สารสกด ั สมน ุ ไพร ทม ี่ ฤ ี ทธใิ์ นการยบ ั ยง ั ้ เชอ ื้ จล ุ นิทรย ี ท ก ี่ อ ใหส วิ วรีภทัรา ขนัพรม ม.5/3 เลขท2ี่ 8
โครงงาน การการศึกษาค้นควาดวยตัวเอง เรื่อง การศึกษาสารสกัดหยาบจากสมุนไพรที่มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อจุลินทรียที่ก่อใหเกิดสิว โดย นางสาว ดุสิตา ประสงค์สันต นางสาว วีรภัทรา ขันพรม อาจารยที่ปรึกษา นาง แพรทิพยคลายเจริญสุข นางสาว ศรัญญาภรณสวยวิเศษ นางสาว ปภาวรินทรกิตติอมรพงศ รายงานการศึกษาค้นควาเชิงวิชาการนี้เปนสวนหนึ่งของรายวิชา I30202 การสื่อสารและการนำเสนอ(IS2) ภาคเรียนที่ 2 ปการศึกษา 2565 โรงเรียนสตรีวัดมหาพฤฒาราม ในพระบรมราชินูปถัมภ
โครงงาน การการศึกษาค้นควาดวยตัวเอง เรื่อง การศึกษาสารสกัดหยาบจากสมุนไพรที่มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อจุลินทรียที่ก่อใหเกิดสิว โดย นางสาว ดุสิตา ประสงค์สันต นางสาว วีรภัทรา ขันพรม อาจารยที่ปรึกษา นาง แพรทิพยคลายเจริญสุข นางสาว ศรัญญาภรณสวยวิเศษ นางสาว ปภาวรินทรกิตติอมรพงศ รายงานการศึกษาค้นควาเชิงวิชาการนี้เปนสวนหนึ่งของรายวิชา I30202 การสื่อสารและการนำเสนอ(IS2) ภาคเรียนที่ 2 ปการศึกษา 2565 โรงเรียนสตรีวัดมหาพฤฒาราม ในพระบรมราชินูปถัมภ
ก บทคัดยอ ชื่อเรื่อง การศึกษาสารสกัดหยาบจากสมุนไพรที่มีฤทธิ์ในการยับยั้งเชื้อจุลินทรียที่ก่อใหเกิดสิว ชื่อผูศึกษา นางสาวดุสิตา ประสงค์สันตชั้น ม.5/3 เลขที่ 27 นางสาววีรภัทรา ขันพรม ชั้น ม.5/3 เลขที่ 28 ครูที่ปรึกษา นาง แพรทิพยคลายเจริญสุข นางสาว ศรัญญาภรณสวยวิเศษ นางสาว ปภาวรินทรกิตติอมรพงศ รายวิชา การศึกษาค้นควาเชิงวิชาการ ภาคเรียนที่ 2 ปการศึกษา 2565 โรงเรียน สตรีวัดมหาพฤฒารามในพระบรมราชินูปถัมภ การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสารสกัดหยาบจากสมุนไพรที่มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อจุลินทรียที่ ก่อใหเกิดสิว จากการทดลองการสกัดสารสกัดจากสมุนไพรหยาบจากสมุนไพรทั้ง 2 ชนิด ไดแก่ ใบบัวบก ขมิ้นชัน พบวาสารสกัดหยายทั้ง 2 ชนิด มีประสิทธิภาพในการยับยั้งเชื้อแบคทีเรียที่ก่อใหเกิดสิว คือ Staphylococcus aureus ซึ่งเปนแบคทีเรียที่ก่อใหเกิดสิวอักเสบและเปนแบคทีเรียแกรมบวก ซึ่งไมมีouter membrane ทำใหสารสกัดเข้าสูเซลลไดง่ายเมื่อเทียบกับแบคทีเรียแกรมบวก โดยไดทำการสกัดสมุนไพรดวย วิธีสกัดรอนดวยเครื่องซอกเลต มีตัวทำละลายที่ใช้คือเอทิลอะซิเตทที่มีความเข้มข้น 99.9% ใช้อัตราสวนที่ เทียบกับสมุนไพรคือ 1:15 โดยใช้ปริมาณของเอทิลอะซิเตทที่ 330 ml เมื่อทำการสกัดรอนแลวจะไดสารสกัด หยาบออกมา จากนั้นนำไประเหยออกแบบเครื่องระเหยลดความดันที่อุณหภูมิ 45 องศาเซลเซียส และนำสาร สกัดที่ระเหยแลวไปทำการทดสอบการยับยั้งเชื้อแบคทีเรียดวยวิธีการ agar disc diffusion สารละลายที่ใช้คือ DMSO 100 % ซึ่งไมมีผลตอการยับยั้ง จากการทดสอบการยับยั้งของแบคทีเรียพบวาสารสกัดหยาบขมิ้นชัน และใบบัวบกเกิด clear zone ในการยับยั้งไดจากการทดลองจะพบวาใบบัวบกมีประสิทธิภาพการยับยั้งได ดีกวาขมิ้นชันเมื่อเทียบดวยค่าเฉลี่ย เนื่องจากใบบัวบกมีสารออกฤทธิ์ที่สำคัญ คือสารเอเชียติโคไซด ซึ่งจะ สอดคลองกับการศึกษางานวิจัยที่เกี่ยวข้องยังพบวาสารสกัดเอเชียติโคไซดและกรดเอเชียติคที่ไดจากสารสกัด ใบบัวบกสามารถยับยั้งแบคทีเรีย P.ance และ S.aureus ได
ข กิตติกรรมประกาศ โครงงานเรื่องนี้ประกอบดวยการดำเนินงานหลายขั้นตอน นับตั้งแตการศึกษาหาข้อมูลการทดลอง การวิเคราะหผลการทดลอง การจัดทำโครงงานเปนรูปเลม จนกระทั่งโครงงานนี้สำเร็จลุลวงไปดวยดี ตลอด ระยะเวลาดังกลาวคณะผูจัดทำโครงงานไดรับความช่วยเหลือและคำแนะนำในดานตางๆ ตลอดจนไดรับ กำลังใจจากหลายบุคคลหลายทาน คณะผูจัดทำตระหนักและซาบซึ้งในความกรุณาจากทุกๆทานเปนอยางยิ่ง ณ โอกาสนี้ขอขอบคุณทุกๆทาน ดังนี้ ขอกราบขอบพระคุณ คุณครูแพรทิพยคลายเจริญ และคุณครูศรัญญาภรณสวยวิเศษ ที่ไดกรุณาให คำปรึกษา คำแนะนำ ความช่วยเหลือ การแก้ไขอุปสรรคตางๆ พรอมกับความรูที่เปนประโยชนและใหกำลังใจ ในการศึกษาค้นงานวิจัยและทำโครงงานวิทยาศาสตร ตลอดจนปรับปรุงแก้ไขข้อบกพรองตางๆ และชี้แนะ แนวทางในการศึกษา หาความรูดวยความเอาใจใสดียิ่ง จนโครงงานวิทยาศาสตรนี้สำเร็จสมบูรณลุลวงไปดวยดี ขอกราบขอบพระคุณ คุณพอคุณแม และครอบครัวสำหรับการสนับสนุนและเปนกำลังใจที่ดีมาตลอด มา ขอขอบคุณ รุนพี่ เพื่อน สำหรับความช่วยเหลือและกำลังใจที่ดีตลอดมาจนโครงงานวิทยาศาสตรนี้สำเร็จ ลุลวงไปดวยดี ขอบคุณสำหรับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยรังสิตคณะเภสัชศาสตรที่ไดกรุณาสนับสนุนสถานที่ อุปกรณเทคโนโลยีที่ทันสมัย คำแนะนำ และความช่วยเหลือในการทำโครงงานครั้งนี้จนสำเร็จสมบูรณไปดวยดี คณะผูจัดทำ วันที่ 4 ธันวาคม 2565
ค สารบัญ เรื่อง หนา บทคัดยอ ก กิตติกรรมประกาศ ข สารบัญ ค สารบัญตาราง จ บทที่ 1 บทนำ 1 1.1 ที่มาและความสำคัญ 1 1.2 วัตถุประสงค์ 2 1.3 ขอบเขตการศึกษา 2 1.4 สมมติฐาน 2 1.5 ตัวแปรที่ศึกษา 2 1.6 นิยามเชิงปฏิบัติการ 3 บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 5 บทที่ 3 วิธีดำเนินงานทดลอง 12 บทที่ 4 ผลการทดลอง 16 บทที่ 5 สรุปผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ 19 เอกสารอางอิง 22 ภาคผนวก 26 วัสดุและอุปกรณ 26 วิธีการสกัดสมุนไพร 27
ง การทดสอบประสิทธิภาพการยับยั้งแบคทีเรีย ดวยวิธีการ agar disc diffusion 28
จ สารบัญตาราง ตารางที่ หนา 4.1 ลักษณะที่ปรากฏของสารสกัดหยาบของขมิ้นชันและใบบัวบก 19 4.2 ประสิทธิภาพการยับยั้งของสารสกัดหยาบของขมิ้นชันและใบบัวบก 20
1 บทที่ 1 บทนำ 1.1 ที่มาและความสำคัญ สิว เปนโรคผิวหนังที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติและสามารถพบเห็นไดในทุกช่วงอายุสามารถเกิดขึ้นไดดวย ปจจัยตางๆ ไมวาจะเปนปจจัยจากภายนอกหรือพฤติกรรมในชีวิตประจําวัน เช่น การใช้เครื่องสําอาง การลาง หนาที่รุนแรงเกินไป ความเครียด กรรมพันธุการพักผอน หรือปจจัยจากภายใน เช่น ฮอรโมนที่เปลี่ยนแปลงไป ในรางกายทั้งเพศหญิงและเพศชาย โดยฮอรโมนที่ก่อใหเกิดสิว คือ ฮอรโมนเพศชายที่ชื่อวา เทสโทสเตอโรส (Testosterone) เปนฮอรโมนที่กระตุนใหตอมไขมันสรางไขมันมากขึ้นเลยทําใหมีโอกาสที่ไขมันจะตกค้างได จึงสงผลก่อใหเกิดเปนสิวอุดตัน โดยการอุดตันนั้นจะทําใหผิวเกิดสภาวะขาดออกซิเจน ทําใหแบคทีเรีย Propionibacterium acnes สามารถเจริญเติบโตไดบนผิวหนัง และยอยสลายไขมันเปนสารที่มีความสามารถ ในการดึงดูดเม็ดเลือดขาวมาที่บริเวณนั้น เกิดการกระตุนการอักเสบของผิวหนัง ซึ่งผิวหนังบริเวณนั้นยังเปน บริเวณที่อยูอาศัยของแบคทีเรียชนิดอื่นๆอีกดวย แบคทีเรียชนิดนั้น คือ Staphylococcus aureus ซึ่งเปนเชื้อที่ก่อใหเกิดสิวอักเสบที่เพิ่มความรุนแรง มากขึ้น แบคทีเรีย Staphylococcus aureus เปนเชื้อที่มีความสำคัญทางการแพทยมาก โดยจะพบที่บริเวณ ผิวหนัง และยังเปนเชื้อที่ก่อใหเกิดโรคทางระบบเดินหายใจ ปจจุบันพบวาการรักษาสิวมีการรักษาหลากหลายรูปแบบ ไมวาจะเปนการรักษาในรูปแบบ เลเซอรสิว การกดสิว การกินยา หรือแมกระทั่งการใช้สมุนไพรธรรมชาติในการรักษาสิว ซึ่งในการรักษาแตละรูปแบบ ขึ้นอยูกับความเหมาะสมของสภาพผิวและชนิดของสิว ปจจุบันมีการใช้ยาปฏิชีวนะเพื่อฆ่าเชื้อแบคที่เรียอยาง แพรหลาย แตพบวาเชื้อแบคทีเรียมีการดื้อยามากขึ้น ทำใหไมสามารถใช้ยาปฏิชีวนะในการรักษาสิวเพียงอยาง เดียวไดตองผสมและใช้รวมกับยาในรูปแบบทาตัวอื่นๆ ทำใหมีการศึกษาวิจัยสมุนไพรที่มีฤทธิ์ในการรักษาสิว เพื่อนำมาใช้ในการรักษาแทนยาแผนปจจุบัน เนื่องจากสมุนไพรไมใช่ยาปฏิชีวนะ ไมก่อใหเกิดการดื้อยาของ เชื้อแบคทีเรีย ช่วยทำใหลดโอกาสการเกิดผลข้างเคียงของยา และลดปญหาค่าใช้จ่ายในการรักษา นอกจากนี้ ยังเปนการรักษาที่นิยมในปจจุบัน ในการนำสารสกัด ทำใหมีการศึกษาวิจัยสมุนไพรที่มีฤทธิ์ในการรักษาสิว เพื่อนำมาใช้ในการรักษาแทนยาแผนปจจุบัน เนื่องจากสมุนไพรไมใช่ยาปฏิชีวนะ ไมก่อใหเกิดการดื้อยาของ เชื้อแบคทีเรีย ช่วยทำใหลดโอกาสการเกิดผลข้างเคียงของยา และลดปญหาค่าใช้จ่ายในการรักษา นอกจากนี้ ยังเปนการรักษาที่นิยมในปจจุบันจากสมุนไพรมาใช้ในการรักษาสิว ตัวอยางสมุนไพรที่ไดมีการนำมาใช้ใน การศึกษาและนำมาใช้ในการรักษาสิว คือ ใบบัวบก และ ขมิ้นชัน โดยพบวาสาระสำคัญในใบบัวบก คือ เอเชีย ติโคไซด (Asiaticoside) (Madecassic acid) มาดิคาสโซไซด (Madecassosid) กรดเอเชียติค (Asiatic acid)
2 มีฤทธิ์ในการตานการอักเสบ และพบวาสารสกัดที่ไดจากการสกัดใบบัวบกบริเวณที่อยูเหนือดินดวยน้ำรอน มี ฤทธิ์ตานเชื้อ Staphylococcus aureus ไดและขมิ้นชันพบสารสำคัญ คือ ประกอบดวยสารสองกลุมหลักคือ น้ำมันหอมระเหย (essential oil) และสารเคอรคิวมินอยด (Curcuminoids) และจากการศึกษางานวิจัยที่ เกี่ยวข้องพบวา สารเคอรคูมินอยดจากขมิ้นชันที่ไดจากการสกัดดวยเอทิลอะซิเตท มีฤทธิ์ยับยั้งแบคทีเรีย Staphylococcus aureus ได ดวยเหตุนี้ผูวิจัยจึงสนใจศึกษาสารสกัดหยาบจากสมุนไพรที่มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อจุลินทรียที่ก่อใหเกิดสิว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อค้นหาสารสกัดจากสมุนไพรธรรมชาติที่ยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย Staphylococcus aureus ที่เปนเชื้อแบคทีเรียที่ก่อใหเกิดสิวอักเสบและก่อใหเกิดโรค 1.1 วัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาสารสกัดสมุนไพรหยาบที่มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อจุลินทรียที่ก่อใหเกิดสิว 1.3 ขอบเขตการศึกษา เชื้อจุลินทรียที่ก่อใหเกิดโรคผิวหนัง คือ Staphylococcus aureus สมุนไพรที่นำมาศึกษา 2 ชนิด ไดแก่ ใบบัวบก ขมิ้นชัน 1.4 สมมติฐาน สารสกัดสมุนไพรที่นำมาศึกษาทั้ง 2 ชนิด มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อจุลินทรียที่ก่อใหเกิดโรคผิวหนังได 1.5 ตัวแปรที่ศึกษา ตัวแปรตน คือ ชนิดของสมุนไพร ไดแก่ ใบบัวบก ขมิ้นชัน ตัวแปรตาม คือ ประสิทธิภาพการยับยั้งเชื้อจุลินทรียของสารสกัดหยาบจากสมุนไพร ตัวแปรควบคุม คือ เชื้อจุลินทรียที่ก่อใหเกิดสิว อุณหภูมิที่ใช้เลี้ยงจุลินทรียอาหารที่ใช้เลี้ยง จุลินทรียรูปแบบในการขีดเชื้อจุลินทรีย 1.6 นิยามเชิงปฏิบัติการ จุลินทรีย (Microorganism) คือ สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่มีทั้งเซลลเดียวและหลายเซลลมีองค์ประกอบ ของเซลลไมซับซ้อน เช่น แบคทีเรีย
3 Staphylococcus aureus เปนจุลินทรียที่มีคุณสมบัติติดสีแกรมบวกเปนแบคทีเรีย ที่มีลักษณะ กลมที่ลักษณะคลายพวงองุ่น coccus แตอาจจะพบเปนเซลลเดี่ยว เปนคู่ หรือสายสั้นๆอยูปะปนกันเสมอ เวลายอมแกรม Staphylococus aureus สามารถเจริญไดที่อุณหภูมิ 6-46 องศาเซลเซียส โดยมีที่ช่วง อุณหภูมิที่เหมาะสม คือ 30-37องศาเซลเซียส สมุนไพร คือ ยาที่ไดมาจากพืช สัตวแรธาตุจากธรรมชาติที่ไมมีการเปลี่ยนแปลงสภาพโครงสราง ภายใน สามารถนำมาใช้เปนยารักษาโรคตางๆ และบำรุงรักษารางกายได ใบบัวบก หมายถึง พื้นลมลุกขนาดเล็กอยูในวงศUmbelliferae สารที่พบในใบบัวบกจัดอยูในกลุม ของ ไตรเทอปนอยดไกลโคไซด (Triterpenoid glycoside) ซึ่งประกอบดวยกรดเอเชียติก (Asiatic acid) สาร เอเชียติโคไซด (Asiaticoside) กรดแมดิแคสซิค (Madecassic acid) ขมิ้นชัน หมายถึง พืชที่มีสามารถปลูกไดในทั่วไปในประเทศที่มีภูมิอากาศรอน หรือค่อนข้างรอน ที่มี ชื่อทางวิทยาศาสตรวา Curcuma longa L. อยูในวงศ (family) Zingiberaceae ขมิ้นชันประกอบดวยสาร สองกลุมหลักคือน้ำมันหอมระเหย (essential oil) และสารเคอรคิวมินอยด (Curcuminoids) สารสกัดสมุนไพร คือ การสกัดสารสำคัญในเนื้อสมุนไพรดวยตัวทำละลายชนิดตางๆ โดยทำให สมุนไพรอยูในรูปของสารสกัด จากโครงงานสารสกัดหยาบสมุนไพรที่มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อจุลินทรียที่ก่อใหเกิดสิว ไดใช้วิธีการสกัดรอนดวยเครื่องซอกเลต ตัวทำละลายที่ใช้คือ เอทิลอะซิเตท จากนั้นนำสารสกัดที่ไดไประเหย ออกดวยเครื่องระเหยแบบลดความดัน จะไดเปนสารสกัดหยาบออกมา สารสกัดสมุนไพรที่มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อจุลินทรียหมายถึง สมุนไพรที่นำมาสกัดดวยวิธีตางๆ เพื่อศึกษาผล การยับยั้งเชื้อจุลินทรียที่ก่อใหเกิดโรคผิวหนัง คือ แบคทีเรีย Staphylococcus aureus Aseptic Technique หมายถึง วิธีการปฏิบัติเพื่อลดความเสี่ยงตอการติดเชื้อที่จะเกิดขึ้นกับเครื่องมือ และสิ่งแวดลอม
4 บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง โรคผิวหนัง เปนโรคชนิดหนึ่งที่สามารถพบไดง่ายในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะสิว สาเหตุหลักของการ เกิดสิวมาจากการอักเสบที่ไมรุนแรงภายในผิว ที่ทำปฏิกิริยารวมกับตอมไขมันที่ผลิตไขมันมากเกินไปและชั้นผิว ที่หนาขึ้น อุดตันไขมันใหสะสมอยูในรูขุมขน และก่อใหเกิดสิวประเภทตางๆ ซึ่งหากไขมันที่อุดตันและสะสมอยู ภายในรูขุมขนไมไดรับการดูแลรักษาอยางเหมาะสมจะกลายเปนแหลงอาหารของแบคทีเรีย P.annes ทำใหผิว เกิดการอักเสบหรือกลายเปนสิวอักเสบได ทั้งนี้ การรักษาสิวสามารถรักษาไดในหลายๆรูปแบบ ไมวาจะเปน การรักษาดวยายา หรือ สมุนไพร การรักษาดวยสมุนไพรเปนการรักษาที่สามารถหาซื้อไดง่าย ราคาจับตองได และเปนการรักษาที่มีมายาวนาน 2.1 สิว 2.1.1 สิวคืออะไร การอักเสบของวารูขุมขน และตอมไขมัน โดยมากมักเปนบริเวณหนา คอ และลำตัวสวนบน ซึ่งเปน ตำแหนงที่มีตอมไขมันขนาดใหญอยูอยางหนาแนน สิวมักปรากฎอาการในช่วงวัยรุน ในผูหญิงช่วงอายุ 14-17 ปและในช่วงอายุ16-19 ปสำหรับผูชาย และมักหายไปในช่วงอายุ20-25 ปแตในบางคนอาจเปนๆ หายๆ จน อายุ40 ปขึ้นกับปจจัยตางๆ ที่ทำใหเกิดสิว 2.2 ปจจัยที่ทำใหเกิดสิว แบงออกเปน 2 ปจจัย 2.2.1 ปจจัยภายนอก 1. ความเครียด เมื่อรางกายเกิดความเครียดจะหลั่งฮอรโมนออกมา มีชื่อวา คอรติซอล (cortisol) ทำใหตอมไขมัน ทำงานมากขึ้น จึงทำใหเกิดอาการผิวมัน และเปนสิว 2. แสงแดดและมลภาวะ เมื่อผิวของเราเจอกับอากาศรอนจากแสงแดด และควันบนทองถนน หรือมลภาวะตาง ทำใหสิ่งสกป เข้ามาอุดตันที่รูขุมขน 3. เครื่องสำอางตกค้าง
5 ทายาบางอยางเปนสาเหตุของการเกิดสิว เช่น สเตียรอยด เครื่องสำอางบางอยางกระตุนทำใหเกิดสิว ไดเพราะหากเครื่องสำอางตกค้างอยูที่ผิวจะทำใหเกิดการอุดตันของผิวหนังและเกิดสิวขึ้นมา 4. การทำความสะอาดผิวหนา และการแคะแกะเกาที่ใบหนา การลางหนาไมถูกวิธีดวยการขัดถูแรงเกินไป ยิ่งทำใหสิวเกิดความรุนแรงไดอาจทำใหเกิดสิวกลายเปน สิวเรื้อรัง นอกจากนี้การ แคะ แกะ เกา ที่ใบหนาทำใหเกิดการกระตุนของการอักเสบ และทำใหเปนสิวไดอีก เช่นกัน 5. กรรมพันธุ หากมีกรรมพันธุที่ทำใหเกิดสิว อาจทำใหเปนอีกสาเหตุหนึ่งของการเกิดสิวของเราได 6. อารมณ คนที่อารมณดีจะเกิดสิวนอยกวาคนที่อารมณเสีย 7. การพักผอน การพักผอนไมใช่สาเหตุหลักของการเกิดสิว แตการพักผอนไมเพียงพออาจทำใหสิวแยลง หรือรุนแรง ขึ้นได 2.2.2 ปจจัยภายใน 1. การเกิดสิวมักเกิดจากการเกิดสิวอุดตันขนาดเล็กใตผิวหนัง สิวอุดตัน (Comedone) คือ สภาวะที่รูขุมขนเกิดการอุดตัน โดยไมโครโคมีโดน (Micro-comedone) โดนเกิดจาก การสรางชั้นเคราตินของเซลลผิวหนังปกติแลวไมโครโคมีโดนจะสลายไปเองตามธรรมชาติแตใน กรณีของผิวเปนสิว ในขณะที่ไมโครโคมีโดนลายตัว จะเกิดการอักเสบใตชั้นผิวรวมดวย ซึ่งในทางการแพทย เรียกสิวอักเสบชนิดนี้วา การอักเสบชนิดที่ไมรุนแรง (micro-inflammations) สิว เกิดจากการอุดตันของโคมี โดน (น้ำมัน + ขนออน + เซลลผิวหลุดลอก + แบคทีเรีย) เพราะสิวเปนโรคที่มีพื้นฐานมาจากการอักเสบของผิวหนัง ผลการวินิจฉัยพบวาการอักเสบชนิดไม รุนแรง เปนสาเหตุหลักของการเกิดสิวซึ่งแทจริงแลวการอักเสบชนิดไมรุนแรงจะเกิดขึ้นเปนประจำอยูแลวจาก การที่ระบบภูมิคุ้มกันของรางกายตอบสนองตอแบคทีเรีย ลิพิด (lipids) หรือฮอรโมนแอนโดนเจน ภาวะการ ผลิตน้ำมันในผิวมากเกินไป (Seborrhea) และชั้นผิวก่อตัวหนาผิดปกติ (Hyperkeratosis) 2. ภาวะผิวหนังผลิตไขมันมากผิดปกติ
6 โดยปกติตอมไขมันจะหลั่งน้ำมัน เพื่อกักเก็บความชุ่มชื้นใตผิว ซึ่งโดยคนที่เปนสิวง่ายมีแนวโนมจะมี ฮอรโมนแอนโดนเจนในเลือดสูง ซึ่งฮอรโมนชนิดนี้จะกระตุนใหตอมไขมันผลิตน้ำมันออกมาในปริมาณมากกวา ปกติก่อใหเกิดการสะสมน้ำมันบนผิวหนัง และทำใหตอมไขมันอุดตัน สงผลทำใหเกิดสิว ภาวะชั้นผิวก่อตัวหนาขึ้นผิดปกติ (Hyperkeratosis) แบคทีเรียP.acnes จะสรางแผนฟลมบางๆ บนชั้นผิวหนังซึ่งจะขัดขวางกระบวนการหลุดลอกของชั้น ผิวหนัง และก่อใหเกิดการอุดตันการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย และจะเปนตัวกระตุนใหเกิดการอักเสบที่รุนแรง ขึ้นและก่อใหเกิดสิวอักเสบ P.ances โดยแบคทีเรียจะเข้ามาอาศัยอยูในตอมไขมันที่มีการอุดตัน เพื่อยอยสลาย ไขมันใหเปนอาหาร ซึ่งจะทำใหเกิดสารที่ทำใหเกิดการอักเสบมากขึ้น 2.3 สิว 2.3.1 สิวชนิดอักเสบ คือ สิวที่มีการอุดตันของรูขุมขน และพบลักษณะของการอักเสบรวมดวย โดยมักเกิด ตามหลังของสิวหัวปด ที่ไมไดรับการรักษา รวมกับการติดเชื้อแบคทีเรียในบริเวณรูขุมขน ข้อสังเกตของสิว อักเสบ คือ เมื่อสัมผัสหรือกดจะไมรูสึกเจ็บ แบงออกเปน 4 ชนิด ตามลักษณะของสิวที่พบ ความรุนแรงนอย 1. Papule (ผื่นนูน) หมายถึง สิวที่มีลักษณะตุมนูน สีแดง ขนาดเล็ก ความรุนแรงนอย 2. Papule (ตุมหนอง) หมายถึง สิวที่มีลักษณะตุมหนอง ซึ่งแบงเปน ชนิดตื้น และชนิดลึก ความรุนแรงปานกลางถึงมาก 1.Nodule (ตุมใหญ) หมายถึง สิวที่มีลักษณะก้อนสีแดงที่ขนาดใหญขึ้น โดยอาจพบเปนกลายหัวสิวที่ติดกันอยู ความรุนแรงมาก 1. Cyst (หัวช้าง) หมายถึง สิวที่มีลักษณะก้อนนูนแดงขนาดใหญ 2.3.3 ชนิดที่ของสิวที่สามารถพบได 1.สิวตุมนูนแดง
7 สาเหตุ : เกิดจากการอุดตันในรูขุมขนและตอมไขมันใตผิวหนังบริเวณนั้นเกิดกระบวนการอักเสบขึ้นมา เองบริเวณผิวหนังปกติ และก่อใหเกิดแบคทีเรียที่ทำใหเกิดสิว (Propionbacterium Acnes) แพรเข้าสูชั้น ผิวหนังและเนื้อเยื่อโดยรอบ เกิดการอุดตันในรูขุมขนนำไปสูการอักเสบเรื้อรัง อาการ : เปนตุมขนาดเล็ก ลักษณะบวมเตง มีสีชมพูออนๆ การรักษา : ใช้ยาเรตินอยดในรูปแบบครีมหรือเจลทารักษาตรงจุดที่เกิดสิว เพื่อลดการอุดตันของสิว ยาปฏิชีวนะ รับประทานยาเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ทำใหเกิดสิวและอาการอักเสบ เช่น อิริทโทรไมซิน ด็อกซี่ไซ คลีน เตตราไซคลีน ไมโนไซคลีน ยาคุมกำเนิด ตองผานแพทยใหพิจารณาใหผูที่มีสิวบางรายกินยาคุมกำเนิดเพื่อปรับฮอรโมนในรางกาย ซึ่งอาจ ช่วยใหสิวยุบลงได 2.สิวหัวหนอง สาเหตุ : เกิดจากการที่รูขุมขนเกิดการอุดตันมาก จนทำใหผิวเริ่มบวมจนเปนตุมหนอง รวมทั้งเกิดจากการติด เชื้อของรูขุมขน ทำใหตุมสิวเปนตุมหนองบวมแดง และไวตอการสัมผัส อาการ : เมื่อกดแลวจะรูสึกเจ็บ และเริ่มแรกจะเปนสิวตุมแดงขนาดเล็ก จากนั้นจะขยายใหญเปนก้อนใหญ คลายกับซีตสและมีหนอง การักษา : ลางหนาใหสะอาดแบบออนโยน ไมควรใช้สครับขัดผิวหนา เพราะจะเพิ่มอาการระคายเคือง การกด สิว โดยสามารถใช้แทงกดสิวกับเข็มสะกิดหัวสิวโดยตองผานการลางและเช็ดดวยแอลกอฮอล 3. สิวอักเสบแดงเปนก้อน สาเหตุ : เกิดจากสิวอักเสบชนิด Papule และการกดบีบสิว ทำใหแบคทีเรียและน้ำมันในตุมสิวแตกกระจายอยู ใตผิวหนัง ทำใหสิวอักเสบยิ่งบวมแดง อาการ : เปนตุมแดงขนาดใหญใตผิวหนัง มีอาการเจ็บปวดค่อนข้างมาก การรักษา : ยากลุม Benzoyl peroxide ลดอาการอักเสบและลดการอุดตันฆ่าเชื้อแบคทีเรีย P.annes ยาทาปฏิชีวนะ หรือยาฆ่าเชื้อ (Topical antibiotics) ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย และลดอาการอักเสบ 4. สิวหัวช้าง สาเหตุ : เกิดจากสิวอักเสบ ที่มีแบคทีเรีย P.acnes เจริญเติบโตอยูในตุมสิว โดยแบคทีเรียเหลานี้มีเอนไซม สำหรับยอยน้ำมัน (Sebum) ในตุมสิวใหกลายเปนกรดไขมัน ซึ่งมีฤทธิ์กระตุนใหเกิดการอักเสบ
8 อาการ : มีลักษณะเปนสิวอักเสบขนาดใหญและเมื่อสัมผัสจะอาการปวดมาก การรักษา : ควรพบแพทยผิวหนังดานเฉพาะ เพราะเปนสิวที่มีขนาดใหญและเกิดอาการอักเสบอยางรุนแรง หากรักษาเอง รักษาไดยาก อาจกลายเปนแผลได 2.4 สมุนไพรรักษาสิว 2.4.1 ใบบัวบก มีสารประกอบสำคัญหลายชนิด อยางเช่น บราโมซัยดบรามิโนซัยดไตรเตอพีนอยดมาดิแคส โซซัยดซึ่งมีฤทธิ์ช่วยตานการอักเสบ และยังมีกรดมาดิแคสซิค วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 6 วิตามินเอ วิตามินเค ธาตุแคลเซียม ธาตุแมกนีเซียม ธาตุโซเดียม และกรดอะมิโน อยางเช่น แอสพาเรต กรดกลูตามิก เซ รีน ทรีโอนีน อะลานีน ไลซีน ฮีสทีดิน เปนตน 2.4.2 ขมิ้นชันอุดมไปดวยวิตามินและแรธาตุหลายชนิด เช่น วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 วิตามินซีวิตามินอีธาตุแคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก และเกลือแรตาง ๆ รวมไปถึงเสนใย คารโบไฮเดรต และโปรตีน เปนตน และขมิ้นชันมีสรรพคุณทางยาที่รักษาอาการและโรคตางๆไดหลายชนิดขมิ้นมีสารตอตาน อนุมูลอิสระซึ่งช่วยในการชะลอวัยและชะลอการเกิดริ้วรอยนอกจากนี้ยังช่วยเสริมสรางภูมิตานทานใหกับ รางกายอีกดวย นอกจากนี้ยังมีรายงานการศึกษาฤทธิ์ ทางเภสัชวิทยาของขมิ้นชันที่เกี่ยวข้องกับการบำรุงผิวพรรณ และความงามไดแก่ฤทธิ์ตานการเกิดสิวฤทธิ์ปกปองผิวและลดริ้วรอยฤทธิ์ยับยั้งเอนไซมไทโรซิเนสเพื่อลดการ สรางเม็ดสีเมลานิน และฤทธ์ิตานอนุมูลอิสระ 2.5 แบคทีเรียที่ก่อใหเกิดสิว Staphylococcus aureus เปนจุลินทรียที่มีคุณสมบัติติดสีแกรมบวกเปนแบคทีเรีย ที่มีลักษณะกลมที่ ลักษณะคลายพวงองุ่น coccus แตอาจจะพบเปนเซลลเดี่ยว เปนคู่ หรือสายสั้นๆ อยูปะปนกันเสมอเวลายอม แกรม Staphylococus aureus ไมเคลื่อนที่ ไมสรางสปอรลักษณะโคโลนีกลม ขอบเรียม นูน มีสีครีม เหลือง สม(ขึ้นอยูกับชนิดของคาโรตินอยดในเซลลเมมเบรน รวมถึงอุณหภูมิอาหารเลี้ยงเชื้อ และสภาวะแวดลอมที่ทำ ใหเชื้อเจริญ) โดย Staphylococcus aureus สามารถเจริญไดที่อุณหภูมิ 6-46 องศา คือ สามารถเจริญไดดีใน สภาพที่มีออกซิเจนมากกวาในสภาพไมมีออกซิเจน แตเจริญไดดีในกวาในสถาวะที่มีอากาศและสามารถสราง สารพิษ enterotoxin แบงออกเปน 8 ชนิดไดแก่ A, B, CI , C2, 3, D, E และ H ละลายไดในน้ำและสารละลาย เกลือเชื้อS.aureus จะสรางสารพิษดังกลาวที่อุณหภูมิ37 °C ไดดีกวาที่25 และ10 °C ตามลำดับ ทั้งสามารถ ทนตอรังสีแกมมาในปริมาณที่อนุญาตใหใช้กับอาหารอีกดวย
9 ภาพนี้คือการนำแบคทีเรีย S.aureus มายอมสีแกรมบวก
10 บทที่3 วิธีการดำเนินงานทดลอง การรักษาดวยสมุนไพรเปนการรักษาจากธรรมชาติที่ใหความปลอดภัยซึ่งสารภายในสมุนไพรสามารถ ออกฤทธิ์ที่มีประโยชนตอสุขภาพไดและสารสกัดสมุนไพรที่ดีไดประสิทธิภาพสูง สามารถนำมาใช้ประโยชนได ขึ้นอยูกับวิธีการที่นำมาสกัดและความเหมาะสมของวิธีการนั้นเมื่อสกัดออกมาแลวจึงจะไดสารที่มีประสิทธิภาพ ที่ดีและมีคุณภาพนำไปใช้ประโยชนได 3.1 วัตถุดิบ 1. ใบบัวบกแหง 23 กรัม 2. สารสกัดหยาบขมิ้นชันแหง 23 กรัม 3. แบคทีเรีย Staphylococcus aureus จากมหาวิทยาลัยรังสิต 4. อาหารแข็งของแบคทีเรีย Mueller Hinton Agar 3.2 การเพาะเลี้ยงเชื้อ 1.บีกเกอรขนาด 500 ml 2 ใบ 2. กระบอกตวง ขนาด ขนาด 25 ml 3 อัน 3. ขวดชมพูขนาด 250 ml 5 อัน 4. ขวดใสปริมาตร ขนาด 100 ml 5. โกรงบดสาร 3 อัน 6. ที่บดสาร 3 อัน 7. ไมหนีบอุปกรณ 3 อัน 6. ถุงมือยาง 1 กลอง 7. กระดาษกรอง เบอร 1 แพ็ค 8. ตะเกียงแอลกอฮอล1 ใบ
11 9. ไมโครปเปต 1 ใบ 10. Micro disc แบคทีเรีย ขนาดเสนผาศูนยกลาง ขนาด 1.5 cm จำนวน 8 อัน 11.Tip ขนาดเล็ก 1 กลอง 12.. Loop 1 อัน 13.ไมพันสำลีปราศจากเชื้อ 1 แพ็ค 14.แทนใสหลอด Eppendorf Type 1 อัน 15.จานเพาะเชื้อแบคทีเรีย 2 อัน 16.Eppendort Type 2 หลอด 3.3 เครื่องมือ 1. เครื่องอบลมรอน 2. เครื่องบดอาหาร 3. เครื่องซอกเลต 4. เครื่องระเหยแบบลดความดัน 5. เครื่องชั่ง 6. เครื่อง McFarlan Densitometer 7. ตูบมเชื้อ 8. ตูดูดควัน Hood 3.4 สารเคมี 1.Ethyl acetate 99.9 % 660 ml 2.DMSO 100 % 500 ml 3.น้ำกลั่น 500 ml
12 3.5 วิธีการทดสอบ 3.5.1 วิธีการสกัดสารสมุนไพรหยาบ 1. นำสมุนไพรทั้ง 2 ชนิด ไดแก่ ใบบัวบก ขมิ้นชัน นำไปอบดวยตูอบลมรอน อุณหภูมิ60 องศาเซลเซียส 5 ชั่วโมง 2. จากนั้นนำสมุนไพรทั้ง 2 ชนิด คือ ใบบัวบก และ ขมิ้นชัน ไปบดใหละเอียดดวยเครื่องบดอาหาร เมื่อบดให ละเอียดแลว ใหนำไปชั่งน้ำหนัก โดยปรับค่าหนวยเปน กรัม และใหค่าเครื่องชั่งคงที่เปน 0 เริ่มตน ใหชั่งน้ำหนักถุงก่อนจะไดที่ 3.8 กรัม และชั่งน้ำหนักของสมุนไพรที่บดมาแลว จะไดน้ำหนักของใบบัวบก คือ 27.67 กรัม และขมิ้นชัน น้ำหนักที่ไดคือ 36.64 กรัม 3. จากนั้นนำสารสกัดที่ไดจากการบดละเอียดแลวไปสกัดรอนดวยเครื่องซอกเลต สารละลายที่ใช้คือ เอทิลอะ ซิเตท ใช้ปริมาตร 330 ml ใช้อัตตราสวน 1 : 15 หมายถึง ใช้สารสกัด 23 g ใช้ปริมาตรของเอทิลอะซิเตท 330 ml จากนั้นใหนำสารสกัดไปสกัดรอนดวยเครื่องซอกเลต โดย ใบบัวบก ใช้ 5 รอบ รอบละ 30 นาทีขมิ้นชัน ใช้ 5 รอบ รอบละ 15 นาที 4. เมื่อนำสารสกัดหยาบไปสกัดรอนดวยเครื่องซอกเลตแลว จะไดสารสกัดหยาบ จากนั้นใหนำไประเหยแหง ดวยเครื่องระเหยแบบลดความดัน อุณหภูมิ 45 องศาเซลเซียส เพื่อระเหยเอทิลอะซิเตทออกใหหมด 3.5.2 การทดสอบประสิทธิภาพการยับยั้งของแบคทีเรียโดยวิธีการ agar disc diffusion 1. เพาะเลี้ยงเชื้อแบคทีเรีย S.aureus อุณหภูมิ 37 องศาเซลเซียส 48 ชั่วโมง บนอาหารเหลว MHA Plate 2. จากนั้นใหเตรียมวัสดุและอุปกรณโดยปราศจากเชื้อ 3. จากนั้นนำสารสกัดหยาบทั้ง 2 ชนิด คือใบบัวบกและขมิ้นชัน นำมาใสในหลอด Eppendorf Type โดยใช้ไม โครปเปต ใหได50 mg จากนั้นใหใช้ไมโครปเปตที่ปรับค่าเปน 100 µl ดูด DMSO 500 ml ใสลงใน tube พรอมกับดูดขึ้นลง 4. จากนั้นใช้loop ลนไฟ 2 นาทีแลวนำมาเกลี่ยเชื้อแบคทีเรียที่เตรียมไวคือ S.aureus 1-2 โคโลนีใสลงไป ในหลอดที่มีน้ำเกลือ โดยใสลงใหแนบกับหลอด หลังจากจากนั้นละลายเชื้อแบคทีเรียในน้ำเกลือ แลวนำไปปรับ ค่าความขุ่นดวยเครื่อง McFarlan Densitometer ใหได 0.5 McFarland หลังจากนั้นใหทำการจุ่มก้านสำลีลง ในหลอดเชื้อ โดยในขณะจุ่มใหทำการแนบก้านสำลีไปกับหลอดไมใหชุ่มชื้นมากเกินไป
13 5. ตอมาใหทำการ swab เชื้อลงใน plate ที่มีอาหารเลี้ยงเชื้อ MHA โดยทำการ swab 3 ครั้ง ครั้งแรก ใหปาด เชื้อ 45 องศาครึ่งเพลท และเอียงเพลท ครั้งที่สอง ใหปาดอีกครั้ง 45 องศาครึ่งเพลท และเอียงเพลท ครั้งที่สาม ใหปาด 90 องศาเซลเซียส เต็มเพลท จากนั้นใหใช้ก้านสำลีหมุนรอบๆเพลท โดยขณะที่ทำไมยกมือ 6. เตรียม disc โดยนำ disc มาวางลงบน plate 4 จุด เปนดาว แลวใช้ไมโครปเปตดูดสารสกัด จากข้อ 2. ปริมาตร 100 ml วางลงบน disc โดยเวนไว 1 disc ใหใส DMSO โดยใช้ไมโครปเปตในการดูดขึ้นมา ขณะดูดนั้นใหดูดสารแบบที่ไมใหโดนไปกับขวดที่ใส 7. คีบ disc ทั้ง 4 disc ไปวางลงบนอาหารเลี้ยงเชื้อ MHA plate แลวนำไปบมที่ตูบม ดวยอุณหภูมิ 37 องศา เซลเซียส เปนเวลา 24 ชั่วโมง 8. หลังจาก ครบ 24 ชั่วโมงแลว ใหทำการตรวจสอบ clear zone ที่ไดแลวทำการวัดดวยเวอเนียรคาลิปเปอร
14 บทที่ 4 ผลการทดลอง 4.1. ตารางที่1 แสดงลักษณะปรากฏของสารสกัดหยาบจากขมิ้นชันและใบบัวบก ชนิดของสมุนไพร ลักษณะของสารที่ปรากฏ สี กลิ่น ความหนืด ขมิ้นชัน เหลืองสม มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว และฉุน เหลวข้น ใบบัวบก เขียวเข้ม มีกลิ่นเหม็นเขียว และฉุน หนืดมาก ง รูปที่ 4.1 สารสกัดหยาบใบบัวบก และ สารสกัดหยาบขมิ้นชัน จากการสกัดสมุนไพรหยาบทั้ง 2 ชนิดของสมุนไพรไดแก่ ใบบัวบก และขมิ้นชัน ดวยวิธีการสกัดรอน ดวยเครื่องซอกเลท มีตัวทำละลายคือเอทิลอะซิเตท 99 % จากนั้นนำไประเหยออกดวยเครื่องระเหยแบบลด ความดันจะไดสารสกัดหยาบที่ปรากฏดังนี้ จากตารางที่ 4.1 ลักษณะที่ปรากฏของสารสกัดหยาบขมิ้นชัน มีสีเหลืองสม กลิ่นหอมเฉพาะตัวและฉุน และมีความหนืดที่เหลวข้น สวนลักษณะที่ปรากฏของสารสกัดหยาบใบบัวบก มีสีเขียวเข้ม กลิ่นเหม็นเขียวและ ฉุน มีความหนืดมาก
15 4.2. ตารางที่2 แสดงลักษณะประสิทธิภาพการยับยั้งของสารสกัดหยาบของขมิ้นชันและใบบัวบก ประสิทธิภาพการยับยั้ง ชนิดของสมุนไพร ขมิ้นชัน ใบบัวบก Clear zone ที่ 1 0.78 cm 0.85 cm Clear zone ที่ 2 0.81 cm 0.96 cm Clear zone ที่ 3 0.93 cm 0.98 cm ค่าเฉลี่ย 0.85 cm 0.93 cm ตัวควบคุม DMSO เชิงลบ 0 0 จากการทดสอบประสิทธิภาพการยับยั้งของสารสกัดหยาบทั้ง 2 ชนิดของสมุนไพรไดแก่ ใบบัวบก และ ขมิ้นชัน ดวยวิธีการ agar disc diffusion พบวาสารสกัดหยาบสมุนไพรทั้ง 2 ชนิด เกิด clear zone ยับยั้ง แบคทีเรีย Staphylococcus aureus และสารละลายที่ใช้คือ DMSO 100 % ไมเกิด clear zone ใน การยับยั้งแบคทีเรีย
16 จากตารางที่ 4.2. ประสิทธิภาพการยับยั้งของสารสกัดหยาบของขมิ้นชันพบวาเกิด clear zone ยับยั้ง แบคทีเรียได สวนประสิทธิภาพการยับยั้งของสารสกัดหยาบของใบบัวบกพบวาเกิด clear zone ยับยั้ง แบคทีเรียได
17 บทที่ 5 สรุปผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ จากการศึกษาเรื่องสารสกัดสมุนไพรที่ฤทธิ์ยับยั้งเชื้อจุลินทรียที่ก่อใหเกิดสิว โดยมีจุดมุงหมายเพื่อที่จะ นำสมุนไพรมาศึกษาฤทธิ์ยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย Staphylococcus aureus โดยนำสมุนไพรทั้ง 2 ชนิด มา ทำการศึกษาฤทธิ์ยับยั้งเชื้อจุลินทรียไดแก่ ใบบัวบกและขมิ้นชัน โดยทำการทดลองดวยวิธีการสกัดรอนมีตัวทำ ละลายคือ เอทิลอะซิเตท และนำไประเหยแบบลดความดัน จากนั้นทำการตรวจสอบประสิทธิภาพการยับยั้ง เชื้อแบคทีเรีย โดยวิธีการ Agar disc diffusion สารละลายที่ใช้คือ DMSO พบวาสมุนไพรทั้ง 2 ชนิด มีฤทธิ์ ยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย Staphylococcus aureus ไดโดยมีรายละเอียดดังนี้ 1. สรุปผลการทดลอง 2 .อภิปรายผล 3. ข้อเสนอแนะ 5.1 สรุปผล 5.1.1 ประสิทธิภาพการยับยั้งของสารสกัดหยาบของขมิ้นชันจากการทดสอบประสิทธิภาพเชื้อ แบคทีเรียที่ก่อใหเกิวสิวดวยวิธีการ Agar disc diffusion พบวาเกิดclear zone ยับยั้งแบคทีเรียไดโดยทำการ วัด clear zone ดวยเวอเนียรคาลิปเปอรจะไดดังนี้คือ clear zone ที่ 1 0.78 cm clear zone ที่ 2 0.81 cm clear zone ที่ 3 0.93 cm คิดเปนค่าเฉลี่ย คือ 0.85 cm 5.1.2 ประสิทธิภาพการยับยั้งของสารสกัดหยาบของใบบัวบกจากการทดสอบประสิทธิภาพเชื้อ แบคทีเรียที่ก่อใหเกิวสิวดวยวิธีการ Agar disc diffusion พบวาเกิดclear zone ยับยั้งแบคทีเรียไดโดยทำการ วัด clear zone ดวยเวอรเนียคาลิปเปอรจะไดดังนี้คือ clear zone ที่ 1 0.85 cm clear zone ที่ 2 0.96 cm clear zone ที่ 3 0.98 cm คิดเปนค่าเฉลี่ย คือ 0.93 cm 5.1.3 เปรียบเทียบทดสอบประสิทธิภาพการยับยั้งเชื้อแบคทีเรียดวยวิธีการ Agar disc diffusion พบวาสารสกัดหยาบใบบัวบกมีประสิทธิภาพการยับยั้งแบคทีเรีย Staphylococcus aureus ไดดีกวาโดย เปรียบเทียบจากค่าเฉลี่ยจะพบวาใบบัวบกมีค่าเฉลี่ย คือ 0.93 cm ขมิ้นชันมีค่าเฉลี่ย คือ 0.85 cm
18 5.2 อภิปรายผล จากการศึกษาเรื่อง“การศึกษาสารสกัดหยาบจากสมุนไพรที่มีฤทธิ์ยังยั้งเชื้อจุลินทรียที่ก่อใหเกิวสิว” สามารถอภิปรายผลไดดังนี้ 5.2.1 สารสกัดหยาบใบบัวบกมีฤทธิ์ในการยับยั้งแบคทีเรีย S. aureus ไดเนื่องจากสารสำคัญของใบ บัวบกที่พบและสกัดไดมากที่สุดคือเอเชียติโคไซดและมีการศึกษาพบวาพืชที่มีผลิตผลของกระบวนการสัปดาน ทุติยภูมิกลุมแทนนิน (Tannins) เทอปนอยด (Terpenoids) อัลคาลอยด (Alkaloids) และฟลาโวนอยด (Flavonoids) จะมีคุณสมบัติในการตานเชื้อแบคทีเรีย (พญ. จังคนภา, 2560) ซึ่งใบบัวบกมีสารออกฤทธิ์ที่ สำคัญในใบบัวบก ไดแก่ กลุมสารประกอบเทอปนอยด (Terpenoids) โดยประกอบดวยสารประกอบ 2 กลุม กลุมที่พบมากที่สุดคือสารประกอบไตรเทอรปนและสารประกอบหลักของไตรเทอรปนในใบบัวบกประกอบดวย สารหลัก 4 ชนิดคือมาเดคาสโซไซด (Madecassoside) เอเชียติโคไซด (Asiaticoside) กรดมาเดคลาส (Madecassic Acid) และกรดอะเซียติก (Asiatic Acid) นอกจากนี้จากการศึกษางานวิจัยที่เกี่ยวข้องยังพบวา สารสกัดเอเชียติโคไซดและกรดเอเชียติคที่ไดจากสารสกัดใบบัวบกสามารถยับยั้งแบคทีเรีย P.ance และ S.aureus ได (22) จึงเปนผลทำใหสารสกัดหยาบใบบัวบกสามารถยังยั้งเชื้อแบคทีเรีย Staphylococcus aureus ได 5.2.2 สารสกัดหยาบขมิ้นชันมีฤทธิ์ในการยับยั้งแบคทีเรีย S.aureus ไดเนื่องจากสารสำคัญที่พบคือ สารกลุมเคอรคูมินอยดและ น้ำมันหอมระเหย และที่สำคัญสารเคอรคูมินจะพบปริมาณสารในขมิ้นชันมากกวา ชนิดอื่นเมื่อเทียบในวงศเดียวกัน เช่น ขิง ข่า กระชาย ดาหลา กระเจียว ซึ่งสารเคอรคูมินนี้เปนสารกลุมโพลีฟ นอล และเปนองค์ประกอบหลักในสารกลุมเคอรคูมินอยด มีลักษณะเปนผงหรือผลึกขนาดเล็ก สีเหลืองอม ซึ่ง จะสอดคลองกับตารางที่ 4.1 ที่มีสีเหลืองอมสม ไมละลายน้ำ แตละลายไดดีในแอลกอฮอลและจากการศึกษา งานวิจัยที่เกี่ยวข้องพบวาสารเคอรคูมินอยดจากขมิ้นชันที่ไดจากการสกัดดวยเอทิลอะซิเตทมีฤทธิ์ยับยั้ง แบคทีเรีย Staphylococcus aureus ได (33) เนื่องจากเคอรคูมินเปนสารที่ไมละลายในน้ำแตละลายใน แอลกอฮอลและเอทิลอะซิเตทสามารถละลายในแอลกอฮอลไดและที่สำคัญเคอรคูมินมีคุณสมบัติเปนตัวตาน ปฏิกิริยาออกซิเดชั่น ทำลายอนุมูลอิสระและตานการอักเสบไดดี(32) 5.2.3 สารสกัดหยาบใบบัวบกมีฤทธิ์ในการยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย Staphylococcus aureus ไดดีกวา สารสกัดหยาบขมิ้นชัน เมื่อเทียบดวยค่าเฉลี่ยจะพบวาใบบัวบกมีค่าเฉลี่ย คือ 0.93 cm ขมิ้นชันมีค่าเฉลี่ย คือ 0.85 cm เนื่องจากใบบัวบกนั้นมีสารออกฤทธิ์ที่สำคัญคือสารกลุมไตรเทอรปนอยดซึ่งประกอบดวยสารหลัก 4 ชนิด คือ มาเดคาสโซไซด (Madecassoside) เอเชียติโคไซด (Asiaticoside) กรดมาเดคลาส (Madecassic Acid) และกรดอะเซียติก (Asiatic Acid) และนอกจากนี้ออกฤทธิ์สำคัญในใบบัวบกเปนสารที่อยูในกลุมเทอป นอยด ซึ่งเปนสารกลุมตานเชื้อแบคทีเรีย จึงเปนอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำใหยับยั้งแบคทีเรียไดและจากวิธีการสกัด
19 สมุนไพรของโครงงานชิ้นนี้ ใช้วิธีการสกัดแบบตอเนื่องโดยใช้ความรอนเข้าช่วย มีตัวทำละลายคือเอทิลอะซิ เตท ซึ่งเปนแอลกอฮอลและมีความไวในการละลายไดมากกวาน้ำ ทำใหตัวทำละลายเกิดจุดเดือดต่ำ ระเหยโดย กลั่นผานตัวสมุนไพรไปมา จนไดสารสกัดบริสุทธิ์เข้มข้น จากนั้นนำสารสกัดไปทำใหเข้มข้นโดยการระเหยออก ดวยเครื่องระเหยแบบลดความดัน จะทำใหไดสารสกัดที่มีความเข้นข้นมากขึ้น และเมื่อกำจัดตัวทำละลายออก หมดจะไดของเหลวหนืดที่เรียกวา สารสกัดหยาบ (31) สอดคลองกับลักษณะที่ปรากฏในสารสกัดหยาบใบ บัวบก จากตารางที่ 4.1 ที่มีความหนืดมาก ตางจากสารสกัดหยาบขมิ้นชันที่มีความเหลวข้น จึงเปนผลที่ทำให สารสกัดหยาบใบบัวบกที่มีสารสำคัญที่เปนสารกลุมไตรเทอปนอยดสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของ แบคทีเรีย Staphylococcus aureus ไดดีกวาขมิ้นชันเนื่องจากสารสกัดหยาบใบบัวบกมีความเข้มข้นที่ มากกวา และนอกจากนี้จากการศึกษางานวิจัยเรื่องการยับยั้งการเจริญของแบคทีเรียก่อโรคบางชนิดที่พบบน ผิวหนังโดยใช้สารสกัดสมุนไพรพื้นบาน พบวาสารสกัดสมุนไพรมีฤทธิ์ยับยั้งแบคทีเรียแกรมบวกมากกวา แบคทีเรียแกรมลบเนื่องจากผนังเซลลของแบคทีเรียแกรมบวกจะไมมีouter membraneจึงทำใหสารสกัดเข้า สูเซลลไดง่ายกวาแบคทีเรียแกรมลบ สอดคลองกับแบคทีเรียStaphylococcus aureus ที่เปนแบคทีเรียแกรม บวก (30) 5.3 ข้อเสนอแนะ - ควรเลือกใช้ตัวทำละลายที่ประสิทธิภาพการยับยั้งมากกวาเอทิลอะซิเตท - สามารถนำไปพัฒนาตอยอดการศึกษาสารสกัดสมุนไพรที่มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อจุลินทรียที่ก่อใหเกิดสิวได
20 บรรณานุกรม ไมปรากฏชื่อผูเขียน. (ม.ป.ป.). รักษาสิวเสี้ยนอยางไรใหถูกตอง. สืบค้นเมื่อ 9 พฤศจิกายน 2564, จาก https://www.pobpad.com ปารยะ อาศนะเสน. (2560). สิวเสี้ยน. สืบค้นเมื่อ 9 พฤศจิกายน 2564, จาก https://www.si.mahidol.ac.th/sidoctor/e-pl/articledetail.asp?id=479 ไมปรากฏชื่อผูเขียน. (ม.ป.ป.). สาเหตุสิวเสี้ยน และการรักษา. สืบค้นเมื่อ 9 พฤศจิกายน 2564, จาก https://thai.luxurysocietyasia.com ไมปรากฏชื่อผูเขียน (2562). ทำอยางไรเมื่อเปนสิวอุดตัน. สืบค้นเมื่อ 9 พฤศจิกายน 2564, จาก https://siamrath.co.th/n/85305 ไมปรากฏชื่อผูเขียน. (ม.ป.ป.). เปนสิวอุดตันดูแลรักษาอยางไรดีแนวทางการรักษาสิวอยางเหมาะสม. สืบค้นเมื่อ 9 พฤศจิกายน 2564, จาก https://www.eucerin.co.th ไมปรากฏชื่อผูเขียน. (ม.ป.ป.). สิวอุนตันการรักษา. สืบค้นเมื่อ 9 พฤศจิกายน 2564, จาก https://www.pobpad.com ไมปรากฏชื่อผูเขียน. (2564). สิวอุดตันเกิดจากอะไรพรอมวิธีการรักษาง่ายๆทำไดดวยตนเอง. สืบค้นเมื่อ 9 พฤศจิกายน 2564, จาก https://www.thairath.co.th/lifestyle/health-andbeauty/215506 ไมปรากฏชื่อผูเขียน. (ม.ป.ป.). สิวอุดตัน. สืบค้นเมื่อ 9 พฤศจิกายน 2564, จาก https://www.doctorraksa.com/th-TH/blog/comedones.html ไมปรากฏชื่อผูเขียน. (ม.ป.ป.). สิวอักเสบดูแลไดไมยาก หากดูแลอยางถูกตองวิธี. สืบค้นเมื่อ 9 พฤศจิกายน 2564, จาก https://www.eucerin.co.th/about-skin/dermsarticles/swell-acne
21 ไมปรากฏชื่อผูเขียน. (ม.ป.ป.). สิวอักเสบ. สืบค้นเมื่อ 9 พฤศจิกายน 2564, จาก https://www.pobpad.com/สิวอักเสบ ไมปรากฏชื่อผูเขียน. (ม.ป.ป.). สิวอักเสบ. สืบค้นเมื่อ 9 พฤศจิกายน 2564, จาก https://www.doctorraksa.com/th-TH/blog/inflammatory-acne.html ไมปรากฏชื่อผูเขียน (ม.ป.ป.). สิวอุดตันเกิดขึ้นไดอยางไร พรอมวิธีการดูแลรักษา. สืบค้นเมื่อ 9 พฤศจิกายน 2564, จาก https://www.eucerin.co.th/skin-concerns/acne-proneskin/white-head-acne ไมปรากฏชื่อผูเขียน. (ม.ป.ป.). สิวผดขึ้นหนาเพราผิวออนแอ ตองดูแลอยางไร. สืบค้นเมื่อ 9 พฤศจิกายน 2564, จาก https://www.eucerin.co.th/skin-concerns/sensitiveskin/acne_estivalis ไมปรากฏชื่อผูเขียน. (ม.ป.ป.). วิธีจัดการสิวหัวช้างแบบง่ายๆแตไดผล. สืบค้นเมื่อ 9 พฤศจิกายน 2564, จาก https://www.eucerin.co.th/skin-concerns/acne-prone-skin/about-acne ไมปรากฏชื่อผูเขียน. (ม.ป.ป.). สิวหัวช้างรักษายังไง ไมตองกลุมใจปญหานี้มีทางแก้. สืบค้นจาก : https://women.kapook.com/view85605.html [9 พฤศจิกายน 2564] ไมปรากฏชื่อผูเขียน. (2564). Oh no สิวหัวช้าง สาเหตุและวิธีรักษา. สืบค้นเมื่อ 9 พฤศจิกายน2564, จาก https://aquaplus.co.th/causes-of-nodule-acne/ ไมปรากฏชื่อผูเขียน. (2564). สาเหตุของการเกิด สิวอุดตัน สิวหัวขาว สิวหัวดำ ปองกันอยางไร. สืบค้นเมื่อ 9 พฤศจิกายน 2564, จาก https://aquaplus.co.th/acne-causes-and-preventblackheads-whiteheads/ สุวรรณี เชื่อมแก้ว, การศึกษาประสิทธิภาพของสารสกัดหยาบจากเปลือกในตนมะขามในการยับยั้งเชื้อ แบคทีเรียที่ทำใหเกิดสิว (ศึกษาวิทยานิพนธปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิทยาศาสตร มหาวิทยาลัย ราชภัฏวไลยอลงกรณ, 2554) หนา 2
22 คณะแพทยศาสตรโรงพยาบาลรามาธิบดีมหาวิทยาลัยมหิดล. (2563). ยารักษาสิว. สืบค้นเมื่อ 30 มีนาคม 2565, จาก https://www.rama.mahidol.ac.th/atrama/issue038/rama-rdu ดร.ยุทธนา สุดเจริญ. (2555). การประเมิณประสิทธิภาพ latex agglution test สำหรับตรวจคัดกรอง Staphylococcus aureus ดื้อตอยา methicillin ที่แยกไดจากผูปวยมะเร็ง. (2563). นุศวดีพจนานุกิจ และสมใจ ขจรชีพพันธุงาม. (2553). เปรียบเทียบการยับยั้งเชื้อแบคทีเรียของสาร สกัดจาก เปลือกมังคุด ขมิ้นชัน และใบบัวบก. (2553). นุศวดี พจนานุกิจ และสมใจ ขจรชีพพันธุงาม. (2553). เจลสมุนไพรสำหรับยับยั้งแบคทีเรียที่ทำใหเกิดสิว. (2553). พญ. จังคนิภา วิทยานุภาพยืนยง, การศึกษาผลการรักษาสิว ดวยกลุมผลิตภัณฑPhyto-C (ศึกษาวิทยานิพนธ ปริญญาวิทยาศาสตรบันฑิต สาขาวิชาวิทยาการชะลอวัยและฟนฟูสุขภาพ วิทยาลัยการแพทยบูรณาการ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย, 2560) หนา 28 ดร. สุรศักดิ์ลิ้มสุวรรณ. (2560). ฤทธิ์ตานเชื้อแบคทีเรียก่อสิวของสารตำรับยาแผนไทยรักษาสิว THF-AC003 Anti-Acne-Inducing Bacteria Activity of Thai Herbal Formula (THF-AC003). DISTHAI. (2563) เคอรคูมิน. สืบค้นเมื่อ 14 เมษายน 2565, จาก https://www.disthai.com/17269145/เคอรคูมิน ฐานข้อมูลความปลอดภัยสารเคมีคณะวิทยาศาตรและเทคโนโลยีมหาวิทยาลัยสวนดุสิต. (2558). Ethyl Acetate. สืบค้นเมื่อ 14 เมษายน 2565, จาก http://ohs.sci.dusit.ac.th/wp/?p=743 Interpharma GROUP. (2562). ขมิ้นชัน. สืบค้นเมื่อ 25 เมษายน 2565, จาก https://www.interpharma.co.th/astaxanthin-curcumin/ขมิ้นชัน/ จันทรพร ทองเอกแก้ว. (2556). บัวบก: สมุนไพรมากคุณประโยชน. (2563) ภารดีอินทจันทรและวิภาเพ็ญ โชคดีสัมฤทธิ์. (2562). การศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิผลของสารสกัดเจลสาร สกัดในใบบัวบก 5% กับเจลคลินดามัยซิน 1% ในการรักษาสิว. (2562) อัฐฐาพร ชัยชมภูและนฤมล ทองไว. (2562). การยับยั้งการเจริญของแบคทีเรียก่อโรคโดยใช้สารสกัดสมุนไพร พื้นบาน. (2560)
23 วราภรณอูทอง, (2560), ผลของสารสกัดหยาบแตละชนิดจากใบฐนอยหนา ใบบัวบก และตำลึงตอการยับยั้ง เชื้อแบคทีเรีย (ปริญญานิพนธปริญญามหาบันฑิตมภาควิชาวิทยาศาสตรสิ่งแวดลอม บันฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร, 2560) หนา 9 อัจฉรา นิยมเดชา. (2562), ผลของการเสริมขมิ้นชันผง (Curuma longa Linn). ในอาหารตอสมรรถภาพการ ผลิตและคุณภาพซากของไก่เนื้อ. (2563) องอาจ เลาหวินิจ และคณะ. (2552). ผลการยับยั้งของสารสกัดขมิ้นชัน (Curucuma longa Linn.) ตอเชื้อ แบคทีเรียก่อโรคบางชนิดในคนและสัตวบางชนิด. การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตรครั้งที่ 47 (น.244-253). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร กัลยาณีธรรมติรัตนและคณะ. (2562). ฤทธิ์ตานเชื้อแบคทีเรียก่อสิวของสารตารับยาแผนไทยรักษาสิว THFAC003 Anti-Acne-Inducing Bacterial Activity of Thai Herbal Formula (THF-AC003). ดร.ยุทธนา สุดเจริญ. (2560). การประเมินประสิทธิภาพ latexagglutination test สาหรับตรวจคัดกรอง Staphylococcus aureus ดื้อตอยา methicillin ที่แยกไดจากผูปวยมะเร็ง. บำรุงราษฎร. (2562).สิว…แค่เรื่องสิวๆ. สืบค้นเมื่อ 11 กรกฎาคม 2565, จาก https://www.bumrungrad.com/th/health-blog/november-2019/know-about-acne The Touch Exclusive. (2564). ปญหาสิว ทั้ง 6 ประเภท. สืบค้นเมื่อ 11 กรกฎาคม 2565, จาก https://www.thetouchexclusive.com/6-acne-type/ SkinX. (2565). สิวอักเสบ (Inflammatory Acne) ปญหาผิวเรื้อรังที่เกิดจากแบคทีเรีย. สืบค้นเมื่อ 11 กรกฎาคม 2565, จาก : https://skinx.app/content/acne/inflamed-acne TheAsianparent. (2563). ใบบัวบก สมุนไพรเพื่อสุขภาพและความงามของเอเชียที่หลายคนไมเคยรู (ออนไลน). สืบค้นเมื่อ 11 กรกฎาคม 2565, จาก https://th.theasianparent.com/ใบบัวบก-สมุนไพร เพื่อสุขภาพและความงามของเอเชีย-ที่หลายคนไมเคยรู pdfah. (2563). ข้อดีของขมิ้นชัน. สืบค้นเมื่อ 11 กรกฎาคม 2565, จาก https://www.pdfah.com/article/1/
24 ภาคผนวก วัสดุและอุปกรณ 1. เครื่อง McFarlan Densitometer 5. ไมโครปเปต 9. Tip 2. แทนใสหลอด Eppendort Type 6. สารสกัดหยาบขมิ้นชันและใบบัวบก 3. จานเพาะเชื้อแบคทีเรีย 7. Disc 4. เอทิลอะซิเตท 100 % 8. . กลองใส tip ไมโครปเปตขนาดเล็ก
25 วิธีการสกัดสมุนไพร 1. นำสมุนไพรทั้ง 2 ชนิด ไดแก่ ใบบัวบก และขมิ้นชันไปอบดวยเครื่องอบลมรอน 2. จากนั้นเมื่อไดสมุนไพรที่แหงแลวใหนำไปบดใหละเอียดดวยเครื่องบดอาหาร 3. เมื่อบดใหละเอียดแลวใหทำการชั่งสมุนไพรที่บดละเอียด เพื่อนำไปคำนวณอัตราสวนที่ตองใช้ 4. จากนั้นเมื่อคำนวณอัตราสวนที่ตองการไดแลว ใหนำไปสกัดรอนดวยเครื่องซอกเลต
26 5. เมื่อสกัดรอนดวยเครื่องซอกเลตแลวจะไดสารสกัดหยาบ ใหนำไประเหยออกดวยเครื่องระเหย แบบลดความดัน 6. เมื่อระเหยออกดวยเครื่องระเหยแบบลดความดันจะไดสารสกัดหยาบดังรูป การทดสอบการยับยั้งแบคทีเรียดวยวิธีการ agar disc diffusion 1. ใหนำสารสกัดหยาบที่ทำการระเหยออกแลว นำมาทดสอบประสิทธิภาพการยับยั้งโดยใหทำการนำ สมุนไพรมาใสไวใน Eppendort Type โดยวางไวที่แทนใสหลอด Eppendort Type 2. จากนั้นนำ tube ที่มีสมุนไพรไปชั่งตามค่าที่ตองการ โดยใหทำการชั่ง Eppendort Type ที่วางเปลา ก่อน
27 3. ตอมาใหนำไมโครปเปตดูด DMSO 100 % ลงไปใน Eppendort Type ที่มีสมุนไพร โดยใหทำการปรับ ค่าไมโครปเปตก่อน 4. เมื่อนำ DMSO 100 % ที่ผสมกับสารสกัดหยาบแลวจะไดออกมาดังรูป 5. จากนั้นใหใช้loop ลนไฟแลวทำการเกลี่ยแบคทีเรีย Staphylococcus aureus 1-2 โคโลนีที่เตรียม ไวตอมาใหนำไปผสมกับน้ำเกลือในหลอดทดลอง และนำไปปรับค่าความขุ่นโดยเครื่อง McFarland Densitometer ใหมีค่าความขุ่น 0.5 McFarland
28 6. เมื่อไดแบคทีเรีย Staphylococcus aureus แลวใหทำการเกลี่ยเชื้อลงบนอาหารแข็ง MHA ลงบน plate และทำการวาง disc ลงไปใน plate โดยวาง 4 disc จากนั้นใช้ไมโครปเปตดูดสารสกัดสมุนไพร ที่ผสม DMSO อยูลงไปใน disc และดูด DMSO 100 % จากขวดนำไปวางลงบน plate จากนั้นให นำไปบมที่ตูบมเชื้ออุณหภูมิ 37 องศาเซลเซียส 7. เมื่อบมเชื้อครบ 24 ชั่วโมงแลวใหนำออกมาแลวทำการวัดดวยเวอเนียรคาลิปเปอร