผู้เรยี นสามารถ 4.ปอ้ งกนั โรค เชน่ วคั ซีน
บอกวธิ ีปอ้ งกันและ ระบาด ปอ้ งกันโรค
โรคระบาดท่ีจะเกิด วธิ ีการรักษา – ภาพประกอบ
ขน้ึ กับ โรค
3.วธิ ีการให้ 3.1.ผู้เรยี นสามารถ 1.เทคนคิ -สื่อวดี โี อ 3 30
อาหารและ บอกถงึ วธิ ีการให้ การผสาม -วสั ดุ/อุปกรณ์ใน
การผลิต อาหารไก่เตงได้ อาหารให้ การผสมอาหาร
อาหารแก่ไก่เบ 3.2.ผเู้ รียนสามารถ ไกเ่ บตง ไก่เบตง
ตง บอกถงึ ข้นั ตอนการ 2.การให้ ในสถานท่จี ริง
ผลติ อาหารผสมเพื่อ อาหารไกเ่ ตง
บำรุงไกเ่ บตงได้ ในชว่ งเวลา
อายุตา่ งๆ
9
หน่วยการ จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ เนือ้ หา ส่ือ/วัสดุอุปกรณ์ ช่ัวโมง/คะแนน
เรียนรู้ ช่วั โมง คะแนน
4.การตลาด 4.1.ผู้เรยี นสามารถ 1.การ – ชุดวชิ า 3 25
และการแปร
รูปไกเ่ บตง บอก เทคนคิ การหา วางแผนการ – ตวั อยา่ งการ
ตลาดเพื่อจำหนา่ ย
ผลผลิตในรปู แบบ ดำเนนิ งาน – การเตรียม
การขายพนั ธแุ์ ละการ และบันทึก
แปรรปู เนื้อไก่ พนั ธุ์เพ่ือ
4.2.ผู้เรียนสามารถ การผลิต
บอกถงึ วธิ กี ารแปรรูป จำหนา่ ย
ผลผลิตไกเ่ ตงใน 2.เทคนิคการ – การแปร
รปู แบบการขายพันธ์ุ หาตลาดหรือ รูปเนอื่ เพื่อ
และการแปรรปู เนอื้ ชอ่ งทาง
ไก่ จำหน่ายและ
4.3.ผเู้ รยี นสามารถ ออนไลน์เพ่ือ
บอกปญั หาและ สง่ ออก
อุปสรรค พร้อมทั้ง หน่ายผลผลิต – ภาพประกอบ
3.วธิ กี ารจัดการ -แหลง่ เรยี นร/ู้
พัธ์ไุ กเ่ พ่ือจำหน่าย สถาน
และการแปรรปู ประกอบการเลย้ี ง
เนือ้ ไก่เบตง
ไก่เบตง
4.ปัญหาและ
แนวทางแก้ไขปัญหา อุปสรรค
การเล้ยี งไก่เบตงได้ พร้อมท้งั แนว
ทางแก้ไข
ปญั หาการ
เล้ยี งไก่เบตง
– รวม 10 100
10
แนวทางการจัดการเรียนรู้
เพอื่ การจดั การเรยี นการสอน การเล้ียงไก่ เบตง บรรลุตามวัตถปุ ระสงค์ จงึ กำหนด แนวทางดังน้ี
1.จัดการเรียนรตู้ ามท้องถ่นิ และใหท้ ้องถิน่ ช่วยพัฒนาการเรียนการสอน
2.จัดการเรียนสอนเนน้ ภาคปฏิบัตจิ รงิ
3.จัดการเรยี นเนน้ เรียนรแู้ บบกระบวนการกลมุ่
4.จดั การเรยี นรู้ ท่สี ามารถบูรณาการกบั กลุ่มสาระอ่ืนๆได้
5.สอดแทรกคุณธรรม จริยธรรม
6.จดั การเรียนเนน้ ปฏิบัติจริงและประเมินตามสภาพจรงิ โดยจดั กิจกรรมการสอนดังน้ี
6.1.การสอนแบบร่วมมือ (Co-operative learning) เน้นผเู้ รยี นเปน็ ศูนย์กลาง ส่งเสรมิ ผเู้ รยี นเกิด
ทักษะดา้ นการคิด (Thinking Skills) มขี ้ันตอนดังน้ี
- ข้ันเตรียม
- ขน้ั สอน
- ขั้นทำกจิ กรรมกลุ่ม
- ข้นั ตรวจสอบผลงาน
- สรปุ ผล อภปิ รายผลเป็นกลมุ่
6.2.ภาคปฏิบตั ใิ ชก้ ารสอนแบบสาธิต (Demonstration Method)
- เตรียมสอน
- สาธติ
- สรุป
- วดั ผล
11
การวดั และประเมินผล
เพือ่ ใหท้ ราบวา่ การจดั กิจกรรมการเรียนร้ตุ ามหลักสูตรสภานศกึ ษาเรื่อง การเลย้ี งไกเ่ บตง เกิดการเรยี นรู้
มากน้อยเพียงใด จงึ กำหนดการประเมินการเรยี นร้ดู ังน้ี
1.วดั ประเมนิ ตามสภาพจริง
1.1มีการตรวจสอบกจิ กรรมการเรียนรู้
1.2.มีทักษะการปฏบิ ัติ
1.3.มคี วามพอใจต่อการเรียน การเลย้ี งไก่เบตง
2.วดั ประเมนิ ผลดา้ นความสามารถ
2.1.ประเมินผลการปฏิบตั กิ ารเลย้ี งไกเ่ บตง
2.2.ผู้เรยี นสามารถเลี้ยงดูแลสุขขาถิบาลไก่เบตง และกระบวนการต่างๆเกี่ยวกับการดูแล
ไกเ่ บตงใน การวดั ประเมินผล
3.ประเมนิ ผลโดยสังเกตพฤติกรรมในกระบวนการทำงานกลมุ่
3.1.ผลงานจากการทำงานกลุ่ม ตามภาระงานครูผู้สอนสง่ั และสงั เกตการณ์ทำงาน
3.2.ผลงานจากแบบฝกึ หัด และประเมนิ จากการปฏิบตั ิงาน
12
บทท่ี 1 ความรู้ทัว่ ไปไก่เบตง
สาระสำคญั
ไกเ่ บตงเปน็ ไก่พื้นเมืองทสี่ ำคญั ทางภาคใต้ ที่ได้รับการยอมรบั ท้งั จากผูบ้ ริโภคในทอ้ งถิน่ และ
จากนกั ท่องเท่ียวทง้ั ชาวไทย และชาวต่างชาติ ในเรือ่ งของคุณภาพเนื้อซง่ึ มกี ลิ่นหอม นุม่ และโดยเฉพาะหนัง
ของไกเ่ บตง มีลักษณะเฉพาะคอื มีความหนบึ จึงทำให้ไก่เบตงเปน็ ทต่ี ้องการของตลาดท้ังในพืน้ ที่อำเภอเบตง
รวมท้งั พนื้ ที่อ่ืนๆ จากการรวบรวมรายงานวจิ ัยทผี่ ่านมายงั ไมป่ รากฏรายงานท่ีแนช่ ดั ถึงระบบการผลติ ระบบ
การผลติ ไกเ่ บตง ถือว่าเปน็ หนงึ่ ในระบบการทำเกษตร
ผลการเรียนรู้ทค่ี าดหวงั
1. ผ้เู รยี นสามารถบอกประวัติความเปน็ มาของไก่เบตง
2 . ผเู้ รียนสามารถบอกคณุ สมบตั ิ ลักษณะท่ีดขี องไก่เบตงได้
ขอบข่ายเน้ือหา
เร่ืองท่ี 1 ประวัตคิ วามเป็นมาไก่เบตง
เร่อื งที่ 2 ประโยชนข์ องการเลีย้ งไกเ่ บตง
เรอ่ื งที่ 3 คณุ ลักษณะของไก่เบตง
เร่ืองที่ 1 ประวัติความเป็นมาของไก่พันธเ์ุ บตง
คำว่า “เบตง” เป็นอำเภอหน่ึงในจังหวัดยะลา ซ่ึงมีพืน้ ที่อยู่ใตส้ ดุ ของจงั หวดั ยะลา และประเทศไทยมี
อาณาเขตพน้ื ท่ตี ิดต่อกับรฐั เคดา ประเทศสหพนั ธรฐั มาเลเซีย ลกั ษณะพืน้ ท่ีเป็นทีส่ ูง ราษฏรสว่ นใหญเ่ ปน็ คน
ไทยมเี ช้ือสายจนี มีอาชีพในการทำสวนยางพาราและค้าขาย และเปน็ แหล่งกำเนิดไก่ท่ีมชี ่ือเสยี งมาก เนื้อมี
รสชาตอิ ร่อยและตวั ใหญ่
ไกเ่ บตง หรือมีชอ่ื เรยี กทางวทิ ยาศาสตร์ Betta splendens Regan ตามประวัติความเปน็ มาของไก่
พันธุ์เบตงน้ีเป็นไก่พนั ธุ์เนื้อพื้นเมืองท่นี ำพันธ์มุ าจากประเทศจนี ท่เี รียกวา่ ไก่กวางไสซ่งึ เป็นไกท่ ี่มตี น้ กำเนิดมา
จากไกพ่ นั ธ์แุ ลนซาน มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศจีน เม่ือชาวจีนอพยพมาจากประเทศจีนและมาตั้งถ่ินฐานทำ
มาหากินตั้งหลักแหล่งในอำเภอเบตง จังหวดั ยะลา จงึ ได้นำไก่พันธุ์น้ีมมี าแพรห่ ลายในอำเภอเบตจังหวดั ยะลา
จนถงึ ทกุ วนั น้ี
13
แตใ่ นปัจจุบันไก่พันธ์ุนม้ี ปี ริมาณลดน้อยลงเน่ืองจากมีการอพยพบ้านเรือนบ่อยๆและราษฏรบางท้องท่ี
ไม่ได้มีการทำวัคซีนป้องกันโรคบางคร้ังทำให้เกิดโรคระบาดข้ึนไก่ล้มตายเป็นจำนวนมากและอีกประการ
หนึง่ คอื ราคาที่จำหน่ายในท้องท่ีหรือตลาดมีราคาสงู ถึงกิโลกรมั ละ ประมาณ 100 – 150 บาท เน่ืองจาก
หาซอื้ ยากขึ้นเพราะมรี าษฏรเลยี้ งลดน้อยลง ตลาดผบู้ รโิ ภคไม่แน่นอน
เรือ่ งท่ี 2 การเลีย้ งไกเ่ บตงมีประโยชน์ ดังนี้
ทำให้ผเู้ ลี้ยงไกเ่ บตงมีอาหารที่ดมี ีคณุ ภาพไว้รบั ประทานเนื้อไกเ่ บตงทำให้เด็กเจริญเติบโตเร็ว และชว่ ยบำรุง
สมองใหม้ สี ติปัญญาดี เฉลยี วฉลาด
1. ทำใหผ้ ู้เล้ยี งไก่เบตงมรี ายได้เพ่มิ ข้ึน เพ่มิ ขึ้น เพราะไม่ต้องเสยี เงินไปซ้อื เนื้อไก่มารบั ประทาน สามารถ
เอาเงินน้นั เก็บไวซ้ ื้อสง่ิ อนื่ ๆ ท่ีจำเป็นและหากผ้ทู ีเ่ ล้ยี งไกเ่ บตงเล้ยี งไว้จนเหลือรับประทานแล้วก็
สามารถนำไกพ่ ื้นเมืองไปขายเพ่ิมรายได้ให้กับครอบครวั ดว้ ยอกี ทางหนึง่
2. มลู ไกเ่ ป็นปยุ๋ คอกท่ีมธี าตอุ าหารของพืชสูง มูลไกเ่ ป็นผลพลอยได้อยา่ งหน่ึงของการเล้ียงไก่พน้ื เมือง
เปน็ ปยุ๋ ต้นไมต้ ่าง ๆ ไดด้ ี และเป็นอาหารเลยี้ งปลาก็ได้ เนื่องจากมูลไก่เบตงมีธาตุอาหารมากมาท้งั
ไนโตรเจน โปรตนี แคลเซยี ม และฟอสฟอรัส
3. ไก่เบตงสามารถเลยี้ งเปน็ อาชีพได้ เน่ืองจากไก่เบตงขายได้ราคาดีมากทง้ั ตวั ผแู้ ละตัวเมีย หรือสามารถ
เล้ียงเป็นงานอดเิ รกก็ได้ ซึ่งก็จะทำให้มีรายไดเ้ พมิ่ พนู ยง่ิ ขึน้ อกี ทางหนงึ่ ดว้ ย
4. ไกเ่ บตงเลย้ี งงา่ ยและมคี วามต้านทานโรคสงู สามารถปล่อยให้หากนิ อาหารทีม่ ีอยู่ตามธรรมชาติได้โดย
ไม่ต้องเสยี เวลาในการเลี้ยงดูเหมือนไก่พันธุ์อ่ืน ๆ
5. การเล้ียงไกเ่ บตงสามารถช่วยแกค้ วามเครยี ด ความหงดุ หงิดได้ เป็นการผ่อนคลายอารมณ์ไดเ้ ปน็
อยา่ ง ๆ
14
เรื่องที่ 3 คณุ ลกั ษณะของไก่พนั ธ์ุเบตง
ไก่เบตง (Betong Chicken) มชี อ่ื วิทยาศาสตร์ Gallus gallus เป็นพนั ธุไ์ กพ่ น้ื เมอื ง
ที่สำคัญของภาคใต้ เชื่อว่ามีแหล่งกำเนิดจากมณฑลกวางไส (Guangxi) ของประเทศจีน ถูกนำมาเลี้ยง คร้ัง
แรกในอำเภอเบตง จังหวัดยะลา โดยชาวจีนที่อพยพจากเมืองกวางไส กว่า 80 ปีที่ผ่านมา จึงเป็นที่นิยมเลี้ยง
ในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย โดยเฉพาะ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดปัตตานี ยะลา
และนราธวิ าส
ลักษณะประจำพนั ธุไ์ ก่เบตง
ลกั ษณะประจำพนั ธ์ุของไกเ่ บตง คือ มขี นสเี หลืองทองต้ังแตห่ ัวคอ่ ยๆ จางลงมาถงึ
ลำตัว ปีกสั้น ขนหางไม่ดก สั้น ไก่เบตงเพศผู้และแพศเมียมีหงอนจักร ปากและแข้งสีเหลือง ผิ วหนังสีขาว
(ภาพที่ 2และตารางที่ 3) และให้เนื้อคุณภาพดี รสชาติดี หอมหวาน เนื้อเหนียวนุ่มไม่เละ จึงทำให้เป็นที่นิยม
ของผบู้ รโิ ภค (ดำรสั และวินยั , 2549; กลมุ่ วิจยั ความหลากหลายทางชีวภาพกองบำรุงพนั ธุ์สัตว์
ไก่เบตงทนต่อสภาพอากาศร้อน โรค และแมลงได้ดี เป็นไก่ประเภทปล่อยเลี้ยง ชอบคุ้ยเขี่ยอาหารจาก
ธรรมชาติ มีความสามารถพิเศษในการหาอาหารเองตามธรรมชาติ ชอบหากินอิสระบริเวณลานบ้าน ในสวน
ยางพารา อาหารของไก่เบตง ได้แก่ มด แมลง ไส้เดือน ตัวปลวก ผักต่างๆ หญ้าสด ปลายข้าวโพด ข้าวเปลอื ก
และอาหารสำเร็จรปู โดยทั่วไป
ไก่เบตงสามารถส่งขายตลาดและชำแหละที่อายุ 6 เดือนขึ้นไป มีน้ำหนักตัวประมาณ 1.5-2.0 กิโลกรัม
และไก่เบตงเพศผู้ควรชำแหละ ทีอ่ ายุ 24 สัปดาห์ เนอื่ งจากมเี ปอร์เซ็นต์ซากสงู สุด (72.29%) เมอ่ื เทียบกับช่วง
อายุ 14-22 สัปดาห์(P<0.05) ถึงแม้ว่าที่อายุ 22 และ 24 สัปดาห์ น้ำหนักซากจะไม่แตกต่างกันก็ตาม
(P>0.05)แต่ในเพศเมียสามารถชำแหละได้ที่อายุไม่เกิน 20 สัปดาห์ เนื่องจากเปอร์เซ็นต์ซากช่วงอายุ 16-24
สัปดาห์ มีคา่ ไมแ่ ตกต่างกนั (P>0.05) โดยมีคา่ อยใู่ นช่วง 65.00-68.54 เปอรเ์ ซน็ ต์ ถงึ แมว้ ่านำ้ หนกั ซากทีอ่ ายุ
20-24 สัปดาห์จะมีค่าสูงสุดก็ตาม (P<0.05) เมื่อเทียบกับช่วงอายุอื่นๆ นอกจากนี้ไก่เบตง เพศเมียเริ่มมีการ
สะสมไขมันในชอ่ งทอ้ งตั้งแตอ่ ายุ 18 สัปดาห์
15
ตารางท่ี 1 ลักษณะการเจริญเตบิ โตของไก่เบตงในช่วงอายุตา่ งๆ
อายุ ลักษณะรปู ร่าง
1-2 สปั ดาห์ มีขนเลี้ยงสีเหลืองปกคลุม ไมม่ ีขนปีก
3-4 สัปดาห์ สามารถแยกเพศได้จากการสังเกตหงอน โดยเพศผหู้ งอนจะเร่ิมเป็นสีแดงและ
เปน็ ปมเหน็ ได้ชัดเจน เพศเมยี จะมีหงอนซดี เหลอื ง เล็กและไม่เปน็ ปม
1 เดอื น ขนเลี้ยงจะเรม่ิ ร่วง ขนปกี งอกยาวขน้ึ เลก็ น้อย
2 เดือน มีขนจริงข้นึ บริเวณหัวและปกี รวมท้ังขาออ่ นเล็กน้อย
3 เดอื น แขง้ และคอยาว ขนทค่ี อและขาออ่ นยาวข้ึน มีขนจริงข้ึนบรเิ วณหลงั
4-5 เดอื น ลกั ษณะทแ่ี ท้จรงิ ปรากฏให้เหน็ ชดั เจน
ภาพท่ี 1 ไก่เบตง เพศผู้ และ เพศเมีย
.
ทมี่ า: สุภาวดี มณีโชติ 2565
16
ลกั ษณะของไก่พันธเุ์ บตง
ตารางที่ 2 ลักษณะเบตงเพศผู้
ไก่เบตงเพศผู้
ปาก สีเหลอื งอ่อน,ลักษณะ จงอยปากงองุ้มแข็งแรง อาจเป็นเพราะต้องหาอาหารกินเองตาม
ธรรมชาติจึงทำให้ปากมคี วามแขง็ แรงเปน็ พเิ ศษ
ตา ตานนู แจ่มใส
หงอน มีหนึ่งแบบ คือ แบบหงอนจักร์
หัว ลกั ษณะกวา้ งไม่แคบ
ตมุ้ หู ไมม่ ี
คอ คอตงั้ , แข็งแรงขนคอมีสเี หลอื งทองทห่ี วั แล้วค่อย ๆ จางลงมาถึงลำตัวลกั ษณะคลา้ ย
สร้อยคอ
ปีก สั้น , แข็งแรงพอเหมาะกบั ลำตัวทขนสเี หลือง อาจมเี สน้ สีดำ 1 หรือ 2 เสน้ ท่ปี ลาย
แถบของขน
อก กล้ามเน้อื กว้าง ตามลักษณะไก่พนั ธ์เุ นื้อทั่ว ๆ ไป ขนที่อกและใตป้ ีกสีเหลืองบาง
หลัง มรี ะดับขนานกับพืน้ ดิน (กว้าง , เปน็ แผน่ ๆ)
หาง
บ้ันท้าย มขี นหางไม่ดกมากนัก มีขนสีน้ำตาลปน หางขนมีน้อยและไม่ยาวมาก
ขาไก่
(ก้นไก่) เป็นรูปตัดเห็นได้ชัด
หน้าแข้งไก่
นิว้ ไก่ มีขนาดใหญ่พอเหมาะกับลำตัวเชน่ เดยี วกับไก่พนั ธ์ุเนื้อท่ัว ๆ ไป ขนสีเหลอื ง ผวิ หนังมสี ี
เลบ็ เท้า แดงเรอ่ื ๆ เพราะขนน้อย แตถ่ ้าเปน็ ไกต่ อนจะมีขนดก
กลม , ล่ำสัน , เกล็ดวาวแถวแนวเปน็ ระเบียบสเี หลือง
เหยยี ดตรงและแขง็ แรง
สขี าวอมเหลือง
17
หวั ลักษณะกว้าง
ตา แจ่มใส
หงอน รูปถ่วั สน้ั หรือ จักรตดิ หนังสอื
ปาก โคนปากมีสนี ำ้ ตาลเขม้ ค่อย ๆ จางมาเปน็ สีเหลืองทีป่ ลายปาก จงอยปากงมุ้ แขง็ แรง
คอ คอตัง้ แข็งแรง สีเหลืองอ่อน
อก กว้างหนาตามลักษณะไก่พนั ธุ์เนื้อทว่ั ๆไปขนสีเหลอื งดกคลุมทัว่ ตวั
หลัง ขนสีเหลอื งดก วางแนวขนานกบั พ้ืน
ปีก พอเหมาะกับลำตัว แข็งแรง ขนปีกเตม็ เปน็ แบบมสี ดี ำประปราย
หาง หางดก , สีเหลือง
ขาไก่ แขง็ แรง ขนาดพอเหมาะกับลำตวั ขนสีเหลืองดก
หนา้ แขง้ ไก่ กลมสเี หลือง เกล็ดวางแถวแนวเปน็ ระเบียบ
นิ้วไก่ เหยยี ดตรงและแข็งแรง
เลบ็ ไก่ สีขาวอมเหลอื ง
ตา้ นทานโรค มคี วามตา้ นทานโรคสูงพอสมควร
ตารางท่ี 3 ลกั ษณะเบตงเพศเมีย
ไก่เบตงเพศเมยี
ภาพท่ี 3 ไก่เบตงเพศเมีย
|
ท่ีมา: https://www.technologychaoban.com/livestock-technology/article_113548
สบื คน้ เมื่อ 26 กนั ยายน พ.ศ.2565
18
บทท่ี 2 วิธกี ารเล้ียงไกเ่ บตง
สาระสำคญั
การเลี้ยงไก่เบตง ต้องมีการสร้างโรงเรือนไก่ ซึ่งสามารถทำได้แบบง่ายๆ โดยอาศัยวัสดุที่มีใน
ท้องถิ่น เช่น ไม้ไผ่หรือไม้รวกเป็นต้น ขนาดของโรงเรือนก็ขึ้นอยู่กับจานวนไก่ที่จะเลี้ยงและเพื่อใหเ้ ป็นที่ฟักไข่
ได้ อาหารในการเลี่ยงไก่เบตง ได้แก่ มด แมลง ไส้เดือน ตัวปลวก ผักต่าง ๆ หญ้าสด ปลายข้าวโพด
ข้าวเปลอื ก และอาหารสำเร็จรูป ไก่มักจะเป็นโรคนิวคาสเซิล โรคอหิวาต์ โรคฝดี าษ หลอดลมอักเสบเป็น
ประจำ เกษตรกรจงึ ควรใช้วัคซนี ปอ้ งกนั โรค
ผลการเรยี นรูท้ ี่คาดหวัง
1. ผเู้ รยี นสามารถบอกขน้ั ตอนและวิธสี ขุ าภิบาลและโรงเรือนเลยี้ งไก่เบตงได้ และสามารถ
ปฏบิ ัติตามข้ันตอนได้อย่างถกู ต้อง
2. ผ้เู รียนสามารถบอกถงึ วิธีดุแลไก่เบตงไม่ให้เกิดสภาวะเคลียดในคณะเลีย้ งและรจู้ กั การ
จดั การเล้ยี งไก่เบตงแบบผสมผสานได้
3. ผู้เรยี นสามารถบอกโรคระบาดที่จะเกิดข้ึนกบั ไกพ่ ้นื เมอื งได้
4. ผเู้ รียนสามารถบอกวธิ ปี ้องกนั และโรคระบาดทจี่ ะเกดิ ขึ้นกบั
ขอบข่ายเนือ้ หา
เรอ่ื งท่ี 1 สถานที่เลี้ยงไก่เบตงและวธิ ีสุขขาภิบาล
เรอ่ื งท่ี 2 การปฏบิ ัติตไิ ม่ให้ไก่เบตงเกดิ สภาวะเคลยี ด
เรอ่ื งที่ 3 การคดั เลือกพนั ธ์ไก่เบตง
เรอ่ื งท่ี 4 การป้องกนั และรักษาโรคไก่เบตง
เร่ืองท่ี 1 สถานทกี่ ารเล้ียงไก่เบตง
ไก่พันธุ์เบตง เปน็ ไก่ทีช่ อบหากนิ อสิ ระในสนามหญ้าบรเิ วณบ้านตามป่าโปร่ง ๆ คงเปน็ เพราะไก่พนั ธ์ุ
น้ีมีลักษณะไกป่ า่ อยูม่ าก ราษฏรในอำเภอเบตงเลี้ยงไก่พนั ธ์ุนีต้ ามบริเวณลานบ้านในสวนยางพารา ไกพ่ นั ธน์ุ ้ี
เล้ียงเช่อื งมากชอบหากินเป็นฝูง ตวั ผ้รู ักลูกมาก บางคร้งั จะพบวา่ ตัวผจู้ ะฟักลูกแทนตวั เมยี ในการเลี้ยงที่จะให้
ได้ผลดีน้นั มสี ง่ิ ท่จี ะต้องคำนึงถงึ ดงั น้ี
1. โรงเรือนหรอื เล้าไก่
ต้องมีโรงเรือน หรือเล้าให้ไก่นอน มีหลังคากันแดดกันฝนได้ ไม่ควรเลี้ยงไก่ไว้ใต้ถุนบ้านเพราะ
นอกจากจะไม่ถูกสุขลักษณะแล้ว คนบนเรือนจะถูกไรไก่กวนอีกด้วย เกษตรกรสามารถทำเล้าไก่แบบง่าย ๆได้
เอง โดยใช้วสั ดทุ ี่หาได้ง่ายในท้องถนิ่ เชน่ ไม้ไผ่ แฝก จาก ฯลฯ
19
สถานที่ตั้งของเล้าไก่ ควรให้ห่างจากตัวบ้านพอสมควรและอยู่ในที่ดอนไม่ชื้นแฉะ พื้นเล้าอาจจะปู
ด้วยแกลบหรือขี้เลื่อยหรือฟางแห้งหนา อย่างน้อย 4 ซม. และต้องเปลี่ยนวัสดุรองพื้นทุก ๆ 3 เดือน ให้
หนาเทา่ เดิมอยเู่ สมอ
เล้า กวา้ ง 3 เมตร ยาว 4 เมตร สงู 2 เมตร เล้ยี งไก่ขนาดใหญ่ได้ประมาณ 30 – 40 ตวั ควร
มกี รงไก่ขนาดเล็กอีก 2 กรง คอื กรงหรือส่มุ สำหรบั เลยี้ งแมไ่ ก่ กบั ลกู ออ่ น 1 กรง กรงหรอื สุ่ม สำหรบั
เล้ียงไก่เล็ก 1 กรง
2. รางน้ำ
ต้องมีรางน้ำสำหรบั ใสน่ ำ้ สะอาดให้ไก่กนิ อาจใชร้ างไม้ไผ่ ผ่าครึง่ กไ็ ด้
3. รางอาหาร
ควรมรี างสำหรับใหอ้ าหารไก่ เพราะการให้ไกจ่ กิ อาหารบนพ้ืนดนิ ทำให้ไกเ่ ปน็ โรคพยาธไิ ดง้ ่าย
ขนาดราง
ไก่ใหญ่ 10 ตวั ใช้รางยาว 1 เมตร
ไก่ร่นุ 10 ตวั ใช้รางยาว 50 เมตร
ไกเ่ ลก็ 10 ตวั ใช้รางยาว 20 เมตร
4. รางใส่กรวดและเปลอื กหอยปน่ ผสมเกลือปน่
ไกท่ ุกขนาดต้องกินกรวดและเปลือกหอย เพอื่ นำไปสร้างกระดูกและเปลอื กไข่ กรวดและ
เปลอื กหอยต้องตัง้ ท้งิ ไว้ใหก้ นิ ตลอดเวลา
5. รงั ไข่
- ปกติแมไ่ ก่เบตงจะไข่ ในรังในรังเม่อื ไข่ได้ 10 – 12 ฟอง จงึ จะเรม่ิ ฟัก
- การฟักไขห่ ากเลยี้ ง 10 แมข่ นึ้ ไป ควรให้เครือ่ งฟักเพราะไกพ่ ันธนุ์ ี้มนี สิ ัยไมค่ ่อยชอบฟกั ไข่มากนกั
ตอ้ งมจี ำนวนรงั ไข่เท่ากบั จำนวนแม่ไก่ทไ่ี ข่ เพ่ือไม่ใหไ้ ก่แย่งรงั ขนาดรงั ไขก่ วา้ งและยาว 1 ฟตุ สงู 8 น้ิวฟุต
หรือใช้เข่งก็ได้รองดว้ ยหญา้ หรอื ฟางแหง้ ใหถ้ ึงครงึ่ ควรต้ังรังไข่อยู่ในท่ีมดิ ชดิ ไมร่ ้อนเกินไปฝนสาดไม่ถึง แต่
แม่ไก่เดินเขา้ ออกสะดวก
6. มา่ นกนั ฝน
ด้านทฝ่ี นสาดหรือแดดสอ่ งมาก ๆ ควรมีมา่ นผ้าใบ กระสอบหรอื เสื่อเก่า ๆ หอ้ ยท้งิ ไว้
โดยเฉพาะมมุ ทีว่ างรังไข่
เรอื่ งท่ี 2 การปฎิบตั ิไม่ใหไ้ กเ่ บตงเกดิ สภาวะเคลียด
จากขอ้ มูลเกษตรกรเล้ียงไก่ จงั หวดั นครปฐม ทำอาชีพ ‘เลี้ยงไก่ไข’่ สานต่อจากบรรพบรุ ุษ เตมิ ไอเดยี
ด้วยการเปิดเพลงให้แม่ไก่ฟงั แกเ้ ครยี ด 24 ช่ัวโมง ผสมผสานกับใหก้ นิ อาหารธรรมชาติ และเลย้ี งปล่อยไมก่ ักขงั
20
ส่งผลให้แมไ่ ก่อารมณด์ ี ไมต่ กใจง่าย เพิ่มอัตราการออกไข่ มีรายได้จากการขายไข่เข้ากระเปา๋ ไม่ต่ำกวา่ เดือน
ละ 6 หม่ืนบาท”ส่วนเรื่องอาหาร เขาจะใหก้ นิ พวกรำข้าว ปลายข้าว ขา้ วโพด กากถ่ัวเหลอื ง ผกั ผลไม้
เกอื บทกุ ชนิด ไมใ่ ช้ยาปฏชิ ีวนะ จะใหย้ าสมนุ ไพร อาทิ ฟ้าทะลายโจร ช่วยแกห้ วัด ขม้นิ ชัน ไพล ช่วยระบบ
ยอ่ ยอาหาร เป็นต้นสว่ นสถานท่เี ล้ียง จะกั้นรว้ั แตไ่ ม่กกั ขัง ให้ไกเ่ ดินเล่น วง่ิ เล่น คยุ้ เขี่ยดนิ ตาม
ธรรมชาติ รวมถงึ เปิดวิทยใุ ห้ฟัง 24 วโมง ฟังทุกรายการ เพลงช้า เพลงเรว็ ธรรมมะ รายการ คสช.กฟ็ ัง ทัง้ นี้
เพ่อื ลดเสยี งดังจากข้างนอก ส่งผลใหแ้ ม่ไก่อารมณ์ดี ไม่เครยี ด ไมต่ กใจงา่ ย เพิ่มอัตราการออกไขไ่ ดด้ ี
สรปุ การเปดิ เพลงให้ไก่ฟัง มีข้อดีคอื เพ่ือลดเสียงดังจากขา้ งนอก เชน่ เสียงดังๆ จำพวก เสยี งประทัด เสยี ง
รถยนต์ หรือแม้แต่เสยี งฟ้าผ่า หรือฟ้าร้อง เพื่อเปน็ การฝกึ ให้เขาเคยชนิ เมอื่ เกดิ เหตุการณ์ข้างต้น เขาจะไดไ้ ม่
ต่ืนตกใจ ไขก่ จ็ ะไมล่ ดค่ะ สง่ ผลใหแ้ มไ่ ก่อารมณด์ ี ไมเ่ ครยี ด ไม่ตกใจง่าย อัตราการออกไข่ดี สว่ นเร่อื งไขจ่ ะดก
หรือไม่ดกนน้ั การเปิดเพลงก็มีส่วนช่วยให้ไกไ่ ม่เครียด แต่ปัจจัยทสี่ ำคญั ก็คอื ปริมาณการกนิ น้ำ อาหาร ที่
เพียงพอ ไกไ่ ด้รบั สารอาหารเพียงพอในแต่ละวัน (อกั ขณิช 2564)
ภาพท่ี 4-5 ภาพแสดงไก่ทไ่ี ด้รบั การฟงั เพลงมอี ตั ราการไข่และเปอร์เซน็ การกินอาหารดขี ้ึน
21
ที่มา: https://www.thairath.co.th/news/local/central/1984123
สืบค้นเมือ่ 26 กนั ยายน 2565
เร่อื งที่ 3 การคัดเลือกพันธุ์ไก่
การฟกั ไข่ แมไ่ ก่จะเรม่ิ ให้ไข่ เมื่ออายุประมาณ 6 – 8 เดือน การไขม่ ลี ักษณะเป็นชุด เฉล่ียแลว้ จะ
ไขป่ ีละประมาณ 4 ชดุ ๆ ละ ประมาณ 10 – 12 ฟอง แม่ไก่เมอ่ื ไข่หมดชุดแล้วกจ็ ะเรม่ิ ฟักไข่ก่อนจะให้แม่
ไก่ฟักไข่ ควรฆา่ ไรและเหาบนตวั แมไ่ ก่เสียกอ่ น โดยจบั แมไ่ ก่จุ่มนำ้ ยาฆา่ ไร เหาทง้ั นี้ เพ่ือป้องกนั ไรและเหา
รบกวนแมไ่ กใ่ นขณะกกไข่
การเลยี้ งแมไ่ กแ่ ละลกู ไก่
เมื่อลูกไก่ออกจากไข่หมดแล้ว ควรให้แม่ไก่เลี้ยงลูกเอง โดยการย้ายทั้งแม่ไก่และลูกไก่มาขังในสุ่ม
หรือกรงบนพ้ืนดินที่แหง้ ในระยะแรกควรมีถาดอาหารสำหรับใส่รำปลายขา้ ว หรือเศษขา้ วสุกให้ลูกไก่กินและ
มีถ้วยหรืออ่างน้ำตื้น ๆ ใส่น้ำสะอาดให้กินตลอดเวลา เมื่อลูกไก่อายุประมาณ 2 อาทิตย์ ลูกไก่แข็งแรงดี
แล้วก็เปิดสุ่มออกปล่อยให้ลูกไก่ไปหากินกับแม่ไก่ได้ ซึ่งโดยธรรมชาติแม่ไก่จะเลี้ยงลูก ประมาณ 1 – 2
เดือน จึงจะแยกจากลูกเพื่อผสมพันธุ์และวางไข่ใหม่ หรือต้องการให้แม่ไก่เตรียมตัวไข่รุ่นต่อไปเร็วขึ้น
หลังจากปล่อยให้เลีย้ งดูลกู ได้ 2 อาทิตย์ ก็ให้แยกลูกออกจากแม่นำไปเลี้ยงในกรงต่างหาก เพื่อให้แม่ไกพ่ ัก
ตัวแลว้ เตรยี มตัวไขร่ ุ่นตอ่ ไป
ลกู ไก่อายุ 2 อาทิตย์ท่แี ยกจากแมใ่ หม่ ๆ ยงั หาอาหารไมเ่ กง่ และยงั ป้องกันตัวเองไม่ได้ ต้องเลี้ยงใน
กรงต่างหากเพื่อให้ลูกไก่แข็งแรง ปราดเปรียว จนอายุได้เดือนครึ่ง ถึงสองเดือนจึงจะปล่อยเลี้ยงได้ ลูกไก่
ในชว่ งนเี้ ป็นระยะทล่ี อ่ แหลมมากจะมกี ารตายมากท่ีสดุ ต้องดแู ลเอาใจใสอ่ ย่างใกล้ชิดเร่ืองน้ำ อาหาร และการ
ป้องกันโรค กรณีที่เกษตรกรมีไก่รุ่น อายุ 3 – 4 เดือน จำนวนมาก ๆ ควรนำมาเลี้ยงขังกรงขุนให้กิน
อาหารเตม็ ทส่ี กั 1 เดอื น จะทำให้ไกอ่ ้วนขายไดร้ าคาดี
22
เกษตรกรสามารถคดั เลอื กไก่ไวท้ ำพันธไ์ุ ด้ โดยการปฏิบตั ิ ดังน้ี
- พอ่ ไก่ทด่ี ีจะต้องมรี ูปรา่ งสมบูรณ์ และแข็งแรง มนี ้ำหนักตั้งแต่ 2.5 กก. ขน้ึ ไปมีอายุต้ังแต่ 9 เดือน
แต่ไมเ่ กิน 3 ปี
- แม่ไกท่ ี่ดี จะต้องมีรปู ร่างสมบูรณ์และแขง็ แรงมีน้ำหนกั ตั้งแต่ 1.5 กก. ขึ้นไป เม่ือมีอายตุ งั้ แต่7
เดอื น แต่ไม่เกิน 3 ปี
- ให้ไขอ่ ยา่ งน้อยปลี ะ 4 ชุด
- ใหไ้ ข่อยา่ งน้อยชดุ ละ 12 ฟอง
- ฟกั ไข่ออกอยา่ งน้อยชุดละ 8 ตวั
- เลยี้ งลกู เก่ง เล้ียงลูกรอดจนโตชุดละ 6 ตวั
- ไม่ดรุ ้าย คอยจิกตลี กู ไกข่ องแมไ่ กต่ วั อน่ื
- หม่นั คัดเลอื กพ่อพันธุแ์ ละแม่พันธ์เุ สมอ ๆ ถา้ แกเ่ กนิ 3 ปี ต้องคัดออก
- พอ่ พันธุ์ 1 ตัว สามารถใชผ้ สมพันธุห์ รือคุมฝงู แม่ไก่ได้ 6 – 10 ตวั
- เกบ็ ลูกไก่ท่ีเกิดจากพ่อแม่ไก่ที่ดีไว้ทำพนั ธุ์ รุน่ ละ 2 – 3 ตัว
การคัดเลอื กพนั ธ์ุไกท่ ี่ดไี วท้ ำพนั ธจุ์ ะชว่ ยให้ไก่ในฝูงมี ขนาดตวั โตใหไ้ ข่ดก เล้ยี งลูกดี เลย้ี งลกู รอดมาก
และลูกไก่โตเร็ว ทำใหผ้ ้เู ลย้ี งไดผ้ ลตอบแทนสูง
เรื่องที่ 4 การป้องกนั และการรักษาโรค
ปญั หาทีส่ ำคัญทส่ี ุดในการเลี้ยงไก่ คือ เร่ืองโรค เช่นโรคนิวคาสเซิล โรคหลอดลมอักเสบโรคอหวิ าต์
โรคฝดี าษ และพยาธิตา่ ง ๆ ทัง้ พยาธภิ ายนอก เชน่ เหา ไร หมัด พยาธิภายใน เช่น พยาธิไส้เดอื นพยาธิ
ตัวแบน พยาธินยั น์ตาไก่
การปอ้ งกนั และควบคมุ โรคและพยาธิทด่ี ีท่ีสดุ คือ
- การสุขาภบิ าลที่ดี
- การให้วัคซนี ปอ้ งกนั โรค โดยสม่ำเสมอ
- การสุขาภบิ าล เป็นส่ิงทีส่ ำคญั มากในการป้องกนั โรคและพยาธิไก่ เพราะถ้าสขุ าภบิ าลไม่
ดีจะเปน็ สาเหตใุ ห้ไก่สขุ ภาพเลวลง ไมแ่ ข็งแรง เปน็ โรคต่าง ๆ ได้ง่าย
23
โรคระบาดไก่ที่สำคญั ท่ตี ้องใชว้ ัคซนี ป้องกัน
ไกม่ ักจะเป็นโรคนวิ คาสเซลิ โรคอหิวาต์ โรคฝีดาษ หลอดลมอักเสบเป็นประจำ เกษตรกรจงึ ควรใช้
วคั ซีนปอ้ งกนั โรคตามตารางท่ีกำหนด
โรคนวิ คาสเซิล เป็นโรคระบาดไก่ที่ร้ายแรงทส่ี ดุ มีระบาดท่วั ไป ถา้ เกิดขนึ้ ในฝงู ใดมักจะทำ ใหต้ ายหมดเลา้
ในไก่ใหญ่ทำให้ไขล่ ด
อาการ
- ปกตจิ ะแสดงอาการป่วยหลังได้รบั เชอ้ื โรคเปน็ เวลา 3 – 6 วัน โดยแสดงอาการหายใจ
ลำบาก มเี สียงดงั ในเวลาหายใจ มีน้ำมูกไหล ท้องเสยี
การใชว้ ัคซนี ป้องกนั โรคระบาดไก่
การฉีดวัคซนี ป้องกันโรค ควรใหต้ งั้ แต่อายุน้อย ๆ และทำตามตารางท่ีกำหนดอยา่ ง
สม่ำเสมอเป็นวิธีท่ีเสยี คา่ ใชจ้ า่ ยน้อยและได้ผลค่อนข้างดี
การใหว้ ัคซนี จะไดผ้ ลดีท่ีสุดเมอ่ื
1. สขุ ภาพไกต่ ้องแข็งแรงไมเ่ ปน็ โรค
2. วคั ซีนมีคณุ ภาพดี เกบ็ รักษาดโี ดยต้องเกบ็ ในท่เี ย็น เชน่ ใส่กระตกิ น้ำแข็งหรอื ตูเ้ ยน็ ไม่
ควรใหถ้ ูกแดดจะทำให้วัคซีนเสือ่ มใชไ้ ม่ไดผ้ ล
3. เครือ่ งมที ่ีใชต้ ้องสะอาดและผา่ นการฆ่าเช้ือโรคแล้ว
4. ฉดี วัคซีนใหค้ รบตามขนาดทก่ี ำหนด
5. ฉดี วคั ซีนโดยสม่ำเสมอ และพยายามฉดี วคั ซีนไก่ท่ีมคี ุณภาพดี
สถานท่ซี ือ้ วัคซนี
- กรมปศสุ ัตว์ พญาไท กรุงเทพฯ
- สำนกั งานปศุสตั ว์จงั หวดั ปศสุ ัตว์อำเภอทุกอำเภอ
- การซอ้ื วคั ซนี ต้องนำกระติกบรรจุน้ำแขง็ ไป เพ่อื ใสว่ คั ซีนท่ซี ้ือทุกคร้งั เพราะวคั ซีนต้องเก็บรกั ษาใน
ความเยน็ มใิ ห้ถกู แสงสว่าง เพื่อรกั ษาคุณภาพของวัคซนี มใิ ห้เสอื่ มใช้ไมไ่ ดผ้ ล
สาเหตุและการติดต่อ
โรคนเ้ี กิดจากเชอ้ื ไวรัสชนิดหนง่ึ การติดต่อของโรคเปน็ ไปรวดเร็วมาก ดังนี้
- ตดิ ตอ่ กนั โดยตรงในไกป่ ่วยทีอ่ ยู่ใกล้ชิดกัน กนิ น้ำและอาหารรว่ มกนั
- ตดิ ไปกับอุปกรณ์การเล้ียงไก่ คนและสตั วเ์ ลยี้ ง เชน่ สนุ ขั แมว นก หนู
และแมลงวนั ก็เปน็ ตวั นำโรค
- จากการชำแหละไก่ท่ปี ่วยและตายดว้ ยโรคนี้ ซ่งึ ในซากไก่จะมเี ช้ืออยู่ในปริมาณสูง มาก
พอทจ่ี ะแพรก่ ระจายระบาดไปยังไก่ตวั อ่นื ๆในเล้าและไก่บริเวณใกล้เคียงได้
24
การปอ้ งกันโรค
โดยใชว้ คั ซีนปอ้ งกนั ซ่งึ มี 2 ชนิด ดว้ ยกนั คอื ชนดิ หยอดจมูกและชนดิ แทงปีก ซง่ึ ใช้กับไก่อายุ 3
เดอื นข้ึนไป
ตารางที่ 4 การใช้วคั ซีนปอ้ งกันโรคนวิ คาสเซิล ทำตามตารางดังน้ี
ชนดิ วัคซีน อายไุ ก่ วธิ ีให้ ขนาด ระยะคุ้มโรค
ชนิดหยอดจมูก 1-7 วัน วคั ซีน
ชนิดหยอดจมูก 21 วัน หยอดจมูก 1 – 2 หยด ระยะสนั้ ควรให้ครัง้ ทสี่ อง เม่อื ไก่
ชนดิ แทงปีก 3 เดือน
หยอดจมูก อายุ 21 วัน
1 – 2 หยด ควรให้วคั ซนี นวิ คาสเซิล ชนิดแทงปกี
ใชเ้ ขม็ คแู่ ทงผนังปีก
(ระวังอยา่ ให้ถูกเสน้ เลือด) อีกคร้ัง เมอื่ ไก่อายุ 3 เดือน
โรคฝดี าษไก่
เปน็ โรคระบาดท่ีพบได้มากในลกู ไก่และไก่รนุ่ นอกจากนีน้ กพิราบก็เปน็ โรคนไ้ี ด้ติดต่อได้รวดเรว็ มาก
มกั จะทำให้ไกต่ ายเปน็ จำนวนมาก ตวั ทไี่ มต่ ายจะแคระแกรนไม่เจริญเตบิ โตเท่าทค่ี วร
อาการ
หลงั จากไก่ได้รับเชื้อโรคแลว้ ประมาณ 1 อาทิตย์ จะแสดงอาการซึง่ อาจพบได้ 2 ลกั ษณะ คือ
1. เกิดตุ่มฝดี าษลกั ษณะคลา้ ยหดู เกิดขึ้นตามผวิ หนังบริเวณทไ่ี ม่มีขน เช่น บริเวณหนา้
หงอนเหนยี ง และขา ระยะแรกเป็นเมด็ ตุ่มเล็ก ๆ ต่อมาจะค่อย ๆ ใหญข่ ึ้น ที่หัวของฝีดาษเป็นแผล
ทสี่ ะเก็ดสีน้ำตาลปิดอยูต่ ่อมาจะแหง้ และลอกหลดุ ออกไป
2. ตุ่มฝดี าษ ชนิดที่เป็นแผลเกิดข้ึนในลำคอ ทำให้กินอาหารลำบาก น้ำลายไหลยดื มกี ลน่ิ
เหม็นเป็นมาก ๆ จะทำให้ไก่ตายได้
25
สาเหตแุ ละการติดต่อ
เกิดจากเช้ือไวรัส ติดตอ่ ได้หลายทาง ดังนี้
- ทางบาดแผล เช่น แผลทเี่ กิดจากถกู ของมคี ม จากการจกิ ตีกันในฝูง
- ยุงเป็นพาหะที่สำคัญในการนำเชอื้ โรคไประบาดในไก่ตัวอื่น ๆ โดยยงุ กินเลอื ดสัตวป์ ว่ ย ใน
ระยะท่ีมีเชื้อโรคอยูใ่ นกระแสเลอื ดเชื้อโรคจะเข้าไปอยูใ่ นตวั ยุง เมื่อยงุ ไปกัดดูดเลอื ดไก่อีกตัวหนึ่งก็จะ
ปล่อยเชอื้ โรคเข้าไปทำใหไ้ กเ่ ปน็ โรค
การป้องกันและรักษา
1. ในการเลี้ยงลกู ไกเ่ ลก็ ควรระวังอย่าใหย้ งุ กัด
2. ใช้ทิงเจอรไื อโอดีนทาตามตุม่ ฝีทีเ่ กิดขนึ้ เพ่ือลดการอักเสบของฝแี ละใหย้ าปฏชิ วี นะ
ละลายนำ้ ให้กนิ ตดิ ต่อกัน 3 – 4 วัน
โรคอหวิ าต์เปด็ - ไก่
เปน็ โรคติดต่อร้ายแรงท่ีพบได้ในไก่ เป็ด ห่าน และนกอีกหลายชนดิ ระบาดไดท้ ุกฤดูกาลอาการ
หงอยซมึ เบื่ออาหาร
สาเหตแุ ละการติดต่อ
เกดิ จากเชื้อแบคทเี รียชนิดหนึ่ง ติดต่อไดห้ ลายทาง เช่น
- โดยกนิ อาหารหรอื นำ้ ที่มีเชอื้ โรคและติดตอ่ กันตอ่ ไปในสัตวป์ ่วยท่อี ยู่ใกลช้ ิดกัน
- เชื้อโรคติดไปกบั อปุ กรณก์ ารเล้ยี ง คน สตั ว์เล้ียง เชน่ สนุ ัข แมว นก หมู
- เป็ด – ไก่ ที่เลี้ยงใกลแ้ หล่งนำ้ ซากเป็ด – ไก่ ท่เี ป็นโรคและสิง่ ขับถา่ ยที่ตกลงไปในน้ำ
เช้ือโรคจะแพร่กระจายไปตามกระแสน้ำได้
อาการ
ถ้าเป็นอย่างแรง เป็ด – ไก่ อาจตาย โดยไมแ่ สดงอาการให้เหน็ ถา้ เป็นอยา่ งไก่ออ่ นอาจจะปว่ ยเป็น
แรมเดือน มีอาการหงอยซึม เบือ่ อาหาร กระหายน้ำจดั ท้องร่วง อุจจาระมสี เี หลืองหรอื เขยี ว หงอนและ
เหนยี งมสี ีคลำ้ กว่าปกติ ในรายทีเ่ ป็นอยา่ งเรื้อรงั เหนียงจะบวม บางตวั จะบวมท่ขี ้อขา ทำใหเ้ ดนิ ไมส่ ะดวก
การปอ้ งกนั และรักษา
1. การสขุ าภิบาล ตอ้ งระวงั ความสะอาดภายในเล้าไก่ การสร้างโรงเรอื นต้อง โปร่ง เย็น
สบายไม่อบอ้าว ไมส่ กปรก
2. การฉีดวัคซนี ป้องกนั โรคอหวิ าตเ์ ปด็ – ไก่ เมอ่ื ไก่อายุ 1 – 3 เดอื น ฉีดวคั ซีนแทงเขา้
กล้ามเน้ือหรือใตผ้ ิวหนงั จำนวน 1 ซซี ี. ไกจ่ ะมภี ูมิคุ้มกันโรคไดน้ าน 3 เดือน หรือไก่อายุ 3 เดอื นขนึ้ ไป
26
ฉดี วัคซีนเข้ากล้ามเน้ือหรอื ใต้ผวิ หนังเชน่ กัน แตใ่ ช้จำนวน 2 ซซี ี. ไกก่ จ็ ะมภี มู คิ ุ้มกนั โรคไดน้ าน 3 เดือน
และตอ้ งทำซ้ำกันทุก 3 เดอื น
3. การรกั ษาโดยโรคใชย้ าปฏิชวี นะ หรอื ยาซัลฟาบางตวั ละลายน้ำใหไ้ ก่กนิ ติดต่อกัน 2 – 3
วนั และควรหารือกับสตั วแพทย์ในทอ้ งท่ี
โรคหลอดลมอักเสบตดิ ต่อ
เปน็ โรคตดิ ต่อทางระบบหายใจ เกิดไดก้ ับไก่ทกุ อายุ ในลกู ไก่เลก็ จะติดโรคนี้ได้ง่ายกว่าและตาย
มากกวา่ ในไก่ใหญ่
อาการ
ไก่แสดงอาการคลา้ ยเป็นหวัด โดยเฉพาะในลูกไกจ่ ะมีอาการหายใจลำบาก อา้ ปากเวลาทหี่ ายใจและ
มีเสียงดงั ครืดคราด ตาแฉะ หงอยซึม ลกู ไกม่ ักตายเพราะหายใจไม่ออก เนื่องจากจะมีน้ำเมือกอดุ ใน
หลอดลมสว่ นในแม่ไกจ่ ะตายนอ้ ยกวา่ แตม่ ผี ลกระทบต่อการไข่ ทำให้ไข่ลดลงอยา่ งรวดเรว็ คุณภาพของไข่
เลวลง เช่น เปลือกไข่บาง นิ่ม ขรุขระ ไข่ขาวเหลวเป็นนำ้ ฟักออกเป็นตวั น้อย
สาเหตแุ ละการติดตอ่
เกดิ จากเชื้อไวรัชชนดิ หนง่ึ การแพรร่ ะบาดรวดเรว็ มาก ไก่จะไดร้ ับเชื้อโรคโดยการหายใจเอาเชื้อโรค
ทป่ี ลวิ ฟงุ้ อยู่ในอากาศ หรือการกนิ เอาเชื้อโรคทปี่ นอยูใ่ นอาหารหรือนำ้ เข้าไป
การปอ้ งกนั
ในการป้องกนั มิให้เกดิ โรค มีขอ้ แนะนำ ดังน้ี
1. อยา่ งเลย้ี งลกู ไกต่ า่ งรนุ่ ปนเปกนั ควรเลี้ยงไก่เล็กให้อยูห่ ่างจากไก่ใหญ่
2. หมั่นดแู ลความสะอาดเลา้ ไก่ และภาชนะต่าง ๆ ท่ีใชใ้ นเล้าไก่และใชน้ ้ำยาฆ่าเช้ือโรค
3. อาหารท่ีใช้เลีย้ งไก่ตอ้ งเป็นอาหารทมี่ ีคุณภาพดี อาหารที่ไก่กินไมห่ มดให้ทงิ้ อย่าปลอ่ ยให้
เน่า เสียควรกวาดลา้ งใหห้ มด
4. โรคนีไ้ มม่ ยี ารักษาโดยตรง วิธปี อ้ งกนั ทด่ี ที ่สี ดุ คือ การใหว้ คั ซีนป้องกันโรคลว่ งหนา้ โดย
ใช้ วคั ซนี หยอดตาหรอื หยอดจมกู ลูกไก่ เมื่ออายุได้ 2 อาทิตย์ และหยอดซำ้ ทุก ๆ 3 เดือน
27
โรคพยาธิทีส่ ำคัญ
โรคพยาธิภายนอก
พยาธภิ ายนอกไดแ้ ก่ เหา หมดั ไร ที่อาศยั อยตู่ ามบริเวณผวิ หนังและขนไกจ่ ะดดู เลอื ดและกดั กนิ
ผิวหนงั และขนไก่ ทำความรำคาญทงั้ กลางวนั และกลางคนื ไก่ไม่มีความสุข สุขภาพไก่อ่อนแอ ซูบผอมลง
โลหิตจางความความตา้ นทานโรคลดลง
การรกั ษา
การใชย้ ากำจัดพยาธิภายนอก เช่น โรทิโนนมาลาไทออน ใช้ละลายนำ้ ฉีดพน่ บริเวณเลา้ ไก่และกรง
ไก่เปน็ ประจำ อยา่ ให้ถูกตัวไก่ เวลาพน่ ตอ้ งระวังเพราะเป็นอนั ตราย โดยใชม้ าลาไทออน 5 % แตอ่ าจใช้
ละลายน้ำอย่างอ่อน ๆ ในขนาดเพยี ง 0.5 % จุ่มไกล่ งในน้ำยาเพื่อฆา่ หมัดหรือไรตามตัวไก่ ท่ใี ชท้ ่ัว ๆ ไป
ได้แก่ โลต่ ๊ินทุบแซ่น้ำให้นำ้ ขาวออกแล้วผสมนำ้ ลงไปพอประมาณ จบั ไก่ลงจุ่ม หรอื จะใช้ยาผงสำเรจ็ รปู โรย
ตามตัวไก่โดยตรงกไ็ ดห้ รอื อาจใช้ยาสบู อย่างฉนุ แช่น้ำในป๊ีบให้เขม้ ข้นแลว้ จบั ตัวไก่ใสล่ งไป หรอื จะตำยาสูบ
อยา่ งฉุนตำให้ป่นแล้วนำไปโรยตามรังไข่และบริเวณเล้าไก่ก็ได้ หรืออีกวิธีหน่ึง ให้ทำท่ีเกลือกฝุ่น โดยนำ
กล่องส่ีเหล่ียมลึกประมาณ 1 คบื ใชย้ าสูบอย่างฉุนตำให้ป่นเป็นแปง้ ผสมปูนขาว (หรือขเ้ี ถ้า) และดนิ ใส่ไว้
ในลัง ราดนำ้ ใหช้ มุ่ นิดหนอ่ ยเพราะไก่ชอบเกลือกวธิ ีนี้จะช่วยลดเหาและไรไกล่ งได้ ท้ังประหยดั และไดผ้ ลดี
พยาธิไสเ้ ดอื นของไก่
- พยาธิไสเ้ ดือนของไก่พบในไก่เบตง พยาธิชนดิ น้จี ะทำอนั ตรายไกร่ ะหวา่ งอายุ 1 – 3 เดือน
ถา้ ปอ้ งกันในชว่ งอายนุ ี้ได้ ไก่จะเป็นอนั ตรายและเสยี หายน้อยลง
- ไข่พยาธจิ ะปนออกมากบั อุจจาระ เมอ่ื ความรอ้ นและความชมุ่ ชืน้ พอเหมาะ ไขพ่ ยาธิจะ
เจรญิ เป็นระยะติดตอ่ ซึ่งจะมีตัวอ่อนอยูภ่ ายใน ไก่จะตดิ พยาธิโดยกนิ ไข่ระยะตดิ ต่อเข้าไป
ไก่อายุ 1 – 3 เดอื น เม่ือเป็นโรคชนิดนี้ จะมีอาการซูบผอม เบอื่ อาหาร ขนหยอง ปกี ตกเติบโตชา้
ท้องเสีย ถา้ มีพยาธมิ ากลกู ไก่อาจตายภายใน 10 วนั ในไก่ใหญ่ จำนวนไขล่ ดลง
การป้องกนั และกำจดั พยาธิ
1. ทำความสะอาดคอก กวาดอุจจาระบ่อย ๆ
2. อย่าใช้คอกชื้นแฉะ และพยายามให้คอกถูกแสงแดดเสมอ
3. การเลีย้ งลกู ไก่บนตะแกรงลวดตาขา่ ยจะป้องกนั พยาธไิ ด้ดี
4. การรักษาพยาธไิ ส้เดือนใชย้ าพวกปปิ เปอราซีนชนิดแคปซลู ขนาด 200 มิลลกิ รัม
28
ตอ่ น้ำหนกั ตัวไก่ 1 กก. หรอื ใชผ้ สมลงในอาหารให้ไก่กนิ ในขนาด 0.5 % เมอื่ ไกอ่ ายุได้ 2 – 3 เดือน ไม่
ควรใหอ้ าหารมากเกนิ ไป ควรผสมใหไ้ ก่กินอาหารใหห้ มดในวันเดียว หรอื อาจจะให้ไก่อดอาหารก่อนให้ยาก็ได้
เพือ่ ทำใหไ้ ก่อยากกินอาหารมากขน้ึ ในวนั ท่ีให้ยาถา่ ยพยาธิ ต่อไปให้ซ้ำเปน็ ระยะ ๆ ทุก 3 – 4 เดือน จะ
ชว่ ยใหไ้ กแ่ ข็งแรง สมบรู ณ์ หรือถา้ ไม่สะดวกในการหาซือ้ จะใช้ของทม่ี ีอยูใ่ นพื้นบ้านก็ได้ โดยใชห้ มากแข็งทใ่ี ช้
กินนำมาแช่น้ำให้อ่อนตัว แล้วตำให้แหลก ป้ันใหเ้ ปน็ เม็ดขนาดข้าวโพดให้ไก่กนิ ตัวละ 1 เม็ด
พยาธินัยต์ตาไกม่ ักพบได้เสมอในไก่ทเ่ี ลีย้ งปล่อยให้หากินตามท่รี ก หรอื ในเลา้ ท่ีมีแมลงสาบอาศยั อยจู่ ะพบว่า
นัยตาไก่จะมีพยาธติ ัวเลก็ ๆ สขี าวยาวประมาณครึ่งเซนติเมตรอยใู่ นมมุ ตาด้านหัวตาของไก่
สาเหตุ
แมลงสาบเป็นพาหะช่ัวคราวท่พี ยาธิจะไปเจริญเตบิ โตจากไขเ่ ป็นตวั อ่อนอยภู่ ายในแมลงสาบ เม่ือไก่
กนิ แมลงสาบเข้าไป ก็จะติดโรคพยาธินี้ ตวั ออ่ นพยาธิจะเคล่อื นตัวจากปากของไก่เขา้ ไปทางช่องจมูกแลว้ เข้า
ไปในท่อนำ้ ตาไปสทู่ ี่หัวตา
อาการ
ไกจ่ ะกะพริบตาบ่อย ๆ น้ำตาไหล ถูตากับหวั ปกี พยาธิจะรบกวนตาไก่ ทำให้ตาอักเสบเป็นหนอง
ตาบวมปดิ และจะพบพยาธินยั ต์ตาไก่ซอ่ นอยู่ท่ีมุมตา ดา้ นหัวตาของไก่
การปอ้ งกันและรกั ษา
ต้องกำจดั แมลงสาบใหห้ มดไปจากบริเวณเล้าไก่ รักษาความสะอาดของเลา้ ไก่ และที่เก็บอาหารอย่า
ให้รกรงุ รงั เปน็ ท่ีอาศยั ของแมลงสาบได้การรักษาโรคใช้ไม้พันสำลี เขีย่ เอาก้อนหนองท่นี ัยต์ตาออกแลว้ ใช้
นำ้ เกลือหรือน้ำมะเกลือน้ันหรอื อาจใช้ยาฉนุ แชน่ ำ้ จนไดน้ ้ำสีชาออ่ น ๆ หยดนยั ตต์ าไก่ แล้วเขีย่ เอาพยาธิออก
หยอดตาดว้ ยยาหยอดตาที่มียาปฏชิ ีวนะ เช่น คลอแรมเฟนนคิ อล เพ่ือลดการอกั เสบของตา วันละ 2 ครัง้
เชา้ และเย็น ประมาณ 2 – 3 วันจนกว่าจะหายเป็นปกติ
29
บทที่ 3 วธิ ีการใหอ้ าหารและการผลติ อาหารแก่ไก่เบตง
สาระสำคัญ
การเล้ยี งไกเ่ บตง นนั้ ต้องมีการใหอ้ าหารทเี่ หมาะสและเพยี งต่อการการเจริญเติบโต จึงต้องมีกรรมวธิ ี
เวลาใหอ้ าหาร เนอ่ื งด้วยอาหารน้นั มีสารเคมีเร่งฮอโมนตกคา้ งแยะ แรธ่ าตทุ ่ีสำคัญต่อการเจรญิ เติบโตของไกเ่ บ
ตงนั้นไมเ่ พยี งพอ และมรี าคาที่แพง จงึ ต้องการลดตน้ ทุนโดยการผลิตอาหารขึ้นองเพ่ือเสริมธาตุอาหารที่มี
ประโยชนท์ ี่ และลดภาระต้นทุนรื่องค่าอาหารเล่ียงไก่เบตง
ผลการเรยี นรู้ท่คี าดหวงั
1.ผูเ้ รียนรู้เทคนิคการผสามอาหารให้ไก่เบตง
2ผเู้ รยี นรวู้ ธิ กี ารใหอ้ าหารไกเ่ ตงในช่วงเวลาอายตุ ่างๆ
ขอบขา่ ยเนื้อหา
1.เทคนิคการผสามอาหารให้ไก่เบตง
2.การใหอ้ าหารไกเ่ ตงในช่วงอายุต่างๆ
เรื่องที่1 เทคนิคการผสามอาหารให้ไกเ่ บตง
ความต้องการอาหารของไก่ในแต่ละช่วงอายุมีความแตกต่างกัน ทั้งด้านปริมาณและ
คุณภาพของอาหารที่ให้ โดยไก่ที่เลี้ยงในบริเวณบ้านมีความต้องการพลังงานสำหรับการดำรงชีวิต
น้อยกว่าไก่เชิงการค้า การเลี้ยงไก่ในบริเวณบ้านไม่เน้นการให้ผลผลิตจำนวนมาก และให้ไก่มีการ
เจริญเติบโตตามปกติ ปริมาณอาหารที่ใช้จึงเป็นเรื่องเฉพาะของผู้เลี้ยงแต่ละคน โดยยึดหลักสำคัญ
คือ ไก่ที่เลี้ยงมีสุขภาพแข็งแรง และแสดงพฤติกรรมตามธรรมชาติ และ มีความสมบูรณ์พันธุ์
สามารถให้ผลผลิตได้อย่างต่อเนื่อง กรณีที่ผู้เล้ียงต้องการใช้อาหารผสมสำเร็จร่วมกับวัตถุดิบอาหาร
ที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น สามารถทำได้โดยจัดการให้อาหารที่เพียงพอต่อการเจริญเติบโต และความ
สมบูรณ์พันธุ์เป็นหลัก คือ ให้อาหารผสมในช่วงเช้า และเสริมวัตถุดิบอาหารอื่น ๆ ในช่วงบ่าย ทั้งนี้
ควรสังเกตการเจริญเติบโต และสุขภาพของไก่ควบคู่กันด้วย
30
ประเภทวัตถุดิบอาหารที่ใช้เล้ียงไก่
อาหารประเภทแป้ง ไก่นำไปใช้ประโยชน์ในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิต เช่น การ
เดิน การวิ่ง และการหายใจ เป็นต้น อาหารที่จัดอยู่ในประเภทนี้ เช่น รำข้าว ปลายข้าว ข้าวโพด ข้าวเปลือก
และกากมันสำปะหลัง เป็นต้น
ภาพท่ี 6 อาหารประเภทแป้ง
ท่มี า: https://www.baanlaesuan.com/243022/garden-farm/farming-101/hen_food
สืบคน้ เม่อื 26 กันยายน 2565
- อาหารประเภทโปรตีน ไก่ใช้ประโยชน์ในการสร้างขน เล็บ เลือด เนื้อ และหนัง ซึ่งสามารถพบได้
ในอาหารประเภทแมลง ไส้เดือน ปลวก และปลาป่น
- อาหารประเภทไขมัน ไก่นำไปใช้สร้างความร้อนและความอบอุ่นให้แก่ร่างกาย วัตถุดิบอาหาร
ประเภทน้ี ได้แก่ กากถ่ัวเหลือง กากมะพร้าว ไขมันสัตว์ น้ำมันหมู และอ่ืน ๆ
- อาหารประเภทวิตามิน ถูกนำไปใช้ในการเสริมสร้างความแข็งแรงให้แก่ร่างกาย ความ
กระปรี้กระเปร่า การสร้างภูมิคุ้มกันโรค และบำรุงระบบประสาท ซึ่งวัตถุดิบอาหารวิตามิน ได้แก่
หญ้าใบเขียว ใบกระถิน ข้าวโพด รำข้าว และอ่ืน ๆ
- อาหารประเภทแร่ธาตุ ไก่ต้องการแร่ธาตุเพื่อนำไปใช้ในการเสริมสร้างความแข็งแรง เช่น
กระดูก เลือด และเปลือกไข่ โดยแร่ธาตุที่สามารถหาได้ง่ายในท้องถ่ิน เช่น เปลือยหอยบ่น และ
กระดูกป่น เป็นต้น
- น้ำ เป็นส่วนประกอบท่ีสำคัญท่ีสุดในร่างกาย หากร่างกายไก่ขาดน้ำจะทำให้ไก่ตายภายใน 24
ชั่วโมง ดังน้ัน ผู้เล้ียงจึงควรจัดเตรียมน้ำสะอาดให้ไก่กินตลอดเวลา
31
ภาพที่ 7 อาหารประเภทแร่ธาตุ
ที่มา: https://www.baanlaesuan.com/243022/garden-farm/farming-101/hen_food
สืบค้นเมอ่ื 26 กนั ยายน 2565
อาหารไก่ ให้อาหารวันละ 1 ครั้ง จากพืชที่ปลูกเอง มีข้าวไร่ ข้าวโพด เศษผัก หยวก
กล้วย เสริมหัวอาหารผสมรำละเอียดและน้ำตาลทรายแดง ช่วงบ่าย นำเศษผักท่ีเหลือจากในครัวมาให้ไก่กิน
น้ำท่ีให้ไก่กินจะหยดน้ำหมักจุลินทรีย์เจือจางเพ่ือปรับสมดุลในลำไส้
เร่ืองท่ี 2 การใหอ้ าหารไก่เตงในชว่ งอายุตา่ งๆ
ลูกไก่ที่จะเลี้ยงขุนขายเนือ้ ส่งตลาด หรือพวกที่เล้ียงไว้ทำพันธุ์ในอนาคตน้ัน จำเป็นจะต้องมี
การดแู ลเลี้ยงดอู ยา่ งดี เรม่ิ จากลกู ไกอ่ อกจากตู้ฟกั ให้ทำการตัดปากบนลูกไก่ 1 ใน 3 แลว้ นำไปกกด้วย
เครอื่ งกกลูกไก่ เพอื่ ใหอ้ บอุ่นด้วยอุณหภูมิกก 95 องศาF ในสปั ดาห์ที่ 1 แล้วลดอุณหภูมิลงสัปดาห์ละ
5 องศาF กกลูกไก่เป็นเวลา 3-4 สัปดาห์ ลูกไก่ 1 ตัว ต้องการพื้นที่ในห้องกกลูกไก่ 0.5 ตารางฟุต
หรือเทา่ กับ 22 ตัว/ตารางเมตร
32
ภาพท่ี 8 การกกลูกไก่อายุ1-7วนั
.
ที่มา: https://www.rakbankerd.com/agriculture/page.php?id=166&s=tblanimal
สบื ค้นเม่ือ 26 กันยายน 2565
การกกลูกไก่ให้ดูแลอย่างใกล้ชิด ถ้าหากอากาศร้อนเกินไปให้ดับไฟกก เช่น กลางวันใกล้เที่ยงและ
บ่ายๆ ส่วนกลางคืนจะต้องให้ไฟกกตลอดคืน ในระหว่างกกจะต้องมีน้ำสะอดาดให้กินตลอดเวลา และวางอยู่
ใกลร้ างอาหาร ทำความสะอาดภาชนะใสน่ ้ำวนั ละ 2 คร้งั คือ เชา้ และบ่าย ลกู ไก่ 100 ตวั ต้องการรางอาหารท่ี
กินได้ทั้งสองขา้ งยาว 6 ฟุต และขวดน้ำขนาด 1 แกลลอน จำนวน 3 อัน ทำวัคซีนป้องกนั โรคนิวคาสเซิลทั้ง 3
ชนิด พร้อมๆ กัน จากนั้นก็หยอดวัคซีนปอ้ งกันโรคนิวคาสเซลิ ซ้ำอีกเมื่ออายุ 21 วันการให้อาหารลูกไก่ระยะะ
กก (1-14 วนั แรก) ควรมห้อาหารบ่อยครั้งใน 1 วนั อาจแบ่งเป็นตอนเชา้ 2 คร้งั ตอนบา่ ย 2 ครั้ง และตอนค่ำ
อีก 1 ครั้ง การให้อาหารบ่อยครั้งจะช่วยกระตุ้นให้ไก่กินอาหารดีขึ้นอีกทั้งอาหารจะใหม่สดเสมอ จำนวน
อาหารทีใ่ หต้ ้องไม่มากจนเหลือคา้ งราง หรอื ลน้ ราง ซงึ่ จะทำใหอ้ าหารตกหล่น ปรมิ าณอาหารท่ีให้ในแต่ละสัปา
ดาห์ และน้ำหนกั ไก่โดยเฉล่ยี ดังแสดงไวใ้ นตาราง
https://www.rakbankerd.com/agriculture/page.php?id=166&s=tblanimal
สบื คน้ เมื่อ 26 กันยายน 2565
กรณีที่เกษตรกรต้องการเลี้ยงไก่สามสายพันธุ์ไว้เป็นพ่อแม่พันธุ์ การให้อาหารในแต่ละสัปดาห์จะต้องมี
ความสัมพนั ธ์กบั นำ้ หนกั ลูกไก่ถ้าหากไก่หนักกว่ามาตรฐานท่ีกำหนด จะตอ้ งลดจำนวนอาหารท่ใี หล้ งไป หรือถ้า
น้ำหนักเบากว่ามาตรฐาน ก็ต้องเพิ่มอาหารให้มากกวา่ ทีก่ ำหนด ดังนั้น ผู้เลีย้ งจะต้องทำการสุ่มชัง่ น้ำหนกั ของ
33
ลูกไก่ทุกๆ สัปดาห์ แล้วเปรียบเทียบกับมาตรฐานพร้อมทั้งบันทึกข้อมูลในแบบฟอร์มเดียวกับตาราง(ข้างล่าง)
ส่วนการเล้ียงเพื่อขุนขายให้กินอาหารเต็มที่โดยไม่ต้องควบคุมน้ำหนักไก่ หรือจำกัดอาหาร อาหารผสมที่ให้ใน
ระยะ 0-6 สัปดาห์น้ี มีโปรตีน 18% พลังงานใช้ประโยชน์ได้ 2,900 กิโลแคลอรี่/กก. แคลเซี่ยม0.8%
ฟอสฟอรัส 0.40% เกลือ 0.5% และมีส่วนประกอบของกรมอะมิดนครบตามความต้องการ (ตารางที่ 2)
สำหรบั ไวตามนิ และแร่ธาตุปลกี ย่อย (พรมี ิกซ)์ ที่ใชผ้ สมในอาหาร 0.25% หรอื 250 กรัม ตอ่ อาหาร 100 กก.
นั้น เป็นไวตามิน - แร่ธาตุที่ผู้ผลิตผสมในปริมาณตามความต้องการของลูกไก่อายุ 0-6 สัปดาห์ และหาซื้อได้
จากร้านขายอาหารสัตวท์ วั่ ไป
ทีม่ า : https://www.rakbankerd.com/agriculture/page.php?id=166&s=tblanimal
สืบค้นเมอ่ื 26 กันยายน 2565
34
บทที่ 4 เรือ่ งการตลาดและการแปรรูปไกเ่ บตง
สาระสำคญั
การเล้ียงไกเ่ บตงผู้ทีเ่ ล้ยี งไก่เบตงต้องมกี ารวางแผนการดำเนินงานไวล้ ่างหน้า เชน่ จะจำหนา่ ยไกเ่ บตงจึงจะ
ได้ราคาผูท้ ี่เลี้ยงไก่เบตงหาตลาดเพ่ือจำหน่ายไก่เบตงในปัจจบุ นั มีช่องทางตลาดออนไลน์เปน็ อีกช่องทางหน่ึง
ของการตลาดเพื่อสง่ ออกและรจู้ กั การแปรรปู ของไก่เบตงในรปู แบบต่างๆเพม่ิ มูลคา่ ทางการตลาด
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
1.ผู้เรียนสามารถบอกเทคนิคการหาตลาดเพ่ือจำหน่ายผลผลิตในรปู แบบการขายพนั ธ์ุ
2.ผูเ้ รียนสามารถบอกถงึ วิธผี ลิตไกเ่ ตงในรปู แบบการขยายพันธุ์
3.ผเู้ รียนสามารถบอกปญั หาและอปุ สรรค พร้อมทง้ั แนวทางแกไ้ ขปัญหาการเลีย้ งไก่เบตงได้
ขอบเขตการศกึ ษา
1.เทคนิคการหาตลาดเพื่อจำหนา่ ยผลผลิตในรูปแบบการขายพันธุ์
2.วิธกี ารผลิตไกเ่ ตงในรปู แบบการขยายพนั ธุ์
3.บอกปญั หาและอปุ สรรค พร้อมทั้งแนวทางแก้ไขปัญหาการเล้ียงไก่เบตงได้
เร่ืองที่ 1.เทคนคิ การหาตลาดเพื่อจำหนา่ ยผลผลติ ในรูปแบบการขายพันธ์แุ ละการแปรรูปเนื้อไก่
การบริโภคไก่พ้ืนเมืองในประเทศมแี นวโน้มเพิ่มสงู ขึ้นอยา่ งตอ่ เนื่อง ด้วยเพราะ ไก่พน้ื เมืองมีคุณภาพ
เนื้อที่ดี รสชาติอร่อย เนื้อแน่น ไขมันน้อย สอดคล้องกับ อำนวย และคณะ (2553) รายงานว่า เหตุผลท่ี
ผู้บริโภคชอบบริโภคไก่พื้นเมืองประดู่หางดำ เนื่องจาก รสชาติดีเป็น อันดับแรก และตามด้วย ความนุ่มแน่น
กลิ่นหอม และมีคุณค่าทางอาหาร ตามลำดับ เช่นเดียวกับ ดรุณี และคณะ (2556) รายงานว่า ผู้บริโภคมี
ความพึงพอใจระดับมาก เนื่องจากเนื้อไก่พื้นเมืองแน่น นุ่ม มีกลิ่นหอมขณะเคี้ยว และมีรสชาติดี จึงทำให้ไก่
พื้นเมืองเป็นที่ตอ้ งการของผู้บริโภค และ จากการศึกษาคุณภาพเนื้อไก่พื้นเมอื งที่ผ่านมา พบว่า ไก่พื้นเมืองมี
การสะสมไขมันน้อยกว่า จึงทำให้ เนื้อแน่นเหนียวกว่าไก่กระทง (Wattanachant et al., 2004; สัญชัย และ
คณะ, 2555; ทัศน์วรรณ และคณะ, 2557) ในส่วนของรสชาติและกลิ่น พบว่า ไก่พื้นเมืองมีปริมาณกรดอะมิ
โ น ก ล ู ต า ม ิ ก 32 ค ่ า IMP (inosine 5’-monophosphate disodium salt), AMP (adenosine 5’-
onophosphate) และ GMP (guanosine 5’-monophosphate) สูงกว่าไก่กระทง จึงทำให้ไก่พื้นเมืองมีรส
อร่อยกว่า และกลิ่นแรงกว่าไก่กระทง (Wattanachant et al., 2004 และสัญชัย และคณะ, 2555) ด้วยเหตุ
นี้ ไกพ่ น้ื เมอื งจึงเป็นทีต่ ้องการของตลาด ในส่วนของการดำเนนิ การทางการตลาดของไก่พื้นเมือง มีการศึกษา
และมีรายงาน อยา่ งต่อเน่ือง ซึ่งพบวา่ การดำเนินกจิ กรรมทางการตลาดของไก่พนื้ เมือง ประกอบด้วย ผู้เล้ียง
35
ผรู้ วบรวมไกม่ ีชวี ิต ผจู้ ำหน่ายไก่ชำแหละ และผ้บู ริโภค ทัง้ น้กี ิจกรรมและราคาซื้อขายจะแตกต่างกนั ในแต่ละ
พื้นที่ อย่างไรก็ตามจากการรวบรวมเอกสารที่ผ่านมายังไม่ปรากฏข้อมูลที่แน่ชัด ในการดำเนินกิจกรรมทาง
การตลาดของไก่เบตงตั้งแต่ผู้ผลิตจนกระทั่งถึงมือผู้บริโภคคนสุดท้าย ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ยะลา และ
นราธิวาส เพื่อใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนาระบบการผลิต ไก่เบตงตลอดเส้นทาง เป็นแนวทางในการ
ขยายตลาดไก่เบตง การประมาณการขนาดของตลาด ตลอดจนแนวโน้มการบริโภคไก่เบตงในอนาคต ซึ่งจะ
ทำให้การพัฒนาระบบการผลิตไก่เบตง ประสบความสำเร็จ และสามารถผลิตไก่เบตงให้เป็นอาชีพที่ยั่งยืนได้
(ปิยะนันท2562)
เนือ่ งจากในปัจจุบนั การการตลาดออนไลน์ เป็นช่องทางให้แก่ผบู้ รโิ ภคท่ีสนใจไก่เบตรงในรูปแบบการ
แปรรูปและพันธุ์ไก่ที่เป็น พ่อ-แม่ พันธุ์ จึงเป้นโอกาสในการเพิ่มช่องทางการตลาดเพิ่มเติมให้แก่ท้องถิ่น ซึ่ง
สามารถรทู้ มี่ าท่ีไปของไก่เบตงได้
ภาพที7่ ตลาดซ้ือขายไก่ออนไลน์
ท่ีมา: https://kaichononline.com/webboard_kaichon/content/00000000247
สบื ค้นเมื่อ 26 กันยายน 2565
36
เรือ่ งท่ี 2 วิธกี ารผลิตไก่เตงในรปู แบบการขยายพันธ์ุ
การดำเนินการของเกษตรกรที่เล้ยี งพ่อแม่พนั ธุเ์ พ่ือผลติ ลกู ไกเ่ บตง เกษตรกรกล่มุ นม้ี หี น้าทีผ่ ลิตลูกไก่เบ
ตงเพ่อื จำหน่ายให้กบั เกษตรกรทีเ่ ล้ียงไกเ่ บตงขุนท่ีอยูใ่ นกลุ่ม เครอื ข่าย ประกอบด้วย การคัดเลือกพ่อแม่พันธ์ุ
ไก่เบตง เริ่มจากการคดั ไก่รุ่นเพือ่ ใช้ในการคัดเลอื กพ่อแมพ่ ันธุ์ สำหรับการ คัดเลือกพ่อพันธุ์จะคัดเลอื กตัวท่มี ี
อายุตั้งแต่9 เดือนขึ้นไป แต่ไม่เกิน 3 ปี มีน้ำหนักตัวไม่น้อยกว่า 2.5 กก. และใช้ แม่พันธุ์ที่มีอายุ7 เดือนขึ้นไป
แต่ไม่เกิน 3 ปี และมีน้ำหนัก ตัวไม่น้อยกว่า 1.5 กก. คัดเลือกจากลักษณะรูปร่างที่ดี ตรงตามลักษณะประจำ
พันธุ์ได้แก่ขนคอมีสีเหลืองทองที่หัวและค่อยๆ จางลงมาถึงลำตวั คลา้ ยสร้อยคอ ขนลำตัว มีสีเหลืองทองตลอด
ทัง้ ล าตวั ปีกสนั้ ขนหางไมด่ กและสั้น อกกวา้ งคลา้ ยไกเ่ นอ้ื ขนทอ่ี กและใตป้ ีกสีเหลืองอ่อนหลังกว้างเป็นแผ่นๆ
มีระดับขนานกับพื้นดิน และพ่อแม่พันธุ์ ต้องมีความสมบูรณ์ มีขนาดตัวโต ส่วนแม่พันธุ์ให้ไข่ดก รูปแบบการ
เลย้ี งพ่อแม่พันธ์ุจากผลการศึกษา พบรปู แบบการเล้ยี งพ่อแม่พันธุ์ 2 รปู แบบ คอื รปู แบบแรก การเล้ียงแบบขัง
คอกรวม ทมี่ สี ดั สว่ นระหว่างพอ่ พนั ธ์ตุ อ่ แมพ่ ันธ์ุ เทา่ กบั 1:5-6 ตวั เพื่อให้พอ่ แม่พันธุ์ผสมกันเอง ตามธรรมชาติ
และการเลี้ยงบนกรงตับเพื่อให้สะดวกกับ การจัดการผสมเทียม กรงตับละ 1-2 ตัว แต่เกษตรกร ส่วนใหญ่ใช้
วิธีการผสมเทียม โดยเกษตรกรท าการรีด นำ้ เชอื้ พอ่ พนั ธป์ุ ระมาณ 2-3 มล. ในช่วงเชา้ หรอื บา่ ย แล้วเจือจางน้
าเชื้อด้วยน้ าเกลือที่มีความเข้มข้น 0.90% ที่มีอัตราส่วนระหว่างน้ำเชือ้ ต่อน้ าเกลือ เท่ากับ 1:2 ส่วน จากน้ัน
ฉีดน้ำเชื้อที่เจือจางแล้วให้แม่พันธุ์แต่ละตัว ตัวละ 0.2 มล. ซึ่งเกษตรกรมีโปรแกรมในการรีดน้ำเชื้อ 2 ครั้ง/
สัปดาห์ ส าหรับอาหารที่ใช้เลยี้ งพ่อแมพ่ นั ธ์รุ ะยะให้ ผลผลติ พบวา่ ผ้ผู ลิตมีการจดั การอาหารที่แตกตา่ งกนั เช่น
มีทั้งให้อาหารสำเร็จรูปสำหรับไก่ไข่ระยะไข่ อายุ 16 สัปดาห์ ที่มีระดับโปรตีนไม่น้อยกว่า 17% ไขมันใน
ปริมาณ ไม่น้อยกว่า 3% และเสริมใบสาบเสือ และผักทั่วไป เช่น ผักบุ้ง ผักตบชวา เป็นต้น และให้อาหารส
สำเร็จรูป ที่มีโปรตีน 19% สำหรับแม่พันธุ์ และสำหรับพ่อพันธุ์ ให้อาหารสำเร็จรูปที ่มีโปรตีน 21% โดยให้
อาหาร วันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น และมีน้ าให้พ่อแม่พันธุ์ไก่เบตง กินตลอดเวลา การจัดการฟักไข่พบว่า
เกษตรกรส่วนใหญ่ฟักไข่ ด้วยตู้ฟัก เนื่องจากสามารถควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น และการหมุนเวียนอากาศ
ตลอดจนการระบายอากาศ ภายในตู้ฟักได้ท าให้อัตราการฟักออกมีประสิทธิภาพสูง โดยทวั่ ไปเกษตรกรน าไข่
ที่มีอายุเก็บรักษาใกล้เคียงกันเข้าฟัก พร้อมๆ กัน สัปดาห์ละครั้ง เพื่อสะดวกในการจัดการ เนื่องจากไข่จะฟัก
ออกในเวลาไลเ่ ลยี่ กัน (ปิยะนนั ท และคณะ 2563)
กลมุ่ ท่เี ลีย้ ง ไกเ่ บตงขุน และกลุ่มผู้รวบรวมไกเ่ บตงมชี วี ิต โดยแตล่ ะ กล่มุ มกี ารดำเนนิ การดงั น้ี
1. กลุ่มผู้เลี้ยงพ่อแม่พันธุ์เพื่อผลิตลูกไก่เบตง โดยส่วนใหญ่ใช้วิธีการผสมเทียม สามารถผลิตลูกไก่ได้
สัปดาห์ละ 600-700 ตัว คิดเป็น 69.87% ของจำนวนไข่ เข้าฟักทั้งหมด และจำหน่ายลูกไก่เบตงอายุ 1
สปั ดาห์ ให้กับเกษตรกรทเี่ ลีย้ งไกเ่ บตงขุน ราคาตัวละ 26-40 บาท
37
2. กลุ่มที่เล้ียงไก่เบตงขนุ ระยะกก เกษตรกร กกลูกไกใ่ นคอกย่อยหรอื คอกทีต่ ดิ ตั้งแผงล้อมกก นาน
14-21 วนั ขน้ึ อยู่กบั สภาพอากาศ ระยะเล็กยงั คงเลย้ี งใน คอกต่อจนอายุ8-10 สัปดาห์ และระยะรุ่นถึงระยะสง่
ขาย พบว่า ในพ้ืนท่ีเกษตรกรมีรูปแบบการเลี้ยงแตกต่างกนั 3 รปู แบบ ได้แก่ แบบขงั คอก ก่ึงขังก่งึ ปล่อย และ
ปลอ่ ย แต่ส่วนใหญเ่ ล้ยี งแบบก่ึงขังกงึ่ ปล่อย ซ่ึงใช้เวลาเล้ียง ท้ังหมด 120-180 วนั เพ่ือให้ไดน้ ้ำหนักตัวตรงตาม
ตลาด ต้องการ คอื เพศผ้เู ท่ากบั 2.0-2.5 กก. และเพศเมยี เทา่ กบั 1.5-2.0 กก. สำหรับอาหารทใ่ี ชเ้ ล้ยี งใน
ระยะกก และระยะเล็ก เป็นอาหารสำเรจ็ รปู ท่ีมโี ปรตีน 21% และ 16-21% ตามล าดบั และอาหารสำหรบั
ระยะรุ่นถึงส่งขาย เป็นอาหารสำเรจ็ รูปทมี่ ีโปรตีน 16-21% โดยจะคลกุ เคลา้ กบั ข้าวหุงสุก ในสัดส่วน 1:2
สว่ น และ/หรอื เสรมิ ขา้ วโพด ในชว่ งท้ายท่ีอายุ 16-24 สัปดาห์ เพ่ือให้ผวิ หนังไก่มี สเี หลอื ง ทั้งนี้เกษตรกรทำ
วคั ซีนตามโปรแกรมที่กรมปศุสตั ว์ แนะนำเพ่ือป้องกนั โรค
3. กลุ่มผูร้ วบรวมไกเ่ บตงมีชีวิต รบั ซอ้ื ไกเ่ บตงมี ชวี ติ หน้าฟารม์ ราคากโิ ลกรัมละ 110-170 บาท เพอ่ื น
าไป ช าแหละและจำหน่ายต่อให้กับผู้ประกอบการตา่ งๆ ไดแ้ ก่ ร้านข้าวมนั ไก่ รา้ นอาหาร ภัตตาคาร โรงแรม
เปน็ ต้น(ปิยะนนั ท และคณะ 2563)
38
เรอ่ื งที่ 3 ปัญหาและอุปสรรค พรอ้ มท้ังแนวทางแกไ้ ขปญั หาการเล้ียงไก่เบตงได้
การเล้ยี งไก่เบตงมกั จะประสบปญั หาและอุปสรรคมากมายทง้ั ด้านการผลิตและการตลาดอยา่ งไรก็
ตามถา้ ผูท้ เ่ี ลี้ยงไก่เบตงมีความสนใจและคน้ คว้าหาความร้เู พิ่มอยเู่ สมอ จากเอกสาร ส่งิ พิมพผ์ ู้ทีเ่ ลยี้ งไกเ่ บตง
แลว้ ประสบผลสำเร็จ ปศสุ ัตว์อำเภอ ปศุสัตว์จังหวัด เกษตรตำบล เกษตรอำเภอ เกษตรจังหวดั สถานบี ำรงุ
พนั ธ์ุสัตวพ์ ัฒนากรตำบล พัฒนากรอำเภอ และวทิ ยาลัยเกษตรกรรม จะทำให้ผ้ทู ่ีเล้ยี งไก่เบตงสามารถเลี้ยง
ไกเ่ บตงประสบความสำเรจ็ ได้สำหรบั ปัญหาอปุ สรรคที่พบในการเล้ียงไกเ่ บตงมีการแนะแนวทางวิธกี ารแกไ้ ข
ดงั นี้
1. ปญั หาดา้ นทุนคา่ อาหารสงู ผู้ทเ่ี ลยี้ งไกเ่ บตงควรหาวธิ ีการลดต้นทนุ ค่าอาหาร เชน่ ในช่วง
กลางคืน อาจใช้หลอดไฟฟ้าสำหรบั ดกั แมลงเพ่ือใช้เป็นอาหารเสรมิ สำหรับไกเ่ บตง นอกจากน้คี วรทำการปลูก
หญา้ หรือพชื ท่ีไกเ่ บตงชอบกนิ
2. ปญั หาดา้ นการปรบั ปรุงพันธไ์ุ ก่เบตง ผูท้ เ่ี ลย้ี งไก่เบตงอาจจะประสบปญั หาไก่เบตงทีเ่ ลีย้ งไม่
แขง็ แรงหรือเจริญเตบิ โตชา้ ไม่เป็นที่ต้องการของประชาชน ผทู้ ่เี ลยี้ งไก่เบตงควรแก้ไขโดยวิธกี ารคัดเลือกพ่อ
พนั ธ์ุ - แมพ่ ันธุ์ที่มลี ักษณะดีไว้ไวท้ ำพนั ธ์อุ ยู่เสมอในการเลย้ี งไกเ่ บตงแตล่ ะรนุ่ โดยการคดั ไกเ่ บตงท่ีไมส่ มบรู ณ์
ออกไปและควรจดั หาพ่อพันธุ์ไกเ่ บตงทม่ี ลี กั ษณะดจี ากแหล่งอนื่ มาเปน็ พ่อพนั ธเ์ุ พื่อป้องกันการผสมพันธ์ุ
ระหวา่ งเครือญาตหิ รอื การผสมเลอื ดชดิ
3. ปัญหาด้านโรคระบาดไกเ่ บตง ไกเ่ บตงเปน็ สัตว์เล้ียงทมี่ ปี ัญหาเรื่องโรคพยาธิรบกวนมาก ดังนั้น
ผูท้ ่เี ลี้ยงไก่เบตงควรใหค้ วามสนใจในการทำวัคซนี ป้องกนั โรคทีส่ ำคัญอยา่ งสม่ำเสมอตามคำแนะนำและต้อง
จัดการเลี้ยงดใู ห้ไกเ่ บตงได้กินอาหารเตม็ ท่ี โรงเรอื นและน้ำดืม่ ต้องสะอาดจึงจะสามารถป้องกนั โรคระบาดได้
39
ภาคผนวก
40
บรรยายกาศของฟาร์มไกเ่ บตง และ พอ่ พันธุ์-แม่พนั ธ์ุ ลูกออ่ นไกเ่ บตง
41
ทมี่ า: สุภาวดี มณีโชติ 2565